คลังเก็บป้ายกำกับ: HUAWEI

เทียบสเปค Galaxy Note 10, S10, P30 และรุ่นท็อป Note 10+, S10+, P30 Pro, OnePlus 7 Pro, Xperia 1 และ OPPO Reno 10x Zoom

มือถือเรือธงตัวเทพอย่าง Galaxy Note 10 ทั้ง 2 รุ่น เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสเปคและฟีเจอร์ต่างๆ จัดมาให้แบบเต็มเอี้ยดตามเคย.. แต่ถ้าจะเอาสเปคเหล่านั้นไปเปรียบเทียบกับมือถือระดับเรือธงรุ่นอื่นๆ ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ทั้งซีรีส์ Galaxy S10, Huawei P30 และ OnePlus 7 แต่ละรุ่นจะแตกต่างกันแค่ไหน และใครจะมีฟีเจอร์อะไรเด็ดกว่ากันบ้าง

Galaxy Note 10 และ Note 10+ มีฟีเจอร์เด่นสุดๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ก็คือปากกา S Pen นั่นเอง ซึ่งฟีเจอร์นี้มือถือรุ่นอื่นๆ ไม่สามารถเอามาเทียบกันได้อยู่แล้ว เพราะว่าไม่มีรุ่นไหนที่รองรับการใช้งานกับปากกาแบบนี้ได้นั่นเอง เราก็เลยขอเทียบเฉพาะสเปคเครื่อง, กล้อง และฟีเจอร์อื่นๆ นะครับ

สเปค Gaalxy Note 10 Galaxy S10 Huawei P30
หน้าจอ Dynamic AMOLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองรับการแสดงผล HDR10+ Dynamic AMOLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2K รองรับการแสดงผล HDR10+ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองรับการแสดงผล HDR10

CPU

 Exynos 9825 Exynos 9820 Kirin 980

GPU

Mali-G76 Mali-G76 Mali-G76

RAM

8GB 8GB 6/8GB
ความจุ 256GB UFS 3.0 128/512GB รองรับ MicroSD Card 128GB รองรับ Nano Memory Card

กล้องหลัง

เลนส์หลัก 12MP (f/1.5, 2.4), OIS

เลนส์ Ultra wide 16MP (f/2.2)

เลนส์ซูม 2X 12MP (f/2.1), OIS

เลนส์หลัก 12MP (f/1.5, f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2)

เลนส์ซูม 2X 12 MP (f/2.4), OIS

เลนส์หลัก 40MP (f/1.8)

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2)

เลนส์ซูม 3X 8MP (f/2.4) OIS

กล้องหน้า 10MP (f/2.2), Night Shot 10MP (f/1.9) 32MP (f/2.0)

แบตเตอรี่

3600 mAh รองรับชาร์จไว 25W 3400 mAh รองรับชาร์จไว 15W 3,650 mAh รองรับชาร์จไว 22.5W

สแกนลายนิ้วมือ

บนหน้าจอแบบ Ultrasonic บนหน้าจอแบบ Ultrasonic บนหน้าจอแบบ Optical

ระบบเสียง

ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos, ไม่มีรูหูฟัง ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos, มีรูหูฟัง ลำโพงเดี่ยว, Dolby Atmos, มีรูหูฟัง

ระบบปฏิบัติการ

Android 9 ครอบด้วย One UI Android 9 ครอบด้วย One UI Android 9 ครอบด้วย EMUI 9.1

สำหรับมือถือเรือธงรุ่นเริ่มต้นของแต่ละซีรีส์ ถึงแม้ว่าจะโดนลดสเปค+ฟีเจอร์ลงไปจากรุ่นท็อปบ้าง แต่ก็ยังถือว่าเป็นมือถือในระดับไฮเอนด์ที่ใช้งานได้สบายๆ ทุกด้าน ส่วนทั้ง 3 รุ่นนี้จะมีอะไรแตกต่างกันบ้าง..

