คลังเก็บป้ายกำกับ: GOOGLE

ลดอิทธิพลยักษ์ใหญ่ไอที รัฐสภายุโรปออกกฎคุมเข้มลิขสิทธิ์ ต้องลบเนื้อหาทันที ก่อนจะมีใครแจ้ง

Facebook Google Amazon Apple Microsoft

กฎหมายใหม่: บริษัทไอทีต้องลบเนื้อหาที่ผิดลิขสิทธิ์ทันที ก่อนที่จะมีใครมาแจ้ง

รัฐสภายุโรปออกกฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่ โดยกำกับให้บริษัทไอทีแพลตฟอร์มทั้งหลายต้องทำการเซ็นสัญญาลิขสิทธิ์กับศิลปิน/นักดนตรี นักเขียน และสำนักข่าว ก่อนที่จะมีการนำเอาผลงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนังสือ หรือข่าวมาโพสต์บนแพลตฟอร์ม

นอกจากนั้น ในกรณีที่พบว่ามีการโพสต์ผลงานที่ผิดลิขสิทธิ์จากผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม กฎหมายใหม่ระบุว่าบริษัทไอทีจะต้องทำการลบผลงานชิ้นนั้นออกจากแพลตฟอร์มโดยทันที ชนิดที่ไม่ต้องรอให้ใครมาแจ้งแล้วค่อยลบ เหมือนที่กระทำอยู่ในปัจจุบัน

พูดง่ายๆ คือ กฎหมายใหม่นี้จะเข้มงวดกับลิขสิทธิ์เนื้อหาบนแพลตฟอร์มต่างๆ มากขึ้น และเรียกร้องให้บริษัทไอทีต้องมีท่าที active ต่อการกำกับเนื้อหาที่ผิดลิขสิทธิ์บนแพลตฟอร์ม

  • ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น Google ที่มี Google News ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมข่าวจากสำนักต่างๆ (คล้ายๆ กับ LINE TODAY บ้านเรา) โดยกฎหมายใหม่ของรัฐสภายุโรปจะกำกับให้ Google ต้องทำการขอใบอนุญาตจากสำนักข่าวหรือผู้ผลิตเนื้อหาก่อนที่จะนำมาเผยแพร่

The New York Times รายงานว่า กฎหมายทำนองนี้เคยออกมาก่อนแล้วในประเทศสเปน โดยหลังจากนั้นได้ทำให้ Google ถอด Google News ออกจากการให้บริการในประเทศสเปนไปแล้ว

กลุ่มผู้สนับสนุนการออกกฎหมายในครั้งนี้ บอกว่า กฎหมายนี้เป็นการบังคับให้บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ต้องจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ของผลงานต่างๆ ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นการปกป้องอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ (creative industries) ในยุโรป

อย่าไรก็ดี เป็นที่ทราบกันว่า การเติบโตของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ถูกตั้งคำถามมาตลอดถึงอิทธิพลที่มากเกินไปจนทำให้เกิดการผูกขาดตลาด อย่างเช่น Google และ Facebook ได้ผูกขาดตลาดโฆษณาไปเกินกว่าครึ่งในสหรัฐอเมริกา ดังนั้นการออกกฎหมายในครั้งนี้จึงมองได้ว่าเป็นการลดอิทธิพลของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่นั่นเอง

ที่มา – The New York Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/european-parliament-tech-industry-copyright/

โฆษณา

Google ประกาศรายชื่อโฆษณาที่ได้รับรางวัล YouTube Ads Leaderboard 2018

เวียนมาอีกปีกับการประกาศรางวัล YouTube Ads Leaderboard หรือรางวัลโฆษณาที่ได้รับความนิยมบน YouTube ประเทศไทย ปีนี้มีโฆษณา 10 เรื่องี่มีจำนวนการเข้าชมรวมกันมากกว่า 90 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมา ดังนี้คือ

No Description

เนื้อหาโฆษณาในปีนี้มีความน่าสนใจตรงที่นอกจากแทรกประเด็นความฮาแบบที่คนไทยเข้าถึงง่าย และยังมีการต่อยอดคอนเทนต์ละครทีวีที่โด่งดังมาทำเป็นสตอรี่โฆษณาแล้ว ในเนื้อหาโฆษณาบางชิ้นอย่างแชมพูซันซิลค์และนม S-26 Gold Progress มีการพูดถึงเพศสภาพ ความหลากหลายทางเพศและการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนด้วย

ที่มา – ข่าวประชาสัมพันธ์

from:https://www.blognone.com/node/108850

Google เปิดตัว “Create with Google” แพลตฟอร์มใหม่เครื่องมือและแรงบันดาลใจสำหรับนักสร้างสรรค์ชาวไทย

