คลังเก็บป้ายกำกับ: GOOGLE

Samsung ต่อสัญญา Android License ตอกย้ำความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นกับ Google

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าเป็นฝันร้ายที่ Huawei อยากจะตื่นขึ้นมาให้ได้เร็วๆ หลังจากที่โดนทางอเมริกาแบนห้าม Google ทำการตลาดกับ Huawei ลามไปจนถึง ARM จนเกิดเป็นปัญหาใหญ่อยู่ตอนนี้ แต่สำหรับคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Samsung นั้นเพิ่งจะประกาศต่อสัญญา Android License ออกไปเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ข่าวที่ทางสื่อเกาหลีได้รายงานออกมาครั้งนี้เหมือนจังหวะจะเหมาะเจาะเหลือเกินกับสถารการณ์ในตอนนี้ว่า Samsung พึ่งจะต่อสัญญา MADA (Mobile Application Distribution Agreement) กับทาง Google ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี่เอง โดยสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาที่จะทำให้แบรนด์มือถือสามารถใช้ Android License ต่อไปได้ แต่ต้องแลกกับการวางแอป Google Play Store และแอปอื่นๆ อย่างเช่น Google Search เอาไว้บนหน้า Home ของมือถือทุกรุ่น

Google เคยโดนสหภาพยุโรปฟ้องเป็นเงินจำนวนกว่า 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มารอบนึงแล้วจากการที่ไปบังคับให้เหล่าแบรนด์มือถือต้องเซ็นสัญญา MADA เพื่อใช้ Android License ในมือถือตัวเอง แถมยังโดนบังคับให้วางแอปของ Google ไว้ที่หน้า Home อีก.. แต่ทาง Samsung ก็ไม่ได้มีปัญหากับการเซ็นต์สัญญาฉบับนี้ เพราะหากเป็นมือถือ Android ก็ต้องจัดเต็มกับ Android Experience มีทุกอย่างครบ และได้ยอมต่อสัญญา MADA ใหม่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับ Google ให้ดีงามต่อไป

ยัง.. ยังไม่จบแค่ Samsung เท่านั้น เพราะเพื่อนร่วมชาติอย่าง LG ก็ขอเกาะกระแสดราม่า Huawei VS อเมริกา ด้วยการทวีตภาพและข้อความ “LG and Google : A relationship that’s been going strong for years” (LG และ Google ได้สานสัมพันธ์อันแน่นหนามาเป็นเวลาหลายปีแล้ว) พร้อมภาพของ LG ที่ถาม Google Assistant ว่า Hey Google, who is your best friend? (เฮ่ Google ใครคือเพื่อซี้ที่สุดของคุณ?) และเจ้า Assistant ก็ตอบกลับว่า I don’t want to be too forward, but I think you and I get along quite well (ฉันก็ไม่อยากให้มันฟังดูเว่อร์หรอกนะ แต่ฉันคิดว่าฉันกับคุณเข้ากันได้ดีเลยล่ะ)

 

 

ที่มา : Phonearena, Gizchina

from:https://droidsans.com/samsung-android-license-deal-google/

โฆษณา

Duo เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ สามารถ Video Call พร้อมกันได้สูงสุด 8 คน

กูเกิลประกาศเพิ่มเติมฟีเจอร์ใหม่ให้แอปวิดีโอคอลล์ Duo มีรายละเอียดดังนี้

ฟีเจอร์แรกคือ วิดีโอคอลล์แบบกลุ่ม สามารถสนทนาสูงสุดพร้อมกัน 8 คน เปิดให้กับผู้ใช้ Android และ iOS ทั่วโลกแล้ว (ก่อนหน้านี้ได้บางส่วน)

อีกฟีเจอร์คือ โหมดประหยัดการใช้ข้อมูล มีเฉพาะผู้ใช้ Android โดยเมื่อเลือกเปิดโหมดนี้ จะทำให้การใช้ปริมาณข้อมูลลดลง ไม่ว่าจะเป็นการต่อเครือข่ายมือถือหรือ Wi-Fi ตอนนี้ใช้งานได้บางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย อินเดีย บราซิล และจะเพิ่มเติมในอนาคต

