คลังเก็บป้ายกำกับ: G-ABLE

HPE GreenLake with Cohesity (Pay-as-you-go Data Management) Cohesity โดย HPE GreenLake ให้คุณจ่ายค่าการจัดการข้อมูลตามการใช้งานจริง

“Cohesity โดย HPE GreenLake จะช่วยคุณแก้ปัญหาของข้อมูลจำนวนมากที่กระจัดกระจาย ลดเวลาในการกู้คืน
และนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น”

HPE GreenLake with Cohensity (Pay-as-you-go Data Management)

ในปัจจุบันผู้นำทางธุรกิจได้ปรับเปลี่ยนความคาดหวังจากการใช้งานระบบไอทีขององค์กร ผ่านประสบการณ์การใช้งานระบบคลาวด์ ผนวกกับการเปลี่ยนแปลงของ Digital Transformation ส่งผลให้ปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล เกิดความท้าทายในการบริหารจัดการข้อมูล องค์กรของท่านจะตอบสนองต่อความต้องการที่กำลังเพิ่มขึ้นในการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและยืดหยุ่นกว่าเดิมได้อย่างไร โดยยังคงงบค่าใช้จ่ายไว้และสามารถควบคุมการบริหารจัดการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของโซลูชั่น Cohesity-HPE

  • Eliminate multiple point solutions
    ลดจุดซ้ำซ้อนจากหลากหลายโซลูชั่น ด้วยแพลตฟอร์มข้อมูลเดียวระดับองค์กร
  • Safeguard your data
    ปกป้องข้อมูลของคุณ ด้วยฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยที่ built-in มาในตัวและการป้องกัน Ransomware
  • Simplify management
    ลดความซับซ้อนในการจัดการ ด้วยอินเตอร์เฟซผู้ใช้งานระบบเดียวทุกการเชื่อมต่อ Core, Cloud และ Edge
  • Accelerate hybrid/multi-cloud
    เพิ่มความเร็วในการใช้ ไฮบริดคลาวด์ /มัลติคลาวด์ รองรับคลาวด์สาธารณะชั้นนำ
  • Do more with your backup and unstructured data
    ใช้ประโยชน์เพิ่มเติมจากข้อมูลสำรองและข้อมูล Unstructured สำหรับข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจ

Credit: Hewlett Packard Enterprise (HPE)

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ

ติดต่อทีมงาน G-Able เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HPE GREENLAKE หรือขอทดสอบใช้งานระบบได้ทันทีที่ บริษัท จีเอเบิล จำกัด (Email : inquiry@g-able.com)

Credit: Hewlett Packard Enterprise (HPE)

เกี่ยวกับ G-Able

G-Able คือบริษัทผู้พัฒนา, ติดตั้งจนถึงให้บริการด้านระบบ IT และ Digital ในไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้าน Modern Digital Solutions, Enterprise Business Solutions และ IT Infrastructure Solutions โดยมีกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำในภาคเอกชน

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
บริษัท จีเอเบิล จำกัด
โทร : 065-719-3899
Email : inquiry@g-able.com
หรือสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ G-Able ได้ที่ https://www.g-able.com/contact-us/

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-greenlake-with-cohesity-pay-as-you-go-data-management-cohesity-by-g-able/

UTC มุ่งผลักดันงานวิจัยสู่งานนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง ดึง NVIDIA DGX A100 เสริมทัพด้านเทคโนโลยี AI

ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม (Chulalongkorn University Technology Center: UTC) แพลตฟอร์มในการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมออกสู่ตลาด ได้ประกาศถึงความร่วมมือกับจีเอเบิลในการดำเนินการติดตั้งระบบ NVIDIA DGX A100™ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเสริมทัพเทคโนโลยีทางด้าน AI มุ่งผลักดันงานวิจัยและช่วยเหลือนักวิจัยพัฒนานวัตกรรม ด้าน AI และ MedTech เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อภาคอุตสาหกรรมและสังคม และสร้างมาตรฐานงานวิจัยให้แข่งขันได้ในระดับนานาชาติ

ผศ.ดร. ณัฐวุฒิ หนูไพโรจน์ รักษาการแทนผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่านวัตกรทุกคนอยากให้งานวิจัยตนเองเกิดผลกระทบเชิงบวกต่อผู้อื่น ซึ่งทำให้เขาเกิดความภาคภูมิใจ และเป็นส่วนที่ทำให้ประเทศชาติพัฒนา แต่หลายๆครั้งนักวิจัยอาจตั้งโจทย์จากตัวเอง ทำให้มองไม่เห็นปัญหาที่แท้จริงของผู้ใช้งาน พอจะไปใช้งานจริงหรือต่อยอดในเชิงพาณิชย์ก็จะเริ่มติดปัญหา เราก็เลยตั้งศูนย์ UTC เพื่อสร้าง Ecosystem ขึ้นมา เพื่อสนับสนุนให้นักวิจัยได้สัมผัสโจทย์จริงๆ เช่น การทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสังคมโดยทางศูนย์ฯ จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างนวัตกรและภาคเอกชน และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อลดปัญหาการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิจัยไม่ถนัด การที่นักวิจัยกลัวการถูกเอาเปรียบจากการทำธุรกิจ และ การนำงานวิจัยไปใช้ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของผู้วิจัย