Galaxy Note 10 จะได้เปรียบกว่าใครในมือถือระดับเดียวกัน (ในตาราง) ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่สุด แถมยังใช้ชิปรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Exynos 9825, มีหน่วยความจำแบบ UFS 3.0 ที่เร็วกว่ารุ่นอื่น แต่จะเสียเปรียบในเรื่องที่ไม่รองรับ MicroSD Card (แต่ความจุในตัว 256GB ก็น่าจะเหลือๆ แล้ว) และรูหูฟัง 3.5 มม. ที่โดนตัดออกไปแล้ว, แบตเตอรี่ของรุ่นนี้ถึงจะไม่ได้เยอะที่สุด แต่ก็รองรับการชาร์จไวมากที่สุดถึง 25W, กล้องหลัง 3 ตัว เป็นสเปคแทบจะแบบเดียวกับ Galaxy S10 มีระบบกันสั่น OIS ทั้งเลนส์หลัก และเลนส์ซูม ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดเท่ากับ S10 แต่ถูกลดขนาดรูรับแสงลงไปเพื่อให้กล้องมีขนาดเล็กลง ซึ่ง Samsung ก็ได้ใส่โหมด Night Shot เข้ามาทดแทนสำหรับการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย

Galaxy S10 ถึงจะใช้ชิป Exynos 9820 ที่เก่ากว่านิดเดียว แต่ประสิทธิภาพการใช้งานโดยรวมก็เร็วปรู๊ดปร๊าดแทบจะไม่เห็นความแตกต่าง แต่ความเร็วการเขียน-อ่านข้อมูลอาจจะสู้ Note 10 ไม่ได้เพราะยังเป็น UFS 2.1 อยู่, หน้าจอได้ความละเอียดมากที่สุดถึงระดับ 2K, ยังเป็นมือถือที่มีความครบครันทั้งรูหูฟัง 3.5 มม. และรองรับ MicroSD Card อยู่เหมือนเดิม จะเสียเปรียบที่สุดก็ตรงระบบชาร์จที่รองรับแค่ 15W เท่านั้น

Huawei P30 เสียเปรียบรุ่นอื่นที่ชิป Kirin 980 ที่อาจจะแรงน้อยไปหน่อยถ้าเทียบกับชิป Exynos 2 รุ่นบน แต่ถ้าเทียบการใช้งานโดยรวมแล้วก็ไม่นับว่าเป็นปัญหาเพราะใช้งานได้ลื่นๆ ตามประสามือถือระดับไฮเอนด์, กล้องหลัง 3 ตัว จะได้เปรียบที่เลนส์ซูมเพราะมีระยะไกลที่สุดคือ 3 เท่า และยังมีกล้องเซลฟี่ที่ความละเอียดสูงถึง 32MP อีกด้วย, แบตเตอรี่ให้มามากที่สุดถึง 3650 mAh และยังรองรับระบบชาร์จไวที่ 22.5W อีกต่างหาก ส่วนเรื่องระบบเสียงจะเสียเปรียบตรงที่ให้ลำโพงมาแค่ตัวเดียว แต่ก็ยังดีที่มีรูหูฟัง 3.5 มม. อยู่

สเปค Gaalxy Note 10+ Galaxy S10+ Huawei P30 Pro
หน้าจอ Dynamic AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 2K รองรับการแสดงผล HDR10+ Dynamic AMOLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2K รองรับการแสดงผล HDR10+ OLED ขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองรับการแสดงผล HDR10

CPU

 Exynos 9825 Exynos 9820 Kirin 980

GPU

Mali-G76 Mali-G76 Mali-G76

RAM

12GB 8/12GB 6/8GB
ความจุ 256GB UFS 3.0 รองรับ MicroSD Card 128/512GB รองรับ MicroSD Card 128/256/512GB รองรับ Nano Memory Card

กล้องหลัง

เลนส์หลัก 12MP (f/1.5, 2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2)

เลนส์ซูม 2X 12MP (f/2.1), OIS

Depth Vision

เลนส์หลัก 12MP (f/1.5, f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2)

เลนส์ซูม 2X 12 MP (f/2.4), OIS

เลนส์ซูม 5X 8MP (f/3.4), OIS

เลนส์ Wide 40MP (f/1.6), OIS

เลนส์ Ultra Wide 20MP (f/2.2)

เซ็นเซอร์ ToF

กล้องหน้า 10MP (f/2.2), Night Shot 10MP (f/1.9) + 8MP (f/2.2) 32MP (f/2.0)

แบตเตอรี่

4300 mAh รองรับชาร์จไว 45W 4100 mAh รองรับชาร์จไว 15W 4,200 mAh รองรับชาร์จไว 40W

