คลังเก็บป้ายกำกับ: GADGET

ชี้เป้า HYPHEN หูฟังบลูทูธราคาไม่ถึง 1,500 (จำนวนจำกัด)

Rolling Square ผู้ผลิตสายชาร์จจิ๋ว inCharge ออกแคมเปญระดมทุนใหม่บน Indiegogo สำหรับ HYPHEN หูฟังบลูทูธราคาไม่แพง ซึ่งตอนนี้มีโปรโมชันให้จับจองได้ในราคาเพียง 38 ดอลลาร์เท่านั้น

หมายเหตุ: การระดมทุนไม่ใช่การยืนยันว่าจะได้รับสินค้าจริง แต่เป็นเพียงการช่วยระดมเงินทุนเพื่อให้ผู้เริ่มโครงการสามารถทำโครงการต่อไปได้ ดังนั้นควรพิจารณาโครงการที่มีความน่าเชื่อถือและใช้วิจารณญาณในการระดมทุน

สำหรับคุณสมบัติหลักๆ ของ HYPHEN ก็เช่น

  • รองรับการสั่งงานด้วยการสัมผัส
  • รองรับการชาร์จไร้สาย
  • บลูทูธ 5.0
  • มาตรฐาน IPX5
  • มีระบบตัดเสียงรบกวน
  • แบตเตอรี่ 17 ชั่วโมง
  • มีไมโครโฟนทั้งสองข้าง

Rolling Square โฆษณาว่า HYPHEN สามารถชาร์จไฟได้เร็ว สามารถเชื่อมต่อได้ทันที และไม่มีอาการดีเลย์ของเสียง แน่นอนว่ามีการโฆษณาว่าเสียงดีด้วย แต่เสียงจริงจะเป็นอย่างไรนั้นก็คงต้องรอดูกัน

จริงๆ แล้ว HYPHEN นั้นมีราคาขายอยู่ที่ 139 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่มีโปรโมชันสำหรับคนมือไว ซื้อได้ในราคา 39 ดอลลาร์เท่านั้น ใครสนใจสามารถเข้าไประดมทุนแคมเปญนี้ได้ในเว็บไซต์ Indiegogo เลยครับ ก่อนของจะหมด

บทความ ชี้เป้า HYPHEN หูฟังบลูทูธราคาไม่ถึง 1,500 (จำนวนจำกัด) มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2019/01/12954/

Advertisements

Gadget – นักเคมีชาวญี่ปุ่นผลิต USB Flash Drive จากสมองปลา ??? แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นของตกแต่ง !!!

เรียกว่าเป็น Gadget สุดพิลึกจากญี่ปุ่นที่เพิ่งเผยโฉมไปไม่นานนักกับ USB Flash Drive ที่นำเอาปลามาดัดแปลงเป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและใช้เรซินเป็นวัตถุดิบในการประกอบร่างกลายเป็นข่าวดังข้ามคืนในญี่ปุ่นเลยทีเดียว

ตัว USB ชิ้นนี้ถูกสร้างโดยนักศึกษาเคมีชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งใช้ชื่อบน Twitter ว่า Ni28_XP ได้เผยภาพ USB ที่ภายในเป็นปลาขนาดเล็กที่วางขายตามซุปเมอร์มาร์เก็ตเชื่อมเข้ากับแผงวงจรและยึดติดกันไว้ด้วยเรซิน โดยแหล่งข้อมูลบอกว่าได้ใช้ส่วนสมองของปลาเป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ถึง 32 GB

แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากการเผยแพร่ Gadget ตัวนี้ไปก็มีหลายคนตั้งคำถามว่ามันใช้งานได้จริงหรือเป็นแค่การนำปลามาเป็นเครื่องประดับตกแต่งเอาสวยงามเท่านั้นซึ่งทางเว็บไซต์ tech-critter ก็ได้ขุดค้นข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าทางผู้สร้างได้มีการประดิษฐ์ USB หลากหลายรูปแบบไม่เพียงแค่หัวปลาจึงเป็นไปได้ว่ามันเป็นแค่ของตกแต่งให้มีเอกลักษณ์สวยงามเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเจ้า USB หัวปลาชิ้นนี้ได้ถูกจัดโชว์ในนิทรรศการ HandMade In Japan Fes 2019 ด้วยและสนนราคาอยู่ที่ 7,800 เยนหรือประมาณ 2,300 บาทไทยนั่นเองครับ ก็เอาเป็นว่าถ้ามันใช้งานได้จริงก็คงจะเป็นอะไรที่สยองผสมไฮเทคมากเลยทีเดียว

