คลังเก็บป้ายกำกับ: GUEST_POSTS

ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “เร่งความเร็วใน Next Normal และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลอย่างมุ่งมั่นด้วย Acumatica ERP” [18 June 2564]

ขอเชิญผู้บริหารธุรกิจและทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Acumatica Lunch & Learn Online Event ในวันที่ 18 มิถุนายน 2564 เพื่อเสวนาในหัวข้อ “เร่งความเร็วใน Next Normal และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลอย่างมุ่งมั่นด้วย Acumatica ERP”

ร่วมพูดคุยกับเราอย่างเข้มข้นในเทรนด์ “Next Normal” และเตรียมพร้อมสำหรับการดีดตัวกลับมาของเศรษฐกิจโลก และเรียนรู้ว่าธุรกิจของคุณจะพร้อมให้บริการและเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลแบบก้าวกระโดดได้อย่างไร และพบกับการสาธิตแนะนำโซลูชันการจัดการระบบบริหารโรงงาน ระบบบริหารจัดการ Warehouse และระบบบริหารจัดการสำหรับธุรกิจ wholesales ในรูปแบบ Software License ที่จ่ายเท่าที่คุณใช้ – Acumatica ERP โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานดังนี้

Acumatica Lunch & Learn : Accelerate the Pace in Next Normal & Drive a Robust Digital Transformation with Acumatica Cloud ERP

วันที่ 18 มิถุนายน 2564

เวลา 9.30น. – 12.00น. (เวลาเมืองไทย)

รูปแบบ สัมมนาออนไลน์

รายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ : https://www.diginexthailand.com/lunchandlearn

เพื่อธุรกิจปรับตัวใหม่ใน Next Normal

ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่ Next Normal ที่ธุรกิจต่างๆในทุกอุตสาหกรรม ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และไม่เหมือนเดิมจนกระทั่งอาจไม่สามารถทำนายเทรนด์ได้อีกต่อไป ซึ่งธุรกิจอย่างภาคอุตสาหกรรม และการจัดจำหน่าย ต้องการการบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น(Flexible) รวดเร็ว (Fast) คล่องตัว (Agile) พร้อมไปกับการควบคุมต้นทุนทางเทคโนโลยี ที่ต้องคุ้มค่าลงทุนและรองรับการเติบโต

เราขอเชิญคุณเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Acumatica Lunch & Learn ซึ่งเราจะนำเสนอเนื้อหาด้าน Digital Transformation ของธุรกิจในยุคที่ก้าวสู่ Next Normal ด้วยระบบ ERP ที่ทันสมัยและตอบรับกลยุทธ์การปรับธุรกิจ จริง รวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อ ROI ของธุรกิจจากการบริหารจัดการด้วยระบบ ERP เดิมและใหม่ ซึ่งคุณสามารถนำไปปรับใช้งานได้ พร้อมประเด็นพูดคุยถึงจากประสบการณ์ใช้งานจริงจากลูกค้าของเรา

สำหรับเนื้อหาเด่นในงานสัมมนาครั้งนี้ มีดังต่อไปนี้

9:30am           

Opening

9:40am        

 “Digital Transformation and what it means in real life for companies.” โดย Mr.Thorsten Leppek, Acumatica Asia Regional Director

10:00am       

“Build Strategy around Agility, Simplify, and Solid step to catch the pace. With Focus on Next Normal Opportunities.” โดย ว่าที่ร.ต.หญิง กัญชริญา จันทร์นาค, Strategic Transformation Director, Diginex Thailand

10:20am       

See Acumatica product demo in brief and real scenarios. โดย คุณ Nutdanai Yenchai และคุณ Napatsanan Mansajjakul, Acumatica, Regional Solutions Consultant

11:00am       

Open Q&A เกี่ยวกับ Acumatica ที่คุณอยากทราบ

11:20am       

ออนไลน์เวิร์คชอป “Identify key factors for accurately forecast ROI of your business.”

12:00pm       

รับประทานอาหารเที่ยง ด้วยการสนับสนุนจากเรา

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่: https://www.diginexthailand.com/lunchandlearn

หากมีข้อสงสัย กรุณาโทรศัพท์สอบถามได้ที่หมายเลข: 02 114 7760

from:https://www.techtalkthai.com/acumatica-lunch-and-learn-online-event-18-june-2564/

[Guest Post] ค้นพบการสำรองข้อมูลและการกู้คืนที่รวดเร็วการเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารจัดการต้นทุนด้วย Pure Storage และ Commvault จาก Computer Union

ด้วยความสามารถในการจัดการ Unstructured Data, File shared ความเร็วสูง และ Object Storage ของ Pure Storage FlashBlade ผสานเข้ากับความเรียบง่ายของ Commvault Complete Data Protection ตามการออกแบบและผ่านการตรวจสอบแล้วใน Pure Validated Design ทำให้ได้โซลูชันที่สมบูรณ์ซึ่งช่วยให้การจัดเก็บ,ปกป้อง, ปรับแต่งและใช้ข้อมูลเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เรียบง่ายและสามารถรองรับการขยับขยายในอนาคต

High-Performance Data Protection and Management

ค้นพบการสำรองข้อมูลและการกู้คืนที่รวดเร็วขึ้น, ความเรียบง่ายและการเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารจัดการต้นทุนด้วย PureStorageและ Commvault

Pure Storage and Commvault เข้าใจถึงความท้าทายที่องค์กรของคุณต้องเผชิญเมื่อพูดถึงวิธีการดั้งเดิมในการปกป้องข้อมูล ซึ่งระบบขององค์กรมักจะมี Hardware หลากหลาย vendors หรือ ระบบสำรองข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อนในการบริหารจัดการข้อมูลในองค์กร รวมไปถึงดิสก์ที่หมุนช้า ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะลดเวลาในการสำรองข้อมูลหรืออีกด้านในการลดระยะเวลาการกู้คืนข้อมูล (RTO) และ ให้ตรงตามความคาดหวังต่อระดับการบริการ (SLA)

Pure Validated Design with Commvault

ด้วยความสามารถในการจัดการ Unstructured Data, File shared ความเร็วสูง และ Object Storage ของ Pure Storage FlashBlade ผสานเข้ากับความเรียบง่ายของ Commvault Complete Data Protection ตามการออกแบบและผ่านการตรวจสอบแล้วใน Pure Validated Design ทำให้ได้โซลูชันที่สมบูรณ์ซึ่งช่วยให้การจัดเก็บ,ปกป้อง, ปรับแต่งและใช้ข้อมูลเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เรียบง่ายและสามารถรองรับการขยับขยายในอนาคต

  • All-flash backup target: รองรับอัตราการสำรองข้อมูลสูงสุด 90TB / ชั่วโมงด้วยเทคโนโลยี Pure FlashBlade ช่วยให้สามารถสำรองข้อมูลได้ทันเวลา หรืออยู่ในกรอบเวลา ตรงตาม SLA ที่องค์กรต้องการได้
  • Centralized snapshot management: เทคโนโลยี Commvault IntelliSnap ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและลดความยุ่งยากในการ Snapshot โดยการรวมศูนย์การจัดการ storage arrays 1ตัว หลายๆ ตัว ในที่เดียวกัน  ซึ่งลดความยุ่งยากในการกำหนดค่าการดูแลระบบให้เหลือน้อยที่สุดโดยไม่ต้องเขียน script ใด ๆเพิ่มเติม
  • Broad workload coverage: ให้ความมั่นใจได้สำหรับการป้องกันและการกู้คืนข้อมูลในระดับองค์กร เช่น virtual-machine, containers, databases, applications, files และ end points, นั่นคือครอบคลุมทั้งหมดไม่ว่าข้อมูลนั้นจะเป็นอะไรหรืออยู่ที่ใดก็ตาม
  • Data insights: มี framework เดียวกันสำหรับ การบริหารจัดการ, indexing, และ การจัดทำรายงาน ช่วยให้คุณใช้ข้อมูลได้มากกว่าแค่การสำรองและกู้คืน
  • Fast data restore: Pure FlashBlade Rapid Restore ช่วยเพิ่มความเร็วในการกู้คืนข้อมูลได้อย่างมากโดยให้ประสิทธิภาพการกู้คืนข้อมูลสูงถึง 270TB / ชั่วโมง

