คลังเก็บป้ายกำกับ: GOOGLE

[ไม่ยืนยัน] เอกสารหลุดระบุกูเกิลไล่พนักงานออกทุกปี เพราะเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

เว็บ Motherboard อ้างถึงรายงานภายในของกูเกิลที่หลุดออกมา ระบุถึงอัตราการไล่พนักงานออกเนื่องจากเข้าถึงหรือใช้งานข้อมูลไม่ถูกต้อง จำนวน 18 คนในปี 2018, 26 คนในปี 2019, และ 36 คนในปี 2020

เฉพาะปี 2020 นั้น พนักงานถูกไล่ออกเพราะความผิดด้านความปลอดภัย เช่น การส่งเอกสารความลับออกไปนอกบริษัท จำนวน 31 คน ประมาณ 4 คนเป็นความผิดฐานใช้ข้อมูลของผู้ใช้หรือพนักงานไม่ถูกต้อง

การไล่ออกเป็นมาตรการระดับร้ายแรงที่กูเกิลลงโทษพนักงาน โดยพนักงานอาจถูกลงโทษเบากว่า เช่น ตักเตือน, หรือต้องเข้าฝึกการใช้ข้อมูลใหม่ โฆษกของกูเกิลระบุว่าการไล่ออกส่วนใหญ่เป็นความผิดจากการใช้ข้อมูลความลับของบริษัท ส่วนข้อมูลผู้ใช้นั้นถูกจำกัดเฉพาะคนที่จำเป็นต้องเข้าถึงเท่านั้นอยู่แล้ว และการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นต่ำมากไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่

ข่าวกูเกิลไล่พนักงานออกเนื่องจากแอบเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้นั้นมีไม่บ่อยนัก ครั้งที่เป็นข่าวใหญ่ที่สุดคือปี 2010 ที่กูเกิลไล่ David Barksdale ออกจากบริษัทฐานเข้าถึงอีเมลและแชตของผู้เยาว์ 4 คน โดยครั้งนั้นกูเกิลระบุว่าเป็นเหตุการณ์ครั้งที่สองของบริษั

ที่มา – Vice

No Description

ภาพโดย gabrielle_cc

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/124066

รวมข้อมูล Pixel 6 และ Pixel 6 Pro เรือธง Android พันธุ์แท้จาก Google สเปคเป็นไง ดีไซน์ กล้อง เปิดตัววันไหน ราคาเท่าไหร่

Google ได้นำ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro มาเผยโฉมเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เปิดเผยข้อมูลและรายละเอียดสเปคนิดหน่อย แต่ยังอุบของเด็ด ๆ เอาไว้บอกอีกทีในงานเปิดตัวที่เตรียมจัดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของครึ่งหลังปี 2021 นี้ โดยในบทความนี้ ทีมงาน DroidSans ก็จะรวบรวมข้อมูลของ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro อ้างอิงจากข่าวหลุดที่เชื่อถือได้ มาให้เพื่อน ๆ ได้ทราบเกี่ยวกับสมาร์ทโฟน Android พันธุ์แท้ 2 รุ่นนี้กันครับ

ดีไซน์การออกแบบ

ดีไซน์ตัวเครื่องของ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro อันนี้สามารถยืนยันได้แบบ 100% แล้วว่า จะมาพร้อมกับการออกแบบที่ต่างจาก Pixel รุ่นก่อน ๆ อย่างชัดเจน โดยอ้างอิงจาก Official Render ที่ Google เปิดเผยเมื่อวันก่อน จะเห็นว่า Pixel 6 และ Pixel 6 Pro จะมีการจัดวางกล้องหลังที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โมดูลกล้องค่อนข้างนูนออกมาเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ทูโทนอันเป็นเอกลักษณ์ของมือถือซีรีส์นี้ตามเดิม

วัสดุงานประกอบของ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro จะมาเป็นแบบอะลูมิเนียมเหมือนกันทั้งคู่ ต่างกันตรงที่รุ่นธรรมดาจะเป็นผิวแบบด้าน ส่วนรุ่น Pro จะออกเงา ๆ นิดหน่อย แม้ว่าฝาหลังของ Pixel 6 Pro จะเป็นแบบเงา แต่ก็ดูเหมือนว่าบริษัทฯ จะเคลือบสารกันรอยนิ้วมือมาให้ด้วย

ส่วนของหน้าจอ ทั้ง Pixel 6 และ Pixel 6 Pro มากับจอที่มีการเจาะรูไว้ตรงกลาง สำหรับใส่กล้องเซลฟี่ เหมือน ๆ กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ ของตลาด Android ในปัจจุบัน โดยรอบนี้ Google ตัดสินใจ ไม่ฝังลำโพงเอาไว้ข้างใต้หน้าจอเหมือนกับ Pixel 5 แล้ว เลือกใส่ลำโพงสนทนาแบบปกติมาให้เหมือนเดิม ซึ่งคาดว่าคุณภาพเสียงน่าจะดีกว่าหลายเท่าตัว

