คลังเก็บป้ายกำกับ: GADGET

Xiaomi เปิดตัว Mi Smart Band 5 ราคา 1,190 บาท และหูฟังไร้สาย ราคา 999 บาท

Mi Smart Band 5 หน้าจอ AMOLED 1.1 นิ้ว มี watch face 65 แบบ สายรัดข้อมือหกสี กันน้ำ 5ATM เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ PPG ชาร์จแบบแม่เหล็ก แบตเตอรี่สแตนด์บายได้ 14 วัน

วางจำหน่ายวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ ในร้าน Banana IT, Jaymart, TG Fone, Mi Stores และร้านค้าที่ได้รับการรับรองจากเสียวหมี่ ในราคา 1,190 บาท

No Description

นอกจากนี้ยังมี Mi True Wireless Earphones 2 Basic หูฟังไร้สาย แบตเตอรี่ใช้งานได้ 5 ชั่วโมง ชาร์จเพิ่มได้ อีก 3 ครั้งจากเคส รวมเป็น 20 ชั่วโมง มีระบบตัดเสียงรบกวนโดยใช้ไมค์ข้างหนึ่งรับเสียงภายนอกและกรองออก พร้อมรับเสียงพูดจากไมค์อีกข้าง มีระบบหยุดเล่นเพลงอัตโนมัติเมื่อถอดหูฟังออก รองรับการแปลงสัญญาณ SBC และ AAC พร้อมไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 14.2 มม.

วางจำหน่าย 22 กรกฎาคมนี้เช่นกัน ผ่าน Lazada, Shopee และ JD Central รวมถึงร้าน Banana IT, Jaymart, TG Fone, MI Stores และร้านค้าที่ได้รับการรับรองจากเสียวหมี่ ในราคา 999 บาท

ที่มา – จดหมายประชาสัมพันธ์

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117502

รวมแก็ดเจ็ต Xiaomi สุดคูลในงาน TME 2020 | 2-5 กรกฎาคม 2020

กลับมาอีกครั้งกับ Thailand Mobile Expo มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ในวันที่ 2-5 กรฎาคม 2020 นี้ แม้จะขึ้นชื่อว่างานมือถือ แต่ภายในงานนี้ไม่ได้ขายแค่มือถือหรือแท็บเล็ตเท่านั้น แต่ยังมีสินค้าเทคโนโลยีต่าง ๆ ขนขบวนกันมาจำหน่ายมากมาย โดยในบทความนี้เราก็จะพาไปชมบูทขายแก็ดเจ็ตของแบรนด์ Xiaomi ที่ขึ้นชื่อว่าทำสินค้าทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบครับ

หากเดินเข้างานมาจากฝั่ง BTS (ลงบันไดเลื่อนมา) ตัวบูท Xiaomi จะอยู่ทางซ้ายมือของฮอล มีสกูตเตอร์ Mi M365 (หรือ Mi Electric Scooter ตามแต่จะเรียก) วางโชว์ให้เห็นเด่นเป็นสง่ามาแต่ไกล ตัวนี้เป็นสกูตเตอร์ไฟฟ้า เชื่อมต่อผ่านบลูทูธได้ พับเก็บได้ มีดิสก์เบรก มีไฟหน้า/ไฟท้าย LED ด้วย โดยมันสามารถวิ่งได้ไกล 30 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำความเร็วสูงสุดได้ 25 กม./ชม. ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 13 กก.

M365 ราคาอยู่ที่ 17,990 บาท ประกันศูนย์ไทยด้วย บอกเลยว่า ตัวนี้ฮิตกันมากที่ต่างประเทศ

ถัดมา วางอยู่ข้าง ๆ กันเลย คือ Mi Ninebot Mini ตัวนี้ก็ถือเป็นสกูตเตอร์ประเภทนึงเหมือนกัน แต่สเปคและความสมบุกสมบันจะน้อยกว่า M365 นิดหน่อย โดยมันวิ่งได้ไกล 22 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำความเร็วสูงสุดได้ 16 กม./ชม. มีไฟหน้า/ไฟท้าย LED และเชื่อมต่อบลูทูธได้เช่นกัน แต่เจ๋งกว่า M365 นิดหน่อยตรงที่ไฟท้ายมันใช้เป็นไฟเลี้ยวได้ด้วย ซึ่ง M365 ทำไม่ได้ แถมยังมีที่นั่งให้มาด้วย แต่ว่าตัวนี้ไม่มีส่วนลดนะครับ ราคาตามป้ายอยู่ที่ 19,990 บาท

แล้วก็ขยับมาทางขวาอีกหน่อย จะเจอกับ จานบิน…!? ไม่ใช่ !! นี่มันคือหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ Mi Robot Vacuum ราคา 10,390 บาท

มาที่ซุ้มขวามือกันบ้าง ซึ่งถ้าใครเข้าจากด้านหน้างานก็จะเจอกับส่วนนี้ก่อนครับ เดินเข้าฮอลมาจะอยู่ทางขวามือ ตรงหน้าห้องน้ำเลย

