คลังเก็บป้ายกำกับ: HUAWEI

เกิดเหตุไฟไหม้อาคารศูนย์วิจัย R&D ของ Huawei ที่เมืองตงกวน ประเทศจีน เบื้องต้นยังไม่มีผู้เสียชีวิต

อาคารศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและพัฒนา R&D ของ Huawei ในเมืองตงกวนประเทศจีนได้เกิดเพลิงไหม้เมื่อช่วงเวลา 5.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นโดยมีกลุ่มควันสีเทาขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากอาคาร ซึ่งในตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร โดยอาคารนี้กำลังอยู่ในการก่อสร้าง มีพนักงานประมาณ 25,000 คน ซึ่งหน่วยดับเพลิงในที่เกิดเหตุระบุเบื้องต้นยังไม่มีรายงานอยู่เสียชีวิตและสามารถคุมเพลิงได้แล้ว

โดยรายงานจากสื่อของประเทศจีนเองระบุเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ เป็นเพียงเหตุเพลิงไหม้ธรรมดาเท่านั้น ไม่ใช่การ “ระเบิด” หรืออย่างใด แต่ที่น่าสนใจคือในโลกโซเชียลของจีน ทวีตวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวที่โพสต์ใน Weibo บางคลิปถูกลบออกโดยไร้ซึ่งคำอธิบาย ยังไงก็ต้องรอติดตามความคืบหน้ากันต่อไปครับ

 

ที่มา : gizmochina

from:https://droidsans.com/huawei-r-d-lab-catches-fire-in-dongguan-china/

เกิดเพลิงไหม้อาคารศูนย์วิจัย Huawei ในจีน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารของ Huawei ในเมืองตงก่วน (Dongguan) ทางตอนใต้ของจีน ซึ่ง Reuters รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตงก่วน ระบุว่าเป็นอาคารโครงสร้างเหล็กที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ และวัสดุหลักของอาคารเป็นใยฝ้ายดูดซับเสียงในอาคาร

สื่อในท้องถิ่นของตงก่วนรายงานว่าจุดที่เกิดไฟไหม้เป็นศูนย์วิจัยของ Huawei ภายในแคมปัสทะเลสาบซงชาน ที่มีพนักงานรวมกว่า 25,000 คน โดยเป็นศูนย์วิจัยเกี่ยวกับวัสดุศาสตร์และเครือข่าย 4G/5G

ปัจจุบันหน่วยดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงเรียบร้อยแล้ว ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

ที่มา – Reuters, Gizmodo

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/118649

เพลิงไหม้โรงงาน Huawei ทางตอนใต้ของจีน เสียชีวิตแล้ว 3 ราย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอัพเดท เหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานของบริษัท Huawei Technologies พบผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย

กรรมการบริหารของพื้นที่ทะเลสาบซงซานของตงกวนให้ข้อมูลว่า อาคารดังกล่าวที่เกิดเพลิงและควันไฟอยู่ใกล้กับห้องปฏิบัติการวิจัยของหัวเว่ย ซึ่งยังเป็นโครงสร้างที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างไม่ได้ใช้งานในขณะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาครับ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระงับเพลิงจนไฟสงบลงแล้วเมื่อประมาณช่วงบ่ายของวันศุกร์ โดยหน่วยกู้ภัยดับเพลิงเมืองตงกวนที่เข้าไปยังพื้นที่กล่าวว่า เป็นการลุกไหม้จากวัสดุดูดซับเสียงที่ทำมาจากผ้า และยังให้ข้อมูลในภายหลังว่า ได้พบผู้เสียชีวิต 3 คนในอาคาร แต่ข้อมูลต่างๆ ต้องรอการสอบสวนเพิ่มเติม เพราะเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเคยแจ้งว่าไม่มีผู้เสียชีวิต

ห้องปฏิบัติการในพื้นที่นี้ของ Huawei ส่วนใหญ่ จะการทำงานวิจัยเกี่ยวกับคุณลักษณะของวัสดุ รวมถึงการทดสอบ 4G และ 5G เป็นส่วนหนึ่งของมหาอาณาจักรของ Huawei ที่ใหญ่มโหฬาร และมีพนักงานอยู่กว่า 25,000 คน

วิดีโอที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียของจีน แสดงให้เห็นกลุ่มควันสีเทาเข้มจำนวนมากพุ่งออกมาจากอาคาร น่ากลัวทีเดียวครับ ช่วงนี้ Huawei ต้องพาคณะไปไหว้พระกันสักหน่อยนะครับ มีแต่เหตุการณ์น่าปวดหัวเกิดขึ้นมาแทบทุกเดือนแลยทีเดียว

 

ข่าว: เพลิงไหม้โรงงาน Huawei ทางตอนใต้ของจีน เสียชีวิตแล้ว 3 ราย มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/26/huawei-tech-china-fire.html

[Guest Post] หัวเว่ย เปิดตัว FusionServer Pro V6 SAP HANA Solution มุ่งเสริมพลังองค์กรสู่การพลิกโฉมเป็นดิจิทัล

เซี่ยงไฮ้-ที่งาน HUAWEI CONNECT 2020 หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชัน FusionServer Pro V6 SAP HANA โดยมีแขกผู้มีเกียรติ์จาก SAP, Intel และ SUSE เข้าร่วมในพิธีเปิดตัวผลิดภัณฑ์ใหม่ พร้อมขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เปิดเผยถึงการเดินทางอย่างสร้างสรรค์กับหัวเว่ยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลอดจนสิ่งที่คาดหวังในอนาคตจากโครงการความร่วมมือที่ยังคงดำเนินต่อไป ในงานนี้ด้วย

 

โซลูชัน Huawei FusionServer Pro V6 SAP HANA ประกอบด้วย เซิร์ฟเวอร์อัจฉริยะ  ซีรีส์ Huawei FusionServer Pro ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทซึ่งทำงานบนสถาปัตยกรรม x86 ผสานกับขุมพลังจากฐานข้อมูลในหน่วยความจำ SAP HANA เสริมด้วยประสิทธิภาพการทำงานระดับสูง, มีความน่าเชื่อถือสูง และสามารถขยายเพิ่มได้อย่างราบรื่น FusionServer Pro 2488H V6 รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล  3rd Gen Intel(R) Xeon(R) Scalable 4 ที่มีหน่วยความจำ 48 DDR4 DIMMs และ PCIe 11 ช่อง พร้อมรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ 2.5-inch ได้ถึง 25 ตัวสำหรับการจัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่อง ทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับ Intel(R) Optane(TM) Persistent Memory (PMem) ตระกูล 100 เพื่อมอบพลังการประมวลผลเหนือระดับ, ความจุหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น และสามารถปรับตั้งค่าได้อย่างยืดหยุ่น