Google เปิดตัว “Create with Google” แพลตฟอร์มใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนชุมชนนักสร้างสรรค์ (Creative Maker) โดยเฉพาะ โดยมีการให้ความรู้และสนับสนุนเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในทุกด้านของระบบนิเวศ Google ปัจจุบัน ทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิกมีนักสร้างสรรค์อยู่ประมาณ 90,000 รายที่ผลิตโฆษณาบนแพลตฟอร์มต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญฝีมือดีและนักเล่าเรื่องเหล่านี้ช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้กับแบรนด์ผ่านภาพยนตร์โฆษณา แคมเปญต่างๆ รูปภาพ ประสบการณ์ใหม่ๆ และความร่วมมือกับพันธมิตร

Google คัดกรองข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชุมชนนักสร้างสรรค์เพื่อให้นักสร้างสรรค์เข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้เมื่อต้องการ Google ประเทศไทยจัดงานเกี่ยวกับโฆษณาเชิงสร้างสรรค์เป็นครั้งแรกเพื่อแสดงภาพรวมในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของแวดวงนักสร้างสรรค์ รวมถึงสิ่งที่เป็นไปได้บนผืนผ้าใบดิจิทัล พร้อมทั้งแนะนำ Create with Google แพลตฟอร์มใหม่เพื่อนักสร้างสรรค์

ขอแนะนำ Create with Google

  • เว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์สำหรับนักสร้างสรรค์ที่ต้องการยกระดับผลงานของตนเอง Create with Google แสดงให้นักสร้างสรรค์เห็นถึงการใช้พื้นที่ในการแสดงความคิดสร้างสรรค์ของ Google ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งแสดงถึงสิ่งที่เป็นไปได้ โดยรวบรวมผลงานที่ดีที่สุดจากทั่วโลกและสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อนักสร้างสรรค์ เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจและทำให้ความคิดลื่นไหล เครื่องมือและบริการต่างๆ ของ Create with Google ได้แก่
    • Creative Downloads: เครื่องมือในการตัดต่องานเพื่อการนำเสนออย่างสร้างสรรค์ เครื่องมือสนับสนุนการนำเสนองานสร้างสรรค์ที่สามารถปรินท์ออกมาได้นี้ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานง่าย และมีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับนักสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์ผลงานบนแพลตฟอร์มต่างๆ ของ Google   
    • “Pitch Partner” เครื่องมือแสดงตัวอย่างงานสำหรับนักสร้างสรรค์ที่ต้องนำเสนองานแก่ลูกค้าและผู้ร่วมงาน โดยนักสร้างสรรค์สามารถอัปโหลดวิดีโอเพื่อดูว่าโฆษณานั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรเมื่อปรากฏบน YouTube ในรูปแบบต่างๆ และบนอุปกรณ์ที่แตกต่างกันออกไป  
    • “Inspiration Hub” ศูนย์รวมแรงบันดาลใจที่รวบรวมผลงานความคิดสร้างสรรค์หลายร้อยรายการที่ใช้พื้นที่ในการแสดงความคิดสร้างสรรค์ของ Google ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยแบ่งผลงานออกเป็นประเภท รูปแบบ และแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์   
  • การฝึกอบรมแบบตัวต่อตัว ทีมงาน Create with Google ตั้งตารอคอยที่จะได้พบปะกับนักสร้างสรรค์ชาวไทยแบบตัวต่อตัวเพื่อทำความเข้าใจข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่นั้นๆ และแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้ที่สนใจการฝึกอบรมแบบตัวต่อตัวสามารถติดต่อทีมงาน Google ในพื้นที่ของคุณได้ตลอดเวลา

รอส จอนซี่ย์ หัวหน้าทีม Create with Google กล่าวว่า “Google ให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์และผู้ที่นำเสนอความคิดนั้นๆ เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินการสนับสนุนชุมชนนักสร้างสรรค์ให้มากกว่าเดิม และ Create with Google ก็เป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ความมุ่งมั่นของเราดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง Google เปรียบเสมือนผืนผ้าใบสำหรับการนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ แต่บางครั้งบริการของเราอาจมีความซับซ้อน เราต้องการทำข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้มีความชัดเจนและให้พันธมิตรเข้าถึงได้เพื่อช่วยต่อยอดแนวความคิด จุดประสงค์ของ Create with Google คือการนำเสนอสิ่งที่มีอยู่เพื่อให้นักสร้างสรรค์สามารถแสดงสิ่งที่เป็นไปได้ให้เราได้เห็น  

