คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURED_POSTS

โปรโมชันพิเศษ! Veritas Backup Exec Mother Day Promotion รับของขวัญทันที พร้อมลุ้นรับทองคำทุก 15 วัน หมดเขต 30 ก.ย. 2019

Veritas จัดโปรโมชันสุดพิเศษ ต้อนรับวันแม่ปี 2019 ด้วยเงื่อนไขเพียงแค่ซื้อ Veritas Backup Exec แบบ Capacity Edition 2TB หรือ V-Ray Edition 2 Socket ในราคาพิเศษเพียงแค่ 50,000 บาท (ไม่รวมภาษี) ก็สามารถเลือกรับของขวัญอย่าง Apple AirPod, คูปองบุฟเฟต์ล็อบสเตอร์ หรือ Voucher ที่พักโรงแรม Dusit D2 Khaoyai ให้คุณแม่ได้ทันที พร้อมยังสามารถลุ้นรับทองคำแท่งได้อีกทุก 15 วัน โดยโปรโมชันนี้มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

Veritas Backup Exec Mother Day Promotion (วันนี้ – 30 กันยายน 2019)

รู้จักกับ Veritas Backup Exec กันก่อน

Veritas Backup Exec นี้เป็นโซลูชันด้านการสำรองข้อมูลที่ครบวงจร รองรับทั้งการสำรองข้อมูลให้กับ Microsoft Windows, Linux, Microsoft Office, VMware, Hyper-V, Private Cloud, Public Cloud และ Hybrid Cloud ในหนึ่งเดียว อีกทั้งยังรองรับการสำรองข้อมูลของ Application ที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายเช่น Microsoft Exchange, Active Directory, SQL Server และ SharePoint ได้ โดยสามารถบันทึกข้อมูลที่ทำการสำรองนี้ได้ทั้งบน Disk, Tape และ Cloud ทำให้ตอบโจทย์การสำรองข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ออกแบบระบบสำรองข้อมูลได้อย่างง่ายดาย

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ Veritas Backup Exec นั้นได้รับความนิยมจากธุรกิจองค์กรหลากหลายทั่วโลกก็คือการที่มีวิธีการคิด License ที่ยืดหยุ่นมาก ทำให้การนำไปใช้งานนั้นไม่มีความซับซ้อน และเหมาะสมต่อรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันไปในแต่ละธุรกิจ และนี่เองที่เป็นจุดสำคัญซึ่งทาง Veritas ได้นำมาจัดโปรโมชันในครั้งนี้

สินค้าที่ร่วมรายการ

1. Veritas Backup Exec Capacity Edition 2TB ราคา 50,000 บาท (ไม่รวมภาษี)

License สำหรับใช้ในการสำรองข้อมูลตามปริมาณข้อมูลที่ต้องการสำรอง (Raw Data per TB) สูงสุด 2TB โดยไม่สนใจว่าข้อมูล 2TB นี้จะถูกสำรองเก็บซ้ำเอาไว้กี่ชุด และสามารถใช้งานความสามารถของ Veritas Backup Exec ได้ครบทุกความสามารถ เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ต้องการนำไปใช้สำรองข้อมูลสำคัญของธุรกิจ ไม่ว่าข้อมูลนั้นๆ จะอยู่บนระบบ Physical หรือ Virtual ก็ตาม

2. Veritas Backup Exec V-Ray Edition 2 Socket ราคา 50,000 บาท (ไม่รวมภาษี)

License สำหรับใช้ในการสำรองข้อมูลแบบติดตั้งใช้งานบน Server ที่มี CPU จำนวนไม่เกิน 2 Socket โดยไม่สนใจว่าข้อมูลที่ทำการสำรองนี้จะมีปริมาณเท่าไหร่ และยังสามารถใช้งานความสามารถของ Veritas Backup Exec ได้ครบทุกความสามารถ เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีระบบ Server หรือ Virtualization อย่าง VMware หรือ Hyper-V และต้องการสำรองข้อมูลให้กับ Application หรือ Virtual Machine บน Server นั้นๆ

เงื่อนไขของโปรโมชัน

เพียงเลือกซื้อสินค้าที่ร่วมรายการอันใดอันหนึ่ง ก็สามารถเลือกรับ 1 รางวัลจาก 3 รางวัลที่มีให้เลือกได้ดังนี้

  1. Apple AirPod สีขาวจำนวน 1 เครื่อง หูฟังไร้สาย สำหรับให้คุณแม่รุ่นใหม่ไว้ใช้ฟังยามคิดถึง จำนวน 1 เครื่อง
  2. คูปองบุฟเฟต์ล็อบสเตอร์ Crab & Claw เมนู Unlimited Lobster Oyster and Entire สำหรับ 2 ท่าน เพื่อพาคุณแม่ไปทานอาหารแบบไม่อั้น
  3. Voucher ที่พักโรงแรม Dusit D2 Khaoyai สำหรับ 2 ท่าน เพื่อพาคุณแม่ไปพักผ่อน

นอกจากนี้ ทุกๆ 15 วันจะมีการสุ่มแจกรางวัลทองคำแท่งแก่ผู้ที่เข้าร่วมโปรโมชันในครั้งนี้ด้วย

สอบถามรายละเอียดหรือขอใบเสนอราคา

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือขอใบเสนอราคาได้ที่ Dealer ที่ดูแลท่านอยู่ หรือติดต่อ sales@veritasthailand.com หรือ Line ID: @veritasthailand ได้โดยตรงทันที

ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชันได้ที่ http://www.veritasthailand.com

