คลังเก็บป้ายกำกับ: HITACHI

Live Webinar: “Hitachi JP1/IT Desktop Management 2 ตัวช่วยสำหรับ IT เพื่อรองรับการทำงานแบบ Remote Working”

บริษัท Hitachi Asia (Thailand) Co., Ltd. และบริษัท Material Automation (Thailand) Co., Ltd. ขอเรียนเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วม Hitachi JP1 Live Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Hitachi JP1/IT Desktop Management 2 ตัวช่วยสำหรับ IT เพื่อรองรับการทำงานแบบ Remote Working” เพื่อให้การจัดการทรัพย์สินทางด้าน IT เป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยที่แม้ไม่ได้อยู่ในออฟฟิศก็สามารถทำงานได้ ผ่านช่องทาง Live Webinar ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ลงทะเบียนเข้าร่วม kintone Live Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ได้ตาม link ด้านล่าง โดยขอความกรุณากรอกข้อมูลสำหรับลงทะเบียนให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

วันที่:     วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน 2563

เวลา:     14:00-15:30 น.

Link สำหรับลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/2415922821118/WN_PiFokQ-pRimzyxRpNU8Zgg

JP1 คืออะไร?

Hitachi JP1 เป็นโซลูชั่นที่จะช่วยปรับปรุงธุรกิจในด้านการดำเนินงานในส่วนไอทีของคุณที่มีความซับซ้อนและหลากหลายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยโซลูชั่น JP1 นั้นออกแบบมาเพื่อลดระยะเวลาในการทำงาน ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบไอทีของคุณ ยกตัวอย่างเช่น การบริหารจัดการสินทรัพย์ด้านไอที และการบริหารจัดการการรักษาความปลอดภัยภายในองค์กร

JP1/IT Desktop Management 2 คืออะไร?

JP1/IT Desktop Management 2 เป็นซอฟต์แวร์ช่วยจัดการทรัพย์สินทางด้านไอที ที่มาพร้อมกับระบบตรวจเช็คการตั้งค่าการใช้งานบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์และเครื่องลูกข่าย โดยระบบจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอุปกรณ์ไอที ช่วยให้ผู้ดูแลฯ สามารถลดระยะเวลาในการทำงานได้ และช่วยให้การวางแผนการทำงานด้านไอทีเป็นระบบมากยิ่งขึ้น พร้อมกับเครื่องมือช่วยเหลืออื่นๆ เช่น Remote Control และ Software Distribution

สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงาน Material Automation (Thailand) Co., Ltd. ได้ที่ โทร. 02-261-5100 หรือ E-mail: mat_marketing@mat.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/webinar-hitachi-jp1-it-desktop-management-to-support-remote-working/

Hitachi ญี่ปุ่น ออกกฎการทำงานใหม่ ให้พนักงานเข้าออฟฟิศสัปดาห์ละ 2-3 วัน นอกจากนั้นให้ทำที่บ้าน

New Normal ของการโลกการทำงานยุคหลังโควิด (?)

WFH
Photo: Shutterstock

เข้าออฟฟิศ 2-3 วัน/สัปดาห์

Hitachi ประกาศกฎการทำงานใหม่ในองค์กร โดยระบุว่า จะให้พนักงานเข้าออฟฟิศมาทำงานเพียงสัปดาห์ละ 2-3 วันเท่านั้น ส่วนวันที่เหลือให้ทำงานจากบ้าน แม้ว่าวิกฤตโรคระบาดจะหมดไปแล้วก็ตาม

นโยบายใหม่จะมีผลบังคับใช้กับพนักงานกว่า 70% ของบริษัท นับรวมแล้วประมาณ 23,000 ตำแหน่ง

Hitachi บอกว่า จะปรับกระบวนการและวิธีการทำงานบางส่วนที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายนี้ เช่น ลดละการใช้ตราประทับหรือลายลักษณ์อักษรให้ทำบนออนไลน์ได้เพื่อลดการเดินทางเข้าออฟฟิศโดยไม่จำเป็น

