คลังเก็บป้ายกำกับ: GAME

Battle – เทียบการ์ดจอ โน้ตบุ๊กเล่นเกม RTX 2060 Max-Q ปะทะ GTX 1660 Ti ใน 15 เกม

เชื่อว่าหลายคนมีคำถามอยู่ในใจ กับการเลือกซื้อ เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ในช่วงนี้ เพราะมีตัวเลือกมากมาย โดยเฉพาะการมาของซีพียูรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Intel Core Gen 10 หรือ AMD Ryzen 4000 series ที่เรียกว่าประสิทธิภาพโดดเด่นด้วยกันทั้งคู่ แต่สิ่งที่อยู่คู่กับโน้ตบุ๊กเหล่านี้ ชนิดที่ว่า “ต้องมี” นั่นก็คือ กราฟิกการ์ด และที่เป็นประเด็น คิดกันหนัก และเลือกไม่ถูกเลยก็คือ กราฟิกชิป GeForce RTX 2060 Max-Q และ GTX 1660 Ti จะเลือกแบบไหนดี เพราะ GTX ก็น่าสนใจ อยู่ในแพลตฟอร์มที่เกมมิ่งจ๋าๆ แต่ RTX ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่โดดเด่นมี RT Core และ Tesor Core ช่วยในงานกราฟิก ราคาที่อยู่ในโน้ตบุ๊ก ก็แทบจะไม่หนีไปจากกันนัก

อย่างไรก็ดี โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมกราฟิก nVIDIA Max-Q จะมีประสิทธิภาพที่ด้อยกว่า กราฟิกในกลุ่มพี่น้องเดียวกัน เพราะต้องควบคุมเรื่องความร้อนและเสียงรบกวน ด้วยค่า TDP ที่ต่ำกว่า จึงไม่อาจแสดงศักยภาพได้เต็มที่มากนัก แต่จุดเด่นก็คือ เกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่ใช้ nVIDIA Max-Q นี้ จะค่อนข้างบาง ไม่หนาเทอะทะ และไม่มีเสียงรบกวนจากพัดลมมากจนเกินไปนัก และเหตุนี้เอง จึงเป็นสิ่งที่ทาง LaptopMedia นำเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่ใช้กราฟิก GeForce RTX 2060 Max-Q มาเปรียบเทียบกับ GeForce GTX 1660 Ti ว่าชิป GPU รุ่นใด ที่โดนใจคุณ

เปรียบเทียบสเปคกันแบบคร่าวๆ GeForce RTX2060 Max-Q มาพร้อม Shader 1920 Units, 48 ROPs และใช้ VRAM GDDR6 6GB ในแบบ 192-bit และค่า TGP 65W ซึ่งน้อยกว่าบน RTX 2060 รุ่นปกติพอสมควร โดยมีสัญญาณนาฬิกา Base clock 975MHz และ Boost clock 1185MHz

ส่วนทาง GTX 1660 Ti ไม่ได้ต่างไปจากกันมากนัก โดยมี Shader 1536 Units น้อยกว่า RTX 2060 Max-Q ราว 25% แต่เป็นชิปกราฟิกตัวเต็ม จึงให้สัญญาณนาฬิกาที่สูงกว่า Base clock 1455MHz และบูสท์ไปได้ถึง 1590MHz โอเวอร์คล็อกหน่วยความจำไปได้ที่ 12000MHz ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการชดเชยเรื่องของ Shader ได้ดีทีเดียว และต้องไม่ลืมว่า GTX 1660 Ti มาพร้อม 48 ROPs เท่ากันกับ RTX 2060 จึงมีค่า TGP ที่สูงกว่า คืออยู่ที่ราว 80W

ในการทดสอบนั้น จะมี ASUS ROG Zephyrus G15 GA502 ที่มาพร้อม AMD Ryzen 7 4800HS กับแรม DDR4 16GB กราฟิก RTX 2060 Max-Q ส่วนทาง GTX 1660 Ti จะมาใน Acer Nitro 5 (AN515-54) พร้อมด้วยซีพียู Intel Core i7-8750H และ DDR4 16GB แค่สเปคก็ดูเดือดทั้งคู่ แทบจะไม่ต้องถามหาเรื่องคอขวด

ผลทดสอบ

RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q
RTX 2060 Max-Q

ภาพรวม

กราฟิกระดับกลางค่อนข้างจะได้รับความสนใจอย่างมาก สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก เนื่องจากสนนราคาที่ค่อนข้างสมเหตุผล และไม่แพงจนเกินไปนัก ส่วนตัวเลขเปรียบเทียบของการ์ดทั้ง 2 รุ่นนั้น RTX2060 Max-Q ไม่ได้น้อยไปกว่า GTX 1660 Ti มากมากนัก จะชัดเจนมากในส่วนของการปรับ Medium Full-HD ส่วนค่าเฉลี่ย มีความต่างที่ราว 14% เท่านั้น แม้จะดูว่าประสิทธิภาพของ Max-Q จะด้อยกว่าก็ตาม แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ TGP ที่ลดลง และเข้ากันได้ดีกับโน้ตบุ๊กที่มีความบางเบา รวมถึงรองรับการเล่นเกมใหม่ๆ ได้ เหมาะกับการพกพา นั่นก็หมายความว่า คุณจะได้โน้ตบุ๊กที่ดีไซน์สวย บางเบากว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กทั่วไป และพกพาไปเล่นได้ในทุกๆ ที่ แต่สำหรับคนที่เล็ง GTX 1660 Ti ก็เป้าหมายของคุณคือ เฟรมเรตที่ลื่น เล่นได้ในทุกๆ เกม สิ่งนี้คือคำตอบ เพราะตราบใดที่คุณต่ออแดปเตอร์ในการเล่นเกมแล้ว อย่างอื่นก็ไม่ใช่ประเด็นที่คุณจะไม่เลือกโน้ตบุ๊กที่มีกราฟิกรุ่นนี้

ที่มา: LaptopMedia

from:https://notebookspec.com/battle-vga-rtx-2060-max-q-gtx-1660-ti/531447/

How to – อัพเกรดโน้ตบุ๊ก เพิ่มความเร็ว เลือก SSD เพิ่ม RAM เช็คสเปค สิ่งที่ต้องรู้ ปี 2020

เมื่อใช้โน้ตบุ๊กมานานการ อัพเกรดโน้ตบุ๊ก ก็อาจเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว หรือการเพิ่มความจุ สิ่งที่จะสามารถอัพเกรดได้ง่ายก็คือ แรม และ Storage ไม่ว่าจะเป็น HDD หรือ SSD ก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญคือ จะต้องรู้วิธีในการอัพเกรด ทั้งการแกะโน้ตบุ๊ก สเปคอัพเกรด และการรองรับอุปกรณ์ สิ่งเหล่านี้เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปเสียเงินเป็นค่าจ้าง เราแค่สั่งซื้อชิ้นส่วนออนไลน์ แล้วมาทำเองกันที่บ้าน ในวันนี้เราจะมาแนะนำการ อัพเกรดโน้ตบุ๊ก และการเช็คข้อมูลว่าโน้ตบุ๊กที่ใช้อยู่นั้น สามารถอัพเกรดสิ่งใดได้บ้าง สำหรับปี 2020

อัพเกรดโน้ตบุ๊ก

สิ่งจำเป็นที่ต้องเตรียมเอาไว้ก็คือ เครื่องมือแกะ ถอด เช่น ไขควง 4 แฉกหรือ 6 แฉก ขึ้นอยู่กับโน้ตบุ๊กแต่ละรุ่น รวมถึงกล่องเล็กๆ สำหรับใส่น็อต ที่เหลือลองดูข้อมูลในการ อัพเกรดโน้ตบุ๊ก และสั่งซื้ออุปกรณ์ อย่างเช่น แรม หรือ SSD มาเตรียมไว้ ส่วนจะรู้ได้อย่างไรว่า โน้ตบุ๊กที่เราใช้อยู่นั้น รองรับการอัพเกรดแรม เท่าไรอย่างไร? เบื้องต้นให้เข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ในส่วนของคุณสมบัติ หรือ Specification ดังตัวอย่างด้านล่างนี้