สุดท้ายคือการส่งข้อความแบบวิดีโอ ถ้าคอลล์หากันมันไม่มีเวลา ก็สามารถส่งคลิปวิดีโอไปให้แทนได้ พร้อมใส่ข้อความ รูปวาด อีโมจิ ประกอบ ตอนนี้มีให้ใช้แล้วบน Android ส่วน iOS จะตามมาเร็ว ๆ นี้

ที่มา: กูเกิล

alt="Duo Group VDO Call"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/109932

Huawei แค่หนึ่งในสมรภูมิของ สงครามการค้า ที่อาจยืดเยื้อถึงปี 2020

หนึ่งในสมรภูมิจากสงครามการค้าสหรัฐอเมริกากับจีน คือ Huawei ที่ถูกตั้งข้อหาเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงของสหรัฐ จนมีคำสั่งจากประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ห้ามบริษัทสัญชาติอเมริกัน ทำธุรกิจและธุรกรรมกับบริษัทใน Black List ซึ่ง Huawei เป็นหนึ่งในนั้น

เพื่อความเป็นธรรมกับ Huawei ต้องบอกว่า สหรัฐ ไม่มีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ว่า Huawei เป็นภัยต่อความมั่นคง มีแต่ข้อสงสัยเท่านั้น ซึ่ง Huawei ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และเป็นบริษัทจากจีนด้วย ยิ่งทำให้สหรัฐเกิดข้อสงสัยมากขึ้น

ภาพจาก Shutterstock

ลองมาย้อนดูผลประกอบการทางธุรกิจ Huawei มียอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลก ไตรมาสแรกปี 2019 ที่ 59.1 ล้านเครื่อง มีอัตราเติบโตจากปีก่อน 50.3% มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 2 ของโลก และมีโอกาสขึ้นสู่อันดับหนึ่งในอนาคต จุดเด่นของ Huawei ไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่อยู่ที่เทคโนโลยี 5G

ต้องบอกว่า ณ เวลานี้ โลกกำลังก้าวเข้าสู่เทคโนโลยี 5G โดยมี Huawei เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเทคโนโลยีแถวหน้า และนั่นอาจทำให้ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐ สูญเสียตำแหน่งผู้นำไปได้

จากคำสั่งประธานาธิบดี ทำให้ Google บริษัทไอทีจากสหรัฐ ประกาศระงับการทำธุรกิจกับ Huawei (แม้ล่าสุดจะขยายเวลาการระงับออกไป 90 วัน) แต่ก็ต้องบอกว่าการทำตามคำสั่งนี้ ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับ Google และทำให้ ทวิตเตอร์ @Android ได้ออกแถลงการณ์สั้นๆ ว่า

“จะยังคงให้บริการ Google Play และอัพเดตความปลอดภัยจาก Google Play Protect ให้กับอุปกรณ์ Huawei รุ่นปัจจุบัน”

ขณะที่ทาง Huawei ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า Huawei เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการและการเติบโตของแอนดรอยด์ทั่วโลก สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของ Huawei ทั่วโลกสามารถใช้บริการกูเกิลได้ตามปกติ ทั้ง Google Play, Gmail, YouTube, Google รวมถึงดาวน์โหลดและอัพเดทแอพพลิเคชั่นได้ตามปกติ

ประเด็นนี้เป็นข่าวที่ถูกกล่าวถึงและมีการอัพเดทรายชั่วโมงทั่วโลก ซึ่งจนถึงตอนนี้ทิศทางของทั้ง Google และ Huawei ก็ยังไม่ชัดเจนว่าสุดท้ายจะออกมาแบบใด ในโลกโซเชียล เริ่มมี #standforhuawei #supporthuawei และ #savehuawei เกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ใช้ที่มองว่าการขึ้นบัญชีดำครั้งนี้ไม่แฟร์