ส่วนในเรื่องการวัดผลและประเมินผลพนักงาน บริษัทจะพิจารณาที่ “ผลงาน” ไม่ใช่ “ปริมาณเวลา” ที่ทุ่มเทให้กับองค์กรเหมือนเดิมอีกต่อไป

นโยบายใหม่ของ Hitachi ถือว่าเป็น New Normal หรือธรรมเนียมใหม่ของสังคมการทำงานในญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เนื่องจากในอดีตปริมาณเวลาในการทำงานสำคัญและอยู่ในวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง (ให้นึกถึงคำว่า คาโรชิ ในภาษาญี่ปุ่นที่หมายถึง “ภาวะการทำงานจนตาย”)

Hitachi Photo: Hitachi Software Engineering UK [CC BY 3.0 (https://creativecommons.org/licenses/by/3.0)%5D, via Wikimedia Commons

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hitachi-new-rule-for-working-office/

Hitachi Vantara Webinar: Enterprise Object-based Storage & Work from Home with HCP Solution

Hitachi Vantara ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมฟังบรรยาย Hitachi Vantara Webinar เรื่อง “Enterprise Object-based Storage & Work from Home with HCP Solution” เพื่อแนะนำเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลยุคใหม่แบบ Object Storage และโซลูชัน Work from Home ซึ่งช่วยให้การจัดเก็บ ซิงค์ และแชร์ไฟล์ข้อมูลขณะทำงานที่บ้านเป็นเรื่องง่าย ในวันอังคารที่ 7 เมษายน 2020 ผ่าน Live Webinar ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Enterprise Object-based Storage & Work from Home with HCP Solution
ผู้บรรยาย: คุณ Norawee Seneewongse และคุณ Songchai Vachiravorakam, Solution Consultant จาก Hitachi Vantara
วันเวลา: วันอังคารที่ 7 เมษายน 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_OMEEQds2ThabGIy86mS0cg

Public Cloud Provider และองค์กรชั้นนำของโลกทุกวันนี้ต่างใช้ Object Storage ในการบริหารการจัดเก็บข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลแบบ Unstructured Data ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ภายใน Webinar นี้ ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี Object Storage ของ Hitachi Vantara ว่าสามารถช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการข้อมูลและ Content ได้อย่างไร การป้องกันข้อมูลสูญหายโดยไม่จำเป็นต้องมีการ Backup อีกต่อไป รวมไปถึงโซลูชัน Work from Home ที่จะช่วยให้การจัดเก็บ ซิงค์โครไนซ์ และแชร์ไฟล์ข้อมูลขณะทำงานที่บ้านกลายเป็นเรื่องง่าย

เนื้อหาที่จะบรรยายประกอบด้วย

  • รู้จักกับโซลูชัน Hitachi Content Platform ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ Object Storage ของ Hitachi Vantara รวมไปถึงฟีเจอร์พื้นฐาน และ Use Cases การใช้งานต่างๆ เช่น โซลูชันการทดแทนที่เทป (Tapeless), การทำ File Sync & Share, การทำ Archiving และการเชื่อมต่อกับ Cloud
  • แนะนำ Hitachi Content Platform Anywhere (HCP-AW) โซลูชัน Enterprise File Synchronization & Sharing สำหรับการอัปเดตไฟล์ข้อมูลโดยอัตโนมัติ แชร์ และจัดเก็บไฟล์อย่างมั่นคงปลอดภัยจากทุกที่ ทุกเวลา ตอบโจทย์การใช้งานในรูปแบบ Work from Home พร้อมสาธิดการใช้งานเบื้องต้น
  • แนะนำ Hitachi Content Platform Gateway (HCP Gateway) โซลูชันการทำ Remote-Branch Office (ROBO) ที่เพิ่มความสามารถในการแชร์ไฟล์และการเชื่อมต่อกับ Object Cloud Storage เพื่อลด Storage Footprint ในแต่ละสาขาลงได้
  • การใช้ Hitachi Content Platform เพื่อลดปัญหาและความยุ่งยากของการจัดการตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่จะบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคมนี้
  • การป้องกัน Ransomware และกู้คืนไฟล์กลับมาได้ในหลักวินาทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์ Backup และไม่ต้องกังวลเรื่อง RPO/RTO