ความสำเร็จของแคมเปญต่างๆ ประมาณ 70% เป็นผลมาจากการมีนักสร้างสรรค์ฝีมือเยี่ยม (ที่มา: Think with Google) เราต้องการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพันธมิตรผู้ผลิตผลงานของเราในการสร้างแนวคิดที่ดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายและสร้างความภาคภูมิใจ เอเชียเป็นภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เราจึงเปิดตัว Create with Google เป็นครั้งแรกในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ เรามีแผนการใหญ่ที่จะเปิดตัว Create with Google ในพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งเราจะอัปเดตให้ทราบกันต่อไป”

คิม เรลลิงเจอร์ Industry Head ของ Google ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “ชุมชนนักสร้างสรรค์ของไทยมีศักยภาพระดับโลกที่ไม่เป็นสองรองใคร Google มุ่งมั่นให้การสนับสนุนนักสร้างสรรค์ไทยในการนำเสนอผลงานคุณภาพออกสู่สายตาชาวโลก โอกาสที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นได้หากเราร่วมมือกัน”

from:https://www.flashfly.net/wp/246564

ส่อง!! 10 แบรนด์ดังที่ผู้หญิงไทยรักในปี 2019 พบ Lazada เป็นเว็บช้อปปิ้งออนไลน์ในดวงใจ

สถาบันวิจัยการตลาดและวิเคราะห์ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตระดับนานาชาติของอังกฤษ  ได้จัดอันดับท็อป 10 อันดับแบรนด์ที่ผู้หญิงประทับใจมากที่สุด  ซึ่งผลการสำรวจดังกล่าวมาจาก ฐานข้อมูลกว่า 460 แบรนด์ใน YouGov BrandIndex ซึ่งการสำรวจเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ถึง 31 มกราคม 2562 ลองมาดูกันว่า 10 แบรนด์ในดวงใจของผู้หญิงไทยจะมีอะไรบ้าง

ข้อมูลจาก – YouGov 2019 Women’s Top Impression Rankings Thailand

10 อันดับแบรนด์ที่ผู้หญิงไทยประทับใจ

  • อันดับ 1 LINE 67.5%
  • อันดับ2 YouTube 67.2%
  • อันดับ3 Facebook 65.1%
  • อันดับ4 7-Eleven 60.0%
  • อันดับ5 Mama 55.1%
  • อันดับ6 Google 52.5%
  • อันดับ7 Lays 52.3%
  • อันดับ8 Vaseline 51.6%
  • อันดับ9 Lazada 51.5%
  • อันดับ10 KFC 51.5%

LINE นำโด่งมาเป็นอันดับ 1

พบว่าแบรนด์ที่มีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 กว่า 67.5% อย่าง LINE  ได้รับความคะแนนประทับใจเหนือกว่าแบรนด์อื่นๆส่วน Lazada และ KFC ที่ได้รับการจัดอันดับท้ายสุดของตาราง ด้วยข้อมูลทั้งหมดนี้

คุณพัชรี พันธุมโน ผู้ร่วมก่อตั้ง Brandnow PR & Marketing Agency  กล่าวว่า “LINE กลายเป็นแอพพลิเคชั่นส่งข้อความโต้ตอบแบบทันทีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่ คนไทยทุกเพศทุกวัย” อย่างไรก็ตามการสำรวจนี้ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้หญิง  แต่เพียงกลุ่มเดียว ซึ่งทำให้เรามีชุดข้อมูลที่ไม่ซ้ำใคร

ซึ่งดูเหมือนว่าผู้หญิงไทยจะชอบสื่อสารและสนทนากับผู้อื่นโดยใช้ LINE แทนแอพพลิเคชั่นอื่น ๆ โดยบางคนอาจแย้งว่าเพราะ LINE เป็นคนแรกๆ ที่ใช้ฟีตเจอร์ เช่น สติ๊กเกอร์น่ารักเพื่อแสดงอารมณ์ของพวกเขา  และฟีเจอร์การจ่ายเงินผ่าน Rabbit Line Pay ที่ช่วยผู้หญิงให้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในขณะช้อปปิ้งและจ่ายเงินสำหรับบริการต่างๆ ได้ และ LINE ยังมีฟังก์ชั่นข่าวที่สามารถอัพเดทข่าว. ดังนั้นจึงเป็นที่ชัดเจนว่าสำหรับผู้หญิงแล้ว LINEมีทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับไลฟ์สไตล์ทันสมัย”

