คลังเก็บป้ายกำกับ: GOOGLE_PIXEL_4

กูเกิลปล่อยฟีเจอร์ call screening บล็อกสายสแปมอัตโนมัติ ให้ Pixel รุ่นเก่าทุกรุ่นแล้ว

ปัญหาสายสแปมโฆษณาหรือ robocalls ที่เป็นเทปอัดไว้นั้นเป็นปัญหาใหญ่ หลายๆ ครั้งเราต้องละความสนใจจากสิ่งที่ทำอยู่มารับสายเพื่อพบว่าเป็นโฆษณา

ตอนที่สมาร์ทโฟน Pixel 4 เปิดตัวก็มีฟีเจอร์ชื่อ Call Screening ติดมาด้วย โดยเมื่อมีสายเข้าจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก โทรศัพท์จะยังไม่ดังและใช้ Google Assistant รับสายแทนก่อน หากสายนั้นเป็นเทปที่อัดไว้ก็จะตัดสายทิ้งให้อัตโนมัติ แต่หากเป็นคนพูดจึงจะมีเสียงริงโทนดังออกมาพร้อมกับแสดงข้อความถอดคำพูดของบุคคลปลายสาย เพื่อให้เจ้าของเครื่องอ่านก่อนว่าจะรับสายนั้นหรือไม่

No Descriptionภาพโดยกูเกิล

ล่าสุดกูเกิลเริ่มปล่อยฟีเจอร์ดังกล่าวให้ Pixel รุ่นเก่าแล้วโดยได้รับกันครบทุกรุ่นย้อนไปถึง Pixel รุ่นแรกเลยทีเดียว โดยต้องอัพเดตแอพโทรศัพท์เป็นเวอร์ชันเบต้าล่าสุดก่อน (สมัครได้ที่นี่) แต่ผู้ใช้ Pixel ในประเทศไทยก็อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะฟีเจอร์ดังกล่าวมีให้ใช้เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

No Description

ที่มา – Android Police

from:https://www.blognone.com/node/114586

เริ่มแล้ว พบข้อมูล Android R ทำงานบน Google Pixel 4

ข้อมูลฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์จาก GeekBench มักจะเปิดข้อมูลของระบบ และฮาร์ดแวร์สมาร์ทโฟน ถึงกระนั้น Google ก็ยังคงเข้มงวดกับระบบปฏิบัติการมือถือรุ่นต่อไป และนี่เป็นหนึ่งในครั้งแรกๆที่มีการกล่าวถึงระบบ Android R หรือ Android 11

น่าเสียดายที่ข้อมูล GeekBench ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมใด นอกจากคะแนนมาตรฐานที่ระบุว่า เป็นสมาร์ทโฟนรุ่น Google Pixel 4 และ ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 855 และแรมขนาด 6GB และทำงานบนระบบ “Android R”

โดยจากข้อมูลจะเห็นได้ว่าทาง Google ทำงานหนักบน Android ล่าสุด ในโครงการ Android โอเพ่นซอร์ส ที่อาจจะต้องใช้แรมขั้นต่ำ 4GB เพื่อวัตถุประสงค์ในการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง โดยมีการระบุชื่ออย่างเป็นเป็นทางการว่า Android R ไม่ใช้ชื่อ 11 ตามข้อมูลที่หลุดออกมาในภาพ

ซึ่ง Android รุ่นต่อไปอาจได้รับการกำหนดตัวอักษร ในระหว่างการพัฒนาและการทดสอบเบต้า เช่นเดียวกับ Android 10 ที่รู้ว่า “Q” ก่อนวางจำหน่าย ก็เป็นไปได้ โดยในปี 2020 ช่วงครึ่งหลังของปี คาดว่าจะได้เห็นสมาร์ทโฟนหลายรุ่นนำไปใช้งาน แฟนๆสมาร์ทโฟนหุ่นเขียวก็รอลุ้นกันว่าจะมีรุ่นไหนได้รับการอัปเดทไปใช้งานบ้าง

ข่าว: เริ่มแล้ว พบข้อมูล Android R ทำงานบน Google Pixel 4 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/01/19/android-r-11-running-on-google-pixel-4.html

พบปัญหา Pixel 4 ปลดล็อคด้วยใบหน้าไม่ได้, Factory reset ไม่หาย

ผู้ใช้ Google Pixel 4 หลายคนพบปัญหาปลดล็อคด้วยใบหน้าของ Pixel 4 ไม่ทำงาน ถึงจะลบแล้วสแกนใบหน้าใหม่หรือ Factory reset แล้วก็ใช้ไม่ได้ และมีข้อความแจ้งว่า “Can’t verify face. Hardware not available” หรือ “Can’t verify face. Try again.” เกิดขึ้นราว 1-2 ครั้งต่อวัน ทำให้ผู้ใช้ต้องปลดล็อคเครื่องด้วยวิธีอื่นเช่นกด PIN, กรอกรหัสผ่านหรือลากนิ้วเป็นแพทเทิร์นแทน