ปัจจุบัน UTC มุ่งเน้นในการสร้างนวัตกรรม AI และ MedTech ซึ่งการดำเนินงานด้าน AI นั้นได้เริ่มจากงานวิจัยภายในจุฬาฯ ก่อน ว่ามีงานวิจัยชิ้นไหนที่สามารถต่อยอดได้ โดยในเวลานี้ มีโครงการที่น่าสนใจคือ

  • AI ที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทย เช่น AI ที่ดึงข้อความภาษาไทยจากภาพถ่ายและวิดีโอ, AI แปลงเสียงให้เป็นข้อความภาษาไทย เป็นต้น
  • AI เพื่อการแพทย์ หรือ AI for Health เช่น AI ช่วยจำแนกประเภทย่อยของโรคหัวใจล้มเหลวจากภาพ CT-Scan AI ช่วยตรวจหาชิ้นเนื้อที่ผิดปกติที่พบจากการส่องกล้องทางเดินอาหาร, AI ที่ช่วยในการทำ Pre-screening สำหรับงานด้าน Tele-medicine
  • AI สำหรับภาคอุตสาหกรรม หรือ AI for Industry ที่นำงานวิจัยด้าน AI มาพัฒนาเป็นนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ UTC ได้มีความร่วมมือกับเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในด้านของเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน โดยในต่างประเทศมีการร่วมมือกับ NVIDIA AI Technology Center (NVAITC) เครือข่ายที่ให้ความร่วมมือเกี่ยวกับทางด้าน AI ซึ่งทางจุฬาฯเป็นที่เดียวในประเทศไทยและเป็น 1 ใน 40 แห่งทั่วโลก ความร่วมมือนี้ทำให้ UTC เป็นหน่วยงานแรกในประเทศไทย ที่ติดตั้ง NVIDIA DGX A100 สำหรับการพัฒนางานด้าน AI เต็มรูปแบบ โดย NVIDIA DGX A100™ เป็นศูนย์ข้อมูลแบบเร่งความเร็วระดับ 5 Petaflops ซี่งนับเป็น AI Infrastructure ที่สำคัญที่ช่วยนักวิจัยในการเร่งสปีดของงานวิจัยและนวัตกรรม ทั้งด้านประสิทธิภาพและระยะเวลาในการเทรนนิ่งได้ และยังรองรับความต้องการของผู้ใช้งานได้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้บริษัท G-Able ซึ่งเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์หลักของ NVIDIA ได้นำทีมที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญเข้าไปช่วยติดตั้งให้แก่ ศูนย์ UTC ของจุฬา เริ่มติดตั้งในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ด้านคุณสุเทพ อุ่นเมตตาจิต กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทจีเอเบิล กล่าวว่าในฐานะผู้นำทางด้านดิจิทัลโซลูชัน จีเอเบิลมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีความร่วมมือกับทาง UTC ในครั้งนี้ เราพร้อมสนับสนุนเพื่อให้ศูนย์ UTC ก้าวสู่เป้าหมายทางด้านการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสนับสนุนงานวิชาการเชิงลึก ส่งเสริมนักวิจัยให้พัฒนางานวิจัยสู่งานนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง การติดตั้ง NVIDIA DGX A100 ในครั้งนี้ ทำให้ศูนย์ UTC มี AI Infrastructure ที่ดีที่สุดในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้นักวิจัยทุกคนได้ประโยชน์อย่างเต็มที่

การพัฒนางานทางด้าน AI จะต้องมีเครื่องมือที่ใหญ่และมีประสิทธิภาพที่ดีพอ จึงสามารถทำงานนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงและแข่งขันในระดับนานาประเทศได้ นักวิจัยไทยมีเทคนิคไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่เราจำเป็นจะต้องมีเครื่องมือเพื่อไปเสริมความสามารถเขาให้ไปถึงจุดนั้นให้ได้ ทาง UTC หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะช่วยผลักดันให้งานวิจัยไทยให้กลายเป็นงานนวัตกรรมที่เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อภาคอุตสาหกรรมและสังคม สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างแท้จริงผศ.ดร. ณัฐวุฒิ กล่าวเสริม

from:https://www.techtalkthai.com/utc-ai-technology-adoption-with-nvidia-dgx-a100/

[วิดีโอ] New Working Normal (ข้อเสนอสุดพิเศษจาก G-Able | Mverge)