Youtube คือแหล่งติดตามเหล่า Influencer

อันดับที่สองจากการจัดอันดับนี้ คือ Youtube ด้วยคะแนน 0.03 รองจาก LINE
ซึ่งคุณพัชรี กล่าวเสริมว่า “ YouTube ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงไทยอย่างมากเนื่องด้วยผู้หญิงได้รับอิทธิพลจาก Influencer Blogger และนักวิจารณ์ชื่อดังบน Youtube และผู้หญิงมองว่า YouTube เป็นหนึ่งในวิธีที่สะดวกที่สุดในการติดตามวิถีชีวิตของเหล่าคนดังและผู้มีอิทธิพลต่างๆ  และพวกเธอยังใช้มันเพื่อติดตามเทรนด์ความงามและผลิตภัณฑ์เครื่องสำเองใหม่ๆ  หรือใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวสถานที่ใดกับเพื่อนหรือครอบครัวของพวก
เธออีกด้วย”

Lazada คือแพลตฟอร์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ผู้หญิงรัก

จากผลพบว่า Lazada เข้าไปในนั่งในใจของผู้หญิงไทย  ซึ่งจากภาพรวมของ LAZADA ทั่วโลกจะพบว่า 63% ของผู้ใช้งานเป็นผู้หญิง  และที่ผ่านมาสินค้า FMCG เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 2 เท่า (จากผลสำรวจของ Kantar Research Study :Mar 2019)

โดย Lazada และ KFC ได้รับการจัดอันดับท้ายสุด  ด้วยคะแนนเท่ากัน ทั้งสองแบรนด์นี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน. ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิงไทยให้คะแนนเท่ากัน เนื่องจาก Lazada และ KFC มีโปรโมชั่นมากกว่าคู่แข่งของพวกเขาและสองแบรนด์นี้ได้วางภาพลักษณ์ว่าเป็นมิตรต่อครอบครัว เช่น Lazada จำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับครอบครัวมากมาย
รวมทั้งของตกแต่งและของเล่นสำหรับเด็ก ในขณะที่ KFC เสนออาหารมื้อเล็กๆ สำหรับเด็ก และชุดครอบครัว

ความน่าสนใจคือประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของ B2C (Business to Consumer) สูงเป็นอันดับที่ 1 ของอาเซียน จากรายงานล่าสุดของ ETDA เมื่อเทียบมูลค่าระหว่างปี 2559 กับปี 2560 พบว่า มีมูลค่าเพิ่มถึงกว่า 1 แสน 6 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี ระบบ e-Payment ที่สะดวกมากขึ้น การขนส่งที่รวดเร็วทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความนิยมซื้อของออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

เมื่อมองมาถึงโอกาสของสินค้าและบริการ จะเห็นได้ว่าธุรกิจห้างสรรพสินค้าออนไลน์เติบโต เนื่องจาก Promotion ที่ดึงดูดใจลูกค้า ความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมั่นในแหล่งขายที่มีตัวตน นอกจากนี้ ในส่วนของอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ก็กำลังเติบโตมาติด ๆ ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมอาหารและรักสุขภาพมากขึ้น มีการกระตุ้นความต้องการซื้อผ่านทาง Influencer ตลอดจน YouTuber ซึ่งเติบโตมาตลอดช่วงปีที่ผ่านมา

ต้องมาลุ้นกันว่าในช่วงปี 2020 นี้  แบรนด์ไหนที่จะมีโอกาสที่จะขึ้นแท่นที่ 1 ต่อไป

 

 

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/03/10-top-brands-for-woman/

แนะนำ VirusTotal เวอร์ชันย้อนยุค สำหรับใช้งานบนอุปกรณ์รุ่นเก่า

VirusTotal เปิดตัวอินเทอร์เฟสแบบใหม่ สำหรับให้อุปกรณ์รุ่นเก่าและอุปกรณ์พกพาสามารถใช้งานได้สะดวก พร้อมกลิ่นอายแบบย้อนยุค

VirusTotal เป็นบริการสาธารณะที่ช่วยวิเคราะห์ไฟล์หรือ URL ต้องสงสัยได้ฟรี โดยผู้ใช้สามารถอัปโหลดไฟล์ผ่านทางหน้าเว็บ เดสก์ท็อป Extension บนเบราว์เซอร์ หรือผ่านทาง API ซึ่ง VirusTotal จะทำการตรวจสอบไฟล์โดยใช้ Antivirus Scanner และบริการ URL/Domain Blacklisting รวม 70 รายการเพื่อค้นหาว่าไฟล์เหล่านั้นเป็นมัลแวร์หรือไม่