สแกนลายนิ้วมือ

บนหน้าจอแบบ Ultrasonic บนหน้าจอแบบ Ultrasonic บนหน้าจอแบบ Optical

ระบบเสียง

ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos, ไม่มีรูหูฟัง ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos, มีรูหูฟัง ลำโพงเดี่ยว, Dolby Atmos, ไม่มีรูหูฟัง

ระบบปฏิบัติการ

Android 9 ครอบด้วย One UI Android 9 ครอบด้วย One UI Android 9 ครอบด้วย EMUI 9.1

 

สเปค OnePlus 7 Pro Xperia 1 OPPO Reno 10x Zoom
หน้าจอ Fluid AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 2K รีเฟรชเรท 90Hz รองรับการแสดงผล HDR10+ OLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 4K อัตราส่วน 21:9 รองรับการแสดงผล HDR AMOLED ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+

CPU

Snapdragon 855 Snapdragon 855 Snapdragon 855

GPU

Adreno 640 Adreno 640 Adreno 640

RAM

6/8/12GB 6GB 8GB
ความจุ 128/256GB UFS 3.0 128GB รองรับ MicroSD Card 256GB รองรับ MicroSD Card

กล้องหลัง

เลนส์หลัก 48MP (f/1.6), OIS

เลนส์ซูม 3x 8MP (f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra-wide 16MP (f/2.2)

เลนส์หลัก 12MP (f/1.6), OIS

เลนส์ซูม 2X 12MP (f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra-wide 12MP (f/2.4)

เลนส์หลัก 48MP (f/1.7), OIS

เลนส์ซูม 5X 13MP (f/3.0), OIS

เลนส์ Ultra-wide 8MP (f/2.2)

กล้องหน้า 16MP (f/2.0) 8MP (f/2.0) 16MP (f/2.0)

แบตเตอรี่

4000 mAh รองรับ Warp Charge 30W 3330 mAh รองรับชาร์จเร็ว 18W 4065 mAh รองรับ VOOC 3.0 20W

สแกนลายนิ้วมือ

บนหน้าจอแบบ Optical ด้านข้าง บนหน้าจอแบบ Optical

ระบบเสียง

ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos, ไม่มีรูหูฟัง ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos, ไม่มีรูหูฟัง ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Audio, ไม่มีรูหูฟัง

ระบบปฏิบัติการ

Android 9 ครอบด้วย Oxygen OS Android 9 Android 9 ครอบด้วย ColorOS 6

สำหรับมือถือในระดับท็อปจะเริ่มมีตัวเปรียบเทียบขึ้นมาเป็น 5 รุ่น เลยทีเดียว ซึ่งแต่ละรุ่นก็ขนสเปค+ฟีเจอร์เด็ดๆ มากันเยอะแยะไปหมด

Galaxy Note 10+ เป็นมือถือเรือธงระดับท็อปที่ใช้ชิป Exynos 9825 ซึ่งก็แรงอยู่ในระดับเดียวกับ Snapdragon 855, หน้าจอมีขนาดใหญ่ยักษ์ที่สุด ด้วยขนาดถึง 6.8 นิ้ว แถมด้วยความละเอียดที่สูงถึง 2K, RAM อัดมาให้แบบเต็มที่ถึง 12GB, ความจุมีมาให้ 256GB แบบ UFS 3.0 ที่มีความเร็วปรื๊ดกว่า UFS 2.1 ในมือถือรุ่นอื่นๆ แถมยังสามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้อีกด้วย, กล้องหลังแทบจะสเปคเดียวกันกับ S10+ แต่เพิ่มเซ็นเซอร์ 3 มิติ Depth Vision เข้ามาให้สำหรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอที่เนียนกว่า จนสามารถขึ้นครองบัลลังค์จากเว็บไซท์ DxOMark ไปได้ด้วยคะแนนรวม 113 คะแนน , แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดถึง 4300 mAh และยังรองรับการชาร์จไวสุดๆ ถึง 45W, มีลำโพงคู่สเตอรีโอมาให้ด้วย แต่โดนตัดรูหูฟังทิ้งไปแล้ว