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ก็จะย้ายตำแหน่งจากหลังเครื่อง มาอยู่ใต้หน้าจอ ทันสมัยเหมือนกับสมาร์ทโฟนรุ่นต่าง ๆ ในปัจจุบันแล้ว หลังจากที่ Google ดื้อดึงแปะเอาไว้บนฝาหลังอยู่นานหลายปี

รอบนี้ Pixel 6 จะมีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีเทา และสีดำ ส่วนรุ่นพี่อย่าง Pixel 6 Pro จะมีให้เลือกให้เพียง 3 สี คือ สีครีม สีเงิน และสีดำ โดยต้องรอดูว่าในปีนี้ Google จะแอบซ่อนมุกตลกกวน ๆ ในการตั้งชื่ออะไรเอาไว้หรือเปล่า

ชิปเซ็ตประมวลผล

เป็นข่าวหลุดข่าวลือกันอยู่นานว่าใน Pixel 6 Series ทาง Google จะเลิกใช้บริการ Snapdragon ของ Qualcomm แล้วหันมาใช้ชิปที่บริษัทฯ Customise ขึ้นมาเอง โดยจากรายงานตอนแรกบอกไว้ว่าจะมาในชื่อ Whitechapel แต่พอถึงเวลาจริง ๆ Google กลับเลือกตั้งชื่อชิปประมวลผลที่ดีไซน์และพัฒนาขึ้นมาเองว่า “Tensor”

โดยเจ้า Tensor เป็นชิปที่ทาง Google ได้ไปจับมือพัฒนาร่วมกับ Samsung เบอร์สองของวงการเซมิคอนดักเตอร์ ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 5 นาโนเมตร สเปคคร่าว ๆ แม้ว่าจะยังเทียบเคียงกับชิปเซ็ตระดับไฮเอนด์ในตลาดอย่าง Snapdragon 888 หรือ Exynos 2100 ไม่ได้ แต่ต้องรอดูรอติดตามว่า เจ้าพ่อซอฟต์แวร์อย่าง Google จะงัดไม้เด็ด ซ่อนไม้ตายอะไรไว้ในชิป Tensor หรือเปล่า

 

Google เคลมว่าชิปเซ็ต Tensor จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ถ่ายรูปดียิ่งขึ้น รวมไปถึงศักยภาพในการประมวลผลต่าง ๆ ก็จะทำงานได้ฉลาดกว่าเดิม โดย Pixel 6 และ Pixel 6 Pro จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ Live Translate ที่จะเข้ามาช่วยแปลข้อความในวิดีโอให้แบบ Real-Time ด้วยความเร็วและความแม่นยำสูงมาก ๆ ยิ่งไปกว่านั้น สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่น จะได้ชิป Titan M2 สำหรับความปลอดภัยของตัวเครื่องเข้ามาเสริมทัพอีกต่างหาก

กล้องถ่ายภาพ

การถ่ายภาพถือเป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟนตระกูล Pixel มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แม้ว่าสเปคฮาร์ดแวร์จะสู้กับเรือธงรุ่นอื่น ๆ ไม่ได้ แต่พอถึงเวลาใช้งานจริง ๆ กล้องของ Pixel กลับกินขาด เอาชนะมือถือไฮเอนด์ในตลาดได้ซะเป็นส่วนใหญ่ จนถึงขนาดที่หลายคนต้องยอมลำบากไปหาพอร์ตแอป gcam แบบ APK มาติดตั้งในโทรศัพท์ของตัวเองเลยก็มี

โดยในรอบนี้ Google ได้อัปเกรดสเปคกล้องของ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ให้ทัดเทียมเรือธงรุ่นอื่น ๆ ในแง่ของฮาร์ดแวร์ เซ็นเซอร์หลักใช้เป็นตัวความละเอียด 50MP + กล้อง Telephoto ความละเอียด 48MP (เฉพาะรุ่น Pro) และกล้องตัวสุดท้ายความละเอียด 8MP (รุ่นธรรมดา) และ 12MP (รุ่น Pro)

ซึ่งเมื่อไม่นาน ก็ได้มีเมมเบอร์ของ XDA Forums ไปขุดคุ้ยแอป Google Camera เวอร์ชั่น 8.3 พบเบาะแสว่า Pixel 6 Pro จะมาพร้อมกับการซูมแบบไม่เสียรายละเอียด หรือ Optical Zoom 4.3x นอกจากนี้กล้องหน้าของ Pixel 6 (คาดว่าน่าจะรวมถึงรุ่น Pro ด้วย) จะได้รับการอัปเกรดสามารถบันทึกวิดีโอได้แบบ 4K แล้ว