หมายเหตุ

  1. รายการนี้เป็นรายการส่งเสริมการขายเฉพาะ Veritas Backup Exec แบบ Capacity Edition 2TB หรือ Backup Exec V-Ray Edition 2 Socket Promotion เฉพาะที่สั่งซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการเท่านั้น
  2. ทุกๆ การซื้อ Backup Exec แบบ Backup Exec แบบ Capacity Edition 2TB หรือ Backup Exec V-Ray Edition 2 Socket ทางลูกค้ารับสิทธิพิเศษ เลือกของขวัญได้เพียง 1 ชิ้น
  3. ทางลูกค้าจะต้องทำการสั่งซื้อภายใน 30 กันยายน 2562 นี้เท่านั้น จึงจะได้รับของขวัญ
  4. รายการส่งเสริมดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลง ทาง Veritas Thailand ขอสงวนสิทธิ์โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และการตัดสินของ Veritas Thailand ถือเป็นที่สิ้นสุด
  5. สำหรับ End Customer ที่ต้องการร่วมรับของขวัญจากโปรโมชันนี้ ต้องลงทะเบียนเพื่อยืนยันสิทธิ์ที่ https://forms.gle/dWhHDCsGsR2JdrMHA

from:https://www.techtalkthai.com/veritas-backup-exec-mother-day-promotion-2019/

โฆษณา

เปิดตัวศูนย์ True IDC Regional Command Center ยกระดับสู่ยุคใหม่ของบริการ Managed Services

True IDC ยกระดับบริการ Managed Services ไปอีกขั้น ด้วยการเปิดให้บริการ Regional Command Center ที่รวมศูนย์การควบคุม สั่งการ และเฝ้าระวัง True IDC Data Center ทั้ง 5แห่งไว้ในที่เดียวเป็นการลดระยะเวลาในการสื่อสาร เพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการวิเคราะห์ต้นตอของปัญหา ลดภาระการดูแลระบบไอทีช่วยให้องค์กรสามารถโฟกัสกับการดำเนินธุรกิจได้อย่างไร้กังวล

เปิดตัว Command Center ศูนย์สั่งการและเฝ้าระวัง Data Centerแบบครบวงจร

โดยทั่วไปแล้ว Data Center แต่ละแห่งจะมีศูนย์ Network Operation Center (NOC) เป็นของตนเอง เพื่อคอยเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นกับระบบโครงสร้างพื้นฐานของ Data Center เช่น ระบบไฟฟ้าหรือระบบปรับอากาศ รวมไปถึงระบบเน็ตเวิร์กสู่ภายนอก และปัจจุบันยังมีศูนย์ Security Operation Center (SOC) เข้าไปเพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการ แต่ที่ผ่านมาทั้งสามส่วนยังทำงานเป็นอิสระต่อกันทำให้การติดตามการใช้งานและแก้ไขปัญหาอาจเกิดความล่าช้า

USE CASE: Command Center ช่วยยกระดับการทำ Internal Incident Management ให้ดียิ่งขึ้น

ดังนั้นเพื่อประสานการทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์ NOC, SOC และหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภายในและระหว่างData Centerทั้งหมดอย่างไร้รอยต่อTrue IDC จึงได้เปิดให้บริการ Regional Command Center ที่เป็นศูนย์ควบคุมData Centerทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ North Muang Thong, Midtown Pattanakarn, Midtown Ratchada, East Bangna และ Myanmar ไว้ในที่เดียว ศูนย์ Command Center นี้จึงถือว่าเป็นหัวใจหลักของ True IDC Data Center เพราะนอกจากจะมีเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน อาทิ วิศวกรระบบ เครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัย คอยเฝ้าระวังตลอดเวลาแบบ 24/7 ผ่านระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนอันทันสมัยแล้ว ลูกค้ายังสามารถแจ้งเรื่องมาที่ Command Center โดยตรง และทีมผู้เชี่ยวชาญก็จะช่วยวิเคราะห์พร้อมแก้ไขปัญหาแบบรวมศูนย์

Command Center ถูกออกแบบมาโดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ

  1. เป็นศูนย์กลางในการควบคุม เฝ้าระวัง และบริหารจัดการ NOC, SOC และยูนิตอื่นๆของData Center ทั้งหมดภายในเครือของ True IDC ทั้งในและต่างประเทศ
  2. เป็นศูนย์กลางการเฝ้าระวังบริการ Managed Services เพื่อดูแลบริหารจัดการระบบงานไอทีให้ลูกค้า

สนับสนุนด้วยบริการ Managed Services ลดภาระการดูแลระบบไอที

Command Center ช่วยดูแลระบบไอทีของลูกค้าทั้ง Data Centerและ Cloud ผ่านบริการ Managed Services แบบครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการเชิงธุรกิจ การค้นหาโซลูชันไอทีที่สอดคล้องกับความต้องการ การออกแบบ ติดตั้ง และปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไปจนถึงการเฝ้าระวังและบำรุงรักษาระบบไอทีโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ลดภาระการดูแลระบบของลูกค้า และช่วยให้ลูกค้าสามารถพลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลได้อย่างไร้กังวล

บริการ Managed Services ของ True IDC ประกอบด้วย Pentagon ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่

  1. Customer Support – บริการช่วยเหลือลูกค้าเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น โดยจะคอยรับเรื่อง ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า
  2. Facilities Management – บริการดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกใน Data Center เช่น ระบบไฟระบบปรับอากาศ รวมถึงมีบริการ DSIM (Data Center Infrastructure Management) ซึ่งเป็นระบบ Facilities Monitoring แบบ 3D Graphic
  3. System Management – บริการดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์และระบบ Cloud ที่ติดตั้งอยู่ภายใน Data Center รวมไปถึง Public Cloud อย่างเช่น AWS, Azure, Huawei, Tencent และ Google Cloud Platform เป็นต้น
  4. Network Management – บริการดูแลระบบเครือข่ายและการเชื่อมต่อ เช่น อินเทอร์เน็ต, MPLS รวมถึงการเฝ้าระวังระบบเน็ตเวิร์กภายในของลูกค้า
  5. Security Management – บริการดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับการตรวจจับและรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ เช่น DDoS Protection, Web Application Firewall