Galaxy S10+ ใช้ชิป Exynos 9820 ซึ่งมีความแรงไม่หนีไปจากชิปไฮเอนด์รุ่นอื่นเท่าไหร่, มี RAM ให้เลือกทั้ง 8GB และ 12GB, ความจุสูงสุดถึง 512GB และยังรองรับ MicroSD Card ได้อีก 1TB ทำให้ S10+ อัดความจุได้สูงสุดถึง 1.5TB เลยทีเดียว, กล้องหลัง 3 ตัว การันตีประสิทธิภาพด้วยคะแนนรวมจาก DxOMark ได้ถึง 109 คะแนน และเป็นรุ่นเดียวที่มีกล้องหน้ามาให้ 2 ตัว, ยังคงเป็นมือถือเรือธงระดับท็อปที่มีรูหูฟัง 3.5 มม. อยู่ แต่เสียเปรียบรุ่นอื่นตรงระบบชาร์จไวที่ยังกั๊กไว้แค่ 15W เท่านั้น

Huawei P30 Pro เสียเปรียบที่ชิป Kirin 980 ที่อาจจะแรงสู้คนอื่นไม่ได้ แต่มีกล้องหลัง 3 ตัว + เซ็นเซอร์ ToF ระดับเทพที่ทำคะแนนจาก DxOMark ไปได้ถึง 112 คะแนน (โดน Note 10+ โค่นไปด้วยคะแนนเดียว) และยังเป็นมือถือที่มีกล้องซูมดันระยะไปได้ถึง 50 เท่าเลยทีเดียว ส่วนกล้องหน้าก็อัดความละเอียดมาให้ถึง 32MP, แบตเตอรี่ให้มาเยอะเป็นอันดับ 2 ที่ 4200 mAh และยังรองรับชาร์จไว 40W อีกด้วย, เรื่องระบบเสียงยังคงเสียเปรียบด้วยลำโพงที่มีแค่ตัวเดียว แถมยังไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. อีกต่างหาก

OnePlus 7 Pro ใช้ชิปตัวแรง Snapdragon 855 ที่หายห่วงทั้งเรื่องการใช้งานและการเล่นเกม, เหนือกว่าใครด้วยหน้าจอ 2K ขนาด 6.67 นิ้ว ที่มีรีเฟรชเรทสูงถึง 90Hz, RAM มีให้เลือกสูงสุดถึง 12GB, หน่วยความจำแบบ UFS 3.0 สุดเร็วแรง แต่เสียตรงที่ไม่รองรับ MicroSD Card, กล้องหลังที่ได้รับการพัฒนาจากรุ่นก่อนๆ แบบก้าวกระโดดจนทำคะแนนจาก DxoMark ไปได้ถึง 111 คะแนน เป็นรองเพียง Note 10+ และ P30 Pro เท่านั้น, แบตเตอรี่ 4000 mAh ที่รองรับ Warp Charge ถึงระดับ 30W เลยทีเดียว

Xperia 1 มีข่าวว่ากำลังจะเข้ามาขายในบ้านเราแล้ว (แต่ก็ยังไม่ขายซักที) สำหรับมือถือระดับเรือธงที่มีสเปคแรงตามประสามือถือไฮเอนด์ แต่ไม่เหมือนใครด้วยหน้าจอยาวอัตราส่วน 21:9 ที่มีความละเอียดมากที่สุดในตลาดถึงระดับ 4K, กล้องหลัง 3 ตัว ที่มีโหมดถ่ายวิดีโอระดับโปรมาให้เลือกปรับแต่งได้, แบตเตอรี่ให้มาน้อยไปหน่อยที่ 3330 mAh และยังรองรับชาร์จเร็วที่ 18W (แต่ก็ยังเร็วกว่า S10+ ล่ะนะ..)

