คลังเก็บป้ายกำกับ: GOOGLE_PIXEL_6

Pixel 6 ได้อัพเดตแพตช์รอบเดือนมกราคม 2022 แล้ว หลังจากโดนเลื่อนมานาน

ในที่สุด กูเกิลก็ออกแพตช์ประจำรอบเดือนมกราคม 2022 ให้ Pixel 6 แล้ว หลังมีปัญหากับแพตช์รอบเดือนธันวาคม 2021 จนต้องหยุดปล่อยแพตช์ และออกแพตช์เดือนมกราคมของ Pixel 6 ล่าช้ากว่า Pixel รุ่นเก่าๆ

การออกแพตช์ครั้งนี้เท่ากับว่า มือถือ Pixel 6 เครื่องที่ไม่ได้อัพเดตแพตช์เดือนธันวาคม จะอัพข้ามมาเป็นเดือนมกราคมทีเดียวเลย

รายการแก้บั๊กของแพตช์รอบเดือนมกราคม มีตั้งแต่บั๊กโทรเบอร์ฉุกเฉินไม่ได้ ถ้ามี Microsoft Teams ติดตั้งอยู่, ปัญหา Wi-Fi สัญญาณหลุด, ปัญหา UI หลายจุด เป็นต้น

ปัญหาของ Pixel 6 ในอัพเดตรอบเดือนหลังๆ ทำให้กูเกิลถูกวิจารณ์เรื่องคุณภาพของซอฟต์แวร์ [ถึงขนาดรีวิวเวอร์ชื่อดัง MKBHD ถึงกับประกาศว่าเขาถอดซิมออกแล้วกลับไปใช้ Galaxy S21 Ultra แทนก่อน](Android 12 เจอปัญหาบั๊กเพียบ)

ที่มา – 9to5google

from:https://www.blognone.com/node/126724

Android 12 เจอปัญหาบั๊กเพียบ จนแบรนด์มือถือหลายเจ้าต้องชะลอการอัพเดต

ช่วงหลังเราเห็นข่าวปัญหาความไม่เสถียรของ Android 12 ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ปัญหาของ Pixel 6 จากแพตช์รอบเดือนธันวาคม 2021 ที่กูเกิลแก้ไขล่าช้า จนทำให้ Marques Brownlee หรือ MKBHD รีวิวเวอร์ชื่อดัง ต้องออกมาประกาศว่าเขาทนใช้ไม่ไหว ต้องถอดซิมออกเพื่อกลับไปใช้ Galaxy S21 Ultra ไปพลางๆ ก่อน

ในอีกด้าน เราเห็นปัญหาเรื่องการอัพเดตรอม Android 12 ของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนค่ายอื่นๆ เช่น ซัมซุงที่ต้องเลื่อนอัพเดต One UI 4.0 กับมือถือบางรุ่น หรือกรณีของ OnePlus ที่เจอปัญหาเรื่องคุณภาพรอม (แม้ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยรวมโค้ดเข้ากับ ColorOS ด้วยก็ตาม)

เว็บไซต์ The Verge มีบทความอธิบายปัญหา Android 12 บั๊กเยอะกว่าปกติ โดยอ้างความเห็นของ Mishaal Rahman อดีตบรรณาธิการบริหารของ XDA Developers ที่คุ้นเคยกับการขุดระบบ Android เป็นอย่างดี ว่าปัจจัยหลักเกิดจาก Android 12 เป็นการอัพเดตระบบปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดนับจาก Android 5 ทำให้กูเกิลไม่สามารถแก้บั๊กได้ทัน ภายในรอบการออก 1 ปีตามธรรมเนียม

นอกจากเรื่องขนาดของ OS แล้ว Rahman ยังชี้ว่าในกรณีของซัมซุง ออก One UI 4.0 เร็วกว่ารอบอัพเดตเดิม (เดิมมักปล่อยหลังปีใหม่ รอบนี้ปล่อยก่อนสิ้นปี) ทำให้มีเวลาแก้ไขบั๊กและตรวจสอบคุณภาพน้อยลง ส่วนกรณีของ OnePlus นอกจากประเด็นรวมรอมเข้ากับ ColorOS ยังมีเรื่องการซอยรุ่นเยอะขึ้น ต้องแบ่งภาระไปดูแลรอมให้กับสินค้าหลายรุ่นมากขึ้น

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/126712

กูเกิลปล่อยแพตช์เดือนมกราคมให้ Pixel แล้ว แต่ของ Pixel 6 โดนดีเลย์อีกครั้ง

วันนี้กูเกิลปล่อยแพตช์ความปลอดภัยเดือนมกราคม 2022 ให้ Pixel ทุกรุ่นแล้ว ยกเว้น Pixel 6 และ 6 Pro ที่โดนดีเลย์อีกครั้ง (ตอนเดือนธันวาคม 2021 ก็ได้ช้ากว่ารุ่นอื่น) โดยนอกจากอุดช่องโหว่ความปลอดภัยแล้วยังมีการแก้บั๊กหน้าล็อก, บั๊กโทรหาเบอร์ฉุกเฉินไม่ได้ (ที่มีประเด็นกับแอพ Microsoft Teams), บั๊กแสดงตัวเลขการใช้งานดาต้า ฯลฯ

