คลังเก็บป้ายกำกับ: GRAPHIC

Mass Effect: Legendary Edition รัน 120fps บน Xbox Series X แต่ได้ 60fps บน PS5

กลายเป็นวิวาทะในวงการเกมคอนโซลอีกรอบ หลัง Bioware เปิดเผยข้อมูลเทคนิคของเกม Mass Effect: Legendary Edition ภาครีมาสเตอร์ ที่จะเริ่มขาย 14 พฤษภาคมนี้

ประเด็นสำคัญอยู่ที่พลังกราฟิกของคอนโซลรุ่นท็อป ที่ได้เฟรมเรตสูงสุดไม่เท่ากันในโหมดเน้นเฟรมเรต (Favor Framerate)

  • Xbox Series X รองรับ 120fps ที่ความละเอียด 1440p
  • PS5 รองรับ 60fps ที่ความละเอียด 1440p

หากเล่นที่ความละเอียด 4K (Favor Quality) คอนโซลทั้งสองจะรันที่ 60 fps เท่ากัน

ตรงนี้อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะสเปกของ Xbox Series X แรงกว่า PS5 อยู่แล้ว โดยเหตุผลหลักคือ Xbox Series X ใช้จีพียู RDNA รุ่นใหม่กว่า PS5

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ PS5 จะได้เฟรมเรตที่ 60 fps ไม่ว่าจะเลือกโหมดไหน ความละเอียดไหนก็ตาม (แล้วใครล่ะจะเล่น 1440p หากได้เฟรมเรต 60fps เหมือกับ 4K) ซึ่ง IGN สอบถามไปยัง EA/Bioware แต่ก็ยังไม่ได้ความชัดเจนตรงนี้

ส่วนคอนโซลรุ่นเก่าๆ ก็ได้เฟรมเรตลดหลั่นกันไปตามสเปก

  • PS4 Pro/Xbox Series S/Xbox One X รองรับ 30fps ที่ 4K (Favor Quality), 60 fps ที่ 1440p (Favor Framerate)
  • PS4/Xbox One รองรับ 30fps ที่ 1080p (Favor Quality), 60fps ที่ 1080p (Favor Framerate)

No Description

ที่มา – IGN

from:https://www.blognone.com/node/122530

Xbox Series X เพิ่มฟีเจอร์ FPS Boost เร่งเฟรมเรตเกมเก่า 97 เกม รองรับสูงสุด 120Hz

แนวทางด้านเกมของไมโครซอฟท์ในคอนโซลยุคนี้คือ รองรับเกมเก่าย้อนไปตั้งแต่ Xbox รุ่นแรก และเพิ่มประสิทธิภาพของเกมเก่าด้วยพลังคอนโซลเจนใหม่ เช่น การใช้ AI ช่วย upscale กราฟิกเดิมให้คมขึ้น หรือการเปิด Auto HDR เป็นต้น

อีกฟีเจอร์หนึ่งที่เข้าข่ายนี้คือ FPS Boost ที่ช่วยดันเฟรมเรตของเกมยิง FPS ให้สูงขึ้น หลังจากทดสอบกับเกมกลุ่มเล็กๆ มาสักพัก ไมโครซอฟท์ก็ประกาศเปิดใช้ FPS Boost ชุดใหญ่ให้ 74 เกม (รวมเป็นทั้งหมด 97 เกมแล้ว)

ตัวอย่างเกมดังๆ ที่ได้ฟีเจอร์นี้คือ Battlefield V, Assassin’s Creed Unity, Anthem, Far Cry 5, The Elder Scrolls V, Watch Dogs 2 เป็นต้น ในกรณีของบางเกมอย่าง Titanfall 2 หรือ Metro: Last Light สามารถดันเฟรมเรตไปได้ถึง 120 Hz

รายชื่อเกมสามารถดูได้จากที่มา โดยเกมแต่ละเกมอาจรองรับบน Xbox Series X และ Xbox Series S แตกต่างกัน (บางเกมอาจต้องลดความละเอียดภาพเพือเร่ง FPS)

No Description

ที่มา – Major Nelson, Kotaku

from:https://www.blognone.com/node/122496

สงคราม 120 FPS ฝั่ง Xbox Serie X เหนือกว่าช่วงแรก มีเกมรองรับ 15 เกม, PS5 ยังมี 5 เกม