USE CASE: การบริหารจัดการทรัพยากรแบบไดนามิกสำหรับธุรกิจ Online Streaming

พื้นฐานสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจ Online Streaming คือการมีทรัพยากรและแบนด์วิดท์เพียงพอต่อการให้บริการลูกค้าในทุกๆ สถานการณ์ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเตรียมทรัพยากรไว้ล่วงหน้าจะเป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องแลกกับการลงทุนที่สูงและการใช้ทรัพยากรอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพในสถานการณ์ปกติ ก่อให้เกิดความไม่คุ้มค่าในการลงทุน ในขณะที่การจัดเตรียมทรัพยากรให้พอเหมาะกับการใช้งานในยามปกติก็อาจจะไม่ยืดหยุ่นต่อบางสถานการณ์ เช่น เมื่อมีการจัดแคมเปญการตลาดหรือออกโปรโมชันใหม่ ที่อาจมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้

บริการ Managed Services ของ True IDC เข้ามาช่วยตอบโจทย์เรื่องความยืดหยุ่นในการจัดการสรรทรัพยากร ซึ่งนอกจากจะช่วยจัดเตรียมทรัพยากรและแบนด์วิดท์ให้สอดคล้องกับการใช้งานในสถานการณ์ปกติแล้ว ยังช่วยเตรียมโซลูชันเมื่อต้องการขยายระบบเพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นชั่วขณะอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายแบนด์วิดท์ การทำ Load Balancing หรือจัดเตรียมเซิร์ฟเวอร์เพื่อเพิ่มพลังในการประมวลผล เป็นต้น True IDC จะดำเนินการให้ทุกอย่างให้โดยอัตโนมัติ พร้อมมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยติดตามและเฝ้าระวังระบบไอทีให้ตลอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการด้วยตนเอง

Centralized, Proactive และ Managed Service เป็นหัวใจสำคัญของ Command Center

จากประสบการณ์การกว่า 16 ปีที่เราได้ดูแลเรื่อง Data Center และ Cloud ทำให้เราได้เรียนรู้ในจุดเด่นและข้อควรระวังเพื่อนำมาปรับใช้ เพื่อสร้าง Command Center ที่ได้มาตรฐานสากล เป็นศูนย์กลางการควบคุมและเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้มากที่สุด และเรามั่นใจว่าสามารถยกระดับการดูแลระบบไอทีของลูกค้าให้ล้ำหน้าไปอีกระดับ พร้อมก้าวทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล — คุณนัครพล นิพัทธ์ศานต์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ True IDC กล่าว

ผู้ที่สนใจบริการ Command Center และ Managed Services ของ True IDC สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือเยี่ยมชมสถานที่จริงได้ที่ sales@trueidc.co.th หรือ โทร 02-980-6611

from:https://www.techtalkthai.com/true-idc-opens-regional-command-center/

เรียนเชิญร่วมสนุกกับกิจกรรม “สนุกไปด้วยกัน มันส์ยกแก๊งค์ !!! กับ PRTG และ ITE”

กิจกรรมสุดพิเศษสำหรับชาว IT ที่ทาง PRTG จากเยอรมัน ร่วมมือกับทาง ITE จัดขึ้นเพื่ออยากให้เพื่อนๆ ชาว IT ได้ใช้เวลาสนุกร่วมกัน หลังจากการทำงาน IT ที่สุดแสนจะซับซ้อนและชวนปวดหัว …

นาทีนี้ คิดว่าไม่มีชาว IT admin คนไหนไม่รู้จัก PRTG สุดยอดแห่งความคุ้มค่าของ Software Monitoring ที่ออกแบบมาให้เข้าใจง่ายตั้งแต่ IT ยันผู้บริหาร ด้วยฟีเจอร์ “Real-Time Graphics Customised Dashboard” และมีฟังก์ชันที่ครบ จบ ในที่เดียว ในการใช้เฝ้าระวังและแจ้งเตือนปัญหา (Monitoring and Alert) สำหรับ:

  • ระบบเน็ตเวิร์กขององค์กร ตั้งแต่ขา WAN ยัน Clients
  • IT infrastructure ในห้อง Data center/Computer room ที่ประกอบไปด้วยทั้งฮาร์ดแวร์ เช่น Server, Storage, Firewall, Router, Switch, UPS, IP Camera, Detecting systems ฯลฯ และซอฟต์แวร์ระบบ เช่น Virtualization, OS, Database Software, Application Software ยอดนิยมหลายๆ ตัว
  • อุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ส่วนใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้และมี IP address
  • ระบบ Cloud ของผู้ให้บริการชั้นนำหลายที่ เช่น AWS, Azure, Google, Dropbox เป็นต้น
  • เครื่องลูกข่ายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็น PC, Laptop, Printer, Scanner, อุปกรณ์ BYOD เช่น มือถือ, Tablet ฯลฯ หรือแม้แต่ระบบ IP Phone ก็รองรับ

และเพื่อแทนคำขอบคุณสำหรับคุณลูกค้าทุกท่าน ทาง ITE ได้จับมือกับ Paessler จัดแคมเปญสุดพิเศษ!!! โดยมีกติกาการร่วมสนุก ดังนี้