ซอฟต์แวร์

ทั้ง Pixel 6 และ Pixel 6 Pro จะรันระบบปฏิบัติการตัวใหม่ล่าสุดของ Google อย่าง Android 12 ที่จะเปลี่ยนดีไซน์ UI มาเป็นแบบ Material You ดูมินิมอลและสวยงามยิ่งกว่าเดิม และจะมีฟีเจอร์ความปลอดภัยอะไรที่ให้อิสระกับผู้ใช้งานมากขึ้น เลือกได้ว่าจะให้แอปไหนเข้าถึงอะไรได้มากน้อยแค่ไหน เยอะกว่า Android เวอร์ชั่นอื่น ๆ

ด้วยความที่รอบนี้ Google ได้ใส่ชิปเซ็ต Tensor ที่พวกเขา Customise ขึ้นมาเอง ทำให้ลือกันว่า Pixel 6 และ Pixel 6 Pro จะได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์ยาวนานถึง 5 ปี โดยสาเหตุที่ทำแบบนั้นได้ ก็มาจากการที่ Google ไม่ต้องรอ Qualcomm ปล่อยอัปเดตไดร์เวอร์ตัวชิปแล้ว เพราะรอบนี้ใช้ชิปที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นมากับมือ

สเปคในส่วนอื่น ๆ

อ้างอิงจากข่าวลือ รอบนี้ Pixel 6 Pro จะเลือกใช้หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว รองรับรีเฟรชเรท 120Hz ส่วน Pixel 6 ยังไม่มีข้อมูลสเปคในส่วนหน้าจอเปิดเผยออกมา ทั้งคู่จะมากับลำโพงคู่แบบสเตอริโอ รองรับระบบชาร์จไวแบบไร้สายที่เร็วกว่ารุ่นก่อน RAM สูงสุด 12GB หน่วยความจำมีให้เลือกตั้งแต่ 128GB ไปจนถึง 256GB และขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000 mAh

วันเปิดตัวและราคา

Google ออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่า Pixel 6 และ Pixel 6 Pro จะไปทำตลาดวางขายใน 8 ประเทศทั่วโลกอย่างแน่นอน ไล่ตั้งแต่ ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น ไต้หวัน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ไร้เงาประเทศไทยของเราเหมือนเช่นเคย . . โดยคาดว่า Google น่าจะนำ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro มาเปิดตัวในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

 

อ้างอิง: XDA

from:https://droidsans.com/google-pixel-6-series/

ผู้บริหารกูเกิลให้สัมภาษณ์ ชิป Tensor อาจอยู่บนอุปกรณ์ AR เช่น smart glasses ในอนาคต

หลังอุปกรณ์ AR (augmented reality) ของบริษัทอย่าง Google Glass ไม่ประสบความสำเร็จกับผู้บริโภคทั่วไปนัก และ Google หยุดอัพเดตGoogle Glass Explorer ไปเมื่อปี 2019 แม้ยังมีอัพเดตเช่น Google Meet ให้กับลูกค้าองค์กรบ้าง แต่ Google ก็พูดถึงอุปกรณ์ชนิดนี้น้อยมาก

ล่าสุด หลัง Google เปิดเผยข้อมูลถึงชิป Tensor ผู้บริหาร Rick Osterloh ตำแหน่ง senior vice president ฝ่ายอุปกรณ์และบริการของ Google ก็ให้สัมภาษณ์กับ Business Insider พูดถึงอุปกรณ์ AR อีกครั้ง ว่าก่อนหน้านี้เทคโนโลยียังไม่ล้ำหน้าเพียงพอที่จะซัพพอร์ตอุปกรณ์ประเภทนี้

เขาคิดว่าชิป Tensor น่าจะกลายเป็นรากฐานที่สำคัญของอุปกรณ์ AR ที่เน้นการประมวลผลแมชชีนเลิร์นนิ่ง เช่น การประมวลผลภาพถ่ายด้วยคอมพิวเตอร์ (computational photography) และการตอบสนองต่อเสียงพูด (speech recognition) และยังระบุว่าอุปกรณ์เช่น smart glasses จะมีประโยชน์กับ AR มากในอนาคต แต่ปัจจุบันมือถือน่าจะเป็นอุปกรณ์ที่มีการใช้งาน AR มากที่สุด

