คลังเก็บป้ายกำกับ: HPE_GREENLAKE

[Guest Post] HPE GREENLAKE ตอบรับการใช้งานด้านไอทีให้มีความยืดหยุ่น ลดต้นทุน และควบคุมให้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็วตามที่คุณกำหนด

“ไปถึงเป้าหมายที่ธุรกิจของคุณได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ด้วยระบบที่ผสมผสานระหว่างระบบ Public Cloud และระบบ On-Premises ที่มีความยืดหยุ่น สามารถควบคุมได้ อีกทั้งยังมีความปลอดภัย”

ความสะดวกในการใช้งาน Public Cloud ทำให้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆถูกพัฒนาพร้อมใช้ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

แต่การจะได้รับประสบการณ์เหมือนเดิมแบบ On-Premise นั้นเป็นเรื่องยาก สองในสามของแอพพลิเคชั่นที่มียังคงเป็นแบบ On-Premise1 เนื่องจากมีเรื่องของ ต้นทุน, Data Gravity และความจำเป็นในการทำงานร่วมกันกับระบบอื่น ๆ จึงทำให้องค์กรต่าง ๆ ยังคงย้ายจากแบบเก่าไปแบบใหม่หมดเสียทีเดียวไม่ได้ ผู้ใช้งานยังคงเผชิญกับสภาพแวดล้อมการปฏิบัติการทางด้านไอทีที่ซับซ้อนไปทั้งสองแบบในการส่งมอบแอพพลิเคชั่นที่จำเป็น เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลง การย้ายเข้าสู่ Cloud นั้นต้องอาศัยทรัพยากบุคคลที่มีทักษะพื้นฐานและความสามารถในการปฏิบัติงานทางด้าน Cloud ซึ่งตอนนี้ยังมีอยู่น้อยมาก เป็นผลให้องค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและจำเป็นต้องมีระบบที่แยกต่างหากเนื่องจากใช้ระบบแบบผสม รวมถึงการที่องค์กรขาดการควบคุมและการมองเห็นถึงต้นทุนและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะต้องเผชิญ 75% ของข้อมูลที่วางแผนจะสร้าง จึงถูกดำเนินการด้วยความกดดัน และเพิ่มให้มีความซับซ้อนมากขึ้น

การให้บริการแบบครบวงจร (Everything-as-a-Service)

HPE GreenLake เป็นการให้บริการแบบครบวงจร (As-a-Service) สนับสนุนการรองรับ Workload ที่กำลังเติบโตได้อย่างครบถ้วน ซึ่งรวมถึง HPE และเทคโนโลยีขององค์กรพันธมิตรต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น

  • Compute
    ตอบวัตถุประสงค์ในการทำงานทั่วไปจนถึงงานที่ต้องการประสิทธิภาพในการคำนวณสูง
  • Storage
    เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วพร้อมความสามารถในการปรับขยายขนาดได้เป็นอย่างดี และมีความพร้อมใช้งานสูง
  • Private Cloud
    เพิ่มความคล่องตัวด้วยบริการ Cloud ต่าง ๆ ที่อยู่ในศูนย์ข้อมูลอันทันสมัยที่สุดของคุณ
  • Database
    ความสามารถในการปรับขยายขนาดเพื่อสภาพแวดล้อมฐานข้อมูลที่แข็งแกร่งที่สุด
  • Virtualization
    มอบความสามารถในการรองรับ Workload เสมือนจริงของคุณด้วยเทคโนโลยีที่สร้างขึ้นและกำหนดขนาดได้ตามความต้องการของคุณ
  • Backup
    ไร้กังวลเรื่องการสำรองข้อมูล, การป้องกันข้อมูล, การกู้คืนข้อมูลเมื่อเกิดภัยพิบัติ และการพัฒนา (Dev) / การทดสอบ (Test)

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ

ติดต่อทีมงาน G-Able เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HPE GREENLAKE หรือขอทดสอบใช้งานระบบได้ทันทีที่ คุณ ลดาวัลย์ แพรสุวัฒน์ศิลป์ email: Ladawan.P@g-able.com

Credit: Hewlett Packard Enterprise (HPE)

เกี่ยวกับ G-Able

G-Able คือบริษัทผู้พัฒนา, ติดตั้งจนถึงให้บริการด้านระบบ IT และ Digital ในไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้าน Modern Digital Solutions, Enterprise Business Solutions และ IT Infrastructure Solutions โดยมีกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำในภาคเอกชน

Call| email |chat | find a partner

บริษัท จีเอเบิล จำกัด
โทร : 065-719-3899
Email : inquiry@g-able.com
หรือสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ G-Able ได้ที่ https://www.g-able.com/contact-us/

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-greenlake-introduction-by-g-able/

ตอบโจทย์การทำงานในทุกธุรกิจด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ด้วยขุมพลังจาก HPE ProLiant Gen10 Server

การดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย เพื่อช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทุกคนในโลกได้สร้างและแบ่งปันข้อมูลผ่านทางระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบ On-premises หรือบน Cloud ได้ทั้งแบบ Private และ Public

โดยระบบไอทีที่ดีนั้น จำเป็นจะต้องทำงานในเชิงรุกและสามารถคาดการณ์ความต้องการที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังต้องมีความยืดหยุ่น รวมถึงความสามารถที่จะรองรับงานด้านธุรกิจได้อย่างทันท่วงที (Realtime) ไม่จำเป็นต้องรอนานเป็นวันๆ หรือเป็นสัปดาห์ ซึ่งอาจจะส่งผลให้องค์กรขาดโอกาสทางธุรกิจไป

หัวใจหลักของระบบไอทีอย่างเช่น “Server” จะต้องมีความอัจฉริยะในการตรวจสอบและบริหารจัดการได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังต้องสามารถใช้งานและทำ Provision งานได้อัตโนมัติ เมื่อ Server ทำได้อย่างนั้นแล้ว จะทำให้ผู้บริหารระบบไอทีสามารถช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

HPE ตระหนักถึงประเด็นดังกล่าวข้างต้นจึงได้พัฒนา Server ที่มีพื้นฐานจากความเป็นอัจฉริยะตั้งแต่แรกเริ่ม โดยรองรับการทำงานของเวิร์กโหลดได้มากมาย ภายใต้โมเดลที่ชื่อว่า HPE ProLiant Server ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ในประเด็นสำคัญสามประการหลักๆ ด้วยกัน

Optimization : เป็นพื้นฐานอัจฉริยะที่สำคัญของระบบไอที ที่สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของไอทีให้มีประสิทธิภาพ สามารถรับงานเวิร์กโหลดได้ในทุกสถานการณ์ ช่วยประหยัดงบประมาณในแง่ของต้นทุนค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไป

Security : HPE ProLiant มีแกนหลักของความปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น มุมมองแบบ 360 องศาเพื่อที่จะสร้างระบบที่มีความปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้นสายการผลิตไปจนถึงขั้นตอนของการการติดตั้งและใช้งาน

Automation : ผลิตภัณฑ์ HPE ProLiant มีกลไกการทำงานอัตโนมัติ ทำงานได้อย่างง่ายดาย รองรับงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

HPE ProLiant Gen10 Server : ตอบโจทย์ทุกมุมมอง

HPE ProLiant Gen10 Server เป็น Server ในสถาปัตยกรรม x86 รองรับทั้ง CPU Intel และ AMD ซึ่งสามารถรองรับงานได้หลากหลายรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะใช้เป็น Physical Server เพื่อรองรับ Workload เช่น Database Server, ERP Server, File Sharing Server หรือจะใช้เป็น Virtualization Server ก็สามารถทำงานได้บนระบบชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น VMware, Microsoft Hyper-V, RedHat และอีกมากมาย

HPE ProLiant Gen10 Server ถูกออกแบบให้ทำงานได้ตลอดเวลา แบบ 24×7 จึงมั่นใจได้ว่า ระบบงานทำงานอยู่บน Hardware ที่ออกแบบมาให้ทำงานอย่างมีเสถียรภาพ มีการรับประกันจาก HPE โดยตรง

ติดตั้งมาพร้อมกับ Integrated Lights-Out 5 (iLO 5) ซึ่งทำให้สามารถบริหารจัดการ Server ได้อย่างง่ายได้ ไม่ว่าจะเป็น การดูสถานะของตัวเครื่อง การสั่งปิด-เปิดเครื่อง การUpdate Firmware ของตัวเครื่อง และการควบคุมหน้าจอ (Remote Console)

HPE ProLiant Gen10 Server มีหลากหลาย Series ให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม และความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น 500, 300, 100 และ 10 Series จึงทำให้ยืดหยุ่นและคล่องตัวในการใช้งาน ตอบโจทย์ในทุกมุมมอง

ท่านใดสนใจผลิตภัณฑ์ สามารถติดต่อได้ที่บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-012-2222 หรืออีเมล์ TH-HPE@ingrammicro.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-proliant-gen10-server/

Consumption-based IT vs Cloud: เมื่อการเช่าใช้ระบบ IT ตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรได้ดีกว่า Cloud

ถึงแม้การใช้งาน Cloud จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในองค์กร แต่ในเวลาเดียวกัน หลายองค์กรเองก็เริ่มมองเห็นถึงปัญหาและข้อจำกัดบางประการบนระบบ Cloud จนในช่วงปีที่ผ่านมาหลายองค์กรเองก็เริ่มต้องย้ายบางระบบจากบน Cloud กลับมาสู่ Data Center ภายในองค์กร แต่ก็ยังคงอยากลงทุนในแบบการเช่าใช้รายเดือนมากกว่าการซื้อระบบทั้งหมดเองอยู่

