คลังเก็บป้ายกำกับ: HPE

HPE จับมือ SAP ให้บริการ SAP HANA Enterprise Cloud ผ่าน HPE GreenLake

HPE ได้ประกาศความร่วมมือร่วมกับ SAP เพื่อนำเสนอบริการ SAP HANA Enterprise Cloud ผ่านบริการ HPE Greenlake

Credit: HPE

ในเรื่องของ Hardware-as-a-service ไว้วางใจ HPE Greenlake ได้คือองค์กรจะได้ Infrastructure ที่ได้รับการรันตีจาก SAP ไปติดตั้งไว้ที่ไซต์ตัวเอง รวมถึงจ่ายค่าบริการแบบ Subscription และในมุมของซอฟต์แวร์จะมาจากทีม SAP ที่บริหารจัดการซอฟต์แวร์ SAP HANA Enterprise Cloud ให้พร้อมใช้งาน ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถติดตามเรื่องความร่วมมือครั้งนี้เพิ่มได้ที่นี่ 

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/hpe-to-deliver-sap-hana-enterprise-cloud-with-greenlake/

from:https://www.techtalkthai.com/sap-hana-enterprise-cloud-can-services-through-hpe-greenlake-model/

Metro Connect ร่วมกับ HPE และ Cohesity ขยายตลาด Data Management Solutions

คุณจิระศักดิ์ ตรังคิณีนาถ (ที่สองจากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ คุณสุรชัย อรรถมงคลชัย (ที่สามจากซ้าย) ผู้จัดการประจำประเทศไทย กลุ่มธุรกิจไฮบริดไอที บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) และคุณวัชรสิทธิ์ สันติสุขนิรันดร์ (ที่สี่จากซ้าย) ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท Cohesity ร่วมกันจัดงาน “HPE and Cohesity Open House” เพื่อแนะนำ “Data Platform Management Solution” ให้บริษัทคู่ค้าเพื่อนำไปต่อยอดการทำธุกิจ โดยจัดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท

ทั้งนี้ บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ HPE และ COHESITY อย่างเป็นทางการ ได้รับความไว้วางใจจาก HPE และ Cohesity ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขยายตลาดสู่บริษัทคู่ค้า เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านการจัดการข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงช่วยเหลือและส่งต่อความรู้ความชำนาญให้แก่บริษัทคู่ค้าเพื่อพัฒนาและต่อยอดโซลูชันที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม https://www.metroconnect.co.th/products/hpe-hardware/ หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมติดต่อฝ่ายการตลาด โทร: 02-089-4880 email: mktmcc@metroconnect.co.th

from:https://www.enterpriseitpro.net/metro-connect-hpe-cohesity/

[Guest Post] Metro Connect ร่วมกับ HPE และ Cohesity ขยายตลาด Data Platform Management Solution สู่พันธมิตรทางธุรกิจ

คุณจิระศักดิ์ ตรังคิณีนาถ (ที่สองจากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทเมโทรคอนเนค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับคุณสุรชัย อรรถมงคลชัย (ที่สามจากซ้าย) ผู้จัดการประจำประเทศไทย กลุ่มธุรกิจไฮบริดไอที บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) และคุณวัชรสิทธิ์ สันติสุขนิรันดร์ (ที่สี่จากซ้าย) ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท Cohesity ร่วมกันจัดงาน “HPE and Cohesity Open House” เพื่อแนะนำ “Data Platform Management Solution” ให้บริษัทคู่ค้าเพื่อนำไปต่อยอดการทำธุกิจ โดยจัดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท

โดยวิทยากรในงาน คุณทรงพล แสงมาศ (ที่หนึ่งจากซ้าย) HPE Storage Lead บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) และคุณณัฐพล พลประเสริฐกุล วิทยากรจากบริษัทเมโทรคอนเนค จำกัด ร่วมบรรยายและอัพเดตโซลูชันการสำรองข้อมูล Backup Storage, File Sharing & Object และ Development and Testing จาก HPE และ Cohesity ที่นอกจากจะสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายและคุ้มค่าในแพลทฟอร์มเดียวแล้ว ก็ยังสามารถเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของลูกค้าดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้บริษัทเมโทรคอนเนค จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ HPE และ COHESITY อย่างเป็นทางการ ได้รับความไว้วางใจจาก HPE และ Cohesity ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขยายตลาดสู่บริษัทคู่ค้า เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านการจัดการข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงช่วยเหลือและส่งต่อความรู้ความชำนาญให้แก่บริษัทคู่ค้าเพื่อพัฒนาและต่อยอดโซลูชันที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม https://www.metroconnect.co.th/products/hpe-hardware/
หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมติดต่อฝ่ายการตลาด โทร 02-089-4880 อีเมล์ mktmcc@metroconnect.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-metro-connect-hpe-cohesity-open-house-july-2020/

รวมศูนย์การสำรองข้อมูลสู่ Backup Storage อัจฉริยะจาก HPE & Cohesity ง่ายต่อการบริหารจัดการและการเพิ่มขยาย

