คลังเก็บป้ายกำกับ: GSMA

MWC 2021 ประกาศจัดงานมิถุนายนนี้ ในรูปแบบเดิม ให้คนพบปะกันในสถานที่ โดยเพิ่มมาตรการป้องกัน

ผู้จัดงาน Mobile World Congress (MWC) งานด้านโทรศัพท์มือถืองานใหญ่ประจำปีที่บาร์เซโลนา ประเทศสเปน ประกาศยืนยันการจัดงานในปีนี้ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน ถึง 1 กรกฎาคม หลังจากปีที่แล้วงานได้ยกเลิกไปจากการระบาดของโควิด-19 โดยจะจัดงานในรูปแบบเดิมคือให้ผู้ร่วมงานได้พบปะกันในสถานที่ (In-Person)

ทั้งนี้ GSM Association หรือ GSMA ผู้จัดงาน กล่าวว่าได้หารือกับหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเสี่ยงจากโควิด-19 เช่น การจำกัดจำนวนคนในแต่ละสถานที่ เพิ่มการรักษาระยะห่าง เพิ่มมาตรการความสะอาด รวมทั้งผู้เข้าร่วมงานต้องแสดงผลตรวจโควิดที่เป็นลบ และตรวจซ้ำทุก 72 ชั่วโมงด้วย

Stephanie Lynch-Habib หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ GSMA คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน MWC 2021 ราว 4-5 หมื่นคนจากทั่วโลก (งานปี 2019 มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1 แสนคน)

ที่มา: Bloomberg

alt="MWC21"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121588

สมาคมจีเอสเอ็มระบุคลื่น 3500 MHz จะปลดล็อก 5G ให้ประเทศไทยก้าวสู่ความล้ำหน้าในโลกดิจิทัล

จับตาดูประเทศไทยในช่วงเวลาที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังอยู่ในบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลักดันคลื่น 3500 MHz มาใช้งาน 5G เพราะโดยพื้นฐานของประเทศมีความพร้อมที่จะก้าวสู่ความล้ำหน้าเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ และเป็นเขตอุตสาหกรรมการผลิตชั้นนำในอนาคต แน่นอนว่าย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานดิจิทัลเป็นสำคัญ ดังนั้น หากนำเทคโนโลยี 5G ชั้นนำมาพัฒนาร่วมกับคลื่นความถี่หลักที่ใช้กันทั่วโลก จะเป็นเสมือนกุญแจที่ปลดล็อกสู่เป้าหมายอย่างแม่นยำ ที่ผ่านมาการนำคลื่น 2600 MHz มาเริ่มใช้งานของประเทศไทยนับว่าเป็นก้าวแรกที่ดี แต่ต้องพิจารณาถึงความสำคัญของคลื่น 3500 MHz ซึ่งเป็นคลื่นหลักที่จะสามารถใช้งานเทคโนโลยี 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

GSMA

5G ได้ถูกนำมาพัฒนาสู่การใช้งานอย่างรวดเร็ว และจากการเปิดตัวให้บริการเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของโลกนั้น ทำให้เห็นถึงขีดความสามารถซึ่งเป็นปรากฏการณ์โฉมใหม่ของเทคโนโลยีที่พลิกรูปแบบการใช้งาน ในขณะที่เราเผชิญความท้าทายในการต่อสู้เพื่อแก้ไขวิกฤติการระบาดโรคโควิด-19 นั้น สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงตามมาคือการเชื่อมต่อทางดิจิทัล สำหรับประเทศไทยศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมที่จะถูกขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี 5G จะรวมถึงการแพทย์ทางไกล และการศึกษาทางไกล ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม ระบบการขนส่งยุคหน้า และอื่นๆ อีกมากที่จะตามมาจากการเดินหน้าสู่นโยบายประเทศไทย 4.0

อย่างไรก็ตาม ในการปลดล็อกเพื่อใช้งาน 5G ได้เต็มประสิทธิภาพ รัฐบาลจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างถูกต้อง ดังนั้น ภาพรวมของ 5G ทั้งคุณภาพการใช้งานและความเร็วจึงขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลที่จะนำคลื่นความถี่หลักของ 5G มาจัดสรรในเวลาและภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดอย่างเหมาะสม โดยปริมาณคลื่นความถี่ที่นำมาจัดสรรและกำหนดราคา จะมีผลโดยตรงต่อการส่งเสริมการแข่งขันในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงสามารถเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้