อัพเกรดโน้ตบุ๊ก

ราคาจำหน่ายของ แรมโน้ตบุ๊ก โดยประมาณ August 2020

  1. DDR4 2400 8GB ราคา ประมาณ 1,200 บาท
  2. DDR4 2400 16GB ราคา ประมาณ 2,200 บาท
  3. DDR4 2666 8GB ราคา ประมาณ 1,200 บาท
  4. DDR4 2666 16GB ราคา ประมาณ 2,300 บาท
  5. DDR4 3000 8GB ราคา ประมาณ 1,500 บาท
  6. DDR4 3000 8GB ราคา ประมาณ 2,500 บาท
อัพเกรดโน้ตบุ๊ก

วิธีการอัพเกรดโน้ตบุ๊ก สำหรับบางรุ่น อาจจะแค่ ไขน็อตด้านใต้เพียงไม่กี่ตัว ก็สามารถถอดฝาครอบออกมาได้แล้ว แต่บางรุ่นอาจจะต้องดึงแถบยางออกด้วย เพราะจะมีน็อตบางตัวซ่อนอยู่ด้านใต้ และที่สำคัญ โน้ตบุ๊กบางรุ่น จะมีน็อตขนาดต่างกันในการถอดแกะ ต้องจดจำเอาไว้ เพราะตอนใส่กลับจะได้ไม่ผิดตัว

อัพเกรดโน้ตบุ๊ก

จากนั้นใช้การ์ดแข็งๆ แต่มีความบาง หรือถ้ามีเครื่องมือในการแกะมือถือ ก็สามารถนำมาใช้ได้ ด้วยการเซาะร่องด้านข้างออก ใช้การ์ดดันเล็กน้อย เพื่อให้สลักของฝาหลังหลุดจากตัวบอดี้ ในขั้นตอนนี้ ควรตรวจเช็คให้ดี ถ้ายังแกะไม่ออกหรือแน่นมาก ควรเช็คว่าไขน็อตออกหมดหรือยัง ถ้ายังให้กลับไปไขออกจนหมด ก่อนจะแกะอีกครั้ง

อัพเกรดโน้ตบุ๊ก

จากนั้นเปิดฝาหลังออก จะเห็นพื้นที่ภายในของตัวเครื่อง ซึ่งปัจจุบันการ อัพเกรดโน้ตบุ๊ก จะแยกย่อยตามความเหมาะสมของรูปแบบโน้ตบุ๊ก เช่น โน้ตบุ๊กบางเบา โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง โน้ตบุ๊กทำงาน โน้ตบุ๊กใช้งานทั่วไป เช่น

  • โน้ตบุ๊กที่ มี แรมฝังบนเมนบอร์ด ไม่มีสล็อต สำหรับอัพเกรด
  • โน้ตบุ๊กที่ มี แรมฝังบนเมนบอร์ด แต่มีสล็อต สำหรับอัพเกรด
  • โน้ตบุ๊กที่ ไม่มี แรมฝังบนเมนบอร์ด แต่มีมีสล็อต สำหรับอัพเกรด
อัพเกรดโน้ตบุ๊ก

การอัพเกรดแรมบนโน้ตบุ๊ก

อัพเกรดโน้ตบุ๊ก

ในกรณีที่ต้องการเล่นเกม ก็คงต้องดูว่า อัพเกรดแรม สำหรับเล่นเกม ต้องไม่ลืมว่า ไม่ใช่แค่เพียงระบบปฏิบัติการหรือซอฟต์แวร์ที่เปิดใช้งานเท่านั้น ที่ดึงแรมไปใช้งาน แต่ยังมีบรรดายูทิลิตี้และเซอร์วิสต่างๆ ทำงานอยู่ในเบื้องหลังอีกมากมาย สังเกตได้จากการเปิด Task manager ขึ้นมา แล้วดูในส่วนของ Memory usage ก็จะเห็นได้ว่า มีสิ่งใดที่กำลังใช้งานแรมอยู่บ้าง และใช้อยู่มากน้อยเพียงใด และต้องไม่ลืมว่าแค่อยู่ในโหมด idle ยังใช้แรมมากแค่ไหน บางครั้งเฉพาะระบบปฏิบัติการและโปรแกรมพื้นฐาน ก็ใช้งานไป 2.5GB เข้าไปแล้ว และเมื่อเปิดโปรแกรมหรือเกม บางทีก็ไปแตะอยู่ 3GB ปลายๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไม เปิดทุกอย่างช้าลง

ค้นหาว่าต้องใช้แรมมากเพียงใด ถึงจะเหมาะกับความต้องการของผู้ใช้โน้ตบุ๊ก ก็คงต้องมาคำนวณภาพรวมการใช้แรมของซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่เราใช้ ดังที่ปรากฏอยู่ในตาราง โดยที่คุณจะสามารถคำนวณแรมที่ต้องการได้ จากการรวมโปรแกรมที่ต้องใช้งานในเวลาเดียวกัน ตัวอย่างเช่น หากต้องการเพิ่มการท่องเว็บไซต์มากขึ้นใน Chrome และเปิดภาพจำนวน 10 ภาพบนโปรแกรมแต่งภาพ Paint.net โดยใช้ระบบปฏิบัติการและมีโปรแกรมป้องกันไวรัสที่รันอยู่เบื้องหลัง เมื่อรวมแล้วจะก็จะได้ปริมาณการใช้แรมที่ราวๆ 2.64GB หรือถ้าคุณต้องการรันเกม Call of Duty บนวินโดวส์ โดยที่ไม่ได้เปิดโปรแกรมอื่นๆ คุณอาจจะต้องการแรมถึง 4GB ในการทำงาน

การอัพเกรด SSD บนโน้ตบุ๊ก

อัพเกรดโน้ตบุ๊ก

การอัพเกรด SSD บนโน้ตบุ๊ก จำเป็นจะต้องเลือกให้เหมาะสม เนื่องจากเวลานี้มี SSD หลายรูปแบบให้เราได้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น SSD ทั่วไป ที่ใช้พอร์ต SATA เช่นเดียวกับ HDD ราคาไม่แพง ติดตั้งสะดวก, SSD ในแบบ M.2 NVMe PCIe เชื่อมต่อเข้ากับซีพียูโดยตรง จึงให้ความเร็วสูงกว่า SSD SATA ทั่วไป แต่โน้ตบุ๊กก็ต้องรองรับ มีความเร็วสูงในการถ่ายโอนข้อมูล แต่โน้ตบุ๊กในปัจจุบันส่วนใหญ่มีสล็อตพร้อมสำหรับการใช้งานแล้ว

  • SSD SATA 2.5″ ความจุ 240-256GB ราคาประมาณ 1,000 บาท
  • SSD SATA 2.5″ ความจุ 480-512GB ราคาประมาณ 1,800 บาท
  • SSD SATA 2.5″ ความจุ 960-1000GB ราคาประมาณ 3,500 บาท
  • SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 240-256GB ราคาประมาณ 2,000 บาท
  • SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 480-512GB ราคาประมาณ 3,500 บาท
  • SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 960-1000GB ราคาประมาณ 5,500 บาท
อัพเกรดโน้ตบุ๊ก

