คลังเก็บป้ายกำกับ: GOVERNMENT

ตามโผ! ครม. ชุดใหม่ ประยุทธ์ ยื่นทูลเกล้าแล้ว ปรีดี ดาวฉาย ขึ้นขุนคลังคนใหม่

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่ของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้ว แต่ทีมเศรษฐกิจใหม่รวมไปถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีความท้าทายหลังจากนี้ไม่น้อย

ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ประยุทธ์ จันทร์โอชา – ภาพจากทำเนียบรัฐบาล

ตามที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่ แทนตำแหน่งที่ว่างและเพิ่มเติมบางตำแหน่ง ในรัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

  1. ดอน ปรมัตถ์วินัย เป็นรองนายกรัฐมนตรี อีกตำแหน่งหนึ่ง
  2. สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  3. อนุชา นาคาศัย เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  4. ปรีดี ดาวฉาย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  5. อเนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
  6. สุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  7. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ปรีดี ดาวฉาย อดีตกรรมการและกรรมการผู้จัดการของธนาคารกสิกรไทย ได้ตกลงร่วมกับธนาคารที่จะยุติสัญญาว่าจ้างกรรมการผู้จัดการก่อนครบกำหนด โดยมีข่าวลือที่ว่าอาจได้นั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจหรือไม่ก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนที่ท้ายที่สุดนั้นนายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่าจะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเอง

สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ครั้งนี้รวมไปถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยหลังจากนี้ถือว่ามีความท้าทายอย่างมาก เพราะสภาวะเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อย่างหนัก เป็นผลมาจากในช่วงที่ผ่านมาไทยได้เน้นที่ภาคการส่งออกรวมไปถึงการท่องเที่ยวเป็นหลัก

ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ได้กล่าวในมุมมองเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ว่า หลังจากที่รัฐบาลได้ปรับทีมเศรษฐกิจใหม่ ใครที่จะมาทำงานต่อจะต้องมีความต่อเนื่องจากทีมเดิมก่อนหน้า ขณะเดียวกันด้วยสถานการณ์ของ COVID-19 นั้นทำให้นโยบายต่างๆ ที่ออกมาก็ต้องรวดเร็วด้วย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/thai-cabinet-prayuth-2-2-new-team-6-aug-2020/

ก.ต่างประเทศสหรัฐเตรียมแบนวีซ่าพนักงานจีนของ Huawei และบริษัทเทคจีน ไม่ให้เข้าประเทศ

Mike Pompeo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐแถลงว่า ทางกระทรวงมีเตรียมจะแบนการออกวีซ่าให้กับพนักงานชาวจีนบางรายของ Huawei และบริษัทไอทีจีนอื่น ๆ ที่สนับสนุนระบอบที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและข่มเหงประชาชนทั้งในและต่างประเทศ (Pompeo ยกตัวอย่างการค่ายกักกัน เพื่อล้างสมองชาวอุยกูร์ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์)

อย่างไรก็ตาม Pompeo ไม่ได้ระบุว่าพนักงานคนไหน หรือพนักงานแบบไหนที่เข้าข่าย โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศอ้างว่าเป็นความลับในกระบวนการออกวีซ่า ขณะเดียวกันญาติหรือครอบครัวของพนักงานคนดังกล่าวก็จะไม่ได้รับวีซ่าเช่นเดียวกัน

มาตรการนี้ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐเป็นอีกหนึ่งมาตรการของตะวันตกที่มีต่อจีน หลังอังกฤษออกคำสั่งแบน Huawei แล้ว และคำสั่ง ปธน. ที่ปรับลดสิทธิพิเศษของฮ่องกง ให้ลงมาเท่ากับจีน

ที่มา – SCMP

No DescriptionWang Yi รมต. ตปท. จีนและ Mike Pompeo รมต. ตปท. สหรัฐ | ภาพจาก Getty Images

from:https://www.blognone.com/node/117508

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริษัทไอทีต่างชาติที่ให้บริการในไทย

