คลังเก็บป้ายกำกับ: HUAWEI

Android Tablet – หลุดข้อมูล Huawei MatePad Pro เผยน่าจะมาพร้อมกับชิปเซ็ท Kirin 990 ตัวแรง

ในขณะที่สถานการณ์ของทาง Huawei เริ่มกลับมาดีขึ้นอีกครั้งจากการที่ทางผู้นำของทั้งทางสหรัฐอเมริกาและจีนได้มีการพูดคุยกันในเรื่องของการค้าระหว่างประเทศ ทาง Huawei เองนั้นก็ยังคงทำการปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ซึ่งล่าสุดนั้นได้มีข้อมูลการทดสอบหลุดออกมาโดยผู้เชี่ยวชาญคาดว่าเจ้าเครื่องรุ่นใหม่นี้นั้นจะเป็น Huawei MatePad Pro แท็บเล็ตระดับเรือธงของทาง Huawei ซึ่งจากผลคะแนนการทดสอบนั้นพบว่ามันน่าจะมาพร้อมกับชิปเซ็ท Kirin 990 ตัวแรงของทาง Huawei เอง

สำหรับข้อมูลที่หลุดออกมาจากผลการทดสอบของแอปพลิเคชัน Geekbench นั้นระบุชื่อรุ่นของอุปกรณ์ดังกล่าวเอาไว้ว่าเป็น MRX-AN09 โดยจากผลคะแนนนั้นพบว่า MRX-AN09 นี้ได้คะแนนแบบ Single-core อยู่ที่ 3808 คะแนนและแบบ multi-cores อยู่ที่ 11832 คะแนนซึ่งจากคะแนนนั้นอยู่ในระดับเดียวกันกับสมาร์ทโฟนระดับเรือธงอย่าง Mate 30 Pro ทำให้คาดได้ว่าเจ้า MRX-AN09 นั้นน่าจะใช้ชิปเซ็ทตัวเดียวกันอย่าง Kirin 990 แน่นอน

สำหรับข่าวลือสเปคที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ของ Huawei MatePad Pro นั้นก็คือตัวเครื่องจะมาพร้อมกับหน้าจอที่เต็มจอและมีขอบบางมากโดยกล้องหน้านั้นจะมีการเจาะรูปเอาไว้ทางด้านซ้ายของหน้าจอ(รูคล้ายๆ กับ Samsung Galaxy Note 10) ตัวเครื่องนั้นน่าจะมีทั้งรุ่นที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ 6 GB และ 8 GB พร้อมกันนั้นแล้วตัวเครื่องรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายด้วยนั้นก็จะรองรับเครือข่าย 5G เลยทีเดียว ตัวระบบปฎิบัติการนั้นเป็น Android 10 ซึ่งแน่นอนว่าหากเปิดตัวออกมาในช่วงที่การเจรจาของผู้นำทั้ง 2 ประเทศยังคงไม่มีข้อตกลงนั้นก็จะทำให้ Huawei MatePad Pro ไม่มี Google Service ส่วนของจริงจะเป็นเช่นไรนั้นก็คงต้องคอยดูกันต่อไป

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/a-new-huawei-matepad-pro-leak-appears-to-confirm-kirin-990-soc/502685/

เรื่องราวของการรับมือของ Huawei บนอุปกรณ์แอนดรอยด์ด้วย HMS เมื่ือไม่มี GMS

ในท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างประเทศที่ทำให้ GMS ถูกตัดออกไปใน Huawei Mate 30 Series และยังไม่มีทีท่าที่ชัดเจนว่าสุดท้ายแล้วจะจบลงอย่างไร รุ่นต่อไปจะมีโอกาสได้กลับมาใช้ GMS หรือไม่ หรือว่าต้องโดนแบนกันแบบยาวๆไป

แต่สำหรับบริษัทระดับ Global อย่าง Huawei จะให้นั่งคอยความหวังก็คงจะทำไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาที่กระทบกับบริษัทโดยตรง จึงทำให้ Huawei จำเป็นต้องพัฒนา Huawei Mobile Service (HMS) ของตัวเองขึ้นมาเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อให้อยู่ต่อไปได้

เกร็ดความรู้ : HMS นั้นมีมาซักพักใหญ่แล้ว แต่ไม่ได้เป็นที่รู้จักหรือนิยมมากนัก ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้มีการพัฒนาต่อยอดให้เพิ่มมากขึ้นจากเดิมไปอีก เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ก่อนจะพูดถึงเรื่ือง HMS ของ Huawei ขอแนะนำให้อ่านเรื่องของ GMS ที่ผมเคยเขียนไว้ ความสำคัญของ Google Play Services สำหรับ Android และนักพัฒนา เพื่ือให้เข้าใจว่าถ้าอุปกรณ์แอนดรอยด์ขาด GMS ไปแล้วจะต้องพบกับปัญหาอะไรบ้าง

 

HMS สามารถทดแทน GMS ได้แค่ไหน?

