คลังเก็บป้ายกำกับ: GALAXY_S20_FE

Samsung เปิดตัว Galaxy S20 FE 4G รุ่นใหม่ รอบนี้เปลี่ยนจาก Exynos มาใช้ Snapdragon 865

Galaxy S20 FE ถือเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนของ Samsung ที่มีสเปคและฟีเจอร์จัดจ้านมาก ๆ ในตอนนั้นจะมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Exynos 990 4G และ Snapdragon 865 5G แต่ล่าสุดเหมือนว่า Samsung จะเพิ่มตัวเลือกให้กับผู้บริโภคแล้ว โดยพวกเขาได้เปิดตัว Galaxy S20 FE 4G รุ่นใหม่ ที่รอบนี้เปลี่ยนมาใช้ชิป Snapdragon 865 สำหรับคนที่อยากได้รุ่น 4G แต่ไม่อยากใช้ Exynos

จริง ๆ แล้ว Samsung Global ยังไม่ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Galaxy S20 FE 4G รุ่น Snapdragon 865 อย่างเป็นทางการนะครับ แต่เหมือนว่าทีมงานของ Samsung Sweden จะมือลั่น กด Publish หน้าสเปคของ Galaxy S20 FE 4G รุ่นใหม่ตัวนี้ไปแบบไม่ตั้งใจ ทำให้ตรงนี้เหมือนเป็นการยืนยันการเปิดตัวไปแบบอ้อม ๆ ได้เลย ไม่ต้องจัดงานเปิดตัว หรือส่ง Press Release ให้กับสื่อแล้ว

สำหรับสเปคของ Galaxy S20 FE 4G รุ่น Snapdragon 865 ที่สามารถยืนยันได้ตอนนี้ แน่นอนว่าตัวชิปเซ็ตจะใช้เป็น Snapdragon 865 อดีตตัวท็อปจาก Qualcomm, RAM 6GB และความจุ 128GB ทว่าในส่วนนี้ แหล่งข่าวเผยว่า ในภายภาคหน้าจะมีรุ่น RAM 8GB และความจุ 256GB ตามมาเปิดตัวอีกที

โดยการที่ Samsung ตัดสินใจปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในของ Galaxy S20 FE 4G จากเดิมที่ใช้ Exynos 990 ชิปลูกหม้อของตัวเอง มาใช้ชิปขวัญใจมหาชนอย่าง Snapdragon 865 ก็น่าจะได้รับเสียงตอบรับไปในทางที่ดีไม่น้อยเลยล่ะ เพราะว่ากันตามตรง แม้จะมีดีกรีเป็นชิปไฮเอนด์เหมือนกัน แต่ถ้าวัดกันที่ด้านประสิทธิภาพทั้งการใช้งานจริงและผลคะแนน Snapdragon 865 ถือว่าทำผลงานได้ดีกว่า Exynos 990 มาก ๆ

ส่วนวันวางจำหน่ายและราคาค่าตัว น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้เลยว่า Galaxy S20 FE 4G รุ่น Snapdragon 865 จะเคาะเริ่มต้นที่เท่าไหร่ จะถูกกว่ารุ่น 4G ไหม ที่เปิดตัวมา 20,900 บาท หรือจะแพงกว่าเล็กน้อย แต่ที่แน่ ๆ น่าจะถูกกว่า 23,900 บาทที่เป็นราคาของรุ่น 5G แน่นอน

 

ที่มา: Samsung Sweden via Android Authority

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s20-fe-4g-snapdragon-865-official/

Samsung ปล่อยเฟิร์มแวร์อัปเดตให้ Galaxy S20 FE 5G แก้ปัญหาทัชเพี้ยน (อีกรอบ)

Samsung เริ่มทยอยปล่อยแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนเมษายน ปี 2564 ให้แก่ Galaxy S20 FE 5G แล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ นอกเหนือจากการปรับปรุงประสิทธิภาพและความเสถียรในการใช้งาน ยกระดับความปลอดภัย รวมถึงแก้ไขบั๊กต่าง ๆ แล้ว รายละเอียดสำคัญของเฟิร์มแวร์ล่าสุดดังกล่าวได้มีการแก้ปัญหาเรื่องทัชสกรีนด้วย

Samsung ได้ปล่อยแพตช์ความปลอดภัยให้ Galaxy S20 FE LTE ไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แต่ในตอนนั้นไม่ได้มีการแก้ไขในส่วนของทัชสกรีนพ่วงมาด้วย ซึ่งนี่ก็อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุว่า ทำไมเฟิร์มแวร์หมายเลข G781BXXU2CUD1 ของ Galaxy S20 FE 5G ถึงล่าช้ากว่า

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ใช้งาน Galaxy S20 FE LTE อยู่ก็ไม่ต้องน้อยใจไปนะครับ อาจมีอัปเดตแยกตามมาภายหลังเร็ว ๆ นี้แหละครับ

 

ที่มา : GSMARENA

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s20-fe-5g-fix-touchscreen/

Samsung เตรียมเลิกใช้ชิป Exynos ในรุ่น Galaxy S20 FE (4G) แต่จะเปลี่ยนมาใช้ชิป Snapdragon แทน

Samsung เปิดตัวมือถือสเปคงามราคาน่าคบหาอย่าง Galaxy S20 FE ไปเมื่อเดือนกันยายนปี 2020 โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ รุ่น 4G ที่ใช้ชิป Exynos 990 และรุ่น 5G ที่ใช้ชิป Snapdragon 865 แต่ล่าสุดได้มีข่าวออกมาว่า Samsung จะเลิกผลิต Galaxy S20 FE รุ่น 4G ที่ใช้ชิป Exynos และจะเปลี่ยนมาผลิตรุ่นที่ใช้ชิป Snapdragon แทน

สำหรับข้อมูลดังกล่าวได้มาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่าง Ice Universe บอกว่า Samsung จะเลิกผลิต Galaxy S20 FE รุ่น 4G ที่ใช้ชิป Exynos 990 แต่จะเปลี่ยนมาใช้ Snapdragon 865+ แทน ซึ่งก็ตรงกับข่าวเมื่อไม่กี่วันก่อน ที่มีมือถือ Galaxy S20 FE รุ่นที่ใช้ชิป Snapdragon 865 โผล่มาในรายชื่อมือถือที่ผ่านการรับรองจาก กสทช. ด้วย