ในขณะที่การนำเทคโนโลยี 5G มาใช้งานนั้น ต้องการทั้งคลื่นความถี่ต่ำ (Sub-1 GHz) คลื่นความถี่กลาง (คลื่นย่าน 2600 MHz และ 3500 MHz) และคลื่นความถี่สูง (mmWaves) นั้น คลื่นความถี่สำคัญที่ถูกกำหนดให้เป็นคลื่นแรกสำหรับการให้บริการพื้นฐาน 5G ทั่วโลก คือ คลื่น 3500 MHz กล่าวคือ คลื่นในช่วงความถี่ 3300-4200 MHz  และต้องมีปริมาณความกว้างต่อเนื่องจำนวน 80-100 MHz สำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมแต่ละรายซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ เพื่อนำมาใช้งาน 5G ได้เต็มประสิทธิภาพ และเหมาะสมในการลงทุนในระยะแรกของการให้บริการ

คลื่นความถี่กลางเป็นคลื่นแรกที่ถูกเลือกมาใช้งาน 5G พร้อมทั้งเป็นกุญแจสำคัญสู่การปลดล็อกในระยะยาวของผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพราะเป็นคลื่นที่มีจุดเด่นทั้งความครอบคลุมพื้นที่ใช้งานและความจุของโครงข่าย จึงเหมาะสมที่จะนำมาเปิดให้บริการ 5G ได้เร็วที่สุด การเลือกที่จะนำคลื่น 3500 MHz มาใช้งานในช่วงเริ่มต้นจึงมีข้อดีทั้งการลงทุนในเรื่องอุปกรณ์โครงข่ายและจำนวนสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน ทั้งนี้ การใช้งานคลื่นย่านความถี่เดียวกับทั่วโลก จะนำมาซึ่งความสำเร็จในการพัฒนา 5G ซึ่งจะเป็นประโยชน์สูงสุดของต่อคนไทยมากที่สุด

สำหรับความต้องการคลื่นของผู้ให้บริการที่มากกว่าปริมาณ 80-100 MHz จะเพิ่มตามความต้องการของผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยประเทศเกาหลีใต้ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกในการให้บริการ 5G และเป็นผู้ให้บริการ 5G ที่มีความเร็วที่สุดในโลกกำลังเตรียมพร้อมในประเด็นนี้ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และไอซีทีของเกาหลีใต้ได้ตัดสินใจที่จะนำคลื่นย่าน 3700-4000 MHz มาใช้งาน 5G เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันคลื่นดังกล่าวได้ถูกใช้งานสำหรับการสื่อสารดาวเทียม โดยกระทรวงฯ กำลังพิจารณาในการนำคลื่นย่านดังกล่าวมาใช้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการให้บริการสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่

ในภูมิภาคต่างๆ ได้เห็นความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในการนำคลื่น 3500 MHz มาใช้งาน 5G อาทิ ไต้หวัน นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ได้จัดสรรคลื่นย่าน 3500 MHz สำหรับสิงคโปร์ได้นำคลื่นย่าน 3500 MHz ในช่วงต้นของย่านความถี่มาจัดสรร มาเลเซียได้กำหนดคลื่น 3500 MHz เป็นคลื่นหลักในการให้บริการ 5G และกำลังวางแผนด้านเทคนิคเพื่อที่จะจัดสรรย่านต้นแบนด์ของคลื่น 3500 MHz มาใช้งาน ส่วนเวียดนามกำลังปรึกษาในภาคอุตสาหกรรมในการใช้งานคลื่น 3500 MHz จำนวนความกว้าง 400 MHz เพื่อกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล สำหรับประเทศไทยนั้น นับเป็นก้าวแรกที่ดีในการนำคลื่น 2600 MHz มาจัดสรร แต่ยังไม่เพียงพอในเชิงการแข่งขันของ 5G ในภูมิภาคอาเซียน ถ้านำคลื่น 3500 MHz มาวางแผนใช้งาน 5G จะช่วยให้ก้าวทันกับนวัตกรรมและสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคได้

ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมถึงผู้ให้บริการเกี่ยวข้องกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด มีการทำงานอย่างยาวนานกับรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดมา สำหรับ 5G นั้นได้รวมถึงประเด็นการใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่นบริการโทรทัศน์และดาวเทียม การหาวิธีการที่ดีที่สุดในการชนะอุปสรรคที่มีผลกระทบต่อ 5G จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการนำเสนอบริการ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อคนในประเทศ

สำนักงาน กสทช. และรัฐบาลไทยควรทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการเร่งสู่ความพร้อมจัดสรรคลื่น 3500 MHz ที่มีความกว้าง 80-100 MHz ต่อผู้ให้บริการแต่ละราย เพื่อประโยชน์สูงสุดที่ประเทศไทยจะก้าวไปพร้อมกับทั่วโลกใช้งานระบบนิเวศ 5G พร้อมทั้งประเทศจะสามารถปลดล็อกสู่ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี 5G อย่างเต็มที่ในการให้บริการกลุ่มลูกค้าองค์กร และ Business to Business หรือ B2B อาทิ ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม (industrial automation) อากาศยานไร้คนขับ (autonomous drones) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things) ตลอดจนการใช้งานเครือข่าย 5G แบบแยกส่วน (5G network slicing) ซึ่งคลื่น 3500 MHz จะเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่อสู่บริการเฉพาะได้อย่างเต็มที่