เมื่อ GMS นั้นเป็นมากกว่าตัวกลางสำหรับแอปของ Google เพราะมันแฝงไปด้วยความสามารถต่างๆมากมายที่อำนวยความสะดวกให้กับนักพัฒนาจนทำให้แอปส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาความสามารถของ GMS และไม่สามารถทำงานได้ถ้าอุปกรณ์แอนดรอยด์เครื่องนั้นไม่มี GMS

ดังนั้นสิ่งที่ Huawei ต้องทำจึงไม่ใช่แค่การพัฒนาแอปอย่าง App Gallery เพื่อมาแทน Google Play หรือพัฒนาแอปเพื่อทดแทน Google Maps เท่านั้น แต่สิ่งที่ต้องทำจริงๆนั้นคือการทำให้ HMS สามารถทดแทนความสามารถของ Google Play Service ที่อยู่ใน GMS เพื่อให้แอปอื่นๆสามารถใช้งานแทน GMS ได้

 

การรับมือของ Huawei

เมื่อ 2-3 เดือนก่อน ทาง Huawei ได้เริ่มติดต่อกับนักพัฒนาในแต่ละประเทศเพื่อให้นำแอปไปลงใน App Gallery ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีแอปต่างๆมากมายของไทยที่สามารถดาวน์โหลดจาก App Gallery ได้แล้ว (ต้องนับถือ Huawei จริงๆที่ทำได้ไวขนาดนี้)

แต่เอาเข้าจริงก็เป็นแค่การรับมือขั้นแรกสุดของทาง Huawei  เท่านั้น เพราะการนำแอปลง App Gallery ก็เป็นแค่การเปลี่ยนแหล่งดาวน์โหลดเท่านั้น แต่แอปที่ต้องการ GMS ก็ยังคงต้องการอยู่ดี

ดังนั้นในขั้นตอนต่อมาก็คือการทำให้แอปเหล่านั้นรองรับกับ HMS ให้ได้ โดยในเดือนที่ผ่านมาผู้เขียนเป็นหนึ่งในนักพัฒนาที่ทาง Huawei ได้เชิญเข้าร่วมงานที่ชื่ือว่า Huawei Developer Day ที่สำนักงาน Huawei Thailand ซึ่งเป็นงานสำหรับแนะนำแนวทางในการพัฒนาแอปสำหรับ HMS ให้กับนักพัฒนาแอปในประเทศไทย

เกร็ดความรู้ : สำหรับความสามารถของ HMS ที่ทำมาเพื่อทดแทน GMS จะมีชื่อเรียกว่า HMS Core

และนั่นก็หมายความว่าในอนาคตแอปตัวหนึ่งก็อาจจะต้องแบ่งเป็น 2 เวอร์ชันสำหรับ Google Play ที่ใช้ GMS และสำหรับ App Gallery ที่ใช้ HMS Core หรืออาจจะทำเป็นเวอร์ชันเดียวกันไปเลยและใช้งานได้ทั้ง GMS และ HMS (ขึ้นอยู่กับว่าเครื่องนั้นๆมีอันไหนให้ใช้) ส่วนผู้ใช้ก็อาจจะเจอปัญหาจากการโหลด APK มาแล้วใช้งานไม่ได้ เพราะเครื่องใช้ GMS ส่วน APK ที่โหลดมาเป็นเวอร์ชัน HMS แต่ในขณะเดียวกันถ้าแอปนั้นรองรับทั้ง GMS และ HMS ควบคู่กันในตัวเดียว ก็จะเจอปัญหาแอปมีขนาดใหญ่ขึ้นแทน

ซึ่งภายในงาน Huawei Developer Day ก็ได้มีการแนะนำความสามารถต่างๆของ HMS Core ที่พร้อมให้ใช้งานแล้วในตอนนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย

Account Kit – บริการสำหรับแอปที่ต้องการให้ผู้ใช้สามารถ Huawei ID ในการล็อกอินเข้าแอป โดยของ GMS จะเป็นบริการที่ชื่อว่า Google Sign In

Game Service – บริการสำหรับแอปเกมที่ต้องการระบบต่างๆสำหรับเกมด้วย เช่น ระบบ Achievement หรือ Leaderboard เป็นต้น โดยของ GMS จะเป็นบริการที่ชื่อว่า Google Play Game Services

Location Kit – บริการสำหรับแอปที่ต้องการรู้พิกัดตำแหน่งของเครื่องเพื่อใช้งานภายในแอป โดยของ GMS จะเป็นบริการที่ชื่อว่า Fused Location Provider & Geofencing

Drive Kit – บริการเพื่อให้แอปของนักพัฒนาสามารถเรียกใช้งานข้อมูลที่อยู่ใน Huawei Drive ของผู้ใช้คนนั้นๆได้ โดยของ GMS จะเป็นบริการที่ชื่อว่า Google Drive

Map Kit – บริการสำหรับแอปที่ต้องการแสดงแผนที่ภายในแอป โดยของ GMS จะเป็นบริการที่ชื่อว่า Google Maps

Push Kit – บริการสำหรับส่งข้อมูลจากระบบเซิฟเวอร์ไปยังเครื่องของผู้ใช้ในรูปแบบของ Push Notification โดยของ GMS จะเป็นบริการที่ชื่อว่า Google Cloud Messaging และ Firebase Cloud Messaging

Analytics Kit – บริการสำหรับเก็บข้อมูลของผู้ใช้ในตอนใช้งานแอป เพื่อให้เข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้ใช้ให้มากขึ้น โดยของ GMS จะเป็นบริการที่ชื่อว่า Google Analytics และ Firebase Analytics

Ads Kit – บริการสำหรับแสดงโฆษณาภายในแอปเพื่อสร้างรายได้ให้กับนักพัฒนาแอปนั้นๆ โดยของ GMS จะเป็นบริการที่ชื่อว่า Google Mobile Ads

In-App Purchases – บริการสำหรับเก็บเงินจากการใช้งานแอปในรูปแบบต่างๆ เช่น ซื้อไอเท็มในแอป หรือค่าใช้บริการรายเดือน โดยของ GMS จะเป็นบริการที่ชื่อว่า Google Play In-app Billing

หนึ่งในบริการของ Huawei ที่ไม่ได้เกี่ยวกับ HMS แต่น่าสนใจมากก็คือบริการบริการให้นักพัฒนาสามารถทดสอบแอปของตัวเองบนเครื่อง Huawei ผ่าน Cloud ได้กันแบบฟรีๆ

และในงาน Huawei Developer Day ที่จัดขึ้นเมื่ือไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาที่สำนักงาน Huawei Singapore (ผมไม่ได้ไป) ก็ได้มีการประกาศ​ Roadmap ของ HMS ในเวอร์ชันถัดไปว่าจะมีบริการใดบ้างเพิ่มเข้ามาในอนาคต ซึ่งจะมีดังนี้

Awareness Kit – น่าจะเป็นบริการสำหรับแอปที่ต้องการรับรู้ถึง Activity ต่างๆของผู้ใช้ว่าผู้ใช้กำลังเดิน หรือวิ่ง หรือกำลังขับรถอยู่ โดยเดาว่าน่าจะมาแทนที่ Activity Recognition

Health Kit – น่าจะเป็นบริการสำหรับ Platform ที่เกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพต่างๆ โดยเดาว่าน่าจะมาแทนที่ Google Fit ของ GMS

Site Kit – น่าจะเป็นบริการสำหรับสถานที่ต่างๆบนแผนที่ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดมากนัก โดยเดาว่าน่าจะมาแทนที่ Place ของ GMS

Nearby Service – น่าจะเป็นบริการสำหรับค้นหาอุปกรณ์แอนดรอยด์รอบๆและเชื่อมต่อได้สะดวกรวดเร็ว โดยเดาว่าน่าจะมาแทนที่ Google Nearby ของ GMS

Panorama Kit – น่าจะเป็นบริการสำหรับแสดงภาพถ่ายแบบพาโนรามา โดยเดาว่าน่าจะมาแทนที่ Panorama Viewer ของ GMS

DRM Kit – น่าจะเป็นบริการสำหรับแอปที่ต้องการความปลอดภัยสำหรับการทำ Streaming Media Content ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะช่วยในเรื่องไหน เพราะเดิมที DRM นั้นมีให้ใช้งานอยู่บนระบบของแอนดรอยด์อยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องใช้ GMS แต่อย่างใด