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรว่าด้วยการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้สรรพากรสามารถเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริการของบริษัทไอทีต่างชาติได้ เช่น Netflix, LINE, Facebook, Spotify

สาระสำคัญของการแก้ไขประมวลรัษฎากร คือการแก้ไขนิยามของคำว่า “สินค้า” จากเดิมที่ไม่รวมสินค้าที่ไม่มีรูปร้างและส่งมอบกันผ่านอินเทอร์เน็ต ให้เพิ่มบทนิยามว่าด้วยบริการอิเล็กทรอนิคส์ ที่ส่งมอบสินค้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ส่วนผู้ให้บริการที่เข้าข่ายจะเสียภาษี (ทั้งให้บริการคนไทยและคนต่างประเทศในไทย) จะต้องมีรายได้ในไทยเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

ลำดับต่อไปจะส่งร่างแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป โดยคณะรัฐมนตรีคาดว่ากระทรวงการคลังจะสามารถจัดเก็บภาษีได้เพิ่มประมาณปีละ 3,000 ล้านบาท

ที่มา – ข่าวสด

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/116821

รัฐบาลอังกฤษกำลังร่างแผนจ่ายเงินอุดหนุน 6,000 ปอนด์ให้คนที่เปลี่ยนจากรถน้ำมันเป็นรถไฟฟ้า

รัฐบาลอังกฤษกำลังร่างแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 หนึ่งในนั้นคือการกระตุ้นดีมานด์ของรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการจ่ายเงินอุดหนุนให้คนที่เปลี่ยนจากรถยนต์สันดาปมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 6,000 ปอนด์

บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษมีกำหนดจะชี้แจงเกี่ยวกับแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจนี้ในวันที่ 6 กรกฎาคม ขณะที่แผนนี้ก็น่าช่วยบริษัทรถยนต์ที่มีฐานการผลิตหรือประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในสหราชอาณาจักรโดยตรง

ทั้งนี้อังกฤษเป็นหนึ่งในประเทศที่รถยนต์พลังงานสะอาดในระดับนโยบายอยู่แล้ว โดยเฉพาะนโยบายที่กำหนดให้ห้ามขายรถยนต์สันดาปหลังมี 2040 เป็นต้นไป

ที่มา – Reuters

No Descriptionภาพจาก Shutterstock

from:https://www.blognone.com/node/116776

ทรัมป์เตรียมออกคำสั่งบริหาร ละเว้นกฎหมายคุ้มครองโซเชียลมีเดีย หลังทวิตเตอร์แปะป้าย fact-check

หลังทวิตเตอร์ออกฟีเจอร์ fact-check ที่ให้ผู้ใช้งานตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากทวีต ซึ่งคนแรก ๆ ที่โดนแปะป้ายนี้คือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องทวีตข่าวปลอมอยู่เนือง ๆ และเจ้าตัวก็วิจารณ์ทวิตเตอร์เรื่องฟรีสปีช

ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมเอาคืนไปอีกขั้น เมื่อมีรายงานว่าทรัมป์เตรียมจะออกคำสั่งบริหาร (executive order) ละเว้นข้อกฎหมายที่คุ้มครองบริษัทโซเชียลมีเดียในหลาย ๆ ด้าน รวมถึงเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและคณะกรรมการกำกับดูแลตีความหรือมองได้ว่าโซเชียลมีเดีย เช่น ทวิตเตอร์ เป็นผู้ผูกขาดและควบคุมการแสดงความคิดเห็น (เช่นการลบแอคเคาท์หรือลบโพสต์) ไม่ใช่เจ้าของแพลตฟอร์มที่เปิดให้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างที่เป็นอยู่

กฎหมายที่คุ้มครองบริษัทโซเชียลมีเดียตอนนี้คือมาตรา 230 ของกฎหมายว่าด้วยการสื่อสารที่เหมาะสม (Communication Decency Act) ที่ออกเมื่อปี 1996 ช่วยให้บริษัทออนไลน์ไม่ต้องรับผิดชอบการกระทำของผู้ใช้งาน รวมถึงมีสิทธิที่ค่อนข้างเยอะในการควบคุมเนื้อหา