เซิร์ฟเวอร์ Huawei FusionServer Pro 2488H V6 ซึ่งผ่านการตรวจสอบทางเทคนิคโดย SAP HANA Tailored Data Center Integration (TDI) และได้รับการรับรองจาก SAP HANA Appliance and SUSE YES มาเมื่อเดือนกรกฏาและสิงหาคมที่ผ่านมานั้น เป็นสมาชิกใหม่ของเซิร์ฟเวอร์ในตระกูล Huawei FusionServer Pro ซึ่งมาพร้อมกับโซลูชั่น SAP HANA อันเป็นผลงานจากความร่วมมือระหว่างหัวเว่ยและ SAP ที่มีมาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งเปิดโอกาสให้หัวเว่ยได้สั่งสมประสบการณ์เพิ่มขึ้นมากมาย ปัจจุบัน โซลูชัน Huawei SAP HANA ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมมากกว่า 25 ภาคส่วน รวมถึงภาคการผลิต, พลังงาน, ค้าปลีก, การเงิน, การขนส่ง และภาคการศึกษา

ความนิยมใช้งานเทคโนโลยี อาทิ  5G, AI และ IoT ที่กำลังเติบโตขึ้น ได้ทำให้มีความคาดหวังเกี่ยวกับกระบวนการประมวลผลข้อมูลเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หัวเว่ยจึงมุ่งมั่นที่จะสานต่อความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Intel, SAP และ SUSE ต่อไป พร้อมเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมและสามารถแข่งขันได้ ด้วยประสิทธิภาพและคุณภาพระดับสูง เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในคลื่นของดิจิทัลทั่วโลกพร้อมอำนวยความสะดวกในการพลิกโฉมสู่ความเป็นดิจิทัลขององค์กรทั้งหลาย

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-fusionserver-pro-v6-sap-hana-solution/

[Guest Post] หัวเว่ยคว้ารางวัล “ความร่วมมือ/การทดสอบด้าน 5G ระดับองค์กรที่มีนวัตกรรมล้ำสมัยที่สุด” จากการร่วมสนับสนุนโครงการต้านโรคติดต่ออัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี 5G แห่งเมืองอู่ฮั่น

หลังการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสเมื่อต้นปี พ.ศ. 2563 ได้มีการดำเนินโครงการต้านโรคติดต่อด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ 5G ณ เมืองอู่ฮั่นขึ้นทันที โดยเป็นการร่วมมือระหว่างหัวเว่ย โรงพยาบาลขนาดใหญ่หลายแห่งในอู่ฮั่น สถาบันทางการแพทย์ และหน่วยงานรัฐบาล

รางวัลความร่วมมือ/การทดสอบด้าน 5G ระดับองค์กรที่มีนวัตกรรมล้ำสมัยที่สุด จากการประชุมสุดยอด 5G World

 

โครงการนี้ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์หลักของเทคโนโลยี 5G ประกอบด้วยแบนด์วิธที่สูง ค่าความหน่วงต่ำ ความเรียบง่ายของไซต์โครงข่าย และมีความยืดหยุ่นในการติดตั้ง เพื่อเร่งให้เกิดการประยุกต์ใช้โซลูชันด้านการสาธารณสุขอัจฉริยะ โครงการดังกล่าวมอบการสนับสนุนด้านดิจิทัลที่ทรงศักยภาพให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้สามารถศึกษาผลกระทบและการแพร่ระบาดของไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำเทคโนโลยี 5G ไปใช้ด้านการให้บริการสาธารณสุขอัจฉริยะอย่างทันสมัย

ด้วยคุณสมบัติของเทคโนโลยี 5G ที่สามารถรับประกันความเสถียรของการให้บริการรวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ซึ่งจำเป็นสำหรับการใช้ในระบบสาธารณสุขอัจฉริยะ และจัดลำดับให้บริการและอุปกรณ์เหล่านี้ได้รับความสำคัญสูงสุดในระบบ ได้รับแบนด์วิธสูงสุด และมีความหน่วงระดับต่ำที่สุด ทั้งนี้ การติดตั้ง MEC ในระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ในสถานที่ของเจ้าของระบบยังทำให้สามารถส่งและประมวลผลข้อมูลทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว และจากเครือข่ายอันทรงพลังของ 5G ทำให้โครงการดังกล่าวยังสามารถส่งมอบการให้บริการด้านข้อมูลให้แก่หน่วยงานราชการ สถาบันทางการแพทย์ และองค์กรธุรกิจอื่นๆ ซึ่งทำให้บริการต่างๆ สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นในช่วงการแพร่ระบาด

กรณีตัวอย่าง ได้แก่ การติดตั้งเครือข่ายข้อมูลทางการแพทย์ระดับพื้นฐานที่เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว ณ โรงพยาบาลชั่วคราวที่เมืองหั่วเสินชาน (Houshenshan) และเหลยเสินชาน (Leishenshan) พร้อมกับแพลตฟอร์มบิ๊กดาต้า (Big Data) ที่ใช้เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของโรค เครือข่ายและแพลตฟอร์มที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดการให้บริการทางการแพทย์ที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงการออกอากาศสดด้วยเทคโนโลยี 5G หรือการใช้เทคโนโลยี 5G เพื่อการประสานงานหรือสำหรับให้คำปรึกษาทางไกล การตรวจสอบความรัดกุมของอุปกรณ์ป้องกันโรคด้วยตนเอง การให้คำปรึกษาทางการแพทย์ ไปจนถึงรถเข็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ในสถานพยาบาล