Safety Detect – บริการด้านความปลอดภัยที่จะช่วยให้แอปมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์แอนดรอยด์ที่ใช้งานแอปอยู่ไม่มีการถูกแก้ไขหรือดัดแปลง (Sys Integrity), การตรวจสอบ URL ที่เรียกใช้งานภายในแอปเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการถูกโจมตี (URL Check), ระบบยืนยันบุคคลเพื่อป้องกันการถูก Spam จากโปรแกรมภายนอกที่ไม่ใช่บุคคลจริงๆ (User Detect) และระบบตรวจสอบแอปภายในเครื่องเพื่อป้องกันการถูกโจมตีจากแอพอื่นๆ (App Check) โดยของ GMS จะเป็นบริการที่ชื่อว่า SafetyNet

Wallet Kit – น่าจะเป็นบริการสำหรับแอปที่ต้องการชำระเงินผ่านออนไลน์ผ่าน Huawei Wallet โดยเดาว่าน่าจะมาแทนที่ Google Pay ของ GMS

ML Kit – น่าจะบริการสำหรับแอปที่ต้องการทำระบบที่ต้องใช้ความสามารถของ Machine Learning ภายในแอป โดยเดาว่าน่าจะมาแทนที่ ML Kit for Firebase ของ GMS

Scan Kit – ยังไม่มีข้อมูลสำหรับบริการตัวนี้ แต่เดาว่าน่าจะเกี่ยวกับการใช้กล้องทำ Image Recognition เหมือนกับ Mobile Vision ของ GMS

FIDO, Fast Identity Online – บริการสำหรับยืนยันตัวตนด้วย FIDO ภายในแอป โดยจะมาแทนที่ Google Identity Platform ของ GMS

Identity Kit – ยังไม่มีข้อมูลสำหรับบริการตัวนี้ แต่น่าจะเป็นบริการสำหรับการยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน โดยคาดว่าจะมาแทนที่ Google Identity Platform

Connectivity Kit – บริการสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆเพื่อรับส่งข้อมูลระหว่างแอปกับอุปกรณ์นั้นๆ โดยคาดว่าจะมาแทนที่ Google Cast

Dynamic Tag Manager – ยังไม่มีข้อมูลสำหรับบริการตัวนี้

ซึ่งเมื่อเทียบบริการระหว่าง HMS Core กับ GMS แล้ว ก็จะพบว่าบริการยอดนิยมส่วนใหญ่ที่แอปใช้งานนั้นมีให้เกือบทั้งหมดแล้ว

บางอันไม่รู้จะเทียบอันไหนกับของ GMS เพราะยังไม่มีข้อมูล

แต่บริการที่น่าจะเป็นโจทย์ที่หินที่สุดสำหรับ Huawei ก็คงไม่พ้นบริการที่ชื่อว่า Firebase ซึ่งผมขอพูดถึงทีหลัง

ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของ HMS Core ก็คือการออกแบบโค้ดให้มีรูปแบบที่คล้ายกับ GMS เพื่อให้นักพัฒนาสามารถแก้ไขโค้ดให้รองรับได้ง่ายใช้เวลาน้อย

ตัวอย่างข้างบนนี้เป็นคำสั่งเรียกใช้งานแผนที่ภายในแอปด้วยรูปแบบที่ง่ายที่สุด โดยจะเห็นว่าคำสั่งเหมือนกันแทบทั้งหมด เว้นแต่ชื่อเรียกของ GMS ที่ต้องเปลี่ยนเป็นของ HMS Core

โดยความยากอย่างหนึ่งของ HMS ก็คือถึงแม้ว่าจะมี HMS Core ให้ใช้ แต่ก็ใช่ว่านักพัฒนาจะหันมาทำให้แอปรองรับกับ HMS Core ในทันทีทันใด เพราะในปัจจุบันตอนนี้อุปกรณ์แอนดรอยด์ที่มี HMS อยู่ในเครื่องไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น จึงทำให้มีแรงจูงใจในการทำแอปให้รองรับค่อนข้างน้อย

ซึ่งในตอนนี้ทาง Huawei ได้ทยอยรับมือกับปัญหานี้ดว้ยการติดต่อกับนักพัฒนาของแต่ละแอปเพื่อทำแอปให้รองรับกับ HMS Core เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพักหนึ่งถึงจะได้เห็นแอปในประเทศไทยทยอยรองรับ HMS Core