HR ต้องระวัง! การย้ายข้อมูลพนักงานที่เก็บบนเอกสารฉบับพิมพ์ไปเก็บรักษาเป็นข้อมูลฉบับอิเล็กทรอนิกส์ จะแน่ใจได้อย่างไรว่ามั่นคงปลอดภัยและถูกหลัก พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งหากผิดพลาดอาจสร้างความเสียหายให้บริษัท มีโทษปรับตั้งแต่ 5 แสนถึง 5 ล้านบาท และโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปี

รับชมวิดีโอนี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวรับมือกับ PDPA อย่างถูกต้องและมั่นคงปลอดภัยบนระบบที่เชื่อถือได้ทั่วโลกจากผู้มีประสบการณ์ GDPR และบริการสุดพิเศษ (Special Offering) โดยผู้เชี่ยวชาญจาก G-Able | Mverge

ผู้บรรยาย

  • คุณวรรณทิพา วงษ์สมุทร ผู้อำนวยการสายผลิตภัณฑ์โมเดิร์นเวิร์ค จาก Microsoft
  • คุณวรินทร์ วิศวกรวิศิษฎ์ ผู้อำนวยการฝ่ายโซลูชั่น จาก G-Able | Mverge

กดติดตามข้อมูลเกี่ยวกับโซลูชันน่าสนใจบน Facebook Page: https://www.facebook.com/Mverge_G-ABLE-103967411392022

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คุณนัธนา สุวรรณจินดา 081-903-8400, 065-719-3875 อีเมล natthana.s@g-able.com หรือเว็บไซต์ https://www.g-able.com/news/mverge-pdpa-hr-solution/

from:https://www.techtalkthai.com/new-working-normal-by-g-able-mverge/

G-Able | Red Hat Webinar: Building Trust & Fasten your Application with Red Hat OpenShift

G-Able จับมือ Red Hat Thailand ขอเชิญผู้ที่สนใจทุกท่านเข้าร่วม Webinar “G-Able | Red Hat Webinar:  Building Trust & Fasten your Application with Red Hat OpenShift” ในวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน เวลา 14:00 – 15:30 น.เพื่อเรียนรู้การนำโซลูชัน OpenShift มาช่วยในการพัฒนาซอฟต์แวร์ในรูปแบบของ Container โดยมีรายละเอียดงานและวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมฟังฟรี ดังนี้ 

รายละเอียดการบรรยาย (เวลาเมืองไทย)

หัวข้อ: G-Able l Red Hat Webinar: Building Trust & Fasten your Application with Red Hat OpenShift
ผู้บรรยาย: คุณ Fuangwit Sopharat, Channel Solutions Architect, Red Hat Thailand และคุณ Teeraphong Jantorn, Solution Architect Manager, G-Able Company Limited
วันที่: วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563
เวลา: 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Webinar (Zoom)
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 ท่าน
ภาษา: ไทย
ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_nBK4PtWdQm2CU9ZEPBCqmg

ใน Webinar ครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญจาก G-Able และ Red Hat Thailand จะมาให้ความรู้ทุกท่านเกี่ยวกับโซลูชัน OpenShift ซึ่งจะมาช่วยในการพัฒนา Application หรือ Software ด้วยรูปแบบของ Container ซึ่งในปัจจุบันการใช้งาน Container บน Docker และแยกเซอร์วิสออกเป็นส่วนย่อยๆ (Microservice Architecture) สามารถช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการและยังสามารถขยายระบบได้ง่ายยิ่งขึ้น 

โดยการสร้าง Container ที่มีความปลอดภัยสูงเข้ามารองรับการทำงานด้วย Red Hat OpenShift นั้นมีข้อดีคือซอฟต์แวร์ดังกล่าวเป็นซอฟต์แวร์ Open Source ที่เหล่า Developer ใช้งานกันเป็นมาตรฐานทั่วโลก ลูกค้าเองจึงไม่ต้องยึดติดกับผู้ผลิต Hardware หรือผู้ให้บริการ Cloud รายใดเป็นพิเศษ ทำให้องค์กรสามารถลงทุนอย่างคุ้มค่าได้ในระยะยาว ไม่เกิดปัญหา Vendor Lock-in และสามารถ เพิ่ม Tools ในการบริหารจัดการอื่นๆ ได้อีกด้วย

Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน G-Able และ Red Hat Thailand ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ได้ฟรีทันที

เพียงเข้าไปกรอกข้อมูลในหน้าเว็บไซต์ https://zoom.us/webinar/register/WN_nBK4PtWdQm2CU9ZEPBCqmg

โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน


เกี่ยวกับ G-Able

G-Able คือบริษัทผู้พัฒนา ติดตั้ง จนถึงให้บริการด้านระบบ IT และ Digital ในไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้าน Modern Digital Solutions, Enterprise Business Solutions และ IT Infrastructure Solutions โดยมีกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำในภาคเอกชน

บริษัท จีเอเบิล จำกัด
โทร : 065-719-3899
Email : inquiry@g-able.com
หรือสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ G-Able ได้ที่ https://www.g-able.com/contact-us/