ก็ไม่แน่ว่าการที่ Samsung เปลี่ยนมาใช้ชิป Snapdragon แทน Exynos แบบนี้ อาจจะช่วยกระตุ้นยอดขายของ Galaxy S20 FE 4G ให้ขึ้นมามากกว่าเดิมก็ได้ เพราะส่วนมากผู้ใช้งานมักจะเปรียบเทียบประสิทธิภาพของชิป Exynos กับ Snapdragon กันเป็นประจำอยู่แล้ว และส่วนมากก็จะชอบชิป Snapdragon กันมากกว่าด้วย ทั้งในเรื่องของการจัดการพลังงาน ความร้อน และประสิทธิภาพโดยรวม

ถ้าใครที่อยากได้มือถือสเปคครบครัน ใช้งานได้อีกยาว ๆ แถมยังมากับชิป Snapdragon 865+ ด้วย ก็มารอลุ้นกันเลยครับว่า Galaxy S20 FE 4G รุ่นนี้จะเข้ามาเปิดตัวในบ้านเราเมื่อไหร่ครับ

 

ที่มา : Ice Universe (Twitter) via GSMArena

from:https://droidsans.com/samsung-stop-galaxy-20-fe-exynos-snapdragon-instead/

Samsung อาจเปิดตัว Galaxy S20 FE รุ่น 4G ที่ใช้ชิป Snapdragon 865 เร็ว ๆ นี้ หลังมีข้อมูลโผล่บนเว็บ กสทช.

อย่างที่ทราบกันดีว่าเมื่อช่วงเดือนกันยายนปีที่แล้ว Samsung ได้เปิดตัว Galaxy S20 FE สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นเล็ก ที่มาพร้อมกับสเปคระดับเรือธงในราคาที่ไม่ค่อยแพงมากนัก ซึ่งตอนนั้นจะมีรุ่น Exynos 990 (LTE) และ Snapdragon 865 (5G) ให้เลือก ล่าสุดตอนนี้มีข้อมูลหลุดออกมาเผยว่า Samsung เตรียมปัดฝุ่นนำ Galaxy S20 FE รุ่น 4G LTE มาเปิดตัวอีกครั้ง รอบนี้ไม่ใช้ Exynos 990 แล้ว หันไปใช้มังกรของ Qualcomm แทน

ข้อมูลนี้ได้มีคนตาดีไปเจอะกับมือถือของ Samsung รหัส SM-G780G / DS ที่วงเล็บเอาไว้ชัดเจนว่าคือ Galaxy S20 FE ผ่านการรับรองจาก กสทช. บ้านเรา โดยหน้าเว็บระบุเอาไว้แบบชัดเจนเลยว่า Galaxy S20 FE เป็นรุ่น 4G LTE ไม่รองรับ 5G ซึ่งมือถือรหัส SM-G780G นั้น ก็ไปตรงกับ Galaxy S20 FE รุ่นก่อนหน้าที่เพิ่งมีข้อมูลโผล่บนเว็บ Geekbench 5 แบบพอดิบพอดี

จากข้อมูลบนเว็บ Geekbench 5 เผยว่า Galaxy S20 FE จะมาพร้อมกับชิปเซ็ต Kona ซึ่งเป็นโค้ดเนมของ Snapdragon 865 พ่วงกับ RAM ขนาด 6GB และใช้ระบบปฏิบัติการ Android 11 ตัวใหม่ตั้งแต่แกะกล่อง

ปัจจุบัน Galaxy S20 FE รุ่นที่ขายไทย จะมีให้เลือกทั้งหมด 2 โมเดล ได้แก่รุ่นที่ใช้ชิป Exynos 990 (4G LTE) กับรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 865 (4G LTE/5G) ซึ่งหาก Samsung ตัดสินใจเปิดตัว Galaxy S20 FE รุ่นที่ใช้ Snapdragon 865 แบบไม่มีโมเด็ม 5G ใช้งานได้แต่ 4G LTE ขึ้นมาจริง ๆ ก็บอกเลยว่าน่าจะมากระตุ้นยอดขายของมือถือซีรีส์นี้ไม่มากก็น้อยเลยล่ะ

ยิ่งไปกว่านั้น หากอิงตามนโยบายอัปเดตซอฟต์แวร์ใหม่ของ Samsung ที่บอกเลยว่า พวกเขาจะอัปเดตเวอร์ชั่น OS ให้กับมือถือระดับไฮเอนด์มากถึง 3 เวอร์ชั่น ซึ่งถ้า Galaxy S20 FE รุ่นใหม่นี้เปิดตัวมาพร้อมกับระบบ Android 11 ขึ้นมาจริง ๆ นั่นก็แปลว่า Galaxy S20 FE รุ่นนี้อาจจะได้ไปต่อยาวนานถึง Android 14 เลยทีเดียว ต่างกับ Galaxy S20 FE สองรุ่นก่อนหน้านี้ที่เปิดมากับ Android 10 จะได้รับอัปเดตถึงแค่ Android 13 เท่านั้น

Galaxy S20 FE ที่ขายบ้านเรา ตั้งราคาเริ่มต้นเอาไว้ที่ 20,900 บาทสำหรับรุ่น 4G LTE และ 23,900 บาทสำหรับรุ่น 5G ซึ่งหาก Galaxy S20 FE (4G LTE) รุ่นใหม่ที่ใช้ Snapdragon 865 เดินทางมาเปิดตัวบ้านเราจริง ๆ ก็คาดว่าน่าจะมีราคาอยู่กึ่งกลางระหว่างรุ่น 4G และ 5G ที่วางจำหน่ายไปเมื่อปลายปีก่อนนั่นเองครับ

 