เพียงเพื่อนๆ สั่งซื้อ PRTG ทุกรายการกับทาง ITE ก็จะได้รับของรางวัลสุด Exclusive ต่อที่ 1 ทันที คือ:

  • เสื้อ ITE PRTG Together we Fun ที่ทำจากผ้านิ่ม ระบายเหงื่อ เนื้อดี พร้อม Bib Serial สำหรับใช้ชิงรางวัลใหญ่

โดยสิทธิ์การได้รับชุดเสื้อ มีดังนี้

  • ลูกค้าที่ทำการต่อ PRTG Renew MA License ทุกรายการ จะได้รับ 1 ชุด
  • ลูกค้าที่ซื้อ PRTG 500 Sensors จะได้รับ 2 ชุด
  • ลูกค้าที่ซื้อ PRTG 1000 Sensors จะได้รับ 3 ชุด
  • ลูกค้าที่ซื้อ PRTG 2500 Sensors จะได้รับ 4 ชุด
  • ลูกค้าที่ซื้อ PRTG 5000 Sensors จะได้รับ 5 ชุด
  • ลูกค้าที่ซื้อ PRTG XL1 Sensors จะได้รับ 6 ชุด
  • ลูกค้าที่ซื้อ PRTG XL5 Sensors จะได้รับ 8 ชุด
  • ลูกค้าที่ซื้อ ITE Implementation หรือ ITE support พร้อมกับผลิตภัณฑ์ PRTG ทุกแบบรวมถึง MA จะได้รับสิทธิ์คูณสองจากจำนวนปกติ

ต่อที่ 2:

  • เข้าพักห้องพัก Exclusive Pool Villa Huahin – Cha-am กับแก๊งเพื่อนๆจำนวน 1 คืน ขนาด 5 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ (รองรับได้ 10-15 คน) จำนวน 1 รางวัล

โดยกติกาการร่วมสนุกต่อที่ 2 คือ:

  • กด Like & Share โพสต์กิจกรรมนี้ใน IT Essentials Thailand Facebook Fanpage ที่จะปักหมุดไว้ โดยตั้งค่าโพสต์ที่แชร์เป็นสาธารณะ
  • ใส่เสื้อ ITE PRTG ที่ได้รับไปพร้อม Bib ID ถ่ายรูปโพสต์ท่าเก๋ๆ ในสถานที่ตามคอนเซ็ปต์ Together We Fun ที่ต้องเห็น เลข Code ID บน Bib และนำมาคอมเมนต์ใต้โพสต์กิจกรรมนี้ที่ปักหมุดไว้ เพื่อเป็นการยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรม โดยหากได้ไปหลายชุด ก็สามารถแบ่งให้แก๊งเราใส่และถ่ายส่งมาจะส่งเดี่ยวหรือมาเป็นหมู่ก็ได้
  • เมื่อสิ้นสุดเที่ยงคืนวันสุดท้ายของระยะเวลาร่วมสนุกกิจกรรมคอมเมนต์ของลูกค้าท่านใดที่มียอดไลค์มากที่สุดจะมีสิทธิ์ได้รับรางวัลนี้ โดยจะประกาศอย่างเป็นทางการในเพจ IT Essentials Thailand อีกครั้ง

ต่อที่ 3: รางวัลใหญ่

  • Nintendo Switch เครื่องเล่นเกมส์ที่กำลังมาแรงมากของยุคนี้ เราแจกให้ 2 เครื่อง นำไปเล่นด้วยกันกับเพื่อนในแก็งใหัมันส์ไปเลย จำนวน 1 รางวัล

โดยกติกาการร่วมสนุกต่อที่ 3 คือ:

  • ผู้ที่ร่วมสนุกในกิจกรรมต่อที่ 2 ทุกท่าน ID Code ที่เพื่อนๆถ่ายยืนยันตัวตนมาในรูป เราจะนำไปทำฉลากอีกชุดเพื่อทำ Live ผ่าน Facebook จับรางวัลหลังระยะเวลากิจกรรมสิ้นสุด และจะประกาศผลอย่างเป็นทางการในเพจ IT Essentials Thailand อีกครั้ง

โดยระยะเวลาการร่วมสนุกของกิจกรรมนี้คือ

ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2019 – 15 มกราคม 2019 (นับจากวันที่ ITE ได้รับใบสั่งซื้ออย่างเป็นทางการจากลูกค้า)

ส่วนวันประกาศผลรางวัลต่อที่ 2 และ 3 รวมถึงวัน Live สด การจับรางวัลต่อที่ 3 จะแจ้งให้ทราบใน Facebook อีกครั้ง โปรดติดตาม

โดยหากมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ทางคณะกรรมการอาจพิจารณาเพิ่มจำนวนของรางวัลเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าผู้มีพระคุณให้มากที่สุด ทั้งนี้ให้ติดตามประกาศจากทาง ITE Facebook เป็นระยะ

และขอย้ำเงื่อนไขสำคัญสำหรับการร่วมกิจกรรมนี้ คือ:

  • เป็นลูกค้าที่ซื้อ PRTG หรือ Renew MA ผ่านช่องทางของ ITE เท่านั้น
  • ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ต้องทำถูกต้องตามกฎ กติกาข้างต้นทุกเงื่อนไข
  • งดการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือ ไม่เหมาะสม
  • ทาง ITE จะแจกชุดเสื้อให้กับลูกค้าหลังจากได้รับการชำระเงินเต็มจำนวนตามใบสั่งซื้อเท่านั้นการตัดสินของคณะกรรมการบริษัท IT Essentials (Thailand ) ถือเป็นอันสิ้นสุด

 