วงการเกมยุคปี 2020 ให้ความสำคัญกับเรื่องเฟรมเรตมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้เกมที่ประกาศตัวว่ารองรับ 120 FPS ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ประเด็นนี้ลามมาถึงวงการคอนโซลที่กำลังจะเปลี่ยนข้ามรุ่น ล่าสุดมีคนเปรียบเทียบเกมที่รองรับ 120 FPS ทั้งสองฝั่ง พบว่าตอนนี้ Xbox Series X เหนือกว่าที่จำนวน 15 เกม ส่วนฝั่ง PS5 มีจำนวน 5 เกม (ตัวเลขย่อมเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง)

เกมทั้ง 5 เกมของฝั่ง PS5 คือ Call of Duty Black Ops Cold War, Devil May Cry 5 Special Edition, Dirt 5, Monster Boy and the Cursed Kingdom, Rainbow Six Siege ซึ่งทั้งหมดเป็นเกมข้ามแพลตฟอร์ม และเล่นได้บน Xbox Series X ด้วย

ส่วนเกมของฝั่ง Xbox อีก 10 เกม มีเกมของไมโครซอฟท์เองอย่าง Gears 5, Gears Tactics, Halo the Master Chief Collection, Halo Infinite ซึ่งหลายเกมก็เป็นเกมเก่าที่เคยออกมาสักระยะแล้ว (แต่ไมโครซอฟท์นำมารองรับคอนโซลเจนใหม่) แต่ก็มีเกมใหม่ๆ อย่าง The Falconeer (เอ็กซ์คลูซีฟคอนโซล Xbox) ด้วยเช่นกัน

ที่มา – Essentially Sports

ภาพจากเกม The Falconeer

No Description

from:https://www.blognone.com/node/119173

Phil Spencer บอกเกมมิ่งระดับ 8K ยังไม่จำเป็นในตอนนี้ และในอนาคตก็อาจไม่ต้องมีด้วยซ้ำ

Phil Spencer หัวหน้าทีม Xbox ให้สัมภาษณ์กับ Wired มีประเด็นน่าสนใจว่า ถึงแม้ทั้ง Xbox Series X และ PS5 รองรับการเล่นเกมในระดับ 8K แต่ตัวเขามองว่า 8K ไม่จำเป็นในทางปฏิบัติ

Spencer บอกว่า 8K เป็นเทคโนโลยีที่น่าไปให้ถึง แต่ตอนนี้ยังไม่มีหน้าจอแสดงผลระดับ 8K แพร่หลาย และอีกหลายปีกว่าโลกจะไปถึงระดับ 8K หรืออาจไม่มีวันนั้นด้วยซ้ำ

เขามองว่าเทคโนโลยีการแสดงผลที่จับต้องได้มากกว่าคือ หน้าจอ 120Hz ซึ่งใช้งานได้จริงแล้วสำหรับคนที่ต้องใช้มันจริงๆ

ที่มา – Wired

ภาพโฆษณาบนเว็บไซต์ Xbox Series X ที่บอกว่ารองรับ 8K HDR

No Description

from:https://www.blognone.com/node/118911

สรุปรีวิว Crysis Remastered กราฟิกดีขึ้น แต่เอนจินล้าสมัย ดึงพลังฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ไม่ได้

เกมเด่นอีกเกมที่น่าจับตาช่วงนี้คือ Crysis Remastered ที่ออกขายในจังหวะที่ตลาดจีพียูกลับมาร้อนแรงอีกครั้งพอดี แถมมีโหมด Can It Run Crysis ที่สร้างกระแสท้าทายประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ด้วย

ตอนนี้เริ่มมีรีวิวออกมาจากสื่อหลายสำนัก ที่น่าสนใจคือ Digital Foundry เจ้าพ่อแห่งการรีวิวกราฟิกเชิงลึก ที่ออกรีวิวด้านเทคนิคของ Crysis Remastered เวอร์ชันพีซีมาโดยเฉพาะ (เกมมีเวอร์ชัน Switch, Xbox One, PS4 ด้วย)

No Description

Digital Foundry ชมฟีเจอร์ sparse voxel octree global illumination (SVOGI) ของ CryEngine ที่จำลองการฟุ้งกระจายและการสะท้อนของลำแสงด้วยซอฟต์แวร์ ทำให้คุณภาพของภาพในเกมดีขึ้นมาก และเป็นสิ่งที่เกมพัฒนาขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับเกมต้นฉบับ