แต่ที่เป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดก็คงจะเป็นบริการที่จะมาทดแทนบริการ Firebase เพราะว่าบริการ Firebase นั้นเป็นบริการที่จัดการทั้งในส่วนของแอปและรวมไปถึงระบบข้างหลังบ้านของแอปนั้นๆด้วย

ดังนั้นการมีระบบมาทดแทนบริการของ Firebase จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก เพราะว่านักพัฒนาไม่สามารถย้ายระบบหลังบ้านไปใช้ของ HMS (ถ้ามีในอนาคต) ได้ง่ายๆ ซึ่งใช้เวลามากกว่าการทำแอปให้รองรับ HMS Core หลายเท่าเลยล่ะ ก็ต้องรอติดตามดูว่า Huawei จะใช้ Solution แบบไหนในการแก้ปัญหานี้ เพราะผมก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกัน

 

บทสรุปจะเป็นเช่นไรใครจะรู้

ต้องบอกเลยว่า ณ ตอนนี้ Huawei ต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อผลักดันให้ HMS นั้นอยู่รอดในตลาดได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีฐานผู้ใช้อยู่แล้วในประเทศจีนก็ตาม แต่การจะเพิ่มฐานผู้ใช้ให้ทั่วโลกจะเป็นเรื่องที่ยากกว่า ซึ่งตอนนี้ก็กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาความสามารถต่างๆให้กับ HMS ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนไปจนถึงปีถึงจะเห็นผลตอบรับ

แต่ในอีกมุมหนึ่งผู้เขียนก็แอบเชียร์ให้ HMS สามารถอยู่รอดได้นะ เพราะว่าที่ผ่านมา GMS แทบจะผูกขาดตลาดแอนดรอยด์ทั่วโลกเกือบทั้งหมด ยกเว้นในประเทศจีนที่ไม่สามารถใช้งาน GMS ได้อยู่แล้ว ซึ่งเดิมทีก็เป็นปัญหาสำหรับนักพัฒนาแอปที่ต้องการทำตลาดในประเทศจีนด้วยเช่นกัน ดังนั้นถ้า HMS สามารถหาพื้นที่ให้ตัวเองได้ ก็จะทำให้ตลาดของอุปกรณ์แอนดรอยด์นั้นมีทางเลือกเพิ่มขึ้นมาแทนที่จะมีแค่ GMS เท่านั้น รวมไปถึงการทำตลาดในประเทศจีนด้วยเช่นกัน

แต่การ HMS ที่อยู่รอดได้นั้นก็ไม่ได้มีแต่เรื่องดีเสมอไป เพราะสำหรับนักพัฒนาแอปถือว่าเป็นการเพิ่มงานให้กับพวกเขาด้วยเช่นกัน และยังเพิ่ม Fragmentation ให้กับการพัฒนาแอนดรอยด์มากกว่าเดิมไปอีก ทั้งๆที่ทุกวันนี้ก็ลำบากกันอยู่แล้ว 😂

ดังนั้นถ้าจะให้สรุปสถานการณ์ของ Huawei ในตอนนี้ก็คือ

• ยังไม่มีวี่แววว่าจะใช้ GMS ได้ในอนาคตหรือไม่ แต่รอลมๆแล้งๆไปก็เปล่าประโยชน์ จึงต้องผลักดัน HMS ไปด้วย
• ผู้ใช้จะได้เห็นแอปที่ลง App Gallery เพิ่มมากขึ้น
• จะเริ่มเห็นแอปต่างๆทยอยรองรับ HMS Core เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกเหนือจากนี้ก็มาติดตามสถานการณ์ไปพร้อมๆกันครับ

from:https://droidsans.com/huawei-and-hms-story-without-gms/

เผยสเปก HUAWEI MatePad Pro บนแอป Geekbench มาพร้อมชิปเซ็ทเรือธง Kirin 990

 

HUAWEI มีแผนจะเปิดตัว HUAWEI MatePad Pro ว่าที่แท็บเล็ตเรือธงรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีนในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ล่าสุดมีผลทดสอบประสิทธิภาพของแท็บเล็ตดังกล่าว พร้อมสเปกเด่นเผยออกมาให้เห็นกันแล้ว

 