ที่มา : GSMArena

from:https://droidsans.com/new-samsung-galaxy-s20-fe-lte-with-snapdragon-865/

รีวิวเปรียบเทียบ Galaxy S21 กับ Galaxy S20 FE 5G ราคาห่างกัน 4,000 บาท ซื้อรุ่นไหนดี?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า Galaxy S21 (รวมถึง S21+) กับ Galaxy S20 FE 5G เรือธงรุ่นเล็กของ Samsung ถ้าจะเลือกซื้อมาใช้งานจริง ๆ จัง ๆ ซักเครื่อง จะจัดรุ่นไหนมาใช้งานที เพราะราคาของทั้งสองรุ่นถือว่าห่างกันพอสมควร วันนี้ทีมงาน DroidSans เลยนำทั้งสองรุ่นมารีวิวเปรียบเทียบให้อ่านกันแบบทีละจุดครับ จากประสบการณ์ใช้งานจริงร่วมเดือน

สัมผัสจับถือ

Galaxy S21 น้ำหนักเครื่องแค่ 169 กรัม เข้ามือสุด ๆ 

เริ่มกันที่ Galaxy S21 ตัวใหม่กันก่อนเลยดีกว่า โดยรอบนี้มีการปรับดีไซน์ใหม่ให้มีความเรียบหรูมากขึ้น ใช้กระจกนิรภัยตัวใหม่ Gorilla Glass Victus ที่มีความทนทานต่อแรงขีดข่วน และกันกระแทกได้ดีกว่าเดิม แต่น่าเสียดายที่ฝาหลังให้มาเป็นแบบ Reinforced Polycarbonate หรือพลาสติกที่มีความแข็งแกร่งกว่าพลาสติกทั่วไปนั่นเอง ผิวสัมผัสด้านหลังจะเป็นแบบ Haze Finish ไม่ค่อยเกิดรอยนิ้วมือมากนัก

Galaxy S20 FE 5G มีน้ำหนักที่หนักกว่าเล็กน้อยที่ 190 กรัม 

ส่วน Galaxy S20 FE 5G จะเลือกใช้เป็น Gorilla Glass 3 ตัวเก่าแทน (ยังมีความทนทานต่อแรงขีดข่วนอยู่ดี แต่ไม่เท่า Victus) ด้านหลังจะใช้ Reinforced Polycarbonate เหมือนกับ Galaxy S21 ซึ่งจริง ๆ การเลือกใช้ฝาหลังแบบพลาสติกไม่ได้ถือว่าแย่แต่อย่างใดนะ เพราะสัมผัสจับถือของมัน ก็แทบจะน้อง ๆ กระจกเลย เผลอ ๆ สำหรับคนที่ไม่สังเกต ก็แทบจะแยกไม่ออกด้วยซ้ำ

หน้าจอแสดงผล

Galaxy S21

Galaxy S21 มาพร้อมกับหน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ ค่ารีเฟรชเรท 120Hz รองรับการแสดงผลแบบ HDR10+ รอบนี้ Samsung เลือกใช้หน้าจอแบบแบนราบ ไม่โค้ง อีกทั้งยังใส่ระบบ Adaptive Refresh Rate ที่ตัวระบบจะคอยปรับค่ารีเฟรชเรทอัตโนมัติจาก 48 – 120Hz ตามคอนเทนต์ที่เปิดอยู่ ณ ตอนนั้น เพื่อให้ได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดี และประหยัดแบตเตอรี่ที่สุด

Galaxy S20 FE 5G 5G

ถัดมาในส่วนของ Galaxy S20 FE 5G แม้ว่าจะใช้หน้าจอประเภท OLED เหมือนกัน แต่ต้องบอกว่าจอ OLED เกรดของรุ่นนี้จะด้อยกว่า Galaxy S21 แบบชัดเจน มาเป็น Super AMOLED 2X ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ ค่ารีเฟรชเรท 120Hz ไม่มีระบบ Adaptive Refresh Rate ใส่มาให้

แม้ว่าค่ารีเฟรชเรทของ Galaxy S21 และ Galaxy S20 FE 5G จะให้มาเท่ากันที่ 120Hz แต่เมื่อมาลองใช้งานจริง ๆ กลับรู้สึกว่าจอ Dynamic AMOLED 2X บน Galaxy S21 มันลื่นตากว่า Galaxy S20 FE 5G แบบค่อนข้างชัดเจน คือไม่ได้บอกว่าจอของ Galaxy S20 FE 5G มันไม่ลื่นนะ แต่ของ Galaxy S21 มันลื่นหัวแตกกว่าจริง ๆ

ด้านบน: Galaxy S20 FE 5G
ด้านล่าง: Galaxy S21

และเมื่อลองเปิดภาพหรือวีดีโอตัวเดียวกันบนความสว่างที่เท่ากัน จากที่ดูด้วยตาเปล่าก็พบว่าจอของฝั่ง Galaxy S21 ให้ความสว่างที่มากกว่า รวมถึงความคมชัดและมิติของภาพที่มากกว่า Galaxy S20 FE 5G 5G อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจาก Galaxy S21 มี Contrast Ratio สูงถึง 2,000,000 : 1

ประสิทธิภาพเครื่อง


Galaxy S21 / Galaxy S20 FE 5G

จากการทดสอบคะแนน Benchmark แบบเปิดโหมด Performance ด้วยแอปพลิเคชั่น Geekbench 5 ปรากฎว่าฝั่ง Galaxy S21 ทำคะแนน Single Core ได้ 1050 คะแนน และในหมวดของ Multi-Core ได้ไป 3415 คะแนน ซึ่งจะทำคะแนนได้ดีกว่า Galaxy S20 FE 5G ที่ได้คะแนนในหมวดของ Single-Core และ Multi-Core ไปที่ 869 และ 2865 คะแนน ตามลำดับ

ซึ่งก็ไม่ถือว่าน่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะตัว Galaxy S21 นั้นใช้ชิปเซ็ตเป็น Exynos 2100 ที่ใช้สถาปัตยกรรมขนาด 5 นาโนเมตรในการผลิต แถมยังมี CPU Prime Core เป็น Cortex X1 ซึ่งใหม่และแรงกว่าของ Galaxy S20 FE 5G ที่ใช้ชิป Snapdragon 865 ตัวเก่านั่นเอง