ส่วนสาเหตุที่ Pixel 6 ยังไม่ได้รับอัพเดตก็คงเป็นเพราะกูเกิลยังแก้บั๊กของแพตช์เดือนธันวาคมไม่เสร็จ โดยระบุว่าจะแก้ไขเสร็จภายในปลายเดือนมกราคมเลย

โทรศัพท์ Pixel รุ่นที่ได้รับอัพเดตคือ 5a, 5, 4a 5G, 4a, 4 XL, 4, 3a XL และ 3a

ที่มา – Android Authority

from:https://www.blognone.com/node/126547

รีวิว Google Pixel 6 การกลับมาที่ยิ่งใหญ่ของหนึ่งในมือถือ Android ที่ดีที่สุด

หลังจากดูซบเซาและไร้เสน่ห์มาหลายรุ่น ตอนนี้ Google Pixel กลับมาแล้วด้วย Pixel 6 และ Pixel 6 Pro เพราะคิดใหม่ทำใหม่ อัพเกรดฮาร์ดแวร์ขึ้นในทุกด้านจากรุ่นที่แล้ว พร้อมชิป Tensor ที่กูเกิลออกแบบเอง กล้องอัพเกรดใหม่หมด เสริมด้วย Computational Photography ที่สร้างชื่อมายาวนาน พ่วง AI เข้ามาอยู่ในทุกจุดของการใช้งาน

No Description

จุดเริ่มต้นของมือถือ Pixel มาจากมือถือ Nexus ในอดีตที่กูเกิลพยายามจะทำตัวเป็น “ไกด์” ให้ผู้ผลิตมือถือในยุค 10 ปีก่อนเห็นว่ากูเกิลอยากให้สมาร์ทโฟน Android มีแนวทางอย่างไร (คล้ายแนวคิดที่ Microsoft ทำ Surface) ใช้วิธีจับมือกับผู้ผลิตหลายยี่ห้อ เช่น HTC, LG, Samsung และ Huawei ก่อนจะออกรุ่นสุดท้ายคือ Nexus 6P ในปี 2015 และประกาศปิดโครงการ

LG Nexus 5X

ในปี 2016 ก็เปิดตัวมือถือ Google Pixel ถือเป็นมือถือรุ่นแรกที่ใช้แบรนด์กูเกิลทำตลาด สร้างความฮือฮาอย่างมากเพราะภาพถ่ายจากกล้องนั้นสวยกว่ามือถือใดๆ ในยุคเดียวกัน (ปีนั้นฝั่งแอปเปิลเป็น iPhone 7) อีกทั้งยังเริ่มใช้ศัพท์ที่ฟังดูเท่ๆ อย่าง Computational Photography เพราะกูเกิลมีทีมที่ทำวิจัยเรื่องภาพถ่ายแล้วนำซอฟท์แวร์มาช่วยปรับแต่งภาพหลังถ่ายเสร็จให้ดูสวยงามและเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังตั้งมาตรฐานการออกอัพเดตเวอร์ชันใหญ่ให้นาน 2 ปีและปล่อยอัพเดตความปลอดภัยทุกเดือน

ต่อมาในปี 2017 ก็ออก Pixel 2 ที่อัพเกรดกล้องและแก้ปัญหาของ Pixel 1 จนทุกอย่างเริ่มเข้าที่ ซึ่งก็ยังสร้างชื่อต่ออีกเพราะคว้าแชมป์กล้องมือถือที่ดีที่สุดจาก DxOMark ไปครองเป็นปีที่สอง นอกจากนี้ยังเป็น Pixel ที่แทบจะไม่มีปัญหาเลย (ผู้เขียนใช้ตั้งแต่มันออกจนถึงต้นปี 2021 แบบสบายๆ)

อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตมือถือเจ้าอื่นเริ่มตามทันหลังจากนั้น และเป็นกูเกิลเองที่ไม่ยอมอัพเกรดเซ็นเซอร์กล้องอีกเลย เชื่อมั่นในพลังของซอฟท์แวร์ว่าจะใช้ได้อีกนาน ลากใช้เซ็นเซอร์กล้อง Sony IMX362/363 ตั้งแต่ Pixel 2 ยาวจนถึง Pixel 5 อีกทั้งสเปกอื่นๆ ของ Pixel ก็สู้เจ้าอื่นไม่ได้ (จุดที่โดนวิจารณ์มากที่สุดคือมักจะให้แบตเตอรี่ขนาดเล็กมาตลอด) ด้วยเหตุเหล่านี้ทำให้ความนิยมของ Pixel ค่อยๆ ถดถอยลงไปตั้งแต่รุ่น 3 หรือ 3a เป็นต้นมา และซ้ำร้ายในรุ่น Pixel 5 ที่ตัดสินใจไม่ใช้ชิปตัวท็อปของปีอีก กลายเป็นมือถือที่ไม่มีจุดเด่นอีกต่อไป