OPPO Reno 10X Zoom มากับสเปคระดับไฮเอนด์ที่สู้กับรุ่นอื่นได้สบายๆ, มีดีไซน์ไม่เหมือนใครด้วยกล้องหน้าแบบ Pivot Rising Camera เลื่อนขึ้นลง, กล้องหลัง 3 ตัวที่มีจุดเด่นตรงเลนส์ซูม 5X ที่ซูมแบบ Hybrid ได้ถึง 10X และสามารถดันระยะซูมดิจิตอลออกไปได้ถึง 60X, มีแบตเตอรี่ขนาด 4065 mAh ที่รองรับระบบชาร์จไว VOOC 3.0 20W

และทั้งหมดนั่นก็คือบรรดามือถือระดับเรือธงที่อยู่ในระดับเดียวกัน ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ทีนี้ก็จะอยู่ที่เราแล้ว ว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหนที่มีฟีเจอร์โดนใจเราที่สุด เพราะการใช้งานทั่วไปก็แทบจะไม่ต่างกันด้วยสเปคที่อัดมาให้เต็มที่กันขนาดนี้

 


from:https://droidsans.com/galaxy-note-10-flagship-phones-comparison/

โฆษณา

Huawei จัดงาน Thailand IoT Industry Summit คนร่วมงานกว่า 300 คน

Huaweit ได้งาน Thailand IoT Industry Summit จัดขึ้นภายใต้ธีม “IoT ขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ดันไทยก้าวไกลสู่เศรษฐกิจดิจิทัล” โดยมีหน่วยงานภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ ผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมและพันธมิตรจากภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมงานกว่า 300 คน เพื่อแบ่งปันข้อมูลองค์ความรู้ด้านนวัตกรรม IoT ที่ล้ำหน้า ตลอดจนขยายขอบเขตความร่วมมือเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 และเศรษฐกิจดิจิทัลให้รุดหน้า

“IoT เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่จะมาช่วยสนับสนุนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 อีกทั้งยังช่วยเร่งให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทยเกิดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งด้านสมาร์ทซิตี้ สมาร์ทอินดัสทรี่ และสมาร์ทไลฟ์ เราเชื่อว่า IoT จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของเราควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราอีกด้วย” นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าว

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (คนกลาง)

สำหรับประเทศไทยนั้นเทคโนโลยี IoT ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ยุคดิจิทัล สร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจในระดับสูง ซึ่งผู้ให้บริการ อาทิเช่น เอไอเอสและทรู คอร์ปอเรชั่น ก็ได้วางโครงข่าย NB-IoT ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีตัวอย่างการใช้งาน อาทิ อุปกรณ์ติดตามรถ อุปกรณ์ดูแลเด็ก และการจอดรถอัจฉริยะซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้มีการใช้งานในเชิงพาณิชย์แล้ว นวัตกรรมต่างๆ อาทิ สมาร์ทมิเตอร์และอุปกรณ์ติดตามวัว (Connected Cow) ก็ได้เข้ามาทดลองใช้งานในประเทศไทยแล้วเช่นกัน

ในงานดังกล่าวหัวเว่ยประเทศไทยได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม IoT “OceanConnect” อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นโอเพ่นอีโคซิสเต็มที่พัฒนาขึ้นบน IoT และคลาวด์สาธารณะ ที่จะช่วยให้บริษัทพันธมิตรผู้พัฒนาระบบ หรือ System Integrator (SI)ในประเทศสามารถพัฒนา IoT และนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว

“ปัจจุบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านดิจิทัลทำให้โลกและชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนเราตั้งตัวไม่ทันหัวเว่ยก็มีส่วนช่วยผลักดันอีโคซิสเต็มและการพัฒนาIoT ในประเทศไทยผ่านการสนับสนุนพันธมิตร SI ในประเทศ ผสานความร่วมมือกับพันธมิตรด้าน IoT ทั้งในและต่างประเทศ และนำกรณีการใช้งานจากต่างประเทศมาใช้ในประเทศไทยให้มากขึ้น” มร. เอเบล เติ้ง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) กล่าว

มร. เอเบล เติ้ง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย)

จากข้อมูลของ GSMA Intelligence เผยว่า ทั่วโลกมีการเปิดใช้งานเครือข่าย Mobile IoT เชิงพาณิชย์ไปแล้วทั้งสิ้น 114 เครือข่ายนับจนถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และคาดว่าการเชื่อมต่อ IoT ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 หมื่นล้านในปี 2568 โดย GSMA Intelligence คาดการณ์ว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจะเป็นภูมิภาคที่มีรายได้สูงสุดราว 3.68 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่รายได้จาก IoT ทั่วโลกจะเติบโตสูงกว่าราวสี่เท่า คิดเป็นมูลค่าราว 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 อันเป็นผลมาจากการผลักดันส่งเสริมของรัฐบาลและการเชื่อมต่อ IoT ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในภาคอุตสาหกรรม

“เราหวังที่จะเห็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมIoT ในประเทศไทยผ่านการทำงานร่วมมือกันที่มากขึ้น เพื่อผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลและประเทศไทย 4.0 ให้รุดไปข้างหน้า” มร. เอเบล เติ้ง กล่าว

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-thailand-iot-industry-summit/

Huawei จดทะเบียนชื่อทางการค้า P300, P400 และ P500 คาดนำมาใช้งานเป็นชื่อเรือธงซีรีส์ใหม่

แม้ว่าช่วงนี้จะพบเจอกับมรสุมพิษสงครามการค้า Trade War กับประเทศสหรัฐฯ อย่างหนักสำหรับ Huawei ทว่านั้นเองก็ไม่ทำให้พวกเขาย่อท้อต่อการพัฒนาตนเองขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดพวกเขาเองก็ได้จดทะเบียนชื่อทางค้าไปทั้งหมด 3 ชื่อ ซึ่งคาดกันว่าน่าจะนำมาใช้เป็นชื่อซีรีส์เรือธงรุ่นใหม่ของทางค่ายนั่นเอง

ตามรายงานล่าสุดเปิดเผยว่า บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนอย่าง Huawei ได้ทำการจดทะเบียนการค้ากับ Intellectual Property Office ในประเทศอังกฤษแล้วในชื่อ “P300″, “P400” และ “P500” คาดกันว่าน่าจะนำมาใช้กับสมาร์ทโฟนรุ่นที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ของทางค่าย (น่าจะหลังการเปิดตัวซีรีส์ Mate 30 อีกที)

โดยทั้ง 3 ชื่อนั้นได้ลงทะเบียนไว้เป็นผลิตภัณฑ์ Class 9 ซึ่งก็หมายความว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสมาร์ทโฟน โทรศัพท์ และแทบเล็ตนั่นเอง คาดว่าอาจจะมาแทนซีรีส์ไฮเอนท์ของทางค่ายเองอย่างซีรีส์ P ที่มักจะมาด้วยเลข 2 หลักตลอดเลย แต่ที่น่าสนใจก็คือทางบริษัทได้เปิดตัวซีรีส์ P30 ไปแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หากทั้ง 3 ชื่อนั้นจะมาแทนที่ซีรีส์ P จริงๆ ก็ควรจะเริ่มต้นที่ P400 มากกว่า P300 สิ..


นอกจากชื่อของ P200, P300 และ P400 แล้ว พวกเขาก็เพิ่งได้จดทะเบียนการค้า Huawei AirGlass และ SuperSensing ไป โดยชื่อแรกจะเป็นกระจกนิรภัยที่ปกป้องตัวหน้าจอภายในอีกที (มาแทน Corning Gorilla Glass) และสำหรับชื่อที่ 2 เห็น่ว่าน่าจะเป็นโมดูลกล้องนั่นเองครับ คาดว่าเราน่าจะได้เห็นทั้งสองในงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ Mate 30 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้แน่ๆ

กลับมาที่เรื่องชื่อทั้ง 3 ก็มีความเป็นไปได้ที่ทาง Huawei เองอาจจะมีวางแผนอะไรสักอย่างเงียบๆ อยู่ บางทีอาจจะเป็นชื่อซีรีส์เรือธงตัวใหม่ต่อจากซีรีส์ P และ Mate ก็ได้นะ ต้องรอลุ้นกันต่อไป

 

ที่มา: gizmochina 

 

from:https://droidsans.com/huawei-trademark-3-new-smartphones-p-series/

ภาพหลุด Huawei Mate 30 Pro เผยให้เห็นดีไซน์กล้องหลัง 3 ตัว วางอยู่ในกรอบวงกลม จอแสดงผลขอบโค้ง แต่ยังมีรอยบาก

แหล่งข่าวในประเทศจีน ปล่อยภาพหลุดล่าสุดของสมาร์ทโฟนระดับเรือธง Huawei Mate 30 Pro ออกมาอีกแล้ว โดยอ้างว่าหลุดมาจากผู้ผลิตเคสรายหนึ่ง แสดงให้เห็นการออกแบบรอบด้านอย่างชัดเจน