 

from:https://www.techtalkthai.com/g-able-red-hat-webinar-building-trust-fasten-app-dev-openshift/

F5 | G-able Webinar: Modernize Application With F5 MCAS

F5 Networks และ G-able ขอเรียนเชิญ IT Manager, DevOps Engineer, Software Developer และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง Modernize Application With F5 MCAS โดยทีมวิศวกรจาก F5 Networks ประเทศไทย พร้อมทั้งร่วมสอบถามประเด็นข้อสงสัยต่างๆ เพื่อตอบข้อสงสัยในการใช้งาน F5 Multi-Cloud Application Services เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน Modernize Application ได้อย่างไร ในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2020 เวลา 14.00 – 15.00 น. ผ่านช่องทาง Live Webinar ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Modernize Application With F5 MCAS
ผู้บรรยาย: คุณ Preeyanuch Adirek, Solution Architect จาก F5
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2020 เวลา 14.00 น. – 15.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย
ลิงคลงทะเบียน:  https://f5networks.zoom.us/webinar/register/9515961083740/WN_YhMaFoqxSvSVRKqzjvYEkw

เนื่องจากในปัจจุบันรูปแบบของแอปพลิเคชันมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งาน จากเดิมตัวแอปพลิเคชันจะวางอยู่ตามไซต์ หรือ Data Center ของลูกค้าในรูปแบบ On-premise ที่ใดที่หนึ่ง มาเป็นการใช้งานผ่าน Cloud Technology โดยอาจมีการใช้งาน Cloud Services ตั้งแต่สองแห่งขึ้นไปร่วมกับการใช้งานรูปแบบ On-premise ซึ่งทำให้เกิดความซับซ้อนในการใช้งาน แต่จะเห็นได้ว่า F5 Networks มีแพลตฟอร์มหลากหลายทั้งแบบ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ Cloud Services เพื่อตอบโจทย์การใช้งานแอปพลิเคชันในแต่ละสถานที่ อีกทั้งมอบความสามารถในการบริหารจัดการระหว่าง Cloud Services ความสามารถในการโปรแกรมมิ่ง การเข้าถึงผ่าน API รวมทั้งสามารถในการใช้งานร่วมกับระบบ Automation ที่ลูกค้ามีอยู่เดิมได้

กำหนดการ

  • F5 Vision and Strategy
  • F5 Multi-Cloud Application Services
  • Q&A

from:https://www.techtalkthai.com/f5-g-able-webinar-modernize-application-with-f5-mcas/

G-Able หนุนคนยุคใหม่เก่ง AI และ IoT เพิ่มขีดความสามารถในยุคดิจิทัล

ปัจจุบันเทคโนโลยี AI และ IoT ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น การพัฒนาทั้งสองเทคโนโลยีนี้จะมาช่วยมนุษย์ในเรื่องของความสะดวกสบายและความปลอดภัย รวมถึงในภาคอุตสาหกรรมก็จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในด้านการผลิต เพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น ยิ่งภาวะวิกฤตหลายอย่างที่โลกกำลังเผชิญอยู่ เทคโนโลยีทั้งสองนี้ ได้เข้ามาช่วยเหลือผู้คนและองค์กรให้ก้าวผ่านวิกฤตการณ์ และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคต

ถึงแม้ว่าทั้งสองเทคโนโลยีจะมีความสำคัญลำดับต้นๆในยุคดิจิทัล แต่ในภาคอุตสาหกรรมของไทยยังขาดแคลนบุคคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านนี้อีกเป็นจำนวนมาก ภาครัฐและภาคเอกชนจึงจำเป็นต้องร่วมมือกันเสริมสร้างพื้นที่ พัฒนากำลังคนทางด้าน AI และ IoT ที่มีคุณภาพ และสามารถทำงานได้จริง

ในฐานะที่เป็นผู้นำในการให้บริการด้านดิจิทัลโซลูชันอย่างครบวงจร G-Able ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีทั้งสองนี้ จึงร่วมมือกับภาคีในการจัดแข่งขันในโครงการ ค้นหาสุดยอดฝีมือโทรคมนาคมและไอซีทีเทิดพระเกียรติ ครั้งที่ 13” เพื่อพัฒนาบุคคลากรและเยาชนไทยให้มีทักษะความรู้ และความสามารถทางด้านเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล

การแข่งขันในครั้งนี้ เป็นการแข่งขันประเภททีม ทีมละไม่เกิน 2 คน เพื่อทดสอบความรู้ใน 2 สาขา ได้แก่ IoT (Smart NodeMCU) มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยี Internet of Things เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในยุคดิจิทัล และ สาขา AI (Chatbot) เพื่อการพัฒนาแชทบอทและโปรแกรมสนทนาที่นำมาใช้ในการตอบโต้กับมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