ล่าสุด VirusTotal ได้เปิดบริการผ่านทางอินเทอร์เฟสแบบใหม่ ระบุว่า อินเทอร์เฟสย้อนยุคที่เห็นนี้ เป็น “อินเทอร์เฟสแบบบเรียบง่ายที่สุด (Minimal) สำหรับเบราว์เซอร์” เหมาะสำหรับอุปกรณ์เก่าๆ รวมไปถึงอุปกรณ์พกพาที่ไม่สามารถใช้บริการผ่านหน้าเว็บแบบเต็มๆ ได้ นอกจากนี้ยังกินแบนด์วิดท์และใช้เวลาโหลดน้อยกว่าเวอร์ชันปกติอีกด้วย

ผลลัพธ์การอัปโหลดไฟล์แสดงดังภาพด้านล่าง

Credit: ZDNet.com

จากการทดสอบที่เมืองลอนดอน พบว่า VirusTotal เวอร์ชันปกติมีขนาดของเพจ 947.6 KB และใช้เวลาโหลด 486 มิลลิวินาที ในขณะที่เวอร์ชันแบบย้อนยุคมีขนาดของเพจ 6.1 KB และใช้เวลาโหลดเพียง 333 มิลลิวินาทีเท่านั้น

ผู้ที่สนใจสามารถทดลองใช้ได้ที่: https://www.virustotal.com/old-browsers/

ที่มาและเครดิตรูปภาพ: https://www.zdnet.com/article/virustotal-launches-new-retro-simplified-interface/

from:https://www.techtalkthai.com/virustotal-retro-version-for-legacy-systems/

จะรุ่งหรือไม่? รวมข้อกังขาและหาคำตอบเกี่ยวกับ Stadia บริการสตรีมเล่นเกมผ่านเน็ตของ Google

หลังจากการเปิดตัว Stadia บริการใหม่ของกูเกิลสำหรับการเล่นเกมผ่านอินเทอร์เน็ตไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ทำให้วงการเกมสั่นสะเทือนไปทั่วเลยทีเดียวครับ และด้วยความยิ่งใหญ่ของโครงการนี้ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับบริการนี้ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใช้งาน ประสบการณ์การเล่นผ่านอินเทอร์เน็ต สื่อต่างๆ ที่ได้เข้าร่วมงานเปิดตัวก็ได้สอบถามกูเกิลมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่ครบถ้วนนัก วันนี้ผมเลยรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่ทางกูเกิลและสื่อที่ได้สัมผัสกับบริการนี้มาทำสรุปให้เพื่อนๆ ที่สนใจอ่านกันครับ

ถ้าเปิดบริการแล้วเราจะเข้าไปเล่นยังไง

จากข้อมูลที่กูเกิลระบุภายในงานเปิดตัวประกอบกับคำสัมภาษณ์ที่บอกสื่อต่างๆ ระบุว่า Stadia นั้นจะเข้าถึงได้ง่ายมาก เพียงแค่ในคอมมี Chrome Browser ก็พร้อมที่จะเข้าเล่นเกมบนแพลตฟอร์มแล้ว กูเกิลระบุว่าจะรองรับ Web Browser อื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคตด้วย ส่วนบนอุปกรณ์อื่นนอกเหนือจากคอมนั้นก็จะมีบน TV ที่ต้องการ Chromecast มาเสียบไว้ หรือถ้าจะเล่นให้ได้ความละเอียด 4K ก็ต้องใช้เป็น Chromecast Ultra ครับ

แต่พอมาเป็นอุปกรณ์พกพา แม้ว่ากูเกิลจะบอกไว้ว่า “มี Chrome ก็เล่นได้” และสามารถเล่นบนมือถือหรือแท็บเล็ตได้ แต่ยังไม่ได้ระบุมาชัดเจนว่ารองรับแค่ไหน มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเริ่มจากอุปกรณ์ของกูเกิลเองอย่างตระกูล Pixel ก่อนถึงทยอยอัพเดตให้อุปกรณ์ Android อื่นๆ และ iOS เข้าใช้บริการได้ในภายหลัง

ส่วนระบบนั้น จากคำอธิบายของกูเกิลแล้วดูเหมือนว่าจะใช้ระบบบัญชีของ Google Account สำหรับเข้าเล่นเกมเลย และสามารถกดเข้าเล่นได้ผ่านทั้ง YouTube เหมือนกับดู Streaming หรือผ่านหน้ารวมเกมส่วนตัวที่เข้าผ่านลิงค์เหมือนเว็บไซต์ได้เลย

 

ความรู้สึกตอนเล่นเป็นยังไง หน่วงมั้ย

ทางเว็บไซต์ TechCrunch ได้ระบุว่าไปสัมผัสระบบมาแล้ว โดยได้เล่นเกม DOOM (2016) ผ่านระบบ Stadia และอธิบายประสบการณ์การเล่นไว้ว่า ตอนเริ่มลองเล่นพบว่ากระตุกมาก ประหนึ่งดูคนกดสไลด์นำเสนอแบบเร็วๆ เฟรมขาดตอนมาก จนเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าขอลองรีสตาร์ทระบบใหม่ แล้วให้ลองอีกครั้ง