มาถึงผมสะดุดตากับเจ้านี่ก่อนเลย… กล่องประหลาดอะไรสักอย่าง ? พนักงานบอกว่ามันคือ ถังขยะอัตโนมติ NINESTARS 10L แค่ขยับมือไปใกล้ ๆ เซ็นเซอร์ มันก็จะเปิดฝาเองทันที สะดวกดีแฮะ แถมราคาก็ไมค่อยแพงเท่าไหร่ ลดจาก 990 บาท เหลือแค่ 790 บาท เท่านั้น

ถังประหลาด เห็นตอนแรกนึกว่าพวกตู้แช่จิ๋ว หรือเครื่องทำน้ำแข็งจิ๋วซะอีก
จริง ๆ มันคือ ถังขยะอัตโนมัติ เอามือไปใกล้ ๆ มันก็จะเปิดฝาเอง

ชิ้นถัดมา เครื่องดูดไรฝุ่น Deerma CM800 ที่เป็นไวรัลในโลกออนไลน์และขายดีมาก ๆ ในช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ โดยพนักงานก็ได้แจ้งว่า เจ้านี่เป็นสินค้าที่มีคนสนใจเยอะที่สุดเลย โดยมีราคาอยู่ที่ 1,390 บาท พิเศษ เฉพาะในงาน TME แถมฟรีเครื่องกำจัดขนบนเสื้อผ้ามูลค่า 590 บาท กันไปเลย

เครื่องดูดไรฝุ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีมากกก ในช่วงก่อนหน้านี้

และที่มีคนสนใจมากไม่แพ้กัน คือ เครื่องกรองฝุ่น PM 2.5 Mi Air Purifier ซึ่งในงานก็มีนำมาจำหน่ายด้วยกัน 2 ขนาด คือ 2H และ 3H โดยในรุ่น 2H จะรองรับพื้นที่ใช้งานสูงสุด 31 ตรม. ส่วนรุ่น 3H จะรองรับได้มากกว่า ที่ 45 ตรม. ทั้งสองรุ่น สนนราคาอยู่ที่ 3,990 บาท และ 5,990 บาท ตามลำดับ แล้วก็มีแถมหมอนลำโพงด้วยครับ

ซื้อ Mi Air Purifier ภายในงาน รับหมอนลำโพงฟรีไปเลย

ทางพนักงานยังฝากแจ้งข่าวอีกด้วยว่า ไม้ถูพื้น มีโปรโมชั่นพิเศษ ลดราคาเหลือแค่ 390 บาท แต่จำกัดแค่ 20 คนแรกต่อวันเท่านั้นครับ

นอกจากนี้ก็ยังมีพวกสินค้าชิ้นเล็ก ๆ ยิบย่อย ขนกันมาเพียบเลย ไม่ว่าจะเป็น กล้องติดรถยนต์ คีย์บอร์ดไร้สาย ร่ม ลำโพงไร้สาย เพาเวอร์แบงก์ และอื่น ๆ อีกมากมาย สามารถดูได้ที่ภาพด้านล่างเลยครับ หลาย ๆ ชิ้นไม่ได้ติดป้ายราคา แต่จะพยายามมาอัปเดตราคาให้ครับ

ด้านในสุด มีสมาร์ทวอทช์เรียงกัน 4 รุ่น ไล่จากขวามือ คือ

  • Mi Amazfit GTR 47 mm. : 4,140 บาท
  • Mi Amazfit GTS : 3,790 บาท
  • Mi Amazfit Bip : 1,990 บาท
  • Mi Band 4 : 890 บาท

นอกจากนี้ ที่แผงอีกด้านยังมี Mi Amazfit Bip Lite อีกรุ่นแขวนอยู่ด้วยครับ ราคาอยู่ที่ 1,440 บาท

หูฟัง true wireless ก็มีให้เลือกทั้ง Redmi Airdots ราคา 699 บาท และ Redmi Airdots Pro ราคา 2,490 บาท

กล่องส้ม ๆ ที่แขวนอยู่ด้านบน คือ Mi Compact Bluetooth Speaker 2 ตัวนี้น่าจะขายดี เพราะราคาแค่ 240 บาท เท่านั้นเองครับ และที่ด้านล่างจะเห็นเพาเวอร์แบงก์แขวงเรียงกันอยู่ มีด้วยกัน 3 รุ่น คือ Redmi Powerbank 10,000 mAh (ราคา 630 บาท), Redmi 18 W Fast Charge 20,000 mAh (870 บาท) และ Mi Powerbank 2S 10,000 mAh (ราคา 630 บาท มี 2 สี)

Mi Compact Bluetooth Speaker 2 ขายดีแน่นอนตัวนี้ 240 บาท

กระดาน LCD เอาไว้จดโน้ต หรือจะให้เด็ก ๆ วาดเขียนเล่นก็ได้ครับ ไม่ติดป้ายราคาไว้ แต่คาดว่าไม่กี่ร้อยบาท

ไขควงสำหรับงานละเอียด พร้อมกล่องอะลูมิเนียมอย่างดี ราคา 590 บาท

แว่นกันแดดก็มี เรียกได้ว่า Xiaomi มีขายแทบทุกอย่างจริง ๆ ชิ้นนี้ราคา 600 บาท

คีย์บอร์ดไร้สาย MIIIW ราคาพิเศษ 1,110 บาท

ขนาดร่มยังมี ผมเชื่อแล้วครับ พี่ขายทุกอย่างจริง ๆ แต่อันนี้แอบฮานิดนึง ผมถามพนักงานว่า มันทำอะไรได้เป็นพิเศษมั้ย คุณพนักงานตอบว่า ทำอะไรไม่ได้เลยค่ะ เป็นร่มกันแดด/กันฝนธรรมดา (โอเค… 555) ชิ้นนี้ราคา 630 บาท

