คลังเก็บป้ายกำกับ: GET

GET เตรียมรีแบรนด์ใหม่ ยุบรวมกับ Gojek สตาร์ตอัประดับโลกจากอินโดนีเซีย

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 ทาง GET แอปพลิเคชั่นให้บริการเรียกรถ ส่งคน ส่งของ และสั่งอาหารชื่อดังในไทย ได้ประกาศว่า จะทำการรีแบรนด์ใหม่ โดยยุบรวมทั้งแอปและชื่อแบรนด์ GET เข้ากับ Gojek ซึ่งเป็นสตาร์ตอัปชื่อดังจากอินโดนีเซีย ภายใต้ทีมบริหารคนไทยชุดเดิม โดยมุ่งเน้นไปที่การต่อยอดความสำเร็จจาก GET และเพื่อพัฒนาแอปให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

Gojek คืออะไร มาจากไหน ?

อันที่จริงแล้ว Gojek ก็เป็นผู้ร่วมลงทุนใน GET ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว โดย Gojek นั้น เป็นแอปผู้ให้บริการแบบออนดีมานด์ระดับโลก (แอปที่ให้บริการหลายอย่าง ตามความต้องการของผู้ใช้) จากประเทศอินโดนีเซีย ที่มีจุดเริ่มต้นจากบริการเรียกรถ (คล้าย ๆ กับ Uber หรือ Grab นั่นเอง) และ Gojek ก็ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้มีบริการอื่น ๆ อีกเยอะแยะ เช่น ส่งคน ส่งของทั้งเล็ก-ใหญ่ ซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ต ซื้อตั๋ว หรือแม้แต่ซื้อยาจากร้านขายยา (อย่างถูกต้อง) ซึ่ง Gojek นั้น เปิดให้บริการหลายประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีพาร์ตเนอร์ในระบบเป็นจำนวนกว่า 2 ล้านคน พาร์ตเนอร์ร้านอาหารอีกกว่า 500,000 ราย ในกว่า 200 เมืองเลยทีเดียว

จุดประสงค์ของการรีแบรนด์ในครั้งนี้คืออะไร ?

จากความสำเร็จของ GET ในปีที่ผ่านมา จนถึงเดือนมิถุนายน 2563 ทาง GET นั้นได้ให้บริการผู้ใช้ไปกว่า 20 ล้านออเดอร์แล้ว โดย GET ต้องการต่อยอดความสำเร็จต่อไป จึงยุบรวมเข้ากับ Gojek ในครั้งนี้ โดยเป็นกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อให้ง่ายต่อการพัฒนาทั้งในด้านของตัวแอปและบริการนั่นเอง

จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจาก GET บ้าง ? แล้วจะได้ใช้เมื่อไหร่ ?

จากข้อมูลของทาง GET แจ้งว่า สิ่งสำคัญที่จะเปลี่ยนไป ก็คือตัวแอปจะมอบประสบการณ์การใช้งานใหม่ ๆ ที่ดีขึ้น ให้แก่ผู้ใช้ นอกจากนี้ ตัวแอปใหม่ยังสามารถใช้งานได้ในหลายประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และแน่นอนว่า รวมถึงประเทศไทยด้วย ส่วนที่ว่าจะได้ใช้งานเมื่อไหร่นั้น ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนในตอนนี้ แต่ก็คาดว่า จะเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ครับ

ลูกค้า GET เดิมจะทำยังไง ? ต้องสมัครใหม่มั้ย ?

สำหรับลูกค้าเดิมที่ใช้บริการ GET และมีบัญชีอยู่ก่อนแล้ว ทาง GET แจ้งว่า ไม่ต้องทำการสมัครใหม่ สามารถใช้งาน Gojek ผ่านบัญชีเดิมได้ทันที หลังจากที่ตัวแอป Gojek เปิดให้ดาวน์โหลดผ่าน App Store และ Play Store ภายในอีกไม่นานนี้ครับ

เรียกได้ว่า เป็นการรีแบรนด์ใหม่ที่น่าจับตามองมากทีเดียว ต้องมาดูกันว่า Gojek ในไทย จะสามารถก้าวไปอยู่ระดับเดียวกับประเทศแม่อย่างอินโดนีเซียที่มันถูกขนานามว่า ‘ซูเปอร์แอป’ หรือเปล่า ทั้งนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ

 

ที่มา/อ้างอิง : ประชาชาติธุรกิจ, ผู้จัดการออนไลน์, BrandInside, GET, Gojek

from:https://droidsans.com/get-rebranding-collaborate-with-gojek/

GET เตรียมรีแบรนด์สู่ Gojek เพื่อยกระดับประสบการณ์ และมอบโปรดักส์ระดับโลกแก่ผู้ใช้งานคนไทย

GET (เก็ท) ประกาศวันนี้ว่าจะทำการรวมแอพพลิเคชั่นและแบรนด์ GET เข้าภายใต้ Gojek (โกเจ็ก) และจะดำเนินงานในนาม Gojek ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจระยะยาวของบริษัท โดยเป็นการต่อยอดความสำเร็จของแพลตฟอร์ม GET ซึ่งเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา โดยจนถึงเดือนมิถุนายน 2563 GET ได้ให้บริการไปแล้วกว่า 20 ล้านออเดอร์ และได้มอบโอกาสในการสร้างรายได้ให้คนไทยจำนวนนับแสนราย