แม้คำสั่งบริหารจะยังอยู่ในกระบวนการร่างและยังไม่เรียบร้อย แต่คาดว่าน่ามีรายละเอียดยกเลิกความคุ้มครองตามมาตรา 230 หากโซเชียลมีเดียมีพฤติกรรมแบ่งแยกผู้ใช้งาน หรือจำกัดการใช้งานโดยไม่มีการไต่สวนที่เป็นธรรม หรือไม่มีการระบุในเงื่อนไขการใช้งาน (terms of service)

ที่มา – WSJ

from:https://www.blognone.com/node/116616

Zoom ล่มขณะรัฐบาลอังกฤษกำลังแถลงเรื่อง COVID-19

เมื่อวานนี้ช่วงค่ำตามเวลาบ้านเรา Zoom เกิดล่มในหลายประเทศทั่วโลกจนไม่สามารถโฮสต์หรือเข้าร่วกการประชุมได้ หนึ่งในผลกระทบใหญ่เกิดกับรัฐบาลสหราชอาณาจักร ที่กำลังแถลงอัพเดตสถานการณ์ COVID-19 ประจำวัน จนทำให้นักข่าวไม่สามารถถามคำถามแบบไลฟ์สดได้ตามปกติ และต้องพิมพ์ส่งคำถามเข้าไป (อาจจะช่องทางอื่น) ให้อ่านออกอากาศแทน

Zoom แถลงหลังจากเกิดปัญหาไม่นานว่า จำนวนผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัด ก่อนจะกลับมาใช้งานได้ปกติในอีกราว 2 ชม. ถัดมา

ที่มา – The Guardian, @Zoom_us

ภาพจาก Shutterstock

from:https://www.blognone.com/node/116408

จีนเอาคืน เตรียมใส่ชื่อ Apple, Qualcomm, Boeing เป็นบริษัทไม่น่าเชื่อถือ

หลังรัฐบาลสหรัฐใส่ชื่อ Huawei เข้าไปใน Entity List บริษัทที่รัฐบาลกังวลในประเด็นด้านความมั่นคงและบริษัทสหรัฐจะต้องขอใบอนุญาตก่อนเพื่อทำธุรกิจด้วย ล่าสุด The Global Times รายงานอ้างอิงแหล่งข่าววงในว่า รัฐบาลจีนเตรียมจะทำแบบเดียวกับบริษัทสหรัฐแล้ว

บริษัทสหรัฐที่มีรายชื่อว่าน่าจะโดนมาตรการนี้คือ Apple, Cisco, Qualcomm และ Boeing ซึ่งอาจจะทั้งโดนสอบสวนและอยู่ในรายชื่อบริษัทที่ไม่น่าไว้ใจ (unreliable entity list)

ทั้งนี้ The Global Times อยู่ในเครือของ People’s Daily ซึ่งเป็นสื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ที่มา – Reuters

ภาพจาก Shutterstock

from:https://www.blognone.com/node/116405

รัฐบาลทรัมป์ต่อระยะเวลาคำสั่งแบน Huawei เพิ่มไปอีกปี

กลางเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกคำสั่งบริหาร ห้ามบริษัทสัญชาติอเมริกันห้ามธุรกิจและใช้อุปกรณ์สื่อกับกับบริษัทที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าพุ่งเป้าไปที่ Huawei และ ZTE เป็นหลัก โดยคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 1 ปี ล่าสุดประธานาธิบดีสั่งขยายคำสั่งบริหารดังกล่าวออกไปอีก 1 ปี

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ที่มีอำนาจในการออกใบอนุญาตให้กับบริษัทอเมริกันเพื่อทำธุรกิจกับ Huawei (พิจารณาเป็นกรณีไป) ก็น่าจะขยายใบอนุญาตดังกล่าวที่กำลังจะหมดอายุในวันพรุ่งนี้ออกไปเช่นกัน

ที่มา – Reuters

from:https://www.blognone.com/node/116346

ครม. ออกมาตรการเยียวยา COVID-19 เน้นลูกจ้าง-อาชีพอิสระ แจกเงิน 5 พัน มีสินเชื่อพิเศษ