ตารางเปรียบเทียบสเปค Galaxy S21 กับ Galaxy S20 FE 5G

Samsung Galaxy S21 Samsung Galaxy S20 FE 5G 5G
หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X  Super AMOLED 2x 
ขนาด 6.2 นิ้ว 6.5 นิ้ว
รีเฟรชเรท 120Hz แบบ Adaptive 120Hz
ความละเอียด Full HD+
กระจกหน้าจอ Gorilla Glass Victus Gorilla Glass 3
ชิปเซ็ต Exynos 2100 Snapdragon 865
GPU Mali-G78 Adreno 650
RAM 8GB แบบ LPDDR5
ความจุ 128GB / 256GB แบบ UFS 3.1 128GB / 256GB แบบ UFS 3.0
microSD Card ไม่รองรับ รองรับสูงสุด 1TB
กล้องหลัง 3 ตัว

Wide: 12 MP f/1.8

Ultra-Wide: 12MP f/2.2

Telephoto: 64MP f/2.0

รองรับการถ่ายวีดีโอ 8K

3 ตัว

Wide: 12 MP f/1.8

Ultra-Wide: 12MP f/2.2

Telephoto: 8MP f/2.4

รองรับการถ่ายวีดีโอ 4K

กล้องหน้า 10MP f/2.2 32MP f/2.2
เซ็นเซอร์
accelerometer, barometer, gyro, proximity, compass
การเชื่อมต่อ
Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.0
การใช้งาน 5G
5G Non-Standalone (NSA), Standalone (SA), Sub6
สแกนลายนิ้วมือ ใต้หน้าจอ (Ultrasonic) ใต้หน้าจอ (Optical)
ลำโพง สเตอริโอคู่
รูหูฟัง ไม่มี
แบตเตอรี่ 4,000 mAh 4,500 mAh
ระบบชาร์จไว 25W 25W
Wireless Charging 15W
Reverse Wireless Charging 4.5W
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68
ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย OneUI 3.1 Android 11 ครอบทับด้วย OneUI 3.0
ราคาเปิดตัว รุ่นความจุ 128GB : 27,900  บาท

รุ่นความจุ 256GB : 29,900 บาท

รุ่นความจุ 128GB : 23,900  บาท

รุ่นความจุ 256GB : 25,900 บาท

มาถึงการทดสอบหน่วยความจำกับแอป AndroBench กันบ้าง โดย Galaxy S21 จะได้เปรียบกว่าเล็กน้อยตรงที่มาพร้อมกับ UFS 3.1 ส่วน Galaxy S20 FE 5G ยังคงใช้ UFS 3.0 อยู่ ซึ่งแน่นอนว่าพอเอาไปทดสอบประสิทธิภาพแบบนี้ Galaxy S21 ก็สามารถทำคะแนนได้มากกว่าอยู่แล้ว


 

ทดสอบการเล่นเกม

และเมื่อเอาไปทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile ก็จะเห็นว่าฝั่ง Galaxy S21 ยังไม่สามารถปรับภาพกราฟิคระดับสูงแบบ Ultra HD ได้ อาจเป็นเพราะว่าเครื่องและชิปรุ่นนี้ยังใหม่เกินไป ตัวเกมเลยยังไม่อัปเดตให้รองรับนั่นเอง ทำให้ในตอนนี้สามารถเลือกกราฟฟิกสูงสุดได้แค่ HDR HD เท่านั้น เมื่อเล่นไปได้ราว ๆ 30 นาที ตัวเครื่องก็จะเริ่มมีอาการอุ่นขึ้นแบบชัดเจน วัดอุณภูมิได้ประมาณ 36 องศา

แต่เมื่อทดสอบกับ Galaxy S20 FE 5G 5G แล้วพบว่าสามารถปรับความละเอียดสูงสุดได้ถึง Ultra HD และเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้นมาประมาณ 36-42 องศา เมื่อเล่นต่อเนื่องเป็นเวลา 30 นาที

และเมื่อนำไปทดสอบเล่นเกม RoV ก็พบว่าทั้งสองรุ่นแทบจะไม่มีปัญหาอุณหภูมิสูงขึ้นหรือเฟรมเรทร่วงเลย คือตัวเครื่องมีความร้อนน้อยกว่าตอนเอาไปเล่น PUBG Mobile อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ปัญหาทัชหลุดทัชเพี้ยนที่หลายคนสงสัยกัน จากที่ทีมงาน DroidSans ทดสอบเล่นมา ยังไม่ได้เจอปัญหาเหล่านี้แต่อย่างใดนะ

*หมายเหตุ : การทดสอบนี้ทดสอบโดยการเปิด Performance Mode หรือโหมดการประมวลผลเสริมสมรรถนะ ด้วยกันทั้งสองรุ่น ซึ่งปกติตัวเครื่องจะตั้งค่าเป็นโหมดปกติ

**เครื่อง Galaxy S20 FE 5G 5G ที่ทางเราได้ใช้ทดสอบนั้นเป็นเฟิร์มแวร์ล่าสุดที่เพิ่งมีการอัปเดตในเดือนมกราคม 2564 ส่วนเครื่อง Galaxy S21 นั้นเป็นเครื่องทดสอบที่ยังไม่ใช่ Final Firmware แบบเครื่องที่จะวางจำหน่ายจริงครับ

กล้องถ่ายรูป

ทั้ง Galaxy S21 และ Galaxy S20 FE 5G 5G ต่างก็ใช้กล้อง 3 ตัวด้วยกันทั้งคู่ ดูจากสเปคอาจจะใกล้เคียงแต่รายละเอียดของเซนเซอร์และฟีเจอร์นั้นต่างกันพอสมควรเลยทีเดียว