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/793856757773343/

from:https://www.techtalkthai.com/hitachi-vantara-webinar-enterprise-object-based-storage-work-from-home-with-hcp-solution/

Hitachi Vantara ซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้าน Kubernetes อย่าง Containership

Hitachi Vantara ในเครือของ Hitachi ที่คอยสนับสนุนบริษัทในการผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์นั้น ได้ออกมาประกาศว่าได้เข้าซื้อกิจการของบริษัทชื่อ Containership ซึ่งตั้งอยู่ที่ Pitsburgh

บริษัทนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2015และได้การยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่มีความเสถียรมากที่สุดสำหรับงานติดตั้งและจัดการโครงสร้างพื้นฐาน Kubernetes แบบมัลติคลาวด์

โดย Containership ได้พัฒนาแผงควบคุมที่ใช้งานได้สะดวกทำให้องค์กรต่างๆ มีความยืดหยุ่นในการทำงานกับพับลิกคลาวด์ ไพรเวทคลาวด์ และสภาพแวดล้อมการทำงานแบบ On-Premise แต่ที่ผ่านมาบริษัทนี้ประสบปัญหาด้านการเงินและด้านอื่นๆ จนทำให้ยอมขายกิจการดังกล่าว

ทางด้าน COO ด้านหน่วยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิตอลของ Hitachi Vantara คุณ Bobby Soni โพสต์ผ่านบล็อกของตนเองว่า “วันนี้ผมสามารถบอกให้ทุกคนทราบได้แล้วว่า ทางเราได้ซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้าน Kubernetes อย่าง Containership แล้ว”

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/hitachi-vantara-acquires-kubernetes-startup/

[Infographic] มาตรฐานใหม่สำหรับ Enterprise Storage โดย Hitachi Vantara

Hitachi Vantara ผู้นำด้านโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลสำหรับองค์กรธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ออก Infographic เรื่อง “มาตรฐานใหม่สำหรับ Enterprise Storage” ในยุคที่ Storage แบบ NVMe Flash Array เริ่มเข้ามามีบทบาทในการเก็บข้อมูลในยุคดิจิทัลมากขึ้น พร้อมแนะนำ Hitachi VSP 5000 NVMe Flash Storage ที่เร็วที่สุดในโลก

Infographic ฉบับนี้จะกล่าวถึงความท้าทายของฝั่ง IT ในยุคธุรกิจดิจิทัล, ปัญหาของโครงสร้างพื้นฐานแบบเก่า, Hitachi VSP 5000 NVMe Flash Storage ช่วยพลิกโฉมการจัดเก็บข้อมูลได้อย่างไร, รู้จัก Hitachi Ops Center การบริหารจัดการที่ผสาน AI/ML เพื่อยกระดับ IT Operation และ Automation ไปอีกขั้น และการใช้ NVMe Flash Storage เพื่อวางรากฐาน Data Center สำหรับองค์กรยุคใหม่ ดังนี้

from:https://www.techtalkthai.com/infographic-the-new-standard-in-enterprise-storage-by-hitachi-vantara/

Hitachi จัดแสดงนวัตกรรมภายใต้แนวคิด “Powering Good and Powering Thailand”

 

บริษัท ฮิตาชิ จำกัด (ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์: 6501, “ฮิตาชิ”) และ บริษัท ฮิตาชิ เอเซีย จำกัด จัดแสดงสมาร์ทโซลูชั่นส์หลากหลายในงานประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ (Hitachi Social Innovation Forum) 2020 ณ กรุงเทพฯ  ในวันนี้ ซึ่งแสดงถึงเจตนารมณ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการเตรียมความพร้อมของลูกค้าในประเทศไทยต่อความท้าทายแห่งโลกอนาคต

