คลังเก็บป้ายกำกับ: HP

HP ไตรมาสล่าสุด เติบโตทั้งธุรกิจ PC และ Printer

เอชพีรายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 1 ตามปีการเงินบริษัท 2021 สิ้นสุดเดือนมกราคม รายได้รวม 15,646 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7.0% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน มีกำไรสุทธิตามบัญชี GAAP 1,068 ล้านดอลลาร์

Enrique Lores ซีอีโอเอชพีกล่าวว่าบริษัทเริ่มต้นปีการเงินด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งทุกด้าน ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ สะท้อนว่าสิ่งที่เอชพีดำเนินตามกลยุทธ์ได้ผลลัพธ์ที่ดี

กลุ่มธุรกิจ Personal Systems รายได้เพิ่มขึ้น 7% เป็น 10,603 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มลูกค้าทั่วไปเพิ่มขึ้น 34% ส่วนลูกค้าองค์กรลดลง 6% ขณะที่แบ่งตามประเภทอุปกรณ์ จำนวนเครื่องโน้ตบุ๊คขายได้เพิ่ม 33% ส่วนจำนวนเครื่องเดสก์ท็อป ลดลง 23%

ในกลุ่ม Printing รายได้เพิ่มขึ้น 7% เป็น 5,044 ล้านดอลลาร์ จำนวนเครื่องที่ขายได้เพิ่มขึ้น 16% แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไปเพิ่มขึ้น 18% ส่วนลูกค้าองค์กรตัวเลขคงที่

ที่มา: เอชพี

alt="HPQ"

alt="HPQ"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121418

Notebook ชิปเซ็ท AMD Ryzen Series Modern PC ตัวแรง จะเล่นเกมหรือทำงานก็ไม่มีหวั่นน!

สำหรับใครที่กำลังอยากจะหาซื้อ Notebook สักเครื่องที่เน้นใช้ได้ระยะยาว ไม่ว่าจะเอาไว้ทำงาน หรือด้านความบันเทิง เรามีรุ่นที่น่าสนใจ มาแนะนำกันค่ะ นั่นก็คือ Modern PC Notebook ที่ใช้ CPU จากค่าย AMD ที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักในเรื่องราคาที่ไม่แพงมากและคุณภาพดี เหมาะสมกับราคาที่จ่ายไปอย่างแน่นอน ทั้งขึ้นชื่อในเรื่องเล่นเกมหรือจะทำงานหลายๆ แท็ปพร้อมกันก็ลื่นไหลก็ไม่มีสะดุด จะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจกันบ้างไปดูกันเลย

9 Notebook AMD Ryzen สเปคแรงไม่หวั่น

notebook

banana online dark

ASUS ROG ZEPHYRUS G14

เปิดหัวกันมาด้วยตัวขวัญใจวัยรุ่นที่ขายดีกันเลย Asus ROG Zephyrus G14 Notebook ขนาดบางเบา มี จอ LED AniMe Matrix สำหรับปรับแต่ง Emoji ได้ตามสไตล์ หน้าจอ IPS Full HD 14 นิ้ว รีเฟรชเรต 120Hz ค่าสี sRGB 100% ตัวนี้สามารถใช้ทำงานได้ เล่นเกมได้ ทำงานกราฟิกได้ เพราะมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650Ti โดยขุมพลังอื่นๆ ก็ถือว่าจัดเต็ม CPU AMD Ryzen 5 4600HS, RAM 8GB ความจุแบบ SSD 512GB เหมาะสำหรับคนทำงานที่ชอบเล่นเกม สามารถซื้อตัวเดียวแล้วใช้งานได้ครอบคลุม

HP Notebook ENVY X360 13 AY0001AU Black 1 1605976619 e1614221283468

banana online dark

HP ENVY X360 13

ถัดมากันเลยกับแบรนด์ HP ก็มี Notebook ทำงานดีๆ ที่ใช้งาน AMD Ryzen Series อยู่เหมือนกัน HP ENVY X360 13 ตัวนี้จัดเต็มความแรงด้วย AMD Ryzen 5 4500U หน้าจอ 13.3 นิ้ว RAM 8GB กราฟิกการ์ดคอมโบค่ายแดงไปเลยกับ AMD Radeon Vega ทำงานกราฟิกทั่วไปได้ พร้อมลุยทันทีด้วย Windows 10 Home และ Microsoft Ofiice Home student 2019 แถมมาให้เรียบร้อย ความจุแบบ M.2 SSD 512GB ดีไซน์มีความบางเบาพร้อมติดตัวไปทำงานได้ทุกที่ ก็จัดเป็นอีกตัวที่ทำงานได้ครอบคลุมเลยทีเดียว

Acer Notebook SWIFT SF314 42 R5H1 Silver 1 1613492104 e1614221369738

banana online dark

 ACER SWIFT SF314

มาถึงซีรีย์ทำงานของแบรนด์ Acer กันบ้าง กับ ACER SWIFT SF314 ตัวนี้ก็โดดเด่นด้วยการดีไซน์ที่บางเบา เน้นการพกพา แต่ก็สามารถทำงานได้เป็นอย่างดีด้วยขุมพลัง AMD Ryzen 7 4700U เรียกได้ว่าแรงกันจัดๆ ทำงานกราฟิกทั่วไปได้ด้วย AMD Radeon Graphics หน้าจอ 14 นิ้วแบบ FHD RAM 8GB มี Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้พร้อมใช้งาน รันโปรแกรมได้รวดเร็วด้วยความจุ 512GB แบบ SSD จัดเป็นอีกตัวที่สเปคแรง ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและความบันเทิง

Acer Notebook SWIFT SF314 42 R18J Purple 1 1612898028 e1614221443119

banana online dark

ACER NOTEBOOK SWIFT SF314-42-R18J PURPLE (A)

อีกรุ่นของ Acer ที่น่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นที่อยากแนะนำ โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา เนื่องจากมีราคาที่ไม่แรงมาก อยู่ที่สองหมื่นต้นๆ เท่านั้น และสเปคในเรื่องการใช้งานเหมาะกับการใช้งานทั่วไป RAM 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูล SSD 512 GB แบตเตอรี่ที่อึด ทน อยู่ได้นาน มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 และมีดีไซน์ที่ดูสมัยใหม่ บางเฉียบ เรียบหรูเลยทีเดียว พกพาง่ายไม่ว่าไปเรียนหรือพกไปทำงานก็ไม่รู้สึกเทอะทะหรือหนักเลย สำหรับคนที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คสักเครื่องที่ราคาไม่แรงมากและใช้งานง่าย ครบกัน ตัวเดียวจบ ใช้งานในระยะยาวแนะนำตัวนี้เลย

Huawei Notebook MateBook D14 R7 A 1 1612894388 e1614221517651

banana online dark

HUAWEI MATEBOOK D14 R7

มาถึงอีกแบรนด์คุ้นหู แต่ถือว่ายังใหม่ในตลาด Notebook อย่าง HUAWEI แต่ก็ต้องบอกว่าทำออกมาได้โดนใจเหมือนกัน HUAWEI MATEBOOK D14 R7 โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยงาม เรียบหรูมีระดับ ขนาดบางเบา พกพาไปทำงานสะดวก มาพร้อมจอภาพ Full HD IPS 14 นิ้ว ขอบจอบาง แถมมากับสเปคแรงๆ CPU AMD Ryzen 7 3700U RAM 8GB การ์ดจอ Radeon Vega 10 Graphics ทำงานกราฟิกทั่วไปสบาย หน่วยความจำแบบ SSD 512GB พอร์ตเชื่อมต่อครบครัน ระบบความปลอดภัยก็อุ่นใจด้วยการสแกนลายนิ้วมือ ถือว่าทำงานได้อย่างครอบคลุม จัดเป็นอีกตัวที่เราแนะนำเลยค่ะ

Huawei Notebook MateBook 14 R5 4600H Grey 1 1614183016 e1614221601650

banana online dark

HUAWEI NOTEBOOK MATEBOOK 14 R5 4600H GREY (A)

ถัดมาอย่างติดๆ อย่าง HUAWEI  MATEBOOK 14 กันบ้าง โน๊ตบุ๊คที่บางเบา เพียง 1.5 กิโลกรัม ไม่เทอะทะ พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ขอบจอบางเฉียบ ดูสบายตา การ์ดจอนั้นจะเป็น Onboard AMD Radeon และใช้ CPU AMD Ryzen 5 4600H, RAM 16GB ที่ใช้งานได้ครอบคลุมทุกด้านและรวดเร็วในการใช้งานมากขึ้น  ในเรื่องจอนั้น มากับจอ 14 นิ้ว ความละเอียดถึง 2K ค่าสี sRGB 100% เลยทีเดียว ได้ภาพที่มีรายละเอียดสูง สีชัด สวยงาม ออกแบบงานกราฟิกได้สบาย หรืองาน Art ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี สีไม่เพี้ยนแน่นอน

Lenovo Notebook Yoga Slim 7 14ARE05 882A200DFTA Orchid 1 1613151709 e1614221677347

banana online dark

LENOVO YOGA SLIM 7

ถัดมากับอีกหนึ่งแบรนด์ที่โดดเด่นด้าน Notebook ทำงาน LENOVO YOGA SLIM 7 รุ่นนี้ก็ยังคงโดดเด่นเหมือนเคย กันรันดีความแรงด้วย CPU AMD AMD Ryzen 7 4800U หน้าจอ 14 นิ้ว RAM จัดมาแบบเต็มเหนี่ยว 16GB ความจุแบบ SSD 512GB กราฟิกการ์ด AMD Radeon Graphics อีกทั้งยังแถม Windows 10 Home 64 Bit และ Microsoft Office Home&Student 2019 มาให้อีกด้วย เรียกได้ว่าพร้อมทั้งทำงานทั่วไปและงานกราฟิกเบื้องต้น ดีไซน์ออกมาให้ใช้งานและพกพาง่าย สาวกแบรนด์นี้ก็จัดไปเลย

Dell Notebook Inspiron 5505 W566155101THW10 Silver 1 1613145663 e1614221815414

banana online dark

DELL INSPIRON 5505

ต่อกันเลยกับแบรนด์ DELL ในรุ่น Inspiron 5505 ตัวนี้ใช้งาน CPU AMD Ryzen 5 4500U จอใหญ่สะใจ 15.6 นิ้ว ดีไซน์และสีมีความเรียบหรูเสริมบุคลิกคนทำงาน RAM 8GB หน่วยความจำแบบ SSD 256GB กราฟิกการ์ด AMD Radeon Graphics ทำงานเบื้องต้นได้ และของแถมจัดว่าคุ้มโดยให้ Windows 10 Home 64bit รวมถึง McAfee LiveSafe 12 month Subscription พร้อม Microsoft Office Home and Student 2019 เรียกได้ว่าพร้อมทำงานได้อย่างปลอดภัยหายห่วง ประกันไปเลย 2 ปี ตัวนี้ก็ถือว่าคุ้มสุดๆไปเลย

Dell Notebook Inspiron 3505 W566155260ATHW10 Black 1 1614096198 e1614221903682

banana online dark

DELL NOTEBOOK INSPIRON 3505-W566155260ATHW10 BLACK (A)

ส่งท้ายกันด้วย DELL ปิดท้ายสำหรับวันนี้ ในรุ่น INSPIRON 3505 ราคาถูกที่สุดในบรรดาที่กล่าวมาทั้งหมด ราคาน่ารัก เพียงหลักหมื่นต้นๆ ก็สามารถครอบครองได้ สำหรับคนงบน้อยจัดเลยไม่ต้องคิดเยอะ ที่มีหน่วยประมวลผล AMD Ryzen 3 3250U Processor มาพร้อม SSD ความจุ 256GB และ RAM DDR4 8GB หน้าจอ 15.6 นิ้ว ใหญ่สะใจแน่นอน เหมาะกับการใช้งานได้ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง ภาพ เสียงคมชัด และยังมีการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วด้วยพอร์ต USB 3.2 Gen 1 สองพอร์ต วัสดุตัวเครื่องที่แข็งแรงทนทาน พร้อมลุยทุกสถานการณ์ แถมประกันจัดเต็มถึง 2 ปีไปเลย 

และนี่ก็คือ โน๊ตบุ๊คที่เรานำมาฝากกันวันนี้ ทั้งหมด 9 รุ่น แบบจุกๆ  ที่เรานำมาแนะนำให้ได้เลือกกันตามการใช้งานในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เกมเมอร์ สายงาน หรือใช้งานทั่วไป ซึ่งในแต่ละรุ่นนั้นก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไปทั้งเรื่องสเปคหรือราคา ลองพิจารณาได้ตามความเหมาะสมและการใช้งานของเราเองได้เลยค่ะ

from:https://notebookspec.com/web/579151-9-notebook-recommend-from-banana-it

5 all-in-one PC สเปคดีดีไซน์สวย สำหรับบ้านหรือออฟฟิศยุคใหม่

สำหรับพีซีนอกจากพีซีประกอบจากบริษัทหรือแบบทำเองและโน๊ตบุ๊คแล้ว All-In-One น่าใช้ก็จัดเป็นพีซีน่าใช้เช่นกัน แม้จะไม่ใช่ประเภทที่ผู้ใช้แนะนำและบอกต่อกันอย่างกว้างขวางเหมือนกับโน๊ตบุ๊คก็ตาม แต่อันที่จริง AIO ก็เป็นพีซีอีกกลุ่มที่น่าเลือกใช้ไม่แพ้กับพีซีกลุ่มอื่น ๆ เพราะสเปคและประสิทธิภาพก็สามารถทำงานหนัก ๆ ได้ไม่แพ้พีซีแบบอื่นเลย

แต่หลายคนอาจจะคิดว่าตกลงแล้วเราจะซื้อ AIO มาทำไมในเมื่อมันก็พกพาไปไหนมาไหนไม่ได้เหมือนโน๊ตบุ๊ค แล้วโน๊ตบุ๊คก็ต่อหน้าจอเสริมเพื่อใช้งานเป็นพีซีตั้งโต๊ะได้เหมือนกันอยู่แล้ว? แต่ที่จริงพีซีประเภท AIO นี้จัดว่าเป็นมวยรองที่น่าใช้กว่าที่คิดหากเราเข้าใจจุดเด่นของมันจริง ๆ 

all-in-one
ถ้าพูดถึง AIO ยอดนิยมของคนทั่วโลก ก็น่าจะไม่พ้น Apple iMac แน่ ๆ

เหตุผลว่าทำไม All-In-One PC ถึงน่าใช้

ASUS Vivo AiO V241E Review 3
AIO ปัจจุบันนี้สเปคดีและหลายรุ่นก็ใช้หน้าจอคุณภาพสูงอีกด้วย

AIO หรือ All-In-One นั้นเป็นพีซีที่ถูกออกแบบให้มีแต่หน้าจอแล้วรวมส่วนประมวลผลของตัวเครื่องทั้งหมดเอาไว้ด้านหลังหน้าจอเพื่อประหยัดพื้นที่วางเครื่องให้มากที่สุด แต่ประสิทธิภาพการทำงานก็อยู่ในระดับที่ดี และปัจจุบันนี้ AIO แต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นและฟีเจอร์แตกต่างกันตามที่ผู้ผลิตใส่มาให้ในเครื่องรุ่นนั้น ๆ 

แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าถ้าซื้อโน๊ตบุ๊คกับหน้าจอแยกอีกหนึ่งจอจะไม่ดีกว่าเหรอ? เพราะว่าโน๊ตบุ๊คสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้และกินพื้นที่น้อยเหมือนกัน แต่ถ้าผู้ใช้คนนั้น ๆ แค่ต้องการพีซีเอาไว้ใช้งานในคอนโดมิเนียมหรือหอพักสักเครื่องแล้วไม่อยากพกพีซีไปไหนมาไหนอยู่แล้ว AIO ก็ดูจะเป็นคำตอบที่ดีทีเดียว นอกจากนี้ข้อดีหลัก ๆ ของพีซีประเภทนี้คือ

IMG 20210225 152101 scaled
โน๊ตบุ๊คถึงพกพาไปไหนได้ง่ายจริง แต่ถ้าต่อจอก็อาจจะต้องใช้สายเยอะจนรกเป็นรังงู

  1. ตัวเครื่องใช้สายเชื่อมต่อไม่เยอะมาก แค่ต่อปลั๊กก็เปิดเครื่องใช้งานได้เลยไม่ต้องเสียเวลามาต่อสายให้วุ่นวายเหมือนพีซีแบบแยกเคสเป็นอีกชิ้นหนึ่ง
  2. แทบทุกรุ่นติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home มาให้พร้อมใช้งานแล้ว และบางรุ่นมี Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ด้วย
  3. ใช้พื้นที่น้อยเพราะไม่มีเคสแยกเหมือนเดสก์ท็อปหลาย ๆ รุ่น เพราะชิ้นส่วนทั้งหมดรวมเอาไว้หลังหน้าจอหมดแล้ว ถ้าต้องการต่อหน้าจอเสริมก็มีพอร์ตรองรับ
  4. ตัวเครื่องกินพลังงานไม่เยอะมากเพราะหลายรุ่นใช้ซีพียูโน๊ตบุ๊คจึงประหยัดและไม่เปลืองค่าไฟฟ้า บางรุ่นเลือกติดตั้งซีพียูเดสก์ท็อปมาเพื่อประสิทธิภาพการประมวลผลที่ดีขึ้น
  5. ตัวเครื่อง All-In-One PC มีขนาดใหญ่จึงมีพื้นที่สำหรับระบบระบายความร้อนมากขึ้น เวลาใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานจึงไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนมากนัก
  6. มีหน้าจอใหญ่ระดับ 20 นิ้วขึ้นไป ทำให้ไม่ต้องเพ่งจนดวงตาล้า
  7. บางรุ่นมีหน้าจอแบบ sRGB 100% ทำให้ใช้ทำงานศิลปะและแต่งภาพได้ดี
  8. สเปคเพียงพอสำหรับการใช้ทำงานเอกสารและตัดต่อ Vlog ทั่ว ๆ ไป หรือจะเป็นพีซีสำหรับนักเรียนใช้เรียนออนไลน์ก็ได้
  9. แถมเมาส์และคีย์บอร์ดไร้สายมาให้พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องซื้อแยกชิ้นเพื่อเอามาใช้งาน บางรุ่นอาจจะแถม External DVD-RW มาด้วย
  10. หลายรุ่นมีประกันแบบ On Site Service เข้ามาให้บริการดูแลเครื่องให้ถึงบ้านหรือสถานที่ที่สะดวกตามนัดของเรา