ภาพจาก Shutterstock

อีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้เดินทางไปเยี่ยมโรงงานผลิต แร่แรร์เอิร์ธ (Rare-earth) ที่มณฑลเจียงซี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตแร่ดังกล่าวที่สำคัญของประเทศ และจีนยังเป็นผู้ผลิตในสัดส่วนถึง 90% ของทั้งโลก

แร่แรร์เอิร์ธเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตชิปคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไฮเทคอีกมากมาย รวมถึงอาวุธ และยังไม่ได้ถูกขึ้นบัญชีเพิ่มภาษีนำเข้าโดยสหรัฐ คาดว่าเป็นเพราะสหรัฐมีความจำเป็นต้องนำเข้าแร่ดังกล่าวจากจีน และนำเข้าแร่ดังกล่าวจากจีนถึง 80% จากปริมาณนำเข้าทั้งหมด

การเดินทางไปเยี่ยมโรงงานผลิตแร่แรร์เอิร์ธในครั้งนี้ จึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และคาดเดากันไปต่างๆ นานา ว่านี่คือการส่งสัญญาณจากจีนไปยังสหรัฐว่า จีนอาจใช้แรร์เอิร์ธเป็นมาตรการตอบโต้ในครั้งนี้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ได้ออกประกาศชะลอการคว่ำบาตรหัวเว่ย เป็นเวลา 90 วันไปจนถึงวันที่ 19 ส.ค. 62 เพื่อให้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีนและบรรดาบริษัทคู่ค้าได้มีเวลาอัพเดทซอฟต์แวร์และข้อบังคับตามสัญญาในด้านต่างๆ ทำให้ผู้ใช้หัวเว่ยได้หายใจโล่งอก ว่าสมาร์ทโฟนหัวเว่ยนั้น สามารถใช้บริการกูเกิลได้อย่างปกติ

ภาพจาก Shutterstock

สถานการณ์ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า Huawei ไม่สามารถพึ่งพาระบบปฏิบัติการ Android ของ Google เป็นหลักได้อีกต่อไป และแม้จะมีระบบปฏิบัติการของตัวเองที่ซุ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2012 ในชื่อ HongMeng OS หรือ Kirin OS แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ Huawei เลย

หากเป็นในประเทศจีน Huawei และระบบปฏิบัติการของตัวเองพร้อมสำหรับการใช้งาน แต่นอกประเทศจีนสิ่งที่ Huawei ขาดไปอย่างมากคือ Ecosystem โดยเฉพาะ แอพพลิเคชั่น ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลกในเวลานี้ ซึ่งกว่าที่ Huawei จะสร้าง Ecosystem นี้ได้ก็คงใช้เวลาอีกไม่น้อยแน่นอน

สรุปแล้ว ไม่สามารถบอกได้เลยว่า เกมนี้จะจบเร็วหรือยืดเยื้อ แต่หนึ่งในทางเลือกของจีนคือ อดทนจนถึงปี 2020 ซึ่งเป็นเวลาครบเทอมของประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/huawei-black-list-trade-war/

กูเกิลโอเพนซอร์สไฟล์ .basis สำหรับบีบอัดภาพโดยขยายภาพใน GPU ได้ง่าย, ใช้ทำ texture โมเดลสามมิติ

กูเกิลร่วมกับบริษัท Binomial ประกาศโอเพนซอร์สตัวเข้ารหัสภาพ Basis Universal ที่เป็นตัวบีบอัดและขยายภาพประสิทธิภาพสูงบนชิปกราฟิก ทำให้สามารถเรนเดอร์ภาพโดยวาง texture ความละเอียดสูงโดยไม่ต้องกินหน่วยความจำมากเกินความจำเป็น

เนื่องจากโค้ด Basis มีประสิทธิภาพสูงบนชิปกราฟิก เมื่อโหลดภาพขึ้นหน่วยความจำจึงโหลดไว้ในรูปแบบที่บีบอัดไว้บนหน่วยความจำกราฟิกได้เลย ทำให้ภาพ Basis นั้นกินพื้นที่หน่วยความจำกราฟิกเพียง 1 ใน 8 ของภาพ JPEG หรือ PNG เท่านั้น