HUAWEI MatePad Pro

สำหรับสเปกของ HUAWEI MatePad Pro ที่ปรากฎบนแอป GeekBench ใช้รหัสรุ่นว่า HUAWEI MRX-ALO9 โดยมาพร้อมชิปเซ็ท Kirin 990, ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.86GHz, RAM 6GB, รันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 และเป็นผลทดสอบสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ส่วนคะแนนทดสอบประสิทธิภาพนั้นได้ 3808 คะแนน สำหรับ Single-Core และ 11,832 คะแนน สำหรับ Multi-Core

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลของ HUAWEI MatePad Pro ที่ผ่านการรับรองโดย Bluetooth SIG ซึ่งมี 4 รหัสรุ่นด้วยกันคือ MRX-W09, MRX-AL09, MRX-L00 และ MRX-AN09 ทุกรุ่นรองรับ Bluetooth 5.0 และรหัสรุ่น MRX-AN09 อาจเป็นรุ่นที่รองรับ 5G ด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกของ HUAWEI MatePad Pro คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลที่เจาะรูสำหรับฝังกล้องเซลฟี่ พร้อมติดตั้งกล้องหลังคู่ และรองรับการชาร์จเร็ว 40W

ที่มา : Playfujdroid

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Huawei ที่นี่ >>> http://bit.ly/31ikNUq

 

from:http://mobileocta.com/huawei-matepad-pro-has-kirin-990-chipset-reveals-geekbench-listing/

Huawei เตรียมเปิดตัวลำโพงอัจฉริยะสุดหรู Huawei Sound X ที่ร่วมพัฒนากับ Devialet บริษัทเครื่องเสียงระดับ Audiophile

ถ้าพูดถึงงานจับมือหลายคนอาจจะนึกถึง BNK48 แต่ค่ายมือถือที่มีงานจับมือเด็ดไม่แพ้กันก็ Huawei นี่แหละ ทั้งการไปจับมือกับ Leica ร่วมพัฒนากล้อง ไปจนถึง Porsche Design แบรนด์แฟชั่นจนผลิตออกมาเป็นมือถือสุดหรู และล่าสุดกับ Devialet กับลำโพง smart speaker ตัวใหม่

หลายคนอาจจะไม่รู้จักชื่อของ Devialet กันเท่าไหร่ (แอดเองก็เพิ่งจะเคยได้ยิน) เลยขอเล่าให้ฟังกันสักนิด Devialet เป็นแบรนด์ลำโพงชั้นนำ สัญชาติฝรั่งเศส ที่ผลิตลำโพงระดับ High-End และแอมป์เกรดพรีเมี่ยมระดับ Audiophile การมาจับมือกับ Huawei คราวนี้ถือน่าจะหมายถึงลำโพงตัวนี้จะเน้นในเรืองของพลังเสียงด้วยแน่นอน

 

สเปคเบื้องต้นของ Huawei Sound X นั้นคาดว่าตัวลำโพงจะมีกำลังขับ 60 วัตต์, วูฟเฟอร์คู่ และขับเสียงแบบรอบทิศทาง 360 องศา, เชื่อมต่อกับเครื่องเสียงใช้งานเป็นลำโพง 5.1 ได้ แน่นอนว่าเชื่อมต่อกับระบบ IoT ของ Huawei อย่าง HiLink ด้วย โดยภายในจะมีชิปประมวลผลระดับ Quad-core ใส่ RAM 512MB และหน่วยความจำ 8GB พร้อมไมโครโฟนเพื่อรับคำสั่งเสียง มีปุ่มสัมผัสสำหรับควบคุมการใช้งาน เปิด/ปิด และปรับเสียงได้

ตัวลำโพงนั้นมีความกว้างราวๆ 165 มิลลิเมตร และสูง 20 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 3.5 กิโล ส่วนราคาและรายละเอียดอื่นๆ รอติดตามได้ในงานเปิดตัวครับ

 

source huaweicentral

from:https://droidsans.com/huawei-sound-x-devialet-co-engineered-25-november-launch/

Huawei ปล่อยทีเซอร์ nova 6 5G มือถือกล้องหน้าคู่ 32MP เผยฟีเจอร์ถ่ายเซลฟี่ด้วยเลนส์ Super wide-angle