มาปี 2021 กูเกิลคงจะรู้ตัวแล้วกลับมาตั้งใจทำมือถือให้สู้เจ้าอื่นได้ ประจวบเหมาะกับที่โครงการพัฒนาชิปของตนเองเสร็จพอดี จึงเปิดตัวชิปใหม่ในชื่อ Google Tensor ที่คุยว่ารันโมเดล AI ในระดับศูนย์ข้อมูลได้ นำมาใส่ใน Pixel 6 และ Pixel 6 Pro เป็นรุ่นแรก เมื่อมาเจอกับ Computational Photography การถ่ายภาพและวิดีโอก็ได้ความสามารถใหม่ๆ เพิ่มอีก เช่นทำ HDR ได้กับวิดีโอทุกเฟรมที่ความละเอียด 4K 60 fps ไปถึงการปรับภาพหน้าคนไม่ให้เบลอ และการลบคนออกจากภาพถ่าย

สเปกด้านอื่นก็อัพเกรดขึ้นอย่างมาก เช่นกล้องหลักก็เปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์ ISOCELL GN1 จาก Samsung รวมถึงกล้องอัลตราไวด์ก็อัพเดตใหม่และยังเป็นครั้งแรกที่ Pixel มีกล้องหลัง 3 ตัว โดยรวมกล้องซูม 20X เข้ามาด้วย (เฉพาะ Pixel 6 Pro) อีกทั้งกล้องหน้าก็อัพเกรดใหม่เช่นกัน ด้านแบตเตอรี่ก็ให้มาแบบเริ่มสู้คนอื่นได้ แบตจุ 4614 mAh ใน Pixel 6 และ 5000 mAh ใน Pixel 6 Pro

No Description

ภาพด้านหลังของ Pixel 6 Pro ที่มีกล้อง 3 ตัว (Pixel 6 ที่รีวิวนี้ไม่มีกล้องเทเลโฟโต้)

ขณะนี้ผมใช้งาน Pixel 6 มาได้เดือนกว่าแล้ว เลยนำมาเขียนรีวิวชิ้นนี้ครับ

ภายในกล่องของ Pixel 6 เวอร์ชันอเมริกา มีเพียงตัวเครื่อง, เข็มจิ้มซิม, สายชาร์จ USB-C to USB-C ยาว 1 เมตร, หัวแปลง USB-A to USB-C และเอกสารเล็กน้อย ไม่มีอะแดปเตอร์ชาร์จไฟมาให้อีกต่อไป

No Description

No Description

ในการใช้งานทั่วไป Pixel 6 ย่อมไม่มีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพ ผมไม่รู้สึกถึงความช้าใดๆ ตลอดการใช้งาน ทั้งนี้ ผมไม่เล่นเกมบนมือถือและไม่ได้ใช้งานแอพหนักๆ เช่นตัดต่อวิดีโออยู่แล้ว จึงอาจรีวิวการใช้งานหนักไม่ได้มากนัก แต่ขอแนบผลการรันเบนช์มาร์คจาก Geekbench มาให้ดูกัน (ลิงค์คะแนนอย่างละเอียด)

No Description

กล้อง

ข้ามมาที่จุดเด่นที่สุดของ Pixel เลยก็คือกล้อง อย่างที่กล่าวไปตอนแรกว่า Pixel 6 ใช้เซ็นเซอร์ GN1 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลจาก Samsung ที่มีความสามารถรวม 4 พิกเซลกลายเป็น 1 ทำให้ขนาดเม็ดพิกเซลขยายจาก 1.2 เป็น 2.4 ไมโครเมตร หมายความว่าภาพที่ได้จะสว่างขึ้นนั่นเอง

No Description

โทนภาพที่ได้จากกล้องหลักค่อนข้างตรงกับสีจริงของวัตถุและสิ่งแวดล้อมจริงซึ่งเป็นจุดเด่นของกล้อง Pixel มาโดยตลอดอยู่แล้ว และในรุ่นนี้ก็ปรับปรุงขึ้นไปมากกว่าเดิมด้วยฟีเจอร์ Real Tone ให้ถ่ายภาพบุคคลที่มีสีผิวเข้มโดยที่โทนของสีผิวเหมือนบุคคลนั้นจริงๆ ไม่กลายเป็นเทาหรือผิดเพี้ยนไปเหมือนมือถือรุ่นอื่นๆ เพราะกล้องนึกว่าถ่ายภาพที่มืดเลยพยายามเร่งความสว่าง

No Descriptionภาพโดยกูเกิล

อย่างไรก็ตาม ผมพบว่าในบางสถานการณ์ซอฟท์แวร์กล้องพยายามประมวลผล HDR จัดเกินไป ทำให้ภาพดูมีคอนทราสต์สูงจนไม่เป็นธรรมชาติ ตรงกับที่หลายสำนักรีวิวของต่างประเทศก็พูดถึงกัน อันนี้คงต้องรอดูว่ากูเกิลจะอัพเดตซอฟท์แวร์มาปรับปรุงได้มากน้อยเพียงใด