Achieve greater protection against ransomware with Commvault and Pure Storage

ภัยคุมคามไซเบอร์และ Ransomware ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงหรือป้องกันได้ 100% แต่ด้วยโซลูชั่นที่มี Commvault ร่วมกับ Pure Storage ทำให้การโจมตีดังกล่าวสำเร็จได้ยากขึ้น โดย Pure Storage FlashBade มี SafeMode ซึ่งแม้จะถูกแฮก user ที่เป็น FlashBlade administrator ก็ไม่สามารถลบ, เข้ารหัส หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข Storage Snapshot ที่จะถูกสำรองด้วย Commvault ได้

Avoid Costly, Time-consuming Hardware Refreshes

Pure Storage Evergreen Storage subscriptions จะทำให้คุณได้รับ นวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์  ที่ยืดหยุ่นและทันสมัยตลอดเวลา อีกทั้ง Pure Storage ยังมี Pure1 เป็นตัวบริหารจัดการ storage ของคุณพร้อมทั้ง planning โดยใช้ Predictive intelligence ซึ่งทำงานอยุ่บน cloud โดยใช้ AI ในการ forecast capacity and performance ที่ต้องการเมื่อเวลาผ่านไป บวกกับ การทำ workload optimization และ upgrade hardware ของ Pure Storage

สนใจโซลูชันจาก IBM ติดต่อทีมงาน Computer Union ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันใดๆ ของ IBM สามารถติดต่อทีมงาน Computer Union เพื่อรับข้อมูลเพิ่มติมหรือขอคำปรึกษาได้ทันทีผ่านช่องทางดังนี้

Email : cu_mkt@cu.co.th

Tel : 02 311 6881 #7151, 7158

from:https://www.techtalkthai.com/pure-storage-and-commvault-by-computer-union/

[Guest Post] ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว EcoStruxure Micro Data Center C-Series 43U มาพร้อมเทคโนโลยีทำความเย็นอัจฉริยะในตัว

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่นเปิดตัว EcoStruxure™ Micro Data Center  C Series ขนาดใหม่ ให้ความจุถึง 43U โดดเด่นด้วยความจุสูงสุดในสายไมโครดาต้าเซ็นเตอร์ ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค สำหรับตลาดคอมเมอร์เชียลและสำนักงาน โดยมาพร้อมเทคโนโลยีทำความเย็นอัจฉริยะเพื่อการปกป้องที่เหนือชั้นและให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานที่ดียิ่งขึ้น โดย C-Series รุ่นใหม่ ขนาด 43U เป็นโซลูชันเดียวในตลาดที่สลับโหมดทำความเย็นได้โดยอัตโนมัติใน 3 โหมด ตามความต้องการใช้งานระบบได้แบบเรียลไทม์

โซลูชันใหม่นี้ ช่วยให้ลูกค้าประยุกต์ใช้ไอทีในสภาพแวดล้อมเอดจ์คอมพิวติ้ง หรือคอมเมอร์เชียลได้ง่าย ปลอดภัย และให้ความเสถียร โดยเป็นโซลูชันที่มีขนาดใหญ่สุด เป็นโมเดลที่ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องสร้างห้องไอที ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนถึง 48 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาน้อยลง 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านวิศวกรรมได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และช่วยลดค่าซ่อมบำรุงได้ 7 เปอร์เซ็นต์

EcoStruxure Micro Data Centers ของเรา ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความปลอดภัยด้วยระบบโครงสร้างทางกายภาพที่เชื่อมต่อกัน ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน ด้วยแพลตฟอร์มด้านการบริหารจัดการบนคลาวด์ อีกทั้งช่วยลดความซับซ้อนในการออกแบบและนำมาปรับใช้งาน โดย EcoStruxure Micro Data Center C-Series 43U เป็นโซลูชันล่าสุดที่เข้ามาเสริมทัพ โดยให้ความจุแร็คเพิ่มมากขึ้น ประหยัดขึ้น และมีฟีเจอร์ที่บิวด์-อินมาเยอะขึ้น ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายด้านสภาพแวดล้อมการใช้งานในส่วนคอมเมอร์เชียล” นายฌอง เบพติสต์ ปลานย์ รองประธาน ฝ่ายบริหารจัดการในการนำเสนอผลิตภัณฑ์แร็คและระบบเอดจ์ ด้านการบริหารจัดการพลังงาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค “EcoStruxure Micro Data Center C-Series 43U ช่วยเติมเต็มช่องว่างในตลาด ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงมืออาชีพด้านไอทีและผู้ให้บริการโซลูชันไอที เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่าสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลจะยังคงรองรับการใช้งานได้ตลอดเวลา”

โซลูชันการบริหารจัดการเอดจ์ที่ครบวงจร

MDC C-Series ขนาด 43U เป็นโซลูชันบริหารจัดการเอดจ์ที่สมบูรณ์แบบ โดยสามารถตรวจสอบการทำงานได้จากระยะไกล ด้วยซอฟต์แวร์ EcoStruxure IT และบริการด้านดิจิทัล ซึ่งสายผลิตภัณฑ์ด้านซอฟต์แวร์และการบริการด้านดิจิทัลของชไนเดอร์ อิเล็คทริค มอบขุมพลังและความยืดหยุ่นให้ลูกค้าในการบริหารจัดการอุปกรณ์สำคัญในระบบโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างราบรื่นด้วยตัวเอง ร่วมกับคู่ค้า หรือใช้บริการวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของชไนเดอร์ อิเล็คทริค มาช่วยบริหารจัดการให้

MDC C-Series ขนาด 43U ออกแบบมาเพื่อผู้ให้บริการโซลูชันไอที ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตร ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในภาคส่วนต่างๆ อาทิ ธนาคาร การบริการด้านการเงิน ค้าปลีก เฮลธ์แคร์ ภาครัฐฯ และสถาบันการศึกษา ซึ่ง MDC C-Series ขนาด 43U เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมและการดำเนินงานที่มีความหนาแน่นอยู่ในระดับต่ำจนถึงปานกลาง และเหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่ไม่มีการควบคุมความเย็นและความชื้นตลอด 24 ชั่วโมง แต่มีระบบไอทีที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ห้องซัพพลาย ตู้สำหรับใส่อุปกรณ์ไอที และพื้นที่สำนักงาน

ประโยชน์ของ 43U C-Series ใหม่

  • เทคโนโลยีการทำความเย็นเปี่ยมประสิทธิภาพด้านพลังงาน สามารถสลับโหมดทำความเย็นได้โดยอัตโนมัติถึง 3 โหมด ได้แก่ โหมดแอคทีฟ โหมด Eco และในโหมดฉุกเฉิน ได้ตามความต้องการใช้งานระบบนั้นๆ ได้แบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน และเสริมการป้องกันจากการสะสมของไฟฟ้าสถิต และความร้อนสูงที่เกินไป
  • ให้พื้นที่ในตู้มากขึ้น ให้ความจุภายในสูงสุดในสายผลิตภัณฑ์ EcoStruxure Micro Data Center รุ่น C-Series สำหรับคอมเมอร์เชียล โดยมีพื้นที่ใช้สอยสูงสุด 36U
  • เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมด้านคอมเมอร์เชียล และการใช้งานภายในอาคาร เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายเรื่องปัญหาฝุ่น ความผันผวนของพลังงาน การควบคุมอุณหภูมิที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ฉับพลัน และสถานที่ตั้งที่ไม่ปลอดภัยซึ่งไม่ได้สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับอุปกรณ์ไอทีที่มีความละเอียดอ่อน

EcoStruxure Micro Data Center ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดมาตรฐานการออกแบบในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายและสั่งซื้อได้ทั้งที่เป็นโซลูชันเดี่ยว และแบบออล-อิน–วัน ช่วยให้นำมาปรับใช้งานได้โดยง่ายและบำรุงรักษาได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ซึ่งชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้มอบทั้งเครื่องมือในการออกแบบที่ดีที่สุด รวมถึง Local Edge Configurator และจัดจำหน่ายระดับโลก ระบบนิเวศด้านคู่ค้าและพันธมิตรไอที ตลอดจนการรับรองมาตรฐานระดับโลกและการดำเนินงานที่สอดคล้องตามกฎระเบียบข้อบังคับ #EcoStruxure #LifeIsOn #IoT #EdgeComputing

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมของ EcoStruxure Micro Data Center C-Series 43Uใหม่ล่าสุดได้ที่ https://bit.ly/3viDOEP

เกี่ยวกับอีโคสตรัคเจอร์ (EcoStruxure™)

