คลังเก็บป้ายกำกับ: GAMING_GEAR

CES 2019 – Razer ชมตัวเป็นๆ! Razer Raptor Gaming Monitor จอไร้ขอบ RGB รอบฐานจอ โครตเท่! (เสร็จแล้ว)

Razer เปิดตัวหน้าจอ Gaming Monitor ใหม่ ในชื่อ Razer Raptor โดยเป็นจอแสดงผลขนาด 27 นิ้ว WQHD 2560×1440 IPS 144Hz อัตราการตอบสนอง Response Time ที่ 4ms พร้อมรองรับ FreeSync อัตราส่วนสีดำ 1000:1 และยังให้ความเที่ยงตรงของสีถึง 95% อีกทั้งยังรองรับ HDR400 ที่ความสว่างสูงสุด 420 Nits

Razer Raptor

สำหรับพอร์ตการเชื่อมต่อประกอบไปด้วย 1x HDMI 2.0, 1x DisplayPort 1.4, 1x USB Type-C พร้อมการจ่ายไฟและ 2x USB 3.0

โดยทางตัว Raptor Gaming Monitor นั่นได้ออกแบบขาตั้งมาได้กว้างและยังมีความเสถียร อีกทั้งที่ด้านหลังจอยังมีการจัดสายได้อย่างเรียบร้อยแล้วสวยงาม โดยมาพร้อมกับตัวสายเชื่อมต่อสีเขียวสด อันเป็นเอกลักษณ์ของ Razer และที่เด่นสะดุดตาสุดๆคงเป็นไฟ RGB ที่ฐานของหน้าจอ ที่ดูสวยงามและเท่จริงๆ สำหรับกำหนดการขาย จะวางจำหน่ายในปลายปีนี้ ส่วนราคาอยู่ที่ $699.99 หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 22,000 บาท

ที่มา: techpowerup.com

from:https://notebookspec.com/ces-2019-razer-gaming-monitor/469037/

Advertisements

CORSAIR เปิดตัวเมาส์เกมมิ่งใหม่ 3 รุ่น รัวๆ !! มาพร้อมกับเทคโนโลยีไร้สายล่าสุด CORSAIR SLIPSTREAM

CORSAIR SLIPSTREAM

วันนี้ CORSAIR ขอแนะนำ HARPOON RGB WIRELESS, IRONCLAW RGB และ M65 RGB ELITE

CES2019, Las Vegas, NV, 17 มกราคม 2019 – CORSAIR ผู้นำด้านอุปกรณ์เกมมิ่ง อุปกรณ์ต่อพ่วงพีซีสำหรับผู้คลั่งไคล้ในการประกอบเครื่องพีซีและเกมมิ่ง วันนี้ได้เปิดตัวเมาส์เกมมิ่งสมรรถนะสูงสามรุ่น HARPOON RGB WIRELESS, IRONCLAW RGB และ M65 RGB ELITE การเปิดตัว HARPOON RGB WIRELESS นี้เป็นการนำเอาเทคโนโลยีไร้สายสมรรถนะสูง SLIPSTREAM CORSAIR WIRELESS TECHNOLOGY โดยให้ค่าหน่วงเวลาต่ำสุดระดับต่ำกว่า 1ms ระหว่างตัวรับสัญญาณกับตัวเมาส์ และรวดเร็วกว่าระบบเมาส์ไร้สายที่เคยมีมาในตลาด SLIPSTREAM WIRELESS นั้นจะถูกวางให้เป็นเทคโนโลยีในยุคหน้าของอุปกรณ์เล่นเกมไร้สายของ CORSAIR เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกมเมอร์ที่จะเปลี่ยนมาใช้งานอุปกรณ์ไร้สาย

HARPOON RGB WIRELESS นั้นเป็นการนำเอาเมาส์ยอดนิยมของ CORSAIR มาตัดสายออก และเชื่อมต่อเข้ากับเทคโนโลยีไร้สาย SLIPSTREAM เพื่อคงสมรรถนะให้ดีเยี่ยมเช่นเดียวกับการเชื่อมต่อผ่านสายปกติ โดย SLIPSTREAM นั้นจะใช้การเชื่อมต่อไร้สายผ่านคลื่นความถี่ 2.4GHz เกรดเกมมิ่งความเร็วสูง ซึ่งสามารถส่งแพคเก็ตได้เป็นจำนวนมากกว่าเทคโนโลยียุคเก่าถึงสองเท่า และทนทานต่อการรบกวนของสัญญาณไร้สายอื่น ๆ แม้กระทั่งในสภาวะที่คลื่นความถี่มีความคับคั่ง ด้วยเทคโนโลยี Intelligent Frequency Shift (IFS) ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เทคโนโลยีไร้สายนี้เป็นเทคโนโลยีที่ทรงประสิทธิภาพ และพร้อมสำหรับการแข่งขันเกม และเอื้อเฟื้อให้เกิดความสะดวกสบายด้วยระยะทำการไหลกว่า 33 ฟุต ทำให้ไม่ว่าจะเล่นเกมอยู่บนโต๊ะทำงาน หรือนั่งอยู่บนโซฟา