การสำรองข้อมูลนั้นนับเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทุกธุรกิจองค์กรต้องทำเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ใช้ในการทำงานแต่ละวันนั้นจะไม่สูญหายไปพร้อมกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ Hardware, Software และการถูกโจมตีโดย Ransomware

อย่างไรก็ดี เมื่อธุรกิจองค์กรมีการสำรองข้อมูลมากขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาก็คือการบริหารจัดการข้อมูลที่สำรองเอาไว้นั้นเป็นไปได้ยาก เพราะข้อมูลสำรองแต่ละชุดถูกจัดเก็บอย่างกระจัดกระจายบนอุปกรณ์ Local Storage และ Shared Storage ที่แตกต่างกัน ทำให้การใช้งาน Storage นั้นไม่มีประสิทธิภาพ และการจัดการปกป้องให้ข้อมูลที่ถูกสำรองเอาไว้นั้นไม่สูญหายไปทำได้ยาก อีกทั้งระบบสำรองขัอมูลที่ประกอบไปด้วย Software และ Hardware จำนวนมากมายนั้นก็มีความซับซ้อน และดูแลรักษาได้ยาก

เพื่อตอบโจทย์นี้ HPE จึงได้ทำการร่วมมือกับ Cohesity นำเสนอโซลูชัน Backup Storage สำหรับการ Backup และ Recovery โดยเฉพาะ ที่ได้รวมเอาทั้ง Software และ Hardware มาด้วยกันพร้อมรองรับการเพิ่มขยายได้ด้วยความเป็น Software-Defined Storage เพื่อให้ธุรกิจองค์กรมีทางเลือกในการจัดการข้อมูล Backup อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

HPE and Cohesity for Modern Backup and Recovery สำรองข้อมูลได้อย่างง่ายดายและคุ้มค่าในหนึ่งเดียว

ภายในโซลูชันนี้ จะเป็นการนำเอา HPE Apollo และ HPE ProLiant Gen10 Server มาใช้เป็น Hardware เพื่อทำการติดตั้ง Cohesity DataPlatform สำหรับทำหน้าที่เป็น Scale-Out Storage พร้อมเสริมด้วย Cohesity DataProtect สำหรับทำ Backup ภายในระบบ ทั้งให้ทั้งระบบ Storage และ Backup นั้นสามารถเพิ่มขยายได้อย่างง่ายดาย ด้วยการติดตั้ง Server จาก HPE ที่ลง Software ของ Cohesity เอาไว้เพียงเท่านั้นก็สามารถเพิ่มทั้งความจุและประสิทธิภาพของระบบได้แล้ว

Server ของ HPE นั้นมีจุดเด่นที่มีรุ่นซึ่งรองรับการติดตั้ง HDD/SSD ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถจัดเก็บข้อมูลได้อย่างคุ้มค่าภายในระบบเดียว อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยในระดับ Hardware และการบริหารจัดการได้จากระยะไกล รวมถึงผ่านการทดสอบโซลูชันร่วมกับ Cohesity มาเป็นอย่างดี ทำให้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างมั่นใจ

ทางด้านของ Cohesity นั้น ก็จะเสริมความสามารถด้าน Software-Defined Storage และการทำ Backup เป็นหลัก เพื่อให้การสำรอง จัดเก็บ และกู้คืนข้อมูลทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นได้ภายในระบบเดียวกัน ง่าต่อการบริหารจัดการและการดูแลรักษาในระยะยาว โดย Cohesity มีความสามารถโดดเด่นสำหรับตอบโจทย์การสำรองและกู้คืนข้อมูลในธุรกิจองค์กรดังนี้

  • สามารถจัดเก็บข้อมูล Backup และ Unstructured Data ปริมาณมหาศาลได้ และเพิ่มขยายระบบได้แบบ Scale-Out
  • มีความสามารถทั้งการทำ Backup, Recovery, Replication และ Disaster Recovery ในระบบเดียว ลดความซับซ้อนด้านการสำรองข้อมูลและระบบลงได้เป็นอย่างมาก
  • รองรับการสำรองข้อมูลของหลากหลาย Workload ไม่ว่าจะเป็น Hypervisor, Database, Application, Big Data Hadoop และอื่นๆ
  • สามารถสำรองข้อมูลได้ทั้งสำหรับระบบแบบ Physical, Virtual, Cloud และ Edge
  • มีความสามารถ Cohesity SnapTree สามารถจัดเก็บข้อมูลที่สำรองเอาไว้แต่ละชุดในระดับ Application หรือ VM ให้พร้อมกู้คืนนำมาใช้งานได้ทันทีโดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบ
  • ลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลลงได้ด้วยการทำ Global Deduplication
  • มีระบบ Search เพื่อค้นหาข้อมูลที่สำรองเอาไว้ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของ VM หรือ File ก็ตาม และสามารถเลือกการกู้คืนข้อมูลได้ทั้งการกู้คืนทั้งหมด, การกู้คืนเฉพาะไฟล์ หรือการกู้คืนเฉพาะ Object ที่ต้องการใน Exchange, SQL และ SharePoint
  • มีความสามารถ Cohesity DataLock และ Multi-Factor Authentication สำหรับปกป้องข้อมูลที่สำรองอยู่บน Cohesity ไม่ให้ถูกแก้ไขจากภายนอกหรือผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ได้ ลดความเสี่ยงที่ข้อมูลซึ่งสำรองเอาไว้จะถูกเข้ารหัสเรียกค่าไถ่โดย Ransomware ลง
  • สามารถทำงานร่วมกับบริการ Public Cloud ในรูปแบบ Cloud Tiering เพื่อจัดเก็บข้อมูลระยะยาวในงบประมาณที่คุ้มค่าได้
  • รองรับการนำข้อมูลที่สำรองไว้ไปใช้งานใน Dev/Test Workflow ได้ และสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ด้วย Cohesity หรือ Software อื่นๆ เพื่อตอบโจทย์ด้าน Security, Compliance และ Analytics ได้
  • สามารถทำ Snapshot Integration ร่วมกับ HPE Nimble Storage ได้