ตัวอย่างเช่นภาพด้านล่างนี้ ถ่ายที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2021 (ตั้งแต่แรกๆ ที่ Pixel 6 วางจำหน่าย ยังไม่ได้รับอัพเดตอะไรมากนัก) ถ่ายช่วงเช้าเวลา 6:30 น. จะเห็นว่าสีของทั้งภาพค่อนข้างซีด (washed out) สีผิวดูซีดกว่าความเป็นจริง และ noise ค่อนข้างเยอะ ทั้งที่บรรยากาศตอนนั้นแสงก็ไม่ได้น้อยจนมองอะไรไม่เห็นเพียงแต่หมอกเยอะเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีภาพอื่นที่ถ่ายติดๆ กันในจุดเดียวกันนี้และสีผิวดูซีดกว่าตัวจริงไปมาก (แย่กว่าภาพนี้) แต่ด้วยความเป็นส่วนตัวของบุคคลจึงไม่สามารถลงภาพให้ได้เห็นกันครับ และเป็นที่น่าเสียดายที่ผมไม่ได้ลองใช้มือถือรุ่นอื่นถ่ายมาเทียบว่าต่างกันเพียงใด

No Description

อย่างไรก็ดี ในสถานการณ์อื่นๆ แทบจะ 100% ผมคิดว่ากล้องของ Pixel 6 ทำได้น่าประทับใจ เรียกว่าถ่ายมาแล้วสวย ใช้งานได้แน่นอน เช่นภาพถ่ายใบเฟินนี้ เก็บรายละเอียดได้ดีอย่างยิ่ง รวมถึง depth-of-field ก็สวยงามใช้ได้ (คำบรรยายอยู่ใต้ภาพ)

No Descriptionรูปนี้ไม่ได้ใช้โหมด Portrait แต่ใช้ซูม 2 เท่า ก็ยังเห็นรายละเอียดได้เยอะอยู่

No Description

No Description

No Descriptionรูปนี้ซูม 2 เท่า + แต่งสีในแอพ Google Photos เล็กน้อย

No Description

No Descriptionช่วงโพล้เพล้ ณ อำเภอเชียงคาน

No Description

No Description

นอกจากนี้ยังมีภาพเทียบระหว่างกล้องอัลตราไวด์ (0.7x) กล้องหลัก (1x) และและซูมเข้าเรื่อยๆ จนสุดที่ 7x โดยถ่ายจากจุดเดียวกัน ซึ่ง Pixel มีฟีเจอร์ที่ชื่อว่า Super Res Zoom ที่ช่วยให้ภาพที่ผ่านการออปติคัลซูมมีรายละเอียดดียิ่งขึ้น (มีมาตั้งแต่ Pixel 3 แล้ว)

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

มาถึงอีกหนึ่งจุดแข็งของ Pixel กันบ้าง นั่นก็คือ “ภาพถ่ายเวลากลางคืน” เพราะจะได้ใช้งานฟีเจอร์ Night Sight ที่กูเกิลภูมิใจหนักหนา พัฒนามายาวนาน

No Descriptionช่วงเวลาโพล้เพล้ ณ เขื่อนศรีนครินทร์

No Description

No Description

สุดทางของการถ่ายภาพกลางคืนก็คือการถ่ายภาพดาว ซึ่ง Pixel ก็ได้เพิ่มโหมด Astrophotography เข้ามาตั้งแต่ Pixel 4 แต่อัพเดตให้ Pixel 3 และ 3a ด้วย โดยจากการลองใน Pixel 6 ก็ทำออกมาได้น่าพอใจ ดาวชัดกำลังดี ไม่ยืด ซึ่งการใช้งานโหมดนี้จะลำบากสักหน่อย เพราะผู้ใช้ไม่สามารถกดเข้าโหมดถ่ายดาวเองได้ มือถือจะตัดสินใจเอง เพราะสิ่งแวดล้อมต้องมืดมากพอ และมือถือต้องนิ่งพอ (ต้องติดกับขาตั้งหรือพิงไว้เฉยๆ ไม่มีทางที่จะใช้มือได้) แล้วมันจะตัดเข้าโหมดถ่ายดาวให้เอง

ภาพด้านล่างนี้แทบจะมืดสนิทเพราะอยู่ในแพริมเขื่อนศรีนครินทร์ มีเพียงแสงจุดๆ จากแพลำอื่นไกลๆ และบ้านบนเขาเท่านั้น หลังกดถ่ายแล้วหน้าจอจะขึ้นนาฬิกานับถอยหลัง ของผมใช้เวลาราว 4 นาทีเต็มจึงถ่ายเสร็จ

No Description

No Description

สุดท้ายยังมีโหมดที่เป็นของใหม่ใน Pixel 6 คือ Long Exposure (ลากชัดเตอร์ยาว) กับ Action Pan (ถ่ายภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ)