โค้ดอยู่บน GitHub และมีสัญญาอนุญาตแบบ Apache 2.0 กูเกิลหวังว่าในอนาคตทุกคนจะใช้งานฟอร์แมตนี้ได้ผ่านทาง WebGL หรือ WebGPU

ที่มา – Google Open Source

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/109928

รวมแอปของ Google ในประเทศไทยที่รองรับ Dark Mode พร้อมวิธีเปิดใช้งานแบบง่ายๆ

ตอนนี้ Dark Mode เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายๆ แอป เนื่องจากมันสบายตามากกว่าเมื่อใช้งานตอนกลางคืน แถมยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่สำหรับมือถือที่ใช้หน้าจอแบบ OLED อีกด้วย ซึ่งตอนนี้ทาง Google เองก็เริ่มทะยอยอัพเดทให้แอปของตัวเองได้ใช้โหมดนี้กันมากขึ้นแล้ว ส่วนจะมีแอปอะไรบ้าง มาดูกันได้เลยจ้า

ก่อนหน้านี้เราพอรู้กันมาบ้างแล้วว่าใน Android Q จะเพิ่มฟีเจอร์ Force Dark ให้เปิดใช้งานได้จากตัว UI เลย โดยมันจะไปทำให้แอปอื่นๆ กลายเป็น Dark Mode ได้ถึงแม้ว่าแอปนั้นๆ จะไม่รองรับก็ตาม แต่ว่าคงจะอีกซักพักใหญ่ๆ กว่าที่ Android Q และฟีเจอร์ดังกล่าวจะปล่อยให้มือถือส่วนใหญ่ได้ใช้กัน.. แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะอย่างน้อยแอปหลายๆ อย่างที่เราใช้กันตอนนี้ รองรับการใช้งาน Dark Mode แล้ว

Google Keep

แอปจดโน้ตสารพัดประโยชน์อย่าง Google Keep ที่หลายๆ คนชอบใช้ในการจดนู่นจดนี่แล้วมันจะซิงค์เข้ากับบัญชีของเรา ให้สามารถเปิดใช้งานได้จากหลายๆ อุปกรณ์ที่มีบัญชีของเราเอง ส่วนการเปิดใช้งาน Dark Theme ก็ง่ายๆ แค่กดตรงเครื่องหมาย 3 ขีด มุมซ้ายบน > Settings > Enable Dark Theme ก็เรียบร้อย

Google Calculator

แอปเครื่องคิดเลข Calculator ที่หลายคนต้องใช้กันอยู่บ่อยๆ ก็มีให้ปรับเป็น Dark Mode ได้แล้วในเวอร์ชั่นล่าสุด (7.6) โดยกดที่เมนู 3 จุด ตรงมุมขวาบนของหน้าจอ > Choose Theme > Dark เท่านี้ก็ได้เครื่องคิดเลขสีหม่นๆ ทึมๆ สบายตามาใช้กันแล้วล่ะ

Google Play Games

แอปสำหรับเกมโดยเฉพาะอย่าง Google Play Games ก็เข้าไปเปิดได้ง่ายๆ ด้วยการเข้าไปที่หน้าแอปดังกล่าว กดที่เมนู 3 จุด ตรงมุมขวาบนของหน้าจอ > Settings > Use dark theme (แอปนี้ ถ้ามือถือใครมี UI ที่เปิด Dark Mode อยู่แล้ว มันจะเปลี่ยนให้เองอัตโนมัติ)

Google Phone / Contacts

หน้าจอสำหรับโทรออก – รับสาย ของมือถือก็สามารถเปลี่ยนไปใช้ Dark Mode ได้แล้ว โดยเข้าไปที่หน้าแอปโทรศัพท์ กดที่เมนู 3 จุด ตรงมุมขวาบนของหน้าจอ > Settings > Display options > Dark theme โดย Dark Mode สำหรับหน้าจอโทรศัพท์นี้จะรวมไปถึงหน้ารายชื่อผู้ติดต่อด้วยเลย