HPE เล็งเห็นถึงโจทย์ประเด็นนี้ และพร้อมตอบโจทย์ด้วยบริการ Consumtion-based IT ซึ่งเป็นการเช่าใช้ระบบ IT จาก HPE โดยคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงแบบรายเดือน* โดยนำ Hardware และ Software ไปติดตั้งให้ถึง Data Center ขององค์กร พร้อมให้เพิ่มขยายระบบได้อย่างยืดหยุ่นตามต้องการ ซึ่งบทความนี้เราจะพาไปรู้จักกับข้อดีของ Consumption-based IT ที่จะมาเติมเต็มความต้องการของธุรกิจองค์กร ซึ่งหาไม่ได้จาก Cloud กันครับ

ถึงแม้ Cloud จะยืดหยุ่น แต่สุดท้ายธุรกิจองค์กรก็ยังคงต้องการ “ควบคุม”

HPE ได้อ้างอิงถึงการสำรวจของ Frost & Sullivan และ 451 Research ถึงประเด็นที่น่าสนใจว่า ธุรกิจองค์กรนั้นเลือกใช้ Cloud ด้วยข้อดีด้านการลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนลง และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบ IT เป็นหลัก แต่ในทางกลับกันนั้น ธุรกิจองค์กรเองก็ยังคงต้องการระบบ IT ภายใน Data Center ของตนเองด้วยประเด็นด้านการต้องการควบคุมระบบ IT ให้ได้แบบเบ็ดเสร็จ และยังคงทำงานได้ด้วยกระบวนการการทำงานแบบเดิมที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงมากนัก

ตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นภาพของปัญหาในการใช้งานระบบ Cloud ได้ชัดและยังคงเป็นที่ถกเถียงในหลายองค์กรในทุกวันนี้ ก็คือการนำข้อมูลสำคัญทางธุรกิจหรือข้อมูล Big Data ภายในธุรกิจองค์กรขึ้นไปวิเคราะห์บน Cloud ซึ่งก็จะมีปัญหาทั้งในแง่ของการอัปโหลดข้อมูลปริมาณมากขึ้นสู่ Cloud นั้นอาจไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และหากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลบน Cloud จากประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะการตั้งค่าที่ผิดพลาด ข้อมูลสำคัญเหล่านั้นทั้งหมดก็อาจรั่วไหลสู่มือของบุคคลภายนอกได้ในเวลาอันสั้นจนธุรกิจองค์กรอาจไม่ทันรู้ตัว และเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้

นอกจากนี้ ถึงแม้บริการ Cloud นั้นจะใช้งานได้ง่าย แต่หลายบริการเองก็ยังขาดความสำเร็จรูป กล่าวคือผู้ให้บริการบางรายอาจไม่มีการให้บริการ Software Stack ที่ธุรกิจองค์กรต้องการใช้งานอย่างครบถ้วน และทำให้ท้ายที่สุดแล้วผู้ดูแลระบบ IT ก็ยังมีภาระในการดูแลรักษาระบบเหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนไปอยู่บน Cloud ซึ่งในส่วนของ Software เหล่านั้นก็อยู่นอกเหนือขอบเขตที่ผู้ให้บริการ Cloud จะรับผิดชอบ

HPE GreenLake: นำแนวคิดการคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง* สู่ Data Center ของธุรกิจองค์กร

Credit: HPE

หนึ่งในบริการที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลกของ HPE ในช่วงปี 2019 ที่ผ่านมานี้ ก็คือ HPE GreenLake บริการเช่าใช้ระบบ IT ที่คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงนั่นเอง* โดยธุรกิจองค์กรนั้นจะได้รับ Hardware และ Software ไปใช้งานภายใน Data Center ของตนเอง ทำให้มีอิสระในการปรับแต่งการตั้งค่าหรือติดตั้งสิ่งต่างๆ เพิ่มเติมได้ตามต้องการ และมีทีมงานของ HPE คอยช่วยเหลือดูแลรักษา ในขณะที่มีการคิดค่าใช้จ่ายในรูปแบบเดียวกับ Cloud

HPE GreenLake นี้ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ด้านข้อจำกัดของการใช้งานระบบ IT แบบ On-Premises ได้ในหลากหลายประเด็น เช่น

  • การใช้งาน Hardware เดิมไปนานๆ แล้วระบบมีความล่าช้าจากข้อมูลหรือการประมวลผลที่มากขึ้น ซึ่ง HPE GreenLake เปิดให้มีการเพิ่ม Capacity ของระบบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย อีกทั้งยังรองรับกรณีที่เกิด Spike ได้อีกด้วย
  • การอัปเกรดหรือเพิ่มขยายระบบที่ต้องมี Downtime นาน ซึ่ง HPE GreenLake ก็มีระบบจัดการด้านการทำ Capacity Planning ทำให้สามารถวางแผนการเพิ่มขยายล่วงหน้าได้โดยไม่เกิด Downtime ต่อการทำงานในจังหวะสำคัญ
  • การลงทุนซื้อ Hardware ล่วงหน้ามาขนาดใหญ่เกินการใช้งานจริง ซึ่ง HPE GreenLake สามารถเริ่มต้นใช้งานจากระบบเล็กๆ และค่อยเพิ่มขยายในอนาคตได้
  • ความต้องการผู้ให้บริการแบบ Single Point of Service ทั้งส่วนของ Hardware และ Software ซึ่งนอกจาก HPE GreenLake จะมีโซลูชันที่ทำงานร่วมกับ Software จากผู้ผลิตรายอื่นๆ มากมายแล้ว ก็ยังมีทีม HPE PointNext ที่สามารถให้บริการเพิ่มเติมสำหรับ Software อื่นๆ ที่ยังไม่ได้อยู่ในโซลูชันของ HPE GreenLake ได้

ปัจจุบันนี้ HPE GreenLake มีโซลูชันที่รองรับหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น Compute, Storage, Virtualization, HPC, Private Cloud, Container, VDI, Composable, Database, SAP HANA, Big Data หรือ Backup ก็ตาม ทำให้ธุรกิจองค์กรที่ต้องการปรับรูปแบบการลงทุนระบบ IT จาก CapEx มาสู่ OpEx พร้อมรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยให้การทำงานของแผนก IT มีประสิทธิภาพมากขึ้นและคุ้มค่าการลงทุนมากขึ้นนั้น สามารถทำได้ด้วยการเปลี่ยนจากระบบเดิมมาเช่าใช้ HPE GreenLake แทนนั่นเอง

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HPE GreenLake สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hpe.com/us/en/services/flexible-capacity.html

5 ปัจจัย ที่ทำให้ HPE GreenLake เป็น Consumption-based IT ที่ไม่เหมือนใคร

HPE ไม่ใช่ผู้ผลิตรายเดียวที่นำเสนอโซลูชันแบบเช่าใช้รายเดือนได้ แต่ HPE เองก็เป็นผู้ผลิตรายแรกๆ ที่มุ่งนำเสนอบริการด้านนี้ และสร้างเอกลักษณ์ของตนเองขึ้นมาอย่างน่าสนใจ ทำให้เกิดความแตกต่างที่ไม่เหมือนผู้ผลิตรายอื่น ดังนี้

1. คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง* ไม่ได้คิดจาก Hardware ทั้งหมด

HPE GreenLake นี้เปิดให้ผู้ใช้งานทำการเพิ่มขยายหรือลดขนาดของการใช้งานระบบลงได้ โดยทาง HPE จะนำ Hardware ซึ่งมี Capacity เกินกว่าที่องค์กรต้องการใช้งานนำไปติดตั้งให้ เพื่อที่ว่าวันหนึ่งหากต้องมีการเพิ่มขยาย Capacity ก็จะยังมีทรัพยากรสำหรับรองรับในส่วนนี้ได้ทันที ในขณะที่การคิดค่าใช้จ่ายนั้นก็คิดจากการใช้งานจริง* ไม่ได้รวม Hardware ในส่วนที่ต้องเผื่อนี้แต่อย่างใด

2. มีระบบ Metering ที่ชัดเจน

ภายใน HPE GreenLake นี้มีระบบวัดการใช้งานซึ่งจะสะท้อนค่าใช้จ่ายออกมาให้ผู้ดูแลระบบได้รับทราบอยู่ตลอด ทำให้มีความโปร่งใสในการใช้งานและเลือกที่จะบริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้เหมาะสมได้ รวมถึงยังสามารถแจ้งได้ด้วยว่าควรมีการขยายระบบเพื่อรองรับ Workload ที่มากขึ้นหรือไม่ ทำให้ง่ายต่อการวางแผนในระยะสั้นและระยะยาว

3. ไม่ได้มีแต่ Hardware แต่มาเป็นโซลูชัน

จุดที่น่าสนใจของ HPE GreenLake คือการที่ระบบมาเป็นโซลูชันที่รวมเอา Software, การติดตั้ง และการดูแลรักษาทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงระบบยังมีการทดสอบมาก่อนแล้ว ทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถเริ่มต้นใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และไม่ต้องเสียทีมงานฝ่าย IT ภายในบริษัทไปดูแลรักษา Software ที่เกี่ยวข้องเหล่านี้อีก

4. มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยสนับสนุน

สืบเนื่องจากข้อก่อนหน้านี้ที่ HPE GreenLake มีระบบให้เช่าเป็นโซลูชัน ดังนั้น HPE จึงต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่ครอบคลุมทั้งส่วนของ Hardware และ Software คอยให้บริการด้านการดูแลรักษาและแก้ไขปัญหาทั้งหมด รวมถึงหากมี Software ใดที่อยู่นอกเหนือโซลูชันของ HPE GreenLake ก็ยังสามารถเลือกใช้บริการจากทีม HPE PointNext เข้ามาเสริมได้เช่นกัน