จะเห็นได้ว่าการเลือกใช้งานโซลูชันของ HPE และ Cohesity นี้จะต่างจากโซลูชัน Backup ทั่วๆ ไป ที่ธุรกิจองค์การต้องออกแบบส่วนประกอบต่างๆ ของระบบ Backup มากมาย ทั้ง Management Server, Media Server, Tape Library และ Storage ทำให้ภาระของผู้ดูแลระบบนั้นสูงมากในแง่ของการ Integrate ระบบและการดูแลรักษาระบบ ในขณะที่การใช้ HPE และ Cohesity ร่วมกันนั้นจะทำให้ความซับซ้อนเหล่านี้หายไปทั้งหมด และบริหารจัดการทุกอย่างได้จากศูนย์กลาง เพิ่มขยายระบบได้อย่างง่ายดาย ไม่ทำให้การดูแลระบบด้านการสำรองข้อมูลเป็นภาระอันใหญ่หลวงของผู้ดูแลระบบอีกต่อไป

ศึกษาแนวทางการออกแบบระบบได้จาก Solution Guide

เพื่อให้ผู้ดูแลระบบ IT สามารถทำการศึกษาข้อมูลเชิงเทคนิคได้ก่อนตัดสินใจ ทาง HPE และ Cohesity จึงร่วมกันพัฒนาเอกสาร Solution Guide เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถทำการศึกษาข้อมูลได้ด้วยตนเองที่ https://www.cohesity.com/resource-assets/solution-guides/integrated-data-protection-with-cohesity-dataplatform-and-hpe-nimble-storage-solution-guide-en.pdf

สนใจโซลูชันของ HPE ติดต่อ Metro Connect

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันใดๆของ HPE สามารถติดต่อทีมงาน Metro Connect เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม, ทดสอบระบบ หรือขอใบเสนอราคาได้ทันทีที่แผนกการตลาด อีเมล์ anutrwan@metroconnect.co.th หรือโทรติดต่อ 02-089-4508

from:https://www.techtalkthai.com/centralize-backup-to-storage-with-hpe-cohesity/

รองรับเทคโนโลยีการสำรองข้อมูลที่หลากหลายภายใน Storage ระบบเดียว ด้วย HPE และ Cohesity

สำหรับธุรกิจองค์กรที่มีการใช้งานโซลูชัน Backup ที่หลากหลาย และกำลังมองหาวิธีการเพื่อลดความซับซ้อนที่เกิดขึ้นจากการที่แต่ละระบบต่างก็มี Storage แยกของตนเอง HPE และ Cohesity พร้อมตอบโจทย์นี้ได้ด้วยโซลูชัน Software-Defined Storage ที่จะไม่เพียงเปลี่ยนให้การสำรองข้อมูลนั้นกลายเป็นเรื่องง่าย แต่การจัดเก็บข้อมูลจะยังมีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าที่สูงขึ้น รวมถึงยังสามารถใช้เป็น Object Storage เพื่อตอบโจทย์อื่นๆ ของธุรกิจองค์กรต่อเนื่องในอนาคตได้อีกด้วย

HPE และ Cohesity: โซลูชัน Software-Defined Storage ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย

โซลูชันนี้มีสถาปัตยกรรมของระบบที่เข้าใจง่ายมาก กล่าวคือการใช้ HPE Apollo หรือ HPE ProLiant Gen10 Server มาติดตั้งระบบ Software-Defined Storage ของ Cohesity เพื่อให้เกิดเป็นระบบ Scale-Out Storage ขึ้นมานั่นเอง โดยามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่การใช้งาน Server เพียงแค่ 2-3 เครื่องเท่านั้น

