คลังเก็บป้ายกำกับ: GALAXY_S10

[Review] รีวิว Galaxy S10 | Galaxy S10+ รวมสิ่งที่ชอบ และปัญหาที่เจอ หลังจากใช้งานไปกว่า 2 สัปดาห์

สงครามมือถือตอนนี้ยังคงดุเดือดและกำลังเริ่มมีการเติมเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาอีกรอบเพราะการแข่งขันที่สูงขึ้น Samsung Galaxy S10 ก็เป็นอีกรุ่นที่ปล่อยของใหม่ๆ ออกมาเพียบ เรียกว่าจัดเต็มกว่ารุ่นก่อนๆ ที่เคยปล่อยออกมาเลยก็ว่าได้ รีวิว Galaxy S10 | S10+ ก็จะเน้นประสบการณ์ใช้งานล้วนๆ ซึ่งผมเองก็ถือมาจนมันชินมือไปแล้วเรียบร้อย แต่จะขอบอกเล่าความรู้สึกตั้งแต่แรกที่ใช้งานกันเลย ว่าต้องทนกับอะไรมาในช่วงแรก และอะไรที่ทำมือถือรุ่นนี้น่าสนใจ

ดีไซน์ตัวเครื่อง

อย่างแรกที่ทุกคนเห็นแน่นอนว่าต้องเป็นหน้าตาและดีไซน์ของมัน มองผ่านๆ แว่บแรก แม้มันจะดูคล้าย Galaxy S รุ่นก่อนๆ แต่อย่างนึงที่ต้องสะดุดตาแน่นอนคือหน้าจอที่ใหญ่ และขอบจอด้านบนนั้นบางเฉียบกว่าเดิม

Infinity O คือชื่อเรียกหน้าจอชนิดใหม่นี้ (Galaxy S10+ นี่มันควรจะเรียกว่า Infinity OO มากกว่า) กับจอ Super AMOLED เจาะรู แรกๆ มันก็ขัดหูขัดตานิดหน่อย แต่ไม่นานก็ชินไปเอง เหมือนตอนที่เราต้องปรับตัวกับจอติ่งนั่นแหละ แต่บางคนก็บอกวาแบบนี้มันดูล้ำกว่า แต่ส่วนตัวผมว่ามันไม่ต่างอะไรเท่าไหร่ ซึ่งหากถามว่ากล้องที่อยู่บนรูนั้นมันกินพื้นที่ไหม ปกติแล้วการเปิดแอปเต็มจอหรือเกมนั้นจะมีการเว้นแถบดำให้กับส่วนของกล้องอยู่แล้ว คือมันจะดำไปทั้งแถบ แต่ในบางแอปเช่นเวลาดูหนังอันนั้นมีสิทธิ์จะโดนบังได้หากขยายเต็มจอ

ส่วนหน้าจอ Dynamic AMOLED ต่างหากที่น่าจะเป็นไฮไลท์ เพราะตอนแรกที่เห็นจอแบบยังไม่รู้สเปคอะไรเลยก็รู้สึกว่ามันแตกต่าง คือมันดูนิ่ง มันดูเนียนตาแบบอธิบายไม่ถูก แต่เอาเป็นว่าผมชอบ dynamic display มากกว่า infinity o

ส่วนขนาดของตัวเครื่อง S10+ นั้นจริงๆ มันก็พอๆ กับ Galaxy Note 9 ครับ ความกว้างและสูงต่างกันนิดเดียว แต่ S10+ บางกว่า ด้วยความบางของมันแน่นอนว่าจับถือง่ายสบายมือกว่าเดิม แต่มันทำให้เกิดปัญหาอย่างนึงตามมาคือ อุ้งมือเราจะไปแตะโดนขอบจอได้ง่ายขึ้น ทั้งตัวผมเองรวมถึงคนที่ได้ลองก็บ่นคล้ายๆ กัน บางคนก็บอกว่าเหมือนตัวป้องกันระบบสัมผัสขอบโค้งจอมันไม่ดีเหมือนรุ่นก่อนๆ ซึ่งในรุ่น Galaxy S10 เราก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน แม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็กกว่า

ปัญหาขอบจอนี่เบื้องต้นพอใส่เคสเข้าไปแล้วมันช่วยได้ระดับนึงครับ แต่คนที่ไม่ชอบใส่เคสน่าจะต้องทนรออัพเดทแก้ไขปัญหานี้กันต่อไป อีกประเด็นที่ขอบ่นต่อ เรียกว่าบ่นมาตั้งแต่ตอนพรีวิวแล้วคือปุ่มมันสูงเกินไป จะสูงไปไหน นี่จะสุดขอบจอบนอยู่แล้ว ซึ่งปัญหานี้จะไม่เกิดหากใช้ระบบสแกนนิ้วมือ หรือสแกนใบหน้า เพราะมันไม่ต้องเอื้อมนิ้วไปให้ถึงปุ่มเปิดเครื่อง

ลองไล่ย้อนอ่านไปนี่เหมือนจะบ่นซะเยอะเลยฮ่าๆ แต่ก็อย่างที่บอกการเปลี่ยนแปลงรอบนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ

ซอฟต์แวร์และการใช้งาน

ส่วนของฟีเจอร์และการใช้งานต่างๆ อันนี้ผมว่าการมาของ One UI นั้นทำให้การใช้งานโดยรวมดูดี ลื่นขึ้น แต่ก็เป็นอีกจุดนึงที่ต้องเรียนรู้เพิ่ม เพราะปรับหน้าตาและการเรียกหลายๆ ฟังก์ชั่นใหม่ หลักๆ ที่หลายได้ คนงงกันคือการเปิด Multi windows และ Pop up view ที่ต้องเรียกจากหน้า Recent App หรือ Overview ขึ้นมาแล้วไปแตะบน icon แอป เรียกว่าใช้รูปแบบเดียวกับระบบ Android Pie หรือเดินตามรูปแบบของ Google นั่นเอง

RAM ที่ให้มาเยอะถึง 8GB นั้นจริงๆ เกินพอสำหรับแอปมือถือแล้ว แต่ก็ถือว่าไปข่วยในส่วนของ Samsung DEX แทน ซึ่งถ้าใครใช้ประจำจะรู้สึกว่ามันดีกว่าเดิม

สเปคและการเล่นเกม

ชิปเซ็ตและพลังประมวลนั้น Exynos 9820 นั้นหากเทียบกับ Snapdragon 855 ในการประมวลผลหรือทำการทดสอบบางอย่างนั้นก็มีผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะบ้าง ในแง่ของความเป็นชิปเรือธงแล้ว ชื่อชั้นถือว่าใกล้เคียงกันได้อยู่

คลิปรีวิว Galaxy S10

ส่วนการเล่นเกมนั้นชิประดับนี้ไม่มีปัญหาอะไร (ดูในคลิปได้ช่วงนาทีที่ 12 เป็นต้นไป) แต่ส่วนใหญ่ CPU นั้นจะถูกตั้งค่าให้เหมาะกับการใช้งานทั่วไป และประหยัดพลังงานในระดับนึง หากใครที่เป็นสายเกมจริงจังอยากรีดพลังออกมาแบบสุดๆ ก็ต้องไปตั้งค่าเพิ่มใน Game Launcher

 

การเชื่อมต่อต่างๆ

Galaxy S10 นั้นเรียกว่าเป็นรุ่นที่ให้การเชื่อมต่อต่างๆ ครบมากๆ รุ่นนึง สำหรับสายอนาล็อกก็น่าจะยังแฮปปี้กับช่องหูฟัง 3.5 ที่ยังไม่อุดรูหนีไปไหน มีให้ทั้งรุ่น S10 และ S10+

ส่วนการเชื่อมต่อแบบไร้สายนั้นก็มาครบ Bluetooth 5G ส่วน WiFi นั้นนอกจาก 2.4GHz และ 5GHz แล้วยังรองรับการเชื่อมต่อ WiFi 6 หรือ 802.11ax ที่รับส่งข้อมูลได้ในระดับ gigabit ซึ่งในตอนนี้อาจจะยังไม่มีเปิดให้ใช้งานสักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นมาตรฐานอนาคตที่มารออยู่ในเครื่องแล้ว สามารถทำ WiFi Bridge แชร์การเชื่อมต่อเน็ตจาก WiFi ไปยังเครื่องอื่นๆ ได้ด้วย แต่ที่แอบประหลาดใจคือในโหมด WiFi Hotspot นั้นกลับไม่มีฟีเจอร์ให่ตั้งค่าว่าเราจะแชร์ WiFi ผ่าน 2.4GHz หรือ 5GHz

 

ความปลอดภัย

สแกนลายนิ้วมือ Ultrasonic ฟีเจอร์นี้ผลตอบรับแตกต่างกันพอสมควร ไอ้คนที่สแกนได้ง่ายมันก็ง่ายสุดๆ เร็วมากๆ เร็วกว่าหลายยี่ห้อ ส่วนคนที่เจอปัญหาว่าสแกนยากนี่ทำยังไงก็ไม่ติด ส่วนตัวผมแนะนำให้ลองสแกนบันทึกนิ้วใหม่ แปะเบาๆ พอให้มันสั่น ไม้ต้องตะบี้ตะบันกดลงไป

ส่วนเรื่องฟิล์มกระจก ติดได้ไหม ติดแล้วสแกนนิ้วผ่านหรือเปล่า ขอยกยอดไว้ก่อน ถ้ามีออกมาหลายๆ ยี่ห้อแล้วจะมาเทสให้ดูอีกที ส่วนตัวผมยังใช้ฟิล์มที่ติดมาจากในกล่องอยู่เลย

ส่วนเรื่องสแกนใบหน้าปลดล็อคที่หลายคนบ่นว่าไม่ปลอดภัย สแกนรูปก็ปลดได้มันก็ตามนั้นครับ เพราะตอนจะลงทะเบียนใบหน้ามันก็ขึ้นมาเตือนนอยู่แล้วว่าเน้นให่ฝ้ปลดล็อคได้ง่าย ความปลอดภัยต่ำ จริงๆ ก็มีขึ้นเตือนมาทุกรุ่นเพราะกล้องหน้ามันเก็บภาพ 2D เป็น 2 มิติ ถ้าจะเอาปลอดภัยก็สแกนนิ้วเถอะ

ระบบเสียง

ลำโพงสเตอริโอของ Galaxy S นั้นมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องของความดังและเนื้อเสียง ตอน Galaxy Note 9 ว่าดังแล้ว ใน Galaxy S10 นี่ก็ยังดังขึ้นได้อีก มิติดีขึ้น เบสมามากกว่าเดิม