ครั้งนี้พบว่าความลื่นไหลของเกมดีมาก และถ้าคิดเสริมด้วยว่าชุดจัดโชว์ในงานนั้นใช้อินเทอร์เน็ตเป็น Wi-Fi ของโรงแรมที่จัดงานก็นับว่ากูเกิลทำผลงานออกมาได้ดีมาก กระบวนการสตรีมภาพเกมระดับ 4K ทำออกมาได้คมกริบ และถ้าไม่ทันคิดอะไร จะนึกว่าเหมือนเล่นเกมปกติผ่านเครื่องคอมอยู่เลย

ผู้เขียนได้บอกว่าสำหรับเขานั้นไม่รู้สึกถึงความหน่วงระหว่างการเล่น แต่ถ้าคิดถึงโปรเกมเมอร์ทั้งหลาย ที่จังหวะและช่วงเวลามีผลต่อการแพ้ชนะล่ะก็อาจจะยังไม่เหมาะนัก และน่าจะเหมาะกับเหล่าเกม Casual ซะมากกว่า และภาพรวมของบริการนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก

สำหรับข้อมูลเชิงเทคนิคนั้น Phil Harrison รองประธานของ Google Stadia ระบุว่ามีความหน่วงน้อยเกินกว่าที่มนุษย์ปกติจะรับรู้ได้ ส่วนพนักงานคนอื่นให้ข้อมูลว่าช่วงเวลาที่มนุษย์แยกแยะความหน่วงได้อยู่ที่ 70-130 มิลลิวินาที แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ซึ่งถ้าประกอบข้อมูลแล้ว ตามอุดมคติคือ Stadia ควรจะต้องทำให้ความหน่วงอยู่ที่ระดับต่ำกว่าหรือเท่ากับ 70 มิลลิวินาที อย่างไรก็ตามแต่ละโซนที่ใช้อินเทอร์เน็ตเข้าถึงบริการก็ย่อมมีความหน่วงที่แตกต่างกันไป ในทางปฏิบัติแล้วคงไม่ได้ตัวเลขตรงตามที่ว่ามาขนาดนั้น

กูเกิลระบุว่าความหน่วงนั้นคือโจทย์ใหญ่ในการพัฒนา Stadia และกูเกิลให้ความสำคัญกับมันมาก มีการปรับแต่งระดับฮาร์ดแวร์ภายในศูนย์ข้อมูลเพื่อลดความหน่วงรวมของระบบลง พร้อมทั้งบอกว่ามีเกมแนว Fighting ที่ต้องอาศัยการตอบสนองที่รวดเร็วพัฒนาอยู่เพื่อเล่นบนแพลตฟอร์มหลายเกม

ส่วนของความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ต้องการนั้นกูเกิลระบุว่าตอนทดสอบกับ Project Stream ที่เป็นเหมือน Open Beta เมื่อปลายปีที่แล้วสามารถสตรีมเกม Full-HD 1080p 60fps ได้ด้วยอินเทอร์เน็ต 25 Mbps แต่ก็ระบุว่าที่ความเร็ว 20 Mbps ก็เพียงพอแล้ว และสำหรับ Stadia ที่จะเปิดบริการภายในปีนี้ที่พร้อมจะสตรีมเกมระดับ 4K HDR 60fps นั้นใช้อินเทอร์เน็ตระดับ 30 Mbps ก็สามารถเล่นได้แล้ว

 

มีเกมอะไรให้เล่นบ้าง

ณ เวลาที่กูเกิลประกาศเปิดตัว Stadia นั้นเพิ่งมีเกมที่ยืนยันแล้วแค่ 3 เกมครับนั่นก็คือ

  • Assassin’s Creed Odyssey ของ Ubisoft
  • DOOM (2016) ของ id Tech
  • DOOM Eternal ของ id Tech (ประกาศรองรับ แต่เกมยังพัฒนาไม่เสร็จ)

อย่างไรก็ตาม กูเกิลได้ร่วมมือกับผู้พัฒนา Game Engine ชื่อดังคือ Unity และ Unreal Engine สำหรับช่วยให้รองรับการพัฒนาเกมลงบนแพลตฟอร์ม Stadia ได้สะดวกยิ่งขึ้น และยังได้ระบุอีกด้วยว่าได้ส่งชุดพัฒนาเกมบน Stadia ให้กับสตูดิโอพัฒนาเกมทั่วโลกแล้วกว่า 100 สตูดิโอ นับเป็นวิศวกร นักพัฒนา นักออกแบบ มากกว่า 1000 คนได้เริ่มพัฒนาเกมเพื่อ Stadia กันแล้ว นอกจากนี้แล้วบนเว็บไซต์ stadia.dev ก็ยังเปิดให้นักพัฒนาที่สนใจเข้าไปสมัครเข้าร่วมได้อีกด้วย