Crysis Remastered ยังรองรับ ray tracing ทั้งระดับซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ และก้าวหน้าถึงขั้นรองรับ ray tracing ด้วยฮาร์ดแวร์บน DirectX 11 ซึ่งไม่เคยมีเกมไหนทำได้มากก่อน (วิธีการคือรองรับบน Vulkan API อีกทีหนึ่ง)

เกมยังเพิ่มคุณภาพของเท็กซ์เจอร์ระดับ 8K ในบางจุด โดยเฉพาะชุดสูท Nanosuit ที่ตัวเอกในเกมสวมใส่ ทใำห้เห็นรายละเอียดของชุดได้อย่างชัดเจนมาก เอนจินเกมยังปรับปรุงเรื่องระยะลึกของภาพ (depth of field) จากเดิมใช้อัลกอริทึมแบบ guassian มาเป็นแบบ bokeh ทำให้ภาพสมจริงยิ่งขึ้น

ส่วนโหมด Can it Run Crysis Mode เป็นการแสดงผลวัตถุทุกอย่างในเกมแบบเต็มความละเอียด โดยไม่สนใจระยะความใกล้ไกลของซีนภาพในตอนนั้น ซึ่ง Digital Foundry มองว่าเกินความจำเป็นในการใช้งานจริงๆ ไปมาก (to a point of excess) และเน้นใช้ทดสอบ มากกว่าใช้เล่นเกมจริงๆ

ในฝั่งของข้อด้อย เกมเวอร์ชัน Remastered พัฒนาจากเวอร์ชันที่พอร์ตไปลง PS3/Xbox 360 ไม่ใช่เวอร์ชันพีซีต้นฉบับจริงๆ ทำให้สูญเสียฟีเจอร์หรือเนื้อหาบางส่วน (เช่น ฉาก Ascension ที่โดนตัดไป) ที่หายไปตั้งแต่การพอร์ตครั้งแรก ซึ่งน่าเสียดายเพราะ Crysis สร้างชื่อมาจากการเป็นเกมพีซี นอกจากนี้ Digital Foundry ยังวิจารณ์งานออกแบบในเกมว่าไม่สวยเท่าไรนัก และบางครั้งภาพจากเกมต้นฉบับสวยกว่าด้วยซ้ำ

แต่สิ่งที่เป็นปัญหาจริงๆ ของ Crysis Remastered คือ เอนจินของเกมที่เริ่มล้าสมัยแล้ว และอิงกับพลังของการประมวลผลแบบคอร์เดียวเป็นหลัก ทำให้แม้แต่ซีพียูเกมมิ่งที่แรงที่สุดในปัจจุบันอย่าง Core i9 10900K ยังไม่สามารถรันได้เต็มประสิทธิภาพ แถมยิ่งเวอร์ชัน Remastered ยกระดับกราฟิกให้ละเอียดขึ้นกว่าเดิม ปัญหาคอขวดที่ซีพียูยิ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้นกว่าเวอร์ชันต้นฉบับ ตรงนี้ถือเป็นข้อจำกัดของตัวเกมเองแล้ว ไม่ใช่ข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ยุคปัจจุบัน

No Description

เว็บไซต์ Techradar ให้คะแนนรีวิว 3/5 โดยชี้ประเด็นคล้ายๆ กันว่าภาครีมาสเตอร์เป็นการยกระดับกราฟิกขึ้นจากเดิม ปรับคุณภาพด้านแสงในเกมเป็นหลัก แต่มีปัญหาเรื่องฉาก Ascension หายไป, เกมไม่มีโหมดมัลติเพลเยอร์หรือเนื้อหาจากภาคเสริม (Wars/Warhead) รวมมาด้วย และเกมปรับแต่งมาไม่ดีพอสำหรับฮาร์ดแวร์ยุคปัจจุบัน

คะแนนรีวิวเฉลี่ยของเวอร์ชันพีซี อยู่ที่ 72/100 – Metacritic ส่วนเวอร์ชันอื่นๆ ได้แก่ PS4 (59), Xbox One (62), Switch (66)

ที่มา – Eurogamer, Techradar

from:https://www.blognone.com/node/118670

NVIDIA เลิกซัพพอร์ต SLI ที่ระดับไดรเวอร์แล้ว ผู้พัฒนาเกมต้องทำกันเอง

NVIDIA ประกาศใน release notes ของไดรเวอร์ GeForce Game Ready เวอร์ชั่น 456.38 ว่าจะไม่ออกซอฟต์แวร์ซัพพอร์ตที่เป็นแบบ implicit สำหรับเทคโนโลยี SLI ในการ์ดจอรุ่น RTX 2xxx หรือก่อนหน้า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2021 เป็นต้นไป

