คลังเก็บป้ายกำกับ: GAMING_NOTEBOOK

รีวิว ASUS TUF Dash F15 สเปก I5-11300H + RTX 3060 + จอ 15.6″ IPS 144Hz แรงลื่น จัดเต็มฟีเจอร์ Gaming เบา 2 โล แบต 13 ช.ม. ราคา 32,990 บาท

ASUS TUF Dash F15 (FX516) เป็น Gaming Notebook เน้นพกพา สเปกแรง ราคาดี มาในดีไซน์การออกแบบที่บางเบากว่า TUF Gaming ปกติ เพราะมีการใช้ DNA ของ ROG เพิ่มเข้ามา สเปกใหม่ล่าสุดด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake H35 อย่าง Core i5-11300H ตัวแรงประสิทธิภาพสูงแต่ร้อนน้อยกว่ารุ่นก่อนๆ เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน เรียกได้ว่ามีการพัฒนาอย่างแท้จริง

ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Top 2

ส่วนการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 รุ่นใหม่เช่นกัน จัดเต็มเรื่องของการทำงานและการเล่นเกม ที่เหนือชั้นกว่า RTX 20 Series จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คระดับกลางค่อนไปทางบนของ ASUS สาย Gaming ที่เน้นความพรีเมียม การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ แบตยาวนานสูงสุดกว่า 13 ชั่วโมง ทำงานก็ดีเยี่ยมเล่นเกมก็ได้ดีกว่าเดิมมากๆ แสดงผลผ่านทางหน้าจอ 15.6″ Full HD IPS ที่ Refesh Rate 144 Hz

รุ่นนี้ที่เรานำมารีวิวจะเป็น ASUS TUF Dash F15 รุ่นราคาอยู่ที่ 32,990 บาท ส่วนสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB ที่ดีเยี่ยมกว่ารุ่นก่อน อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 ความจุ 512GB พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ประกันก็เป็น 2 ปีตามาตรฐาน ASUS ที่สามารถเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย นับได้ว่าเป็น Gaming Notebook ปี 2021 ที่น่าซื้อที่สุดรุ่นนึงทีเดียว

VDO Review 

Coming Soon

NBS Verdict

ASUS TUF Dash F15 FX516 นับว่าเป็นมาตรฐาน Gaming Notebook บางเบาพกพาสะดวกยุคใหม่ที่จัดเต็มในทุกๆ มิติ โดยใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-11300H หรือ Core i7-11370H ซึ่งได้เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร SuperFin สถาปัตยกรรม Tiger Lake-H ส่งผลให้แรงขึ้นแต่ร้อนน้อยลง โดยเป็นแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ประสิทธิภาพดีแต่กินไฟต่ำกว่า

พร้อมกับมีเทคโนโลยี Intel Deep Learning Boots ทำหน้าที่เป็น AIในตัวช่วยทำงานบางโปรแกรมที่รองรับ ได้การ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphics ที่สร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ อีกทั้งยังได้แรมมาตรฐานเป็น Bus 3200MHz ขนาด 16GB ซึ่งก็เป็นส่วนช่วยเรื่องของประสิทธิภาพที่สำคัญทีเดียว

ASUS TUF Dash F15

ที่นอกจากชิปประมวลผลตัวแรงแล้ว การ์ดจอแยกก็ใช้เป็นรุ่นที่ประสิทธิภาพแรงลื่นระดับสูงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 ซึ่งก็สามารถทำงานประสานร่วมกันเป็นอย่างดี พร้อมด้วย SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่ได้ความเร็วระดับ 3500 MB/s อีกทั้งได้หน้าจอพาเนล IPS ที่ Refresh Rate 144Hz พร้อม Adaptive Sync

ก็ถือว่าให้ประสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอด ร่วมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ด้วยตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวก แบตยาวนานกว่า 13ชั่วโมง พร้อมพอร์ต Thunderbolt 4 ที่สำคัญคือจัดการอุณหภูมิได้ดีด้วย จากเทคโนโลยีการระบายความร้อนที่ดีและเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้น 

ASUS TUF Dash F15

เรียกได้ว่าใครกำลังมอง Gaming Notebook ตัวแรงลื่นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่อยากได้ดีไซน์เรียบหรูดูดี เบาแค่ 2 โล ตัวเครื่องแข็งแรงทนทานมาตรฐานมาตรฐานแบบกองทัพ MIL-STD-810H ทำงานก็สะดวกเล่นเกมก็ลื่นไหล ก็ขอแนะนำให้ไปซื้อ ASUS TUF Dash F15 กันได้เลย ในงบประมาณ 30,000 บาทต้นๆ จัดว่าน่าซื้อจริงๆ เอาไปทำงานก็แรงลื่น หรือเอาไปเล่นเกมก็ตอบโจทย์แน่นอน 

แม้ว่าจะไม่มีกล้องเว็บแคมในตัวตามสไตล์ของ ROG Zephyrus ที่เป็นต้นแบบมา และแรมเป็นแบบฝังบอร์ดมา 1 แถว และที่ต้องรู้ไว้คือหน้าจอ IPS 144Hz นั้นให้ค่าขอบเขตสีที่น้อยกว่ารุ่น IPS 240Hz ด้วย แต่นอกนั้นก็ต้องบอกว่าสมบูรณ์แบบจริงๆ ด้วยราคา 32,990 – 48,990 บาทก็ถือว่าคุ้มค่าน่าซื้อกว่ารุ่นปีก่อนๆ เยอะทีเดียว โดยพร้อมวางจำหน่ายผ่านทางตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศตามช่องทางอื่นๆ แล้วด้วย 

จุดเด่น ASUS TUF Dash F15

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจตามสไตล์ TUF + ROG Zephyrus งานประกอบแน่นวัสดุดี
  • ขอบหน้าจอบางพิเศษ มิติเทียบเท่ารุ่น 14″ ตัวเครื่องเบา 2 กิโลกรัม และบางที่ 19.9 มิลลิเมตร
  • ตัวเครื่องแข็งแรงทนทานกว่าปกติ ด้วยมาตรฐานแบบกองทัพ MIL-STD-810H
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผลสถาปัตยกรรมรุ่นใหม่อย่าง Intel Tiger Lake H35 แรงลื่นกว่า ร้อนน้อยกว่า
  • การ์ดจอแยกตัวแรงรุ่นล่าสุด NVIDIA GeForce RTX 3060 ที่ทรงพลังกว่ารุ่น RTX 20 Series ในทุกด้าน
  •  ได้แรมขนาด 16GB Bus 3200 MHz แบบออนบอร์ดมาเลยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพไปอีกขั้น
  • ติดตั้ง SSD M.2 NVMe PCI ความจุ 512GB ความเร็วแรงสูง รองรับการอัพเกรดอีก 1 สล็อต
  • อุณหภูมิในการใช้งานถือว่าจัดการได้ดี ไม่ร้อนจนเกินไป มีระบบไล่ฝุ่นอัตโนมัติ
  • พอร์ตการเชื่อมต่อครบครันด้วย Thunderbolt 4 โอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง 40Gb/s รองรับต่อหน้าจอ 4K / 8K / ชาร์ไฟด้วย USB PD ได้
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 13 ชั่วโมง
  • มีซอฟต์แวร์ Armory Crate เวอร์ชั่นใหม่มาช่วยปรับแต่งการใช้งาน
  • มาพร้อม Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที มีความสเถียร์ของไดร์เวอร์
  • ประสบการณ์ใช้งานดีเยี่ยม ประทับใจมาก เมื่อเทียบกับราคา
  • ประกัน 2 ปี ส่งศูนย์แบบทั่วโลก พร้อมฝากส่งเคลม 7-11 และมีประกันอุบัติเหตุ 1 ปี

ข้อสังเกต ASUS TUF Dash F15

  • ไม่มี SD Card Reader แต่พอหาซื้อมาเป็นอุปกรณ์เสริมเพิ่มได้
  • ไม่มีกล้องเว็บแคม ถ้าใช้งานต้องหามาติดตั้งเอง
  • แรมออนบอร์ดขนาด 16GB มา 1 แถว รองรับการใส่ได้อีกแค่ 1 แถว
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพดี sRGB 100% พร้อมรองรับ Refresh Rate ที่ Hz

Specification

ASUS TUF Dash F15 ที่ได้รับมารีวิวเป็นเครื่องขายจริงรุ่นเริ่มต้น มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i5-11300H เป็นสถาปัตยกรรม Tiger Lake H35 เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร SuperFin ที่เหนือชั้น ความเร็ว 2.60 – 4.40 GHz แบบ 4 Core/ 8 Thread ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดที่เป็น Iris Xe Graphics ที่นับว่าดีที่สุด รองรับการแสดงผล 4K / 8K ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6) ที่ใช้สถาปัตยกรรม Ampere โดยเป็น RTX เจนที่ 2 โดยเน้นให้มีความร้อนที่น้อยกว่าแต่ทรงพลังในการเล่นเกมที่เต็มประสบการณ์กว่ารุ่นก่อนหน้าในทุกๆ ด้าน

ASUS TUF Dash F15

ในส่วนของแรมได้มาขนาด 16GB Bus 3200MHz แบบ Singer Channel 16GB x 1 ออนบอร์ดมาแล้ว 1 แถว) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่มีความลื่นไหลแบบสุดๆ อีกทั้งยังรองรับการติดตั้งอัพเกรดเพิ่ม SSD M.2 มาให้อีก 1 ช่อง โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้าคือได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hzให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ทำให้ภาพไม่ฉีกขาด (Tearing)

นอกจากนี้รายละเอียดอื่นๆ ของ ASUS TUF Dash F15 ก็จะมีระบบเสียง DTS:X Ultra และระบบตัดเสียงรบกวนสองทางขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูง พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 3 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ Thunderbolt 4 ที่เป็นพอร์ตที่ดีที่สุด ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Intel Wi-Fi 6 AX (2×2) และ Bluetooth 5.1 พร้อมติดจั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 Home และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate มาให้ในตัว โดยมีข้อสังเกตที่น่าสนใจคือไม่ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมมา ถ้าใครจะใช้ต้องหามาติดตั้งเอง

ASUS TUF Dash F15

การรับประกัน 2 ปีแบบทั่วโลก ที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS ปกติ สนนราคาของ ASUS TUF Dash F15 เริ่มต้นอยู่ที่ 32,990 บาทเท่านั้น ซึ่งมีเพียงรุ่นเดียวที่เป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-11300H ซึ่งมีความแตกจากรุ่นอื่นๆ ในเรื่องความจุ SSD / การ์ดจอ RTX / คุณภาพหน้าจอด้วย 

ASUS TUF Dash F15 FX516PM-HN086T ราคา 32,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-11300H (4C/8T & 2.60 – 4.40GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS TUF Dash F15 FX516PM-HN025T ราคา 36,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-11370H (4C/8T : 3.30 – 4.80GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3060
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS TUF Dash F15 FX516PR-HN033T ราคา 44,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-11370H (4C/8T : 3.30 – 4.80GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3070
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS TUF Dash F15 FX516PR-AZ019T ราคา 48,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-11370H (4C/8T : 3.30 – 4.80GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3070
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 240Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

Hardware / Design

ASUS TUF Dash F15 เป็นหนึ่งในซีรีส์ TUF ที่มีความใกล้เคียง ROG ไปอีกขั้น จากการที่นำดีไซน์ที่เน้นความบางเบามากกว่า Gaming Notebook ทั่วไป โดยมีความบางสุดที่ 19.9 มิลลิเมตร มาพร้อมน้ำหนักเบาที่ 2 กิโลกรัม รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า Gaming Notebook ทั่วไปกับขนาดหน้าจอขอบบางที่ 6.2 มิลลิเมตร  สัดส่วนเป็น 81% ทำให้มิติโดยรวมมีความเล็กกระชับพกพาได้สะดวกยิ่งกว่ากับหน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS โดยสเปกนี้รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz

การออกแบบหลักๆ เน้นความดุดันแต่ก็มีความเรียบง่าย พร้อมแข็งแกร่งสไตล์ TUF ที่ย่อมาจาก The Ultimate Force ด้วยวัสดุเป็นโลหะฝาหลังเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์พร้อมลวดลาย TUF ขนาดใหญ่ที่ขอบซ้าย พร้อมโลโก้แบบใหม่ที่มุมขวาบน พร้อมกันนั้นยังมี V-Shaped ที่ขอบด้านล่าง ทำให้ไม่บดบังช่องระบายความร้อน ที่นับว่าเป็น DNA ของโน้ตบุ๊คเล่นเกมของ ASUS เรียกได้ว่าดูเป็น Gamer สายจริงจังขั้นกว่า ที่นำไปพกพาทำงานก็ลงตัวสุดๆ ดูแล้วไม่ได้มีความเป็น Gaming เกินไปนัก 

ASUS TUF Dash F15

แน่นอนว่าตัวเครื่องเลือกใช้วัสดุเป็นโลหะทั้งหมดของชิ้นส่วนฝาหลัง ซึ่งด้านในก็น่าสนใจไม่แพ้กันกับการเป็นพลาสติกคุณภาพสูง มีความแข็งแรงทนทาน ผ่านมาตรฐาน Military-Gradeได้รับการทดสอบเพื่อให้ได้คุณภาพตรงตามมาตรฐานกองทัพ US MIL-STD-810G ที่มีความเข้มงวดเป็นพิเศษ ให้ความมั่นใจในความทนทานต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการตกกระแทก แรงสั่นสะเทือน หรือแม้แต่การใช้งานเครื่องในสภาวะที่มีอุณหภูมิสูงและต่ำเป็นพิเศษ โดยยังคงไว้ซึ่งความพรีเมียม ระบบระบายความร้อนที่มีความล้ำหน้าไม่เป็นรอง ROG Series เลย

ASUS TUF Dash F15

ตัวเครื่องในทุกมิติเน้นความเป็นทรงแบบเหลี่ยมมุมตลอดทั้งตัวเครื่อง เรียกได้ว่าแทบไม่มีความโค้งเว้าใดๆ ซึ่งดูแล้วมีความสมมาตรลงตัว ขอบของตัวเครื่องรวมไปถึงขอบด้านหลังนั้นถูกออกแบบมุมมาเป็นอย่างดี พร้อมรูปแบบขอบหน้าจอเป็นแบบบานพับสองแกนดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ประมาณ 145 องศา พร้อมเว้นขอบเอาไว้โชว์ไฟแสดงไฟ LED การทำงานต่างๆ ส่วนด้านท้ายและขอบเครื่องทางขวาจะเห็นถึงช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 4 ช่อง 2 สองพัดลมขนาดใหญ่ ทำงานร่วมกับระบบ ASUS Intelligent Cooling

ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 49

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องวัสดุพลาสติกที่แข็งแรง งานประกอบเรียบร้อย พร้อมอากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นขนาดใหญ่ด้านล่างใต้เครื่อง และยางรองด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก อีกทั้งมีระบบไล่ฝุ่นอัตโนมัติ Anti-Dust Cooling ส่งผลให้ไม่มีความร้อนสะสมขึ้นในอนาคต พัดลมคู่ n-Blade หมุนใบพัดมากถึง 83 ใบ เทคโนโลยี Liquid-Crystal Polymer ที่มีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งทำงานร่วมกับท่อความร้อนจำนวน 5 ท่อดึงความร้อนออกจาก CPU / GPU ได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จุดเด่นที่สุดของ ASUS TUF Dash F15 ที่เป็น Gaming Notebook รุ่นแรกที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake-H35 ที่ทั้งแรงร้อนน้อยและประหยัดแบต ได้ตัวบางเบาแต่แรง พร้อมติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 โดยทั้งคู่จะมีสติ๊กเกอร์ติดไว้ที่ตัวเครื่องบริเวณที่วางข้อมือพร้อมฟีเจอร์อื่นๆ อย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังมีเรื่องของสติ๊กเกอร์การรับประกันแบบ Prefect Warranty ระยะเวลา 1 ปีจากทาง ASUS ที่เป็นอุบัติเหตุตัวเครื่องอย่างที่ไม่มีใครเหมือนด้วย

ASUS TUF Dash F15

อย่างไรก็ตามแม้ ASUS TUF Dash F15 จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล TUF ที่เน้นสายเกมเมอร์เป็นหลักด้วยสเปกภายในที่ทรงประสิทธิภาพทั้งชิปประมวลผลและการ์ดจอแยก พร้อมรองรับสำหรับคนที่นำไปทำงานเบาๆ พร้อมทำงานหนักๆ ได้เต็มรูปแบบ รวมไปถึงพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ จากฟีเจอร์ และสเปกแรงล้ำกว่ารุ่นก่อนๆ รวมไปถึงหน้าจอก็ใหญ่ที่ 15.6″ แต่ตัวเครื่องเทียบเท่า 14″ ทำให้ใช้งานได้เต็มตามากขึ้น แม้ดีไซน์รวมๆ มีกลิ่นอายคล้ายกับ ROG Zephyrus G15 รุ่นปีก่อน แต่ก็มีการปรับหลายๆ ส่วนให้ดียิ่งขึ้น 

สรุปสั้นๆ สำหรับการดีไซน์และออกแบบตัวเครื่องของ ASUS TUF Dash F15 ต้องบอกว่า ASUS ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและสวยงามน่าประทับใจ ประกอบกับการดีไซน์ที่ตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์ที่ต้องการ Gaming Notebook บางเบาได้อย่างลงตัว ส่งผลให้เสริมประสบการณ์ใช้งานยิ่งขึ้นไปอีก จากแต่ก่อนแทบเป็นไปไม่ได้ที่ความแรงระดับนี้ จะอยู่บนตัวเครื่องที่บางและเบาแบบนี้ แต่ตอนนี้ทาง ASUS ทำออกมาได้แล้ว ในประสิทธิภาพและฟีเจอร์ที่ล้ำหน้ากว่า ในราคาที่จัดว่าคุ้มค่ามากๆ

Keyboard / Touchpad

ASUS TUF Dash F15 เป็นคีย์บอร์ดมีไฟ LED สีฟ้าสีเดียว กับสีที่บ่งบอกถึง TUF รุ่นนี้ ให้ความสะดวกด้วยปุ่ม Spacebar ด้านมุมล่างซ้ายก็ทำแหว่งออกมานิดหนึ่งเพื่อให้ใช้นิ้วโป้งซ้ายกดง่ายขึ้น แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ โดยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.7 มิลลิเมตร อีกทั้งปุ่มรุ่นใหม่นี้ยังช่วยให้การพิมพ์มีเสียงรบกวนต่ำกว่า 30 เดซิเบลด้วยกัน

พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง รวมถึงสามารถมีฟังก์ชั่น Hot Key เพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ และเรียกซอฟต์แวร์ Armory Crate ขึ้นมา ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์หรือคนทำงานอย่างแท้จริง

ASUS TUF Dash F15

ทัชแพดเองขนาดใหญ่แบบซ้อนปุ่ม ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ฟีเจอร์ Multi-touch หรือ Smart Gesture ที่สามารถใช้งานควบคู่กับ Windows 10 ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Turbo mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด, Silen Mode ให้พัดลมทำงานเงียบที่สุด

ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 15
ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 17
ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 14

Screen / Speaker

ASUS TUF Dash F15 มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบเพียง 6.2 มิลลิเมตรทั้งขอบด้านข้างและด้านบนทำให้ไม่มีกล้องเว็บแคม ถ้าใช้งานต้องหามาติดตั้งเอง ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม เหมาะกับการใช้งานระดับมืออาชีพ หรือการเล่นเกมจริงจังก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ Refresh Rate 144Hz / Respond Time 3ms ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่เป็นเพียงแค่ 60Hz ไปอีกระดับ

ASUS TUF Dash F15

ในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นถือว่าดีมากๆ ทั้งเรื่องคุณภาพและความดัง ซึ่งหากว่าเพื่อนๆ เป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้ทันที อีกทั้งยังมีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันด้วยเสียง (Voice Calls) จะชัดเจนกว่าที่เคยด้วยระบบตัดเสียงรบกวนแบบสองทางที่ทำงานด้วย AI จากการที่มีการติดตั้งตัวตัดเสียง 4 ช่อง ซึ่งติดตั้งอยู่ที่ขอบหน้าจอตัวเครื่องด้านล่างอีกด้วย

ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 9
ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 8
ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 10

ทดสอบหน้าจอที่แม้จะเป็นพาเนล IPS แต่ก็มีหลายเกรด โดยการดูประสิทธิภาพต่างๆ นแต่ละด้าน ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสัน Gamut เทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB 61% และ AdobeRGB 46% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับสูง ถือว่าดีกว่า TUF รุ่นก่อนชัดเจน ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดี พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพทั่วไป 

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางและมุมขวาบนเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ 300 cd/m2 แต่สำหรับช่องกลางล่างจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 10% ที่ถือว่ารับได้ ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 3.5 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ถือว่าเป็นรองรุ่นหน้าจอ 240Hz ที่เป็นตัวท็อปสุด

s1 5
s2 5
s3 5

ตัวเครื่อง ASUS TUF Dash F15 มีช่องลำโพงคู่อยู่ขอบตัวเครื่องข้างๆ ซ้ายขวา คุณภาพสูง พร้อมระบบ DTS: X Ultra ที่มีความเที่ยงตรงสูงได้อย่างเต็มที่ การติดต่อสื่อสารระหว่างกันด้วยเสียง (Voice Calls) จะชัดเจนกว่าที่เคยด้วยระบบตัดเสียงรบกวนแบบสองทางที่ทำงานด้วย AI จำลองการให้เสียงรอบทิศทาง 7.1 แชนแนล ให้ระดับเสียงที่ดังและสมจริง เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ระบบเสียงชั้นยอดอีกด้วย ให้เสียงคมชัด เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ด้วยขอบเขตเสียงที่กว้าง จากการที่เสียงกลางแหลมออกชัดเจนดี ส่วนทุ้มมีออกมาหน่อยๆ แม้จะไม่มีลำโพงซัฟวูฟเฟอร์ก็ตาม

ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 45
ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 44
ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 46

Connector / Thin And Weight

ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS TUF Dash F15 จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว โดยตัวพอร์ตจะอยู่ด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่อง โดยมีทั้ง USB 3.2 Type-A (Gen 2) จำนวน 3 พอร์ต รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่หลากหลาย อย่าง Thunderbolt 4 ซึ่งนอกจากการโอนถ่ายข้อมูลที่ความเร็ว 40Gbp/s แล้ว ซึ่งนับว่าเร็วที่สุดดีที่สุด ยังรองรับการชาร์จไฟเข้าเครื่องด้วย

กับอแดปเตอร์ก็เป็น USB-C หรือ Power Bank ที่เป็นมาตรฐาน PD (Power Delivery) ด้วย อีกทั้งได้มาตรฐาน DisplayPort 1.4 เชื่อต่อความละเอียดสูงที่ 4K / 8K ได้ พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, LAN RJ45 และ HDMI ไว้เชื่อมต่อหน้าจอภานอก ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวาไว้ล็อคตัวเครื่องกับโต๊ะ

ASUS TUF Dash F15

ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.1 และ Intel Wi-Fi 6 AX (2×2) ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้มีความสเถียรมากยิ่งขึ้น ส่วนขนาดของตัวเครื่อง 360 x 252 x 19.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ถือว่าค่อนข้างเบาเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด  200W เข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 2.4 กิโลกรัมเท่านั้น พอแบกพกพาไปไหนมาไหนได้อยู่ไม่หนักมาก ถือมือเดียวก็สบายๆ หยิบจับไปไหนก็สะดวกทีเดียว

ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 50
ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 48
ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 54

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง ASUS TUF Dash F15 เพื่อทำการอัพเกรดนั้นทำง่ายมากเพียงแกะน็อตออกทุกตัวแล้วใช้บัตรแข็งๆ ค่อยๆ แงะจากด้านหลังตรงแกนฝาพับตัวเครื่องแล้วค่อยๆ รูดไปตามแนวฝาหลังและแกะแผ่นออกมาทั้งหมด เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ถูกออกแบบจัดระเบียบได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว มีพัดลมขนาดใหญ่เทคโนโลยี ASUS Intelligent Cooling พร้อมระบายความร้อนที่มี Anti-Dust Tunnels ที่อยู่ในชุดฟินสีดำพร้อมทำร่องเพิ่มหน้าสัมผัสอากาศ หมดกังวลเรื่องฝุ่นที่ติดตรงครีบระบายความร้อนจุดสังเกตที่เปลี่ยนไปคือตัวเครื่องเลือกใช้ฮีทไปป์ 5 เส้น เรียกได้ว่าเอาอยู่กับสเปกแบบนี้แล้ว

ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 58

ซึ่งหลังจากที่แกะออกมาแล้วนั้นจะเห็นแผ่นสีดำ สีเทาแปะติดไว้อยู่ในหลายๆ ส่วนเพื่อกันไฟฟ้าสถิต และในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่สามารถทำการอัพเกรดคือมีช่องใส่ SSD M.2 NVMe PCIe มาให้อีก 1 ช่อง โดยเดิมๆ ให้มาแล้ว 1 สล็อตอยู่แล้ว (รวมเป็น 2) ส่วนหน่วยความจำแรมขนาด 16GB โดดเด่นด้วยมาตรฐาน DDR4 Bus 3200 MHz แถวแรกเป็นแบบฝังบอร์ด และรองรับการใส่ 1 แถว แนะนำว่าให้ใส่เพิ่มอีก 16GB รวมกันสูงสุด 32 GB และจากที่เป็น Gaming Notebook บางเบานั่นเอง อีกทั้งไม่รองรับการใส่ฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5″ ตามรูปแบบของโน๊ตบุ๊คที่เน้นความบางเบา

Performance / Software

ASUS TUF Dash F15 ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-11300H ที่แรงกว่า Intel Core i5-10300H รุ่นก่อนหน้าแบบก้าวกระโดด ด้วยสถาปัตยกรรม Tiger Lake H35 เน้นประสิทธิภาพมากกว่า Tiger Lake U มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร SuperFin ความเร็ว 2.60 – 4.40 GHz แบบ 4 Core/ 8 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 8MB Smart Cache มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 35W ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่จริงๆ โดยสามารถดูได้จากผลการทดสอบเล่นเกมที่ลื่นไหลกว่า Gaming Notebook สเปกเดิมๆ มาก 

ส่วนหน่วยความจำแรมได้ขนาด 16GB จำนวน 1 แถวแบบฝั่งบอร์ด Singer Channel เป็นมาตรฐาน Bus 3200 MHz รองรับการอัพเกรดเพิ่มได้โดยการใส่แรม SO-DIM เพิ่มไปอีก 16GB เพื่อรวมเป็น 32GB ได้ทันที พร้อมให้ SSD M.2 NVMe PCIe 3.0 ความจุ 512GB ที่ทั้งขนาดใหญ่ได้ความเร็วสูง ซึ่งมีช่องว่างใส่ SSD M.2 NVMe 3.0 อีก 1 ตัวไว้อัพเกรดภายหลังได้ ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

c1 5.    c2 5

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง เดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

อีกทั้งยังมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6) สถาปัตยกรรม Ampere โดยเป็น RTX เจนที่ 2 ที่ต้องบอกว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เทียบเคียงอย่าง GeForce RTX 2070 (8GB GDDR6) ซึ่งไม่ใช่แค่แรงแต่ยังร้อนน้อยกว่า เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook ทุกประเภท ทั้งตัวหนาหนักและบางเบา รองรับ Ray Tracing ช่วยเพิ่มคุณภาพการแสดงแสงเงาให้แม้แต่เกมระดับ AAA ก็ยังสามารถปรับกราฟิกได้ถึง Ultra ให้ภาพสวยงาม ไหลลื่น สมจริงกว่าที่เคยมีมา เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

g1 5.   g2 5

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / CINEBENCH 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล Intel Core i5-11300H คะแนนก็อยู่ในระดับสูงน่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Intel Core i เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H / Intel Core i5-10300H ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphics และ RTX 3060 เองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

cine15 4.   cine20 4

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ไปแล้ว โดยใช้เป็นเกรดสูงสุด ซึ่งทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าประทับใจมากๆ บนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe 3.0 ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3469 MB/s และเขียนที่ 2912 MB/s ที่ต้องบอกว่าเหนือชั้นกว่า ASUS TUF รุ่นก่อนๆ แบบก้าวกระโดดของจริง 

ssd 5

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5,551 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล Intel Core i5-11300H พร้อม AI ในตัว โดยมีการ์ดจอแยกระดับ Gaming ตัวบนอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คปีก่อนๆ มากพอตัว

pc10 5

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 – 130 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

game test 4

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V / GTA V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด !!! จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 3 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 6GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าเหลือเชื่อจริงๆ

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย  ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ ทั้ง 7 เกมที่เราได้ทำการทดสอบไป ยิ่งถ้าเทียบกับ Gaming Notebook สเปกก่อนหน้าทั้งส่วนของ AMD Ryzen หรือ Intel Core i จะเห็นว่าแรงกว่าเดิมมากๆ

arm

นอกเหนือจากนี้ ASUS TUF Dash F15 ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility เวอร์ชั้นล่าสุด ที่ใช้กับ Gaming Notebook ทั้ง TUF และ ROG รุ่นอื่นๆ ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ TUF/ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆ ของระบบร อาทิ ผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลายโปรไฟล์

ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต ปิดท้ายด้วยซอฟต์แวร์ Utility อีกตัวอย่าง MyASUS ที่ไว้คอยตรวจระยะเวลากรับประกันและอัพเดทไดร์เวอร์ได้ครบๆ

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน ASUS TUF Dash F15 เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติความจุ 3800 mAh ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 13 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าน่าประทับใจทีเดียวกับการที่ Gaming Notebook จอ 15.6″ ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขนาดนี้ อีกทั้งเราสามารถชาร์จไฟได้ผ่านทางพอร์ต USB-C ด้วยเทคโนโลยี USB PD (USB Power Delivery) กับอแดปเตอร์หรือ Power Bank ที่รองรับด้วย (แต่ก็ชาร์จไฟเข้าช้ากว่าอแดปเตอร์มาตรฐาน)

batt 3

สำหรับอุณหภูมิทดสอบด้วยโปรแกรม Hardware Monitor ยังไม่สามารถตรวจสอบในส่วนของชิปประมวลผลได้ แต่จากการทดสอบเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 60 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ด้วยการเปิดโหมด Turbo ที่เร่งประสิทธิภาพในทุกๆ ด้าน

temp1

ประสิทธิภาพโดยรวมยังลื่นไหลอยู่  ซึ่งชิปประมวลผลร้อนสุดๆ ที่ 81 องศาเซลเซียส นับว่าควบคุมความร้อนได้ดี โดยไม่สูงเกินไปกว่านี้แน่นอน เพราะระบบยังคงจัดการได้ดีอยู่ พร้อมกันนั้นไม่กระทบต่อการใช้งานด้วย เพราะประสิทธิภาพไม่ตกเลย ในส่วนของการ์ดจอจะร้อนสุดอยู่ที่ 75 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนเสียงพัดลมก็ดังพอสมควร จากการที่มีซอฟต์แวร์ Armory Crate ถ้าใช้งานทั่วไป เราสามารถเลือกปรับโหมดต่างๆ เช่น Windows ทำให้พัดลมแทบไม่หมุนและไม่มีเสียงเลย

Conclusion / Award

สมการมาของชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่เป็น Tiger Lake H35 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ต้องบอกว่าแรงกว่ารุ่นก่อนมากๆ (ยังมีซีรีส์ H45 ที่แรงกว่านี้ รอเปิดตัวเร็วๆ นี้) ซึ่งมาพร้อมสเปกชิปประมวลผล Core i7-11300H เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ผสานกาทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphics และการ์ดจอแยกตัวแรงล้ำสุดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 รวมไปถึงในส่วนของแรมยังได้เป็นมาตรฐานใหม่ด้วยขนาด 16GB DDR4 Bus 3200 MHz แน่นอนว่าที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงสุดด้วย ซึ่งต้องบอกว่าประทับใจมากๆ กับความแรงและราคาคุ้มค่าสุดๆ ช่วงต้นปี 2021 นี้

ASUS TUF Dash F15

จากการทดสอบใช้งานจริงเล่นเกมจริงๆ เห็นได้ชัดถึงความทรงพลังของชิปประมวลผลและการ์ดจอแยกมีประสิทธิภาพดีเยี่ยมเหนือชั้นกว่า Core i Gen 10 + GeForce RTX 20 ไประดับ โดยมาพร้อมชิปประมวลผลได้สบายในราคาที่ถูกกว่าคุ้มค่ากว่าที่เคยมีมา ซึ่งนอกจากสเปกภายในที่แรงมากๆ แล้ว ดีไซน์ภายนอกก็มีความสวยงามบางเบา แข็งแรงทนทาน รองรับทั้งการเล่นเกม 3 มิติ AAA ใหม่ๆ หรือจะนำไปทำงานในเครื่องเดียวกันก็เยี่ยมยอด โดดเด่นที่แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 13 ชั่วโมง แถมยังมีการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6AX (2×2) และ Thunderbolt 4 ล้ำๆ ด้วย

ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 36

สำหรับ ASUS TUF Dash F15 รุ่นล่าสุด ถูกวางเป็น Gaming Notebook ตัวเครื่องเน้นความเบาที่มากกว่า และใช้พื้นฐานของ ROG Zephyrus G15 อีกทั้งมีพอร์ต Thunderbolt 4 รองรับการทำงานพกพา และเล่นเกมได้ยอดเยี่ยม โดยมีหลายสเปกให้เลือกซื้อทั้ง Core i5-11300H / Core i7-11370H + RTX 3060 / RTX 3070 + จอ 144Hz / 240Hz + SSD 512GB / 1TB โดยได้การรับประกัน 2 ปีแบบทั่วโลก และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม

ASUS TUF Dash F15

เรียกได้ว่าการมาของ ASUS TUF Dash F15 ในครั้งนี้ เป็นการเขย่าวงการ Gaming Notebook ปี 2021 ทันที เพราะได้เรื่องของสเปกภายในใหม่ล่าสุด ความแรงลื่นที่เหนือกว่ารุ่นก่อนๆ ในทุกๆ มิติ อีกทั้งมาในราคาที่ไม่แพง หรือถูกกว่ารุ่นก่อนๆ ด้วยซ้ำ ถ้าเทียบกับฟีเจอร์และประสบการณ์ใช้งานจริงที่ได้แล้ว นับว่าการมาของชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่เป็น Tiger Lake H35 รุ่นใหม่ล่าสุด เป็นรุ่นราคาที่ถูกสุดในตลาด ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้ ยังไงคาดว่าจะมีรุ่นอื่นๆ ตามมาอีก ทั้งจาก ASUS และแบรนด์อื่นๆ 

ASUS TUF Dash F15 FX516 i5 RTX3060 Review 56

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS TUF Dash F15 FX516 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ TUF โน๊ตบุ๊คสายคุ้มค่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ASUS TUF Dash F15 ซึ่งมีการนำ DNA ของ ROG Zephyrus เข้ามาผสานอย่างลงตัว ทำให้มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม ที่สำคัญคือขอบจอบาง ทำให้มิติตัวเครื่องใกล้เคียงพวกจอ 14″ แถมน้ำหนักเบาแค่ 2 กิโลกรัม และบางเพียง 19.9 มิลลิเมตรเท่านั้น วัสดุคุณภาพดีงานประกอบก็เยี่ยมทั้งอลูมิเนียมอัลลอยด์และพลาสติกเกรดดี มีความทนทานสูง เอาไปทำงานหรือเล่นเกมได้หมดรอบด้าน

NBS award 7 Design  

Best Performance

สเปคเป็น Intel Core i5-11300H + NVIDIA GeForce RTX 3060 + จอ IPS 144Hz ขอบหน้าจอบาง + Ram 16GB Bus 3200MHz + SSD M.2 NVMe 512GB + มี Windows 10 แท้ ซึ่งทดสอบการใช้งานเล่นเกมจริงแล้วแรงกว่า Gaming Notebook รุ่นปี 2020 ไปอีกขั้น ทั้ง AMD / Intel มากๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ลื่นไหลสุดๆ หรือเล่นเกมก็ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญได้ความเป็น ROG Zephyrus เพิ่มเข้ามา ที่พรีเมียม บางเบา เรียกได้ว่าคุ้มค่าจนหาตัวจับได้ยากทีเดียว สำหรับ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แบบนี้

award new performance

Best Mobility

ปัจจัยสำคัญของด้านการพกพาบางเบาก็คือขนาดที่กะทัดรัด แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่า 13 ชั่วโมง และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ครอบคลุม ตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้อย่างครบถ้วนครับ กับตัวเครื่องบางเบา และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่รองรับทั้ง WiFi 6 AX (2×2) รวมถึง Bluetooth 5.1 หรือหากต้องการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม ตัวเครื่องก็ยังมีพอร์ตที่ครบครันสำหรับการใช้งานทั่วไปด้วยเช่นกัน ที่สำคัญจากการที่มีพอร์ต Thunderbolt 4 ที่ดีที่สุด พร้อมตัวเครื่องได้มาตรฐานกองทัพระดับ Military-Grade (US MIL-STD-810G) ให้ความมั่นใจในความทนทานต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการตกกระแทก แรงสั่นสะเทือน ได้เลยว่าเครื่องไม่พังง่ายๆ แน่นอน

NBS award 4 Mobility

from:https://notebookspec.com/web/588134-review-asus-tuf-dash-f15-speci5-rtx3060

เปิดตัว DELL G15 ใหม่ เลือกได้ AMD, Intel เริ่ม 25,000 บาทเท่านั้น!

