คลังเก็บป้ายกำกับ: GOOGLE

รู้หรือไม่? อะไรที่ทำให้ดู YouTube ได้ภาพที่คมชัดและโหลดไวมากขึ้น

ทางบริษัทแม่ของยูทูปอย่าง Google ได้ออกมากล่าวว่า วิดีโอบนแพลตฟอร์มตัวเองตอนนี้ให้ภาพที่คมชัดและโหลดไวขึ้นกว่าเดิมมาก ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทได้ออกแบบชิปประมวลผลใหม่ด้วยตัวเองสำหรับนำมาใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อบีบอัดคอนเทนต์วิดีโอ

โดยชิปตัวนี้ทางกูเกิ้ลตั้งชื่อว่า Video (Trans) Coding Unit หรือ VCU ทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าซีพียูแบบเดิมที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเข้ารหัสวิดีโอโดยเฉพาะ ชิป VCU นี้จะให้คุณภาพวิดีโอบนยูทูปที่สูงที่สุดขณะที่ใช้แบนด์วิธน้อยลงมาก

สำหรับการประมวลผลทางฝั่งของกูเกิ้ลนั้นจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพพร้อมๆ กับลดค่าใช้จ่ายด้านระบบที่รองรับลง ทั้งนี้กูเกิ้ลอธิบายถึงแรงผลักดันว่า มาจากการที่ยูทูปมีปริมาณการใช้งานพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค

ชิป VCU ประมวลผลได้ประสิทธิภาพมากกว่าระบบเดิมของกูเกิ้ลถึง 22 – 33 เท่า การพัฒนาชิปใหม่นี้กูเกิ้ลให้ความสำคัญทั้งด้านความสามารถและค่าใช้จ่ายในการใช้งานในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ ที่รวมถึงต้นทุนการออกแบบและพัฒนาชิปตามที่กูเกิ้ลต้องการนี้ด้วย

ที่มา : DCK

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-s-new-custom-data-center-chip/

Google จับมือพาร์ทเนอร์ เตรียมเปิดตัว docking station เพื่อใช้งานกับ Chrome OS

Google จับมือบริษัทผลิตอุปกรณ์เสริมเช่น Targus และ Hyper Acer, Belkin เตรียมออกอุปกรณ์เสริม docking station ในโครงการ Works with Chromebook เน้นลูกค้าองค์กรที่นิยมใช้ docking station ร่วมกับโน้ตบุ๊กอยู่แล้ว

docking station ที่ร่วมในโครงการนี้จะสามารถอัพเดตเฟิร์มแวร์ได้อัตโนมัติผ่าน Chrome OS และมีสองขนาดคือขนาดใหญ่ต่อจอแยกได้สามจอผ่านพอร์ต HDMI, DP และ USB-C หรือขนาดเล็ก ต่อพอร์ต HDMI ได้ 1 พอร์ตสำหรับพกพาและเดินทาง และแม้จะออกแบบมาเพื่อ Chrome OS แต่จะยังสามารถใช้กับโน้ตบุ๊ก Windows และ MacOS ได้เช่นกัน

ที่มา – Google

No Description

from:https://www.blognone.com/node/122560

Google Play เตรียมออกกฎเหมือน App Store นักพัฒนาต้องแจ้งว่าแอพเก็บข้อมูลอะไรบ้าง

เมื่อปลายปีที่แล้ว แอปเปิลออกกฎให้แอพบน App Store ต้องประกาศข้อมูลความเป็นส่วนตัว แอพต้องระบุว่าเก็บข้อมูลใดบ้าง

วันนี้ กูเกิลเดินตามรอยแอปเปิลโดยประกาศมาตรการแบบเดียวกันของ Google Play Store ให้แอพต้องประกาศข้อมูลด้านความปลอดภัย (เช่น การเข้ารหัส), การเก็บข้อมูล-วิธีการให้ผู้ใช้ขอลบข้อมูลตัวเอง, นโยบายด้านเด็กและครอบครัว ฯลฯ