ทั้งหมดนี้ จะนำประสบการณ์ 5G เต็มประสิทธิภาพระดับโลกมาสู่ประชาชนไทย และองค์กรต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งผลักดันในการเปลี่ยนผ่านสู่ประเทศไทย 4.0 เพื่อพลิกโฉมการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในอนาคต

โดย…..จอห์น กิอุสติ หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายกำกับดูแล

สมาคมจีเอสอ็ม (GSMA)

from:https://www.mobileocta.com/gsm-states-that-3500-mhz-waves-will-unlock-5g-for-thailand-to-advance-in-the-digital-world/

GSMA ประกาศรับรอง AIS เป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวในไทย ที่ให้บริการ 5G Fixed Wireless Access แล้ว

GSMA ประกาศรับรอง AIS เป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวในไทยที่ให้บริการ 5G Fixed Wireless Access แล้ว พร้อมผลักดันภาคธุรกิจเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง GSMA สมาคมผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีสมาชิกมากกว่า 800 รายทั่วโลก ประกาศรับรองให้ AIS เป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวในไทยที่ให้บริการ 5G Fixed Wireless Access เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ด้วยประสิทธิภาพของ 5G ในการรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าองค์กร เป็นการต่อยอดเทคโนโลยีของ AIS 5G ให้สอดคล้องและยืดหยุ่นกับลักษณะการใช้งานแต่ละรูปแบบ แต่ละพื้นที่ของธุรกิจได้อย่างคล่องตัว ด้วย 4 ศักยภาพที่โดดเด่น ประกอบด้วย

1. อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Higher Speed) 2. การตอบสนองอย่างรวดเร็ว (Better Latency)
3. การติดตั้งพร้อมใช้งานทันที (Fast to Set Up) และ 4. สะดวกในการใช้งานได้ทุกที่ที่มีสัญญาณ 5G (Easy to Relocate)

ทั้งนี้ สามารถเข้าดูประกาศจาก GSMA ได้ที่ : https://www.gsma.com/futurenetworks/ip_services/understanding-5g/5g-innovation/

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ
เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสมีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ประโยชน์เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่สำคัญของประเทศ ที่ผ่านมา เราได้ขยายเครือข่ายครบ 77 จังหวัด และครอบคลุมเต็มพื้นที่ 100% นิคมอุตสาหกรรมใน EEC แล้ว พร้อมร่วมทำงานกับพาร์ทเนอร์ทุกภาคส่วนในการนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดออกแบบโซลูชั่นที่เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละอุตสาหกรรม ทั้งนี้ 5G FWA ถือเป็นบริการแรกของ AIS 5G ที่ออกมาตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรและผู้ประกอบการ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับส่งข้อมูลองค์กรบนเครือข่ายแบบไร้สาย ด้วยคุณสมบัติของ 5G ในการรองรับการใช้งานได้หลากหลาย นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเครือข่าย 5G ในมิติต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพการใช้งานเครือข่าย 5G ในประเทศไทย ประกอบด้วย

  • 5G Dual Mode NSA / SA เต็มรูปแบบกับเครือข่าย 5G ที่รองรับการใช้งานได้ทุกโหมดไม่ว่าจะเป็น 5G NSA (NonStand Alone) หรือ 5G SA (Stand Alone) เพื่อการใช้การใช้งาน 5G ทุกรูปแบบและพร้อมรับการใช้งาน 5G ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน 5G ที่ใช้กับลูกค้ามือถือทั่วไป และ 5G ในรูปแบบอื่นที่เป็น Massive IoT และ Massion Critical เช่นในภาคอุตสหกรรมต่างๆ เป็นต้น
  • 5G Network Slicing เทคโนโลยีของเครือข่าย AIS 5G ที่มีศักยภาพในการปรับแต่งคุณสมบัติเครือข่ายและทรัพยากร เพื่อให้สอดคล้องและยืดหยุ่นกับลักษณะการใช้งานแต่ละรูปแบบ
    ในแต่ละพื้นที่ของธุรกิจได้อย่างคล่องตัว ทำให้สามารถรับประกันคุณภาพของการเชื่อมต่อและความเร็วได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • 5G Multi – access Edge Computing (MEC) สร้างระบบคลาวด์ให้เข้าใกล้ผู้ใช้งานมากที่สุด ช่วยให้สามารถใช้งานเครือข่ายด้วยการเข้าถึงแบบไร้สาย เพื่อให้บริการประมวลผลผ่านระบบคลาวด์ได้ในปริมาณมากและมีความปลอดภัยสูงสุด
  • 5G Massive MIMO 64T64R เป็นเทคโนโลยีใน 5G ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ของการรับส่งข้อมูล(Capacity)ได้ดีขึ้นจากมากกว่า 4G ช่วยลดสัญญาณรบกวน และสามารถปรับแต่งสัญญาณให้เหมาะสมในการสื่อสารกับอุปกรณ์ที่มีจำนวนมากและแตกต่างกัน (Beamforming)