การอัพเกรด ฮาร์ดดิสก์ บนโน้ตบุ๊ก

ความจุ นับเป็นสิ่งแรกๆ ที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเมื่อมีการอัพเกรดฮาร์ดดิสก์เพราะส่วนใหญ่มักเจอปัญหาพื้นที่เก็บข้อมูลไม่เพียงพอต่อการใช้งาน มากกว่าการที่ความเร็วไม่เพิ่มขึ้น เพราะเมื่อเครื่องช้า แรมและซีพียู มักจะกลายเป็นผู้ต้องหารายแรกๆ และส่วนใหญ่ก็ไม่ทันได้คิดว่าฮาร์ดดิสก์มีส่วนอยู่มากทีเดียว การเลือกความจุขนาดใหญ่ให้เพียงพอต่อการใช้งานหรือเผื่อเหลือเผื่อขาดได้ ก็เป็นเรื่องที่ดี

  • HDD 2.5″ สำหรับโน้ตบุ๊ก 500GB ราคาประมาณ 840 บาท (5,400rpm)
  • HDD 2.5″ สำหรับโน้ตบุ๊ก 1000GB ราคาประมาณ 1,400 บาท (5,400rpm)
  • HDD 2.5″ สำหรับโน้ตบุ๊ก 1000GB ราคาประมาณ 2,000 บาท (7,200rpm)

ความเร็วรอบ (rpm) หรือ Revision per minute เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ฮาร์ดดิสก์ทำงานได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอ่านข้อมูลหรือเข้าถึงข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันมีความเร็วให้เลือกทั้ง 5400rpm และ 7200rpm ซึ่งแบ่งอย่างชัดเจนสำหรับแบบประหยัดพลังงานหรือคนที่ต้องการความแรง ซึ่งโน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่มักจะใช้ฮาร์ดดิสก์ 5400rpm เป็นหลัก ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งาน

สุดท้ายเมื่อ อัพเกรดโน้ตบุ๊ก ด้วยการติดตั้งแรม และ SSD ลงไปแล้ว อย่าลืมตรวจเช็คว่า ระบบสามารถตรวจพบแรมและ SSD ได้ตรงตามที่ติดตั้งลงไปหรือไม่ ก่อนจะปิดฝาครอบ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาด จะได้ไม่ต้องมาไขน็อต แกะเครื่องให้ช้ำบ่อยๆ ในกรณีที่เครื่องยังไม่หมดประกัน อาจจะเช็คกับผู้จำหน่ายว่าสามารถทำได้หรือไม่ แต่หากหมดประกันไปแล้ว ก็แกะอัพเกรดได้ตามสะดวก ขอให้เน้นเรื่องความปลอดภัย ทำด้วยความระมัดระวังครับ

from:https://notebookspec.com/how-to-upgrade-notebook-increase-speed/531407/

ชี้เป้า 4 SSD 512GB PCIe แค่ 2,200 บาท โปรโมชั่น Shopee เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก เร็วขึ้นเยอะ

ในช่วงนี้ถ้าใครรู้สึกว่า โน้ตบุ๊กที่ใช้ เปิดเครื่องช้าไม่ทันใจ คอมช้าลง แม้ว่าจะ อัพเกรดแรม ไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเปิดโปรแกรม เข้าเกมได้ไม่ทันใจ แนะนำว่าการ อัพเกรด SSD หรือ เปลี่ยนจากฮาร์ดดิสก์มาใช้ SSD จะเห็นผลมากขึ้น โดยเฉพาะการเล่นเกมและการโอนถ่ายไฟล์ข้อมูล และถ้าใครที่กำลังคิดจะเพิ่ม SSD มาเป็นตัวบูตระบบหรือใช้ติดตั้งโปรแกรม เกม ให้พอแล้วล่ะก็ แนะนำ SSD 512GB ขึ้นไป เพราะอย่างน้อยจะมีพื้นที่ให้ระบบหายใจหายคอ ในการ Swap file ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ssd 512gb

และ SSD 512GB ที่นำมาแนะนำในวันนี้ เป็นโปรดี ที่แอดไปแซะมาจาก Shopee 4 รุ่นด้วยกัน ที่สำคัญราคาดี ดีกรีความแรงจัดจ้าน เพราะแต่ละรุ่นที่นำมานี้ เป็นรุ่นความเร็วสูง ที่ใช้งานผ่าน M.2 NVMe PCIe ซึ่งเร็วกว่า SATA อยู่หลายขุม คุณจะทำงานและโอนถ่ายไฟล์ได้เร็วขึ้น ที่สำคัญยังสามารถเข้ากันได้ รวมถึงติดตั้งลงบนเมนบอร์ดรุ่นย้อนไปสัก 3-4 ปี หรือโน้ตบุ๊กกลางเก่ากลางใหม่ หลายรุ่น ก็ยังอัพเกรดได้ และจะเห็นถึงความแตกต่าง เมื่อเทียบกับความเร็ว HDD หรือ SSD เริ่มต้นที่คุณเคยได้ใช้ วันนี้จัดมาให้ 4 รุ่น สนนราคาแค่ 2,200 บาท ราคาเบียดกับแบบ SATA แต่เร็วกว่าเห็นๆ เพราะความเร็วระดับ 2,xxxMB/s (Read) เกือบทุกรุ่น

ssd 512gb

Silicon Power A80 512GB – ราคา 2,290 บาท
มาดู SSD 512GB รุ่นแรก ราคาดีจากทาง Silicon Power A80 ซีรีส์นี้ การันตีเรื่องความเร็ว และเป็นตัวที่ลงตลาดล่าสุด พื้นฐานเป็น SSD อินเทอร์เฟส PCIe Gen3 x4 บนมาตรฐาน NVMe 1.3 ตัวเมมโมรี 3D NAND TLC ให้ความเร็วที่ 3,400MB/s และ 3,000MB/s ถือว่าจัดจ้านในย่านเดียวกัน สำหรับการอ่าน/เขียนตามลำดับ โดยค่า Endurance ระบุไว้ที่ 800TBW สำหรับรุ่น 512GB และ MTBF 2 ล้านชั่วโมง เหมาะกับการใช้งานบนพีซี ที่มีสล็อต M.2 NVMe และเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่จะเห็นผลดีในการทำงาน ให้การรับประกันถึง 5 ปี ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานของ SSD PCIe ในปัจจุบัน
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

ssd 512gb

WD Blue SN550 500GB – ราคา 2,259 บาท
จัดว่าเป็น SSD 500GB ที่โปรร้อนแรงมากในช่วงนี้ มาในแบบ M.2 NVMe 2280 อินเทอร์เฟส PCIe Gen3 x4 มีความเร็วในการอ่าน/เขียน ข้อมูลที่ 2,400MB/s และ 1,750MB/s ตามลำดับ โดยมี NAND Flash 3D TLC และค่า TBW rating อยู่ที่ 300TBW และตัวเลข MTTF อยู่ที่ 1.7 ล้านชั่วโมง การรับประกัน 5 ปี เหมาะกับคอเกมที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ การโหลดเกมที่เร็วขึ้น และเป็นตัวบูตระบบที่เหมาะสม
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

ssd 512gb

Kingston A2000 500GB – ราคา 2,250 บาท
มาถึง SSD ที่เรียกว่าเป็นเจ้าตลาดในด้าน Memory อีกรุ่นหนึ่งค่าย Kingston นี้ ส่ง A2000 มาตั้งแต่ในช่วงปลายปีที่แล้ว โดยใช้ 3D NAND และอินเทอร์เฟส M.2 NVMe PCIe Gen3 x4 ให้ความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูล 2,200MB/s และ 2,000MB/s ตามลำดับ โดยมีค่า Endurance 350TBW กับตัวเลข MTBF 2 ล้านชั่วโมง ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงทีเดียว เมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ในการเข้ารหัสไดรฟ์มาอีกด้วย การรับประกันอยู่ที่ 5 ปี เป็นอีกรุ่นที่ทำราคาได้ดีในเวลานี้
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