ในอีกไม่กี่สัปดาห์จากนี้ GET จะเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Gojek ในประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นและราบรื่นยิ่งขึ้น ตามพันธกิจที่มุ่งลดข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้บริการ แอพพลิเคชั่น Gojek ได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลก และเปิดให้สามารถใช้บริการได้ทั้งในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ทั้งนี้ แบรนด์ GoViet ในประเทศเวียดนามจะได้รับการอัพเกรดเป็นแบรนด์ Gojek เช่นกัน

Gojek

นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ Gojek ประเทศไทย กล่าวว่า “เราตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ที่แสดงให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นประเทศยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจของ Gojek นับตั้งแต่การเปิดตัว GET ในปี 2562 เราประสบความสำเร็จในการก่อตั้งและพัฒนาหนึ่งในแพลตฟอร์มออนดีมานด์ชั้นนำของประเทศ ผ่าน 4 บริการซึ่งได้รับอัตราความพึงพอใจของผู้ใช้งานสูงถึง 96% ขณะที่เรากำลังก้าวสู่การเติบโตในขั้นต่อไป ทีมบริหารชุดเดิมของไทยที่ได้พัฒนาและก่อตั้ง GET จะยังคงนำทีมบริหารและดำเนินธุรกิจของ Gojek ในประเทศไทยต่อไป พร้อมกับวางกรอบการพัฒนาโปรดักส์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการต่างๆ ของตลาดประเทศไทยที่มีการแข่งขันสูง โดยขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการนำจุดแข็งและศักยภาพของ Gojek มาขับเคลื่อนให้เราสามารถขยายธุรกิจและคงจุดยืนในฐานะบริษัทชั้นนำต่อไป”

Gojek เป็นกลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้บุกเบิกคอนเซปต์ “ซูเปอร์แอพ” รวมถึงโมเดลอีโค่ซิสเต็มที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นเข้ากับพาร์ทเนอร์คนขับที่อยู่ในระบบกว่า 2 ล้านคน และพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร GoFood อีกกว่า 500,000 ราย ในกว่า 200 เมืองทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
GET ก่อตั้งขึ้นด้วยพันธกิจเดียวกับ Gojek ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับชีวิตของผู้ใช้บริการ โดย GET ได้เชื่อมผู้ใช้บริการในกรุงเทพฯ เข้ากับพาร์ทเนอร์คนขับมากกว่า 50,000 คน และร้านอาหารอีกกว่า 30,000 แห่ง ที่กว่า 80% เป็นกลุ่มวิสาหกิจรายย่อยขนาดย่อม ด้วยการรีแบรนด์เป็น Gojek จะทำให้บริษัทสามารถสร้างสรรค์ผลกระทบเชิงบวก และเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ให้กับพาร์ทเนอร์ ด้วยการนำเทคโนโลยีระดับโลกมาเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดของผู้ใช้งานชาวไทย พร้อมนำฟีเจอร์และและโปรดักส์ในออนไลน์ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วและเต็มศักยภาพ

แอนดรูว์ ลี ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ (Group Head of International) ของ Gojek กล่าวว่า “GET ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในระยะเวลาอันสั้น และเราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นบันไดนำเราไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้น การรวมแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของเราเข้าด้วยกันเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในระยะยาว เพื่อให้เราสามารถส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้แก่ผู้ใช้งานทั้งในปัจจุบันและในอนาคตต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและทุ่มเทของ Gojek ต่อธุรกิจเราในตลาดต่างประเทศ ผ่านการเปิดตัวแบรนด์ของเราสู่ฐานผู้ใช้งานที่กว้างขึ้น เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับคนทั่วทั้งภูมิภาค”

ผู้ใช้บริการยังสามารถใช้บริการเดิม ทั้งบริการส่งอาหาร บริการเรียกรถจักรยานยนต์ บริการรับ-ส่งพัสดุ และบริการอีวอลเล็ต พร้อมจะสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นจากแอพพลิเคชั่นใหม่ของ Gojek สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมจะประกาศให้ทราบอีกครั้งเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ ผู้ใช้งาน GET ในปัจจุบัน รวมทั้งคนขับและร้านพาร์ทเนอร์ต่างๆ ยังคงสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่น GET ได้ตามปกติ

from:https://www.mobileocta.com/get-to-re-brand-gojek/

GET ประกาศรีแบรนด์ ใช้ชื่อ ‘Gojek’ เสริมกลยุทธ์ธุรกิจในระยะยาว

แบรนด์ GET(เก็ท) ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะรวมแอปพลิเคชั่นและแบรนด์ GET เข้าภายใต้ Gojek (โกเจ็ก) ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจระยะยาวของบริษัท

โดยบริษัทระบุว่าเป็นการต่อยอดความสำหรับหลัง GET เปิดตัวในปีที่ผ่านมา ซึ่งได้ให้บริการไปแล้วกว่า 20 ล้านออเดอร์ และได้มอบโอกาสในการสร้างรายได้ให้คนไทยจำนวนนับแสนราย

โดยแอปพลิเคชั่น Gojek จะเปิดตัวในประเทศไทยในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้บริการทั้งใน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม

นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ Gojek ประเทศไทย กล่าวว่า “ทีมบริหารชุดเดิมของไทยที่ได้พัฒนาและก่อตั้ง GET จะยังคงนำทีมบริหารและดำเนินธุรกิจของ Gojek ในประเทศไทยต่อไป พร้อมกับวางกรอบการพัฒนาโปรดักส์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการต่างๆ ของตลาดประเทศไทยที่มีการแข่งขันสูง โดยขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการนำจุดแข็งและศักยภาพของ Gojek มาขับเคลื่อนให้เราสามารถขยายธุรกิจและคงจุดยืนในฐานะบริษัทชั้นนำต่อไป”

แอนดรูว์ ลี ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ (Group Head of International) ของ Gojek กล่าวว่า “GET ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในระยะเวลาอันสั้น และเราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นบันไดนำเราไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้น”

ทั้งนี้ GET มีพาร์ทเนอร์คนขับมากกว่า 50,000 คน และร้านอาหารอีกกว่า 30,000 แห่ง การรีแบรนด์เป็น Gojek จะเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ให้กับพาร์ทเนอร์ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานชาวไทย

อย่างไรก็ตาม  ผู้ใช้งาน GET ในปัจจุบัน รวมทั้งคนขับและร้านพาร์ทเนอร์ต่างๆ ยังคงสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่น GET ได้ตามปกติ สำหรับรายละเอียดของแอปพลิเคชั่น Gojek จะประกาศให้ทราบอีกครั้งเร็วๆ นี้

 

from:https://www.thumbsup.in.th/get-rebrand-to-gojek?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=get-rebrand-to-gojek

GET เปลี่ยนชื่อเป็น Gojek พร้อมเดินหน้าธุรกิจด้วยผู้บริหารชุดเดิม

แม้จะออกตัวชัดเจนว่าเป็นบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจาก Gojek ทาง GET ก็ยังใช้ชื่อนี้ทำตลาดตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2562 แต่หลังจากนี้มันจะไม่ใช่อีกต่อไป เพราะ GET ประกาศ Rebrand เป็น Gojek แล้ว

Get gojek

กลยุทธ์ทั่วโลกผ่านทีมผู้บริหารเดิม

หลังจากให้บริการมากว่า 20 ล้านออร์เดอร์ และสร้างงานให้คนไทยหลายแสนราย ทาง GET เตรียมทำการรวมแอปพลิเคชั่น และแบรนด์ เข้าภายใต้ Gojek พร้อมทำตลาดในนาม Gojek ในอีกไม่กี่สัปดาห์หลังจากนี้ โดยบริษัทจะเดินหน้าตามกลยุทธ์ของบริษัทแม่ที่ต้องการบุกตลาดนอกประเทศอินโดนีเซียมากขึ้น ส่วนทีมบริหารในประเทศไทยยังใช้ชุดเดิม

ภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ Gojek ประเทศไทย กล่าวว่า ไทยยังเป็นประเทศยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจของ Gojek และการเปลี้ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทเติบโตไปอีกขั้น จากตอนนี้มีพาร์ทเนอร์คนขับมากกว่า 50,000 คน และร้านอาหารอีกกว่า 30,000 แห่ง

แอนดรูว์ ลี ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ (Group Head of International) ของ Gojek เสริมว่า GET ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในระยะเวลาอันสั้น และเราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นบันไดนำเราไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้น การรวมแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของเราเข้าด้วยกันเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในระยะยาว เพื่อให้เราสามารถส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้แก่ผู้ใช้งานทั้งในปัจจุบันและในอนาคตต่อไป

ทั้งนี้ผู้ใช้บริการยังสามารถใช้บริการเดิม ทั้งบริการส่งอาหาร บริการเรียกรถจักรยานยนต์ บริการรับ-ส่งพัสดุ และบริการอีวอลเล็ต พร้อมจะสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นจากแอพพลิเคชั่นใหม่ของ Gojek สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมจะประกาศให้ทราบอีกครั้งเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ ผู้ใช้งาน GET ในปัจจุบัน รวมทั้งคนขับและร้านพาร์ทเนอร์ต่างๆ ยังคงสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่น GET ได้ตามปกติ

ขณะเดียวกัน GoViet หรือธุรกิจของ Gojek ในเวียดนามก็จะเปลี่ยนชื่อเป็น Gojek เช่นกัน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/get-go-gojek/

GET ปรับแบรนด์กลับสู่ชื่อเดิม Gojek เตรียมทำตลาดไทยภายใต้ชื่อใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

Gojek ก็คือ GET เพราะในวันนี้ทางผู้ให้บริการรับส่ง GET ได้ประกาศครับว่า จะทำการรวมแอพพลิเคชั่น GET ให้เข้าไปภายใต้ Gojek และจะดำเนินงานต่อในประเทศไทยของเรา ในนามของ Gojek

