คลังเก็บป้ายกำกับ: HUAWEI

แนะนำแท็บเล็ตโดนๆ HUAWEI MatePad 11 ผู้ช่วยทำงานแบบมือโปรใช้เดี่ยวๆ ว่าดี ใช้คู่ HUAWEI M-Pencil ยิ่งเริด พร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดการทำงานข้ามดีไวซ์ให้ทุกงานไร้รอยต่อและสมบูรณ์แบบกว่าที่เคย

เดี๋ยวนี้การวางสมาร์ทดีไวซ์เอาไว้อีกหนึ่งเครื่องข้างๆ จอคอมพิวเตอร์ทำงานกลายเป็นเรื่องธรรมดาในหมู่คนทำงานยุคใหม่ไปแล้ว โดยเฉพาะการใช้แท็บเล็ตควบคู่ไปกับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อประหว่างการเคลียร์งาน (หรือบางครั้งก็ใช้แทนแล็ปท็อปไปเลย) เพราะในขณะที่เรากำลังจดจ่อกับงานตรงหน้า เราก็สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือเช็คอีเมลที่เด้งเข้ามาใหม่ผ่านจอแท็บเล็ตได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปิดหน้าจองานตรงหน้าแต่อย่างใด นอกจากนี้ ขนาดที่กระทัดรัดกว่าของแท็บเล็ตยังทำให้เราสามารถพกพาไปใช้ทำงานนอกสถานที่ได้สะดวกกว่า และการใช้แท็บเล็ตท่องเว็บไซต์หาข้อมูลหรือจดบันทึกระหว่างการประชุมก็ยังทำได้สะดวกกว่าบนคอมพิวเตอร์พีซีมาก ช่วยให้เจ้าของเครื่องสามารถรับมือกับงานในทุกรูปแบบได้อย่างราบรื่นรวดเร็วไม่ปวดหัว จนทำให้แท็บเล็ตคุณภาพสูงถือเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องเคลียร์หลายๆ งานพร้อมกันในคราวเดียว

สำหรับใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตคู่ใจตัวใหม่เพื่อใช้ทำงานในแบบฉบับมือโปรไม่ว่าจะงานทั่วไปหรืองานที่มีความซับซ้อน แท็บเล็ต HUAWEI MatePad 11 และปากกาอัจฉริยะ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ถือเป็นตัวเลือกใหม่ล่าสุดที่คุณไม่ควรมองข้ามหากอยากทำงานในแบบฉบับมือโปรได้อย่างไร้ขีดจำกัดเพราะเมื่อใช้คู่กันกับแท็บเล็ตที่มีอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูงถึง 120 Hz แล้วยิ่งทำให้ใช้งานได้ลื่นไหลแบบทวีคูณ ไปดูเหตุผลเพิ่มเติมดีกว่าว่าอะไรที่ทำให้การใช้งานแท็บเล็ตคู่กับปากกาอัจฉริยะเจ๋งๆ นั้นเหมาะกับคนทำงานแบบมือโปร

แท็บเล็ต HUAWEI MatePad 11 ยังรองรับอุปกรณ์เสริมอัจฉริยะอย่าง HUAWEI M-Pencil (2nd generation) อย่างเต็มรูปแบบ โดยปากกาคู่ใจคนทำงานรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับหัวปากกาที่ได้รับการเคลือบทองคำขาว มีค่าความหน่วง (latency) ของการใช้งานที่ต่ำเป็นพิเศษเพียงแค่ 2 มิลลิวินาที และยังรองรับแรงกดของผู้ใช้ถึง 4,096 ระดับ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใช้งานที่สะดวก ลื่นไหล แม่นยำ และมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการทำงานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะขีดเขียนแก้ไขเอกสาร หรือจดโน้ตทำงานก็สะดวกสบายสุดๆ และที่ทำให้ปากกาอิเล็กทรอนิกส์ตัวนี้โดดเด่นตอบโจทย์การใช้งานของคนทำงานรุ่นใหม่เป็นที่สุดก็เพราะว่าเมื่อใช้งานจับคู่เข้ากับแท็บเล็ตที่มีอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูง 120 Hz ก็ยิ่งช่วยสมูธความราบรื่นและความโปรในการใช้งานได้อย่างน่าประทับใจ

ทั้งนี้งานออกแบบของ HUAWEI M-Pencil รุ่นที่ 2 ยังให้ความสำคัญกับทั้งด้านดีไซน์ที่สวยงามและศักยภาพของการใช้งาน โดยหัวปากการุ่นนี้จะเป็นแบบโปร่งแสง โชว์ให้เห็นถึงกลไกการทำงานด้านในสไตล์เดียวกับนาฬิกาข้อมือเรียบหรู ในขณะที่ตัวแท่งปากกาจะเป็นลักษณะหกเหลี่ยมเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถจับได้อย่างถนัดและสบายมือขึ้น โดยมาพร้อมกับน้ำหนักเบาๆ แค่เพียง 16 กรัมเท่านั้น ต่อให้ใช้จดใช้เขียนอะไรไปนานๆ ก็ไม่เมื่อยมือแน่นอน และเมื่อใช้ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) กับหน้าจอแท็บเล็ตขนาด 10.95 นิ้ว นานๆ ก็ไม่เสียสุขภาพสายตาเพราะมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยลดแสงสีฟ้าและการกระพริบของหน้าจอ มาตรฐานระดับสากลที่รับรองโดย TÜV Rheinland

ที่สำคัญ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ยังทำงานได้เข้าขากับแท็บเล็ต HUAWEI MatePad 11 สุดๆ กับฟีเจอร์ช่วยทำงานแบบมือโปรต่างๆ อย่าง HUAWEI FreeScript ที่จะแปลงลายมือให้เป็นตัวพิมพ์ในไฟล์งานได้อย่างอัตโนมัติ โดยรองรับภาษาไทย อังกฤษ และจีน และรองรับการใช้งานทั้งในช่องการค้นหาผ่านเบราว์เซอร์หรือการจดบันทึกในแอปพลิเคชัน HUAWEI Notepad, Jnotes, touchnotes, WeNote และ Noteshelf รวมทั้งแอปฯ โปรดของใครหลายๆ คน อย่าง Line, Facebook Messenger และ HUAWEI Browser ทำให้ไม่ว่าจะจดโน้ตการประชุมหรือโน้ตไอเทมงานที่ต้องทำในแต่ละวันก็สนุกและสะดวกมากขึ้น เช่น จดโน้ตการประชุมผ่านแอปฯ Jnotes ที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์การใช้งานเก๋ๆ อย่าง Drag and Drop หรือ การจดจำลายมือ โดยผู้ใช้งานสามารถเปิดโน้ตได้พร้อมกันสองโน้ตในครั้งเดียว ที่เด็ดก็คือแอปฯ นี้ สามารถแปลงลายมือเป็นตัวพิมพ์ได้อย่างเรียบร้อยและสวยงามโดยสามารถปรับแต่งขนาดตัวหนังสือได้ด้วย HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ส่วนอีกแอปฯ ดีๆ สำหรับการจดโน้ตก็ต้องยกให้ touchnotes ที่ช่วยต่อยอดจินตนาการได้อย่างไม่รู้จบเพราะสามารถเพิ่มภาพหรือข้อความที่ดึงมาจากเบราว์เซอร์ของแท็บเล็ตมาแต่งเติมต่อบนแอปฯ ให้โน้ตดูน่าสนใจและเข้าใจได้ง่ายขึ้น และเมื่อแต่งโน้ตเสร็จ ก็สามารถอัปลง HUAWEI Cloud เป็นไฟล์สำรองไว้เปิดใช้งานผ่านดีไวซ์อื่นๆ ได้อีกด้วย

อีกทั้งผู้ใช้งาน ยังสามารถสลับโหมดบนปากกาอัจฉริยะระหว่างการใช้ เป็นยางลบหรือเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ก่อนหน้าได้ง่ายๆ เพียงแตะเบาๆ ที่หัวปากกาติดต่อกันสองครั้ง ต่อยอดความสนุกและความสะดวกในการทำงานไปอีกเลเวลด้วยฟีเจอร์ Instant Shape ที่ช่วยอ่านลายมือที่ผู้ใช้งานวาด ไม่ว่าจะวาดเส้นตรง ตาราง หรือรูปทรงเลขาคณิต ก็ไม่ต้องห่วงว่าวาดแล้วจะเป๊ะรึเปล่า เพราะฟีเจอร์นี้จัดการให้โดยเปลี่ยนรูปทรงและลายเส้นที่วาดด้วยลายมือเป็นทรงมาตรฐานที่เนี้ยบสุดๆ ได้ในพริบตา อีกทั้งยังประหยัดเวลาและทำงานได้เร็วขึ้นโดยเฉพาะเมื่อต้องวาดตารางเพราะสามารถเพิ่มหรือลบแถวตารางหรือคอลัมน์ได้อย่างฉับไว โดยตารางจะปรับขนาดอัตโนมัติไปตามขนาดของตัวอักษรที่เราร่างลงไปโดยที่เราไม่ต้องมาเสียเวลานั่งปรับแต่งรูปแบบของตารางในภายหลังอีก อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัยขนาดนี้ ไม่ว่าคุณจะต้องเจอกับงานที่ท้าทายหรือการประชุมงานที่โหดแค่ไหนก็ไม่ใช้ปัญหา ขอแค่มี HUAWEI MatePad 11 และHUAWEI M-Pencil (2nd generation) อยู่ในมือก็เกินพอ

สำหรับคนทำงานที่เน้นใช้แท็บเล็ตควบคู่ไปกับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปหรือเครื่องพีซีเดสก์ท็อป ตัวแท็บเล็ต HUAWEI  MatePad 11 พิเศษสุดๆ ตรงที่มาพร้อมกับฟีเจอร์การเชื่อมต่อประสานงานข้ามดีไวซ์ในชื่อว่า “Multi-screen Collaboration” โดยมีโหมดการใช้งานร่วมกับเครื่องพีซีมาให้ใช้ใน รูปแบบหลัก ได้แก่ Mirror Mode, Extend Mode และCollaborate 

  • Mirror Mode หรือการสะท้อนหน้าจอจากเครื่องพีซีไปที่หน้าจอแท็บเล็ตโดยตรง โดยผู้ใช้สามารถใช้ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ขีดเขียน จดโน้ต หรือแก้ไขเอกสารผ่านแท็บเล็ตอย่างคล่องตัว โดยการแก้ไขต่างๆ จะไปปรากฏบนหน้าจอแล็ปท็อปในเวลาเดียวกันโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมสำหรับแล็ปท็อปมาต่อเพิ่มให้วุ่นวาย
  • Extend Mode ที่จะเปลี่ยนแท็บเล็ตให้เป็นหน้าจอที่สองแบบต่อขยายจากเครื่องพีซีของคุณ ให้เจ้าของมีจอใช้งานอีกหนึ่งจอสำหรับการเปิดดูไฟล์งานหรือมองสลับจอไปมาได้ง่ายๆ
  • Collaborate Mode ที่จะเปิดให้เครื่องคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows สามารถทำงานประสานกับแท็บเล็ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยผู้ใช้งานสามารถโอนไฟล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อความ ภาพ วิดีโอ หรือไฟล์เอกสารรูปแบบต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ลากไฟล์จากจอของอุปกรณ์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

นอกจากนี้ ตัวแท็บเล็ตยังรองรับฟีเจอร์ Multi-Window ที่ให้เจ้าของเครื่องสามารถเปิดหน้าต่างของแอปพลิเคชันได้สูงสุดพร้อมกันถึง 4 แอปฯ 4 หน้าต่าง และสามารถเก็บหน้าต่างลอยได้สูงสุดถึง 10 หน้าต่างในแท็บเมนูด้านข้าง ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องทำหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกันให้ง่ายดายขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่าแท็บเล็ตน้องใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง HUAWEI MatePad 11 จะช่วยยกระดับประสบการณ์การทำงานภาพรวมให้เหมือนกับว่าได้ทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์ PC ไปพร้อมๆ กับการช่วยเสริมประสิทธิภาพของงานที่ทำอยู่ให้เหนือขึ้นไปอีกหลายขั้น และที่ดูจะถูกใจสายเนี้ยบเลยก็ต้องซอฟต์แวร์ WPS Office ที่ผสานการทำงานเข้ากับ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) เป็นอย่างดีเสริมการทำงานให้เต็มประสิทธิภาพยิ่งกว่าที่เคย โดยผู้ใช้งานสามารถรวบรวมโน้ตหรือไฟล์เอกสารสำคัญที่ต้องใช้พรีเซนงานและใช้ปากกาอิเล็กทรอนิกส์แก้ไข ตกแต่ง เพิ่มเติมโน้ตเหล่านั้นได้ตามใจชอบ