แม้ไม่ได้มีการยืนยันอะไรมาก แต่มุมมองของ Osterloh ก็อาจสะท้อนมุมมอง Google ว่า Google Glass นั้นมาเร็วเกินไปในขณะที่เทคโนโลยียังไม่ถึงขั้น และเมื่อ Google มีชิปแบบคัสตอมของตัวเองอย่าง Tensor แล้ว ก็ยังมีความเป็นไปได้ในอนาคตที่ Google จะกลับมามอง smart glasses โดยผนวกชิปประมวลผลของตัวเองเข้ามาด้วย

ที่มา – Business Insider via 9to5Google

from:https://www.blognone.com/node/124060

เซฟการบ้านไว้กลับมาทำต่อได้ Google Forms ให้ save draft ได้ บันทึกนาน 30 วัน

Google Forms เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่มีการเรียกร้องเข้ามาเยอะคือสามารถ save draft ได้ บันทึกได้นาน 30 วัน อำนวยความสะดวกในเวลาที่ต้องตอบคำถามยาว หรือทำการบ้าน สามารถทำค้างไว้ แล้วค่อยกลับมาทำต่อวันหลังได้

ตรงด้านบนสดของ Form จะมองเห็นเป็นข้อความ Saving ในระหว่างที่เรากรอกข้อมูล ฟีเจอร์นี้ถือว่ามีประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะนักเรียนที่ต้องทำการบ้านเยอะๆ หรือต้องสลับใช้งานอุปกรณ์ รวมถึงช่วยแก้ปัญหาเรื่องเครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้วย ให้การบ้านที่ทำค้างไว้ไม่หายไปเมื่อเน็ตล่ม

No Description

Google Forms จะตั้งค่า save draft เป็นค่าเริ่มต้น สามารถปิดใช้งานได้ด้วยวิธีไปที่เมนู Settings > Presentation > Restrictions และเลือก “Disable autosave for all respondents”

ที่มา – 9to5Google

from:https://www.blognone.com/node/124058

Pixel 6 และ Pixel 6 Pro จะมากับฟีเจอร์ Live Translate แปลข้อความบนวิดีโอให้แบบ Real-Time

Google ออกมายืนยันแล้วว่าสิ้นปีนี้ บริษัทฯ จะนำ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro มาเปิดตัวอย่างแน่นอน คอนเฟิร์มดีไซน์มาแบบที่หลุดเป๊ะ ๆ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Tensor รหัส Whitechapel ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า สองสมาร์ทโฟนเรือธง Android พันธุ์แท้รุ่นนี้ จะมากับฟีเจอร์ Live Translate ที่จะแปลข้อความบนวิดีโอให้กับผู้ใช้งานได้แบบ Real-Time เลย

ก่อนหน้านี้แหล่งข่าวต่างประเทศก็เคยไปแอบเจอเบาะแสของฟีเจอร์ Live Translate บนสมาร์ทโฟน Pixel ในแอป SettingIntelligence ของ Android 12 Beta 2 มาแล้วรอบนึง แต่เหมือนว่ารอบนี้จะมีข้อมูลอัปเดตใหม่ เผยว่า Live Translate จะมีลักษณะการทำงานคล้าย ๆ กับฟีเจอร์ Live Caption แต่จะเหนือกว่าตรงที่ระบบจะแปลข้อความในวิดีโอให้อัตโนมัติเลย ไม่ต้องพิมพ์หรือก๊อปวางเข้าแอป Google Translate แต่อย่างใด

Dieter Bohn จาก The Verge เผยว่า การทำงานของฟีเจอร์ Live Translate บน Pixel 6 และ Pixel 6 Pro แปลข้อความออกมาได้ค่อนข้างไวและแม่นยำ ซึ่งคาดว่าเบื้องหลังของความเทพนี้ ก็น่าจะมาจากชิปเซ็ต Tensor (รหัส Whitechapel) ตัว Custom ของ Google นั่นเอง โดยเพื่อน ๆ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมของชิปเซ็ตดังกล่าวได้ที่บทความด้านล่าง

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่า Live Translate จะสามารถประมวลผลแปลภาษาได้กี่ภาษา รวมไปถึงจะรองรับภาษาไทยหรือไม่ คาดว่าเดี๋ยวพอถึงงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ทาง Google น่าจะออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนนี้ครับ

 

ที่มา: XDA

from:https://droidsans.com/google-pixel-6-series-live-translate-feature/

กูเกิลเปิดตัว Google Identity Services SDK ใหม่สำหรับล็อกอินด้วยบัญชีกูเกิล

กูเกิลประกาศรวม API ด้านการล็อกอินและยืนยันตัวตนหลายๆ ตัว (ที่กระจัดกระจาย) เข้าด้วยกันเป็นตัวเดียว ภายใต้ชื่อ Google Identity Services เพื่อให้นักพัฒนาเว็บ-แอพที่ต้องการเรียกใช้การล็อกอินผ่านบัญชีกูเกิล มี SDK เหลือเพียงตัวเดียวไม่ให้สับสน

