คลังเก็บป้ายกำกับ: HONG_KONG

Twitter ทำอีโมจิชานม ฉลองครบรอบ 1 ปี ความเคลื่อนไหว พันธมิตรชานม #MilkTeaAlliance

Twitter เปิดตัวอีโมจิสำหรับ #MilkTeaAlliance หรือพันธมิตรชานม เป็นอีโมจิรูปแก้วชานมที่มีพื้นหลังสามสีซึ่งสะท้อนถึงสีต่างๆ ของชานมในแต่ละประเทศ โดย MilkTeaAlliance เป็นพันธมิตรความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทางออนไลน์ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนปี 2020 ที่ผ่านมา

การแสดงอีโมจิชานม สามารถพิมพ์ได้ทั้งภาษาไทยว่า พันธมิตรชานม และภาษาอื่นๆ คือ ภาษาอังกฤษ จีน เกาหลี เมียนมา ทาง Twitter บอกด้วยว่า มีการทวีตพูดคุยถึงพันธมิตรชานม 11 ล้านทวีตในปีที่ผ่านมา

No Description

พันธมิตรชานม เกิดขึ้นจากชาวเน็ตฮ่องกง ไต้หวัน และไทย ที่ร่วมต่อสู้กับกลุ่มชาตินิยมจีน เริ่มจากการที่มีคนไทยบอกว่าไต้หวันเป็นประเทศ แต่มีชาวจีนออกมาโต้แย้งว่าไต้หวันเป็นของจีน

ที่ผ่านมา Twitter ได้ออกอีโมจิสำหรับความเคลื่อนไหวต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็น #MeToo, #BlackLivesMatter

ที่มา – Twitter

from:https://www.blognone.com/node/122093

ระวังคนเก่งหาย ผลสำรวจชี้ ฮ่องกงไม่มีอนาคต-ไม่เสรี แรงงานฝีมือดี 1 ใน 4 อยากย้ายประเทศ

ฮ่องกงกำลังเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะสมองไหล (brain drain) ในอีก 5 ปีข้างหน้า แรงงานรุ่นใหม่ไม่เห็นภาพอนาคตของตัวเองในฮ่องกง เกือบ 1 ใน 4 อยากย้ายไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรและแคนาดา จนบางภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานทักษะสูงเป็นตัวขับเคลื่อนอาจตกอยู่ในความเสี่ยง

hong kong talent

แรงงานรุ่นใหม่ทักษะสูงหายากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อสังคมกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ความเป็นสังคมสูงวัยมากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่โดนผลกระทบหนักกันถ้วนหน้า ประกอบกับเศรษฐกิจเคลื่อนตัวไปสู่การพึ่งพาแรงงานทักษะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แรงงานรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีทักษะสูงยิ่งเป็นที่ต้องการ หลายๆ ประเทศจึงพร้อมทุ่มไม่อั้น ดึงดูดแรงงานมีฝีมือให้มาทำงานในประเทศ

แต่ดูเหมือนว่าฮ่องกงไม่ใช่ผู้ชนะในศึกนี้ อย่างน้อยก็ในภาพระยะใกล้ เพราะมีผลสำรวจชี้ว่าแรงงานฮ่องกงอายุต่ำกว่า 35 ปี จำนวนเกือบ 1 ใน 4 อยากย้ายไปทำงานนอกฮ่องกง

ผลสำรวจจาก Youth I.D.E.A.S. ศูนย์วิจัยเพื่อขับเคลื่อนการสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายในฮ่องกงเผยว่า ฮ่องกงตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะสมองไหลภายใน 5 ปี ผลการสำรวจของหน่วยงานดังกล่าวชี้ว่า

  • 24.2% วางแผนที่จะทำงานนอกฮ่องกงภายใน 5 ปี ที่จะถึง
  • 15.8% ไม่มีแผนที่จะกลับมาฮ่องกงหากได้ทำงานต่างประเทศ
  • 12.6% อาจกลับมาหากได้สิทธิพำนักอาศัยถาวรหรือสัญชาติใหม่ในต่างประเทศ

เปิด 3 เหตุผลที่คนฮ่องกงอยากย้ายออก

ผลสำรวจระบุว่า 3 เหตุผลที่สำคัญที่สุดที่ทำให้แรงงานรุ่นใหม่อยากย้ายประเทศมีดังนี้

  • ต้องการชีวิตการทำงานที่สมดุลกว่านี้ (41.5%)
  • หลายประเทศมีแผนเปิดรับคนฮ่องกง (34.9%)
  • ต้องการเสถียรภาพทางสังคมและการเมือง (34.9%)