ทั้งนี้ ยังมีบริการด้านการวินิจฉัยทางไกลด้วยเทคโนโลยี 5G ได้รับการนำไปประยุกต์ใช้อีกเป็นจำนวนมาก เช่น การตรวจวินิจฉัยแบบ CT Scan การตรวจแบบ ultra-B และการตรวจคัดกรองฟิล์มเอกซเรย์ นอกจากนี้ยังการนำมาตรการป้องกันทางไกลด้วยเทคโนโลยี 5G ไปปฏิบัติซึ่งรวมถึงเทคนิคการตรวจลำดับยีน (gene sequencing), การวัดอุณหภูมิด้วยรังสีอินฟราเรด และการฆ่าเชื้อด้วยหุ่นยนต์ นอกจากนี้ ยังมีการจัดงานประชุมอีกเป็นจำนวนมากที่ได้รับการสนับสนุนด้านการประสานงานเพื่อป้องกันและควบคุมโรค

โครงการนี้ได้ให้ประโยชน์แก่แพทย์ 1,850 ราย พยาบาล 3,400 ราย และผู้ป่วยกว่า 8,350 ราย โดยได้เพิ่มอัตราสำเร็จของการรักษาและประสิทธิภาพของการสาธารณสุขขึ้นเป็นอย่างมาก ควบคู่กับการลดความเสี่ยงการติดเชื้อให้แก่บุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย ขณะเดียวกัน เครือข่าย 5G ยังเป็นสื่อนำสำคัญที่ช่วยทำให้เกิดการศึกษา การประสานงาน และการประชุมทางไกล ทำให้ภาคการผลิตในประเทศจีนสามารถกลับมาปฏิบัติงานต่อได้หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสลดลง ซึ่งภาคการผลิตดังกล่าวนี้เองที่ช่วยส่งเสริมการป้องกันและการควบคุมโรคอีกทางหนึ่ง

เทคโนโลยี 5G ยังทำให้เกิดการใช้งานวิดีโอผ่าน CLOUD ที่หลากหลาย, การวัดอุณหภูมิด้วยรังสีอินฟราเรด, การฆ่าเชื้อโรคโดยใช้หุ่นยนต์ และการให้บริการในสนามบิน, สถานีขนส่ง, อาคารสำนักงานและชุมชนที่อยู่อาศัย แอปพลิเคชันเหล่านี้ล้วนสำคัญต่อการลดการแพร่ระบาดของไวรัสด้วยการช่วยประสานงานการป้องกันและการควบคุม, ระบุตัวกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการป่วยในพื้นที่สาธารณะ และฆ่าเชื้อโรคทั้งบริเวณในและนอกอาคาร รวมทั้งนำไปผสานกับโครงสร้างพื้นฐานของภาคสาธารณสุขหลังจากการแพร่ระบาดอีกด้วย

นายเฮา กวงหมิง รองประธานฝ่ายการตลาดและการจำหน่ายโซลูชันในระดับโลกของหัวเว่ย กล่าวว่า “ปัจจุบัน แอปพลิเคชันการให้บริการด้านสาธารณสุขแบบอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยี 5G ขั้นสูงที่ได้รับการติดตั้งจากโครงการต้านโรคติดต่อด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ 5G ณ เมืองอู่ฮั่น ได้มีการนำไปใช้กับภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกเช่นกัน เช่น ในประเทศไทยมีการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ 5G เพื่อขนส่งเวชภัณฑ์ ในกัมพูชามีการใช้ระบบการประชุมทางไกลผ่านเครือข่าย 5G สำหรับทีมแพทย์นานาชาติ รวมถึงในฮ่องกงและสิงคโปร์ที่ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ 5G ในการป้องกันโรคติดต่อ การใช้เทคโนโลยี 5G ในด้านสาธารณสุขอัจฉริยะได้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของตลาดในระดับโลกที่มีมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงพัฒนาระบบการให้บริการด้านสาธารณสุขทางสังคมแบบดิจิทัลด้วยการส่งมอบบริการที่ดีกว่าให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย”

งานประชุมสุดยอด 5G World 2020 จัดขึ้นโดยบริษัท อินฟอร์มา เทค (Informa Tech) และมอบรางวัลพิเศษ 14 รางวัลเพื่อเป็นเกียรติให้แก่กลุ่มธุรกิจชั้นนำของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในด้านเทคโนโลยี 5G โดยงานประชุมนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมกันส่งเสริมการนำไปใช้และการเติบโตของอุตสาหกรรม 5G ภายในงานดังกล่าวยังจัดแสดงความสำเร็จด้านนวัตกรรมของการเข้าถึงเครือข่าย 5G แบบไร้สาย, โครงข่ายหลัก (core network), ระบบควบคุมอัตโนมัติ (automation), รูปแบบธุรกิจต่างๆ, ความปลอดภัยทางไซเบอร์, การพัฒนา และการทดสอบรูปแบบต่างๆ อีกด้วย

 

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย (Huawei) เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกในด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และอุปกรณ์อัจฉริยะ ด้วยโซลูชันแบบครบวงจรใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่ เครือข่ายโทรคมนาคม ไอที สมาร์ทดีไวซ์และบริการคลาวด์ เรามุ่งมั่นที่จะนำระบบดิจิทัลไปสู่ทุกคน ทุกบ้านและทุกองค์กรเพื่อเชื่อมต่อกับโลกแห่งความล้ำสมัยด้านสติปัญญา

ผลิตภัณฑ์ โซลูชัน และบริการที่ครบวงจรของหัวเว่ยมีศักยภาพด้านการแข่งขันทั้งยังมีความปลอดภัย จากการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในระบบเครือข่าย ทำให้หัวเว่ยสามารถสร้างสรรค์คุณค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้า เสริมประสิทธิภาพให้กับผู้คน ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ที่บ้านมีความสะดวกสบาย รวมทั้งสร้างแรงบันดาลให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรทุกรูปแบบ

หัวเว่ยยังให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยเราได้ทุ่มงบประมาณให้กับการวิจัยและพัฒนา เพื่อค้นหาเทคโนโลยีที่ช่วยขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า หัวเว่ยมีจำนวนพนักงานมากกว่า 194,000 คน ดำเนินธุรกิจใน 170 ประเทศทั่วโลก โดยบริษัทก่อตั้งขึ้นใน ปี ค.ศ. 1987 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด

 

 

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-won-most-innovation-5g-enterprise-partnership-trial-for-joint-wuhan/