5. เบ็ดเสร็จทั้งหมดในบริการเดียว

เมื่อนำทั้งสี่ข้อก่อนหน้านี้มารวมกัน ก็ทำให้ HPE GreenLake กลายเป็นระบบ Consumption-based IT ที่สมบูรณ์ โดยนอกจากจะมี Hardware และ Software ที่องค์กรต้องการใช้งานมาติดตั้งภายในองค์กรแล้ว HPE เองก็ยังมีระบบ Metering มาให้ พร้อมทีมงานติดตั้งดูแลรักษาทั้งหมด และยังช่วยวางแผนเรื่อง Capacity ของระบบให้ รวมถึงยังสามารถให้คำแนะนำเรื่องการต่อยอดหรือนำเสนอบริการอื่นเสริมเพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม

*อาจมีค่าบริการขั้นต่ำ

Credit: HPE

สนใจโซลูชันของ HPE ติดต่อ Metro Connect

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันใดๆ ของ HPE สามารถติดต่อทีมงาน Metro Connect เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม, ทดสอบระบบ หรือขอใบเสนอราคาได้ทันทีที่คุณอนุตรีย์ วานิชย์หานนท์ อีเมล์ anutrwan@metroconnect.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/consumption-based-it-vs-cloud-hpe-greenlake-by-metro-connect/

HPE GREENLAKE ตอบโจทย์การใช้งานด้านไอที ในแบบ Consumption-as-a-Service

การเปลี่ยนแปลงทางโลกของดิจิตอล หรือที่เรียกกันว่า Digital Transformation เป็นแนวคิดด้านเทคโนโลยีที่จะช่วยเร่งการพัฒนาของนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นและยังเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยต่อยอดให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยีไอทีให้มากขึ้นด้วย ในประเด็นนี้ส่งผลให้องค์กรต่างๆ เกิดความต้องการด้านไอทีโดยมีคุุณลักษณะสำคัญ อิงตามผลการศึกษาของทาง Deloitte พบว่า 61% ขององค์กรระดับเอ็นเทอร์ไพรส์ส่วนใหญ่สามารถพัฒนาระบบได้ดีขึ้น ด้วยการใช้เซอร์วิสแบบ Xaas หรือ Everything-as-a-Service และ 75% บอกว่าการใช้งานระบบไอทีที่ยืดหยุ่นได้ตามความต้องการของตนเอง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ทั้งการออกแบบ การพัฒนา และใช้งานได้อย่างรวดเร็วกว่า

ทุุกๆ อย่างคือบริการ (Everything-as-a-Service)

HPE GreenLake คือรูปแบบการบริการที่ออกแบบมาให้ทุกๆ อย่างในโลกของไอทีกลายเป็น “เซอร์วิส” หรือที่เรียกขานกันว่า Everything-as-a-Service โดยสามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรที่มีความต้องการอย่างเช่น

– จ่ายตามการใช้งานจริง* (Pay only for what you use) เป็นวิธีที่จะช่วยในการจำกัดงบประมาณเกินความจำเป็น เป็นการจ่ายเงินตามการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง*
– ขยายระบบได้ตามต้องการ (Scale as Needed) โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลในคราวแรก ค่อยๆ ทยอยอัพระบบเมื่อธุรกิจเติบโต
– เพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ (Business Agility) ทำให้ธุรกิจมีความคล่องตัว ดำเนินการอย่างราบลื่นไม่ต้องหยุดชะงัก อันเกิดจากระบบไอทีที่ล่าช้า
– ดำเนินการได้โดยง่าย (Simplify Operations) ให้ประสิทธิภาพระดับสูง ในขณะที่ใช้วิธีการดำเนินงานได้โดยง่าย


บริการแบบ Consumption-based ของ HPE GreenLake

แนวคิดแบบ Consumption-based ของ HPE GreenLake จะมีลักษณะการให้บริการตามความต้องการของลูกค้า โดยแบ่งออกเป็นกระบวนการต่างๆ ดังนี้

– Assessment ประเมินความต้องการ
เริ่มแรกทางทีมงาน HPE จะเข้าไปพูดคุยและสอบถามผู้ใช้ถึงโปรเจ็กต์หรือโครงการที่ผู้ใช้วางแผนเอาไว้ จากนั้นจะประเมินพร้อมกับวางแผนงานเพื่อกำหนด Hardware ทั้งเครื่อง Server, Storage, Software และ Service ที่จำเป็นในโครงการหรือโปรเจ็กต์นั้นๆ

– Choose your technology เลือกเทคโนโลยีตามใจคุณ
สำหรับอุปกรณ์ Hardware ที่กำหนดในช่วงแรก ก็จะถูกส่งมอบไปยังที่สำนักงานของลูกค้า ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะใช้อุปกรณ์อะไรบ้างจะเป็นของ HPE ทั้งหมดหรือพาร์ทเนอร์ของ HPE ก็ได้เช่นกัน (ลักษณะนี้จะได้ความคล่องตัวแบบ Cloud ที่ทำงานบนระบบแบบ On-Premise คือมีฮาร์ดแวร์ให้ใช้พร้อมสรรพ แต่จ่ายเงินตามการใช้งานจริง*)

– Pay only you consume จ่ายเงินตามการใช้งานจริง*
ด้วยระบบมิเตอร์ของ HPE GreenLake องค์กรสามารถที่จะเลือกจ่ายได้ตามระบบ Server ที่นำมาติดตั้ง จำนวนขนาดความจุของ Storage ที่ต้องการ หรือ Workload ที่เลือกใช้งานเป็นต้น ซึ่งทางเราจะทราบการใช้งานจากตัวมิเตอร์ในการวัดค่าใช้งานซึ่งได้มีการติดตั้งอยู่ทั้งใน Server และ Storage เพื่อให้ประเมินการใช้งานได้อย่างทันที

– Plan Capacity วางแผนปรับระบบได้ตามการเติบโตของธุรกิจ
ข้อเสนอพิเศษที่น่าสนใจของ HPE GreenLake คือ เมื่อคุณใช้งานไปสักระยะหนึ่ง แล้วธุรกิจของคุณเริ่มมีการเติบโตและจำเป็นต้องขยายระบบเพิ่มตาม คุณสามารถปรับเพิ่มระบบได้อย่างรวดเร็วด้วยตัวคุณเอง หรือจะเพิ่มจำนวนของ Server และ Storage ก็ทำได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญไม่ต้องจ่ายเผื่ออนาคตอีกด้วย

– Get Proactive Support บริการคุณแบบ 24×7
HPE GreenLake มีทีมงานที่คอยให้บริการตลอด 24×7 โดยจะคอยตรวจสอบการใช้งานของระบบที่คุณใช้งานว่ามีมากหรือน้อยอย่างไร ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าให้กับคุณ คอยตรวจสอบปัญหาที่อาจจะเกิดกับระบบที่ติดตั้ง และจะแจ้งคุณล่วงหน้าเมื่อจำเป็นต้องมีการอัพเกรดระบบใหม่ เป็นต้น


HPE GreenLake Workloads บริการเวิร์กโหลดที่ให้คุณได้เลือกใช้

HPE ยังมีข้อเสนอพิเศษในแง่ของการให้บริการ Workload ที่คุณต้องการ ซึ่งโดยปกติแล้ว Workload ต่างๆ เหล่านี้ล้วนสร้างความวุ่นวายและความยุ่งยาก เวลาในการอิมพลีเมนท์ที่ยาวนาน และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ปัจจัยนี้เป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้ผู้ใช้งานมาโดยตลอด แต่ HPE GreenLake Workloads มีพร้อมบริการดังนี้

1. HPE GreenLake for SAP HANA สร้างประโยชน์สูงสุดดจากแพลตฟอร์ม SAP HANA ด้วยระบบอินฟราสตรัคเจอร์ที่มีประสิทธิภาพครบ ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมใช้งาน ความปลอดภัย และเสถียรภาพที่วางใจได้
https://www.hpe.com/us/en/pdfViewer.html?docId=a00036372

2. HPE GreenLake Backup โซลูชั่นที่ครอบคลุมเรื่องราวและวงจรชีวิตของการทำงานด้านแบ๊กอัพทั้งหมดไว้เพียงหนึ่งเดียว ด้วยระบบฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และเซอร์วิส ที่ครบครัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นจนจบ
https://www.hpe.com/us/en/pdfViewer.html?docId=a00005054

3. HPE GreenLake VDI Lighthouse Program โซลูชั่นด้านระบบ Virtual Desktop Infrastructure ที่ครบถ้วนและผสานรูปแบบการให้บริการแบบ as-a-service เข้ากับเวิร์กโหลดบน On-Premises ที่่ขยายได้ตามต้องการและจ่ายตามจริง
https://www.hpe.com/us/en/pdfViewer.html?docId=a00063744

4. HPE GreenLake for Database Solution โซลูชั่นในการจัดการบริหารฐานข้อมูล (PostgreSQL Open database) ที่ออกแบบมาเพื่อให้องค์กรเอ็นเทอร์ไพรส์ต่างๆ ได้ใช้ระบบฐานข้อมูล ที่มีเสถียรภาพ ความพร้อมใช้งานสูง และสามารถขยายได้ตามการใช้งานจริง
https://www.hpe.com/us/en/insights/articles/open-source-databases-a-viable-alternative-for-enterprise-computing-1902.html