จริงๆ แล้วมันก็ไม่เชิงร่มธรรมดาซะทีเดียวนะครับ ถ้าสังเกตจะเห็นว่ามันมีปุ่มอยู่ตรงที่จับ เมื่อเรากดปุ๊บมันจะยืดออกแล้วกางเองโดยอัตโนมัติ และพอกดอีกทีร่มจะหุบให้เองครับ

ภายในงานยังมีสินค้า Xiaomi สินค้าอีกเพียบ ที่เอามาลงเป็นเพียงส่วนนึงเท่านั้น และแม้ว่า หากดูจากราคาแล้ว จะไม่ได้ถูกไปกว่าการซื้อจากแอปช็อปปิ้งออนไลน์ทั่วไปก็จริง แต่ข้อได้เปรียบของการซื้อในงาน TME นี้ คือ สามารถลองสัมผัส ลองเล่น ลองใช้สินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อได้ครับ อีกทั้งยังมีของแถม และยังได้ประกันศูนย์ฯ ไทยอีกด้วยครับ

from:https://droidsans.com/tme-jul-2020-xiaomi-gadgets/

รีวิวหูฟังไร้สาย Sudio Ett: เสียงดี ตัดเสียงรบกวนได้

เมื่อต้นปีเราได้รีวิวหูฟัง Fem จาก Sudio ไป วันนี้ Sudio กลับมาอีกครั้งด้วยหูฟัง true wireless รุ่นใหม่ในชื่อ Ett ที่มาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (Active Noise Cancellation) เป็นรุ่นแรกของ Sudio

รีวิวนี้ใช้ Sudio Ett สีดำ เครื่องศูนย์ไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์โดย Sudio

พิเศษ รับส่วนลด 15% สำหรับซื้อสินค้าในเว็บไซต์ http://sudio.com/th เพียงใส่โค้ด thaiappett ขณะเช็คเอาท์

การออกแบบ

วัสดุหลักของ Sudio Ett เป็นพลาสติกด้าน ให้สัมผัสที่เรียบ ขนาดประมาณหนึ่งข้อนิ้วโป้ง ด้านข้างมีไฟบอกสถานะ และปุ่มสำหรับควบคุมการทำงานที่กดได้อย่างมั่นคงแต่ไม่แข็งเกินไป ต่างจากรุ่น Fem ที่เป็นแบบสัมผัส ส่วนด้านล่างของหูฟังจะเป็นพิน POGO สำหรับชาร์จแบตด้วยการเก็บลงในเคส

เคสของ Sudio Ett ทำจากพลาสติกด้าน ค่อนข้างไวต่อรอยมันหรือเหงื่อ ตัวเคสมีขนาดกะทัดรัด สามารถใช้มือเดียวในการเปิดฝาขึ้นมาได้ และก็สามารถปิดกลับได้ง่ายดาย ด้านน่ามีไฟ LED สี่ดวงบอกระดับแบตเตอรี่ ด้านข้างมีพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่

การใช้งาน

ภายในกล่อง Sudio Ett มาพร้อมกับจุกยางสำรองถึง 7 คู่ ตั้งแต่ขนาด XS ไปจนถึงขนาด XL โดยมีทั้งจุกที่เป็นรูปทรงแบบกระทะ และแบบหม้อ

ตัวหูฟังเองน้ำหนักข้างละประมาณ 5 กรัม สามารถใส่ได้เข้ารูปกับหู ไม่ร่วงหล่น แต่ถึงจะน้ำหนักเบาและใส่ได้ไม่รำคาญอะไร ก็ยังมีความรู้สึกได้ว่ามีอะไรอมาอุดอยู่ที่หู

Sudio Ett มีคุณภาพเสียงที่อยู่ในระดับดี ให้เสียงเบสได้นุ่มและหนัก เสียงสูงสามารถทำได้ชัดเจน แต่ในย่านเสียงกลางมีความรู้สึกแบนเล็กน้อย ถ้าหากใช้โปรแกรมหรือแอปในเครื่องปรับแต่งเสียงเพิ่มเติมก็สามารถให้เสียงที่ดีขึ้นได้ เช่น ตั้งค่าใช้งาน Spatial Sound บนวินโดวส์ หรือใช้แอปปรับแต่งอีควอไลเซอร์บนมือถือ โดยรวมก็ถือว่าสามารถฟังได้เพลิดเพลินหลังจากปรับแต่งเพิ่มเติมแล้ว

Sudio Ett มาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ หรือ Active Noise Cancellation (ANC) ที่ตัดเสียงรอบข้างออกไปได้ราวร้อยละ 60 แต่เมื่ออยู่ในที่ที่ลมแรงเช่นใกล้พัดลม ก็จะมีเสียงลมเข้ามารบกวนจนน่ารำคาญ ซึ่งก็ยังถือเป็นสิ่งที่พบเจอได้ในหูฟังหลายตัวที่มีระบบ ANC