ในโซลูชันดังกล่าว ธุรกิจองค์กรจะได้รับระบบ Storage ที่สามารถเพิ่มขยายได้ง่ายเพียงแค่ติดตั้ง Server และลง Cohesity DataPlatform เพิ่มเท่านั้น โดยระบบสามารถทำการเชื่อมต่อให้บริการข้อมูลได้ผ่านโปรโตคอล NFS, SMB และ S3 ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย รองรับการเชื่อมต่อกับโซลูชันด้าน Backup ได้ทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น Commvault, Veritas, Oracle, IBM, Avamar และ Veeam โดยสามารถสำรองข้อมูลได้ทั้งสำหรับ Physical Server, Virtual Machine, Databasse, NAS และอื่นๆ อีกมากมาย

ภายใน Cohesity DataPlatform นี้ ยังมีเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมให้การสำรองข้อมูลมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ด้วยการทำ Global Deduplication ลดพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลที่ซ้ำซ้อนให้ลดน้อยลง ทำให้การสำรองข้อมูลชุดเดิมซ้ำๆ ทุกวันนั้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยใช้เนื้อที่เพิ่มเติมเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น และนี่เองก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้การกู้คืนข้อมูลจากระบบของ Cohesity เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ลด Downtime ลงให้เหลือน้อยที่สุดได้

และเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าหรือตอบโจทย์ด้าน Compliance ได้ยืดหยุ่นมากขึ้น HPE และ Cohesity นี้ก็รองรับการทำ Cloud Tiering นำข้อมูลบางส่วนไปจัดเก็บไว้บน Public Cloud ชั้นนำอย่างเช่น AWS, Microsoft Azure หรือ Google Cloud ได้ หรือจะสามารถนำข้อมูลบางส่วนไปบันทึกลง Tape Storage ก็ได้เช่นกัน

ในขั้นตอนการดูแลรักษานั้น ระบบสามารถทำการ Upgrade ได้โดยไม่เกิด Downtime และเมื่อมี Major Release ใหม่ๆ ออกมา ระบบก็จะยังคงใช้งานบน Hardware เดิมได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจองค์กรไม่ต้องลงทุนจัดซื้อ Hardware ใหม่อยู่บ่อยๆ และใช้งาน Server ได้จนสิ้นสุดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ และในทางกลับกัน หากในฝั่งของ Hardware มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น HDD หรือ SSD ที่มีความจุหรือประสิทธิภาพสูงขึ้น ธุรกิจองค์กรก็สามารถเลือกใช้ Hardware เหล่านั้นในระบบเพื่อให้มีความคุ้มค่าสูงสุดได้ทันที

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันของ HPE และ Cohesity ร่วมกันได้ที่ https://www.cohesity.com/products/hpe/

สนใจโซลูชันของ HPE ติดต่อ Metro Connect

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันใดๆของ HPE สามารถติดต่อทีมงาน Metro Connect เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม, ทดสอบระบบ หรือขอใบเสนอราคาได้ทันทีที่แผนกการตลาด อีเมล์ anutrwan@metroconnect.co.th หรือโทรติดต่อ 02-089-4508

from:https://www.techtalkthai.com/support-multiple-backup-technologies-by-storage-from-hpe-cohesity/

HPE ปลดพนักงานออกจำนวน 146 ตำแหน่ง หวยออกทีมงาน SimpliVity

ทาง Hewlett Packard Enterprise ได้เลย์ออฟพนักงานจำนวน 146 รายจากหน่วยธุรกิจด้านไฮเปอร์คอนเวอร์เจนต์อย่าง SimpliVity ที่ตั้งอยู่ใน Westborough รัฐแมสซาชูเซตส์ ตามรายงานการยื่นประกาศ WARN กับทางการรัฐฯ

โดยเนื้อหาในการประกาศ WARN ที่ออกมาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมนั้น ระบุว่าการเชิญพนักงานออกจะมีผลภายในช่วงวันที่ 24 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ สำหรับประกาศ WARN เป็นการทำตามกฎหมายของรัฐฯ ในฐานะส่วนหนึ่งของกฎหมายการแจ้งให้ทราบถึงการปรับโครงสร้างพนักงาน (WARN)

ซึ่งกฎหมายของรัฐฉบับนี้บังคับให้ต้องมีการประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้ากรณีที่จะมีการปิดกิจการ หรือการเลย์ออฟพนักงานจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ทางสำนักข่าว CRN ก็รายงานว่าทาง HPE ได้เลย์ออฟพนักงานที่มาจากทีมพัฒนาของบริษัท SimpliVity ก่อนรวมกิจการอยู่หลายตำแหน่ง ในฐานะส่วนหนึ่งของนโยบาย “เร่งการพัฒนานวัตกรรมใหม่” ด้วยการรวมเอาทีมวิจัยด้านไฮเปอร์คอนเวอร์เจนต์และทีมพัฒนาจากทั้ง SimpliVity และ Nimble Storage dHCI ซึ่งตอนนั้นทาง HPE ยังไม่เปิดเผยจำนวนพนักงานที่จะมีการเลย์ออฟ

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-simplivity-146-layoffs-confirmed/

HPE Webinar : Hybrid Learning Infrastructure

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ CTO, CIO, CHRO, IT Manager, HR Manager, HR, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Hybrid Learning Infrastructure” โดย HPE พื่อทำความรู้จักกับเทคโนโลยีสำหรับการเรียนการสอนและการฝึกอบรมระยะไกลผ่านระบบระบบออนไลน์ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 10.00-12.00 น. โดยมีกำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียด

หัวข้อ:  Hybrid Learning Infrastructure

ผู้บรรยาย:   ทีมงาน HPE Thailand และ Lannacom

วันเวลา:  พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 10.00-12.00 น.