ก่อนหน้านี้มีข่าวหลุดเรื่อง DELL G15 5515 รุ่นใหม่ที่ใช้ซีพียู AMD Ryzen หลุดออกมาก่อนหน้านี้นั้น ตอนนี้ทาง DELL ได้เปิดตัวเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว และแยกออกเป็น 2 รุ่นย่อยใส่ซีพียู Intel Comet Lake-H รหัส G15 5510 ส่วน AMD Ryzen ใช้รหัส G15 5515 อย่างที่เป็นข่าวหลุดมาก่อนหน้านี้ ส่วนการ์ดจอจะเป็น NVIDIA GEFORCE ทั้งหมด แต่เลือกได้ระหว่าง GEFORCE GTX 1650 หรือ GEFORCE RTX 3060

ทาง DELL จะเริ่มขายรุ่นซีพียู Intel รหัส G15 5510 ก่อนในวันที่ 13 เมษายนทั่วโลก ส่วน G15 5515 ซีพียู AMD จะขายวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ เลือกได้ 3 สี คือ เขียว Specter Green แบบมีกากเพชร, เทา Phantom Grey มีกากเพชร ส่วนสีเทาเข้ม Dark Shadow Grey เป็นสีพิเศษเฉพาะรุ่น G15 5510 ซีพียู Intel เท่านั้น และจะมีสีดำ Obsidian Black ให้เลือกในภายหลังด้วย

DELL G15

สเปคของ DELL G15 ใหม่ เลือกได้ทั้ง Intel Comet Lake-H และ AMD Ryzen

Dell G15 family photo 2 7

สเปคของ DELL รุ่น G15 5510 และ 5515 จัดว่ามีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่บ้าง โดยหลัก ๆ คือพอร์ตการเชื่อมต่อที่แยกตามรุ่นการ์ดจอ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

รุ่น / สเปค DELL G15 5510 (Intel) DELL G15 5515 (AMD)
ซีพียู Intel Core i5-10200H
แบบ 4 คอร์ 8 เธรด
ความเร็ว 2.4-4.1 GHz

Intel Core i7-10870H
แบบ 8 คอร์ 16 เธรด
ความเร็ว 2.2-5.0 GHz

AMD Ryzen 5 5600H
แบบ 6 คอร์ 12 เธรด
ความเร็ว 3.3-4.2 GHz

AMD Ryzen 7 5800H
แบบ 8 คอร์ 16 เธรด
ความเร็ว 3.2-4.4 GHz

การ์ดจอ NVIDIA GEFORCE
GTX 1650 (4GB GDDR6)

NVIDIA GEFORCE
RTX 3060 (6GB GDDR6)

NVIDIA GEFORCE
RTX 3060 (6GB GDDR6)
แรม 8-16 GB DDR4
บัส 2933 MHz
เพิ่มความจุได้มากสุด 32 GB
8-32 GB DDR4
บัส 3200 MHz
ฮาร์ดดิสก์

M.2 SSD ความจุ 256 GB, 512 GB, 1 TB Class 35 (single module NAND)

1 TB, 2 TB Class 40
(multiple NAND module)

M.2 SSD ความจุ 256 GB, 512 GB, 1 TB Class 35 (single module NAND)

1 TB, 2 TB Class 40
(multiple NAND module)

หน้าจอและ Webcam ขนาด 15 นิ้ว Full HD 120 Hz
ความสว่าง 250 nit

ขนาด 15 นิ้ว Full HD 165 Hz
ความสว่าง 300 nit

กล้อง Webcam ความละเอียด 720p
พร้อมไมโครโฟน dual-array

พอร์ตและการเชื่อมต่อ

การ์ดจอ GTX 1650

HDMI 2.0 x 1 ช่อง

USB 2.0 x 2 ช่อง มีฟีเจอร์ Power Share อยู่ 1 ช่อง

USB 3.2 Type-A x 1 ช่อง

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง

พอร์ต LAN RJ45 x 1 ช่อง

การ์ดจอ RTX 3060

HDMI 2.1 x 1 ช่อง

USB 2.0 x 2 ช่อง มีฟีเจอร์ Power Share อยู่ 1 ช่อง

USB 3.2 Type-A x 1 ช่อง

Thunderbolt 4 x 1 ช่อง ช่องแบบ USB-C รองรับ DisplayPort Alt-Mode

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง

พอร์ต LAN RJ45 x 1 ช่อง

เชื่อมต่อไร้สาย

Wi-Fi 6 AX201

2×2 802.11ax 1×1
Gigabit Internet

HDMI 2.1 x 1 ช่อง

USB 2.0 x 2 ช่อง มีฟีเจอร์ Power Share อยู่ 1 ช่อง

USB 3.2 Type-A x 1 ช่อง

USB-C x 1 ช่อง รองรับ DisplayPort Alt-Mode

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง

พอร์ต LAN RJ45 x 1 ช่อง

เชื่อมต่อไร้สาย

Killer Wi-Fi 6 AX1650x

2×2 802.11ax 1×1
Gigabit Internet

ฟีเจอร์พิเศษ ลำโพง nahimic 3D ปรับแต่งพิเศษสำหรับเกมเมอร์ x 2 ช่อง

Alienware Command Center

Microsoft Office 2016 trial

ลำโพง nahimic 3D ปรับแต่งพิเศษสำหรับเกมเมอร์ x 2 ช่อง

Alienware Command Center

Microsoft Office 2016 trial

ระบบปฏิบัติการ Windows 10
ราคา 799-899.99 ดอลลาร์
หรือราว
25,000~28,000 บาท

DELL G15 AMD
DELL G15 Intel

จากสเปคทั้งหมดของ DELL G15 ทั้งสองรุ่น จะเห็นว่าราคานั้นถูกลงจากรุ่นก่อนพอสมควรทีเดียว และสเปคถือว่าไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจากคู่แข่งอย่าง Acer Nitro 5 หรือ ASUS TUF และ Zephyrus Series แล้ว ดังนั้นถ้าใครเคยติดภาพว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ DELL เทียบกับคู่แข่งแล้วราคาแพงอาจจะรอดูทาง DELL ประเทศไทยว่าจะนำ DELL G15 ทั้งสองสเปคนี้เข้ามาขายในไทยแล้วตั้งราคาได้น่าจับจองเป็นเจ้าของหรือไม่

ที่มา : Notebookcheck, Windows Central

from:https://notebookspec.com/web/588489-dell-g15-launched-intel-amd-899-usd

หลุด AMD Radeon RX 6800M ขึ้น CPU-Z อาจมาใน ROG Strix ตัวใหม่ ใส่ Ryzen 9 5900 HX แรงสุด ๆ

ก่อนหน้านี้มีข้อมูลหลุดของการ์ดจอเกมมิ่งบนโน๊ตบุ๊คอย่าง AMD Radeon RX 6800M บนทวิตเตอร์ของนักปล่อยข่าวหลุดครั้งหนึ่งแล้ว และครั้งนี้ข้อมูลของ Radeon RX 6800M เองก็หลุดอีกครั้งบนฐานข้อมูลของ CPU-Z ของโน๊ตบุ๊ค ASUS ROG Strix รุ่นหนึ่ง จากรหัสแล้วคาดว่าจะเป็น ASUS ROG Strix รุ่นใหม่ โดยทวิตเตอร์ @TUM_APISAK ก็นำข้อมูลนี้มาโชว์ว่าการ์ดจอตัวแรงรุ่นนี้ของ AMD นอกจากเป็นชิป Navi 22 ตรงตามข่าวลือแล้ว ยังมีแรมการ์ดจอมากถึง 12GB ทีเดียว และคาดการณ์ว่าจะมี 40 CUs (Compute Units) และเป็นรุ่น 145W อีกด้วย

amd radeon rx 6800m

สเปค ASUS ROG Strix ใส่ AMD Radeon RX 6800M

rog

ข้อมูลหลุดจากเว็บไซต์ของ CPU-Z ครั้งนี้ เผยว่า Radeon RX 6800M นี้ถูกนำมาใส่ในโน๊ตบุ๊คของ ASUS รหัส G513QY ซึ่งเป็นรหัสของ ASUS ROG Strix G15 ซึ่งน่าจะเป็นรุ่นใหม่ที่ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ จับคู่กับซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX เป็นซีพียูตัวแรงของทาง AMD เลยทีเดียว ซึ่งสเปคนี้คาดว่าน่าจะเป็นสเปคแรงสุดของ ROG Strix ก็เป็นไปได้ ส่วนรายละเอียดของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้มีดังนี้

  • ซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6 GHz สถาปัตยกรรม Cezanne เป็นซีพียูแบบ 45W 
  • แรม 16 GB DDR4 Dual Channel บัส 3200 MHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX 6800M แรม 12 GB ยังไม่เผยว่าบัสเท่าไหร่แต่คาดว่าอยู่ที่ 192-bit
  • ฮาร์ดดิสก์เป็น M.2 NVMe รุ่น SAMSUNG MZVLQ1T0HBLB-00B00 เป็น NVMe แบบ OEM ความจุ 1 TB อินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 ความเร็ว Read 3,150 MB/s ส่วน Write 2,150 MB/s มีค่า IOPS Read 380K และ Write 330K ติดตั้งมา 2 ตัว
  • หน้าจอขนาด 15.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ค่า Refresh Rate 60Hz
  • ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro (64-bit) มาให้

cpuz 1
cpuz 2

ด้านประสิทธิภาพของการ์ดจอ Radeon RX 6800M ใหม่นี้ ทาง Notebookcheck คาดว่าจะแรงไล่เลี่ยกับ Radeon RX 6700 XT ที่เป็นการ์ดจอแยกสำหรับประกอบพีซีตั้งโต๊ะ เทียบกับฝั่ง NVIDIA แล้วจะเท่ากับ NVIDIA GEFORCE RTX 2080 Ti ซึ่งประสิทธิภาพระดับนี้จัดว่าแรงเหลือเฟือและสามารถเล่นเกมในปัจจุบันแบบปรับสุดได้สบาย ๆ แต่เพราะติดตั้งมาในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค ASUS ROG Strix ดังนั้นถ้าเกมเมอร์คนไหนที่อยากซื้อไปเล่นเกม อาจจะต้องรอทาง ASUS เปิดตัวโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ซึ่งอาจจะใช้เวลาอีกสักพักนั่นเอง

ที่มา : Notebookcheck, CPU-Z

from:https://notebookspec.com/web/588108-amd-radeon-rx-6800m-leaked-rog-strix

Intel Tiger Lake H35 สรุป 5 จุดเด่น Gaming Notebook ที่แรงลื่น ร้อนน้อยกว่า ล้ำกว่าด้วย Thunderbolt 4 พร้อม 3 รุ่นแนะนำ เริ่ม 32,900 บาท

Intel Tiger Lake H35 นับว่าเป็นอีก 1 นวัตกรรมจากทาง Intel ตัวล่าสุดในส่วนของชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงระดับ Gaming หรืองานประมวลผลหนักๆ แต่ได้เรื่องการปลดปล่อยความร้อนที่น้อยกว่า แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า ประหยัดพลังงานมากกว่า พร้อมกันนั้นยังมีในส่วนของการ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics ตัวแรง และฟีเจอร์ Intel Deep Learning Boots ช่วยเร่งการประมวลผลแบบ AI นอกจากนี้ยังได้การเชื่อมต่อที่ดีที่สุดอย่าง Thunderbolt 4 และ Killer Wi-Fi 6 และ Wi-Fi 6E (Gig+) อีกด้วย

Intel Tiger Lake H35

สำหรับการมาของ Intel Tiger Lake H35 ซึ่งนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของตระกูล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร SuperFin ซึ่งปกติแล้วในตอนนี้ที่ทำตลาดจะเป็น U Series โดยมีอัตราการใช้พลังงานอยู่ที่ 28W แต่ Intel H35 รุ่นพิเศษนี้นั้นจะมีอัตราอยู่ที่ 35W ซึ่งอยู่วางตลาดในกลุ่มของชิปประมวลผลที่ใช้ใน Gaming Notebook รุ่นบางเบา ที่ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คที่ประสิทธิภาพสูงแต่ใช้ไฟต่ำที่สุดในโลกนั่นเอง เพื่อรองรับการทำงานที่หลากหลาย ได้ความแรงและพกพาสะดวกในตัว 

Intel Tiger Lake H35

หลักๆ แล้วชิปประมวลผล Intel Tiger Lake H35 จะมี 4 คอร์ 8 เธร์ด โดยมีให้เลือก 3 รุ่นย่อยคือ Core i7-11375H ซึ่งทาง Intel เรียกว่าเป็น Core i7 Special Edition ที่เร่ง Clock สูงสุดที่ 5GHz แต่ได้คอร์เดียว) และ Core i7-11370H ปิดท้ายด้วย Core i5-11300H โดยทั้ง 3 รุ่นนี้มีค่า TDP อยู่ระหว่าง 28 – 35W เท่ากันหมด ไม่รองรับการ OverClock แต่ยังมีฟีเจอร์พื้นฐานอย่าง Hyper-Threading, Turbo Boost และ รองรับ PCIe Gen 4 ในการเพิ่มประสิทธิภาพ ที่เหนือชั้นทั้งเรื่องการทำงานและเล่นเกมจริงจัง

Intel Tiger Lake H35

Intel Tiger Lake H35 สเปกแต่ละรุ่น

Model Intel H35 Core/Thread CPU Clock (GHz) Turbo 4 Core (GHz) Graphics GPU Clock (MHz) RAM L3 TDP (Watt)
i5-11300H 4/8 2.60 – 4.40  4.0 Iris Xe 80EU 400 – 1300  3200 – 4267 8MB 28 – 35
i7-11370H 4/8 3.30 – 4.80  4.3  Iris Xe 96EU 400 – 1350 3200 – 4267 12MB 28 – 35
i7-11375H 4/8 3.30 – 5.00 4.3 Iris Xe 96EU 400 – 1350 3200 – 4267 12MB 28 – 35

ซึ่งในบทความนี้เราจะมาสรุปจุดเด่นของ Intel TigerLake H35 ประกอบไปด้วย 5 สิ่ง พร้อมกับแนะนำ Gaming Notebook รุ่นใหม่ๆ ที่พร้อมขาย หรือเตรียมขายเร็วๆ นี้ อีก 3 รุ่นด้วยกัน สนนราคาเริ่มต้นที่ 32,900 บาทเท่านั้น ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีหลายรุ่นอีกมากมายตามมาให้เลือกซื้อด้วย 

  1. Intel Tiger Lake H35 เป็นชิปประมวลผลรุ่นใหม่ ได้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับ AAA อย่างลื่นไหล พร้อมรองรับการทำงานประมวลผลระดับสูงแบบมืออาชีพ แรงลื่นกว่า H Series ในรุ่นก่อนๆ ความเร็วสุงสุด 5Ghz พร้อมชนเกมดังทุกระดับ พร้อมเทคโนโลยี Turbo Boost Max Technology 3.0 เร่งความเร็ว Core หลักให้เล่นเกมเต็มที่ ยิ่งกับคู่กับการ์ดจอแยกตัวแรงจะรีดประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้สูงสุดยิ่งขึ้นไปอีก 
  2. ภายในชิปประมวลผล Intel Tiger Lake H35 มีฟีเจอร์ Intel Deep Learning Boots ชุดคำสั่งเร่งการประมวลผล AI กับโปรแกรมที่สนับสนุน อาทิโปรแกรมทำงานเอกสารต่างๆ Microsoft Office Word, Excel, Power Point และ Adobe Photoshop, Lightroom, Premiere Pro ช่วยเรื่องของความเร็วในการทำงานไปอีกขั้น อีกทั้งช่วยประมวลผลด้านเสียงและตัดเสียงรบกวน ด้วย Gaussian & Neural Accelerator (GNA) 2.0
  3. การ์ดจออนชิป Intel Iris Xe Graphics ของ Intel Tiger Lake H35 สนับสนุน Intel Quick Sync Video New AV1 Encoder ทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เหมาะกับผู้สร้างเนื้อหาระดับมืออาชีพ ไม่ต้องพึ่งพาการ์ดจอแยก รองรับการเชื่อมต่อหน้าจอความละเอียดสูง 4K ที่ 120Hz และ 8K ที่ 60Hz อีกทั้งยังรองรับ HDR10 Adaptive Sync สูงสุดที่ 360hz และ Xe Media Engine เทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อ Encode & Decode 
  4. Intel Tiger Lake H35 ติดตั้งอยู่ใน Gaming Notebook ตัวเครื่องดีไซน์บางเบาพกพาสะดวก โดยบางน้อยกว่า 16 มิลลิเมตร และเบาสุดๆ ที่น้อยกว่า 2 กิโลกรัมแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน ประหยัดพลังงานเป็นพิเศษ ปลอดปล่อยความร้อนน้อยกว่า ลืมไปเลยว่าโน๊ตบุ๊คที่เล่นเกมได้ลื่นไหลเครื่องต้องร้อน พร้อมยังได้ความแรงที่ยอดเยี่ยมไม่เป็นรองเครื่องที่หนาๆ หนักๆ 
  5. Intel Tiger Lake H35 รองรับการเชื่อมต่อที่ครบครันด้วย Thunderbolt 4 ที่สนับสนุนการโอนถ่ายข้อมูลสูงสุด 40Gb/s ที่เร็วที่สุด พร้อมรองรับการเชื่อมต่อหน้าจอภายนอกระดับสูง 4K / 8K รวมถึงการชาร์จไฟเข้าเครื่องผ่านทาง USB Power Delivery และล้ำหน้าด้วย PCI Express Gen 4 (PCIe 4) อย่าง SSD M.2 NVMe ที่ความเร็วสูงสุดถึง 8000 Mb/s มาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายรองรับเป็น Wi-Fi 6 Killer /  Wi-Fi 6 (Gig+) ช่วยให้การรับส่งข้อมูลเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหล

Intel Tiger Lake-H

โน๊ตบุ๊คที่ใช้ชิปประมวลผล Intel Tiger Lake H35

  1. ASUS TUF Dash F15 ราคา 32,900 – 48,900 บาท
  2. MSI Stealth 15m ราคา 69,900 บาท
  3. Acer Predator Triton 300 SE ราคา 4x,xxx บาท

ASUS TUF Dash F15 ราคา 32,900 – 48,900 บาท

ASUS TUF Dash F15 (FX516) เป็น Gaming Notebook รุ่นน่าสนใจ มาในดีไซน์การออกแบบที่บางเบากว่า TUF ปกติ เพราะมีการใช้ DNA ของ ROG เพิ่มเข้ามา สเปกใหม่ล่าสุดด้วยชิปประมวลผล Intel Tiger  Lake H35 อย่าง i5-11300H / Core i7-11370H ตัวแรงประสิทธิภาพสูงแต่ร้อนน้อยกว่ารุ่นก่อนๆ เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน เรียกได้ว่ามีการพัฒนาอย่างแท้จริง

ส่วนการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 / 3070 รุ่นใหม่เช่นกัน จัดเต็มเรื่องของการทำงานและการเล่นเกม ที่เหนือชั้นกว่า RTX 20 Series จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คระดับกลางค่อนไปทางบนของ ASUS สาย Gaming ที่เน้นความพรีเมียม การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ แบตยาวนานสูงสุดกว่า 12 ชั่วโมง ทำงานก็ดีเยี่ยมเล่นเกมก็ได้ดีกว่าเดิมมากๆ แสดงผลผ่านทางหน้าจอ 15.6″ Full HD IPS ที่ Refesh Rate 240 Hz

TUF%20Dash%202021 f

ASUS TUF Dash F15 มีราคา 32,900 – 48,900 บาท ส่วน สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB ที่ดีเยี่ยมกว่ารุ่นก่อน อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 ความจุ 512GB – 1TB พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ประกันก็เป็น 2 ปีตามาตรฐาน ASUS ที่สามารถเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย นับได้ว่าเป็น Gaming Notebook ปี 2021 ที่น่าซื้อที่สุดรุ่นนึงทีเดียว

ร่วมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ด้วยตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวก พร้อมพอร์ต Thunderbolt 4 ที่สำคัญคือจัดการอุณหภูมิได้ดีด้วย จากเทคโนโลยีการระบายความร้อนที่ดีและเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้น เรียกได้ว่าใครกำลังมอง Gaming Notebook ตัวแรงลื่นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่อยากได้ดีไซน์เรียบหรูดูดี เบาแค่ 2 โล ตัวเครื่องแข็งแรงทนทานมาตรฐานมาตรฐานแบบกองทัพ MIL-STD-810H ทำงานก็สะดวกเล่นเกมก็ลื่นไหล

TUF%20Dash%202021 r

ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PM-HN086T ราคา 32,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-11300H (4C/8T & 3.10 – 4.80GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PM-HN025T ราคา 36,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-11370H
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3060
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PR-HN033T ราคา 44,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-11370H
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3070
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PR-AZ019T ราคา 48,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-11370H (4C/8T : )
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3070
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard) + 8GB
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 240Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

MSI Stealth 15m ราคา 69,900 บาท

MSI Stealth 15m เป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่สายบางเบาแต่แรงลื่น หนึ่งใน Intel Tiger Lake H35 รุ่นใหม่ได้ทั้งสเปกที่ใหม่ล่าสุดและดีไซน์เฉียบล้ำ โดยเปิดตัวครั้งแรกพร้อมกับชิปประมวลผล อย่าง Core i7-11375H โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพขั้นสูง ที่ทั้งแรงลื่น ลดน้อย และประหยัดพลังงานพร้อมการ์ดจอ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 โดยเป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่เน้นความบางเบาหรูหรา

ด้วยสีสันตัวเครื่อง Carbon Gray ลักษณะเทาด้านตลอดทุกสัดส่วน  ตอกย้ำ MSI Stealth 15M ด้วยโลโก้ MSI ที่ฝาหลังเป็นแบบการยิงเลเซอร์ฝังลงไป ให้ความพรีเมียมเรียบเนียนอย่างที่สุด ได้ความแรงไม่เป็นรอง Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก ที่รักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.69 กิโลกรัม บางที่ 15.95 มิลลิเมตรเท่านั้น

Intel Tiger Lake H35

สเปกอื่นๆ ก็ยอดเยี่ยมโดยได้แรมขนาด 16GB และ SSD M.2 ที่ 1TB มาพร้อมการเชื่อมต่อที่ครบครันด้วย Wi-Fi 6 AX, Buetooth 5.1 และพอร์ต Thunderbolt 4 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ดีการโอนไฟล์ที่สุดในขณะนี้ รองรับการต่อหน้าจอ 4K / 8K พร้อมชาร์จไฟเข้าเครื่อง มาตรฐาน PD charging ที่สูงสุด 100W ที่ดีกว่า Thunderbolt 3 นอกจากนี้ยังมีพอร์ตอื่นๆ อาทิ 2 x Type-A USB3.2, 1x (4K @ 60Hz) และ HDMI, microSD Card Reader บอกเลยว่าจัดเต็มมากๆ