ความสนุกอยู่ตรงที่เมื่อวาดเขียนตกแต่งหรือแก้ไขโน้ตเหล่านั้นเสร็จแล้ว ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มโน้ตหรือไฟล์เหล่านั้นป็นรูปภาพลงไปในพรีเซนเทชันให้สวยงามสมบูรณ์แบบได้อย่างมืออาชีพ ก้าวข้ามขีดจำกัดในการใช้งานให้ตอบโจทย์กว่าเดิมด้วย App-Multiplier ที่ช่วยเบิ้ลความสะดวกสบายผ่านการใช้งานหน้าต่างได้มากสุด 4 หน้าต่างใน 1 แอปพลิเคชัน โดยเมื่อใช้งานกับ WPS Office ก็หมายความว่าผู้ใช้งานสามารถเปิดไฟล์ WPS ได้มากถึง 4 ไฟล์ในครั้งเดียว ทั้งยังสามารถก๊อปวางข้อมูลไปมาระหว่างไฟล์ได้อีกด้วย งานนี้บอกเลยว่าพรีเซนงานได้โปรแบบที่ใครเห็นก็ต้องถูกใจแน่นอน และเมื่อใช้งานแท็บเล็ตที่มาพร้อมฟีเจอร์และคุณสมบัติอัดแน่นร่วมกับแอปพลิเคชันเพื่อการทำงานซึ่งหาโหลดได้ผ่านคลังแอปฯ ยอดฮิต HUAWEI AppGallery อย่างแอปฯ WPS, Noteshelf, HUAWEI Notepad, และ Thai Fast Dictionary ก็ยิ่งช่วยให้งานเดินและทำเสร็จสมบูรณ์ได้เร็วอย่างใจนึก

และถ้าหากว่าเพลียจากการทำงานแล้วอยากหาเวลาพักผ่อนก็สามารถหาความสุขรอบตัวได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ผ่านการใช้งานแอปฯ เพื่อความบันเทิงแบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็น Line TV, VIU, WeTV, HUAWEI VDO หรือ Monomax ก็พร้อมเสิร์ฟให้อิ่มจุกก่อนลุยงานโปรเจกต์ถัดไป และแน่นอนว่าในยุคที่ขับเคลื่อนด้วยโซเชียลมีเดียแบบนี้ ก็อย่าได้ขาดแอปฯ โซเชียลเชียวละ ใน HUAWEI AppGallery มีให้ครบไม่ว่าจะเป็น Line หรือ Facebook Messenger ก็สามารถใช้คุยอัปเดตชีวิต งาน หรือข่าวสารกับเพื่อนฝูงและคนในครอบครัวได้สะดวกทันใจ ส่วนใครที่เป็นสายตัดต่อก็แฮปปี้แน่นอนเพราะมีแอปตัดต่อดีๆ จาก FilmoraGo HD ให้โหลดไปใช้งานด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ HUAWEI MatePad 11 ที่มาพร้อมหน่วยความจำ 6GB + 128 GB รุ่น WiFi ยังพกแบตเตอรี่สุดอึดมาให้เจ้าของเครื่องสามารถใช้ทำงานติดต่อกันได้นานถึง 12 ชั่วโมงจากการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และยังมีลำโพงจาก harman/kardon มาให้ถึง 4 ตัวที่จะมอบพลังเสียงหนักแน่น ดังฟังชัด ทำให้คุณไม่พลาดทุกบทสนทนาในการประชุมออนไลน์แม้จะไม่ได้ใส่หูฟังก็ตาม สำหรับใครก็ตามที่กำลังอยากได้เพื่อนคู่ใจมาช่วยเคลียร์งานหรือยกระดับคุณภาพงานให้เป๊ะ สมบูรณ์แบบขึ้นไปอีกขั้นในช่วงที่เราต้องทำงานจากบ้านในขณะนี้ อย่ามองข้ามแท็บเล็ตทำงานน้องใหม่ HUAWEI MatePad 11 และอุปกรณ์เสริมอัจฉริยะ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) เพราะเดี๋ยวจะพลาดของดีเพราะตอนนี้ หัวเว่ยกำลังจัดโปรดีทีเด็ดพร้อมของสมนาคุณจัดเต็มให้คนทำงานรุ่นใหม่มือไวซื้อไว้ใช้เป็นแท็บเล็ตคู่ใจ

  • HUAWEI MatePad 11 หน่วยความจำ 6GB + 128 GB (รุ่น WiFi) สี Isle Blue มาในราคาสุดคุ้มเพียง 15,990 บาทเท่านั้น รับไปเลยของสมนาคุณ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard พร้อมสิทธิพิเศษจากแอปฯ ต่างๆ ได้แก่ HUAWEI Cloud 1 เดือน (50GB), HUAWEI Video VIP 1 เดือน, WPS Office VIP 3 เดือน และ FilmoraGo HD VIP 3 เดือน รวมมูลค่าของสมนาคุณ 6,173 บาท เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2564 นี้เท่านั้น
  • HUAWEI MatePad 11 หน่วยความจำ 6GB + 128 GB (รุ่น WiFi) สี Matte Grey ราคา 19,990 บาท โดยมาพร้อม HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ในกล่อง รับไปเลยให้หนำใจ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard, HUAWEI Freelace Pro และสิทธิพิเศษจากแอปฯ ต่างๆ ได้แก่ HUAWEI Cloud 1 เดือน (50GB), HUAWEI Video VIP 1 เดือน, WPS Office VIP 3 เดือน และ FilmoraGo HD VIP 3 เดือน มูลค่ารวม 9,172 บาท เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2564 นี้เท่านั้น

ถ้าอยากสัมผัส ความฉับไว ลื่นไหล ไร้รอยต่อของ HUAWEI MatePad 11 รีบไปสั่งซื้อกันได้แล้วที่นี่โดยสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่ HUAWEI Store, HUAWEI Experience Store, ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และร้านค้าอย่างเป็นทางการของหัวเว่ยบนแพลตฟอร์ม E-Commerce อย่าง JD Central, Lazada และ Shopee

ข่าว: แนะนำแท็บเล็ตโดนๆ HUAWEI MatePad 11 ผู้ช่วยทำงานแบบมือโปรใช้เดี่ยวๆ ว่าดี ใช้คู่ HUAWEI M-Pencil ยิ่งเริด พร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดการทำงานข้ามดีไวซ์ให้ทุกงานไร้รอยต่อและสมบูรณ์แบบกว่าที่เคย มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/huawei-matepad-11-recommended-features-for-work/

เจาะลึกเทคโนโลยีสุดล้ำ “AEM” ก้าวใหม่ของนวัตกรรมตัดเสียงสำหรับหูฟังสไตล์ Open-fit

เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนภายนอก หรือ “Noise Cancellation” ในหูฟัง ถือเป็นฟีเจอร์สำคัญที่วงการเครื่องเสียงและแกดเจ็ตไอทีทั้งหลายใช้เป็นจุดขายมาเนิ่นนานหลายปี อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีตัดเสียงดังกล่าวยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มหูฟังในรูปแบบแบบอินเอียร์ (In-ear) แบบแนบหู (On-ear) และแบบครอบหู (Over-ear) เท่านั้น

เนื่องจากการดีไซน์หูฟังประเภทนี้ช่วยกันเสียงจากภายนอกได้ตั้งแต่วิธีการสวมใส่อยู่แล้ว ขณะเดียวกันหูฟังขนาดเล็กซึ่งเน้นให้สวมใส่สบายหูแบบ “Open-fit” ที่มีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนนั้นกลับหาได้ยากมากในตลาด อาจเพราะวิธีการสวมใส่ของหูฟังแบบนี้ไม่ได้กระชับกับใบหูขนาดนั้น ทำให้คนเข้าใจว่าการตัดเสียงนั้นอาจจะทำได้ไม่ดีนัก

หรือหากหูฟัง Open-fit รุ่นไหนที่ลงทุนใส่ฟีเจอร์ Noise Cancellation มาให้ก็อาจส่งมอบงานตัดเสียงได้ไม่ได้ดีถึงขั้นที่สายเล่นหูฟังน่าจะพึงพอใจ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้มันอาจจะไม่เป็นแบบนั้นอีกต่อไป เพราะการเข้ามาของเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมการตัดเสียงแบบ ANC อาจทำให้เราได้เห็นหูฟัง Open-fit มีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนที่คุณภาพสูงเทียบเท่ากับหูฟังสไตล์อื่นในอีกไม่ช้า

HUAWEI Freebuds 4

ยุคบุกเบิกเทคโนโลยีตัดเสียงในหูฟังแบบ Open-fit

อันที่จริงผลิตภัณฑ์หูฟังสไตล์ Open-fit ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ตัดเสียงอัตโนมัติยังถือเป็นของใหม่สำหรับวงการมากๆ เนื่องจากเมื่อ 2 ปีก่อนนี่เองที่แบรนด์ไอทีชั้นนำระดับโลกอย่าง “หัวเว่ย” ได้เปิดตัว HUAWEI FreeBuds 3 ซึ่งถือเป็นหูฟังแบบ Open-fit ที่มีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนตัวแรกของโลก โดยเน้นตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการหูฟังที่สวมใส่สบาย แต่ก็ยังอยากใช้ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้ได้ประสบการณ์การฟังเพลงหรือรับฟังความบันเทิงได้อย่างสุนทรีย์พร้อมกันไปด้วย

ทั้งนี้ ทีมวิศวกรของหัวเว่ยได้ออกแบบโหมด Noise Cancellation ในหูฟังแบบ Open-fit ด้วยการตั้งระดับของการปล่อยคลื่นเสียงเพื่อตัดเสียงภายนอกเอาไว้หลายแบบ ซึ่งผู้ใช้งานจำเป็นต้องปรับระดับการตัดเสียงด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้การตัดเสียงสำหรับการใช้งานของแต่ละคนนั้นเหมาะสมที่สุด

เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกอื่นๆ อีกมากที่ส่งผลต่อการตัดเสียง เช่น ลักษณะใบหูของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ความดังเบาของเสียงที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ความแน่นหรือหลวมในการใส่หูฟัง เป็นต้น ซึ่งสุดท้ายก็มักจะจบลงด้วยการที่เจ้าของหูฟังต้องมานั่งเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นเมื่ออยู่ในสถานที่ที่เสียงดัง และลดความดังเสียงเมื่อกลับมาอยู่ในสถานที่ปิด

ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นกับหูฟังแบบอื่นๆ เนื่องจากหูฟังแบบครอบหูหรืออุดหูจะช่วยกันเสียงภายนอกได้ระดับหนึ่งอยู่แล้ว แค่ตั้งระดับการตัดเสียงไว้เพียงแบบเดียวก็สามารถส่งมอบประสบการณ์การตัดเสียงรบกวนที่มีคุณภาพได้ดีพอแล้ว (แต่ก็ยังต้องแลกมาด้วยความอึดอัดเวลาสวมใส่) 

ความท้าทายของหูฟังแบบ Open-fit จึงเป็นเรื่องการพัฒนาหูฟังให้ทั้งใส่สบายและสามารถตัดเสียงได้ดีโดยไม่ยุ่งยากกับผู้ใช้งานเกินไป ข่าวดีก็คือเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดชื่อว่า “AEM” อาจจะเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้

“AEM” เทคโนโลยีใหม่ที่จะมาปฏิวัติระบบตัดเสียงในหูฟังแบบใส่สบาย

เทคโนโลยี AEM มีชื่อเต็มว่า “Adaptive Ear Matching” คือ เทคโนโลยีที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยเสริมฟีเจอร์ตัดเสียงแบบ ANC (Active Noise Cancellation) ให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หน้าที่คร่าวๆ ของ AEM คือการปรับระดับการตัดเสียงเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะใบหูและวิธีการสวมใส่ของผู้ใช้งานที่สุดโดยอัตโนมัติ ยกระดับคุณภาพงานตัดเสียงรบกวนบนหูฟังแบบ Open-fit ให้ดีจนแทบไม่ต่างจากหูฟังครอบหูระดับ Hi-Fi 