ก่อนหน้านี้ Huawei พึ่งจะออกมาคอนเฟิร์มงานเปิดตัวแทบเล็ตระดับไฮเอนด์ MatePad ว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้…ยังไม่ทันไร ก็ปล่อยคลิปวิดีโอทีเซอร์ของมือถือสเปคเทพอย่าง nova 6 5G ตามออกมาอีก โดยในคลิปดังกล่าวได้เผยโฉมดีไซน์ด้านหน้าเครื่องว่ามันจะมากับกล้องเซลฟี่คู่ที่อยู่บนหน้าจอ ซึ่งคาดว่าจะมีความละเอียดสูงสุดถึง 32MP และจะมีเลนส์ Super wide-angle อีกด้วย

ก่อนหน้านี้ได้มีภาพเรนเดอร์ของ Huawei nova 6 หลุดออกมาให้เห็นกันไปรอบนึงแล้ว ว่ามือถือรุ่นนี้จะมากับกล้องหลัง 4 ตัว เรียงเป็นแนวตั้ง ส่วนกล้องหน้าจะเป็นกล้องเซลฟี่คู่บนหน้าจอแบบ Punch hole (เจาะรู) เป็นรูแบบวงรี คล้ายๆกับที่ใช้ใน Galaxy S10+ แต่จะโยกมาอยู่ที่มุมซ้ายของจอแทน (จะได้ไม่ซ้ำกัน) และถึงแม้ว่าจะเอากล้องมาไว้บนหน้าจอแล้ว แต่ขอบทั้ง 4 ข้าง ก็ไม่ได้ดูบางลงซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะขอบจอล่างที่จะหนากว่าด้านอื่นอยู่เกือบเท่าตัว

ซึ่งล่าสุดทาง Huawei ก็ได้โพสท์คลิปวิดีโอทีเซอร์ของ nova 6 5G บนเว็บไซท์ Weibo คอนเฟิร์มดีไซน์ตามที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้เป๊ะๆ นอกจากนี้ในคลิปดังกล่าวยังโชว์ให้เห็นถึงความสามารถกล้องหน้าที่ใช้เลนส์ Super wide-angle ที่มีมุมกว้างถึง 105º อีกด้วย

สำหรับสเปคอื่นๆ เท่าที่มีหลุดออกมาก่อนหน้านี้ก็คือ

สเปค HUAWEI NOVA 6 (ลือ)

  • หน้าจอแสดงผล : IPS LCD แบบ punch-hole display ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2340 พิกเซล)
  • ชิปเซ็ต : Kirin 990
  • RAM : 8GB / 12GB (LPDDRX)
  • หน่วยความจำ : 128 GB/256 GB แบบ UFS 2.1
  • กล้องหลัง : 60MP (Sony IMX686) + 16MP + 2MP+ 2MP
  • กล้องหน้า : 32MP + 12MP
  • สแกนนิ้ว : ด้านข้าง
  • แบตเตอรี่ : 4,000 mAh รองรับชาร์จไว SuperCharge 40W

ถึงแม้ว่า Huawei จะยังไม่ได้ยืนยันวัรเปิดตัวของมือถือรุ่นนี้ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่เราอาจจะได้เห็น nova 6 5G เปิดตัวงานเดียวกันกับ MatePad ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2019 ก็เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเอง…เอาไว้มารอดูกันครับ

 

ที่มา : Gizmochina

from:https://droidsans.com/huawei-nova-6-5g-gets-first-official-video-ad-teases-super-wide-angle-selfies/

Huawei คอนเฟิร์ม เปิดตัวแท็บเล็ต MatePad วันที่ 25 พฤศจิกายนนี้

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับงานเปิดตัว MatePad แท็ปเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Huawei ล่าสุดได้มีการเผยภาพโปสเตอร์เตอร์พร้อมข้อความ “The power of creation” และภาพตัวเครื่องสีเหลี่ยมผืนผ้าดีไซน์คุ้นหน้าคุ้นตา ส่วนในเรื่องของสเปคเครื่องก็ไม่ธรรมดา อาจหยิบเอาชิป Kirin 990 มาใช้งานกันเลยทีเดียว

แฟนๆ Huawei หลายคนน่าจะได้ยลโฉมแท็ปเล็ตสเปคระดับไฮเอนด์อย่าง MediaPad M6 กันไปแล้วเมื่อตอนต้นปี ล่าสุดวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ทาง Huawei ก็ได้มีการประกาศเปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่อย่าง MatePad ด้วยสเปคที่เหนือชั้น แรงกว่าเดิม ดีไซน์หรูหราสวยงามมากยิ่งขึ้น

 