นักวิจัยจาก Youth I.D.E.A.S. ชี้ว่า บริษัทท้องถิ่นหลายบริษัทยังมีวัฒนธรรมแบบเดิม เช่น บังคับให้พนักงานเข้าออฟฟิศตลอดเวลา ไม่ปรับตัวเข้าสู่การทำงานทางใกล้จึงทำให้คนรุ่นใหม่รวมถึงแรงงานต่างชาติไม่อยากทำงานด้วย

หลายประเทศ เช่น อังกฤษและแคนาดาเปิดช่องทางมอบสิทธิพำนักอาศัยถาวรให้กับชาวฮ่องกง หลังจากที่ทางการปักกิ่งบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แถมยังบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งฉบับใหม่ที่ทำให้รัฐบาลฮ่องกงขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลางมากขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้คนต้องการย้ายออกมากขึ้น 

Hong Kong Protests
ภาพจาก Shutterstock

ส่วนปัจจัยที่อาจทำให้แรงงานรุ่นใหม่พิจารณาที่จะย้ายกลับมาฮ่องกงหรืออยู่ในฮ่องกงต่อไปมีดังนี้

  • ค่าตอบแทนที่ดึงดูดมากขึ้น (41.6%)
  • การปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคลที่ดีขึ้น (38.1%)
  • โอกาสในการพัฒนาตัวเองที่น่าพึงพอใจ (35.8%)

ตัวเลขชี้ชัด ฮ่องกงขาดแคลนแรงงานทักษะ

ข้อมูลของ Labour and Welfare Bureau report 2019 ของทางการฮ่องกงชี้ว่า ในปี 2027 กำลังคนในภาพรวมจะลดลง 169,700 คน การวิเคราะห์ต่อไปในเบื้องลึกก็ทำให้เห็นว่า ในจำนวนนี้มีแรงงานทักษะสูงที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกว่า 34,600 คน 

Albert Lee ผู้ก่อตั้ง NLSearch บริษัทจัดหางานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้าน IT ชี้ว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทข้ามชาติด้านประกันภัยและ IT ในฮ่องกงต้องแย่งชิงแรงงานทักษะสูงในด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล คลาวด์ และการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีที่มีอยู่ในตลาดเพียงน้อยนิด 

ที่มา – SCMP (1)(2)

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ระวังคนเก่งหาย ผลสำรวจชี้ ฮ่องกงไม่มีอนาคต-ไม่เสรี แรงงานฝีมือดี 1 ใน 4 อยากย้ายประเทศ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/brain-drained-hongkong/

Carrie Lam ผู้นำฮ่องกงอายุ 63 ปีฉีดวัคซีน Sinovac เข็มแรกของฮ่องกง

วันนี้ Carrie Lam ผู้นำฮ่องกงคนที่ 4 อายุ 63 ปี รับวัคซีน Sinovac เข็มแรกของเมืองเป็นจุดเริ่มต้นโครงการฉีดวัคซีนที่ตั้งชื่อว่าแสงปลายอุโมง (ray of light)

ทางการฮ่องกงเพิ่งรองรับวัคซีน Sinovac เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกรรมการอนุมัติวัคซีนระบุว่าข้อมูลที่บริษัทส่งมาให้แสดงให้เห็นว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพ 62.3% แม้ว่ารายงานจากบราซิลจะระบุว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพ 50.4% แต่ทั้งสองตัวเลขก็ถือว่าเกินเกณฑ์ของ WHO ที่ระบุว่าวัคซีนควรมีประสิทธิภาพเกิน 50%

ฮ่องกงกระจายความเสี่ยงด้วยการจัดซื้อวัคซีนจาก 3 บริษัท ได้แก่ Pfizer, AstraZeneca, และ Sinovac บริษัทละ 7.5 ล้านโดสจากประชากร 7.5 ล้านคน ทำให้จำนวนวัคซีนรวมประมาณ 150% ของประชากร

ที่มา – South China Morning Post 1, 2, Channel News Asia

No Description

ภาพ Carrie Lam เมื่อปี 2019 โดย VOA

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121317

ลือ SF Express เตรียมซื้อบริษัทแม่ของ Kerry Express หลังกิจการขอหยุดการซื้อขายหุ้นในตลาดฮ่องกงวันนี้

สื่อต่างประเทศได้รายงานว่า SF Express สนใจที่จะซื้อกิจการของ Kerry Logistics ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Kerry Express โดยคาดว่าจะมีการประกาศดีลนี้ในสัปดาห์หน้า