แม้ว่าส่วนลำโพงด้านท้ายเครื่องจะแอบดังกว่าลำโพงที่อยู่บนหน้าจอหน่อยๆ แต่เนื้อเสียงและมิตินั้นปรับมาได้ลงตัว เวลาดูหนังไม่ว่าจะ youtube หรือ netflix ก็รู้สึกว่าเสียงนั้นไม่เอียงไปที่ลำโพงท้ายเครื่อง แถมยังมีมิติซ้ายขวาที่ชัดเจนมากๆ

กล้องถ่ายภาพ

การใส่กล้องหลังมา 3 ตัวใน Galaxy S10 นั้นหลักๆ ก็เพราะสงครามกล้องสมาร์ทโฟนอย่างแท้จริง ซึ่งทาง Samsung เองก็ได้เตรียมของเอาไว้ปล่อยซัดกับชาวบ้านเหมือนกัน โดยจัดเพิ่มเลนส์ Ultra Wide เข้ามาอีกหนึ่ง จุดที่ประทับใจคือกล้องทั้ง 3 ระยะนั้นให้สีสัน ความสว่าง และ White balance ในระดับเดียวกัน คือสลับกล้องไปมาแล้วไม่เหวอ จะถ่ายจากกล้องไหนความสว่างและโทนสีมาแนวเดียวกันหมด แม้จะเป็นเซนเซอร์คนละตัว อันนี้ถือว่าทำได้ดี

ส่วนโหมดการถ่ายภาพที่ทุกคนรอคอยอย่าง Bright Night ซึ่งเป็นการถ่ายภาพแบบ Multiframe แล้วเอามารวมกันในเวลากลางคืนหรือที่แสงน้อยนั้น ช่วยให้ภาพ Samsung ดูสว่างขึ้น ส่วนที่เป็น noise ต่างๆ ก็ลดน้อยลงไปอีก เรียกว่าเกลี่ยภาพได้ละมุนกว่า Night Mode แบบเดิม

ซึ่งจากที่ลองเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ แล้วโหมด Bright Night ของ Samsung ก็จะมีสไตล์ที่แตกต่างกัน หลักๆ ที่เห็นคือหากเป็นการถ่าย night scape ท้องฟ้ากลางคืนนั้น จะไม่มีการเสกให้มันดูสว่างขึ้นมาทั้งภาพ เรียกว่าภาพกลางคืนมันก็จะยังคงเป็นภาพกลางคืนอยู่ แต่ได้รายละเอียดที่มากขึ้น ซึ่งถ้าไปลองไล่ดูภาพถ่ายในโหมด Multiframe ของแต่ละค่ายก็จะเห็นเลยว่าทั้ง Pixel, Huawei, OPPO, OnePlus หรือ Xiaomi ก็จะมีสไตล์ภาพของตัวเอง

แต่มีแอบเซ็งก็ตรงที่มันไม่ยอมให้เราเปิดใช้งานเองนี่แหละ ต้องไปเรียกผ่าน Auto scene detection ซึ่งตรงจุดนี้ผมรู้สึกว่าการตรวจสอบซีนต่างๆ ของ Galaxy S10 นั้นแอบช้ากว่าตอน Note 9 อยู่หน่อยๆ น่าจะต้องมีการอัพเดท software ตามมาแก้ปัญหาเพิ่ม

ส่วนกล้องหน้าของ Galaxy S10 และ Galaxy S10+ ที่ต่างกันมีทั้งกล้องคู่และเดี๋ยวนั้น ส่วนตัวยังไม่เห็นความแตกต่างมากนักในการใช้งาน คือกล้องคู่ของ S10+ นั้นก็มาช่วยเรื่องการถ่ายภาพ Live Focus เป็นหลัก ซึ่งกล้องเดี่ยวของ S10 นั้นก็ทำได้ดีไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

ตัวอย่างภาพถ่าย Galaxy S10+






















































 

กล้องวิดีโอ

Galaxy S10 ที่เป็นรุ่นแรกของค่ายที่เอาการถ่ายวิดีโอในรูปแบบ HDR10+ เข้ามาใช้ซึ่งหลายๆ คนน่าจะเจอปัญหาว่าทำไมเวลาถ่ายมาแล้วส่งต่อให้เครื่องอื่น หรือบางทีไปเปิดในคอมแล้วภาพมันตุ่นๆ นั่นก็เพราะอุปกรณ์นั้นๆ อาจจะไม่รองรับ HDR Log นั่นเอง แต่ถ้าเปิดในเครื่องที่รองรับบอกได้เลยว่าสีสันมันจัดจ้านมาก เพราะฉะนั้นก็ต้องเลือกเอาว่าจะใช้โหมดการถ่ายวิดีโอแบบไหน โหมดปกติ หรือโหมด HDR ในการนำเอาไปใช้งานต่อ

ส่วนโหมด Super Steady นั้นน่าจะได้เห็นการทดสอบในหลายๆ ที่แล้วรวมถึงทาง droidsans เองก็มีการทดสอบเอาไว้หลายรอบ มันกันสั่นได้จริง แต่ถ้าแสงเริ่มน้อยหรือการเคลือนไหวนั้นดุเดือดเกินไปเช่นวิ่งเร็วๆ นั้นเราก็จะได้วุ้นปนมาด้วย แต่ถ้าใช้เป็นการเดินถ่ายธรรมดาจะเนียนตามากกว่า ยังไงลองดูในคลิปได้ครับ