โดยหลักการทำงานพื้นฐานของ AEM คือตัวหูฟังจะปล่อยคลื่นเสียงเข้าไปในหูของผู้ใช้ก่อน หลังจากนั้นคลื่นเสียงดังกล่าวจะสะท้อนกลับเข้ามาสู่ไมโครโฟนในหูฟัง เพื่อให้ AI วิเคราะห์ลักษณะใบหูของเจ้าของว่ามีใบหูขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ รวมถึงวิเคราะห์ว่าผู้ใช้กำลังสวมใส่หูฟังกระชับแค่ไหน

จากนั้นตัวหูฟังจะปรับระดับเสียงเอฟเฟกต์สำหรับการตัดเสียงรบกวน (EQ) ให้เหมาะกับผู้ใช้งานคนนั้นตามสถานการณ์ขณะนั้น นั่นหมายความว่าหูฟังที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ AEM จะมีฟีเจอร์ Noise Cancellation ที่ได้รับการออกแบบให้เข้ากับผู้ใช้งานแต่ละคนโดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการส่งมอบคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งานรายนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่มีเสียงรบกวนแค่ไหนและมีลักษณะทางกายภาพหรือพฤติกรรมการใช้งานหูฟังอย่างไร ที่สำคัญยังช่วยตัดรำคาญเรื่องที่เจ้าของหูฟังต้องมานั่งปรับระดับเสียงใหม่ในทุกครั้งที่หยิบหูฟังขึ้นมาใช้ด้วย

ทำความรู้จักหูฟังน้องใหม่ “HUAWEI FreeBuds 4” ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ตัดเสียงปฏิวัติวงการ “AEM”

สำหรับหูฟังแบบ Open-fit ตัวล่าสุดที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี AEM ที่ว่านี้ก็คือ “HUAWEI FreeBuds 4” หูฟังไร้สาย สไตล์ Open-fit ซึ่งตัวหูฟังจะมาพร้อมกับฟีเจอร์เด่นอื่นๆ ที่จะช่วยดึงศักยภาพของเทคโนโลยี AEM ออกมาได้อย่างเต็มที่ ฟีเจอร์แรกคือระบบตัดเสียง ANC รุ่น 2.0 ที่ได้รับการอัปเกรดให้ส่งมอบงานตัดเสียงรบกวนได้ดีขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยสามารถตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุด 25 เดซิเบล โดยสามารถเปิดปิด ANC ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส เพียงแตะค้างที่ก้านหูฟังข้างใดข้างหนึ่ง

HUAWEI FreeBuds 4 ยังมาพร้อมไดรเวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่ 14.3 มิลลิเมตร ที่รองรับช่วงเสียงได้สูงถึง 40kHz ซึ่งถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการใช้ควบคู่กับเทคโนโลยี AEM เพราะไดรเวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่จะช่วยให้ได้เสียงดนตรีที่หนักแน่นคมชัดยิ่งขึ้น ส่งผลให้ตัวหูฟังสามารถส่งมอบประสบการณ์ตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ดีขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้แบตเตอรี่ของหูฟัง HUAWEI FreeBuds 4 ยังรองรับการใช้งานได้นานถึง 22 ชั่วโมง (พร้อมเคส) และใช้เวลาชาร์จเพียง 15 นาทีก็สามารถนำหูฟังไปใช้ได้นานถึงสองชั่วโมงครึ่ง ถือว่าเป็นโบนัสสำหรับสายเล่นหูฟังที่ไม่อยากเสียเวลารอชาร์จไฟแบบนานจนหลับ

ส่วนใครที่อยากลองนวัตกรรมตัดเสียงรบกวนแบบใหม่บนหูฟังแบบ Open-fit สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหูฟัง HUAWEI FreeBuds 4 ได้ที่นี่ หรือสั่งซื้อได้ที่ HUAWEI Online Store

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/insight-into-the-most-advanced-technology-aem/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=insight-into-the-most-advanced-technology-aem

Huawei P50 Pro เปิดตัวแซง Xiaomi Mi 11 Ultra ครองแชมป์กล้อง DXOMARK ที่ 144 คะแนน

หลัง Huawei P40+ เสียแชมป์กล้องมือถือที่ได้คะแนนทดสอบมากที่สุดบน DXOMARK ให้กับ Xiaomi Mi 11 Ultra หลัง Huawei P50 Pro เปิดตัวเมื่อวานนี้ แชมป์กล้อง DXOMARK ก็กลับมาเป็นของ Huawei อีกครั้ง ด้วยคะแนน 144 คะแนน (แซง Mi 11 Ultra มา 1 คะแนน)

No Description

โหมดภาพถ่ายของ P50 Pro ได้ 149 คะแนน เทียบกับ Mi 11 Ultra ที่ได้ 148 คะแนน ได้คะแนนมากกว่าเกือบทุกหมวด ยกเว้นเท็กซ์เจอร์กับการถ่ายภาพกลางคืนที่ได้คะแนนน้อยกว่าเล็กน้อย และมีส่วนที่คะแนนต่างกันมากสุดคือการพรีวิวภาพ ที่ P50 Pro ได้แค่ 54 คะแนน ส่วน Mi 11 Ultra ได้ 70 คะแนน

No DescriptionNo Description

โหมด Zoom ของ P50 Pro ชนะไปทั้งด้านเลนส์เทเลและเลนส์ไวด์ ที่คะแนน 107 เทียบกับ 100 คะแนนส่วนโหมดวิดีโอ แพ้แค่คะแนนด้านการลดนอยส์ ที่ P50 Pro ได้ 100 คะแนน ส่วน Mi 11 Ultra ได้ 104 คะแนน แต่หมวดอื่น P50 ชนะหมด และชนะคะแนนรวมด้านวิดีโอที่ 117 เทียบกับ 116 คะแนน

Huawei P50 Pro ถือว่าชนะ Mi 11 Ultra ไปแบบเฉียดฉิวในแทบทุกด้าน กลับมาทวงแชมป์กล้องมือถือที่ Huawei ขึ้นชื่ออีกครั้ง และกลับมาครอง 3 อันดับจาก 4 อันดับแรกได้อีกครั้ง หลังแบ่งให้ Xiaomi ครอง 2 จาก 4 อันดับแรกได้มาสักพัก

Huawei P50 Pro เตรียมวางจำหน่ายในประเทศจีน ช่วงเดือนกันยายนนี้ ราคาเริ่มต้น 5,988 หยวนหรือราว 30,500 บาท ส่วนในประเทศอื่นยังไม่กำหนดวันวางจำหน่าย

No Description

ที่มา – DXOMARK

from:https://www.blognone.com/node/123976

HUAWEI เปิดให้นำมือถือรุ่นเก่า ๆ ไปอัปเกรด ROM เพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลได้สูงสุด 512GB เริ่มต้นประมาณ 1,890 บาท

เก็บตกงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินค้าใหม่จาก HUAWEI เมื่อคืนนี้ นอกจากจะเป็นการเผยโฉมอุปกรณ์ที่เป็นไฮไลต์เด็ดประจำงานอย่าง P50 และ P50 Pro กันไปแล้ว ในช่วงท้ายบริษัทฯ ยังได้นำเสนอถึงโครงการใหม่ ที่จะเปิดให้ผู้ใช้งานมือถือ HUAWEI รุ่นเก่า ๆ ไปอัปเกรดเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลในส่วนของ ROM ได้สูงสุดถึง 512GB โดยมีค่าบริการเริ่มต้นเพียง 1,890 บาทเท่านั้น

เมื่อใช้งานสมาร์ทโฟนไปนาน ๆ ปริมาณข้อมูลที่เก็บเอาไว้ก็ย่อมต้องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นธรรมดา ซึ่งไม่ใช่ทุกรุ่นที่จะรองรับการใส่ microSD card เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล ทาง HUAWEI บอกว่า วิธีแก้ปัญหามีอยู่ 2 ทาง อย่างแรก คือ ไปใช้บริการ HUAWEI Cloud ที่จะเป็นการจัดเก็บข้อมูลขึ้นไปบนระบบคลาวด์ หรืออีกอย่างหนึ่ง คือ ส่งสมาร์ทโฟนไปอัปเกรด ROM ที่ศูนย์บริการหลังการขาย โดยจะมีให้เลือกตั้งแต่ 128, 256 และ 512GB

สมาร์ทโฟน HUAWEI กลุ่มแรกที่สามารถเข้าไปอัปเกรด ROM ได้ตั้งแต่ภายในเดือนนี้จะมีแค่ซีรีส์ P และ ซีรีส์ Mate เท่านั้น ส่วนซีรีส์ที่เหลืออื่น ๆ จะทยอยตามมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ไปจนถึงเดือนธันวาคมศกนี้

รายชื่อมือถือ HUAWEI ที่สามารถอัปเกรด ROM ได้

เดือนกรกฎาคม

  • HUAWEI Mate 9
  • HUAWEI Mate 9 Pro
  • HUAWEI Mate 10
  • HUAWEI Mate 10 Pro
  • HUAWEI Mate 10 PORSCHE DESIGN
  • HUAWEI Mate RS PORSCHE DESIGN
  • HUAWEI Mate 20
  • HUAWEI Mate 20 Pro
  • HUAWEI Mate 20 Pro UD
  • HUAWEI Mate 20X
  • HUAWEI Mate 20X 5G
  • HUAWEI Mate 30
  • HUAWEI Mate 30 5G
  • HUAWEI Mate 30 Pro
  • HUAWEI Mate 30 Pro 5G
  • HUAWEI P10
  • HUAWEI P10 Plus
  • HUAWEI P20
  • HUAWEI P20 Pro
  • HUAWEI P30
  • HUAWEI P30 Pro

เดือนสิงหาคม – เดือนธันวาคม

  • HUAWEI nova 2s
  • HUAWEI nova 3
  • HUAWEI nova 3i
  • HUAWEI nova 4
  • HUAWEI nova 5
  • HUAWEI nova 5 Pro
  • HUAWEI nova 5z
  • HUAWEI nova 5i
  • HUAWEI nova 5i Pro
  • HUAWEI nova 6
  • HUAWEI nova 6 5G
  • HUAWEI nova 6 SE
  • HUAWEI nova 7 5G
  • HUAWEI nova 7 Pro 5G
  • HUAWEI nova 7 SE 5G
  • HUAWEI nova 7 SE 5G Youth
  • HUAWEI enjoy 10
  • HUAWEI enjoy 10 Plus
  • HUAWEI enjoy 10S

โครงการอัปเกรด ROM นี้ เบื้องต้น HUAWEI เปิดให้บริการเฉพาะในจีน ยังไม่มีการเอ่ยถึงแผนการขยายบริการไปสู่ภูมิภาคอื่นแต่อย่างใดครับ

from:https://droidsans.com/huawei-announce-rom-upgrade-program-china/

หัวเว่ยคัมแบ็ควงการแท็บเล็ต อวดโฉมน้องใหม่ HUAWEI MatePad 11 แท็บเล็ตตัวแรกของหัวเว่ยที่มาพร้อมค่ารีเฟรซถึง 120 Hz ดีไวซ์สุดสมาร์ทเพื่อการทำงานสไตล์ Work from home

ไม่มีการเว้นช่วงกันให้รอนาน เมื่อหัวเว่ยได้เปิดตัว HUAWEI MatePad 11 ไปเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 เห็นได้ชัดเลยว่าในปีนี้ คนรักชีวิตสุดล้ำที่หลากหลายกิจกรรมสามารถทำได้บนแท็บเล็ตจะได้มีอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เข้ากับไลฟ์สไตล์ตัวเองมาอีก 1 รุ่น เพราะ HUAWEI MatePad 11 มาพร้อมกับฟีเจอร์มากมายที่ตอบโจทย์ชีวิตแบบ Work Hard Play Harder ให้ใช้ชีวิตกันแบบจุใจ ไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆ จะ WFH หรือ Work From Anyway ก็ใช่และโดนใจสุดๆ เพราะเป็นแท็บเล็ตรุ่นแรกของหัวเว่ยที่มีจอรีเฟรชเรทสูงถึง 120 Hz!