ส่วนช่องหูฟังรองรับ Hi-Res Audio และไมค์แบบแจ็คทอง 3.5 มิลลิเมตร มีฟีเจอร์ Nahimic 3 ซึ่งให้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นก่อนๆ ชัดเจน พร้อมระบบระบายความร้อน Cooler Boots 5 เรียกได้ว่าส่วนสเปกฮาร์ดแวร์จัดเต็มแบบสุดๆ ไปเลย ได้คีย์บอร์ดแบบใหม่สวยงามเข้ากับตัวเครื่อง มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที แน่นอนว่าทำงานร่วมกับ Dragon Center ที่เป็นซอฟต์แวร์ช่วยปรับแต่งด้วย กับราคา 69,900 บาท

Intel Tiger Lake H35

MSI Stealth 15M A11UEK-084THราคา 69,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-11375H (4C/8T : 3.30 – 5.00GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + GeForce RTX 3060
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years

Acer Predator Triton 300 SE ราคา 4x,xxx บาท

Acer Predator Triton 300 SE จัดว่าเป็น Gaming Notebook ที่น่าสนใจจากทาง Acer มากๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่นำเสนอโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมที่มาพร้อมขนาด 14″ พร้อมใช้สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Tiger Lake H35 และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 ที่แรงลื่นและทรงประสิทธิภาพ อีกทั้งตัวเครื่องเองก็มีความเพรียวบาง เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่เป็นพิเศษ รวมไปถึงได้แบตเตอรี่ที่ยาวนาน รองรับทั้งการทำงานและการเล่นเกมได้อย่างลงตัว สำหรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจก็คือ รองรับการเชื่อมต่อมาตรฐานที่ครบครัน แน่นอนว่ามีพอร์ต Thuderbolt 4 ที่ดีที่สุด

ชื่อของ Acer Predator Triton 300 SE ในส่วนของ SE มาจาก Special Edition ดีไซน์โดยรวมของตัวเครื่องเป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าอ 14″ อย่างที่ Acer ไม่เคยทำมาก่อนและเป็นสีเงิน !!! ประกอบกับขอบหน้าจอบางเฉียบ ในตัวเครื่องที่บางเพียง 17.8 มิลลิเมตร และเบาที่ 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น วัสดุทั้งหมดที่เป็นกอบเป็นตัวเครื่องเป็นโลหะอลูมิเนียมพื้นผิวแบบพ้นด้วยทราย อีกทั้งยังมีการทำอโนไดซ์ชุปตัวเครื่องเพื่อความสวยงามและแข็งแรงทนทานต่อการผุกร่อน พร้อมกันนั้นยังได้ทำย้ายโลโก้แบบใหม่ไปไว้มุมขวาบนของฝาหลังอีกด้วย

Triton300 SE PT314 

สเปกภายในของสเปกภายใน Acer Predator Triton 300 SE ใช้หน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS ที่ 144Hz ก็จัดเต็มด้วยชิปประมวลผลตัว Gaming อย่าง Intel TigerLake H35 เทคโนโลยีการผลิต 10 นาโนเมตร SuperFin  ทำงานร่วมกับการ์ดจอเล่นเกมตัวแรงประสิทธิภาพดีอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมติดตั้งแรมได้สูงสุดที่ 24GB และ SSD M.2 NVMe PCIe 3.0 ความจุ 1TB รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมาตรฐาน Wi-Fi 6 AX พร้อมระบบ Killer จาก Intel 

ได้ฟีเจอร์ NVIDIA Advanced Optimus ช่วยให้การจัดการในส่วนของภาพเคลื่อนไหลให้มีความลื่นไหลไร้รอยต่ออย่างที่สุดและการจัดการแบตเตอรี่ได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ใช้งานแบตเตอรี่จะใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงด้วยกัน ซึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ คีย์บอร์ด Gaming และมีไฟ RGB Per-key ที่สวยงามและปรับแต่งได้ผ่านทางซอฟตแวร์ ใช้เทคโนโลยีการระบายความร้อนด้วยพัดลมแบบพิเศษ AeroBlade Gen 5 ใช้พัดลม 2 ตัว ตัวละ 89 ใบพัดขนาด 0.8 มิลลิเมตร มีช่องระบายความร้อน 4 ทิศทาง

Triton300 SE PT314

Acer Predator Triton 300 SE ราคาคาดการณ์ 4x,xxx บาทขึ้นไป

  • CPU : Intel Core i7-11370H (4C/8T : 3.30 – 4.80GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz
  • DISPLAY: 14″ Full HD IPS 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Y On-site Service

กลุ่มตลาดของโน๊ตบุ๊กเล่นเกม Intel Tiger Lake H35 ที่เน้นความบางเบา Ultraportable Gaming เป็นโน๊ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14″ – 15.6″ เน้นการเล่นเกมระดับ AAA ที่ความละเอียด Full HD ที่ Refresh Rate 144Hz ได้ลื่นไหล โดยราคาอยู่ระหว่าง 999 – 1,999 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 30,000 – 60,000 บาท) นับว่าเป็นช่วงราคาที่เหมาะสม

แบรนด์ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊กที่จะใช้ชิปประมวลผล Intel Tiger Lake H35 คือ Acer, ASUS, MSI ที่ในตอนนี้เราได้เห็นแล้ว ส่วน Dell, HP, Lenovo น่าจะตามมา ปิดท้าย Intel บอกว่าจะมีสินค้าจำนวน 40 รุ่นออกทำตลาดภายในครึ่งแรกของปี 2021 ไว้รอติดตามกันอีกที

4 3

ตารางเทียบโน๊ตบุ๊ค Intel Tiger Lake H35

  CPU GPU RAM SSD Display Warranty
TUF Dash F15 i5-11300H / i7-11370H RTX 3070 / 3070 16GB 512GB – 1TB 15.6″ IPS 144 – 240Hz 2 Y Carry-in + Perfect
Stealth 15m i7-11375H RTX 3060 16GB 1TB 15.6″ IPS 144Hz 2 Y Carry-in
Predator Triton 300 SE i7-11370H RTX 3060  16GB 1TB 14″ IPS 144Hz 3 Y On-site

 

from:https://notebookspec.com/web/587845-intel-tiger-lake-h35-5hilight-gaming-nb

AMD Notebook สเปก Ryzen 5000H แนะนำ 3 รุ่นใหม่ การ์ดจอ GTX / RTX เริ่ม 28,900 – 39,900 บาท แรงลื่นคุ้มค่าน่าซื้อ

AMD Notebook ช่วงต้นปี 2021มาพร้อมกับประสิทธิภาพสูงในการเล่นเกมหรือทำงานได้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ มิติ โดยสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000H ได้ความแรงแบบ Gaming Notebook ตัวจริง รวมถึงงานประมวลผลหนักๆ โดยมีราคาที่ถูกคุ้มค่าน่าซื้อ จัดมาครบ 3 แบรนด์ในตอนนี้ ทั้ง Acer / ASUS  Lenovo (อนาคตจะมีใหม่กว่านี้อีก) แน่นอนว่าเหลือเฟือในการทำงานพื้นฐานหรือโปรแกรมเล่นอินเตอร์เน็ตต่างๆ ได้สบาย หรือทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอก็รองรับได้สบายๆ ผ่านทางโปรแกรมมืออาชีพต่างๆ

AMD Notebook

รองรับการเล่นเกมได้หลากหลายทั้งออนไลน์ปรับสุดหรือเกม 3 มิติกราฟิกสวยงาม จากสเปกของชิปประมวลผลและการ์ดจอ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX หรือ RTX 30 Series รวมไปถึงความบันเทิงอย่างการนำไปดูหนังฟังเพลง ชมวีดีโอสตรีมมิ่งต่างๆ อาทิ Youtube หรือ Netflix ดูซีรีส์ต่างช่องทางต่างๆ ก็ลื่นไหลสุดๆ และด้วยหน้าจอพาเนล IPS ให้สีสันสวยงามสมจริง มาตรฐานบางรุ่นจะรองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ขึ้นไปทำให้ภาพลื่นไหลสบายตามากๆ

AMD Notebook

ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำ AMD Notebook ในส่วนของ Gaming Notebook 3 รุ่นใหม่ สเปก Ryzen 5000H อย่าง Ryzen 5600H / Ryzen 7 5800H การ์ดจอ GTX 1650 / RTX 3060 / RTX 3070 เริ่ม 28,900 – 39,900 บาท แรงลื่นคุ้มค่า ได้แรมที่ 8GB – 16GB และ SSD 512GB – 1TB พร้อมใช้งาน มี Windows 10 ประกันดีที่สุดจะเป็น On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน ระยะเวลา 2 – 3 ปี หรือปีแรกมีประกันอุบัติเหตุด้วย ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้าง ไปชมกันต่อเลย

AMD Notebook สเปก Ryzen 5000H แนะนำ 3 รุ่นใหม่

  1. Acer Nitro AN515-45 ราคา 28,900 บาท
  2. ASUS TUF Gaming A15 FA506 ราคา 42,900 – 46,900 บาท
  3. Lenovo Legion 5 15 ราคา 39,900 บาท

Acer Nitro AN515-45 ราคา 28,900 บาท

Acer Nitro AN515-45 เป็น AMD Notebook รุ่นใหม่ในดีไซน์ใกล้เคียงรุ่นเดิม โดยเป็นชิปประมวลผล AMD  Ryzen 5 5600H ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธรด ที่ความเร็ว 3.30 – 4.2- GHz ทำงานร่วมกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5) ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอน แม้จะใช้การ์ดจอรุ่นเก่า ในส่วนของแรมมีมาให้ที่ขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลให้มามาตรฐาน SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB พร้อมรองรับการอัพเกมได้ทั้งแรมและ SSD + HDD

หน้าจอขนาด 15.6″ เป็นพาเนล IPS เกรดดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน มี Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที ซึ่งมีความต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน จะเป็นเรื่องตัวเครื่องภายนอกอย่างดีไซน์ฝาหลัง ที่มีลวดลายที่แตกต่างจากสเปก Ryzen 4000H ไปเล็กน้อย ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ดูแล้วก็เหมือนกันแทบจะ 100% ทีเดียว อีกทั้งคีย์บอร์ดไฟ RGB 4 Zone ที่ให้ความเป็น Gaming มากกว่ารุ่นทั่วไป ได้ประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง เป็นมาตรฐานที่เยี่ยมยอด

AMD Notebook

สำหรับสีสันก็ยังคงเอกลักษณ์สีดำ Shale Black แซมด้วยสีแดง แต่เพิ่มความโดดเด่นและสวยงาม ที่ต้องว่าฝาหลังจะมีลักษณะลวดลายผิวแบบเป็นเหลื่ยมเป็นสัน บริเวณด้านข้างซ้ายและขวา ฝาบนจะโลโก้คำว่า Acer สีดำคมเข้มไม่ธรรมดา ผิวฝาบนพื้นผิวเป็นพลาสติกมีสีดำด้านให้สัมผัสดีมีคุณภาพสูง พร้อมขอบตัวเครื่องหลังเป็นสีแดงแทนที่สีดำเหมือนรุ่นก่อนๆ รวมไปถึงขอบตัวเครื่องบริเวณฝาพับ จะเป็นสีดำพร้อมกับมีคำว่า Nitro สีแดงติดตั้งเอาไว้ โดยสามารถกางหน้าจอได้กว่า 145 องศาทีเดียว

ตัวเครื่องด้านในภายในยังให้ดีไซน์คล้ายรุ่นก่อน ๆ ที่มีการติดตั้งปุ่ม Power ไว้มุมขวาบนสุดของชุดคีย์บอร์ด รวมไปถึงยังมีการติดตั้งปุ่ม NitroSense ไว้เหนือแป้นตัวเลขด้วย (แต่ซอฟต์แวร์ยังใช้งานไม่ได้) พร้อมไฟคีย์บอร์ดแบบ All Zone สีแดงสีเดียว ซึ่งเชื่อว่าสเปกขายจริงจะเป็นคีย์บอร์ดไฟ RGB แบบแบ่งเป็น 4 โซน พร้อมกับใช้ขอบของปุ่มคีย์บอร์ดเป็นสีขาวทั้งหมดแทนที่สีแดงแบบในภาพประกอบนี้ (แน่นอนว่าเครื่องเดโมนี้ไม่มีแป้นภาษาไทยด้วย)

AMD Notebook

Acer Nitro 5 AN515-45-R0ZA/T00A ราคา 28,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H (6C/12T : 3.30 – 4.20GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5)
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD (1920 x 1080) 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Connector : Wi-Fi 6 + BT5.0
  • Keyboard : RGB Gaming Keyboard
  • Warranty : 3 Years On-site Service

ASUS TUF Gaming A15 FA506 ราคา 42,900 – 46,900 บาท

ASUS TUF Gaming A15 FA506 เป็น AMD Notebook รุ่นใหม่หน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS ที่ 144Hz – 240Hz มาพร้อมกับชิปประมวลผล  AMD Ryzen 7 4800H (3.30 GHz up to 4.20 GHz, 16 MB L3 Cache) ทำงานแบบ 8 Core/ 16 Thread ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce RTX 3070  มีความแรงให้เลือกมากมาย แรมได้มาขนาด 16GB DDR4 Bus 3200 MHz แบบ Single Channel (8GB x 2 แถว)

มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB – 1TB ที่มีความลื่นไหล อีกทั้งรองรับการอัพเกรด SSD M.2 และ HDD 2.5″ ด้วย ซึ่งที่ไม่ใช่แค่ลื่นไหล แต่ใหญ่เพียงพอในการสำรองไฟล์ต่างๆ ด้วย มาพร้อมกับ Windows 10 แท้ ใช้งานได้ทันที เรียกได้ว่าประสิทธิภาพโดยรวมมีความแรงลื่นกว่ารุ่นก่อนๆ พอสมควรทีเดียว จากเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดทั้งชิปประมวลผลและการ์ดจอ 

AMD Notebook

ASUS TUF Gaming A15 FA506 ได้ระบบระบายความร้อน ASUS Intelligent Cooling ปรับการทำงานได้สามโหมดผ่านทางซอฟต์แวร์ Armory Crate อีกทั้งยังมี Anti-Dust Cooling ช่องระบายฝุ่นที่อยู่ด้านข้างฮีทซิ้งค์ทั้งสองฝั่ง ช่วยให้เครื่องสามารถทำงานได้เสถียรยาวนาน ตัวเครื่องออกแบบให้มีช่องระบายความร้อนแบบ 4 ทิศทาง ด้วย 2 ช่องขนาดใหญ่ด้านหลัง พร้อมอีก 2 ช่องด้านซ้ายขวา ฟินระบายความร้อนเป็นสีดำ การันตีเรื่องของการระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม

พร้อมอากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นขนาดใหญ่ด้านล่างใต้เครื่อง และยางรองด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก พัดลมคู่ n-Blade หมุนใบพัดมากถึง 83 ใบ เทคโนโลยี Liquid-Crystal Polymer ที่มีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งทำงานร่วมกับท่อความร้อนจำนวน 5 ท่อดึงความร้อนออกจาก CPU / GPU ได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

AMD Notebook

ASUS TUF Gaming A15 FA506QR-HN035T ราคา 42,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H (8C/16T : 3.20 – 4.40GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 (8GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD (1920 x 1080) 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Connector : Wi-Fi 6 AX + BT5.1
  • Keyboard : RGB Gaming Keyboard
  • Warranty : 2 Years Inter / 1 Year Perfect warranty

ASUS TUF Gaming A15 FA506QR-HN035T ราคา 46,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H (8C/16T : 3.20 – 4.40GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 (8GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD (1920 x 1080) 240Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 Home
  • Connector : Wi-Fi 6 AX (2×2) + BT5.1
  • Keyboard : RGB Gaming Keyboard
  • Warranty : 2 Years  Inter / 1 Year Perfect warranty

Lenovo Legion 5 15 ราคา 39,900 บาท

Lenovo Legion 5 นับได้ว่าเป็น AMD Notebook ประจำปี 2021 ที่ได้รับความสนใจพอตัว ด้วยความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ในตลาด อย่างดีไซน์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ มี DNA ที่เป็น Legion Series ชัดเจน ใช้สเปกเป็น Ryzen 7 5800H ที่ทรงประสิทธิภาพ ได้ทั้งความแรงขึ้นและร้อนน้อยลง แน่นอนว่าเลือกใช้การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 ที่มีพลังแรงไว้ใจได้ ติดตั้งแรมเป็น 16GB DDR4 Bus 3200MHz ผสานกับ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB  มี Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที

สำหรับ Lenovo Legion 5 นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่องเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมขนาดหน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS คุณภาพสูง Refresh Rate ที่ 144Hz ได้ขอบจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กกระชับ ลงตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนรับรองได้ว่ามันสามารถที่จะสร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ นอกจากเล่นเกมได้ดีแล้ว ยังรองรับทั้งการทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูง อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์ 3 มิติ ก็เอาอยู่ สนนราคาที่ 39,900 บาท 

15ACH6H%20Black bk

บอกได้เลยว่าทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบนั้นมีความน่าประทับใจตัวเครื่องมีมิติที่เล็กกระชับ ด้วยความบางเพียง 26.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจุดที่สมดุลทั้งในแง่ของประสิทธิภาพในการเล่นเกม และความสามารถในการพกพาได้อย่างลงตัว กล้องเว็บแคมที่ติดตั้งไว้ด้านบนพร้อม Privacy Shutter และปุ่มทิศทางที่ตำแหน่งดีขึ้น ได้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้น รวมไปถึงมีสเปคประสิทธิภาพสูงจาก  เหลือเฟือในการใช้งานพื้นฐาน

แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน ตัวเครื่องก็ร้อนน้อยจากเทคโนโลยี Legion Coldfront 3.0 ชอบมากๆ เลยก็คือการปรับโหมดเพียง Fn + Q เท่านั้น ประกันก็เป็นแบบ 3 ปี On-site Service พร้อมบริการหลังการขายอื่นๆ อาทิ ประกันอุบัติเหตุแบบเคลม 100% มีเครื่องสำรองระหว่างรอเครื่องเคลม หรือบริการโทรศัพท์ Call Center 24/7 อีกด้วย ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์ ในเรื่องของบริการหลังการขายที่เรามั่นใจได้มากกว่า

15ACH6H%20Black c

Lenovo Legion 5 15ACH6H-82JU000ETA ราคา 39,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H (8C/16T : 3.20 – 4.40GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD (1920 x 1080) 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Connector : Wi-Fi 6 AX + BT5.0
  • Keyboard : RGB Gaming Keyboard
  • Warranty : 3 Years On-site / 2 Years ADP

แพคเกจ Unbeatable Protection Pack  ราคา 9,900 บาท

ประกันแบบ Premium Care ระยะเวลา 3 ปี

  • การสนับสนุนแบบ 24/7
  • พนักงาน Call Center เป็นผู้ชำนาญการด้านเทคนิคโดยเฉพาะ
  • รับประกันการซ่อมแบบ on-site next business day
  • เวลาทำการบริการ on-site ระหว่าง 9 AM- 9PM

การคุ้มครอง Lenovo Accidental Damage Protection (ADP) 2 ปี

  • การคุ้มครองด้านอุบัติเหตุแบบ Ultimate ADP
  • 100% ดูแลด้านชิ้นส่วนและบริการ

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าตัวเลือกของ AMD Notebook สเปก Ryzen 5000H ในช่วงราคา 2x,xxx – 3x,xxx บาท ยังน้อยอยู่ แต่คาดว่าอีกไม่นานในแต่ละแบรนด์ก็จะเติมเต็มให้เรามีรุ่นที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งตอนนี้ยังไม่เห็นในส่วนของแบรนด์ HP / Dell / MSI ที่เป็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ชิปประมวลปล AMD แต่อย่างใด ซึ่งถ้าใครรีบซื้อก็จัด 3 รุ่นที่แนะนำไปก่อนได้ หรือถ้ารอได้แนะนำว่าก็ควรรอนะครับ 

