คลังเก็บป้ายกำกับ: HOME_NETWORKING

พบขบวนการแฮ็กเราท์เตอร์ตามบ้าน เปลี่ยนการตั้งค่า DNS เพื่อฝังมัลแวร์

นักวิจัยค้นพบการโจมตีรูปแบบใหม่ที่เจาะจงเราท์เตอร์ตามบ้าน เพื่อแก้ไขการตั้งค่า DNS ให้รีไดเร็กต์เหยื่อไปยังเว็บไซต์อันตราย ที่ล่อหลอกให้ติดตั้งมัลแวร์จารกรรมข้อมูลที่ชื่อ “Osk” ที่เคยระบาดเมื่อช่วงปลายปี 2019 มาแล้ว

โดยเว็บไซต์ดังกล่าวจะโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโคโรน่า และบังคับให้เหยื่อดาวน์โหลดแอพที่หลอกลวงว่า “ให้ข้อมูลล่าสุดและคำแนะนำเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ที่จำเป็น”

ซึ่งการใช้มุก COVID-19 นี้มักนิยมนาใช้ในการล่อหลอกเหยื่อสำหรับการโจมตีแบบฟิชชิ่งอย่างหนักในปัจจุบัน เพื่อพยายามขโมยข้อมูลความลับ และพบว่าขบวนการนี้มีการใช้ Bitbucket ซึ่งเป็นบริการโฮสต์ข้อมูลโค้ดผ่านหน้าเว็บยอดนิยม

เพื่อใช้จัดเก็บข้อมูลโค้ดอันตราย รวมทั้งใช้บริการย่อลิงค์ที่มีชื่อเสียงอย่าง TinyURL เพื่อซ่อนลิงค์ที่รีไดเร็กต์ผู้ใช้ไปยัง Bitbucket ของตัวเองด้วย ทั้งนี้นักวิจัยจาก Bitdefender ได้รายงานพบว่าส่วนใหญ่จะเล็งเหยื่อที่ใช้เราท์เตอร์ Linksys เป็นหลัก

ที่มา : GBHackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/hackers-hijack-home-routers/

เคล็ด (ไม่) ลับ 4 ประการ เพื่อ Wi-Fi บ้านที่เร็วและมีประสิทธิภาพ

Wi-Fi ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องมีทุกบ้านไปแล้ว ดังนั้นการที่มันช้าเป็นเต่าจนทำให้ดูหนังหรือทำงานจากบ้านไม่ได้เต็มที่ ชวนให้เสียอารมณ์นั้นย่อมเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ดังนั้น ทาง HackRead.com จึงได้แนะนำเคล็ดลับ 4 ข้อที่จะเนรมิตให้ Wi-Fi บ้านคุณเร็วและดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ดังต่อไปนี้

1. วางเราท์เตอร์ไว้ที่สูง
ตอนนี้แกะกล่องเราท์เตอร์ตัวใหม่ของคุณนั้น คุณอาจจะแค่วางไว้บนโต๊ะที่ว่างๆ หรือในตู้ หรืออาจจะบนพื้นข้างเครื่องปริ๊นท์ ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้ถือเป็นจุดอับทั้งสิ้น การวางเราท์เตอร์บนพื้นหรือเอาไว้ใกล้วัตถุอื่นมักทำให้ไวไฟช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น จึงควรย้ายเราท์เตอร์ของคุณไปไว้ตำแหน่งที่สูงขึ้นในบ้าน ซึ่งจะช่วยขยายระยะการกระจายสัญญาณของคลื่นวิทยุ และลดโอกาสที่จะโดนสัญญาณอื่นรบกวน และถ้าเป็นไปได้ ควรวางไว้บนชั้นวางชั้นบนสุดในสำนักงาน หรือไว้ที่ตำแหน่งกลางบ้านเช่นห้องนั่งเล่น

2. ลดการรบกวนสัญญาณไร้สาย
เมื่อพิจารณาดีๆ แล้ว เครือข่ายไวไฟของคุณไม่ใช่แค่อย่างเดียวภายในบ้านที่มีการส่งสัญญาณออกมา ยังมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วบ้านจำนวนมากมายที่สามารถรบกวนสัญญาณไวไฟ จนทำให้ความเร็วเน็ตช้าลงได้

ตัวอย่างเช่น เตาไมโครเวฟสามารถรบกวนเครือข่ายไวไฟของคุณได้มาก ทั้งนี้เนื่องจากทำงานภายใต้ย่านความถี่ 2.45 GHz ที่ค่อนข้างใกล้ชิดกับย่านความถี่ไวไฟ 2.4 GHz ที่เราท์เตอร์ของคุณกำลังใช้งานอยู่