ssd 512gb

HIKVISION E2000 512GB – ราคา 2,290 บาท
สำหรับค่ายนี้ ก็ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ SSD 512GB มาพร้อมซิงก์ระบายความร้อน และสเปคที่ไม่ธรรมดาเลย M.2 NVMe PCIe Gen3 x4 กับความเร็วในการทำงาน 3,300MB/s (Read) และ 2,100MB/s (Write) โดยใช้ NAND 3D TLC แต่ที่น่าสนใจ คือ ให้ค่า Endurance มาถึง 800TBW สูงกว่ารายใดในครั้งนี้ ส่วนค่า MTBF 1.5 ล้านชั่วโมง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อย่างไรก็ตามการรับประกันอยู่ที่ 3 ปีเท่านั้น
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

from:https://notebookspec.com/4-ssd-512gb-pcie-promotion-2200-upgrade/531084/

Ghost of Tsushima สุดยอดเกมดังกับสถิติใน 10 วันแรก

Ghost of Tsushima นั้นเรียกได้ว่าเป็นเกมที่อยู่ในกระแสเอามากๆ ในช่วงที่ผ่านมา เชื่อเหลือเกินว่าท่านใดที่มี PlayStation 4 อยู่ในครอบครองนั้นน่าจะได้เล่นเกม Ghost of Tsushima กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว งานนี้นั้นด้วยความยิ่งใหญ่ของตัวเกมทาง PlayStation ก็เลยทำการรวบรวมเอาสถิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วง 10 วันแรกของตัวเกม Ghost of Tsushima ออกมา จะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกัน

Ghost of Tsushima

Ghost of Tsushima นั้นสามารถที่จะทำยอดจำหน่ายได้ถึง 2.4 ล้านหน่วยแค่ภายใน 3 วันแรกและตัวเกมนั้นได้รับคะแนนรีวิวจากนิตยสารต่างๆ เรียกได้ว่าสูงเอามากๆ อย่างเช่นทาง Famitsu นั้นก็ให้คะแนนตัวเกม Ghost of Tsushima ไป 40 จากเต็ม 40 เลยทีเดียว สำหรับสถิติต่างๆ ใน 10 วันแรกที่ทาง PlayStation รวมออกมานั้นจะมีดังต่อไปนี้

เชื่อว่าจากสถติทั้งหมดที่ทาง PlayStation รวบรวมมาสำหรับ Ghost of Tsushima นั้นผู้ที่เล่นเกมนี้แล้วน่าจะเข้าใจเป็นอย่างดี สำหรับท่านใดที่ยังลังเลอยู่นั้นบอกเลยว่าเกมนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง(หากท่านมีตัวเครื่อง PlayStation 4 อยู่ในมืออยู่แล้ว) เอาเป็นว่าเราจะขอไม่อธิบายอะไรมากเพราะกลัวจริงๆ ว่าถ้าอธิบายไปแล้วจะกลายเป็นว่าหลุดสปอยล์เกมออกไป ทางทีดีหามาเล่นเลยครับท่านผู้ชม

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/ghost-of-tsushimas-first-10-days-statistics-from-playstation/531076/

Jurassic Monster World เกมมือถือจัดทีมรบไดโนเสาร์เหล็กติดอาวุธเข้าประจัญบานแบบ 5v5

ใครกำลังมองหาเกม PvP ยิงต่อสู้มันๆ อยู่ ลองมาโหลดเกม Ju […] More

from:https://www.iphonemod.net/jurassic-monster-world-3d-fps.html

ชี้เป้า 3 จอเกมมิ่ง 31.5 นิ้ว 144Hz โปรโมชั่น 5,7xx บาท ภาพสวย เล่นเกมสนุก ดูภาพชัด

เคยเบื่อมั้ย เล่นเกมทีไร ไม่ค่อยชนะบ้างเลย ส่วนหนึ่งก็เป็นที่ฝีมือและการฝึกฝน แต่อีกส่วนหนึ่งคือ ฮาร์ดแวร์ และเกมมิ่งเกียร์ ที่มีส่วนช่วยผลักดัน และส่งเสริมให้การเล่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จอภาพเองก็มีส่วนสำคัญ เพราะภาพที่คมชัด ต่อเนื่อง ก็ทำให้คุณสามารถโจมตีต่อเนื่องหรือมองเห็นศัตรูได้อย่างชัดเจน จอเกมมิ่ง จึงเป็นอีกสิ่งที่เกมเมอร์ให้ความสำคัญ ยิ่งจอใหญ่ ก็จะเพิ่มความสนุกตื่นเต้นได้มากยิ่งขึ้น

จอเกมมิ่ง 3 รุ่นที่มาแนะนำกันในวันนี้ จัดมาให้แบบเต็มอิ่ม กับความโดดเด่นที่แต่ละค่ายจัดมา ไม่ว่าจะเป็น Philips โค้งสวยงาม ขอบบาง Samsung ราคาดี จับต้องง่าย สเปคน่าใช้ และ Neolution ที่จัดเต็มแบบ 144Hz พร้อมดีไซน์เฉียบ เทคโนโลยีแน่น คอเกมแอ็คชั่นไม่น่าพลาด ใครชอบสไตล์ไหน ไปจัดตามลิงก์ได้เลย

จอเกมมิ่ง

Philips 322E1C-67
สำหรับ จอเกมมิ่ง ขนาด 31.5 นิ้ว รุ่นแรกนี้ จากทาง Philips เปิดตัวมาไม่นานนี้ เป็นจอ Curved ที่ดูโอบกระชับ ไม่ต้องถอยหลังจากจอมากไป พาแนลแบบ VA ให้รีเฟรชเรตสูงสุด 75Hz กับขอบจอที่บางพิเศษ 3 ด้าน ทำให้การต่อจอให้ดูอลังการทำได้ง่าย รองรับเทคโนโลยี AMD FreeSync ให้ความนุ่มนวลของภาพ และมี FlickerFree อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ในการปรับแต่ง Picture mode ค่าความสว่างที่ 250cd/m2 และการตอบสนอง 4ms พอร์ตแสดงผลมีทั้ง HDMI, DisplayPort และ D-Sub ในราคาออนไลน์ 5,900 บาท ผ่อนได้สบายกระเป๋า
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จอเกมมิ่ง

Samsung 32F391FWEXDT
Samsung รุ่นนี้ มาพร้อมกับบอดี้สีขาวสวย โค้งมน น่าสัมผัส ขอบจออาจไม่บางมากนัก แต่กับฐานและการออกแบบดูลงตัว ความละเอียด Full-HD และพาแนล VA ความโค้งที่ระดับ 1800R และอัตรารีเฟรชเรต 60Hz กับการตอบสนอง 4ms โดยความสว่างที่ 2350cd/m2 มุมมองค่อนข้างกว้าง มาพร้อม FlickerFree และ Low Blue Light ปรับมุมได้เล็กน้อย พอร์ตด้านหลังต่อง่าย มีให้ทั้ง HDMI และ DisplayPort ในราคาแค่ 5,700 บาท ผ่อนสูงสุด 10 เดือน
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จอเกมมิ่ง

Neolution E-Sport W3203SH
ชื่อนี้บอกดีกรีความสนุกให้กับคอเกมได้เสมอ จอเกมมิ่ง จากค่าย Neolution เป็นเพียงรุ่นเดียวในครั้งนี้ ที่ไม่ได้เป็นจอ Curved แต่ไม่ธรรมดา เพราะมาพร้อมรีเฟรชเรต 144Hz รองรับ FreeSync บนพาแนล VA ความละเอียด Full-HD บอดี้เน้นความทันสมัย ในโทนสีเทาดำ ตัดเส้นสายสีแดงด้านหลัง ความสว่างที่ 250-300 cd/m2 ให้ค่า Contrast มากกว่าใคร อัตราตอบสนอง 6.5ms กับพอร์ตแสดงผล DVI, HDMI และ DisplayPort สนนราคาที่ 5,980 บาท
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