Galaxy S21 Galaxy S20 FE 5G 
จำนวนกล้องหลัง 3 ตัว
เซ็นเซอร์หลัก ความละเอียด 12MP (f/1.8) พร้อมระบบกันสั่น OIS ความละเอียด 12MP (f/1.8) พร้อมระบบกันสั่น OIS
กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 12MP (f/2.2) มุมมองกว้าง 120 องศา ความละเอียด 12MP (f/2.2) มุมมองกว้าง 123 องศา
กล้อง Telephoto ความละเอียด 64MP (f/2.0), พร้อมระบบกันสั่น OIS, ซูม Hybrid   3X (Digital 30X) พร้อมฟีเจอร์ Zoom Lock ความละเอียด 8MP (f/2.4), พร้อมระบบกันสั่น OIS, ซูม Optical 3X (Digital 30X)
การถ่ายวีดีโอ สูงสุด 8K สูงสุด 4K
จำนวนกล้องหน้า 1 ตัว 1 ตัว
เซ็นเซอร์หลัก ความละเอียด 10MP (f/2.2) พร้อมระบบ Auto Focus ความละเอียด 32MP (f/2.4)

เอาล่ะ จะให้เปรียบเทียบแต่สเปคกล้องมันก็แปลก ๆ ยังไง ๆ อยู่ ทางทีมงานก็เลยนำเจ้า Galaxy S21 และ Galaxy S20 FE 5G ไปถ่ายรูปแบบช็อตต่อช็อต เทียบให้เห็นภาพกันไปเลยว่ารุ่นไหนทำผลงานอออกมาได้ดีกว่ากัน


 

ด้วยความที่ทั้ง Galaxy S21 และ Galaxy S20 FE 5G ต่างใช้กล้องหลักชุดเดียวกัน ทำให้พอถ่ายเทียบแบบนี้ก็แทบจะแยกไม่ออกเลยว่าภาพไหนดีกว่ากัน คือทุกอย่างเหมือนกันราวกับแพะกับแกะเลย


 

ส่วนกล้อง Ultra-Wide ตรงนี้จะสังเกตเห็นได้ชัดว่าภาพที่ได้จาก Galaxy S20 FE 5G จะมีภาพกว้างกว่าของ Galaxy S21 แบบชัดเจน แต่ถ้ามองในเรื่องของแสง อันนี้ดูเหมือนว่าจะให้ความรู้สึก Mood and Tone ที่ต่างกัน Galaxy S21 จะค่อนไปทางเย็น ๆ ส่วน Galaxy S20 FE 5G นั้นติดเหลืองไปเลย


 

มาถึงกล้อง Telephoto กันบ้าง ตรงนี้ในทางทฤษฎีแล้ว Galaxy S21 ควรจะทำผลงานออกมาได้ดีกว่า เพราะสเปคตัวเซ็นเซอร์นั้นเหนือกว่า Galaxy S20 FE 5G แบบชัดเจน (64MP vs 8MP) แต่เมื่อลองเอาไปถ่ายเทียบแล้ว ภาพที่ได้จากทั้งสองรุ่นแทบจะมองไม่เห็นความแตกต่างเลย


 

และเมื่อลองดันซูม Digital ที่ 30x ตรงนี้จะเห็นแบบชัดมากว่าการที่ Galaxy S21 มี Lock Mode นั้นช่วยให้ได้ภาพที่ชัดและมีความละเอียดชัดกว่าของ Galaxy S20 FE 5G ที่ไม่มีใส่มาให้แบบจริง ๆ


 

ในส่วนกล้องหน้า แม้ว่า Galaxy S21 จะให้เซ็นเซอร์ที่มีความละเอียดน้อยกว่า Galaxy S20 FE 5G แต่ส่วนตัวผู้เขียนกลับชอบ Mood and Tone ภาพที่ได้จาก Galaxy S21 มากกว่านะ รู้สึกว่าภาพของ Galaxy S20 FE 5G มันแอบซีดไปนิดนึง


 

สำหรับการถ่าย Night Mode ตรงนี้ Galaxy S21 กินขาด สังเกตจากป้ายโฆษณามุมขวาบน ภาพของ Galaxy S21 นั้นจะมีความชัดกว่า Galaxy S20 FE 5G แบบมาก ๆ แต่น่าเสียดายที่ภาพของ Galaxy S21 ดันเจอปัญหาแฟลร์เข้าไปซะงั้น

การถ่ายวิดีโอ

มาถึงเรื่องของการถ่ายวีดีโอกันบ้างที่ Galaxy S21 จะสามารถถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุดได้ถึง 8K ในขณะที่ Galaxy S20 FE 5G สามารถถ่ายวีดีโอได้สูงสุดแค่ 4K เท่านั้น ตัวสีสันของภาพในวีดีโอรวมถึงความนิ่งในการกันสั่น ถือว่าทำได้ใกล้เคียงกันมาก แต่ในเรื่องของการบันทึกเสียงตัว Galaxy S21 จะทำได้ดีกว่าเพราะมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนมาให้มากถึง 3 ตัว ในขณะที่ S20 FE 5G มีแค่ 2 ตัวครับ

แม้สเปคกระดาษของกล้องทั้งสองรุ่นนั้นแทบจะไม่แตกต่างกันมาก แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือซอร์ฟแวร์และการประมวลผลภาพของ Galaxy S21 ที่ทำออกมาได้ต่างกันพอสมควร เนื่องจากตัว OneUI 3.1 บน Galaxy S21 นั้นจะมีฟีเจอร์กล้องและโหมดกล้องใหม่เข้ามาด้วย อาทิ Zoom Lock สำหรับการถ่ายภาพซูมระยะไกลให้นิ่งมากขึ้น, อัปเกรดให้ระบบกันสั่น Super Steady ให้นิ่งและลื่นกว่าเดิม เพราะสามารถถ่ายได้แบบ 60 fps แล้ว, Director’s View Video หรือมุมมองผู้กำกับ สำหรับการถ่ายวีดีโอที่มีการพรีวิว 3 ระยะเลนส์ของกล้องได้ขณะถ่ายไปด้วย และ Filter ใหม่ในโหมด Portrait (ที่แต่ก่อนชื่อ Live Focus) ที่ Galaxy S20 FE 5G 5G ไม่มีนั่นเองครับ