ประกาศของกูเกิลเป็นแค่การแจ้งเตือนล่วงหน้าให้เตรียมตัว รายละเอียดว่าจะต้องประกาศอะไรบ้างจะตามมาใน Q3/2021, เริ่มรับข้อมูลจากนักพัฒนาใน Q4/2021, เริ่มแสดงข้อมูลให้ผู้ใช้เห็น Q1/2022 และเส้นตายที่นักพัฒนาต้องประกาศข้อมูลคือ Q2/2022

No Description

No Description

ที่มา – Google

from:https://www.blognone.com/node/122556

กูเกิลจะเริ่มเปิดใช้ล็อกอิน 2FA เป็นดีฟอลต์ ต้องยืนยันตัวตนอีกชั้นผ่านมือถือ

กูเกิลประกาศยกระดับความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้ โดยจะเปิดใช้ two-step verification (2SV หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า 2FA) เป็นค่าดีฟอลต์ ผู้ใช้จะต้องยืนยันตัวตนผ่าน Google prompt บนสมาร์ทโฟน แม้ไม่ได้เปิดใช้งาน 2SV/2FA ก็ตาม

กูเกิลบอกว่าจะเปิด 2SV สำหรับบัญชีที่มีคอนฟิกไว้อย่างเหมาะสม (appropriately configured) ซึ่งไม่ได้บอกชัดว่าหมายถึงอะไร แต่น่าจะหมายถึงมีล็อกอินบัญชีกูเกิลไว้บนสมาร์ทโฟนอยู่แล้ว ในกรณีที่เป็นมือถือ iOS สามารถใช้แอพ Google Smart Lock เพื่อยืนยันตัวตนได้แบบเดียวกับ Android

การเปิดใช้ 2SV จะเริ่มในเร็วๆ นี้ แต่ไม่ระบุชัดเจนว่าเมื่อไร (ใช้คำว่า soon)

นอกจากนี้ กูเกิลยังประกาศว่า Chrome for iOS รองรับฟีเจอร์ Password Manager แล้ว และ Password Manager บนทุกแพลตฟอร์มยังเพิ่มฟีเจอร์ Password Import สามารถนำเข้าไฟล์รหัสผ่านที่เป็น .csv มาเก็บรวมกันในระบบของกูเกิลได้ด้วย

ที่มา – Google

No Description

from:https://www.blognone.com/node/122552

Google ออกนโยบายทำงานแบบไฮบริด เข้าออฟฟิศ 3 วัน, เลือกสถานที่ทำงานได้

หลังจากที่พนักงาน Google ในสหรัฐฯ​ เริ่มกลับมาทำงานที่ออฟฟิศแล้ว Sundar Pichai ซีอีโอ Google ได้ออกประกาศนโยบายทำงานแบบไฮบริด โดยกำหนดนโยบายการทำงานของ Google ใหม่ที่ให้พนักงานทำงานได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม โดยขึ้นกับว่าพนักงานกำลังทำงานในส่วนผลิตภัณฑ์ใดและอยู่ในทีมไหน

นโยบายของ Google คือจะในแต่ละสัปดาห์จะให้พนักงานใช้เวลา 3 วันในออฟฟิศ และอีก 2 วันทำงานที่ไหนก็ได้ที่ให้ผลงานดี (wherever they work best) ซึ่งในออฟฟิศจะเป็นงานที่ต้องร่วมมือกันทำเป็นหลัก การที่จะเข้ามาออฟฟิศเมื่อไรจะให้ขึ้นกับงานและผลิตภัณฑ์ที่กำลังทำอยู่ ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะงานที่ทำด้วย เนื่องจากงานบางอย่างจำเป็นต้องเข้าออฟฟิศมากกว่า 3 วัน