HARPOON RGB WIRELESS นั้นไม่ได้หยุดแค่เพียงเทคโนโลยี SLIPSTREAM เท่านั้น แต่เกมเมอร์ยังสามารถเลือกใช้การเชื่อมต่อไม่ว่าจะเป็นบลูทูธแบบความหน่วงต่ำ หรือจะผ่านการเชื่อมต่อแบบ USB ทำให้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับเกมมิ่งพีซี หรือแล็ปท็อปได้ทุกเครื่อง รวมไปถึงอุปกรณ์โมบายต่าง ๆ อีกด้วย ด้วยน้ำหนักที่เบากระทัดรัดเพียง 99 กรัม HARPOON RGB WIRELESS มาพร้อมกับแบตเตอร์รี่เธียมพอลิเมอร์ในตัว ที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 60 ชั่วโมง เซ็นเซอร์ 10,000 DPI ปุ่มโปรแกรมได้ 6 ปุ่ม และระบบไฟ RGB ควบคุมผ่านซอฟท์แวร์ CORSAIR iCUE ด้วยเทคโนโลยีไร้สายล่าสุด พร้อมฟีเจอร์เกมแบบเต็มพิกัด ทำให้ HARPOON RGB WIRELESS นั้นเป็นเมาส์ที่ให้ความอิสระในการใช้งานแบบเมาส์ไร้สาย พร้อมสมรรถนะเช่นเดียวกับเมาส์มีสาย

IRONCLAW RGB เป็นเมาส์ที่ออกแบบมาเพื่อคนที่มีอุ้งมือใหญ่ โดยจะเป็นเมาส์ที่เป็นผู้พลิกเกมสำหรับนักเล่นเกมที่พบว่าเมาส์ทั่วไปในท้องตลาดมีขนาดเล็กเกินไป โดย IRONCLAW มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ออฟติคัลความละเอียด native ปรับได้สูงสุด 18,000 DPI โดยสามารถปรับจูนความละเอียดได้ทีละ 1 DPI ปรับ tracking ได้อิสระ และมาพร้อมปุ่มตั้งโปรแกรมได้ 7 ปุ่ม ระบบไฟ RGB แบบสองโซน และหน่วยความจำโปรไฟล์บนตัวเมาส์ ด้วยน้ำหนักเพียง 105 กรัม เท่านั้น IRONCLAW RGB จะทำให้ชัยชนะอยู่ในมือได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ในงาน CES นั้นยังมี M65 RGB ELITE ที่มาช่วยเติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์ของ CORSAIR โดย M65 RGB ELITE นั้นถือเป็นการอัพเกรดครั้งสำคัญของเมาส์ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดีมาก่อนนี้อย่าง CORSAIR M65 ด้วยการปรับปรุงโดยนำเอาข้อติชมของผู้ใช้เมาส์ M65 กว่าหนึ่งพันคำติชม โดยในรุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ออพติคัลความละเอียด 18,000 DPI เช่นเดียวกับ IRONCLAW RGB โดย M65 RGB ELITE จะเป็นเมาส์ที่แม่นยำและเที่ยงตรงกว่าที่เคยมีมาตลอดกาล ด้วยความสามารถในการปรับค่าความละเอียดได้สเต็ปละ 1 DPI ตัวเมาส์สร้างขึ้นจากโครงอะลูมินัม ทำให้น้ำหนักนั้นเบาลงมาจากรุ่นเดิถึง 15% เหลือเพียง 97 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์จูนน้ำหนักให้เหมาะสมกับสไตล์การเล่นด้วยตุ้มน้ำหนักได้สูงสุด 115 กรัม และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวเมาส์ให้เหมาะกับท่วงท่าในการเล่นของแต่ละคนได้ ปุ่มด้านข้างดีไซน์ใหม่ให้เหมาะกับการใช้เป็นปุ่มสำหรับพลซุ่มยิงมากยิ่งขึ้น โดยเมื่อกดปุ่ม ระบบจะช่วยลดความไวในการตอบสนองของเคอร์เซอร์เองโดยอัตโนมัติ เพื่อการเล็งเป้าที่แม่นยำ นอกจากนี้ยังมีระบบไฟ RGB แบบสองโซน สวิทช์ปุ่มจาก Omron ที่สร้างมาให้ผ่านมาตรฐานการคลิกขั้นต่ำกว่า 50 ล้านครั้ง และยังมีหน่วยความจำในตัวสำหรับเก็บค่าโปรไฟล์ของผู้ใช้ M65 RGB ELITE นั้นเป็นการอัพเกรดเมาส์ยอดนิยมของ CORSAIR ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมาส์จากตระกูล CORSAIR
ไม่ว่ามือของคุณจะมีขนาดใหญ่ เล็ก หรืออยากได้เมาส์ไร้สาย หรือชอบเล่นเกมแนวไหนก็ตาม เมาส์เกมมิ่งใหม่ทั้งสามรุ่นนี้ จะสามารถตอบสนองผู้เล่นที่กำลังมองหาเมาส์เกมมิ่งจาก CORSAIR ให้เหมาะกับพวกเขาได้อย่างแน่นอน

การจัดจำหน่าย การรับประกัน และราคา
HARPOON RGB WIRELESS, IRONCLAW RGB และ M65 RGB ELITE นั้นมีวางจำหน่ายผ่านทางผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ CORSAIR ทั่วโลก
HARPOON RGB WIRELESS, IRONCLAW RGB และ M65 RGB ELITE มาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพ 2 ปีเต็ม พร้อมบริการสนับสนุนลูกค้าผ่านเครือข่ายสนับสนุนด้านเทคนิคของ CORSAIR
สำหรับราคา กรุณาเข้าชม เว็บไซท์ของ CORSAIR หรือติดต่อผ่านทางเซลส์ หรือตัวแทน PR ในพื้นที่ของท่าน