Kerry Express เคอร์รี่
ภาพจาก Shutterstock

Kerry Logistics ซึ่งเป็นถือหุ้นรายใหญ่สุดใน Kerry Express สัดส่วน 52.14% ได้ประกาศหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ในวันนี้ที่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยบริษัทได้ให้เหตุผลว่าจะมีการแจ้งข้อมูลสำคัญ หลังจากที่ราคาหุ้นได้เคลื่อนไหวเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมามากถึง 25%

สื่อต่างประเทศได้รายงานว่า SF Express คู่แข่งบริการด้านขนส่ง ได้สนใจที่จะซื้อหุ้นของ Kerry Logistics แต่ข่าวจากสื่อต่างประเทศได้รายงานแตกต่างกัน โดยที่ Bloomberg ได้รายงานว่า SF Express สนใจที่จะซื้อหุ้นบางส่วนของของ Kerry Logistics และบริษัทกำลังพิจารณาดีลนี้

ขณะที่สื่อต่างประเทศอีกแห่งอย่าง Reuters ได้รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวไม่ระบุตัวตนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากถึง 4 ราย ได้กล่าวว่า SF Express ได้เตรียมซื้อกิจการของ Kerry Logistics ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และคาดว่าจะประกาศการซื้อกิจการได้ในอาทิตย์หน้า

ราคาหุ้นของ Kerry Express ล่าสุดอยู่ที่ 59.00 บาท ราคาได้เพิ่มขึ้น 6.31% มูลค่าของบริษัทปัจจุบันอยู่ที่ 101,790 ล้านบาท ทางด้าน Kerry Logistics ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงนั้น มูลค่าบริษัทอยู่ที่ 42,148 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือราวๆ 163,500 ล้านบาท

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ลือ SF Express เตรียมซื้อบริษัทแม่ของ Kerry Express หลังกิจการขอหยุดการซื้อขายหุ้นในตลาดฮ่องกงวันนี้ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/sf-express-prepared-to-buy-kerry-logistics-media-reports-5-feb-2021/

Work From Home ทำกระแสบ้านนอกเมืองฮ่องกงมาแรง: ไม่ต้องติด MRT ขอแค่มีพื้นที่รอบบ้านก็พอ

Work From Home สร้างความนิยมให้กับการซื้อที่อยู่อาศัยนอกเมืองฮ่องกง เพราะความต้องการของคนในยุคนี้ไม่ได้ต้องการอยู่แฟลตกลางเมืองใกล้ MRT แต่ต้องการบ้านหลังใหญ่ๆ มีพื้นที่สีเขียวรอบบ้านซึ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากกว่า

ฮ่องกง Hong Kong
ฮ่องกง ภาพจาก Shutterstock

การทำงานที่บ้าน (Work From Home) กลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนทั่วโลก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ได้เปลี่ยนแนวคิดความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย จากเดิมที่อาจต้องการอยู่อาศัยในเมือง เดินทางไปทำงานสะดวก เปลี่ยนเป็นการอยากมีบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมาก เหมาะกับการทำงานที่บ้าน โดยไม่ต้องคำนึงถึงปัจจัยการเดินทางแต่อย่างใด

ฮ่องกง หนึ่งในเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องประชากรที่หนาแน่น และมีราคาที่อยู่อาศัยแพงมากที่สุดแห่งหนึ่ง ก็กำลังประสบกับสถานการณ์แบบนี้เช่นกัน

บ้านนอกเมืองฮ่องกงมาแรง ไม่ต้องติดรถไฟฟ้า ขอแค่หลังใหญ่ก็พอ

จากสถิติของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกง รายงานว่า การซื้อขายบ้านในพื้นที่เกาะที่อยู่รอบเกาะฮ่องกง ได้แก่ เกาะลันเตา ตุงชุง และลัมมา เพิ่มสูงขึ้นราว 1 ใน 4 ส่วนในเขต Island District ซึ่งเป็นเขตที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดินแดนใหม่ของฮ่องกง มีปริมาณการทำธุรกรรมซื้อขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 28.5% ติดอันดับ 1 ใน 4 เขตที่มีปริมาณการทำธุรกรรมซื้อขายบ้านมากที่สุดของฮ่องกง จากที่เคยอยู่ในอันดับ 10 เมื่อปี 2019

สาเหตุที่ทำให้ชาวฮ่องกงสนใจซื้อบ้านในเกาะต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ฮ่องกง เป็นเพราะบ้านที่อยู่ในบริเวณนอกเมืองนี้ ตอบโจทย์ต่อการทำงานที่บ้านมากกว่า มีพื้นที่ใช้สอยมาก มีห้องที่สามารถทำเป็น Home Office ของตัวเองได้ รวมถึงมีพื้นที่สีเขียว มีความเป็นส่วนตัว และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตมากกว่าการอยู่ในแฟลตกลางเมืองที่มีขนาดเล็กกว่ามาก