บทสรุป

HPE GreenLake เป็นเซอร์วิสที่ทาง HPE ได้พัฒนาขึ้น โดยเป็นแนวคิดใหม่ เน้นการใช้งานและการจ่ายค่าบริการที่มีความยืดหยุ่นแบบคลาวด์ แต่คุณสามารถควบคุมระบบและฮาร์ดแวร์ได้แบบ On-Premises (เป็นการนำอุปกรณ์มาตั้งในพื้นที่ของสำนักงานของคุณเอง) ซึ่ง HPE มองเป็นลักษณะการใช้งาน IT Consumption-as-a-Service ที่ทำให้องค์กรจ่ายเงินตามการใช้งานจริง* ขยายประสิทธิภาพของระบบได้ตามการเติบโตของของเนื้องาน ให้บริการและบำรุงรักษาแบบ 24×7 พร้อมทั้งมีเวิร์กโหลดให้เลือกใช้ได้อย่างทันที ทั้งหมดนี้ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรยุคใหม่และเป็นการปรับเปลี่ยนไปสู่โลกของดิจิตอลอย่างแท้จริง

หมายเหตุ : *อาจมีค่าบริการขั้นต่ำ

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-greenlake-consumption-as-a-service/

แนะนำบริการ Microsoft Azure Stack จาก Atcetera ระบบ Local Cloud Premium เจ้าแรกในไทย ที่ใช้งานได้เทียบเท่า Microsoft Azure

สำหรับธุรกิจองค์กรใดที่อยากเช่าใช้งาน Microsoft Azure แต่ยังอยากให้ระบบและข้อมูลทั้งหมดถูกจัดเก็บอยู่ภายในประเทศไทย Atcetera บริษัทในเครือของ INET ได้นำ Microsoft Azure Stack มาเปิดให้บริการ Cloud ที่มีความสามารถและประสบการณ์เทียบเคียงได้กับ Microsoft Azure พร้อมให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและง่ายดายแล้ว และยังเปิดให้ทดลองใช้งานได้ฟรีอีกด้วย

บริการ Cloud ในต่างประเทศ ยังไม่อาจตอบโจทย์ของธุรกิจไทยในหลายประเด็น

ถึงแม้บริการ Cloud นั้นจะได้รับความนิยมอย่างสูงและหลายธุรกิจองค์กรเองนั้นก็ได้เริ่มต้นใช้งานกันไปแล้วก็ตาม และนั่นเองก็ทำให้หลายๆ องค์กรได้เริ่มมีประสบการณ์ในการใช้งานบริการ Cloud จนเริ่มพบกับปัญหาในการใช้งานจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นด้านค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการใช้งานที่เติบโต รวมถึงยังมีค่าใช้จ่ายด้าน Bandwidth จากต่างประเทศเกิดขึ้นอย่างมหาศาล จนยากต่อการควบคุมค่าใช้จ่าย ไปจนถึงนโยบายของหลายธุรกิจองค์กรที่ไม่ต้องการจัดเก็บข้อมูลสำคัญทางธุรกิจเอาไว้ในต่างประเทศ

ด้วยเหตุนี้เอง ที่ผ่านมาการใช้งานบริการ Cloud จากผู้ให้บริการภายในประเทศไทยจึงได้เติบโตอย่างรวดเร็ว และผู้ให้บริการแต่ละรายต่างก็สรรหาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเสริมไปจนถึงกระบวนการการทำงานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะทางของของธุรกิจในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ

Atcetera บริษัทในเครือ INET ได้เล็งเห็นถึงความต้องการในการใช้งานบริการ Microsoft Azure จากธุรกิจไทยจำนวนมาก จึงได้นำโซลูชัน Microsoft Azure Stack ที่มีความสามารถเทียบเท่ากับ Microsoft Azure มาเปิดให้บริการในรูปแบบ Cloud ภายในประเทศไทยบน Data Center ของ INET นั่นเอง

รู้จักกับ Microsoft Azure Stack โซลูชันส่วนต่อขยายจาก Microsoft Azure ตอบโจทย์ Hybrid Cloud และ Edge Computing

วิสัยทัศน์ของ Microsoft Azure ที่เล็งเห็นต่ออนาคตนั้นคือการก้าวไปสู่ภาพของการเป็น Intelligent Edge ที่ระบบ Cloud และ Edge Computing นั้นจะต้องทำงานผสานรวมกันเป็นผืนเดียวได้อย่างสมบูรณ์ และนี่เองก็เป็นจุดกำเนิดของโซลูชัน Microsoft Azure Stack

Microsoft Azure Stack นี้ถือเป็นส่วนต่อขยายจาก Microsoft Azure ที่จะทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถนำเทคโนโลยีที่มีอยู่บน Microsoft Azure มาใช้งานภายใน Data Center หรือ Edge Data Center ของตนเองได้ และบริหารจัดการระบบได้ด้วยประสบการณ์เดียวกับการใช้งาน Microsoft Azure เพื่อให้การผสานระบบบน Cloud และระบบภายในของธุรกิจองค์กรนั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดาย และธุรกิจองค์กรก็จะมีทางเลือกในการนำ Workload ต่างๆ ไปใช้งานบนแต่ละ Platform ที่ตนเองต้องการได้อย่างอิสระด้วย

ภายใน Microsoft Azure Stack นี้มีบริการย่อยต่างๆ มากมาย เช่น

  • Compute มีบริการให้เลือกใช้งานได้ทั้ง IaaS, PaaS ไปจนถึง Serverless
  • Containers ที่มีให้เลือกใช้งานได้ทั้ง Azure Kubernetes Service (AKS) และ Server Fabric
  • Internet of Things ด้วยการใช้ Azure IoT Hub
  • Analytics ที่ต่อยอดจากระบบ Azure Event Hubs
  • SQL Server ที่มีให้ใช้งานได้ทั้ง Microsoft SQL Server และ MySQL
  • บริการอื่นๆ เช่น Security, Storage, Machine Learning, AI และบริการที่จะมีการเปิดตัวเพิ่มเติมในอนาคต

เรียกง่ายๆ ได้ว่า Microsoft Azure Stack นี้คือการยกบริการ Cloud จาก Microsoft Azure มาติดตั้งใช้งานบน Environment ของธุรกิจองค์กรก็คงไม่ผิดนัก ทำให้ธุรกิจสามารถประยุกต์นำ Microsoft Azure Stack มาใช้ได้ทั้งในส่วนของการทำ Hybrid Cloud, การทำ Edge Computing และอื่นๆ อีกมากมาย

Atcetera ผู้เชี่ยวชาญโซลูชันของ Microsoft เปิดบริการ Cloud ด้วย Microsoft Azure Stack ในไทย

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจองค์กรไทยที่อยากใช้งานเทคโนโลยีของ Microsoft Azure ในรูปแบบของ Cloud ภายในประเทศ Atcetera บริษัทในเครือ INET ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันและเทคโนโลยีของ Microsoft เป็นพิเศษ จึงได้นำ Microsoft Azure Stack มาเปิดให้บริการ Cloud ภายใน Data Center ของ INET พร้อมใช้งานได้แล้ว

จุดเด่นของบริการ Microsoft Azure Stack จาก Atcetera นี้ ก็คือประสบการณ์ในการใช้งานระบบที่เป็นแบบ Self-Service ทั้งหมดเหมือนกับ Microsoft Azure ซึ่งถือเป็นอีกก้าวของความง่ายดายในการใช้บริการที่เหนือกว่า Microsoft Azure Pack ซึ่งเป็นโซลูชันรุ่นก่อนหน้า ทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถเลือกใช้งานบริการ Compute, Container และ Database ได้อย่างอิสระ รวมถึงยังมี Template ของ Platform และ Application จำนวนมากที่พร้อมให้ใช้งานได้ทันที ช่วยลดภาระของผู้ดูแลระบบในการ Provision ระบบใหม่ๆ ขึ้นมาใช้งานได้เป็นอย่างมาก

ประเด็นถัดมาที่น่าสนใจมากคือประเด็นด้านการคิดค่าใช้จ่าย ซึ่งทาง Atcetera คิดค่าใช้จ่ายจาก Resource ของ Hardware ที่ธุรกิจต้องการเป็นหลัก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายด้าน Bandwidth หรือค่าใช้จ่ายด้าน License ของโซลูชันต่าง ๆ จาก Microsoft ทั้งในส่วนของ Microsoft Windows Server Data Center Edition หรือ Microsoft SQL Server ก็ตาม ทำให้ในภาพรวมแล้วการเช่าใช้งาน Microsoft Azure Stack นั้นถึงจุดคุ้มทุนได้อย่างรวดเร็วมากเมื่อเทียบกับการลงทุนใน Data Center ด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ระบบยังมีการสำรองข้อมูลย้อนหลังให้ 7 วันย้อนหลัง ทำให้สามารถรับมือกับเหตุไม่คาดฝันได้อย่างหลากหลาย ทั้งการลบข้อมูลผิดพลาดจาก Human Error, การ Deploy ระบบผิดพลาด ไปจนถึงการถูกโจมตีฝัง Ransomware จนข้อมูลสำคัญสูญหาย ทั้งหมดนี้สามารถกู้คืนได้ผ่านระบบ Backup ที่มีให้พร้อมใช้งาน

ในขณะเดียวกัน ทีมงาน Atcetera ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของ Microsoft นั้น ก็พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือในการใช้งานจริง ตั้งแต่การขึ้นระบบใหม่, การย้ายระบบจากระบบเดิม, การจัดการกับระบบเฉพาะทางของ Microsoft ไม่ว่าจะเป็น Web Server, Microsoft Exchange, Microsoft SharePoint หรืออื่น ๆ ได้อย่างครบวงจร