Android Message

แอปส่ง SMS ที่หลายๆ คนอาจจะไม่ค่อยได้ใช้งานกันแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนโหมดได้เหมือนกัน โดยเข้าไปที่หน้าจอ Message กดที่เมนู 3 จุด ตรงมุมขวาบนของหน้าจอ > Enable dark mode ง่ายๆ แค่นี้แหละ

YouTube

สำหรับแอปดูวิดีโอสุดฮิตอย่าง YouTube ก็มี Dark Mode มาให้ได้ใช้กันซักพักใหญ่ๆ แล้ว วิธีเปลี่ยนก็คือ เข้ามาที่หน้าแอปและกดเลือกตรงมุมขวาบน ที่เป็นโปรไฟล์ของเรา > Settings > General > Dark Theme

Gboard

คีย์บอร์ดบนหน้าจอที่ติดมากับมือถือ Android ทุกเครื่องอย่าง Gboard ก็สามารถเปลี่ยนสีให้ทึมๆ ได้ด้วยการกดที่เครื่องหมายเฟือง > Theme > จากนั้นก็เลือกสีดำได้เลย

Google News

แอปอ่านข่าวก็จะสามารถอ่านได้อย่างสบายตามากขึ้นโดยการกดไปที่รูปโปรไฟล์ของเราตรงมุมขวาบน > Settings > Dark theme และเลือกเอาเลยว่าจะเปิดใช้ตลอดเวลาหรือตั้งเปิดเองอัตโนมัติตอนกลางคืน

Google Maps

คราวนี้เราก็ไม่ต้องรอให้พระอาทิตย์ตกดินก่อนก็สามารถใช้ Dark mode กับแอปนำทางอย่าง Google Maps ได้แล้ว โดยกดที่ 3 ขีด ตรงมุมจอด้านซ้ายบน > Settings > Navigation settings > Map display / Color Scheme / Night ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ Dark Mode ซะทีเดียวหรอก แต่แค่เป็นการตั้งค่าสีของ Maps ให้เป็นตอนกลางคืนตลอดเวลานั่นเอง (จริงๆ ตั้งค่าได้นานมากแล้วด้วยแหละ)

Snapseed

แอปแต่งภาพอย่าง Snapseed ก็เปิด Dark Mode กับเค้าได้ด้วยเหมือนกันนะ โดยกดที่ 3 จุด มุมขวาบน > Settings > Dark Theme แค่นี้เอง

และนั่นคือเหล่าแอปจาก Google ที่สามารถเปิดใช้งาน Dark Mode (หรือ Dark Theme) ในประเทศไทยได้แล้วนะครับ ใครที่อยากใช้แอปแบบสบายตา หรืออยากจะลองว่ามันช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้จริงรึเปล่า ก็เข้าไปลองเปิดกันได้เลย

 

ที่มา : 9to5google

 

from:https://droidsans.com/google-apps-dark-mode/

Gmail บันทึกประวัติการช็อปออนไลน์ติดต่อกันเป็นเวลานานหลายปี

Gmail ถือเป็นบริการที่เหมือนบ้านของผู้ใช้จำนวนมากกว่า 1.5 พันล้านราย ซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์สำคัญอย่างดีสำหรับกูเกิ้ลที่โมเดลธุรกิจบังคับให้ต้องดูดข้อมูลจากผู้ใช้ออนไลน์ทุกวิถีทางให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเสิร์ชข้อมูล, ท่องเว็บ, และกิจกรรมออนไลน์อื่นๆ

ทั้งนี้ เพื่อนำไปเป็นประโยชน์ทางธุรกิจทั้งตัวกูเกิ้ลเอง และผู้ทำธุรกิจโฆษณาเธิร์ดปาร์ตี้อื่นๆ ด้วย แต่เมื่อไม่นานมานี้ กูเกิ้ลกลับโดนเสียงครหาในแง่ที่มีการรวบรวมข้อมูลการซื้อของบนโลกออนไลน์ของผู้ใช้มานานติดต่อกันหลายปี

ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เนื่องจากกูเกิ้ลเองก็มีประวัติการจัดเก็บข้อมูลลูกค้าอย่างเช่น การอ่านเนื้อหาอีเมล์เพื่อคัดเลือกโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมาแสดง ไปจนถึงการจัดเก็บข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้แอนดรอยด์ โดยไม่ได้ขออนุญาตหรือแจ้งให้ผู้ใช้รู้ตัวอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

จากรายงานของ CNBC ระบุว่า กูเกิ้ลได้ใช้ Gmail ในการเก็บข้อมูลการช็อปออนไลน์ ตั้งแต่เว็บที่ช็อป, สินค้า, และมูลค่าของแต่ละธุรกรรม โดยเฉพาะกรณีที่มีการส่งใบเสร็จเข้าอีเมล์ของบัญชีผู้ใช้ Gmail โดยจะเห็นได้จากฟีเจอร์กูเกิ้ลที่เรียกว่าหน้า “Purchase” (myaccount.google.com/u/4/purchases) ที่เก็บข้อมูลการซื้อออนไลน์ในอดีตไว้ทั้งหมด

ที่มา : Hackread

from:https://www.enterpriseitpro.net/gmail-wittingly-storing-your-online-purchase-data-for-years/

กูเกิลถอด Huawei Mate 20 Pro ออกจากมือถือที่ร่วมทดสอบ Android Q Beta

ต่อเนื่องจากกรณีกูเกิลตัดสัมพันธ์กับ Huawei โดยก่อนหน้านี้ Huawei ให้ข้อมูลว่าสมาร์ทโฟนในปัจจุบันจะได้อัพเดตแพตช์ความปลอดภัยต่อไป แต่ไม่เอ่ยถึงการอัพเกรดเวอร์ชันของ Android เป็นเวอร์ชันใหญ่ ก่อให้เกิดคำถามตามมาว่าตกลงแล้ว สมาร์ทโฟนของ Huawei จะได้อัพเวอร์ชันหรือไม่ (สถานะปัจจุบันคือ Huawei ยังไม่ตอบเรื่องนี้ตรงๆ)

ล่าสุดกูเกิลถอดชื่อของ Huawei Mate 20 Pro ออกจากหน้าเว็บ Android Q Beta Devices เรียบร้อยแล้ว กูเกิลเพิ่งประกาศในงาน Google I/O 2019 เมื่อต้นเดือนนี้เองว่ามีแบรนด์ใดบ้างเข้าร่วมทดสอบ Android Q ซึ่ง Huawei ก็เป็นหนึ่งในนั้น

มือถือที่ Huawei ส่งเข้าร่วมมี Mate 20 Pro เพียงรุ่นเดียว และรับเฉพาะนักพัฒนาแอพบน Play Store ที่ต้องผ่านการคัดเลือกจาก Huawei ก่อนเท่านั้น ผู้ที่ได้รับผลกระทบ (อัพเดตเป็น Q Beta ไปแล้วไม่ได้ไปต่อ) โดยตรงคงมีไม่มาก

แต่การที่กูเกิลถอดรายชื่อ Mate 20 Pro ออกจากรายชื่ออุปกรณ์ร่วมทดสอบ Android Q ก็น่าจะเป็นสัญญาณว่าโอกาสที่ Mate 20 Pro รวมถึงมือถือรุ่นอื่นๆ ของ Huawei จะได้อัพเกรดเป็น Q มีน้อยลงเข้าไปอีก

ที่มา – 9to5google

ภาพรายชื่อแบรนด์ที่เข้าร่วม Android Q Beta Program บนเวทีงาน Google I/O 2019

No Description

Huawei Mate 20 Pro บนหน้าเว็บ Android Q Beta Devices (ภาพจากเวอร์ชันแคช)

No Description

from:https://www.blognone.com/node/109917