ระบบล็อกอินภายใต้ Google Identity Services SDK มีด้วยกัน 2 วิธี ทั้งสองวิธีจะใช้ token ยืนยันตัวตนว่าล็อกอินกับบัญชีกูเกิลแล้วจริงๆ ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

อย่างแรกคือปุ่ม Sign in with Google ที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว มันถูกปรับดีไซน์ใหม่ให้ชัดเจนขึ้น โดยจะแสดงชื่อ, อีเมล, ภาพโพรไฟล์ของผู้ใช้ในปุ่มด้วยเลย เพื่อให้รู้ว่าจะล็อกอินหน้าเว็บหรือแอพนั้น ด้วยบัญชีกูเกิลอันไหน

No Description

No Description

อย่างที่สองเป็นของใหม่เรียกว่า One Tap จะแสดงพรอมต์สำหรับล็อกอินในหน้าเว็บ-แอพนั้นๆ เลย ไม่ต้อง redirect ไปยืนยันที่หน้าเว็บของกูเกิลอีกรอบ (แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน) กระบวนการคือผู้ใช้กดปุ่ม Sign in หรือ Sing up บนเว็บ-แอพ จะเห็นป๊อปอัพ One Tap โผล่ขึ้นมา กด Continue แล้วก็ใช้งานเว็บหรือแอพได้เลย

No Description

No Description

กูเกิลบอกว่าการล็อกอินผ่าน Google Identity Services มีความปลอดภัยสูง มีระบบป้องกันการดักคลิก (click-jacking) หรือการตามรอยด้วยวิธี pixel-tracking ด้วย นอกจากนี้ การที่ระบบบัญชี Google Account มีระบบป้องกันสแปมหรือบัญชีปลอมอยู่แล้ว เว็บ-แอพที่รองรับการล็อกอินด้วยบัญชีกูเกิลก็จะลดภาระในการดูแลบัญชีสแปมในระบบลงได้

ตอนนี้เว็บใหญ่ๆ ที่เริ่มใช้ SDK ตัวใหม่แล้วคือ Reddit และ Pinterest

ที่มา – Google

from:https://www.blognone.com/node/124055

Google ยืนยันเตรียมเปิดตัว Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ พร้อมใช้ชิปเซ็ทที่พัฒนาเอง

Google ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการเตรียมเปิดตัว Pixel 6 และ Pixel 6 Pro พร้อมเผยคุณสมบัติบางอย่างออกมาให้ทราบกัน และจะวางจำหน่ายสมาร์ตโฟนทั้ง 2 เครื่องใน 8 ประเทศได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น ไต้หวัน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

Pixel 6

อย่างไรก็ตาม Google ยังไม่ได้เผยวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการชอง Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ให้ทราบกัน เพียงแตาบอกคร่าวๆ ว่า จะวางจำหน่ายในเดือนกันยายนหรือช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และนอกจาก 8 ประเทศที่ประกาศไปข้างต้นแล้ว จะมีการเพิ่มประเทศจำหน่ายภายหลังเปิดตัวแล้ว

Pixel 6

ส่วนสเปกของ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ก็ยังไม่มีการเผยออกมาเช่นกัน แต่ยืนยันว่าสมาร์ตโฟนทั้ง 2 รุ่นจะใช้ชิปเซ็ท Tensor ที่ทาง Google พัฒนาขึ้นเอง โดยรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 และมีให้เลือก 3 สี

ในส่วนสเปกตามข่าวลือของ Pixel 6 คาดว่าจะมาพร้อมจอที่มีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz ขณะที่ Pixel 6 Pro คาดว่าจะมาพร้อมจอขอบโค้งที่มีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz โดยทั้ง 2 รุ่นหมาพร้อมหน้าจอแบบ Punch Hole Display เจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ที่ตรงกลางด้านบน

Pixel 6 Pro

และด้านหลังของ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro จะคล้ายกับ Nexus 6P โดย Pixel 6 จะมาพร้อมกล้องคู่ที่ประกอบด้วยกล้องหลักเลนส์ Wide และกล้องรองเลนส์ Ultra Wide ส่วน Pixel 6 Pro จะมาพร้อมกล้อง 3 ตัว โดยกล้องตัวที่ 3 ใช้เลนส์ Telephoto 4x

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/google-confirms-pixel-6-and-pixel-6-pro-launch/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=google-confirms-pixel-6-and-pixel-6-pro-launch