คณะรัฐมนตรีได้ออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยชุดนี้จะเน้นไปที่ลูกจ้าง-อาชีพอิสระ โดยมาตรการสำคัญคือการแจกเงินเดือนละ 5,000 บาทเป็นระยะเวลา 3 เดือน

Thai People Waiting Bus COVID-19 masks
ภาพจาก Shutterstock

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยถึงมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจาก COVID-19 ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม และการแพร่ระบาด COVID-19 ขยายวงกว้างขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ทำให้กระทรวงการคลังจัดทำมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรเทา ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และทำให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนต่อไปได้

มาตรการดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้

เยียวยา “แรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบ ประกันสังคม”

โดยมาตรการดังกล่าวมี 8 มาตรการดังนี้

  1. สนับสนุนเงินช่วยเหลือรายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน (เมษายน – มิถุนายน 2563) ผ่านการลงทะเบียนแสดงความจำนงตรวจสอบคุณสมบัติและการโอนเงินผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ เช่น พร้อมเพย์ตามเลขบัตรประจำตัวประชาชน โอนเข้าบัญชีธนาคาร กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
  2. โครงการสินเชื่อฉุกเฉิน วงเงินต่อรายไม่เกิน 10,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกิน 0.10% ต่อเดือน ระยะเวลากู้ ไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 วงเงินรวม 40,000 ล้านบาท
  3. โครงการสินเชื่อพิเศษเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง วงเงินต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกิน 0.35% ต่อเดือน โดยมีหลักประกัน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท
  4. โครงการสินเชื่อดอกเบี้ย ต่ำสำหรับโรงรับจำนำ วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท โดยคิดดอกเบี้ยในอัตรา 0.10% ต่อปี และ สธค. คิดดอกเบี้ยจากประชาชนในอัตราไม่เกิน 0.125% ต่อเดือน ระยะเวลา 2 ปี
  5. มาตรการเสริมความรู้ พิจารณาดำเนินการจัดฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะ เสริมอาชีพเพื่อเสริมสร้างความรู้
  6. มาตรการเลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563
  7. เพิ่มวงเงินหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพ โดยวงเงินหักลดหย่อนไม่เกิน 25,000 บาท จากเดิม 15,000 บาท
  8. มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าตอบแทนในการเสี่ยงภัยของบุคลากร ทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 เช่น แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ หรือผู้ที่เกียวข้องที่ได้รับแต่งตั้งจากกระทรวงสาธารณสุข

มาตรเยียวยา “ผู้ประกอบการ”

ประกอบด้วย 7 มาตรการ

  1. สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19  กู้ต่อรายได้ไม่เกิน รายไม่เกิน 3 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 3% สำหรับ 2 ปีแรก ระยะเวลาการกู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 5 ปี
  2. มาตรการขยายเวลาการชำระภาษีให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสินค้าน้ำมันและ ผลิตภัณฑ์น้ำมัน จากเดิมยื่นขอชำระภาษีภายใน 10 วันเป็นภายในวันที่ 15 ของเดือน โดยมีระยะเวลา 3 เดือน (เมษายน – มิถุนายน 2563)
  3. เลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยเลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้ นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนี้
    • รอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 (ภ.ง.ด. 50) สำหรับกรณีที่จะต้องยื่นรายการชำระภาษีตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2563 ออกไปเป็นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563
    • รอบระยะเวลาบัญชีปี 2563 (ภ.ง.ด. 51) สำหรับกรณีที่จะต้องยื่นรายการชำระภาษีตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึงวันที่ 29 กันยายน 2563 ออกไปเป็นภายในวันที่ 30 กันยายน 2563
  4. เลื่อนเวลายื่นแบบแสดงรายการ นำส่ง และชำระภาษี โดยเลื่อนเวลา การยื่นแบบแสดงรายการ นำส่ง และชำระภาษีทุกประเภทที่กรมสรรพากรจัดเก็บ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นต้น ให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ได้แก่
    • ผู้ประกอบการที่ต้องปิดสถานประกอบการตามคำสั่งของทางราชการ เช่น กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น
    • ผู้ประกอบการอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 เฉพาะที่มีเหตุอันสมควรให้เลื่อนเวลาออกไป โดยกระทรวงการคลังจะพิจารณา เป็นรายกรณี เพื่อเป็นการลดภาระในการจัดทำเอกสารและการเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ดังกล่าว
  5. เลื่อนการยื่นภาษีสำหรับกิจการที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด COVID-19 เช่น ผับ ไนท์คลับ บาร์ ที่ปิดทำการหลังเวลา 24.00 ให้ยื่นแบบรายการและชำระภาษีภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2563
  6. ยกเว้นอากรขาเข้าของที่ใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกัน COVID-19 ตามรายการที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563
  7. มาตรการทางภาษีอากรและค่าธรรมเนียมเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ลูกหนี้สำหรับ เงินได้ที่ได้จากการปลดหนี้ของเจ้าหนี้ รวมไปถึงการโอนและการจำนอง จนถึงปลายปี 2564