หน้าเว็บ
HARPOON RGB WIRELESS: https://www.corsair.com/p/CH-9311011-NA
IRONCLAW RGB: https://www.corsair.com/p/CH-9307011-NA
M65 RGB ELITE: https://www.corsair.com/p/CH-9309011-NA

วีดีโอเปิดตัวของเมาส์ทั้งสามรุ่น
HARPOON RGB WIRELESS: https://youtu.be/hJZh-mx4e4U
IRONCLAW RGB: https://youtu.be/GJmp9EiYMGM
M65 RGB ELITE: https://youtu.be/4GW3TXAuUtE

ภาพถ่ายผลิตภัณฑ์
HARPOON RGB WIRELESS: https://corsair.sharefile.com/d-s7b597efa88f4a039
IRONCLAW RGB: https://corsair.sharefile.com/d-s6c1a54aa7a748e4a
M65 RGB ELITE: https://corsair.sharefile.com/d-sd2f8ce2fba24d94a

เกี่ยวกับ CORSAIR
CORSAIR ก่อตั้งในปี 1994 เริ่มจากการเป็นผู้ผลิตDRAMสมรรถนะสูง และก้าวเข้ามาสู่ตลาดอุปกรณ์ PC ประสิทธิภาพสูง CORSAIR มีผลิตภัณฑ์มากมายสำหรับกลุ่ม gamer, enthusiasts และนักกีฬา e-sports ได้แก่ คีย์บอร์ด mechanical, แผ่นรองเมาส์เกมมิ่งความแม่นยำสูง, หูฟังไร้สาย, อุปกรณ์และชิ้นส่วนประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ประกอบชุดคอมพิวเตอร์ระดับเทพสำหรับเกมเมอร์ และ CORSAIR ONE fully-integrated gaming PC ด้วยความมุ่งมั่นในการออกแบบ นวัตกรรม ฟีเจอร์ สู่ความเป็นเลิศทางด้านคุณภาพและประสิทธิภาพที่สูง ผลิตภัณฑ์ จาก CORSAIR ได้รับรางวัลจากสื่อต่างๆมากมาย เป็นที่ชื่นชอบของเกมเมอร์ ทุกผลิตภัณฑ์ของ CORSAIR ถูกพัฒนาโดยทีมที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมภายใต้สิ่งที่เขาเหล่านั้นต้องการใช้งานเช่นกัน

ในปี 2018 CORSAIR ควบกิจการ Elgato ผู้นำฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับ content creator ด้วยประสบการณ์นับทศวรรษในเทคโนโลยี video, Elgato มีผลิตภัณฑ์ premium capture card, studio controller และ accessories ที่ให้ผู้ใช้งานได้สร้างสรรค์ content สำหรับผู้ชมทั่วโลกบน Twitch, YouTube, Mixer และ Facebook ทั้ง CORSAIR และ Elgato มีผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยและตอบโจทย์สำหรับ gamer และ content creator อย่างแท้จริง

สงวนสิทธิ์ © 2018 CORSAIR Components, Inc. โลโก้เรือใบ เครื่องหมายการค้า Vengeance เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ CORSAIR ในสหรัฐอเมริกา และ/หรือ ประเทศอื่น ๆ ชื่อบริษัท ชื่อสินค้า เครื่องหมายการค้าอื่น ๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นๆ โดยเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนคุณสมบัติ ราคา หรือการจัดจำหน่าย หรือรายละเอียดทางเทคนิคได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/BBCNZ0xFU8Q/

รีวิว HyperX Cloud Earbuds ใส่สบายหู เล่นเกมโดนใจ เอฟเฟกต์มาเต็ม

ชั่วโมงนี้ต้องบอกว่าเกมโมบาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนหรือเกมคอนโซลแบบ Nintendo Switch ก็ต่างได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะตัวเกมได้รับการปรับปรุงให้เล่นได้สนุกและยังเชื่อมต่อให้เล่นกับเพื่อนหรือคนทั่วโลกได้อีกด้วย ทั้งมือถือและอุปกรณ์เสริมต่างๆ จึงกลายมาเป็นที่ต้องการของเหล่าเกมเมอร์มือถือแบบนี้มากขึ้น เช่นเดียวกับหูฟัง ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ วันนี้เรามีหูฟังน่าสนใจอีกรุ่นหนึ่ง ในรุ่น HyperX Cloud Earbuds ที่เป็นหูฟังแบบเสียบหูขนาดกระทัดรัด และยังดีไซน์ดูเท่ๆ จากค่ายเกมมิ่งเกียร์รายนี้มาให้ได้ลองกัน

HyperX Cloud Earbuds เป็นหูฟังในแบบ Earbuds ตามสไตล์คอเกมแนวโมบาย หรือจะเป็นเกมเมอร์ที่ใช้พีซีหรือโน้ตบุ๊กก็ตาม ที่เน้นความสะดวกในการพกพา ซึ่งหูฟังแนวนี้ตอบโจทย์ได้ ไม่เหมือนกับกลุ่ม Headset หรือหูฟังแบบครอบศีรษะ โดยที่ HyperX ยังออกแบบมาให้ตอบโจทย์การสื่อสารกับเพื่อนๆ ภายในเกมได้ ด้วยไมโครโฟนและปุ่มรับสายได้ในตัว เลือก Play/ Pause ได้ เพื่อจะได้ไม่พลาดการพูดคุยสั่งการในเกมหรือคุยติดต่องาน โดยเฉพาะเกมแบบ Battle Royale ที่มีผู้เล่นมากมายในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังให้ชุด Ear plug หรือซิลิโคนแบบนิ่มๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ HyperX มาใส่ไว้ในหูฟังรุ่นนี้ด้วย แถมยังมีให้เลือกถึง 3 ขนาดด้วยกัน สำหรับขนาดหูของแต่ละบุคคล พร้อมไดรเวอร์แบบนีโอดายเมียมขนาด 14mm มาด้วย สเปคไม่ธรรมดาแบบนี้ ที่เหลือก็ต้องลองเรื่องเสียงในการเล่นเกมกันบ้างแล้ว