ที่มา: japansauce.net , tech-critter

from:https://notebookspec.com/japan-chemistry-invent-usb-flash-drive-fish-brain/468388/

fitbit เมื่อ wearable เริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันคนทำงานออฟฟิศ

พนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งประจำในออฟฟิศหรือมีการเคลื่อนไหวตัวน้อย เคยกังวลเรื่องสุขภาพกันบ้างไหมคะ ส่วนตัวผู้เขียนเอง แม้จะชอบเดินไปมาตามจุดต่างๆ ในออฟฟิศ ออกไปซื้อของ ทานข้าวเที่ยง แต่เทียบกับการนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานแล้ว เรียกว่ายังเดินน้อยกว่านั่งเสียอีก และแน่นอนว่าเป็นที่มาของโรคออฟฟิศซินโดรม ซึ่งการมีอุปกรณ์แจ้งเตือนบอกว่า “เดินบ้างได้แล้ว” ก็ช่วยดึงสติให้คุณเคลื่อนไหวเสียบ้าง

ทางผู้เขียนเป็นคนไม่ชอบออกกำลังกายมากๆ เลยค่ะ (ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นเช่นต้องแต่งชุดสวยไปงานแต่ง ถ่ายรูปทางการ หรือออกงานสำคัญออฟฟิศ) แต่ชอบที่จะกินชาบูบุฟเฟ่ต์ ของปิ้งย่าง โดยเฉพาะชานมไข่มุกระหว่างวันและขนมขบเคี้ยวต่างๆ ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้อ้วนสะสมรอบพุงได้ง่ายๆ

ถึงแม้ว่าจะใส่ Wearable ก็ยังไม่ได้ชอบที่จะออกกำลังกายมากขึ้นหรอกนะคะ แค่ช่วยให้รู้เรื่องสุขภาพมากขึ้นและตอบโจทย์สิ่งที่คาดหวังเรื่องสุขภาพเท่านั้น แต่สิ่งที่ Fitbit Charge3 ทำได้มากกว่านั้นคือจ่ายเงินได้ด้วย และนี่คือสิ่งที่น่าสนใจอยากจะมารีวิวให้กับคนที่ขี้เกียจพกกระเป๋าตังค์ให้ได้ลองใช้งานกันค่ะ

กระตุ้นให้เดินมากขึ้น

หลังจากทดลองใช้มาเดือนกว่าๆ ตั้งค่าทุกอย่างตามที่ App Fitbit สั่งการ เอ๊ย ตั้งค่า สิ่งที่ชอบคือนอกจากเตือนให้เคลื่อนไหว เพราะชีวิตการทำงานของแต่ละคน บางทีต้องนั่งประชุมกันเป็นเวลานานๆ อาจไม่ได้เคลื่อนไหวตามอัตราที่ร่างกายต้องการ อาจเป็นที่มาของโรคอ้วนสะสมก็เป็นได้นะคะ

ช่วยจำช่วงเวลาสำคัญของหญิงสาว

แล้ว ยังช่วยจำเวลามีรอบเดือนด้วย ซึ่งการตั้งค่ารอบเดือนละเอียดไปอี๊ก นอกจากช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีแล้ว ยังระบุปริมาณของเลือดว่ามากน้อยแค่ไหน เลือดเป็นยังไง มาพร้อมอาการแบบไหน มีความเสี่ยงตั้งครรภ์รึเปล่า ซึ่งใส่ข้อมูลไปให้ครบก็ช่วยเตือนให้รู้ว่า หากมีอาการขึ้นๆลงๆ ด้านอารมณ์ ปวดท้องไม่สบาย ก็จะได้จัดการชีวิตได้สะดวกขึ้น และยังเป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ทำให้ว่าที่คุณแม่ได้ทราบด้วยว่า คุณกำลังอยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือไม่