แบตเตอรี่

จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา Samsung Galaxy S นั้นยังไม่เคยมีรุ่นไหนที่เด่นในเรื่องแบตอึดเลยซึ่ง Galaxy S10+ ก็เช่นกัน แม้ว่าจะใส่แบตมาเยอะขึ้นเป็น 4,000 มิลลิแอมป์ แต่ด้วยตัวระบบ บริการต่างๆ ของ Samsung ที่ทำงานอยู่บนตัวเครื่อง + แอปต่างๆ ที่ลงเพิ่มไปนั้น (ลงแอปโซเชียลครบหมด) ทำให้การใช้งานโดยรวมก็จะอยู่ที่ประมาณ 1 วัน – 1 วันครึ่ง โดยประมาณ

ส่วนที่กินพลังงานมากสุดก็ยังคงเป็นหน้าจอ ซึ่งจากที่ลองเช็คๆ ดูในรุ่นนี้ screen on time ของ Galaxy S10+ สามารถอยู่ได้นานขึ้นระดับ 6-7 ชั่วโมง (ส่วนของ S10 ได้ประมาณ 5 ชั่วโมง) จากที่เคยผ่านมือมานั้นมี Galaxy A รุ่นหลังๆ ที่ระบบประหยัดพลังงานทำได้น่าพอใจจนสามารถใช้งานได้เกือบ 2 วัน ส่วนในรุ่น Flagship นั้นคงยังต้องรอกันต่อไป

ส่วนระบบชาร์จไร้สาย Wireless Power Share นั้นถือว่าจ่ายไฟได้แรงและค่อนข้างสเถียร แต่ถึงอย่างไรก็ยังเหมาะกับการชาร์จพวกอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่นนาฬิกาหรือพวกหูฟัง Bluetooth มากกว่า เพราะอุปกรณ์พวกนี้นั้นใช้พลังงานน้อย หรือหากจะเอาไปชาร์จมือถืออีกเครื่องก็แนะนำว่าปิดเครื่องนั้นซะ จะได้ไฟเต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่า

 

สรุปจุดเด่นที่เราประทับใจเอาไว้ตามนี้นะครับ

  • หน้าจอ Dynamic AMOLED ดีเกินคาด
  • วัสดุและงานประกอบยังคงความหรูหราตามสไตล์ Galaxy S
  • กล้องหลัง 3 ตัว ตอบโจทย์การถ่ายภาพ 3 ระยะ มีโหมด Bright Night มาสู่กับชาวบ้านซะที
  • กล้องวิดีโอ โหมด HDR1o+ สีสันสดใส และโหมด Action Camera กันสั่น
  • รักจริงไม่ทิ้งพอร์ทต่างๆ มีครบทั้งรูหูฟัง 3.5 และช่อง microSD
  • One UI ใช้งานได้ลื่นกว่าเดิม
  • Samsung Dex ใช้ทำงานได้แบบคอมพ์ตั้งโต๊ะ
  • การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 / WiFi 802.11ax
  • เล่น Chat / Social ได้สองแอค
  • ลำโพงคู่สเตอริโอบนเครื่องดังและมีมิติกว่าเดิม
  • Wireless PowerShare ชาร์จไร้สายให้อุปกรณ์อื่นๆ ได้
  • ติดกันรอยหน้าจอมาให้พร้อม
  • มีเคสเจ๋งๆ ให้เลือกใช้ เด็ดสุดก็ LED Back Cover (ยังไม่รวม Smart Cover ของ Galaxy Friends ที่เป็นลาย Marvel + Theme)

ส่วนปัญหาที่เจอก็มีเหมือนกัน

  • แบตยังไม่อึด มีอาการแบตไหล
  • ชาร์จนานไปหน่อย ค่ายอื่นๆ เค้าไป 20+ วัตต์กันแล้ว Galaxy S ยัง 15 วัตต์อยู่เลย
  • ขอบจอกันอุ้งมือไปโดยได้ไม่ดีเท่ารุ่นอื่น
  • แสกนลายนิ้วมือยังไม่แม่นยำมาก
  • ปล่อย WiFi hotspot เป็น 5G ไม่ได้

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ

  • รูกล้องหน้า Infinity O นั้นบังหน้าจอในบางแอปและบางเกมหากเปิดใช้งานแบบเต็มจอ
  • ปลดล็อคด้วยใบหน้าไม่ปลอดภัยเท่าหลายรุ่น
  • ภาพถ่ายกลางคืนโหมด Bright Night เปิดเองไม่ได้ มันทำงานผ่าน Auto Scene Recognition เท่านั้น
  • Bixby ยังไม่รองรับภาษาไทย (ทำมาก็ยังไม่รู้ว่าจะมีคนใช้ไหม)
  • หากเปิดหน้าจอสว่างสุด ใต้แสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน อาจจะเห็นเงาจางๆ ของตัวสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

ส่วนที่ Samsung น่าจะต้องแก้ไข

  • ความแม่นยำของแสกนนิ้วใต้หน้าจอ
  • แบตเตอรี่ไหลจากการที่หน้าจอติดตลอดเวลา
  • โหมดกล้องที่ตรวจจับ Auto Scene ช้าไปหน่อย