กูเกิลเผยเบื้องหลังชิป Tensor ใน Pixel 6 ที่ออกแบบเอง ประมวลผล AI ระดับศูนย์ข้อมูลได้

Rick Osterloh หัวหน้าทีมฮาร์ดแวร์ของกูเกิล ให้สัมภาษณ์กับ Gizmodo อธิบายรายละเอียดของชิป Google Tensor ที่ใช้ใน Pixel 6 เพิ่มเติม

Osterloh บอกว่าที่ผ่านมา Pixel พยายามผลักดันฟีเจอร์ด้าน AI บนมือถือมาตลอด เช่น HDR+, Google Assistant (Pixel 1), Google Lens (Pixel 2), Night Sight (Pixel 3) แต่ก็ติดข้อจำกัดเรื่องการประมวลผล AI บนชิปที่มีในท้องตลาด ทำให้ Pixel ไปได้ไม่สุดตามที่กูเกิลตั้งใจไว้ ทางออกจึงเป็นการออกแบบชิปเอง

เราเคยได้ยินข่าวลือของชิปตัวนี้ในชื่อ Whitechapel แต่ชื่ออย่างเป็นทางการของมันคือ Tensor ซึ่ง Osterloh อธิบายว่าเป็นการแสดงความเคารพโครงการ TensorFlow ของกูเกิลเอง แนวคิดของกูเกิลคือนำความก้าวหน้าเรื่อง AI ทั้งหมดของกูเกิลมาอยู่บนโทรศัพท์ให้ได้ โดยโฆษณาว่าชิป Tensor สามารถรันโมเดล “ระดับศูนย์ข้อมูล” ได้ในมือถือเลย

Osterloh ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเรื่องสถาปัตยกรรมมากนัก บอกเพียงว่าปรับแก้สถาปัตยกรรมของหน่วยความจำใหม่ ให้โยกงานจากซีพียูหลักไปที่หน่วยประมวลผล AI ได้ง่ายขึ้น ผลคือประสิทธิภาพดีขึ้นและประหยัดแบตกว่าเดิม

ตัวอย่างความสามารถของชิป Tensor ที่ Osterloh นำมาโชว์ Gizmodo มีตั้งแต่การถ่ายรูปเด็กเล็กที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาให้ออกมาคมชัด วิธีการคือ

  • ใช้ภาพจากเซ็นเซอร์สองตัว นำภาพจากเซ็นเซอร์ ultrawide ที่มีค่า exposure สูงๆ มีความคมชัดสูง มารวมกับภาพจากเซ็นเซอร์หลักที่ exposure ปกติ ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้กันทั่วไป
  • ความพิเศษของ Pixel 6 คือในระหว่างนั้น มือถือจะตรวจจับการเคลื่อนไหว (motion detection) และตรวจจับใบหน้า (face detection) ขนานกันไปด้วย
  • ผลคือการทำ computational photography จะแม่นยำมากขึ้น ถึงแม้ไม่สามารถทำภาพชัดขึ้นได้ 100% แต่ก็ไม่เบลอแล้ว

Osteloh ยังโชว์วิดีโอที่ถ่ายด้วย iPhone 12, Pixel 5, Pixel 6 มาเทียบกัน ผลลัพธ์ของ Pixel 6 ดีกว่ามือถืออีก 2 รุ่นมาก เพราะสามารถประมวลผลปัจจัยต่างๆ เช่น HDR, object detection, white balance, dynamic range ได้แบบเรียลไทม์ (Gizmodo ไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายผลลัพธ์เหล่านี้มาให้ดูกัน)

ฟีเจอร์อื่นๆ ของ Tensor คือการทำ live translation จากคลิปวิดีโอแบบเรียลไทม์ ก่อนหน้านี้มือถือของกูเกิลทำได้แค่ live caption (Pixel 4) ถอดเสียงพูดเป็นข้อความ แต่ตอนนี้ทำ live translation แปลให้ด้วยเลย

ที่มา – Gizmodo

from:https://www.blognone.com/node/124035

สเปคชิปเซ็ต Tensor (Whitechapel) ของ Google ที่ใช้ขับเคลื่อน Pixel 6 และ Pixel 6 Pro

หลังจากที่ Google ได้นำ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดของพวกเขามาเผยโฉมเรียกน้ำย่อยกันก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา วันนี้ทาง DroidSans ก็ได้ไปรวบรวมข้อมูลสเปคของ Tensor ชิปเซ็ตรุ่น Custom สำหรับใช้งานขับเคลื่อนมือถือตัวแรกของ Google มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน ก่อนที่ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro จะเปิดตัวในช่วงสิ้นปีนี้