แบตเตอรี่

Galaxy S21 / Galaxy S20 FE 5G 

จากการทดสอบการใช้งานทั่วไป โดยทำการตั้งค่าเป็นหน้าจอเป็นแบบ 120 Hz ทั้งคู่ ไม่ว่าจะ เล่นเกม, ถ่ายภาพถ่ายวีดีโอ, เล่น Social Media, ดูหนังดูซีรี่ย์ ก็พบว่า Galaxy S20 FE 5G 5G (ภาพขวา) ที่มีแบตเตอรี่ 4,500 mAh มีความอึดที่ใกล้เคียงกับ Galaxy S21 แบต 4,000 mAh อยู่พอสมควร ซึ่งทั้งสองรุ่นนั้นสามารถใช้งานได้ทั้งแบบเหลือ ๆ และที่สำคัญทั้งสองรุ่นก็รองรับระบบชาร์จเร็วแบบ Super Fast Charging 25W เหมือนกัน (ต้องซื้อแยกเอง) โดยสามารถชาร์จตั้งแต่ 0-50% ได้ภายในเวลา 30 นาที จากการทดสอบทั้งสองรุ่นจะชาร์จเต็มได้ในเวลาใกล้เคียงกัน ราว ๆ 1 ชั่วโมงนิด ๆ รวมถึงยังรองรับระบบ Wireless Charging หรือการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi ที่ความเร็วสูงสุด 15W และสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เครื่องอื่นได้อย่าง สมาร์ทวอทช์, หูฟัง, สมาร์ทโฟน ด้วยฟีเจอร์ Reverse Wireless Charging นั่นเองครับ

สรุปแล้ว.. Galaxy S20 FE 5G ก็เพียงพอไหม หรือเพิ่มเงินจัด Galaxy S21 ไปเลย?

ถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ยังไงผู้เขียนก็อยากแนะนำให้เพิ่มเงินอีก 4,000 บาท แล้วจัด Galaxy S21 ไปเลย เนื่องจากได้สเปคและฮาร์ดแวร์ที่จัดเต็มกว่ามาก ๆ แทบจะไม่มีกั๊กในส่วนไหนเลย จอ OLED ก็เกรดดีกว่า ค่ารีเฟรชเรท 120Hz ก็ลื่นไหลกว่า รวมถึงชิปเซ็ตตัวใหม่ Exynos 2100 ที่มีการจัดการพลังงานที่ดีกว่าชิปเรือธงที่มีขั้นตอนการผลิตที่ขนาด 7 นาโนเมตร

…แต่ถ้างบถึงแค่ Galaxy S20 FE 5G จริง ๆ มือถือรุ่นนี้ก็ไม่ได้มีสเปคที่น่าเกลียดอะไรนะ ทุกอย่างยังถือว่าอยู่ในเกรดเรือธงอยู่ (เพียงแต่บางอย่างอาจจะมีการลดต้นทุนการผลิตไป) กล้องถ่ายรูปก็ทำออกมาได้ดีพอ ๆ กับ Galaxy S21 แถมสามารถเพิ่ม microSD Card ได้อีก นอกจากนี้ยังได้รับอัปเดต Security Patch แบบยาว ๆ 4 ปีอีกด้วย (Galaxy S21 ก็ได้เหมือนกัน)

 

 

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s21-vs-galaxy-s20-fe-5g-compare/

Samsung Galaxy S20 FE ได้อัปเดตเป็น One UI 3.1 แล้ววันนี้

หลังจากที่ Samsung ได้ปล่อยเฟิร์มแวร์อัปเดต Galaxy S20 FE เป็น OneUI 3.0 ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 11 ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็ได้รับการอัปเดตเพิ่มเติมอีกครั้งเป็นเวอร์ชั่นที่ใหม่กว่าเดิม คือ OneUI 3.1 ตัวเดียวกับที่อยู่บน Samsung Galaxy S21 Series นั่นเองครับ

Samsung ออกอัปเดต OneUI 3.1 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่างการปรับเปลี่ยนหน้าตา UI ใหม่ในบางส่วน, ปรับหน้า Google Discover ให้มาอยู่หน้า Home Screen ให้ผู้ใช้สามารถเลือกสลับมาทดแทน Samsung Daily ได้, ภาพพื้นหลังสำหรับวิดีโอคอลที่หลากหลายมากขึ้น เป็นต้น หมายเลขบิลด์เฟิร์มแวร์ของ Galaxy S20 FE คือ G781BXXU2CUB5 ขนาดประมาณ 1.7 GB ถือว่าใหญ่พอสมควรเลยทีเดียว

เบื้องต้นจะมีการปล่อยให้ 16 ประเทศในแถบทวีปยุโรปได้อัปเดตกันก่อน ซึ่งนั่นก็คือ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม กรีซ โรมาเนีย สเปน เยอรมนี สาธารณรัฐเช็ก สวิสเซอร์แลนด์ อิตาลี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สโลวีเนียบอลติก โปรตุเกส โปแลนด์ ปิดท้ายด้วยภูมิภาคนอร์ดิก (ยังไม่มีประเทศไทยครับ)

คาดว่าในส่วนของเครื่องศูนย์ไทยคงจะได้รับอัปเดตตามมาในช่วงไม่อีกสัปดาห์นี้ก็เป็นได้… สามารถตรวจตอบโดยดูจากเมนู Software Update บนตัวเครื่องได้ และสำหรับใครที่อยากรู้ว่าตัว OneUI 3.1 มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเวอร์ชั่นเดิมบ้าง ? ทาง DroidSans ก็เคยรวบรวมเอาไว้ให้แล้ว ดูได้จากลิงก์ด้านล่างครับ

ที่มา : sammobile

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s20-fe-oneui-3-1-update-released/

Galaxy S20 FE ได้รับแพทช์อัปเดตเพื่อแก้ไขปัญหาจอเพี้ยนแล้ว

Galaxy S20 FE (Fan Edition) ที่ได้เปิดตัวมาเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็ได้เซอร์ไพรส์วงการสมาร์ทโฟนด้วยมือถือเรือธงรุ่นเล็กพร้อมสเปคจัดเต็มมากมายในราคาที่จับต้องได้ แต่พักหลัง ๆ จะสังเกตได้ว่าผู้ใช้งาน Galaxy S20 FE บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าหน้าจอประสบกับปัญหาทัชเพี้ยน จน Samsung ต้องออกแพทช์อัปเดตแก้ไข ซึ่งเหมือนว่าแก้ไขกี่รอบ ๆ ปัญหานี้ก็ดูเหมือนว่าจะไม่หายไปง่าย ๆ

ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์หน้าจอทัชเพี้ยน (ที่พี่ Gimme ของเราก็เจอ) ขึ้น ทาง Samsung ก็ไม่รอช้า รีบปล่อยแพทช์อัปเดตมาแก้ปัญหาในชุดนี้อย่างเร่งด่วน ซึ่งตอนแรกดูเหมือนว่าปัญหานี้จะหายไปแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ใช้งานบางส่วนยังประสบพบเจอกับปัญหาจอเพี้ยนนี้อยู่ แม้จะกดอัปเดตไปแล้วก็ตาม

พอเป็นแบบนี้แล้ว ทาง Samsung เลยปล่อยแพทช์อัปเดตใหม่ (อีกรอบ) เพื่อมาแก้ไขปัญหาจอทัชเพี้ยนนี้ ซึ่งหากสังเกตจากข้อมูลใน Update Log จะเห็นว่าปัญหาจอเพี้ยนนี้ มีแพทช์แก้ไขออกมาหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังไม่หายซักที โดยถ้าใครถือ Galaxy S20 FE อยู่ คงจะจำได้แล้วว่ารอบนี้เป็นครั้งที่ 2 – 3 ครั้งแล้วที่ Samsung พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้

โดยแพทช์อัปเดตที่ Samsung ได้ปล่อยให้กับ Galaxy S20 FE เพื่อแก้ไขปัญหาจอเพี้ยนนี้มีชื่อว่า G781BXXU1ATK1 ที่มาพร้อมกับ Security Patch ของเดือนพฤศจิกายน ซึ่งก็ต้องลุ้นว่ารอบนี้นี่แหละจะการแก้ไขปัญหาทุกสิ่งอย่าง เพราะว่ากันตามตรง ปัญหาทัชเพี้ยนนี้ถือว่าส่งผลไม่น้อยเวลาเล่นเกมที่ต้องใช้การสัมผัสหลาย ๆ จุด

สำหรับปัญหาที่ผู้ใช้งานเจอก็จะเป็นในเรื่องของปัญหาหน้าจอที่หยุดทำงานไปดื้อ ๆ เสียอย่างนั้น หรือบางครั้งระบบทัชก็กระตุกไม่ตามนิ้วมือ หรือหนักหน่อยบางรายถึงกับต้อง Reboot ตัวเครื่องเพราะไม่สามารถใช้งานได้กันเลยทีเดียว สร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้งานมากมาย อีกทั้งยังทำให้บางคนที่กำลังคิดจะซื้อ Galaxy S20 FE อยู่อาจจะต้องครุ่นคิดกันใหม่อีกรอบหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ตอนนี้ทาง Samsung จะเริ่มปล่อยอัปเดตแก้ไขนี้ให้กับ Galaxy S20 FE ที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 865 ก่อนนะครับ ส่วนรุ่น Exynos 990 จะค่อย ๆ ทยอยตามมาเรื่อยๆ

Source: GizmoChina

from:https://droidsans.com/galaxy-s20-fe-recieved-yet-another-bug-fix-for-screen-issues/

เป็นกันหรือไม่? Samsung Galaxy S20 FE ยังคงมีปัญหาระบบสัมผัสแม้อัปเดตซอฟท์แวร์ใหม่

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา Samsung เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง Galaxy S20 FE หรือ Fan Edition ที่มีทั้งรุ่นรองรับ 4G และ 5G กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ได้รับความน่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะได้ชิปประมวลผลตัวแรงอย่าง Snapdragon 865 ในราคาที่จับต้องได้ง่าย

จากการเปิดตัว Galaxy S20 FE ทำให้สมาร์ทโฟนในไลน์เดียวกันอย่าง Galaxy S20 และ Galaxy S20 Plus เรียกว่าถูกเมินกันไปเลยทีเดียวเนื่องจาก Galaxy S20 FE มีความคุ้มค่าต่อราคาที่สูงกว่ามาก ฃถึงแม้ว่าตัว Galaxy S20 FE จะมีราคาที่ถูกน่าซื้อก็จริงแต่ก็ดูเหมือนจะมีปัญชวนรำคาญใจไม่น้อย

ผู้ใช้งานหลายคนต่างรายงานว่า Samsung Galaxy S20 FE มีปัญหาหน้าจอด้านการสัมผัส โดยบางครั้งหน้าจอเกิดอาการค้างหรือสัมผัสไม่ติด บางครั้งก็มีอนิเมชันแปลก ๆ ขึ้นมา ด้วยปัญนี้เองทำให้ Samsung ต้องออกซอฟท์แวร์แก้ไขมาถึง 3 ครั้งแล้ว ซอฟท์แวร์อัปเดตตัวแรกมาในช่วงสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคมมีรหัส G78xxXXU1ATJ1 และไม่นานก็ปล่อยอัปเดตรหัส G78xxXXU1ATJ5 ตามมาต่อ แต่ถึงสองครั้งแล้วก็ยังไม่หายดีเสียทีเดียวจนมาถึงรอบที่สาม

Samsung เริ่มปล่อยอัปเดตซอฟท์แวร์แก้ไขสำหรับ Galaxy S20 FE ครั้งที่สามภายใต้รหัส G781BXXU1ATK1 พร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยประจำเดือนพฤศจิกายน ซึ่งในเวอร์ชันนี้ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาระบบทัชสกรีนได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็แก้ปัญหาเรื่องระบบซูมของตัวเครื่องได้แล้ว

คาดว่า Samsung น่าจะสามารถแก้ระบบสัมผัสได้อย่างสมบูรณ์ในอัปเดตรอบหน้า ต้องรอดูกันอีกทีครับ

ข่าว: เป็นกันหรือไม่? Samsung Galaxy S20 FE ยังคงมีปัญหาระบบสัมผัสแม้อัปเดตซอฟท์แวร์ใหม่ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/11/10/samsung-galaxy-s20-fe-touch-issues-even-get-new-software.html

เสียงตอบรับจากสื่อทั่วโลกต่อ Galaxy S20 FE สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม ในราคาที่เข้าถึงได้