ถึง Pixel 4 จะปลดล็อคด้วยใบหน้าไม่ได้แต่แอปอื่น ๆ ที่ใช้ระบบสแกนใบหน้ายังทำงานได้ปกติ Android Police ระบุว่าแจ้งกูเกิลไปแล้ว ซึ่งปัญหานี้ต้องรอการแก้ไขจากทางกูเกิลในภายหลัง

ที่มา: Android Police via 9to5Google

from:https://www.blognone.com/node/114108

Android Authority พบปัญหาสาย USB-A to USB-C บางเส้นใช้กับ Pixel 4 ไม่ได้

Google พยายามผลักดันแกมบังคับให้ USB-PD เป็นมาตรฐานกลางในการชาร์จไฟบนแอนดรอยด์ ซึ่งก็ทำให้สมาร์ทโฟนตระกูล Pixel รองรับ USB-PD ไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม Pixel รุ่นที่ผ่านมาแม้จะชาร์จด้วยสายที่ไม่รองรับ USB-PD ส่วนใหญ๋ก็จะยังสามารถจ่ายไฟให้กับสมาร์ทโฟนได้ ทว่าบน Pixel 4 เหมือน Google จะจริงจังเรื่องมาตรฐานสายชาร์จมากขึ้น จากการที่ Android Authority ค้นพบว่าสาย USB-A to USB-C บางเส้นไม่สามารถใช้งานกับ Pixel 4 ได้ไม่ว่าจะจ่ายไฟหรือถ่ายโอนข้อมูล

Android Authority พบว่า USB-A to USB-C บางเส้นถึงจะจ่ายไฟให้ Google Pixel 3, Pixel 3a และมือถือรุ่นอื่นได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถจ่ายไฟหรือโอนข้อมูลให้ Pixel 4 ได้ หรือต่อให้จ่ายไฟได้ แต่กำลังไฟที่ได้ก็จะสูงสุดแค่ 7 วัตต์เท่านั้น ไม่ว่าสายชาร์จและหัวชาร์จจะเป็นมาตรฐาน Quick Charge หรือ USB Charging 1.2 บนโน้ตบุ๊ค (USB ที่จ่ายไฟได้เองไม่ต้องเปิดเครื่อง) ก็ตาม (Pixel 3, 3a ถ้าไม่ใช่ USB-PD ก็จะรับไฟได้สูงสุด 7 วัตต์เช่นกัน)

อย่างไรก็ตาม ทางเว็บไซต์ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้สายชาร์จบางเส้นจ่ายไฟให้ Google Pixel 4 ไม่ได้ แต่ Android Authority สันนิษฐานว่าอาจจะมาจากการที่กูเกิลบังคับให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ใช้ USB-C ต้องรองรับ USB-PD ด้วย จึงเริ่มทำที่สมาร์ทโฟนของค่ายตัวเองอย่าง Pixel 4 ก่อน

นอกจากนี้ทางเว็บยังพบว่า Pixel 4 ก็ไม่รองรับอะแดปเตอร์แปลง USB-C เป็นช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรของค่ายอื่นนอกจากของ Google Pixel ด้วยกัน รวมทั้งต่อพอร์ตแปลง USB-C เป็น HDMI ไม่ได้อีกด้วย

ที่มา: Android Authority

from:https://www.blognone.com/node/113767

พบ flags ใน Chrome บน Pixel 4 ใช้ Google Assistant ควบคุม Chrome ได้

ด้วยยุทธศาสตร์ของ Google ที่วางตัว Google Assistant เป็นพระเอกคนใหม่ และพยายามผลักดัน Google Assistant ให้มีความสามารถมากขึ้นเรื่อย ๆ และทำงานร่วมกับแอปอื่น ๆ ในสมาร์ทโฟนได้มากขึ้น และเร็ว ๆ นี้ผู้ใช้ Pixel 4 น่าจะท่องเว็บผ่าน Chrome ได้โดยใช้แค่เสียงเท่านั้นแล้ว

Android Police ไปค้นพบ flags ใหม่บน Chrome (น่าจะ Chrome 79) บน Pixel ที่ชื่อว่า Direct actions ที่ให้ผู้ใช้สั่ง Google Assistant เปิดแท็บ, ปิดแท็บ, ปิดทุกแท็บ, ย้อนกลับไปหน้าก่อนหน้า, รีโหลดหน้าเพจ, บุ๊คมาร์ค, เปิดหน้าดาวน์โหลดและประวัติการท่องเว็บ