ตาราง AMD Notebook สเปก Ryzen 5000H

AMD Notebook CPU GPU RAM SSD Display Warranty
Nitro 5 AN515-45 Ryzen 5 5600H GTX 1650 8GB 512GB 15.6″ IPS FHD 144Hz 3Y On-site
TUF Gaming A15 FA506 Ryzen 7 5800H RTX 3070 16GB 512GB – 1TB 15.6″ IPS FHD 144 – 240Hz 2Y Carry-in + 1Y Prefect
Legion 5 Ryzen 7 5800H RTX 3060 16GB 512GB 15.6″ IPS FHD 144Hz 3Y On-site + 2Y Accidental

 

from:https://notebookspec.com/web/587675-amd-notebook-gaming-ryzen-5000h-3-model

Predator League ปี 2020/21 ในวันที่ 6-11 เมษายนนี้ เปิดศึก esports การแข่งขันเพื่อชิงชัย DOTA 2 / PUBG กับรางวัลมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท

Predator League ปี 2021 โดย Acer และ Intel นับถอยหลังสู่บทสรุปแห่งการต่อสู้เพื่อแย่งชิงโล่แห่งเกียรติยศ Predator กับการแข่งขันเกมออนไลน์ระดับภูมิภาคที่มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 400,000 USD (กว่า 12 ล้านบาท) กับงาน ASIA PACIFIC PREDATOR LEAGUE 2020/21 : Grand Finals ในวันที่ 6-11 เมษายนนี้ เปิดศึกการแข่งขันเพื่อชิงชัยความเป็นหนึ่ง 

Predator League

โดยในปีนี้การแข่งขันได้แบ่งออกเป็นทัวร์นาเมนต์ย่อย 4 รายการ โดยกำหนดการแข่งขันตามภูมิภาคของผู้เข้าแข่งขัน ดังนี้

⦁ APAC Predator League 2020/21 Grand Final Dota 2 Asia

⦁ APAC Predator League 2020/21 Grand Final Dota 2 APAC

⦁ APAC Predator League 2020/21 Grand Final PUBG Asia

⦁ APAC Predator League 2020/21 Grand Final PUBG APAC 

รายการแข่งขัน APAC Predator League 2020/21 Grand Final PUBG APAC นั้นมีตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันถึง 2 ทีมด้วยกัน ได้แก่ทีม

  1. Sharper Esports (Sharper White)
  2. Purple Mood E-Sport

Predator League Predator League

ซึ่งการแข่งขันในส่วนของเกม PUBG นั้น จะทำการแข่งขันจำนวน 3 วัน (8, 9 และ 11 เมษายน 2564) โดยแข่งทั้งสิ้น 12 โดด ทีมที่ทำคะแนนได้สูงสุด 3 อันดับแรกจากการเก็บคะแนนทั้ง 3 วัน จะได้รับรางวัลที่มูลค่ารวมสูงถึง 60,000 USD (กว่า 1,800,000 บาท)

  • อันดับ 1 : 1,125,000 THB (37.5K USD)
  • อันดับ 2 : 450,000 THB (15K USD)
  • อันดับ 3 : 225,000 THB (7.5k USD)

เวลาการแข่งขัน Predator League 2020/21 Grand Final PUBG APAC 

วันที่ 8 เมษายน 2564 เริ่มแข่งในเวลาเวลา 17:00 น. เป็นต้นไป (เวลาไทย)

  • โดดที่ 1 : Erangel
  • โดดที่ 2 : Erangel
  • โดดที่ 3 : Erangel
  • โดดที่ 4 : Miramar

Predator League

วันที่ 9 เมษายน 2564 เริ่มแข่งในเวลาเวลา 11:00 น. เป็นต้นไป (เวลาไทย)

  • โดดที่ 5 : Miramar
  • โดดที่ 6 : Miramar
  • โดดที่ 7 : Erangel
  • โดดที่ 8 : Erangel

Predator League

วันที่ 11 เมษายน 2564 เริ่มแข่งในเวลาเวลา 11:00 น. เป็นต้นไป (เวลาไทย)

  • โดดที่ 9 : Erangel
  • โดดที่ 10 : Miramar
  • โดดที่ 11 : Miramar
  • โดดที่ 12 : Miramar

Predator League

โดยผู้ที่สนใจรับชมการแข่งขัน สามารถรับชมได้สดๆ ผ่านทางระบบ Live Streaming ได้ 3 ช่องทางหลัก

ดังต่อไปนี้

โดย Commentator หรือนักพากษ์ที่จะมาถ่ายทอดความมันส์ตลอดการแข่งขันทั้ง 3 วัน ได้แก่ 2 นักพากษ์ขวัญใจชาว Pubg นั่นเอง ได้แก่..

นอกจากนี้ ทางผู้จัดอย่าง Predator ยังมีกิจกรรมแจกของรางวัลให้กับผู้โชคดีที่รับชม stream การแข่งขัน ทั้ง 3 วัน จำนวน 3 รางวัลอีกด้วย โดยจะสุ่มแจกวันละ 1 รางวัล ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • วันที่ 8 เมษายน 2564

แจก Predator Gaming Chair : LK-2341 จำนวน 1 รางวัล

  • วันที่ 9 เมษายน 2564

แจก Predator Gaming Monitor จำนวน 1 รางวัล

  • วันที่ 11 เมษายน 2564

แจก Predator Gaming Notebook จำนวน 1 รางวัล

Predator League

ร่วมติดตามชม Predator League และเป็นกำลังใจให้กับตัวแทนประเทศไทยทั้ง 2 ทีมในการแข่งขัน และลุ้นรับของรางวัลไปด้วยกันในวันที่ 8, 9 และ 11 เมษายน 2564 นี้กันนะครับ ปิดกับ Gaming Notebook ที่น่าสนใจ กับ Predator Series รุ่นต่างๆ อาทิ Triton 300 / Helios 300 / Triton 500 / Helios 700 เพื่อเน้นเล่นเกมตัวจริง ตอบโจทย์ระดับ eSports โดยเฉพาะ แต่ละรุ่นจะมีรุ่นอะไรบ้างนั้นไปชมกันต่อเลย 

Predator Triton 300 

Predator Triton 300 มีตัวเลือกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H อย่าง Core i5-10300H ทำงานที่ความเร็ว 2.50 – 4.50 GHz แบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด และ Core i7-10750H ทำงานที่ความเร็ว 2.60 – 5.0 GHz แบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับสูงที่ได้ทั้งความแรงและร้อนน้อยกว่าอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6) / RTX 2070 Max-Q (8GB GDDR6) สนนราคาเริ่มต้นถูกสุด ที่ 43,990 บาทในฝั่งของ Gaming Notebook แบรนด์ Predator

แรมมาตรฐานเป็น DDR4 Bus 2933MHz ขนาด 16GB / 32GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB / 1TB มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS แบบด้าน รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz / 3ms ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ใครจะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมอันนี้ไม่ว่ากัน ได้ Windows 10 ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมด้วยกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลแบบคู่ในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน

Predator Triton 300 2020 Review 2

Predator Triton 300 ในส่วนของดีไซน์ภายนอกก็ดูเรียบหรู วัสดุเป็นอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องสีดำแซมด้วยสีฟ้า Predator ที่โดดเด่น เป็น DNA ของ Gaming Notebook มีความบางสุด 19.9 มิลลิเมตร และเบาที่ 2.3 กิโลกรัม และถือว่าเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ที่ขอบบาง แต่ไม่ได้มีการตัดชุด Numpad ด้านขวาออกไปแต่อย่างใด เชื่อว่าหลายคนน่าจะถูกใจสิ่งนี้ โดยมีปุ่มที่ใหญ่และช่องว่างที่พอดี ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน

สำหรับดีไซน์ตัวปุ่มเองก็มีความพิเศษที่เป็นขอบสีขาวกึ่งโปร่งแสงให้ความสวยงามเวลาใช้งานจริง รวมถึงบริเวณด้านขวายังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ รวมไปถึงมีปุ่มปรับระดับเสียง ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษที่สำคัญไฟ LED ก็เป็นแบบ 4 โซน เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ให้วิ่งไปมาตามโปรไฟล์ต่างๆ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้ เช่นตั้งไว้เป็นสีขาวหรือสีฟ้าสีเดียว

Predator Triton 300 2020 Review 26

Acer Predator Triton 300 PT315-52-71W1 ราคา 50,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-10750H (6C/12T : 2.60 – 5.00GHz)
  • GPU : Intel UHD 630 Graphics + GeForce RTX 2060
  • RAM : 32GB DDR4 2933 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Predator Helios 300 

Predator Helios 300 มาพร้อมกับหลากหลายสเปกและราคา หลักๆ แล้วเป็นชิปประมวลผลเป็น Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ส่วนการ์ดจอเริ่มต้นเป็น NVIDIA GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6) / RTX 2070 Max-Q (8GB GDDR6) พร้อม แรมขนาด 16GB / 32GB DDR4 Bus 2933 MHz ที่เก็บข้อมูลเป็นแบบ SSD M.2 แบบ NVMe PCIe ที่ความจุ 512GB – 1TB รวมถึงยังใส่ฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ได้อยู่ จัดว่าให้สเปกมาเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไปมากๆ แต่เหมาะสำหรับการเล่นเกมแบบสุดๆ

มีตัวเลือกหน้าจอขนาด 15.6″ หรือ 17.3″ แบบด้าน ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพ IPS ตอบสนองที่ 144Hz 3ms แถมตัวเครื่องยังมีลำโพง 2.0 ชาแนล บนซอฟแวร์เสียง DTS:X Ultra ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-C จำนวน 1 ช่อง, USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, ช่องเสียบหูฟังไมค์ขนาด 3.5 มิลลิเมตร พร้อมด้วยช่องสาย Lan RJ45 พร้อม E2600 Ethernet Controller

Acer Predator Helios 300 2020 Review 17

Predator Helios 300 จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ที่ 15.6″ และ 17.3″ แต่กลับมีความเล็กลงจากมิติตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดจากการที่ขอบจอบาง จากการที่ขอบจอบางที่ 7.9 มิลลิเมตร มีพื้นที่การแสดงผลที่ 79% โดยได้ความแรงไม่แพ้ Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ แบบแต่ก่อน โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก รักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้พกพาพอได้ หรือหยิบใส่กระเป๋าแบบสบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง กับน้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม และ 2.9 กิโลกรัม ตามลำดับ

คีย์บอร์ดถือว่าเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ / 17.3″ โดยบริเวณด้านขวาของชุดคีย์บอร์ดยังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีกเวลาที่จะปรับแต่งการใช้งานโหมดต่างๆ รวมไปถึงการปรับรอบพัดลมหรือปรับสีไฟคีย์บอร์ดด้วย อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษที่เป็นโทนฟ้าต่างจากปุ่มคีย์บอร์ดอื่นๆ ที่สำคัญไฟคีย์บอร์ด LED ก็เป็นแบบ RGB แบ่ง 4 โซน เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้

Acer Predator Helios 300 2020 Review 41

Acer Predator Helios 300 PH315-53-79SU ราคา 45,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-10750H (6C/12T : 2.60 – 5.00GHz)
  • GPU : Intel UHD 630 Graphics + GeForce RTX 2060
  • RAM : 16GB DDR4 2933 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Predator Helios 300 PH315-53-728M ราคา 55,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-10750H (6C/12T : 2.60 – 5.00GHz)
  • GPU : Intel UHD 630 Graphics + GeForce RTX 2070 Max-Q
  • RAM : 32GB DDR4 2933 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Predator Triton 500

Predator Triton 500 ใช้ชิประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i Gen 10H ในรุ่น Core i7-10875H ทำงานที่ความเร็ว 2.3 – 5.1 GHz แบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ซึ่งให้ความแรงและ Core การทำงานที่มากกว่า i7-10750H ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับสูงรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 Super Max-Q (8GB GDDR6) / RTX 2080 Super Max-Q (8GB GDDR6) 

แรมมาตรฐานเป็น DDR4 Bus 2933MHz ขนาด 32GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS แบบด้าน 300Hz / 3ms / G-Sync ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ใครจะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมอันนี้ไม่ว่ากัน ได้ Windows 10

Acer Predator Triton 500 i7 10875 2020 Review 15

ซึ่งจากสเปกนี้ทำให้รองรับการเล่นเกมในปัจจุบันลื่นๆ ได้ทุกเกมแน่นอน ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมด้วยกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลแบบคู่ในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง Thunderbolt 3, USB 3.1 Type-A  และ LAN RJ45 Killer Ethernet E3100, Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth V5.0 และ Wi-Fi มาตรฐาน Killer Wi-Fi 6 AX1650G

สำหรับ Acer Predator Triton 500 ถือว่าเป็น Gaming Notebook มาตรฐานใหม่ที่มีความเบาบาง ขอบจอบางที่ได้ความแรงไม่แพง Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ แบบแต่ก่อน โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก ด้วยน้ำหนักเพียง 2.1 กิโลกรัม บางที่ 17.9 มิลลิเมตร (จัดว่าเป็น Gaming Notebook จอ 15.6″ ที่บางเบาที่สุดในโลกรุ่นนึง) ทำให้ถือมือเดียวได้ หรือหยิบใส่กระเป๋าแบบสบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

Acer Predator Triton 500 i7 10875 2020 Review 39

คีย์บอร์ดของ Predator Triton 500 มีการตัดชุด Numpad ด้านขวาออกไป โดยมีปุ่มที่ใหญ่และช่องว่างที่พอดี ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน นอกจากนี้บริเวณด้านขวายังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ รวมไปถึงมีปุ่มปรับระดับเสียง ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก

อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษ ที่สำคัญไฟ LED ก็เป็นแบบ Per-Key RGB แบบเต็มรูปแบบ เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้ ส่วนในการใช้งาน Turbo เราก็สามารถกดปุ่มได้เลย

Acer Predator Triton 500 PT515-52-70RD ราคา 76,400 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-10875H (8C/16T : 2.30 – 5.10GHz)
  • GPU : Intel UHD 630 Graphics + GeForce RTX 2080 Super Max-Q
  • RAM : 32GB DDR4 2933 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 300Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Predator Helios 700

Predator Helios 700 เป็น Gaming Notebook รุ่นท็อปสุด มาพร้อมกับสเปกที่ดีที่สุดชิปประมวลผลเป็น Intel Core i9-10980HK ความเร็ว 2.40 GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 5.30 GHz ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด การ์ดจอแรงที่สุดในตระกูล RTX อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 Super (8GB GDDR6) โดยแรงกว่า RTX 2080 ไปอีกขั้น พร้อมแรมขนาดใหญ่ที่ 64GB DDR4 ที่ฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ SSD m.2 แบบ NVMe PCIe ที่ความจุ 1TB จัดว่าให้สเปกมาเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไปมากๆ แต่เหมาะสำหรับการเล่นเกมแบบสุดๆ ให้เฟรมเรทขับเคลื่อนได้สูงมากๆ

หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว แบบด้าน ความละเอียด Full HD (1920 × 1080 พิกเซล) ​พาเนลคุณภาพ IPS คุณภาพสูง พร้อมตอบสนองที่ 144 Hz ทำงานร่วมกันกับชิป NVIDIA G-Sync ส่งผลให้ภาพทีความลื่นไหลไม่ฉีกขาด ในเฟรมเรทที่สูงอยู่ ตัวเครื่องยังมีลำโพงคุณภาพสูงทำงานบนซอฟแวร์เสียง DTS:X Ultra แบบ 5.1 channel ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย เรียกได้ว่าให้ประสบการณ์การใช้งานงานทั้งภาพและเสียงที่สมบูรณ์แบบ

Acer Predator Helios 700 Review 3

ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 3 จำนวน 1 ช่อง, USB 3.1 Type-A จำนวน 3 ช่อง หนึ่งช่อง, HDMI 2.0, DisplayPort 1.4, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45 พร้อม E3100 Ethernet Controller, Wi-Fi 6 AX ทำงานแบบ Kller Doubleshot Pro พร้อม  Killer Control Center 2.0 ที่ช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์ให้มีเสถียรภาพและสมูทขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐาน

สำหรับ Predator Helios 700 ถือว่าเป็น Gaming Notebook มาตรฐานใหม่ที่มี HyperDrift keyboard ซึ่งเราสามารถใช้ปกติเหมือน Notebook ทั่วไป แต่เมื่อจะใช้งานหนักๆ รวมไปถึงเล่นเกม ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ HyperDrift keyboard สไลด์เลื่อนออกมาได้ทั้งชุดคีย์บอร์ดและทัชแพดก็จะทำมุมพับเอียงไปพร้อมๆ กัน เพิ่มความแรงด้วยการ Overclock และการระบายความร้อนที่มากยิ่งขึ้น

Acer Predator Helios 700 Review 79

มีน้ำหนักที่ 4.5 กิโลกรัม และความหนาที่ 41.7 มิลลิเมตร จัดว่าเป็น Gaming Notebook จอ 17.3″ ที่ไม่เน้นความบางเบา แต่เน้นความแรง ระบบระบายความร้อน และฟีเจอร์มัลติโหมดเป็นหลัก ไม่สนความบางเบาอย่าง Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน ทำให้การพกพานั้นอาจจะไม่สะดวกนัก แต่ก็พอที่เคลื่อนย้ายไปไหนมาไหนบ้าง บนพื้นฐานการออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุพลาสติกเกรดดีตลอดทั้งตัวเครื่อง

Acer Predator Helios 700 Review 47

Acer Predator Helios 700 PH717-72-900T ราคา 129,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i9-10980HK (8C/16T : 2.40 – 5.30GHz)
  • GPU : Intel UHD 630 Graphics + GeForce RTX 2080 Super
  • RAM : 64GB DDR4 2933 MHz 
  • DISPLAY: 17.3″ Full HD IPS 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 2TB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service

ตารางสเปก Predator Series

  CPU GPU RAM SSD Display
Triton 300 i7-10750H RTX 2070 Max-Q 32GB 1TB 15.6″ IPS 144Hz
Helios 300 i7-10750H RTX 2070 Max-Q 32GB 1TB 15.6″ IPS 144Hz
Triton 500 i7-10875H RTX 2080 Super Max-Q 32GB 1TB 15.6″ IPS 300Hz
Helios 700 i9-10980HK RTX 2080 Super 64GB 2TB 17.3″ IPS 144Hz

 

from:https://notebookspec.com/web/587401-predator-league-asia-pacific-2020-21-gf

รีวิว MSI GP76 Leopard พรีเมียม Gaming สเปก i7-10875H + RTX 3060 Max-P จอใหญ่ 17.3″ 144Hz ได้คีย์บอร์ด Per-Key RGB

MSI GP76 Leopard เป็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ปี 2021 สเปก Core i7 + RTX 3060 หน้าจอ 17.3″ IPS 144Hz ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากคอนเซปต์ให้เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมหน้าจอใหญ่ รวมถึงการใช้งานที่ถูกปรับให้เข้ากับชีวิตประจำวันทั่วๆ ไปมากขึ้น ดีไซน์ใหม่นั้นได้แสดงถึงความเรียบง่าย ใช้สีสันเป็นดำด้าน Core Black แต่เต็มไปด้วยรายละเอียด โดย GP Leopard รุ่นล่าสุดนั้น มีการอัพเกรดจากรุ่นก่อนหน้าทั้งหมด โดยการถ่ายทอดดีไซน์หลักๆ มาจาก GE Raider นั่นเอง

MSI GP76

MSI GP76 Leopard จะเป็นขนาด 17.3″ ใหญ่กว่า 15.6″ แบบชัดเจน ด้วยความละเอียด Full HD ที่ 1920×1080 พิกเซล พาเนล IPS คุณภาพสูง มีค่าสี sRGB ใกล้เคียงกับ 100% พร้อมมีค่า Refresh Rate อยู่ที่ 144 Hz ทำให้ภาพปรากฏออกมามีความลื่นไหลแบบรู้สึกได้ ทั้งการดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกม สบายตาสมจริงกว่าอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่าได้ฟีเจอร์ Gaming ต่างๆ จัดเต็ม อาทิ ระบบระบาความร้อน คีย์บอร์ดไฟ Per-key RGB ตอบสนองการเล่นเกมสำหรับเกมเมอร์ที่จริงจังมากกว่ารุ่นทั่วๆ ไป สนนราคาที่ 69,900 บาท 