 

งานประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ (HSIF) คือการประชุมและงานแสดงผลิตภัณฑ์หลักในระดับโลกของฮิตาชิ ที่มีผู้นำจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม โดยมีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมทั่วภูมิภาค

โดยธีมงานในปีนี้คือ “Powering Good, Powering Thailand” ซึ่งมีการจัดแสดงเทคโนโลยีด้านการผลิตอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ และการเงินอัจฉริยะเพื่อตอบสนองต่อนโยบาย “Thailand 4.0” ในงานยังมีเวทีเสวนาในประเด็นที่ว่าด้วยนวัตกรรมเพื่อสังคมสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ได้อย่างไร

โดยมีความน่าสนใจหลักอยู่ที่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล ในด้านการผลิตและด้านการบริการสำหรับเมืองอัจฉริยะ รวมทั้งการนำเสนอบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการแสวงหาซึ่งความสุขของมวลมนุษยชาติ โดย ดร. คาซุโอะ ยาโน (Kazuo Yano) ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากบริษัท ฮิตาชิ

Hitachi

นาย โยชิโตะ โคดามะ (Yoshito Kodama) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เรามีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล  ผ่านโครงการใหม่ๆ และสานต่อการส่งมอบสิ่งที่ดีในประเทศไทย เราเปิดตัวศูนย์ Lumada เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.2561 และมีเป้าหมายที่จะมีส่วนร่วมในการหารือร่วมกันมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายในอนาคต

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนแรงขับเคลื่อนระดับชาติว่าด้วยนโยบาย “Thailand 4.0” เรายังมีเป้าหมายในการสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในสังคม โดยร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลแบบเพิ่มมูลค่าไปด้วยกัน”

ด้วยการสร้างแนวทางด้านการพัฒนาตามนโยบายของรัฐบาลไทยเพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจแบบเพิ่มมูลค่าอัจฉริยะ ฮิตาชิจะร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ดิจิทัลเฉพาะทางต่อไป เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์แก่ประชาคมในพื้นที่และมีบทบาทในการบรรลุผลสัมฤทธิ์ของนโยบาย “Thailand 4.0”

 

from:http://mobileocta.com/hitachi-showcases-innovations-under-the-concept-of-powering-good-and-powering-thailand/

ฮิตาชิ เผยโฉม AI and Happiness โซลูชั่นช่วยเพิ่มความสุขให้พนักงานในองค์กร

 

พฤติกรรมการทำงานที่มีการแข่งขันสูง  กดดัน  และให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของงานของชาวญี่ปุ่น  ถือเป็นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่  แต่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ญี่ปุ่น เกิดการเติบโตทัดเทียมในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งหลายๆ หน่วยงานต่างก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสวัสดิการของพนักงานมากขึ้น  ผ่านการคิดค้นนวัตกรรม  โซลูชั่นต่างๆ  โดยเฉพาะกับสภาวะจิตใจ  ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความเครียดในการทำงาน  รวมถึงผลตอบแทนที่ได้รับ  ส่งผลต่อความสุขในการใช้ชีวิตอย่างไร

 

Hitachi

ฮิตาชิ  เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว  จึงได้เริ่มค้นคว้าโซลูชั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเครียดให้กับพนักงาน  โดยการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาปรับใช้ในองค์กรตั้งแต่ปี 2549  เริ่มจากการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการทำงานกับคุณภาพของงาน  ผ่านการนำนวัตกรรมติดตั้งเข้าไปในอุปกรณ์สวมใส่  อย่างเช่น Nametags และสายรัดข้อมือ  ซึ่งจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับพฤติกรรมการเคลื่อนไหว  อัตราการเต้นของหัวใจ  หรือแม้กระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน  ซึ่ง AI จะเก็บข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ  เพื่อตั้งสมมติฐานหาความเชื่อมโยงระหว่างความสุขของพนักงาน  และประสิทธิภาพในการทำงาน  ตลอดจนคุณภาพของผลงานที่ได้