ปุ่มกดด้านข้างหูฟังสามารถกดค้าง 2 วินาทีเพื่อเปิด-ปิดระบบ ANC, กดทีเดียวเพื่อเล่น-หยุดเพลง, กดสองทีเพื่อข้ามเพลง และกดสามทีเพื่อย้อนเพลง

ไมโครโฟนบน Sudio Ett ก็สามารถใช้สนทนาได้ ความชัดเจนขอให้คะแนนสัก 2.5 เต็ม 5 เพราะสามารถฟังได้รู้เรื่องบ้าง แต่บางทีเสียงก็จะค่อนข้างอู้อี้ และเสียงจะค่อนไปทางเบา แต่ถ้าใช้สนทนาผ่าน Microsoft Teams หรือ Skype คุณภาพเสียงก็จะยิ่งลดลง ซึ่งถือว่าน่าแปลก

และเมื่อเรากำลังใช้ไมโครโฟนอยู่ Sudio Ett ก็จะเปิดให้เสียงภายนอกเข้ามาได้มากกว่าปกติ เพื่อให้ได้ยินเสียงตัวเองชัดเจนขณะสนทนา เหมือนไม่ได้กำลังใส่หูฟังอยู่ (ลองนึกถึงตอนพูดขณะที่ใส่หูฟังแบบสอดหู เสียงของเราจะดังกว่าปกติทำให้เรากะความดังในการพูดไม่ได้ ฟีเจอร์นี้จะมาช่วยในจุดนี้) แต่ก็จะมีเสียงลมแทรกมาได้เช่นกัน เนื่องจากเป็นการใช้ไมโครโฟนในการช่วยรับเสียงภายนอก

แบตเตอรี่

Sudio Ett มีแบตเตอรี่ขนาด 50 mAh ในแต่ละข้าง ส่วนในเคสมีแบตเตอรี่ขนาด 500 mAh จากสเปกสามารถใช้งานได้ 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง หรือ 4 ชั่วโมงหากเปิดระบบ ANC และเมื่อรวมกับเคสแล้วจะใช้ได้สูงสุด 30 ชั่วโมง หรือ 20 ชั่วโมงเมื่อเปิดระบบ ANC

จากการใช้งานจริง เนื่องจากโดยส่วนตัวแล้วไม่ได้ใส่หูฟังบ่อยหรือต่อเนื่องเป็นเวลานาน แบตเตอรี่จึงไม่ใช่ปัญหา และถ้าเป็นการใช้งานแบบทั่วไปวันละชั่วโมง ก็น่าจะอยู่ได้ครบ 5 วันทำงานอย่างไม่มีปัญหา

สรุป

Sudio Ett เป็นหูฟัง true wireless ขนาดกะทัดรัด ที่สามารถให้เสียงที่ดี แต่อาจจะต้องผ่านการตั้งค่าเล็กน้อยให้เสียงดีขึ้น ด้านไมโครโฟนให้เสียงที่ไม่ค่อยน่าประทับใจ แต่ความที่มีระบบตัดเสียงรบกวนมาให้ในระดับราคานี้ ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายแบบสอดหูที่ตัดเสียงรบกวนได้ ในราคาที่เป็นมิตรกว่ารุ่นอื่นๆ

ข้อดี

  • ใส่ได้เข้ารูปกับหู เบา แต่ยังมีความรู้สึกว่าใส่อะไรไว้ที่หูอยู่
  • มีระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟที่ตัดเสียงได้ค่อนข้างจะ 60%
  • มีเสียงเบสที่นุ่มและหนัก เสียงย่านสูงชัดเจน
  • ปุ่มควบคุมกดได้ง่าย ให้ความรู้สึกมั่นคง ไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป
  • แบตเตอรี่ใช้ได้นาน ชาร์จผ่านพอร์ต USB Type-C

ข้อสังเกต

  • มีเสียงลมเมื่อใช้ระบบตัดเสียงรบกวนในที่ลมแรง
  • เสียงช่วงกลางมีความแบนเล็กน้อย รายละเอียดไม่ชัดมาก
  • เสียงดั้งเดิมยังดีไม่สุด ต้องปรับแต่งผ่านโปรแกรมหรือแอปอื่น
  • ไมโครโฟนให้เสียงได้ไม่ค่อยดี

บทความ รีวิวหูฟังไร้สาย Sudio Ett: เสียงดี ตัดเสียงรบกวนได้ มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/05/15437/

รีวิว Galaxy S20 LED Back Cover: เคสมีไฟ ทำอะไรได้บ้าง

สมาร์ทโฟนของซัมซุงในซีรี่ส์ Galaxy S มักมีอุปกรณ์เสริมที่มีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ มาด้วย อย่างในซีรี่ส์ Galaxy S20 นี้ ก็มาพร้อมกับเคสที่มีไฟ LED บอกสถานะต่างๆ แต่จะคุ้มค่าตัว 1,290 หรือไม่ ลองมาพิจารณาจากฟีเจอร์กัน

เคส Galaxy S20 LED Back Cover เป็นเคสฝาหลังที่มีให้เลือกทั้งสำหรับรุ่น Galaxy S20, Galaxy S20+ และ Galaxy S20 5G วัสดุเป็นพลาสติกเรียบๆ มาในสีพาสเทลอ่อนๆ ดูสบายตา