สำหรับโหมด Long Exposure ก็ไม่มีอะไรมาก เป็นการเลียนแบบการเปิดหน้าชัตเตอร์ยาวในกล้อง DSLR, mirrorless โดยมือถือบางรุ่นก็มีกันมานานหลายปีแล้ว หลักๆ ก็ใช้ถ่ายภาพไฟลากสวยๆ ตอนกลางคืน

No Description

No Description

No Description

ส่วนโหมด Action Pan ใช้ถ่ายวัตถุที่มีการเคลื่อนไหวเร็วๆ แล้วเราขยับกล้องตามวัตถุนั้นๆ เพื่อให้วัตถุนั้นชัดแต่ฉากหลังเบลอๆ ภาพที่ได้จะให้ความรู้สึกมีความเคลื่อนไหว นิยมใช้ในการถ่ายภาพกีฬาหรือรถแข่ง ซึ่งวิธีการใช้ใน Pixel 6 ก็ต้องทำเหมือนกล้อง DSLR จริงๆ คือเมื่อวัตถุเคลื่อนที่เข้ามาก็กดชัตเตอร์แล้วลากกล้องตามวัตถุนั้น

No Description

สำหรับโหมด Portrait จะได้ประมาณนี้ (ภาพไม่ได้ distort แต่แจกันเบี้ยวอยู่แล้ว)

No Description

อีกฟีเจอร์ใหญ่เกี่ยวกับภาพถ่ายคือ Magic Eraser ที่ลบคนหรือวัตถุที่ไม่ต้องการออกได้ เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้แล้ว อ่านได้ที่นี่

สำหรับจุดที่ไม่ชอบหรือใช้แล้วรำคาญก็มีไม่มากนัก อย่างเช่นการสแกนนิ้วบนหน้าจอก็ช้ากว่าแบบรุ่นเก่าที่เป็นเซ็นเซอร์บนฝาหลังอย่างชัดเจน รวมถึงต้องกดปุ่มพาวเวอร์หรือแตะหน้าจอให้ติดก่อน (ผมไม่ได้ใช้ always-on display) แต่ปัญหาสแกนนิ้วไม่ติดผมกลับไม่รู้สึกว่าแย่มากอย่างที่เป็นข่าว คิดว่าเพราะตอน enroll ลายนิ้วมือต้องตั้งใจทำ พยายามแปะนิ้วลงไปเต็มๆ หลายๆ มุม ให้มันเรียนรู้ลายนิ้วมือเราได้ดีๆ ก็จะลดปัญหาไปได้มาก (ผมไม่ได้ใช้ฟิล์มกันรอยด้วย) และหลังจากอัพเดตแพตช์เดือนธันวาคมก็รู้สึกว่าดีขึ้นอีกนิดหน่อย

No Description

นอกจากนี้ด้วยความที่ใช้ Pixel มาตลอด (Nexus 5X > Pixel 1 > Pixel 2 > Pixel 5 > Pixel 6) ทำให้ผมชินกับมือถือขนาดไม่ใหญ่มาก พอมาใช้ Pixel 6 ต้องปรับตัวพอสมควร อีกทั้งน้ำหนักก็หนักกว่า Pixel 5 มากๆ และเป็นประเด็นที่มีคนบ่นกันไม่น้อย รู้สึกว่าเมื่อยมือหากใช้งานนานๆ

No Description

ส่วนแบตเตอรี่ที่สำนักรีวิวหลายเจ้าเสียงแตกกัน บางเจ้าก็บอกว่าแบตอยู่ได้นานมาก บ้างก็ว่าอยู่ได้ไม่กี่ชั่วโมง ของผมในช่วงแรกๆ เรียกว่าเข้าขั้นแย่มากๆ ใช้งานทั่วไปอยู่ได้ไม่เกิน 4-5 ชั่วโมง (ตัวเลข screen-on time จากแอพ AccuBattery Pro) แต่หลังจากใช้ไปพักใหญ่ๆ (หลักเดือน) พบว่าแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น คาดว่าน่าจะเพราะฟีเจอร์ Adaptive Battery เรียนรู้ลักษณะการใช้งานของเราได้แล้ว โดยล่าสุดตอนนี้จากแบต 100% ใช้งานถึง 5% อยู่ได้ 24 ชั่วโมง 51 นาที และ screen-on time อยู่ที่ 6 ชั่วโมง 4 นาที ทั้งนี้โดยรวมผมว่า Pixel 6 ก็ยังไม่ใช่มือถือที่เรียกได้เต็มปากว่า “แบตอึด”

ฟีเจอร์อื่นๆ ที่กูเกิลโฆษณาไว้เยอะในกลุ่ม AI ว่าจะใช้พลังของชิป Tensor ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยขึ้น เช่น Live Caption ที่เครื่องจะฟังเสียงมีเดียที่เล่นอยู่แล้วแปลงคำพูดออกมาเป็นตัวหนังสือบนจอก็ใช้งานได้ดี แต่ผมไม่เห็นความแตกต่างจากใน Pixel 5 มากนัก ความเร็วก็เหมือนจะเท่าเดิม คือไม่ได้ขึ้นข้อความตามปากทันที แต่จะหน่วงประมาณ 1-2 วินาที ส่วนที่ทำได้ดีคือการเติมเครื่องหมายวรรคตอนต่างๆ เช่น ปรัศนี (?), จุลภาค (,) และมหัพภาค (.) โดยผมสังเกตดูพบว่าเติมเครื่องหมายได้ถูกต้องตามบริบทของคำพูดในวิดีโอราว 60-70% ส่วนการแปลงคำพูดเป็นตัวหนังสือก็ถูกต้องราว 70-85%