สำหรับแพลตฟอร์ม GET ก็เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ดำเนินธุรกิจของ Gojek ที่มาทำการเปิดตัวในเมืองไทยเมื่อปีที่ผ่านมา จนถึงเดือนมิถุนายน 2563 บริการ GET ได้ให้บริการไปแล้วกว่า 20 ล้านออเดอร์สำหรับประเทศไทย แต่ในแผนการดำเนินธุรกิจขั้นต่อไป ทาง GET จะเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Gojek ในประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นและราบรื่นยิ่งขึ้น เพราะแอพพลิเคชั่น Gojek ได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มที่ใช้กันในระดับโลก โดยมีการเปิดให้สามารถใช้บริการได้ทั้งในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม เพราะทั้งนี้แบรนด์ GoViet ในประเทศเวียดนามก็จะได้รับการอัพเกรดให้เป็นแบรนด์ Gojek ร่วมด้วยเช่นกัน

โดยในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ผู้ใช้บริการยังสามารถใช้บริการเดิม ทั้งบริการส่งอาหาร, บริการเรียกรถจักรยานยนต์ บริการรับ-ส่งพัสดุ และบริการอีวอลเล็ต แต่จะได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นจากแอพพลิเคชั่นใหม่ของ Gojek สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมจะประกาศให้ทราบอีกครั้งเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ ผู้ใช้งาน GET ในปัจจุบัน รวมทั้งคนขับและร้านพาร์ทเนอร์ต่างๆ ยังคงสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่น GET ได้ตามปกติ

นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ Gojek ประเทศไทย กล่าวว่า “เราตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ที่แสดงให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นประเทศยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจของ Gojek นับตั้งแต่การเปิดตัว GET ในปี 2562 เราประสบความสำเร็จในการก่อตั้งและพัฒนาหนึ่งในแพลตฟอร์มออนดีมานด์ชั้นนำของประเทศ ผ่าน 4 บริการซึ่งได้รับอัตราความพึงพอใจของผู้ใช้งานสูงถึง 96% ขณะที่เรากำลังก้าวสู่การเติบโตในขั้นต่อไป ทีมบริหารชุดเดิมของไทยที่ได้พัฒนาและก่อตั้ง GET จะยังคงนำทีมบริหารและดำเนินธุรกิจของ Gojek ในประเทศไทยต่อไป พร้อมกับวางกรอบการพัฒนาโปรดักส์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการต่างๆ ของตลาดประเทศไทยที่มีการแข่งขันสูง โดยขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการนำจุดแข็งและศักยภาพของ Gojek มาขับเคลื่อนให้เราสามารถขยายธุรกิจและคงจุดยืนในฐานะบริษัทชั้นนำต่อไป”

GET ก่อตั้งขึ้นด้วยพันธกิจเดียวกับ Gojek ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับชีวิตของผู้ใช้บริการ โดย GET ได้เชื่อมผู้ใช้บริการในกรุงเทพฯ เข้ากับพาร์ทเนอร์คนขับมากกว่า 50,000 คน และร้านอาหารอีกกว่า 30,000 แห่ง ที่กว่า 80% เป็นกลุ่มวิสาหกิจรายย่อยขนาดย่อม ด้วยการรีแบรนด์เป็น Gojek จะทำให้บริษัทสามารถสร้างสรรค์ผลกระทบเชิงบวก และเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ให้กับพาร์ทเนอร์ ด้วยการนำเทคโนโลยีระดับโลกมาเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดของผู้ใช้งานชาวไทย พร้อมนำฟีเจอร์และและโปรดักส์ในออนไลน์ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วและเต็มศักยภาพ

แอนดรูว์ ลี ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ (Group Head of International) ของ Gojek กล่าวว่า “GET ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในระยะเวลาอันสั้น และเราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นบันไดนำเราไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้น การรวมแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของเราเข้าด้วยกันเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในระยะยาว เพื่อให้เราสามารถส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้แก่ผู้ใช้งานทั้งในปัจจุบันและในอนาคตต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและทุ่มเทของ Gojek ต่อธุรกิจเราในตลาดต่างประเทศ ผ่านการเปิดตัวแบรนด์ของเราสู่ฐานผู้ใช้งานที่กว้างขึ้น เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับคนทั่วทั้งภูมิภาค”

ข่าว: GET ปรับแบรนด์กลับสู่ชื่อเดิม Gojek เตรียมทำตลาดไทยภายใต้ชื่อใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/07/03/get-to-gojek-app.html

GET ขยายพื้นที่ให้บริการ พร้อมแล้วสำหรับลูกค้าในพื้นที่รอบกรุงเทพฯ 5 จังหวัด

GET (เก็ท) ผู้ให้บริการแบบออนดีมานด์เพื่อไลฟสไตล์คนเมืองและแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่เติบโตเร็วที่สุดในกรุงเทพฯ พร้อมแล้ววันนี้ ที่จะเปิดให้บริการกับลูกค้าใน 18 เขต ใน 5 จังหวัดรอบกรุงเทพฯ ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม 

จะสั่งอาหาร จากหลายหมื่นร้านดังทั้งในและรอบกรุงเทพฯ กับ GET FOOD (เก็ทฟู้ด) เดินทางเร็วและปลอดภัยด้วย GET WIN  (เก็ทวิน) หรือส่งของรับของง่ายๆ กับ GET DELIVERY (เก็ทเดลิเวอรี่) ก็สะดวกกว่า และยังสามารถชำระเงินออนไลน์ได้ปลอดภัยไร้สัมผัสกับ GET PAY

