คลังเก็บป้ายกำกับ: GOOGLE

Google สาธิตการนำ AI มาใช้แปลภาษา และถอดเสียงการสนทนาแบบเรียลไทม์

Google ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีแปลภาษา เพื่อให้ผู้ใช้งานที่คุยกันคนละภาษา สามารถสนทนากันได้อย่างเข้าใจและราบรื่น โดยล่าสุดได้มีการสาธิตคุณสมบัติใหม่ของระบบแปลภาษาและถอดเสียงการสนทนา แบบเรียลไทม์ด้วย AI

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องมือค้นหา ได้นำเทคโนโลยี AI มาช่วยให้การแปลภาษาและถอดเสียงการสนทนา ที่มีความรวดเร็วทันใจในแบบเรียลไทม์ โดยนำมาใช้กับแอพพลิเคชั่น Google Translate ที่จะปล่อยออกมาให้อัพเดทในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างทดสอบกับภาษาอังกฤษ สเปน เยอรมัน และ ฝรั่งเศส

Google Translate จะใช้ AI ที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของ Google มาช่วยประมวลผลเพื่อแปลเป็นอีกภาษา นั่นหมายถึงผู้ใช้งานต้องมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจึงจะใช้งานได้

ที่มา – CNET
https://www.flashfly.net/wp/283193

from:https://www.flashfly.net/wp/283193

พูดปุ๊บ แปลปั๊บ !! ฟังก์ชันใหม่ใน Google Translate

 

credit: pngimage

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุก ๆ วันนี้เราต้องทำงานกันด้วยการใช้ภาษาที่หลากหลายมากมาย ตัวช่วยที่ดีในการแปลภาษาเลยก็คือ Google Translate ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทาง Google ได้มีข่าวออกมาว่ากำลังพัฒนาคุณสมบัติการแปลแบบถอดเสียงกันสด ๆ โดยคุณสมบัตินี้จะไปปรากฏอยู่ใน Android เป็นอันดับแรก โดยที่ผู้ใช้สามารถบันทึกเสียงในภาษาหนึ่งและให้เสียงแปลออกมาเป็นอีกภาษาหนึ่งกันได้แบบสด ๆ แต่ทั้งนี้คุณสมบัตินี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาซึ่ง Google ได้ทำการสาธิตตัวต้นแบบที่สำนักงานของ Google สาขา San Francisco ไปเมื่อวันอังคารที่ 28 มรกาคม 2563

credit: pngimage

 

คุณสมบัติที่ดังกล่าวนี้อาจต้องใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตร่วมด้วยซึ่งหมายความว่ามันจะแตกต่างจากคุณลักษณะการแปลแบบโดยใช้ AI บนอุปกรณ์ที่อยู่ใน Google Translate โดยทางบริษัทได้ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะการถอดความหลายภาษาแบบเรียลไทม์นั้นซับซ้อนกว่าการแปลข้อความที่เขียนจากภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาหนึ่งหรือป้อนประโยคคำพูดเดียว อีกทั้งเจ้าคุณสมบัตินี้จะไม่ทำงานกับไฟล์เสียงที่เรามีอยู่แล้ว จะต้องมีการบันทึกเสียงสดผ่านไมโครโฟนของสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่อาจจะใช้วิธีการเล่นเสียงที่บันทึกไว้ผ่านลำโพงและใช้เจ้าคุณสมบัตินี้ในการบันทึกแล้วแปลก็ได้

 

อย่างไรก็ตามในขั้นตอนนี้ยังเป็นเพียงการวางแผนและพัฒนาคุณสมการแปลแบบเรียลไทม์สำหรับ Google Translate เท่านั้น

from:https://notebookspec.com/google-plans-google-translate-real-time/508382/

กูเกิลปล่อย Android Flash Tool เครื่องมือแฟลชรอม Pixel ง่ายๆ ผ่านเบราว์เซอร์

จุดประสงค์แรกเริ่มของโครงการ Pixel คือการสร้างมาตรฐานหรือชี้แนะแนวทางของสมาร์ทโฟนให้ผู้ผลิตรายอื่นทำตาม รวมถึงให้นักพัฒนาแอพได้ทดสอบแอพของตนกับ Android เวอร์ชันที่ผ่านการปรับแต่งน้อยที่สุด ซึ่งผลคือ Pixel กลายเป็นหนึ่งในมือถือที่วงการแฟลชรอมนิยมกันมาก

ล่าสุดกูเกิลได้ปล่อยเครื่องมือตัวใหม่ในชื่อ Android Flash Tool ช่วยให้การแฟลชรอมเดิมๆ ของ Pixel เป็นไปได้ง่ายมากขึ้นโดยใช้เพียงเว็บเบราว์เซอร์