Android Police บอกว่าการอัพเดตนี้เป็นฝั่งเซิร์ฟเวอร์ แต่เงื่อนไขไม่ใช่แค่ต้องใช้ Pixel 4 แต่ Google Assistant ต้องเป็นภาษาอังกฤษ, ต้องเปิด Gesture Navigation และบัญชีของเครื่องต้องไม่ใช่บัญชี G Suite ถ้าเข้าข่ายทั้งหมด สามารถไปเปิดการใช้งานได้ที่ chrome://flags/#direct-actions แล้วเลือก enabled

ที่มา – Android Police

No Description

from:https://www.blognone.com/node/113765

กูเกิลโชว์โมเดลปัญญาประดิษฐ์ใหม่ใน Pixel 4 ใช้ภาพจากกล้องสองตัวหาความลึก ทำหลังเบลอได้เนียนขึ้น

กูเกิลเขียนบล็อกอธิบายถึงเทคนิคในแอปกล้องโหมด Portrait ที่ทำหน้าชัดหลังเบลอ โดยตั้งแต่ Pixel 2 นั้นอาศัยข้อมูลการโฟกัสแบบ dual-pixel มาประมาณค่าความลึกในส่วนต่างๆ ของภาพ แต่ใน Pixel 4 เนื่องจากมีกล้องหลายตัวแล้ว ทำให้สามารถนำข้อมูลภาพจากกล้องสองตัวมาประกอบกันได้ด้วย

เลนส์ซูมใน Pixel 4 วางห่างจากเลนส์มุมกว้าง 13 มิลลิเมตรทำให้สามารถหาค่า parallax หรือความแตกต่างระหว่างสองมุมมอง ได้อย่างชัดเจนขึ้น ทำให้รู้ความลึกของส่วนต่างๆ ในภาพ ทีมพัฒนาสร้างโมเดลที่นำข้อมูลจาก dual-pixel และข้อมูลจากกล้องสองตัวเข้าโมเดลปัญญาประดิษฐ์ สร้างเป็นภาพความลึก ผลที่ได้คือภาพความลึกรวมมีความชัดเจนขึ้นมาก เช่นภาพคนจะสามารถตัดขอบได้ชัดขึ้น

นอกจากการตรวจความลึกของภาพแล้ว อีกส่วนที่ทีมงานพัฒนาคือความเบลอหรือโบเก้ (bokeh) ที่เวอร์ชั่นใหม่จะเน้นจุดสว่างขึ้นมาเป็นจุดกระจายแสดงเหมือนภาพที่ได้จากกล้องจริง การอัพเกรดส่วนนี้ได้รับทั้ง Pixel 4 และ Pixel 3/3a

ที่มา – Google AI Blog

No Description

ภาพสาธิตการหาความลึกของภาพ แถวที่ 2 คือใช้ข้อมูล dual-pixel อย่างเดียว, แถว 3 ใช้ข้อมูลสองกล้อง, แถว 4 ใช้ทั้งสองอย่าง

from:https://www.blognone.com/node/113747

กูเกิลปล่อยแอพ Recorder ที่เปิดตัวพร้อม Pixel 4 ให้ Pixel 2, 3 และ 3a แล้ว

ฟีเจอร์เล็กๆ แต่มีประโยชน์ของ Google Pixel 4 คือแอพอัดเสียง หรือ Google Recorder ที่สามารถถอดคำพูดออกมาเป็นตัวหนังสือได้แบบเรียลไทม์และไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการทำงาน ซึ่งก่อนหน้านี้มีการตั้งคำถามว่าฟีเจอร์ดังกล่าวจะมีให้เฉพาะ Pixel 4 หรือไม่ และต่อมากูเกิลก็ออกมาบอกเองว่าจะรองรับ Pixel รุ่นเก่าๆ ภายหลัง

ล่าสุดกูเกิลได้ปล่อยอัพเดตแอพ Recorder เวอร์ชัน 1.1 ทาง Play Store แล้ว โดยรองรับ Pixel 2, 3 และ 3a ส่วนภาษาที่ใช้ได้ก็มีแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น

ผมลองกดเปิด Play Store ดูแล้วขึ้นว่าไม่รองรับในประเทศไทย เลยต้องใช้วิธี sideload เอาโดยโหลดไฟล์ APK จากเว็บไซต์ APKMirror (ไม่รับรองความปลอดภัยนะครับ) เมื่อติดตั้งแล้วพบว่าใช้งานได้ปกติดีบน Pixel 2 ครับ

ที่มา – Android Police

from:https://www.blognone.com/node/113518