โดยนอกจากผู้ร่วมแข่งขันจะได้ทดสอบความรู้ทางภาคทฤษฏีแล้ว ทีมที่เข้ารอบชิงชนะเลิศจะต้องใช้ความรู้ ทักษะและความสามารถแข่งขันทางภาคปฏิบัติ เพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้ใช้ได้จริง ผู้ชนะจากแต่ละสาขาจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช นอกจากนี้ ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 และรองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับเงินรางวัล พร้อมทั้งใบประกาศเกียรติคุณจากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

โครงการฯ เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2020 ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดการแข่งขันและสมัครผ่านเว็บไซต์ https://contest.thaifstt.org/ และสามารถสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการ 02-781 9000 ต่อ 4532 อีเมล contest.thaifstt@gmail.com

from:https://www.techtalkthai.com/ai-and-iot-contest-2020-by-thai-fstt-and-g-able/

ตามไปดูโซลูชั่นไอทีล้ำสมัยแห่งยุค New Normal จาก G-Able

การระบาดของไวรัส COVID-19 และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลให้ธุรกิจยุคดิจิทัลวิถีใหม่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น

– ความต้องการ พฤติกรรม และรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า
– รูปแบบการแข่งขันที่ปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง มีคู่แข่งใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา
– เทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
– ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ ที่พร้อมจู่โจมองค์กรจากรอบด้าน
– รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงสู่ Remote Work เมื่อพนักงานจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้าน และเข้าถึงทรัพยากรขององค์กรได้จากทุกที่ทุกเวลา

แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ระบบไอทีเพื่อรองรับการทำงานจากนอกสถานที่มีความปลอดภัยเพียงพอ ทั้งช่องทางการเชื่อมต่อ อุปกรณ์ และการระบุตัวตนผู้ใช้

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นโจทย์ความท้าทายที่ใหญ่หลวงของฝ่ายไอที ที่ต้องปรับโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบไอทีที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อนำพาองค์กรเคลื่อนผ่านมรสุมความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง และพร้อมรับโอกาสใหม่ๆ ที่รออยู่ในอนาคต

G-Able คู่คิดธุรกิจวิถีใหม่

ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการช่วยขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี ทำให้ G-Able เข้าใจความต้องการของลูกค้า พร้อมให้คำปรึกษาคำแนะนำในการเตรียมความพร้อมของระบบไอที เพื่อตอบรับความต้องการในการทำงานในรูปแบบดิจิทัลและ Remote work ในปัจจุบัน

ซึ่งพนักงานไม่ได้ทำงานเพียงแต่ในออฟฟิศเหมือนแต่ก่อน หลายคนใช้โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต อุปกรณ์โมบายต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนตัว ในการเข้าถึงทรัพยากรด้านไอทีขององค์กร ได้จากทุกเวลาและสถานที่

จะมั่นใจได้อย่างไรว่าการเชื่อมต่อนั้นมีความปลอดภัยเพียงพอ ไม่เกิดช่องโหว่การรั่วไหลของข้อมูล หรือเป็นจุดอ่อนของการโจมตีจากภัยคุกคามภายนอก ที่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่ข้อมูลทางธุรกิจ และองค์กรของคุณอย่างคาดไม่ถึง

โซลูชั่นด้านไอทียุค New Normal

เพื่อให้องค์กรคุณมีความปลอดภัยและลดความเสี่ยงข้างต้น เราได้เตรียมโซลูชั่นที่จำเป็นให้เหมาะสมกับแต่ล่ะองค์กร โดยมีโซลูชั่นหลักๆ ดังนี้


โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบไอทีหลักที่เกี่ยวข้องพร้อมให้บริการอย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด และเพื่อให้พนักงานทำงานจากนอกสถานที่ได้เสมือนนั่งอยู่ในออฟฟิศ

ระบบรักษาความปลอดภัย (Cyber Security)
เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในระดับเอ็นเทอร์ไพรซ์ครอบคลุมทั้งการระบุตัวตน การรักษาความปลอดภัยของเข้าถึงแอปพลิเคชันและข้อมูลผ่านระบบ VPN การใช้งานระบบคลาวด์ การค้นหา และปิดช่องโหว่ของระบบไอที

ช่วยปกป้องการรั่วไหลของข้อมูล และรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้คุณดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

แพลตฟอร์การทำงานแบบดิติจอล (Digital Workplace Platform)
ระบบที่ทำให้การทำงานร่วมกันและการสื่อสารยุคดิจิทัลเป็นเรื่องง่าย แชร์เอกสาร แก้ไขเอกสาร พร้อมจัดเก็บเอกสารแบบรวมศูนย์ (Centralized) รวมถึงการประชุม การอบรม การทำ Workshop และการทำ Webinar โดยยังคงรักษา Social distancing คู่ไปกับธุรกิจสามารถดำเนินการได้เหมือนปกติ