อีกทั้งยังให้ประสบการณ์การใช้งานเหมือนคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่คล่องตัว หยิบไปใช้งานได้ทุกที่ทุกสถานการณ์ด้วยฟีเจอร์และสเปกที่ทรงพลังตลอดจนการรองรับอุปกรณ์เสริมที่ยิ่งช่วยอำนวยความสะดวกสบายแบบขีดสุด นอกจากประสบการณ์การใช้งานที่เหมือนใช้อยู่บน PC แล้ว หน้าจอ 120 Hz แบบนี้จะต้องโดนใจทั้งสายทำงาน สายอาร์ต และสายบันเทิงแบบจุกๆ แน่นอน มาดูเหตุผลกันดีกว่าว่าแท็บเล็ตจากหัวเว่ยรุ่นนี้ที่ว่ามาด้วยหน้าจอรีเฟรชสูงปรี๊ด มันดี มันโดน และควรมียังไง!

No Description

จุกที่ 1: ลาก่อนความแล็ก บนหน้าจอใหญ่ 10.95 นิ้ว อัตรารีเฟรชสูง 120 Hz ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล

No Description

HUAWEI MatePad 11 จัดเต็มกับคุณสมบัติหน้าจอมาให้แบบไม่กั๊ก เริ่มกันที่ขนาดหน้าจอใหญ่เต็มตาขนาด 10.95 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1600 อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสี DCI-P3 ที่ให้มิติสมจริงเหมือนตาเห็น ภาพคมชัดแบบถึงในอารมณ์ในทุกรายละเอียด แถมยังเหนือชั้นยิ่งกว่าที่เคยมีมาด้วยอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูงถึง 120 Hz เรียกได้ว่าบอกลาความหน่วงของภาพไปได้เลยเพราะใช้งานแบบไหนก็ลื่นไหล จะทำงาน เปิดไฟล์เอกสาร อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ก็ไม่มีปัญหา

อีกทั้งยังมาด้วยหน้าจอประเภท IPS ที่แสดงผลภาพในรูปแบบกราฟิกต่างๆ ได้ละเอียดอัดแน่นด้วยคุณภาพความคมชัดถึงใจ ทำให้ผู้ใช้งานเต็มอิ่มไปกับการแสดงผลที่เหนือระดับ ไม่ว่าจะทำงานทั่วไป หาแรงบันดาลใจเมื่อต้องทำงานอาร์ต หรือแม้แต่อ่านเอกสารหรือไฟล์รีพอร์ตก็ทั้งเพลินตาและแฮปปี้ ยิ่งไปกว่านั้น HUAWEI MatePad 11 ยังพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบายเสมือนมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัวเป็นอุปกรณ์คู่กายติดตัวไปได้ทุกที่

จุกที่ 2: รองรับจินตนาการกว้างไกล ทำงานสบายไร้สะดุดผ่าน HUAWEI M-Pencil (2nd generation)

No Description

โดนใจคนวัยทำงานกันอย่างต่อเนื่องกับอุปกรณ์เสริมล้ำๆ ที่ให้มาคู่กันเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการใช้งาน HUAWEI MatePad 11 ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น อย่าง HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ที่จะมาเปลี่ยนโฉมชีวิตการทำงานของมนุษย์เงินเดือนยุคใหม่ให้ง่ายดายยิ่งขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ กับเซ็นเซอร์วัดแรงกดและความเอียงถึง 4,096 ระดับ ที่จับทิศทางการเขียนได้ด้วยระยะเวลาเพียง 2ms. ตอบสนองต่อการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเขียน การวาด หรือการสเก็ตช์ภาพ ได้อย่างชาญฉลาดและฉับไวเสมือนใช้ปากกาบนหน้ากระดาษจริงๆ โดยเมื่อใช้งานคู่กับแท็บเล็ต HUAWEI MatePad 11 ที่มาพร้อมอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูง 120 Hz ก็ยิ่งทวีความราบรื่น ลื่นไหล ไร้สะดุดได้อย่างเต็มรูปแบบ

แถมยังไร้ปัญหาความหน่วงให้จุกจิกกวนใจ เพราะการใช้งาน HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ร่วมกับแท็บเล็ตที่มีอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูงจะช่วยเสริมการทำงานของ Stylus ได้อย่างน่าประทับใจ เติมเต็มความครบเครื่องอีกต่อด้วยฟังก์ชันพิเศษสำหรับเปลี่ยนอุปกรณ์วาดเขียนไปมาด้วยการแตะเพียงสองครั้ง (Double-tap) และฟังก์ชัน Free Script ใหม่ ช่วยเนรมิตลายนิ้วมือเป็นตัวพิมพ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ทั้งในช่องการค้นหาผ่านเบราว์เซอร์ หรือการจดบันทึกในแอปพลิเคชัน HUAWEI Notepad, Jnotes, touchnotes, WeNote และ Noteshelf รวมทั้งแอปฯ โซเชียลอย่าง Line หรือ Facebook Messenger ที่สามารถรองรับภาษาไทยได้หากตั้งค่า

ความสนุกยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ เพราะยังสามารถเสริมความคล่องตัวทันใจในการสเก็ตช์ด้วยฟีเจอร์ Instant Shape ผู้ช่วยแกะลายมือเบอร์หนึ่งที่สามารถเสกรูปทรงเลขาคณิต เส้นตรง ตาราง ที่วาดด้วยลายมือให้เป็นรูปทรงมาตรฐานได้เนี้ยบในชั่วพริบตา จัดเต็มขนาดนี้คงต้องเทใจให้แบบหมดหน้าตัก

จุกที่ 3: เหนื่อยนักก็พักก่อน เล่นให้สุดมัน ด้วยความบันเทิงบนจอ 120 Hz

No Description

สำหรับเกมเมอร์แล้วนั้น ความลื่นไหล กราฟิกแน่น เรียกได้ว่าต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะความหน่วงหรือรายละเอียดที่ไม่ชัดเจนเกิดขึ้นไม่ได้ในโลกที่ต้องเอาชนะคู่แข่งออนไลน์ HUAWEI MatePad 11 มีหน้าจอที่อัตราการรีเฟรชสูงถึง 120 Hz ให้ผู้ใช้ดื่มด่ำกับเกมและวิดีโอได้ต่อเนื่อง โดยไม่สะดุด ไม่ว่าจะเป็นเกมยิงปืนที่คุณชื่นชอบหรือหากอยากพักผ่อนสมองด้วยการเสพย์คอนเทนต์ ดูรายการเรียลลิตี้ ก็จะสังเกตเห็นว่าการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนภาพดูนุ่มนวลขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นระบบควบคุมแบบสัมผัสบนหน้าจอยังตอบสนองได้ดีขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเหล่าเกมเมอร์ ยังสามารถเอ็นจอยแต่ละเกมโปรดได้เต็มโสตสัมผัสกว่าเดิมเพราะมาด้วยลำโพงคุณภาพ 4 ตัวแบบ Quad-Speaker และระบบเสียง Quad-Channel ปรับแต่งโดยแบรนด์ชั้นนำระดับโลก harman/kardon ไม่ว่าจะใช้เล่นเกมหรือทำงานก็ได้คุณภาพเสียงอัดแน่นในทุกมิติ และสำหรับเกมเมอร์สายสตรีมมิ่งก็ยิ่งถูกใจด้วยไมโครโฟนที่ติดตั้งภายในตัวเครื่อง 4 ตัว จับเสียงได้แม่นยำ พร้อมเทคโนโลยี AI ลดเสียงรบกวนรอบด้านเสริมความเป็นมืออาชีพให้ผู้ใช้งานได้อีกเท่าตัว

แม้ต้องใช้งานนานๆ ก็ไม่หวั่นเพราะมาด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7,250 mAh พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ Frame Rate Adaptation ทำให้ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน ไม่ว่าจะเล่นวิดีโอ 1080p ก็ทำได้ต่อเนื่องนานถึง 12 ชั่วโมง หรือท่องเว็บติดต่อกันได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง ถือเป็นความผ่อนคลายและความจัดเต็มแบบครบทุกมิติที่ลงตัวที่สุดบน HUAWEI MatePad 11 แน่นอนว่าเล่นเกมมากก็อาจไม่ดีต่อสายตาเหมือนที่ผู้ใหญ่เขาบอกมาตั้งแต่เด็ก แต่เทคโนโลยีสมัยนี้เขารู้ทัน HUAWEI MatePad 11 เลยมาพร้อมเทคโนโลยีลดแสงสีฟ้าและการกระพริบ รับรองโดยสถาบันระดับโลก TÜV Rheinland ช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพดวงตาทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว บอกเลยว่าคุณสมบัตินี้ ถูกใจเกมเมอร์สายมาราธอนแน่นอน

No Description

ในส่วนของความครบครันของแอปพลิเคชันหมวดหมู่ต่างๆ บนแท็บเล็ตของหัวเว่ย ต้องบอกเลยว่า HUAWEI AppGallery พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งจริงๆ เพราะพร้อมด้วยหลากหลายเกมฮิตไม่ว่าจะเป็น Free Fire, Lords Mobile, World of Tanks, Clash of Kings, Honkai Impact 3, Rise of Kingdoms และ Asphalt 9 ก็เล่นกันให้เพลินลืมวันลืมคืนจนกว่าจะอิ่มอรรถรถความลื่นไหลราบรื่นของภาพบนจอแท็บเล็ต HUAWEI MatePad 11

หากอยากใช้งานแอปฯ ในหมวดอื่นๆ ก็มีให้เลือกมากมายละลานตา ไม่ว่าจะแอปฯ แชทที่คนไทยชอบใช้กันอย่าง Line และ Facebook Messenger หรือ แอปฯ สายเอนเตอร์เทนอย่าง Line TV, VIU, WeTV, HUAWEI VDO หรือ Monomax ก็ให้เลือกใช้ได้ตามความชอบ

พักผ่อนเต็มที่แล้วอยากวาร์ปไปลุยงานต่อก็มีแอปฯ ดีๆ ช่วยทำงานมากมายอย่าง WPS, Noteshelf, HUAWEI Notepad, และ Thai Fast Dictionary และถ้าเกิดว่างานที่ทำ ดันต้องมีทำวิดีโอพรีเซนงานก็อย่าได้กังวลไปเพราะมี FilmoraGo HD ซะอย่าง บอกเลยว่าแอปฯ ดังกล่าวเหล่านี้สามารถดาวน์โหลดได้ที่ HUAWEI AppGallery

No Description

ถ้าอยากสัมผัสความฉับไว ลื่นไหล ไร้รอยต่อของ HUAWEI MatePad 11 รีบไปสั่งซื้อกันได้แล้วที่ https://bit.ly/3itzCNq ในราคาค่าตัวที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม 15,990 บาทเท่านั้น สำหรับสี Isle Blue และ ราคา 19,990 บาท สำหรับสี Matte Grey ที่มาพร้อม HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ในกล่อง

พิเศษอีกต่อสำหรับโปรคุ้มๆ เมื่อซื้อ HUAWEI MatePad 11 สี Isle Blue รับไปเลยของสมนาคุณแบบจุกๆ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard พร้อมสิทธิพิเศษจากแอปฯ ต่างๆ ได้แก่ HUAWEI Cloud 1 เดือน (50GB), HUAWEI Video VIP 1 เดือน, WPS Office VIP 3 เดือน และ FilmoraGo HD VIP 3 เดือน รวมมูลค่าของสมนาคุณ 6,173 บาท

เมื่อซื้อ HUAWEI MatePad 11 สี Matte Grey รับไปเลยให้จุใจกับทัพของสมนาคุณมูลค่ารวม 9,172 บาท ได้แก่ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard, HUAWEI Freelace Pro และสิทธิพิเศษจากแอปฯ ต่างๆ ได้แก่ HUAWEI Cloud 1 เดือน (50GB), HUAWEI Video VIP 1 เดือน, WPS Office VIP 3 เดือน และ FilmoraGo HD VIP 3 เดือน เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2564 นี้เท่านั้น

สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่ HUAWEI Store, HUAWEI Experience Store, ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และร้านค้าอย่างเป็นทางการของหัวเว่ยบนแพลตฟอร์ม E-Commerce อย่าง JD Central, Lazada และ Shopee

ติดตามรายละเอียดโปรโมชันอื่นๆ ได้ทาง เฟซบุ๊กเพจ Huawei Mobile TH ดูรายละเอียดเงื่อนไขโปรโมชันพรีออเดอร์เพิ่มเติมที่นี่ หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ได้ ตามรายละเอียดดังนี้

Website: http://consumer.huawei.com/th
Facebook: http://www.facebook.com/HuaweiMobileTH
Instagram: Huawei.TH
LINE: HuaweiMobileThailand

หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

from:https://www.blognone.com/node/123959

HUAWEI คืนบัลลังก์ ! ส่ง P50 Pro ขึ้นอันดับ 1 สมาร์ทโฟนกล้องเทพจาก DXOMARK โหดทั้งกล้องอัลตร้าไวด์และเทเลโฟโต้

หลังจาก Mate 40 Pro+ อดีตแชมป์สมาร์ทโฟนกล้องเทพที่ทดสอบและจัดอันดับโดย DXOMARK เมื่อเดือนธันวาคม 2563 ถูก Mi 11 Ultra ของ Xiaomi ปาดหน้าแย่งอันดับที่ 1 ไปครองในเดือนมีนาคม 2564 ล่าสุด HUAWEI กลับมาทวงบัลลังก์คืนอีกครั้งโดย P50 Pro ที่พึ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อคืนนี้ ทำคะแนนในหมวดหมู่ย่อยสูงสุดเป็นสถิติใหม่หลายรายการ โดดเด่นทั้งกล้องอัลตร้าไวด์และเทเลโฟโต้

สเปคกล้อง HUAWEI P50 Pro

  • กล้องหลัก 50MP (เอาต์พุต 12.5MP)
    – ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 23 มม.
    – รูรับแสง f/1.8
    – ระบบกันสั่น OIS
  • กล้องอัลตร้าไวด์ 13MP
    – ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 13 มม.
    – รูรับแสง f/2.2
  • กล้องเทเลโฟโต้ 64MP (เอาต์พุต 16MP)
    – ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 90 มม.
    – รูรับแสง f/3.5
    – ระบบกันสั่น OIS
  • กล้องโมโนโครม 40MP (เอาต์พุต 10MP)
    – ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 26 มม.
    – รูรับแสง f/1.6
  • บันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K
    – ถ่ายด้วยความละเอียด 2160p ที่ 30 เฟรมต่อวินาทีในการทดสอบ

ผลทดสอบการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ

P50 Pro สามารถทำคะแนนรวมไปได้ทั้งสิ้น 144 แต้ม แบ่งเป็น คะแนนภาพนิ่ง 149 แต้ม คะแนนซูม 107 แต้ม และคะแนนวิดีโอ 116 แต้ม คะแนนรวมเฉือน Mi 11 Ultra ไปเพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น เรียกได้ว่า เฉือนเอาชนะมาแบบฉิวเฉียดสุด ๆ

P50 Pro ทำคะแนนสูงที่สุดเป็นสถิติใหม่ได้ 9 จากทั้งหมด 18 หมวดหมู่ย่อย หรือคิดเป็น 50% เลยทีเดียว โดยมีรายการดังต่อไปนี้

ภาพนิ่ง

  • ความสว่างและคอนทราสต์ – 111 แต้ม
  • สีสัน – 106 แต้ม
  • นอยส์ – 99 แต้ม
  • โบเก้ – 80 แต้ม

ซูม

  • ภาพมุมกว้าง – 57 แต้ม
  • ภาพเทเลโฟโต้ – 140 แต้ม


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องอัลตร้าไวด์ HUAWEI P50 Pro

วิดีโอ

  • ความสว่างและคอนทราสต์ – 103 แต้ม
  • ระบบโฟกัสอัตโนมัติ – 108 แต้ม
  • ระบบกันสั่น – 102 แต้ม

DXOMARK กล่าวว่า P50 Pro สามารถถ่ายภาพออกมาได้ดีในแทบทุกสภาวะแสง ซึ่งจะเห็นได้จากคะแนนในหัวข้อภาพนิ่งที่สูงที่สุดหรือเกือบที่สุดแทบทุกอย่าง หากจะมีเรื่องนี้คงมีอยู่ข้อเดียว คือ ภาพพรีวิวบนหน้าจอขณะก่อนถ่ายกับภาพจริงหลังจากที่ถ่ายออกมานั้นไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาพแสงที่มีคอนทราสต์จัด ๆ จะยิ่งเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้นไปอีก


HUAWEI P50 Pro ถ่ายภาพได้ดีในทุกสภาพแสง

แม้ว่า คะแนนในหัวข้อวิดีโอโดยรวมของ P50 Pro จะไม่ได้สูงที่สุด เนื่องจากให้รายละเอียดพื้นผิวของวัตถุและจัดการกับนอยส์ได้ไม่ดีนัก แต่ในภาพรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดูน่าประทับใจอยู่ดี

จุดเด่น

  • มีปริมาณนอยส์ต่ำและไดนามิกเรนจ์กว้างในทุกสภาพแสง ทั้งกล้องหลังและกล้องอัลตร้าไวด์
  • ไวต์บาลานซ์เที่ยงตรงและเป็นธรรมชาติ
  • การซูมที่ระยะกลางไปจนถึงระยะไกลในสภาพแสงกลางแจ้งและในร่มให้รายละเอียดที่ดี
  • จัดการกับความสว่างได้ดีในการถ่ายวิดีโอ และมีไดนามิกเรนจ์กว้างด้วย
  • การเปลี่ยนแปลงของไวต์บาลานซ์ในการถ่ายวิดีโอสามารถทำได้อย่างนุ่มนวล และระบบโฟกัสอัตโนมัติทำงานได้เสถียร
  • การถ่ายวิดีโอมีรายละเอียดที่ดีในสภาพแสงกลางแจ้งและในร่ม
  • ประสิทธิภาพของระบบกันสั่นเชื่อถือได้ในการถ่ายวิดีโอ

จุดสังเกต

  • เนื่องจากมีระยะชัดตื้นที่ค่อนข้างแคบ วัตถุที่ไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกันอาจหลุดออกนอกระยะโฟกัสได้
  • โฟกัสไม่เข้าเป้าเป็นบางครั้งในสภาวะแสงน้อย
  • ภาพพรีวิวก่อนและหลังถ่ายภาพไม่ค่อยจะเหมือนกันสักเท่าไหร่ ดูบนหน้าจอเป็นอีกอย่างหนึ่ง พอถ่ายออกมากลายเป็นอีกอย่างหนึ่ง
  • มีนอยส์ปรากฏในวิดีโอหากถ่ายในสภาวะแสงน้อย
  • บางครั้งในการถ่ายวิดีโอจะเจอปัญหาเกี่ยวกับไวต์บาลานซ์เพี้ยนและระดับความสว่างที่ไม่สม่ำเสมอ

ดูเพิ่มเติม : DXOMARK

from:https://droidsans.com/huawei-p50-pro-dxomark-camera-review/

HUAWEI MatePad 11 แท็บเล็ตตัวแรกของหัวเว่ยที่มาพร้อมค่ารีเฟรซถึง 120 Hz ดีไวซ์สุดสมาร์ทเพื่อการทำงานสไตล์ Work from home

ไม่มีการเว้นช่วงกันให้รอนาน เมื่อหัวเว่ยได้เปิดตัว HUAWEI MatePad 11 ไปเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 เห็นได้ชัดเลยว่าในปีนี้ คนรักชีวิตสุดล้ำที่หลากหลายกิจกรรมสามารถทำได้บนแท็บเล็ตจะได้มีอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เข้ากับไลฟ์สไตล์ตัวเองมาอีก 1 รุ่น

เพราะ HUAWEI MatePad 11 มาพร้อมกับฟีเจอร์มากมายที่ตอบโจทย์ชีวิตแบบ Work Hard Play Harder ให้ใช้ชีวิตกันแบบจุใจ ไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆ จะ WFH หรือ Work From Anyway ก็ใช่และโดนใจสุดๆ เพราะเป็นแท็บเล็ตรุ่นแรกของหัวเว่ยที่มีจอรีเฟรชเรทสูงถึง 120 Hz!

อีกทั้งยังให้ประสบการณ์การใช้งานเหมือนคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่คล่องตัว หยิบไปใช้งานได้ทุกที่ทุกสถานการณ์ด้วยฟีเจอร์และสเปกที่ทรงพลังตลอดจนการรองรับอุปกรณ์เสริมที่ยิ่งช่วยอำนวยความสะดวกสบายแบบขีดสุด

นอกจากประสบการณ์การใช้งานที่เหมือนใช้อยู่บน PC แล้ว หน้าจอ 120 Hz แบบนี้จะต้องโดนใจทั้งสายทำงาน สายอาร์ต และสายบันเทิงแบบจุกๆ แน่นอน มาดูเหตุผลกันดีกว่าว่าแท็บเล็ตจากหัวเว่ยรุ่นนี้ที่ว่ามาด้วยหน้าจอรีเฟรชสูงปรี๊ด มันดี มันโดน และควรมียังไง!

จุกที่ 1: ลาก่อนความแล็ก บนหน้าจอใหญ่ 10.95 นิ้ว อัตรารีเฟรชสูง 120 Hz ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล

HUAWEI MatePad 11

HUAWEI MatePad 11 จัดเต็มกับคุณสมบัติหน้าจอมาให้แบบไม่กั๊ก เริ่มกันที่ขนาดหน้าจอใหญ่เต็มตาขนาด 10.95 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1600 อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสี DCI-P3 ที่ให้มิติสมจริงเหมือนตาเห็น ภาพคมชัดแบบถึงในอารมณ์ในทุกรายละเอียด แถมยังเหนือชั้นยิ่งกว่าที่เคยมีมาด้วยอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูงถึง 120 Hz 

เรียกได้ว่าบอกลาความหน่วงของภาพไปได้เลยเพราะใช้งานแบบไหนก็ลื่นไหล จะทำงาน เปิดไฟล์เอกสาร อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ก็ไม่มีปัญหา อีกทั้งยังมาด้วยหน้าจอประเภท IPS ที่แสดงผลภาพในรูปแบบกราฟิกต่างๆ ได้ละเอียดอัดแน่นด้วยคุณภาพความคมชัดถึงใจ

ทำให้ผู้ใช้งานเต็มอิ่มไปกับการแสดงผลที่เหนือระดับ ไม่ว่าจะทำงานทั่วไป หาแรงบันดาลใจเมื่อต้องทำงานอาร์ต หรือแม้แต่อ่านเอกสารหรือไฟล์รีพอร์ตก็ทั้งเพลินตาและแฮปปี้ ยิ่งไปกว่านั้น HUAWEI MatePad 11 ยังพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบายเสมือนมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัวเป็นอุปกรณ์คู่กายติดตัวไปได้ทุกที่

จุกที่ 2: รองรับจินตนาการกว้างไกล ทำงานสบายไร้สะดุดผ่าน HUAWEI M-Pencil (2nd generation) 

โดนใจคนวัยทำงานกันอย่างต่อเนื่องกับอุปกรณ์เสริมล้ำๆ ที่ให้มาคู่กันเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการใช้งาน HUAWEI MatePad 11 ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น อย่าง HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ที่จะมาเปลี่ยนโฉมชีวิตการทำงานของมนุษย์เงินเดือนยุคใหม่ให้ง่ายดายยิ่งขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ กับเซ็นเซอร์วัดแรงกดและความเอียงถึง 4,096 ระดับ ที่จับทิศทางการเขียนได้ด้วยระยะเวลาเพียง 2 ms. ตอบสนองต่อการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเขียน การวาด หรือการสเก็ตช์ภาพ ได้อย่างชาญฉลาดและฉับไวเสมือนใช้ปากกาบนหน้ากระดาษจริงๆ