การซัพพอร์ต SLI แบบ implicit หมายถึงการซัพพอร์ตที่มาจากไดรเวอร์ของ NVIDIA ที่ใช้บน DirectX 11 และเวอร์ชั่นก่อนหน้า ทำให้เหลือเพียงการซัพพอร์ตแบบ explicit คือผู้พัฒนาต้องออกแบบโปรแกรมให้ซัพพอร์ตเองเท่านั้น

เนื่องจากคนที่ใช้ SLI เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของตลาด รวมถึงการ์ดจอตระกูล Ampere ก็มีเพียงแค่รุ่น RTX 3090 เท่านั้นที่มีตัวเชื่อมต่อ SLI จึงอาจไม่คุ้มนักที่ผู้พัฒนาจะใช้เวลาไปกับการรองรับฟีเจอร์นี้ และอาจทำให้การใช้งาน SLI ค่อยๆ หายไปในอนาคต

ในอดีตที่ผ่านมา ประสิทธิภาพที่ได้จาก SLI ดูจะไม่ค่อยคุ้มค่า เพราะบางคนก็พบว่าแทนที่ประสิทธิภาพจะมากขึ้น กลับทำให้การ์ดจอทำงานได้ไม่เต็ม 100% ทั้งสองตัว เพราะการแบ่งหน้าที่ให้การ์ดจอสองตัวนั้นยากกว่าการ์ดจอตัวเดียวมาก และคงไม่คุ้มที่จะซื้อการ์ดจอสองตัวมาพ่วงกันแล้วทำงานช้าลงทั้งคู่

ส่วนจะมีเทคโนโลยีการใช้งานการ์ดจอสองใบใหม่ๆ ที่ได้รับการซัพพอร์ตออกมาในอนาคตจาก NVIDIA หรือ AMD อีกหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – NVIDIA via Extremetech

from:https://www.blognone.com/node/118551

หัวหน้าทีม Crysis บอกตอนนี้ไม่มีการ์ดจอไหนรันโหมด Can It Run Crysis? ที่ 4K@30 ไหว

Steffen Halbig หัวหน้าโครงการ Crysis Remastered ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงโหมด Can it Run Crysis? ที่อัดกราฟิกมาหนักๆ เพื่อทดสอบสมรรถนะเครื่อง ว่าปัจจุบันนี้ยังไม่มีการ์ดจอรุ่นไหนสามารถรันโหมดนี้ ที่ความละเอียด 4K @ 30FPS ไหวเลย

เขาอธิบายว่าในกราฟิกที่นำมาโชว์ทางโซเชียล เบื้องหลังการเรนเดอร์คือมุมมองที่ไม่จำกัดระยะการมองเห็น (unlimited view distances), ไม่มีการนำกราฟิกโผล่มาแสดงผลทีหลัง (no pop ups of assets) และไม่มีการเปลี่ยนความละเอียดของวัตถุเมื่อเปลี่ยนระยะ (no level of detail changes) นั่นแปลว่าต้นไม้ที่อยู่ไกลมากๆ ก็จะถูกเรนเดอร์เต็มรูปแบบตั้งแต่แรกสุด ทำให้กินทรัพยากรมาก แต่นั่นก็คือสิ่งที่ผู้เล่นต้องการทดสอบเครื่องตัวเอง

เขายังพูดถึงที่มาของชื่อโหมด Can it Run Crysis? ว่าตอนแรกเป็นแค่มุขตลกที่พูดกันในห้องประชุม แต่เขายืนยันว่าเขาเอาจริงกับเรื่องนี้ หลังจากนั้นไม่กี่วัน ก็มีทีมงานมาเสนอทันทีว่าเราควรสร้างโหมดนี้กันอย่างไร

No Description

ที่มา – PCGamer

from:https://www.blognone.com/node/118531

Crysis Remastered โชว์คลิปกราฟิกระดับ 8K, ทำ ray tracing โดยไม่ต้องอิงจีพียู

ใกล้วันวางขาย Crysis Remastered บนพีซีและคอนโซล 18 กันยายนนี้ (เวอร์ชัน Switch ขายไปก่อนแล้วตั้งแต่ ก.ค.) ทำให้ Crytek ออกคลิปโปรโมทมา “โชว์ของ” ชุดใหญ่