สุดท้ายนี้หลายๆ คนน่าจะมีคำถามสั้นๆ ง่ายๆ ว่าจะเลือก Galaxy S10 หรือ Galaxy S10+ ดีกว่ากัน ถ้าเรื่องประสิทธิภาพและการใช้งานนั้นเอาจริงๆ ไม่ต่างกันเลยครับ ส่วนกล้องหน้าคู่นั้นผมว่าไม่ใช่ปัจจัยสำคัญเท่าไหร่ไม่ต้องเอามาคำนวนก็ได้ เน้นว่าจะเลือกจอไซส์ไหนอย่างเดียวก็พอ ชอบจอเล็กพกพาง่ายหน่อยก็ไป Galaxy S10 แต่ถ้าชอบจอใหญ่ก็ตัดจบที่ Galaxy S10+ ได้เลย ไม่ต้องคิดเยอะ

from:https://droidsans.com/review-galaxy-s10-after-2-weeks/

โฆษณา

ถ้าเผลอทำ Galaxy S10 จอแตก งานนี้มีค่าเปลี่ยนจออยู่ที่เท่าไหร่

ใครๆ ก็ชอบมือถือแบบไร้ขอบกันทั้งนั้น ยิ่งไร้ติ่ง ไร้รูยิ่งดูน่าใช้ แต่มือถือหน้าจอใหญ่ๆ เวลาทำแตกขึ้นมานี่ก็จ่ายค่าซ่อมค่าเปลี่ยนจอกันหน้ามืดเลยล่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดามือถือรุ่นเรือธงทั้งหลาย เครื่องก็แพง ค่าซ่อมจอก็แพงอีก ..ฮือ ล่าสุดเรามีข้อมูลราคาหน้าจออะไหล่ของเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง Galaxy S10+ | S10 และ S10e มาฝากกันครับ

ให้ดูตารางราคาซ่อมหน้าจอที่ทาง GSMArena ไปรวบรวมมาก่อน อันนี้เป็นราคาค่าซ่อมจอในใต้หวันและออสเตรเลีย โดยมีการเปรียบเทียบให้เห็นราคาของทั้งฝั่ง Samsung และ iPhone ซึ่งจะเห็นได้ว่า ราคาค่าซ่อมจอของ Samsung นั้น Galaxy S10+ ในไต้หวันนั้นมีราคาสูงที่สุด (7,100 TWD หรือประมาณ 7,400 บาท) ซึ่งดูเหมือนว่าราคาอะไหล่จอในไต้หวันนั้นค่อยๆ แพงขึ้น

ส่วนในออสเตรเลียนั้นมีราคาแพงพอๆ กันกับ Galaxy Note 9  (320 AUD  หรือประมาณ  7,200 บาท)  และสำหรับทางฝั่ง Apple นั้น iPhone XS Max ก็ได้แชมป์ซ่อมจอแพงไปครอง (TWD 10,790 หรือประมาณ 11,100 บาท และ AUD 518.95 หรือประมาณ 11,700 บาท)

เป็นที่น่าสังเกตุว่า ค่าซ่อมจอมือถือของ iPhone ในไต้หวันนั้นจะมีราคาสูงกว่าในออสเตรลีย ในขณะเดียวกันทางฝั่ง Samsung  นั้น ราคาของสองประเทศที่ยกมาเปรียบเทียบไม่ได้แตกต่างกันมากนักเอาเป็นว่าไม่ว่าจะใช้มือถือรุ่นไหน ค่ายไหนกันอยู่ก็ดูแลกันให้ดีๆ ค่ะ เพราะเกิดเสียหายมานี่บางทีค่าซ่อมแพงจนน้ำตาไหลเลยล่ะ

ค่าซ่อมหน้าจอ Galaxy S10 ในประเทศไทย

มาถึงราคาซ่อมจอในไทยกันบ้าง ต้องบอกก่อนว่าลูกค้า Galaxy S10 นั้นคุณได้รับประกันจอแตก 1 ครั้งไปแล้ว หากไม่จำเป็นก็คงไม่ต้องเอาไปเข้าศูนย์เพื่อจ่ายค่าซ่อมกันหรอก นอกเสียจากว่าใครจะพลาดพลั้งทำหน้าจอแตกซ้ำอีกรอบ

สำหรับราคาอะไหล่หน้าจอของ Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่นนั้น เบื้องต้นเราได้ข้อมูลมาว่าอะไหล่หน้าจอของ Galaxy S10 และ S10+ มีราคาอยู่ที่ราวๆ 6,200 บาท ส่วน Galaxy S10e นั้นอยู่ที่ราวๆ 5,200 บาท ทั้งนี้ยังไม่รวมภาษีค่าซ่อมหรือค่าบริการต่างๆ ซึ่งดูแล้วก็เหมือนจะถูกกว่าที่ไต้หวันและออสเตรเลียอยู่นิดหน่อย แต่ถ้ารวมค่าบริการต่างๆ ก็น่าจะออกมาพอๆ กัน (อย่าลืมว่าของเค้าก็ยังไม่ได้รวมค่าบริการเหมือนกันนะ) ยังไงก็ระมัดระวังรักษาหน้าจอกันให้ดี อย่าทำตกเป็นพอค่ะ