พิเศษ! สำหรับร้านอาหารใน 18 เขตเปิดใหม่ที่สนใจเป็นพาร์ทเนอร์กับ GET รับเลยโปรโมชั่นพิเศษ ทดลองเป็นพาร์ทเนอร์กับ GET โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น ตั้งแต่วันที่เริ่มให้บริการบน GET – 31 สิงหาคม 2563 สมัครได้แล้ววันนี้เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ เพิ่มลูกค้า และสร้างรายได้เสริมให้กับคุณ สมัครได้ง่ายๆ ทางออนไลน์ที่ www.getthailand.com/merchant/  

ห้ามพลาด! สำหรับลูกค้า  GET FOOD ด้วยค่าส่งเริ่มต้นที่ 10 บาท พร้อมโปรโมชั่น Mid-Year Sale ที่ขนร้านดังมาลดสูงสุดถึง 50% ไม่ว่าจะเป็น เซ็ตสุดคุ้มมากมายจาก The Pizza Company (เดอะ พิซซ่า คอมปะนี) ราคาเริ่มต้นเพียง 119 บาท,  ทั้งลดทั้งแถมจาก Sukiya (สุคิยะ), และจานเด็ดจากฮั่วเซ่งฮง ติ่มซำ ตั้งแต่วันนี้ – 12 กรกฎาคม 2563

พร้อมให้บริการแล้วกับ 18 เขต ใน 5 จังหวัด ดังนี้

  1.  ลำลูกกา
  2. เมืองสมุทรปราการ
  3. บางกรวย
  4. ปากเกร็ด
  5. บางพลี
  6. เมืองนนทบุรี
  7. พระประแดง
  8. พุทธมณฑล
  9. ธัญบุรี (รังสิต)
  10.  กระทุ่มแบน
  11.  เมืองสมุทรสาคร
  12. พระสมุทรเจดีย์
  13. บางเสาธง 
  14. บางใหญ่
  15. สามพราน
  16. เมืองปทุมธานี
  17. บางบัวทอง
  18. คลองหลวง

ลูกค้าสามารถนั่งวิน ส่งของ และสั่งอาหารจากร้านโปรดและร้านยอดนิยมผ่าน GET ได้ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น GET จาก App Store และ Play Store และลงทะเบียนเพื่อใช้งาน

from:https://www.mobileocta.com/get-expanding-service-areas-ready-for-customers-in-the-area-around-bangkok-5-provinces/

ถัดจาก Grab คือ “Gojek” บริษัทแม่ GET ประกาศปลดพนักงาน 430 คน

Gojek
Gojek Photo: Shutterstock

ปลดพนักงานออก 9% ปิดตัวธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก

Gojek บริษัทแม่ GET ประกาศปลดพนักงานออกจากบริษัท 9% หรือประมาณ 430 คน

การปลดพนักงานของ Gojek ในครั้งนี้มาจากการปิดตัวธุรกิจในส่วนบริการ GoLife (บริการทำความสะอาดและนวดตามบ้าน) และ GoFood Festivals (ธุรกิจศูนย์อาหาร) ทำให้พนักงานที่ทำงานในธุรกิจ 2 ส่วนนี้ตกงานทันที

Andre Soelistyo และ Kevin Aluwi ซีอีโอร่วมทั้งสองคนระบุว่า นี่เป็นผลกระทบจากวิกฤตโควิด แต่ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่หลังจากนี้คือความไม่แน่นอนในอนาคต ซึ่งอาจจะทำให้บริษัทต้องปรับเปลี่ยนทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์ที่มีและรวมถึงการดำเนินธุรกิจทั้งหมด ดังนั้น การมุ่งโฟกัสไปยังหัวใจของธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยธุรกิจที่หลังจากนี้ Gojek จะให้ความสำคัญสูงสุดได้แก่ ธุรกิจชำระเงิน (payments), การขนส่งเดินทาง (transport), ส่งอาหาร (food delivery)

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวในการปลดพนักงานของ Gojek เกิดขึ้นหลังจากที่คู่แข่งรายสำคัญในภูมิภาคอย่าง Grab ประกาศปลดพนักงานเพื่อลดต้นทุนไปก่อนหน้านี้

ที่มา – Nikkei Asian Review, Techinasia

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/gojek-layoffs/

GET เปิดโครงการ “แบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์” ด้วยการสนับสนุนจาก Gojek เพื่อช่วยเหลือพาร์ทเนอร์คนขับและร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

(เก็ท) ผู้ให้บริการแบบออนดีมานด์เพื่อไลฟสไตล์คนเมืองและแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่เติบโตเร็วที่สุดในกรุงเทพฯ เปิดตัวโครงการแบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์ (Sharing Happiness) ด้วยงบประมาณกว่า 1.5 ล้านบาทที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของโกเจ็ก (Gojek Partner Support Fund) เพื่อมุ่งช่วยเหลือและสนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับและร้านอาหารต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

GET

พาร์ทเนอร์คนขับของ GET ได้ทำหน้าที่เป็นฮีโร่แถวหน้าเพื่อให้บริการแก่คนกรุงเทพฯ อย่างไม่หยุดยั้งตลอดช่วงวิกฤต และในขณะเดียวกันก็มีพาร์ทเนอร์ร้านอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะร้านเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โครงการแบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์ จึงได้เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนพาร์ทเนอร์ทั้งสองกลุ่มผ่านกิจกรรมที่แบ่งเป็นสองส่วน ดังนี้