ไม่เพียงแค่สตูดิโอภายนอกเท่านั้นที่พร้อมทำเกมมาลง Stadia แต่ภายในกูเกิลเองก็ได้เปิดสตูดิโอ in-house สำหรับพัฒนาและป้อนเกมเข้าแพลตฟอร์มเช่นกัน โดยได้ดึงตัว Game Producer สาวชื่อดังในวงการเกมอย่าง Jade Raymond ที่เคยมีผลงานดังจากสมัย EA รุ่งเรืองและมาผันตัวมาผลักดันเกมซีรีส์ Assassin’s Creed ของ Ubisoft โดยได้มาอยู่ในตำแหน่งรองประธานของกูเกิล และคุมสตูดิโอ Stadia Games and Entertainment ของกูเกิลอีกด้วย

 

เกมอยู่บนแพลตฟอร์มหรือเราเป็นเจ้าของ เกมที่เคยมีเอาไปเล่นบนนั้นได้มั้ย

สำหรับข้อมูลของการถือครองเกมนั้นยังไม่ชัดเจนนักครับเพราะกูเกิลเองก็ยังไม่บอกรายละเอียดเช่นกัน บอกเพียงว่าจะประกาศข้อมูลเพิ่มในช่วงฤดูร้อน (น่าจะช่วง Google I/O ปีนี้) ตอนนี้เลยเกิดเป็นแนวคิด 2 แบบที่ผมยังหาข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้ชัดเจน แบ่งออกเป็น

  1. ระบบเป็นบริการสมัครรายเดือน คล้าย Netflix แล้วเข้าถึงเกมบนระบบได้ทุกเกม
  2. ระบบเปิดให้ใช้งานฟรี แต่ตัวเกมต้องซื้อเพื่อเล่น

จากมุมมองผมเองคิดว่าแบบข้อ 1 อาจจะเป็นได้ยากเพราะการที่เอาเกมที่ต้นทุนพัฒนาสูงๆ มาให้เล่นได้ด้วยการจ่ายรายเดือน จะคุ้มทุนก็ต่อเมื่อค่าบริการสูงเอามากๆ เลยคิดว่าแบบข้อ 2 น่าจะเป็นไปได้มากกว่า บวกกับแนวคิดที่ว่า Stadia และ YouTube ดูจะเข้าใกล้กันมากขึ้น เส้นแบ่งระหว่างดูวิดีโอสตรีม กับเล่นเกมสตรีมจะบางลงแล้วผสมกันกลายเป็นสิ่งเดียวกันในที่สุด

ส่วนเกมที่เคยมีอยู่แล้วบนแพลตฟอร์มอื่น เช่น Steam, EPIC Store, PS4, Xbox นั้นเข้าใจว่าไม่สามารถโอนไปบนบัญชี Stadia ได้ครับ (อาจจะรอประกาศเสริมอีกที)

 

ค่าบริการ?

คล้ายๆ หัวข้อก่อนหน้าครับ คือตอนนี้เรายังไม่รู้ว่ากูเกิลจะคิดเงินเราอย่างไรบ้าง คงต้องรอประกาศอีกทีนึง

 

อ้างอิง: TechCrunch (1, 2), Ars Technica, Kotaku (1, 2)

 

 

from:https://droidsans.com/what-we-know-about-google-stadia-game-streaming-service/

Cloud Gaming – Google Stadia มาพร้อมกับชิปกราฟิก AMD ที่สามารถประมวลผลได้ถึง 10.7 teraflops

เปิดตัวออกมากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับกับบริการการเล่นเกมผ่านระบบ Cloud ของทาง Google ที่มีชื่อเจ๋งๆ ว่า Google Stadia ซึ่งตามข้อมูลที่ทาง Google ให้เอาไว้นั้นเจ้าบริการ Google Stadia จะมาพร้อมกับประโยชน์ 2 อย่างที่แน่นอนนั่นก็คือคุณสามารถที่จะเล่นเกมจากที่ไหนก็ได้ของโลกขอเพียงแค่อินเทอร์เน็ตของคุณมีแบนด์วิดธ์มากพอที่จะสามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยความรวดเร็วและประโยชน์อีกอย่างนั้นก็คือถึงแม้ว่าคุณจะใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตในการเล่นนั้นคุณก็จะยังคงได้เล่นเกมที่มาพร้อมกับความสวยงามอยู่เพราะเครื่องที่ใช้ในการประมวลผลนั้นอยู่ที่ data center ของทาง Google เองครับ