สุดท้ายนี้ บริการนี้ทั้งหมดทำงานอยู่ภายใน Data Center ของ INET ที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น ISO/IEC 27001 : 2013 , ISO/IEC 20000-1 : 2011 , ISO 27799 : 2016 , PCI-DSS , IDC Tier III Design ทำให้ธุรกิจองค์กรมั่นใจในการเลือกใช้งาน และยังง่ายต่อการทำ Audit และ Compliance อีกด้วย

ถึงแม้บริการ Microsoft Azure Stack บน Cloud จาก Atcetera นี้จะเป็นบริการใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ในปี 2019 ที่ผ่านมานี้ก็มีลูกค้าธุรกิจองค์กรจำนวนมากเริ่มต้นใช้งานบริการนี้และมีแนวโน้มจะเพิ่มขยายหรือเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากความคุ้มค่าในการเช่าใช้งานที่สูงมากจากการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง, การใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นผ่านระบบ Self-Service ด้วยตนเอง, บริการและ Template ต่าง ๆ ที่มีให้เลือกใช้งานได้อย่างมากมาย, การมีทีมให้บริการในประเทศไทยโดยตรง และความเชื่อมั่นใน Data Center ของ INET นั่นเอง

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.atcetera.co.th/azure-stack/ และตรวจสอบราคาของบริการได้ที่ https://www.atcetera.co.th/azure-stack-price/ ทันที

มั่นใจในประสิทธิภาพและความมั่นคงทนทาน ด้วยโซลูชัน Hardware พร้อมบริการมืออาชีพจาก HPE

Credit: HPE

เบื้องหลังของบริการ Microsoft Azure Stack จาก Atcetera นี้ ทาง Atcetera ได้จับมือกับ HPE นำระบบ HPE ProLiant for Microsoft Azure Stack ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบ Integrated System ที่ผ่านการทดสอบร่วมกันระหว่าง HPE และ Microsoft มาใช้เป็น Hardware เพื่อติดตั้งระบบทั้งหมดของ Microsoft Azure Stack ทั้งแบบ Infrastructure as a Service (IaaS) และ Platform as a Service (PaaS) ทั้งหมดมาจากโรงงาน สำหรับการให้บริการครั้งนี้ พร้อมใช้บริการ HPE GreenLake จาก HPE Pointnext ที่ทำให้การใช้ Hardware ของ HPE นี้เป็นไปในรูปแบบ Consumption-based หรือการคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง

แนวทางดังกล่าวนี้ทำให้ INET ไม่ต้องลงทุนกับระบบ Hardware ทั้งหมดด้วยตัวเองตั้งแต่ต้น ในขณะที่ยังคงสามารถนำ Hardware ซึ่งสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอมาให้บริการด้วยค่าใช้จ่ายที่ประเมินได้อย่างแม่นยำง่ายดาย รวมถึงยังสามารถเพิ่มขยายหรือปรับเปลี่ยนบางส่วนของระบบได้อย่างยืดหยุ่นตามต้องการ ทั้งหมดนี้ทำให้ INET สามารถนำเสนอบริการ Microsoft Azure Stack ให้แก่ลูกค้าธุรกิจองค์กรได้ในราคาคุ้มค่าสูงสุด ในขณะที่ยังคงมั่นใจในประสิทธิภาพและการเพิ่มขยาย Hardware เพื่อรองรับต่ออนาคตได้อย่างมั่นคง

ทดลองใช้งาน Microsoft Azure Stack ฟรีกับ Atcetera

สำหรับผู้ที่อยากทดลองใช้งาน Microsoft Azure Stack สามารถทำการทดลองใช้งานได้ฟรีๆ ด้วยการกรอกแบบฟอร์มที่ https://www.atcetera.co.th/azure-stack/ จากนั้นทีมงาน Atcetera จะทำการติดต่อกลับไปเพื่อสอบถามข้อมูลสำหรับเตรียมระบบทดสอบให้

สนใจ Microsoft Azure Stack และโซลูชันอื่นของ Microsoft ติดต่อ Atcetera ได้ทันที

ผู้ที่สนใจโซลูชัน Microsoft Azure Stack หรือโซลูชันอื่น ๆ จาก Microsoft ที่ต้องการความช่วยเหลือเชิงเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อทีมงาน Atcetera ได้ทันทีที่ โทร 093-124-1305 หรืออีเมล์ info@atcetera.co.th หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Atcetera ได้ที่ https://www.atcetera.co.th/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-azure-stack-cloud-service-by-atcetera/

[Guest Post] Nutanix และ HPE ร่วมมือ นำเสนอโซลูชันของ Nutanix บน HPE ProLiant DX Series และ HPE GreenLake

Nutanix และ HPE ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ความร่วมมือในครั้งนี้ จะสร้าางทางเลือกที่มากขึ้นให้กับองค์กรต่างๆในการนำโซลูชั่น Enterprise Cloud Platform จาก Nutanix ไปใช้งาน โดยความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบไปด้วยโซลูชั่นที่สำคัญอยู่ 2 โซลูชั่น

Nutanix HPE ProLiant DX Appliance

ด้วยความร่วมมือระหว่าง HPE และ Nutanix ผู้ใช้มีทางเลือก ของการใช้ฮาร์ดแวร์ที่มากขึ้นในการนำ Nutanix ซอฟท์แวร์มาติดตั้ง โดยสามารถเลือก Appliance ของ Nutanix ที่อยู่บนพื้นฐานของเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant ซึ่ง Nutanix ใช้ชื่อเรียก Appliance ในตระกูลนี้ว่า DX Series โดย แพลตฟอร์มที่นำเสนอนั้นผ่านการทดสอบ และรับรองจากทั้ง HPE และ Nutanix

โดยจะมี HPE ProLiant DX Gen10 ถึง 7 รุ่นในช่วงเปิดตัว ซึ่งมีทั้งในขนาด 1U-2U แบบ 1, 2 หรือ 4 โหนดเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งสามารถปรับ และเลือกคอนฟิกูเรชันทั้ง Intel Cascade Lake CPU, Memory และประเภท ของสตอเรจไม่ว่าจะเป็น All Flash หรือ Hybrid ได้หลากหลาย รวมถึงรองรับ Hypervisor ทั้ง Nutanix AHV ที่ ติดตั้งมาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และ VMWare ESXi เพื่อรองรับความต้องการทุกรูปแบบขององค์กร

ทีมวิศวกรจากทั้ง 2 บริษัททำงานร่วมกันเพื่อให้มั่นใจว่าแพลตฟอร์มที่นำเสนอนั้นสามารถเชื่อมต่อ และรองรับซอฟแวร์ Enterprise Cloud ของ Nutanix สำหรับงานต่างๆไม่ว่าจะเป็น Private Cloud, End-User Computing และการใช้งานกับ Database และ Mission Critical Application ได้อย่างราบรื่น

ช่องทางการจัดจำหน่ายของ HPE ProLiant DX Appliance จะผ่านทางผู้ค้าของ Nutanix โดยตรง ซึ่งทาง Nutanix จะส่งมอบ DX Appliance จากโรงงานโดยมีซอฟท์แวร์ Nutanix และ AHV Hypervisor ที่ติดตั้งพร้อม ใช้งานมาให้เรียบร้อยเพื่อลดขั้นตอน และเวลาในการติดตั้ง

การอัพเกรดไม่ว่าจะเป็นซอฟท์แวร์ (Nutanix AOS, Hypervisor และอื่น) กับเฟิร์มแวร์สามารถทำผ่านหน้าจอบริหารจัดการของ Nutanix ได้ อีกทั้ง DX Appliance ยังสามารถทำงานร่วมกับ HPE OneView และ HPE Insight ได้เหมือนกับเซิร์ฟเวอร์อื่นๆของ HPE

DX Appliance รองรับความต้องการ และใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น

  • Cloud: ซึ่งรองรับการทำ Private และ Hybrid Cloud กับ Nutanix Calm, VMware, Microsoft หรือ OpenStack
  • End-User Computing: โครงสร้งพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และทรงประสิทธิภาพสำหรับการทำงานร่วมกับ Virtual Desktop
  • Enterprise Applications: ด้วยประสิทธิภาพที่รวดเร็ว องค์กรสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีพร้อม สำหรับงานไม่ว่าจะเป็น MS-SQL, Oracle หรือ SAP
  • Big Data Analytics: สามารถปรับขยายในรูปแบบ Scale Out เพื่อรองรับข้อมูลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ของ Big Data ได้เป็นอย่างดี
  • Messaging, Collaboration and UC: สร้างสภาพแวดล้อมที่ง่าย แข็งแกร่ง และมีประสิทธิภาพให้กับ MS-Exchange, SharePoint และ UC ต่างๆ เช่น Avaya, Cisco และ Microsoft
  • Development & Test: ด้วยระบบที่ติดตั้ง, บริหารจัดการง่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าทำให้สามารถ สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการทำงานในสภาพแวดล้อมของ Development and Test ได้เป็นอย่างดี

Integrated hybrid cloud as a Service (aaS) solution with HPE GreenLake

นอกจากนั้นทาง Nutanix และ HPE ยังมีการเซ็น Global Agreement เพื่อนำเสนอโซลูชั่นของ Nutanix ผ่านทาง HPE GreenLake แบบ HPE-Managed Hybrid Cloud ที่สามารถนำระบบไปติดตั้งที่ดาต้าเซ็นเตอร์ของ ลูกค้าได้ ทำให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไอทีอยู่ในรูปแบบของ as a Services ได้ซึ่งทำให้ Total Cost of Ownership ขององค์กรต่ำลง, ลดภาระการบริหารจัดการระบบไอที และทำให้บุคลากรของไอทีมีเวลาที่จะพัฒนา นวัตกรรมใหม่ๆให้กับธุรกิจขององค์กรได้มากขึ้น