·       อิ่มนี้ฟรีเพื่อพี่คนขับ โดยการมอบอาหารฟรีให้พาร์ทเนอร์คนขับของ GET ที่ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั่วกรุงเทพฯ ตลอดระยะเวลา 2 เดือน เพื่อช่วยเหลือคนขับหลายพันคนต่อสัปดาห์ ในขณะเดียวกันก็เพื่อช่วยเหลือร้านอาหารเอสเอ็มอีที่มีรายได้ลดลงจากสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยในแต่ละเดือนจะมีร้านอาหารจำนวน 30 ร้าน ที่เข้าร่วมโครงการ 

·       เงินช่วยเหลือเพื่อพี่คนขับ สำหรับพาร์ทเนอร์คนขับที่ติดเชื้อโควิด-19 หรือต้องถูกกักตัวจากหน่วยงานสาธารณสุขเนื่องจากอยู่ในเกณฑ์ที่มีความเสี่ยง ทำให้ไม่มีรายได้ GET จะมอบเงินช่วยเหลือให้แก่คนขับ ซึ่งเป็นสวัสดิการเพิ่มเติมจากประกันโควิด-19 ที่ได้มีการมอบให้แก่พาร์ทเนอร์คนขับในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอพพลิเคชั่น GET กล่าวว่า “พวกเราทุกคนที่ GET รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากที่พี่ๆ คนขับได้ทำงานกันอย่างเต็มที่แม้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค และทำให้เราสามารถมอบบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่งอาหาร ส่งของ หรือส่งคนให้กับคนกรุงเทพฯ ได้อย่างไม่ขาดตอน  GET ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญที่ช่วยส่งอาหารและบริการต่างๆ ให้สังคมยังเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงเวลาเช่นนี้ และเราเข้าใจดีว่าช่วงเวลานี้ไม่ง่ายเลยสำหรับทั้งคนขับและพนักงานร้านอาหารที่ยังคงกล้าหาญออกมาทำงานและรักษาการบริการให้ต่อเนื่อง บริษัทฯ เองจะพยายามต่อไปเพื่อสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของเราให้มีความเป็นอยู่ที่ดีและสามารถซัพพอร์ตครอบครัวของตนเองได้จนกว่าวิกฤตนี้จะผ่านพ้นไป” 

โครงการแบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของโกเจ็ก (Gojek Partner Support Fund) ซึ่งตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิอานัก บางซา บิซ่า (Anak Bangsa Bisa Foundation) กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของ Gojek กว่า 2 ล้านคนทั่วภูมิภาค โดยได้รับเงินสนับสนุนมาจากหลายส่วน ทั้งการบริจาคพนักงานของพนักงานของ Gojek ทุกประเทศรวมถึง GET ในประเทศไทย และการบริจาคจากองค์กรพาร์ทเนอร์ต่างๆ และอีกส่วนมาจากการปรับเปลี่ยนงบจากแผนการปรับขึ้นเงินเดือนเดิมของพนักงาน Gojek เพื่อมาเข้าสู่กองทุนนี้ 

ตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 GET ได้มีมาตรการ โครงการ และนโยบายต่างๆ มากมายภายใต้แคมเปญ #letsGETsafe เพื่อช่วยเหลือพาร์ทเนอร์ทั้งคนขับและร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการแจกหน้ากากอนามัย ประกันโควิด-19 สำหรับคนขับ และอื่นๆ ในขณะเดียวกันก็เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการทุกคนด้วยเช่นกัน

from:https://www.mobileocta.com/get-launches-the-project-sharing-happiness-for-all-partners/

GET จับมือ เดอะมอลล์ และไทยพาณิชย์ เปิดตัว “GET FOODHALL” บริการเดลิเวอรี่ใหม่ ส่งทุกความอร่อยจากห้างฯดัง ในออเดอร์เดียว

GET (เก็ท) แอปพลิเคชันสั่งอาหารที่เติบโตเร็วที่สุดในกรุงเทพฯ ประกาศความร่วมมือกับ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผู้นำธุรกิจศูนย์สรรพสินค้าครบวงจร และธนาคารไทยพาณิชย์ ผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง เปิดตัวบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ใหม่ล่าสุด GET FOODHALL (เก็ท ฟู้ดฮอลล์) เพื่อมอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นให้ผู้ใช้บริการ

โดยผ่านการนำอินไซต์ของผู้บริโภคมาผสานกับเทคโนโลยีแมชชีนเลิร์นนิ่ง (Machine Learning) ส่งมอบเป็นประสบการณ์การสั่งอาหารรูปแบบใหม่ ที่ลูกค้าสามารถสั่งอาหารจากหลากหลายร้านดังในห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์ผ่านแอปพลิเคชัน GET ได้สะดวกกว่าในออเดอร์เดียว และสามารถค้นหาเมนูที่ต้องการได้ง่ายกว่า พร้อมผนึกกำลัง 3 ฝ่าย GET เดอะมอลล์ และไทยพาณิชย์ ออกโปรโมชั่นแรงเพื่อเปิดประสบการณ์การสั่งอาหาร