ดร. คาซุโอะ ยาโน  (Dr. Kazuo Yano) ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากบริษัท ฮิตาชิ กล่าวว่า ฮิตาชิมุ่งมั่นค้นคว้าโซลูชั่นมานานกว่า 10 ปี เพื่อนำมาใช้กับพนักงานของเราให้มีความสุขในการทำงานให้มากที่สุด  ซึ่งเราพบว่ากลุ่มคนวัยทำงานเป็นวัยที่มีความเครียดมากที่สุด  ดังนั้นจึงนำเทคโนโลยี AI ที่ทางฮิตาชิมีอยู่ มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลของพนักงาน  โดยผ่านโซลูชั่น  AI and Happiness ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งบนป้ายพนักงาน (Nametags)  หรือ สายรัดข้อมือ (Wristband)  เพื่อเก็บข้อมูลการทำงาน พฤติกรรมการเคลื่อนไหว  อัตราการเต้นของหัวใจ  หรือแม้กระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานของพนักงานในแต่ละวัน  หลังจากนั้นจะนำมาวิเคราะห์  แล้วจะแนะนำให้พนักงานทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดระหว่างวัน

การวิจัยของฮิตาชิในการคิดค้นโซลูชั่น AI and Happiness

1.      องค์กรที่มีความสุขในการทำงานสูง  ส่งผลให้คุณภาพของงานสูงตามไปด้วย

2.      ความสุขส่งผลต่อผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการเงิน

3.      ความสุขที่เกิดขึ้นในองค์กร  ไม่ได้คำนึงถึงประเภทของงานหรือพนักงาน

ในอนาคตทางฮิตาชิสนใจที่จะพัฒนาและนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาปรับใช้กับองค์กร เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน  เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน  ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และงานบริการให้ลูกค้า  ภายใต้การเพิ่มความสุขของพนักงานในองค์กร 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

·       https://social-innovation.hitachi/en-us/think-ahead/manufacturing/ai-for-happy-workforce

·       https://social-innovation.hitachi/en/case_studies/ai_happiness

·       https://futureofwork.wbcsd.org/wp-content/uploads/2018/10/WBCSD-FoW-Case-Study_Hitachi_AI-for-Happiness.pdf

·       http://www.hitachi.com/rd/special/index.html

·        http://www.hitachi.com/rd/portal/video/2018/1802a.html

 

from:http://mobileocta.com/hitachi-unveils-ai-and-happiness-solutions-to-boost-workers-happiness/

ฮิตาชิ โชว์นวัตกรรมล้ำสมัยระบบ Smart Solutions ในประเทศไทย

บริษัท ฮิตาชิ จัดแสดงสมาร์ทโซลูชั่นส์หลากหลายในงานประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ (Hitachi Social Innovation Forum) 2020 ณ กรุงเทพฯ ในวันนี้ ซึ่งแสดงถึงเจตนารมณ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการเตรียมความพร้อมของลูกค้าในประเทศไทยต่อความท้าทายแห่งโลกอนาคต

งานประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ (HSIF) คือการประชุมและงานแสดงผลิตภัณฑ์หลักในระดับโลกของฮิตาชิ ที่มีผู้นำจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม โดยมีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมทั่วภูมิภาค โดยธีมงานในปีนี้คือ “Powering Good, Powering Thailand” ซึ่งมีการจัดแสดงเทคโนโลยีด้านการผลิตอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ และการเงินอัจฉริยะเพื่อตอบสนองต่อนโยบาย “Thailand 4.0”

ในงานยังมีเวทีเสวนาในประเด็นที่ว่าด้วยนวัตกรรมเพื่อสังคมสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ได้อย่างไร โดยมีความน่าสนใจหลักอยู่ที่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล ในด้านการผลิตและด้านการบริการสำหรับเมืองอัจฉริยะ รวมทั้งการนำเสนอบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการแสวงหาซึ่งความสุขของมวลมนุษยชาติ โดย ดร. คาซุโอะ ยาโน (Kazuo Yano) ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากบริษัท ฮิตาชิ