เกาะ Lamma ของฮ่องกง

พื้นที่ใช้สอยเท่ากัน แต่ราคาถูกกว่ามาก

นอกจากนี้ปัจจัยด้านราคาก็มีส่วนสำคัญที่ดึงดูดให้ชาวฮ่องกงเลือกหาซื้อที่อยู่อาศัยนอกเมืองมากขึ้นเช่นกัน เพราะบ้านที่อยู่นอกเมืองฮ่องกง มีราคาเฉลี่ยที่ถูกกว่ามาก เช่น บ้านในเขต Island และ Tung Chung District มีราคาเฉลี่ย 11,595 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 44,900 บาทต่อตารางฟุต ในขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยบนเกาะฮ่องกงมีราคาเฉลี่ย 19,655 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 76,100 บาทต่อตารางเมตร หรือแพงกว่าเกือบ 60%

เมื่อสำรวจราคาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ Pui O พบว่า บ้านขนาด 700 ตารางฟุต มีราคา 3.5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 13.5 ล้านบาท ส่วนที่อยู่อาศัยประเภทแฟลต ขนาด 485 ตารางฟุต มีราคา 2.71 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 10.49 ล้านบาท

หรือหากต้องการที่อยู่อาศัยที่เป็นบ้านหรู ติดทะเล เหมาะกับการพักผ่อน ขนาด 1,930 ตารางฟุต จะมีราคาอยู่ที่ 20.8 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 80.5 ล้านบาท เทียบกับแฟลตที่มีขนาดพื้นที่เท่ากัน แต่อยู่ในทำเลกลางเมืองฮ่องกง จะมีราคา 32.8 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 127 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าราคาที่อยู่อาศัยที่อยู่นอกเมืองที่มีราคาเฉลี่ยถูกกว่า และเหมาะกับการใช้ชีวิตในช่วงที่ต้องทำงานที่บ้าน จะทำให้ชาวฮ่องกงมีบ้านกันได้ง่ายขึ้น เพราะความจริงแล้วชาวฮ่องกงยังต้องเผชิญกับการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน ที่อาจอนุมัติสินเชื่อให้กับการซื้อที่อยู่อาศัยในพื้นที่เกาะต่างๆ ยากกว่า

อย่างไรก็ตามสังเกตได้ว่าจากการรายงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกง ความนิยมการซื้อบ้านที่อยู่นอกเมืองในช่วงนี้ ไม่ใช่บ้านมือหนึ่ง แต่เป็นบ้านมือสอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในช่วงที่ผ่านมาไม่มีโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19

ที่มา – scmp

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Work From Home ทำกระแสบ้านนอกเมืองฮ่องกงมาแรง: ไม่ต้องติด MRT ขอแค่มีพื้นที่รอบบ้านก็พอ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/hong-kong-home-buyer-seek-home-in-suburban-hong-kong/

อังกฤษให้วีซ่าพิเศษคนฮ่องกง: ครอบครัวพาลูกอพยพเพราะอยากได้เสรีภาพ พูด คิดได้ตามต้องการ

รัฐบาลอังกฤษเตรียมเปิดวีซ่าชนิดใหม่ให้กับชาวฮ่องกง ย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศอังกฤษตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2021 เป็นต้นไป พร้อมได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาล และสนับสนุนให้บุตรเรียนฟรี

Hong Kongers Protest Over China Extradition Law
HONG KONG, HONG KONG – JUNE 12: A protester makes a gesture during a protest on June 12, 2019 in Hong Kong China. Large crowds of protesters gathered in central Hong Kong as the city braced for another mass rally in a show of strength against the government over a divisive plan to allow extraditions to China. (Photo by Anthony Kwan/Getty Images)

อย่างที่รู้กันดีว่าในฮ่องกงเริ่มมีความรุนแรงทางการเมือง หลังจากที่กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ประกาศบังคับใช้ไปเมื่อช่วงปีที่แล้ว ทำให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง การชุมนุม รวมถึงการจับกุมตัวผู้ที่ต่อต้านรัฐบาลจีนกันอยู่เรื่อยๆ

ล่าสุดรัฐบาลอังกฤษกำลังจะยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวฮ่องกงที่ต้องการอพยพมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศอังกฤษ ด้วยการเปิดวีซ่าชนิดพิเศษสำหรับชาวฮ่องกงโดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2021 เป็นต้นไป