Get Foodhall

ภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอปพลิเคชัน GET กล่าวว่า “GET ยินดีที่ได้รับความไว้วางใจและมั่นใจจากเดอะมอลล์ในโปรเจคนี้ โมเดล GET FOODHALL นี้ ที่นอกจากจะช่วยมอบทางเลือกของอาหารที่มากมายจากหลากหลายร้านดังในห้างของเดอะมอลล์แล้ว ยังมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการทั้งของ GET และเดอะมอลล์

โดยเราพัฒนาบริการนี้จากอินไซต์ของฟีเจอร์ Multi-Orders ของเรา ทำให้เราทราบว่าลูกค้าจำนวนมากนิยมสั่งอาหารจากหลายร้านในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น สั่งข้าวแล้วสั่งชานมไข่มุกด้วย เพื่อให้อาหารมาถึงพร้อมๆ กัน ทำให้บริการ GET FOODHALL นี้สามารถตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุดสำหรับผู้ใช้บริการกลุ่มนี้และกลุ่มอื่นๆ เพราะลูกค้าจะสามารถสั่งอาหารได้จากหลายร้านในออเดอร์เดียว และเสียค่าส่งครั้งเดียว

นอกจากนั้นเรายังได้พัฒนาระบบแมชชีนเลิร์นนิ่งขึ้นมา เพื่อให้การเลือกอาหารหลายพันรายการในห้างหนึ่งห้างเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น โดยระบบจะ Personalized แนะนำเมนูให้กับผู้ใช้บริการแต่ละคนจากข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลา โลเคชั่น และประวัติการสั่งซื้อที่ผ่านมา เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ง่ายและสะดวกขึ้น” 

ชุติเดช  ผู้เจริญทั่ว ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซุปเปอร์มาร์เก็ต (FOOD) บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด  กล่าวว่า “เดอะมอลล์เป็นผู้นำในธุรกิจรีเทลของประเทศที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง แต่ด้วยบริบทสังคมที่เปลี่ยนไปในภาวะโควิด-19 นี้ หนึ่งในวิสัยทัศน์ของเราก็คือการนำออนไลน์   เดลิเวอรี่ มาใช้เสริมความแข็งแกร่ง

เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับ GET ที่มีทั้งเทคโนโลยี ดาต้า และความเชี่ยวชาญในด้านฟู้ดเดลิเวอรี่ครั้งนี้ จะช่วยขยายธุรกิจในกลุ่มฟู้ดของเราให้เติบโตได้มากยิ่งขึ้น และจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหารทั้งในโซนห้างสรรพสินค้าและร้านในกูร์เมต์ มาร์เกต์ กว่า 100 ร้านทั่วกรุงเทพฯ และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ายิ่งขึ้น ภายในแอปพลิเคชันได้คัดสรรและรวบรวมเมนูยอดนิยม

โดยผ่านการวิเคราะห์และคัดกรองเทคโนโลยีเฉพาะของ GET จากฐานข้อมูลการใช้บริการของลูกค้า จนได้เป็น 4 หมวดหมู่ (4 Curated Collections) ที่ตรงตามความต้องการ และพร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของฟู้ดเลิฟเวอร์เดลิเวอรี่ ได้แก่ GET’s Picks ร้านแนะนำ, Snacks & Bites ร้านของกินเล่น, Popular Dish ร้านยอดฮิต, Street Food ร้านสตรีทฟู้ด โดยตอนนี้ เราเปิดตัวบริการ GET FOODHALL ที่ 5 สาขาหลัก

และเราตั้งเป้าว่าจะสามารถขยายบริการนี้ให้ครบทั้ง 13 สาขาของเดอะมอลล์ทั่วทุกมุมเมืองภายในสิ้นปี 2563 นี้ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าเราในทุกเขต”

นางสาวอรรัตน์ ชุติมิต รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Retail and Business Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุค Digital Disruption ธนาคารไทยพาณิชย์จึงให้ความสำคัญกับการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาพัฒนารูปแบบการให้บริการทางการเงินที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างตรงจุด

ล่าสุด ธนาคารได้สนับสนุนไอเดียและโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ของสองพันธมิตรทางธุรกิจอย่างเดอะมอลล์ และ GET ในการเปิดตัวโมเดล GET FOODHALL ที่จะช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการร้านค้า ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสอดคล้องกับกระแสฟู้ดเดลิเวอรี่ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการทดลองใช้งานบริการ GET FOODHALL ในช่วงเปิดตัว ธนาคารได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิต SCB M VISA เพียงแลกคะแนน M Point จำนวน 50 คะแนน แลกรับโค้ดส่วนลดมูลค่า 120 บาท สำหรับสั่งอาหารจาก GET FOODHALL ขั้นต่ำ 400 บาท/ออเดอร์ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2563 จำกัดจำนวน 2,000 สิทธิ์ตลอดระยะเวลาส่งเสริมการขาย หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด

ธนาคารหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบริการนี้จะสามารถสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ เพิ่มความสะดวกสบาย และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง”