จ่ายเงินได้แล้ว

สำหรับคนที่ขึ้เกียจพกกระเป๋าเงิน เวลาไปออกกำลังกายแล้วต้องการซื้อของ สามารถใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นไม่ต้องพกของให้ยุ่งยาก แค่หาร้านค้าที่เปิดรับก็สามารถซื้อสินค้าได้แล้ว แต่คนเขียนยังไม่ได้ลองฟีเจอร์นี้เลย ทั้งที่ใจอยากลองมาก (นั่นเพราะเราไม่มีบัตรเคทีซี ฮ่าๆ) แต่มีร้านค้าที่เปิดให้ใช้งานได้หลากหลายมาก ทั้งโรงภาพยนตร์ ร้านอาหารอย่างแมคโดนัลด์ อาฟเตอร์ยู เอสแอนด์พี ฮอทพ็อต ซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งบิ๊กซีทั่วประเทศ กูร์เมต์มาร์เก็ต จิฟฟี่ ร้านการแฟอย่างคาเฟ่อเมซอน คอฟฟี่เวิร์ล เป็นต้น

ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเครื่อง

  • ประสบการณ์ด้านสุขภาพและฟิตเนสที่เหนือกว่า: ฟิตบิท ชาร์จ 3 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดการเต้นหัวใจที่ทันสมัยที่สุดของฟิตบิท (PurePulse®) เซ็นเซอร์ตรวจวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดสัมพัทธ์ (Relative SpO2 sensor) โหมดออกกำลังกายที่มีให้เลือกมากกว่า 15 โหมด สามารถใส่ว่ายน้ำได้iv แดชบอร์ดข้อมูลสุขภาพ การติดตามสุขภาพสำหรับสุภาพสตรี ฟังก์ชั่นติดตามการนอนในช่วงต่าง ๆ พร้อมข้อมูลวิเคราะห์ และประสบการณ์อื่น ๆ อีกมากมาย
  • ดีไซน์หรู พรีเมียมเหนือระดับ: มาพร้อมคุณสมบัติการกันน้ำลึกได้ น้ำหนักเบาเพื่อการสวมใส่ที่พอดี สบาย และมีความทนทาน และเป็นครั้งแรกที่จะมาพร้อมกับปุ่มเหนี่ยวนำ (inductive button) ให้สัมผัสไว เสริมด้วยฟีเจอร์ในตัวเครื่องที่ใช้งานง่ายและตอบสนองดีขึ้น เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • ฟิตเนสแทรคเกอร์ที่ฉลาดที่สุดของฟิตบิท: ไม่พลาดการติดต่อและไม่โดนรบกวน ด้วยฟีเจอร์ทันสมัยที่จำเป็นในยุคดิจิทัล เช่น การแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้มากขึ้น โหมดตอบกลับเร็ว (Quick Replies) สำหรับโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์ (เปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้) แอปฯ ที่ใช้สะดวกสำหรับทุกวัน และระบบการชำระเงิน ”ฟิตบิท เพย์” ตรงจากข้อมือใช้งานง่ายและปลอดภัย พร้อมทั้งแบตเตอรีที่ใช้ได้นานถึง 7 วันv

ราคาและการวางจำหน่าย

ฟิตบิท ชาร์จ 3 พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคา 6,490 บาท ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วไปเช่น บีทูเอส ร้าน.Life คิงพาวเวอร์ พาวเวอร์บาย วีมาร์ท และลาซาด้า มีจำหน่ายทั้งแบบสีดำพร้อมกรอบอะลูมีเนียมกราไฟต์ หรือสีบลูเกรย์พร้อมกรอบอะลูมิเนียมสีชมพูโรสโกลด์ อุปกรณ์เสริมราคาระหว่าง 990-1,890 บาท และรุ่น Special Edition ในราคา 6,990 บาท