ชาวฮ่องกงเกือบ 3 ล้านคน มีสิทธิ์ขอวีซ่าเริ่มชีวิตใหม่ในอังกฤษ

โดยวีซ่าชนิดนี้มีชื่อว่า Hong Kong British National (Overseas) visa หรือ BNO วีซ่า โดยจะเปิดโอกาสให้กับชาวฮ่องกงที่ถือสัญชาติอังกฤษ British National (Overseas) ตั้งแต่ก่อนที่อังกฤษจะส่งคืนฮ่องกงให้กับจีนแผ่นดินใหญ่ในปี 1997 ซึ่งคนกลุ่มนี้มีประมาณ 2.9 ล้านคน พร้อมกับครอบครัวที่รวมแล้วน่าจะมีจำนวนถึง 5.4 ล้านคน

ชาวฮ่องกงที่ได้วีซ่า BNO นี้พร้อมกับครอบครัว จะสามารถทำงาน เรียนหนังสือ และใช้สวัสดิการสาธารณะสุขของประเทศอังกฤษได้ รวมถึงลูกๆ ของคนที่ได้วีซ่า ก็จะสามารถใช้สิทธิ์เรียนฟรีได้ที่โรงเรียนรัฐบาลทุกแห่งด้วย (แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมจากการขอวีซ่าก่อน) ซึ่งหลังจากที่ได้วีซ่า BNO แล้ว สามารถขอสัญชาติอังกฤษได้ หากผ่านเงื่อนไขตามที่รัฐบาลกำหนด โดยจะใช้เวลารวม 6 ปี จึงจะได้สัญชาติ

โดยรัฐบาลอังกฤษคาดการณ์ว่าจะมีชาวฮ่องกงกว่า 300,000 คน สมัครวีซ่าชนิดพิเศษนี้ เพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อังกฤษ

อนาคตของลูกคือสิ่งกระตุ้นการตัดสินใจ

ครอบครัวผู้อพยพชาวฮ่องกงครอบครัวหนึ่งที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษในปัจจุบัน เล่าถึงสาเหตุที่ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานว่า เธอตัดสินใจย้ายมาอยู่อังกฤษเพราะอนาคตของลูกวัย 6 และ 11 ขวบเป็นหลัก เธออยากให้ลูกเข้าถึงการศึกษา และอนาคตที่ดี เธออยากให้ลูกๆ สามารถพูดในสิ่งที่ต้องการในโรงเรียนได้ ไม่เหมือนที่ฮ่องกง ที่ต้องระมัดระวัง

ความปลอดภัย คือสิ่งที่ผู้ร่วมประท้วงกังวล

นอกจากครอบครัวชาวฮ่องกงที่อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดีกว่า ยังมีผู้ที่เคยเข้าร่วมประท้วงทางการเมืองในฮ่องกง ในปี 2019 ที่ตัดสินใจย้ายมาอยู่ประเทศอังกฤษเล่าว่า เธอกังวลความปลอดภัยของเพื่อน และครอบครัวที่ยังตัดสินใจอยู่ที่ฮ่องกงต่อไป และกังวลว่าตัวเองจะตกเป็นเป้าหมายที่อาจถูกจับตาโดยรัฐบาลฮ่องกง แต่การย้ายมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ก็เป็นเหมือนฝันที่เป็นจริงของเธอเช่นกัน

ย้ายมาอยู่อังกฤษยังมีความกดดันรออยู่

แม้ว่ารัฐบาลอังกฤษคาดการณ์ว่าจะมีชาวฮ่องกงนับล้านคนที่สมัครวีซ่า BNO แต่ก็ไม่ใช่ว่าชาวฮ่องกงทุกคนอาจย้ายมาอยู่ที่อังกฤษ เพราะยังมีคนจำนวนมากที่ไม่พร้อมย้ายถิ่นฐาน

บางคนไม่พร้อมที่จะทิ้งพ่อแม่ที่เป็นคนสูงวัย ไม่พร้อมที่จะเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ ไม่พร้อมที่จะรับมือกับสภาพอากาศของอังกฤษที่ต่างจากฮ่องกง บางคนก็ไม่อยากย้ายมาอยู่อังกฤษ เพราะอยากต่อสู้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในฮ่องกงต่อไป

อย่างไรก็ตามคนที่เลือกย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในฮ่องกงก็คงไม่ได้ใช้ชีวิตที่ง่ายนัก โดยเฉพาะเรื่องการหางานทำ เพราะอังกฤษยังคงประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจการสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงการทำ Brexit แถมยังต้องเผชิญกับความกดดันจากความไม่พอใจของชาวอังกฤษบางส่วนที่ไม่พอใจกับการย้ายถิ่นฐานของชาวฮ่องกง