เมื่อมองเผินๆ โดยที่ยังไม่มีไฟก็จะเหมือนเป็นเคสพลาสติกธรรมดาชิ้นหนึ่ง นั่นเป็นเพราะ LED ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน เราไม่สามารถเห็นได้เลย

เมื่อสวมเคสเข้ากับโทรศัพท์ Galaxy S20 ก็จะทำความรู้จักกับเคสได้ทันที และดาวน์โหลดข้อมูลจากบริการ Samsung Friends ให้ เช่น พื้นหลังหน้าจอโฮม และพื้นหลังหน้าจอล็อก โดยจะได้รูปแบบสีที่ตรงกับเคสที่เราสวมเข้าไปโดยอัตโนมัติ

เราสามารถเข้าไปตั้งค่าเคสได้ในแอป Settings แล้วเลือก Advanced > Accessories > LED cover โดยสามารถตั้งค่าได้ดังนี้

  • รูปแบบไฟที่จะแสดงเมื่อคว่ำโทรศัพท์ลง
  • รูปแบบไฟเมื่อเปิดกล้องถ่ายภาพ
  • เปิด-ปิดการนับถอยหลังเมื่อจับเวลาถอยหลังในกล้องถ่ายภาพ
  • เปิด-ปิดการแจ้งเตือนจากแอป

เมื่อเราล็อกหน้าจอและคว่ำโทรศัพท์ลง ตัวเคสก็จะแสดงไฟตามที่เราตั้งไว้ เช่น Mood Lighting หรือแสดงเป็นไอคอน จากตัวอย่างนี้คือ Mood Lighting จะให้ความรู้สึกเหมือนดาวระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้า

Mood lighting

เมื่อเปิดแอปพลิเคชันกล้องถ่ายภาพ ก็จะแสดงเป็นไอคอนที่ตั้งไว้ เช่น รูปยิ้ม

ถ้าตั้งเวลานับถอยหลังขณะถ่ายภาพไว้ด้วย เวลากดชัตเตอร์ เคสก็จะแสดงเป็นตัวเลขนับเวลาถอยหลัง ฟีเจอร์นี้ดูจะมีประโยชน์ที่สุดในบรรดาฟีเจอร์ทั้งหลายของเคสนี้

นอกจากนี้ เวลามีสายที่ไม่ได้รับ หรือได้รับการแจ้งเตือนจากแอปในเครื่อง ตัวเคสก็สามารถแสดงไฟเป็นสัญลักษณ์ขึ้นมาได้

โดยสรุปแล้ว Galaxy S20 LED Back Cover ถือเป็นเคสที่มีลูกเล่นสนุกๆ ให้ดูแตกต่างจากเคสทั่วไป แต่ฟีเจอร์ที่มียังถือว่าน้อยอยู่ และฟีเจอร์ที่มีประโยชน์จริงๆ ก็ดูจะมีแค่ตัวเลขนับถอยหลังเวลาถ่ายภาพ เพราะฟีเจอร์อื่นๆ นั้นแค่ดูบนหน้าจอโดยไม่ต้องวางคว่ำหน้าก็สามารถเห็นข้อมูลได้แล้ว

ด้วยราคา 1,290 บาท เคสนี้คงไม่ใช้คำตอบสำหรับการหาเคสที่คุ้มค่า แต่ผู้ที่ต้องการเคสที่โดดเด่นมีลูกเล่นน่ารักๆ เคสนี้ก็อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

บทความ รีวิว Galaxy S20 LED Back Cover: เคสมีไฟ ทำอะไรได้บ้าง มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/04/15359/

เปิดตัว Mi Handheld Vacuum Cleaner 1C ที่ดูดฝุ่นไร้สายจาก Xiaomi ราคา 7,999 บาท

Xiaomi เปิดตัว Mi Handheld Vacuum Cleaner 1C ที่ดูดฝุ่นไร้สายรุ่นใหม่ มาพร้อมกับมอเตอร์ความเร็วเร็ว 100,000 รอบต่อนาที พลังการดูด 120 AW พร้อมไส้กรองฝุ่น H12-class HEPA filter ดักจับฝุ่นขนาด 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% ชาร์จหนึ่งครั้ง ใช้งานได้ 60 นาทีในโหมด ECO และมาพร้อมหัวเปลี่ยน 4 แบบ

Mi Handheld Vacuum Cleaner 1C วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจาก Xiaomi ที่ราคา 7,999 บาท และวางจำหน่ายออนไลน์เป็นที่แรกบน Lazada ในวันที่ 27 มีนาคมนี้ หลังจากนั้นจะมีวางจำหน่ายบน Shopee และ JD Central

No Description

No Description

ที่มา – จดหมายประชาสัมพันธ์

from:https://www.blognone.com/node/115369

Xiaomi เปิดตัวหูฟังไร้สาย Mi True Wireless Earphones 2 ในไทย ราคา 2,399 บาท

Mi True Wireless Earphones 2 หูฟังแบบ True Wireless รุ่นใหม่จาก Xiaomi รองรับ Bluetooth 5.0 รองรับ Codec SBS/AAC/LHDC มีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอก ENC (Environment Noise Cancellation) มีฟีเจอร์ Pop-up pairing เชื่อมต่อบลูทูธทันทีที่เปิดเคส มีระบบสัมผัส แตะที่หูฟังสองครั้งเพื่อเล่น-หยุดเพลง รับสาย-วางสาย หรือใช้ voice assistant และมี optical sensor ตรวจจับว่าตัวหูฟังอยู่ในหูหรือไม่ เพื่อเล่นและหยุดเพลงอัตโนมัติ

