คลังเก็บป้ายกำกับ: GERMANY

เยอรมนีเตรียมบังคับให้ปั๊มน้ำมันทุกแห่งทั่วประเทศ ติดตั้งแท่นชาร์จรถไฟฟ้า

เยอรมนีเตรียมผลักดันและสนับสนุนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศไปอีกขั้น ด้วยการกำหนดให้ปั๊มน้ำมันทุกแห่งทั่วประเทศ ต้องติดตั้งแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นดีมานด์ของรถยนต์ไฟฟ้าและแก้ปัญหาเรื่องสถานีชาร์จ

แผนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนกู้เศรษฐกิจของเยอรมนีมูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านยูโร โดยนอกจากสถานีชาร์จแล้ว รัฐบาลยังช่วยออกเงินสนับสนุนให้ผู้ที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและเพิ่มภาษีรถยนต์สันดาปขนาดใหญ่อย่าง SUV ที่ปล่อยมลพิษปริมาณมากด้วย

จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในเยอรมนีถือว่าค่อนข้างน้อย ข้อมูลจากกรมการขนส่งของเยอรมนีชี้ว่า ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าที่มาจดทะเบียนรถใหม่มีเพียง 3.3% เท่านั้น ขณะที่ทั้งปี 2019 จำนวนรถไฟฟ้าที่ยื่นจดทะเบียนมีเพียงไม่ถึง 2% เท่านั้น โดยประธานบริษัทด้านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของพลังงานสะอาดมองว่า สาเหตุที่รถไฟฟ้าขายได้น้อย เพราะผู้คนส่วนยังคงกังวลเรื่องระยะทางที่รถไฟฟ้าจะวิ่งได้ ซึ่งการสนับสนุนให้ปั๊มน้ำมันที่เปิด 24 ชม. มีแท่นชาร์จน่าจะช่วยแก้ปัญหานี้ไปได้

ที่มา – Reuters

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/116745

เยอรมันยอมใช้ Contact Tracing API ของกูเกิล/แอปเปิล หลังแอปเปิลไม่ยอมให้ใช้ BLE ตลอดเวลา

รัฐบาลเยอรมันออกแถลงการณ์เตรียมใช้ Contact Tracing API ของกูเกิลและแอปเปิล โดยทิ้งแนวทางการสร้างโปรโตคอลของตัวเองหลังจากแอปเปิลไม่เปลี่ยนท่าทีที่ไม่อนุญาตให้แอปพลิเคชั่นปล่อยสัญญาณ Bluetooth Low Energy (BLE) ด้วยตัวเองเมื่อทำงานเบื้องหลัง

แหล่งข่าวในรัฐบาลเยอรมันระบุกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่าแอปเปิลปฎิเสธที่จะเปลี่ยนแนวทาง โดยระบุว่าไม่มีแนวทางอื่นนอกจากรัฐบาลจะเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาแอปเท่านั้น

Contact Tracing API ของแอปเปิลและกูเกิลเป็นแนวทางแบบไร้ศูนย์กลาง (decentralized) นั่นคือฐานข้อมูลการเข้าใกล้ระหว่างกันจะอยู่ในโทรศัพท์ทั้งหมด เมื่อพบผู้ติดเชื้อและหน่วยงานสาธารณสุขได้รับโทรศัพท์ของผู้ติดเชื้อแล้ว การค้นหาผู้ที่เคยเข้าใกล้ผู้ติดเชื้อจะต้องอาศัยการส่งข้อมูลแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์ทุกเครื่องเพื่อให้แต่ละเครื่องตรวจสอบตัวเองว่าเคยเข้าใกล้ผู้ติดเชื้อหรือไม่ จากนั้นแอปของหน่วยงานสาธารณสุขจึงบอกกับผู้ใช้อีกครั้งว่าควรปฎิบัติตนอย่างไรหากเคยเข้าใกล้