ที่มา – bbc, gov.uk

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post อังกฤษให้วีซ่าพิเศษคนฮ่องกง: ครอบครัวพาลูกอพยพเพราะอยากได้เสรีภาพ พูด คิดได้ตามต้องการ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/uk-give-special-visa-for-hong-kong-citizen/

Apple ออก AirPods Pro รุ่น limited เพิ่มลวดลายต้อนรับปีฉลู ขายเฉพาะบางประเทศ

แอปเปิลออกหูฟังไร้สาย AirPods Pro รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ต้อนรับวันตรุษจีน 12 กุมภาพันธ์ ปีนี้ โดยตัวกล่องและเคสใส่หูฟัง ได้เพิ่มลวดลายอีโมจิวัวแบบพิเศษสำหรับปีนักษัตรฉลูของปีนี้

AirPods Pro รุ่นพิเศษนี้จำหน่ายในราคาเท่ากับรุ่นปกติ (ซึ่งสามารถสลักอีโมจิได้เช่นกัน) จำกัดจำนวนการสั่งซื้อทางออนไลน์คนละไม่เกิน 2 ชุด และจะมีจำหน่ายที่ร้าน Apple Store เช่นกัน

โดย AirPods Pro รุ่นพิเศษนี้ จำหน่ายเฉพาะที่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย เท่านั้น

ที่มา: The Verge

alt="AirPods Pro Ox"

from:https://www.blognone.com/node/120422

ซื้อกองทุนฮ่องกงต้องรู้ ดัชนีฮั่งเส็ง เตรียมปรับการคำนวณใหม่ เพิ่มหุ้นกลุ่ม IT มากขึ้น สะท้อนภาพเศรษฐกิจจีน

ดัชนีฮั่งเส็ง ที่เป็นหนึ่งดัชนีหุ้นสำคัญในเอเชีย มีอายุยาวนานมากถึง 51 ปี ล่าสุดเตรียมที่ปรับคำนวณดัชนีใหม่ เพื่อที่จะสะท้อนภาพของเศรษฐกิจจีนมากขึ้น โดยเพิ่มน้ำหนักหุ้นที่เกี่ยวข้องกับไอทีมากขึ้น สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจจีนในตอนนี้ที่เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้น

Hong Kong Stock Exchange ตลาดหุ้น ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
ภาพจาก Shutterstock

ดัชนีฮั่งเส็ง ที่เป็นหนึ่งดัชนีหุ้นสำคัญในเอเชีย ที่มีอายุนานมากถึง 51 ปี เตรียมที่ปรับคำนวณดัชนีใหม่ คาดว่าจะเพิ่มหุ้นจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมไอทีที่จะมีน้ำหนักต่อดัชนีมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทจีนที่ประกอบธุรกิจต่างๆ ที่เข้ามาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงยังเพิ่มมากขึ้น แสดงให้เห็นบทบาทของบริษัทเอกชนในแผ่นจีนดินใหญ่มากขึ้น ทดแทนบริษัทที่อยู่ในฮ่องกง

ประเด็นสำคัญการปรับคำนวณดัชนีใหม่

  • น้ำหนักหุ้นที่มีต่อดัชนีมากสุดแค่ 8% เมื่อเทียบกับดัชนีเดิมที่ 10%
  • เพิ่มน้ำหนักหุ้นกลุ่มไอที กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย กลุ่มอสังหาริมทรัพย์
  • ลดน้ำหนักกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินลง
  • เพิ่มน้ำหนักหุ้นที่เป็นบริษัทในจีนแผ่นดินใหญ่ ลดน้ำหนักบริษัทในฮ่องกงลง
  • ในดัชนีหลังคำนวณใหม่แล้วจะมีหุ้นทั้งสิ้น 80 บริษัท แตกต่างจากเดิมที่อยู่ราวๆ 50 บริษัท

การปรับคำนวณดัชนีฮั่งเส็งใหม่ จะทำให้ดัชนีครอบคลุมหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฮ่องกงมากกว่า 75% จากปัจจุบันอยู่ที่ 57.6% เท่านั้น ซึ่งจะทำให้เห็นสภาพโดยรวมของตลาดหุ้นของฮ่องกงมากขึ้น

การปรับคำนวณดัชนีใหม่นี้นั้นจะช่วยทำให้ดัชนีสะท้อนภาพยิ่งขึ้น จะเห็นได้จากกรณีของ Tencent ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของจีนที่เข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และ Alibaba รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น Xiaomi ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน Meituan Dianping ที่เป็นผู้บริการส่งอาหารรายใหญ่