No Description

สิ่งที่ต้องทำใจยอมรับสำหรับการใช้ Pixel ทุกรุ่นในประเทศไทยคือการที่ไม่สามารถใช้งาน VoLTE, 5G รวมถึง Wi-Fi Calling ได้ แม้ฮาร์ดแวร์เครื่องจะรองรับก็ตาม เนื่องจากฟีเจอร์เหล่านี้ต้องผ่านการรับรองที่เครือข่ายมือถือก่อนจึงจะใช้งานได้ ทำให้ Pixel ที่ไม่มีจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยก็ไม่ได้ถูกนำมา certify กับเครือข่ายนั่นเอง แม้กลุ่มผู้ใช้ในไทยจะเริ่มใหญ่ขึ้นแต่ก็ไม่มีท่าทีว่ากูเกิลจะเพิ่มประเทศที่ทำตลาดมากขึ้นไปกว่านี้ ผมไม่คิดว่าจะเห็น Pixel ถูกนำมาจำหน่ายและมีศูนย์บริการอย่างเป็นทางการในไทยในอนาคตเลย อย่างไรก็ดี หากกูเกิลประเทศไทยขยับสักหน่อยและเจรจากับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในไทยเพื่อเปิดฟีเจอร์ข้างต้นให้ก็คงเป็นเรื่องดีไม่น้อย

สรุป

Pixel 6 ถือว่าเป็นมือถือที่ดีรุ่นหนึ่ง แต่ก็มีปัญหาหยุมหยิมที่ต้องดูว่าจะออกอัพเดตมาแก้ไขได้เพียงใด กล้องที่เป็นตัวชูโรงก็ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะได้ภาพที่ดีมากในแทบจะทุกสถานการณ์ รวมถึงเมื่อพิจารณาว่าราคาเริ่มต้นเพียง 599 ดอลลาร์สหรัฐ หรือไม่ถึง 20,000 บาท (ไม่รวมภาษีในแต่ละรัฐ) แต่ได้มือถือสเปกเรือธงที่พอฟัดเหวี่ยงกับเรือธงยี่ห้ออื่นได้ก็จัดว่าคุ้มค่ามากทีเดียว

No Description

from:https://www.blognone.com/node/126515

Google ยืนยัน ปัญหา Pixel 6 สายหลุดเกิดจากอัพเดตรอบเดือนธันวาคม สั่งหยุดอัพเดตชั่วคราวแล้ว

ก่อนหน้านี้ผู้ใช้ Pixel 6 ในยุโรปรายงานปัญหามือถือไม่จับสัญญาณ ทำให้เกิดอาการสายหลุด ล่าสุด Google ได้ยืนยันแล้วว่าปัญหานี้เกิดจากอัพเดตรอบเดือนธันวาคม โดยอาการนี้กระทบทั้ง Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ซึ่งตอนนี้ทางบริษัทสั่งหยุดปล่อยอัพเดตนี้ชั่วคราวแล้ว โดยอัพเดตใหม่เพื่อแก้ปัญหานี้จะมาในเดือนมกราคมปีหน้า

สำหรับผู้ใช้ Pixel 6 ที่ยังไม่ได้อัพเดตก็จะไม่สามารถติดตั้งอัพเดตที่มีปัญหาได้แล้ว แต่ผู้ที่อัพเดตไปแล้วและได้รับผลกระทบจากอาการดังกล่าวมีสองทางเลือก หนึ่งคือรออัพเดตถัดไปที่ Google จะออกในเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งจะต้องทนอาการสายหลุดต่อไปก่อน หรือสองคือใช้ Android Flash Tool เพื่อแฟลช build เดิมก่อน ซึ่งจะต้องลบข้อมูลทิ้งทั้งเครื่อง

ที่มา – Engadget, Droid Life

No Description

from:https://www.blognone.com/node/126489

ผู้ใช้ Pixel 6 ในยุโรปพบปัญหาจับสัญญาณมือถือไม่ได้ Google ระบุกำลังเร่งตรวจสอบ

ผู้ใช้ Pixel 6 ในยุโรป กำลังพบปัญหาเชื่อมต่อกับเครือข่ายเป็นวงกว้าง โดยมีผู้ใช้งานพบปัญหาออกมาโพสต์ทั้งบน Reddit ฟอรั่มของ Google และบน Pixel Phone Help ของ Google

ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือการเชื่อมต่อกับเครือข่ายมือถือขาดๆ หายๆ และต้องรีสตาร์ทเครื่องเพื่อให้มีสัญญาณอีกครั้ง โดย 9to5Google คนสงสัยว่าอาจเป็นปัญหาซอฟต์แวร์ เพราะอาการสัญญาณหายเพิ่งเกิดหลังอัพเดตแพตช์ความปลอดภัยเดือนธันวาคม แต่ล่าสุดทีมงาน Google ยืนยันกับเว็บไซต์ 9to5Google แล้ว ว่าปัญหาไม่ได้มาจากซอฟต์แวร์อัพเดต และกำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุของปัญหาว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่

ที่มา – 9to5Google

from:https://www.blognone.com/node/126389

Google เริ่มปล่อยฟีเจอร์กุญแจรถดิจิทัลให้ Pixel 6, Pixel 6 Pro และ Galaxy S21 ในบางประเทศ

Google โฆษณาไว้ก่อนหน้านี้ว่า Android 12 จะมีฟีเจอร์กุญแจรถดิจิทัล (digital car key) ให้ใช้ปลดล็อกรถยนต์รุ่นที่รองรับได้ และวันนี้ก็เริ่มปล่อยอัพเดตฟีเจอร์นี้ให้ Pixel 6, Pixel 6 Pro และ Galaxy S21 ในบางประเทศแล้ว เบื้องต้นใช้ได้กับรถ BMW รุ่นที่รองรับ (ไม่ได้ระบุว่ารุ่นใดบ้าง)

นอกจากนี้ยังเพิ่มฟีเจอร์ auto launch ให้รัน Android Auto อัตโนมัติเมื่อต่อมือถือเข้ากับรถที่รองรับ ปรับปรุง UI ของ Android Auto ให้เปิดเพลงและทำการค้นหาด้วยเสียงได้ง่ายขึ้น และในอนาคตจะปล่อยฟีเจอร์ Smart Reply ให้ตอบข้อความได้โดยใช้ Google Assistant

ผู้ที่สนใจสามารถดูอัพเดตใหม่ทั้งหมดแบบเต็ม ได้ที่บล็อกของ Google

No Description

ที่มา – Google

from:https://www.blognone.com/node/126106

หลุดภาพเรนเดอร์ Pixel 6a หน้าตาคล้าย Pixel 6 ใช้กล้องหลัง 2 ตัว มีแถบกล้องด้านหลัง

นักปล่อยภาพหลุดชื่อดัง @OnLeaks เผยภาพเรนเดอร์อย่างไม่เป็นทางการของ Pixel 6a มือถือราคาถูกรุ่นถัดไปของกูเกิล ที่ใช้ดีไซน์ใกล้เคียงกับ Pixel 6 ในปัจจุบัน

สเปกของ Pixel 6a ตามที่หลุดออกมาคือใช้หน้าจอ 6.2″ แบบแบนราบ, มีตัวสแกนนิ้วมือบนจอ, กล้องหน้าแบบเจาะรู และกล้องหลัง 2 ตัว วางไว้บนแถบกล้องด้านหลัง (เหมือน Pixel 6 แต่หน้าจอลดลงจาก 6.4″)

สิ่งที่เรายังไม่รู้คือหน่วยประมวลผลของ Pixel 6a ว่ากูเกิลจะเลือกใช้แนวทางชิปของตัวเอง (เช่น Tensor Lite) หรือจะใช้ชิปในท้องตลาดอย่าง Snapdragon 778G กันแน่

No Description

ที่มา – 91mobiles

from:https://www.blognone.com/node/125934

กูเกิลปล่อยแพทช์พิเศษกลางเดือนพฤศจิกายนให้ Pixel 6 และ 6 Pro แก้ปัญหาสแกนนิ้วช้า

หลังจาก Google Pixel 6 และ 6 Pro เริ่มวางขายมาก็มีเสียงบ่นจากผู้ใช้จำนวนมากว่าเซ็นเซอร์สแกนนิ้วบนหน้าจอทำงานช้า และบางครั้งต้องสแกนหลายครั้งกว่าจะติด โดยก่อนหน้านี้อ้างว่าเป็นเพราะอัลกอริทึมด้านความปลอดภัยมีหลายชั้นทำให้ทำงานช้า

ล่าสุดกูเกิลได้ปล่อยอัพเดตรอบพิเศษกลางเดือนพฤศจิกายนออกมาให้โทรศัพท์ทั้งสองรุ่น จากที่ปกติโทรศัพท์ Google Pixel จะได้รับแพทช์แก้บั๊กและความปลอดภัยทุกต้นเดือน โดยขณะนี้กูเกิลยังไม่ได้บอกว่าแก้ไขเรื่องใด แต่จากรายละเอียดบนเว็บไซต์ของ Verizon ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในสหรัฐอเมริกา เขียนระบุชัดเจนว่าเป็นการแก้ไขประสิทธิภาพเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือ

เลขบิลด์ของแพทช์ใหม่นี้ขยับเป็น SD1A.210817.037 จากเดิมแพทช์ตอนต้นเดือนอยู่ที่ SD1A.210817.036 ทั้งนี้การกด Check for update จากโทรศัพท์ยังไม่ขึ้นให้อัพเดต แต่สามารถดาวน์โหลดมาแฟลชเองได้แล้วทั้งแบบ OTA และ Factory image

ที่มา – Android Authority

from:https://www.blognone.com/node/125883

ลองเล่นฟีเจอร์ Magic Eraser ของ Pixel 6 ลบคนออกจากภาพถ่ายได้เนียนแค่ไหน

ฟีเจอร์ที่สร้างเสียงฮือฮาได้พอสมควรจากงานเปิดตัว Google Pixel 6 คือ Magic Eraser หรือก็คือการลบคนที่ไม่ต้องการออกจากภาพถ่ายของเราโดยใช้ AI ของกูเกิล โดยการทำงานทั้งหมดจะประมวลผลในโทรศัพท์ด้วยชิป Tensor ที่กูเกิลพัฒนาเอง ไม่มีการส่งภาพออกไปยังคลาวด์

ขณะนี้ผู้เขียนใช้ Pixel 6 มาได้ราว 4 วันแล้ว เลยอยากเขียนถึงฟีเจอร์นี้ก่อนสักหน่อยครับ

No Description

การใช้งาน Magic Eraser ค่อนข้างง่าย โดยเมื่อเราถ่ายภาพใดๆ แล้วโทรศัพท์เดาว่ารูปนี้มีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่ก็จะแนะนำขึ้นมาให้เลยว่าต้องการลบคนออกจากภาพหรือไม่ แต่หากโทรศัพท์ไม่แนะนำก็สามารถกดปุ่ม Edit > Tools > Magic Eraser ได้เลย เมื่อกดแล้วมันก็จะสแกนหาภาพบุคคลอีกครั้ง และไฮไลท์สีขาวที่บุคคลนั้นให้เอง

No Description

No Description

เมื่อเราแตะที่ไฮไลท์สีขาว เครื่องก็จะลบบุคคลนั้นออกจากภาพให้ทันที พร้อมใช้ AI เติมฉากหลังที่น่าจะเป็นเข้ามาให้แทน หากฉากหลังไม่ซับซ้อนมากก็จะทำได้ค่อนข้างเนียน จากภาพด้านล่างจะเห็นว่าฉากหลังไม่ซับซ้อนมาก เป็นแค่หญ้าที่พื้นกับแม่น้ำ ก็จะเติมได้เนียนทีเดียว

No Description

ลองใช้งานกับภาพที่ฉากหลังซับซ้อนขึ้นมาเล็กน้อย เป็นร้านอาหารที่ฉากหลังมีทั้งพื้นถนน, ประตูทางเข้า, ประตูรั้ว และหญ้าประดับ มีบุคคลอยู่ 4 คน

No Description

หากดูเผินๆ ก็เหมือนจะเนียน เรียกว่าพอใช้งานได้ในระดับที่ลงโซเชียลหรือส่งให้เพื่อนฝูงดู แต่หากซูมเข้าไปใกล้ๆ จะเห็นว่ารั้วเหล็กสีดำเติมได้ไม่เนียนเท่าไร และลายของซุ้มประตูเกินขอบออกมา แต่บริเวณพื้นถนนทำได้ดี

No Description

No Description

สุดท้ายเป็นการลบวัตถุหรือบุคคลออก โดยที่บุคคลมีขนาดใหญ่ และโทรศัพท์ไม่ได้แนะนำให้ลบออก เราจะต้องใช้นิ้วลากเส้นรอบบุคคลหรือวัตถุที่ต้องการลบ จากนั้นโทรศัพท์จะพยายามลบให้

No Description

จะเห็นว่าในเคสนี้ลบขาของบุคคลในภาพไปแล้วพยายามจะเติมรั้วสีขาวเข้ามา แต่ทำได้ไม่ดี ยังมีปื้นๆ สีขาว-ครีมหลงเหลืออยู่ในส่วนที่ควรจะเป็นเสาของรั้ว แต่ราวแนวนอนบนสุดของรั้ว ทำได้ค่อนข้างดี ต่อราวจากซ้ายไปขวาได้ถูกต้อง โดยที่มีรอยหยักเล็กน้อย นอกจากนี้ส่วนของน้ำด้านหลังก็ทำได้ปานกลาง คือมีการเติมผืนน้ำเข้ามาผสมกับไฮไลท์สีขาว ดูเผินๆ ถือว่าไม่เลวเลย และสุดท้ายตรงต้นไม้ป่าๆ ด้านหลัง จัดว่าทำได้ดีมาก เติมต้นไม้เข้ามาครบและเรียงเป็นแนวเดียวกับต้นอื่นๆ ไม่ทะลุหรือเติมสีผิดแต่อย่างใด

No Description

สำหรับรีวิวฉบับเต็มของ Pixel 6 จะตามมาเร็วๆ นี้ ผู้อ่านท่านใดมีข้อสงสัยอะไรเป็นพิเศษแจ้งในคอมเมนต์ได้ครับ

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125857