รายชื่อมือถือใหม่ผ่าน กสทช. นำโดย Motorola RAZR 5G, Moto G9 Play, Lenovo Tab P11 Pro และ Vivo V20 SE [ก.ย. 2020]

รายชื่อมือถือและแท็บเล็ตที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช.ประจำเดือนกันยายนได้เผยออกมาแล้ว โดยในเดือนนี้มีมือถือรุ่นที่น่าสนใจเพียบเลย ไม่ว่าจะเป็น Motorola RAZR 5G มือถือจอพับสุดล้ำ Moto G9 Play ที่มีแบตเตอรี่ความจุ 5000mAh จากค่ายเดียวกัน Lenovo Tab P11 Pro แท็บเล็ต Android ฟีเจอร์ครบในราคาสุดคุ้ม รวมถึง Vivo V20 SE และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเราได้รวบรวมเอาไว้ให้หมดแล้ว เข้ามาดูกันได้เลย

หมายเลข

ตราอักษร

แบบ/รุ่น

B38546-20 NOKIA TA-1272
B38549-20 NOKIA TA-1276
B38557-20 Lenovo
Lenovo TB-J706L (Lenovo Tab P11 Pro)
B38568-20 HUAWEI FRL-L22 (Y9a)
B38569-20 Motorola
XT2071-4 (motorola razr 5G)
B38570-20 vivo vivo 2018 (V20 Pro)
B38573-20 POCO
M2007J20CT (POCO X3 NFC)
B38571-20 vivo V2022 (V20 SE)
B38577-20 SONY
XQ-AT52 (Xperia 1 II)
B38579-20 vivo V2029 (Y20s)
B38584-20 Motorola
XT2083-5 (Moto G9 Play)
B38589-20 SAMSUNG SM-G780F/DS (Galaxy S20 FE)

Samsung

เริ่มกันด้วย Galaxy S20 FE สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของ Samsung ด้วยความที่เป็นสมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาโดยเข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มือถือรุ่นนี้เองก็มีกระแสตอบรับอย่างล้นหลามเช่นกัน มีสีตัวเครื่องให้เลือกมากถึง 6 สี สเปคนั้นอยู่ในระดับเรือธง ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว อัตราการรีเฟรช 120Hz กล้องหลังเกรดโปร 3 ตัว ความละเอียด 12MP ครอบคลุมทุกช่วงระยะ ไวด์ อัลตร้าไวด์ และเทเลโฟโต้ กันน้ำและฝุ่น IP68 ลำโพงคู่สเตอริโอ

โดยแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย คือ รุ่นที่ใช้ Exynos 990 (4G) และรุ่นที่ใช้ Snapdragon 865 (5G) แม้จะมีรายชื่อในลำดับท้ายสุด แต่พอผ่านการรับรองจาก กสทช.มาแล้วก็วางขายแทบจะทันทีเลย ซึ่ง Galaxy S20 FE มีราคาเริ่มต้นนั้นอยู่ที่ 20,900 บาท

POCO

แทบจะทันทีหลังจากการประกาศวางจำหน่ายในประเทศไทย POCO X3 NFC ก็ได้รับความสนใจอย่างถล่มทลาย ด้วยสเปคสุดโหดแบบไม่เกรงใจชาวบ้านในเซกเมนต์เดียวกัน กับหน้าจอ IPS LCD ขนาดใหญ่ 6.67 นิ้ว อัตราการรีเฟรช 120Hz ชิปเซ็ต Snapdragon 732G พร้อมระบบระบายความร้อน LiquidCool Technology 1.0 Plus กล้องหลัง 4 ตัว  64MP มีลำโพงคู่สเตอริโอที่รองรับ Hi-Res Audio อีกทั้งยังกันน้ำและฝุ่น IP53 ด้วย ทั้งหมดนี้ในราคาเริ่มต้นแค่ 6,499 บาท

Motorola

ถัดมากับ Motorola RAZR 5G กันก่อน เจ้านี่ถือเป็นมือถือจอพับรุ่นที่สองของ Motorola ต่อจาก Motorola RAZR ที่เปิดตัวในปี 2019 ซึ่งรุ่นแรกไม่ได้มีการนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยแต่อย่างใด โดย Motorola RAZR 5G ถูกขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 765G ชิปเซ็ตจาก Qualcomm แน่นอนว่า ต้องรองรับ 5G ตามชื่อของมัน บานพับได้รับการปรับปรุงให้ทนทานมากขึ้น ผ่านการทดสอบกว่า 200,000 ครั้งก็ยังอยู่รอดปลอดภัย สำหรับราคาทางฝั่งอเมริกานั้นเปิดมาที่ 1,399 เหรียญ ตีเป็นเงินไทยราว 44,200 บาท ส่วนราคาของประเทศไทยอย่างเป็นทางการก็ต้องมาลุ้นกันครับ

ต่อกันด้วย Moto G9 Play เป็นมือถืออีก 1 รุ่นของ Motorola ที่จ่อเปิดตัวในประเทศไทย โดยมีสเปคระดับกลาง ๆ มาพร้อมหน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว กล้องหลังจำนวน 3 ตัว ความละเอียดสูง 48MP ชูจุดเด่นแบตอึด 5000mAh รองรับชาร์จไว 20W คาดราคาอยู่ระหว่าง 5,000 – 6,000 บาท

ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับแฟน ๆ Motorola ในบ้านเรา ที่มีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เตรียมจะวางจำหน่ายพร้อมกันถึง 2 รุ่น เพราะช่วงที่ผ่านมาหลายเดือน Motorola ประเทศไทยดูจะเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวอะไรเท่าไหร่ ตั้งแต่เปิดตัว Moto G8 Power Lite ไปเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

