คลังเก็บป้ายกำกับ: FINANCIAL_TECHNOLOGY

PayPal เตรียมเปิดบริการให้ลูกค้าซื้อขาย รวมถึงเก็บ Cryptocurrency ได้ภายในครึ่งปีแรกของปี 2021

PayPal เตรียมเปิดบริการให้ลูกค้าสามารถซื้อขาย รวมถึงเก็บ Cryptocurrency ได้ภายในครึ่งปีแรกของปี 2021 ในบางประเทศ ขณะที่ผู้ใช้งานในสหรัฐเตรียมเปิดใช้งานได้อีกภายใน 2-3 อาทิตย์ข้างหน้านี้

PayPal Cryptocurrency

PayPal ผู้ให้บริการระบบชำระเงิน ได้แจ้งว่าลูกค้าในสหรัฐจะได้ใช้งานระบบซื้อขาย รวมไปถึงกระเป๋าเงินดิจิทัล สำหรับ Cryptocurrency ในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า หลังจากที่บริษัทได้รับใบอนุญาตจาก NYDFS เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทมองว่าความนิยมในการซื้อขายหรือเก็บ Cryptocurrency นั้นเป็นที่นิยมในช่วงหลัง

Dan Schulman ประธานและ CEO ของ PayPal ชี้ว่า บริษัทพร้อมร่วมมือกับธนาคารกลางและหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของประเทศต่างๆ เพื่อที่จะทำกำหนดบทบาทของสกุลเงินดิจิทัลที่มีต่อด้านการเงินและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่ง PayPal เองมีความเชี่ยวชาญในการชำระเงินในรูปแบบดิจิทัล

โดยภายในไม่กี่อาทิตย์นี้ลูกค้าของ PayPal ในสหรัฐอเมริกาสามารถซื้อ-ขายหรือเก็บสกุลเงินดิจิทัลไม่ว่าจะเป็น Bitcoin Ethereum Bitcoin Cash รวมไปถึง Litecoin ซึ่ง 4 สกุลเงินดิจิทัลนี้มีสัดส่วนในตลาดเกิน 85% ของตลาด Cryptocurrency นอกจากนี้ลูกค้าในสหรัฐอเมริกาจะยังมีโปรโมชั่นไม่เสียค่าคอมมิชชั่นในการซื้อขายจนถึงสิ้นปี 2020 นี้

ขณะที่ลูกค้าในประเทศอื่นๆ จะเริ่มใช้งานได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2021 อย่างไรก็ดีทาง PayPal ยังไม่ได้ระบุประเทศว่าจะมีประเทศไหนบ้าง ขณะที่ PayPal ได้แจ้งว่าจะมีร้านค้าที่รองรับการใช้จ่ายด้วย Cryptocurrency มากถึง 26 ล้านร้านค้าทั่วโลก

สำหรับ PayPal ในประเทศไทยนั้นในเว็บไซต์ได้ประกาศว่าจะเปิดให้บริการอีกครั้งในปี 2021

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/paypal-open-new-service-cryptocurrency-for-international-1h-2021-22-oct-2020/

IPO ใหญ่ที่สุดในโลก Ant Group เป้าระดมทุนเพิ่มขึ้นเป็น 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังนักลงทุนสนใจล้นหลาม

Ant Group เป้าระดมทุนเพิ่มขึ้นเป็น 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังนักลงทุนสนใจล้นหลาม และยังทำให้มูลค่าบริษัทสูงเพิ่มขึ้นเป็น 280,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Alipay Ant Group อาลีเปย์ แอนท์ กรุ๊ป
ภาพจาก Shutterstock

Ant Group เปลี่ยนเป้าการระดมทุนเพิ่มเติมและจะกลายเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ทิ้งห่างบริษัทอย่าง Saudi Aramco ทันที สาเหตุสำคัญคือความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการหุ้นเจ้าของแพลตฟอร์มชำระเงินและ FinTech ชื่อดังอย่าง Alipay ที่สูงมาก ส่งผลทำให้บริษัทเพิ่มเป้าการระดมทุนจากเดิมที่อยู่ราวๆ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มาเป็น 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

และเมื่อ Ant Group เพิ่มเป้าการระดมทุนของบริษัท จะส่งผลทำให้มูลค่าบริษัทจะสูงมากถึง 280,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถ้าหากเข้าตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ด้วยมูลค่านี้ จะทำให้ Ant Group มีขนาดบริษัทใหญ่กว่า Citi สถาบันการเงินในสหรัฐมากกว่า 3 เท่าเลยทีเดียว