ดังนั้นถ้าผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการพีซีเอาไว้ใช้งานสักเครื่องในบ้านหรือคอนโดมิเนียมแล้วไม่คิดจะยกพีซีเครื่องนั้นติดตัวไปไหนมาไหนอยู่แล้ว การเลือกซื้อ AIO เอาไว้ใช้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว และถ้าใช้งานในออฟฟิศเป็นพีซีสำหรับพนักงานก็ประหยัดพื้นที่และดีไซน์ก็สวยงามอีกด้วย

All-In-One PC น่าใช้ 5 รุ่น 5 แบรนด์

หากว่าใครตอบโจทย์ตัวเองได้แล้วว่า All-In-One นั้นเป็นพีซีแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ของเราด้วยและกำลังมองหาเอาไว้ใช้สักเครื่อง ผู้เขียนก็อยากแนะนำว่าในสเปคระดับราคาสองหมื่นกลาง ๆ นั้นจะเป็นระดับราคาและสเปคคุ้มค่าน่าเลือกซื้อไว้ใช้งานเป็นอย่างมาก โดยทั้ง 5 รุ่นนี้จัดเป็นรุ่นแนะนำสำหรับคนที่คิดว่าจะซื้อ AIO มาใช้งานในบ้านหรือออฟฟิศก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว

  1. LENOVO AIO IdeaCentre A340 (24,900 บาท)
  2. HP AIO 22 (25,900 บาท)
  3. ACER AIO Aspire C22 (18,900 บาท)
  4. ASUS AIO V241EAK (24,990 บาท)
  5. DELL AIO Inspiron 5490 (25,900 บาท)
1. LENOVO AIO IdeaCentre A340 (24,900 บาท)

lenovo ideacentre a340 23 feature 01

LENOVO AIO IdeaCentre A340 นั้นเป็น All-In-One PC เครื่องแรกที่อยากแนะนำให้ผู้สนใจได้เลือกดูกันก่อนเนื่องจากสเปคและดีไซน์นั้นจัดว่าน่าสนใจทีเดียว ด้านดีไซน์จะเห็นว่าตัวขาตั้งเป็นเหล็กเส้นเดียวแข็งแรง ช่วยรองรับน้ำหนักตัวเครื่องทั้งหมดเอาไว้ซึ่งปรับมุมให้เงยหรือกดต่ำลงได้ด้วยและมีตัวรวบเก็บสายเคเบิ้ลรวมเอาไว้ตรงขาตั้งเครื่องอีกด้วย ทำให้สายไม่ยุ่งเหยิง นอกจากนี้ตรงขอบบนหน้าจอยังมีตัวเลื่อนปิดกล้องหน้าเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกด้วย

สเปคของ LENOVO AIO IdeaCentre A340 ติดตั้งซีพียู Intel Core i5-9400T เป็นซีพียูสำหรับเดสก์ท็อป มี 6 คอร์ 6 เธรด ความเร็ว 1.8-3.4 GHz มีค่า TDP เพียง 35 วัตต์ จึงสามารถเปิดโปรแกรมและทำงานหนัก ๆ ได้สบาย ๆ และใช้การ์ดจอแยก AMD Radeon 530 มีแรมการ์ดจอ 2GB GDDR5 ช่วยให้ประมวลผลกราฟฟิคต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น มีฮาร์ดดิสก์แยกเป็น SSD M.2 NVMe ขนาด 2242 ความจุ 128GB สำหรับติดตั้งโปรแกรมต่าง ๆ และ Windows 10 Home และฮาร์ดดิสก์อีก 1TB สำหรับจุงานต่าง ๆ เอาไว้ในเครื่อง แรม SODIMM ความจุ 8GB DDR4 บัส 2666 MHz หน้าจอขนาด 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)

การเชื่อมต่อด้านหลังเครื่องมีพอร์ต USB 2.0 Type-A และ USB 3.1 Type-A อย่างละ 2 ช่อง รวมเป็น 4 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง และ 3-in-1 card reader x 1 ช่องด้วย ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.0 จัดว่าครบครันและในแพ็คเกจจะมีคีย์บอร์ดและเมาส์แบบสายมาให้พร้อมใช้งาน

สเปคของ LENOVO AIO IdeaCentre A340

  • ซีพียูเดสก์ท็อป Intel Core i5-9400T แบบ 6 คอร์ 6 เธรด ความเร็ว 1.8-3.4 GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon 530 มีแรมการ์ดจอ 2GB GDDR5
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 NVMe ขนาด 2242 ความจุ 128GB และฮาร์ดดิสก์อีก 1TB
  • แรม SODIMM ความจุ 8GB DDR4 บัส 2666 MHz
  • หน้าจอ 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.1 Type-A x 2 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง, 3-in-1 card reader x 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.0
  • ในแพ็คเกจแถมคีย์บอร์ดและเมาส์แบบมีสายมาพร้อมใช้งาน
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • ราคา 24,900 บาท
2. HP AIO 22 (25,900 บาท)

c06563701 3

HP AIO 22 ก็เป็น All-In-One PC ดีไซน์เรียบง่ายดูดีน่าใช้อีกรุ่นหนึ่ง เน้นความเรียบหรูและตัวขอบหน้าจอจะบาง ทำให้เวลาใช้งานแล้วเราสามารถเห็นเนื้อหาบนหน้าจอได้มากขึ้นอีกด้วย ส่วนขาตั้งตัวเครื่องดีไซน์เป็นสี่แฉกให้ความสวยและแข็งแรงไปพร้อมกัน

สเปคของ HP AIO 22 ใช้ซีพียู Intel Core i5-10400T เป็นซีพียูเดสก์ท็อปเช่นกันและเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง แบบ 6 คอร์ 12 เธรด มีความเร็ว 2.0-3.6 GHz จึงสามารถประมวลผลงานหนัก ๆ ได้สบาย จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE MX 330 2GB GDDR5 ช่วยเรื่องงานตัดต่อและกราฟฟิคได้สบาย ๆ ส่วนแรมตัวเครื่องมี 8GB DDR4 และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64 bit) มาให้พร้อมใช้งาน กับฮาร์ดดิสก์อีก 1TB เพื่อเซฟงานทั่วไป ส่วนหน้าจอมีขนาด 21.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)

การเชื่อมต่อรองรับพอร์ต USB 2.0 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.0 Type-A x 2 ช่อง กับช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง มีช่อง 3-in-1 card reader x 1 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง และ HDMI x 1 ช่อง ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 4.2 และมีเมาส์กับคีย์บอร์ดมีสายแถมมาให้ในแพ็คเกจกับ DVD-Writer อีกหนึ่งอันด้วย

สเปคของ HP AIO 22

  • ซีพียูเดสก์ท็อป Intel Core i5-10400T แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.0-3.6 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GEFORCE MX 330 มีแรมการ์ดจอ 2GB GDDR5
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB และฮาร์ดดิสก์อีก 1TB
  • แรม SODIMM ความจุ 8GB DDR4
  • หน้าจอ 21.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.0 Type-A x 2 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง, 3-in-1 card reader x 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2
  • ในแพ็คเกจแถมคีย์บอร์ดและเมาส์แบบมีสายมาพร้อมใช้งาน
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • ราคา 25,900 บาท
3. ACER AIO Aspire C22 (18,900 บาท)

acer aspire c22 960 wp rf kbms 01 2 1 1

ACER AIO Aspire C22 ก็เป็น All-In-One ที่นอกจากสเปคจะน่าใช้งานยังดีไซน์สวยงามเพราะตัวเครื่องเป็นดีไซน์ขอบหน้าจอบางเฉียบและใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียม ให้ความหรูหราและแข็งแรงด้วย ดังนั้นถ้าใครต้องการพีซีที่เข้ากับดีไซน์บ้านแบบมินิมอลก็น่าจะชอบดีไซน์ของ Aspire C22 เครื่องนี้ไม่น้อยเช่นกัน

สเปคของ Aspire C22 เครื่องนี้ใช้ซีพียูโน๊ตบุ๊ครุ่น Intel Core i5-10210U เป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.6-4.2 GHz ซึ่งประสิทธิภาพสูงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปแน่นอน ส่วนของการ์ดจอเป็นออนบอร์ดรุ่น Intel HD Graphics 620 สำหรับเข้ารหัสวิดีโอความละเอียด 4K กับฮาร์ดดิสก์ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 10 Home (64 bit) มาให้พร้อมใช้งานกับแรม SODIMM 8GB DDR4 ซึ่งถือว่าครบเครื่องพร้อมใช้งาน ส่วนหน้าจอขนาด 21.5 นิ้ว มีความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พอร์ตการเชื่อมต่อรองรับ USB 3.1 Type-A กับ USB 3.1 Type-C อย่างละ 2 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง, RJ45 LAN, SD Card Reader x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง เรียกว่าครบและมีพอร์ตอย่าง USB-C สำหรับรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 และ Bluetooth 4.2 และมีเมาส์กับคีย์บอร์ดแถมมาให้ในเซ็ตพร้อมใช้งานทันที

อย่างไรก็ตามสำหรับ Acer AIO Aspire C22 เครื่องนี้จะมีเพียงฮาร์ดดิสก์มาให้ลูกเดียวเท่านั้น แต่มีช่อง M.2 SSD ติดตั้งมาให้พร้อมรองรับการอัพเกรดด้วย ดังนั้นถ้าซื้อเครื่องนี้ไปก็ควรเตรียม M.2 SSD เอาไว้เพื่อโคลน Windows 10 Home มาใส่ SSD จะดีที่สุด

สเปคของ ACER AIO Aspire C22

  • ซีพียูโน๊ตบุ๊ค Intel Core i5-10210U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.6-4.2 GHz
  • การ์ดจอ Intel HD Graphics 620
  • ฮาร์ดดิสก์ 1TB
  • แรม SODIMM ความจุ 8GB DDR4
  • หน้าจอ 21.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 3.1 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C x 2 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง, SD card reader x 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2
  • ในแพ็คเกจแถมคีย์บอร์ดและเมาส์มาพร้อมใช้งาน
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • ราคา 18,900 บาท
4. ASUS AIO V241EAK (24,990 บาท)

ASUS Vivo AiO V241E Review 23

ASUS AIO V241EAK-BA010TS ถ้าจำกันได้ทาง Notebookspec ได้มีรีวิวของเครื่องรุ่นนี้เปิดให้อ่านไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเป็น All-In-One PC รุ่นที่ทั้งสเปคดีและฟีเจอร์ถือว่าครบมากเครื่องหนึ่ง โดยเฉพาะหน้าจอ sRGB 100% ที่ให้สีสันสวยคม เหมาะกับคนทำงานแต่งภาพและสีสันเป็นอย่างมาก

สเปคของ ASUS V241 เครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2 GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics ที่มีประสิทธิภาพดีพอใช้ทำงานทั่วไปได้ รวมไปถึงงานตัดต่อวิดีโอแบบ Vlog อีกด้วย ส่วนแรมมีความจุ 8GB DDR4 และฮาร์ดดิสก์เป็น SSD M.2 NVMe 256GB กับฮาร์ดดิสก์ 1TB พร้อมติดตั้ง Windows 10 Home มาให้พร้อมใช้งาน ส่วนหน้าจอมีขนาด 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พอร์ตการเชื่อมต่อรองรับ USB 2.0 Type-A x 1 ช่อง, USB 3.2 Gen 1 Type-A x 4 ช่อง, HDMI x 2 ช่อง, LAN x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง ซึ่งจัดว่าครบถ้วนทีเดียว อาจจะมีข้อสังเกตคือไม่มีช่อง SD Card Reader ติดตั้งมาให้ ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 และ Bluetooth 5.0 ซึ่งเครื่องนี้เหมาะกับการใช้งานทั้งในบ้านหรือที่ทำงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงานสายกราฟฟิคที่เน้นหน้าจอสีสันแม่นยำควรเลือกซื้อรุ่นนี้ไว้ใช้งาน และในแพ็คเกจมีคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สายแถมมาให้กับ External DVD-RW อีกหนึ่งอัน

สเปคของ ASUS AIO V241EAK-BA010TS

  • ซีพียูโน๊ตบุ๊ค Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2 GHz
  • การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 NVMe 256GB, HDD 1TB
  • แรม SODIMM ความจุ 8GB DDR4
  • หน้าจอ 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 Type-A x 1 ช่อง, USB 3.2 Gen 1 Type-A x 4 ช่อง, HDMI x 2 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ในแพ็คเกจแถมคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สายกับ External DVD-RW มาพร้อมใช้งาน
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • ราคา 24,900 บาท
5. DELL AIO Inspiron 5490 (25,900 บาท)

desktops inspiron 24 5490 intel black dar pdp mod1 e1614254557166

DELL AIO Inspiron 5490 เป็น All-In-One อีกรุ่นที่น่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากดีไซน์เรียบง่ายแต่ก็ยังดูดีด้วยหน้าจอขอบบาง ทำให้เห็นเนื้อหาบนหน้าจอมากยิ่งขึ้นกับระบบรักษาความปลอดภัย Dell Mobile Connect ที่ส่งข้อมูลแบบ point-to-point ช่วยรักษาความลับของข้อมูลได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้กล้องหน้ายังเป็นแบบ Pop up สไลด์ขึ้นมาเมื่อเราใช้งานเท่านั้นอีกด้วย

สเปคของ All-In-One จาก DELL เครื่องนี้ใช้ซีพียูโน๊ตบุ๊ค Intel Core i5-10210U เป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.6-4.2 GHz ซึ่งเพียงพอต่อการทำงานทั่วไปจนถึงงานกราฟฟิคได้เลย จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE MX110 มีแรม 2GB GDDR5 กับแรม 8GB DDR4 มีฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD ความจุ 256GB พร้อมติดตั้ง Windows 10 Home (64 bit) มาให้กับฮาร์ดดิสก์อีก 1TB สำหรับเซฟงานทั่วไปได้ หน้าจอมีขนาด 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พอร์ตการเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1 ช่อง, USB 3.1 Type-A x 3 ช่อง และ USB 3.1 Type-C x 1 ช่อง, HDMI x 2 ช่อง, SD Card Reader 3.0 x 1 ช่อง, LAN x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 และ Bluetooth 5.0 มีเมาส์และคีย์บอร์ดไร้สายแถมมาให้ในเซ็ตพร้อมใช้งานได้ทันทีอีกด้วย

สเปคของ DELL AIO Inspiron 5490

  • ซีพียูโน๊ตบุ๊ค Intel Core i5-10210U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.6-4.2 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GEFORCE MX110 แรม 2GB GDDR5
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 NVMe 256GB, HDD 1TB
  • แรม SODIMM ความจุ 8GB DDR4
  • หน้าจอ 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 Type-A x 1 ช่อง, USB 3.1 Type-A x 3 ช่อง, USB 3.1 Type-C x 1 ช่อง, HDMI x 2 ช่อง, SD Card Reader 3.0 x 1 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ในแพ็คเกจแถมคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สายมาให้
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • ราคา 25,900 บาท

สรุป – ถ้ารู้โจทย์ว่าใช้งานแบบไหนก็เลือก All-In-One ได้ถูกรุ่นแน่นอน

จะเห็นว่า All-In-One PC นั้นจะมีสเปคหลากหลายและมีซีพียูทั้งรุ่นของเดสก์ท็อปที่ตามท้ายด้วยรหัส T กับรุ่นที่ติดตั้งในโน๊ตบุ๊คอีกด้วย ซึ่งถ้าเราเลือกใช้งานให้ตรงตามโจทย์ของเราก็จะช่วยให้งานของเราเสร็จเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย ส่วนสเปคโดยสรุปของแต่ละรุ่นจะมีดังนี้

รุ่น / สเปค LENOVO AIO IdeaCentre A340 HP AIO 22 ACER AIO Aspire C22 ASUS AIO V241EAK-BA010TS DELL AIO Inspiron 5490
ซีพียู

Intel Core
i5-9400T

6 คอร์ 6 เธรด

ความเร็ว
1.8-3.4 GHz

Intel Core
i5-10400T

6 คอร์ 12 เธรด

ความเร็ว
2.0-3.6 GHz

Intel Core
i5-10210U

4 คอร์ 8 เธรด

ความเร็ว
1.6-4.2 GHz

Intel Core
i5-1135G7

4 คอร์ 8 เธรด

ความเร็ว
2.4-4.2 GHz

Intel Core i5-10210U

4 คอร์ 8 เธรด

ความเร็ว
1.6-4.2 GHz

การ์ดจอ AMD Radeon 530
(2GB GDDR5)
NVIDIA GEFORCE MX 330
(2GB GDDR5)
Intel HD Graphics 620

Intel Iris Xe Graphics

NVIDIA GEFORCE MX110 (2GB GDDR5)
แรม SODIMM 8GB DDR4 บัส 2666 MHz SODIMM 8GB DDR4 SODIMM 8GB DDR4 8GB DDR4 8GB DDR4
หน้าจอ 23.8 นิ้ว
Full HD
(1920×1080 พิกเซล)
21.5 นิ้ว
Full HD
(1920×1080 พิกเซล)
21.5 นิ้ว
Full HD
(1920×1080 พิกเซล)
23.8 นิ้ว
Full HD
(1920×1080 พิกเซล)
23.8 นิ้ว
Full HD
(1920×1080 พิกเซล)
ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 NVMe 128GB