ขณะนี้บริษัทที่จัดทำดัชนีฮั่งเส็งได้อยู่ในช่วงการเปิดแสดงความคิดเห็นจนถึงช่วงปลายเดือนมกราคม 2021 ซึ่งถ้าหากการปรับคำนวณดัชนีได้รับไฟเขียวจากนักลงทุนแล้ว จะทำให้มีเม็ดเงินระดับหลายหมื่นล้านบาทไหลเข้าหุ้นที่ติดการคำนวณดัชนีใหม่นี้

ขณะที่ผลกระทบดังกล่าวจะยังส่งผลต่อนักลงทุนไทยที่ได้ซื้อกองทุนหุ้นฮ่องกง โดยกองทุนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการปรับดัชนีในอนาคต เช่น ASP-HSI จาก บลจ. แอสเซทพลัส เป็นต้น

ที่มา – Yahoo Finance, S&P Global, Apple Daily

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ซื้อกองทุนฮ่องกงต้องรู้ ดัชนีฮั่งเส็ง เตรียมปรับการคำนวณใหม่ เพิ่มหุ้นกลุ่ม IT มากขึ้น สะท้อนภาพเศรษฐกิจจีน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/hang-seng-index-prepare-to-add-more-it-companies-25-dec-2020/

ฮ่องกง ครองแชมป์เมืองค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก 2 ปีซ้อน ตอกย้ำภาพ “น่าเที่ยว แต่ไม่น่าอยู่”

ภาพจาก Pixabay

ฮ่องกงค่าครองชีพ “แพงที่สุดในโลก” 2 ปีซ้อน

แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองที่หลายๆ คนหมายตาไว้ว่าจะไปเที่ยวในช่วงวันหยุด เพราะตั้งอยู่ไม่ไกล มีเที่ยวบินหลายเที่ยว อีกทั้งอาหารการกินไม่ได้แตกต่างจากเรามากจนเกินไป แต่ล่าสุด ECA International บริษัทที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจได้เปิดเผยรายงานที่อาจทำให้เราได้เห็นอีกแง่มุมของฮ่องกงที่ “น่าเที่ยวแต่ไม่น่าอยู่”

รายงาน ECA International’s cost of living ประจำปี 2020 เป็นรายงานการวิจัยของปี 2020 ที่แสดงค่าครองชีพสำหรับคนที่ย้ายไปทำงานต่างประเทศ (Expats) ใน 208 เมือง จาก 121 ประเทศทั่วโลก โดยวัดจากราคาสินค้าประจำวัน เช่น อาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ 

รายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ฮ่องกง ครองแชมป์เมืองที่ค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกประจำปี 2020 และเป็นเมืองที่ค่าครองชีพแพงที่สุดสองปีซ้อนเพราะในปี 2019 ฮ่องกงก็ได้ตำแหน่งนี้ด้วยเช่นกัน

ราคาที่อยู่อาศัย ผลักให้ค่าครองชีพโดยรวมในฮ่องกงแพง

Lee Quane ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียของ ECA International เผยว่า สาเหตุที่ผลักดันให้ฮ่องกงกลายเป็นเมืองที่แพงที่สุดแห่งปีคือค่าที่พักอาศัยที่แพงมาก เนื่องจากฮ่องกงเป็นเมืองขนาดเล็ก แต่ด้วยความเป็นเมืองศูนย์กลางทางการเงิน ทำให้ฮ่องกงสามารถดึงดูดคนมาทำงานเป็นจำนวนมาก 

รายงานการวิจัยของ ECA International ประจำปี 2020 ให้ผลการวิจัยไปในทางเดียวกับ “ผลสำรวจความพึงพอใจในการใช้ชีวิตในต่างประเทศที่จัดทำโดย InterNations

ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า คนที่ย้ายไปทำงานในฮ่องกง ไม่พึงพอใจสถานการณ์เกี่ยวกับค่าครองชีพอย่างมาก โดยมีรายละเอียดของผลสำรวจ ดังนี้

  • ฮ่องกงได้ อันดับ 49 จาก 66 ในด้านความพึงพอใจต่อราคาที่พักอาศัย
  • ฮ่องกงได้ อันดับสุดท้าย (อันดับ 66) ในด้านความพึงพอใจต่อค่าครองชีพโดยรวม