โดยเมื่อใช้งานคู่กับแท็บเล็ต HUAWEI MatePad 11 ที่มาพร้อมอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูง 120 Hz ก็ยิ่งทวีความราบรื่น ลื่นไหล ไร้สะดุดได้อย่างเต็มรูปแบบ ไร้ปัญหาความหน่วงให้จุกจิกกวนใจ เพราะการใช้งาน HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ร่วมกับแท็บเล็ตที่มีอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูงจะช่วยเสริมการทำงานของ Stylus ได้อย่างน่าประทับใจ

เติมเต็มความครบเครื่องอีกต่อด้วยฟังก์ชันพิเศษสำหรับเปลี่ยนอุปกรณ์วาดเขียนไปมาด้วยการแตะเพียงสองครั้ง (Double-tap) และฟังก์ชัน Free Script ใหม่ ช่วยเนรมิตลายนิ้วมือเป็นตัวพิมพ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ทั้งในช่องการค้นหาผ่านเบราว์เซอร์ หรือการจดบันทึกในแอปพลิเคชัน HUAWEI Notepad, Jnotes, touchnotes, WeNote และ Noteshelf รวมทั้งแอปฯ โซเชียลอย่าง Line หรือ Facebook Messenger ที่สามารถรองรับภาษาไทยได้หากตั้งค่า

ความสนุกยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ เพราะยังสามารถเสริมความคล่องตัวทันใจในการสเก็ตช์ด้วยฟีเจอร์ Instant Shape ผู้ช่วยแกะลายมือเบอร์หนึ่งที่สามารถเสกรูปทรงเลขาคณิต เส้นตรง ตาราง ที่วาดด้วยลายมือให้เป็นรูปทรงมาตรฐานได้เนี้ยบในชั่วพริบตา จัดเต็มขนาดนี้คงต้องเทใจให้แบบหมดหน้าตัก

จุกที่ 3: เหนื่อยนักก็พักก่อน เล่นให้สุดมัน ด้วยความบันเทิงบนจอ 120 Hz

สำหรับเกมเมอร์แล้วนั้น ความลื่นไหล กราฟิกแน่น เรียกได้ว่าต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะความหน่วงหรือรายละเอียดที่ไม่ชัดเจนเกิดขึ้นไม่ได้ในโลกที่ต้องเอาชนะคู่แข่งออนไลน์ HUAWEI MatePad 11 มีหน้าจอที่อัตราการรีเฟรชสูงถึง 120 Hz ให้ผู้ใช้ดื่มด่ำกับเกมและวิดีโอได้ต่อเนื่อง โดยไม่สะดุด ไม่ว่าจะเป็นเกมยิงปืนที่คุณชื่นชอบหรือหากอยากพักผ่อนสมองด้วยการเสพย์คอนเทนต์ ดูรายการเรียลลิตี้ ก็จะสังเกตเห็นว่าการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนภาพดูนุ่มนวลขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นระบบควบคุมแบบสัมผัสบนหน้าจอยังตอบสนองได้ดีขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเหล่าเกมเมอร์ ยังสามารถเอ็นจอยแต่ละเกมโปรดได้เต็มโสตสัมผัสกว่าเดิมเพราะมาด้วยลำโพงคุณภาพ 4 ตัวแบบ Quad-Speaker และระบบเสียง Quad-Channel ปรับแต่งโดยแบรนด์ชั้นนำระดับโลก harman/kardon ไม่ว่าจะใช้เล่นเกมหรือทำงานก็ได้คุณภาพเสียงอัดแน่นในทุกมิติ

และสำหรับเกมเมอร์สายสตรีมมิ่งก็ยิ่งถูกใจด้วยไมโครโฟนที่ติดตั้งภายในตัวเครื่อง 4 ตัว จับเสียงได้แม่นยำ พร้อมเทคโนโลยี AI ลดเสียงรบกวนรอบด้านเสริมความเป็นมืออาชีพให้ผู้ใช้งานได้อีกเท่าตัว และหากว่าต้องใช้งานนานๆ ก็ไม่หวั่นเพราะมาด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7,250 mAh 

พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ Frame Rate Adaptation ทำให้ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน ไม่ว่าจะเล่นวิดีโอ 1080p ก็ทำได้ต่อเนื่องนานถึง 12 ชั่วโมง หรือท่องเว็บติดต่อกันได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง ถือเป็นความผ่อนคลายและความจัดเต็มแบบครบทุกมิติที่ลงตัวที่สุดบน HUAWEI MatePad 11 แน่นอนว่าเล่นเกมมากก็อาจไม่ดีต่อสายตาเหมือนที่ผู้ใหญ่เขาบอกมาตั้งแต่เด็ก

แต่เทคโนโลยีสมัยนี้เขารู้ทัน HUAWEI MatePad 11 เลยมาพร้อมเทคโนโลยีลดแสงสีฟ้าและการกระพริบ รับรองโดยสถาบันระดับโลก TÜV Rheinland ช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพดวงตาทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว บอกเลยว่าคุณสมบัตินี้ ถูกใจเกมเมอร์สายมาราธอนแน่นอน 

ในส่วนของความครบครันของแอปพลิเคชันหมวดหมู่ต่างๆ บนแท็บเล็ตของหัวเว่ย ต้องบอกเลยว่า HUAWEI AppGallery พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งจริงๆ เพราะพร้อมด้วยหลากหลายเกมฮิตไม่ว่าจะเป็น Free Fire, Lords Mobile, World of Tanks, Clash of Kings, Honkai Impact 3, Rise of Kingdoms และ Asphalt 9 ก็เล่นกันให้เพลินลืมวันลืมคืนจนกว่าจะอิ่มอรรถรถความลื่นไหลราบรื่นของภาพบนจอแท็บเล็ต HUAWEI MatePad 11 

และหากอยากใช้งานแอปฯ ในหมวดอื่นๆ ก็มีให้เลือกมากมายละลานตา ไม่ว่าจะแอปฯ แชทที่คนไทยชอบใช้กันอย่าง Line และ Facebook Messenger หรือ แอปฯ สายเอนเตอร์เทนอย่าง Line TV, VIU, WeTV, HUAWEI VDO หรือ Monomax ก็ให้เลือกใช้ได้ตามความชอบ

และหากว่าพักผ่อนเต็มที่แล้วอยากวาร์ปไปลุยงานต่อก็มีแอปฯ ดีๆ ช่วยทำงานมากมายอย่าง WPS, Noteshelf, HUAWEI Notepad, และ Thai Fast Dictionary และถ้าเกิดว่างานที่ทำ ดันต้องมีทำวิดีโอพรีเซนงานก็อย่าได้กังวลไปเพราะมี FilmoraGo HD ซะอย่าง บอกเลยว่าแอปฯ ดังกล่าวเหล่านี้สามารถดาวน์โหลดได้ที่ HUAWEI AppGallery

ถ้าอยากสัมผัสความฉับไว ลื่นไหล ไร้รอยต่อของ HUAWEI MatePad 11 รีบไปสั่งซื้อกันได้แล้วที่นี่ ในราคาค่าตัวที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม 15,990 บาทเท่านั้น สำหรับสี Isle Blue และ ราคา 19,990 บาท สำหรับสี Matte Grey ที่มาพร้อม HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ในกล่อง

และพิเศษอีกต่อสำหรับโปรคุ้มๆ เมื่อซื้อ HUAWEI MatePad 11 สี Isle Blue รับไปเลยของสมนาคุณแบบจุกๆ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard พร้อมสิทธิพิเศษจากแอปฯ ต่างๆ ได้แก่ HUAWEI Cloud 1 เดือน (50GB), HUAWEI Video VIP 1 เดือน, WPS Office VIP 3 เดือน และ FilmoraGo HD VIP 3 เดือน รวมมูลค่าของสมนาคุณ 6,173 บาท

และเมื่อซื้อ HUAWEI MatePad 11 สี Matte Grey รับไปเลยให้จุใจกับทัพของสมนาคุณมูลค่ารวม 9,172 บาท ได้แก่ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard, HUAWEI FreeLace Pro 

และสิทธิพิเศษจากแอปฯ ต่างๆ ได้แก่ HUAWEI Cloud 1 เดือน (50GB), HUAWEI Video VIP 1 เดือน, WPS Office VIP 3 เดือน และ FilmoraGo HD VIP 3 เดือน เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2564 เท่านั้น

โดยสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่ HUAWEI Store, HUAWEI Experience Store, ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และร้านค้าอย่างเป็นทางการของหัวเว่ยบนแพลตฟอร์ม E-Commerce อย่าง JD Central, Lazada และ Shopee


สามารถติดตามรายละเอียดโปรโมชันอื่นๆ ได้ทาง เฟซบุ๊กเพจ Huawei Mobile TH 

รายละเอียดเงื่อนไขโปรโมชันพรีออเดอร์เพิ่มเติมที่นี่

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ได้ที่:     

Website: http://consumer.huawei.com/th

Facebook: http://www.facebook.com/HuaweiMobileTH

Instagram: Huawei.TH

LINE: HuaweiMobileThailand

หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/huawei-matepad-11-huaweis-first-tablet-with-120-hz-refresh/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=huawei-matepad-11-huaweis-first-tablet-with-120-hz-refresh

เปิดตัว HUAWEI P50 | P50 Pro เรือธงชิป Snapdragon 888 พร้อมกล้องเทพเลนส์ LEICA ซูมโหดสูงสุด 200x

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เปิดตัวกันซะที สำหรับมือถือเรือธงกล้องเทพรุ่นล่าสุด HUAWEI P50 Series ที่คราวนี้มาด้วยกัน 2 รุ่นคือ HUAWEI P50 และ HUAWEI P50 Pro ทั้งคู่มากับสเปคระดับเรือธงด้วยชิปตัวแรงอย่าง Snapdragon 888 และกล้องหลังที่ยังคงพัฒนากับแบรนด์กล้องคู่บุญ LEICA อยู่เช่นเคย โดยรุ่น Pro มากับจุดเด่นกล้อง Telephoto ที่สามารถซูมสูงสุดแบบ Digital ได้ถึง 200x

HUAWEI P50

เริ่มกันที่รุ่น HUAWEI P50 ที่ใช้ดีไซน์ตัวเครื่องแบบแปลกใหม่โมดูลกล้องหลังเป็นรูปเม็ดยาแคปซูลขนาดใหญ่ และยังมีโมดูลวงกลมอีก 2 วง วางอยู่บนนั้นอีกทีนึง โดยด้านบนวางกล้อง 2 ตัว + เซนเซอร์ Laser Autofocus และด้านล่างมีกล้องอีก 1 ตัว + แฟลช LED

ตัวเครื่องของ HUAWEI P50 มีน้ำหนักเบาเพียง 181 กรัม ฝาหลังเคลือบด้วยสารกันรอยนิ้วมือ มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ สีดำ สีขาว และสีทอง

หน้าจอใช้พาเนลแบบ OLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2700 x 1224) มากับรีเฟรชเรท 90Hz เพิ่มความเนียนในการไถหน้าจอ และยังมี Touch Sampling Rate สูงถึง 300Hz แตะปุ๊บติดปั๊บ เหมาะสุด ๆ สำหรับสายเกมที่ต้องการความแม่นยำในการควบคุม

สเปคแรงหายหวงด้วยชิป Snapdragon 888 4G, RAM 8GB และความจุให้เลือก 128GB / 256GB รองรับ NM memory card สูงสุด 256GB ใช้งานได้ครอบคลุมทุกอย่างไม่มีอาการหน่วงให้หงุดหงิดแน่นอน แถมยังมากับลำโพงคู่ทรงพลังพร้อมระบบเสียง HUAWEI Histen ช่วยเพิ่มมิติและความกระหึ่มเวลาฟังเพลง ดูหนัง หรือเล่นเกม

กล้องหลังมีทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP (f/1.8) + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP (f/2.2) + กล้อง Telephoto ความละเอียด 12MP (f/3.4) ที่มากับเทคโนโลยี XD Optics  และหน่วยประมวลผลสำหรับการถ่ายภาพ XD Fusion Pro ช่วยให้ภาพที่ออกมามีความคมชัด เก็บรายละเอียดได้มากกว่าเดิมแม้ถ่ายในที่แสงน้อย