Specification

  • Driver: Dynamic 14mm with neodymium magnets
  • Frequency response: 20Hz–20,000Hz
  • Impedance: 65 Ω
  • Sound pressure level: 116dBSPL/mW at 1kHz
  • T.H.D.: < 2%
  • Weight: 19g
  • Cable type and length: 4 pole, 1.2m
  • In-Line Microphone
  • Element: Electret condenser microphone
  • Polar pattern: Omni-directional
  • Frequency response: 100Hz-6,300 Hz
  • Sensitivity: -42dBV (0dB=1V/Pa,1kHz)

 

รูปลักษณ์และการใช้งาน

ดูจากหน้ากล่อง HyperX มาในโทนนี้เกือบหมด ในช่วงครึ่งปีหลัง 2018 ที่ผ่านมา กล่องขาวคาดแดง เช่นเดียวกับ Cloud Earbuds รุ่นนี้ พร้อมภาพกราฟฟิกให้เห็นกันชัดๆ

ด้านหน้าสามารถเปิดออกได้ ทำใม้มองเห็นตัวหูฟังที่อยู่ภายในกล่อง ฝาด้านข้างมีรูปหูฟังและกล่องเก็บแบบพกพาได้ ต้องได้เห็นตัวจริง จะบอกว่าน่าใช้งานมาก

เมื่อแกะกล่องออกมา จะมีตัวหูฟังอยู่ด้านใน พร้อมกล่องพกพาสีดำ ขนาดประมาณตลับยาเล็กๆ

สิ่งที่มาด้วยในกล่องคือ คู่มือการใช้งาน และแผ่นแนะนำสินค้าของทาง HyperX ใครที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับหูฟังแนวนี้ ลองอ่านดูรายละเอียดก็ดีนะครับ จะช่วยให้เราใช้งานได้สะดวกขึ้นเยอะ

กล่องที่ใช้เก็บหูฟังเล็กมาก ยิ่งบรรดาสาวๆ ที่หิ้วกระเป๋าใบเล็กๆ ใส่ได้สบายๆ แล้วไม่ต้องเซ็งเรื่องสายพันให้เกะกะ

ตัวหูฟัง Cloud Earbuds ไซส์ขนาดเล็ก ขนาดประมาณนิ้วก้อย มาในโทนสีแดงมีโลโก้ขาวบนพื้นดำ ดูแล้วทันสมัย น้ำหนักเบาเลยทีเดียว ตัวก้านกับตัวหูฟังเอียงทำมุม เพื่อให้ใส่เข้าไปในหูได้ง่ายขึ้น

ตรงจุดที่เป็น Ear plug เป็นซิลิโคนนิ่มสีดำใส สามารถถอดเปลี่ยนได้ ทาง HyperX ให้มา 3 ขนาดด้วยกัน สำหรับใบหูของแต่ละคน ข้อดีของวัสดุนี้คือ มีความยืดหยุ่นและทำความสะอาดง่าย

ตรงสายหูฟังเป็นแบบแบน ความยาวประมาณ 1.2 เมตร เป็นแบบยาง ที่นิ่มและทนทาน จากการลองกระชาก ม้วน และทับด้วยของหนักๆ ก็แทบจะไม่มีผลกระทบ สายแบบนี้ช่วยตัดปัญหาการพันกันยุ่งเหยิงออกไปได้เลย

HyperX ใส่ตัวควบคุมมาบนหูฟังรุ่นนี้ด้วย โดยอยู่กับหูฟังฝั่งซ้าย เลื่อนลงมาประมาณ 20cm สำหรับเอาไว้ เป็นไมโครโฟนสำหรับพูดคุยกับทีม เวลาที่เล่นเกม มีปุ่มสำหรับใช้รับสาย วางสายกับมือถือ และยังใช้ Pause/ Play หรือ Next / FW ในกรณีที่เล่นวีดีโอและเพลงได้อีกด้วย โดยการกด 2 ครั้ง

และบรรดาสาวๆ ที่ชอบพกสายในกระเป๋า สามารถใส่ในกระเป๋าพแพาใบเล็กที่ทาง HyperX เตรียมมาให้ หรือจะโยนเข้าไปในกระเป๋าก็ได้เช่นกัน

ข้อต่อเป็นแบบ 90 องศา ที่ช่วยเวลาเล่นเกมจับถือได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะคนที่เล่นเกมแนว Freefly หรือเกมแอ็คชั่นต่างๆ หากเป็นหัวต่อแบบ 180 องศา จะค่อนข้างเป็นอุปสรรคไม่น้อย

ทีนี้มาให้สาวๆ ลองกันบ้าง โดยเป็น Admin Amm มาลองใช้งาน เธอให้นิยามมาว่า “เล็ก สบายไม่ปวดหู ดูสวย” อย่างว่าครับ สาวๆ ต้องน้อยๆ เล็กๆ ง่ายๆ หูฟัง Cloud Earbuds นี้ ดูจะตรงใจ เอาไปเล่นเกมอยู่ครึ่งค่อนวัน