Paessler ร่วมมือกับ ITE พร้อมให้บริการโซลูชั่น Network Monitoring ในประเทศไทย

บริษัท ไอที เอสเซนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ ITE จับมือเป็น Gold Partner กับ Paessler ผู้ให้บริการซอฟแวร์ PRTG อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์ทางด้านการจัดหาโซลูชั่น IT ระดับ Enterprise-class แบบครบวงจรมานานกว่า 10 ปี และเป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยที่ได้รับประกาศนียบัตรรับรองความสามารถของ PRTG ครบทุกรายการ ทำให้มั่นใจได้ว่า บริษัทสามารถให้บริการโซลูชั่นของ PRTG แก่องค์กรในประเทศไทยได้อย่างเชี่ยวชาญ และคืนผลกำไรได้อย่างรวดเร็ว

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมสนุกหรือสนใจโซลูชัน PRTG สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ thsales@ite-intl.com หรือโทร 0-2714-0088 หรือเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ http://www.ite-th.co.th/

ช่องทางติดต่อเพิ่มเติม

from:https://www.techtalkthai.com/together-we-fun-with-prtg-and-ite/

เชิญร่วมงานสัมมนา “Digital Transformation is NOW ทลายขีดจำกัดทางธุรกิจด้วยกลยุทธ์ดิจิทัล”

The VIABLE สื่อและเครือข่าย (Media and Community) ด้านการทำ Digital Transformation รวบรวมเหล่ากูรูด้านการตลาด, Big Data, และนวัตกรรมดิจิทัล ร่วมบรรยายและเสวนาเข้มข้นจากเหล่าวิทยากรด้านเทคโนโลยีชั้นนำ 6 ท่าน ทั้งจากไทยและต่างชาติ โดยงานนี้เป็นครั้งแรกที่ทาง The VIABLE ได้รับเกียรติร่วมพาร์ทเนอร์กับทาง HubSpot บริษัท CRM & Marketing Automation ระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ทาง HubSpot ได้รับรางวัล Magic Quadrant จาก Gartner บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นนำของโลก โดยผลรางวัลรวบรวมมาจากประสบการณ์และข้อเสนอแนะของผู้ใช้งานจริง ซึ่งจะต้องมาจากผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้าน IT ที่มีประสบการณ์เท่านั้น งานนี้ถือได้ว่าผู้ร่วมงานมีแต่คุ้มกับคุ้ม

เวที Digital Transformation is NOW ถูกจัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้ในเชิงบริหารจัดการและการวางกลยุทธ์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้คุณสามารถวางกลยุทธ์ ปรับเปลี่ยนแต่ละฟังก์ชั่นหลักในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Marketing, Sales, HR และ Operations เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจให้พร้อมในสนามแข่งขัน พร้อมด้วยการถ่ายทอดประสบการณ์ธุรกิจจากเคสจริงที่ประสบความสำเร็จ ผ่านการผนวกเอาแบรนด์คอนเซ็ปต์ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการใช้ช่องทางดิจิทัลอย่างชาญฉลาดมาทำให้ธุรกิจก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว

What to Expect  สิ่งที่คุณจะได้รับ: 

Inspiration

การสร้างให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงไม่ใช่เรื่องง่าย ให้งานนี้เป็นคำสัญญาจากเราที่จะนำนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อให้คุณเดินหมากธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ 

Strategy 

แรงบันดาลใจเป็นเรื่องที่ดี แต่การมีกลยุทธ์ที่ดีจะช่วยให้คุณทะยานไปได้เหนือกว่า งานนี้เรารวบรวมสุดยอดกลยุทธ์ในยุคดิจิตอล ร่วมกำหนดทิศทาง วางกลยุทธ์ ขับเคลื่อนองค์กรของคุณสู่เป้าหมาย   

Actionable Advice 

เราร่วมมือกับดิจิทัล Guru ชั้นนำ และพิเศษด้วย Session จาก Speakers ตัวจริง Import มาจากทาง HubSpot Singapore ที่จะมาแนะนำการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจคุณในทุกช่องทาง ให้คุณกลับจากงานด้วยกลยุทธ์ที่นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม 

Professional Networking 

ร่วมพบปะกับนักธุรกิจผู้เข้าร่วมงานที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี เปิดโอกาสให้ตัวคุณเองได้พบปะกับบุคคลภายนอกที่เปรียบเสมือนเป็น Sounding Board แลกเปลี่ยนมุมมอง ท้าทายความคิด และร่วมแชร์ความสำเร็จไปด้วยกันกับคุณ 

มาร่วมติดอาวุธทางความคิด เพิ่มศักยภาพให้สามารถก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลด้วยความมั่นใจ ให้คุณมองภาพกว้างและเข้าใจในธุรกิจ เข้าใจ End Customer โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร ให้ทุกมิติของเป้าหมายทั้งการเงิน การผลิต และการบริการ มีศักยภาพพร้อมแข่งขันในระดับสากล 

//////////// SAVE THE DATE //////////// 

วัน: ศุกร์ที่ 2 สิงหาคม 2019
เวลา: 13.00 – 17.30 น.
สถานที่: อาคาร Knowledge Exchange (KX) ชั้น 10 (BTS วงเวียนใหญ่, แผนที่)
รถยนต์ส่วนตัว: จอดรถที่อาคาร Knowledge Exchange บริการจอดรถฟรีสำหรับผู้เข้าร่วมงาน 

งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 094-545-6001 (คุณไอซ์)

from:https://www.techtalkthai.com/digital-transformation-is-now-by-the-viable/

Arm ขอเชิญร่วมงานสัมมนา Arm IoT Workshop 2019: The Smart Way to IoT 30 ก.ค. 2019

Arm ขอเรียนเชิญผู้บริหารทางด้าน IT, ผู้จัดการทางด้าน IT, ผู้ดูแลระบบ IT และนักพัฒนา Software เข้าร่วมงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ Arm IoT Workshop 2019: The Smart Way to IoT เพื่ออัปเดตแนวโน้มด้านการนำเทคโนโลยี IoT มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทำ Digital Transformation เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมรับชมและสัมผัสกับโซลูชัน Arm Pelion IoT Platform ที่จะช่วยให้ทุกการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT และการบริหารจัดการวิเคราะห์ข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT นั้นกลายเป็นเรื่องง่าย ให้คุณเร่งสร้างนวัตกรรมด้าน IoT ให้แก่ธุรกิจได้ ในวันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2019 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานดังนี้

Arm IoT Workshop 2019: The Smart Way to IoT

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2019
เวลา 13.30 – 17.15
สถานที่ โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพมหานคร ห้องแกรนด์ บอลรูม 3
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี http://myseminar.co.kr/arm/iotworkshop/Thai/

ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่ซึ่งสร้างขึ้นด้วยพลังของข้อมูล ขณะที่ Internet of Things (IoT) เองนั้นก็กำลังแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทต่างๆ กำลังเผชิญกับข้อมูลปริมาณมหาศาล และการรวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์จำนวนมากที่มีความแตกต่างหลากหลายก็ถือเป็นอุปสรรคที่หลายธุรกิจกำลังต้องเผชิญ

ด้วยเหตุนี้ Arm ในฐานะของผู้นำด้านเทคโนโลยีหน่วยประมวลผลและโซลูชัน IoT ครบวงจร จึงได้จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการสำหรับ IoT Solutions ขึ้นในวันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2019 นี้ โดยมีหัวข้อที่หลากหลายครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการอุปกรณ์ IoT, ระบบ IoT Platform, การบริหารจัดการการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT และการบริหารจัดการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากอุปกรณ้ IoT รวมถึงเคล็ดลับในการเอาชนะการแข่งขันด้านเทคโนโลยี IoT พร้อมด้วยการแบ่งปันกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ได้เรียนรู้

หากคุณกำลังทำงานภายในโครงการ IoT ใดๆ หรือสนใจในโซลูชันทางด้าน IoT ล่าสุด ต้องไม่พลาดโอกาสในการเข้าร่วมการสัมมนาครั้งนี้

กำหนดการ

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันที

ผู้ที่สนใจสามารถทำการลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันทีที่ http://myseminar.co.kr/arm/iotworkshop/Thai/

from:https://www.techtalkthai.com/arm-iot-workshop-2019-the-smart-way-to-iot-free-seminar-invitation/

[Guest Post] Data Storage รุ่นไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ IBM V5030E vs V5100/F

IBM Storwize V5000 ใหม่รุ่นไหน เหมาะกับธุรกิจคุณระหว่าง V5030E และ V5100/F โดยคำนึงถึงความเหมาะสม ฟังก์ชั่นการใช้งาน ความคุ้มค่า และทั้ง 2 รุ่นยังมาพร้อมกับซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่รองรับการทำงานพื้นฐาน Thin Provisioning, SnapShot, Cloning, Auto-Tiering, Replication, IP Compression & Optimization และโปรแกรมตรวจเช็คเครื่องที่มี AI Support ช่วยให้คุณตรวจสอบสถานะของเครื่องได้ทุกที่ทุกเวลาผ่าน Web Browser

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร 02 311 6881 #7151 หรือ email : cu_mkt@cu.co.th

สนใจ Promotion IBM Storwize V5000 ใหม่ คลิกลิงค์ : http://www.cu.co.th/distributor/โปรโมชั่น-v5000/

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-storwize-v5000-promotion-03-by-computer-union/

คิดจะย้ายไปใช้ระบบคลาวด์? SD-WAN ช่วยคุณได้!

นี่เป็นครั้งแรกในซีรีส์บล็อกที่มี 2 ตอนซึ่งจะช่วยอธิบายถึงวิธีการที่องค์กรต่างๆ จะสามารถประสบความสำเร็จในการพลิกโฉมการทำงานของระบบคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบโดยการปรับเปลี่ยนมาใช้รูปแบบเครือข่ายที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจเป็นหลักซึ่งขับเคลื่อนโดย SD-WAN เพื่อธุรกิจ การปรับเปลี่ยนการใช้งานนี้มีจุดมุ่งหมายอยู่ที่การเชื่อมต่อ IPsec ที่ปลอดภัยแบบอัตโนมัติและการกำหนดเส้นทางทราฟฟิกไปยังผู้ให้บริการคลาวด์อย่างชาญฉลาด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านกลยุทธ์ของศูนย์ข้อมูลโดยที่องค์กรด้านไอทีของบริษัทกำลังเปลี่ยนจากการใช้งานแอปพลิเคชันและเวิร์กโหลดไปใช้ระบบคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็นแบบส่วนตัวหรือแบบสาธารณะ องค์กรจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังใช้แอปพลิเคชันการให้บริการซอฟต์แวร์ (SaaS) และบริการคลาวด์ในรูปแบบการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน (IaaS) จากผู้ให้บริการชั้นนำ เช่น Amazon AWSGoogle CloudMicrosoft Azure และโครงสร้างพื้นฐาน Oracle Cloud สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของรูปแบบทราฟฟิกข้อมูลขององค์กร เนื่องจากมีแอปพลิเคชันที่ติดตั้งอยู่ภายในศูนย์ข้อมูลองค์กรแบบเดิมน้อยลงเรื่อยๆ