แนวทางของรัฐบาลหลายแห่งเป็นแนวทางแบบรวมศูนย์ นั่นคือหน่วยงานสาธารณสุขสามารถค้นหาผู้เคยเข้าใกล้ผู้ติดเชื้อได้ทันทีที่ได้โทรศัพท์ของผู้ติดเชื้อมา โดยแอปที่ออกมาก่อนหน้านี้ เช่น TraceTogether ของสิงคโปร์ หรือหมอชนะของไทยล้วนใช้แนวทางนี้ อย่างไรก็ดีแอปพลิเคชั่นเหล่านี้ล้วนทำงานได้ไม่สมบูรณ์บน iPhone โดยผู้ใช้ต้องเปิดแอปบนหน้าจอตลอดเวลาจึงทำงานได้ ซึ่งทำให้ประโยชน์ของการทำ contact tracing นั้นจำกัดอย่างยิ่ง

ในยุโรปรัฐบาลประเทศต่างๆ ยังคงมีแนวทางต่างกันในการเก็บข้อมูลการเข้าใกล้ระหว่างกันนี้ โดยเยอรมันเคยต้องการใช้แนวทางรวมศูนย์แต่เพิ่งเปลี่ยนท่าที ทำให้ตอนนี้เหลือสองชาติหลังที่ยังยืนยันใช้แนวทางรวมศูนย์ คือ ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร

ที่มา – Yahoo! News

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/116011

แม้แต่ Lufthansa ยังไม่รอด ประกาศลดจำนวนฝูงบิน ชี้กว่าจะฟื้นใช้เวลาหลักปี

ลุฟท์ฮันซ่า สายการบินจากเยอรมันเตรียมที่จะปรับฝูงบินใหม่ โดยลดเครื่องบินลง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย หลังจากสายการบินก็ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

Lufthansa สายการบินลุฟต์ฮันซา
ภาพจาก Shutterstock

Lufthansa Group สายการบินรายใหญ่จากประเทศเยอรมัน ได้ประกาศลดจำนวนฝูงบินลง 6% จากจำนวนทั้งหมด หลังจากสายการบินได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ต้องปรับลดค่าใช้จ่ายอย่างหนัก ขณะเดียวกันสายการบินลูกของบริษัทอย่าว Eurowings นั้นงดให้บริการชั่วคราว ขณะที่ Austrian Airlines และ Brussels Airlines รวมไปถึง Swiss International Air Lines ก็มีการลดจำนวนฝูงบินลง

สำหรับเครื่องบินที่ Lufthansa จะปลดระวาง เช่น Airbus A380 จำนวน 6 ลำ Airbus A340-600 จำนวน 7 ลำ Boeing 747-400 จำนวน 5 ลำ รวมไปถึงเครื่องบินที่ให้บริการระยะสั้นอย่าง Airbus A320 จำนวน 11 ลำ เป็นต้น รวมทั้งหมดจำนวนกว่า 43 ลำ โดยสาเหตุการปลดระวางเครื่องบินเหล่านี้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับสายการบินมากขึ้นจากค่าใช้จ่ายของเครื่องบินเหล่านี้

Lufthansa มีมุมมองว่ากว่าอุตสาหกรรมการบินนั้นอาจใช้เวลาฟื้นตัวนับปี จากผลกระทบของการแพร่ระบาด COVID-19 โดยที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าสายการบินต่างๆ เริ่มที่จะลดค่าใช้จ่ายของสายการบิน เช่น การลดเงินเดือนพนักงาน การลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ฯลฯ เพื่อจะทำให้สายการบินอยู่รอดในช่วงเวลานี้ได้

ขณะเดียวกันสายการบินเตรียมจะพูดคุยกับสหภาพแรงงานของสายการบินในเรื่องของค่าจ้างที่อาจต้องปรับลดลง เพื่อจะช่วยให้สายการบินและพนักงานสามารถอยู่รอดด้วยกันได้ และยังเตรียมที่จะพูดคุยกับรัฐบาลเยอรมันในการหาทางช่วยเหลือเพิ่มเติมด้วย

ปัจจุบันสายการบินเหลือเครื่องบิน 5% ที่ได้บินให้บริการอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้สายการบินยังมองว่าการปรับฝูงบินครั้งนี้เป็นเรื่องดีด้วยซ้ำถ้าหากอุตสาหกรรมกลับมาสู่สภาวะปกติแล้ว การขยายฝูงบินด้วยเครื่องบินรุ่นใหม่ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีด้วยซ้ำ