อีโคสตรัคเจอร์ (EcoStruxure™) คือ แพลตฟอร์มแบบเปิดที่ใช้งานร่วมกับระบบ IoT ซึ่งอีโคสตรัคเจอร์ มุ่งเน้นในเรื่องของความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และการเชื่อมต่อให้กับลูกค้าของเรา อีโคสตรัคเจอร์ ยังยกระดับความก้าวหน้าในเรื่องของ IoT โมบิลิตี้ การตรวจจับ คลาวด์ การวิเคราะห์ และระบบรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ (Cybersecurity) มาใช้ในการมอบนวัตกรรมในทุกระดับ (Innovation at Every Level) ซึ่งครอบคลุมในเรื่องของการเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์ (connected products) ระบบควบคุมปลายทาง (Edge Control) ตลอดจนแอปพลิเคชัน รวมถึงการวิเคราะห์และการบริการต่างๆ (Apps, analytics, and services) โดย EcoStruxure™ ได้มีการติดตั้งใช้งานมากกว่า 500,000 ไซต์งาน โดยมีผู้พัฒนาคอยให้การสนับสนุนมากกว่า 20,000 ราย มีผู้ให้บริการ และคู่ค้า 650,000 ราย โครงข่ายไฟฟ้าราว 3,000 แห่ง และมีการเชื่อมต่อสินทรัพย์มากกว่า 2 ล้านชิ้น ภายใต้การบริหารจัดการ

จากที่ปรึกษาด้านพลังงานและความยั่งยืน ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพตลอดช่วงอายุการใช้งาน (life cycle) ของระบบการดำเนินงาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีบริการทั่วโลกที่ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจ โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง อีกทั้งยังเป็นที่ปรึกษาที่วางใจได้ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์ ช่วยปรับปรุงต้นทุนความเป็นเจ้าของให้ดีขึ้น และช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ดิจิทัลให้กับองค์กรธุรกิจได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On

ภารกิจของเราคือการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลกับคุณ เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน เราขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ดิจิทัล ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านพลังงานและกระบวนการจัดการ เข้ากับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อปลายทางไปยังคลาวด์ ระบบควบคุม รวมถึงซอฟต์แวร์และการบริการครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตการทำงานทั้งหมด เพื่อสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรแบบบูรณาการ ทั้งสำหรับบ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม

เราคือบริษัทระดับโลกที่มีการดำเนินงานในระดับท้องถิ่นมากที่สุด เราสนับสนุนมาตรฐานระบบเปิดและระบบนิเวศของคู่ค้าที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าในการทำตามวัตถุประสงค์อย่างมีเป้าหมายร่วมกัน และคุณค่าในการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน

from:https://www.techtalkthai.com/schneider-electric-launches-ecostruxure-micro-data-center-c-series-43u/

[Guest Post] ดร.ลิซ่า ซู ประธานและซีอีโอของ AMD จะขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ ณ งาน COMPUTEX 2021

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย (21 พฤษภาคม 2564) – AMD (NASDAQ: AMD) ประกาศว่า ดร.ลิซ่า ซู ประธานและซีอีโอบริษัท AMD จะขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ ณ งาน COMPUTEX 2021 หนึ่งในงานนำเสนอเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่ในปีนี้เน้นนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ “Building Global Technology Ecosystem” ดร.ซู จะนำเสนอวิสัยทัศน์ของ AMD ที่เกี่ยวกับโลกแห่งการประมวลผลในอนาคต รวมไปถึงการการเติบโตของโซลูชั่นการประมวลผลและการแสดงผลประสิทธิภาพสูง ปาฐกถาหัวข้อ “AMD Accelerating – The High-Performance Computing Ecosystem” จะเริ่มถ่ายทอดสด (Livestream) เวลาประเทศไทย 09:00 น. (เก้าโมงเช้า) และสามารถเข้ารับฟังได้ผ่านช่องทาง COMPUTEX 2021 Hybrid platform และเว็บไซต์ AMD.com

งาน COMPUTEX 2021 จัดขึ้นโดย Taiwan External Trade Development Council (TAITRA) ปีนี้จะเป็นการเปิดตัว “COMPUTEX 2021 Hybrid” ขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นการผสมผสานการจัดงาน ณ สถานที่จริงเข้ากับ #COMPUTEXVirtual เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประสบการณ์ที่เข้าถึงได้ง่ายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน COMPUTEX 2021 Hybrid หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.computextaipei.com.tw คุณสามารถเข้ารับชมปาฐกถาพิเศษของ AMD ณ งาน COMPUTEX ได้ที่นี่

Supporting Resources

  • ลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟังปาฐกถาพิเศษในรูปแบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ AMD.com
  • ติดตามข้อมูลต่าง ๆ ของ AMD บนช่องทาง Facebook
  • ติดตามข้อมูลต่าง ๆ ของ AMD บนช่องทาง Twitter

from:https://www.techtalkthai.com/lisa-su-amd-is-going-to-computex-2021/

[Guest Post] Latitude 7320 Detachable มอบศักยภาพที่แตกต่าง รองรับวันทำงานที่หลากหลาย

บทเริ่มต้นของ “การทำงานจากที่บ้าน” ปัจจุบันพัฒนาไปสู่ “การทำงานได้จากทุกแห่งหน” ซึ่งผู้ใช้แทบทุกคนล้วนเห็นตรงกันว่าการทำงานได้จากทุกแห่งหนนั้นย่อมดีกว่าทำงานจากที่บ้านเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับพัฒนาการในเรื่องดังกล่าว คือสิ่งที่พัฒนาไปไกลว่าแนวคิดของ “การทำงาน” เพราะเราต่างอาศัยอยู่ในโลกที่ “ทำงานได้จากทุกแห่งหน” ซึ่งเป็นโลกที่ไม่ได้มีแค่การทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง โดยยึดติดอยู่แค่สถานที่ใดสถานที่หนึ่งเพียงแห่งเดียว เพราะการประสานการทำงานหรือการเชื่อมต่อเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ และเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะอยู่สถานที่ใดก็ตาม เดลล์ จึงได้ออกแบบ Latitude PCs เพื่อการใช้งานในโลกใหม่ใบนี้ และเมื่อมีหลายสิ่งอย่างที่ต้องพิจารณา เราจึงเพิ่มการลงทุนโดยเน้นที่เรื่องของการเชื่อมต่อ การประสานการทำงานร่วมกัน พร้อมใส่ความริเริ่มเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ก็เพื่อสร้างศักยภาพการใช้งานที่แตกต่างกันไป

ออกแบบมาเพื่อมืออาชีพที่ต้องเดินทางเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจตลอดเวลา และต้องการอุปกรณ์ที่บางและเบา เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในหลายบทบาท ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหาร นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ที่ปรึกษาทางธุรกิจ และตัวแทนฝ่ายขาย ฯลฯ เป็นต้น แล็ปท็อป Latitude 7320 Detachable มีรูปทรงที่บาง น้ำหนักเบา และพร้อมรองรับความต้องการของผู้บริหารในวันที่ต้อง “ทำงานได้จากทุกแห่งหน” อย่างในทุกวันนี้

เริ่มวันใหม่เสมือนเป็นนายตัวเอง

สำหรับกิจกรรมที่หลากหลายในหนึ่งวัน ตอนเช้าอาจเริ่มต้นด้วยการส่งลูกไปโรงเรียน แล้วต้องรีบเข้าประชุมผ่านวิดีโอคอลล์ ต้องขอบคุณที่มีอุปกรณ์ที่มาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งช่วยให้งานง่ายขึ้นกว่าที่ผ่านมา ด้วยซอฟต์แวร์ที่ทำให้ใช้งานได้เร็วขึ้น คือ Express-Sign-in (เราเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับใช้ในองค์กรที่ถอดจอได้ (commercial detachable) เพียงรายเดียวในโลกที่มีเทคโนโลยีนี้) และมี smart kickstand ที่พร้อมใช้งานได้ทันทีที่เปิดเครื่อง แค่เพียงเหลือบมองที่อุปกรณ์ ก็จะสามารถล็อกอินเข้าใช้งานได้ทันที

วิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ จะยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราได้เห็นหน้าและเชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมงานรวมถึงครอบครัว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เดลล์ จัดกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และกล้องหลังความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Temporal Noise Reduction (TNR) เพื่อขจัดสิ่งรบกวนโดยช่วยให้การทำวิดีโอคอลล์ ให้ภาพที่คมและชัดขึ้น ให้คุณภาพของภาพที่ชัดเจนแม้ในขณะที่เคลื่อนไหวหรือในที่ที่มีแสงน้อยก็ตาม เรายังให้ทางเลือกในการเชื่อมต่อได้ตามต้องการด้วย Intel Wi-Fi6, 4G LTE หรือความสามารถด้าน eSIM ที่ใช้งานร่วมกับ WWAN