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้ที่ www.nutanix.com ติดต่อทีมงานโทร:02-624-0543 หรือพูดคุยกับทีม Nutanix ประเทศไทยได้ทาง Line ID : @NutanixThailand

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-and-hpe-teams-up-for-hpe-proliant-dx-series-and-hpe-greenlake/

HPE นำ VMware สู่โมเดล GreenLake ช่วยองค์กรลดเวลาและค่าใช้จ่าย

ที่งาน VMworld ที่ผ่านมาทาง HPE ได้มีการประกาศความร่วมมือกับ VMware เพื่อใช้ในโมเดลการขายแบบ GreenLake ของตน ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยองค์กรลดต้นทุนและเวลาในการเตรียมระบบสู่การใช้งานลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

Credit: HPE

GreenLake เป็นโมเดลการให้บริการฮาร์ดแวร์ของ HPE ในลักษณะจ่ายตามจริง ซึ่งบริษัทได้ตั้งเป้าว่าภายในปี 2022 จะมีครอบคลุมสู่ทุกผลิตภัณฑ์ โดยจากการประกาศความร่วมมือกับทาง VMware ในครั้งนี้ ด้วยความสามารถของ VMware Cloud Foundation จะตอบโจทย์ Workload ได้ทั้ง Public และ Private Cloud รวมถึงได้เน้นย้ำประโยชน์ 3 ข้อดังนี้

  • เป็น as-a-Service อย่างแท้จริง ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นหรือ TCO ได้สูงสุดถึง 30%
  • ลดเวลาความพร้อมใช้งานได้อย่างมีนัยสำคัญราว 65% และขยายเพิ่มเติมได้ง่าย
  • มีเครื่องมือ HPE Right Mix Advisor ที่ช่วยวิเคราะห์ว่างานแบบใดควรย้ายไป Cloud หรือตั้งไว้ในองค์กร รวมถึงวิธีการทำงานแบบ Hybrid

ทั้งนี้คาดว่า VMware Cloud Foundation พร้อทให้บริการกับ HPE Greenlake ได้ภายใน 45 วัน (ตั้งแต่ประกาศ)

ที่มา :  https://www.networkworld.com/article/3435140/hpe-introduces-vmware-services-on-greenlake.html

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-brings-vmware-to-greenlake-model/

HPE Datacenter Care: บริการดูแลอุปกรณ์ใน Datacenter แบบครบวงจร โดยทีมงานมืออาชีพจาก HPE Pointnext

ท่ามกลางภาวะที่ธุรกิจองค์กรนั้นต่างเร่งพัฒนาระบบ IT เพื่อแข่งขันกัน ปัญหาด้านการขาดแคลนบุคลากรด้าน IT ก็ยิ่งทวีความรุนแรงสูงขึ้นจนอาจทำให้หลายๆ ธุรกิจองค์กรนั้นอาจประสบกับความเสี่ยงได้ HPE ได้เล็งเห็นถึงประเด็นปัญหานี้ จึงได้เริ่มนำบริการ HPE Datacenter Care มาเปิดให้บริการในไทย เพื่อให้เหล่าธุรกิจองค์กรนั้นมั่นใจได้ว่าจะมีทีมงานมืออาชีพคอยช่วยดูแลรักษาและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายใน Datacenter ซึ่งเป็นหัวใจของระบบ Application สำคัญในธุรกิจได้อยู่ตลอด

บุคลากรด้าน IT ไม่เพียงพอ เป็นปัญหาใหญ่ของวงการ IT ทั่วโลก

จากการสำรวจของ 451 Research เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา พบว่ามีธุรกิจองค์กรที่ประสบปัญหาด้านการขาดแคลนบุคลากร IT ถึง 29% ซึ่งประเด็นปัญหาข้อนี้ก็ได้ส่งผลต่อเนื่องให้ธุรกิจองค์กรนั้นไม่สามารถดำเนินดการใดๆ ทางด้านระบบ IT ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัวนัก ทำให้ในภาวะที่ภาคธุรกิจต้องเร่งแข่งขันด้านการสร้างนวัตกรรม อาจต้องหยุดชะงักไปได้

Credit: 451 Research, HPE

ถึงแม้การมีบริการ Cloud นั้นดูจะเป็นหนทางที่จะทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถลดจำนวนบุคลากรด้าน IT ลงไปได้ แต่ในธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ที่ยังคงมี Application จำนวนมากซึ่งทำงานร่วมกันอย่างซับซ้อน ท้ายที่สุดแล้วถึงแม้จะย้ายระบบไปสู่การเป็น Hybrid Cloud หรือ Multi-Cloud ได้สำเร็จ แต่การดูแลรักษาระบบเหล่านี้ให้สามารถทำงานได้อย่างมั่นคงแข็งแรง และย้ายระบบได้อย่างมั่นใจนั้น ก็ยังต้องอาศัยทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์เข้ามาช่วยดูแลแก้ไขปัญหาอีกอยู่ดี

ในขณะเดียวกัน ด้วยแนวโน้มด้านความมั่นคงปลอดภัยที่กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น การมีเจ้าหน้าที่ IT ซึ่งมีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยบริหารจัดการและดูแลรักษาระบบ IT ให้มีความมั่นคงปลอดภัยในระดับฐานรากอยู่ตลอดเวลานั้นก็กลายเป็นที่ต้องการมากขึ้น ด้วยสาเหตุหลายประการดังที่กล่าวมานี้ ความต้องการเจ้าหน้าที่ IT ในแต่ละธุรกิจองค์กรนั้นก็มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น สวนทางกับแนวคิดของฝ่ายบริหารที่เชื่อว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ จะเข้ามาช่วยลดจำนวนบุคลากรภายในองค์กรลงได้

เหตุนี้เอง แนวทางด้านการให้มืออาชีพจากหน่วยงานภายนอกเข้ามาช่วยเหลือด้าน IT จึงได้กลับมาใหม่ในรูปแบบที่มีความเข้มข้นยิ่งกว่าในอดีต จากเดิมทีที่ธุรกิจต่างๆ เลือกใช้บริการ Outsource เพื่อทำงานแทนพนักงานภายในธุรกิจองค์กร เหล่าผู้พัฒนาเทคโนโลยีนั้นก็ได้ผันตัวมาให้บริการมืออาชีพโดยตรงเองเพื่อให้ธุรกิจองค์กรมั่นใจว่าจะได้ทีมงานมืออาชีพที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์อย่างครบถ้วนมาช่วยทำงานแทน เพื่อให้การดูแลรักษาและบริหารจัดการระบบ IT ที่ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจในทุกวันนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีจากเจ้าของเทคโนโลยีโดยตรง

รู้จักกับ HPE Pointnext ทีมบริการมืออาชีพจาก HPE

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจองค์กรที่ต้องการบริการจากทีมงานมืออาชีพของผู้พัฒนาเทคโนโลยี ทาง HPE จึงได้ริเริ่มบริการ HPE Pointnext ขึ้นมา โดยภายในทีม HPE Pointnext นี้ก็มีผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT ในสาขาต่างๆ รวมกันกว่า 25,000 คนพร้อมให้บริการใน 80 ประเทศทั่วโลก คอยช่วยดูแลโครงการต่างๆ มากกว่า 11,000 โครงการในแต่ละปี

Credit: HPE

บริการของทีมงาน HPE Pointnext นี้มีหลากหลาย ตั้งแต่การติดตั้งระบบ, การเช่าใช้งานระบบ, การดูแลรักษาและให้คำปรึกษาระบบ รวมถึงบริการเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละธุรกิจ ซึ่งบริการ HPE Pointnext นี้ก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ด้วยความแข็งแกร่งทางด้านชื่อเสียงและฐานลูกค้าของ HPE นั่นเอง

HPE Datacenter Care: บริการดูแลรักษาอุปกรณ์ที่ใช้งานภายใน Datacenter โดยเฉพาะ ด้วยทีมงานของ HPE Pointnext

Credit: HPE

HPE Datacenter Care นี้เป็นหนึ่งในบริการภายใต้ HPE Pointnext ที่มุ่งเน้นด้านการดูแลรักษาและบริหารจัดการอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีการใช้งานอยู่ภายใน Datacenter ของธุรกิจองค์กรให้ทำงานได้อย่างมั่นใจอยู่เสมอ โดยบริการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การดูแลรักษาระบบที่ใช้เทคโนโลยีของ HPE เท่านั้น ซึ่งไม่ว่าระบบที่ธุรกิจองค์กรใช้งานอยู่จะเป็นยี่ห้อใดๆ ทีมงาน HPE Pointnext ก็สามารถเข้าไปช่วยดูแลรักษาหรือบริหารจัดการได้ทั้งสิ้น

ในบริการ HPE Datacenter Care นี้ เบื้องต้นทาง HPE จะทำการจัดตั้งทีมงานย่อยซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญ 3 ตำแหน่งมาเป็นศูนย์กลางในการให้บริการสำหรับธุรกิจองค์กรแต่ละแห่ง ได้แก่