HDD 1TB

SSD M.2 NVMe 256GB

HDD 1TB

HDD 1TB SSD M.2 NVMe 256GB

HDD 1TB

SSD M.2 NVMe 256GB

HDD 1TB

การเชื่อมต่อ USB 2.0
Type-A x 2

USB 3.1 Type-A x 2

HDMI x 1

LAN RJ45 x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

3-in-1 card reader x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.0

USB 2.0
Type-A x 2

USB 3.1 Type-A x 2

HDMI x 1

LAN RJ45 x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

3-in-1 card reader x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.2

USB 3.1 Type-A x 2

USB 3.1 Type-C x 2

HDMI x 1

LAN x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

SD card reader x 1

USB 2.0 Type-A x 1

USB 3.2 Gen 1 Type-A x 4

HDMI x 2

LAN RJ45 x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง

USB 2.0 Type-A x 1

USB 3.1 Type-A x 3

USB 3.1 Type-C x 1

HDMI x 2

SD Card Reader 3.0 x 1

LAN RJ45 x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit) Windows 10 Home (64 bit) Windows 10 Home (64 bit) Windows 10 Home (64 bit) Windows 10 Home (64 bit)
ราคา 24,900 บาท 25,900 บาท 18,900 บาท 24,900 บาท 25,900 บาท

สุดท้ายถ้าโจทย์ของเราคือการเลือกซื้อพีซีเอาไว้ใช้งานทั่วไปในบ้านหรือที่ทำงานแบบเข้าใจและเข้าถึงง่าย ๆ แล้ว การเลือก All-In-One PC สเปคดีสักเครื่องหนึ่งเอาไว้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นซีพียูเดสก์ท็อปหรือโน๊ตบุ๊คก็ตาม ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว เพราะนอกจากประหยัดพื้นที่แล้วยังมีสเปคไล่เลี่ยกับพีซีประกอบสำเร็จรูปอีกหลาย ๆ รุ่นอีกด้วย นอกจากนี้ยังไม่ต้องลำบากเสียเวลานั่งต่อสายให้วุ่นวาย เพียงเสียบปลั๊กกับ USB ของเมาส์และคีย์บอร์ดให้เรียบร้อยก็พร้อมใช้ทำงานได้เลย 

from:https://notebookspec.com/web/579218-5-all-in-one-to-concern-than-buy-laptop

HP ประกาศ เข้าซื้อกิจการ HyperX ด้วยมูลค่า 425 ล้านเหรียญ เพื่อยกระดับธุรกิจเกมมิ่งเกียร์ของตัวเอง

HP ประกาศเข้าซื้อกิจการ HyperX จาก Kingston ด้วยมูลค่า 425 ล้านเหรียญ หรือตีเป็นเงินไทยกว่า 12,767 ล้านบาท เพื่อยกระดับธุรกิจเกมมิ่งเกียร์ของตัวเองให้เทียบเคียงกับคู่แข่ง คาดจะปิดดีลกันเรียบร้อยภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2564

การเคลื่อนไหวของ HP ในคราวนี้ เป็นอะไรที่จับตามองมากทีเดียว เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้บริษัทจะส่งแบรนด์ OMEN ลงมาลุยในตลาดนี้ แต่หากกล่าวตรง ๆ ก็ยังสู้กับคู่แข่งลำบากพอสมควร ดังนั้นการที่ได้ HyperX ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกเข้ามาเสริมทัพ ก็น่าจะช่วยยกระดับให้ HP เป็นคู่ต่อกรที่สมน้ำสมเนื้อกับ Corsair, Logitech และ Razer ได้มากขึ้น

ตามคำแถลงการณ์ของ HP ระบุว่า ทาง Kingston ผู้เป็นเจ้าของเดิมของ HyperX ขายกิจการให้เฉพาะในส่วนของอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์เท่านั้น ส่วนธุรกิจเกี่ยวกับหน่วยความจำต่าง ๆ ยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ

 

ที่มา : The Verge

from:https://droidsans.com/hp-acquires-hyperx-kingston-announcement/

HyperX ย้ายบ้านหลัง HP ทุ่มซื้อ 425 ล้านดอลฯ รุกตลาดเกมมิ่ง

ถ้าพูดถึง HyperX เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเกมมิ่งเกียร์ที่อยู่ในเครือของ Kingston อย่างแน่นอน แต่ชื่อนี้จะไม่ได้อยู่ในเครือของ Kingston คนเดียวอีกต่อไปแล้วหลังจาก HP ทุ่มงบประมาณกว่า 425 ล้านดอลลาร์หรือกว่า 12,000 ล้านบาท เพื่อซื้อชื่อแบรนด์เกมมิ่งเกียร์นี้มาอยู่ในเครือเพื่อรุกตลาดเกมมิ่งเกียร์อย่างจริงจังแล้ว

แต่ดีลครั้งนี้ไม่ได้เป็นการซื้อทั้งแผนกจาก Kingston เพราะว่าทาง HP ซื้อมาเพียงแผนกเกมมิ่งเกียร์เท่านั้น ไม่ได้รวมไปถึงกลุ่ม DRAM, แฟลชไดรฟ์และ SSD ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้จะยังอยู่ในเครือของ Kingston เช่นเดิม

hyperx

HP ทุ่มซื้อ HyperX เพราะชื่อ OMEN ไม่รุ่ง

alloy origin 60

สาเหตุของดีลครั้งนี้ ทาง HP ได้แจ้งไว้ในเอกสารแถลงของทางบริษัทว่า เนื่องจากแบรนด์เกมมิ่งเกียร์นี้จาก Kingston นั้นได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างเป็นอย่างมากและเนื่องจากทาง HP ต้องการก้าวเข้าสู่ตลาดเกมมิ่งอย่างจริงจัง และทางบริษัทคาดการณ์ว่าตลาดเกมมิ่งเกียร์จะโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2023 จะมีมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2 ล้านล้านบาท) และในปี 2024 จะโตไปถึง 12.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 3.6 ล้านล้านบาท) ทีเดียว

อย่างไรก็ตามทางสื่อต่างประเทศคาดว่าการเข้าซื้อแบรนด์เกมมิ่งเกียร์นี้จาก Kingston เนื่องจากแบรนด์ OMEN ในเครือ HP นั้นไม่โดดเด่นอย่างที่ Corsair, Logitech, Razer เป็นอยู่ในตอนนี้ จึงเลือกซื้อแบรนด์นี้เข้ามาอยู่ในเครือแทน

omen gaming gear

omen gaming mouse

omen keyboard

ซึ่งเกมมิ่งเกียร์ในแบรนด์ของ HP อย่าง OMEN ก็ค่อนข้างครอบคลุมทั้งหูฟัง, เมาส์และคีย์บอร์ดเกมมิ่งอยู่แล้ว และรวมไปถึงหน้าจอกับอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ อีกด้วย ดังนั้นการซื้อแบรนด์นี้จาก Kingston เข้ามาอยู่ในเครือนั้นเพื่อเพิ่ม Portfolio ให้กับทางบริษัทเป็นหลักนั่นเอง

ส่วนเรื่องโปรแกรม Ngenuity สำหรับตั้งค่าเกมมิ่งเกียร์นั้น HP ตัดสินใจไม่นำมารวมกับ OMEN Gaming Hub ของ HP ซึ่งเจ้าของเกมมิ่งเกียร์สามารถใช้งานต่อไปได้เหมือนเดิมโดยไม่ต้องลบหรือจัดการโปรแกรมใด ๆ ให้เสียเวลา ดังนั้นเกมเมอร์ที่ใช้สินค้าอยู่ก็ใช้งานได้ต่อไปเลย

แต่ดีลครั้งนี้ระหว่าง HP กับ Kingston เพื่อซื้อแผนกเกมมิ่งเกียร์ของทางบริษัทจัดว่าเป็นดีลที่น่าสนใจทีเดียว ซึ่งทาง HP อาจจะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความรู้ของแผนกนี้ไปใช้งานอย่างเต็มที่ และเราอาจจะเห็น HP ทำตลาด OMEN Gaming Gear ในประเทศไทยอย่างจริงจังมากขึ้นก็เป็นไปได้

ที่มา : HP, The Verge, Polygon

from:https://notebookspec.com/web/579149-hp-pay-425-million-usd-for-hyperx

HP ซื้อกิจการเกมมิ่งเกียร์-อุปกรณ์เสริมแบรนด์ HyperX ต่อจาก Kingston

HP Inc. ประกาศซื้อกิจการ HyperX ฝ่ายเกมมิ่งเกียร์ของ Kingston เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจด้านเกมมิ่งของ HP ในปัจจุบัน

ผลิตภัณฑ์ของ HyperX ที่ขายอยู่ตอนนี้มีตั้งแต่คีย์บอร์ด เมาส์ แผ่นรองเมาส์ หูฟัง ไมโครโฟน รวมถึงอุปกรณ์เสริมสำหรับเครื่องเกมคอนโซลด้วย

Enrique Lores ซีอีโอของ HP พูดชัดเจนว่าซื้อ HyperX เพราะโดดเด่นเรื่องอุปกรณ์เสริม และจะเข้ามาเติมเต็มในธุรกิจของ HP ที่เน้นขายเครื่องเป็นหลัก มูลค่าการซื้อกิจการครั้งนี้อยู่ที่ 425 ล้านดอลลาร์ หลังขายกิจการแล้ว Kingston จะยังทำธุรกิจหลักของตัวเองเรื่อง DRAM, Flash, SSD สำหรับตลาดเกมเมอร์ต่อไป (ไม่แน่ชัดว่าแรม HyperX จะต้องเปลี่ยนมาเป็นแบรนด์ Kingston ด้วยหรือไม่)

ที่มา – HP

No Description

ภาพจาก HyperX

from:https://www.blognone.com/node/121365

รวมศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คทุกยี่ห้อในไทย ฉบับอัพเดทปี 2021

ก่อนจะซื้อโน๊ตบุ๊คมาใช้งานสักเครื่องหนึ่ง นอกจากสเปคแล้วหลายคนก็ต้องหาข้อมูลว่าศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คแบรนด์นั้น ๆ ให้บริการดีหรือเปล่าและรอเคลมสินค้านานหรือทำงานเร็วตามเว็บบอร์ดหรือโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างแน่นอน จะได้รับรู้ประสบการณ์ตรงจากผู้ใช้ด้วยกันว่าแบรนด์นั้น ๆ ให้บริการดีและรวดเร็วหรือไม่อย่างไร

ปัจจุบันนี้หลายแบรนด์ก็มีวิธีการดูแลหลังการขายและการส่งซ่อมที่ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ช่วยให้ลูกค้าที่อุดหนุนสินค้าของทางบริษัทสามารถรับบริการดูแลเครื่องได้สะดวกขึ้นเรื่อย ๆ โดยในบทความนี้รวมวิธีการส่งเคลมโน๊ตบุ๊คแบรนด์ต่าง ๆ ฉบับง่ายและรวดเร็วให้เพื่อน ๆ ได้ใช้บริการกัน

ศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คมีปัญหาก็ยกเข้าศูนย์ให้เขาดูแลกันไป

ก่อนยกเครื่องไปศูนย์บริการโน๊ตบุ๊ค เตรียมของให้พร้อมด้วย

90346545 3802603603115134 2161290511862726656 o
อุดหนุนใครมาก็กลับไปร้านนั้นเลยก็ได้ ง่ายดีเหมือนกันก็แค่นานหน่อย

อันที่จริงการเคลมโน๊ตบุ๊คแต่ละแบรนด์นั้นเราสามารถนำเครื่องของเราไปส่งเคลมหน้าร้านที่เราซื้อเครื่องมาเลยก็ได้ แต่ก็จะเสียเวลาเนื่องจากทางหน้าร้านต้องทำตามขั้นตอนการรับเคลมสินค้าตามขั้นตอนและนโยบายของทางบริษัท ซึ่งอาจต้องผ่านไปตามขั้นตอนกว่าจะถึงศูนย์รับซ่อมของแบรนด์นั้น ๆ ซึ่งก็จะกินเวลาพอควรทีเดียว แต่ถ้ามีประกันแบบ Onsite Service ก็จะช่วยลดขั้นตอนและความยุ่งยากส่วนนี้ไปได้มาก

สำหรับการส่งเคลมหรือซ่อมโน๊ตบุ๊คของแบรนด์ต่าง ๆ ด้วยตัวเองนั้น นอกจากจะไปศูนย์บริการสาขาหลักแล้ว เราก็สามารถส่งเคลมกับผู้ให้บริการรายอื่นที่ได้รับสิทธิ์ให้บริการอย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้ด้วย ซึ่งสิ่งของสำคัญห้ามลืมทุกครั้งเวลาจะนำเครื่องไปเคลม คือ

  1. โน๊ตบุ๊คเครื่องที่มีปัญหา – เพื่อส่งเครื่องให้ช่างนำไปซ่อมและแก้ปัญหาที่เราเจอ
  2. ปลั๊กของโน๊ตบุ๊ค – สำหรับปลั๊กให้เตรียมเอาไปในกรณีที่เครื่องมีปัญหากับการชาร์จแบตเตอรี่เข้าเครื่อง เพื่อให้ช่างเช็คได้ว่าปัญหาที่เกิดนั้นมาจากตัวปลั๊กหรือช่องเสียบปลั๊กของตัวเครื่องนั้น ๆ กันแน่
  3. ใบเสร็จที่ซื้อสินค้า – เพื่อยืนยันว่าเราเป็นเจ้าของโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นจริง และเป็นเครื่องที่ขายในประเทศไทย แต่บางครั้งผู้ให้บริการก็เช็คจาก Serial Number ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้น ๆ ได้เช่นกัน

รวมศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คทุกแบรนด์ในไทย

สำหรับศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คที่รวบรวมมาในบทความนี้จะเน้นเป็นแบรนด์หลักที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย โดยมีเบอร์โทรศัพท์, เว็บไซต์ และวิธีเคลมที่ง่ายสุดที่แนะนำให้ทำ เพื่อช่วยประหยัดเวลาการนำเครื่องไปเคลมด้วย โดยแต่ละแบรนด์ คือ

  1. Apple
  2. ASUS
  3. Acer
  4. Dell
  5. HP
  6. Huawei
  7. Lenovo
  8. MSI
Apple

iCare K Village Sukhumvit2

สำหรับสินค้าของ Apple นั้นจะมีแบ่งหน้าร้านเป็น 3 กลุ่ม ตามผู้จำหน่ายสินค้า 3 เจ้าหลัก คือ iCare ของ Studio 7 เจ้าของเดียวกับ Banana IT, iServe ของ Copperwired เจ้าของ iStudio by copperwired กับ U-Store บางสาขา, iCenter ของ SPVi เจ้าของ iStudio ที่เราติดปากกัน ซึ่งเราสามารถนำ MacBook, iPhone, iPad เข้าไปใช้บริการได้ นอกจากนี้ Apple ยังมีหน้าเว็บไซต์สำหรับให้บริการช่วยดูแลปัญหาการใช้งานและเบอร์โทรติดต่อศูนย์ด้วย

โดยทั้งสามเจ้าหลักนี้เป็นผู้ให้บริการซ่อมสินค้าที่ Apple ให้การรับรองเป็น Authorised Service Provider หรือผู้ให้บริการซ่อมอย่างเป็นทางการ โดยเราสามารถนำสินค้าเข้าไปเคลมซ่อมได้ถ้ายังมีประกัน AppleCare อยู่ โดยมีศูนย์หลักให้บริการดังนี้

iCare สาขากรุงเทพฯ

สำหรับ iCare เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 11:00-20:00 น. ทุกสาขา โดยสาขากรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ จะมีแนะนำตามรายชื่อด้านล่างนี้ ส่วนผู้ใช้ที่อยู่จังหวัดอื่นสามารถคลิกดูจังหวัดของตัวเองได้ที่ลิ้งค์นี้

 

  • iCare สาขา ศูนย์การค้าเทสโก้โลตัส ปิ่นเกล้า โทร. 0643022878 
  • iCare สาขา ศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค ศรีนครินทร์ โทร. 0819091115
  • iCare สาขา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สุราษฏร์ธานี โทร. 0643022878
  • iCare สาขา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชลบุรี โทร. 038053931, 0953727488

iserve 07

iServe

ด้าน iServe จะมีให้บริการตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ โดยมีเวลาเปิดช่วง 10:00-11:00 น. และปิดให้บริการเวลา 21:00-20:00 น. ซึ่งสามารถเช็คสาขาที่ให้บริการทั้งหมดได้ที่นี่ และในลิ้งค์สามารถแจ้งนัดหมายเข้ารับบริการได้ด้วย

  • iServe สาขา Amarin Plaza ชั้น 3 เปิด 10:00-21:00 น. โทร. 026522324-5
  • iServe สาขา Sena Fest ชั้น G เปิด 11:00-21:00 น. โทร. 020872070
  • iServe สาขา Park Ventures Ecoplex ชั้น 2 เปิด 10:00-20:00 น. โทร. 021082252
  • iServe สาขา The Circle Ratchapruk เปิด 10:00-22:00 น. โทร. 028638700-1
icenter

สำหรับ iCenter ที่หน้าเว็บไซต์จะมีรายการค่าซ่อมแซมสินค้าทั้งหมดให้ผู้ใช้สามารถเช็คเพื่อเตรียมค่าใช้จ่ายเข้ารับบริการก่อนได้ พร้อมข้อมูลโปรโมชั่นบัตรเครดิตและรายชื่อศูนย์บริการทั้งหมดของทางบริษัทให้เลือกดูได้ และมีสาขาให้บริการอยู่หลายแห่ง ซึ่งสาขาหลัก ๆ ได้แก่

  • iCenter สาขาแจ้งวัฒนะ เปิด 11:00-20:00 น. โทร. 0953725592, 028353993-4
  • iCenter สาขาจีทาวเวอร์ ถ.พระราม 9 เปิด 10:00-20:00 น. ถ้าเป็นวันศุกร์-อาทิตย์ ปิด 21:00 น. โทร. 0953725558, 021174903-4
  • iCenter สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ชั้น 1 เปิด 11:00-20:00 น. โทร. 0953725557, 052020866
  • iCenter สาขาศูนย์การค้า Passione (แหลมทองพลาซ่า) ชั้น 2 โทร. 0953725530, 038010909
ASUS