โดยจากภาพโปสเตอร์และภาพเรนเดอร์เราจะเห็นว่าตัวเครื่องค่อนข้างบาง ไม่มีติ่งหรือรอยบาก โดยกล้องหน้าเป็นแบบเจาะรูที่มุมบนด้านซ้าย

ในส่วนของสเปคก็คาดว่า MatePad จะมาพร้อมชิป Kirin 990 หรืออย่างน้อยๆ คือ Kirin 980 ซึ่งเป็นชิประดับเรือธงสามารถเล่นเกม ดูหนังฟังเพลง หรือทำงานกราฟิคได้อย่างลื่นไหลสบายๆ พร้อมพื้นที่จัดเก็บในเครื่องอีก 128GB – 512GB, น่าจะมาพร้อมกับ RAM 8GB รองรับปากกา M-Pen และคีย์บอร์ด ช่วยให้การทำงานบนแท็บเล็ตเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น

ถึงแม้ว่าข้อมูลของเครื่องนี้จะยังมีไม่มาก แต่จากสเปคและดีไซน์แล้วก็น่าจับตามองว่า Huawei เขาจะมีอะไรใหม่ๆ มาตีตลาดวงการแท็บเล็ตให้เราได้เห็นกันอีก เอาเป็นว่าวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้เรามารอติดตามไปพร้อมๆ กันนะคะ

 

source gizmochina

from:https://droidsans.com/huawei-matepad-launch-date-set-25-november/

Smartphone – Huawei Mate X มือถือจอพับได้ ขายดีเกินคาด … พร้อมวางจำหน่ายอีกครั้งในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้

วางจำหน่ายไปอย่างเป็นทางการแล้วกับ Huawei Mate X ในประเทศจีนที่บอกได้คำเดียวว่าทาง Huawei เองนั้นคงต้องดีใจเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าสามารถจำหน่ายตัวเครื่องได้หมดในเวลาไม่เท่าไรเท่านั้นทั้งๆ ที่ตัวเครื่องนั้นมีราคาสูงถึง 16,999 yuan หรือประมาณ 73,100 บาท แถมทาง Huawei ยังเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้อีกว่าหากตัวเครื่องนั้นมีปัญหาเรื่องจอขึ้นมาเมื่อไรผู้ใช้สามารถที่จะเอาตัวเครื่องเข้าไปเปลี่ยนหน้าจอได้โดยที่ราคาหน้าจอนั้นจะลดลงถึง 50% ด้วยกัน

สำหรับในตลาดต่างประเทศนั้นทาง Huawei เตรียมตัวที่จะวางจำหน่าย Mate X อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้โดยโซนที่จะได้รับวางจำหน่ายต่อไปนั้นก็คือโซนอเมริกา ซึ่งทาง Huawei นั้นได้บอกเอาไว้ว่า ณ เวลานี้นั้นทาง Huawei จะวางจำหน่าย Mate X เฉพาะในประเทศที่มีการใช้งานเครือข่าย 5G แล้วก่อนเท่านั้น(ดังนั้นบ้านเราก็อดไปหรืออาจจะเป็นโซนท้ายๆ ที่มีการเปิดตัว) งานนี้ถือได้ว่า Mate X นั้นมาแรงจริงๆ แต่ก็ต้องดูระยะยาวว่ามันจะมีปัญหากับหน้าจอเหมือนกับ Samsung ที่มีปัญหากับ Galaxy Fold ในชุดแรกๆ หรือไม่

อีกเรื่องหนึ่งที่ยังคงต้องคิดหนักมากก็คือ Mate X นั้นยังคงมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android อยู่ ซึ่งแน่นอนว่าผลของการโดนแบนไม่ให้ใช้งาน Google Service นั้นก็ยังคงมีอยู่ต่อไป ดังนั้นแล้วในตลาดจีนเองคงจะไม่มีปัญหามากเท่าไรแต่กับตลาดต่างประเทศนั้น Huawei ถือว่าจะต้องทำงานหนักเป็นอย่างมากเพราะสมาร์ทโฟนระดับเรือธงของ Huawei หลายๆ รุ่นแม้กระทั่งในบ้านเราเองนั้นก็เริ่มมีการลดราคาจำหน่ายลงมากกว่าตอนเปิดตัวเป็นอย่างมากแล้วเช่นเดียวกัน

ที่มา : gizchina

from:https://notebookspec.com/huawei-mate-x-sold-out-in-record-time-next-sale-scheduled-for-november-22/502422/