ทีนี้ให้ Admin Pong มาลองบ้าง ตามจริงไม่ใช่คนที่ใช้หูฟังบ่อยนัก แต่ก็ติดใจในเรื่องของความสบาย และการเสียงที่หนักแน่น ให้ความเห็นมาว่า “แม้หูฟังแนวนี้จะไม่ใช่ทางของผม แต่โดยรวมเท่าที่ใช้เล่นเกมหรือดูหนัง จัดว่าสนุกมันส์ได้เลย ที่สำคัญใส่สบาย ใช้ได้ยาวๆ”

 

Conclusion

ในแง่ของการออกแบบ ต้องบอกว่า Cloud Earbuds อาจไม่ได้หวือหวาในแง่ของดีไซน์ตัวหูฟังหรือสายและฟังก์ชั่นแบบเวอร์วัง แต่ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นเกมมิ่งเอาไว้ โดยเฉพาะเรื่องของเสียงที่ยังคงความหนักแน่นเอาไว้ได้ดีพอสมควร กับแนวเกมที่คุณชอบไม่ว่าจะเป็น NFS, FreeFly, หรือจะเป็นเกมแอ็คชั่นบนพีซี เสียงกลางมาได้ดี เช่นเดียวกับเสียงแหลมและรายละเอียด ให้ความคมได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งถ้ามองในแง่ของหูฟังเล่นเกมบนมือถือ ต้องบอกว่าคุ้มค่าทีเดียว น่าจะเป็นอีกรุ่นที่ตอบโจทย์เกมเมอร์หรือผู้ใช้ทั่วไป ที่ใช้สำหรับทั้งการเล่นเกมและดูหนัง ฟังเพลง กับความนุ่มนวลของ Ear plug ที่ทำให้ใส่สบายมากขึ้น ยืดหยุ่น ไม่เจ็บหู จากการใช้งานต่อเนื่อง ถือว่าทำได้ดี น่าจะใช้ได้ทั้งคุณผู้หญิงหรือผู้ชาย อีกทั้ง HyperX ยังคงเอาใจใส่ในรายละเอียด ด้วยการให้กล่องเล็กๆ ในการเก็บสายสำหรับพกพามาด้วย แม้ว่าจะเป็นสายแบนๆ ที่ทำให้ไม่พันกันง่ายๆ ก็ตาม คือจะโยนลงกระเป๋าไปเลย หรือจะใส่กล่องเล็กๆ ก็ได้เช่นกัน ต้องถือว่า HyperX Cloud Earbuds เป็นหูฟังอีกรุ่นหนึ่ง ที่ตอบโจทย์ในแง่การพกพาและคุณภาพการใช้งานได้ดีสมราคา

 

จุดเด่น

  • ขนาดเล็กกระทัดรัด ซิลิโคนนิ่มใส่สบายหู
  • มีซิลิโคนมาให้เลือกใช้ 3 ขนาด
  • สายแบบแบน ทำให้จัดเก็บง่าย ไม่พันกัน
  • ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับหูฟังในระดับเดียวกัน

ข้อสังเกต

  • มีเสียงลอดเล็กน้อย ตามแบบฉบับของ Earbuds

 

ราคา: ประมาณ 1,690 บาท

ซื้อได้ที่: HyperX Cloud Earbuds

 

from:https://notebookspec.com/hyperx-cloud-earbuds-good-for-game/468390/

ASUS ROG เปิดตัวอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์สี limited-edition เพื่อเหล่าเกมเมอร์ที่ชอบโทนสีพาสเทล

เราอาจจะรู้จักแบรนด์ROG ในสไตล์ที่ดุดันและทรงพลังจนได้รับการขนานนามว่าthe choice of championsซึ่งใช้โทนสีแดง, ดำและเทาในทุกผลิตภัณฑ์แต่เพื่อตอบสนองความเป็นแชมป์เปี้ยนในอีกรูปแบบหนึ่งROG ได้มีการเปิดตัวอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ในสีที่เป็นlimited-edition มาเอาใจเหล่าเกมเมอร์ที่ชอบโทนสีพาสเทลถึงแม้ว่าสีจะเปลี่ยนไปแต่ประสิทธิภาพภายในยังคงอัดแน่นเหมือนเดิม

ROG Strix Flareรุ่นใหม่นี้มีการออกแบบอย่างโดดเด่นด้วยสีชมพูตัดกับสีเทาอ่อนเริ่มจากมุมซ้ายบนที่เป็นชุดควบคุมสื่อบันเทิงที่มาในโทนสีเทารวมถึงปุ่มล้อเลื่อนผลิตจากยางที่ใช้เพิ่ม-ลดเสียงในส่วนของปุ่มตัวอักษรและตัวเลขก็มาในโทนสีเทาเช่นกันส่วนปุ่มฟังก์ชั่นนั้นมาในสีชมพูที่กลมกลืนกับตัวคีย์บอร์ดและอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของROG Strix Flare ที่ขาดไม่ได้คือแผ่นอะคริลิคโลโก้ROG ที่ด้านขวาบนและรองรับการใช้งาน Aura Sync RGBส่วนสวิตช์ใช้แบบCherry MX ที่มีให้เลือกได้ 3 แบบคือRed, Brown หรือBlue