ช่องทางการบรรยาย:   Online Web Conference

ภาษา : ไทย

ในสถานการณ์ของโลกปัจจุบันทำให้รูปแบบการเรียน การสอน หรือการทำงานนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จะเห็นได้ว่าแต่ละองค์กรกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ด้วยเหตุนี้ทาง HPE และ Lannacom จึงได้จัดสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้ขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เพื่อให้องค์กรนั้นนำไปปรับใช้ให้ทันกับยุคสมัยของโลกดิจิทัลในปัจจุบัน

สำหรับในหัวข้องานสัมมนาครั้งนี้ท่านจะได้เรียนรู้กับโซลูชันของ HPE ที่สามารถตอบโจทย์ในกรณีศึกษาต่างๆ เช่น ห้องเรียนอัจฉริยะ การสอบหรือการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์

Agenda:

  • Hybrid Learning situation by Lannacom
  • Hybrid Class Room by Lannacom
  • HPE Smart Class Room by HPE
  • HPE Smart Exam Online by HPE
  • Q & A

ลงทะเบียนเข้าร่วม HPE Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม HPE Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_CJjGxgEwQa-SEyUbQzd_PQ โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-webinar-hybrid-learning-infrastructure/

HPE & SUSE Webinar : Transformation After COVID

ขอเชิญเหล่าผู้บริหาร IT Manager และผู้ประกอบการเข้าฟังงานเสวนาออนไลน์เรื่อง “Transformation After COVIDโดย HPE และ SUSE ในวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.00 – 16.00 น. โดยมีกำหนดการลงทะเบียนดังนี้

ถ้าองค์กรของคุณกำลังจะทำ Transformation เข้ามาฟัง Transformation After COVID – Online Seminar แล้ว HPE, SAP, SUSE, SIS จะบอกว่า คุณควรไปในทิศทางใด

รายละเอียด

หัวข้อการบรรยาย : Transformation After COVID by HPE & SUSE

วันที่ : พฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2563

เวลา : 14.00 – 16.00 น.

ผู้บรรยาย :

คุณธีรยุทธ ทองก้อนใหญ่, HPE SAP HANA Country Lead, HPE Thailand

คุณศุภฤกษ์ อัมพรพะงา Senior solution advisor , SAP Thailand

คุณพันธนา ณ ตะกั่วทุ่ง, Genaral Manager Cloud Business Unit, SIS Distribution (Thailand)

Agenda

  • Opening & Introducing Panelist
  • Why customer have to Transform?
  • How SAP help customer Transform?
  • How HPE full fill SAP Infrastructure , on-premise vs on-cloud
  • How HPE work with SIS cloud for HANA as a service?
  • Why SUSE suitable for SAP Workload?

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/2AQSioj

พิเศษ!! ผู้เข้าร่วมฟังตั้งแต่ต้นจนจบ และตอบแบบสอบถามจะได้รับรางวัล Starbuck Card มูลค่า 200 บาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

คุณสิริวริศรา นิธิสุเมธชยังกูร, 089 699 4916

อีเมลล์: sirivaridsara@hpe.com

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-suse-webinar-transformation-after-covid/

ธรรมศาสตร์เผยวิสัยทัศน์ใช้ระบบ “Smart Learning” with HPE SimpliVity สร้างมหาวิทยาลัยยุค Mobility & Touchless Society

ดร. วรุธ ปานนักฆ้อง อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการและระบบโลจิสติกส์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ออกมาเผยถึงวิสัยทัศน์ของภาควิชาฯ ในการทดลองนำระบบ “Smart Learning” with HPE SimpliVity เพื่อใช้เป็นช่องทางในการสอบสำหรับนักศึกษาปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการและระบบโลจิสติกส์ และรองรับการต่อยอดสู่ระบบ University App Store ที่ให้นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยสามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ใช้ในการเรียน การสอน และการทำงาน รวมถึงสามารถทำข้อสอบได้จากที่บ้าน มุ่งสร้างระบบที่ตอบโจทย์ Touchless Society ให้ได้ในบทบาทของมหาวิทยาลัย

เทคโนโลยีกลายเป็นหัวใจในการแก้ไขปัญหาโจทย์ใหญ่อย่าง COVID-19 ที่เข้ามาอย่างรวดเร็วจนรับมือไม่ทัน การนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาการเรียนการสอน และการสอบออนไลน์จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญขึ้นมาทันที