เริ่มแรกผู้ใช้ยังต้องเปิด USB debugging, ปลดล็อก bootloader และติดตั้งไดรเวอร์ ADB อยู่เหมือนเดิม แต่ขั้นตอนการแฟลชรอมนั้นง่ายขึ้นมาก เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ Android Flash Tool แล้วต่อสาย USB เข้ากับมือถือ Pixel จากนั้นก็กดอนุญาตให้เบราว์เซอร์เข้าถึง ADB key แล้วเลือกรุ่นของรอมที่ต้องการ และเบราว์เซอร์จะจัดการทุกอย่างต่อให้เอง

มือถือ Pixel รุ่นที่รองรับก็ตั้งแต่ Pixel 2 ไปจนถึง Pixel 4 ทุกรุ่นย่อย รวมถึงสามารถใช้กับบอร์ด HiKey ได้ด้วย ส่วนเบราว์เซอร์ที่รองรับคือ Chrome 79 และ Edge (Chromium) 79 ขึ้นไป

ที่มา – Android Authority

from:https://www.blognone.com/node/114374

ยังมกราอยู่เลย กูเกิลเสนอ Meena ปัญญาประดิษฐ์คุยเหมือนคน เล่นมุกแป๊กได้ด้วย

กูเกิลเผยแพร่รายงานวิจัยการพัฒนาแชตบอทที่เหมือนมนุษย์โดยไม่ระบุหัวข้อ (Towards a Human-like Open-Domain Chatbot) ที่นำเสนอปัญญาประดิษฐ์ที่ชื่อว่า Meena เป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ 2.6 พันล้านพารามิเตอร์ ฝึกด้วยชุดข้อมูลขนาด 341 กิกะไบต์ เพื่อให้ได้แชตบอตที่คุยเรื่องอะไรก็ได้ (open domain)

Meena คือปัญญาประดิษฐ์ที่อ่านข้อความก่อนหน้า แล้วพยายามคาดเดาประโยคที่ควรตอบกลับถัดไป ภายในของ Meena เป็นบล็อคปัญญาประดิษฐ์สถาปัตยกรรม Evolved Transformer ที่กูเกิลเสนอไว้เมื่อปีที่แล้ว แบ่งเป็นบล็อค encoder หนึ่งบล็อค และบล็อค decoder อีก 13 ชั้น ด้วยความที่พารามิเตอร์มีจำนวนมากทำให้ Meena มีความสามารถสูง

No Description

บทสนทนาระหว่าง Meena และมนุษย์ที่ Meena เล่นมุกตลก

ข้อมูลที่ใช้ฝึก Meena เป็นข้อมูลที่กวาดมาจากเว็บสังคมออนไลน์ทั้งหลายที่มีการโต้ตอบกันในโพสสาธารณะ ปริมาณ 341 กิกะไบต์ หากเทียบกับ GPT-2 ของ OpenAI นั้นมีขนาด 1.5 พันล้านพารามิเตอร์ และฝึกด้วยข้อมูลขนาด 40 กิกะไบต์ก็นับว่า Meena ใหญ่กว่ามาก ทีมงานกูเกิลไม่ได้เ้ทียบกับ GPT-2 ตรงๆ แต่ไปเทียบกับ DialoGPT ที่ไมโครซอฟท์นำ GPT-2 มาพัมนาต่อเป็นแชตบอต

No Description

เกณฑ์การเปรียบเทียบปัญญาประดิษฐ์ที่คุยเรื่องอะไรก็ได้เช่นนี้ยังไม่มีมาตรฐานกลางนัก กูเกิลนำเสนอมาตรวัดใหม่ที่ชื่อว่า Sensibleness and Specificity Average (SSA) วัดความสมเหตุสมผล (sensible) โดยใช้คนจำนวนมากนับพันคนมามองแชตโต้ตอบระหว่างคนและแชตบอตจำนวน 100 บทสนทนา และเลือกว่าบทสนทนานี้สมเหตุสมผลหรือไม่ ผลที่ได้คือ Meena นั้นมีบทสนทนาที่สมเหตุสมผลถึง 79% เริ่มใกล้เคียงกับคนที่แชตกันจริงๆ ที่ได้คะแนน 86% ส่วนแชตบอตอื่นๆ นั้นได้คะแนนสูงสุด 56% เท่านั้น

การใช้ SSA มีปัญหาคือไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์มาวัดโดยอัตโนมัติได้ แต่กูเกิลพบว่าการวัด perplexity (ความงุนงง) ที่วัดความไม่แน่นอนของโมเดลภาษามีค่าสัมพันธ์กับค่า SSA อย่างมาก (R2=0.93) โดยทีมงานวัดค่า SSA ของโมเดล Meena จำนวน 8 รุ่นระหว่างการพัฒนา มาเทียบกับค่า perplexity จึงเห็นความสัมพันธ์นี้ ทำให้เป็นไปได้ว่าเราสามารถตั้งเป้าหมายลด perplexity ของโมเดลปัญญาประดิษฐ์โดยอัตโนมัติ ก่อนจะใช้วัด SSA ซึ่งต้องใช้แรงงานคนจำนวนมากและมีค่าใช้จ่ายสูงในภายหลัง