ในเอกสารไฟลิ่งได้รายงานว่า Alipay นั้นมีผู้ใช้งานในประเทศจีนกว่า 900 ล้านคน ขณะที่ผลประกอบการในปี 2019 ที่ผ่านมามีรายได้รวม 72,500 ล้านหยวน กำไรจากการดำเนินงาน 21,900 ล้านหยวน โดย Alibaba ถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 33% สัดส่วนหุ้นที่ Ant Group นำมา IPO คราวนี้คือ 12.5%

นอกจากนี้สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่ได้ประกาศซื้อหุ้นของ Ant Group ในรอบการจองหุ้นสำหรับสถาบันนั้นมีกองทุนที่มีชื่อเสียง เช่น Temasek และ GIC กองทุนความมั่งคั่งจากประเทศสิงคโปร์ รวมไปถึงกองทุนประกันสังคมของประเทศจีน

สำหรับ Ant Group คาดว่าจะทราบวันที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ซื้อขายวันแรกในช่วง 1-2 อาทิตย์ที่จะถึงนี้

ที่มา – Taipei Times, Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/biggest-ipo-ant-group-owner-of-alipay-raise-35-billion-usd-17-oct-2020/

ธนาคารกลางจีนกำลังพัฒนาและทดสอบ “หยวนดิจิทัล” ในบางเมืองของประเทศแล้ว

ธนาคารกลางจีน (PBoC) ได้เริ่มมีการทดสอบหยวนดิจิทัลแล้วใน 4 เมืองหลัก นอกจากนี้อดีตประธานธนาคารกลางจีนยังเชื่อว่าหยวนดิจิทัลจะสามารถทดแทนเงินหยวนได้

Chinese Payment Mobile Payment
ภาพจาก Shutterstock

ธนาคารกลางจีน ได้เริ่มพัฒนาและล่าสุดนั้นเริ่มมีการทดสอบ “หยวนดิจิทัล” ในบางเมืองของประเทศจีน โดยมี 1 ใน 4 สถาบันการเงินรัฐวิสาหกิจของจีน อย่าง Agricultural Bank of China เข้าร่วมการทดสอบนี้ด้วย และการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้การจ่ายเงินผ่านแอพลิเคชั่นต่างๆ เพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีการเร่งพัฒนาโครงการนี้ไวกว่าเดิม

สำหรับ 4 เมืองที่มีการทดสอบได้แก่ สงอัน ซูโจว เฉิงตู รวมไปถึง เชินเจิ้น ซึ่งจะมีผู้ใช้งานบางส่วนได้รับการเชิญให้ทดสอบระบบครั้งนี้ เป้าหมายของธนาคารกลางจีนที่ทดสอบแยกเป็นการใช้ชำระเงินสำหรับร้านค้าปลีก และร้านอาหาร ส่วนอีกการทดสอบเพื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะ

โดย Application ไว้ทดสอบหยวนดิจิทัลของธนาคาร Agricultural Bank of China ที่เป็นข่าวฮือฮานั้น มีบนทั้งแพลตฟอร์ม iOS และ Android ฟังก์ชั่นในการทำงานคือจ่ายเงินผ่าน QR Code สามารถรับเงินและส่งเงินให้ผู้ใช้รายอื่นๆ นอกจากนี้ในการรับและโอนเงินยังมีเลขของธนบัตรเหมือนกับธนบัตรจริงๆ ด้วย

ความพยายามของจีนในการผลักดันสกุลเงินดิจิทัลเกิดขึ้นเมื่อช่วงราวๆ ปี 2014 เมื่อรัฐบาลจีนต้องการที่จะลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ และก่อนหน้านี้มีการทดสอบภายในมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นการทดสอบภายในเท่านั้น ก่อนที่รัฐบาลจีนจะออกมาประกาศอย่างไม่เป็นทางการในเดือนตุลาคมปี 2019 ว่าจะเริ่มมีการทดลองใช้งานในปี 2020

Zhou Xuedong โฆษกของธนาคารกลางจีนได้กล่าวว่า “ปัจจุบันมากกว่า 95% ของธุรกรรมในชีวิตประจำวันนั้นชาวจีนทำผ่าน Mobile Payment หรือไม่ก็ผ่าน Internet Payment และถ้าหากสังคมเข้าสู่โลกของดิจิทัลมากขึ้นสกุลเงินดิจิทัลก็ย่อมเป็นที่ย่อมรับสูงมากขึ้นตามลำดับ”