นอกจากนี้ ถ้าคุณมีอุปกรณ์บลูทูชภายในบ้าน อุปกรณ์เหล่านี้ก็ยังทำงานในช่วงย่านความถี่ 2.4 GHz ด้วย ดังนั้นเพื่อป้องกันการกวนคลื่นความถี่ไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม ก็ควรย้ายเราท์เตอร์ออกจากอุปกรณ์เหล่านี้ให้ไกลมากที่สุด

รวมทั้งยังควรปิดการทำงานของอุปกรณ์บลูทูช แล้วดูว่ามีความแตกต่างของสัญญาณไวไฟที่สังเกตได้หรือไม่ด้วย

3. ปิดการทำงานบางแอพ
ถ้าคุณย้ายเราท์เตอร์ให้อยู่ห่างจากเตาไมโครเวฟและอุปกรณ์บลูทูชของคุณแล้ว แต่ยังพบว่าการเชื่อมต่อยังช้าอยู่อีก ก็ถึงเวลาที่ต้องมองหาต้นเหตุอย่างอื่น โดยลองเล่นบทนักสืบด้วยการตรวจสอบว่าโปรแกรมไหนใช้แบนด์วิธมากผิดปกติ

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมักจะดาวน์โหลดโปรแกรมผ่านบิททอร์เรนต์ ย่อมทำให้การท่องเว็บช้าลงไปด้วย อีกทั้งเวลาไฟล์กำลังถูกซิงค์อยู่เบื้องหลังการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณ ตัวอย่างเช่น เวลาที่ Dropbox หรือ Google Drive กำลังย้ายไฟล์อยู่

ก็มักจะสวาปามแบนด์วิธค่อนข้างมาก จนทำให้ไวไฟช้าลง ถ้าคุณติดตั้งตัวเอ็กซ์เทนชั่นอย่าง Privacy Badger หรือ AdBlockPlus คุณควรพบว่าโปรแกรมเหล่านี้สามารถป้องกันแอนิเมชั่นหรือวิดีโอที่ใช้แบนด์วิธมากได้

4. ตรวจสอบระบบความปลอดภัยของคุณ
อีกหนึ่งเหตุผลที่มักทำให้อินเทอร์เน็ตช้าคือ ระบบความปลอดภัยที่ไม่เพียงพอ จนทำให้คนอื่นขโมยแบนด์วิธของคุณไปใช้ได้ เช่น การไม่ได้ตั้งหรือใช้รหัสผ่านอย่างเหมาะสม ทำให้บ้านใกล้เรือนเคียงเอาแบนด์วิธไปใช้คนไวไฟของคุณช้าลง

ที่มา : Hackread

from:https://www.enterpriseitpro.net/4-helpful-tips-to-make-your-wifi-fast-and-efficient/

จัดอันดับ 10 สุดยอด Wi-Fi Router ประจำปี 2019

เราท์เตอร์ที่มีในตลาดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่ แบบที่มีโมเดมบิวท์อินในตัว กับแบบที่ต้องใช้โมเด็มแยกต่างหาก ซึ่งในสหราชอาณาจักรนั้น คนส่วนใหญ่จะใช้แบบแรกกันเนื่องจากอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือแบบ ADSL (และ VDSL) ที่ต้องใช้โมเด็มแปลงสัญญาณ

ขณะที่แบบที่สองมักใช้กับเน็ตแบบเคเบิล อย่างไรก็ดี ตอนนี้มีเราท์เตอร์แบบใหม่แบบที่สามแล้วที่เรียกว่า Mesh WiFi ซึ่งประกอบด้วยเราท์เตอร์ไวไฟสองตัวหรือมากกว่าทำงานร่วมกันเพื่อสร้างเป็นเครือข่ายไวไฟที่ครอบคลุมพื้นที่ใช้งานในบ้านขนาดใหญ่ได้ทั้งหลัง

เราท์เตอร์กลุ่มล่าสุดนี้ไม่ได้แพงอย่างที่คิด ดังนั้นถ้าคุณวางแผนจะซื้อเราท์เตอร์ใหม่เพราะตัวเก่าไม่ได้มีไวไฟครอบคลุมเพียงพอ ก็อาจจะหันมาเลือกใช้ระบบ Mesh ที่จะเชื่อมต่อกับเราท์เตอร์ที่ใช้งานปัจจุบันของคุณเพื่อให้ได้สัญญาณเชื่อมต่อที่ดีกว่าเดิม