ที่น่าสนใจก็คือการออกแบบของกล้องหลัง มาพร้อมระบบกล้อง 3 ตัว วางอยู่ในกรอบวงกลมพร้อมแฟลช สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ ที่อ้างว่ากล้องหลังของ Huawei Mate 30 Pro จะประกอบไปด้วยกล้องหลัก 40 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.5″ รูรับแสง f/1.6 – f/1.4 กล้องตัวที่ 2 มีความละเอียด 40 ล้านพิกเซลเช่นเดียวกัน แต่ใช้เลนส์มุมกว้าง 120 องศา ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.7″ และกล้องตัวที่สาม 8 ล้านพิกเซล เป็นกล้องเทเลโฟโต้ ซูมสูงสุด 5 เท่า

สำหรับจอแสดงผล ยังคงมีรอยบากที่ขอบด้านบน ส่วนขอบด้านข้างมีความโค้งมนจนดูไร้กรอบ อย่างไรก็ตาม ปุ่มกดด้านข้างยังคงมีเหมือนเดิมไม่ได้ถูกลบไปเหมือนที่เคยมีข่าวลือ โดยมีทั้งปุ่มปรับระดับเสียง, ปุ่มเพาเวอร์ และปุ่มที่สาม คาดว่าอาจใช้เรียกผู้ช่วยดิจิตอลหรือเป็นปุ่มทางลัดสำหรับเปิดฟีเจอร์ที่ใช้งานบ่อย

คาดว่า Huawei Mate 30 Pro จะได้รับการเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ มาพร้อมชิปประมวลผล Kirin 985 ผลิตด้วยเทคโนโลยี 7nm+ EUV (Extreme UltraViolet) รองรับชิปโมเด็ม 5G Balong 5000 จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.71 นิ้ว ให้อัตราการรีเฟรช 90Hz ความจุแบตเตอรี่ 4200mAh และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 55W SuperCharge

ที่มา – Slashleaks
https://www.flashfly.net/wp/262204

from:https://www.flashfly.net/wp/262204

ลือ Huawei เตรียมเปิดตัว Hongmeng OS ในงาน Huawei Developer Day ที่กำลังจะเริ่มในวันที่ 8 สิงหาคมนี้

จากที่ตอนแรกเรียกเสียงฮือฮาได้มากพอสมควรเลยสำหรับระบบปฏิบัติการที่ Huawei สร้างและพัฒนาขึ้นมาเองอย่าง Hongmeng OS บ้างก็บอกว่าจะมาแทนที่ Android บ้างก็บอกว่าออกมารองรับอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ล่าสุดก็มีรายงานออกมาว่าระบบปฏิบัติการดังกล่าวเตรียมเปิดตัวแล้วภายในงาน Huawei Developer Day ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 – 12 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ครับ

ผู้บริหารระดับสูงของ Huawei ได้ออกมาให้การว่าระบบปฏิบัติการ Hongmeng นี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับอุปกรณ์ IoT ต่างๆ มากกว่า ซึ่งจะเปิดตัวครั้งแรกกับสมาร์ททีวีของแบรนด์ลูกอย่าง Honor smart TVs จากการรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์

ได้มีคนนำระบบปฏิบัติการนี้ของ Huawei ไปเทียบกับ Fuchsia ซึ่งถือว่าเป็นโปรเจ็คสุดที่รักของทาง Google ว่าทั้งสองสามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์, สมาร์ทวอทช์, สมาร์ททีวี หรืออุปกรณ์ IoT อื่นๆ ทั่วไป ทว่ามีรายงานว่าระบบปฏิบัติการ Hongmeng นั้นมีเค้าโครงการก่อสร้างและพัฒนาโดยใช้ microkernel ทำให้เมื่อเทียบกันแล้ว (กับ Fuchsia) Hongmeng น่าจะมีระบบ AI ที่ฉลาดกว่า และสามารถทำงานข้ามแพลตฟอร์มได้ลื่นไหลกว่าอีกด้วย