The ROG Gladius II Origin

ROG Gladius II Origin PNK LTD  ยังคงใช้การผสมผสานเของสีชมพูและสีเทาเช่นเดียวกับ Strix Flareเอกลักษณ์ด้านการออกแบบของ ROG Gladius IIยังคงเป็นการแกะสลักที่ด้านข้างและปุ่มล้อเลื่อนที่ได้แรงบันดาลใจจากชาวมายันที่มาในโทนสีเทาส่วนปุ่มDPI ที่ด้านหลังล้อเลื่อนและปุ่มลัดบริเวณด้านซ้ายของเมาส์เหนือหัวแม่มือก็มาในโทนสีเทาเช่นกันส่วนโลโก้ROG ที่ด้านหลังก็โดดเด่นด้วยไฟสีขาวและยังสามารถใช้งานAura SyncRGB ได้ด้วยในด้านของประสิทธิภาพการใช้งานก็ยังคงอัดแน่นเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ออพติคอลPixArt 3360 ความเร็วสูงสุดถึง 12000 DPI(สามารถเลือกใช้DPI ที่ต่ำกว่าได้) และสวิตช์ของOmron ที่สามารถคลิ๊กได้มากถึง 50 ล้านครั้ง

The ROG Strix Fusion 300

ROG Strix Fusion 300 PNK LTD ใช้การออกแบบสีที่เรียบง่ายโดยมีแถบคาดศีรษะและฟองน้ำครอบหูเป็นสีเทาส่วนอื่นนั้นเป็นสีชมพูทั้งหมดรวมถึงไมโครโฟนด้วยและแสงไฟที่เดิมเป็นสีแดง(รุ่นFusion 300) ก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นแสงไฟสีขาวซึ่งเข้ากันได้ดีกับพื้นผิวสีชมพูและการออกแบบพื้นที่บริเวณไดร์เวอร์ที่ใหญ่ขึ้นทำให้มีมิติเสียงที่กว้างขึ้นส่วนประสิทธิภาพภายในนั้นยังอัดแน่นด้วยASUS Essencedriver ขนาด 50 มม.และระบบเสียงรอบทิศทางเสมือน 7.1ส่วนสายเคเบิ้ลก็ยังคงมีให้ทั้งสายUSB และสายขนาด 3.5 มม.เหมือนเดิม

 

The ROG Sheath

ROG Sheath table mat เป็นอุปกรณ์เกมมิ่งอีกชิ้นหนึ่งที่จะมาเติมเต็มความเป็นพาสเทลบนโต๊ะของคุณด้วยขนาดที่ใหญ่พอที่จะวางทั้งคีย์บอร์ดและเมาส์ไว้ด้วยกันได้ทำให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวและลายกราฟิกสีเทาตัดกับสีชมพูซึ่งต่างจากSheath รุ่นต้นแบบที่เป็นสีดำตัดกับโลโก้ROG สีแดง

from:https://notebookspec.com/asus-rog-pastel-limited-edition/468648/

CES 2019 – HTC เปิดตัวแว่น Vive Pro Eye และ Vive Cosmos มาพร้อมระบบ Eye-Tracking สั่งการด้วยดวงตา!

แว่น VR ของ HTC ตัวใหม่ได้ถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว ณ งาน CES 2019 ในชื่อรุ่นว่า HTC Vive Pro Eye และ HTC Vive Cosmos แว่น VR สองรุ่นที่มีฟังค์ชั่นและเจาะกลุ่มลูกค้าแตกต่างกันเตรียมพร้อมวางจำหน่ายภายในปี 2019 นี้

แว่นรุ่นใหม่ของ HTC ดังกล่าวจะถูกแบ่งเป็นสองประเภทได้แก่ HTC Vive Pro Eye จะเป็นแว่นที่พัฒนาต่อจาก Vive Pro จะเป็นแว่นระดับ High-End จะเพิ่มระบบ eye-tracking ตรวจจับดวงตาของผู้ใช้ทำให้สามารถสั่งการได้เพียงเคลื่อนไหวดวงตาหรือกลอกตาไปมา นอกจากนี้ก็ยังอัพเกรดเรื่องกราฟิกภาพให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น

นอกจาก Vive Pro Eye แล้วทาง HTC ยังได้เปิดตัวน้องใหม่ในชื่อ HTC Vive Cosmos จะเป็นแว่น VR ที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ใช้งานครั้งแรกหรือมือใหม่โดยอุปกรณ์จะตัดทอนสิ่งที่ยุ่งยากออกไปเน้นใช้งานง่ายมีน้ำหนักที่เบา คอนโทรลเลอร์ออกแบบใหม่หมดและยังออกแบบให้แว่นรองรับการอัพเกรดฟีเจอร์ใหม่ ๆ ได้ที่อาจจะทำงานร่วมกันได้กับสมาร์ทโฟนในอนาคต

ยังไม่หมดแค่นั้น HTC ยังได้ประกาศพาร์ทเนอร์ร่วมใหม่คือ Mozilla โดยจะมีการพัฒนาเบราเซอร์ Firefox Reality ลงบนแว่น Vive ด้วย

แว่นทั้งสองจะเตรียมวางจำหน่ายในปี 2019 โดย HTC Vive Pro Eye จะวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่สอง ส่วน HTC Vive Cosmos จะวางจำหน่ายในช่วงต้นปีแต่ทางด้านราคายังไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ

ที่มา: Notebookcheck

from:https://notebookspec.com/htc-release-new-two-vr-headset-pro-eye-and-cosmos/468294/