“เทคโนโลยี 5G จะเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่สำคัญ เราพร้อมสนับสนุน Digital Infrastructure เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการแข่งขันของภาค
อุตสาหกรรม การลงทุนและพัฒนาด้านเครือข่ายอย่างต่อเนื่องในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาในระยะสั้นๆ เท่านั้น แต่เราต้องการให้เทคโนโลยี 5G เป็น Digital Infrastructure ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยในทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืนตลอดไป” นายวสิษฐ์ กล่าวสรุป

ข่าว: GSMA ประกาศรับรอง AIS เป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวในไทย ที่ให้บริการ 5G Fixed Wireless Access แล้ว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/08/04/gsma-announces-that-ais-is-the-first-and-only-service-provider-in-thailand-to-offer-5g-fixed-wireless-access.html

GSMA ประกาศรับรอง AIS เป็นผู้ให้บริการ 5G Fixed Wireless Access รายแรกและรายเดียวในไทย

GSMA สมาคมผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีสมาชิกมากกว่า 800 รายทั่วโลก ประกาศรับรองให้ AIS เป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวในไทยที่ให้บริการ 5G Fixed Wireless Access เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ด้วยประสิทธิภาพของ 5G ในการรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าองค์กร

เป็นการต่อยอดเทคโนโลยีของ AIS 5G ให้สอดคล้องและยืดหยุ่นกับลักษณะการใช้งานแต่ละรูปแบบ แต่ละพื้นที่ของธุรกิจได้อย่างคล่องตัว ด้วย 4 ศักยภาพที่โดดเด่น ประกอบด้วย 1. อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Higher Speed) 2. การตอบสนองอย่างรวดเร็ว (Better Latency) 3. การติดตั้งพร้อมใช้งานทันที (Fast to Set Up) และ 4. สะดวกในการใช้งานได้ทุกที่ที่มีสัญญาณ 5G (Easy to Relocate)

ทั้งนี้ สามารถเข้าดูประกาศจาก GSMA ได้ที่ : https://www.gsma.com/futurenetworks/ip_services/understanding-5g/5g-innovation/

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอสกล่าวว่า “เอไอเอสมีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ประโยชน์เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่สำคัญของประเทศ ที่ผ่านมา เราได้ขยายเครือข่ายครบ 77 จังหวัด และครอบคลุมเต็มพื้นที่ 100% นิคมอุตสาหกรรมใน EEC แล้ว พร้อมร่วมทำงานกับพาร์ทเนอร์ทุกภาคส่วนในการนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดออกแบบโซลูชั่นที่เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละอุตสาหกรรม ทั้งนี้ 5G FWA ถือเป็นบริการแรกของ AIS 5G ที่ออกมาตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรและผู้ประกอบการ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับส่งข้อมูลองค์กรบนเครือข่ายแบบไร้สาย ด้วยคุณสมบัติของ 5G ในการรองรับการใช้งานได้หลากหลาย นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเครือข่าย 5G ในมิติต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพการใช้งานเครือข่าย 5G ในประเทศไทย ประกอบด้วย

·          5G Dual Mode NSA / SA เต็มรูปแบบกับเครือข่าย 5G ที่รองรับการใช้งานได้ทุกโหมดไม่ว่าจะเป็น 5G NSA (Non-Stand Alone) หรือ 5G SA (Stand Alone) เพื่อการใช้การใช้งาน 5G ทุกรูปแบบและพร้อมรับการใช้งาน 5G ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน 5G ที่ใช้กับลูกค้ามือถือทั่วไป และ 5G ในรูปแบบอื่นที่เป็น Massive IoT และ Massion Critical เช่นในภาคอุตสหกรรมต่างๆ เป็นต้น

·          5G Network Slicing เทคโนโลยีของเครือข่าย AIS 5G ที่มีศักยภาพในการปรับแต่งคุณสมบัติเครือข่ายและทรัพยากร เพื่อให้สอดคล้องและยืดหยุ่นกับลักษณะการใช้งานแต่ละรูปแบบในแต่ละพื้นที่ของธุรกิจได้อย่างคล่องตัว ทำให้สามารถรับประกันคุณภาพของการเชื่อมต่อและความเร็วได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

AIS 5G

·          5G Multi – access Edge Computing (MEC) สร้างระบบคลาวด์ให้เข้าใกล้ผู้ใช้งานมากที่สุด ช่วยให้สามารถใช้งานเครือข่ายด้วยการเข้าถึงแบบไร้สาย เพื่อให้บริการประมวลผลผ่านระบบคลาวด์ได้ในปริมาณมากและมีความปลอดภัยสูงสุด