ดีไซน์อัจฉริยะ ที่คำนึงถึงพฤติกรรมการทำงานของผู้ใช้และผลกระทบสิ่งแวดล้อม

เมื่อถึงช่วงเวลาแห่งความเร่งรีบเพื่อเข้าประชุมกับลูกค้า แต่นึกได้ว่าลืมชาร์จปากกาสไตลัส ก็ไม่มีปัญหา เพราะแท็บเล็ตรุ่นคอมเมอร์เชียลแบบถอดจอได้ มาพร้อมปากกาสไตลัสที่ชาร์จได้เร็วที่สุดในโลก โดยชาร์จเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ภายในเวลา 30 วินาที และใช้ต่อเนื่องได้นานถึง 90 นาที ซึ่งเป็นการชาร์จที่เร็วมากจนน่าทึ่งว่าวิศวกรที่ออกแบบระบบทำได้อย่างไร ซึ่งจุดมุ่งเน้นในเรื่องนี้อยู่ที่การสร้าง “ประสบการณ์ที่พร้อมใช้งานเสมอ” ด้วยการเลือกเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เหมาะสมต่อการชาร์จได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรูปลักษณ์ดีไซน์ที่สามารถเชื่อมการใช้งานกับปากกาได้โดยแตะที่อุปกรณ์ นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บปากกาไว้ภายในอุปกรณ์ได้อย่างสะดวกง่ายดาย เพื่อกันปากกาหาย  และเมื่อแยกตัวคีย์บอร์ดออกมาก็จะทำให้ลูกค้าดูหน้าจอได้ง่ายในเวลาที่เราควบคุมการใช้งานและไฮไลท์ข้อมูลสำคัญด้วยปากกาที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา

นอกจากนี้ รูปลักษณ์ภายนอกก็ยังออกแบบมาอย่างสวยงาม และสามารถนำไปใช้ทำงานที่ร้านกาแฟได้หลายชั่วโมง เพราะไม่ใช่ทุกโต๊ะในร้านจะมีที่ชาร์จไฟ นอกจากนี้ Dell Optimizer ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ AI ที่บิวด์-อินมาในตัวอุปกรณ์ ยังช่วยให้คุณมุ่งเน้นงานสำคัญโดยไม่ต้องกังวลกับการดูแลเรื่องประสิทธิภาพอื่นๆ เช่นการใช้งานแบตเตอรี่ รวมถึงการตั้งค่าระบบเสียงและการใช้งานแบ็คกราวด์ ทั้งนี้พอร์ตทั้งหมดและฟีเจอร์ด้านการรักษาความปลอดภัยจะอยู่ในส่วนของตัวแท็บเล็ต จึงช่วยให้อุปกรณ์มีความยืดหยุ่นและถอดแท็บเล็ตออกมาใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวล อุปกรณ์ดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่มีส่วนร่วมใน เป้าหมายด้านการสร้างความยั่งยืนภายในปี 2030 ของเดลล์ ที่ได้รับการจดทะเบียนจาก EPEAT Gold โดยส่วนประกอบที่มีการทาสีทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้สีสูตรผสมน้ำ ที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม และถาดบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกในมหาสมุทร (25 เปอร์เซ็นต์) พลาสติกรีไซเคิล HDPE (75 เปอร์เซ็นต์)

ทรงพลัง แต่ยังคงความรู้สึกที่ดียามที่ได้สัมผัส

ในช่วงวันแห่งการทำงานอันยาวนาน เพื่อให้งานเสร็จสมบูรณ์ นึกภาพการนั่งทำงานบนโซฟาในเวลากลางคืน (แล้วดู Netflix ต่อ) ทุกวันนี้ การทำงานตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืนเสมือนอยู่ในออฟฟิศ ทำให้ต้องนั่งจดจ้องที่หน้าจออยู่ตลอด ComfortView Plus ซึ่งเป็นเทคโนโลยีตัดแสงสีฟ้า พร้อมหน้าจอของ Latitude 7320 Detachable ที่สว่างที่สุด จะช่วยลดการปวดและเมื่อยล้าสายตา อีกทั้งยังให้ประสบการณ์ในการมองหน้าจอที่ให้ความสบายตามากที่สุด

และยังเป็นอุปกรณ์ประเภท detachable ซึ่งสามารถถอดหน้าจอออกได้ตัวแรกที่มีการออกแบบสถาปัตยกรรมเรื่องการระบายความร้อนได้ดี โดยมีพัดลมระบายอากาศคู่อยู่ตำแหน่งตรงข้ามกันและแบตเตอรี่อยู่ท้ายตัวเครื่อง ช่วยให้จับสบายมือ ให้ความเย็นบริเวณที่มีการสัมผัสอยู่ตลอด โดยเป็นอุปกรณ์ตัวแรกในกลุ่ม detachable ที่ได้รับการรับรองจากแพลตฟอร์ม Intel EVO และใช้โปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุดคือ 11th Gen Intel® Core™ i7 vPro® พร้อมด้วยฟีเจอร์ด้านการรักษาความปลอดภัยที่บิวด์-อินมาในตัวอุปกรณ์ ให้ความสามารถด้านการบริหารจัดการ และความเสถียรอย่างที่ฝ่ายไอทีต้องการ อีกทั้งให้ประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นเดิมถึง 54 เปอร์เซ็นต์ เหล่านี้ ทำให้อุปกรณ์ดังกล่าว เป็นอุปกรณ์แบบ detachable ทางธุรกิจที่ทรงพลังให้ความปลอดภัย และมีการบริการที่ดีที่สุดในโลกสำหรับองค์กรเอ็นเตอร์ไพร์ซ อีกทั้งมีรูปโฉมที่สวยงาม

อุปกรณ์ที่รองรับสภาพการทำงานในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ผ่านมา ทีมงานฝ่ายวิศวกรรมได้สร้างสรรค์ผลงานที่น่าทึ่ง ทั้งในเรื่องของการออกแบบตัวอุปกรณ์ ที่ให้ทั้งความบางและเบา ให้ความรู้สึกดียามได้สัมผัส อีกทั้งให้ฟีเจอร์ที่ล้ำหน้าที่คุณมองหาอย่าง AI และเทคโนโลยีตัดแสงสีฟ้า ฯลฯ สิ่งต่อไปก็คือการพิจารณาอุปกรณ์เทคโนโลยีล่าสุดที่คุณซื้อมาและลองหาฟีเจอร์ใหม่ หรือประสบการณ์ใหม่ในการใช้งานที่ให้ประโยชน์ และช่วยให้คุณทำงานได้มากขึ้นในแต่ละวัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม และนั่นก็คือเทคโนโลยีที่ช่วยคุณตอบโจทย์การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Latitude 7320 Detachable พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายของเดลล์ ในประเทศไทย

from:https://www.techtalkthai.com/pr-dell-latitude-7320-detachable/

[Guest Post] ใหม่! Surface Laptop 4 พร้อมอุปกรณ์เสริมชุดใหญ่ เพื่อสร้างประสบการณ์การประชุมที่ยอดเยี่ยมพาคุณไปพบกับทุกคนบนโลกแบบแอดวานซ์ขึ้นไปอีกขั้น

กรุงเทพฯ 19 พฤษภาคม 2564 – ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ประกาศรับพรีออเดอร์ Surface Laptop 4 รุ่นใหม่ล่าสุดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางของไมโครซอฟท์ที่ได้รับอนุญาต ดังนี้ Banana ITD-KanIT CityJIBLazada-Microsoft flagship store และ Shopee-Microsoft Authorized Store และสำหรับภาคธุรกิจสามารถติดต่อได้ที่ Cipher Med and ADD In Business ในส่วนของอุปกรณ์เสริม ได้แก่ Microsoft Modern USB และ Wireless Headsets, Microsoft Modern USB-C Speaker และ Microsoft Modern Webcam จะมีการประกาศรายละเอียดการวางจำหน่ายเพิ่มเติมในภายหลังอีกครั้งหนึ่ง

Surface Laptop 4 มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสคมชัดสองขนาด คือ 13.5 นิ้ว และ 15 นิ้ว พร้อมกับแทร็กแพ็ดขนาดใหญ่ที่รองรับการสั่งงานด้วยปลายนิ้ว ตอกย้ำความเป็นผู้นำในเรื่องประสบการณ์ด้านการพิมพ์ โดย Surface Laptop 4 มาพร้อมคีย์บอร์ดที่ทนทานมีให้เลือกถึงสองแบบสองสไตล์ ในรูปแบบ Alcantara สีแพลทตินัม และโลหะชนิดใหม่สีดำ โดยราคาของอุปกรณ์เสริมสำหรับพีซีล่าสุดจะประกาศให้ทราบเร็วๆ นี้ ทั้งหมดนี้จะเข้ามาช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานในยุคดิจิทัลให้เสมือนจริงยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านการทำงานหรือเพื่อความบันเทิง

สภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดทำให้ต้องการอุปกรณ์ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เราเปิดตัว Surface Laptop 4 พร้อมอุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่ที่ใช้สำหรับการประชุมและการทำงานร่วมกันจากไมโครซอฟท์ เพื่อตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงและเพื่อสร้างความคล่องตัวในการทำงานยุคไฮบริดอย่างเหมาะสมที่สุด เสริมประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น พร้อมด้วยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยระดับองค์กร อุปกรณ์ของเราถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพให้กับผู้ใช้งานและสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาทำได้มากกว่า” นางสาวชนิกานต์ โปรณานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

Surface Laptop 4 ดีไซน์ล้ำ สมรรถนะโดดเด่น พร้อมระบบเสียงที่ยอดเยี่ยม

Surface Laptop 4 ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับประสบการณ์ของผู้ใช้ไมโครซอฟท์ ขณะที่ยังคงคอนเซปต์การออกแบบที่เน้นรายละเอียดและวัสดุที่โดดเด่นเหมือนรุ่นก่อน พร้อมหน้าจอ PixelSense สัมผัสความคมชัดสูงบนสัดส่วน 3:2 อันเป็นเอกลักษณ์ของ Surface Laptop โดยมีหน้าจอให้เลือกสองขนาด คือ 13.5 นิ้ว และ 15 นิ้ว และลำโพงสเตอรีโอ รองรับเทคโนโลยี Dolby® Atmos ™ Omnisonic เสียงกระหึ่มในตัว สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ใช้สัมผัสกับประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ และรายการโปรดได้จากทุกที่ได้อย่างมีอรรถรส

Surface Laptop 4 ยังมีกล้องหน้าคมชัดระดับ HD กับความสามารถในการใช้งานในที่ที่มีแสงน้อยได้เป็นอย่างดี และยังมาพร้อมกับอาร์เรย์ไมโครโฟนสตูดิโอเพื่อเพิ่มประสบการณ์การประชุมเมื่อต้องทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ยังมี

แทร็กแพ็ดขนาดใหญ่พร้อมรองรับการคอนโทรลด้วยปลายนิ้ว ที่ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับขั้นตอนการทำงานที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย

Surface Laptop 4 มีซีพียูให้เลือกทั้งโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 11 รุ่นล่าสุด และโปรเซสเซอร์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ AMD Ryzen ™ รุ่นพิเศษเสริมด้วย ™ Graphics Microsoft Surface® Edition พร้อมการ์ดจอ Radeon 8 คอร์ อุปกรณ์นี้จะรองรับการทำงานแบบ Multi-tasking ที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็นที่สำนักงาน ห้องนั่งเล่น ร้านกาแฟ หรือห้องเรียน คุณก็สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัว

การปรับให้เข้ากับความต้องการด้านความปลอดภัยของลูกค้า สำหรับ Surface Laptop 4 นั้นยังนำเสนอการรักษาความปลอดภัยที่น่าทึ่งทั้งฮาร์ดแวร์ เฟิร์มแวร์ ซอฟต์แวร์และการป้องกันตัวตน ระบบเหล่านี้สามารถรักษาการควบคุมข้อมูลที่ละเอียดอ่อนด้วยฮาร์ดไดรฟ์แบบถอดได้เพื่อเก็บรักษาข้อมูล[1] มีความปลอดภัยและการควบคุมที่มากขึ้นด้วยการติดตั้งและการจัดการอุปกรณ์บนคลาวด์ไปจนถึงเลเยอร์เฟิร์มแวร์

ตัวเครื่องมีทั้ง Alcantara หนังกลับสังเคราะห์ และโลหะชนิดใหม่ในสีแพลทตินัมและสีดำ

Microsoft Modern USB และ Wireless Headsets

หูฟังที่ได้รับการรับรองในเรื่องการประชุม โดยเป็นหูฟังที่ Microsoft Teams Certified เรียบร้อยแล้ว ชุดหูฟัง Microsoft Modern ช่วยให้ผู้ใช้งานโฟกัสและมีความเป็นส่วนตัวในการโทรได้ดีขึ้นโดยเฉพาะเมื่อใช้งานในพื้นที่ทำงานที่ต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น ผู้ใช้งานสามารถเข้าร่วมการประชุมหรือรับสายได้อย่างง่ายดายผ่านปุ่ม Teams โดยเฉพาะ ทั้งยังควบคุมได้เสมอด้วยปุ่มปิดเสียง และมีไฟ LED แสดงสถานะปิดเสียง ด้วยคุณสมบัติใหม่เหล่านี้ผู้ใช้สามารถโฟกัสและได้รับความเป็นส่วนตัวในการโทรได้มากขึ้นระหว่างการประชุมโดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงสถานที่แวดล้อม ทั้งนี้ Microsoft Modern USB และชุดหูฟังไร้สาย Microsoft Wireless Headset จะวางจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนมิถุนายนและกันยายนตามลำดับ

Microsoft Modern USB-C Speaker

มาพร้อมกับการควบคุมที่ใช้งานง่ายเช่นเดียวกับชุดหูฟัง Modern USB และได้รับการรับรองการโดยเป็น Microsoft Teams certified เช่นกัน ลำโพง Microsoft Modern USB-C รุ่นใหม่นี้เป็นคู่หูเสียงที่ดีที่สุดในวันทำงาน พร้อมให้บริการเสียงคุณภาพสูงสำหรับการประชุมการโทรและการฟังเพลงแบบสบายๆ และยังมาพร้อมไดรเวอร์ที่ทรงพลัง ไมโครโฟนคู่ การควบคุมและตัวชี้วัดสถานะที่ใช้งานง่าย เหนือสิ่งอื่นใด อุปกรณ์ยังมีการออกแบบที่กะทัดรัดพร้อมที่เก็บสายไฟในตัวซึ่งใช้พื้นที่โต๊ะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พกพาสะดวก เพียงพอสำหรับทุกที่ที่คุณทำงาน โดยสินค้าจะวางจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนสิงหาคมนี้

Microsoft Modern Webcam

จากการศึกษาพบว่าผู้เข้าร่วมประชุมมักจะรู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้นเมื่อมีการประชุมผ่านกล้องขณะทำงานแบบรีโมท Microsoft Modern Webcam มอบการประชุมทางวิดีโอคุณภาพสูง ช่วยให้สามารถตั้งค่าการประชุมทางวิดีโอได้อย่างน่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถนำไปเพิ่มประสบการณ์ใช้งานให้อุปกรณ์พีซีที่คุณใช้อยู่ ให้รองรับการใช้ Microsoft Teams ได้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถติดเข้ากับจอภาพ แล็ปท็อป หรือขาตั้งกล้องได้อย่างง่ายดาย ให้ภาพวิดีโอความละเอียด 1080p ที่ยอดเยี่ยม พร้อมด้วย HDR ทำให้การแสดงผลภาพมีความสมจริงมากขึ้น และมุมมอง 78 องศาที่ปรับให้เหมาะกับมุมมองสำหรับการประชุม นอกจากนี้ยังมี True Look ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานดูดีที่สุดด้วยโหมด white balance การปรับแสงอัตโนมัติและการปรับแต่งใบหน้า

เว็บแคมยังมีชัตเตอร์ความเป็นส่วนตัวในตัว พร้อมไฟ LED แสดงสถานะการใช้งาน ผู้ใช้สามารถเปิดและปิดได้อย่างง่ายดายขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้งานต้องการอยู่ในกล้องหรือไม่ โดย Microsoft Modern Webcam จะวางจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนสิงหาคมนี้

สถานที่จัดจำหน่ายและราคา

Surface Laptop 4 และอุปกรณ์เสริมต่างๆ สามารถสั่งจองล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของไมโครซอฟท์ สำหรับลูกค้าทั่วไปสั่งจองได้ที่Banana ITD-KanIT CityJIBLazada-Microsoft flagship store และ Shopee-Microsoft Authorized Store และสำหรับภาคธุรกิจสามารถติดต่อได้ที่ Cipher Med and ADD In Business พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2564

ราคาของ Surface Laptop 4 รุ่นล่าสุด ที่พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทย มีดังต่อไปนี้