ใครที่กำลังมองหา จอเกมมิ่ง เน้นใหญ่เข้าว่า ก็น่าจะถูกใจ 3 รุ่นนี้ ไม่น้อย Samsung ราคาดี สเปคคุ้มค่าน่าใช้ Philips ดีไซน์สวย จอโค้ง ฟีเจอร์เพียบ และ Neolution ที่ไม่โค้ง แต่ให้ 144Hz เพื่อความสะใจ โดนใจค่ายไหนไปช้อปกันได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/3-gaming-monitor-32-inch-144hz-promotion/531002/

จัดสเปคคอม Intel Gen 10 ใน Advice งบ 25,000 บาท แคสเกม สตรีมมิ่ง การ์ดจอ RTX

ต้นเดือนมาแบบนี้ หลายคนก็กำลังตัดสินใจ จัดสเปคคอม ประกอบคอมใหม่กัน และช่วงนี้ซีพียูรุ่นใหม่ออกมาให้เลือกกันมากมาย เช่นเดียวกับ Intel Core Gen 10 รุ่นใหม่ ซึ่งจัดว่าทำราคาได้น่าสนใจ และเป็นรุ่นใหม่ที่มีให้เลือกหลายรุ่น สำหรับวันนี้จึงถือโอกาส จัดสเปคคอม 25,000 บาท เพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ ที่จัดแบบเบาๆ ไป โดยจัดสเปคราคานี้ใน Advice ใครที่กำลังมองหา สเปคคอมเล่นเกม และการแคสเกม สตรีมมิ่ง มาลองดูเป็นไอเดียกันได้ครับ

จัดสเปคคอม

เลือกสเปคอะไรดี?
ตัวเลือกในการ จัดสเปคคอม 25,000 บาท ในครั้งนี้ มีค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่ที่น่าสนใจก็คือ Intel Core Gen10 รุ่นใหม่ ก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะมีรุ่นย่อยออกมาให้เลือกเยอะขึ้นกว่าตอนเปิดตัว แต่ที่ต้องให้ความสำคัญสำหรับสายสตรีม คือซีพียูเน้น Core/ Thread เยอะไว้ก่อน ในราคาที่เหมาะที่สุด และใช้แรมระดับ 16GB รวมถึงการ์ดจอ ที่พยายามให้หาให้ลงตัวกับค่าใช้จ่าย ซึ่งตัวเลือกที่เป็น GeForce RTX ดูจะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีทีเดียว ติดตั้งลงบนเคสสวยๆ ที่มาพร้อมไฟ RGB ให้อีกด้วย เรามาดูกันว่า ประกอบคอมในงบ 25,000 บาท ที่ Advice จะได้สเปคแบบใด?

จัดสเปคคอม

ซีพียู Intel Core i5 10400F หน่วยประมวลผล
จัดสเปคคอม 25,000 บาท ก็น่าจะต้องเริ่มจากซีพียูที่แรงขึ้นมาหน่อย ในการแคสสตรีม คอร์ เธรด มีผลต่อการทำงาน Intel Core i5-10400F ซีพียูรุ่นใหม่นี้ มาพร้อมการทำงานแบบ 6 core/ 12 thread กับความเร็วบูสท์ระดับ 4.3GHz ร่วมกับ Turbo Boost ซึ่งก็จัดจ้าน เหมาะกับการเล่นเกม สตรีม รวมถึงงานตัดต่อพื้นฐานได้ โดยซีพียูรุ่นนี้มาบนแพลตฟอร์มใหม่ LGA1200 ทำงานร่วมกับแรม DDR4 2666 จับคู่กับเมนบอร์ดชิปเซ็ตใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น B460, H470 หรือ Z490 ก็ตาม
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เมนบอร์ด (Mainboard) ASRock B460 Phantom Gaming 4
ตามจริงมีตัวเลือกมากมาย สำหรับเมนบอร์ด ที่จะนำมาใช้กับ Core i5-10400F แต่ที่ดูสะดุดตามากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น เมนบอร์ดชิปเซ็ตสุดคุ้ม B460 จาก ASRock Phatom Gaming series เพราะยัดฟีเจอร์มาคุ้มจริง ในราคานี้กับเมนบอร์ด ATX ตัวเต็ม พร้อมสล็อตที่มีให้เหลือเฟือ ตั้งแต่สล็อตแรม 4 สล็อต PCI-Express สำหรับการติดตั้ง Capture card ในการสตรีมหรือซาวด์การ์ดเพิ่ม รวมไปถึงสล็อต M.2 สำหรับ SSD ที่มีถึง 2 สล็อต ถือว่าเป็นเมนบอร์ดที่จัดฟีเจอร์มาได้ลงตัว เมื่อเทียบกับราคาเดียวกันในตลาด
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

แรมพีซี TEAM Dark Z DDR4 3200 16GB
ทางเลือกสำหรับแรมในตลาด มีอยู่มากมายหลายรุ่น แต่ TEAMGROUP ก็เป็นอีกค่ายหนึ่ง ที่ทำราคาได้ดี และมีตัวเลือกน่าสนใจ เช่นเดียวกับ Dark Z ที่เลือกมา ประกอบคอม ในครั้งนี้ กับความจุ 16GB (8GB x2) ความเร็วบัส 3200MHz เพื่อให้รองรับการใช้งานในโอกาสที่อาจเปลี่ยนเมนบอร์ดในการ OC แต่ที่โดนใจก็คือ ราคาไปเบียดกับ DDR4 2666 แต่ได้ความเร็วที่มากกว่า ซิงก์ระบายความร้อนอาจจไม่หวือหวา แต่สเปคที่มาด้วยนั้น ช่วยให้การทำงานและการเล่นเกมทำได้ลื่นขึ้น อีกทั้งสล็อตแรมก็ยังมีเหลือ มีงบอีกหน่อย ก็สามารถอัพเกรดเพิ่มได้ในภายหลัง
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

SSD (เอส เอส ดี) Storage ADATA XPG ASX6000 512GB
ถามว่าเลือกแบบไหนดี ก็คงต้องบอกว่า รุ่นที่ให้ความเร็วดีที่สุดในราคาที่พอใจ พร้อมกับการรับประกันที่ดี โดยที่ SSD รุ่นนี้ มาพร้อม NAND Flash 3D TLC ความเร็วในการทำงาน 1,800MB/s (Read) และ 1,200MB/s Write รวมถึงความจุระดับ 512GB ทำงานบนอินเทอร์เฟส PCIe Gen3 x4 ที่เปิดเครื่อง เข้าเกม หรือเปิดโปรแกรมได้ไวกว่า HDD และ SSD SATA ทั้งนี้เมนบอร์ดที่เลือก ยังมีให้ถึง 2 สล็อตด้วยกัน ตัวเลข MTBF 1.8 ล้านชั่วโมงและการรับประกันถึง 5 ปี
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