G-Able ได้ร่วมมือกับ Partner ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีที่สุด ซึ่ง Cisco Webex เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มเพื่อการสื่อสารและประสานการทำงานระดับองค์กร ที่มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ข้อมูลทางธุรกิจต่างๆ จะไม่รั่วไหลออกไปสู่บุคคลภายนอก

โดยการเลือกใช้งานนั้น องค์กรสามารถค่อยๆ ลงทุน ด้วยการเลือกใช้เฉพาะโซลูชั่นที่ต้องการใช้งานเร่งด่วน หรือนำโซลูชั่นต่างๆ ไปผสานการทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจยุคดิจิทัลวิถีใหม่อย่างเต็มรูปแบบก็ได้

โซลูชั่นดังกล่าว เป็นสิ่งที่ G-Able มุ่งมั่นช่วยองค์กรรับมือกับความท้าทายของความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจยุคดิจิทัลวิถีใหม่ เราพร้อมนำความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ มาช่วยขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

บริษัท จีเอเบิล จำกัด
127/20, 22, 29-31 ถนนนนทรี แขวงช่องนนทรี
เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
โทร. 0-2781-9333
อีเมล์ : inquiry@g-able.com
เว็บไซต์ : http://www.g-able.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/g-able-solution-for-new-normal/

[Video Webinar] IT and HR Collaborate to Deal with New Working Normal and PDPA by G-Able | Mverge

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย G-Able | Mverge Webinar เรื่อง “IT and HR Collaborate to Deal with New Working Normal and PDPA” ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณภณ ไพสิฐวิทยา Senior Vice President และ คุณยรรยงค์ สัจจาริยกุล Solution Specialist จาก G-Able | Mverge

จากภัย COVID-19 ที่ทั่วโลกต่างเผชิญอยู่ ส่งผลเร่งให้เกิด Digital Transformation เร็วยิ่งขึ้น แต่ละองค์กรจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้กับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) รวมไปถึงหาตัวช่วยด้าน IT เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ที่จำเป็นต้องดูแลบุคลากรทั้งหมดให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤตไปด้วยกันได้ อีกทั้งยังต้องเตรียมความพร้อมให้การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานเพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่รัฐบาลมีมติขยายเวลาเริ่มบังคับใช้งานออกไปเป็นวันที่ 27 พฤษภาคม ปีหน้า (2021) แทน

G-Able | Mverge ขอเชิญทุกท่านมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และรับฟังโซลูชันที่จะช่วยตอบโจทย์การทำงานในยุค New Normal และการดำเนินการให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพื่อให้เหมาะสมต่อการนำไปใช้งานในธุรกิจ

สิ่งที่ท่านจะได้รับจากการเข้าร่วม Webinar มีดังนี้

  • ฝ่ายทรัพยากรบุคคลพร้อมรองรับการเริ่มงานของพนักงานตามข้อปฏิบัติของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
  • การสนับสนุนการปฏิบัติงานของฝ่ายบุคคลเพื่อตอบโจทย์การทำงานแบบ New Normal ด้วยการสแกนใบหน้าและระบบบริการด้วยตนเอง
  • การช่วยเหลือและสนับสนุนการทำงานของพนักงานเมื่อต้องทำงานนอกสถานที่
  • การยินยอม การจัดเก็บเอกสารข้อมูลส่วนบุคคล และการร้องขอใช้ข้อมูลเอกสารส่วนบุคคลในองค์กรตามแนวทางของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-new-working-normal-and-pdpa-for-hr-by-g-able-mverge/

ปกป้องธุรกิจจาก Ransomware ภัยคุกคามยุค Digital ที่สร้างความเสียหายมหาศาลด้วย Veritas

Ransomware เป็นหนึ่งในภัยคุกคามในยุคดิจิตอลที่สร้างความเสียหายจำนวนมาก มีอัตราการขยายตัวมากที่สุดในปัจจุบัน จากสถิติพบว่าทุกๆ 11 วินาที จะมีธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก Ransomware ทั้งที่บางธุรกิจเหล่านั้นมีการลงทุนระบบป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ไว้อยู่แล้ว ในความเป็นจริงนั้น ไม่มีระบบป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ใดที่จะสามารถป้องกันได้อย่าง 100% ส่วนที่ยังหลุดรอดมาได้แม้เพียงเล็กน้อยก็อาจจะทำความเสียหายใหญ่หลวงให้แก่ธุรกิจได้ การมีระบบที่มารองรับเพิ่มเติมจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อนำมาช่วยบรรเทาความเสียหายจากภัยคุกคามเหล่านั้น ในกรณีที่ธุรกิจต้องประสบปัญหา