·          5G Massive MIMO 64T64R เป็นเทคโนโลยีใน 5G ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ของการรับส่งข้อมูล(Capacity)ได้ดีขึ้นจากมากกว่า 4G ช่วยลดสัญญาณรบกวน และสามารถปรับแต่งสัญญาณให้เหมาะสมในการสื่อสารกับอุปกรณ์ที่มีจำนวนมากและแตกต่างกัน (Beamforming)

“เทคโนโลยี 5G จะเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่สำคัญ เราพร้อมสนับสนุน Digital Infrastructure เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม การลงทุนและพัฒนาด้านเครือข่ายอย่างต่อเนื่องในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาในระยะสั้นๆ เท่านั้น แต่เราต้องการให้เทคโนโลยี 5G เป็น Digital Infrastructure ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยในทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืนตลอดไป” นายวสิษฐ์ กล่าวสรุป

from:https://www.mobileocta.com/gsma-announces-ais-is-the-first-and-only-5g-fixed-wireless-access-provider-in-thailand/

แซดทีอี ร่วมกับ GSMA จัดงานถ่ายทอดสดออนไลน์ 5G SA Summit2020 ภายใต้แนวคิด“เปิดยุคใหม่ของโลกธุรกิจ

แซดทีอี ร่วมกับ GSMA จัดงานถ่ายทอดสดออนไลน์  5G SA Summit 2020  ภายใต้แนวคิด “เปิดยุคใหม่ของโลกธุรกิจ” มั่นใจโซลูชั่นเครือข่าย SA กลยุทธ์เด็ดการพัฒนาธุรกิจในประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ในปี 63 รุกจับมือพันธมิตรกลุ่มอุตสาหกรรมไอทีและธุรกิจชั้นนำชี้เทรนด์ธุรกิจนำทีมผู้บริหารชั้นนำจาก ไชน่า เทเลคอม, ไชน่า โมบายล์, ไชน่า ยูนิคอม, ออเรนจ์, Deutsche Telekom, Ooredoo, GSMA และ เทนเซนต์   

มุ่งจัดงานถ่ายทอดสดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ GSMA Thrive  เน้นปัจจัยการสร้างเครือข่าย 5G SA  เผยโครงสร้างพื้นฐาน 5G ศักยภาพเยี่ยม ด้านนวัตกรรมพร้อมรองรับธุรกิจยกระดับธุรกิจเชิงพาณิชย์ B2C และ B2B สู่ 5G SA

ZTE

นายจาง เจี้ยนเผิง รองประธานอาวุโสของแซดทีอี  เปิดเผยว่า “ สำหรับ 5G SA จะเป็นการสร้างโอกาสมหาศาลให้กับผู้ให้บริการในการพัฒนาธุรกิจ B2C  และ B2B แบบบูรณาการในยุคใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับความท้าทายหลายประการ ในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนและส่งเสริมการใช้งาน 5G SA  ทั้งนี้ZTE ซึ่งเชี่ยวชาญด้านโซลูชั่นend-to-end SA ที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน ได้ดำเนินการปรับใช้และตรวจสอบระบบดังกล่าวร่วมกับหุ้นส่วนธุรกิจหลายราย”

ด้านนายฮันส์ เนฟฟ์  CTO แซดทีอี  กล่าวต่อไปว่า “ การแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ 5G SA โดยเชื่อว่าระบบนิเวศ 5G SA จะส่งเสริมการติดตั้งและใช้งานในวงกว้าง แซดทีอีคาดว่าจะช่วยให้ผู้บริการทั่วโลกค้นพบศักยภาพ 5G อย่างเต็มรูปแบบโดยการใช้งานผลิตภัณฑ์ 5G SA ที่ทันสมัย และประสบการณ์ในการสร้างเครือข่ายที่ครอบคลุม  ซึ่งในปี 2563 5G SA พร้อมแล้วสำหรับการใช้งานทุกรูปแบบในเชิงพาณิชย์ทั้งในแง่ของมาตรฐานที่สมบูรณ์แบบ ชิปเซ็ต เครื่องปลายทาง และเครือข่าย ผู้ให้บริการรายใหญ่ทั่วโลกได้ตระหนักถึงศักยภาพและโอกาสอันสดใสของ 5G SA และเริ่มเดินหน้าส่งเสริมวิวัฒนาการการก้าวจาก 5G ไปสู่เครือข่าย SA นั่นเอง ”

ด้านนายหลิว ฮง  (Liu Hong)  หัวหน้าทีมเทคโนโลยีของจีเอสเอ็มเอ เกรทเทอร์ ไชน่า กล่าวว่า “ จากการคาดการณ์เทรนด์ในเรื่อง 5G SA  มองว่าการพัฒนา 5Gจะยังดำเนินต่อไปและแข็งแกร่งมากขึ้น การริเริ่ม 5G SA จะเป็นเหตุการณ์สำคัญในกระบวนการพัฒนา 5G