BenQ – ประกาศจับมือร้าน G-Speed Living Plus พร้อมส่ง ZOWIE ในร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ทั่วไทย

BenQ ประเทศไทยประกาศจับมือร้าน G-Speed Living Plus

ปักธงอุปกรณ์เกมมิ่งภายใต้แบรนด์ ZOWIE ในร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ทั่วไทย 

BenQ ผู้นำอุปกรณ์กีฬาอีสปอร์ตเกมมิ่งมอนิเตอร์และเกมมิ่งเกียร์ภายใต้แบรนด์ Zowie เตรียมปังธงขยายฐานตลาดและตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเกมมิ่งและนักกีฬาอีสปอร์ต เน้นกลยุทธ์สร้างความสัมพันธ์กับร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่เสริมกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์เกมมิ่งให้เติบโตทั่วประเทศ

นายวัชรพงษ์ วงษ์มา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า “อุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ถือว่าเป็นไอเทมแรกของนักกีฬาอีสปอร์ตไม่ว่าจะเป็นเม้าส์ แผ่นรองเม้าส์ โดยล่าสุดได้จัดลีคการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตเพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ชื่อว่า ZOWIE DIVINAเป็นเม้าส์ที่ออกแบบเพื่อรองรับกลุ่มนักกีฬาอีสปอร์ตผู้หญิง ทำเป็น 2 เชทสีด้วยกัน คือ สีชมพูและสีฟ้า เพื่อให้เข้ากับบุคลิกของแต่ละคน พร้อมเปิดตัว WHITE Mouse สีขาวมุก รุ่นอิดิเตตริมิชั่นที่ถือว่าเป็นไอเทมใหม่ในปีที่ผ่านมา

และนอกจากอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์เรายังมีจอ Zowie LCD Monitor ที่มาพร้อมอัตราการรีเฟรช 240Hz เรียกว่าตอบโจทย์ในระดับมือโปรทางด้านเกมมิ่ง เพราะด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นอย่าง DyAc™เทคโนโลยีที่ให้ได้สัมผัสความรู้สึกที่แตกต่าง เน้นความคมชัดแม้มีการเคลื่อนไหว ลดอาการสั่นเบลอ ผลที่ได้คือการยิงปืนที่แม้นยำขึ้นในเกมประเภท FPS เพราะ DyAc™ นั้นจะช่วยลดอาการ recoil ของกระบอกปืนนั้นเอง

รวมถึงเทคโนโลยีBlack eQualizer ที่ช่วยให้สามารถมองเห็นศัตรูในที่มืด หรือ Color Vibrance ที่ทำให้สามารถมองเห็นฉากกว้างๆ ในเกมได้ง่ายและคมชัดขึ้น”

   

“สำหรับร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของกีฬาอีสปอร์ตเพราะนักกีฬาอีสปอร์ตและนักเกมมิ่งจะมาทดลองเล่นกันก่อนตั้งทีมเพื่อเข้ามาแข่ง ซึ่งในปีนี้ทางเบ็นคิวเองได้ตั้งใจนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์เกมมิ่งเข้ามาตอบโจทย์ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ Zowie ให้กลุ่มนักกีฬาและนักเกมมิ่งได้มาใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมก่อนการแข่งขัน

และทางเบ็นคิวเองได้มีการสนับสนุนการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตร่วมกับพันธมิตร อาทิ FPS Thailand เพื่อเฟ้นหาตัวแทนประเทศไทยร่วมการแข่งขัน Asia Extreamland CS:GO ระดับเอเชียในแต่ละปีด้วยเช่นเดียวกัน รวมทั้งยังมีการจัดแข่งเกม PUBG ในระดับจังหวัดโดยใช้พื้นที่ของร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่เป็นพื้นที่ในการแข่งขัน โดยแผนการตลาดนี้เราจะเริ่มขยายไปที่จังหวัดเชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี กรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อถือว่าเป็นการสร้างสีสันให้กับนักกีฬามืออาชีพและมือสมัครเล่นอีกด้วย” นายวัชรพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

กลยุทธ์สร้างความสัมพันธ์กับร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่นี้ ส่งเสริมให้กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์เกมมิ่งภายใต้แบรนด์ Zowieเป็นที่รู้จักและขยายกว้างมากขึ้น ล่าสุดทางเบ็นคิวได้จับมือกับร้าน G-Speed Living Plus เพื่อตอบโจทย์ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ พร้อมรองรับนักกีฬาอีสปอร์ตและนักเกมมิ่ง

from:https://notebookspec.com/benq-thailand-announces-partnership-with-g-speed-%e2%80%8b%e2%80%8bliving-plus-flag-the-gaming-equipment-under-the-zowie-brand-in-internet-cafes/468574/

ASUS ประกาศเปิดตัว TUF Gaming K7, ROG Strix CTRL Gaming Keyboards และ ROG Gaming Keycap Set เพื่อเหล่าเกมเมอร์