นอกจากการทำงานที่ออฟฟิศตามปกติแล้ว ภายในกลางเดือนมิถุนายน Google จะออกขั้นตอนที่อนุญาตให้ผู้ใช้ทำงานได้ไม่จำกัดแค่เฉพาะที่ออฟฟิศหลัก คือสามารถเข้าไปทำงานที่ไซต์ไหนก็ได้ของ Google ทั่วโลกที่มีระบบพร้อมซัพพอร์ตการทำงานของพนักงาน รวมถึงมีตัวเลือกให้ทำงานระยะไกลแบบ 100% (completedly remote work) สำหรับงานบางอย่าง

สุดท้ายคือนโยบายเพื่อความยืดหยุ่นในการดำเนินชีวิต Google จะอนุญาตให้พนักงานทำงานนอกจากออฟฟิศหลักเป็นระยะเวลานานสุดถึง 4 สัปดาห์ต่อปี (ต้องผ่านการอนุมัติจากหัวหน้างานก่อน), มี focus time ที่จะจำกัดการประชุมภายในช่วงเวลานั้น เพื่อให้พนักงานร่วมกันพัฒนาโปรเจคอย่างเต็มที่ และ reset days ที่ช่วยให้พนักงาน recharge ตัวเองจากสถานการณ์แพร่ระบาด โดย reset day รอบถัดไปคือวันที่ 28 พฤษภาคมนี้

ที่มา – Google

No Description
ภาพจาก Google

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/122548

Google (เผลอ) ยืนยัน Pixel 6 มาพร้อมกับชิป Whitechapel จาก Google Silicon แน่ ๆ

เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้มีข่าวลือออกมาว่า Pixel 6 ว่าที่มือถือเรือธงป้ายแดงของ Google จะสลัดหนีจาก Qualcomm พร้อมกับหันมาใช้ชิป Google Silicon ที่พวกเขาร่วมพัฒนากับ Samsung อย่าง Whitechapel ล่าสุด Google ก็ได้ออกมายืนยันแบบเผลอ ๆ หลุด ๆ แล้วว่าชิป Whitechapel นั้นมีตัวตนจริง ๆ แถมจะถูกใช้ขับเคลื่อนมือถือ Pixel อีกด้วย

ทีมวิศวกรของ Google ได้เผลอคอมเมนต์ตอบข้อสงสัยทั่ว ๆ ไปในบอร์ด ซึ่งหากไม่ได้สังเกตอะไร ความคิดเห็นของทีมงานคนนั้นก็น่าจะมีอะไรสำคัญ ๆ แต่ถ้าเพื่อน ๆ ลองดูใน URL ดี ๆ จะเห็นคำว่า “GS101” และ “Whitechapel” แถมก่อนหน้ายังมีคำว่า P21 ซึ่งอาจจะหมายถึง Pixel 2021 หรือ Pixel 6 ที่มีคิวจะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ซึ่ง Whitechapel เป็นชื่อเรียกันภายในของชิป Google Silicon ที่ Google อาจจะตัดชื่อว่า GS101 ในการเปิดตัวสู่ตลาดสมาร์ทโฟน ทำให้ข้อมูลนี้น่าจะเป็นการยืนยันแบบกลาย ๆ ของ Google แล้วล่ะ ว่ามือถือเรือธงรุ่นต่อไปของพวกเขา จะมาพร้อมกับชิปเซ็ต Custom ที่พวกเขาไปจับมือกับ Samsung ร่วมด้วยช่วยกันพัฒนา

 

ที่มา: 9to5google

from:https://droidsans.com/google-accidentally-spilled-the-beans-about-its-in-house-chipset/

Google เปิดตัว Entertainment Space อินเทอร์เฟซใหม่สำหรับแท็บเล็ต Android

Google เปิดตัว Entertainment Space หน้าแสดงผลคอนเทนต์ด้านความบันเทิงแบบครบวงจรสำหรับแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Android ประกอบด้วย ภาพยนตร์ รายการทีวี วิดีโอ เกม และหนังสือต่าง ๆ ทั้งหมดมัดรวมกันอยู่ในที่เดียว เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงเนื้อหาต่าง ๆ โดยไม่ต้องสลับแอปบ่อย ๆ ให้วุ่นวาย