มีไดรเวอร์หลายตัวที่ช่วยในการย้ายไปใช้บริการคลาวด์ IaaS และแอป SaaS แต่ความคล่องตัวทางธุรกิจเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กรส่วนใหญ่ รูปแบบเดิมของไอทีในการเตรียมใช้งานและยกเลิกการใช้งานแอปพลิเคชันนั้นมีความเข้มงวดและไม่ยืดหยุ่น อีกทั้งไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้อีกต่อไป

ผลการศึกษา Cloud Vision 2020 ของ LogicMonitor พบว่ากว่า 80% ของเวิร์กโหลดในองค์กรจะอยู่บนคลาวด์ภายในปี 2020 โดยกว่า 40% จะทำงานบนแพลตฟอร์มคลาวด์สาธารณะ การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของรูปแบบการใช้แอปพลิเคชันนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อองค์กรและโครงสร้างพื้นฐาน บทความล่าสุดเรื่อง วิธีที่ Amazon Web Services ดึงดูดธนาคารไปสู่ระบบคลาวด์ ซึ่งเผยแพร่โดย CNBC รายงานว่า บางบริษัทได้ย้ายแอปพลิเคชันและเวิร์กโหลดด้านไอทีทั้งหมดไปยังโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สาธารณะเรียบร้อยแล้ว ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจก็คือ ในขณะที่องค์กรจำนวนมากต้องปฏิบัติตามข้อบังคับด้านกฎหมายที่เข้มงวด เช่น PCI-DSS หรือ HIPAA แต่พวกเขาก็ยังคงตัดสินใจย้ายไปใช้ระบบคลาวด์ เหตุการณ์นี้บอกให้เรารู้สองสิ่ง นั่นก็คือการเติบโตของการใช้บริการคลาวด์สาธารณะและความเชื่อมั่นที่องค์กรเหล่านี้มีต่อการใช้บริการคลาวด์สาธารณะนั้นอยู่ในระดับสูงที่สุดกว่าที่เคยเป็นมา และแน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความเร็วและความคล่องตัว โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการทำงาน ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ

การย้ายไปยังระบบคลาวด์และการนำ SD-WAN มาใช้มีความสัมพันธ์กันโดยตรงหรือไม่

ในขณะที่ระบบคลาวด์ช่วยให้ธุรกิจสามารถก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น สถาปัตยกรรม SD-WAN ที่มีความต้องการของธุรกิจจากบนลงล่างเป็นตัวขับเคลื่อนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความมั่นใจในความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสำนักงานสาขากระจายตัวอยู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก สถาปัตยกรรม WAN ที่เน้นเราเตอร์แบบเดิมไม่เคยได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับรูปแบบการใช้ระบบคลาวด์ในปัจจุบันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของแอปพลิเคชันต่างๆ ด้วยวิธีการใช้ WAN ที่เน้นเราเตอร์แบบเดิม การเข้าถึงแอปพลิเคชันที่อยู่ในระบบคลาวด์ทำให้เกิดการข้ามฮ็อปที่ไม่จำเป็น ทำให้สิ้นเปลืองแบนด์วิดท์ เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เวลาแฝงเพิ่มขึ้น และมีโอกาสสูญเสียแพคเก็ตมากขึ้น นอกจากนี้ โมเดล WAN แบบเดิมที่มีอยู่ซึ่งการจัดการค่อนข้างจะเข้มงวด การเปลี่ยนแปลงเครือข่ายที่ซับซ้อนอาจทำให้เสียเวลา ไม่ว่าจะเป็นการตั้งสาขาใหม่หรือการแก้ไขปัญหาประสิทธิภาพการทำงาน สิ่งนี้ทำให้เกิดความไร้ประสิทธิภาพและรูปแบบการดำเนินงานมีราคาแพง ดังนั้น องค์กรต่างๆ จึงได้รับประโยชน์อย่างมากจากการใช้ WAN ที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจเป็นหลักเพื่อความคล่องตัวที่มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณในส่วนของ CAPEX และ OPEX ได้เป็นจำนวนมาก   

แพลตฟอร์ม SD-WAN เพื่อธุรกิจถูกสร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อจัดการกับความท้าทายที่มีอยู่ในโมเดลที่เน้นเราเตอร์แบบเดิม และรองรับรูปแบบการใช้ระบบคลาวด์ในปัจจุบันได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งหมายความว่านโยบายแอปพลิเคชันจะถูกกำหนดตามความต้องการของธุรกิจ โดยการเชื่อมต่อผู้ใช้เข้ากับแอปพลิเคชันโดยตรงและปลอดภัยไม่ว่าแอปพลิชันเหล่านั้นจะอยู่ที่ใด โดยไม่ทำให้เกิดฮ็อปที่ไม่จำเป็นหรือทำให้ความปลอดภัยลดลง ตัวอย่างเช่น หากแอปพลิเคชันมีโฮสต์อยู่ในระบบคลาวด์และเชื่อถือได้ SD-WAN เพื่อธุรกิจสามารถเชื่อมต่อกับผู้ใช้ได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องแบ็คฮอล์ (Backhaul) ทราฟฟิกไปยัง POP หรือศูนย์ข้อมูล HQ ในขณะนี้ โดยทั่วไปทราฟฟิกนี้มักจะมีการรับส่งผ่านการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตที่ซึ่งตัวของมันเองอาจไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์ม SD-WAN ที่ถูกต้องจะมีไฟร์วอลล์ Stateful แบบรวมเพื่อทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขา โดยอนุญาตให้เฉพาะเซสชันที่เริ่มต้นโดยสำนักงานสาขาเข้าสู่สำนักงานสาขา และให้ความสามารถในการผูกโยงทราฟฟิกบริการเข้ากับบริการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์หากจำเป็น ก่อนส่งต่อไปยังปลายทางสุดท้าย หากแอปพลิเคชันถูกย้ายและโฮสต์โดยผู้ให้บริการรายอื่นหรืออาจถูกส่งกลับไปที่ศูนย์ข้อมูลของบริษัท จะต้องมีการเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิกอย่างชาญฉลาด ไม่ว่าแอปพลิเคชันนั้นจะมีโฮสต์อยู่ที่ใด หากไม่มีระบบอัตโนมัติและระบบการเรียนรู้ของเครื่องในตัว การกำหนดทิศทางทราฟฟิกอย่างคล่องแคล่วและชาญฉลาดจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย  