VDO Review

NBS Verdict

MSI GP76 Leopard เป็น Gaming Notebook ระดับบนสุดของ MSI ในปี 2021 เป็นรุ่นรอง MSI GE76 Raider โดยตรง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรุ่นเครื่องเดียวจบครบในตัวเดียว ประสิทธิภาพแรงลื่นไหล ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i7-10875H ที่ทรงพลังให้ประสิทธิภาพและความสเถียรที่สูง ส่วนการ์ดจอแยกก็เป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P (6GB GDDR6) รุ่นใหม่ที่ดีกว่า RTX 2070 Super รุ่นก่อน พร้อมได้แรมภายในขนาด 16GB และที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ทำให้ใช้ได้ทันที 

ผสานเทคโนโลยี Resizable Bar ที่สามารถเพิ่มพลังในการคำนวนของ CPU และ GPU ให้สูงขึ้นไปอีก สามารถทำให้ CPU เข้าถึงหน่วยความจำของ GPU ได้อย่างเต็มที่ในการใช้งานที่ต้องมีการบัฟเฟอร์ของข้อมูล ซึ่งการที่ CPU เข้าถึง VRAM ได้อย่างสมบูรณ์นั้นจะช่วยลดขั้นตอนการโอนถ่ายข้อมูลไปมาระหว่าง CPU และ GPU ซึ่งดูเหมือนว่าการทำงานร่วมกันในลักษณะนี้ เป็นเทคโนโลยีใหม่ในการโอนถ่ายข้อมูล ทำให้การเล่นเกมและการทำงานต่างๆนั้นมีประสิทธิภาพสูงไปอีกขั้นเมื่อเทียบกับที่ผ่านๆ มา

MSI GP76

 จอสวยพาเนล IPS ที่ความละเอียด  Full HDให้ความละเอียดที่เหมาะสม Refresh Rate 144Hz รองรับการเชื่อมต่อที่ครบครัน พร้อมได้คีย์บอร์ดไฟ RGB Pre-Key ที่จาก SteelSeries ไม่ซ้ำใคร รองรับการทำงานหนักๆ และเล่นเกมตอบโจทย์ได้ลงตัวที่สุด เน้นฟีเจอร์ครบครับ ในราคาที่ต้องยอมรับว่าสูงกว่า Gaming Notebook ทั่วไป กับราคา 69,900 บาท การออกแบบสไตล์ Gaming Notebook โดนใจเกมเมอร์ หรือคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คแรงที่สุด ได้ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ให้ความดุดันด้วยสีดำด้าน Core Black

สำหรับหลายๆ คนที่มีงบประมาณในการซื้อที่สูง ก็สามารถตามไปจัดได้เลย ได้ฟีเจอร์หรือคุณสมบัติต่างๆ ครบครันสำหรับตอบโจทย์เกมเมอร์สายจอใหญ่ 17.3″ อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตอีกหน่อยก็คือ ความร้อนเมื่อทดสอบค่อนข้างดูสูง แต่ก็ไม่มีผลต่อการใช้งานใดๆ และพัดลมเมื่อทำงาน 100% เสียงจะค่อนข้างดัง และตัวเครื่องหนักและหนากว่า ถ้ารับได้ตรงจุดนี้ก็จัดไปครับ

MSI GP76

จุดเด่น MSI GP76

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจเกมเมอร์ สีสัน Core Black งานประกอบแน่นวัสดุดี แนวเรียบหรู
  • สเปคประสิทธิภาพสูงมากจากทั้ง Core i7-10875H และการ์ดจอ GeForce RTX 3060 Max-P
  • ได้สเปกอื่นๆ จัดเต็มสุด ทั้งหน่วยความจำแรม 16GB และที่เก็บข้อมูล SSD M.2 ความจุ 1TB
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 17.3″ ขอบเขตสี sRGB ใกล้เคียง 100% ที่ความละเอียด Full HD 144Hz
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครัน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type A / USB 3.2 Type A / LAN / HDMI
  • มาพร้อมลำโพงคุณภาพสูง พร้อมระบบเสียง Nahimic 3 ให้เสียงที่ดี
  • ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง ให้สนุกยิ่งขึ้น
  • คีย์บอร์ด SteelSeries Per-key RGB ปรับเปลี่ยนสีไฟตามปุ่ม ทำงานร่วมกับเกมได้
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดราวๆ 4 -5  ชั่วโมง

ข้อสังเกต MSI GP76

  • ความร้อนในส่วนของชิปประมวลผลค่อนข้างสูงเมื่อใช้งานหนัก แต่ไม่มีผลอะไร
  • เมื่อใช้งานพัดลม Cooler Boots ให้ทำงาน 100% เสียงจะค่อนข้างดังกว่าปกติ
  • ความเร็วของ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ถ้าสูงระดับ 3,xxx MB/s จะดีกว่านี้
  • ตัวเครื่องหนาและหนักกว่ารุ่นหน้าจอ 15.6″ แน่นอน

Specification

MSI GP76 Leopard ใช้สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-10875H ความเร็ว 2.20 – 5.00 GHz ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด (16 MB L3 Cache Smart Cache) ประสิทธิภาพแรงลื่นในทุกๆ การใช้งาน พร้อมการ์ดจอรุ่นล่าสุดที่แรงลื่นและร้อนน้อยกว่าเดิม อย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P โดยแรงกว่า RTX 2070 Super เสียอีก มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe จำนวน 2 สล็อต โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ความจุ 1TB ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ DDR4 Bus 3200 MHz พร้อมรองรับ Dual Channel

MSI GP76

นอกจากนี้มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 17.3″ ที่ความละเอียด Full  HD (1920 x 1080 พิกเซล) พาเนลคุณภาพสูง IPS สีสดใสมุมมองกว้าง ขอบเขตสีใกล้เคียง sRGB 100% ได้ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหล พร้อมเทคโนโลยี MSI True Color Technology ปรับโปรไฟล์สีให้ตรงกับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ  และตัวเครื่องยังมีลำโพงสเตอริโอคุณภาพดี พร้อมซอฟแวร์เสียง Nahimic 3 ขับเสียงได้ดียิ่งกว่า มาพร้อม Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที

MSI GP76

พอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-C Gen2 จำนวน 2 พอร์ต (รองรับ DisplayPort / โอนถ่ายข้อมูล), 2 x Type-A USB 3.1 Gen 2, 1x RJ45, 1x (4K @ 60Hz) HDMI, ช่องหูฟัง Hi-Res Audio และไมค์แบบแจ็คทอง 3.5 มิลลิเมตรเอาใจ Gaming Headset ทีเดียว การเชื่อมต่อไร้สายก็จะมีมาตรฐาน Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.1 การรับประกันมาตรฐาน MSI จำนวน 2 ปี ซึ่งในชุดจัดจำหน่ายจะได้กระเป๋าเป้ Gaming จาก MSI ด้วย 

MSI GP76 Leopard 10UE-449TH ราคา 69,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-10870H (8C/16T : 2.20 – 5.00 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P (GDDR6 6GB)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz (Dual Channel)
  • DISPLAY: 17.6″ IPS Full HD (1920 x 1080) 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB 
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Connector : Intel Wi-Fi 6 AX + BT5.1
  • Keyboard : Per-Key RGB Gaming Keyboard by SteelSeries
  • Warranty : 2 Years  (1 Year for Adapter and  Battery)

Hardware / Design

MSI GP76 Leopard เป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 17.3″ รุ่นรองของ MSI GE76 Raider โดยตรง แน่นอนว่าได้ DNA การออกแบบโดดเน้นความเป็นยานอวกาศด้วยดีไซน์ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว เน้นโทนสีดำด้านตลอดทั้งตัวเครื่องด้านนอกด้านในอย่าง Core Black ซึ่งเป็นสีสันโทนเดียวกับ GS66 Steath 

แตกต่างจากตาม Gaming Notebook ทั่วไปของ MSI ดูแล้วก็ให้อารมณ์คล้ายกับรถยนต์สปอร์ตหรูหรา โดยจะเน้นความสวยงามทั้งด้านการออกแบบและวัสดุที่พรีเมียม เริ่มจากบานฝาพับถูกออกแบบโดยใช้วัสดุอลูมิเนียมเรียบๆ แต่เน้นความโดดเด่นให้เห็นพื้นผิวของโลหะ

MSI GP76

สำหรับ MSI GP76 Leopard เป็น Gaming Notebook ระดับสูงมาตรฐานปี 2021 ด้วยหน้าจอขนาด 17.3″ ดีไซน์ขอบบางพิเศษ ซึ่งเลือกใช้ขอบจอเป็นสีดำทำให้การแสดงผลโดดเด่น พร้อมให้มิติตัวเครื่องเทียบกับ Gaming Notebook รุ่นหน้าจอ 17.3″ รุ่นทั่วไปมีความกระชับกว่า โดยมีน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.9 กิโลกรัม และตัวเครื่องมีความบางอยู่ที่ 25.9 มิลลิเมตร รอบๆ ตัวเครื่องยังถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานต่าง ๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมถูกจัดวางอย่างลงตัว

ให้สัมผัสเรียบเนียนของพื้นผิวฝาหลังแตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไป ประกอบกับสัญลักษณ์ของตัวเครื่องที่โดยปกติแล้วนั้นรถยนต์สปอร์ตสุดหรูจะมีการแสดงตราสัญลักษณ์ตัวเครื่องที่กระโปรงฝาหน้ารถ รวมไปถึงแบบพับที่กางได้ 145 องศา ก็ให้ความพิเศษทั้งดีไซน์และความแข็งแรงทนทาน สื่อถึงความเหนือระดับพร้อมทั้งยังมากับประสิทธิภาพที่เราต้องประทับใจมากๆ สมกับเป็น Gaming Notebook ระดับสูงของปี 2021 นี้จริงๆ

MSI GP76

ทางด้านช่องระบายความร้อนของ MSI GP76 Leopard จะมีมาให้ด้วยกันถึง 4 ช่อง ด้านหลังสอง และด้านซ้ายขวาอีกอย่างละหนึ่งช่อง โดยใช้พัดลม 2 ตัว ฮีทไปป์ 6 เส้นขนาดใหญ่ที่ดีกว่า ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Cooler Boost 5 ที่ช่วยนำพาความร้อนออกไปอย่างรวดเร็ว มีฟีเจอร์เด็ดที่น่าสนใจอยู่ก็คือปุ่ม F8 ที่ใช้สำหรับเปิดโหมด Turbo ของฟังก์ชัน Cooler Boost ให้พัดลมทำงานด้วยรอบสูงขึ้น เพื่อการระบายความร้อนได้ดีที่สุด

ดีไซน์ด้านในตัวเครื่องเป็นสีดำที่ทำลวดลายสวยงามให้ความโดดเด่นไม่ต่างจากภายนอกส่วนอื่นๆ แน่นอนว่าด้วยคีย์บอร์ด Full Size จากทาง SteelSeries พร้อมไฟ RGB Pre-Key ที่สวยงามลงตัว รอบๆ ตัวเครื่องยังถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานต่าง ๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมถูกจัดวางในส่วนฝั่งซ้ายและฝั่งขวา รวมไปถึงด้านหลังของตัวเครื่อง

MSI GP76

สรุปแล้วในเรื่องของงานประกอบการดีไซน์ MSI GP76 Leopard ทำได้ดีสมกับเป็นตระกูล GP รุ่นใหม่ ตัวรองจาก GE เห็นได้ชัดว่าโดดเด่นกว่ารุ่น GF GL ทั้งเรื่องความสวยงาม พร้อมทั้งแข็งแรงมีความเป็นตัวตนที่ไม่เหมือนใคร และเชื่อว่าถ้าหากเอาไปใช้ที่ไหนมีแต่คนมองแน่นอน อีกทั้งจากสเปกโดยรวมทั้งหมดสมเป็น Gaming Notebook ตัวแรงใช้งานยาวๆ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานเรื่องของการเล่นเกมแบบเต็มอารมณ์ที่สุด ในระดับราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนักถ้าเทียบกับฟีเจอร์ต่างๆ ที่ได้

MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review62
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review70
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review44
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review36
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review35
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review59
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review63
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review65
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review66

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ MSI GP76 Leopardให้พื้นที่ที่จัดเต็มมากกว่า เด้งรับกับนิ้วมากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป โดดเด่นมากๆ จากการที่ใช้ Per-Key RGB Gaming Keyboard รุ่นล่าสุด ที่ร่วมพัฒนากับแบรนด์ SteelSeries โดยพัฒนาและออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมบน Gaming Notebook จาก MSI โดยเฉพาะ ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน

MSI GP76

ที่สำคัญไฟ LED ที่เป็น RGB สามารถเปลี่ยนสีทีละปุ่ม ตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ยังมี Hotkey ตรงปุ่ม F9 ของชุดแป้นคีย์บอร์ด เพื่อปรับเปลี่ยนโปรไฟล์สีของ Steelseries Engine 3 ที่เราตั้งค่าเอาไว้ รวมไปถึงในการกดปุ่ม Fn แต่ละครั้ง ไฟทั้งหมดจะดับลง พร้อมไฮไลน์เป็นไฟสีแดงให้เด่นขึ้นมาชัดเจนว่าเราใช้าน Hot Key อะไรได้บ้าง นับได้ว่าเป็นในส่วนที่เจ๋งไม่ซ้ำ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ เลย

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ดูแล้วสมส่วนกับตัวเครื่อง ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและขวา โดยการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็มีความนุ่มและเด้งรับได้น่าประทับใจ สัมผัสแบบผิวลื่นๆ ไม่เป็นรอยนิ้วมือได้ง่ายๆ และควบคุมได้แม่นยำมากกว่าทัชแพดปกติ

Screen / Speaker

MSI GP76 Leopard มีหน้าจอจอแสดงผลขนาด 17.3″ ขอบบางผิวแบบด้าน ความละเอียด Full HD ตามมาตรฐานของ Gaming Notebook ส่วนมาก ได้พาเนล IPS คุณภาพสูง มีมุมมองการมองที่ดีมากๆ ด้านซ้าย ด้านขวาและด้านบนล่างที่กว้าง พร้อมมีค่า Refresh Rate อยู่ที่ 144 Hz ทำให้ภาพปรากฏออกมามีความลื่นไหลตามมาตรฐาน ซึ่งดีกว่า 60Hz ทั่วๆ ไป ทั้งการดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกม สบายตาสมจริงกว่าอย่างเห็นได้ชัด

MSI GP76

โดยมีโปรไฟล์สีผ่านซอฟแวร์ MSI True Color ได้อีก 6 แบบ ไม่ว่าจะเป็น ANTI-BLUE, sRGB, DESIGNER, OFFICE, MOVIE, GAMER ซึ่งทุกโปรไฟล์สามารถใช้งานได้จริงเห็นความแตกต่างชัดเจน โดดเด่นด้วยขอบหน้าจอบางเฉียบ 5 มิลลิเมตร แต่ก็ยังติดตั้งเว็บแคมพร้อมไมโครโฟนมาให้อยู่ที่ความละเอียดกล้องเป็น HD ไว้ใช้งานส่วนของประชุมหรือ VDO Call เป็นหลัก รวมไปถึงสตรีมมิ่ง

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ซึ่งให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 90% AdobeRGB ที่ 69% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีมากๆ กว่า Gaming Notebook ราคาคุ้มค่าหลายรุ่น

s1
s2
s3

ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป แต่ถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ควรคาลิเบรตเสียก่อน ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด

ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่สำหรับช่องซ้ายบนจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปเพียง 8% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

nahimic

ระบบเสียงก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ด้วยลำโพงคุณภาพดีทำงานแบบสเตริโอที่มีการติดตั้งด้านข้างของชุดคีย์บอร์ด  อีกทั้งมีในส่วนของซอฟต์แวร์ Nahimic 3 จำลองการเสียงได้สมบูรณ์แบบ ทำให้มีการปรับแต่งเสียงที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าทั้งความดังและคุณภาพเสียงอย่างชัดเจน ใช้เล่นเกมนี่บันเทิงได้เต็มอารมณ์ แถมซัพพอร์ทไฟล์ Hi-res 24bit/192kHz ที่ใช้ Hi-Fi DAC ในการขับได้อีกด้วยสมกับเป็น Gaming Notebook ระดับบนจริงๆ

MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review42
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review60
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review46

Connector / Thin And Weight

สำหรับ MSI GP76 Leopard จัดว่าเป็น Gaming Notebook หน้าจอ 17.3″ ที่มีพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครันที่สุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งมีทั้ง 3 x USB 3.2 Type-A, ๅ x USB 3.2 Type-C, HDMI, LAN RJ45 รูหูฟังและไมค์โครโฟน 3.5 mm และช่องเสียบอแดปเตอร์เป็นแบบสี่เหลี่ยม Block B ที่จ่ายไฟได้สูงสุดและสเถียรเป็นพิเศษ 

การเชื่อมต่อแบบไร้สายแบบ Killer Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่า Wi-Fi 5 AC ถึง 3 เท่า พร้อม Bluetooth 5.1 ซึ่งตัวเครื่องมาพร้อมฟีเจอร์ Killer Doubleshot Pro จัดลำดับความสำคัญให้กับการเชื่อมต่อของเกมมาเป็นอันดับแรก ทำให้มีความเสถียรของอินเตอร์เน็ตมากกว่า Gaming Notebook รุ่นอื่นพอสมควร

MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review48

ในส่วนของน้ำหนัก MSI GP76 Leopard จะอยู่ที่ 2.9 กิโลกรัม ขนาดมิติตัวเครื่อง 397 x 284 x 25.9 mm บวกกับอแดปเตอร์จ่ายไฟแบบพิเศษที่เป็น 230Watt  เชื่อมกันผ่านพอร์ตเหลี่ยมๆ ที่ไม่เหมือนกับ MSI Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ รวมน้ำหนักกันแล้วอยู่ที่ไม่เกิน 3.5 กิโลกรัม จัดว่าพอที่จะพกพาไปไหนมาไหนได้ อาจจะไม่สะดวกสบายเท่ากับโน๊ตบุ๊คทั่วไป แต่ก็แลกมาด้วยประสิทธิภาพระดับท๊อป ถือว่าสมเหตุสมผล

MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review41
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review45
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review67

Inside / Upgrade

การแกะทั้งฝาล่างทั้งหมดของ MSI GP76 Leopard สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ไขน็อตไม่กี่ตัว หลังจากนั้นก็ค่อยๆ แงะแกะทีละส่วนขึ้นอย่างช้าๆ เพียงเท่านี้ก็จะแกะฝาล่างได้ไม่ยากเย็น ส่วนประกอบภายในอื่นๆ เห็นได้ชัดถึงฮีท์ไปป์ขนาดใหญ่ 6 เส้น แยกระหว่างหน่วยประมวลผลและชิปกราฟิกกันไปเลย ทำให้ความร้อนที่เกิดจากหน่วยประมวลผลและชิปกราฟิกนั้นต่างก็มีเส้นทางในการระบายความร้อนแยกจากกันต่างหาก

MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review5

พร้อมเห็นว่าช่องติดตั้งแรมที่ใส่มาแล้ว 8GB x 2 ซึ่งรวมเป็น 16GB ทำงานแบบ Dual Channel รวมไปถึงยังมีที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe แบบ 1TB x 1  ที่ต้องบอกว่าสำหรับการใช้งานทั่วไปเหลือเฟือมากๆ สุดทางจัดเต็มจริงๆ ในทุกๆ การเล่นเกมหรือทำงาน โดยรวมแล้วถือว่า MSI มีความใส่ใจรายละเอียดในทุกๆ จุดเลยทีเดียวทั้งภายนอกและภายใน สมกับเป็น Gaming Notebook ระดับไฮเอนด์จริงๆ 

MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review8
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review1
MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review10