VGA กราฟิกการ์ด ZOTAC RTX 2060 Gaming GDDR6 6GB
การ์ดจออย่างที่ได้เกริ่นไป อย่างไรก็ต้องจัด GeForce RTX มาเอาใจ คอเกม ที่ชอบความแรง และสวยงาม กับคนที่มองหาการ์ดจอ ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ด้วย กับชุด CUDA core และ RT Core ที่ต่อเติมเข้ามา โดยเป็นการ์ดจอ ZOTAC RTX 2060 ที่มาพร้อม GDDR6 6GB 192-bit ในราคาไม่ถึงหมื่นบาท แต่ถ้ามีงบเพิ่มสัก 2 พันบาท อยากจะแนะนำ RTX 2060 SUPER ที่มีสเปคแรงขึ้น และคอเกมก็จะได้รีดเฟรมเรตได้อย่างสะใจขึ้นกว่าเดิม
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เพาเวอร์ซัพพลาย Cooler Master MWE 650W
เพาเวอร์ซัพพลาย ค่อนข้างจะสำคัญมากขึ้น เมื่อสเปคที่คุณเลือกแรงขึ้น เช่นเดียวกับที่เลือกมานี้ สนนราคาค่อนข้างดี Cooler Master ที่ให้การจ่ายไฟ 650W จัดว่าเป็นเพาเวอร์เกมเมอร์เบื้องต้น ที่เน้นดีไซน์เรียบง่าย แต่ออกแบบแผงวงจรใหม่ ใส่พัดลมใหญ่ขึ้น และเสียงรบกวนน้อยมาก จ่ายไฟให้ +12V ในแบบ Single Rail รวมถึงจ่ายได้สูงสุด 54A ที่ 648W ที่สำคัญมาพร้อม 80 PLUS certified ถอดสายไม่ได้ สายต่อมีมาให้พื้นฐาน แต่เพิ่ม 4+4 pin และ 8 pin CPU มาด้วยคู่กัน ชุดต่อ PCIe 6+2 pin สำหรับการ์ดจอ มีให้ 4 ชุด สำหรับการ์ดรุ่นใหญ่ๆ ได้ไม่ยาก
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เคสคอมพิวเตอร์ Tsunami Unlimited T-10 Tron Black
เคสจาก Tsunami รุ่นนี้ ยังถือว่าเป็นของดี ราคาเบา สำหรับคนที่อยากได้เคส พร้อมพัดลมและไฟ RGB มาครบๆ ไม่ต้องไปซื้อเพิ่ม เพราะบางรุ่นราคาถูกจริง แต่ไม่มีพัดลมให้ ไปซื้อเองก็หลายร้อย โดยเคสรุ่นนี้ ให้พัดลม Tron RGB ด้านหน้ามา 3 ตัว ขนาด 120mm และพื้นที่ภายในกว้างขวาง วางการ์ดจอยาวๆ ได้สบาย แต่ที่น่าสนใจคือ จัดกระจกเทมเปอร์ Tempered Glass มาให้ถึง 3 ด้านด้วยกัน เรียกว่าโชว์กันแบบรอบตัว ในราคาแค่พันกว่าบาท ค่ากระจกกับพัดลมก็คุ้มแล้ว
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการ จัดสเปคคอม 25,000 บาท Advice ในครั้งนี้ เบ็ดเสร็จอยู่ที่ 26,675 บาท ซึ่งอาจจะเกินไปบ้างเล็กน้อย แต่ก็น่าจะอยู่ในระดับที่พอรับได้ เพราะตัวแปรของอุปกรณ์บางอย่าง ที่ยกระดับขึ้น เพื่อให้การทำงานของระบบดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งถ้าคุณอยากลดค่าใช้จ่าย อาจเลือกเมนบอร์ด B460 บางรุ่นตัดฟีเจอร์ไปบ้าง ในแบบ mATX ก็ลดราคาลงได้ รวมถึงการ์ดจอ อาจจะเลือก GTX 1660 SUPER ก็จะลดไปได้ถึง 2 พันบาทเลยทีเดียว ซึ่งถ้าจะถามว่าซีพียู Intel Core i5 รุ่นนี้ จะขับ RTX 2060 ไหวมั้ย บอกได้เลยว่าสบาย สรุปการ จัดสเปคคอมเล่นเกม ชุดนี้ จะเด่นน่าจะอยู่ที่ ซีพียู Intel รุ่นใหม่ ได้แรม 16GB และการ์ดจอ GeForce RTX และเคสกระจกใส 3 ด้าน พัดลม RGB ในตัว ใครมีความเห็นเพิ่มเติมกับการ จัดสเปคคอม ในครั้งนี้ สามารถคอมเมนต์ไว้ด้านล่างได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/pc-spec-intel-gen-10-advice-25000-gaming/530958/

มาช่วยสองพี่น้อง ออกแบบบ้านสวยๆ ให้ลูกค้าในเกม Property Brothers Home Design กันเถอะ

เมื่อ ‘ดรูว์’ และ ‘โจนาธาน สก็อตต์ […] More

from:https://www.iphonemod.net/property-brothers-home-design.html

ชี้เป้า! 3 SSD 1TB แค่ 3,2xx บาท ติดตั้งวินโดวส์ ลงโปรแกรม เปิดเกมไว มีส่วนลด

แม้ว่าช่วงนี้ราคา SSD จะขยับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ SSD 1TB ถือว่ายังเป็นความจุ ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และดูคุ้มค่า เพราะสนนราคาของ 500GB-512GB นั้นอยู่ที่พันปลายๆ หรือ 2,xxx บาท สำหรับ SSD SATA 2.5″ แต่ความจุ 1TB กลับอยู่ที่ 3,100-3,300 บาท เท่านั้น จึงน่าลงทุนมากกว่า

ssd 1tb

หากคุณประกอบคอม หรืออัพเกรดคอม SSD 1TB เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเอามา ลงวินโดวส์ ติดตั้งเกม หรือใช้ เก็บข้อมูล เช่น วีดีโอ หรือไฟล์ภาพ สำหรับมาตกแต่งตัดต่อ ก็สะดวกและรวดเร็ว ต่างจากการดึงไฟล์จากไดรฟ์อื่นลิบลับ ช่วงต้นเดือนแบบนี้ จึงนำ โปรโมชั่น SSD มาแนะนำกัน 3 รุ่น ราคาน่าใช้ จะมีรุ่นใดบ้าง ไปติดตามกันเลยครับ

ssd 1tb

Silicon Power A55 1TB เป็น SSD โมเดลที่มีอายุในตลาดค่อนข้างนานเลยทีเดียว ใช้ NAND TLC ความเร็วในการอ่านข้อมูล 560MB/s และค่า MTBF 1.5 ล้านชั่วโมง พร้อมกับซอฟต์แวร์ตรวจสอบและจัดการ SSD การรับประกัน 3 ปีเช่นเดียวกัน
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

ssd 1tb

Pioneer APS-SL2 SSD 1TB มาในอินเทอร์เฟส SATA III และใช้ NAND TLC กับคอนโทรลเลอร์ Marvell ให้ความเร็วในการอ่านที่ 545MB/s กับการรับประกัน 3 ปี
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

ssd 1tb

Crucial BX500 1TB เป็น SSD ที่ใช้ NAND 3D TLCความเร็วอยู่ที่ 540MB/s และ 500MB/s สำหรับอ่านและเขียน รวมถึงค่า TBW 360 การรับประกัน 3 ปี พื้นที่แบบเหลือเฟือ ลงระบบ เกม โปรแกรม ตัวเดียวจบ อินเทอร์เฟสเป็นแบบ SATA 6.0Gbps พื้นฐาน ใช้กับโน้ตบุ๊ก พีซีได้ หรือจะใส่ Box ต่อ USB Drive ก็น่าสนใจ
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

from:https://notebookspec.com/promotion-3-ssd-1tb-32xx-gaming-fast-boot/530722/

Review – จอ Philips Brilliance 271B IPS ใหญ่สะใจ 27 นิ้ว เต็มตา สีสดใส หมุนได้ มีลำโพง จอสายบันเทิง เล่นเกม ดูหนัง ท่องเว็บ