นอกจากนี้ Global Times ยังได้ออกมาเคลมอีกว่า Hongmeng OS นั้นได้ถูกทดสอบการใช้งานกับสมาร์ทโฟนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าสมาร์ทโฟนที่รันระบบปฏิบัติการดังกล่าวอาจจะเปิดตัวมาพร้อมกับโทรศัพท์ซีรีส์ไฮเอนด์อย่าง Mate 30 Pro ที่น่าจะได้ฤกษ์เปิดตัวภายในสิ้นปีนี้แน่ๆ

สำหรับโทรศัพท์ที่คาดว่าจะมาพร้อมกับ Hongmeng นั้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นสมาร์ทโฟนระดับราคาประหยัดไปจนถึงรุ่นกลางๆ น่าจะมีราคาอยู่ที่ 2,000 หยวน หรือประมาณ 8,800 บาทนั่นเองครับ

 

ที่มา: The Verge 

from:https://droidsans.com/huawei-hongmeng-os-to-reveal-at-huawei-developer-day/

Apple เป็นผู้นำในตลาดแท็บเล็ต Samsung และ Huawei มียอดจัดส่งลดลง ในไตรมาสที่ 2

International Data Corporation (IDC) รายงานยอดจัดส่งแท็บเล็ตทั่วโลก ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 พบว่าในช่วงเวลา 3 เดือน (เมษายน – มิถุนายน 2019) มียอดจัดส่งแท็บเล็ตทั่วโลกรวม 32.2 ล้านเครื่อง ลดลง 5% เมื่อเทียบกับจำนวน 33.9 ล้านเครื่อง ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

Apple เป็นที่ 1 ในตลาดแท็บเล็ต โดยมียอดจัดส่ง iPad ถึง 12.3 ล้านเครื่อง ครองส่วนแบ่ง 38.1% มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

Samsung ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ด้วยยอดจัดส่ง Galaxy Tab series จำนวน 4.9 ล้านเครื่อง ได้รับส่วนแบ่ง 15.2% แต่ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว สามารถจัดส่งได้ 5 ล้านเครื่อง ทำให้อัตราการเติบโตลดลง 3.1%

Huawei นั่งอยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยยอดจัดส่งแท็บเล็ต 3.3 ล้านเครื่อง ถือส่วนแบ่ง 10.3% ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว สามารถจัดส่งได้ 3.5 ล้านเครื่อง ทำให้อัตราการเติบโตลดลง 6.5%

ที่มา – IDC
https://www.flashfly.net/wp/262153

from:https://www.flashfly.net/wp/262153

Huawei จะเปิดตัว EMUI 10 ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ที่งานประชุมนักพัฒนา Huawei Developer Conference 2019

รูปภาพทีเซอร์ของ EMUI 10 ยืนยันว่า Huawei จะเปิดตัวซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะแนะนำอย่างทางการในงานประชุมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Huawei Developer Conference 2019 ซึ่งจัดขึ้นในประเทศจีน ระหว่างวันที่ 9 – 11 สิงหาคมนี้

EMUI 10 จะทำงานบนพื้นฐาน Android Q คาดว่าจะได้รับการปรับปรุงคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับเอฟเฟกต์ภาพเคลื่อนไหวของระบบ, เกม, เครื่องเล่นวีดีโอ มาพร้อมตัวเลือกสำหรับการตั้งค่าส่วนบุคคลสำหรับธีม, วอลล์เปเปอร์ และ รูปแบบตัวอักษร มีการเปลี่ยนแปลงฟีเจอร์ Video Ringtone ปรับปรุงการจัดการและจัดเรียงคอนเท้นต์ในแกลลอรี่ นอกจากนี้ยังมีการจำแนกเอฟเฟกต์และองค์ประกอบต่างๆ ของ User Interface

คาดว่าสมาร์ทโฟนที่มีรายชื่อต่อไปนี้ จะอยู่ในกลุ่มแรกที่จะได้รับการอัพเดท EMUI 10

  • P30
  • P30 Pro
  • Mate 20
  • Mate 20 Pro
  • Porsche Design Mate 20 RS
  • P30 Lite
  • P Smart 2019
  • P Smart Z
  • Mate 20 X
  • Mate 20 X 5G
  • P20
  • P20 Pro
  • Mate 10 Pro
  • Porsche Design Mate 10
  • Mate 10
  • Mate 20 Lite

ที่มา – Gizchina
https://www.flashfly.net/wp/262115

from:https://www.flashfly.net/wp/262115