from:https://droidsans.com/galaxy-s10-screen-repairs-price/

Galaxy S10 ขายดีอย่างมากในประเทศจีน ส่งผลให้ซัมซุงมีส่วนแบ่งการตลาดในจีนมากขึ้น

Samsung Electronics จัดการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี และเบริษัท ซัมซุงได้ประกาศข่าวดีสำหรับธุรกิจสมาร์ทโฟน โดยคุณ DJ Koh หัวหน้าฝ่าย Mobile มั่นใจในการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของซัมซุงในประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดที่ส่วนแบ่งการตลาดของ บริษัท ลดลงจาก 20% ในปี 2013 เป็นต่ำกว่า 1% ในปี 2018 ผู้บริหารของ Samsung บอกผู้ถือหุ้นว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงทั้งองค์กร ช่องทางการจัดจำหน่ายทำให้ยอดขายซัมซุงในจีนมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมาก

โดยล่าสุดจะนำการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกไปยังตลาดจีน ตามรอยเตอร์ ได้รายงานว่าทาง ซัมซุงเตรียมเปิดตัวมือถือใหม่ที่คาดว่าจะทำตลาดได้ดีอย่าง Galaxy Fold (หน้าจอพับได้) , Galaxy S10 5G และเทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยมอื่น ๆ ที่ บริษัท อย่าง Apple ไม่สามารถจับต่อกรได้จนถึงปี 2020

และ เพื่อผลักดันให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนเปลี่ยนมาใช้ Samsung ผู้ผลิตเกาหลีเสนอรับแลกซื้อเครื่องเก่าบน JD.com เว็บผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน โดยลูกค้าสามารถส่งนำสมาร์ทโฟนรุ่นเก่ามาแลกซื้อ Samsung Galaxy S10 ใหม่ พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 3,000 หยวน ตามแหล่งที่มายอดขายของ Galaxy S10 มากกว่าสมาร์ทโฟน Galaxy S9 สองเท่าเข้าถึงมากกว่า 500,000 เครื่องในสองสัปดาห์แรกนับตั้งแต่เปิดตัวตลาด

ข่าว: Galaxy S10 ขายดีอย่างมากในประเทศจีน ส่งผลให้ซัมซุงมีส่วนแบ่งการตลาดในจีนมากขึ้น มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/03/21/galaxy-s10-success-to-boost-samsung-share-in-china.html

Chainfire นักพัฒนาทำแอพ Hidey Hole รวมวอลเปเปอร์มีรูสำหรับ Samsung Galaxy S10,S10+ และ S10e

Chainfire นักพัฒนาชื่อดังสร้างแอพ Hidey Hole รวมเอาวอลเปเปอร์โทรศัพท์มีรูสำหรับเอามาใช้กับ Samsung Galaxy S10,S10+ และ S10e สามารถปรับแต่งรูปภาพ ความสว่าง คอนทราสต์ พิมพ์ข้อความเพิ่มเติมได้จากในแอพเลย โหลดฟรี ไม่มีการซื้อในแอพ

ผู้ใช้สามารถพิมพ์ค้นหาวอลเปเปอร์ได้ โดยใช้คีย์เวิร์ดชื่อรุ่นที่ใช้อยู่ ถือเป็นความสะดวกเพราะจะได้หารูปที่ตรงกับรุ่นที่ตัวเองมี ไม่ต้องไปเลื่อนหาตาม Reddit และ Twitter โดยรูปวอลเปเปอร์นั้นมาจากชุมชน [Reddit] (https://www.reddit.com/r/S10wallpapers/) และอัพเดตรูปใหม่ๆ ทุก 6 ชั่วโมงจากเว็บไซต์ GalaxyS10wallpapers.com

No Description
ภาพจาก GalaxyS10wallpapers.com

ที่มา – Andriod Police

from:https://www.blognone.com/node/108747

Samsung รับทราบปัญหาแสกนใต้หน้าจอใน Galaxy S10 ระบุเป็นปัญหาระดับซอฟท์แวร์ แก้ไขได้

วางขายกันไปได้สักพักแล้วสำหรับ Galaxy S10 และ Galaxy S10+ แม้ว่าหลายคนจะชอบใจในหลายฟีเจอร์ใหม่บน Galaxy S10 แต่ดูเหมือนว่าปัญหาเรื่องการแสกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอไม่ค่อยจะติด จะมีคนพบเจอมากขึ้นแม้จะลองทำตามคำแนะนำที่บางคนได้เคยบอกเอาไว้ก่อนหน้าแล้วก็ไม่หาย ซึ่งหลังจากที่เราได้คุยกับทีมพัฒนา ทางเค้าก็แจ้งรับทราบและเตรียมแก้ปัญหาให้เสร็จในเร็ววันนี้

การแสกนลายนิ้วมือใต้จอของ Galaxy S10 / S10+ นี้เรียกได้ว่าเป็นรุ่นแรกของทาง Samsung ที่ใส่ฟีเจอร์นี้มาให้ โดยเลือกใช้วิธีที่ต่างจากแสกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอของค่ายอื่นๆ ที่ใช้แบบ Optical ส่วนใน Galaxy S10 นี้จะเป็นแบบ Ultra Sonic ซึ่งทาง Samsung เคลมว่า Ultra Sonic จะดีกว่า Optical 3 ด้าน คือ