มีหลายกรณีที่เราไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติมเพื่อยกระดับการเชื่อมต่อเครือข่ายไวไฟภายในบ้าน โดยสามารถใช้เทคนิคหรือการปรับเปลี่ยนบางอย่างเพื่อทำให้เราท์เตอร์เดิมที่ใช้งานอยู่ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่เร็วและครอบคลุมมากขึ้นได้ หรือถ้าต้องการสัญญาณไวไฟที่ดีขึ้นภายในห้องใดห้องหนึ่ง ก็อาจเลือกใช้เน็ตเวิร์กอแดปเตอร์แบบพาวเวอร์ไลน์ที่มีไวไฟในตัวมาใช้ เป็นต้น

เราท์เตอร์บางรุ่นมีฟีเจอร์ให้บริการเครือข่าย “Guest” ที่ให้แขกหรือบุคคลภายนอกเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยแยกส่วนออกจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ บนเครือข่ายภายในบ้านได้ ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่เปิดธุรกิจขนาดเล็กอย่างเช่นโรงแรมหรือหอพัก

ทั้งนี้ทาง TechAdvisor.co.uk ได้รวบรวมรายชื่อเราท์เตอร์ไวไฟที่ถือว่าดีที่สุดประจำปี 2019 ไว้ดังต่อไปนี้

1. Asus DSL-AC68U (คะแนน 4.5 ดาว) เคยรีวิวไว้ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2015 มีราคา 199.99 ปอนด์แม้จะเปิดตัวมานานแล้วหลายปี แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งถ้าคุณใช้กับบริการอินเทอร์เน็ตที่ไม่ต้องใช้โมเด็มแล้ว ก็สามารถเลือกรุ่นที่ไม่มีโมเด็มอย่าง RT-AC68U แทนรุ่น DSL ปกติได้

 

2. TP-Link VR2600 (คะแนน 4.5 ดาว) เคยรีวิวไว้ตั้งแต่วันที่ 11สิงหาคม2016มีราคา 279.99 ปอนด์ มีประสิทธิภาพที่เยี่ยมยอดในภาพรวม ทำได้หลายอย่างภายในเครื่องเดียว เหมาะกับการนำมาใช้แทนที่ BT Home Hub เดิม ติดอยู่ที่เราท์เตอร์นี้เน้นการใช้งานผ่านช่องสัญญาณย่านความถี่5 GHz ด้วยเทคโนโลยี MU-MIMO ขณะที่ไม่ได้เน้นการใช้งานบนย่านความถี่ 2.4 GHz มากเท่าที่ควร

3. Netgear XR500 Nighthawk Pro (คะแนน 4.5 ดาว) เคยรีวิวไว้ตั้งแต่วันที่ 3พฤษภาคม2018มีราคา 299ปอนด์เป็นเราท์เตอร์ที่เน้นสำหรับเล่นเกมส์โดยเฉพาะ ที่ระบบปฏิบัติการ DumaOS ให้ความยืดหยุ่นเป็นพิเศษที่คุณคาดหวังได้จาก Synology NAS โดยให้ความสำคัญกับการจัดการเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพมากกว่าแค่ให้บริการเครือข่าย ติดอยู่ที่ราคาที่แพงพอสมควร

 

4. Asus DSL-AC88U (คะแนน 4.5 ดาว) เคยรีวิวไว้ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2017 มีราคา 299.99 ปอนด์ ให้การเชื่อมต่อที่ยอดเยี่ยมทั้งด้าน Wi-Fi, LAN, และบรอดแบรนด์รบถ้วนในเครื่องเดียว ถือว่ามีคุณภาพดีเหนือกว่าเราท์เตอร์บรอดแบรนด์ทั่วไปที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตให้มาใช้เป็นอย่างมาก เหมาะอย่างยิ่งแก่ผู้ใช้ที่เน้นการใช้งานไวไฟอย่างเข้มข้น ทั้งนี้เวลาเลือกซื้อระวังสับสนกับรุ่น RT-AC88U เนื่องจากแม้รูปลักษณ์ภายนอกดูเหมือนกัน แต่เป็นเราท์เตอร์รุ่นที่ไม่มีโมเด็ม ADSL บิวท์อินอยู่ด้วย ทำให้ไม่สามารถใช้กับอินเทอร์เน็ตแบบ ADSL ได้

5. AVM FRITZ!Box 7590 (คะแนน 4 ดาว) เคยรีวิวไว้ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2018 มีราคา 229.99 ปอนด์ ทำงานได้เหนือกว่าเราท์เตอร์ทั่วไป แต่มาพร้อมกับราคาที่มากพอสมควร ดังนั้นจึงควรพิจารณาให้แน่ใจว่าได้ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาจริงที่จะทำให้รู้สึกคุ้มค่ากับการลงทุน