Philips Brilliance 271B จอภาพขนาด 27 นิ้ว อีกหนึ่งรุ่นจาก Philips ที่มีความน่าสนใจไม่น้อย สำหรับคนที่กำลังมองหาจอภาพขนาดใหญ่ และมีความคมชัดสูง โดยจุดเด่นอยู่ที่การใช้พาแนล IPS คุณภาพดี ทำให้มีมุมมองกว้าง และสิ่งสำคัญคือ การให้ความยืดหยุ่นในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับเลื่อน ก้มเงย และการหมุนจอ (Pivot) ล้วนแต่อำนวยความสะดวกต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี มาพร้อมสนนราคาที่ดูคุ้มค่า เมื่อเทียบกับจอภาพขนาดเดียวกันในท้องตลาด สำหรับคนที่มองหาจอภาพในการเล่นเกมหรือทำงาน รวมถึงคนที่อยากได้จอที่นำมาใช้งาน Multi-monitor ไม่วา่จะเป็นสายเกมเมอร์ สตรีมเมอร์หรือกลุ่มคนทำงานก็ตาม มาดูกันว่า จอ Philips รุ่นนี้ น่าสนใจเพียงใด

จอ Philips

จอมอนิเตอร์ Philips รุ่นนี้เหมาะกับใคร?
ถ้ามองจากฟังก์ชั่นที่มากับ จอ Philips Brilliance 271B รวมถึงเทคโนโลยีพาแนล ค่อนข้างเน้นไปที่กลุ่มคนทำงาน ร่วมกับซอฟต์แวร์พื้นฐาน รวมถึงคนที่ต้องการจอภาพ ที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ แต่ที่สำคัญ ต้องเป็นจอภาพขนาดใหญ่ โดยที่ Philips รุ่นนี้ ให้พื้นที่ระดับ 27 นิ้ว แต่ความละเอียด Full-HD จึงใช้งานได้แบบไม่ต้องปรับแต่งอื่นใดมากนัก รวมถึงระยะการนั่ง ที่แทบไม่ต่างไปจากจอ 22-24″ ที่ใช้กันทั่วไป เพียงแค่กวาดสายตามากขึ้นอีกนิดหน่อย แต่ท่านที่เล่นเกม แนะนำว่าขยับออกมาอีกนิดเดียว เพราะฉากมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จะลดภาระของสายตาลง แต่จะให้ความแม่นยำมากขึ้น เพราะว่าจะเห็นศัตรูได้ชัดกว่า รวมถึงสีสันที่สดใส ทำให้คนที่เล่นเกมแล้วชอบปรับค่า White Balance เพื่อความสะใจ น่าจะชื่นชอบจอรุ่นนี้ แม้ว่าจะไม่ได้มีลูกเล่นในสไตล์ของเกมมิ่งมอนิเตอร์ แต่การปรับแต่งเกี่ยวกับการแสดงผลได้ ก็ทำให้การเล่นเกมสนุก ส่วนคนที่ใช้งานทั่วไป ก็สามารถเลือกปรับความสว่าง สี อุณหภูมิสี ตามความต้องการได้เช่นกัน

Specification: Philips Brilliance 271B

  • ประเภทจอ LCD: เทคโนโลยี IPS
  • ชนิดแสงพื้นหลัง: ระบบ W-LED
  • ขนาดจอภาพ: 27 นิ้ว / 68.6 ซม.
  • การเคลือบจอแสดงผล: ลดแสงสะท้อน 3H ความทึบแสง 25%
  • พื้นที่แสดงภาพจริง: 597.89 (แนวนอน) x 336.31(แนวตั้ง)
  • อัตราการจัดมุมมอง: 16:9
  • ความละเอียดที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด: 1920 x 1080 @ 60Hz
  • ความละเอียดพิกเซล: 82 PPI
  • เวลาตอบสนอง (ทั่วไป): 5 มิลลิวินาที (Gray to Gray)*
  • ความสว่าง: 250 cd/m²
  • อัตราความคมชัด (ทั่วไป): 1000:1
  • SmartContrast: 50,000,000:1
  • ระยะห่างระหว่างพิกเซล: 0.311 x 0.311 มม.
  • มุมมองภาพ: 178º (H) / 178º (V) @ C/R > 10
  • ปราศจากการสั่นไหว: ใช่
  • การเพิ่มประสิทธิภาพของภาพ: SmartImage
  • สีในการแสดงผล: 16.7 ล้าน
  • ความถี่ในการสแกน: 30 – 83 kHz (H) / 50 – 76 Hz (V)
  • สัญญาณอินพุต: VGA (อะนาล็อก), DVI-D (ดิจิตอล, HDCP), DisplayPort x 1.2, HDMI 1.4
  • USB: USB 3.0×2 (สำหรับชาร์จแบบรวดเร็ว 1 อัน)*, USB 2.0 x 2
  • สัญญาณเสียง (เข้า/ออก): Audio In PC
  • ช่องสัญญาณออกของหูฟัง
  • ระยะการปรับความสูง: 130 มม.
  • การหมุน: -/+ 90 องศา
  • แท่นหมุน/ บิดได้: -175/175 องศา
  • เอียง: -5/30 องศา

การออกแบบและฟังก์ชั่น

จอ Philips

จอ Philips Brilliance 271B มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 27 นิ้ว กับการออกแบบที่เรียบง่ายอันเป็นเอกลักษณ์ หน้าตา สไตล์และรูปทรง แทบไม่ต่างไปจากที่เราได้รีวิวไปก่อนหน้านี้

จอ Philips

ฐานด้านล่าง เป็นทรงกลม แต่เติมช่องเล็กๆ สำหรับการวางสิ่งของ เช่น โทรศัพท์มือถือ แฟลชไดรฟ์หรือของใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ได้เป็นฐานเล็กๆ ตามที่เราเห็นกันทั่วไป

จอ Philips
จอ Philips

ขอบจอบางทั้ง 4 ด้าน กับความหนาไม่ถึง 10mm. ทำให้มีพื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับสัดส่วนของขนาดจอ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของจอภาพจาก Philips รุ่นนี้

จอ Philips

มุมบนด้านซ้าย ระบุรุ่น Brilliance 271B กับขอบจอที่บางเป็นพิเศษ เอาใจคนที่อยากได้จอ ที่มีพื้นที่แสดงผลแบบเต็มๆ แต่ไซส์บอดี้ไม่ใหญ่เกินไป

จอ Philips

จุดที่เป็นลำโพงอยู่บริเวณขอบด้านล่างของหน้าจอทั้ง 2 ด้าน ให้เสียงสะใจเลยทีเดียว ใครเบื่อ ไม่อยากต่อลำโพงให้สายพันกันวุ่นวาย ก็ใช้ลำโพงบนจอได้เลย

จอ Philips

ขาตั้งด้านหลังดูบึกบึน ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะที่ดี เพราะทาง Philips ออกแบบให้จอรุ่นนี้ สามารถปรับเลื่อนขึ้น-ลงได้ รวมถึงตัวจอยังหมุนเป็นแบบ Pivot เอาใจคนท่องเว็บ และเปิดไฟล์งานเอกสาร รวมถึงคนที่ชอบการอ่านข้อมูลแบบเพลินๆ

จอ Philips

ลำโพงด้านล่างของหน้าจอ ที่พุ่งออกทางด้านหลัง คล้ายกับจอทีวี ดังนั้นยิ่งใกล้ผนัง เสียงก็ยิ่งดังก้องขึ้น เล่นเกม ดูหนังสนุกมากขึ้น

จอ Philips

ด้านบนของฐานจอ มาพร้อมโลโก้ Philips ซ่อนมาด้วย เป็นอีกจุดหนึ่งที่สร้างสมดุลให้จอไม่เคลื่อนไหวได้ง่าย เมื่อปรับเลื่อน หรือหมุนหน้าจอนั่นเอง