Lenovo

สำหรับ Lenovo Tab P11 Pro จะเป็นแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Android ที่มีราคาอยู่ในเกณฑ์กลาง ๆ ของ Lenovo แม้หน่วยประมวลผล Snapdragon 730G ของมันจะไม่ใช่ชิปเซ็ตระดับท็อป แต่ฟีเจอร์การใช้งานอื่น ๆ ต้องบอกว่า ใส่มาให้เยอะไม่แพ้แท็บเล็ตระดับเรือธงค่ายอื่นเลยทีเดียว โดยเฉพาะด้านความบันเทิงนี่จัดหนักจัดเต็มมาก เพราะแท็บเล็ตรุ่นนี้จะมาพร้อมกับหน้าจอ OLED ขนาด 11.5 นิ้ว ใหญ่กำลังดี รองรับการแสดงผล Dolby Vision และ HDR10 แถมลำโพงที่ให้มานั้นเป็นลำโพงจากแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกอย่าง JBL ด้วยจำนวนถึง 4 ตัว และถูกปรับจูนเสียงโดย Dolby Atmos อีกต่างหาก นอกจากนี้ Lenovo Tab P11 Pro ยังรองรับการใช้งานร่วมกับเคสคีย์บอร์ดและปากกาสไตลัสด้วย แต่อุปกรณ์ทั้ง 2 ชิ้นนี้ต้องซื้อแยกนะครับ โดยค่าตัวของ Tab P11 Pro จะอยู่ที่ประมาณ 15,500 บาท

Huawei

ตามรายชื่อที่เผยออกมาของ กสทช.ในเดือนกันยายนนี้มีสมาร์ทโฟนจาก Huawei เพียงรุ่นเดียว คือ Y9a ถือเป็นมือถือสุดคุ้มอีกรุ่นที่น่าสนใจ เพราะเปิดตัวที่ต่างประเทศด้วยราคาเพียง 1,099 ริยัลซาอุดีอาระเบีย หรือราว 9,300 บาท แต่สเปคที่ให้มานั้นดุเดือดมาก ๆ ด้วยหน้าจอ IPS LCD ขนาดใหญ่ 6.63 นิ้ว แสดงผลได้อย่างเต็มตา เพราะกล้องหน้าเป็นแบบ pop-up ที่ซ่อนอยู่ด้านใน จึงไม่รบกวนหรือกินพื้นที่หน้าจอ

กล้องหลังให้มาครบชุด 4 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 64MP กล้องอัลตร้าไวด์ 8MP มุมกว้าง 120 องศา กล้องมาโครและกล้องจับความลึก ที่มีความละเอียด 2MP เท่ากัน ภายในมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4300mAh รองรับชาร์จไว 40W สามารถชาร์จจาก 0-70% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที ส่วนชิปเซ็ตของ Huawei Y9a รุ่นนี้คือ Helio G80 จาก MediaTek

Vivo

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Vivo ได้เปิดตัว V20 Pro 5G ในประเทศไทยพร้อมทั้งประกาศราคาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หากดูจากรายชื่อของ กสทช.จะเห็นได้ว่า ยังมีสมาร์ทโฟนของ Vivo เหลืออยู่อีก 1 รุ่น ในชื่อรหัส V2022 หรือก็คือ V20 SE นั่นเอง ซึ่งพึ่งเปิดตัวกันไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อคืนนี้ในต่างประเทศ โดยจะยังคงมีจุดเด่นที่กล้องหลัง 3 ตัว 48MP สุดเทพเช่นเดียวกับในรุ่น Pro แต่จะมีสเปคโดยรวมที่ลดหลั่นลงมาเล็กน้อย ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 665 หน่วยความจำ 128GB และ RAM 8GB ส่วนหน้าจอยังมีขนาดเท่าเดิมที่ 6.44 นิ้ว พาแนล AMOLED

Sony

สมาร์ทโฟนเรือธงของ Sony ที่เปิดตัวไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่พึ่งจะได้ฤกษ์เปิดให้ลงชื่อจองในประเทศไทยไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เอง Xperia 1 II เป็นสมาร์ทโฟนที่จัดเต็มทั้งในด้านของประสิทธิภาพการใช้งานและความบันเทิง ด้วยหน้าจอ CinemaWide ขนาด 6.5 นิ้ว พาแนล OLED ความละเอียด 4K UHD บนสัดส่วน 21:9 ซึ่งเป็นสัดส่วนเดียวกับที่ใช้ในโรงภาพยนตร์ ทำให้ดูหนังได้เต็มอรรถรส มาพร้อมลำสเตอริโอคู่ด้านหน้า ระบบเสียงจัดเต็มตามสไตล์ Sony ในขณะที่หน่วยประมวลผลเลือกใช้เป็น Snapdragon 865 5G จาก Qualcomm โดยเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในราคา 35,990 บาท แถมฟรีหูฟังไร้สายตัวเทพ WF-1000XM3 ถึงวันที่ 30 กันยายนนี้

Nokia

ฝั่ง Nokia มีมาด้วยกัน 2 รุ่น ในชื่อรหัส TA-1272 และ TA-1276 นั้นยังไม่มีข้อมูลที่สามารถยืนยันได้ในตอนนี้ว่าทั้งคู่คือรุ่นอะไร มีเพียงเรื่องเดียวในตอนนี้ที่บอกได้คือ สมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายเพียงแค่ 4G และไม่รองรับ 5G ครับ

 

ที่มา : กสทช.

from:https://droidsans.com/nbtc-new-phones-sept-2020/

[Guest Post] หัวเว่ย เปิดตัวโครงการประกาศนียบัตรด้านไอซีที ระดับเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2020 เร่งพัฒนาอีโคซิสเต็มด้านบุคลากรไอซีที

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ส์ จำกัด ผู้จัดหาเทคโนโลยีไอซีทีชั้นนำของโลกเดินหน้าเปิดตัวโครงการประกาศนียบัตรมาตรฐานวิชาชีพด้านไอซีที ระดับเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2020 (Huawei Asia Pacific ICT Certification Program 2020) เพื่อฝึกอบรมนิสิตนักศึกษาและบุคลากรด้านไอซีทีทั่วทั้งภูมิภาค แม้ว่าจะมีความท้าทายหลากหลายจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  โครงการฝึกอบรมฟรีนี้เปิดรับนักศึกษาและบุคลากรด้านไอซีทีที่ได้เข้าร่วมหรือวางแผนที่จะเข้าร่วมโครงการหัวเว่ย อะแคเดมี่ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  ผู้เข้าร่วมที่ผ่านเกณฑ์จะมีโอกาสคว้ารางวัลใหญ่ ซึ่งรวมถึงสมาร์ทโฟน Huawei P40 และแล็ปท็อป Huawei Matebook Pro 