ช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา มีธุรกิจในไทยจำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบจาก Ransomware โดยมี Server จำนวนมากใน Data Center ได้รับผลกระทบจนต้องหยุดให้บริการไป ในจำนวนนั้นเราพบว่ามีธุรกิจที่ไว้วางใจใช้ Veritas NetBackup และ NetBackup Appliance จาก G-Able โดยเราสามารถช่วยให้ลูกค้าเหล่านั้นนำระบบกลับมาใช้งานได้ตามปกติและลดความเสียหายของธุรกิจได้อย่างทันท่วงที ซึ่งตัว Veritas NetBackup Appliance เองมีกลไกการปกป้องตัวเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับสูงทำให้ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ซึ่งเป็นข้อมูลชุดสุดท้ายที่สามารถใช้งานได้ ได้รับความปลอดภัยการโจมตีจาก Ransomware ไปด้วย ทำให้สามารถนำข้อมูลกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

นอกจากนี้ Backup Strategy ก็มีความสำคัญไม่น้อย เช่น เรื่องของการเก็บข้อมูล Backup ไว้อย่างน้อย 2 ชุด แบ่งไว้ 2 สถานที่ ซึ่ง Veritas NetBackup เองก็มีความสามารถที่เรียกว่า Auto Image Replication (AIR) มาช่วยจัดการเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือการกำหนดสิทธิเข้าใช้ Backup Server อย่างเหมาะสม Veritas NetBackup ก็สามารถกำหนด Role Base Access (RBAC) ได้เช่นกัน

นอกจากจะเสริมระบบปกป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้แล้ว Veritas NetBackup ยังมีความสามารถอื่นๆอีกมากที่มาช่วยปกป้องข้อมูลจากภัยคุกคามด้านอื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน โดย Veritas ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า APTARE IT Analytic ที่มาเสริมการบริหารจัดการระบบแบคอัพและ IT Infrastructure ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการระบบ Backup ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ในขณะที่ธุรกิจมีการขยายเติบโตขึ้น ระบบ IT Infrastructure ก็เติบโตตาม และมีความซับซ้อนและยุ่งยากเพิ่มขึ้นด้วย การบริหารจัดการระบบ Backup และ IT Infrastructure อื่นๆ จึงควรมีเครื่องมือที่สามารถช่วยให้คุณดูแลระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

APTARE IT Analytics จะสามารถช่วยให้คุณบริหารระบบ Backup ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ทำให้ทราบว่ามีเครื่องไหนที่ไม่เคย Backup บ้าง หรือมีเครื่องไหนที่อยู่ในความเสี่ยง Backup ไม่สำเร็จต่อเนื่องกันหลายครั้ง เพื่อให้คุณสามารถทำการแก้ไขได้ทันท่วงทีก่อนที่ปัญหาใหญ่จะตามมา เพื่อช่วยให้องค์กรลดความเสียหายจากความเสี่ยงได้มากที่สุด

APTARE IT Analytic ยังสามารถช่วยบริหารจัดการอุปกรณ์ IT อื่นๆ ได้แก่ Storage, SAN, Cloud ต่างๆ และ Virtualization ได้เกือบทุกผลิตภัณฑ์ หรือ Vendor ที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้ ทั้งยังสามารถตรวจสอบการทำงานแบบ End-to-end ได้ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลการทำงานที่มีอยู่ในแต่ละอุปกรณ์เข้าด้วยกันและนำมาวิเคราะห์แสดงผล ด้วยเครื่องมืออัจฉริยะเพียงตัวเดียวคือ APTARE IT Analytic

G-Able คือบริษัทผู้นำด้าน IT แบบครบวงจรชั้นนำของประเทศไทยที่เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องของการจัดเก็บข้อมูลเพราะเราเข้าใจดีว่าทุกข้อมูลของทุกองค์กรล้วนมีความสำคัญต่อการเติบของธุรกิจ เราพร้อมร่วมร่วมต่อยอดธุรกิจ ลดต้นทุนในการบริหารจัดการ และสร้างกำไรมหาศาลแก่องค์กรของคุณ

G-Able บริการให้คำปรึกษาไปจนถึงออกแบบระบบโครงสร้ำงพื้นฐานที่ตอบโจทย์ ความต้องการขององค์กรโดยเฉพาะและครบวงจร (One Stop Service) รวมไปถึงติดตั้งและดูแลเพื่อให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานนั้นให้มีความยั่งยืน เราจัดหาโซลูชันสำหรับการสำรองข้อมูลเพื่อตอบโจทย์เวิร์คโหลดที่แตกต่างกันและเตรียมพร้อมสำหรับพื้นฐานการปกป้องข้อมูลเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) หรือเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของระยะเวลาการกู้คืนระบบที่ยอมรับได้ (Recovery Time Objective: RTO) และปริมาณข้อมูลสูญหายในเวลาที่ยอมรับได้ (Recovery Point Objective: RPO)

G-Able พร้อมให้บริการและคำปรึกษาให้กับทุกธุรกิจเพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนใจติดต่อ mongkol.m@g-able.com

from:https://www.techtalkthai.com/protect-your-business-from-ransomware-by-veritas/

G-Able ชวนวิเคราะห์ 5 จุดหลักของระบบ Infrastructure ในองค์กรด้วย Aptare IT Analytics™