Performance / Software

โดย MSI GP76 Leopard มาพร้อมกับชิปประมวลผลยอดนิยมที่สุดของ Gaming Notebook อย่าง Intel Core i Gen 10H (Comet Lake H) สถาปัตยกรรม 14 นาโนเมตร อย่าง Intel Core i7-10875H ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักหน่วงมากกว่า Core i7-10750H รองรับการทำงานไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกมก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ

โดยมีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.20 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 5.00 GHz เป็นซีพียูแบบ 8 Core 16 Threads มาพร้อมแรม SO-DIMM ภายในขนาด 16GB DDR4 Buss 3200MHz แบบ 8GB x 2 แถว ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home  ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

c1.   c2

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น 

อีกทั้งยังมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P (6GB GDDR6) สถาปัตยกรรม Ampere โดยเป็น RTX เจนที่ 2 ที่ต้องบอกว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เทียบเคียงอย่าง GeForce RTX 2060 ได้ดีกว่า ซึ่งไม่ใช่แค่แรงแต่ยังร้อนน้อยกว่า เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook ทุกประเภท 

รองรับฟีเจอร์ Ray Tracing และ DLSS ช่วยเพิ่มคุณภาพการแสดงแสงเงาและเฟรมเรทให้แม้แต่เกมระดับ AAA ก็ยังสามารถปรับกราฟิกได้ถึง Ultra ให้ภาพสวยงาม ไหลลื่น สมจริงกว่าที่เคยมีมา เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

g1.   g2

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ เป็นที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าพอตัว รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ

สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลังจากทาง Intel Core i Gen 10H และการ์ดจอระดับบนอย่าง NVIDIA GeForce RTX 30 Series ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก สมกับเป็นชิปประมวลผล Intel Core i9-10875H จริงๆ กับรุ่นที่ระดับในตลาด Gaming Notebook จากความแรงที่ได้ในราคาที่อยู่ในเกณฑ์ที่จับต้องได้ 

cine15.   cine20

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD แบรนด์ WD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 1TB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับสูง พร้อมรับการอัพเกรดอีก 1 ตัวทันที เห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับ SATA 3 เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2415 MB/s และเขียนที่ 1963 MB/s อย่างไรก็ตามสำหรับรุ่นช่วงราคานี้ น่าจะได้ความเร็วที่มากกว่านี้หน่อย 

ssd

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5732 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปการใช้งานพื้นฐานโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมมีชิปประมวลผลที่แรงลื่นกับ Core i7-10875H ได้การ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 ซึ่งเอาเข้าจริงอาจจะไม่มีผลกับคะแนนส่วนนี้โดยตรงมากนัก เพราะไม่ค่อยใช้งาน 3 มิติ 

pc10

MSI GP76 Leopard เป็น Gaming Notebook ที่สเปกจัดเต็ม ส่งผลให้เฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 6 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 +FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผลสามารถรีดพลังการ์ดจอจากเทคโนโลยี Resizable Bar สามารถเพิ่มพลังในการคำนวนของ CPU และ GPU ให้สูงขึ้น

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว พร้อมรองรับฟีเจอร์ DLSS / Ray Tracing อย่าง RTX Series ก็ให้ภาพสวยงาม ที่จะมีเกมใหม่ๆ มาสนับสนุนมากขึ้นเรื่อยๆ 

game test

เกมออนไลน์กินสเปกน้อยลงมาอย่าง Overwatch / PUBG / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพ Full HD สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 90 ขึ้นไปตลอด ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ แบบไร้กังวล

msi

MSI DRAGON CENTER เวอร์ชั่นล่าสุด เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ออกแบบและพัฒนาโดย MSI ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้าอย่างเวอร์ชั่น 2 จุดเด่นคือใช้งานสะดวกและสามารถช่วยเหลือ และ จัดการการปรับแต่งตั้งค่า MSI Gaming Notebook ได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของทาง MSI ก็ว่าได้ ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยหน้าเมนูต่างๆ แบ่งตามลักษณะการใช้งานที่ชัดเจน รวมไปถึงการอัพเดทซอฟต์แวร์ต่างๆ ก็สามารถจัดการได้ง่ายยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย 

ss

นอกเหนือจากนี้ MSI GP76 Leopard ยังมีในส่วน SteelSeries Engine 3 ที่ช่วยในการปรับแต่งการใช้งานของอุปกรณ์ต่อพ่วง Gaming Gear ต่างๆ ของ SteelSeries แน่นอนว่าในส่วนของคีย์บอร์ด SteelSeries Per-Key RGB ตัวเครื่องก็สามารถปรับแต่งได้ผ่านทางโปรแกรมนี้ เรียกได้ว่าจะปรับไฟให้ตะมุตะมิแค่ไหนก็สามารถทำได้เลย หรือจะได้พรีเซ็ทต่างๆ ที่มีมาแล้วก็สามารถทำได้เช่นกัน

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน MSI เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับต่ำเหลือ 10% พร้อมเลือกโหมด Super Battery ของ MSI แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 4 – 5  ชั่วโมงโดยประมาณ

ซึ่งจากการทดสอบล่าสุดพบว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวกว่า Gaming Notebook ทั่วไปจริงๆ อย่างไรก็ตามเวลาใช้งานจริงโดยปรับความสว่างหน้าจอและเสียงให้อยู่ในระดับที่มากกว่านี้ จะทำให้แบตเตอรี่มีระยะเวลาใช้งานยาวนานได้สั้นกว่าเป็นไปได้

batt3

นอกจากนี้ทางด้านอุณหภูมิสำหรับ MSI GP76 Leopard เครื่องนี้ที่ให้ฮีทไปป์มาทั้งหมด 6 เส้น Cooler Boost 5 เวอร์ชั่นล่าสุด ได้พัดลม 2 ตัว ช่องระบายความร้อน 4 ช่อง เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คอีกรุ่นที่มีการระบายความร้อนได้ดีมากเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ  40 – 60 องศาเซลเซียส

ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 27 องศาเซลเซียส จากนั้นทการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% โดยทางทีมงานได้ทำการเล่นเกมหนักๆ เป็นเวลานานๆ  ซึ่งได้เปิดโหมดเร่งรอบพัดลมสูงสุดไว้ อย่างไรก็ตามต้องบอกก่อนว่าเราจำเป็นต้องดูอุณหภูมิชิปประมวลผลผ่านทางซอฟต์แวร์ Hardware Monitor 

temp2

ชิปประมวลผล Core i7-10875H ตัวแรงของ Intel ทดสอบด้วยโปรแกรม Benchmark และเล่นเกมต่อเนื่อง เพื่อทำให้ความร้อนสูงสุดที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าทำได้ดีเยี่ยมเลย โดยอยู่ที่ 95 – 100 องศาเซลเซียสไม่เกินจากนี้ จัดว่าค่อนข้างสูงทีเดียว แต่ก็สามารถทำงานได้เสถียรภาพที่สูง เรียกได้ชุดระบายความร้อนจาก MSI ทำหน้าที่ได้เยี่ยมยอดแล้ว   

ซึ่งในส่วนของการ์ดจออย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P นับว่าควบคุมความร้อนได้ดีมาก ร้อนสุดที่ 57 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนตัวเครื่องภายนอกนั้นรับรู้สัมผัสได้ถึงความร้อนเล็กน้อย ในส่วนนี้ถือว่าให้ประสบการณ์ที่น่าพอใจทีเดียว แต่เรื่องเสียงพัดลมดังเวลาเร่งสุดๆ ก็ยอมรับเลยว่าดังเอาเรื่องอยู่ แต่ก็ช่วยระบายความร้อนได้จริงๆ

Conclusion / Award

สรุปรีวิว MSI GP76 Leopard ราคา 69,990 บาท จัดว่าเป็นสุดยอด Gaming Notebook ดีไซน์พรีเมียม หน้าจอขนาด 17.3″ ที่เน้นความเรียบหรูดูดี สมกับเป็นรุ่น GP Series ปี 2021 ที่หยิบยืมทรวดทรงมาจาก GE Series และแน่นอนว่าไฟคีย์บอร์ดหลากสีแบบ Per-Key RGB ที่สามารถปรับแต่งได้เพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตามเครื่องก็มีขนาดที่หนาและหนักกว่าพวก Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แน่นอน

ด้วยชิปประมวลผล Intel Core i7-10875H ที่เป็น Core i Gen 10H ตัวแรงที่สุดของ Core i7 โดยเป็นรองเพียง Core i9-10980H เท่านั้น นับว่าเป็น Gaming Notebook สเปกที่เป็น Core i อย่างที่หาไม่ได้ใน Notebook ทั่วไป หรือ Gaming Notebook ระดับเริ่มต้นแน่นอน (ที่แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ Gen 11 รุ่นใหม่จริงๆ ก็ตาม แต่ประสิทธิภาพก็ยังนับว่าทรงประสิทธิภาพมากๆ ถ้าเทียบกัน)

MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review79

พร้อมติดตั้งการ์ดจอตัวแรงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-Q (6GB GDDR6) ด้วยความสมบูรณ์แบบในความเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมจากประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ทำได้ดี เฟรมเรทลื่นไหล แรงกว่าเดิมได้อีก แต่ให้ความร้อนที่น้อยลงแต่ความแรงเพิ่มขึ้นในส่วนของการ์ดจอ  ทำงานบนหน่วยความจำแรม DDR4 ขนาด 16GB Bus 3200 MHz เรียกได้ว่าเล่นเกม 3 มิติได้ลื่นๆ พร้อมกับทำงานหนักๆ ไปด้วยก็รองรับได้อย่างสบายๆ ที่สำคัญให้มาเลยกับ SSD M.2 NVMe ที่ 1TB 

MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review29

ส่วนเรื่องของลำโพงก็ให้เสียงที่ดีมากๆ แม้ไม่ใช่แบรนด์ DYNAUDIO ที่ใช้ใน GE Series และสำหรับภาพได้หน้าจอเป็น IPS คุณภาพสูงที่ sRGB ใกล้เคียง 100% ความละเอียดเป็น Full HD ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลเป็นมาตรฐาน Gaming Notebook ที่ดี ส่วนการระบายความร้อนตัวเครื่องเป็นแบบ Cooler Boost 5 ฮีทไปป์ 6 เส้นขนาดใหญ่ พัดลม 2 ตัว ช่องระบายความร้อน 4 ช่องหมดห่วงเรื่องตัวเครื่องร้อน แม้สเปกจะแรงแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ต้องบอกว่า CPU ดูว่าจะร้อนไปแตะระดับ 100 องศาเซลเซียสทีเดียว

MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review71

เอาเป็นว่าเพื่อนๆ ท่านไหนที่สนใจสุดยอดของ Gaming Notebook ปี 2021 ขนาดหน้าจอ 17.3″ ที่ให้ประสิทธิภาพทรงพลังในราคาที่เหมาะสมของ MSI Notebook ถ้าเทียบกับส่วนประกอบอื่นๆ พร้อมฟีเจอร์มากมายที่ครบครันที่สุดล่ะก็ MSI GP76 Leopard ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดรุ่นหนึ่งทีเดียว ที่งบประมาณไม่เกิน 70,000 บาท แต่โดยรวมแล้วถือว่าถ้างบไม่ใช่ปัญหา ก็สามารถสอบถามไปที่ MSI Gaming Shop หรือร้านจำหน่ายโน๊ตบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศกันได้เลย แนะนำว่าไปชมตัวจริงแล้วต้องชอบแน่นอน 

MSI GP76 Leopard i7 RTX 3060 Review61

AWARDS

ในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน๊ตบุ๊คในกลุ่ม Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 17.3 นิ้ว ซึ่ง MSI GP76 Leopard ก็ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Gaming

MSI Notebook รุ่นนี้ที่มีความสดใหม่และเทคโนโลยีล้ำๆ มากมาย อาทิเช่น Steelseries Keyboard Per-Key RGB / หน้าจอพาเนล IPS เกรดสูง 144Hz ระบบ Cooler Boost 5 ที่ระบายความร้อนได้ดี, ระบบเสียง Nahimic,  ที่ฟีเจอร์จัดเต็มใช้งานได้จริงๆ และการเชื่อมต่อไร้สายก็จะมีมาตรฐาน Wi-Fi 6 AX รวมไปถึงซอฟต์แวร์ MSI Dragon Center ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ถือได้ว่าเป็นผู้นำในตลาด Gaming Notebook ที่สำคัญในการใช้งานโดยรวมมีความสเถียรและเข้ากันเป็นอย่างดีด้วย 

  award new Gaming  

Best Performance

MSI GP76 Leopard มีสเปคที่ครบครันและเป็นหนึ่งใน Gaming Notebook หน้าจอ 17.3″ ที่ดีในตลาด ด้วยชิปประมวลผล Core i7-10875H ที่นับว่าเป็นชิปประมวลผล Notebook ประสิทธิภาพสูง และการ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P พร้อมแรมตัวเครื่องที่มาตรฐาน DDR4 Bus 3200 Mhz ที่ใส่มาแล้ว 16GB และ SSD 1TB ให้การเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วสูง รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล ประสิทธิภาพการใช้งานโดยรวมประทับใจมากๆ  

award new performance

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ MSI Gaming มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน MSI รุ่นนี้ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงาม วัสดุเป็นโลหะอลูมิเนียมแทบทั้งหมด ออกแนวดุดันและเรียบหรูมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ดีไซน์ทิศทางเดียวกับ GE Series แตกต่างด้วยสีสัน Core Black ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาเชื่อได้ว่าหลายๆ คนที่เป็นเกมเมอร์ต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน  จัดว่าเป็น Gaming Notebook ที่เรียบง่ายและดูดี

award new Design

 

from:https://notebookspec.com/web/586705-review-msi-gp76-leopard-spec-i7-rtx3060

DELL G15 5515 หลุดสเปคบน 3DMark ใช้ Ryzen 7 5800H, RTX 3060

ยุคนี้ AMD มาแรงจนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายรุ่นพากันเปลี่ยนมาใส่ Ryzen กันเป็นแถว ๆ DELL G15 5515 รุ่นใหม่ที่ยังไม่เปิดตัวก็เอากับเขาด้วยเหมือนกัน เมื่อมีข้อมูลสเปคของ 5515 รุ่นใหม่หลุดขึ้น 3DMark ว่า DELL เองก็เลือกเอาซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่มาใส่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นสุดคุ้มของตัวเองเหมือนกัน คาดว่าเป็นรุ่นที่ทำมาขายควบคู่กับ DELL G15 ที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดจีนไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมนี้

dell g15 5515

สเปคของ DELL G15 5515 ที่หลุดขึ้น 3DMark

g15.0

สำหรับข่าวหลุดนี้มาจากทวิตเตอร์ของนักปล่อยข่าว @_rogame ว่าตอนนี้ DELL กำลังพัฒนาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คซีพียู AMD Ryzen อยู่ ซึ่งชื่อรุ่น G15 5515 นั้นอาจจะเป็นชื่อของ Mainboard ในตัวโน๊ตบุ๊คซึ่งคาดว่า DELL จะใช้ชื่อรุ่นนี้ทำตลาดด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องสเปคถือว่าแรงไม่แพ้กับแบรนด์คู่แข่งเลย ซึ่งสเปคมีดังนี้

  • ซีพียู AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4 GHz TDP 45W สถาปัตยกรรม AMD Zen 3
  • การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon RX Vega 8 มี Compute Core (CUs) 8 CUs
  • การ์ดจอ NVIDIA GEFORCE RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ความเร็วการ์ดจอ 1,387 MHz ความเร็วแรม 1,750 MHz ไดรเวอร์การ์ดจอยังเป็นรุ่นทดสอบอยู่
  • แรม 16GB DDR4 ยังไม่ทราบบัสของแรมว่าอยู่ที่กี่ MHz แต่ผู้เขียนคาดว่าอยู่ที่ 3200 MHz
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD NVMe รุ่น WD SN730 ความจุ 1TB เป็น PCIe 3.0×4 ความเร็ว Read 3,400MB/s ความเร็ว Write 3,100 MB/s ค่า IOPS Read 550K Write 550K ความทนทาน 400TBW ถือว่าสเปคอยู่ในระดับดีทีเดียว
  • ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit) มาในเครื่องแล้ว

สำหรับสเปคนี้คาดว่าเป็นสเปคตัวเริ่มต้นและ DELL อาจจะมีรุ่นย่อยติดตั้งการ์ดจอ GEFORCE RTX 3070 มาให้ และคาดว่า DELL อาจจะเผยข้อมูลโดยละเอียดเพิ่มเติมในช่วงสิ้นเดือนนี้ และจากข่าวนี้จะเห็นว่าซีพียู AMD Ryzen นั้นมาแรงน่าใช้งานทีเดียว จนทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตหลายรายเลือกใช้งานกัน ส่วนผู้ใช้ที่สนใจเรื่องประสิทธิภาพของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจาก DELL ว่ามีประสิทธิภาพดีระดับไหนบ้าง สามารถอ่านรีวิวรุ่นก่อนหน้าอย่าง DELL G5 15 5590 ที่ทางเว็บไซต์เคยเผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ได้เลย

ที่มา : Notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/585929-dell-g15-5515-leaked-5800h-rtx-3060

หลุดโน๊ตบุ๊ค Razer ลึกลับ ชิป AMD ทำ Time Spy สูง 7,305 คะแนน!