สำหรับรายละเอียดเต็มๆ สามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์รัฐบาลไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/thai-gov-relief-package-phase-2-for-covid-19-2020-march-24/

สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ออกแชทบอทช่วยหาพิกัดร้านวางขายหน้ากากอนามัย, เชิญชวนร้านค้าร่วมลงทะเบียนข้อมูล

สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ได้ประกาศออก LINE Chatbot ซึ่งจะช่วยรวบรวมและค้นหาพิกัดร้านขายหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ หรือสินค้าจำเป็นเพื่อป้องกันไวรัส เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ต้องการหาซื้ออุปกรณ์ป้องกันไวรัส COVID-19

บริการแชทบอทของ DGA ข้างต้น ประกอบด้วย LINE Chatbot 2 ตัว ซึ่งทำหน้าที่ต่างกันไปกล่าวคือ

  • DGA Chatbot สำหรับประชาชนทั่วไปที่หาซื้อสินค้าจำเป็นเพื่อป้องกันไวรัส แชทบอทสามารถแสดงพิกัดร้านค้า รวมถึงข้อมูลจำนวนสินค้าป้องกันไวรัสที่ร้านค้ามีอยู่
  • SmartShop ChatBot สำหรับร้านค้าที่ต้องการลงทะเบียน และกรอกข้อมูลสินค้าป้องกันไวรัสที่วางจำหน่าย

ภาพตัวอย่างการใช้งาน DGA Chatbot

เท่าที่ผมลองด้วยตัวเอง ข้อมูลร้านค้าบนบริการแชทบอทดังกล่าวยังมีเพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งก็พอเข้าใจได้เมื่อมองว่าตัวแชทบอทเองเพิ่งเปิดตัวได้ไม่ถึงหนึ่งวัน

นอกจากนี้ จากการพูดคุยกับทีมพัฒนาที่ผู้เขียนรู้จัก เป้าหมายที่แท้จริงของบริการแชทบอท จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการช่วยแสดงพิกัดและข้อมูลจำนวนสินค้าที่ได้จากการกรอกโดยร้านค้าเท่านั้น

ทีมพัฒนายังตั้งใจจะเชื่อมข้อมูลกับผู้ให้บริการที่มีความพร้อมเพื่ออัพเดตข้อมูลสินค้าบนบริการแชทบอทแบบเรียลไทม์อีกด้วย ซึ่งก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชนที่ถือข้อมูลสินค้าจำเป็นเพื่อพัฒนาบริการต่อไป

ท่านใดสนใจสามารถแอดไลน์เพื่อเข้าใช้งานได้ที่ลิงก์ http://line.me/ti/p/@dgachatbot และขอเชิญชวนร้านค้าร่วมลงทะเบียนผ่านการแอดไลน์ที่ลิงก์ http://line.me/ti/p/@smartshop ครับ

ที่มา – เฟซบุ๊ก DGA Thailand

from:https://www.blognone.com/node/115347