ด้วยการที่เทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนโลกในยุคปัจจุบัน ในทุกอุตสาหกรรม  สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงต้องปรับตัวรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางการศึกษามากขึ้น  ทำให้อาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้มากที่สุด และสามารถรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดที่ไม่คาดฝันในอนาคต กลายเป็นเตรียมความพร้อมสู่ Digital Learning และ Touchless Society ได้เป็นอย่างดี

สอบบน Virtual Desktop  ได้จากที่บ้าน

ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทดลองใช้ระบบ “Smart Learning” with HPE SimpliVity ให้นักศึกษา ปริญญาโท ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการและระบบโลจิสติกส์ ได้ทดลองนำร่องสอบจริง โดยนำเทคโนโลยี Virtual App, Virtual Desktop หรือที่เรียกว่า แอปพลิเคชันและเดสก์ท็อปเสมือน มาให้นักศึกษาเข้าใช้สอบจากที่บ้าน โดยให้ล็อกอินด้วยรหัสนักศึกษา เข้ามาใช้งานเปิดไฟล์ข้อสอบ  ใช้แอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการสอบ อาทิ โปรแกรมเฉพาะทางวิทยาศาสตร์ (Science Software) และโปรแกรมไมโครซอฟต์ออฟฟิศ (MS Office) และ ประยุกต์ใช้แอปพลิเคชัน Web Conference เพื่อส่งภาพจากกล้องหน้าที่เห็นหน้าของนักศึกษาผู้สอบ เมื่อนักศึกษาสอบเสร็จ หรือหมดเวลาสอบ ให้บันทึกไฟล์ทั้งหมดไว้ที่ไดร์ฟ C ของนักศึกษารายนั้นๆ ที่ถูกกำหนดสิทธิ์ให้อาจารย์และฝ่ายไอทีสามารถนำไฟล์เหล่านั้นมาตรวจให้คะแนนได้

เข้าสอบได้ผ่าน Web Browser

นักศึกษาสามารถใช้ Web Browser ทำการล็อกอินเข้ามาสอบได้โดยรองรับทั้ง Safari, Chrome, Firefox, Internet Explorer, และ Edge จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านได้ ในอนาคตทางมหาวิทยาลัยสามารถฝังระบบดังกล่าวลงบนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยได้

ไร้กังวลเรื่องข้อสอบหลุด มีทั้งลายน้ำและป้องกัน Screen Capture

ในระหว่างสอบ ที่หน้าจอจะมีการแสดงลายน้ำ (Session Water Mark) ที่ระบุข้อมูลนักศึกษาขึ้นบนจอ อาทิ ชื่อ รหัสนักศึกษา ทำให้เกิดการป้องปรามการนำกล้องถ่ายภาพขึ้นมาถ่ายภาพหน้าจอ ป้องกันการหลุดลอดของข้อสอบ พร้อมทั้งประกาศมาตรการลงโทษเข้มข้นกรณีเกิดการหลุดลอดของข้อสอบ รวมถึงมีระบบป้องกันการบันทึกหน้าจอ (Screen Capture Protection) จากโปรแกรมบน Windows เอง หรือซอฟท์แวร์อื่นๆ สำหรับบันทึกภาพหน้าจอ ทำให้การหลุดลอดของข้อสอบทำได้ยาก

ตรวจสอบหน้าจอนักศึกษาระหว่างการสอบได้แบบเรียลไทม์

โดยในระหว่างสอบ ทางฝั่งมหาวิทยาลัยจะมีแอปพลิเคชันแยกต่างหากสำหรับบันทึกหน้าจอ (Session Recording) ของนักศึกษาผู้สอบทุกคน ทำให้เห็นภาพหน้าจอนักศึกษาแบบเรียลไทม์ สามารถตรวจสอบพฤติกรรมระหว่างการสอบของนักศึกษาได้  และสามารถเรียกดูไฟล์วิดิโอย้อนหลังได้ กรณีอาจารย์สงสัย หรือต้องการตรวจสอบความผิดปกติระหว่างการสอบ สามารถทำได้จากการค้นหาจาก Username และวันเวลาสอบได้

เผยอนาคตต่อยอดสู่ University App Store ศูนย์กลางแอปพลิเคชันทั้งหมด ของมหาวิทยาลัย สามารถเข้าใช้งานได้แบบ Anywhere, Anytime, Any Devices

ในอนาคตอยากให้นักศึกษาทุกคนมีบัญชีเข้าใช้งานแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในภาควิชาตนเองในปีการศึกษานั้นๆ และเดสก์ท็อปติดตัวนักศึกษาไปตลอดทุกช่วงปีการศึกษา โดยสามารถล็อกอินเข้าใช้งานจากอุปกรณ์อะไรก็ได้ อาทิ โน๊ตบุ๊ก, คอมพิวเตอร์ PC ที่ Spec ไม่สูง แท็บเล็ตหรือสมาร์ตโฟนทั้ง Android และ iOS โดยเข้าใช้งานผ่าน Web Browser หรือลง Agent ไว้ที่เครื่องได้ทั้ง iOS, Android, Windows, Mac ทำให้นักศึกษาสามารถเช้าใช้งานเดสก์ท็อปและแอปพลิเคชันของมหาวิทยาลัยได้จากที่บ้าน นอกบ้าน หรือบริเวณรอบรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างอิสระ รวมถึงอาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัยก็สามารถใช้งานเพื่อทำงานได้จากทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์เช่นกัน ล็อกอินและเข้าใช้งานได้เลย ไม่ถูกจำกัดด้วยสถานที่และอุปกรณ์อีกต่อไป