CH Service 1

ศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ ASUS นั้นจะมีอยู่ทั่วประเทศและเข้ารับบริการได้ง่ายมากแบรนด์หนึ่ง ซึ่งเราสามารถค้นหาศูนย์บริการของ ASUS ใกล้บ้านเราได้จากหน้าเว็บไซต์โดยตรง โดยแยกเป็น ASUS Royal Club ซึ่งทาง ASUS เป็นผู้ให้บริการโดยตัวเองและ Authorized Service Center หรือผู้ให้บริการรายย่อยที่ได้รับการรับรองจาก ASUS เอง

  • ASUS Royal Club ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ (ชั้น 2) เลขที่ห้อง 004-005 เปิด 10:00-19:00 น. 
  • ซินเน็ค นครราชสีมา 1135/7-8 ถ.สุรนารายณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิด 08:30-17:30 น. โทร. 044271365
  • ศูนย์บริการเอซุส ฟิวเจอร์อิเล็คโทรนิคส์ เซอร์วิส 68/104 (อาคารพาณิชย์เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์) ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี โทร. 099-2874457-59
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไฮเทค คอมพิวเตอร์ แอนด์ เน็ตเวอร์ค 144/1 ถ.กรมหลวงชุมพร ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร โทร. 077507172

นอกจากนี้ยังสามารถส่งเคลมได้ตามร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศไทยอีกด้วย โดยอ่านรายละเอียดการส่งเคลมสินค้าได้ที่นี่ นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการศูนย์บริการของวีเซิร์ฟพลัสเพื่อเคลมสินค้าได้ด้วยเช่นกัน โดยเช็คสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่

Acer

ศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ Acer จะมีอยู่ 10 แห่งทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็นศูนย์ในกรุงเทพฯ 3 แห่ง คือ สาขาพระราม 3, เซียร์ รังสิต, ฟอร์จูนทาวน์ และ 7 แห่งอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัด ซึ่งสาขาต่างจังหวัดจะอยู่ที่ชลบุรี, เชียงใหม่, พิษณุโลก, ขอนแก่น, นครราชสีมา, สงขลา และภูเก็ต โดยมีสาขาหลัก ๆ ดังนี้ ส่วนรายละเอียดแต่ละสาขาอ่านได้ที่นี่

สำหรับเบอร์โทรศัพท์ใช้เบอร์ร่วมกันคือ โทร. 021539655 เป็นเบอร์โทรขอคำปรึกษาด้านเทคนิคและขอรับบริการนอกสถานที่ ส่วนเช็คสถานะการซ่อมเคลมหรือข้อมูลทั่วไป โทร. 021539600

  • สำนักงานใหญ่ สาขาพระราม 3 ถนนนางลิ้นจี่ เปิดจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น. 
  • สาขาเซียร์ รังสิต เปิดทุกวัน เวลา 10:30-19:00 น. 
  • สาขาเชียงใหม่ 161/38-39 ม.4 ต. หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น.
  • สาขาหาดใหญ่ ถ.ปุณณกัณฑ์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น.
Dell

dell

สำหรับศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คอย่างเป็นทางการของ DELL จะใช้บริการดูแลของ Synnex ซึ่งเราสามารถใช้เช็คข้อมูลรับประกันได้ด้วย ส่วนการส่งซ่อมเครื่องสามารถใช้วิธีการจองคิวออนไลน์ได้ด้วยที่ลิ้งค์นี้ แต่จะรองรับเพียงสาขาเซียร์ รังสิต, ซีคอนสแควร์, IT Mall ฟอร์จูนทาวน์ และ สนง.ใหญ่ ถ.สุคนธสวัสดิ์ เท่านั้น โดยสาขาทั้งหมดของ Synnex สามารถเช็คได้ที่ลิ้งค์นี้ ส่วนสาขาหลักตามหัวเมืองใหญ่จะมีดังนี้

  • สนง.ใหญ่ SYNNEX 433 ถ.สุคนธสวัสดิ์ แขวง/เขตลาดพร้าว กทม. เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น. ส่วนวันเสาร์ให้บริการเฉพาะวันเสารที่ 2 ของเดือนเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 09:00-15:30 น. โทร. 025538888
  • SYNNEX สาขาเชียงใหม่ ที่ K Park Business Center เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น. ส่วนวันเสาร์ให้บริการเฉพาะวันเสารที่ 2 ของเดือนเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 09:00-15:30 น. โทร. 053284023, 0909805317
  • SYNNEX สาขานครราชสีมา 179/31 ซ.มิตรภาพ 4 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น. ส่วนวันเสาร์ให้บริการเฉพาะวันเสารที่ 2 ของเดือนเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 09:00-15:30 น. โทร. 044271365, 044922808-9
  • SYNNEX สาขาหาดใหญ่ 119 ซ.10 ถ.เพชรเกษม ตำบล/อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น. ส่วนวันเสาร์ให้บริการเฉพาะวันเสารที่ 2 ของเดือนเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 09:00-15:30 น. โทร. 074895039,  0909805305

นอกจากนี้ Dell ยังมีบริการ Dell Premium Support ที่รองรับซีรี่ส์ Inspiron, XPS, G Series และ Alienware อีกด้วย โดยจะมีเจ้าหน้าที่มาให้บริการถึงที่แบบ On-site Service ในอีก 1 วันทำการถัดไป โดยสามารถอ่านรายละเอียดในบทความนี้ของทาง Notebookspec ได้

HP

Pavilion Family Epic Entertainment Desktop

ศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ HP จะสามารถเช็คได้ที่หน้าเว็บไซต์ของ HP โดยจะรวมโน๊ตบุ๊คสำหรับผู้ใช้ทั่วไป (Consumer PC) กับโน๊ตบุ๊คธุรกิจ (Business PC) และปริ้นเตอร์ (DesignJet) เอาไว้ด้วยกัน ซึ่งสามารถหาได้โดยกรอกรหัสไปรษณีย์และกำหนดรัศมีที่เราต้องการ ซึ่งระบบจะกำหนดขั้นต่ำเอาไว้ที่ 50 กม. และเราสามารถตั้งค่าเพิ่มได้ตามต้องการอีกด้วย โดยสาขากรุงเทพและหัวเมืองใหญ่จะมีดังนี้

  • HP Repair Center สาขาพระราม 3 เลขที่ 905 พระราม 3 ซอย 49 โทร. 0628753470
  • HP Service Center สาขาระยอง 267/87-88 ถ.สุขุมวิท ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง โทร 038608736
  • HP Service Center สาขาเชียงใหม่ 184/2-3 ถ.ช้างคลาน ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทร.053281175
  • HP Service Center สาขาหาดใหญ่ 4 ซอย 15/1 ถ.เพชรเกษม ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โทร.074234205

นอกจากนี้เจ้าของโน๊ตบุ๊ค HP ยังเข้าศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของวีเซิร์ฟพลัส สาขาต่าง ๆ ได้เช่นกัน โดยคลิกอ่านสาขาทั้งหมดได้ที่นี่

Huawei

7bc9f4a8 73ba 404a a02b 2cceea71d4b9

สำหรับผู้ใช้ที่เป็นเจ้าของ Huawei MateBook รุ่นต่าง ๆ ก็มีศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ Huawei ที่ใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟนในค่าย ซึ่งครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่หลายแห่งทีเดียว โดยเราสามารถเลือกดูศูนย์บริการที่อยู่ใกล้บ้านเราได้ที่ลิ้งค์นี้

  • สาขาไอทีมอลล์ ฟอร์จูน ทาวน์ ชั้น 2 เปิดให้บริการเวลา 11:00-20:00 น. โทร. 0956203011
  • สาขาเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ ชั้น 5 เปิดให้บริการเวลา 10:30-19:30 น. โทร. 020644000
  • สาขาเชียงใหม่ 300/3 ถ.มณีนพรัตน์ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ. เชียงใหม่ โทร. 0909805938, 0909036093
  • สาขาสุราษฎร์ธานี 141/119 ถ.กาญจนวิถี ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โทร. 077212932-3, 0909805173
Lenovo

Screenshot 2021 02 23 162252

ศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ Lenovo นั้น หลัก ๆ แล้วจะใช้วิธีการส่งเคลมกับร้านที่ขายสินค้าให้กับเราโดยตรง หรือจะส่งไปเคลมที่ศูนย์บริการเลอโนโว โดย วีเซิร์ฟพลัสก็ได้ ซึ่งมีให้บริการครอบคลุมตามหัวเมืองใหญ่เช่นกัน ได้แก่

  • ศูนย์บริการ Lenovo โดยวีเซิร์ฟพลัส อาคารฟอร์จูนทาวน์
    • ชั้น 3 โทร. 026410154-55 ต่อ 301
    • ชั้น 4 โทร. 026410154-55 ต่อ 401-407
  • สาขาพันธุ์ทิพย์พลาซ่า โทร. 026566054, 026566037
  • สาขาร่มเกล้า โทร. 026669600

สำหรับสาขาต่างจังหวัดมีสาขาหาดใหญ่, สุราษฎร์ธานี, ขอนแก่น, นครราชสีมา, ระยอง, พิษณุโลก, เชียงใหม่ ทั้งหมดสามารถคลิกอ่านได้ที่นี่ ส่วนเจ้าของเครื่อง Lenovo ที่เครื่องมีปัญหาและต้องการส่งเคลมเครื่องและไม่แน่ใจว่าเครื่องของเราเข้าเงื่อนไชการเคลมหรือไม่สามารถอ่านได้ที่ลิ้งค์นี้

MSI

contact us banner 1

ศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ MSI จะมีอยู่ 2 สาขาในประเทศไทยด้วยกัน คือ สาขาราษฎร์บูรณะที่ทาง SVOA ให้บริการ กับสาขาของไอที ซิตี้ ที่ตึกพันธุ์ทิพย์พลาซา ประตูน้ำ ซึ่งถ้าต้องการเคลมซ่อมโน๊ตบุ๊คของ MSI ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ แนะนำให้ไปพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำจะสะดวกกว่า โดยที่อยู่และเบอร์โทรของทั้งสองสาขานี้ คือ

  • สาขา SVOA 131 ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8:30-17:30 น. โทร. 028492777
  • สาขา อาคารพันธุ์ทิพย์พลาซา ชั้น 5-6 (ไอที ซิตี้) เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10:30-20:00 น. โทร. 026565030

นอกจากนี้ผู้ใช้โน๊ตบุ๊คของ MSI สามารถเลือกหาศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ MSI ได้ที่ลิ้งค์นี้ด้วย

จะเห็นได้ว่าแต่ละแบรนด์จะมีสาขาและวิธีการเช็คศูนย์ให้บริการของตนเองแตกต่างกันไป แต่อย่างไรก็ตามก่อนจะนำโน๊ตบุ๊คของเราเข้าศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คเพื่อซ่อมหรือเคลม ขอแนะนำให้โทรติดต่อศูนย์ที่เราต้องการเข้าใช้บริการเสมอเพื่อเช็คว่าทางศูนย์พร้อมให้บริการเราหรือไม่ เพื่อประหยัดเวลาและไม่ต้องไปเสียเที่ยวเปล่าอีกด้วย

from:https://notebookspec.com/web/578745-all-laptop-service-center-in-thailand

รีวิว HP SPECTRE x360 13 สเปก i7-1165G7 อีกหนึ่งสุดยอด 2-in-1 Notebook หรูหรา บางเบา พรีเมียม Windows 10 Pro ประกัน 3 ปี On-site

HP Spectre x360 13 จัดว่าเป็นหนึ่งในสุดยอด 2-in-1 Notebook แห่งปี 2021 โน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.3″ รองรับการทัชสกรีน ที่มีความบางเบามากๆ โดยมาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake ที่ไม่ใช่แค่แรงขึ้น แต่มี AI ช่วยทำงานในตัว CPU พร้อมการ์ดจอออนชิปตัวใหม่อย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ทำให้ประสิทธิภาพกราฟฟิกดียิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ที่เคยมีมาทั้งหมด

ซึ่งนอกเหนือจากความบางเบาแล้ว ตัวเครื่องยังมีความพรีเมียมหรูหราสุดๆ ด้วยสีสัน Poseidon Blue ตกแต่งขอบโดยรอบด้วยสี Copper Luxe การออกแบบคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งาน วัสดุอลูมิเนียมทั้งตัวเครื่องผ่านกระบวนการขึ้นรูป CNC ระดับสูง กับความบางที่ 14.7 มิลลิเมตร และเบาเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่ส่งเสริมภาพลักษณ์แบบสุดๆ

HP Spectre x360

สเปกชิปประมวลผล Intel Core i7-1165G7 ขับเคลื่อนด้วยแรมขนาด 16GB และที่เก็บข้อมูลความเร็วสูง SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB หน้าจอแสดงผลขอบจอบางเฉียบขนาด 13.3″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD กระจกเป็น Corning Gorilla แข็งแรงทนทาน รองรับทัชสกรีน ได้เป็น Windows 10 Pro สนนราคา 55,900 บาท  พร้อมประกัน 3 ปี On-site Service เรียกได้ว่าเหมาะมากๆ สำหรับคนที่กำลังมองหาพรีเมียม 2-in-1 Notebookมีฟีเจอร์หลายๆ อย่างที่เหนือชั้นกว่ารุ่นอื่นๆ

VDO Review

Coming Soon

NBS Verdict

เรียกได้ว่าถ้าให้เทียบ HP Spectre x360 13 ก็ถือว่าเป็นตัวชนกับ 2-in-1 Notebook ระดับไฮเอนด์ของทุกแบรนด์โดยตรง ทั้งจากดีไซน์การออกแบบและสเปกด้านใน กับอะไรที่มากกว่านอกเหนือจากเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อไว้ใช้งานแล้ว ยังเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่สื่อถึงภาพลักษณ์ของเราอีกด้วย  แน่นอนว่ามีความบางเบาและพรีเมียมอย่างสุดๆ พร้อมได้ฟีเจอร์ความปลอดภัยอย่าง HP Sure View โดยเป็นเทคโนโลยีกันคนแอบมองจากด้านข้าง รูปแบบการทำงานก็คือ Privacy Screen กับคุณสมบัติลดมุมมองหน้าจอลง อีกทั้งมีฟีเจอร์ Webcam Kill เมื่อเรากดปุ่มใช้งาน ก็จะมีแผงกั้นตรงกล้องขึ้นมาทันที  

HP Spectre x360

โดยรวมแล้วนั้นถือว่า HP Spectre x360 13 ปี 2021 เป็น 2-in-1 Notebook ที่ดีมากๆ รุ่นหนึ่ง ดีไซน์บางเฉียบน้ำหนักเบาสุดๆ มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งรองรับอนาคตได้อีกไกลแบบสบายๆ ด้วยสเปก Intel Core i Gen 11 ที่จัดว่าได้แพลตฟอร์ม Intel EVO ที่การันตีว่าได้ประสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอด ทั้งเรื่องของประสิทธิภาพ การตอบสนอง การพกพา และแบตเตอรี่ที่ยาวนาน รวมไปถึงได้ Windows 10 Pro เพื่องานระดับมืออาชีพที่ปรับแต่งได้มากกว่า และการประกันถึง 3 ปีแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านด้วย

HP Spectre x360

ด้วยความที่เป็น 2-in-1 Notebook เน้นงานมืออาชีพหรือองค์กร ก็ทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่จะเป็น Notebook / Stand / Tent / Tablet พร้อมปากกาสไตลัส HP Active Pen รุ่นใหม่ชาร์จไฟแบบ USB-C ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายขึ้นของคนยุคนี้ แม้ว่าดูราคาแล้วอาจจะสูงซักหน่อยถ้าเทียบกับสเปกที่ได้ แต่ก็เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่มีความสามารถที่หลากหลายแบบในหนึ่งเดียว พร้อมที่จะ Work, Play & Sharing ได้ในทุกที่ทุกเวลา ส่วนตัวถือว่าถ้างบไม่ใช่ปัญหา HP Spectre x360 น่าจัดมาใช้งานที่สุด

HP Spectre x360

จุดเด่น HP SPECTRE X360 13

  • เป็น 2-in-1 Notebook จอ 13.3″ มีความพรีเมียมบางเบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด พร้อมได้ Intel EVO
  • มีฟีเจอร์ความปลอดภัยอย่าง HP Sure View และ Webcam Kill ที่ใช้งานได้ง่ายใช้งานได้จริง
  • มีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดี ด้วยชิปประมวลผล Core i7-1165G7 / RAM 16GB / SSD 1TB
  • หน้าจอเป็นกระจก Corning Gorilla Glass ที่ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง
  • เปิดเครื่องหรือตื่นจากโหมด Sleep, Boot เครื่อง และเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้อย่างรวดเร็ว
  • ดีไซน์การออกแบบสวยและงานประกอบมีความประณีต ดูหรูหราและโดดเด่น
  • ใช้วัสดุชั้นดีอย่างอลูมิเนียมทำให้ตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน
  • เป็นโน๊ตบุ๊คที่มีคุณสมบัติ 2-in-1 Notebook ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ
  • มีไฟ Backlit Keyboard สวยงาม รวมถึงใช้งานได้เป็นอย่างดี
  • มีช่องทางเชื่อมต่อความเร็วสูงรุ่นล่าสุดอย่าง Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต
  • แม้จะบางเฉียบแต่ก็ยังติดตั้ง USB 3.2 มาตรฐาน Type-A มาให้อยู่ 1 พอร์ต
  • มีปากกาสไตลัส HP Active Pen รุ่นใหม่ ชาร์จผ่าน USB-C มาให้พร้อมใช้งาน
  • มีตัวแปลง USB 3.1 Type-C มาให้ในบันเดิลเลย รองับพอร์ตหลากหลาย
  • สแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อเข้าใช้งาน
  • รองรับการเชื่อมไร้สายอย่าง Intel Wi-Fi 6 AX 201 (2×2)
  • แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานสุดถึง 12 ชั่วโมง 
  • มีซอฟต์เคสลักษณะเป็นซองหนังสุดหรู อแดปเตอร์ก็ดูดีกว่าทั่วไป
  • มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro ลิขสิทธิ์ใช้งานได้ทันที
  • รับประกันอยู่ที่ 3 ปี พร้อมบริการ On-site Service และบริการอื่นๆ