การออกแบบ Entertainment Space นี้จะค่อนข้างคล้ายคลึงกับ Google TV และอินเทอร์เฟซใหม่ของ Android TV คือ แท็บเมนูหลัก ๆ จะอยู่ที่ด้านบนทั้งหมด มีด้วยกัน 3 รายการ ได้แก่ Watch, Games และ Read พอไถหน้าจอลงมาก็จะเป็นการแสดงผลเนื้อหาต่าง ๆ ในแต่ละหมวดหมู่ ซึ่งได้ถูกปรับให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละคนตามพฤติกรรมและความสนใจ

Entertainment Space จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปี 2564 นี้ ซึ่งแท็บเล็ต Android ที่ออกมาหลังจากนั้นอาจมาพร้อมกับอินเทอร์เฟซนี้ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง แต่ Walmart จะได้ประเดิมใช้งานเป็นเจ้าแรกกับแท็บเล็ต onn. ของตัวเอง ส่วนพวกแท็บเล็ตที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันอาจได้รับอัปเดตในอนาคตจากผู้ผลิต เบื้องต้นที่มีการเปิดเผยคือ Lenovo กับ Sharp

นอกจากนี้ Google ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ผู้ใช้งานแท็บเล็ต Android มีจำนวนมากขึ้นถึง 30% หากเทียบกับปี 2563 แต่ถึงกระนั้น สถิติจาก IDC บ่งชี้ว่า ยอดขายในภาพรวมยังตามหลัง Apple อยู่อีกมาก โดย iPad มียอดส่งมอบทั่วโลกคิดเป็น 32.5% ของตลาด Samsung กับ HUAWEI ไล่มาห่าง ๆ ที่ 19.1% และ 9.8% ตามลำดับ

 

ที่มา : Google | IDC

from:https://droidsans.com/google-entertainment-space/

Microsoft, Google และ IBM ประกาศร่วมมือพัฒนา Open Cloud Security Framework

Microsoft, Google และ IBM ประกาศร่วมมือพัฒนา Open Cloud Security Framework เพื่อเป็นมาตรฐานกลางสำหรับส่งข้อมูล Security Alert ที่ใช้งานร่วมกัน

Credit: Maksim Kabakou/ShutterStock

ในการรักษาความปลอดภัยของผู้ให้บริการ Cloud แต่ละรายจะมีรูปแบบและขั้นตอนการส่ง Security Information ไปยังระบบ Log หรือระบบรักษาความปลอดภัยภายในที่แตกต่างกัน จึงมีความยากลำบากหากต้องมีการสื่อสารระหว่างผู้ให้บริการ Cloud ทำให้ ONUG ซึ่งเป็น Open Enterprise Cloud Community ได้ริเริ่มแนวทางที่ต้องการสร้างมาตรฐานกลางในการส่งข้อมูล Security Information ขึ้นมา โดยจัดตั้งเป็น Framework ในชื่อ Cloud Security Notification Framework (CSNF) โดยมีผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่อย่าง Microsoft, Google และ IBM เข้าร่วมแล้ว นอกจากนี้ยังมีลูกค้ารายใหญ่หลายๆราย เช่น FedEx, Pfizer และ Goldman Sachs เข้าร่วมอีกด้วย ความร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการ Cloud มีมาตรฐานกลางในการส่ง Security Alert ระหว่างกัน ส่งผลให้สามารถตอบสนองต่อการโจมตีต่างๆที่เกิดบน Cloud ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่อย่าง AWS ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการนี้แต่อย่างใด แต่ผู้บริหารของ ONUG คาดว่า เมื่อ Framework นี้สำเร็จและเห็นผลลัพท์อย่างชัดเจน ทาง AWS จะต้องเข้าร่วมอย่างแน่นอน สำหรับแผนการทดสอบแรกของ Framework นี้จะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมปีนี้

ที่มา: https://techcrunch.com/2021/05/05/emerging-open-cloud-security-framework-has-backing-of-microsoft-google-and-ibm/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-google-ibm-collaborate-in-open-cloud-security-framework/