นาย โยชิโตะ โคดามะ (Yoshito Kodama) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เรามีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านโครงการใหม่ๆ และสานต่อการส่งมอบสิ่งที่ดีในประเทศไทย เราเปิดตัวศูนย์ Lumada เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.2561 และมีเป้าหมายที่จะมีส่วนร่วมในการหารือร่วมกันมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายในอนาคต นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนแรงขับเคลื่อนระดับชาติว่าด้วยนโยบาย “Thailand 4.0” เรายังมีเป้าหมายในการสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในสังคม โดยร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลแบบเพิ่มมูลค่าไปด้วยกัน”

ด้วยการสร้างแนวทางด้านการพัฒนาตามนโยบายของรัฐบาลไทยเพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจแบบเพิ่มมูลค่าอัจฉริยะ ฮิตาชิจะร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ดิจิทัลเฉพาะทางต่อไป เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์แก่ประชาคมในพื้นที่และมีบทบาทในการบรรลุผลสัมฤทธิ์ของนโยบาย “Thailand 4.0”

from:https://www.enterpriseitpro.net/hitachi-smart-solutions/

สุดทึ่ง! เมื่อฮิตาชิ นำ AI มาเพิ่มความสุขให้ พนง.ในองค์กร

พฤติกรรมการทำงานที่มีการแข่งขันสูง กดดัน และให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของงานของชาวญี่ปุ่น ถือเป็นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ญี่ปุ่น เกิดการเติบโตทัดเทียมในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายๆ หน่วยงานต่างก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสวัสดิการของพนักงานมากขึ้น ผ่านการคิดค้นนวัตกรรม โซลูชั่นต่างๆ โดยเฉพาะกับสภาวะจิตใจ ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความเครียดในการทำงาน รวมถึงผลตอบแทนที่ได้รับ ส่งผลต่อความสุขในการใช้ชีวิตอย่างไร

ฮิตาชิ เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้เริ่มค้นคว้าโซลูชั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเครียดให้กับพนักงาน โดยการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาปรับใช้ในองค์กรตั้งแต่ปี 2549 เริ่มจากการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการทำงานกับคุณภาพของงาน ผ่านการนำนวัตกรรมติดตั้งเข้าไปในอุปกรณ์สวมใส่ อย่างเช่น Nametags และสายรัดข้อมือ ซึ่งจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับพฤติกรรมการเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ หรือแม้กระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่ง AI จะเก็บข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อตั้งสมมติฐานหาความเชื่อมโยงระหว่างความสุขของพนักงาน และประสิทธิภาพในการทำงาน ตลอดจนคุณภาพของผลงานที่ได้

ดร. คาซุโอะ ยาโน (Dr. Kazuo Yano) ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากบริษัท ฮิตาชิ กล่าวว่า “ฮิตาชิมุ่งมั่นค้นคว้าโซลูชั่นมานานกว่า 10 ปี เพื่อนำมาใช้กับพนักงานของเราให้มีความสุขในการทำงานให้มากที่สุด ซึ่งเราพบว่ากลุ่มคนวัยทำงานเป็นวัยที่มีความเครียดมากที่สุด ดังนั้นจึงนำเทคโนโลยี AI ที่ทางฮิตาชิมีอยู่ มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลของพนักงาน โดยผ่านโซลูชั่น AI and Happiness ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งบนป้ายพนักงาน (Nametags) หรือ สายรัดข้อมือ (Wristband) เพื่อเก็บข้อมูลการทำงาน พฤติกรรมการเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ หรือแม้กระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานของพนักงานในแต่ละวัน หลังจากนั้นจะนำมาวิเคราะห์ แล้วจะแนะนำให้พนักงานทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดระหว่างวัน”