คีย์บอร์ดเกมมิ่งรุ่นล่าสุดจากROG ที่ได้ใช้การออกแบบที่เรียกว่าXccurateโดยขยายปุ่มCtrl ทางด้านซ้ายทำให้กว้างเท่าปุ่มShift และลดขนาดของปุ่มwindows key เพื่อป้องการกดโดนโดยไม่ได้ตั้งใจและช่วยเพิ่มความแม่นยำให้กับปุ่มCtrl โดยการออกแบบภายนอกมีผิวเป็นสีดำและการปัดลายที่ด้านขวาบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของความเป็นเกมเมอร์และโดดเด่นด้วยปุ่มสีเงิน 4 ปุ่มที่ใช้งานบ่อย (W, A, S, D)ใช้สวิตช์แบบCherry MX RGB มีให้เลือก 6 แบบคือRed, Brown, Blue, Black, Speed silverและSilence redและที่พิเศษคือปุ่มF12 ซึ่งมีการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นการรับโทรศัพท์หรือแม้กระทั่งเจ้านายกำลังเดินมาหาคุณเพียงกดปุ่มF12 มันก็จะซ่อนโปรแกรมทั้งหมดที่คุณเปิดอยู่และปิดเสียงด้วย

นอกจากนี้ROG Strix CTRLยังมีไฟAuraSync RGB ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆที่รองรับAuraSyncได้ซึ่งมีโปรไฟล์การแสดงแสงสีมาให้แล้ว 6 โปรไฟล์ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้แต่ละโปรไฟล์ได้ใจชอบหรือตามลักษณะของเกมด้วยซอฟแวร์Armoury II ที่นอกจากจะปรับไฟได้แล้วยังสามารถกำหนดค่าต่างๆของคีย์บอร์ดให้โดยอัตโนมัติเช่นปิดปุ่มWindows, ปิดการใช้งานคีย์ลัดAlt+TabและAlt+F4 นอกจากนี้ซอฟแวร์Armory II ยังฟังก์ชันอื่นๆที่จำเป็นสำหรับเหล่าเกมเมอร์เช่นการตั้งค่าปุ่มCtrl ให้เป็นคีย์ลัดอย่างอื่นได้, การบันทึกค่าโปรไฟล์ได้สูงสุด 6 โปรไฟล์ (5 โปรไฟล์ + 1 โปรไฟล์พื้นฐาน)

 

ASUS TUF Gaming K7 – Blink and you’ll miss it

คีย์บอร์ดTUF Gaming K7มีการผสมผสานของแสงสีRGB และการตอบสนองที่รวดเร็วของสวิตช์ที่เป็นเอกลักษณ์แบบOptical-Mechสวิตช์ที่ใช้ลำแสงอินฟราเรดเพื่อส่งสัญญาณไปยังคอมพิวเตอร์ของคุณโดยมีความเร็วในการตอบสนองเพียง 0.2 msต่อคำสั่งในการกดปุ่มแต่ละครั้งมีความเสถียรและทนทานมีโครงสร้างเป็นอลูมิเนียมและยังมีมาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำระดับIP56

สวิตช์ทั่วไปมีความลึกของจุดสัมผัส 2 มม.ซึ่งจุดสัมผัสที่มีความลึกขนาดนี้มักจะสร้างความแปรปรวนให้คุณเวลาที่กดรัวๆด้วยความเร็วแต่สวิตช์TUF Optical-Mechมีความลึกในการกดเพียง 1.5 มม. จะให้การสัมผัสที่นุ่มนวลและควบคุมได้ง่ายกว่าและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานเพราะสามารถกดได้มากถึง 100 ล้านครั้ง

ส่วนการออกแบบภายนอกTUF Gaming K7ใช้การเคลือบผิวด้านบนของปุ่มกดที่เป็นเกรดเดียวกับการเคลือบผิวของเครื่องบินส่วนตัวคีย์บอร์ดมีการออกแบบแบบไร้กรอบผิวรมดำมีโลโก้TUF Gamingที่มุมขวาบนซึ่งทำจากเหล็กและยังมีแผ่นรองข้อมือแบบเมโมรี่โฟมที่หุ้มด้วยหนังเทียมสีดำและที่ขาดไม่ได้คือAuraSync RGB ที่สามารถควบคุมได้ด้วยซอฟแวร์Armoury II และทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆที่รองรับAura Sync ได้ทำให้TUF Gaming K7มีกลิ่นอายความเป็นROG อยู่ในตัว

ส่วนการออกแบบภายในก็ยังคงได้รับการเสริมประสิทธิภาพต่างๆมากขึ้นเช่นการเคลือบแผ่นPCB ด้วยสารเคลือบพิเศษระดับนาโนช่วยป้องกันการเกิดคราบอ๊อกไซด์กับชิ้นส่วนอลูมิเนียมและทนต่อความชื้นด้วยสวิตช์แบบอินฟราเรดเป็นต้น

นอกจากคีย์บอร์ดทั้ง 2 รุ่นนี้แล้วROG ยังมีลูกเล่นเล็กน้อยมาให้เล่นกันนั่นคือROG Gaming Keycap Set ฝาครอบปุ่มกดที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับคีย์บอร์ดของคุณซึ่งประกอบด้วยปุ่มกด 7 ปุ่มและอีก 1 ปุ่มสีแดงที่เป็นROG โลโก้ปุ่มทั้งหมดนี้ครอบคลุมการใช้งานที่สำคัญสำหรับเกมMOBA และFPS นอกจากความโดดเด่นแล้วปุ่มตัวอักษรแต่ละตัวยังมีพื้นผิวที่มีการเคลือบผิวหยาบซึ่งทำให้แตกต่างจากปุ่มอื่นๆบนคีย์บอร์ดช่วยเพิ่มการยึดเกาะและการควบคุมที่ดียิ่งขึ้น

from:https://notebookspec.com/asus-tuf-gaming-k7-rog-strix-ctrl-gaming-keyboards/468293/