HUAWEI P50 ยังได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 ที่สามารถกันน้ำจืดได้ที่ความลึกไม่เกิน 1.5 เมตร เป็นเวลา 30 นาที หมดห่วงหากต้องเจอฝนตกหนัก ทำน้ำหกใส่ หรือทำตกน้ำก็ไม่หวั่น

สเปค HUAWEI P50

  • หน้าจอ OLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Snapdragon 888 4G
  • GPU : Adreno 660
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 128GB / 256GB รองรับ NM memory card
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 50MP (f/1.8)
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP (f/2.2)
    – กล้อง Telephoto ความละเอียด 12MP (f/3.4), กันสั่น OIS
  • กล้องหน้า : 13MP (f/2.4)
  • การเชื่อมต่อ : WiFi dual-band 802.11 a/b/g/n/ac/ax, 2 x 2 MIMO, BT 5.2, NFC
  • เซนเซอร์ : Fingerprint sensor (ใต้จอ), Gravity sensor, Hall sensor, Gyro, compass, Ambient light sensor, Proximity light sensor, Camera laser focus sensor, Color temperature sensor
  • กันน้ำ IP68
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, ระบบเสียง HUAWEI Histen, ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ : 4100 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 66W
  • ระบบ HarmoyOS 2

HUAWEI P50 Pro

ต่อด้วยรุ่น HUAWEI P50 Pro ที่มากับดีไซน์โดยรวมคล้าย ๆ กับ P50 รุ่นธรรมดา แต่จะมากับหน้าจอ OLED ขนาดใหญ่กว่านิดหน่อยที่ 6.6 นิ้ว มีขอบซ้ายขวาโค้งมนเพิ่มความหรูหรา โดยหน้าจอดังกล่าวมีความละเอียด FHD+ (2700 x 1228) รีเฟรชเรทสูง 120Hz พร้อม Touch Sampling Rate 300Hz

จุดเด่นของ HUAWEI P50 Pro คือกล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องความละเอียด 50MP (f/1.8), กันสั่น OIS + กล้องความละเอียด 40MP (f/1.6) + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP (f/2.2) + กล้อง Telephoto ความละเอียด 64MP (f/3.), กันสั่น OIS

ซึ่งกล้อง Telephoto สามารถซูมแบบ Optical ได้สูงสุดที่ 3.5x และสามารถซูมแบบ Digital ได้สูงสุดถึง 200x เลยทีเดียว และแน่นอนว่าต้องใช้เทคโนโลยี XD Optics และหน่วยประมวลผลสำหรับการถ่ายภาพ XD Fusion Pro เพื่อช่วยขับประสิทธิภาพการถ่ายรูปในสภาวะแสงต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ยังมากับระบบกันสั่น AIS Pro super Anti-Shake ที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างระบบกันสั่น OIS + EIS เพิ่มความนิ่งให้มากขึ้นไปอีก จะถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยก็โฟกัสได้คมชัด หรือจะถ่ายวิดีโอก็นิ่งสุด ๆ แบบไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม


แบตเตอรี่ขนาด 4360 mAh ที่สามารถใช้งานได้สบาย ๆ ทั้งวัน มากับระบบชาร์จแบบมีสาย 66W และรองรับการชาร์จไวแบบไร้สายได้ถึง 50W

สเปค HUAWEI P50

  • หน้าจอ OLED ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Snapdragon 888 4G / Kirin 9000 4G
  • GPU : Adreno 660 / Mali-G78
  • RAM : 8GB / 12GB
  • ความจุ : 128GB / 256GB / 512GB รองรับ NM memory card
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องความละเอียด 50MP (f/1.8), OIS
    – กล้องความละเอียด 40MP (f/1.6)
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP (f/2.2)
    – กล้อง Telephoto ความละเอียด 64MP (f/3.5), กันสั่น OIS
  • กล้องหน้า : 13MP (f/2.4)
  • การเชื่อมต่อ : WiFi dual-band 802.11 a/b/g/n/ac/ax, 2 x 2 MIMO, BT 5.2, NFC
  • เซนเซอร์ : Fingerprint sensor (ใต้จอ), Gravity sensor, Hall sensor, Gyro, compass, Ambient light sensor, Proximity light sensor, Camera laser focus sensor, Color temperature sensor
  • กันน้ำ IP68
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ, ระบบเสียง HUAWEI Histen, ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ : 4360 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 66W, ชาร์จไวไร้สาย 50W
  • ระบบ HarmoyOS 2

ราคา

HUAWEI P50

  • HUAWEI P50 (8GB / 128GB) : ราคา 4488 หยวน หรือประมาณ 22,830 บาท
  • HUAWEI P50 (8GB / 256GB) : ราคา 4988 หยวน หรือประมาณ 25,375 บาท

HUAWEI P50 Pro

  • HUAWEI P50 Pro (8GB / 128GB) : ราคา 5988 หยวน หรือประมาณ 30,465 บาท
  • HUAWEI P50 Pro (8GB / 256GB) : ราคา 5988 หยวน หรือประมาณ 33,000 บาท
  • HUAWEI P50 Pro (8GB / 512GB) : ราคา 7488 หยวน หรือประมาณ 38,100 บาท
  • HUAWEI P50 Pro (12GB / 512GB) : ราคา 7988 หยวน หรือประมาณ 40,640 บาท
  • HUAWEI P50 Pro (12GB / 512GB) รุ่นพิเศษ : ราคา 8488 หยวน หรือประมาณ 43,180 บาท

HUAWEI P50 Series จะเริ่มวางจำหน่ายในจีนช่วงเดือนกันยายน 2564 ส่วนการวางจำหน่ายของประเทศอื่น ๆ รวมถึงในบ้านเรา ต้องรอติดตามข้อมูลกันอีกทีครับ

 

ที่มา : HUAWEI P50, P50 Pro

from:https://droidsans.com/huawei-p50-series-officially-announced/

หัวเว่ยคัมแบ็ควงการแท็บเล็ต อวดโฉมน้องใหม่ HUAWEI MatePad 11 แท็บเล็ตตัวแรกของหัวเว่ยที่มาพร้อมค่ารีเฟรซถึง 120 Hz ดีไวซ์สุดสมาร์ทเพื่อการทำงานสไตล์ Work from home

ไม่มีการเว้นช่วงกันให้รอนาน เมื่อหัวเว่ยได้เปิดตัว HUAWEI MatePad 11 ไปเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 เห็นได้ชัดเลยว่าในปีนี้ คนรักชีวิตสุดล้ำที่หลากหลายกิจกรรมสามารถทำได้บนแท็บเล็ตจะได้มีอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เข้ากับไลฟ์สไตล์ตัวเองมาอีก 1 รุ่น เพราะ HUAWEI MatePad 11 มาพร้อมกับฟีเจอร์มากมายที่ตอบโจทย์ชีวิตแบบ Work Hard Play Harder ให้ใช้ชีวิตกันแบบจุใจ ไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆ จะ WFH หรือ Work From Anyway ก็ใช่และโดนใจสุดๆ เพราะเป็นแท็บเล็ตรุ่นแรกของหัวเว่ยที่มีจอรีเฟรชเรทสูงถึง 120 Hz! อีกทั้งยังให้ประสบการณ์การใช้งานเหมือนคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่คล่องตัว หยิบไปใช้งานได้ทุกที่ทุกสถานการณ์ด้วยฟีเจอร์และสเปกที่ทรงพลังตลอดจนการรองรับอุปกรณ์เสริมที่ยิ่งช่วยอำนวยความสะดวกสบายแบบขีดสุด นอกจากประสบการณ์การใช้งานที่เหมือนใช้อยู่บน PC แล้ว หน้าจอ 120 Hz แบบนี้จะต้องโดนใจทั้งสายทำงาน สายอาร์ต และสายบันเทิงแบบจุกๆ แน่นอน มาดูเหตุผลกันดีกว่าว่าแท็บเล็ตจากหัวเว่ยรุ่นนี้ที่ว่ามาด้วยหน้าจอรีเฟรชสูงปรี๊ด มันดี มันโดน และควรมียังไง!

จุกที่ 1: ลาก่อนความแล็ก บนหน้าจอใหญ่ 10.95 นิ้ว อัตรารีเฟรชสูง 120 Hz ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล

HUAWEI MatePad 11 จัดเต็มกับคุณสมบัติหน้าจอมาให้แบบไม่กั๊ก เริ่มกันที่ขนาดหน้าจอใหญ่เต็มตาขนาด 10.95 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1600 อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสี DCI-P3 ที่ให้มิติสมจริงเหมือนตาเห็น ภาพคมชัดแบบถึงในอารมณ์ในทุกรายละเอียด แถมยังเหนือชั้นยิ่งกว่าที่เคยมีมาด้วยอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูงถึง 120 Hz เรียกได้ว่าบอกลาความหน่วงของภาพไปได้เลยเพราะใช้งานแบบไหนก็ลื่นไหล จะทำงาน เปิดไฟล์เอกสาร อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ก็ไม่มีปัญหา อีกทั้งยังมาด้วยหน้าจอประเภท IPS ที่แสดงผลภาพในรูปแบบกราฟิกต่างๆ ได้ละเอียดอัดแน่นด้วยคุณภาพความคมชัดถึงใจ ทำให้ผู้ใช้งานเต็มอิ่มไปกับการแสดงผลที่เหนือระดับ ไม่ว่าจะทำงานทั่วไป หาแรงบันดาลใจเมื่อต้องทำงานอาร์ต หรือแม้แต่อ่านเอกสารหรือไฟล์รีพอร์ตก็ทั้งเพลินตาและแฮปปี้ ยิ่งไปกว่านั้น HUAWEI MatePad 11 ยังพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบายเสมือนมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัวเป็นอุปกรณ์คู่กายติดตัวไปได้ทุกที่

จุกที่ 2: รองรับจินตนาการกว้างไกล ทำงานสบายไร้สะดุดผ่าน HUAWEI M-Pencil (2nd generation)

โดนใจคนวัยทำงานกันอย่างต่อเนื่องกับอุปกรณ์เสริมล้ำๆ ที่ให้มาคู่กันเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการใช้งาน HUAWEI MatePad 11 ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น อย่าง HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ที่จะมาเปลี่ยนโฉมชีวิตการทำงานของมนุษย์เงินเดือนยุคใหม่ให้ง่ายดายยิ่งขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ กับเซ็นเซอร์วัดแรงกดและความเอียงถึง 4,096 ระดับ ที่จับทิศทางการเขียนได้ด้วยระยะเวลาเพียง 2ms. ตอบสนองต่อการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเขียน การวาด หรือการสเก็ตช์ภาพ ได้อย่างชาญฉลาดและฉับไวเสมือนใช้ปากกาบนหน้ากระดาษจริงๆ โดยเมื่อใช้งานคู่กับแท็บเล็ต HUAWEI MatePad 11 ที่มาพร้อมอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูง 120 Hz ก็ยิ่งทวีความราบรื่น ลื่นไหล ไร้สะดุดได้อย่างเต็มรูปแบบ ไร้ปัญหาความหน่วงให้จุกจิกกวนใจ เพราะการใช้งาน HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ร่วมกับแท็บเล็ตที่มีอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูงจะช่วยเสริมการทำงานของ Stylus ได้อย่างน่าประทับใจ เติมเต็มความครบเครื่องอีกต่อด้วยฟังก์ชันพิเศษสำหรับเปลี่ยนอุปกรณ์วาดเขียนไปมาด้วยการแตะเพียงสองครั้ง (Double-tap)

อีกทั้งยังมี Free Script ฟังก์ชั่นใหม่ ช่วยเนรมิตลายนิ้วมือเป็นตัวพิมพ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ทั้งในช่องการค้นหาผ่านเบราว์เซอร์ หรือการจดบันทึกในแอปพลิเคชัน HUAWEI Notepad, Jnotes, touchnotes, WeNote และ Noteshelf รวมทั้งแอปฯ โซเชียลอย่าง Line หรือ Facebook Messenger ที่สามารถรองรับภาษาไทยได้หากตั้งค่า ความสนุกยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ เพราะยังสามารถเสริมความคล่องตัวทันใจในการสเก็ตช์ด้วยฟีเจอร์ Instant Shape ผู้ช่วยแกะลายมือเบอร์หนึ่งที่สามารถเสกรูปทรงเลขาคณิต เส้นตรง ตาราง ที่วาดด้วยลายมือให้เป็นรูปทรงมาตรฐานได้เนี้ยบในชั่วพริบตา จัดเต็มขนาดนี้คงต้องเทใจให้แบบหมดหน้าตัก