แม้จะมีวิกฤติ และค่าเงินตก แต่ค่าที่พักก็ไม่ได้ตกลงไปด้วย

สิ่งที่ยืนยันว่าค่าที่พักในฮ่องกงนั้นแพงจริงๆ ก็คือการที่แม้สถานการณ์โควิด-19 จะยังไม่คลี่คลาย และฮ่องกงประสบกับการขาดเสถียรภาพทางการเมืองเนื่องจากมีเหตุการณ์ประท้วงโดยผู้นิยมประชาธิปไตยในฮ่องกง แต่ค่าที่พักไม่ได้ตกลงเลย ทั้งๆ ที่ในทางทฤษฎี ปัจจัยดังกล่าวน่าจะทำให้อุปสงค์ในที่พักอาศัยในฮ่องกงลดลง นำไปสู่ราคาที่พักอาศัยที่ต่ำลง

Hongkong

นอกจากนี้ แม้ค่าเงินในเอเชียตกลงสวนทางกับที่ค่าเงินของฝั่งตะวันตกแข็งตัวขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งควรจะทำให้ค่าครองชีพในฮ่องกงถูกลงในสายตาของคนที่ย้ายเข้ามาทำงาน แต่ความเป็นจริงก็สะท้อนให้เห็นผ่านรายงานการสำรวจของ ECA International และ InterNations ว่าค่าครองชีพของฮ่องกงไม่ได้ถูกลงในสายตาของคนที่ย้ายมาทำงานในฮ่องกงเลย

ที่มา – CNBC, InterNations

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hong-kong-most-expensive-city-2020/

ฮ่องกงขอเลื่อนแผน Travel Bubble กับสิงคโปร์ หลังจากผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มสูงขึ้นและตามหาที่มาไม่ได้

หลังจากที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ได้วางแผนที่จะทำ Travel Bubble ระหว่างกัน และมีแผนที่จะเริ่มมีการเดินทางไปมาหาสู่กันในวันนี้ แต่ล่าสุดแผนดังกล่าวก็ต้องยกเลิกไปเป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เนื่องจากฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มสูงขึ้น

Hong Kong ฮ่องกง
ภาพจาก Shutterstock

ฮ่องกงได้ขอเลื่อนแผน Travel Bubble กับสิงคโปร์ ออกไปชั่วคราวอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังจากที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกใจ ล่าสุดนั้นผู้ติดเชื้อของฮ่องกงอยู่ที่ 43 ราย แต่มีผู้ติดเชื้อจำนวนถึง 13 รายที่ไม่สามารถตามรอยที่มาของการติดเชื้อได้

การเลื่อนแผนดังกล่าวของฮ่องกงออกไปนั้น Edward Yau เลขาธิการด้านการค้าและพัฒนาเศรษฐกิจ ได้กล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นความรับผิดชอบของฮ่องกง เพื่อที่จะทำให้แผน Travel Bubble กับสิงคโปร์ ประสบความสำเร็จ และทำให้เกิดความปลอดภัยและมั่นใจด้านสุขภาพ ทางด้านของ Ong Ye Kung รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์ได้กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการย้ำเตือนถึงว่า COVID-19 ยังอยู่กับเราไปอีกสักพัก

นอกจากนี้ภายในเดือนธันวาคมคาดว่าทั้ง 2 จะมีการหารือเกี่ยวกับแผน Travel Bubble ใหม่อีกครั้ง

สำหรับแผน Travel Bubble กับสิงคโปร์ของฮ่องกงนั้นจะเริ่มต้นในวันนี้ หลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้เจรจากันในการที่จะเปิดให้ประชากรของทั้ง 2 แห่งได้เดินทางโดยที่ไม่ต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เพื่อที่จะทำให้เศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว รวมไปถึงการติดต่อค้าขายของทั้ง 2 ฝ่ายสามารถทำได้สะดวกมากขึ้น

โดยที่การเดินทางของประชาชนทั้ง 2 นั้น เที่ยวบินที่รองรับการเดินทางซึ่งมีจำนวนจำกัดต่อวัน จากสายการบินหลักของทั้ง 2 ฝ่ายคือ Singapore Airlines และ Cathay Pacific ซึ่งผู้ที่สามารถเดินทางได้จะต้องมีผลตรวจ COVID-19 เป็นลบจากทั้งฝั่งของสิงคโปร์ และเมื่อเดินทางถึงฮ่องกง และกลับกันสำหรับเที่ยวบินจากฮ่องกงไปสิงคโปร์

ในข้อตกลงของทั้ง 2 ฝ่ายได้เจรจากันนั้น ถ้าหากฮ่องกงหรือสิงคโปร์ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 เฉลี่ยใน 7 วันนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้น อีกฝ่ายสามารถที่จะยกเลิกแผน Travel Bubble นี้ได้ทันที

ที่มา – CNN, NPR

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hong-kong-postponed-travel-bubble-with-singapore-at-least-2-weeks-after-covid-19-case-spike-22-nov-2020/