Mi True Wireless Earphones 2 วางจำหน่ายในร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจาก Xiaomi แล้ววันนี้ ในราคา 2,399 บาท และจะวางจำหน่ายแบบออนไลน์บน Lazada เป็นที่แรก ในวันที่ 27 มีนาคมนี้ ตามด้วย Shopee และ JD Central

No Description

No Description

No Description

ที่มา – จดหมายประชาสัมพันธ์

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/115368

อึด ถึก จิ๋ว Atom XL สมาร์ทโฟนสายลุย มีกันกระแทก จอ 4 นิ้ว มีฟังก์ชั่น Walkie Talkie

Atom XL สมาร์ทโฟนขนาดจิ๋วจอ 4 นิ้ว ที่เน้นจุดขายด้านความทนทาน กันกระแทก (rugged deivce) และพกพาง่าย มาพร้อมชิป MediaTek Helios P60 กล้องหลัง 48 MP กล้องหน้า 8MP แรม 6GB หน่วยความจำภายใน 128GB ใส่ได้สองซิม รันบน Android 10 (ที่ไม่น่าจะได้อัพเดทในอนาคต) เซ็นเซอร์รอยนิ้วมือ และชาร์จเร็วผ่านพอร์ต USB-C แบบ Fast Charge 2.0

ถ้าใครต้องการสมาร์ทโฟนสายลุย เพื่อไปวิ่งเทรล หรือปั่นจักรยานเสือภูเขา น่าจะเป็นรุ่นที่ตอบโจทย์ได้ดีพอสมควร เพราะมาพร้อม GPS+Beidou และ Glonass และยังกันกระแทก แบบ Military Grade กันน้ำ กันฝุ่นIP68 และฟังก์ชั่น Walkie-talkie ในตัวที่มีระยะใช้งานไกลถึง 8 กิโลเมตรบนพื้นที่โล่ง

No Description

ตอนนี้ Atom XL ยังอยู่ในขั้นระดมทุนบน Kickstarter แต่ก็ได้ยอดเงินเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 500,000 ดอลลาร์แล้ว และถ้าใครสงสัยว่าทำไมสมาร์ทโฟนจอ 4 นิ้วถึงมีชื่อรุ่นต่อท้ายด้วย XL นั่นก็เพราะยังมีรุ่น Atom L หน้าจอ 2.5 นิ้ว ที่วางขายแล้วตอนนี้บน Amazon

Atom XL ยังไม่มีวางขายทั่วไป แต่ผู้ใช้สามารถเข้าไปสนับสนุนได้ บน Kickstarter โดยต้องสมทบทุน 259 ดอลลาร์ขึ้นไป (ประมาณ 8,150 บาท) และจะได้รับเครื่อง ประมาณเดือนมิถุนายนปีนี้

No Description

No Description

ที่มา – 9to5Google

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/115094

OPPO Watch เปิดตัวทรงเดียวกับ Apple Watch มาพร้อม ECG

หลังเปิดตัวมือถือซีรีส์ OPPO Find X2 ไป OPPO ก็ได้เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ OPPO Watch ในงานเดียวกัน โดยจะมีสองขนาดหน้าปัด คือ 46 มม. และ 41 มม. ทรงถอดแบบมาจาก Apple Watch

OPPO Watch มาพร้อมชิป Snapdragon Wear 2500 ที่ทำงานร่วมกับชิป Apollo 3 เพื่อประหยัดพลังงาน แรม 1GB หน่วยความจำภายใน 8GB รันบน ColorOS เชื่อมต่อได้กับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 6.0 ขึ้นไป หน้าจอ AMOLED ชนิด Hyperboloid แบบโค้งรับกับตัวเรือน รองรับค่าสีมาตรฐาน DCI-P3 ได้ 100%

No Description

ทั้งสองรุ่นรองรับ eSIM ใช้รับและโทรออกด้วยเบอร์เดียวกับมือถือ หรือคนละเบอร์ก็ได้ มี GPS, NFC และรองรับ Bluetooth 4.2 แบตเตอรี่ใช้ได้นานถึง 21 วันในโหมดประหยัดพลังงาน และ 40 ชั่วโมง ในโหมดธรรมดา มาพร้อมระบบชาร์จแบบ Watch VOOC Flash Charge ที่ชาร์จได้ 46% ภายใน 15 นาที และชาร์จเต็มได้ใน 75 นาที

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ECG (Electrocardiogram) แบบใน Apple Watch ระบบ Sleep Tracking กันน้ำลึก 5 ATM (50 เมตร) ในรุ่น 46 มม. และ 4 ATM (40 เมตร) ในรุ่น 41 มม.