ข้อมูลเกี่ยวกับไมโครซอฟท์

บริษัท ไมโครซอฟท์ (Nasdaq “MSFT” @Microsoft) ผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการที่มุ่งเสริมประสิทธิภาพการสร้างสรรค์ในโลกยุคโมบายและคลาวด์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญให้ทุกคนและทุกองค์กรทั่วโลกให้บรรลุผลสำเร็จทีดียิ่งกว่า   

บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2536  มีความมุ่งมั่นในการช่วยให้คุณภาพชีวิตคนไทย 70 ล้านคน ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์   ไมโครซอฟท์ ส่งเสริมให้คนไทยและภาคธุรกิจได้ตระหนักถึงศักยภาพที่มีอย่างเต็มเปี่ยมผ่านการใช้เทคโนโลยี  เทคโนโลยีที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง ในการทำงาน การใช้ชีวิต และการสื่อสาร  ไมโครซอฟท์ให้บริการซอฟต์แวร์ บริการ และดีไวซ์ ที่สามารถก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ  มีความสะดวกทันสมัย  และช่วยให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ไมโครซอฟท์ ไม่หยุดนิ่งในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตร อย่างต่อเนื่องในการนำพลังของเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย  

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปเยี่ยมชมหรือติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ทางศูนย์ข่าวสารประเทศไทย (http://news.microsoft.com/th-th/) และทวิตเตอร์ @MicrosoftTH

from:https://www.techtalkthai.com/surface-laptop-4-with-big-gadget-set/

[Guest Post] การ์ดไซเบอร์ก็ห้ามตก Security Awareness “เรื่องง่ายๆ แต่มองข้ามไม่ได้”

Security Awareness Training เป็นการเรียนให้รู้เท่าทันถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ใกล้ตัวในระดับผู้ใช้งานผู้บริหารหรือ IT ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อหาในการเรียนนั้นจะมุ่งเน้นไปที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเพื่อให้ผู้เรียนนั้นทราบถึงรูปแบบการโจมตีในลักษณะต่างๆทางไซเบอร์เช่น Phishing, Spear Phishing, Drive by Download, Email SCAM, Malware Infected และอื่นๆโดยคาดหวังให้ผู้เรียนทราบถึงหลักการที่ Hacker นั้นจะทำการโจมตีในเทคนิคต่างๆหรือจะมาในรูปแบบไหนได้บ้างรวมถึงถ้าหากผู้เรียนถูกโจมตีจะส่งผลกระทบอย่างไรกับเราหรือข้อมูลของเราซึ่งอาจหมายถึงข้อมูลที่เป็นความลับภายในองค์กรด้วยทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานในองค์กรนั้นเกิดความตระหนักว่าก่อนจะทำอะไรก็ตามการใช้เทคโนโลยีเราควรจะต้องระมัดระวังภัยร้ายต่างๆที่อาจจะมาจากการกระทำของเราด้วยเช่นการ Download File หรือการกด Link เป็นต้น

อย่างไรก็ดีการทำ Security Awareness Training นั้นเป็นกลไกที่สำคัญมากในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ดังที่มีคำกล่าวว่า “การป้องกันภัยทางไซเบอร์นั้นจะต้องประกอบไปด้วยPeople, Process, Technology” ซึ่งในส่วนของ Security Awareness Training นั้นอยู่ในส่วนของ People เป็นการเสริมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยโดยให้พนักงานไม่ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีเพื่อเป็นแรงหนุนให้กับด้านProcess หรือ Technology ต่อไป

ปัญหาสำคัญของ Security Awareness Training ในช่วง Covid-19 และในยุค New Normal

จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นการทำ Security Awareness Training นั้นถือได้ว่าเป็นงานใหญ่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมและแผนก IT Security เลยก็ว่าได้เพราะเป้าหมายในการจัดอบรมคือบุคลากรทั้งองค์กรซึ่งในบางองค์กรอาจจะต้องจัดกันหลายรอบเนื่องจากเป็นเรื่องยากที่จะเกณฑ์คนทั้งองค์กรมารับฟังการอบรมภายในครั้งเดียวเนื่องจากติดปัญหาในรูปแบบของงานหรือลักษณะของการดำเนินธุรกิจ

สิ่งที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดจะไม่สามารถทำได้เลยในช่วง COVID-19 ซึ่งผู้คนไม่สามารถรวมตัวกันได้หรือไม่สามารถเข้ามาออฟฟิศเพื่อปฏิบัติงานได้ด้วยซ้ำซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบหลายอย่างและอาจจะทำให้การ์ดตกของป้องกันทางไซเบอร์ได้เช่นเดียวกันเพราะเรื่องของ Security Awareness นั้นมีรูปแบบภัยคุกคามใหม่ๆจึงต้องมีการอัพเดทและสร้างความตระหนักกันเรื่อยๆตลอดทั้งปี

วิธีการแก้ปัญหาด้วย Online Training

ดังนั้นการเรียนด้วยช่องทาง Online จึงเป็นวิธีที่ถูกนำมาใช้ซึ่งวิธีนี้ก็คือการสอนด้วยวิทยากรปกติเหมือนกับการสอนทั่วๆไปแต่ผ่านช่องทาง Online ด้วย Conference Platform ต่างๆที่มีในตลาดเช่น Zoom ,Microsoft Team ,Google Meet เป็นต้นซึ่งวิธีการเหล่านี้ผมมองว่าเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในตอนนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบเดิมในแบบที่เคยทำมาแต่ในการเรียน Security Awareness Training นั้นสามารถทำได้มากกว่าแค่ฟังผ่าน Conference Tool

รูปแบบการเรียน Online Training ด้วย Platform Upvel

ทางบริษัท SOSECURE เรามี Platform ที่ให้บริการลูกค้าสำหรับการอบรม Security Awareness Training ในรูปแบบ Online ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้เรียนและผู้จัดหรือองค์กรโดยเฉพาะองค์กรที่มีจำนวนหนักงานมากๆและตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเรียนทั้งในเรื่องของการเรียนด้วยตัวเองหรือการเรียนโดยมีผู้สอนและการบริหารจัดการนั้นก็ง่ายมากซึ่งจะทำให้ผู้จัดการอบรมสามารถบริหารจัดการผู้เรียนได้โดยง่ายหรือการเรียนด้วยตัวเองผ่าน Content ที่ใส่ไว้ในระบบซึ่งผู้เรียนก็สามารถเข้าเรียนได้ตลอดเวลา

รูปแบบการเรียนที่ใช้งานง่ายและสามารถเข้าถึง Content ทั้ง Video ,Presentation ,อื่นๆได้หลากหลายและเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา

สามารถเข้าเรียนแบบ Live Teaching ได้ซึ่งสามารถเข้าเรียนได้ผ่าน Web Browser ได้ทั้งหมดและผู้สอนก็สามารถบริหารจัดการได้ง่ายไม่ต้องยุ่งยากในการส่ง Link และมี Email Notification อีกด้วย

ระบบมีความสามารถในการสร้างแบบทดสอบเพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถทำแบบทดสอบได้รวมถึงระบบนั้นมีความสามารถในการสุ่มข้อสอบเพื่อป้องกันในการลอกข้อสอบกันได้และสามรถดูผลสรุปทั้งรายบุคคลและภาพรวม

ระบบ UpVel สามารถสรุปผลของผู้เรียนแต่ละท่านได้หรือผลสรุปรวมความสามารถโดยรวมของการเรียนในองค์กรในภาพรวมและสามารถออกใบประกาศนียบัตรให้แก่เข้าร่วมอบรมได้ถ้าผ่านการทดสอบทั้งหมดตามเกณฑ์ที่กำหนดและสามารถ Filter หรือ Search ได้ตาม Criterial ต่างๆ

รูปแบบการเรียนรู้ในยุค New Normal

ผมสรุปได้ว่าท่ามกลางความท้าทายของ COVID-19 ทั้งในขณะที่ยังระบาดอยู่ในขณะนี้และต่อจากนี้ไปรูปแบบการเรียนรู้ของคนจะเปลี่ยนไปด้วยข้อจำกัดต่างๆจากที่เมื่อก่อนคนไม่เคยเรียน Online หรือไม่เป็นทางเลือกหลักในการศึกษาความคิดนี้อาจจะเปลี่ยนไปและคนจะเริ่มเคยชินกับการเรียนที่ไม่ได้ไปเรียนในสถานศึกษาหรือสถาบันต่างๆแล้วและสถานศึกษาหรือสถาบันต่างๆก็ต้องปรับตัวโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ทีอาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตรวมไปถึงสภาพเศษฐกิจที่ตกต่ำทำให้งบประมาณในการฝึกอบรมก็ลดน้อยหรืออาจจะถูกตัดออกถ้าหากไม่สามารถนำเสนอ Output ของการเรียนแบบเป็นรูปธรรมได้ดังนั้นเครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการเรียนรู้จะต้องตอบโจทย์การเรียนรู้ทั้งผู้เรียน ,ผู้สอนและองค์กรที่ลงทุนพัฒนาคนเพื่อมาพัฒนาธุรกิจต่อไป