Google ประกาศแนวทางการทำงานแบบ “ไฮบริด” เข้าออฟฟิศ 3 วัน เลือกทำงานจากที่ไหนก็ได้

Google ประกาศแนวทางการทำงานแบบ “ไฮบริด” เข้าออฟฟิศสัปดาห์ละ 3 วัน อีก 2 วันทำงานจากที่บ้าน หรือจะเลือกทำงานแบบรีโมท ไม่เข้าออฟฟิศอีกเลยก็ได้

ในปี 2020 ที่ผ่านมา Google เป็นบริษัทที่เรียกได้ว่าสามารถปรับตัวเข้าสู่การทำงานในรูปแบบใหม่ ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ระบาดได้เป็นอย่างดี โดยประกาศให้พนักงานสามารถ Work From Home ได้จนถึงเดือนกรกฎาคม 2021 นี้ รวมถึง Sundar Pichai ซึ่งเป็น CEO ของ Google ก็เคยพูดถึงแนวโน้มที่ Google จะให้พนักงานทำงานแบบไฮบริดมาก่อนหน้านี้เช่นกัน

เมื่อปีที่แล้ว Google เคยทำการสำรวจความคิดเห็นภายในของพนักงานเกี่ยวกับการทำงานในออฟฟิศ พบว่า พนักงาน Google กว่า 62% ระบุว่า หากต้องกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศ ขอให้เป็นในบางโอกาสเท่านั้น ไม่ต้องการเข้ามาทำงานในออฟฟิศทุกวันเหมือนเดิม

โดยเหตุผลในการเข้าออฟฟิศหลักๆ คือ ต้องการเข้ามาพบเพื่อนร่วมงาน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการทำงาน และโปรเจ็คต่างๆ

ในปี 2021 นี้ Sundar Pichai ได้ส่งจดหมายถึงพนักงาน Google ทุกคน เพื่ออธิบายวิธีการทำงานแบบไฮบริดให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น พร้อมระบุด้วยว่ากว่า 20 ปีที่ผ่านมา พนักงาน Google เข้าออฟฟิศเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งในคาเฟ่ รอบๆ กระดานไวท์บอร์ด หรือแม้แต่ทำงานกันระหว่างเล่นกีฬาก็มี

ภาพจาก Google

เรียนรู้วิธีทำงานแบบ “ไฮบริด” ของ Google

ในจดหมายที่ Sundar Pichai ได้ส่งถึงพนักงาน Google ทุกคน ได้บอกถึงรายละเอียดการทำงานแบบไฮบริด ซึ่งพนักงานจะได้รับอิสระในการทำงานมากกว่าการทำงานแบบเดิมๆ ที่คุ้นเคยกัน

ตั้งแต่การทำงานที่เข้าออฟฟิศเพียง 3 วันต่อสัปดาห์ อีก 2 วันที่เหลือ พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้าน หรือจะทำงานจากที่ไหนก็ได้ที่พนักงานคิดว่าจะทำงานได้ดีที่สุด โดยออฟฟิศจะให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม Sundar Pichai อธิบายว่า งานบางประเภทก็อาจต้องเข้าออฟฟิศมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับลักษณะของงานนั้น

เลือกออฟฟิศได้ตามใจ อยากย้ายไปทำงานที่ออฟฟิศอื่นก็ได้

นอกจากจะเข้าทำงานที่ออฟฟิศเพียง 3 วัน และอีก 2 วันทำงานจากที่ไหนก็ได้ Google ยังอนุญาตให้พนักงานย้ายสถานที่ทำงานได้ตามสะดวก จะย้ายไปทำงานในออฟฟิศอื่นๆ ของ Google ก็ได้ หากมีโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการทำงานรองรับไว้แล้ว โดยจะต้องมีกระบวนการขออนุญาตก่อนล่วงหน้า