ที่มา – CNN, BBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/lufthansa-cuts-fleet-size-after-effect-of-cover-19-and-prepared-to-talk-with-german-gov-too/

กลุ่มบริษัทยุโรปร่วมมือพัฒนาแอปติดตามผู้ใกล้ชิดผู้ป่วย COVID-19, เน้นรักษาความเป็นส่วนตัว

กลุ่มบริษัทยุโรปและสถาบันการศึกษา ร่วมกันตั้งหน่ยงานไม่หวังผลกำไรชื่อว่า Pan-European Privacy-Preserving Proximity Tracing
(PEPP-PT) โดยเป็นองค์กรจดทะเบียนในสวิสเซอร์แลนด์ กำลังพัฒนาแอปติดตามการเข้าใกล้ชิดระหว่างกันเพื่อเปิดทางให้องค์กรด้านสาธารณสุขสามารถติดตามตัวผู้ใกล้ชิดผู้ได้รับเชื้อ SARS-CoV-2 หรือเป็นสาเหตุของโรค COVID-19

แนวทางของ PEPP-PT นั้นแทบไม่เก็บข้อมูลกลับเซิร์ฟเวอร์เลยหากไม่ได้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ โดยแอปจะกระจายหมายเลขประจำตัวแบบไม่เปิดเผยตัวตน (anonymous ID) ให้กับโทรศัพท์รอบข้าง พร้อมกับเก็บประวัติการเข้าใกล้โทรศัพท์รอบข้างไว้ในตัวโทรศัพท์เอง ไม่มีการส่งกลับเซิร์ฟเวอร์ และจะเก็บประวัติไว้เท่าที่จำเป็นพร้อมกับลบข้อมูลเก่าออก

เมื่อผู้ใช้เข้ารับการตรวจและพบว่าติดเชื้อ SARS-CoV-2 แล้ว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะส่งโค้ดอัพโหลดให้กรอกในแอปเพื่อให้อัพโหลดประวัติการเข้าใกล้บุคคลอื่นขึ้นไปยังเซิร์ฟเวอร์ เซิร์ฟเวอร์จึงแจ้งเตือนไปยังผู้ที่เข้าใกล้ผู้ป่วย ส่วนเมื่อแจ้งเตือนแล้วผู้ได้รับแจ้งจะทำอย่างไรต่อไป (เข้ารับการตรวจ, กักตัวอยู่ในบ้าน ฯลฯ) เป็นการตัดสินใจของหน่วยงานสาธารณสุขแต่ละประเทศเอง

อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ตอบรับข้อเสนอของ PEPP-PT ว่าหลังจากการทดสอบหากพบว่าแอปนี้ช่วยให้การติดตามผู้ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อทำได้ง่ายเธอจะแนะนำให้ประชาชนดาวน์โหลดมาใช้งาน พร้อมกับสัญญาว่าเธอเองก็จะติดตั้งแอปนี้เช่นกัน

แนวทางของ PEPP-PT คล้ายกับแนวทาง TraceTogether ของรัฐบาลสิงคโปร์ อย่างไรก็ดี TraceTogether นั้นบังคับล็อกอินด้วยหมายเลขโทรศัพท์ก่อนใช้งาน และยังเก็บข้อมูลหมายเลขประจำตัวกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ ทำให้เซิร์ฟเวอร์ TraceTogether สามารถถือข้อมูลส่วนบุคคลมากกว่า PEPP-PT มาก

ที่มา – PEPP-PT, Spiegel

No Description

from:https://www.blognone.com/node/115621

ศาลเยอรมนีสั่ง Tesla หยุดสร้างโรงงานที่เบอร์ลินชั่วคราว หลังเจอประท้วงเรื่องสิ่งแวดล้อม

เมื่อปลายปีที่แล้ว Tesla ประกาศตั้งโรงงาน Gigafactory 4 ที่เบอร์ลิน ซึ่งถือเป็นโรงงานแห่งแรกของ Tesla ในยุโรปด้วย แต่กลับเจอประท้วง เพราะต้องถางป่าเพื่อสร้างโรงงาน ซึ่งผู้ประท้วงให้เหตุผลว่ากระทบสัตว์ป่าและแหล่งน้ำในบริเวณนั้น