อย่างไรก็ตามแต่แล้วครับ ยังคงมีข้อสงสัยอยู่ว่าในการเล่นเกมผ่านระบบ Google Stadia นั้นจะให้ภาพสวยงามอย่างที่ทาง Google ได้โฆษณาเอาไว้รึเปล่านั้นตัวเครื่อง Server จะต้องแรงมากพอที่จะประมวลผลกราฟิกให้ดีพอและรองรับกับผู้ใช้หลายๆ คนในเวลาเดียวกัน ซึ่งนั่นเลยทำให้ทาง Google นั้นได้ออกแบบตัวเครื่อง Server ให้มาพร้อมกับประสิทธิภาพสูงสุดโดยการใช้หน่วยประมวลผลที่ถูกปรับแต่งมาเป็นพิเศษบนสถาปัตยกรรม x86 โดยจะมาพร้อมกับความเร็ว 2.7 GHz และรองรับฟีเจอร์อย่าง Hyperthreaded และ AVX 2 ด้วยครับ

แม้ว่าตัวหน่วยประมวลผลนั้นทาง Google ไม่ได้บอกเอาไว้อย่างเป็นทางการครับว่าใช้งานของบริษัทใด ทว่ากับกราฟิกการ์ดนั้นทาง Google ได้มีการยืนยันออกมาอย่างแน่นอนแล้วครับว่าจะเป็นกราฟิกการ์ดของทาง AMD ที่ได้รับการปรับปรุงมาเป็นพิเศษซึ่งทำให้พลังในการประมวลผลนั้นอยู่ที่ 10.7 teraflops ที่แรงกว่า PlayStation 4 Pro และ Xbox One อยู่ถึง 2 เท่าตัว ซึ่งด้วยความแรงขนาดนี้นั้นทาง Google ได้บอกเอาไว้ว่าสามารถเล่นเกมที่ความละเอียด 4K@60 FPS ได้อย่างสบายๆ ครับ(และมีแนวโน้มว่าจะพัฒนาให้สามารถเล่นเกมที่ความละเอียด 8K@120 FPS ได้อีกในอนาคต

สิ่งที่เราต้องมาดูกันต่อนั้นก็คือเรื่องของพลังในการประมวลผลภาพที่ความละเอียดระดับ 4K ครับ เพราะหากจะว่าไปรจริงๆ แล้วนั้นทาง AMD ก็ได้มีการเปิดตัวกราฟิกการ์ด RX Vega 56 ที่มีพลังในการประมวลผล 10.5 teraflops แบบ single-precision compute มาก่อนหน้านี้แล้ว(ในปี 2017) ซึ่งหากจะว่าไปแล้วนั้นชิปกราฟิกที่ทาง Google ได้ร่วมพัฒนากับ AMD นั้นก็แรงกว่าแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งวิธีการที่จะแก้ไขนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นการใช้กราฟิกการ์ดแบบคู่ต่อเข้าไว้ด้วยกันถึงจะสามารถเล่นเกมที่ความละเอียดระดับ 4K ได้แบบสบายๆ ซึ่งแน่นอนครับว่าค่าใช้จ่ายนั้นก็ต้องสูงขึ้นตามไปด้วยครับ

เมื่อค่าใช้จ่ายในการสร้าง Server เพิ่มมากขึ้นนั้นแน่นอนครับว่าทาง Google เองก็ต้องมาเรียกทุนคือจากผู้ใช้บริการซึ่งเราก็ยังคงไม่รู้ได้ครับว่าสรุปแล้วนั้นทาง Google จะเรียกเก็บค่าบริการเท่าไร งานนี้นั้นถือได้ว่าน่าสนใจครับ ทว่าก็คงต้องดูกันต่อไปยาวๆ ครับว่าการใช้งาน Google Stadia จะดีอย่างที่ Google ได้โฆษณาเอาไว้หรือไม่และต้องไม่ลืมด้วยนะครับว่าเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการใช้งานสูงที่สุดนั้นทาง Google เองก็จำเป็นที่จะต้องวางเครื่อง Server ไว้กว่า 7,500 แห่งทั่วโลกเพื่อที่จะรองรับการใช้งานที่จะเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเองครับ

ที่มา : theverge

from:https://notebookspec.com/google-stadia-uses-a-custom-amd-chip-to-offer-10-7-teraflops-of-cloud-gaming-power/476199/