No Description

OPPO Watch วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศจีนในวันที่ 24 มีนาคม 2020 ในราคาดังนี้

  • รุ่นหน้าปัด 41 มม. ราคา 1,499 หยวน (ประมาณ 6,800 บาท)
  • รุ่นหน้าปัด 46 มม. ราคา 1,999 หยวน (ประมาณ 9,000 บาท)

ส่วนประเทศอื่นๆ และในบ้านเรา ต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – OPPO

from:https://www.blognone.com/node/115077

Moment เปิดตัวเมาท์เลนส์แบบหนีบ ใช้ได้กับมือถือและแท็บเล็ตแทบทุกรุ่น

Moment เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมสำหรับกล้อง รวมไปถึงเลนส์เสริมอย่างเลนส์ตาปลาหรืออัลตร้าไวด์ สำหรับสมาร์ทโฟนบางรุ่น โดยจะต้องใส่เคสเฉพาะของ Moment ที่มีเมาท์เพื่อติดตั้งเลนส์ โดยที่ผ่านมา Moment ผลิตเคสออกมาสำหรับมือถือเพียง 3 ยี่ห้อคือ Pixel, iPhone และ Galaxy S / Galaxy Note

ล่าสุด Moment ได้เปิดตัว Moment Lens Mount Clip เมาท์เลนส์อะลูมิเนียมแบบหนีบที่สามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแทบทุกรุ่นแล้ว ด้านหนึ่งจะมีตัวล็อกแบบสกรูว์ ไว้ใช้ยึดเมาท์ให้อยู่กับที่ ส่วนอีกด้านจะเป็นรางเลื่อนที่สามารถเลื่อนปรับตำแหน่งเลนส์ได้ และมีวัสดุแบบนิ่ม หุ้มในส่วนที่ต้องสัมผัสกับมือถือโดยตรง เพื่อไม่ให้เกิดรอยขีดข่วน

No Description

เมาท์เลนส์แบบหนีบนี้จะใช้งานได้กับโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตส่วนใหญ่ที่บางกว่า 10.75 มม. และตัวรางเลื่อนจะสามารถปรับให้เลนส์อยู่บนกล้องมือถือ ที่อยู่ห่างจากขอบเครื่องได้ไกลถึง 39 มม. และอาจสามารถใช้กับเคสมือถือบางรุ่นได้ ถ้าขอบของเคสด้านหลังเสมอกับกล้องที่ยื่นออกมาจากตัวเครื่อง และด้านหน้าไม่หนาเกินหน้าจอออกมา

แต่ Moment ยังแนะนำว่าเคสเมาท์ที่ถูกผลิตมาเพื่อโทรศัพท์แบบจำเพาะรุ่น เป็นวิธีที่ดีกว่าในการใช้งานคู่กับเลนส์ของบริษัท เพราะจะทำให้การใส่เลนส์ เข้ากันได้พอดีกับตัวกล้องโดยไม่ต้องปรับเพิ่มเติม และทำให้ไม่เกิดปัญหาภาพเบลอที่ขอบเลนส์

No Description

เมาท์เลนส์แบบหนีบนี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเลนส์ได้หลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งการหนีบเมาท์ไว้บนกล้องหน้าคู่กับเลนส์ฟิชอาย นำเมาท์ไปใช้กับ iPad หรืออาจนำมาใช้กับกล้องบนแล็ปท็อปก็ได้

สามารถพรีออเดอร์เมาท์รุ่น Moment Lens Mount Clip ได้บนเว็บไซต์ของ Moment ในราคา 29.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 950 บาท) แล้ววันนี้ โดยจะมีการจัดส่งในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ นอกจากนี้ ยังมีรุ่นสำหรับใช้กับเลนส์ O-series หรือเลนส์รุ่นเก่าที่ใช้เมาท์คนละแบบกับเลนส์รุ่นปัจจุบันที่เป็น M-Series ด้วย

ที่มา – Android Police

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114988

รีวิวหูฟังไร้สาย Sudio FEM: กะทัดรัด แบตอึด

Sudio เป็นแบรนด์หูฟังสัญชาติสวีเดน ที่นำหูฟังดีไซน์กลิ่นอายสแกนดิเนวียเข้ามาทำตลาดในบ้านเราตั้งแต่กลางปีที่แล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ Sudio ได้เปิดตัว “Fem” หูฟังรุ่นล่าสุดของแบรนด์ ที่มาพร้อมดีไซน์เรียบหรู การควบคุมแบบสัมผัส และแบตฯ ที่ใช้ได้นาน แต่การใช้งานจะคุ้มราคาคุยหรือไม่ ต้องตามมาดูกัน

รีวิวนี้ใช้ Sudio Fem สีดำ เครื่องศูนย์ไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์โดย Sudio

พิเศษ รับส่วนลด 15% สำหรับซื้อสินค้าในเว็บไซต์ http://sudio.com/th เพียงใส่โค้ด thaiappfem ขณะเช็คเอาท์

การออกแบบ

วัสดุภายนอกของ Sudio Fem ทำจากพลาสติกเรียบด้าน เก็บงานได้เรียบร้อยและสะอาด ตัวหูฟังเองมีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้ไม่รู้สึกเด่นออกมาเวลาสวมใส่ อีกทั้งยังมีส่วนเงาสะท้อนเพิ่มความสวยงามขึ้นอีกเล็กน้อย