อีกทั้ง  นายเว่ย ลีปิง (Wei Leping) ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอำนวยการด้านเทคโนโลยีของไชน่า เทเลคอม กล่าวเพิ่มเติมว่า  “ ด้านความคืบหน้าล่าสุดของระบบนิเวศ 5G SA ไชน่า เทเลคอมเป็นผู้นำในการทดสอบความสามารถในการทำงานร่วมกันและการตรวจสอบการทำงานของระบบแบบครบวงจรของSA ด้วยการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากคลาวด์-เน็ตเวิร์ค-เอจ ไชน่า เทเลคอม ได้เร่งผลักดันการใช้งานในอุตสาหกรรมแนวดิ่ง ซึ่งเป็นการโปรโมท 5G SA เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแนวดิ่ง  โดยไชน่า เทเลคอมมุ่งมั่นในการนำ 5G SAไปใช้ในอุตสาหกรรมที่เน้นเรื่องคุณภาพสูง โดยมุ่งเป้าที่อุตสาหกรรม การขนส่ง สื่อ การดูแลสุขภาพ และการศึกษา เป็นต้น

นอกจากนี้นางสาวหวง หยู่หง (Huang Yuhong ) รองประธานสถาบันวิจัยไชน่าโมบายล์ ของไชน่าโมบายล์  กล่าวเสริมว่า “ สถาบันวิจัยไชน่าโมบายล์ มีเป้าหมายการพัฒนาSA ได้สร้างเครือข่ายบีทูบีและบีทูซีแยกจากกันเพื่อการบรรจบกันของ 4G และ 5G  ซึ่งไชน่า โมบายล์มีเป้าหมายพัฒนาเครือข่าย 5G SA ที่ล้ำสมัยและขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยการประสานคลื่นความถี่ 700M, 2.6G และ 4.9 GHz และการเพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อ รวมทั้งการใช้คลื่นความถี่ 4.9G ในภาคอุตสาหกรรม”

from:https://www.mobileocta.com/ztte-joins-gsma-to-host-a-live-online-broadcast-of-5g-sa-summit2020/

GSMA ประกาศรับรอง AIS เป็นผู้ให้บริการเครือข่าย 5G รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ปักหมุดไทย เป็น ประเทศแรกที่ให้บริการ 5G บนมือถือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า

เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในโอกาสที่ GSMA สมาคมผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีสมาชิกมากกว่า 800 รายทั่วโลก ได้ประกาศรับรองให้ เอไอเอสเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย 5G รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่พร้อมให้คนไทยได้ใช้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ อย่างเป็นทางการแล้ว

ถือเป็นการนำชื่อเสียงประเทศไทยสู่แวดวงโทรคมนาคมโลก ปักหมุดไทยเป็นประเทศแรกที่ให้บริการ 5G บนมือถือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สำเร็จ

ทั้งนี้ สามารถเข้าดูประกาศของ GSMA ได้ที่ https://www.gsma.com/futurenetworks/technology/understanding5g/5ginnovation/

 

จากเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา เอไอเอสได้เข้าชำระเงินค่าคลื่น 2600 MHz งวดแรก เรียบร้อยแล้ว และได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 2600 MHz เพื่อให้บริการ 5G อย่างเป็นทางการ เป็นรายแรกและรายเดียวในอุตสาหกรรม โดยในวันเดียวกัน

ภายหลังรับใบอนุญาตเพียงครึ่งชั่วโมง เอไอเอสสามารถเปิดเครือข่าย 5G ในทุกภาค ทั่วประเทศ ได้เป็นรายแรกของไทย (Official 1st 5G Network in Thailand) พร้อมแสดงขีดความสามารถเครือข่าย AIS 5G ที่แข็งแกร่ง โดยโชว์ สปีดเทส, สตรีมมิ่งวิดีโอ 4K และ วิดีโอคอล จากหัวเมืองใหญ่ ทั้ง 5 ภาคทั่วไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ณ ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่, ภาคใต้ ณ อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร จ.ภูเก็ต, ภาคอีสาน ณ ลานย่าโม จ.นครราชสีมา, ภาคตะวันออก ณ แหลมบาลีฮาย พัทยา จ.ชลบุรี และภาคกลาง ณ พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม

AIS 5G

รวมถึงเดินหน้าผนึกกำลังกับภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม นำประโยชน์ของ 5G มาสนับสนุนการทำงาน อาทิ หุ่นยนต์ที่ช่วยภาคสาธารณสุขรับมือกับไวรัสโควิด-19, ทดสอบการใช้ 5G ในกิจการท่าเทียบเรือขนส่งสินค้า ควบคุมเครนยกตู้สินค้าได้จากระยะไกล ณ ท่าเทียบเรือฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