สามารถเปลี่ยน PC ในห้องคอมพิวเตอร์เป็น Thin Client ได้ในอนาคต

เมื่อนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร ในมหาวิทยาลัยมีบัญชีเพื่อเข้าใช้งาน Virtual App, Virtual Desktop ผ่าน University App Store นั่นหมายถึงเครื่อง PC ที่มี Windows ในตัวจะไม่จำเป็นอีกต่อไป  จึงสามารถเปลี่ยนเป็น Thin Client ทดแทนได้ และเมื่อนักศึกษาเข้ามาใช้บริการห้องคอมพิวเตอร์ก็ให้ล็อกอินด้วยบัญชีของตนเองผ่านเครื่อง Thin Client ก็จะได้เดสก์ท็อปและชุดแอปพลิเคชันของตนเองเข้ามาใช้งานทันที ทำนักศึกษาให้เกิดความสะดวกอย่างแท้จริง เพราะทั้งเดสก์ท็อป แอปพลิเคชัน และข้อมูลสามารถ Roaming ตามไปได้ทุกที่ ตอบโจทย์ยุค Digital Learning และ Touchless Society ได้อย่างแท้จริง

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

HPE Thailand

ผู้ให้บริการติดตั้ง ระบบ “Smart Learning” with HPE SimpliVity
บริษัท AMR ASIA Tel: 0-2589-9955 Ext: 248, 262 / Email: info@amrasia.com

from:https://www.techtalkthai.com/siit-builds-mobility-and-touchless-society-with-hpe-smart-learning/

4 ความสามารถเด่นที่ควรรู้จักใน HPE SimpliVity 4.0

เมื่อ Hyper-Converged Infrastructure หรือ HCI นั้น HPE SimpliVity ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดธุรกิจองค์กร การพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดนั้นก็เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง และเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง HPE ก็ได้ทำการเปิดตัว HPE SimpliVity 4.0 ซึ่งเป็น Major Upgrade ครั้งใหญ่ที่ได้เพิ่มความสามารถที่น่าสนใจเข้ามาหลากหลายประการ ดังนี้

Credit: HPE

1. บริหารจัดการจากศูนย์กลางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ใน HPE SimpliVity 4.0 นี้ได้มีการเปิดตัว Management Virtual Appliance (MVA) สำหรับใช้เป็นตัวกลางในการสื่อสารเพื่อบริหารจัดการระบบทั้งหมดจากศูนย์กลาง เพื่อลดความซับซ้อนในการสื่อสารระหว่าง Node และง่ายต่อการเพิ่มขยายระบบ โดย MVA นี้จะถูกติดตั้งมาตั้งแต่ตอนเริ่ม Initial ระบบเป็นครั้งแรกมาให้เลย โดยสำหรับการติดตั้งที่มีจำนวน Node น้อยกว่า 10 Node นั้น MVA จะเป็นเพียงแค่ Optional แต่สำหรับการติดตั้งระบบที่ใหญ่เกินกว่านั้น MVA จะถูกบังคับให้ติดตั้งใช้งาน ซึ่งในธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ที่ต้องการเพิ่ม Resource เพื่อตอบรับในการเติบโตยังก้าวกระโดด

การใช้ MVA นี้จะช่วยให้ภาพรวมของ Cluster สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเนื่องจากระบบสามารถลดปริมาณทราฟฟิกที่ต้องใช้ในการสื่อสารระหว่างกันในการบริหารจัดการลงไปได้นั่นเอง

2. รองรับการทำ Role-based Access Control แบ่งสิทธิ์การบริหารจัดการได้ดีขึ้น

จากความสามารถในการทำ All-in-One HCI Appliance นั้นทาง HPE SimpliVity ได้ผนวกความสามารถในเรื่องของการทำ Backup Software ได้ถูกติดตั้งอยู่ในระดับ Kernel ของ HPE SimpliVity ทำให้การ Backup นั้นลดเวลา และลดค่าใช้จ่ายสำหรับ 3rd Party Software และการทำการ Backup นั้นได้มีการแยก Role ในการเข้าถึงเพื่อให้องค์กรสามารถแบ่งสิทธิ์ในการบริหารการจัดการได้เป็นอย่างดี ซึ่ง