ข้อสังเกต HP SPECTRE X360 13

  • ไม่สามารถอัพเกรดใดๆ ได้เลยในภายหลัง
  • ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสเปกภายใน
  • ดีไซน์ภายนอกเหมือนกับรุ่นปีก่อน

Specification

HP Spectre x360 13 สเปก Intel Core i Gen 11 มีอยู่ 1 รุ่นในตอนนี้ กับสเปก Core i7-1165G7 ราคา 55,900 บาท ที่เป็นชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม Tiger Lake เทคโนโลยีที่ 10 นาโนเมตร SuperFin ที่ล้ำหน้า เพิ่มเติมด้วย AI มาช่วยการประมวลผลให้ดียิ่งขึ้นในหลายๆ โปรแกรม ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด มีความเร็วที่ 2.80 – 4.70 GHz ส่วนการ์ดจอเป็นออนชิปรุ่นใหม่ Iris Xe Graphics ที่แรงกว่าเดิม

แน่นอนว่ารองรับทุกๆ การทำงานได้ดีขึ้น ทั้งดูหนังฟังเพลง ใช้งานเอกสาร ใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือทำงานหนักๆ รวมไปถึงเล่นเกมออนไลน์ก็ลื่นไหล ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 13.3″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD ทัชสกรีนได้ รองรับการทัชสกรีนเต็มรูปแบบ โดยเป็นกระจก Corning Gorilla ให้ความทนทานอย่างที่สุด

HP Spectre x360

สเปกอื่นๆ ได้หน่วยความจำแรมขนาด 16GB DDR4 Bus 3200 MHz และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ตัวเครื่องติดตั้งกล้อง Webcam ความคมชัดระดับ HD และไมโครโฟนแบบ Dual Microphone ไว้สำหรับแชท และวิดีโอคอลได้อย่างคมชัดลื่นไหล พร้อมสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อเข้าใช้งาน

ที่สำคัญยังมีพอร์ตเชื่อมต่ออย่าง Thunderbolt 4 ที่ออกแบบมาพิเศษ จำนวน 2 พอร์ต เข้ากับตัวเครื่องสุดบางมาให้ด้วย แน่นอนว่ารองรับการเชื่อมไร้สายอย่าง Intel Wi-Fi 6 AX 201 (2×2) และ Bluetooth 5 ตัวเครื่องติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro และซอฟต์แวร์เอกสิทธิ์ของ HP

บันเดิลยังให้ปากกาสไตลัส HP Active Pen รุ่นล่าสุดที่เปลี่ยนไปจากการใส่ถ่าน AAAA เป็นแบบมีแบตเตอรี่ในตัว ชาร์จผ่านทาง USB-C ได้ รวมไปซอฟต์เคสหนังสุดหรูบันเดิล พร้อมด้วยอแดปเตอร์ตัวแปลงเป็น HDMI, USB Type-A, USB Type-C รวมไปพอร์ตชาร์จไฟก็โดนจับไปรวมกับ Thunderbolt 4 ด้วย

HP SPECTRE X360 13-aw2092TU ราคา 55,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics 
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ Full HD IPS 60Hz Touch Screen
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years Onsite Service

Hardware / Design

การออกแบบ HP Spectre x360 13 ถือว่าเป็น 2-in-1 Notebook ตัวท็อปสุดในตลาดอีกหนึ่งรุ่น เพราะด้วยความบางตัวเครื่องระดับ 14.7 มิลลิเมตร กับน้ำหนักแค่ 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น โดยตามรีวิวนี้มาพร้อมสี Poseidon Blue ตัดกับสี Copper Luxe ที่ดูแพงและหรูหรากว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบเห็นได้ชัด ซึ่งทุกรายละเอียดพร้อมสร้างความแตกต่าง จากทั้งวัสดุอลูมิเนียมที่มอบภาพลักษณ์ความหรูหราเหนือระดับ พร้อมขอบตัวเครื่องแบบมันวาว สะท้อนความงามที่แตกต่างในสองมิติ พร้อมแม่เหล็กที่ฝาหลังที่สามารถติด HP Active Pen ได้ด้วย 

HP Spectre x360

ถือได้ว่างานประกอบเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ HP รุ่นนี้ทำได้เป็นอย่างดีที่สุดในเรื่องของการออกแบบให้มีความบางแต่ยังคงมีความแข็งแรงอยู่ ที่ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่ผู้ผลิตรายอื่นๆ นำไปทำตามได้ยาก รวมไปถึงบานพับโน๊ตบุ๊คแบบสองข้อ ก็เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจจากรายละเอียดงานดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ ที่พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยบานพับดีไซน์เรียบหรูสะอาดตา ซึ่งบริเวณนั้นยังมีคำว่า Spectre ด้วย เพื่อเป็นการยืนยันถึงความพรีเมียม อีกทั้งฝาหลังก็เป็นโลโก้ HP ระดับสูง ที่ใช้กับซีรีส์ ENVY / Spectre เท่านั้น

HP Spectre x360

จากการที่ตัวเครื่องดีไซน์มุมตัดช่วยให้เปิดฝาพับง่ายขึ้นและสวยเด่นขึ้นแบบ Gem Cut Design เหลี่ยมหน้าตัดเลียนแบบการเจียระไนอัญมณี ส่งผลให้มีการติดตั้งปุ่ม Power (Wake Up / Sleep) ยังได้ถูกออกแบบเอาไว้ขอบตัวเครื่องด้านนอก อีกทั้งที่มุมเครื่องสำหรับการเชื่อมต่อ Thunderbolt 4/ USB-C ได้สะดวกขึ้น ดูแล้วอาจจะไม่คุ้นตาเหมือนกับ Ultrabook รุ่นอื่นๆ แต่เมื่อใช้งานจริงแล้วพบว่าสามารถใช้งานได้คล่องตัวและสะดวกมากๆ จากการที่มันเป็น 2-in-1 Notebook พับได้ 360 องศานั่นเอง

HP Spectre x360

ด้านล่างตัวเครื่องของ HP Spectre x360 13 จะเห็นว่ายางรองตัวเครื่องขนาดใหญ่ 2 เส้นยาวเพื่อยกตัวเครื่องให้สูงขึ้นและเวลาใช้งานจะแน่นหนากับพื้นที่วาง พร้อมช่องดูดลมเย็นขนาดใหญ่ สำหรับส่วนของน็อตก็เป็นแบบพิเศษ แน่นอนว่าตรงนี้จะมีโลโก้ Windows 10 นอกจากนี้ตรงส่วนขอบด้านหน้าที่ใช้ยกฝาจอเพื่อเปิดเครื่องใช้งานก็จะมีการทำเป็นเว้าร่องลงไปเพื่อช่วยในการเปิดเครื่องที่ง่ายขึ้น ยกระดับความปลอดภัยด้วยฟีเจอร์ Webcam Kill ปกป้องความเป็นส่วนตัวบนจอ และปุ่มปิด-เปิดกล้องเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

HP Spectre x360

ส่วนระบบระบายความร้อนก็ได้ติดตั้งอยู่ใต้หน้าจอ โดยบานพับเป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ที่แลดูแข็งแรงทนทานเข้ากับเครื่อง อาศัยระบบระบายความร้อนด้วยพัดลม 2 ตัว ที่นำพาความร้อนไปได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ HP Sure View ที่เป็น Privacy Screen นี้กับคุณสมบัติลดมุมมองหน้าจอลง เพื่อไม่ให้คนอื่นมาส่องมาเผือกได้เวลาที่ใช้งานนอกสถานที่อีกด้วย โดยเราสามารถปิดเปิดได้ง่ายๆ เพียงกดปุ่ม F1 ที่คีย์บอร์ดเท่านั้น

HP Spectre x360

สรุปสำหรับตัวเครื่องและดีไซน์การออกแบบของ HP Spectre x360 13 รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2021 นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นปี 2020 แม้ว่าดีไซน์ภายนอกรวมๆ แล้วยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพราะดูแล้ว HP ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับ 2-in-1 Notebook เน้นความพรีเมียมและครบเครื่องที่สุดก็เลยเลือกใช้โมเดลนี้ไปอีกปี โดยภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ ที่สำคัญคือมีฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย อย่างที่หาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ แน่นอน

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ HP Spectre x360 13 ได้มีความแตกต่างจากคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ เพราะเป็นคีย์บอร์ดลักษณะเป็นแบบสี่เหลี่ยมจตุรัสคล้ายหมากฝรั่ง ได้ไฟเรืองแสงสีขาว (Backlit Keyboard) ให้แสงสว่างในการทำงานที่มืดหรือแสงน้อย พร้อมตอบสนองได้ดีกว่าคีย์บอร์ดทั่วไปแบบรู้สึกได้แถมยังสวยงามหรูหราด้วยสีขาวที่ดูเข้ากับสีตัวเครื่องเป็นอย่างดี

ส่วน Layout คีย์บอร์ดยังคงเป็น 4 แถวขนาด Full Size ซึ่งในด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากๆ แน่นอนว่าฟังก์ชั่นอย่าง HP Sure View ติดตั้งไว้ที่ปุ่ม F1 

HP Spectre x360

ทัชแพดเป็นวัสดุกระจกแบบด้านมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวา มองไปแล้วไม่เห็นปุ่มแยกออกมาเช่นเดียวกับโน๊ตบุ๊คปัจจุบันหลายๆ รุ่น การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมมากๆ ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี  ซึ่งจะช่วยให้เคอร์เซอร์ไม่เลื่อนไปจากตำแหน่งเก่าขณะกำลังพิมพ์ ถ้าผู้ใช้เผลอนำมือไปโดนทัชแพดเข้า

Screen / Speaker

หน้าจอขนาด 13.3″ ความละเอียด 1920 x 1080 (Full HD) ซึ่งถือได้ว่าคมชัดเป็นอย่างมาก ที่มีขอบบางเฉียบถึง 3 ด้านด้วยกัน ซึ่งเป็นแบบจอกระจก Corning Gorilla Glass ที่ทนทานกับรอยขีดขวน ซึ่งอาจจะมีการสะท้อนภาพบ้างเวลาใช้งานกลางแจ้งหรือที่มีแสงจัดๆ โดยตัวจอรองรับการทัชสกรีนจำนวน 10 จุด ทั้งการใช้งานทั้งนิ้วมือแบบมัลติทัชและปากกา HP Active Pen ไม่แค่นั้นตัวเรื่องยังสามารถรองรับแรงกดได้หลายระดับ

HP Spectre x360

อีกทั้งยังสามารถพับปรับจอได้ 360 องศา ตามสไตล์ของ 2-in-1 Notebook และจากการที่ตัวจอเป็นพาเนล IPS คุณภาพสูง ทำให้สีสันคมชัดสมจริงไม่ว่ามองมุมไหน หรือการใช้งานโหมดใด ส่วนขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้อง HP Wide Vision HD Camera และไมคโครโฟนคู่เพื่อใช้งาน VDO Call รวมถึงยังมีหลอดไฟ LED สำหรับแสดงสถานะว่ากล้องทำงานอยู่ อีกทั้งยังด้วยฟีเจอร์ Webcam Kill เมื่อเรากดปุ่มใช้งาน ก็จะมีแผงกั้นตรงกล้องขึ้นมาทันที 

HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 23
HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 26
HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 83

ที่สำคัญคือเป็นโน๊ตบุ๊ค HP ที่ได้ติดตั้งฟีเจอร์ HP Sure View เป็นมาตรฐาน โดยเป็นเทคโนโลยีกันคนแอบมองจากด้านข้าง ซึ่งที่ผ่านทางปกติจะมีเฉพาะรุ่นท็อปๆ เท่านั้น (แบรนด์อื่นๆ ไม่มี) รูปแบบการทำงานก็คือ Privacy Screen กับคุณสมบัติลดมุมมองหน้าจอลง เพื่อไม่ให้คนอื่นมาส่องมาเผือกได้เวลาที่ใช้งานนอกสถานที่  ที่ไม่ต้องเสียเวลาไปซื้อฟิล์มมาติดเพิ่ม ไม่ต้องลอกออกไปมา เพราะเราสามารถกดปุ่มปิดเปิดได้ตามความต้องการ ที่ปุ่ม F1 เรียกได้ว่าตอบโจทย์การทำงานสายมืออาชีพที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสุดอีกด้วย 

ทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ HP Spectre x360 13 ที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพดี แต่ดีแค่ไหนต้องทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรตหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด นอกจากนี้เรายังทำการ Display Analysis ดูประสิทธิภาพการแสดงผลแบบละเอียด อย่างที่ดูด้วยตาเปล่าไม่สามารถบอกได้ จึงต้องใช้เครื่องมือช่วย  

s1 6
s2 6
s3 6

โดยขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 92% และ AdobeRGB ที่ 74% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับสูงที่สุด เมื่อเทียบกับ IPS ที่หลายๆ รุ่นเลือกใช้เป็นปกติจะเห็นว่าเหนือกว่ามากๆ โดยมีความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างที่ดี ของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ คือรองรับการใช้งานที่กลางแจ้งได้สบายๆ อย่างไรก็ตามถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นสีตรงกับอุปกรณ์เกี่ยวพ่วงก็ควรคาลิเบรตเสียก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ แบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางแถวบนที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่สำหรับบางช่องจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปที่ 6% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 นับได้ว่าสมกับพาเนล IPS ระดับสูงจริงๆ

HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 29

ด้านของลำโพงนั้นมีอยู่ 2 ตัวด้วยกัน ติดตั้งซ้ายขวาขอบบนของตัวเครื่องด้านล่าง เรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนคุณภาพเสียงต้องบอกว่าเป็นของ Bang & Olufsen ที่ไว้ใจได้ คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีเพียงพอแบบสบายๆ แล้ว และดีกว่าโน๊ตบุ๊ค HP รุ่นอื่นๆ พอตัวรวมไปถึงยังมีเทคโนโลยี HP Audio Boost ช่วยเพิ่มเสียงให้ก้องกังวาล เต็มอิ่มกับประสบการณ์ความบันเทิงถึงขีดสุดจากเสียงคมชัด

HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 67
HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 64
HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 65

Connector / Thin And Weight

สำหรับพอร์ต Thunderbolt 4 เป็นมาตรฐานของสเปก Intel Core i Gen 11 ที่รองรับการโอนถ่ายข้อมูล 40 Gb/s พร้อมรองรับการชาร์จไฟ Power Delivery 3.0 และเชื่อมต่อหน้าจอภายนอก DisplayPort 1.4 ที่ความละเอียดสูง 4K/ 8K อีกทั้งรองรับ HP Sleep and Charge ด้วย บน ซึ่ง HP Spectre x360 13 นี้ ได้ถูกติดตั้งไว้บริเวณขอบตัวเครื่องด้านขวา โดยมีอยู่ 2 พอร์ตด้วยกัน เรียกได้ว่าติดตั้งมาได้แตกต่างจากโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ

HP Spectre x360

ที่โดดเด่นคือ แม้ตัวเครื่องจะบางเฉียบแต่ก็ยังติดตั้งพอร์ต USB 3.2 Type A (HP Sleep and Charge) มาตรฐานเดิมมาให้ด้วย แต่เป็นแบบพิเศษที่เรียบเนียนไปกับตัวเครื่อง การใช้งานคือเราต้องเปิดฝาออกมาก่อนจากนั้นจึงจะเสียบสายได้ นับได้ว่าเป็นการออกแบบที่ล้ำหน้าและได้ใช้งานจริง เพราะปกติแล้วถ้าเครื่องบางมากหรือออกแบบมาพิเศษ จะโดนตัด USB Type A ออกไปด้วย แน่นอนว่ายังมีพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และ micro-SD Card Reader ไว้ถ่ายโอนข้อมูล ติดตั้งเอาไว้อยู่ด้วย

HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 62
HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 57
HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 10

ซึ่งถ้าคิดว่าไม่เพียงพอต่อการใช้งานแล้วล่ะก็ไม่ต้องกังวล เพราะทาง HP ได้ให้อุปกรณ์เสริม อย่างยอแดปเตอร์ตัวแปลง USB-C Hub บันเดิลให้ในชุดฟรีๆ ไม่ต้องไปหาซื้อเองให้เสียงเงินและวุ่นวาย โดยรองรับขยายพอร์ตการใช้งานเป็น HDMI, USB Type-A, USB Type-C รวมไปถึงพอร์ตชาร์จไฟก็สามารถใช้งานได้ผ่านทาง USB-C Hub นี้ได้ด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าในส่วนนี้ HP คิดมาเป็นอย่างดี เข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของ 2-in-1 Notebook หน้าจอ 13.3″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.3 กิโลกรัม ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามาก เมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีน้ำหนัก 1.6 กิโลกรัมนิดๆ โดยในส่วนของอแดปเตอร์เตอร์ก็มีความพิเศษมากๆ จากการที่ดีไซน์มาได้สวยงาม ซึ่งสามารถพันสายเก็บได้เรียบร้อย รวมไปถึงตัวสายเองก็เป็นสายแบบถักที่นอกจากหรูหราแล้วยังทนทาน

Multi-Mode

HP Spectre x360 13 ตอบสนองได้อย่างหลากหลายจากการที่เป็น 2-in-1 Notebook ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ด้วยการพับใช้งานถึง 4 รูปแบบด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Notebook / Stand / Tent / Tablet ที่ทีมงานของเรานั้นนำไปใช้งานอะไรบ้าง และรูปลักษณ์เมื่อเปลี่ยนไปใช้โหมดต่างๆ นั้น จะมีลักษณะเป็นอย่างไร HP Spectre x360 ก็ต้องบอกว่าวางใจได้เลยเรื่องความทนทาน เพราะมีการออกแบบบานพับใหม่ที่สามารถเปิดปิดหรือปรับระดับได้อย่างลื่นไหลได้เหมือนใหม่ทุกครั้ง ทนทานต่อการสึกหรอแน่นอน ใช้ได้สบายใจหายห่วง

HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 46

สำหรับปากกาสไตลัส HP Active Pen รุ่นล่าสุด รองรับชาร์จไฟผ่านทาง USB-C ทำให้เราสะดวกยิ่งขึ้น พัฒนาจากรุ่นก่อนๆ ที่ต้องใช้ถ่าน AAAA โดยปากกาสไตลัส HP Active Pen ทาง HP ได้ร่วมกับ Wacom ในการผลิต มาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานแบบ N-Trig, มีปุ่มบนตัวสไตลัสจำนวน 2 ปุ่มทางด้านข้างและทางด้านบน และที่สำคัญสไตลัสนี้ยังรองรับระดับแรงกดได้มากถึง 4,096 ระดับเลยทีเดียว เสมือนใช้งานเป็นปากกาหรือดินสอจริงๆ ได้ เรียกได้ว่าจะลืมการใช้กระดาษแบบเดิมๆ ไปเลย

HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 73
HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 74
HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 78

Notebook Mode เป็นรูปแบบธรรมดาทั่วไปเหมือนกับโน๊ตบุ๊คปกติ เน้นสำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงงานเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้คีย์บอร์ดและทัชแพดในการควบคุมเหมือนโน๊ตบุ๊คปกติ

Stand Mode เน้นใช้งานที่ระบบจอสัมผัสของตัวเครื่องอย่างเดียวและวางไว้บนพื้นที่ราบ โดยรูปแบบการใช้งานนี้จะเน้นไปทางการใช้งานแอพพลิเคชั่นของ Windows เอง หรือเน้นไปทางการดู Youtube หรือชมภาพยนตร์เป็นหลัก พร้อมรองรับการทำงานแบบมัลติทัชได้พร้อมกันมากสุดที่ 10 จุดพร้อมกัน

HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 8

Tent Mode ค่อนข้างจะคล้ายกับ Stand Mode ก่อนหน้านี้ แต่จะอยู่ในรูปทรงตั้งเครื่องเอาไว้เป็นลักษณะสามเหลี่ยม ใช้ในการวิวดูข้อมูลการแสดงผลหน้าจอเป็นหลัก อีกทั้งยังสามารถจับพาดหรือเกาะกับสิ่งของรอบๆ ได้

Tablet Mode ด้วยการพับหน้าจอกลับแบบ 360 องศา จนฝาหลังและฐานใต้เครื่องมาติดกัน เราก็จะได้แท็บเล็ตที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งเรามีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการเอาไว้เล่นเกมหรือดู E-Book อย่างที่แท็บเล็ตอื่นๆ ทั่วไปในตลาดสามารถทำได้

บอกได้เลยว่าสำหรับใครที่กำลังมองหา 2-in-1 Notebook ซักตัวที่พกพาสะดวกและอยากได้ความพรีเมียมไฮเอนด์ มีความสามารถครบครันทั้งในเรื่องของการทำงานทั่วไปหรือแท็บเล็ตที่ทำงานร่วมกับโปรแกรมบน Windows 10 Pro ได้อย่างลื่นไหล ก็สามารถเลือก HP Spectre x360 เป็นหนึ่งใน 2-in-1 Notebook ได้เลย

HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 72
HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 77
HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 79

Performance / Software  

HP Spectre x360 13 สเปก Core i Gen 11 เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลยครับ โดยเลือกใช้ชิป Intel Core i7-1165G7 ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 2.80 – 4.70 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 12W – 28W เท่านั้น ซึ่งจัดว่าต่ำมากสำหรับชิป Core i7 ในโน๊ตบุ๊ค ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin Willow Cove

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 16GB แบบฝังบอร์ด Quad Channel เป็นมาตรฐาน DDR4 3200 MHz ตามเทคโนโลยีของ Intel Core i Gen 11 ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหนือชั้น  พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูง ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน

c1 6.   c2 6

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง เดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

g1 6.   g2 5

อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ที่ได้ทั้งขนาดที่ใหญ่ใส่ไฟล์ได้เยอะ และเป็นรุ่นเกรดสูงความเร็วสูง โดยมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro มาตั้งแต่แกะกล่อง โดยได้ฟีเจอร์การจัดการและการปรับใช้งานในธุรกิจที่มากกว่า Windows 10 Home ทั่วไป ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ Windows หรืองานมืออาชีพเลย ส่วนถ้าต้องการเคลียร์เครื่อง ก็สามารถใช้งานฟังก์ชัน Reset this PC ที่อยู่ใน Settings ของ Windows 10 ได้เลยโดยไม่ต้องฟอร์แมต SSD เพื่อลง Windows ใหม่

cine15 6.   cine20 6

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U Series รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอที่อัพเกรดใหม่ที่เน้นการทำงาน 3 มิติที่ดียิ่งขึ้น

    ssd 6

ด้านของ Storage เป็น SSD M.2 มาตรฐาน NVMe PCIe ระดับบน ได้ความจุ 1TB ที่ทำการทดสอบด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark ก็พบว่าความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 3549MB/s ส่วนความเร็วในการเขียนก็อยู่ที่ 2948 MB/s ด้านของความเร็วในการอ่านเขียนไฟล์ก็จัดว่าอยู่ในระดับที่ดีมากๆ สามารถใช้งานทั่วไปได้เหลือเฟือ เห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ เร็วกว่ามาตรฐาน SATA 3 หลายเท่าตัว

pc10 5

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4597 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คทีมีชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 11 และสเปกจัดเต็ม ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาในสเปกที่เป็น Intel Core i Gen 11 รุ่นอื่นๆ

game 1

ทดสอบเกมเพื่อให้รู้ถึงเฟรมเรมในการเล่นเกม โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Core i7-1165G7 ที่ทำงานร่วมกับการ์ดจอ ออนชิปอย่าง Iris Xe Graphics ได้ดีเยี่ยม ประกอบกับใช้แรม 16GB รวมไปถึง SSD ก็ส่งผลช่วยด้วย

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ความละเอียด Full HD ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 45 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 28 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) และในส่วนของเกม Overwatch / PUBG ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 57 / 28 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 36 / 14 จากการที่ตัวเครื่องต้องควบคุมความร้อนให้ไม่ร้อนจนเกินไป อย่างไรก็ตามด้วยตัวเครื่องที่บางเบาสุดๆ ทำให้เป็นข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่ดีขึ้นกว่ารุ่น Core i Gen 10 มากๆ แล้ว

hp1

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ HP Spectre x360 13 รวมไปถึงโน๊ตบุ๊ค HP ทุกรุ่น ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง HP Support Assistant เวอร์ชั่นล่าสุด โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่จากการทดสอบด้วยการเปิด Wi-Fi และปรับเป็น Power Saver Mode พร้อมลดแสงและเสียงเหลือ 10% ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้สูงสุดที่ 12 ชั่วโมง ในการใช้งานอย่างการดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต คาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ดูแล้วถือว่าใช้งานได้ยาวนาน จนแทบไม่ต้องอแดปเตอร์ไปข้างนอกสถานที่ด้วยเลย ส่วนช่องระบายความร้อนจะอยู่ด้านบนบริเวณข้อพับจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอลูมิเนียมของจอ ถึงพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

batt 5

อุณหภูมิปกติของชิปประมวลผลจะอยู่ที่ 40 – 50 – 60 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดที่ 89 องศาเซลเซียสเท่านั้น ซึ่งดูเหมือนว่าจะร้อนจริงๆ แต่ก็สามารถนำพาความร้อนออกไปด้วยความรวดเร็วเช่นกัน ด้วยพัดลม 2 ตัวแบบหมุนรอบจัด ถือว่าทำได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ แล้วล่ะ คาดว่าเพราะ Intel Core i Gen 11 มีความแรงที่มากขึ้นแต่ความร้อนปลดปล่อยน้อยลง 

อย่างไรก็ตามด้วยการที่ระบบระบายความร้อนของ HP Spectre x360 ไม่ได้ออกแบบมาให้ทำงานหนักๆ ตลอดเวลา เหมือน Gaming Notebook เครื่องอื่นๆ ซึ่งจากการทดสอบให้เครื่องประมวลผลผลหนักๆ หลายชั่วโมง อย่างไรก็ตามตัวเครื่องไม่ได้เกิดอาการค้าง หน่วง หรือมีปัญหาแต่อย่างใด  จากการที่ชุดระบายความร้อนไม่ได้ใหญ่แถมตัวเครื่องยังบางเฉียบอีกด้วย

temp2 2

Conclusion / Award

โดยรวมแล้วนั้นถือว่า HP Spectre x360 13 ปี 2021 เป็น 2-in-1 Notebook ที่ดีมากๆ รุ่นหนึ่ง การมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งรองรับอนาคตได้อีกไกลแบบสบายๆ ด้วยสเปก Intel Core i Gen 11 Tiger Lake ได้แพลตฟอร์มเป็น Intel EVO ที่ยืนยันว่าผ่านมาตรฐานระดับสูงของทาง Intel อย่างที่หาไม่ได้ในโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่น

แน่นอนว่ามีความบางเบาและพรีเมียมอย่างสุดๆ ด้วยการประกอบและดีไซน์สุดเนียบ ที่สำคัญยังเหนือชั้นกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วย จากฟีเจอร์ความปลิดภัยเพื่อความอุ่นใจ ด้วย HP Sure View โดยเป็นเทคโนโลยีกันคนแอบมองจากด้านข้าง และสวิตช์ Webcam Kill ซึ่งให้ความปลอดภัยอย่างที่สุด ซึ่งยังมี Windows 10 Pro เน้นการใช้งานระดับมืออาชีพองค์กรภาคธุรกิจอีก 

HP Spectre x360

แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้งานตามร้านกาแฟ ออฟฟิศ หรือทุกๆ ที่ที่เราต้องการหยิบออกมาใช้งาน สมกับเป็น 2-in-1 Notebook ระดับสูง ที่เราสามารถนำติดตัวไปได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมต่างๆ การทำงานขององค์กร หรือความบันเทิงส่วนตัว ที่ HP Spectre x360 13 ตอบโจทย์ได้ทั้งหมด จัดได้ว่าพิเศษกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป หรือจะกล่าวว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายขึ้นของคนยุคนี้ก็ว่าได้

HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 31

HP Spectre x360 13 ยังมาพร้อมกับระบบเสียง Bang & Olufsen คุณภาพดี ที่จัดได้ว่าให้อรรถรสของเสียงได้ดีกว่าลำโพงทั่วไปแบบรู้สึกได้ มีการเชื่อมต่อได้มาตรฐาน Intel Wi-Fi 6 AX 201 (2×2) และ Bluetooth 5 รวมไปถึงมีประกันถึง 3 ปีแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ทำให้ HP Notebook รุ่นนี้ เป็น 2-in-i Notebook ที่มีความโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งหลายๆ ตัวในตลาด สนนราคาอยู่ที่ 55,900 บาท ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คระดับไฮเอนด์ตามมาตรฐาน

HP SPECTRE x360 i7 gen11 Review 50

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของ 2-in-1 Notebook ขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง HP Spectre x360 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้ 

Best Design 

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Spectre มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน HP Spectre x360 13 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ วัสดุอลูมิเนียมคุณภาพสูง งานประกอบแน่นหนา ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์ครุ่นใหม่ ขอบจอก็บางเฉียบ ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกันอยู่สำหรับคนนำไปทำงานเป็นทางการ โดยมีสีสันให้ความโดดเด่นภาพลักษณ์ดี อีกทั้งการออกแบบยังรองรับการพับหน้าจอ 360 องศา ตามลักษณะการใช้งานของ 2-in-1 Notebook ที่ให้ความบางเบาอีกด้วย

NBS award 7 Design 

Best Mobility 

ส่วนของความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของ 2-in-1 Notebook ทั้งในความบางเฉียบและน้ำหนักเบา ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก แถมไม่ต้องกลัวว่าเครื่องจะมีปัญหาอีกด้วย เพราะระบบไม่ได้ใช้ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วยังไม่ถึง 1.3 กิโลกรัม ที่สำคัญแบตเตอรี่ยังใช้งานได้ยาวนานสูงสุดกว่า 12 ชั่วโมงกว่า เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ แทบไม่ต้องพกพาอแดปเตอร์ไปข้างนอกด้วยเลย

NBS award 4 Mobility

Best Ultrabook 

HP Spectre x360 13 จัดว่าเป็นประเภทหนึ่งของ Ultrabook ที่เป็นมาตรฐานจากทาง Intel พร้อมได้ Intel EVO จากการที่มีความแรงลื่นและความบางเบาในเครื่องเดียว โดยได้หน้าจอบางเฉียบ Micro Edge display ของ HP รวมไปถึงอีกด้านยังมี HP Sure View ลดมุมมองหน้าจอ และ Webcam Kill ปุ่มเลื่อนไปมาสำหรับเปิดปิดการใช้งานกล้องเว็บแคม ที่ช่วยเราให้เรื่องของความปลอดภัย ได้ Windows 10 Pro ที่ดีที่สุด อีกทั้งได้มาตรฐานการเชื่อมต่อขั้นสูงทั้ง Thunderbolt 4 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) จึงทำให้คว้ารางวัล Best Ultrabook ไปด้วย

NBS award 1 Ultrabook

 

from:https://notebookspec.com/web/578035-review-hp-spectre-x360-13-i7-1165g7-10p

รีวิว HP Pavilion 15 สเปก Intel Core I5-1135G7 การ์ดจอ MX450 จอ 15.6” IPS เบา 1.75 โล แบต 10 ช.ม. ราคา 25,990 บาท

HP Pavilion 15 รุ่นปี 2021 ที่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) เทคโนโลยีการผลิต 10 นาโนเมตร SuperFin ที่สุดในโน๊ตบุ๊คบางเบา อย่าง Core i5-1135G7 ที่ไม่ใช่แค่แรงขึ้น แต่มี AI ช่วยทำงานในตัว CPU พร้อมการ์ดจอออนชิปตัวใหม่อย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ทำให้ประสิทธิภาพกราฟฟิกดียิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ที่เคยมีมาทั้งหมด

ด้วยฟีเจอร์ Intel Quick Sync ไม่ว่าจะดูหนังความละเอียดสูง 4K 8K ทำงานเอกสารได้ไหลลื่น ช่วยประมวลผลด้านทำกราฟิก อาทิตระกูล Adobe ต่างๆ ทำให้ตอบสนองได้อยางรวดเร็ว ตัดต่อ Video โดยใช้ iGPU ทำงาน รวมถึงสตรีมมิ่งก็ทำได้อย่างง่ายดาย เครื่องบางเบา พกพาสะดวก แบตเตอรี่ยาวนาน ประสิทธิภาพทั้งหมดอยู่ใน HP Pavilion 15 รุ่นใหม่ที่ใช้ Intel Core i Gen 11 

HP Pavilion 15

ที่สำคัญตัวเครื่องมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.75 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟก็ลงตัวเหมือนกัน อีกทั้งมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 ที่รองรับการเล่นออนไลน์ได้ลื่นไหลใกล้เคียงการ์ดจอแยก Gaming

ทำงานร่วมกับแรมขนาด 8GB DDR4 และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สนนราคาเพียง 25,990 บาท ได้ Windows 10 และซอฟต์แวร์ช่วยจัดการ พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านด้วย และที่ให้ความคุ้มค่ามากๆ ก็คือได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2018 ซึ่งมี Word / Excel / Power Point ใช้งานติดเครื่องยาวๆ ฟรีๆ ทันที 

NBS Verdict

HP Pavilion 15 เครื่องรีวิวบทความนี้เป็นสเปกขายจริง และพร้อมขายตามหน้าร้านแล้ว ได้สเปกและดีไซน์รุ่นล่าสุด ทดสอบใช้งานจริงแล้วน่าจะตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดีทีเดียวกับโน้ตบุ๊ตบางเบา ที่ให้ความสดใหม่แบบสุดๆ กับสเปกชิปประมวลผล Intel Core i5-1135G7 ที่จัดเต็มเรื่องเทคโนโลยี การผลิต 10 นาโนเมตร SuperFin ที่มี AI ช่วยงานประมวลผลร่วมกับซอฟต์แวร์ที่รองรับ อาทิ Microsoft Office ที่ประกอบไปด้วย Word / Excel / Power Point ซึ่งทำให้การทำงานมีความลื่นไหลกว่า Gaming Notebook แรงเสียอีก

HP Pavilion 15 2021 Review 15

รวมถึงโปรแกรมตระกูล Adobe อย่าง Photoshop / Lightroom ซึ่งช่วยให้ทำงานเร็วขึ้นกว่า พร้อมด้วยการ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphics ซึ่งรองรับการแสดงผลภาพหน้าจอภายนอกสูงสุดที่ 4K – 8K ทำงานร่วมกับการ์ดจอ GeForce MX450 ที่เล่นเกมได้ลื่นไหลกว่า MX รุ่นก่อนๆ โดยมีแรม 8GB รองรับการอัพเกรดใส่เพิ่มได้อีก 1 แถวทันที พร้อมติดตั้ง SSD 512GB มาในราคาไม่แพง โดดเด่นด้วยตัวเครื่องที่มีความพรีเมียม พร้อมความบางเบา และแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป

ส่วนเรื่องอื่นๆ ถือว่าลงตัวมากๆ ในราคาที่เราจ่ายไป ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์งานประกอบ ประสิทธิภาพความลื่นไหล แบตเตอรี่และพอร์ตการเชื่อมต่อ แต่ถ้าเป็นข้อสังเกตเล็กน้อยก็น่าจะเป็นเรื่องของขอบเขตสีหน้าจออยู่ในระดับกลางๆ ซึ่งเหมาะกับงานทั่วไปมากกว่างานแบบมืออาชีพ รวมไปถึงในส่วนของความร้อนชิปประมวลผลที่อาจจะดูสูงไปหน่อย แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ไม่มีปัญหาใดๆ และปิดท้ายก็คือไม่ได้พอร์ตเป็น Thunderbolt 4 มาด้วยเท่านั้นเอง ซึ่งเทียบกับราคา 25,990 บาท ก็นับว่ารวมๆ แล้วคุ้มค่าน่าใช้งาน 