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/01/review-fitbit-charge3/

Xiaomi เปิดตัวหูฟังไร้สาย Mi Air Bluetooth ทำเหมือน AirPods มากกว่ารุ่นก่อน และมีสีดำให้เลือกด้วย

ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายนของปีที่แล้ว Xiaomi ได้เปิดตัวหูฟังไร้สาย AirDots ที่มีลักษณะคล้ายกับ AirPods ของ Apple แต่ล่าสุด Xiaomi ได้ออกรุ่นใหม่ เรียกว่า Mi Air Bluetooth ซึ่งคราวนี้ทำเหมือนกับ AirPods อย่างชัดเจน

Xiaomi AirDots อาจจะไม่เหมือน AirPods สักเท่าไร แต่สำหรับรุ่นใหม่ Mi Air Bluetooth มีดีไซน์ที่ใกล้เคียงอย่างชัดเจน ทั้งก้านที่ตัวหูฟัง การออกแบบกล่องชาร์จ และบางคนอาจจะถูกใจมากกว่า AirPods เพราะผลิตสีดำออกมาให้เลือกด้วย

Xiaomi Mi Air Bluetooth ใช้ไดรเวอร์ Neodymium 7 มิลลิเมตร ให้เสียงที่ขับออกมามีคุณภาพด้วย Chamber sound ไทเทเนียม สนับสนุน AAC codec และรองรับเทคโนโลยีลดเสียงรบกวน ENC

Xiaomi Mi Air Bluetooth เป็นหูฟังไร้สายในระบบ True Wireless Stereo (TWS) รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 แบตเตอรี่ให้อายุการใช้งานนานสูงสุด 10 ชั่วโมง ชาร์จเร็วในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง หรือ ชาร์จเพียง 10 นาที สามารถนำไปใช้งานได้นาน 70 นาที

Xiaomi จะเริ่มวางจำหน่ายหูฟัง Mi Air Bluetooth ในวันที่ 11 มกราคมนี้ ราคา 399 หยวน หรือราว 1,870 บาท

ที่มา – 9to5mac

from:http://www.flashfly.net/wp/238795

OtterBox จับมือกับ PopSockets เปิดตัวเคส Otter + Pop สำหรับ iPhone จับถือสะดวกด้วยมือเดียว

ผู้ผลิตเคส OtterBox ทำงานร่วมกับ PopSockets ผู้ผลิตอุปกรณ์ช่วยจับสมาร์ทโฟน เปิดตัวเคสสำหรับ iPhone รุ่น Otter + Pop โดยเป็นการนำจุดเด่นของแต่ละแบรนด์ มารวมอยู่ในผลิตภัณฑ์เดียวกัน

Otter + Pop ใช้เคสในซีรี่ย์ Symmetry ของ OtterBox มาพัฒนาใหม่ มาพร้อม PopGrip ที่ด้านหลังเคส สำหรับติดตั้ง PopTops ซึ่งผู้ใช้งานสามารถถอดเปลี่ยนได้ และมี PopTops ให้เลือกหลายแบบ

PopSockets ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา โดยเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับยึดติดที่ด้านหลังของสมาร์ทโฟน สามารถดึงออกมาเพื่อช่วยให้จับถือสมาร์ทโฟนได้อย่างถนัด รวมถึงใช้เป็นขาตั้งสมาร์ทโฟนได้ด้วย และถ้าต้องการพกพาก็สามารถกด PopSockets ให้แนบติดกับแผงหลังของสมาร์ทโฟนได้

สำหรับเคส Otter + Pop จะเริ่มวางในเร็วๆ นี้ สนนราคา 59.95 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 1,925 บาท ส่วน PopTops ที่ออกแบบมาให้ถอดเปลี่ยนได้และมีให้เลือกหลายแบบ จะวางจำหน่ายในราคาชิ้นละ 8 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 260 บาท