  • Account Support Manager (ASM) ทำหน้าที่ด้านการวางแผนในการดูแลรักษาและบริหารจัดการระบบต่างๆ รวมถึงทบทวนแผนการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แผนการด้านการดูแลรักษาและบริหารจัดการ Datacenter นี้ปรับเปลี่ยนตามเทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่ใช้งานภายใน Datacenter ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงจัดตารางและกำหนดการการฝึกอบรมให้กับพนักงานที่เกี่ยวข้องด้วย
  • Technical Account Manager (TAM) ทำหน้าที่ในการกำหนดแนวทางการใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ ในเชิงเทคนิค และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
  • Datacenter Hardware Specialist (DHS) ผู้เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีต่างๆ ที่ธุรกิจองค์กรนั้นๆ เลือกใช้งาน ทำหน้าที่ด้านการแก้ไขปัญหาเชิงลึกที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะ

ทีมงานย่อยนี้จะมีบทบาทครอบคลุมในทุกๆ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและการแก้ปัญหาภายใน Datacenter อยู่ตลอดเวลา รวมถึงจะต้องมีหน้าที่ในการคอยให้คำแนะนำที่เหมาะสมเมื่อมีคำถามใดๆ เกิดขึ้นเกี่ยวกับ Datacenter ด้วย

นอกเหนือไปจากการมีทีมงานเฉพาะสำหรับคอยให้บริการแล้ว ภายในบริการ HPE Datacenter Care นี้ก็ยังได้รวมเอาบทเรียนออนไลน์เพื่อให้พนักงานของธุรกิจองค์กรนั้นๆ ได้เข้าไปเรียนรู้เทคโนโลยีหรือแนวทางใหม่ๆ ในการจัดการกับระบบ IT ที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการพัฒนาด้านทักษะ, ความสามารถ และแนวคิดอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ทีมงาน IT ของธุรกิจองค์กรนั้นๆ มีความแข็งแกร่งขึ้นเป็นลำดับสืบไป

ต่อยอดตอบโจทย์เฉพาะทาง ด้วยบริการเสริมใน HPE Datacenter Care

บริการ HPE Datacenter Care นี้ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากธุรกิจองค์กรทั่วโลก จนมีธุรกิจองค์กรมากกว่า 4,000 แห่งทั่วโลกใช้บริการนี้แล้วตั้งแต่เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา ทำให้ทาง HPE นั้นมีโอกาสได้พูดคุยกับลูกค้ารายต่างๆ และเข้าใจถึงความต้องการทางธุรกิจที่มากไปกว่าการดูแลรักษาระบบ Datacenter เบื้องต้น จนในที่สุด HPE ก็ได้นำเสียงของลูกค้ามาพัฒนาเป็นบริการใหม่ๆ เสริมขึ้นมา เช่น

  • บริการเสริมสำหรับการสำรองข้อมูลและป้องกันข้อมูลสูญหาย โดยทีมงาน HPE Pointnext จะเข้าไปช่วยจัดการกระบวนการในการสำรองข้อมูลและวางแผนรับมือกับกรณีเหล่านี้โดยเฉพาะ
  • บริการเสริมสำหรับรองรับระบบ SAP HANA เพื่อช่วยปรับแต่งระบบ IT ให้รองรับการใช้งาน SAP HANA ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทนทานสูงสุด และรองรับการย้ายระบบ SAP HANA ได้อย่างมั่นใจ
  • บริการเสริมสำหรับการจัดการ Microsoft Azure เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ สามารถใช้งานบริการ Public Cloud ชั้นนำได้อย่างคุ้มค่า ต่อยอดสู่ภาพของ Hybrid Cloud ได้ทันที
  • บริการปรับแต่งประสิทธิภาพของระบบ IT ต่างๆ ตั้งแต่ Edge จนถึง Cloud แก้ไขปัญหาคอขวดที่เกิดขึ้นในระบบ
  • บริการด้าน Risk Reduction และ Security เพื่อช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงและจัดการกับช่องโหว่ต่างๆ ภายในระบบ IT
  • บริการด้านระบบ Automation เพื่อปรับกระบวนการต่างๆ ในการดูแลรักษาระบบ IT รายวันให้เป็นไปแบบอัตโนมัติ ง่ายต่อการทำงานในระยะยาว
  • บริการเสริมสำหรับ Enterprise DB Postgres เพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถใช้งานระบบฐานข้อมูล Postgres ได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่า

ใช้ HPE Datacenter Care ร่วมกับ HPE Greenlake Flex Capacity: ระบบ IT พร้อมบริการมืออาชีพ ในรูปแบบการเช่าใช้แบบเดียวกับ Cloud

สุดท้ายนี้ สำหรับธุรกิจองค์กรต่างๆ ที่พร้อมก้าวไปสู่การปรับรูปแบบการลงทุนด้าน IT ภายใน Datacenter จาก CapEx ไปสู่ OpEx อย่างเต็มตัว ทาง HPE เองก็พร้อมที่จะนำเสนอบริการ HPE Datacenter Care ร่วมกับ HPE Greenlake Flex Capacity ที่จะเปิดให้ธุรกิจองค์กรนั้นสามารถเช่าใช้ระบบ IT ต่างๆ จากทาง HPE โดยนำอุปกรณ์ทั้งหมดไปติดตั้งที่สาขาของธุรกิจองค์กรให้พร้อมใช้งานได้ทันทีและมีทีมงานดูแลรักษา แต่คิดค่าใช้จ่ายแบบรายปีแทน พร้อมอัปเกรดระบบต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่นอยู่ตลอดเวลา

แนวทางนี้จะทำให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ นั้นสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถขยายระบบเพื่อรองรับความต้องการใหม่ๆ ได้อยู่ตลอดเวลา โดยที่ไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่เป็นครั้งๆ อย่างในอดีตอีกต่อไป อีกทั้งยังมีทีมงานจาก HPE มาคอยช่วยติดตั้ง, ดูแลรักษา และจัดการระบบเหล่านี้ให้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT มาเป็นพนักงานของตนเองเพิ่ม เสมือนกับการเช่าใช้งานริการ Cloud แต่มี Hardware มาให้ใช้ถึงภายในองค์กรโดยตรงแทน

ติดต่อทีมงาน Metro Connect ได้ทันที

ผู้ที่สนใจโซลูชันของ HPE สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอทดสอบใช้งานระบบได้ทันทีที่ทีมงาน Metro Connect คุณโยธิน หงส์พันธุ์ (Mr.Yothin Hongphan) yothinhon@metroconnect.co.th 02-089-4343

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-datacenter-care-from-hpe-pointnext-by-metro-connect/

HPE จับมือ Nutanix นำเสนอ HCI คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงใน HPE GreenLake

HPE ได้ออกมาประกาศความร่วมมือกับ Nutanix ในการผสานเทคโนโยีจากทั้งสองค่ายเข้าด้วยกัน และนำเสนอต่อธุรกิจองค์กรในรูปแบบ Consumption-based ผ่าน HPE GreenLake เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับธุรกิจองค์กรทั่วโลกในการใช้งาน Hyper-Converged Infrastructure หรือ HCI

Credit: ShutterStock.com

ในความร่วมมือครั้งนี้ โซลูชันร่วมกันของทั้งคู่จะอยู่ภายใต้ HPE GreenLake ที่เป็นบริการใช้โซลูชันทางด้าน IT ที่คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงแบบ Consumption-based ซึ่งจะทำให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถนำ Hardware ไปติดตั้งใช้งานภายในองค์กรของตัวเองได้ และคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปี พร้อมมีทีมงาน HPE และตัวแทนคอยให้บริการแบบ Managed Services เพิ่มเติมด้วย โดย Hardware นั้นจะใช้ HPE ProLiant และ HPE Apollo ร่วมกับ Software จาก Nutanix อย่าง Nutanix Enterprise Cloud OS

ความร่วมมือในครั้งนี้ถือว่าน่าจับตามองไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้ HPE เองก็มีโซลูชันด้าน HCI ของตนเองอย่าง HPE SimpliVity ซึ่งเป็นคู่แข่งของ Nutanix ที่ HPE ซื้อกิจการเข้ามา และทำให้ก่อนหน้านี้ HPE เป็นผู้ผลิต Server เพียงไม่กี่รายที่ไม่ได้นำโซลูชันของ Nutanix มาทำตลาด ในขณะที่ทางด้าน Nutanix เองนั้นก็มองหาหนทางในการขยายตลาดให้กว้างขึ้นโดยการจับมือกับผู้ผลิตหลากหลายรายอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี HPE GreenLake เองก็เป็นบริการที่ได้รับความนิยมสูงทั่วโลก เนื่องจากเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานระบบ IT Infrastructure ภายในองค์กรจากเดิมที่ธุรกิจองค์กรต้องลงทุนซื้อทั้งหมด เปลี่ยนมาเป็นการเช่าใช้แบบมีบริการ Managed Services ร่วมมาด้วย ทำให้มีความคล่องตัวมากขึ้นในการใช้งาน, การเปลี่ยนแปลง และการขยับขยายระบบต่างๆ นั่นเอง ดังนั้นการนำ Nutanix มาให้บริการภายใต้ HPE GreenLake ก็ถือเป็นการสร้างอีกช่องทางที่จะทำให้ธุรกิจองค์กรมีทางเลือกในการใช้งาน Nutanix แบบเช่าใช้รายเดือนหรือรายปีเพิ่มเข้ามา

โซลูชันร่วมกันระหว่าง HPE และ Nutanix ภายใต้ HPE GreenLake นี้จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2019 นี้ และทั้งคู่จะแสดงเทคโนโลยีร่วมกันในงาน Nutanix .Next ที่กำลังจะจัดขึ้นภายในเดือนพฤษภาคม 2019 ที่กำลังจะถึงนี้

ที่มา: https://www.crn.com/news/data-center/hpe-nutanix-partnership-takes-aim-at-dell-emc-vmware-partners-say