Razer นอกจากเกมมิ่งเกียร์อย่างเมาส์, คีย์บอร์ดและหูฟังแล้ว ทางบริษัทก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คดีไซน์เรียบเท่แต่สเปคแรงในตระกูล Blade ขายเช่นกัน แต่ที่ผ่านมานั้นจะเป็นซีพียู Intel เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้มีข้อมูลหลุดออกมาเช่นกันว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่จากทางบริษัทจะใช้เป็นซีพียู AMD Ryzen 5900HX เหมือนบริษัทอื่นด้วย และสเปคโดยรวมของตัวเครื่องก็ยังจัดเต็มไม่แพ้รุ่นก่อน ๆ อีกด้วย

Razer

สเปคของโน๊ตบุ๊คลึกลับจาก Razer ใส่ AMD Ryzen ซีรี่ส์ 5000

razer 1

สเปคของโน๊ตบุ๊คลึกลับจาก Razer รหัส PI411 ที่หลุดขึ้นมาบนอินเตอร์เน็ตนั้นยังเป็นสเปคคร่าว ๆ ด้วยนักปล่อยข้อมูลเจ้าของทวิตเตอร์ @_rogame ว่าโน๊ตบุ๊คลึกลับรุ่นนี้จะเป็นตัวเครื่องขนาด 14″ แต่ไม่รู้คตวามละเอียดหน้าจอว่าเป็น 4K 60 Hz, 1080p 240 Hz กันแน่ ส่วนสเปคในเครื่องเท่าที่มีข้อมูลหลุดมาจะมีสเปคดังนี้

  • ซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ควมเร็ว 3.3-4.6 GHz ค่า TDP 45+W เป็นตัวประสิทธิภาพสูงสุดของ Ryzen Mobile สถาปัตยกรรม Cezanne มีการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon RX Vega 8
  • การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GEFORCE RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ประสิทธิภาพเทียบเท่า RTX 2070 ในรุ่นก่อน สามารถเอามาเล่นเกมที่ความละเอียด 1440p ได้ดี
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD NVMe ความจุ 512GB รหัส CA5-8D512 ของ Lite-On
  • แรม 16GB

สำหรับคะแนน Time Spy นี้ได้คะแนนรวม 7,305 คะแนน แยกเป็น CPU score 8,364 คะแนน ส่วน Graphics score อยู่ที่ 7,112 คะแนนด้วยกัน แต่เพราะ AMD Ryzen 9 5900HX ตัวนี้มีประสิทธิภาพสูงเมื่อจับคู่กับ RTX 3060 แล้ว การ์ดจออาจจะมาถ่วงซีพียูแทนหรือไม่? หรือทางบริษัทจะมีตัวเลือกการ์ดจอเป็น RTX 3070 หรือ 3080 ออกมาให้เลือกก็ได้

จัดว่า PI411 เครื่องนี้มีประสิทธิภาพสูงมาก จะเอาไปทำงานกราฟฟิคสามมิติก็ทำได้สบาย ๆ เพราะพลังการประมวลผลถือว่าแรงทีเดียว ซึ่งถ้าเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ผู้เขียนเคยรีวิวมาก่อนหน้านี้จะทำคะแนน Time Spy ได้เฉลี่ยราว 5,000 คะแนนต้น ๆ เท่านั้น ดังนั้นถ้าใครชื่นชอบค่ายงูเขียวแล้วรอซีพียูแดงมาติดตั้งในเครื่องอยู่แล้วอาจจะรอโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการทีหลังก็จัดว่าดีเช่นกัน

ที่มา : Notebookcheck (1), Notebookcheck (2), Windows Central, Wccftech

from:https://notebookspec.com/web/585711-new-razer-laptop-pi411-time-spy-7305

ASUS Commart 2021 แนะนำ Notebook หลายรุ่นเด็ดในงาน ของใหม่ Ryzen 5000 + RTX 30 ราคาคุ้ม สเปกแรง ของแถมพรีเมียมจัดเต็ม

ASUS Commart 2021 ขนโน๊ตบุ๊คมาขายมาจัดโปรโมชั่นในงาน Commart Crazy Offer 2021 กันมากมาย กันมากมาย นำทัพมาโดยสเปก Intel Core i Gen 10 / Core i Gen 11 ที่มาใน VivoBook และ ZenBook และ AMD Ryzen 4000 / Ryzen 5000 หลากหลายรุ่น รองรับทั้งความบางเบา ดีไซน์พรีเมียม รวมถึงมีสเปก Gaming หรือฟีเจอร์ล้ำๆ ประกอบไปด้วย TUF Dash F15, ROG Strix G15, Zephyrus G14 ที่ลดราคาหลายพันบาท สนนราคาเริ่มต้นที่ 15,900 บาทเท่านั้น โดยมีของแถมหลากหลาย อาทิ หูฟัง ROG, หูฟังไร้สาย และอื่นๆ อีกมากมาย

ASUS Commart 2021

โดยในงานโน๊ตบุ๊ค ASUS Commart 2021 ครั้งนี้ สามารถต่อลดราคาจากป้ายได้อีก บางรุ่นลด 1,000 บาท / 2,000 บาทขึ้นไป จนไปถึงระดับ 5,000 บาท + หรือซื้อผ่าน Shopee ลดไป 1,500 บาท / ซื้อผ่าน Lazada ลดสูงสุด 2,000 บาท ซึ่งในแต่ละร้านอาจจะมีของแถมที่แตกต่างกันออกไป นอกจากโปรโมชั่นหลักจาก ASUS บทความนี้เราจะมาแนะนำ ASUS Commart 2021 หลายรุ่นเด็ดในงาน ของใหม่ Ryzen 5000 + RTX 30 ราคาคุ้ม สเปกแรง ของแถมพรีเมียมจัดเต็ม

162939507 4229428713758527 2403584689556178712 o

ASUS Commart 2021 แนะนำ Notebook พร้อมราคาในงาน

  1. ASUS VivoBook 14 ราคา 15,900 – 26,900 บาท
  2. ASUS ROG Zephyrus G14 GA401 ราคา 22,900 – 29,900 บาท
  3. ASUS ZenBook 14 UX425 / UX435 ราคา 25,900 – 29,400 บาท
  4. ASUS TUF Dash F15 ราคา 32,900 – 36,000 บาท
  5. ASUS ROG Strix G15 GL542 ราคา 26,900 – 29,900 บาท

1.ASUS VivoBook 14 ราคา 15,900 – 26,900 บาท

ASUS VivoBook 14 S413 เป็นโน๊ตบุ๊ค ASUS Commart 2021 ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม “Tiger Lake” สถาปัตยกรรมขนาด 10nm SuperFin ที่แรงลื่นทรงพลังยิ่งกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ พร้อมมี AI เข้าช่วยไปอีกขั้น ทั้งทำงานและความบันเทิงดีขึ้น ดีไซน์สวยด้วยหน้าจอ 14″ IPS Full HD มีความบาง 17.9 ม.ม. และเบาเพียง 1.4 ก.ก. วัสดุเป็นโลหะอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง ให้ความพรีเมียมดูดีเกินราคา 

VivoBook%2014%20S413FQ%20Black bo

โดยชิ้นส่วนใต้ตัวเครื่องเป็นวัสดุพลาสติกคุณภาพสูงให้สัมผัสที่ดูดีเกินราคา ได้ดีไซน์ใหม่และสีสันใหม่ โดดเด่นด้วย 4 สี 4 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น สีดำ Indy Black, สีทอง Hearty Gold, สีเงิน Transparent Silver ขอบหน้าจอบางเฉียบ NanoEdge วัสดุเป็นพลาสติกสีดำที่ดูแล้วลงตัวกับงานประกอบอื่นๆ ส่งผลให้ ASUS VivoBook 14 S413 มีขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดกว่า ด้วยน้ำหนักเบาตัวเครื่องที่บาง สามารถใส่ในกระเป๋า หรือกระเป๋าเป้สะพายหลังได้ง่าย

สำหรับ ASUS VivoBook 14 S413 เครื่องนี้ได้รับการออกแบบที่เหมือนกับรุ่นสเปก Core i Gen 10 ซึ่งแม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่เน้นการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่แล้ว สเปคเน้นประสิทธิภาพที่มากว่า มาพร้อมกับความแตกต่างและสีสันไม่ซ้ำใครแน่นอน โดดเด่นด้วยสีสันหลากหลาย และได้ปุ่ม Enter key ไฮไลท์สีเหลือง เจาะตลาดนักเรียนนักศึกษา รวมไปถึงคนวัยทำงานที่ยังหนุ่มสาวเป็นหลัก สมกับเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่สายทำงานและไลฟ์สไตล์

VivoBook%2014%20S413FQ%20Silver bo

โดยสเปกมีทั้ง Core i3-1115G4 / Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 การ์ดจออนชิปเป็น Intel Iris Xe ประสิทธิภาพดีขึ้นไปอีก และมีรุ่นที่มีการ์ดจอแยก GeForce MX350 ด้วย ได้แรมขนาด 8GB และ SSD 512GB มี Windows 10 แท้ ในส่วนของกล้องด้านหน้าและไมโครโฟนรองรับการใช้งาน VDO Call ตามมาตรฐาน ส่วนประกันเป็นประกัน 2 ปี + ประกันอุบัติเหตุ 1 ปีตามมาตรฐานของ ASUS

 มาตรฐานการเชื่อมต่อ Intel Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่ารุ่นก่อน 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด  มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง Thunderbolt 4 (USB 3.2 Type-C), USB 3.2 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก แน่นอนว่าได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ และโปรแกรม Office Home and Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่ากว่า 4,299 บาท ใช้งานติดเครื่องไปเลยฟรีๆ ด้วย

ASUS VivoBook S14 S413EA-EB123TS ราคา 15,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i3-1115G4 (2C/4T & 3.00 – 4.10GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • RAM : 4GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS VivoBook S14 S413EA-EB125TS ราคา 22,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T & 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS VivoBook S14 S413EQ-EB078TS ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T & 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce MX350
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS VivoBook S14 S413EQ-EB078TS ราคา 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T & 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS VivoBook S14 S413EQ-EB078TS ราคา 29,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T & 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce MX350
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

2.ASUS ROG Zephyrus G14 GA401 ราคา 22,900 – 29,900 บาท

ASUS ROG Zephyrus G14 GA401 เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 14″ ที่จัดว่าเป็น ASUS Commart 2021ที่น่าซื้อสุด ด้วยราคาที่ลดหนักมาก วัสดุฝาหลังเป็นโลหะผ่านกระบวนการขึ้นรูปเจาะ CNC ที่เรียบเนียนสวยงาม ใช้สเปก AMD Ryzen 5 4600HS / Ryzen 7 4800HS ซึ่งเป็นชิปประมวลผลตัว Gaming เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร

พร้อมการ์ดจอประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti จัดเต็มเลยการเล่นเกมหรือทำงาน เน้นความพรีเมียม บางเบา แบตยาวนาน ทำงานก็ดีเล่นเกมก็ได้ โดยมีน้ำหนักเบาแค่ 1.6 กิโลกรัม เน้นพกพาสะดวกตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดกว่า 15.6″ พอตัว โดยมีตัวเครื่องสีขาวและเทาให้เลือกซื้อด้วย

ASUS Commart 2021 Crazy Promotion 11

โดย ASUS ROG Zephyrus G14 สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยสามารถติดตั้งแรมมาขนาด 8GB / 16GB Bus 3200 MHz อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สำหรับหน้าจอเป็นขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง sRGB เกือบ 100% แสดงผล Refresh Rate ที่ 60Hz / 120Hz

แน่นอนว่ามาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้ได้ทันที ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home and Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่ากว่า 4,299 บาท อีกทั้งมีปุ่ม Power ทำหน้าที่ Fingerprint ด้วย ได้ประกันก็เป็น 2 ปีตามาตรฐาน ASUS ที่สามารถเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย

ROG%20Zephyrus%20G14%20Gray bo

มีระบบเสียง Dolby Atmos ลำโพงเป็น 2.2 Channel พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 2 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 และชาร์จไฟผ่านทาง USB PD ได้ ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Intel Wi-Fi 6 with Gig+ (802.11ax) และ Bluetooth 5.0

ASUS ROG Zephyrus G14 GA401IH-BM016TS ราคา 22,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T & 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : AMD Radeon 6 + GeForce GTX 1650 
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200 MHz
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS ROG Zephyrus G14 GA401II-HE003TS ราคา 29,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H (8C/16T & 2.90 – 4.20GHz
  • GPU : AMD Radeon 7 + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

3.ASUS ZenBook 14 ราคา 25,900 – 29,400 บาท

ASUS ZenBook 14 UX425 / UX435 เป็น ASUS Commart 2021 รุ่นน่าซื้อ สเปก Core i Gen 11 สายทำงานบางเบารุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″ โดดเด่นด้วย UX425 ความบางเฉียบสุดๆ 13.9 มม. และเบามากๆ ที่น้ำหนัก 1.17 กก. และ UX435 บางเพียง 14.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักแค่ 980 – 995 กรัม เรียกได้ว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนทั้งหมด โดยมาพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อครบครัน โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 4 ที่เป็นพอร์ตที่ดีที่สุด 2 พอร์ต

อีกทั้งนำเสนอนวัตกรรมขอบจอบาง 4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 20 ชม. พร้อมดีไซน์ใหม่ในสีเทา อย่าง Pine Grey ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ได้เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนขั้นสูง (AI Noise Cancelation) สำหรับการทำงานระยะไกลและการประชุมวีดีโอ โดยแยกเสียงรบกวนที่ไม่ต้องการออกจากเสียงพูดซึ่งสามารถกรองและแยกเสียงรบกวนรอบข้าง ดีที่สุด

ASUS Commart 2021 Crazy Promotion 13

สเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i Gen 11 Tiger Lake ซึ่งในตอนนี้มีสเปกเดียวคือ Intel Core i5-1135G7 ที่มี AI ช่วยประมวลผล พร้อมการ์ดจอออนชิปใหม่ Intel Iris Xe Graphics ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดที่ 8GB LPDDR4X Bus 3200 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นความละเอียด Full HD พาเนลเกรดสูง IPS สีสันสวยงามมุมมองกว้าง 

ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย สนนราคาลดแล้วเหลือเพียง 25,900 – 29,400 บาท ได้การรับประกัน 3 ปี On-site Service และประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty ในปีแรกมาให้อีกด้วย แต่ตัวเครื่องเองก็ผ่านการทดสอบเรื่องความทนทานระดับ US MIL-STD 810G military-grade standard มาอยู่แล้ว 

ASUS Commart 2021 Crazy Promotion 14

มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง 2 x Thunderbolt 4 (USB 3.2 Type-C), USB 3.2 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก โดยได้ติดตั้งพอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรกลับมาแล้ว ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่ารุ่นก่อน 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด การรับประกัน 3 ปี On-site Service รวมถึงถ้าลงทะเบียนในเว็บไซต์ ปีแรกจะมีประกันอุบัติเหตุมาให้ด้วย (Perfect Warranty) หน้าสเปกเต็มๆ ของ ASUS ZenBook 14 UX435 ได้ตามนี้เลย 

ASUS ZenBook 14 UX425EA-BM004TS ราคา 25,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T & 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 3 Y On-site Service + Perfect Warranty 1Y

ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EAL-KC054TS ราคา 29,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T & 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 3 Y On-site Service + Perfect Warranty 1Y

4.ASUS TUF Dash F15 ราคา 32,900 – 36,000 บาท

ASUS TUF Dash F15 เป็น ASUS Commart 2021 รุ่นน่าสนใจ มาในดีไซน์การออกแบบที่บางเบากว่า TUF ปกติ เพราะมีการใช้ DNA ของ ROG เพิ่มเข้ามา สเปกใหม่ล่าสุดด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake-H35) อย่าง i5-11300H / Core i7-11370H ตัวแรงประสิทธิภาพสูงแต่ร้อนน้อยกว่ารุ่นก่อนๆ เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร ที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน เรียกได้ว่ามีการพัฒนาอย่างแท้จริง

ASUS Commart 2021 Crazy Promotion 7

ส่วนการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 / 3070 รุ่นใหม่เช่นกัน จัดเต็มเรื่องของการทำงานและการเล่นเกม ที่เหนือชั้นกว่า RTX 20 Series จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คระดับกลางค่อนไปทางบนของ ASUS สาย Gaming ที่เน้นความพรีเมียม การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ แบตยาวนานสูงสุดกว่า 12 ชั่วโมง ทำงานก็ดีเยี่ยมเล่นเกมก็ได้ดีกว่าเดิมมากๆ แสดงผลผ่านทางหน้าจอ 15.6″ Full HD IPS ที่ Refesh Rate 240 Hz

ASUS TUF Dash F15 มีราคา 32,900 – 48,900 บาท ส่วนสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB ที่ดีเยี่ยมกว่ารุ่นก่อน อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 ความจุ 512GB – 1TB พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ประกันก็เป็น 2 ปีตามาตรฐาน ASUS ที่สามารถเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย นับได้ว่าเป็น Gaming Notebook ปี 2021 ที่น่าซื้อที่สุดรุ่นนึงทีเดียว

TUF%20Dash%202021 r

ร่วมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ด้วยตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวก พร้อมพอร์ต Thunderbolt 4 ที่สำคัญคือจัดการอุณหภูมิได้ดีด้วย จากเทคโนโลยีการระบายความร้อนที่ดีและเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้น เรียกได้ว่าใครกำลังมอง Gaming Notebook ตัวแรงลื่นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่อยากได้ดีไซน์เรียบหรูดูดี เบาแค่ 2 โล ตัวเครื่องแข็งแรงทนทานมาตรฐานมาตรฐานแบบกองทัพ MIL-STD-810H ทำงานก็สะดวกเล่นเกมก็ลื่นไหล

ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PM-HN086T ราคา 32,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-11300H (4C/8T & 3.10 – 4.80GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PM-HN025T ราคา 36,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-11370H
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3060
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PR-HN033T ราคา 44,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-11370H
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3070
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PR-AZ019T ราคา 48,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-11370H
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce RTX 3070
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard) + 8GB
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 240Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

5.ASUS ROG Strix G15 GL542 ราคา 26,900 – 29,900 บาท ()

ASUS ROG Strix G15 GL542 ราคา 26,900 / 29,900 บาท (ราคาตอนเปิดตัว 32,900 / 36,900 บาท) เป็นหนึ่งใน ASUS Commart 2021 ที่มีสเปกอัพเดทเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H เน้นความคุ้มค่าและฟีเจอร์ที่มากกว่า อีกทั้งมีให้เลือกหลากหลายรุ่น โดดเด่นด้วยไฟคีย์บอร์ด RGB พร้อม Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่องที่เราสามารถปรับแต่งได้

นอกจากนี้ยังมาพร้อมความสดใหม่ด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับสารโลหะเหลว (liquid metal) จากทาง Thermal Grizzly เพื่อเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนให้กับชิปประมวลผล แทนการใช้ซิลิโคนนำความร้อนแบบปกติ

ASUS Commart 2021

ชิปประมวผล Intel Core i5-10300H / Core i7-10750H ให้ประสิทธิภาพที่แรง รองรับการทำงานพื้นฐานได้ดีเยี่ยม หรือจะเอาไปทำงานหนักๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติก็สบายมากๆ ในส่วนของการ์ดจอก็มีให้เลือกตั้งแต่ NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti ติดตั้งแรมมาให้ขนาด 8GB DDR4 Bus 2933 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ทันทีทุกๆ 

หน้าจอที่นำมาติดตั้งเป็นหน้าจอที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ กับความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz แบบผิวด้าน ให้สีสันการแสดงผลในเกณฑ์ดีน่าประทับใจอย่างที่สุดทั้งเล่นเกมหรือทำงาน ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 3 x USB 3.0, Kensington lock slot , SD Card Reader, RJ-45, Headset 

ASUS Commart 2021

พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) ส่วนการรับประกันแน่นอนว่าเป็น เวลา 2 ปี พร้อมประกันอุบัติเหตุอีก 1 ปี (Perfect Warranty) ​จากทาง ASUS Thailand ที่เราสามารถส่งได้ตามศูนย์บริการ หรือใครจะสะดวกฝากส่งเคลมตามร้าน 7-11 ทั่วประเทศก็สามารถทำได้เช่นกัน

ASUS ROG Strix G15 GL542LI-HN053T ราคากลาง 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-10300H (4C/8T & 2.50 – 4.50GHz)
  • GPU : Intel UHD 630 + NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 2933 MHz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

ASUS ROG Strix G15 GL542LI-HN053T ราคากลาง 29,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-10750H (6C/12T & 2.60–5.00GHz)
  • GPU : Intel UHD 630 + NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 2933 MHz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2Y Carry-in + Perfect Warranty 1Y

สำหรับ Gaming Notebook ตระกูล TUF ที่เน้นความแรงคุ้มค่า สเปก Ryzen 4000H / 5000H ต้องบอกว่าขายดีมากๆ บางรุ่นของหมดตั้งแต่วันแรกแล้ว และ ROG Zephyrus G14 พร้อมแถม Office 2019 แท้ๆ หรือ ROG Strix สเปก Gaming ยิ่งกว่าตัวแรงประสิทธิภาพสูง ในงาน Commart 2021 ต้องมากันในได้ งานจัดขึ้นที่ ไบเทค บางนา ช่วงวันที่ 25 – 28 มีนาคมนี้

ASUS Commart 2021 Crazy Promotion 8

โดยประกัน ASUS Commart 2021 เกือบทุกรุ่นเป็นแบบมาตรฐานระยะเวลา 2 ปีแบบทั่วโลก เคลมผ่านร้าน 7-11 ได้ทั่วประเทศ หรือจะส่งศูนย์ปกติก็ได้ พร้อมปีแรกมีประกันอุบัติเหตุตามาตรฐาน ASUS ในโน๊ตบุ๊คทุกรุ่น อีกทั้งบางรุ่นอย่าง ZenBook / ROG รุ่นใหม่ๆ ยังได้ประกันแบบ On-site Service 3 ปีด้วย

ตารางเทียบโน๊ตบุ๊ค ASUS Commart 2021 ในราคาที่ลดแล้ว (และอาจจะลดได้อีก)

  CPU GPU RAM SSD Display Price
VivoBook 14 i3-1115G4 UHD Graphics 4GB 512GB 14″ FHD 60Hz 14,900
ROG Zephyrus G14 R5 4600H GTX 1650 8GB 512GB 14″ FHD 60Hz 22,900
ZenBook 14 i5-1135G7 Iris Xe Graphics 8GB 512GB 14″ FHD 60Hz 23,900
TUF Dash F15 i5-11300H RTX 3060 16GB 512GB 15.6″ FHD 144Hz 30,900
ROG Strix G15 i5-10300H GTX 1650 Ti 8GB 512GB 15.6″ FHD 144Hz 24,900

 

 

 

 

 

 

from:https://notebookspec.com/web/585512-asus-commart-2021-notebook-new-model-sp