สถาปัตยกรรมขนาด 5 นาโนเมตร ผลิตโดย Samsung

รอบนี้ Google เป็นคนประกาศเองว่า Pixel 6 และ Pixel 6 Pro จะหันหลังให้ Qualcomm เปลี่ยนมาใช้ชิปเซ็ตที่ทางบริษัทฯ พัฒนาและออกแบบขึ้นมาเองอย่าง Tensor หรือ Whitechapel ที่เคยมีข้อมูลหลุดออกมาก่อนหน้านี้ โดยคาดว่า Samsung จะรับหน้าที่ผลิตชิปเซ็ต Tensor ให้กับ Google บนสถาปัตยกรรมขนาด 5 นาโนเมตร มี CPU ทั้งหมด 8 แกน ประกอบด้วย Cortex-A78 และ A76 อย่างละ 2 แกน ขณะที่อีก 4 แกนที่เหลือเป็นตัวประหยัดพลังงาน A55

สเปคเทียบ Snapdragon ซีรีส์ 700 แต่ประสิทธิภาพอาจเท่ารุ่นเรือธง

เท่ากับว่า CPU ที่ Google จับยัดใส่ Tensor นั้น ยังคงเป็นสถาปัตยกรรม ARMv8 เท่านั้น ยังไม่ใช่ Cortex-X2, A710 หรือ A510 ที่เป็น ARMv9 แล้ว โดยประสิทธิภาพของ Tensor นั้น จะอยู่แถว ๆ Snapdragon 780 เท่านั้น (หรือดีสุดคงเทียบได้แค่ 870) ยังไม่สามารถไปต่อกรกับ Snapdragon 888, 888+ หรือ Exynos 2100 จาก Samsung ได้

ถึงอย่างไร จะบอกว่า Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ที่ใช้ Tensor เป็นหน่วยประมวลผลขับเคลื่อน จะแรงไม่เท่าเรือธงตัวอื่น ๆ ก็ดูจะไม่ใช่ความจริงไปซักเท่าไหร่ เพราะหากพิจารณาจากการที่ Google นั้น คุมฮาร์ดแวร์การผลิตเอง รวมถึงระบบปฏิบัติการ Android พวกเขาก็เป็นเจ้าของ จึงน่าสนใจไม่น้อยว่าพวกเขาอาจรีดประสิทธิภาพของ Tensor ออกมาได้เทียบเคียงกับชิปเรือธงรุ่นอื่น ๆ

ยกกรณีเพื่อนใกล้เรือนเคียงอย่างชิป A14 Bionic ของ Apple ที่มี CPU เพียงแค่ 6 แกนเท่านั้น แต่ประสิทธิภาพความแรงถือว่าเหนือกว่า Snapdragon 888, Exynos 2100, Kirin 9000 และ Dimensity 1200 อยู่พอสมควรเลย ทั้งที่ชิปทั้งสามรุ่นนั้น มาพร้อมกับ CPU ที่มากกว่าถึง 2 แกน ซึ่งสาเหตุที่ A14 Bionic นั้นแรงกว่า ก็น่าจะมาจากการที่ Apple นั้นคุมทุกอย่าง ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ยันซอฟต์แวร์นั่นเอง

อาจเป็นตัวแปรให้ Google อัปเดตซอฟต์แวร์ให้ Pixel ยาวนานถึง 5 ปี

พักหลัง ๆ หลายค่าย Android อาทิ Samsung และ OnePlus ต่างได้ออกมาประกาศนโยบายอัปเดตซอฟต์แวร์ในกับมือถือในเครือของตัวเอง ขยายเวลาจากเดิมแม็กซ์สุดแค่ 2 – 3 ปีเท่านั้น ซึ่งน้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับฝั่ง iOS ที่ iPhone 6S รุ่นปี 2015 จนถึงป่านนี้ เกือบ 6 ปีเข้าไปแล้ว ยังคงได้รับอัปเดตเป็น iOS 15 ขณะที่เรือธงฝั่ง Android ที่เปิดตัวในปีเดียว ต่างถูกลอยแพทิ้งหมดแล้ว

ซึ่งจะโทษผู้ผลิตมือถือ Android ฝั่งเดียวก็ไม่ได้ เพราะส่วนนึง ปัญหาอัปเดตซอฟต์แวร์ได้จำกัดไม่กี่ปี กลับมาจากฝั่งเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Qualcomm หรือ MediaTek มากกว่า ที่พอเวลานานเข้า พวกเขามักไม่ปล่อยอัปเดตไดร์เวอร์ให้กับชิปรุ่นเก่า ๆ แม้ว่าจะมีสถานะเป็นเรือธงก็ตาม ทำให้ Android ยังมีข้อจำกัดในเรื่องอัปเดตอยู่พอสมควร ต่างจาก iOS ที่ Apple เป็นคนออกแบบชิปเซ็ตเอง ไม่ต้องพึ่งพาบริการข้างนอก