Li Lihui อดีตประธานธนาคารกลางจีน กล่าวว่า หยวนดิจิทัล จะสามารถใช้ทดแทนเงินหยวนได้เต็มรูปแบบ โดย 4 ข้อที่เขาเชื่อว่าสามารถทดแทนได้คือ ประชาชนเชื่อถือ มีประสิทธิภาพในการใช้จ่าย ต้นทุนทางธุรกรรมที่ถูก รวมไปถึงสามารถมีขนาดใหญ่พอที่รองรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจได้

ในบทวิเคราะห์ของ Deutsche Bank เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมามองว่า ขณะที่จีนรวมไปถึงประเทศอย่างอินเดียกำลังสนใจพัฒนาสกุลเงินท้องถิ่นแบบดิจิทัล มีการพัฒนาเทคโนโลยีเบื้องหลัง เช่น Peer-to-Peer หรือ Blockchain ฯลฯ รวมไปถึงธนาคารกลางจีนกำลังพัฒนาหยวนดิจิทัลอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้สามารถจะเป็นการใช้อำนาจในด้าน Soft Power รวมไปถึง Hard Power ทางเศรษฐกิจ และถ้าหากบริษัทต่างประเทศที่ทำธุรกิจในจีนใช้หยวนดิจิทัลมากขึ้น ยิ่งทำให้ดอลลาร์สหรัฐโดนลดบทบาททางการเงินระหว่างประเทศลง

ถ้าหากการทดสอบของธนาคารกลางจีนและ 4 สถาบันการเงินเป็นที่น่าพอใจ ก็อาจทำให้การผลักดันของรัฐบาลจีนที่ต้องการใช้หยวนดิจิทัลนั้นรวดเร็วมากกว่าเดิม และเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลรวมถึงธนาคารกลางต่างๆ ต้องรีบพัฒนาสกุลเงินท้องถิ่นให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น

ที่มา – Bitcoin.com, Asia Times, Coindesk

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/china-pboc-now-testing-digital-yuan-ex-pboc-chief-believe-its-can-replace-rmb/

MUFG ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ลงทุนใน Grab มูลค่ามากกว่า 21,817 ล้านบาท

MUFG สถาบันการเงินใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ได้ลงทุนใน Grab มูลค่ามากกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อที่จะขยายผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ให้ลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Grab Ride Hailing
ภาพจาก Shutterstock

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Mitsubishi UFJ Financial Group (MUFG) สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นได้ลงทุนใน Grab มูลค่ามากกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือมากกว่า 21,817 ล้านบาท) โดยรายงานนี้อ้างอิงจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนครั้งนี้ของ MUFG

การลงทุนครั้งนี้จะทำให้ MUFG สามารถขยายการบริการทางด้านการเงินให้กับผู้ใช้งาน Grab ได้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านสินเชื่อ หรือแม้แต่ด้านการประกันภัย ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า MUFG ได้สนใจที่จะเป็นพันธมิตรกับ Grab ในด้านธุรกิจการเงิน เนื่องจากเรื่องของระบบ AI และเรื่องของข้อมูลลูกค้าที่ Grab มี

ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก Grab เองได้ลงทุนใน Bento Invest สตาร์ทอัพแพลตฟอร์มจัดแผนการลงทุนอัตโนมัติ หรือ Robo Advisor ด้วยมูลค่าดีลที่ไม่มีการเปิดเผย ซึ่งเป็นความพยายามของ Grab ที่จะเข้าสู่โลกการเงินมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น การจับมือกับ Citi ในการออกบัตรเครดิต

ข้อมูลจาก Crunchbase การลงทุนของ MUFG ใน Grab ครั้งนี้อยู่ใน Series I หลังจากเมื่อไม่นานมานี้ในการระดมทุนรอบ Series H มูลค่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นั้นมีผู้ลงทุนไม่ว่าจะเป็น Yamaha, Tokyo Century ฯลฯ รวมไปถึง SoftBank Vision Fund ที่ได้ลงทุนไปมากถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ในประเทศไทยนั้น Central Group ได้ลงทุน มูลค่ากว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลถึงการลงทุนว่า เพื่อเป็นการผลักดันตัวเองเข้าสู่ Omni Channel ซึ่งเราเห็นได้จากการลงทุนอย่างหนักในหลายๆ บริษัทในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเป็นการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปด้วย

อย่างไรก็ดีประเด็นในการลงทุนครั้งนี้ถือว่าน้อยมาก Brand Inside จะอัพเดตข้อมูลทันทีถ้าหากมีรายละเอียดเพิ่มเติม

ที่มา – Tech in Asia, Nasdaq

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/mufg-plan-to-invest-grab-series-i-worth-about-more-than-700-million-usd-to-strategic-partners-feb-2020/