ทำงานแบบรีโมท 100% ไม่ต้องเข้าออฟฟิศอีกต่อไป

หลังจากนี้ Google จะอนุญาตให้พนักงานบางส่วนเลือกสมัครทำงานแบบรีโมท 100% คือ ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศอีกต่อไป เฉพาะบางสายงานที่สามารถทำได้ หรือหากพนักงานต้องการย้ายสถานที่การทำงานไปอยู่ที่อื่น ซึ่งไกลจากทีม หัวหน้าก็จะต้องประเมินก่อนว่าการทำงานแบบรีโมทจะสนับสนุนการทำงาน และเป้าหมายของทีมได้หรือไม่

นอกจากนี้ เงินค่าตอบแทนของพนักงานที่ตัดสินใจทำงานแบบรีโมท และย้ายสถานที่ออกไปอยู่ที่อื่น ก็จะต้องมีการปรับให้มีความเหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานที่การทำงานด้วยเช่นกัน

ด้วยรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด ที่พนักงานสามารถเข้าออฟฟิศเพียง 3 วัน วันอื่นๆ ทำงานแบบรีโมท หรือพนักงานบางคนเลือกที่จะทำงานแบบรีโมท 100% (ถ้าทำได้) ทำให้ Google คาดการณ์ว่า จะเหลือพนักงานที่เข้าออฟฟิศบางวันเพียง 60% ย้ายไปทำงานที่ออฟฟิศอื่นๆ ของ Google อีก 20% ส่วนอีก 20% เป็นคนที่ทำงานจากที่บ้าน

การทำงานที่ให้ความอิสระสูง วางแผนเที่ยว-ทำงานได้พร้อมกัน

พนักงานคนใดที่ยังต้องการเข้าออฟฟิศ ทำงานตามปกติ แต่ก็ยังอยากมีช่วงเวลาที่ไปเที่ยวระยะยาวโดยทำงานไปด้วยพร้อมกันได้ Google ก็มีทางออกเช่นเดียวกัน เพราะ Google อนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้นานสูงสุด 4 สัปดาห์ต่อปี เหมาะสำหรับพนักงานที่อยากวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในที่ต่างๆ โดยทำงานไปด้วยพร้อมกัน

นอกเหนือจากวิธีการทำงานที่ให้อิสระกับการทำงานแล้ว Google ยังมีวันพักผ่อนประจำปีของบริษัท ที่เรียกว่า Reset Days อีกด้วย เพื่อให้พนักงานได้ชาร์จพลังในช่วงที่เกิดสถานการณ์โรคระบาด ซึ่งในปีนี้ Reset Days จะตรงกับวันที่ 28 พฤษภาคมนี้

ที่มา – Google

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Google ประกาศแนวทางการทำงานแบบ “ไฮบริด” เข้าออฟฟิศ 3 วัน เลือกทำงานจากที่ไหนก็ได้ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/google-hybrid-work/

กูเกิลเปิดตัว Woolaroo โอเพ่นซอร์สใช้ AI แปลรูปภาพเป็นภาษาถิ่น มีเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์

กูเกิลนำโดย Google Arts & Culture แอปพลิเคชั่นเพื่อสำรวจวัฒนธรรมและงานศิลปะทั่วโลก เปิดตัว Woolaroo เครื่องมือโอเพ่นซอร์สใช้ AI บน Google Cloud ในการแปลความหมายของรูปภาพ ออกมาเป็นภาษาถิ่นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

ตัว Woolaroo ใช้ Google Cloud Vision API ในการแปลรูปภาพเป็นภาษาถิ่น พร้อมการออกเสียงด้วย โดยผู้ใช้งานถ่ายรูปแล้วอัปโหลดขึ้นระบบแล้วสามารถปรับแต่ง แก้ไขข้ความได้ ตอนนี้รองรับภาษาถิ่น 10 ภาษา เช่น Calabrian Greek, Louisiana Creole, Maori และ Yiddish เป็นต้น

No Description

ที่มา – กูเกิล

from:https://www.blognone.com/node/122533