ล่าสุด กลุ่มผู้ประท้วงยื่นเรื่องให้ศาลเยอรมนีสั่งคุ้มครองชั่วคราว มีผลให้ Tesla ต้องหยุดกระบวนการเตรียมพื้นที่เพื่อก่อสร้างโรงงานเช่นกัน ศาลให้เหตุผลว่าสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อเปิดรับฟังข้อมูลของทั้งสองฝ่ายก่อน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน

ในเยอรมนีเองก็มีความเห็นต่อการโรงงานของ Tesla เป็นสองฝ่าย ทั้งฝ่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และฝ่ายที่อยากเห็น Tesla เข้ามาตั้งโรงงาน เพราะเป็นการส่งเสริมการตั้งธุรกิจในประเทศ และช่วยเรื่องการจ้างงาน

ที่มา – BBC

โรงงาน Gigafactory 3 ที่จีน | รูปโดย Tesla

from:https://www.blognone.com/node/114703

เปิดโปง CIA เป็นเจ้าของบริษัทเข้ารหัสข้อมูลในสวิสเซอร์แลนด์ ขายดี กำไรงาม แอบดักฟังง่าย ไทยก็ซื้อ

หนังสือพิมพ์ Washington Post รายงานถึงบริษัท Crypto AG ในสวิสเซอร์แลนด์ว่าที่จริงแล้วเป็นหน้าฉากของ CIA และ BND (หน่วยงานข่าวกรองเยอรมัน) ที่ใช้บริษัทขายเครื่องเข้ารหัสที่แท้จริงแล้วออกแบบโดย NSA และวางช่องโหว่เอาไว้ภายใน จากนั้นขายให้รัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกให้ใช้ส่งข้อมูลลับที่ทั้ง CIA และ BND จะถอดรหัสได้โดยง่าย และบริษัทเพิ่งเลิกกิจการไปเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมานี้เอง

Crypto AG ก่อตั้งโดย Boris Hagelin ชาวรัสเซียที่ลี้ภัยไปอยู่ในนอร์เวย์และลี้ภัยสงครามไปอยู่ในสหรัฐฯ ภายหลังเขาสร้างเครื่องเข้ารหัส Hagelin’s M-209 ที่สามารถพกพาไปได้ แม้การเข้ารหัสจะไม่แข็งแรงนักแต่ก็ปิดบังข้อความได้หลายชั่วโมงซึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน กองทัพบกสหรัฐฯ สั่งซื้อ M-209 มูลค่าถึง 8.6 ล้านดอลลาร์ ภายหลัง Crypto ย้ายบริษัทไปอยู่สวิสเซอร์แลนด์ และรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ตกลงกับ Crypto AG ให้ขายเครื่องรุ่นล่าสุดให้สหรัฐฯ เท่านั้น ส่วนรัฐบาลอื่นจะซื้อได้เฉพาะรุ่นเก่ากว่า

แต่ภายหลัง Crypto AG เริ่มขายเครื่องเข้ารหัสอิเล็กทรอนิกส์ที่ภายในออกแบบโดย NSA โดยกระบวนการเข้าหัสออกแบบให้การเจาะรหัสทำได้ง่ายเป็นพิเศษ พร้อมกับยกเลิกข้อจำกัดการขายเครื่องรุ่นล่าสุดให้รัฐบาลต่างชาติ ทำให้เครื่องเข้ารหัสอิเล็กทรอนิกส์นี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในรัฐบาลนานาชาติ และเมื่อ Hagelin ทั้ง CIA และ BND ก็เข้าซื้อบริษัทมาดำเนินกิจการต่อเองผ่านการถือหุ้นปิดบังเจ้าของที่แท้จริง

Crypto AG ทำกำไรได้สูงและรายได้เติบโตต่อเนื่อง ภายในปี 1975 บริษัทก็มีพนักงานถึง 250 คน ขณะที่รายชื่อชาติที่ Crypto AG จะขายเครื่องเข้ารหัสรุ่นปลอดภัยให้นั้นลดลงเรื่อยๆ ทำให้ CIA สามารถดักฟังได้แม้จะเป็นชาติพันธมิตรกับนาโต้ เช่น กรีซ และตุรกี