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-and-nutanix-will-offer-consumption-based-hci-under-hpe-greenlake/

HPE GreenLake Solution: เปิดประสบการณ์การลงทุนด้านไอที ในรูปแบบ Consumption as a Service

HPE GreenLake เป็นการให้บริการด้าน Hardware Solution และควบคุมค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนในรูปแบบของ Cloud ตามการใช้งานจริง ในรูปแบบ Consumption as a Service ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่ช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายและเกิดความคล่องตัวทางการเงินได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ HPE GreenLake เปิดโอกาสให้องค์กรสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีของ Hardware ได้อย่างที่ต้องการ หรือจะใช้ในรูปแบบของเทคโนโลยี HPE Solution ที่ผสมผสานทั้ง Hardware, Software และ Service โดยคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงแบบรายเดือน(consumption-based model) อีกทั้งมีการติดตั้งใช้งานของอุปกรณ์ภายใน Data Center ที่ต้องการแบบ On premise บทความนี้เราจะมาเล่าถึง HPE GreenLake ให้ทุกท่านได้รู้จักเป็นอีกทางเลือกหนึ่งกันครับ

Credit: HPE

Consumption-based: ประยุกต์แนวการคิดการจ่ายตามการใช้จริง จากโลกของ Cloud สู่ On-Premises

การคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงนั้น ส่งผลดีต่อองค์กรเป็นอย่างมากท่ามกลางยุคสมัยที่ทุกธุรกิจต้องแข่งกันสร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งแต่ละธุรกิจนั้นไม่มีวันรู้ว่าในอุตสาหกรรมของตนจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก้าวกระโดดเมื่อไหร่ และจะมีเทคโนโลยีใดจากวงการ IT ที่ถูกสร้างขึ้นมาและนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วบ้าง ดังนั้น Cloud จึงตอบโจทย์ความต้องการในการขยับตัวที่รวดเร็วขององค์กรได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ระบบแบบ On-Premises นั้นต้องเสียเวลาในการจัดซื้อล่วงหน้ากันนานมาก อีกทั้งการลงทุนยังต้องเป็นไปแบบล่วงหน้าทั้งหมด

Credit: HPE

HPE มองว่าโจทย์นี้เป็นอีกโจทย์ที่น่าสนใจที่เหล่าผู้ผลิตเทคโนโลยีนั้นต้องปรับตัวเพื่อตอบรับต่อความต้องการของภาคธุรกิจองค์กรให้ได้ จึงได้ทำการเปิดตัว HPE GreenLake ภายใต้บริการ HPE PointNext เพื่อให้ธุรกิจองค์กรนั้นมีทางเลือกใหม่ในการใช้งานระบบแบบ On-Premises โดยคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง และเพิ่มขยายได้อย่างยืดหยุ่น โดยจะมี Buffer Capacity ของ Hardware เอาไว้ให้รองรับ workload ที่เพิ่มขึ้น และมีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเดินทางไปติดตั้ง Hardware เพิ่มเติมให้ภายหลังได้หากต้องการขยายระบบขึ้นไปแบบก้าวกระโดดในเวลาสั้นๆ

ข้อดีของการคิดค่าใช้จ่ายแบบ Consumption-based นี้ยังทำให้องค์กรเองสามารถเลือกอัปเกรดระบบได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องทิ้งระบบเดิมไป เพราะเมื่อหมดระยะสัญญาการใช้งาน ก็สามารถทำการเช่าระบบใหม่ได้ทันที อีกทั้งใน HPE GreenLake ยังมีการบริการจาก HPE โดยตรงในเรื่องของการให้บริการด้าน IT และการออกรายงานต่างๆ ของการใช้งานให้ตลอด เป็นการลดภาระการทำงานของทีม IT ได้อีกทางหนึ่ง

ที่ผ่านมา HPE มีโซลูชั่นด้านการคิดค่าใช้จ่ายแบบ Consumption-based นี้เฉพาะระดับ Hardware ภายใต้การให้บริการแบบ Flex Capacity และในปัจจุบัน HPE ก็ได้ขยายโซลูชั่นที่ชื่อว่า HPE GreenLake เพื่อรองรับความต้องการในรูปแบบความหลากหลายของโซลูชั่นที่มากกว่าระดับ Hardware เท่านั้น เช่น Backup, Hybrid Cloud, Big Data, SAP HANA , MS Azure Stack, Database และอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการลงทุนแรกเริ่ม พร้อมทั้งยังมีการรองรับการเพิ่มขยายของ workload ให้ทันต่อการใช้งานที่เพิ่มขึ้น

HPE GreenLake ให้คุณสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากโซลูชั่นที่หลากหลายของ HPE ได้โดยตรง

Credit: HPE

สำหรับโซลูชั่นที่มีให้ใช้แบบ Consumption-based ใน HPE GreenLake ได้นั้น มีดังนี้

  • HPE GreenLake Hybrid Cloud ระบบ Managed Hybrid Cloud Services ที่ใช้เทคโนโลยี Microsoft Azure และ Microsoft Azure Stack เป็นหลักร่วมกับ HPE ทำให้องค์กรสามารถมี Hybrid Cloud ไว้ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย https://www.hpe.com/us/en/insights/articles/top-considerations-for-implementing-a-hybrid-cloud-environment-1806.html
  • HPE GreenLake Big Data การใช้ระบบ Apache Hadoop เพื่อทำ Data Lake ได้บน Hardware ของ HPE ที่สามารถเพิ่มขยายความสามารถในการประมวลผลและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น https://h20195.www2.hpe.com/V2/GetDocument.aspx?docname=A00016242ENW
    Credit: HPE
  • HPE GreenLake Backup ระบบ Managed Backup Services ที่ใช้เทคโนโลยีจาก Commvault ร่วมกับ HPE ทำให้องค์กรสามารถสำรองข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น ด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ
    https://h20195.www2.hpe.com/V2/GetDocument.aspx?docname=A00005054ENW
  • HPE GreenLake for SAP HANA บริการ Managed Services สำหรับ SAP HANA ที่มาพร้อมกับ Hardware ทั้งหมดและระบบปฏิบัติการ พร้อมให้ใช้งานได้ทันทีกับ CPU และ RAM เต็มประสิทธิภาพ และเพิ่มขยายได้อย่างง่ายดายผ่านการทำ Scale-Out
    https://h20195.www2.hpe.com/V2/GetDocument.aspx?docname=A00036372ENW

    Credit: HPE
  • HPE GreenLake Database with EDB Postgres การใช้ระบบ Database แบบ Oracle Compatible จาก Postgres บน Hardware ของ HPE ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายการลงทุนในระบบ Database ขนาดใหญ่สำหรับ Business Application ขององค์กร
    https://h20195.www2.hpe.com/V2/GetDocument.aspx?docname=A00036371ENW

เรียกได้ว่า HPE เองได้ทำการออกแบบโซลูชั่นต่างๆ มาให้รองรับต่อความต้องการขององค์กร ซึ่งการใช้โซลูชั่นเหล่านี้ ในรูปแบบของ Consumption-based ได้นั้น นอกจากจะมีข้อดีในแง่ของการคิดค่าใช้จ่ายตามที่ใช้งานจริงเป็นรายเดือนและการบริการที่แถมมาให้แล้ว ในระบบที่มีความซับซ้อนในการติดตั้งสูงอย่าง Hybrid Cloud, Big Data, SAP HANA และอื่นๆ นั้น องค์กรก็ไม่ต้องกังวลกับการติดตั้งเหล่านี้เลย เพราะทีมผู้เชี่ยวชาญของ HPE จะจัดการให้ทั้งหมด

อีกข้อดีหนึ่งคือในโซลูชั่นใหญ่ลักษณะนี้ องค์กรเองก็สามารถเริ่มต้นใช้ระบบในขนาดเล็กในตอนเริ่มต้นก่อนได้ เพื่อให้การเริ่มต้นทดลองใช้งานและทำการโครงการ Pilot เสร็จสิ้นก่อน จึงค่อยเพิ่มขยายในภายหลัง ก็จะทำให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการพัฒนาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ดีขึ้น และมีเวลาในการเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีต่างๆ ให้คล่องแคล่วได้มากขึ้นไปด้วย

HPE GreenLake Flex Capacity การใช้ Hardware ในรูปแบบ consumption-based จาก HPE

สำหรับองค์กรที่ยังมองหา Hardware Solution เพื่อนำไปใช้งานภายใน Data Center ของตนเองนั้น ทาง HPE ก็ยังมีการให้บริการ HPE GreenLake Flex Capacity ที่ทำให้ Hardware ทั้งหมดของ HPE สามารถใช้งานในรูปแบบการคิดค่าใช้จ่ายตามจริงเป็นรายเดือนได้ ไม่ว่าจะเป็น Server, Storage, Backup หรือ Networking ก็ตาม ดังนั้นในทุกๆ โครงการที่มีการจัดซื้อ Hardware จาก HPE ทางองค์กรก็สามารถทดลองขอใบเสนอราคาแบบ HPE GreenLake Flex Capacity เพื่อนำมาพิจารณาและเลือกลงทุนใช้ที่เหมาะสมที่สุดได้

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HPE GreenLake ได้ที่ https://www.hpe.com/emea_europe/en/services/it-consumption.html

ติดต่อทีมงาน Metro Connect ได้ทันที

ผู้ที่สนใจโซลูชันของ HPE สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอทดสอบใช้งานระบบได้ทันทีที่ทีมงาน Metro Connect คุณโยธิน หงส์พันธุ์ (Mr.Yothin Hongphan) yothihon@metroconnect.co.th 02-727-4343

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-greenlake-solution-it-consumption-as-a-service/