ใน HPE SimpliVity 4.0 นี้มีการนำเสนอ Role เพิ่มเติมด้วยกัน 2 ส่วน ได้แก่

SimpliVity Administrator โดยผู้ที่มีสิทธิ์เป็น VMware Administrator Role นั้นจะได้รับสิทธิ์ของ SimpliVity Administrator Role ไปด้วยโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถลดขั้นตอนการกำหนดสิทธิ์ลงไปได้มากทีเดียวสำหรับระบบขนาดใหญ่
SimpliVity Backup User สำหรับจัดการงานที่เกี่ยวกับการสำรองและกู้คืนระบบเป็นหลัก โดยสามารถทำ Backup, Restore และ Backup Search ได้เท่านั้น

3. ติดตั้งใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นยิ่งขึ้น

เดิมทีนั้นการใช้งาน HPE SimpliVity Federations จะต้องมีการติดตั้ง Arbiter เพื่อให้ระบบทำงานได้สมบูรณ์ แต่สำหรับ HPE SimpliVity 4.0 นี้ การติดตั้ง Arbiter จะจำเป็นก็ต่อเมื่อมีการติดตั้งระบบแบบ 2+0 หรือทำ Stretch Cluster เท่านั้น ทำให้ในภาพรวมแล้วระบบสามารถออกแบบได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น และการติดตั้ง Arbiter ในบางกรณีก็อาจช่วยให้ระบบมีความมั่นคงทนทานสูงขึ้นด้วย ซึ่งทำให้การใช้งานของ HPE SimpliVity นั้นสสามารถออกแบบได้อย่างมีความสะดวกในการใช้งานได้เป็นอย่างดี

4. รองรับการสำรองข้อมูลร่วมกับ HPE StoreOnce

HPE SimpliVity 4.0 นั้นมีฟีเจอร์สำหรับการทำการสำรองข้อมูลนั้น ก็ยังตอบสนองกับตามมาตรฐานของการ Backup ที่ดี ด้วย กฏ 3-2-1 (3 ชุด ข้อมูล , 2 อุปกรณ์ในการจัดเก็บ , 1 Data Offsite) ซึ่งทำให้สามารถทำการสำรองข้อมูลของ VM ไปยัง HPE StoreOnce ได้แล้ว ทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถใช้พื้นที่บนระบบของ HPE SimpliVity ได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น และรองรับการสำรองข้อมูลได้หลายระดับมากขึ้นด้วย ซึ่งทาง HPE SimpliVity ก็ได้เพิ่มสิ่งนี้เพื่อตอบสนองกับธุรกิจที่ กังวลในปัญหาในเรื่องความเสี่ยงของ Virtus หรือ Ransomeware ได้เป็นอย่างดีด้วยค่าใช้จ่ายที่ประหยัด

ยังมีความสามารถอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

นอกจากนี้แล้วในความสามารถที่ปรับปรุงเพิ่มเติมขึ้นมานั้นทาง HPE SimpliVity ได้เพิ่มความสามารถเพื่อตอบสนองกับการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมากเช่น

  • Rancher on HPE SimpliVity : เพื่อการรองรับเทคโนโลยีของ Microservice (Containers) ได้ออกเอกสารการติดตั้งและใช้งานบนเทคโนโลยีของ Rancher ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับองค์กรที่กำลังเริ่มปรับตัวเข้าสู่การพัฒนาของ Container Service ได้เป็นอย่างดี (https://hewlettpackard.github.io/Rancher-on-SimpliVity/MVI1/summary.html)
  • HPE SimpliVity File (Ctera) : รองรับการทำเรื่องของ NAS และ Collaboration ของข้อมูลเพื่อให้บริษัทสามารถรวมศูนย์กลางของข้อมูลเพื่อรองรับ การ Share Data ภายในองค์กร และ นอกองค์กร ซึ่งรองรับมาตรฐาน DLP or GDPR ที่เหมาะสมในปัจจุบัน
  • RapidDR 3.1 : ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำ DR Orchestrator ที่ตอบโจทยเรื่องการรองรับแผน Business Continutity Plan (BCP) ซึ่งซอฟต์แวร์ของทาง HPE SimpliVity นั้นมีค่าใช่จ่ายที่คุ้มค่ากว่าซอฟต์แวร์ชนิดอื่นในตลาดด้วยกัน

นอกจาก 4 ความสามารถข้างต้น ใน HPE SimpliVity 4.0 เองนี้ก็ยังมีความสามารถใหม่ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่การปรับปรุงการอัปเกรดและการติดตั้งให้ดียิ่งขึ้น, การปรับปรุง CLI ให้แสดงผลข้อมูลได้ดีขึ้น, การปรับปรุง UI ให้สามารถตรวจสอบสถานะการสำรองข้อมูลได้ ไปจนถึงการออกหน้า UI ใหม่สำหรับ RapidDR 3.1 โดยเฉพาะ

สนใจโซลูชันของ HPE ติดต่อ Metro Connect

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันใดๆของ HPE สามารถติดต่อทีมงาน Metro Connect เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม, ทดสอบระบบ หรือขอใบเสนอราคาได้ทันทีที่แผนกการตลาด อีเมล์ anutrwan@metroconnect.co.th หรือโทรติดต่อ 02-089-4508

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-simplivity-4-0-with-4-new-features-by-metro-connect/