บริการ GET FOODHALL ให้บริการแล้ววันนี้ในแอปพลิเคชัน GET โดยลูกค้าสามารถเลือกสั่งอาหารจากหลากหลายร้านดังในห้างสรรพสินค้า พารากอน เอ็มควอเทียร์ เอ็มโพเรียม เดอะมอลล์ บางแค และเดอะมอลล์ บางกะปิ ได้หลายร้านในออเดอร์เดียว พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม 3 ต่อ 

ต่อที่ 1 : ส่งฟรี (ภายในระยะ 3 กิโลเมตร) 

ต่อที่ 2 : ส่วนลดค่าอาหารสูงสุด 50% (จากร้านที่ร่วมรายการ)  

ต่อที่ 3 : โปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มจากทั้ง GET, บัตร M CARD และบัตรเครดิต SCB M VISA อาทิ คูปองส่วนลดเพิ่ม 15% ได้ง่ายๆ ในแอปพลิเคชัน GET ทุกสัปดาห์

พร้อมกันนี้สมาชิกบัตร M CARD และผู้ถือบัตรเครดิต SCB M VISA รับส่วนลดสูงสุด 120 บาท เพื่อกดแลกคะแนนผ่าน M CARD แอปพลิเคชัน รับรหัสส่วนลดง่ายๆ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 – 31 ธันวาคม 2563 สามารถตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GET และ M CARD แอปพลิเคชัน

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการช่วยลดจำนวนขยะพลาสติก ออเดอร์จากบริการ GET FOODHALL จาก GET จะจัดส่งด้วยถุงรักษ์โลกที่ผลิตจากพลาสติกชีวภาพทำจากอ้อยและแป้งมันสำปะหลัง ใช้หมึก Food Grade จากถั่วเหลือง และสามารถย่อยสลายได้ภายใน 180 วัน

สั่งได้ทุกเมนู ทุกร้านโปรดในดวงใจ ในออเดอร์เดียว กับ GET FOODHALL ได้แล้ววันนี้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GET จาก App Store และ Play Store

from:https://www.mobileocta.com/get-joins-forces-with-the-mall-and-siam-commercial-bank-to-launch-get-foodhall/

GET เปิดให้ใช้ GET PAY สำหรับจ่ายค่าอาหาร GET FOOD เพื่อให้บริการแบบไร้สัมผัสเต็มรูปแบบได้ง่ายและสะดวกกว่า

 

GET (เก็ท) ผู้ให้บริการแบบออนดีมานด์เพื่อไลฟสไตล์คนเมืองและแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่เติบโตเร็วที่สุดในกรุงเทพฯ เตรียมเปิดบริการ GET PAY (เก็ทเพย์) ให้พร้อมใช้ในการชำระค่าอาหารสำหรับบริการ GET FOOD (เก็ทฟู้ด) สำหรับลูกค้าทุกคนในวันพรุ่งนี้ (8 พฤษภาคม 2563) 

เพื่อให้ลูกค้า GET สามารถชำระค่าอาหารได้ง่ายและสะดวกกว่า และเลือกใช้บริการส่งอาหารแบบปลอดภัยไร้สัมผัส หรือ Contactless Delivery ได้อย่างเต็มรูปแบบและสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในสถาการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในขณะนี้

 

GET PAY สามารถใช้จ่ายเงินได้กับทุกบริการบนแพลตฟอร์มของ GET ไม่ว่าจะเป็นบริการเรียกรถจักรยานยนต์ หรือ GET WIN บริการส่งพัสดุ หรือ GET DELIVERY และบริการส่งอาหาร หรือ GET FOOD โดย GET PAY มีความปลอดภัยและสามารถใช้ชำระค่าบริการได้สะดวกกว่าสำหรับบริการ GET FOOD โดยมีข้อดีต่างๆ มากมาย ดังนี้

  • ใช้จ่ายค่าอาหารได้ทุกร้านบนแอพพลิเคชั่น GET โดยไม่จำกัดราคาค่าอาหารขั้นต่ำ หรือค่าอาหารสูงสุดในการสั่ง
  • ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยล่าสุดจาก GoPay และขั้นตอนการทำ Know-Your-Customer หรือ KYC ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของสํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
  • เติมเงินได้ง่ายและเงินเข้าวอลเลตในทันทีผ่านทางแอพพลิเคชั่น SCB Easy
  • ให้ลูกค้า คนขับ และร้านอาหาร สามารถหลีกเลี่ยงการจับเงินสดได้

GET

นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอพพลิเคชั่น GET กล่าวว่า “GET PAY เป็นดิจิตัลวอลเลตที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Money License จากทางธนาคารแห่งประเทศไทย ประกอบกับเทคโนโลยีระดับโลกจาก GoPay ดิจิตัลวอลเลตอันดับหนึ่งของอินโดนีเซีย

ผู้ใช้บริการของ GET สามารถวางใจในด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของบริการได้อย่างแน่นอน โดยบริการนี้จะช่วยลดความเสี่ยงให้ทั้งคนขับและลูกค้าของเรา และช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถได้บริการ contactless delivery อย่างสมบูรณ์”

ลูกค้าของ GET เพียงสมัครและลงทะเบียนยืนยันตัวตน จะสามารถเริ่มใช้บริการ GET PAY ได้ทันที ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป

 

from:http://mobileocta.com/get-is-open-to-use-get-pay-to-pay-for-get-food-food/