ตัวหลักคือ Tech Trailer ที่โชว์ความละเอียดระดับ 8K (4320p @ 60 FPS ถ้าสามารถดูกันไหว) พร้อมฟีเจอร์กราฟิกของเกมยุคใหม่ๆ เช่น global illumination, real time reflections, ray tracing รวมถึง[โหมดความละเอียด 8K Can it Run Crysis? ที่เคยออกข่าวมาก่อนหน้านี้

อีกคลิปที่น่าสนใจเช่นกันคือ การโชว์ ray tracing โดยที่การ์ดจอไม่ต้องรองรับโดยตรง ทำให้เกมเวอร์ชัน Xbox One และ PS4 สามารถแสดงเอฟเฟคต์ ray tracing เช่น แสงสะท้อนน้ำหรือพื้น ได้ด้วย ถือเป็นเกมแรกที่ทำ ray tracing ได้บนคอนโซลยุคปัจจุบัน

เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่าแปลกใจนัก เพราะ Crytek เคยโชว์เดโมการทำ ray tracing บนเอนจิน CryEngine มาตั้งแต่ต้นปี 2019 และผลของมันก็ออกมาให้เห็นใน Crysis Remastered นั่นเอง

from:https://www.blognone.com/node/118471

Crysis Remastered จะมีโหมด Can it Run Crysis? เค้นประสิทธ์ภาพฮาร์ดแวร์ให้ถึงที่สุด

หลังจากเปิดตัว Crysis Remastered ที่เป็นการรีมาสเตอร์หนึ่งในเกม FPS แห่งยุค แต่เมื่อเกมขายแบบมัลติแพลตฟอร์ม ชาว PC จึงสงสัยว่าเอกลักษณ์ของการกินสเปครีดประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์เหมือนสมัยออกมาครั้งแรกจะยังมีอยู่หรือไม่

ล่าสุด ทวิตเตอร์ของ Crysis คลายความกังวลนั้นด้วยการปล่อยภาพตัวอย่างของโหมด “Can it Run Crysis?” ที่สร้างมาเค้นประสิทธ์ภาพของฮาร์ดแวร์ให้ถึงที่สุดด้วยการตั้งค่าที่ไร้ขีดจำกัด โหมดนี้มีเฉพาะบน PC เท่านั้น

Crysis Remastered วางขายแล้วบน Nintendo Switch และจะวางขายบน PC, PS4, Xbox One 18 กันยายนนี้

No Description

ที่มา – @Crysis

from:https://www.blognone.com/node/118299

NVIDIA โชว์คลิป GeForce 3080 vs 2080 Ti ด้วยการเล่น Doom Eternal ระดับ 4K

มาถึงตอนนี้ยังไม่มีใครได้ลองใช้ GeForce RTX ซีรีส์ 30 กันอย่างจริงจังมากนัก (สินค้าจริงวางขาย 17 กันยายน ตอนนี้สื่อที่ได้ของไปรีวิวคงทดสอบกันอยู่)

NVIDIA จึงถือโอกาสออกคลิปเปรียบเทียบระหว่าง GeForce RTX 3080 กับรุ่นพี่ระดับเดียวกัน GeForce RTX 2080 Ti ให้ดูกันชัดๆ ด้วยการเล่นเกม Doom Eternal ซึ่งเป็นเกมที่เอนจินสามารถดันเฟรมเรตไปได้ถึง 1000 FPS

NVIDIA ทดสอบการเล่น Doom Eternal ที่ความละเอียด 4K 3840×2160 และตั้งค่าทุกอย่างเหมือนกัน ฝั่ง GeForce RTX 2080 Ti ทำเฟรมเรตได้เฉลี่ยอยู่ราว 100 FPS ในขณะที่ GeForce RTX 3080 ทำเฟรมเรตได้เฉลี่ยราว 150 FPS และสามารถดันไปได้ถึง 200 FPS ในบางซีน (ช่วงท้ายคลิปที่มีการเคลื่อนไหวเยอะมากๆ จะตกไปอยู่ราวร้อยต้นๆ)

ระหว่างรอผลการรีวิวจากสำนักเป็นกลาง แฟนๆ ที่รอซื้อ GeForce RTX 3080 ก็ดูคลิปนี้กันไปพลางๆ ให้เกิดกิเลสก่อนได้

ที่มา – ExtremeTech

from:https://www.blognone.com/node/118280