Cloud Technology ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรในยุคปัจจุบันอย่างมาก โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ในองค์กร สภาพแวดล้อม IT ที่ซับซ้อนกว่าเดิมกำลังทำให้ทีม IT เผชิญความท้าทายอันยากลำบากกับการจัดการข้อมูล

ร่วมวิเคราะห์ Infrastructure ขององค์กรของคุณไปพร้อมกับ G-Able วันนี้ ด้วย 5 Steps จาก และ Aptare โซลูชั่นเดียวที่ตอบโจทย์และขจัดปัญหาเหล่านี้ ด้วยการช่วยวิเคราะห์ภายในข้อมูลของ Backup และ Storage ที่ใช้ในองค์กร เพื่อจัดการกับความเสี่ยงและวางแผนบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Step 1: เข้าใจความท้าทายในยุคปัจจุบัน

หากธุรกิจของคุณกำลังเติบโตและประสบความสำเร็จกว่าเมื่อก่อน เราขอแสดงความยินดีด้วย แต่ด้วยสภาพแวดล้อม IT ที่ซับซ้อนกว่าเดิม ทีม IT ของคุณอาจเผชิญความท้าทายอันยากลำบากต่อไปนี้

Step 2: ตั้งคำถาม

วิธีจัดการความท้าทายเช่นนี้ที่ดีที่สุด คือเข้าใจว่าโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ที่แท้จริงของคุณเป็นอย่างไร เพื่อเป็นการเริ่มต้น เราขอแนะนำให้ตั้งบางคำถามหรือทั้งหมดต่อไปนี้ ซึ่งแบ่งเป็นสามด้าน

Step 3: ประเมินทางเลือก

โซลูชันที่เหมาะสมเพื่อรับมือความท้าทายจากสภาพแวดล้อม IT อันหลากหลาย ต้องมีสิ่งต่อไปนี้

Step 4: เลือกความยืดหยุ่นพร้อมการคาดการณ์ในที่เดียว

APTARE IT Analytics เป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์ระบบ IT โดยประเมินตามเวนเดอร์ เหมาะสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดที่ใช้การได้ดีกับโซลูชันหน่วยเก็บ คลาวด์ และการสำรองข้อมูลต่างๆ ที่เป็นที่นิยม

APTARE ทำงานอย่างไร

สำหรับเรา APTARE IT Analytics คือสิ่งที่ขับเคลื่อนโดยสมองกล จัดการโดยมนุษย์ เพราะผสมผสานจุดแข็งของทั้งสองไว้ด้วยกัน สิ่งนี้

  • ใช้การประมวลชุดข้อมูลที่ไม่ซับซ้อนและไม่ผ่านตัวกลาง เพื่อรวบรวมข้อมูลจากจุดข้อมูล 30,000 จุดที่ไม่ซ้ำกัน
  • ใช้อัลกอริธึมขั้นสูงเพื่อวิเคราะห์และเทียบข้อมูล
  • มีการคาดการณ์การใช้งานอย่างครบวงจรผ่านคอนโซลเดียว

Step 5: เข้าใจการใช้ประโยชน์

ด้วยการคาดการณ์ของ APTARE IT Analytics ที่จะเจาะลึกโครงสร้างทั้งแบบระบบฮาร์ดแวร์และระบบเสมือน คุณจะได้รับประโยชน์ดังนี้

  • ปรับปรุงการใช้งาน ประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่น ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติงานได้จริง
  • ทำนายความล้มเหลวและลดความเสี่ยงต่อ SLAs ด้วยคำแนะนำเชิงรุก
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการตรวจสอบและการปฏิบัติตามข้อกำหนดการสำรองข้อมูล ด้วยรายงานสำเร็จรูปและฟีเจอร์ด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด
  • ลดความซับซ้อนของแนวทางหลายเวนเดอร์ ด้วยการวิเคราะห์และรายงานที่ครบถ้วนในที่เดียว

หากต้องการรับคำแนะนำว่า APTARE IT Analytics จะมีประโยชน์กับโครงสร้างพื้นฐาน IT ของคุณอย่างไรได้บ้าง โปรดติดต่อเราเพื่อนัดวันชมการสาธิตได้เลย

ดาวน์โหลดเอกสาร Infographic เพิ่มเติม

เกี่ยวกับ G-Able

G-Able คือผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างครบวงจร มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ทางด้านการนำเสนอโซลูชันที่สามารถตอบสนอง ความต้องการขององค์กรธุรกิจ ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจในทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการปฏิรูปองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจทุกภาคส่วนให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และก้าวสู่ความสำเร็จขององค์กรตามเป้าหมาย

G-Able พร้อมให้บริการและคำปรึกษาให้กับทุกธุรกิจเพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนใจติดต่อ inquiry@g-able.com

from:https://www.techtalkthai.com/g-able-introduces-veritas-aptare-it-analytics/