รายชื่อชาติที่ซื้ออุปกรณ์จาก Crypto AG นั้นมีถึง 120 ชาติ รวมถึงสหประชาชาติ โดยแถบเอเชียมี ไทย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, เวียดนาม เป็นต้น

Crypto AG ปิดบริษัทไปเมื่อปี 2018 โดยขายทรัพย์สินและแบรนด์ออกทั้งหมด คาดว่ามีมูลค่า 50-70 ล้านดอลลาร์ โดยผู้ซื้อทรัพย์สินส่วนมากเป็นสองบริษัท คือ CyOne Security และ Cryto International ทั้งสองบริษัทปฎิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานข่าวกรองใดๆ

ที่มา – Washington Post

No Description

เครื่องเข้ารหัส C-36 ของบริษัท Crypto AG

No Description

รายการสินค้าของบริษัทจนถึงปี 1990

ภาพจากวารสาร Crypto Magazine ฉบับปี 2009

from:https://www.blognone.com/node/114669

ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในเยอรมนีเดือน ม.ค. เพิ่ม 61% ในขณะที่รถน้ำมันร่วง 17%

หน่วยงาน Kraftfahrt-Bundesamt หรือ KBA ของเยอรมนีมีหน้าที่รับจดทะเบียนรถยนต์ใหม่รวมถึงดูแลความปลอดภัยบนท้องถนน (เป็นหน่วยงานย่อยของกระทรวงคมนาคมอีกที) ได้รายงานตัวเลขการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในเยอรมนีเดือนมกราคม 2020 ที่ค่อนข้างน่าสนใจ

KBA ระบุว่าตลาดรถยนต์โดยรวมของประเทศถดถอยลง 7.3% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคมปีที่แล้ว (year-on-year) แต่ยอดจดทะเบียนของรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 61% มีส่วนแบ่งตลาด 3% และรถไฮบริดเพิ่มขึ้น 103% มีส่วนแบ่งตลาด 12.5%

ด้านรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินมียอดจดทะเบียนลดลง 17% มีส่วนแบ่งตลาด 51.5% ส่วนรถดีเซลลดลง 12% มีส่วนแบ่งตลาด 32.6% แปลว่าประชาชนซื้อรถน้อยลงแต่ถ้าซื้อก็มีแนวโน้มจะเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือไฮบริดกันมากขึ้นนั่นเอง

สาเหตุที่ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นทั้งที่ตลาดโดยรวมถดถอย ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะรัฐบาลเยอรมนีได้ประกาศปรับเพิ่มเงินอุดหนุนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยหากรถมีราคาไม่เกิน 40,000 ยูโร หรือ 1.36 ล้านบาท จะได้รับเงินอุดหนุนถึง 6,000 ยูโร หรือ 2 แสนบาท (ก่อนหน้านี้ให้ 4,000 ยูโร) แต่หากไปซื้อรถที่ราคาเกิน 60,000 ยูโรจะไม่ได้รับเงินอุดหนุนเลย

ที่มา – Automotive News Europe, Electrek

from:https://www.blognone.com/node/114605

Huawei ปฏิเสธหลังสื่อเยอรมนีบอกมีหลักฐานว่า Huawei ร่วมมือกับหน่วยข่าวกรองจีน

งานเข้า Huawei อีกคำรบแล้วเมื่อสำนักข่าว Handelsblatt ของเยอรมนีอ้างว่าตัวเองได้เอกสารลับของกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีที่ส่งมาจากสหรัฐเมื่อปลายปี 2019 ซึ่งเอกสารระบุว่า Huawei ร่วมมือและสมรู้ร่วมคิดกับหน่วยข่าวกรองของรัฐบาลจีน

ล่าสุด Huawei ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าข้าวกล่าวหาดังกล่าวนั้นเป็นข้อกล่าวหาเดิม ๆ ที่ไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานใด ๆ รองรับเลย และยืนยันอีกครั้ง (รอบที่ร้อย) ว่า Huawei ไม่เคยและไม่มีวันเปิดให้ใครเข้าถึงเครือข่ายและข้อมูลของลูกค้าได้

เยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศที่ค้านหัวชนฝามาตลอดในประเด็น Huawei โดยอ้างว่าสหรัฐไม่มีหลักฐานที่จับต้องได้ต่อข้อกล่าวหานี้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลเยอรมนีเองก็ยังค่อนข้างเสียงแตกในประเด็นนี้ ขณะที่สหราชอาณาจักรที่เคยค้านประเด็นนี้ด้วย ล่าสุดก็ออกกฎหมายที่ห้ามใช้งานอุปกรณ์ Huawei ในคอร์เน็ตเวิร์คและสถานีฐานสำคัญ ๆ รวมถึงห้ามไม่ให้มีส่วนแบ่งตลาดอุปกรณ์เครือข่ายเกิน 35% ด้วย

ที่มา – Reuters

No Descriptionภาพจาก Shutterstock

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114409

เยอรมัน เรียกร้องชาติ EU ต้องผลิต Chipset – Battery ใช้เองบ้าง ปูทางสร้าง Tech Giants ในยุโรป

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นาง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี ได้มีการให้ความเห็นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตไว้อย่างน่าสนใจ โดยประกาศชัดเจนถึงความเห็นของรัฐบาลเยอรมันในฐานะมหาอำนาจของสหภาพยุโรปว่า ชาติยุโรปต้องช่วยกันพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีให้เป็นของตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบหลักอย่าง Chipset และ Battery เพื่อสนับสนุนให้ยุโรปมี Tech Giants เกิดขึ้นมาแข่งขันกับสหรัฐและจีนได้บ้าง

Merkel เชื่อ การผลิต Chipset – Battery ได้เอง จะช่วยยกระดับยุโรปสู่ผู้ผลิตระดับเดียวกับ Tech Giants อย่าง สหรัฐ ฯ และ เอเชียตะวันออก

Angela Merkel ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Financial Times เอาไว้ก่อนที่งานประชุม World Economic Forum ที่จัดขึ้นในเมือง Davos ประเทศ Switzerland ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ซึ่ง Merkel จะเป็นหนึ่งในผู้นำทางความคิด มีประเด็นหลักที่นายกรัฐมนตรีหญิง 4 สมัยซ้อนของเยอรมันคนนี้จะได้กล่าวปาฐกถา คือกรณีการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของยุโรปที่อาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนให้ทันยุคสมัยมากขึ้นเสียที

พวกเรามีความเชื่อมั่นว่ายุโรปมีศักยภาพมากพอที่จะผลิต Chipset ได้เองในสเกลขนาดใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์แห่งอนาคต ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจ Cloud Computing และ เช่นเดียวกับการพัฒนานวัตกรรมของ Battery Cells เพื่อรองรับเทคโนโลยียานยนต์ที่พวกเราก็เป็นผู้นำที่แข็งแกร่งมาตลอด – Angela Merkel | นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งเยอรมนี

อันที่จริงสำหรับประเทศเยอรมันเองนั้น เป็นที่รู้กันดีสำหรับนานาชาติว่าพวกเขาคือผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมสำคัญของโลกมาอย่างโชกโชนในยุคที่เศรษฐกิจโลกนั้นขับเคลื่อนไปด้วยอุตสาหกรรมหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อเสียงด้านวิศวกรรมศาสตร์ ด้านเครื่องจักรกลและยานยนต์ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมของยุคที่ผ่านมา ก่อนที่ปัจจุบันดูเหมือนโฟกัสของโลกทั้งใบจะย้ายไปอยู่ที่การเคลื่อนไหวของชาติที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อย่าง สหรัฐอเมริกา จีน หรือเอเชียตะวันออก ถึงขนาดที่นาง Merkel ออกปากทำนองว่า “หากยุโรปไม่รีบเปลี่ยนแปลง ศูนย์กลางของเศรษฐกิจโลกอาจไม่หมุนกลับมาที่ยุโรปอีกเลย”

ยุโรปที่เคยยิ่งใหญ่ ปัจจุบันกลับไม่มีผู้นำด้านนวัตกรรมในภูมิภาค และอาจไม่ได้เป็นแม้แต่ผู้ผลิตหากไม่รีบปรับตัว