Galaxy S20 FE สมาร์ทโฟนที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่ากาแลคซี่แฟนทั่วโลก ด้วยประสิทธิภาพอันทรงพลัง จอแสดงผลที่สมจริงลื่นไหล กล้อง AI สุดล้ำ แบตเตอรี่อึดทนนาน และดีไซน์สุดพรีเมียม พร้อมทั้งฟีเจอร์สำคัญๆ ในราคาจับต้องได้ ซึ่งหลังจากงานเปิดตัว สื่อมวลชนทั่วโลกที่ได้ทดลองสัมผัสก็ได้ให้ผลตอบรับเป็นอย่างดี มาดูกันว่าพวกเขามีความคิดเห็นและความประทับใจต่อ Galaxy S20 FE กันอย่างไรบ้าง

Samsung Galaxy S20 FE

“Galaxy S20 FE มาพร้อมกับฟีเจอร์อันโดดเด่น สำหรับสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมในปี 2020 ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอรีเฟรชเรท 120Hz หรือ ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865 ที่เป็นตัวขับเคลื่อน
สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ในปี 2020”
 จาก Business Insider

“S20 FE เป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่นำเสนอประสบการณ์อันครบครันในราคาที่น่าสนใจ” จาก CNET

“Galaxy S20 FE เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนสุดฮิตที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจากซัมซุง” จาก Android Authority

“Galaxy S20 FE เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองกับสถานการณ์ในปัจจุบันได้อย่างยอดเยี่ยม” จาก The Verge

อย่ารอช้า จัดเลย! Samsung Galaxy S20 FE ที่มีมาให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นได้แก่ Galaxy S20 FE และ Galaxy S20 FE 5G โดยมี 6 สีสันสุดโดนใจ ทั้ง Cloud Navy, Cloud Lavender, Cloud Mint, Cloud Red, Cloud Orange และCloud White พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ ในราคาเริ่มต้นเพียง 18,810 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น ที่ Samsung Experience Store หรือสามารถสั่งซื้อได้ทาง Samsung.com และร้านค้าที่ให้บริการ

โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-s20/galaxy-s20-fe/

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Samsung ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EOTbN5

from:https://www.mobileocta.com/global-media-response-to-galaxy-s20-fe/

ผู้ใช้ Galaxy S20 FE หลายรายพบปัญหา กล้องหลังวางตำแหน่งเบี้ยว ไม่อยู่กึ่งกลางอย่างที่ควร

หลังจากเปิดตัวไปเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาสำหรับมือถือระดับเรือธงรุ่นเล็ก Lite Flagship ของ Samsung อย่าง Galaxy S20 FE โดยกระแสตอบรับบอกเลยว่าดีมากและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า Galaxy S20 FE จะเจอเข้ากับปัญหาเสียแล้ว เนื่องจากมีกลุ่มผู้ใช้งานหลายรายแจ้งตรงกันว่า กล้องหลังของ Galaxy S20 FE มีการจัดวางที่เบี้ยว ไม่อยู่กึ่งกลางอย่างที่ควรจะเป็น รวมถึงเกิดเสียงดังข้างในเมื่อเขย่าเครื่องอีกด้วย 


ภาพจากคุณ : Vorasret สมาชิกกลุ่ม Samsung Galaxy S20 FE Thailand

กล้องหลังของ Galaxy S20 FE มีด้วยกันทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องอัลตร้าไวด์ 12 MP กล้องหลัก 12MP และกล้องเทเลโฟโต้ 8MP ไล่จากบนลงล่าง โดยกล้องที่มีปัญหาคือ กล้องอัลตร้าไวด์และกล้องหลัก อาการคือ โมดูลกล้องภายในไม่อยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางอย่างที่ควรจะเป็น สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้ ผู้ใช้บางรายยังแจ้งว่า พบอาการเขย่าแล้วมีเสียงดัง “แกร๊ก ๆ” ร่วมด้วย

เรื่องดังกล่าวเกิดเป็นข้อถกเถียงกันในกลุ่ม Facebook โดยมีสมาชิกบางส่วนให้ความเห็นว่า ระบบกันสั่น OIS ภายในตัวกล้องเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดทั้งอาการกล้องเอียงและมีเสียงเมื่อเขย่า อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากสเปคของ Galaxy S20 FE จะเห็นได้ว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไม่มีระบบกันสั่น OIS ภายในเลนส์อัลตร้าไวด์ ดังนั้น ข้อสังเกตดังกล่าวจึงถูกต้องเพียงแค่ครึ่งเดียว (สำหรับกล้องหลัก)

สเปคกล้องหลัง Galaxy S20 FE

  • Ultra-wide : 12MP (ƒ/2.2), มุมกว้าง 123 องศา
  • Wide : 12MP (ƒ/1.8), Dual Pixel AF, OIS
  • Telephoto : 8MP (ƒ/2.4), Space Zoom 30 เท่า, Tracking AF, OIS

เหตุการลักษณะนี้เกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วกับ Galaxy Note 9 ซึ่ง Samsung ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า เกิดจาก OIS โดยเรือธงรุ่นนี้มี OIS ในกล้องทั้ง 2 ตัวจริง ๆ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร แต่กับ Galaxy S20 FE ในคราวนี้ ดูเหมือนปัญหาจะมาจากเหตุผลด้านการผลิตและประกอบเครื่องเสียมากกว่า


กล้องหลังของ Galaxy Note 9 ไม่อยู่ในตำแหน่งกึ่งกลาง เนื่องจาก OIS

ณ ตอนนี้ยังไม่มีคำชี้แจงใด ๆ จาก Samsung แต่สมาชิกกลุ่มบางส่วนนำ Galaxy S20 ของตนไปเคลมกับศูนย์ฯ และได้รับการเปลี่ยนตัวเครื่องใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับใครที่เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อยู่ก็อย่าลืมเช็กอาการกล้องหลังของตัวเองกันด้วยนะครับ หากมีปัญหาก็ติดต่อศูนย์บริการ Samsung โดยตรงได้เลย

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s20-fe-camera-not-centered/