6. D-Link DIR-882 EXO AC26007590 (คะแนน 4 ดาว) เคยรีวิวไว้ตั้งแต่วันที่ 6กุมภาพันธ์2018 มีราคา 149.99ปอนด์มีจุดเด่นที่การผสานเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายที่แข็งแกร่งเข้ากับฟีเจอร์พิเศษที่มีประโยชน์มากอย่าง DNLA และ FTPในราคามากกว่ารุ่นAC1900 เพียงเล็กน้อย ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ใช้งาน Wi-Fi อย่างหนัก

 

7. Asus RT-AC87U (คะแนน 4 ดาว) เคยรีวิวไว้ตั้งแต่วันที่ 9สิงหาคม2016 มีราคา 199.99 ปอนด์เป็นเคเบิลเราท์เตอร์ที่ให้ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม โดยเฉพาะบนย่านความถี่ 5GHz รวมทั้งมีดีไซน์โฉบเฉี่ยว ฟีเจอร์มากมายให้ใช้ได้สะดวกผ่านอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย

8. AVM Fritz Box 7530(คะแนน 4 ดาว) เคยรีวิวไว้ตั้งแต่วันที่ 28มกราคม2019มีราคา 139.99 ปอนด์ เป็นทางเลือกที่ดีถ้าต้องการอัพเกรดเราท์เตอร์เก่าด้วยตัวใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพที่ดีในราคาที่คุ้มค่า พร้อมฟีเจอร์เพิ่มเติมอย่างเช่นการรองรับ VOIP และการสตรีมมีเดียผ่านเครือข่าย แม้จะมีปัญหาหลักด้านซอฟต์แวร์ที่ยังเสียเปรียบคู่แข่ง โดยเวอร์ชั่นสำหรับ iOS ไม่ได้ประสิทธิภาพเหมือนบนแอนดรอยด์

9. Synology RT2600ac(คะแนน 4 ดาว) เคย รีวิวไว้ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2017 มีราคา 239.99 ปอนด์ ทาง Synology ขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบที่มาควบคู่กับฟีเจอร์ด้าน NAS ที่ยอดเยี่ยม ได้ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความยืดหยุ่น และประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

10. Netgear Nighthawk AX4 (คะแนน 3.5ดาว) เคยรีวิวไว้ตั้งแต่วันที่ 29กรกฎาคม 2019มีราคา 199.99 ปอนด์

 

 

ที่มา : Techadvisor

from:https://www.enterpriseitpro.net/best-wi-fi-routers-2019/

7 ขั้นตอนในการเชื่อมโยงเราท์เตอร์ 2 ตัว สำหรับเครือข่ายภายในบ้าน

ขณะที่เครือข่ายคอมพิวเตอร์ตามบ้านเรือนส่วนใหญ่ใช้เราท์เตอร์แค่ตัวเดียวนั้น การนำเราท์เตอรัตัวที่สองมาใช้สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ในสถานการณ์ดังต่อไปนี้

  • การอัพเกรดเครือข่ายแบบใช้สายเพื่อให้รองรับอุปกรณ์ไร้สาย
  • การขยายบริเวณครอบคลุมของสัญญาณไร้สายของเครือข่ายในบ้าน ให้เข้าถึงจุดอับสัญญาณ
  • ใช้เชื่อมต่อเครือข่ายไปยังอุปกรณ์ที่ใช้สายเชื่อมต่อ ที่อยู่ห่างไกลจากเราท์เตอร์ตัวแรก
  • ใช้สร้างเครือข่ายย่อยภายในบ้าน เพื่อสตรีมวิดีโอร่วมกับอุปกรณ์อื่น โดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการเชื่อมต่อของอุปกรณ์กลุ่มอื่นๆ