รวมถึงเอไอเอสยังเป็นรายแรก ที่เริ่มเปิดให้บริการ 5G International Roaming อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่เดินทางไปต่างประเทศได้ใช้งาน 5G โดยเริ่มต้นกับ Swisscom ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, Etisalat ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเร็วๆ นี้ กับ China Unicom สาธารณรัฐประชาชนจีน และ SK Telecom ประเทศเกาหลีใต้ อีกด้วย

“ทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของเอไอเอส ที่พร้อมนำ 5G มาพลิกโฉมและยกระดับประเทศไทยไปอีกขั้นผ่านการผลักดันนวัตกรรมสู่การบริหารจัดการสาธารณูปโภค, ภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต เพื่อเสริมขีดความสามารถอันจะนำมาซึ่งประโยชน์แก่คนไทยต่อไป”  นายปรัธนา กล่าวสรุป

 

from:http://mobileocta.com/gsma-announces-ais-to-be-the-first-and-only-5g-network-operator-in-thailand/

OnePlus 7T Pro คว้ารางวัลสมาร์ทโฟนยอดเยี่ยมประจำปี 2019 จาก GSMA

Global Mobile Communications Systems Association หรือ GSMA ผู้จัดงาน MWC ได้ออกมาประกาศรางวัล 2020 GLOMO Awards (แม้ว่างาน MWC จะถูกยกเลิกไปแล้ว) โดยหนึ่งในนั้นคือรางวัล Best Smartphone หรือมือถือยอดเยี่ยมแห่งปี 2019 ซึ่งจะมีแค่รุ่นเดียวเท่านั้นที่ได้รางวัลนี้ไปครอง และมือถือรุ่นนี้ก็คือ OnePlus 7T Pro นั่นเอง

สำหรับรางวัลดังกล่าว ทาง GSMA ได้บอกเอาไว้ว่ามือถือ OnePlus 7T Pro มีสเปคแรงเร็วอยู่ในระดับไฮเอนด์, ซอฟท์แวร์ที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดี, ระบบชาร์จไว และมีความสามารถรอบด้านอยู่ในระดับท็อป แต่มาในราคาที่เอื้อมถึงได้

ใครที่เป็นเจ้าของมือถือ OnePlus 7T Pro อยู่ก็น่าจะรู้ว่ามือถือรุ่นนี้ เป็นไปตามที่ GSMA บอกเอาไว้จริงๆ ว่ามันเป็นมือถือที่มีความสามารถรอบด้าน ด้วยสเปคระดับท็อปของปี 2019 ทั้งหน้าจอความละเอียด QHD+ รีเฟรชเรท 90Hz, ชิป Snapdragon 855+, หน่วยความจำแบบ UFS 3.0, กล้องหลัง 3 ตัว ที่มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับดีทั้งการถ่ายภาพและวิดีโอ, ลำโพงคู่สเตอรีโอ, ระบบเสียง Dolby Atmos ฯลฯ แต่เปิดราคา (ในบ้านเรา) มาแค่ 26,990 บาท ซึ่งนับเป็นราคาที่เรียกว่าสมเหตุสมผลกับสเปค + ฟีเจอร์ของมือถือรุ่นนี้เลยทีเดียว

สเปค ONEPLUS 7T PRO

  • หน้าจอ Fluid AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด QHD+ (3120 x 1440) รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Snapdragon 855+
  • RAM : 8GB (LPDDR4X)
  • ความจุ : 256GB  (UFS 3.0) ไม่รองรับ MicroSD Card
  • กล้องหลัง : เลนส์หลัก 48MP (f/1.6), เลนส์ซูมออพติคอล 3x ความละเอียด 8MP (f/2.4), OIS + เลนส์ Ultra-wide angle 117 องศา ความละเอียด 16MP (f/2.2)
  • กล้องหน้าป๊อปอัพ : 16MP (f/2.0)
  • ระบบเสียง : ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่สเตอรีโอ, Dolby Atmos
  • สแกนนิ้วมือบนหน้าจอ
  • เซ็นเซอร์ : Accelerometer, Gyroscope, Proximity, Ambient Light Sensor, Electronic Compass, Laser Sensor
  • แบตเตอรี่ : 4085 mAh รองรับ Warp Charge 30T
  • ระบบ Android 10 ครอบด้วย OxygenOS 10

สำหรับคราวนี้เรียกว่าเป็นครั้งแรกของมือถือแบรนด์ OnePlus ที่ได้รับรางวัล Best Smartphone จาก GSMA ใครที่เป็นเจ้าของมือถือ OnePlus 7T Pro อยู่ ก็ภูมิใจได้เลยว่าเราได้เป็นเจ้าของมือถือระดับรางวัลรุ่นนี้อยู่ ส่วนใครที่กำลังเล็งมือถือดีๆ ซักรุ่นอยู่ ก็ถือว่า OnePlus 7T Pro ยังเป็นมือถือที่น่าสนใจ และยังสามารถใช้งานได้อีกยาวๆ อย่างน้อย 2 – 3 ปี เลยล่ะ