เคสใส่หูฟังมีขนาดเกือบเท่าฝ่ามือ ซึ่งก็รู้สึกว่าค่อนข้างใหญ่ ดีไซน์เรียบๆ สะอาดตา สายห้อยมีความน่าสนใจตรงที่เป็นสีน้ำตาลและใช้วัสดุที่ให้อารมณ์เป็นเชือกรัดถุง ไม่แน่ใจว่าทำจากวัสดุอะไร แต่ดูคล้ายโฟม เข้ากับตัวเคสเอามากๆ เมื่อเปิดมาจะเจอหูฟัง และไฟแสดงระดับแบตเตอรี่ของตัวเคส

การใช้งาน

หูฟัง Sudio Fem มาพร้อมจุกยางสำรองอีกสามขนาด รวมเป็นสี่ขนาด จากที่สวมใส่ก็สามารถรับกับใบหูได้ดี ไม่ร่วงหล่น และด้วยน้ำหนักที่เบาข้างละ 5 กรัมกว่าๆ ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกรำคาญที่หู

Sudio Fem เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ด้วย Bluetooth 5.0 เสียงที่ได้ถือว่าดี ใส มีมิติ ในย่านเบสไม่ได้หนักมากแต่ก็มีชัดเจนให้เติมเต็มโดยรวมได้ แต่ในย่านกลางและสูงก็ให้ความชัดเจนได้ดี ในเรื่องของอาการดีเลย์ของเสียงนั้นไม่ได้รู้สึกแต่อย่างใด

แม้ Sudio Fem จะไม่ได้มาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (active noise cancelling) แต่ด้วยรูปทรงที่เป็นแบบสอดเข้าหู (in-ear) อยู่แล้ว ก็ค่อนข้างจะตัดเสียงรบกวนไปได้พอสมควร

ในด้านของไมโครโฟนสำหรับการสนทนา สามารถได้ยินเสียงชัดเจน มีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนอยู่สองตัวในแต่ละข้าง จากการทดสอบในที่ที่มีลมก็สามารถได้ยินเสียงพูดชัด

Sudio Fem มีแผงรับสัมผัสอยู่ด้านข้างของหูฟังทั้งสองข้าง สามารถแตะเพื่อเล่น-หยุดเพลง แตะสองครั้งเพื่อย้อน-ข้ามเพลง และแตะค้างไว้เพื่อเรียก Assistant หรือ Siri ขึ้นมาได้ บริเวณรับสัมผัสไม่ได้ไวต่อการสัมผัสจนเกินไป ทำให้สามารถปรับจับหูฟังให้เข้ากับหูได้โดยไม่บังเอิญไปกดหยุดเพลง

เมื่อเก็บหูฟังใส่ลงในเคส ก็จะเป็นการชาร์จแบตเตอรี่ให้หูฟัง หากหยิบออกมาข้างใดก็ตามก็จะสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ทันทีโดยอัตโนมัติ แบบแยกข้างได้ด้วย

แบตเตอรี่ของตัวหูฟังนั้นสามารถใช้งานได้นานต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามรายละเอียดบอกว่าใช้งานได้ 6 ชั่วโมง ซึ่งหากใครที่ฟังครั้งละไม่นาน เช่น อาจจะชั่วโมงหนึ่ง ครึ่งชั่วโมงแบบผม ก็จะไม่เจอปัญหาแบตฯ หมดเลย เพราะเก็บเข้าเคสก็เป็นการชาร์จไฟต่อแล้ว

สำหรับเคสสามารถเพิ่มเวลาการใช้งานให้เป็น 20 ชั่วโมง (จากรายละเอียด) แต่อย่างที่บอกว่าผมไม่ได้ใช้งานหนักอยู่แล้ว เลยไม่ได้นับเวลาจริงจังว่าใช้ได้ถึง 20 ชั่วโมงไหม

การชาร์จเคสนั้นชาร์จผ่านช่อง USB Type-C ถือเป็นข้อดี ทำให้ใช้สายร่วมกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือแล็ปท็อปได้เลย แต่ก็มีสายมาให้ในกล่องเช่นกัน อีกทั้งยังรองรับการชาร์จเร็วด้วย

สรุป

Sudio Fem เป็นหูฟังไร้สาย (true wireless) ที่ให้เสียงที่ดี เหมาะกับการฟังเพลงแบบสบายๆ ตัดเสียงรบกวนได้พอสมควร สวมใส่สบายไม่ร่วงหล่นขณะเคลื่อนไหว ขนาดกะทัดรัดไม่โดดเด่นออกมา แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน ราคา 4,890 อยู่ในช่วงใกล้เคียงกับยี่ห้ออื่นในตลาด แนะนำให้ลองเทียบกับหลายๆ ยี่ห้อและเลือกแนวเสียงที่ตรงความต้องการมากที่สุดครับ

ข้อดี

  • เสียงโดยรวมดี
  • ขนาดกะทัดรัด
  • สวมใส่หูได้เข้ารูป ไม่หล่น
  • ดีไซน์ดูดีทั้งหูฟังและเคส
  • ควบคุมเพลงโดยสัมผัสที่หูฟังได้
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน
  • ชาร์จผ่าน USB Type-C และชาร์จได้เร็ว

ข้อสังเกต

  • เบสไม่ค่อยหนักแน่น
  • เคสต้องใช้สองมือในการเปิด
  • เคสมีขนาดใหญ่เล็กน้อย

บทความ รีวิวหูฟังไร้สาย Sudio FEM: กะทัดรัด แบตอึด มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2020/02/14630/