แนะนำ Platform Upvel

Platform Upvel เป็น Online Training Platform ที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการเรียน Online ทั้งการเรียนด้วยตนเองและการบรรยายสดและสามารถติดตามวัดผลได้อย่างเต็มรูปแบบทั้งการสอบและการทำแบบฝึกหัดโดยเราจัดเก็บข้อมูลไว้บนโครงข่ายขนาดใหญ่และรองรับการใช้งานได้เป็นจำนวนมากและระบบมีการรักษาความปลอดภัยจากการโจมตีของ Hacker และการรักษาความปลอดภัยของ Content ในระบบเหมาะสำหรับสถาบันและองค์กรในการนำไปเป็นเครื่องมือหลักในการเรียนรูปแบบ Online และระบบมีการพัฒนาความสามารถใหม่ๆเพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้ใช้งานทั้งการสร้างบุคลากรและสร้างรายได้ต่อไป

หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสอบถาม

https://www.sosecure.co.th

https://www.upvel.co

https://www.facebook.com/s0secure

https://www.facebook.com/learn.with.upvel/

from:https://www.techtalkthai.com/security-awareness-training-with-upvel-platform-by-sosecure/

[Guest Post] SysMaster เครื่องมือในการตรวจสอบ DBMS สำหรับการวิเคราะห์ และการป้องกันความล้มเหลวของข้อมูลจาก TmaxSoft

หน้าที่หลักของผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล คือ การบริหารจัดการให้ระบบฐานข้อมูลพร้อมใช้งานอยู่เสมอ อีกทั้งยังต้องหมั่นตรวจสอบปริมาณการใช้งานทรัพยากรต่างๆ ของ Database Server เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์สถานการณ์ในการทำงานและอัตราการเติบโตของข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบเกิดความล่าช้าในการเข้าถึงข้อมูล และข้อมูลต้องมีความพร้อมใช้งานตลอดเวลา

ในปัจจุบันนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าหน้าที่หลักของผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล คือ การบริหารจัดการให้ระบบฐานข้อมูลพร้อมใช้งานอยู่เสมอ อีกทั้งยังต้องหมั่นตรวจสอบปริมาณการใช้งานทรัพยากรต่างๆ ของ Database Server เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์สถานการณ์ในการทำงานและอัตราการเติบโตของข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบเกิดความล่าช้าในการเข้าถึงข้อมูล และการป้องกันความล้มเหลวของระบบให้มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยที่สุด หรือไม่ให้มีโอกาสเกิดขึ้นเลยกับระบบที่ต้องการความเสถียรและความพร้อมใช้งานแบบ 24×7

SysMaster เป็นโซลูชันการตรวจสอบ DBMS (Data Base Management System) สำหรับการรวบรวมการวิเคราะห์ และการป้องกันความล้มเหลวของข้อมูลจากบริษัท TmaxSoft ซึ่งเป็นเครื่องมืออีกตัวหนึ่งที่มีความสำคัญ ด้วย Feature ที่โดดเด่นในด้านการเฝ้าระวังและวิเคราะห์ระบบของ SQL ที่สามารถทำ Historical Data Analysis ได้ มีการติดตามและวิเคราะห์จาก One SQL และ Tip N SQL ได้ด้วย อีกทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับ Tibero Database ได้เป็นอย่างดี ซึ่ง SysMaster มาพร้อมกับระบบ Cluster View, Group, Single Database ที่รองรับการทำงานทั้งแบบ On Cloud และ On Premise อีกด้วย

Figure 1 SysMaster 7 DB Architecture

สำหรับการทำงานร่วมกับ Tibero Database นั้น SysMaster ยังมีความสามารถในการจัดเตรียม Snapshot และรายการสำหรับสถิตสำคัญพร้อมทั้งรายละเอียดของ Task ตามระยะเวลาที่กำหนดได้อีกด้วย

SysMaster มาพร้อมกับหน้าจอการแสดงผลที่เข้าใจง่าย ยกตัวอย่างเช่น รายละเอียดของระบบปฏิบัติการ, จำนวน Transaction, การใช้งานพื้นที่ตาราง, การใช้งานหน่วยความจำ และอื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกบริหารจัดการได้จากหน้า Real-Time Dashboard ซึ่งจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูลทำงานได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และยังมี User Interface ที่มีความสวยงาม และช่วยให้การอ่านข้อมูลมีความเข้าใจง่ายมากขึ้น

Figure 2 Real-Time Dashboard

การวิเคราะห์และตรวจสอบ SQL ที่ทำได้ง่าย เพียงคลิกที่จุด SQL ในแผนภูมิ ระบบจะแสดงรายละเอียดขึ้นมาให้ตรวจสอบ โดยผู้ดูแลระบบสามารถทราบได้ทันที่ว่า SQL นั้นๆ ใช้เวลาในการประมวลผลช้าหรือเร็วอย่างไร และมาจากการทำงานส่วนไหน, มีคำสั่ง SQL เป็นอย่างไร ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบกำกับดูแล

Figure 3 One SQL detail

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ SysMaster สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผลิตภัณฑ์จากบริษัท TmaxSoft https://cn.tmaxsoft.com/product/productView.do?prod_cd=sysmaster&detail_gubun=prod_question หรือติดต่อ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน โทร.02-311-6881 #7151,7158 หรือ Email. cu_mkt@cu.co.th

เขียนโดย วรธันย์ บุญวิจิตร – Data System Engineer บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด

from:https://www.techtalkthai.com/db-failure-protection-and-analysis-tool-sysmaster-by-tmxasoft/

[Guest Post] บริษัท SOSECURE เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Threat Intelligence พัฒนาโดยคนไทย มากความสามารถ ในราคาที่จับต้องได้

ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์มีจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับซึ่งเราก็คงจะเห็นกรณีศึกษากันหลายกรณีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยแนวคิดเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ถูกพูดถึงมากขึ้นและ Framework นึงที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากคือ Cybersecurity Framework จากสถาบัน NIST (National Institute Standard and Technology) ที่เน้นแนวคิดเรื่องการของตรวจจับให้เร็วและตอบสนองไวดังนั้นเทคโนโลยีที่จะตรวจจับการโจมตีหรือภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ดีและสามารถทำงานร่วมกับทีมSOC (Security Operation Center) และทีม Security ขององค์กรได้คือ Threat Intelligence จึงเป็นส่วนประสอบสำคัญการลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อองค์กร

SOSECURE ขอแนะนำ Threat Intelligence Platform “SOSECURE Threat inSight” ที่พัฒนาโดยคนไทยที่มีความสามารถในการตรวจจับสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นบนระบบเครือข่ายและข้อมูลรั่วไหลทั้งในรูปแบบ Public Web และ Dark Web ที่ช่วยให้ทีมสามารถตอบสนองกับเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็วด้วยการรวบรวมเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นภายในองค์กรณ์นำมาจัดรูปแบบและสร้างความเชื่อมโยงถึงกันเพื่อให้ทีม Security สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีโดยทางทีม SOSECURE จะทำการประสานงานร่วมกับลูกค้าเพื่อกลั่นกรองข้อมูลและช่วยรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่างๆ

ระบบจะทำการ Feed ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆและจะทำการเก็บข้อมูลที่ Management Console และจะดำเนินการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลก่อนที่จะส่งไปแจ้งเตือนและแสดงผลข้อมูล

ฟีเจอร์หลักของ Threat inSight

Platform SOSECURE Threat inSight

  • เป็นระบบที่รวบรวมภัยคุกคามจากแหล่งข้อมูลต่างๆและสามารถตรวจจับภัยคุกคามในเชิงรุกทั้งการตรวจจับช่องโหว่ลการเฝ้าระวังจากแหล่งข้อมูลสาธารณะเช่น Vulnerability ,Social Media ,Darkweb และยังสามารถติดต่อหรือเชื่อมต่อกับระบบวิเคราะห์ Log (SIEM) ได้อีกด้วยและสามารถบริหารจัดการข้อมูลผ่านหน้า Dashboard ของระบบ