HP Pavilion 15 2021 Review 46

การรับประกันอย่าง HP On-site Service รับซ่อมเครื่องถึงหน้าบ้านเป็นระยะเวลา 2 ปี + Smart Friend (Plus) 1 ปี กู้ข้อมูลฟรี 1 ครั้ง , เช็คเครื่องฟรี 2 ครั้ง และ Call Center Support ตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มความคุ้มยิ่งเพิ่มเข้ามาอีกเยอะเลยล่ะ เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน๊ตบุ๊คที่เน้นประสบการณ์ใช้งานที่ดีเหนือระดับกว่าโน๊ตบุ๊คยุคก่อนๆ ในราคาที่จ่ายถูกกว่า ก็ตามไปจัด HP Pavilion 15 ได้เลย โดยรวมแล้วเหมาะกับนักเรียนนักศึกษา คนทำงานที่เน้นใช้งานพื้นฐาน เล่นเกมบ้าง ให้ความสำคัญเรื่องดีไซน์ที่ดูดีในราคาที่คุ้มค่า โดยได้สเปกที่แรงลื่นเพียงพอกับการใช้งาน

HP Pavilion 15 2021 Review 75

ข้อดี HP Pavilion 15

  • ตัวเครื่องออกแบบใหม่ ให้ความสวยงามและหรูหรา งานประกอบดี พร้อมมีให้เลือก 2 สีสัน 
  • ขอบจอบางเฉียบ ตัวเครื่องบางเบา เพียง 1.75 กิโลกรัม บางเฉียบ 17.9 มิลลิเมตร
  • ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 11 รุ่นใหม่ล่าสุด และการ์ดจอแยก GeForce MX 450
  • ได้แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz ที่ใช้งานได้ทันที หรือจะอัพเกรดก็ทำได้เลย
  • มาพร้อมหน่วยความจำสำรอง SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ความเร็วสูงเพียงพอ
  • ประสิทธิภาพดี รองรับการทำงานและได้เล่นเกมออนไลน์ ได้อย่างลื่นไหล
  • มีพอร์ต USB 3.2 Type-A ทั้งหมด พร้อม USB 3.2 Type-C
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง
  • รับประกัน 2 ปีแบบ On-site Service
  • HP SmartFriend (Plus) บริการหลังการขายที่มากกว่า

ข้อสังเกต HP Pavilion 15

  • พอร์ต USB-C ยังไม่ได้เป็นมาตรฐาน Thinderbolt 4 แต่รองรับ PD 
  • พาเนลจอเป็น IPS ให้ขอบเขตสีระดับกลางๆ เหมาะกับงานพื้นฐานทั่วไป
  • ความร้อนชิปประมวลผลดูสูงไปหน่อยเมื่อทำงานหนักๆ แต่ไม่มีผลต่อการใช้งาน

Specification

HP Pavilion 15 ปี 2021 มาพร้อมสเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุด อย่าง Intel Core i5-1135G7 (อนาคตน่าจะมี Core i7-1165G7 มาเป็นตัวเลือก) สถาปัตยกรรม Tiger Lake เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร SuperFin ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread ความเร็ว 2.40 – 4.20 GHz โดยมี AI ในตัวช่วยประมวลผลงานต่างๆ มีค่า TDP ที่ 15Watt

โดยมีการ์ดจอบนชิปเป็น Intel Iris Xe Graphics ตัวแรง พร้อมการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX 450 (2GB GDDR6) ที่แรกกว่า รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ รวมไปถึงเล่นเกม ส่วนใส่ที่เก็บข้อมูลให้มาแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB พร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200 MHz (รองรับการอัพเกรดอีก 1 แถวทันที)

HP Pavilion 15 eg0034TX spec

ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล IPS คุณภาพดี ความคมชัดสูง มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.2 Type-C จำนวน 1 ช่อง, micro-SD Card Reader, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ

อัพเดทรองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 AX201 (2 x 2) กับ Bluetooth 5.0 พร้อมการรับประกัน 2 ปีแบบ On-site Service ตามมาตรฐานของ HP ที่ทุกคนไว้ใจได้ ที่สำคัญก็คือนอกจากระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ติดเครื่องมาให้พร้อมใช้งานแล้ว ยังให้ในส่วนของโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 มูลค่ากว่า 4,299 บาท มาฟรีๆ ติดเครื่องยาวๆ ไม่ต้องไปซื้อเพิ่มแยกต่างหากด้วย

HP Pavilion 15-eg0034TX ราคา 25,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + MX450
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 60Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB 
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Microsoft Office Home & Student 2018
  • Warranty : 2 Year Onsite Service

HP Pavilion 15-eg0033TX ราคา 25,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + MX450
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 60Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB 
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Microsoft Office Home & Student 2018
  • Warranty : 2 Year Onsite Service

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบของ HP Pavilion 15 ปี 2021 วัสดุเป็นโลหะเกือบทั้งหมด โดดเด่นด้วยสีสันให้เลือก 2 สีคือเทา (Natural Silver) และน้ำเงิน (Fog Blue) โดยในรีวิวนี้เป็นสีน้ำเงิน เน้นไปที่ความเรียบง่าย จัดว่าพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นก่อนๆ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น HP อยู่อย่างชัดเจน ด้วยวัสดุเกรดดีทั้งหมด ทำให้ได้งานประกอบแน่นหนา

ฝาหลังวัสดุเป็นโลหะอลูมิเนียมอัลลอยด์ พื้นผิวแบบเรียบๆ มีโลโก้ HP สีเงินมันวาวดูหรูหรา พื้นผิ้วติดมือทำให้เวลาจับไม่ลื่น แกนฝาพับก็เป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ ส่วนตัวบอดี้ด้านในที่เป็นบริเวณคีย์บอร์ดวัสดุจะเป็นพลาสติกที่ให้สัมผัสคล้ายโลหะส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะส่วนหนึ่งของแป้นคีย์บอดร์ดให้ความเรียบเนียน

HP Pavilion 15 2021 Review 68

ส่วนด้านในตัวเครื่องบริเวณที่พักข้อมือก็จะเป็นสีเงินเช่นเดียวกัน ให้ความเรียบง่ายแต่ดูดีเช่นกัน รวมถึงแป้นคีย์บอร์ดก็เป็นสีเงิน ช่วยเสริมความสวยงามได้ดี จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่บางเบาพกพาง่ายกว่าเดิมมาก ด้วยน้ำหนักเพียง 1.75 กิโลกรัม และด้วยความบางของตัวเครื่องที่ 17.9 มิลลิเมตร ตามสไตล์โน๊ตบุ๊คสมัยนี้ที่เน้นบางเบาและขอบจอต้องบางด้วย เหมาะกับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นที่ราคาไม่แพง เน้นใช้งานทั่วไป ประสิทธิภาพดีลื่นไหลใช้งานได้ยาวๆ สวยงามเกินราคา

HP Pavilion 15 2021 Review 70

HP Pavilion 15 รุ่นใหม่ ต้องบอกว่างานดีจริงๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คเพื่อใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสารหรือเล่นอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ รวมไปถึงงานหนักๆ หรือเล่นเกมก็สามารถรองรับได้อย่างสบายๆ ที่สำคัญก็คือในส่วนของดีไซน์การเปิดตัวหน้าจอจะมียางรองด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องและชุดคีย์บอร์ดให้เอียงรับเพื่อทำมุมอย่างเหมาะสมเวลาเปิด ทำให้เวลาที่ใช้งานนั้นผู้ใช้จะรู้สึกว่าตัวเครื่องมีการระบายอากาศทางด้านล่างของโน๊ตบุ๊คออกไปอย่างรวดเร็วและให้ความรู้สึกสะดวกสบายมากขึ้นเวลาพิมพ์

HP Pavilion 15 2021 Review 66

ส่วนระบบระบายความร้อนก็ได้ติดตั้งอยู่ใต้หน้าจอ ทำให้หมดกังวลเรื่องปัญหาที่จะทำให้ร้อนมืออย่างรุ่นก่อนๆ โดยบานพับเป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ที่แลดูแข็งแรงทนทานเข้ากับเครื่อง อาศัยระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมถึง 2 ตัวด้วยกัน (ทั่วไปสเปกนี้จะให้มาแค่ตัวเดียวเท่านั้น) ในการใช้งานจริงๆ แทบไม่มีความร้อนแผ่ขึ้นมาเลย รวมๆ HP Pavilion 15 สเปก Intel Core i Gen 11 Tiger Lake  ถือว่าออกแบบมาได้เรียบง่ายแต่ดูดีเกินราคาไปมากจริงๆ กับราคาล่าสุดเพียง 25,990 บาท นับได้ว่าราคาไม่แพงเลย

HP Pavilion 15 2021 Review 71

HP Pavilion 15 2021 Review 39
HP Pavilion 15 2021 Review 47
HP Pavilion 15 2021 Review 48
HP Pavilion 15 2021 Review 55
HP Pavilion 15 2021 Review 58
HP Pavilion 15 2021 Review 60
HP Pavilion 15 2021 Review 38
HP Pavilion 15 2021 Review 25
HP Pavilion 15 2021 Review 6

Keyboard / Touchpad

ชุดคีย์บอร์ดของ HP Pavilion 15 ปี 2021 นั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีน้ำเงินเข้ากับตัวเครื่อง (ถ้าเครื่องเป็นสีเทาปุ่มก็จะเป็นสีเทา)โดยสกรีนตัวอักษรเป็นข่าว อีกทั้งได้รับการปรับดีไซน์ใหม่แบบ Island Style ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับคนที่นิ้วเล็กนิ้วใหญ่สามารถใช้งานได้สะดวกทั้งหมด อีกทั้งให้สัมผัสและการเด้งตอบสนองได้ดีในระดับหนึ่ง

โดยขนาดของคีย์บอร์ดเป็นไซต์แบบปกติของโน๊ตบุ๊คจอ 15.6″ ซึ่งจะมีแป้นตัวเลขในส่วนของ Numpad มาให้ แน่นอนว่ามีไฟ Backlit สีขาวทำให้ใช้งานในที่มืดๆ หรือแสงน้อยได้ดีด้วย สำคัญคือเพิ่มความหรูหราเข้าไปอีก นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งปุ่มสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint มาเพื่อเข้าใช้งาน Windows 10 ได้สะดวกสบายและรวดเร็วปลอดภัยด้วย 

HP Pavilion 15 2021 Review 17

ทางด้านทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่และยาวเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปุ่มคลิกซ้ายขวาเป็นแบบซ่อนปุ่ม การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ กดไม่มียวบยาบ งานประกอบดี ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ใช้งานมัลติทัชร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้อย่างลื่นไหล ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่เหนือปุ่ม Backspace พร้อมมีไฟ LED สีขาวแสดงสถานะการทำงาน 

HP Pavilion 15 2021 Review 18
HP Pavilion 15 2021 Review 21
HP Pavilion 15 2021 Review 20

Screen / Speaker

ในส่วนของหน้าจอเป็นแบบจอกระจกที่สดใส ขนาด 15.6″ บนความละเอียดในระดับ Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล  ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คในปี 2021 โดยใช้พาเนล IPS ซึ่งให้สีสันที่ดีในระดับที่สวยงาม มุมมองกว้าง ซึ่งไม่ว่าจะนำมาเล่นเกม ดูหนังฟังเพลง หรือชมวีดีโอจาก YouTube ก็ได้สบายๆ

ภาพที่เห็นก็คมชัดดี ให้ความเรียบเนียนกว่าความละเอียด HD เดิมๆ ตัวงานประกอบขอบหน้าจอก็ทำได้ดีเป็นพลาสติกสีดำด้านแบบขอบบางเฉียบทั้ง 4 ด้าน ส่วนขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้องเว็บแคมพร้อมไมโครโฟน รวมถึงยังมีหลอดไฟ LED สำหรับแสดงสถานะว่ากล้องทำงานอยู่

HP Pavilion 15 2021 Review 10

เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการที่ใส่ยางขอบจอแบบติดเนียนตามตลอดแนวขอบจอเลย ทำให้ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น ฉะนั้นมั่นใจเรื่องความแข็งแรงทนทานได้เลย

HP Pavilion 15 2021 Review 12
HP Pavilion 15 2021 Review 11
HP Pavilion 15 2021 Review 33

ให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 62% และ AdobeRGB ที่ 46% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับที่น่าประทับใจมาก ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้สบายๆ เหมาะกับการใช้งานนอกสถานที่ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน ยิ่งได้เรื่องความละเอียดหน้าจอที่สูงกว่า Full HD ด้วย ยิ่งตอบโจทย์ได้ยอดเยี่ยม

s1 4
s2 4
s3 4

 ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องมุมซ้ายบนของจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่สุด แต่สำหรับช่องแถวล่างช่องแถวล่างซ้ายและขวาจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 13%ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

HP Pavilion 15 2021 Review 27

ทางด้านลำโพงจะเป็นแบบสเตอริโอของ B&O แบบ 2W x 2 ซึ่งถูกติดตั้งอยู่เหนือชุดคีย์บอร์ด คุณภาพถือว่าดีเยี่ยมเพียงพอที่จะใช้งานในด้านของความบันเทิงทั่วๆ ไป เช่นดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมต่างๆ ได้ตามมาตรฐาน ซึ่งตัวลำโพงจะวางอยู่ด้านบนคีย์บอร์ด ทั้งในด้านคุณภาพของเสียงและระดับความดังของเสียงอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานโน๊ตบุ๊คทั่วไป ตอบสนองการใช้งานพื้นฐานได้หมด

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง HP Pavilion 15 นี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีความครบครับอย่างมากเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบาแต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียวไม่ว่าจะเป็น

USB 3.2 Type-A จำนวน 2 พอร์ต, USB 3.2 Type-C อีก 1 พอร์ต, HDMI, micro-SD Card Reader และช่องต่อหูฟังกับไมค์ขนาดแบบคอมโบขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร เพียงพอต่อการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ในยุคปัจจุบัน แต่ก็เสียดายที่ USB-C ที่ให้มาไม่ได้เป็น Thunderbolt 4 แต่ก็ยังรองรับการชาร์จไฟ PD อยู่

HP Pavilion 15 2021 Review 40

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊ค 15.6″ นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ขนาด 36.16 x 24.56 x 1.79 เซนติเมตร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.75 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอแด็ปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีน้ำหนักราวๆ 2 กิโลกรัมนิดๆ เท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักเบามาก ซึ่งแน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คในยุคปัจจุบันทีเดียวเลย เน้นใช้งานแบบยกไปยกมาตามร้านกาแฟ ออฟฟิศ มหาวิทยาลัยได้แบบคล่องตัวสุดๆ

HP Pavilion 15 2021 Review 42
HP Pavilion 15 2021 Review 45
HP Pavilion 15 2021 Review 62

Inside / Upgrade

การแกะฝาฝาล่างทั้งหมดของตัวเครื่องเพื่ออัพเกรดหรือทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ไขน็อตทั้งหมด แต่ก็ต้องระวังเพราะมีน็อตส่วนที่ซ่อนอยู่ตรงยางรองตัวเครื่อง 2 จุด ต้องใช้นิดงัดออกมาก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยๆ แงะแกะทีละส่วนขึ้นอย่างช้าๆ เพียงเท่านี้ก็จะแกะฝาล่างได้ไม่ยากเย็น ส่วนประกอบภายในอื่นๆ  มีงานประกอบเรียบร้อยดี หลักๆ  แล้วเห็นได้ชัดถึงเมนบอร์ด แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ พร้อมระบบระบายความร้อนเป็นพัดลม 2 ตัว ฮีตไปป์ 2 เส้น มีช่องระบายความร้อน 2 ช่องแบบติดกัน

HP Pavilion 15 2021 Review 1

สำหรับฮาร์ดแวร์ภายใน เราจะเห็นถึงการติดตั้งแรมฝังบอร์ดมาแล้วขนาด 8GB x 1 ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานพื้นฐานทันทีไม่ต้องไปหาซื้อมาเพิ่มเองภายหลังแต่อย่างใด หรือจะอัพเกรดก็มีช่องว่างอีก 1 ช่อง พร้อมกันนั้นเราจะเห็นถึง SSD แบบ M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ให้การใช้งานเป็นไปอย่างลื่นไหลไร้คอขวด ที่ต้องบอกว่าสำหรับการใช้งานทั่วไปจนไปถึงทำงานตัดต่อวีดีโอที่ไม่ซับซ้อนมาก สำหรับสเปกฮาร์ดแวร์ภายในถือว่าเหลือเฟือในการใช้งานเลยล่ะ

HP Pavilion 15 2021 Review 2
HP Pavilion 15 2021 Review 4
HP Pavilion 15 2021 Review 5

Performance / Software

HP Pavilion 15 สเปก Intel Core i Gen 11 เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลยครับ โดยเลือกใช้ชิป Intel Core i5-1135G7 ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 2.40 – 4.20 GHz ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin พร้อมมี AI ช่วยในการทำงานตัว ที่ดีกว่า Intel Core i Gen 10 อย่างที่ชิปประมวลผลรุ่นอื่นๆ ไม่สามารถให้ได้ พร้อมกันนั้นโน้ตบุ๊ครุ่นนี้สามารถรีดประสิทธิภาพได้ด้วย

c1 4.   c2 4

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 8GB แบบปกติ 1 แถว (SO-DIMM) เป็นมาตรฐาน DDR4 Bus 3200 MHz ตามเทคโนโลยีของ Intel Core i Gen 11 พร้อมเหลืออีกหนึ่งช่องรองรับการอัพเกรดเป็น 16GB ที่ทำงานแบบ Dual Channel ได้ทันที

พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูง ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน ส่วนถ้าต้องการเคลียร์เครื่อง ก็สามารถใช้งานฟังก์ชัน Reset this PC ที่อยู่ใน Settings ของ Windows 10 ได้เลยโดยไม่ต้องฟอร์แมต SSD เพื่อลง Windows ใหม่

g1 4.   g2 3

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง อีกทั้งยังมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 (2GB GDDR6) มาร่วมทำงานในส่วนของที่ทรัพยากรมากกว่า ที่ต้องบอกว่าประสิทธิภาพใกล้เคียงกับการ์ดจอ Gaming ระดับเริ่มต้นเลยทีเดียว 

cine15 4.   cine20 4

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U Series รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก รวมไปถึงตัวการ์ดจอออนชิปเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอที่อัพเกรดใหม่ที่เน้นการทำงาน 3 มิติที่ดียิ่งขึ้น

ssd 4

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับกลางๆ แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1881 MB/s และเขียนที่ 975 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมแม้ไม่เร็วมาก จัดว่าเป็น SSD M.2 NVMe ที่เพียงพอต่อการใช้งานแน่นอน

pc10 3

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,594 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานที่ดีกว่าโน๊ตบุ๊คสเปกใกล้เคียงกัน โดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 มีการ์ดจอออนชิปตัวดีที่สุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics + MX450 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในช่วงราคาใกล้เคียงกันเมื่อปีก่อนๆ และคาดว่าถ้าอัพเกรดแรมเป็น 16GB Dual Channel ต้องแรงขึ้นกว่านี้แน่นอน

gametest 1

ทดสอบการเล่นเกมจริงๆ เพื่อดูความลื่นไหลเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมาก โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-1135G7 ที่สามารถรีดพลังได้เต็มที่