ซึ่งการนำเราท์เตอร์ตัวที่สองมาใช้นั้น มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  • หาตำแหน่งของเราท์เตอร์ตัวที่สอง
    • เมื่อติดตั้งเราท์เตอร์ตัวใหม่ ให้ตั้งไว้ใกล้พีซีที่ใช้วินโดวส์ หรือคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นที่นำมาใช้ตั้งค่าเบื้องต้นได้ ซึ่งเราท์เตอร์ทั้งแบบใช้สายและไร้สายนั้นเหมาะกับการตั้งค่าจากคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลเครือข่ายแบบอีเธอร์เน็ตมากที่สุด จากนั้นจึงสามารถย้ายเราท์เตอร์ไปยังตำแหน่งถาวรจุดอื่นได้
  • เชื่อมต่อกับเราท์เตอร์อีกตัวผ่านสายเคเบิล
    • เราท์เตอร์ตัวใหม่ที่ไม่มีความสามารถในการสื่อสารแบบไร้สายนั้นจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับเราท์เตอร์ตัวเดิมผ่านสายเคเบิลแบบอีเธอร์เน็ต ด้วยการเชื่อมต่อปลายสายเคเบิลด้านหนึ่งเข้ากับพอร์ตอัพลิงค์ (หรือบางครั้งจะเขียนบนเครื่องว่า “WAN” หรือ “Internet”) ของเราท์เตอร์ตัวใหม่ แล้วเชื่อมต่อสายอีกปลายด้านหนึ่งไปยังพอร์ตว่างพอร์ตไหนก็ได้บนเราท์เตอร์ตัวเดิม ที่ไม่ใช่พอร์ตอัพลิงค์
  • การเชื่อมต่อกับเราท์เตอร์ไร้สายตัวที่สอง
    • เราท์เตอร์ไวเลสสำหรับใช้ตามบ้านนั้นสามารถเชื่อมต่อระหว่างกันได้ผ่านสายเคเบิลแบบอีเธอร์เน็ตแบบเดียวกับเราท์เตอร์แบบใช้สาย นอกจากนี้ก็สามารถเชื่อมต่อเราท์เตอร์ทั้งสองตัวผ่านสัญญาณไร้สายได้ด้วย แต่สำหรับการตั้งค่าส่วนใหญ่แล้ว เราท์เตอร์ตัวที่สองมักทำหน้าที่ได้แค่เป็นแอคเซสพอยต์ที่คอยกระจายสัญญาณ แทนที่จะเป็นเราท์เตอร์ ดังนั้นเราท์เตอร์ตัวที่สองจำเป็นต้องถูกตั้งค่าในโหมด Client เพื่อให้ใช้ประโยชน์ด้านเราท์ติ้งได้อย่างเต็มที่ แต่โหมดนี้มักไม่ซัพพอร์ตในเราท์เตอร์รุ่นที่ใช้ตามบ้านทั่วไป

  • ตั้งค่าช่องสัญญาณไวไฟสำหรับเราท์เตอร์ตามบ้านแบบไวเลส
    • ถ้าเราท์เตอร์ทั้งสองตัวเป็นไวเลสแล้ว สัญญาณไวไฟจากทั้งสองตัวอาจรบกวนซึ่งกันและกันได้ง่าย จนกระทบการเชื่อมต่อ จึงควรตั้งค่าแชนแนลให้แตกต่างกัน เช่น ตัวแรกใช้แชนแนล1 หรือ 6 ส่วนตัวที่สองใช้แชนแนล11 เป็นต้น
  • การตั้งค่าไอพีบนเราท์เตอร์ตัวที่สอง
    • เราท์เตอร์ที่ใช้ตามบ้านนั้นมักมีที่อยู่ไอพีแบบดีฟอลต์ที่ตั้งค่ามาตั้งแต่แรก ซึ่งไอพีดีฟอลต์ของเราท์เตอร์ตัวที่สองนี้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรนอกจากอยากที่จะตั้งค่าให้เป็นสวิตช์บนเครือข่าย หรือแอคเซสพอยต์แทน
  • ใช้เราท์เตอร์ตัวที่สองเป็นสวิตช์หรือแอคเซสพอยต์
    • วิธีก่อนหน้านี้เป็นการทำเพื่อรองรับการแบ่งเครือข่ายย่อยภายในเครือข่ายในบ้าน ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมอุปกรณ์บางตัว เช่น การบังคับโพลิซีเพิ่มเติมในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแต่นอกจากนี้ก็สามารถเอาเราท์เตอร์ตัวที่สองตั้งค่าเป็นสวิตช์บนเครือข่ายอีเธอร์เน็ต หรือแอคเซสพอยต์ได้ด้วยเช่นกัน โดยไม่ได้แบ่งเครือข่ายแยก
  • ตั้งค่าเราท์เตอร์ตัวที่สองไม่ให้แบ่งเครือข่าย
    • การตั้งค่าให้ทำหน้าที่เป็นสวิตช์แทนนั้น ให้เสียบสายเคเบิลอีเธอร์เน็ตไปยังพอร์ตว่างพอร์ตไหนก็ได้บนเราท์เตอร์ตัวใหม่แทนการเสียบพอร์ตอัพลิงค์ แล้วเชื่อมต่อกับพอร์ตว่างนอกจากพอร์ตอัพลิงค์ของเราท์เตอร์ตัวเดิมเช่นกัน

 ที่มา : Lifewire

from:https://www.enterpriseitpro.net/how-to-connect-two-routers/