ประเทศอย่างสหรัฐ ฯ และเอเชียตะวันออกเป็นเจ้าของนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ หรือไม่ก็ถือครองกำลังและศักยภาพการผลิตที่ล้นเหลือสำหรับ Chipset ที่เปรียบเสมือนแกนสมองของเศรษฐกิจโลกใหม่ ชนิดที่เกิดการบัญญัติศัพท์ให้เป็นการเฉพาะเรียกธุรกิจกลุ่มนี้ว่า “Tech Giants” ส่วนศักยภาพด้านยานยนต์ที่เยอรมันและอีกหลายชาติในยุโรปเคยเป็นผู้นำ ก็กำลังถูก Disrupt อย่างรุนแรงจากเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าล้วนอย่าง Tesla และแบรนด์เล็กใหญ่จากจีน (บ้านเราก็เริ่มมีให้เห็นกันบ้างแล้วเช่น MG ZS EV จาก SAIC ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีน) ซึ่งเทคโนโลยี Battery ก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดอีก

โดยปัจจุบันมีผู้ถือครองสิทธิบัตรด้านนวัตกรรมชิพประมวลผลและแบตเตอรี่ศักยภาพสูงอยู่ไม่กี่ชาติ ได้แก่ สหรัฐ ฯ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน แถมประเทศกลุ่มนี้ก็ยังทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตหลักของโลกเสียเองด้วย (อันที่จริงต้องรวมแรงงานและศักยภาพการผลิตของภูมิภาคอาเซียนของเราเข้าไปด้วยเช่นกันนะ 8-)) ซึ่งเศรษฐกิจโลกใหม่ที่ว่า ก็คือการขับเคลื่อนไปด้วย Cloud Computing ทั้งในลักษณะโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่แทรกซึมอยู่ในทุกภาคส่วน เรากำลังพูดถึง Facebook – Google – Apple – Amazon – Microsoft – และ Online Platform ใด ๆ ที่เข้ามาทำลายวิธีการเดิม ๆ ในการดำเนินชีวิตนั่นแหละ ทุกอย่างนั้นใช่หมดเลย แต่ทุกวันนี้มาจากอเมริกา หรือไม่ก็จีนเป็นผู้คิดค้นหลักเสียมาก

แม้แต่อุตสาหกรรมเดิมที่เยอรมันว่าแน่อย่างยานยนต์ก็กำลังถูกรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแทนที่ชนิดตั้งตัวไม่ทัน ถึงแม้หลาย ๆ เจ้าเริ่มขยับกันแล้ว อย่างเช่น BMW – Mercedes Benz และแบรนด์ในเครือ Volkswagen เองก็ได้ทยอยกันเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าออกมาสู่ตลาดโลก แต่ก็ยังติดอยู่กับข้อจำกัดที่ว่าต้นทุนที่สูงที่สุดคือ Battery นั้นยังต้องพึ่งพาชนิดเกือบ 100% ยังคงมาจากจีนหรือไม่ก็เกาหลีใต้อยู่เลย โปรเจคที่ใกล้เคียงที่สุดคือการประกาศตั้งโรงงาน Battery ศักยภาพสูงในเยอรมันของ Volkswagen แต่สายการผลิตก็ยังคงต้องรอกันถึงปี 2023 เป็นอย่างน้อยถึงจะเริ่มผลิต Battery ใช้เองได้จริง ๆ

Huawei มียิ้ม ! ผู้นำยุโรปเลือกชัด แม้ต้องเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ขอเลือกวิธีการแบบ Trump เพราะไม่อยากตกยุค

นอกจากนาง Merkel ได้ให้ความเห็นเรื่องนี้เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจแล้ว อีกชาติที่พูดเรื่องนี้เอาไว้ค่อนข้างชัดในทางเดียวกันก็คือ ประธานาธิบดี Emmanuel Macron ของฝรั่งเศส ที่เคยกล่าวเอาไว้ว่า “อาจถึงเวลาที่เรา (ฝรั่งเศสและยุโรป) จะต้องสรรค์สร้างสิ่งใหม่ ๆ เพื่อคุ้มครองความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของยุโรปเอาไว้ให้ได้ ในระดับที่ทัดเทียมกับภูมิภาคอื่น ๆ เช่นเดียวกับที่ Airbus (ฝรั่งเศส) แข่งขันได้กับ Boeing (สหรัฐ ฯ) เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงขีดความสามารถของพวกเรา” แต่ถึงแม้จะต้องเสริมความแข็งแกร่งภายในมากเพียงใด เหล่าผู้นำยุโรปหลายชาติไม่ว่าจะเยอรมัน ฝรั่งเศส หรืออังกฤษ ก็ยังคงแสดงทีท่าที่ชัดเจนว่าจะไม่ใช้วิธีการเดียวกันกับ Donald Trump ที่ใช้วิธีการฟาดฟันทางการเมืองเช่นที่ทำอยู่กับ จีน และ Huawei อย่างแน่นอน