จุกที่ 3: เหนื่อยนักก็พักก่อน เล่นให้สุดมัน ด้วยความบันเทิงบนจอ 120 Hz

สำหรับเกมเมอร์แล้วนั้น ความลื่นไหล กราฟิกแน่น เรียกได้ว่าต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะความหน่วงหรือรายละเอียดที่ไม่ชัดเจนเกิดขึ้นไม่ได้ในโลกที่ต้องเอาชนะคู่แข่งออนไลน์ HUAWEI MatePad 11มีหน้าจอที่อัตราการรีเฟรชสูงถึง 120 Hz ให้ผู้ใช้ดื่มด่ำกับเกมและวิดีโอได้ต่อเนื่อง โดยไม่สะดุด ไม่ว่าจะเป็นเกมยิงปืนที่คุณชื่นชอบหรือหากอยากพักผ่อนสมองด้วยการเสพย์คอนเทนต์ ดูรายการเรียลลิตี้ ก็จะสังเกตเห็นว่าการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนภาพดูนุ่มนวลขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นระบบควบคุมแบบสัมผัสบนหน้าจอยังตอบสนองได้ดีขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเหล่าเกมเมอร์ ยังสามารถเอ็นจอยแต่ละเกมโปรดได้เต็มโสตสัมผัสกว่าเดิมเพราะมาด้วยลำโพงคุณภาพ 4 ตัวแบบ Quad-Speaker และระบบเสียง Quad-Channel ปรับแต่งโดยแบรนด์ชั้นนำระดับโลก harman/kardon ไม่ว่าจะใช้เล่นเกมหรือทำงานก็ได้คุณภาพเสียงอัดแน่นในทุกมิติ

และสำหรับเกมเมอร์สายสตรีมมิ่งก็ยิ่งถูกใจด้วยไมโครโฟนที่ติดตั้งภายในตัวเครื่อง 4 ตัว จับเสียงได้แม่นยำ พร้อมเทคโนโลยี AI ลดเสียงรบกวนรอบด้านเสริมความเป็นมืออาชีพให้ผู้ใช้งานได้อีกเท่าตัว และหากว่าต้องใช้งานนานๆ ก็ไม่หวั่นเพราะมาด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7,250 mAh พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ Frame Rate Adaptation ทำให้ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน ไม่ว่าจะเล่นวิดีโอ 1080p ก็ทำได้ต่อเนื่องนานถึง 12 ชั่วโมง หรือท่องเว็บติดต่อกันได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง ถือเป็นความผ่อนคลายและความจัดเต็มแบบครบทุกมิติที่ลงตัวที่สุดบน HUAWEI MatePad 11 แน่นอนว่าเล่นเกมมากก็อาจไม่ดีต่อสายตาเหมือนที่ผู้ใหญ่เขาบอกมาตั้งแต่เด็ก แต่เทคโนโลยีสมัยนี้เขารู้ทัน HUAWEI MatePad 11 เลยมาพร้อมเทคโนโลยีลดแสงสีฟ้าและการกระพริบ รับรองโดยสถาบันระดับโลก TÜV Rheinland ช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพดวงตาทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว บอกเลยว่าคุณสมบัตินี้ ถูกใจเกมเมอร์สายมาราธอนแน่นอน

ในส่วนของความครบครันของแอปพลิเคชันหมวดหมู่ต่างๆ บนแท็บเล็ตของหัวเว่ย ต้องบอกเลยว่า HUAWEI AppGallery พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งจริงๆ เพราะพร้อมด้วยหลากหลายเกมฮิตไม่ว่าจะเป็น Free Fire, Lords Mobile, World of Tanks, Clash of Kings, Honkai Impact 3, Rise of Kingdoms และ Asphalt 9 ก็เล่นกันให้เพลินลืมวันลืมคืนจนกว่าจะอิ่มอรรถรถความลื่นไหลราบรื่นของภาพบนจอแท็บเล็ต HUAWEI MatePad 11 และหากอยากใช้งานแอปฯ ในหมวดอื่นๆ ก็มีให้เลือกมากมายละลานตา ไม่ว่าจะแอปฯ แชทที่คนไทยชอบใช้กันอย่าง Line และ Facebook Messenger หรือ แอปฯ สายเอนเตอร์เทนอย่าง Line TV, VIU, WeTV, HUAWEI VDO หรือ Monomax ก็ให้เลือกใช้ได้ตามความชอบ และหากว่าพักผ่อนเต็มที่แล้วอยากวาร์ปไปลุยงานต่อก็มีแอปฯ ดีๆ ช่วยทำงานมากมายอย่าง WPS, Noteshelf, HUAWEI Notepad, และ Thai Fast Dictionary และถ้าเกิดว่างานที่ทำ ดันต้องมีทำวิดีโอพรีเซนงานก็อย่าได้กังวลไปเพราะมี FilmoraGo HD ซะอย่าง บอกเลยว่าแอปฯ ดังกล่าวเหล่านี้สามารถดาวน์โหลดได้ที่ HUAWEI AppGallery

ถ้าอยากสัมผัสความฉับไว ลื่นไหล ไร้รอยต่อของ HUAWEI MatePad 11 รีบไปสั่งซื้อกันได้แล้วที่นี่ ในราคาค่าตัวที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม 15,990 บาทเท่านั้น สำหรับสี Isle Blue และ ราคา 19,990 บาท สำหรับสี Matte Grey ที่มาพร้อม HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ในกล่อง และพิเศษอีกต่อสำหรับโปรคุ้มๆ เมื่อซื้อ HUAWEI MatePad 11 สี Isle Blue รับไปเลยของสมนาคุณแบบจุกๆ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard พร้อมสิทธิพิเศษจากแอปฯ ต่างๆ ได้แก่ HUAWEI Cloud 1 เดือน (50GB), HUAWEI Video VIP 1 เดือน, WPS Office VIP 3 เดือน และ FilmoraGo HD VIP 3 เดือน รวมมูลค่าของสมนาคุณ 6,173 บาท และเมื่อซื้อ HUAWEI MatePad 11 สี Matte Grey รับไปเลยให้จุใจกับทัพของสมนาคุณมูลค่ารวม 9,172 บาท ได้แก่ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard, HUAWEI Freelace Pro และสิทธิพิเศษจากแอปฯ ต่างๆ ได้แก่ HUAWEI Cloud 1 เดือน (50GB), HUAWEI Video VIP 1 เดือน, WPS Office VIP 3 เดือน และ FilmoraGo HD VIP 3 เดือน เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2564 นี้เท่านั้น

โดยสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่ HUAWEI Store, HUAWEI Experience Store, ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และร้านค้าอย่างเป็นทางการของหัวเว่ยบนแพลตฟอร์ม E-Commerce อย่าง JD Central, Lazada และ Shopee

 

ข่าว: หัวเว่ยคัมแบ็ควงการแท็บเล็ต อวดโฉมน้องใหม่ HUAWEI MatePad 11 แท็บเล็ตตัวแรกของหัวเว่ยที่มาพร้อมค่ารีเฟรซถึง 120 Hz ดีไวซ์สุดสมาร์ทเพื่อการทำงานสไตล์ Work from home มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/huawei-matepad-11-key-features/

เปิดตัว Huawei P50 กล้องเทพ แยกชิป Snapdragon และ Kirin

หลังจากรอกันมาหลายเดือน ในที่สุด Huawei ก็ได้เปิดตัว Huawei P50 ซีรีส์ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยปีนี้จะมีทั้งหมด 2 รุ่นย่อยในซีรีส์ ได้แก่ Huawei P50 และ Huawei P50 Pro เท่านั้น ไม่มี Huawei P50 Pro+ เหมือนกับรุ่นที่แล้ว ๆ มา และมีชิปสองแบบคือรุ่นที่ใช้ชิป Snapdragon 888 และ Kirin 9000

มาเริ่มที่กล้องกันก่อนเลย Huawei P50 ทั้งสองรุ่นยังคงใช้กล้องที่พัฒนาร่วมกับ Leica ทั้งสองรุ่นมีกล้องหลักเหมือนกันคือกล้องความละเอียด 50MP ระยะ 23mm รูรับแสงขนาด f/1.8 รองรับกันสั่นแบบ Optical Image Stabilizer จุดแตกต่างจะอยู่ที่กล้องรองลงมา Huawei P50 Pro จะมีกล้อง Black & White ความละเอียด 40MP ตามด้วยเลนส์ Ultrawide ความละเอียด 13MP + Laser Focus ทั้งหมดนี้อยู่ในโมดูลกล้องตัวแรก ส่วนตัวที่สองเป็นเลนส์ Periscope ความละเอียด 64MP ซูมดิจิทัลได้สูงถึง 200X

ในส่วนของ Huawei P50 ถัดจากล้องหลักความละเอียด 50MP แล้ว มีกล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP ตามด้วยกล้อง Periscope ความละเอียด 12MP ด้วย นับเป็นรุ่นแรกของ Huawei P Series ที่มีกล้อง Periscope ในรุ่นเล็ก

ฟีเจอร์เด็ดของรุ่นนี้คือ XD Fusion Pro ที่จะช่วยประมวลผลแสงของภาพได้ดียิ่งขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับ Huawei P40 ทำให้ภาพมีความสว่าง และคมชัดยิ่งกว่าเดิม



สเปก

Huawei P50 Pro จะมีชิปสองแบบ คือรุ่นที่ใช้ Snapdragon 888 และรุ่นที่ใช้ Kirin 9000 น่าเสียดายที่ทั้งสองรุ่นไม่รองรับการเชื่อมต่อ 5G, RAM 8GB + ROM 128/256/512GB และรุ่น RAM 12GB + ROM 512GB ส่วน Huawei P50 จะมีแต่รุ่นที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 888 เพียงอย่างเดียว ไม่มีตัวเลือกชิป Kirin นอกจากนี้ยังมี RAM ให้เลือกเพียงขนาดเดียวคือ RAM 8GB + ROM 128/256GB

ทั้งคู่มีตัวเครื่อวที่ขนาดใกล้เคียงกัน แต่ Huawei P50 Pro มีหน้าจอขนาด 6.6 นิ้ว พาแนล OLED ขอบโค้ง ความละเอียด 1,225 x 2,700 พิกเซล รีเฟรชเรตหน้าจอ 120Hz รองรับ HDR ส่วน Huawei P50 รุ่นปกติมีหน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว หน้าจอแบบเรียบ รีเฟรชเรต 90Hz ความละเอียด 1,225 x 2,700 พิกเซลเท่ากับตัวโปร


ทั้งคู่มีลำโพงแบบสเตอริโอ กันน้ำมาตรฐาน IP68 ส่วนแบตเตอรี่แตกต่างกันเล็กน้อย Huawei P50 Pro มีแบตเตอรี่ความจุ 4,360mAh ส่วน P50 รุ่นธรรมดามีแบตเตอรี่ความจุ 4,100mAh รองรับชาร์จไว 66W ผ่าน USB-C และชาร์จไว 50W เหมือนกัน


Huawei P50 ซีรีส์จะเปิดพรีออเดอร์ในวันพรุ่งนี้ และส่งมอบในวันที่ 12 สิงหาคม โดย Huawei P50 Pro รุ่นเริ่มต้น 8/128GB ชิป Snapdragon 888 มีราคาอยู่ที่ 6,000 หยวน หรือราว 30,500 บาท ส่วนรุ่น ROM 256/512GB จะมีตัวเลือกระหว่างชิป Snapdragon 888 และ Kirin 9000 มีราคาอยู่ที่ 6,500 หยวน หรือราว 33,000 บาท และ 7,500 หยวน หรือราว 38,000 บาท ตามลำดับ

ส่วนรุ่นเล็ก Huawei P50 จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนกันยายน ตามหลังรุ่นโปร เริ่มต้น 8/128GB ราคา 4,500 หยวน หรือราว 22,900 บาท

 

ข่าว: เปิดตัว Huawei P50 กล้องเทพ แยกชิป Snapdragon และ Kirin มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/huawei-p50-series-unveiled/