การวิจัยของฮิตาชิในการคิดค้นโซลูชั่น AI and Happiness
1. องค์กรที่มีความสุขในการทำงานสูง ส่งผลให้คุณภาพของงานสูงตามไปด้วย
2. ความสุขส่งผลต่อผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการเงิน
3. ความสุขที่เกิดขึ้นในองค์กร ไม่ได้คำนึงถึงประเภทของงานหรือพนักงาน

ในอนาคตทางฮิตาชิสนใจที่จะพัฒนาและนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาปรับใช้กับองค์กร เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และงานบริการให้ลูกค้า ภายใต้การเพิ่มความสุขของพนักงานในองค์กร

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%87hitachi-ai-happiness/

สุดทึ่ง! เมื่อฮิตาชิ นำ AI มาเพิ่มความสุขให้ พนง.ในองค์กร

พฤติกรรมการทำงานที่มีการแข่งขันสูง กดดัน และให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของงานของชาวญี่ปุ่น ถือเป็นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ญี่ปุ่น เกิดการเติบโตทัดเทียมในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายๆ หน่วยงานต่างก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสวัสดิการของพนักงานมากขึ้น ผ่านการคิดค้นนวัตกรรม โซลูชั่นต่างๆ โดยเฉพาะกับสภาวะจิตใจ ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความเครียดในการทำงาน รวมถึงผลตอบแทนที่ได้รับ ส่งผลต่อความสุขในการใช้ชีวิตอย่างไร

ฮิตาชิ เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้เริ่มค้นคว้าโซลูชั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเครียดให้กับพนักงาน โดยการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาปรับใช้ในองค์กรตั้งแต่ปี 2549 เริ่มจากการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการทำงานกับคุณภาพของงาน ผ่านการนำนวัตกรรมติดตั้งเข้าไปในอุปกรณ์สวมใส่ อย่างเช่น Nametags และสายรัดข้อมือ ซึ่งจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับพฤติกรรมการเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ หรือแม้กระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่ง AI จะเก็บข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อตั้งสมมติฐานหาความเชื่อมโยงระหว่างความสุขของพนักงาน และประสิทธิภาพในการทำงาน ตลอดจนคุณภาพของผลงานที่ได้

ดร. คาซุโอะ ยาโน (Dr. Kazuo Yano) ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากบริษัท ฮิตาชิ กล่าวว่า “ฮิตาชิมุ่งมั่นค้นคว้าโซลูชั่นมานานกว่า 10 ปี เพื่อนำมาใช้กับพนักงานของเราให้มีความสุขในการทำงานให้มากที่สุด ซึ่งเราพบว่ากลุ่มคนวัยทำงานเป็นวัยที่มีความเครียดมากที่สุด ดังนั้นจึงนำเทคโนโลยี AI ที่ทางฮิตาชิมีอยู่ มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลของพนักงาน โดยผ่านโซลูชั่น AI and Happiness ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งบนป้ายพนักงาน (Nametags) หรือ สายรัดข้อมือ (Wristband) เพื่อเก็บข้อมูลการทำงาน พฤติกรรมการเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ หรือแม้กระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานของพนักงานในแต่ละวัน หลังจากนั้นจะนำมาวิเคราะห์ แล้วจะแนะนำให้พนักงานทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดระหว่างวัน”

การวิจัยของฮิตาชิในการคิดค้นโซลูชั่น AI and Happiness
1. องค์กรที่มีความสุขในการทำงานสูง ส่งผลให้คุณภาพของงานสูงตามไปด้วย
2. ความสุขส่งผลต่อผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการเงิน
3. ความสุขที่เกิดขึ้นในองค์กร ไม่ได้คำนึงถึงประเภทของงานหรือพนักงาน

ในอนาคตทางฮิตาชิสนใจที่จะพัฒนาและนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาปรับใช้กับองค์กร เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และงานบริการให้ลูกค้า ภายใต้การเพิ่มความสุขของพนักงานในองค์กร

from:https://www.enterpriseitpro.net/hitachi-ai-happiness/