คำถามที่ว่า เยอรมันและยุโรปต้องการที่จะถอนรากถอนโคนระบบ Supply Chain ที่เชื่อมต่อกันอยู่ในเศรษฐกิจโลกออกให้หมด เพื่อดึงทุกอย่างกลับสู่เศรษฐกิจยุโรปเลยหรือไม่นั้น เราเชื่อมั่นมากเช่นกันว่า การตัดขาดและกีดกันผู้ผลิตรายใหญ่อย่างจีนออกไปนั้น ไม่ใช่คำตอบอย่างแน่นอน… – Angela Merkel

นอกจากคำสัมภาษณ์ของผู้นำเยอรมันครั้งนี้แล้ว บรรดาชาติยุโรปทั้งหลายรวมถึงเยอรมันเองก็ได้แสดงออกชัดเจนว่า วิธีการอันดุดันของประธาธิบดี Donald Trump นั้นไม่ใช่คำตอบสำหรับการพยุงเศรษฐกิจอย่างแน่นอน โดยหากมองกรณีของ Huawei 5G นั้นบรรดาชาติเหล่านี้ โดยเฉพาะเยอรมันก็เรียกได้ว่าแทบจะพร้อมอ้าแขนรับ Huawei เข้ามาแข่งขันอย่างเสรีในประเทศของพวกเขาอยู่ดี เพราะวัตถุประสงค์สำคัญคือ 5G ที่ดีที่สุดบนต้นทุนที่ดีที่สุดนั้น Huawei อาจเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเวลานี้อยู่ดี หากพวกเขาไม่ต้องการหลงยุคตกเทรนด์ไม่มี 5G ดี ๆ ใช้ในประเทศกันเสียทีน่ะนะ 😯

 

อ้างอิง: CNN Business | The Financial Times (Subscription)

from:https://droidsans.com/germany-says-europe-should-innovate-its-own-chips-and-batteries-to-compete/

รัฐบาลเยอรมนีต้องจ่ายเงิน 27 ล้านบาท ซื้อแพตช์ Windows 7 หลังหมดระยะซัพพอร์ตแล้ว

Windows 7 หมดระยะซัพพอร์ตไปเรียบร้อยแล้ว แต่ไมโครซอฟท์ยังมีทางออกให้ลูกค้าองค์กรสามารถซื้อบริการซัพพอร์ตและแพตช์ความปลอดภัยต่อได้อีก 3 ปี ในชื่อโครงการ Extended Security Updates (ESU)

ล่าสุดมีรายงานข่าวว่ารัฐบาลเยอรมนีเตรียมจ่ายเงินอย่างน้อย 800,000 ยูโร (ประมาณ 27 ล้านบาท) เพื่อซื้อซัพพอร์ต ESU กับคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลประมาณ 33,000 เครื่องที่ยังใช้ Windows 7 อยู่

ค่าซัพพอร์ต ESU เริ่มต้นที่เครื่องละ 25 ดอลลาร์ (สำหรับ Windows 7 Enterprise) และ 50 ดอลลาร์ (Windows 7 Pro) โดยราคาจะแพงขึ้นเป็น 2 เท่าทุกปี นั่นแปลว่าหากรัฐบาลเยอรมนียังไม่สามารถอัพเกรดเครื่องเป็น Windows 10 ได้ ในปี 2022 จะต้องจ่ายค่าซัพพอร์ตถึงประมาณ 108 ล้านบาท

ที่มา – ZDNet

from:https://www.blognone.com/node/114290