 

เพื่อให้เป็นไปตามพันธกิจระดับโลกของบริษัทในการสนับสนุนการพัฒนาแรงงานด้านไอซีที หัวเว่ยได้เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรมาตรฐานวิชาชีพชั้นนำของอุตสาหกรรมขึ้นมาในชื่อว่า “Huawei Certification”  โดยเป็นประกาศนียบัตรมาตรฐานด้านเทคนิคที่ครอบคลุมการสอบรับรองความรู้ถึง 100 หัวข้อ และสาขาเทคนิค 22 สาขา ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งเสริมเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองผ่านคอร์สด้านเทคโนโลยีออนไลน์มาตรฐานมากมาย

คอร์สและประกาศนียบัตรต่าง ๆ ของหัวเว่ยครอบคลุมสาขาเทคนิคสำคัญทั้งหมดของอุตสาหกรรมไอซีที อาทิ   บิ๊กดาต้า, คลาวด์คอมพิวติ้ง, LTE, 5G, การเงิน เป็นต้น ผู้เข้าร่วมโครงการจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ผ่านการทดสอบในเวลาอันรวดเร็วที่สุดของแต่ละระดับจะมีโอกาสได้รับรางวัลเป็นผลิตภัณฑ์สุดพรีเมียมจากหัวเว่ย

โครงการปีนี้เปิดให้ลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งขณะนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมแล้วถึง 1,885 คนจากทั่วทั้งภูมิภาค  และคาดว่าในราวปี 2566 หัวเว่ยจะสามารถป้อนแรงงานที่ผ่านการฝึกอบรมเข้าสู่อุตสาหกรรมไอซีทีได้กว่า 700,000 คนทั่วโลก  

ภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการสร้างระบบนิเวศด้านบุคลากรไอซีทีอันยั่งยืน หัวเว่ยมุ่งมั่นพัฒนาโปรแกรมการเรียนการสอนด้านไอซีทีนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการจัดการแข่งขัน Huawei ICT Competition, หัวเว่ย อะเคเดมี่ และโครงการ Learn ON ของหัวเว่ย  ท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 การแข่งขัน Huawei ICT Competition ประจำปี 2020 มีนักศึกษากว่า 150,000 คน จากสถาบันระดับอุดมศึกษากว่า 2,000 แห่งใน 70 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมโครงการ โดยการแข่งขันระดับภูมิภาคและรอบชิงชนะเลิศระดับโลกปีนี้จะมีขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม และ 30 ตุลาคม นี้ ตามลำดับ

แม้จะมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หัวเว่ยยังเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าการเรียนรู้ไม่เคยหยุดนิ่ง ปีนี้ โครงการหัวเว่ย อะแคเดมี่ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและองค์กร โดยดึงเอาสถาบันการศึกษาและองค์กรชั้นนำในระดับอุตสาหกรรมมาร่วมโครงการ ได้ต้อนรับพันธมิตรใหม่จากสถาบันการศึกษาขั้นสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มอีก 78 แห่ง ทำให้ในปัจจุบันมีจำนวนพันธมิตรทั้งสิ้น 134 แห่งแล้ว  และเพื่อรับมือกับการปิดโรงเรียนเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บริษัทได้จัดทำแพลตฟอร์มการเรียนการสอนแบบออนไลน์ขึ้นภายใต้ชื่อโปรแกรม Learn ON ทั้งสำหรับผู้สอนและนักศึกษา  โดยแพลตฟอร์มเปิดนี้จะมีทรัพยากรคุณภาพสูงและคลาสเรียนต่างๆ เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนร่วมชั้นและผู้ฝึกอบรมได้ผ่านวิดีโอแชทสด

หัวเว่ยจะยังคงทุ่มเทเพื่อพัฒนาแรงงานทักษะสูงอย่างรอบด้านเพื่อสร้างโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับวิธีการเข้าร่วมโครงการประกาศนียบัตรมาตรฐานวิชาชีพด้านไอซีทีของหัวเว่ย ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2020 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://e.huawei.com/en/talent/#/news/details?consultationId=717

 

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสมาร์ทดีไวซ์ ด้วยโซลูชั่นที่ผสมผสานในสี่กลุ่มหลัก คือ เครือข่ายโทรคมนาคม, ไอที, สมาร์ทดีไวซ์ และบริการคลาวด์ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ โซลูชันและบริการที่ครบวงจรของหัวเว่ยเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านการแข่งขันและเชื่อถือได้ จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศแบบเปิด หัวเว่ยสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้า เสริมสมรรถนะของผู้คน ช่วยให้การใช้ชีวิตที่บ้านมีความสะดวกสบาย และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรทุกรูปแบบและทุกขนาด นวัตกรรมของหัวเว่ยเน้นตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า เราทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลในด้านการวิจัย เน้นค้นหานวัตกรรมด้านเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนโลกของเราให้ก้าวไปข้างหน้า เรามีพนักงานกว่า 180,000 คน ดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่   https://e.huawei.com/th/

 

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-asia-pacific-ict-certification-program-2020/

หลุดข้อมูลชิปเซ็ท HUAWEI Nova 8 และ Nova 8 Pro และราคา ก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้

มีรายงานว่า HUAWEI กำลังทำงานกับ HUAWEI Nova 8 Series ว่าที่สมาร์ตโฟนระดับกลางบนรุ่นใหม่ในตระกูล Nova Series และคาดว่าจะเปิดจัวภายในสิ้นปีนี้ ล่าสุดมีข้อมูลสเปกของ HUAWEI Nova 8 และ Nova 8 Pro หลุดออกมาให้ทราบกันแล้ว

HUAWEI Nova 8

Really Asen Jun แหล่งข่าวหลุดสมาร์ตโฟนชาวจีนได้โพสต์ผ่านบัญชี Weibo ส่วนตัวระบุสเปกของ HUAWEI Nova 8 และ Nova 8 Pro โดยเริ่มจาก Nova 8 จะมาพร้อมชิปเซ็ท Dimensity 820 (ซึ่งตอนนี้เป็นชิปเซ็ท Exclusive สำหรับ Redmi แต่จะหมดสัญญาในเดือนธันวาคมนี้)