ที่มา – MacRumors

from:http://www.flashfly.net/wp/238777

SanDisk อวดโฉมต้นแบบ Flash Drive ขนาด 4TB และ Extreme Pro SSD รุ่นใหม่

Western Digital เผยโฉม Flash Drive ขนาด 4TB ภายใต้แบรนด์ SanDisk โดยบอกว่าเป็น Flash Drive ที่มีความจุมากที่สุดในโลก รองรับพอร์ต USB-C แต่ยังไม่พร้อมวางจำหน่ายในตอนนี้ เพราะยังเป็นเพียงต้นแบบ อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาจะสูงพอสมควร เพราะปัจจุบัน Flash Drive ขนาด 2TB มีราคาไม่ต่ำกว่า 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 32,060 บาท

Western Digital ยังได้แนะนำหน่วยความจำ SSD แบบพกพารุ่นใหม่ SanDisk Extreme Pro ให้ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูล 1GB/s กันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP55 เตรียมวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2019 โดยมีให้เลือก 3 ขนาด คือ 500GB, 1TB และ 2TB

พร้อมกันนี้ Western Digital ยังเปิดตัวบริการ SanDisk Flashback สำหรับ SanDisk Ultra Flash Drive และ SanDisk Ultra Fit Flash Drive ช่วยสำรองข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถกู้ค้นหาและแชร์ข้อมูลได้ ในกรณีที่ทำ Flash Drive สูญหาย หรือไม่ได้อยู่กับตัว

นอกจากนี้ Western Digital ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ WD ด้วย นั่นคือหน่วยความจำ SSD แบบพกพา My Passport Go ขนาด 500GB ถึง 1TB ให้ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด 400MB/s ผ่านสาย USB-A แต่ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับราคาและกำหนดการวางจำหน่าย

ที่มา – MacRumors

from:http://www.flashfly.net/wp/238764

Withings เปิดตัว Smartwatch รองรับ ECG พร้อมด้วยอุปกรณ์ Cardiovascular Monitor แบบ 3-in-1

Withings ผู้ผลิตอุปกรณ์ดูแลสุขภาพจากฝรั่งเศส เปิดตัวผลิตภัณฑ์สวมใส่รุ่นใหม่ที่งาน CES 2019 ประกอบด้วยอุปกรณ์ Cardiovascular Monitor แบบ 3-in-1 และ Smartwatch ที่สามารถวัดคลื่นหัวใจ (ECG) ได้

อุปกรณ์ Cardiovascular Monitor แบบ 3-in-1 จาก Withings เรียกว่า BPM Core ออกแบบมาให้รัดที่ต้นแขน เพื่อวัดความดันโลหิต, ลิ้นหัวใจ และ อ่านคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ซึ่งสามารถระบุความผิดปกติของหัวใจได้ อ่านค่าต่างๆ ได้ทันทีบนจอแสดงผล LED แบบ Matrix แต่การอ่านผลจาก ECG แบบเชิงลึก จะถูกส่งไปยังสมาร์ทโฟน ผ่านแอพพลิเคชั่น Withings Health Mate

BPM Core ยังอยู่ในระหว่างการรออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะสามารถวางจำหน่ายได้ในไตรมาสที่ 2 ราคา 249 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 7,960 บาท

Smartwatch รุ่นใหม่ของ Withings มีด้วยกัน 2 รุ่น คือ Move กับ Move ECG ทั้งคู่มากับหน้าปัดแบบอะนาล็อก รองรับฟีเจอร์ติดตามการออกกำลังกาย และสุขภาพการนอนหลับ สามารถสวมใส่ในระหว่างเดิน วิ่ง และว่ายน้ำ โดยต้านทานน้ำลึกสูงสุด 50 เมตร และมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่นานสูงสุด 12 เดือน สำหรับ Smartwatch รุ่น Move ECG จะเหนือกว่ารุ่น Move ตรงที่มีฟีเจอร์อ่านคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)

Withings Move มีให้เลือก 5 สี เปิดรับจองแล้วในราคา 70 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 2,240 บาท เริ่มจัดส่งได้ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนรุ่น Move ECG มีให้เลือก 2 สี (สีขาว/สีดำ) ราคา 130 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 4,160 บาท คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 2 ปีนี้

ที่มา – MacRumors

from:http://www.flashfly.net/wp/238686