โดยการมาของ Tensor อาจเป็นตัวแปรเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้มือถือ Android สามารถอัปเดตเวอร์ชั่น Android ได้ยาวนานกว่าเดิม เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวหลุดออกมาว่า Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ที่ใช้ชิปรุ่นดังกล่าวนี้ อาจได้รับอัปเดตซอฟต์แวร์นานถึง 5 ปี ซึ่งมากกว่าปัจจุบันเกือบ ๆ สองเท่าตัว

มี NPU หน่วยประมวลผล AI ยกระดับการถ่ายภาพให้เหนือกว่าเจ้าอื่น ๆ แม้ฮาร์ดแวร์ไม่จัดเท่า

Tensor ว่าที่ชิปเซ็ตป้ายแดงตัวแรกของ Google น่าจะมาพร้อมกับ Tensor Processing Unit (TPU) ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ AI และ Machine Learning สำหรับการถ่ายภาพ เหมือนกับ Pixel รุ่นก่อน ๆ ให้ทำงานดีขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในเรื่องของฮาร์ดแวร์ โดยพูดง่าย ๆ ก็คือ TPU จะเข้ามารีดความสามารถของซอฟต์แวร์ออกมาให้หมด ไม่มีหมกเม็ด

เชื่อว่า Pixel 6 และ Pixel 6 Pro จะอัปเกรดเซ็นเซอร์หลักมาใช้เป็นตัวความละเอียดสูง 50MP จากเดิมที่ดื้อดึงใช้ 12MP มาอยู่นานติดต่อกันถึง 4 ปีเต็ม ๆ บวกกับความสามารถของ TPU ใน Tensor แล้ว คาดว่าในปีนี้ กล้องของ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro น่าจะแจ่มแมวกว่าเดิมมาก ๆ จากที่ปกติก็เทพอยู่แล้ว จนหลายคนต้องพยายามพอร์ต GCAM มาใช้กับมือถือของตัวเอง

สเปคชิปเซ็ต Tensor (อย่างไม่เป็นทางการ)

  • เทคโนโลยี FinFET ของ Samsung บนสถาปัตยกรรม 5 นาโนเมตร
  • CPU 8 แกน
    • Cortex-A78 ความเร็ว 2.8GHz จำนวน 2 แกน
    • Cortex-A76 ความเร็ว 2.6GHz จำนวน 2 แกน
    • Cortex-A55 ความเร็ว 2.0GHz จำนวน 4 แกน
  • GPU Mali-G78 จำนวน 14 แกน
  • NPU
  • โมเด็ม 5G ในตัว
  • Titan M Security Chip
  • Pixel Visual Core
  • Pixel Neural Core
  • รองรับการแสดงผลหน้าจอความละเอียด Full HD+ บนรีเฟรชเรท 120Hz

โดยการที่ Google ได้ออกมาประกาศเตรียมเปิดตัว Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้ ทำให้คาดการณ์ว่าชิปเซ็ต Tensor ก็น่าจะเดินทางมาเปิดตัวพร้อม ๆ กันกับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นดังกล่าวนั่นเองครับ

 

อ้างอิง: Android Headlines

from:https://droidsans.com/tensor-whitechapel-specs-google/

กูเกิลทดสอบใช้ Chrome บน Android ยืนยันตัวตน 2FA เมื่อเข้าใช้งานในอุปกรณ์ใกล้เคียง

กูเกิลทดสอบความสามารถใหม่ ผู้ใช้งาน Chrome บนมือถือ Android สามารถใช้เบราว์เซอร์มือถือเป็นคีย์ความปลอดภัย 2FA เมื่อลงชื่อเข้าใช้แอปกูเกิลบนคอมพิวเตอร์ที่อยู่ใกล้เราได้

การระบุว่ามีคนล็อกอินบัญชีกูเกิลในอุปกรณ์ใกล้เคียงนี้ ถือว่าต่างจากระบบแจ้งเตือน 2FA ตามปกติของกูเกิล วิธีการคือ ผู้ใช้งานต้องติดตั้ง Chrome 93 และเมื่อพยายามจะเข้าสู่ระบบกูเกิลบนคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นก็จะได้รับแจ้งเตือนบนมือถือเพื่อยืนยันตัวตนว่าเป็นคนเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ต้องเปิดใช้งานซิงค์ของ Chrome และลงชื่อเข้าใช้บนอุปกรณ์ทั้งสองโดยใช้บัญชีกูเกิลเดียวกันถึงจะใช้งานได้

No Description

ที่มา – 9to5Google, BGR

from:https://www.blognone.com/node/124031