รวมทั้งใช้หน้าจอแสดงผลแบบ OLED ที่ผลิตโดย Visionex หรือ Tianma ของประเทศจีน โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz และมีราคาเริ่มต้นที่ 3,299 หยวนหรือประมาณ 15,250 บาท

ขณะที่ Nova 8 Pro รุ่นท๊อป จะมาพร้อมชิปเซ็ท Dimensity 1000+ รวมทั้งใช้หน้าจอแสดงผลแบบ OLED ที่ผลิตโดย Visionex หรือ Tianma ของประเทศจีน โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และมีราคาเริ่มต้นที่ 3,999 หยวนหรือประมาณ 18,500 บาท

ทั้งนี้ ข้อมูลสเปกและราคาของ HUAWEI Nova 8 และ Nova 8 Pro ที่เผยออกมานี้ยังไม่การยืนยันจากทาง HUAWEI ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันครับ

ที่มา : Gizmochina

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Huawei ที่นี่ >>> http://bit.ly/31ikNU

from:https://www.mobileocta.com/leak-reveals-nova-8-and-nova-8-pro-chipsets-and-price-tags/

[Guest Post] หัวเว่ยเผยกลยุทธ์สร้างคุณค่าใหม่ด้วยการผสาน 5 ขอบข่ายเทคโนโลยีสำคัญ

หัวเว่ยจัดงานประชุมสุดยอดประจำปี “Huawei Connect 2020” ณ มหานคร เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ถือเป็นงานสำคัญที่หัวเว่ยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีให้แก่อุตสาหกรรมไอซีทีในระดับโลก และยังเป็นแพลตฟอร์มที่เผยกลยุทธ์สำคัญของหัวเว่ยอีกด้วย

นายกัว ผิง ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย กล่าวเปิดงาน Huawei Connect 2020

 

ในปี 2020 ซึ่งเทคโนโลยี 5G เริ่มมการใช้งานในทั่วโลก และเกิดการผสานรวมระหว่างการเชื่อมต่อ, เทคโนโลยี Cloud, AI, การประมวลผลคอมพิวเตอร์ และแอปพลิเคชัน ซึ่งก่อให้เกิดโอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมไอซีทีอย่างมหาศาล Huawei Connect ในปีนี้จึงมุ่งที่เรื่อง “สร้างคุณค่าใหม่ผสานการทำงานระหว่าง 5 ขอบข่ายสำคัญในแวดวงเทคโนโลยี”

หัวเว่ยมุ่งที่นำเทคโนโลยีไอซีทีไปใช้ในทุกภาคอุตสาหกรรมและนำเสนอโซลูชันสำหรับใช้งานในสถานการณ์เฉพาะควบคู่ไปกับพาร์ทเนอร์ เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจต่างๆ สามารถเติบโตทางธุรกิจและช่วยให้รัฐบาลสามารถดำเนินตามนโยบายในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในประเทศ รวมไปถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของรัฐบาลด้วยเช่นกัน

นายกัว ผิง ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย ได้กล่าวเปิดงานในหัวข้อ สร้างคุณค่าใหม่ จากการผสานการทำงานระหว่าง 5 ขอบข่ายสำคัญในแวดวงเทคโนโลยี” ว่า “ในขณะที่องค์กรและรัฐบาลกำลังก้าวสู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น เราจะเห็นศักยภาพการเติบโตในภาคอุตสาหกรรมไอซีทีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเราตั้งเป้าที่จะเปิดฉากเข้าสู่ยุคใหม่ของการพัฒนาไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ของเรา”

นายกัว ผิง ยังยกตัวอย่างถึงต้นแบบในการสร้างองค์กรอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ และเมืองอัจฉริยะของหัวเว่ย โดยการผสานรวมเทคโนโลยีไอซีทีเข้ากับองค์ความรู้ของภาคอุตสาหกรรม และสร้างโซลูชันสำหรับสถานการณ์การใช้งานเฉพาะ สร้างมูลค่าให้แก่รัฐบาลหรือองค์กรที่มีระบบธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งในขั้นถัดไป หัวเว่ยจะร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในการนำเทคโนโลยีไอซีทีมาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ช่วยให้ธุรกิจองค์กรเกิดการเติบโต และช่วยให้รัฐบาลสามารถดำเนินกลยุทธ์กระตุ้นอุตสาหกรรมภายในประเทศได้สำเร็จ สร้างประโยชน์ให้กับประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของรัฐบาลไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ หัวเว่ยจะเดินหน้าลงทุนในขอบข่ายของธุรกิจหลักๆ ดังต่อไปนี้

ในขอบข่ายด้านโครงข่าย หัวเว่ยเสนอแนวคิดด้วยการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะนำเสนอโครงข่ายอัตโนมัติที่มีการผสมผสานหลายระบบเข้าไว้ด้วยกัน (hyper-automated network) เพื่อให้เข้าถึงโครงข่ายความเร็วสูงที่ครอบคลุมทุกหนแห่ง (ubiquitous gigabit) มอบประสบการณ์การใช้งานได้ตามเป้าหมายที่กำหนด รวมถึงทำให้สามารถยกระดับเทคโนโลยีอัจฉริยะในระบบธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งของภาครัฐและเอกชน

ในขอบข่ายด้านเทคโนโลยีการประมวลผลคอมพิวเตอร์ หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสิทธิภาพการประมวลผลที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า แยกซอฟต์แวร์ออกจากฮาร์ดแวร์เพื่อปรับเทคโนโลยีประมวลผลให้ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งรวมถึงหน่วยประมวลผลแบบ x86 และคุนเผิง (Kunpeng)

ในขอบข่ายด้านบริการ Cloud หัวเว่ยได้ให้บริการครอบคลุมกว่า 23 ภูมิภาคทั่วโลก ดึงดูดนักพัฒนากว่า 1.5 ล้านคน

ในขอบข่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) หัวเว่ยมุ่งที่จะผสานเทคโนโลยี AI ให้เข้าไปอยู่ในระบบธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งในภาครัฐและเอกชนได้ดียิ่งขึ้น โดยใช้องค์ความรู้และข้อมูลในการสร้างศักยภาพหลักของระบบ AI

เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ การประมวลผลคอมพิวเตอร์ Cloud และ AI คล้ายกับการมาถึงของไฟฟ้าเมื่อร้อยปีก่อน ในขณะที่แอปพลิเคชันในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ก็เหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและเครื่องมือในโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานไฟฟ้านั้นนั่นเอง

หัวเว่ยเชื่อว่าการทำงานผสานกันระหว่าง 5 ขอบข่ายสำคัญในแวดวงเทคโนโลยีจะไม่เพียงนำมาซึ่งโอกาสมาให้แก่หัวเว่ยเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือนำมาซึ่งโอกาสอีกมากมายให้กับทั้งภาคอุตสาหกรรมไอซีที

ในงานดังกล่าว หัวเว่ยยังได้ประกาศสโลแกนสำหรับการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรในอีโคซิสเต็ม พร้อมกับพาร์ทเนอร์รายใหญ่ต่างๆ จากทั่วโลกว่า “สร้างสรรค์นวัตกรรม เติบโต และคว้าชัยชนะไปด้วยกัน” (Innovate, Grow, and Win Together)

“หัวเว่ยจะสร้างพละกำลัง พาร์ทเนอร์ของเราจะเป็นผู้ควบคุมและแปรรูปพลังนั้นมาใช้ประโยชน์ เมื่อทุกคนร่วมมือกัน เราจะประสบความสำเร็จและสามารถสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น”

งาน Huawei Connect 2020 เป็นงานใหญ่ประจำปีซึ่งหัวเว่ยจัดขึ้นสำหรับแวดวงอุตสาหกรรมไอซีทีระดับโลก และจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 กันยายน 2020 ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน งานประชุม Huawei Connect เป็นดั่งแพลตฟอร์มเปิดกว้างซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้าและพาร์ทเนอร์สามารถจัดการกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แบ่งปันประสบการณ์ และทำงานร่วมกันเพื่อสร้างมูลค่าใหม่ๆ โดยในงานปีนี้ หัวเว่ยได้ค้นหาเทรนด์และโอกาสต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของแวดวงอุตสาหกรรม จัดแสดงเทคโนโลยีล้ำสมัย ผลิตภัณฑ์ และโซลูชันด้านไอซีที ให้แง่มุมเชิงลึกของผลประโยชน์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกัน และการแบ่งปันกรณีตัวอย่างภาคปฏิบัติที่ได้ผลดีที่สุดในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เป้าหมายสูงสุดของเราคือสร้างอีโคซิสเต็มที่เปิดกว้างและแข็งแกร่งของทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายและสร้างมูลค่าใหม่ให้กับทุกอุตสาหกรรม สามารถผ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

https://www.huawei.com/en/events/huaweiconnect2020/

 

เกี่ยวกับหัวเว่ย 

หัวเว่ย ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสมาร์ทดีไวซ์ ด้วยโซลูชั่นที่ผสมผสานในสี่กลุ่มหลัก คือ เครือข่ายโทรคมนาคม, ไอที, สมาร์ทดีไวซ์ และบริการคลาวด์ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ โซลูชันและบริการที่ครบวงจรของ หัวเว่ยเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านการแข่งขันและเชื่อถือได้ จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศแบบเปิด หัวเว่ยสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้า เสริมสมรรถนะของผู้คน ช่วยให้การใช้ชีวิตที่บ้านมีความสะดวกสบาย และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรทุกรูปแบบและทุกขนาด นวัตกรรมของหัวเว่ยเน้นตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า เราทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลในด้านการวิจัย เน้นค้นหานวัตกรรมด้านเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนโลกของเราให้ก้าวไปข้างหน้า เรามีพนักงานกว่า 194,000 คน ดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด   

 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com  

 

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-creating-new-value-with-synergy-across-5-tech/

Intel ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐให้ทำการค้ากับ Huawei ส่วนบริษัทอื่นๆ เตรียมเข้าคิวรอด้วย

เรียกว่าเป็นช่วงพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรกของ Huawei จริงๆ เพราะนอกจากจะโดนสหรัฐอเมริกาแบนห้ามทำการค้าด้วยจนไม่สามารถเข้าถึง GMS ได้ แถมเมื่อเร็วๆ นี้ก็ยังโดนสั่งห้ามทำการค้ากับบริษัทผลิตชิปต่างๆ จนไม่สามารถผลิตชิป Kirin มาใช้กับมือถือของตัวเอง แต่ล่าสุดดูเหมือนจะมีแสงสว่างรำไรสำหรับ Huawei ออกมาให้ใจชื้นบ้างแล้ว เพราะมีข้อมูลออกมาว่าบริษัทผลิตชิปอย่าง Intel ได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐให้ทำการค้า และส่งออกสินค้าบางชนิดให้กับ Huawei แล้ว รวมถึงยังมีบริษัทอื่นๆ ที่รอต่อคิวอยู่ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลดังกล่าวมาจากโฆษกของทาง Intel เอง ว่าตอนนี้ทางบริษัทได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐให้สามารถส่งออกสินค้าบางประเภทให้กับ Huawei ได้แล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะเป็นสินค้าประเภทใดบ้าง นอกจากนี้ทาง Huawei ยังออกมายืนยันเพิ่มเติมอีกด้วยว่า บริษัทผลิตชิป Qualcomm ก็ยื่นเรื่องกับทางรัฐบาลสหรัฐเพื่อขออนุญาตทำการค้ากับ Huawei ด้วยเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการอัปเดตว่าผลจะออกมาเป็นยังไงบ้าง

ยังมีข้อมูลจากหลายๆ สำนักเผยออกมาอีกว่าบริษัท AMD ได้ยื่นเรื่องกับทางรัฐบาลเพื่อขออนุญาตขายชิปให้กับบริษัทจีนทั้งหมด 2 บริษัท ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นบริษัทอะไรบ้าง แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าหนึ่งในนั้นต้องเป็น Huawei แน่นอน

ก็ต้องมารอลุ้นกันต่อไปครับว่าต่อจากนี้ไป สถานการณ์ของ Huawei จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นรึเปล่า…ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นมือถือแบรนด์นี้ มากับชิปตระกูล Snapdragon, Intel หรืออาจจะ AMD ก็เป็นได้นะ

 

ที่มา : Businessinsider, GSMArena 

from:https://droidsans.com/intel-greenlit-to-work-with-huawei/