 

ที่มา : Gizchina

from:https://droidsans.com/oneplus-7t-pro-won-best-smartphone-gsma/

ไม่มีไม่หนีไม่คืน GSMA ไม่คืนเงินผู้จัดงาน MWC 2020 ตามข้อตกลงที่เซ็นกันไว้

เว็บไซต์ the Telecoms รายงานอ้างอิงข้อมูลจากบริษัทที่ออกบูธ (exhibitor) 2 รายภายในงาน MWC 2020 ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ว่าไม่ได้รับเงินคืนหรือเงินชดเชยใด ๆ จากการยกเลิกงานดังกล่าว โดยทาง GSMA ผู้จัดงานอ้างเงื่อนไขข้อที่ 20.10 ในเงื่อนไขและข้อตกลง (T&C) ที่น่าจะเซ็นกันเอาไว้ก่อนเริ่มงาน

ข้อตกลงดังกล่าวระบุว่าผู้จัดงาน (GSMA) จะไม่รับผิดชอบความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ กรณีที่เกิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขอบเขตและการควบคุมของ GSMA อาทิ โรคระบาด, การหยุดงานประท้วง, ปรากฎการณ์ธรรมชาติ, ก่อการร้ายไปจนถึงสงคราม

ก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการของ GSMA ก็ออกมาให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ถึงประเด็นนี้ว่า ทุกคนต่างมีต้นทุนเป็นของตัวเอง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่าย (บริษัทที่ออกบูธ/ผู้จัดงาน/ผู้เข้าร่วมงานที่จ่ายค่าบัตร) ช่วย ๆ กันแบกภาระต้นทุนของตัวเอง พร้อมระบุว่า GSMA เองเป็นองค์กร NGO ไม่แสดงหาผลกำไร องค์กรไม่ได้มีเงินหรือกองทุนอะไรหนุนหลังมากมาย และรายได้ทั้งหมดของ GSMA ก็กลับคืนสู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมเป็นปกติอยู่แล้ว

ที่มา – Telecoms, Bloomberg

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114765

ประกาศยกเลิกงาน MWC 2020 แล้ว จากเหตุไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่

GSM Association หรือ GSMA ผู้จัดงาน Mobile World Congress (MWC) ประกาศยกเลิกการจัดงานในปีนี้ จากเหตุระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีหลายบริษัทออกมาประกาศงดเข้าร่วมงาน

แถลงการณ์ของ GSMA ระบุว่าด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยทางสุขภาพในเมืองบาร์เซโลนา เมืองที่จัดงาน MWC ตลอดจนปัญหาข้อจำกัดในการเดินทางที่ประกาศก่อนหน้านี้ ทำให้ GSMA ไม่สามารถจัดงานได้เลย จึงตัดสินใจยกเลิกงานในปีนี้ โดย GSMA ยังคงแผนจัดงาน MWC ในปี 2021 ต่อไป

ก่อนหน้านี้มีหลายบริษัทได้ประกาศไม่เข้าร่วมงาน อาทิ Ericsson, NVIDIA, LG, Amazon, โซนี่, Intel, Vivo และ NTT ซึ่งตอนแรก GSMA ออกประกาศมาตรการดูแลความสะอาด จำกัดผู้เข้าร่วมจากจีน ตลอดจนห้ามการจับมือภายในงาน แต่ด้วยจำนวนบริษัทที่ประกาศยกเลิกยังเพิ่มขึ้น จึงต้องยกเลิกงานในที่สุด

ที่มา: GSMA ผ่าน The Verge

MWC

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114645

Intel, Vivo, NTT ไม่ร่วมงาน MWC, สมาคม GSMA เตรียมประชุมด่วนหารือ

Intel, Vivo, NTT เป็นบริษัทชุดล่าสุดที่ประกาศไม่เข้าร่วมงาน MWC 2020 เนื่องจากปัญหาไวรัสโคโรนา ถัดจาก LG, Ericsson, NVIDIA, Amazon, Sony ที่ประกาศถอนตัวไปก่อนหน้านี้

จากปัญหาบริษัทยักษ์ใหญ่เริ่มถอนตัวไม่เข้าร่วมงาน ทำให้สมาคม GSMA ในฐานะผู้จัดงานต้องหาวิธีรับมือ โดยสื่อสเปน El Periódico รายงานว่า GSMA จะประชุมกันในวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อหารือกันว่าจะยกเลิกงานหรือไม่

ที่มา – VentureBeat, The Verge, El Periódico, Notebookcheck

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114626