  1. สามารถใช้งานได้แม้ในที่สว่างมากๆ
  2. มีความปลอดภัยมากกว่า ปลอมแปลงด้วยภาพไม่ได้ เพราะอ่านค่าจากความลึกตื้นของลายนิ้วมือ
  3. สามารถใช้งานตอนนิ้วเปียกหรือชื้นได้

อย่างไรก็ดีแม้ว่าทาง Samsung จะแจ้งถึงข้อดีที่มากกว่าแบบออพติคัลอย่างไร แต่ถ้าการใช้งานจริงปลดล็อคยาก ก็คงจะเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดและทำให้เชื่อได้ยากว่ามันดีกว่า และยังไม่รวมถึงกรณีที่ตัวเซนเซอร์มีปัญหา จะไม่สามารถแยกซ่อมได้ เพราะมันจะติดกับหน้าจอไปเลย ต้องเปลี่ยนยกแผงรวมจำ ทำให้ค่าใช้จ่ายจะพุ่งขึ้นสูงมาก ซึ่งมีรายงานว่ากรณีที่หน้าจอส่วนเซนเซอร์นี้เป็นรอยขึ้นมาก็อาจจะทำให้ไม่สามารถใช้งานแสกนลายนิ้วมือได้เลยอีกต่างหากด้วย

ปัญหาอยู่ที่ซอฟท์แวร์ สามารถแก้ไขได้

ทางเราได้มีโอกาสพูดคุยกับทางทีมพัฒนาของ Galaxy S10 และแจ้งถึงปัญหานี้ไป ซึ่งทางเค้าแจ้งว่ารับทราบถึงปัญหาแล้ว และบอกว่าเป็นเรื่องของซอฟท์แวร์ สามารถปรับแต่งให้ดีขึ้นได้อีกอย่างแน่นอน โดยเตรียมจะปล่อยอัพเดทออกมาเพิ่มเติมเร็วๆนี้ โดยระหว่างนี้ มีคำแนะนำจากหลายแหล่ง รวมถึงทาง Samsung เอง ออกมาบอกถึงวิธีทำให้สามารถแสกนลายนิ้วมือได้ดีขึ้นอยู่ 3 วิธี ซึ่งก็น่าลองใช้ดูระหว่างที่รอการอัพเดทอย่างเป็นทางการต่อไปครับ

วิธีแก้ไขปัญหาที่หลายคนแนะนำ

  1. ลองแตะเบาๆ – วิธีแรกที่หลายคนรวมถึงเราเคยแนะนำให้ทราบกันไปแล้ว ว่าการปลดล็อคหน้าจอด้วยลายนิ้วมือนี้ ไม่จำเป็นต้องกดแรง ๆ หรือขยี้นิ้วลงหน้าจอ เพราะอาจจะทำให้ตัวเซนเซอร์มันเห็นเป็นคนละนิ้วได้ ถ้าแตะหน้าจอเบา ๆ จะทำให้ปลดล็อคได้ง่ายและรวดเร็วกว่านะ
  2. ลบและบันทึกใหม่ – เป็นวิธีสุดคลาสิก แนะนำจาก Samsung เอง โดยวิธีนี้เชื่อว่าการบันทึกลายนิ้วมือในครั้งแรกนั้น อาจจะไม่สมบูรณ์ดีเท่าไหร่ หน้าจอหรือนิ้วไม่สะอาด ทำให้การใช้งานมีโอกาสเกิดความผิดพลาดสูงได้ เมื่อลองบันทึกและลงใหม่ก็จะช่วยและปลดล็อคได้รวดเร็วขึ้นทันที
  3. บันทึกใหม่ใช้ลายนิ้วเดิม – ถ้าเกิดว่าวิธีแรกไม่หาย ให้ลองทำวิธีนี้ดูก็น่าสนใจไม่น้อย โดยเมื่อเราลงทะเบียนลายนิ้วมือเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ไปสักพักก่อนแล้วลองบันทึกลายนิ้วมือใหม่ โดยให้ลงทะเบียนด้วยนิ้วเดิมนั่นแหละ ซึ่งโดยปกติระบบจะสามารถตรวจจับได้ว่าเราเคยลงทะเบียนด้วยนิ้วนี้ไปแล้ว แต่น่าสนใจว่าในบางกรณี เช่น ครั้งแรกที่ลงทะเบียนเราอยู่ในห้องแอร์ ตัวแห้ง แล้วเมื่อลองบันทึกอีกทีเวลาอยู่ข้างนอก มีความชื้นสูง เมื่อลงทะเบียนแล้วระบบระบบกลับยินยอมให้ลงทะเบียนได้ เหมือนกับมันเห็นนิ้วเราเป็นอีกลายนึงไปเลย และเมื่อเราลงทะเบียมเพิ่มเรียบร้อยแล้วก็จะทำให้โอกาสการปลดล็อคง่ายขึ้นได้อีกนั่นเอง

จากวิธีที่ว่ามาทั้ง 3 ข้อนี้ เห็นว่าทำให้หลายคนปลดล็อคได้รวดเร็วและสะดวกขึ้นไม่น้อยแล้ว และจากข้อ 3 ก็พอสันนิษฐานได้ว่า ซอฟท์แวร์ที่ทางทีมพัฒนาบอกว่ามีปัญหานี้ อาจจะเกิดจากความพยายามตั้งค่าให้ตัวเซนเซอร์มีความไวและละเอียดในการตรวจจับสูงเกินไป แค่มีความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ก็จะปฎิเสธการปลดล็อคไปเลย จนเป็นที่มาของการปลดล็อคที่หลายคนกำลังประสบอยู่นี่เองครับ ก็หวังว่าทาง Samsung จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยไวครับ

 

from:https://droidsans.com/galaxy-s10-fingerscan-issue-samsung-acknowledge/

Samsung มีแผนพัฒนาหน้าจอ Intinity แบบใหม่ หลังจากนี้จะไม่เห็นแม้แต่รูกล้องหน้า

เรียกเสียงฮือฮากันอย่างต่อเนื่องสำหรับ Samsung ในช่วงนี้หลังจากเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ มาตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา ล่าสุดกับการดีไซน์หน้าจอแบบ infinity-O ของ Galaxy S10 ที่เจาะรูบนหน้าจอซ่อนกล้องเอาไว้ ช่วยให้แสดงผลหน้าจอได้อย่างเต็มพื้นที่ แต่นี่ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหน้าจอยุคใหม่จาก Samsung เท่านั้น

Samsung Display เคยได้พูดถึงการพัฒนาหน้าจอชนิดใหม่ ที่สามารถซ่อนเซนเซอร์ต่างๆ ลงไปใต้แผงหน้าจอได้ และนั่นหมายถึงการที่จะต้องย้ายเอากล้องให้ลงไปอยู่ใต้หน้าจอ Yang Byung-duk, รองประธาน ของ Samsung Mobile Communication แผนกวิจัยและพัฒนาหน้าจอได้กล่าวว่า

“ในช่วง 1-2 ปีนี้อาจจะยังเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างสมาร์ทโฟนที่ด้านหน้าจะมีเพียงแค่หน้าจอ หรือมือถือแบบ Full Screen แต่การพัฒนาหน้าจอด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็จะก้าวหน้าไปถึงจุดเราสามารถซ่อนรูกล้องบนหน้าจอได้ และมันจะไม่ส่งผลกระทบต่อฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ของกล้องด้วย”

นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกว่า  Samsung Galaxy S10 นั้นเป็นมือถือรุ่นแรกที่ฝังกล้องไว้ชั้นล่างสุดของจอ OLED  และทางทีมพัฒนาก็กำลังพิจารณาว่าจะใช้หน้าจอแสดงผลที่สามารถใช้งานเป็นลำโพงเหมือนกับเทคโนโลยี  Crystal Sound OLED ที่มีใน LG G8 ThinQ  ด้วยเหมือนกัน แต่ก็ตัดสินใจยังไม่นำมาใช้ในมือถือรุ่นเรือธงอย่าง Galaxy S10  

 

ที่มา gsmarena

from:https://droidsans.com/samsung-will-remove-hole-on-new-infinity-display/

เจ้าของ Galaxy S10 series สามารถดาวน์โหลดวอลล์เปเปอร์ ที่เข้ากับรูบนจอแสดงผลได้โดยตรงจากร้านค้า Galaxy Themes

Samsung ได้ออกแบบสมาร์ทโฟน Galaxy S10 series ให้แตกต่างจากรุุ่นก่อนๆ ด้วยการเจาะรูบนจอแสดงผลทั้ง Galaxy S10e, Galaxy S10 และ Galaxy S10+ เพื่อติดตั้งกล้องเซลฟี่ลงไป แทนซ่อนไว้ในรอยบากเหมือนเทรนด์การออกแบบในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และเพื่อให้ด้านหน้าของ Galaxy S10 series มีความสวยงามยิ่งขึ้น จึงมีการสร้างวอลล์เปเปอร์ที่ออกแบบมาให้เข้ากับรูบนจอแสดงผล ซึ่งเราเคยนำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้

ล่าสุด Samsung ได้เปิดให้ดีไซน์เนอร์ สามารถสร้างวอลล์เปเปอร์สำหรับ Galaxy S10 series แล้วอัพโหลดไว้ในร้านค้า Galaxy Themes เพื่อขายวอลล์เปเปอร์ที่ทำขึ้นมา และนั่นหมายถึงเจ้าของ Galaxy S10e, Galaxy S10 และ Galaxy S10+ สามารถดาวน์โหลดวอลล์เปเปอร์ได้โดยตรงจากสมาร์ทโฟน

เจ้าของสมาร์ทโฟน Galaxy S10 series ที่ต้องการดาวน์โหลดวอลล์เปเปอร์จากร้านค้า Galaxy Themes ให้เข้าไปที่แอพ Settings แล้วแตะ Wallpapers and themes จากนั้นเลื่อนดูวอลล์เปเปอร์ที่ต้องการได้ทันที

ทั้งนี้ วอลล์เปเปอร์ในร้านค้า Galaxy Themes ไม่ใช่ของฟรี และไม่สามารถลองติดตั้งเพื่อดูตัวอย่างก่อนซื้อได้ อย่างไรก็ตาม มีคนใจดีทำวอลล์เปเปอร์สำหรับ Galaxy S10 series แจกให้ดาวน์โหลดฟรี!! ในชุมชนออนไลน์ Reddit

ที่มา – AndroidAuthority
https://www.flashfly.net/wp/244945

from:https://www.flashfly.net/wp/244945