จอ Philips

ด้านข้างที่เห็นเป็นช่องสำหรับต่อ USB port และเป็น Hub ในตัว สำหรับการต่อพ่วง เมาส์ คีย์บอร์ด และแฟลชไดรฟ์ USB เป็นต้น

จอ Philips

หน้าตาเมื่อปรับหมุน 90 องศา โดยโหมดนี้ มาพร้อมกับฟีเจอร์ EasyRead ที่ให้คุณสามารถอ่านหน้าเว็บได้สะดวกยิ่งขึ้น อารมณ์เหมือนอ่านบนแท็ปเล็ต

จอ Philips
จอ Philips

พอร์ตด้านข้าง ถูกซ่อนเอาไว้อย่างดี เพื่อให้สามารถต่อสายได้แบบไม่เกะกะ หรือคนที่จะใช้แฟลชไดรฟ์ก็สะดวก นอกจากนี้ยังมี USB แบบ Fast charge เอาไว้ให้ชาร์จมือถืออีกด้วย

จอ Philips

ด้านใต้ของ จอ Philips ประกอบด้วยพอร์ตแสดงผล D-Sub, DVI, HDMI 1.4 และ DisplayPort 1.2 รวมถึง Audio In และหูฟัง

OSD ปรับแต่งอะไรได้บ้าง?

จอ Philips

Low Blue Mode โหมดถนอมสายตา ที่เรียกว่าจอภาพในปัจจุบันควรจะต้องมี ในการลดแสงสีฟ้า ที่เป็นแสงคลื่นสั้น ที่อาจทำร้ายดวงตาได้ในระยะยาว ยิ่งเป็นคนที่ต้องใช้สายตานานๆ มีความสำคัญไม่น้อยเลย

จอ Philips
จอ Philips

Picture Mode: ในส่วนนี้จะเป็นส่วนหลักในการปรับแต่ง ไม่ว่าจะเป็นการปรับค่าความสว่าง Contrast, Sharpness รวมถึง Gamma และอื่นๆ

จอ Philips
จอ Philips

Color: ปรับค่าโทนสี ที่มีให้เลือก 6 ระดับ 5000K, 6500K, 7500K, 8200K, 9300K และ 11500K เรียกว่าชอบโทนสีอุ่นหรือเย็น ปรับเลือกได้ หรือจะใช้เป็นแบบ Native ก็ได้เช่นกัน

จอ Philips

มาดูมุมต่างๆ ของหน้าจอ เมื่อเล่นเกมกันบ้าง ด้วยการเป็นพาแนลแบบ IPS และยังเป็นแบบ Anti-Glare สามารถกันสะท้อนได้ดี จึงให้มุมมองที่ดูคมชัด แม้ว่าจะดูในมุมแบบเอียงๆ สิ่งนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นของจอภาพจาก Philips รุ่นนี้ได้ เพราะไม่มีแสงมารบกวนสายตา

จอ Philips
จอ Philips

ภาพที่ได้ในเกม จะเห็นได้ว่ามีความคมชัดสดใส โดยในครั้งนี้เราลองปรับค่า Gamma ในแบบโทนเย็น ซึ่งทำให้สีสันดูน่าสนใจ ยิ่งใครที่ชอบเล่นเกม แล้วต้องการ Nature ให้มีโทนสีฟ้าสบายๆ ก็สามารถปรับได้ตามสะดวก

จอ Philips

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ เกม COD:Warfare จะเห็นว่าภาพที่ได้นั้น สีสันสดใสคมชัด สร้างอารมณ์ในการเล่นเกมได้ดีทีเดียว แม้ว่าจะไม่ได้เป็นจอเกมมิ่ง ที่เน้นรีเฟรชเรตบน Hz สูงๆ แต่หากปรับ Resolution ในเกม เพื่อให้เฟรมเรตออกมาสอดคล้องกัน ก็สามารถทำให้ภาพนั้นดูลื่นไหลสบายตาได้

จอ Philips

ฉากที่มีการโจมตีภายในเกม ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟกต์ ควันหรือแสงสะท้อนต่างๆ เช่น ผืนน้ำ อาวุธปืนหรือความเงางามของรถ ต่างเด่นขึ้นด้วยความคมชัด แม้จะเล่นบนความละเอียด Full-HD ก็ทำให้สนุกไปกับการเล่นได้ไม่น้อย

จอ Philips

และเราก็ไม่ลืมกับการใช้งานเอาใจคนที่ชอบท่องเว็บ กับการปรับหมุนหน้าจอ 90 องศา แค่ก้มจอลงมานิดๆ คุณก็สามารถเอนหลังและนั่งอ่านข้อมูลหรือเว็บที่คุณต้องการได้อย่างสบายตา หรือจะใช้การขยาย Scale เพื่อให้มอง Text ได้ใหญ่ขึ้น กับฟีเจอร์ EasyRead แต่ถ้าใครที่เป็นแฟนนิยาย แนะนำปรับ Background ให้เป็นสีดำ หรือใช้ Dark mode ขยายฟอนต์ให้ใหญ่ขึ้น เท่านี้คุณก็สามารถอ่านได้แบบเพลินๆ แล้ว

Conclusion

แม้ว่าจะไม่ได้ออกตัวว่าเป็นเกมมิ่งมอนิเตอร์แบบเต็มตัว เพราะด้วยฟังก์ชั่นหลายอย่างที่ไม่ได้ออกแบบมาเฉพาะ แต่ถ้ามองถึงขนาดหน้าจอที่ใหญ่ 27 นิ้ว และมีลูกเล่นการปรับแต่งในส่วนของภาพ แสงสี ก็ถือว่ามีส่วนต่อการเล่นเกมได้ดี ดังที่ปรากฏในตัวอย่าง กับการเล่นเกมในแนว FPS ภาพมีความนุ่มนวลต่อเนื่อง สีสันสดใสตามสไตล์ของ IPS รวมถึงได้มุมมองที่กว้างขึ้น ซึ่ง จอ Philips รุ่นนี้น่าจะครอบคลุมการใช้งานในแบบต่างๆ ในชีวิตประจำวันมากกว่าการเฉพาะเจาะจง ด้วยฟีเจอร์ที่น่าสนใจ เช่น หน้าจอปรับเลื่อนและหมุนได้ จึงน่าจะเหมาะกับการใช้ในสำนักงานหรือที่บ้าน รวมถึงพอร์ตแสดงผล ที่มีให้เกือบครบแบบที่มีในบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปในเวลานี้ และที่สำคัญให้ลำโพงเสียงดีมาอีกด้วย การดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ก็ครบจบได้ในตัว กับสนนราคาแค่ 6,990 บาท ต้องถือว่าคุ้มค่าน่าสนใจ เมื่อเทียบกับจอภาพในระดับ IPS 27″ ด้วยกัน หากใครที่สนใจ ไปช้อปกันได้ที่ Topvalue กำลังมีโปรโมชั่นพิเศษ ถึงช่วงปลายเดือน กรกฏาคมนี้

จุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ พาแนล IPS ความคมชัดสูง
  • ปรับหมุนหน้าจอได้ เพิ่มมุมมองให้กว้างขึ้น
  • มีลำโพงคุณภาพดีมาในตัว
  • ขอบจอค่อนข้างบาง ให้พื้นที่กว้างขวาง
  • OSD มีให้ปรับแต่งได้พอควร

ข้อสังเกต

  • ความละเอียด Full-HD เท่านั้น

ราคา: ประมาณ 6,990 บาท

ช้อปได้ที่:

ข้อมูลเพิ่มเติม: Philips monitor

from:https://notebookspec.com/review-philips-271b8qjeb-27-inch-monitor/530392/