กูเกิลไม่เปิดเผยโมเดลของ Meena ออกสู่สาธารณะเนื่องจากกังวลว่าอาจจะมีความเสี่ยง แต่กำลังพิจารณาว่าจะเปิดเผยออกมาหรือไม่ในอนาคต

ที่มา – Google AI Blog

from:https://www.blognone.com/node/114366

มีปัญหาทวีตมา Google จะคอยตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับแอนดรอยด์ที่ทวีตผ่านแฮชแท็ก #AndroidHelp

Google ประกาศแนะนำแท็ก #AndroidHelp สำหรับให้บริการช่วยเหลือผู้ใช้งานแอนดรอยด์ เพียงผู้ใช้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่าพบปัญหาอะไรหรือมีข้อสงสัยกับแอนดรอยด์บ้าง และติดแท็ก #AndroidHelp โดยจะใช้บัญชีทางการ @Android ตอบปัญหา

Google ระบุว่า บัญชี @Android จะพยายามตอบผู้ใช้ในประเด็นปัญหาและข้อสงสัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแอนดรอยด์ที่ทวีตผ่านแฮชแท็ก #AndroidHelp ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทั่วไป, การยืนยันตัวตน, ความปลอดภัย หรือปัญหาอื่น ๆ

Google ไม่ได้อธิบายว่าเพราะเหตุใดจึงเลือกใช้การทวีตติดแฮชแท็กแทนการส่ง DM เข้ามา อาจเป็นไปได้ว่าต้องการกระจายข้อความปัญหาและวิธีแก้ให้คนเห็นมาก ๆ รวมถึงเปิดโอกาสให้คนอื่นมีส่วนร่วมตอบปัญหาด้วย

ที่มา – Engadget, Reddit

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114362

กูเกิลปิดบริการ App Maker ตัวช่วยสร้างแอพแบบไม่ต้องโค้ด ให้ย้ายไปใช้ AppSheet แทน

กูเกิลประกาศปิด App Maker ตัวช่วยสร้างแอพในระบบ G Suite แบบไม่ต้องเขียนโค้ด ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2016

App Maker จะปิดบริการในวันที่ 19 มกราคม 2021 โดยกูเกิลแนะนำให้ใช้เครื่องมือตัวอื่นอย่าง AppSheet ที่มีฟีเจอร์คล้ายๆ กัน (สร้างแอพแบบไม่ต้องเขียนโค้ด) หรือ App Engine แทน แต่ไม่สามารถย้ายแอพที่สร้างด้วย App Maker ไปตรงๆ ได้ อย่างไรก็ตามข้อมูลที่เก็บใน App Maker จะอยู่ในบริการ Cloud SQL ที่สามารถเรียกใช้ต่อจาก AppSheet หรือ App Engine ได้

กูเกิลไม่ได้อธิบายเหตุผลที่ปิด App Maker บอกเพียงว่าไม่พัฒนาต่อแล้ว คาดว่าการซื้อกิจการ AppSheet เมื่อต้นปีนี้ ทำให้กูเกิลตัดสินใจย้ายมาใช้ระบบของ AppSheet แทนทั้งหมด

ที่มา – G Suite Updates

from:https://www.blognone.com/node/114348

กูเกิลระบุจะฟังเสียงตอบรับและปรับปรุง หลังถูกวิจารณ์ว่าผลค้นหาแบบใหม่แยกผลลัพธ์ออกจากโฆษณาได้ยาก

กูเกิลเพิ่งปรับปรุงผลค้นหาให้แสดงไอคอน favicon ทุกรายการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เสียงตอบรับกลับไม่ค่อยดีนัก โดยชุมชน SEO/SEM มองว่ามันทำให้ผลค้นหาแบบ organic นั้นแยกออกจากผลแบบจ่ายเงินโฆษณาได้ยากกว่าเดิม และอาจจะส่งผลต่อพฤติกรรมผู้ใช้ เมื่อวานนี้กูเกิลก็ออกมาระบุว่าแม้ผลเบื้องต้นจะเป็นไปในทางบวก แต่บริษัทก็ฟังเสียงตอบรับและจะปรับปรุงต่อไป

กูเกิลยังชี้แจงว่าการแสดง favicon นี้เริ่มทดสอบในอุปกรณ์เคลื่อนที่มาหลายเดือนแล้ว และได้รับผลตอบรับที่ดีเช่นกัน

การแสดงผลค้นหาของกูเกิลคล้ายกับผลของการโฆษณาขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่มีแถบสีคั่นไว้ชัดเจน (ดูภาพประวัติใน Search Engine Land) อย่างไรก็ดีเว็บอื่ีนๆ ก็มีการปรับการแสดงโฆษณาไปในทางเดียวกัน เช่น DuckDuckGo นั้นแสดงผลค้นหาและ favicon เหมือนที่กูเกิลกำลังทดสอบอยู่

ที่มา – Search Engine Land

No Description

ภาพผลค้นหาที่กูเกิลกำลังทดสอบ

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114320