Cybersecurity News

  • บริการส่งข่าวสารด้าน Cybersecurity ที่มีความเกี่ยวข้องกับรูปแบบธุรกิจของลูกค้าและแจ้งเตือนลูกค้าเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือต่อภัยคุกคามไซเบอร์Threat Feed – บริการส่งข้อมูล IoC ที่เชื่อมต่อจากผู้ให้บริการต่างๆจากให้บริการ Threat Sharing ทั่วโลกโดยจะส่งข้อมูลดังต่อไปนี้- Suspicious Domain- Suspicious IP- C&C IP- Malicious URL- Phishing Domain & URL- CVE (Common Vulnerability Exposure

Threat and Indicator Lookup

  • ตรวจสอบหรือทำการเชื่อมต่อด้วยวิธีการ Search จากแหล่งข้อมูลและฐานข้อมูลการโจมตีหรือฐานข้อมูล Threat Indicator ต่างๆทั้งภายในและภายนอกเพื่อตรวจจับและตรวจสอบข้อมูลต่างๆที่เป็นปัจจุบันและเพิ่มความแม่นยำมากขึ้น

Vulnerability Detection

  • การตรวจจับช่องโหว่ต่างๆที่เกิดขึ้นในเครื่องแม่ข่ายหรือ Asset ต่างๆในระบบโดยจะมีการตรวจจับและแจ้งเตือนโดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลช่องโหว่ (CVE) ที่เป็นมาตรฐานสากลซึ่งรองรับทั้งรูปแบบ Active Scanning และ Passive Scanning

SIEM & API Integration

  • ระบบสามารถเชื่อมต่อกับระบบวิเคราะห์ Log Analysis (SIEM) หรือการทำ SIEM Integrationในรูปแบบต่างๆได้และสามารถปรับแต่ง Format ของ Log ให้รองรับต่ออุปกรณ์ต่างๆรวมไปถึงการเชื่อมต่อด้วย REST-API เพื่อให้เชื่อมต่อกับระบบได้ดียิ่งขึ้น

Perimeter Monitoring

  • ระบบสามารถตรวจจับและสแกน Asset เช่น IP Address ,Sub-Domain ที่สามารถเข้าถึงจาก Internet หรือในรูปแบบ OSINT (Open-source Intelligence) เพื่อนำมาเฝ้าระวังจากการโจมตีและช่องโหว่ที่มีผลกระทบต่อเครื่อง Server ต่างๆ

Compromise Monitoring

  • ระบบสามารถตรวจจับการถูกยึดเครื่องและบัญชีต่างๆของระบบเช่น Email, Active Directory Account จากฐานข้อมูลและแหล่งข้อมูลรั่วไหลทั้งใน Public Web ,Dark Web และการทำ System Compromise ด้วยการทำ Threat Hunting โดยตรวจสอบจากIndicators ต่างๆภายในระบบเช่น Webshell และ Backdoor Activities ต่างๆอย่างต่อเนื่องในรูปแบบ Software Agent และเชื่อมต่อผ่าน Network

Data Leak Monitoring

  • ระบบสามารถตรวจจับการรั่วไหลของข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ทาง Social Media และ Dark Web และแหล่งข้อมูลต่างๆที่ Attacker นำมาเผยแพร่ Social Media, Dark Web

Web Defacement Monitoring

  • ะบบสามารถตรวจจับการเปลี่ยนหน้าเว็บด้วยวิธีการ Web Defacement ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรทั้งจากการตรวจสอบจากฐานข้อมูลการโจมตีด้วยเทคนิค Web Defacement และการตรวจจับจาก Web Server ถ้า Hacker มีการUpload ไฟล์เพื่อทำการ Deface เพื่อตรวจจับการบุกรุกของ Hacker

Customer Benefit

  • ทำให้องค์กรมีระบบที่ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ใช้สำหรับการตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้กับระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร
  • สามารถตรวจจับช่องโหว่ที่เกิดขึ้นจากบริการที่เข้าถึงได้จาก Internet ทั้งในรูปแบบของ External Assessment และ Internal Assessment
  • สามารถตรวจจับข้อมูลรั่วไหลและการแหล่งข้อมูลภายนอกเช่น Public Web และ Dark Web
  • ตรวจจับเข้าถึงในระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้โจมตีหรือ Hacker ที่ทำให้องค์กรสามารถรับรู้ได้อย่างรวดเร็วและดำเนินการตอบโต้ได้ทันที
  • สนับสนุนและปิด Gap ข้อกำหนดใน NIST Cybersecurity Framework ในหัวข้อต่อไปนี้

ID.RA-1: Asset vulnerabilities are identified and documented

ID.RA-2: Cyber threat intelligence and vulnerability information is received from information sharing forums and sources

ID.RA-3: Threats, both internal and external, are identified and documented

ID.RA-4: Potential business impacts and likelihoods are identified

ID.RA-5: Threats, vulnerabilities, likelihoods, and impacts are used to determine risk

DE.CM-4: Malicious code is detected

DE.CM-6: External service provider activity is monitored to detect potential cybersecurity events

DE.CM-8: Vulnerability scans are performed

DE.AE-4: Impact of events is determined

DE.AE-3: Event data are aggregated and correlated from multiple sources and sensors

Why SOSECURE

ทางบริษัท SOSECURE มีความเชี่ยวชาญในด้านCybersecurity และมีประสบการณ์ในมากกว่า 10 ปีและมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆทั้งในด้าน Penetration Testing ,Security Operation Center ,Digital Forensics ,Incident Response และThreat Hunting ได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์ม SOSECURE Threat inSight ที่มีความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ในระดับสากลโดยมีการเชื่อมต่อข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆเป้าหมายเพื่อให้องค์กรสามารถป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ได้จริงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในราคาที่จับต้องได้

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร.061 564 5294

Line : https://lin.ee/CboTkeu

from:https://www.techtalkthai.com/threat-insight-the-threat-intelligence-by-sosecure/

[Guest Post] CU-as-a-Services พร้อมให้คำปรึกษาและบริการ IBM QRadar SIEM Solutions

CU-as-a-Services พร้อมให้คำปรึกษาและบริการ IBM QRadar SIEM Solutions เพราะปัจจุบันการรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่ายเป็นสิ่งสำคัญ และการใช้ AI หรือ ML ก็สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

เนื่องจากปัจจุบัน ปริมาณ Data การทำธุรกรรมทางดิจิตอลเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงต้องตระหนักถึงการป้องกันภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทาง Cyber Internet ด้วย ทั้งการตรวจสอบการเข้าถึง Data และบันทึกเส้นทางปริมาณ Data เข้า-ออกอย่างต่อเนื่องในทุกวัน เพื่อช่วยให้นักวิเคราะห์ความปลอดภัย สามารถมองเห็นถึงความผิดปกติของกิจกรรมและตรวจจับรูปแบบภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นได้

CU AS A SERVICES ขอแนะนำบริการให้คำปรึกษาและติดตั้ง IBM QRadar SIEM Solution ที่มีความสามารถในการตรวจจับสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นบนระบบเครือข่าย และมี Artificial Intelligence /Machine Learning ที่ช่วยให้ทีมสามารถตอบสนองกับเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการรวบรวมเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในองค์กรณ์ นำมาจัดรูปแบบและสร้างความเชื่อมโยงถึงกันเพื่อให้ทีม Security สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

โดย IBM Qradar มีฟีเจอร์ Machine Learning/UBA เข้ามาช่วยจัดการผู้ใช้งานที่ไม่ประสงค์ดีหรือแอบแฝง ที่อยู่ภายในองค์กร ด้วยวิธีการเรียนรู้พฤติกรรมและสร้าง Behavior Model เพื่อใช้ตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติ อีกทั้งยังมี Watson AI ที่เข้ามาช่วยจัดการกับรูปแบบ Event ที่เกิดขึ้นในปริมาณมหาศาลต่อวัน และนำ Incident ที่เกิดขึ้น ไปวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และนำข้อมูลที่ได้ มาสร้างความสัมพันธ์กับแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและบริหารจัดการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

CU AS A SERVICES ผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาทางด้าน Enterprise IT Security รวมถึง Service ในการทำ Implement และอบรมเพื่อให้เข้าใจการใช้งานได้มากขึ้น

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด

โทร 02 311 6881 # 7151, 7156 email : cu_mkt@cu.co.th

เขียนโดย เขียนโดย นพดล จันทร์เอี่ยม , System Engineer , Computer Union Co.,Ltd

from:https://www.techtalkthai.com/cu-as-a-services-ibm-qradar-siem-solutions/