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 62 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 39 ในส่วนของเกมอื่นๆ อย่าง Overwatch / PUBG ที่ปรับ Max ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยแล้วอยู่ที่  46 / 25 ซึ่งช่วงต่ำสุดจะอยู่ที่ 36 / 15 แนะนำว่าถ้าเล่นจริงๆ ปรับกราฟิกระดับกลางๆ จะเหมาะกว่า 

hp4

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ HP Notebook รุ่นนี้ รวมไปถึงโน๊ตบุ๊ค HP ทุกรุ่น ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง HP Support Assistant โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คยุคใหม่ ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราว 9 – 10 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) ด้วยการปรับเป็น Power Saver Mode พร้อมลดเสียงกับแสงหน้าจอเหลือ 10% คาดว่าอาจจะได้น้อยกว่านี้โดยปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ว่าเปิดโปรแกรมอะไร อย่างถ้าใช้ Microsoft Edge ก็จะใช้งานได้ยาวนานกว่า Chrome ส่วนระบบระบายความร้อน มาพร้อมพัดลม 2 ตัว ซ่อนอยู่ใต้หน้าจอ 

batt 3

อุณหภูมิต่ำสุดของเครื่องจะอยู่ที่ 40 – 50 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าชิปประมวลผลร้อนที่สุดที่ 98 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนการ์ดจอจะร้อนสุดอยู่ที่ 80 องศาเซลเซียส จากการใช้โปรแกรมรีดประสิทธิภาพและเล่นเกมแบบต่อเนื่อง นับว่าระบบระบายความร้อน HP Notebook เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีกว่าโน๊ตบุ๊คสเปกใกล้เคียงกัน แม้จะดูว่าร้อนแต่ก็ระบายได้รวดเร็ว รวมไปถึงเฟรมเรทเล่นเกมก็ทำได้ดี ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุดที่มีมีเทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลง

temp2 1

Conclusion / Award

สรุปรีวิวได้ว่า HP Pavilion 15 ปี 2021 เป็นโน๊ตบุ๊คสายพรีเมียมดูดีในราคาไม่แพง ได้ดีไซน์บางเบาหน้าจอขนาด 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยสเปกชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด Intel Core i5-1135G7 โดดเด่นด้วยการ์ดจอออนชิปที่ดีที่สุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ช่วยในการแสดงภาพความละเอียดสูง

โดยมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 ที่รองรับการเล่นออนไลน์ได้ลื่นไหล ได้พัดลมระบายความร้อน 2 ตัว ฮีตไปป์ 2 เส้น ส่วนใส่ที่เก็บข้อมูลให้มาแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB ความเร็วสูงจัด พร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 จำนวน 1 แถว พร้อมได้ Office Home & Student 2019 ในราคาเพียง 25,990 บาท ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ

HP Pavilion 15 2021 Review 72

HP Pavilion 15 ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่พอใช้งานทั่วๆ ไป อย่างพิมพ์งานเอกสารหรือเล่นอินเตอร์เน็ต ได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด รวมไปถึงความบันเทิงอย่างดูหนังฟังเพลง Steaming กับความบางและน้ำหนักที่เหมาะแก่การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่มากๆ เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาคนทำงาน ที่ต้องโน๊ตบุ๊คหน้าจอใหญ่ ที่มีความคล่องตัว ความแรงรองรับการใช้งานทั่วไปได้สบาย และพอเล่นเกม 3 มิติได้

รวมไปถึงยังประหยัดพลังงาน แบตเตอรี่ก็ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง กับราคาเบาๆ เป็นเจ้าของได้ง่ายด้วยราคาที่สองหมื่นบาทกลางๆ ที่ต้องขอบอกว่าคุ้มค่ามากๆ สำหรับคนที่ต้องการมองหาโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงบางๆ เบาๆ ไว้ใช้งานนอกบ้าน ก็สามารถซื้อได้ที่ร้านค้าไอทีต่างๆ ทั่วประเทศ หรือจะสั่งซื้อออนไลน์สามารถทำได้เลย แต่อย่างไรก็ตามแนะนำว่าอัพเกรดแรมเป็น 16GB น่าจะช่วยเรื่องประสิทธิภาพได้อีก 

HP Pavilion 15 2021 Review 74

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ต บุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6″ ด้วยกัน ซึ่ง HP Pavilion 15 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

HP Pavilion 15 ปี 2021 เป็นโน๊ตบุ๊คที่รองรับการทำงานรอบด้านและมาพร้อมหน้าจอ 15.6″ ที่ให้วัสดุเกรดคุณภาพ อีกทั้งมีดีไซน์ที่ทันสมัยสุดๆ แน่นอนว่าทำได้น่าประทับใจเสมอมาสำหรับ HP ซีรีส์ระดับกลาง จากวัสดุที่ดีอย่างโลหะ สีสันเป็นสีเงินเทาหรือน้ำเงินตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมพื้นผิวแบบเรียบเนียน งานประกอบก็มีความเรียบร้อยแบบสุดๆ แถมยังบางเบาพกพาง่ายกว่าเดิมมาก ด้วยน้ำหนักเพียง 1.75 กิโลกรัม และด้วยความบางของตัวเครื่องเพียงที่ 17.9 ม.ม. จากแบตเตอรี่ที่นำไปไว้ในตัวเครื่อง ตามสไตล์โน๊ตบุ๊คที่เน้นความบางเบาก็ว่าได้

NBS award 7 Design 

Best Value

HP Pavilion 15 ปี 2021 รุ่นนี้มีความโดดเด่นสุดๆ เพราะเป็นรุ่นแรกๆ ของ HP ที่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake อย่าง Core i7-1135G7 ตัวประหยัดพลังงานรุ่นล่าสุด ทำงานร่วมกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วยแรมขนาด 8GB ที่เพียงพอ (หรือจะอัพเกรดเพิ่มก็ทำได้) และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่แรงมากๆ อีกด้วย (สนนราคาเพียง 25,990 บาท ได้ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านตามมาตรฐาน HP ด้วย และ Office 2019 ถือว่าคุ้มค่าน่าใช้งานสุดๆ

award new value

 

from:https://notebookspec.com/web/577409-hp-pavilion-15-review-i5-1135g7-mx450

[Guest Post] เอชพี เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ HP Latex ปฏิวัติอุตสหกรรมการพิมพ์ดิจิทัล เพิ่มความหลากหลายสู่ความยั่งยืน

เครื่องพิมพ์ HP Latex 700 และ 800 ซีรีส์ใหม่ เสริมศักยภาพผู้ให้บริการด้านงานพิมพ์รองรับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลง

 

เอชพี อิงค์ เปิดตัวโซลูชันการพิมพ์ล่าสุดกลุ่มเครื่องพิมพ์ HP Latex ช่วยเสริมศักยภาพผู้ให้บริการด้านงานพิมพ์สามารถรับมือกับความต้องการหลากหลายของลูกค้าและความท้าทายของงานพิมพ์ยุคใหม่ ในช่วงปีที่ผ่านมาเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมการพิมพ์ขนาดใหญ่ เพื่อช่วยธุรกิจอยู่รอด กลุ่มผลิตภัณฑ์ HP Latex 700 และ 800 รุ่นใหม่ได้เพิ่มคุณลักษณะพิเศษที่ช่วยผู้ประกอบการด้านการพิมพ์คล่องตัวมากขึ้น สามารถรับงานที่มีความซับซ้อน และสร้างมูลเพิ่มสูงสุดให้กับผลงาน นอกจากเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการพิมพ์ที่รวดเร็วให้ทันก่อนกำหนด สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจเหนือคู่แข่ง

จุดเด่นของเครื่องพิมพ์ HP Latex คือความสามารถในการตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นงานพิมพ์เร่งด่วนหรือภายใต้เงื่อนไขต่างๆ สามารถพิมพ์ส่งได้ทันก่อนกำหนด และมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม เครื่องพิมพ์ HP Latex สำหรับผลิตป้ายและงานตกแต่งต่างๆ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งสู่ความยั่งยืน” กาเยน เซนมาร์ติน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจการพิมพ์ขนาดใหญ่ของเอชพี กล่าว “กลุ่มผลิตภัณฑ์ Latex 700 และ 800 ซีรีส์ใหม่จะช่วยผู้ให้บริการด้านการพิมพ์สามารถรับมือกับความท้าทายของลูกค้าในยุคใหม่ที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังรองรับงานพิมพ์อื่นๆ ที่มีความต้องการซับซ้อนสูงขึ้น ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่า งานเหล่านั้นจะได้รับการผลิตได้ทันส่งมอบ”

กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ประกอบด้วยเครื่องพิมพ์ HP Latex 700/800 และ HP Latex 700W และ 800W เพิ่มคุณลักษณะพิเศษของหมึกสีขาวแบบแวววาวเป็นครั้งแรกในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ซึ่งเป็นหมึกสีขาวที่สุดในตลาดและไม่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง[i] ความสามารถพิมพ์สีได้ตรงกับต้นแบบและเมื่อตัดกับสีเข้มยิ่งสร้างความโดดเด่นคมชัดช่วยสร้างความเติบโตธุรกิจ

พัฒนาหัวพิมพ์ใหม่เพิ่มจำนวนหัวฉีดและความเร็วสูงถึง 36 ตารางเมตร ต่อชั่วโมง (388 ฟุต² / ชม.) ทำให้ HP Latex 800 และ 800W สามารถผลิตได้มากขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน งานพิมพ์จากซีรีส์ 700/800 รุ่นใหม่จะให้สีสันสดใสและรายละเอียดของภาพและข้อความคมชัดแม้ว่าจะพิมพ์ด้วยระดับความเร็วสูงขึ้น ก็ตาม HP PrintOS ยังช่วยให้ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์ตรวจสอบและควบคุมการพิมพ์ในระหว่างการผลิตผ่านอินเทอร์เฟซบนคลาวด์ที่สามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา

ผลวิจัยล่าสุดของเอชพี ระบุว่า 85% ของผู้ให้บริการด้านการพิมพ์ต้องการผลิตภัณฑ์และธุรกิจความยั่งยืน[ii] เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ HP Latex รุ่นใหม่ สานต่อความมุ่งมั่นที่มีมาอย่างยาวนานด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการพิมพ์ของเอชพี โดยทั้ง 4 ซีรีส์ของ HP Latex 700 และ 800 ใช้ตลับหมึก HP Eco Carton ซึ่งทำจากวัสดุกระดาษการ์ดบอร์ด ลดปริมาณการใช้พลาสติกลงกว่า 80% และหมึกพิมพ์ของเอชพีมีน้ำเป็นส่วนประกอบ water-based inks ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

พัฒนาประสิทธิภาพ HP Latex Print and Cut Plus

นวัตกรรมล่าสุด Latex Print and Cut สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพร่วมกับ HP Latex 700 และ 800 ซีรีส์[iii] ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อัปเดตซอฟต์แวร์ Raster Image Processor (RIP) และอุปกรณ์ตัดแต่งใหม่เพิ่มประสิทธิภาพได้ดีขึ้น ใช้งานง่ายกว่าที่เคยสำหรับงานพิมพ์ป้ายและงานพิมพ์ตกแต่งอื่นๆ

โซลูชันการพิมพ์ HP Latex Print and Cut Plus ประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์

  • เครื่องพิมพ์ HP Latex 335 Print and Cut Plus Solution
  • เครื่องพิมพ์ HP Latex 315 Print and Cut Plus Solution
  • เครื่องพิมพ์ HP Latex 64 Plus Cutting Solution
  • เครื่องพิมพ์ HP Latex 54 Plus Cutting Solution

คุณสมบัติใหม่รวมถึงความแม่นยำในการตัดแต่งที่ยอดเยี่ยมผ่านการกำหนดค่าด้วยระบบตำแหน่งแสง (OPOS) จากการพัฒนานี้ เครื่องตัดของเอชพีจะอ่านเส้นด้านในสีดำของงานพิมพ์และวัดเพิ่มเติมจาก HP บาร์โค้ดที่อยู่บนงานพิมพ์ที่ระบุไว้ โซลูชันสำหรับการตัดใหม่ของ Latex 64 และ 54 Plus ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นด้วยการใช้แรงของหัวกดที่สูงขึ้นถึง 600gr ช่วยให้แรงกดมีประสิทธิภาพในการตัดที่แม่นยำแม้ใช้วัสดุที่หนาขึ้น

การใช้งานอินเทอร์เฟซหน้าจอสีสัมผัสสามารถตอบสนองได้ดีรวมถึงเมนูอื่นๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นให้สามารถใช้งานได้ง่าย และกล่องใส่สิ่งพิมพ์ที่ออกแบบมาใหม่ให้มีขนาดเล็กลงเมื่อพับซึ่งช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ ได้ดีขึ้น

 

พัฒนาเครื่องพิมพ์ HP PageWide XL ใหม่

เอชพีได้เพิ่มเครื่องพิมพ์ HP PageWide XL สำหรับโซลูชันการพิมพ์ขนาดใหญ่ โดยมุ่งตอบโจทย์ระดับองค์กรใหญ่และระดับกลาง ตลอดจนอุตสาหกรรมโรงพิมพ์ที่ให้บริการสถาปัตยกรรม วิศวกรรมและการก่อสร้าง โซลูชันใหม่ใช้งานง่าย เพิ่มความรวดเร็วในการพิมพ์และมีความปลอดภัย

เครื่องพิมพ์รุ่นใหม่ประกอบด้วย

  • เครื่องพิมพ์ PageWide XL 3920 MFP
  • เครื่องพิมพ์ PageWide XL 4200 และ MFP
  • เครื่องพิมพ์ PageWide XL 5200 และ MFP
  • เครื่องพิมพ์ PageWide XL 8200

เครื่องพิมพ์ HP PageWide XL รุ่นใหม่ตอบสนองความต้องการด้านการผลิตของผู้ใช้และมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้น โดยภายในรุ่น 4200 และ 5200 มีแผงด้านหน้าที่ใหญ่ขึ้นเป็น 15.6 นิ้ว (จาก 8 นิ้ว) ทำให้ผู้ใช้สามารถดูตัวอย่างการสแกนแบบเรียลไทม์และทำงานพิมพ์ที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้สามารถทำการแก้ไขภาพไม่ว่าจะเป็นการครอบภาพ ความคมชัด ความสว่าง และหมุนภาพได้โดยตรงจากแผงควบคุม

สำหรับผู้จัดการฝ่ายไอทีและนักออกแบบ CAD ในธุรกิจระดับองค์กรและระดับกลาง การรักษาความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ โดยโซลูชัน PageWide XL ใหม่สามารถปกป้องธุรกิจในโลกที่เชื่อมต่อกันมากขึ้นซึ่งรวมถึง HP SecureBoot, Whitelisting และ HP Connection Inspector ทำให้กลุ่มเครื่องพิมพ์ PageWide XL รุ่นใหม่เป็นเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่และปลอดภัยที่สุด[iv]

 

การจัดจำหน่าย เครื่องพิมพ์ HP Latex 700 และ 800 ซีรีส์  พร้อมโซลูชันอัปเดตล่าสุด HP Latex Cut and Print Plus และเครื่องพิมพ์ HP PageWide XL รุ่นใหม่ คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป

 

ข้อมูลเกี่ยวกับ HP Inc.

เอชพี อิงค์ มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภค ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และสังคมอย่างแท้จริง ด้วยพอร์ทโฟลิโอด้านเทคโนโลยี ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ โซลูชันการพิมพ์ 3 มิติ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอชพี สามารถเข้าชมได้ที่ hp.com

[i] สีขาวเจิดจรัสที่สุดด้วยเทคโนโลยี ISO / DIS 23498 เทียบกับตัวเลือกอื่นของคู่แข่งที่ใช้เทคโนโลยีโซลเวนท์และยูวีที่มีราคาต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ณ เดือนพฤษภาคม 2020 ทำการทดสอบความทึบของสีดำที่เกาะติดกับพื้นผิวไวนิลแบบมีกาวในตัว (L *: 4.16 – a: 0,48-b: 2 ,34) ด้วยโหมดการพิมพ์ UF 160% โดยใช้ตลับหมึกสีขาวรุ่น Latex HP 832 White Latex Ink ขนาด 1 ลิตร ความทึบแสงที่มองเห็นได้ = 91%

[ii] การวิจัยของเอชพีร่วมกับ C Space โดยสำรวจในวันที่ 6-12 ตุลาคม 2020 โดยมีผู้ให้บริการด้านการพิมพ์(PSP) ที่เป็นเจ้าของเครื่องพิมพ์ Latex 102 เครื่อง

[iii] เครื่องพิมพ์ HP Latex 700 และ 700W สามารถเชื่อมต่อได้โดยตรงในขณะที่เครื่องพิมพ์ HP Latex 800 และ 800W ต้องการการอัปเกรด RIP

[iv]  อ้างอิงจากการเปรียบเทียบข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เผยแพร่โดยเอชพีและร่วมกับ Sogeti ในเดือนกันยายน 2020 เปรียบเทียบกลุ่มผลิตภัณฑ์ HP PageWide XL และคู่แข่งที่แสดงส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ของเครื่องพิมพ์ LED และ UV-gel ทั่วโลก ณ ปี 2019 ของ IDC เทียบกับเมทริกซ์และรายละเอียดเพิ่มเติมตามคำขอ

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-hp-latex/