ดูวิธีการที่แพลตฟอร์ม EdgeConnect ™ SD-WAN edge ของซิลเวอร์ พีคจัดการกับความท้าทายเหล่านี้:

การกำหนดทิศทางทราฟฟิกและการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการคลาวด์โดยอัตโนมัติ

อินสแตนซ์เสมือนจริง EdgeConnect สามารถปฏิบัติงานได้อย่างง่ายดายในผู้ให้บริการคลาวด์ระดับชั้นนำใดๆ ผ่านตลาดสินค้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถกำหนดทิศทางทราฟฟิกไปยังปลายทางอย่างชาญฉลาด SD-WAN ต้องมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทราฟฟิก HTTP และ HTTPS จะต้องสามารถระบุแอปบนแพคเก็ตชุดแรกที่ได้รับเพื่อกำหนดทิศทางทราฟฟิกไปยังปลายทางที่ถูกต้องตามความต้องการของธุรกิจ นี่เป็นความสามารถที่สำคัญ เนื่องจากเมื่อการเชื่อมต่อ TCP เป็น NAT’d กับที่อยู่ IP สาธารณะ มันจะไม่สามารถเปลี่ยนได้ ดังนั้น จึงไม่สามารถกำหนดเส้นทางใหม่ได้เมื่อมีการเชื่อมต่อแล้ว ดังนั้น ความสามารถของ EdgeConnect ในการระบุ จัดประเภท และกำหนดทิศทางทราฟฟิกโดยอัตโนมัติตามแพคเก็ตชุดแรก และไม่ใช่ชุดที่สองหรือสิบ ไปยังปลายทางที่ถูกต้องจะให้ความมั่นใจในด้าน SLA ของแอปพลิเคชัน ลดการสิ้นเปลืองแบนด์วิดท์ที่มีราคาแพง และมอบประสบการณ์ที่มีคุณภาพสูงสุด

ความสามารถที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการปรับประสิทธิภาพการทำงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าการข้ามทราฟฟิกจะจบลงที่ลิงก์ใดตามความต้องการของธุรกิจและข้อกำหนดเฉพาะของแอปพลิเคชัน EdgeConnect จะปรับประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชันโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้คนโดยการแก้ไขแพคเก็ตที่เสียด้วย Packet Order Correction (POC) หรือแม้แต่ในสภาวะที่มีความหน่วงเวลาสูงซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับระยะทางหรือปัญหาอื่นๆ สิ่งนี้ทำได้โดยการใช้ Forward Error Correction (FEC) ที่ปรับเปลี่ยนได้และการเชื่อมช่องสัญญาณที่มีการสร้างช่องสัญญาณเสมือนจริง ส่งผลให้เกิดการซ้อนทับแบบซิงเกิ้ลลอจิคัลที่ทราฟฟิกสามารถเคลื่อนย้ายระหว่างเส้นทางที่แตกต่างกันในขณะที่สภาวะเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละบริการ WAN พื้นฐาน ในวิดีโอสั้นๆ นี้ Dinesh Fernando วิศวกรการตลาดทางเทคนิคของซิลเวอร์ พีคได้อธิบายถึงวิธีการที่ EdgeConnect สร้างช่องสัญญาณอัตโนมัติระหว่างไซต์และผู้ให้บริการคลาวด์ วิธีการที่ทำให้การถ่ายโอนข้อมูลระหว่างมัลติคลาวด์ง่ายขึ้น และวิธีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชัน

หากธุรกิจของคุณอยู่ในระดับโลกและพึ่งพาระบบคลาวด์มากขึ้น แพลตฟอร์ม EdgeConnect SD-WAN edge เพื่อธุรกิจจะช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบมัลติคลาวด์ได้อย่างราบรื่น ทำให้เครือข่ายกลายเป็นตัวขับเคลื่อนทางธุรกิจ EdgeConnect มี:

  1. การปรับใช้ที่สอดคล้องกันจากสำนักงานสาขาสู่ระบบคลาวด์ เป็นการขยายขอบเขตการเข้าถึงของ SD-WAN สู่สภาพแวดล้อมระบบคลาวด์ส่วนตัวแบบเสมือนจริง
  2. ความยืดหยุ่นของมัลติคลาวด์ ทำให้ง่ายต่อการเริ่มต้นและกระจายทรัพยากรไปยังผู้ให้บริการมัลติคลาวด์หลายราย
  3. การปกป้องการลงทุนด้วยการโยกย้ายทรัพยากรไอทีแบบออนพรีมิสไปยังแพลตฟอร์มระบบคลาวด์สาธารณะระดับชั้นนำแบบใดก็ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งอินสแตนซ์ที่โฮสต์บนคลาวด์จะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก EdgeConnect

บทความนี้ต้นฉบับถูกเขียนโดย Rami Rammaha ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ของซิลเวอร์ พีค

from:https://www.techtalkthai.com/migrate-to-cloud-sd-wan-can-help-you/