คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURED_POSTS

การโจมตี DDoS จะมีอายุครบรอบ 20 ปีในเดือนกรกฎาคม 2019 นี้

วันที่ 22 กรกฎาคม 2019 ที่จะถึงนี้ จะถือเป็นวันครบรอบอายุ 20 ปีของการโจมตีแบบ Distributed Denial of Service หรือ DDoS ที่เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 20 ปีก่อนหน้าซึ่งเกิดขึ้นภายในระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัย University of Minnesota นั่นเอง

Credit: http://www.digitalattackmap.com

DDoS ครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกรฎาคม 1999 โดยเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งของ University of Minnesota นั้นได้ถูกโจมตีจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นจำนวน 114 เครื่องซึ่งมี Script อันตรายที่มีชื่อว่า Trin00 นั่นเอง

Trin00 นั้นจะทำการส่ง Packet จำนวนมากไปยังเป้าหมายของการโจมตี และทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมายนั้นไม่มีทรัพยากรเหลือสำหรับการประมวลผล Packet อื่นๆ ได้อีก ซึ่งการโจมตีในครั้งนั้นก็ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของ University of Minnesota นั้นไม่สามารถใช้งานได้ถึง 2 วันเลยทีเดียว

แนวคิดนี้ได้ถูกนำไปใช้โจมตีกันอย่างแพร่หลายในเวลาสั้นๆ และเพียงไม่กี่เดือนถัดมาเท่านั้น Yahoo, Amazon, CNN ก็ได้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี DDoS นี้ด้วยเช่นกัน

ปัจจุบันนี้มีการค้นพบการโจมตี DDoS ที่รุนแรงถึงระดับ 1.7Tbps แล้ว (อ่านข่าวได้ที่ https://www.techtalkthai.com/netscout-arbor-found-1-7-tbps-ddos-attack/) และการโจมตี DDoS ก็กลายเป็นช่องทางทำเงินของเหล่าผู้ไม่ประสงค์ดีด้วยการเปิดบริการ DDoS ใส่เป้าหมายได้หรือ DDoS-as-a-Service นั่นเอง

ที่มา: https://www.technologyreview.com/s/613331/the-first-ddos-attack-was-20-years-ago-this-is-what-weve-learned-since/

from:https://www.techtalkthai.com/ddos-attack-will-be-20-years-old-by-2019-07/

โฆษณา

Huawei ขอเชิญร่วม Webinar ฟรี อัปเดตเทคโนโลยี Wi-Fi 6 วันที่ 30 เม.ย. 2019 ลุ้นรับ Smartphone และ Smart Watch

Huawei ขอเรียนเชิญ IT Manager, Network Engineer และ IT Admininstrator ทุกท่าน เข้าร่วม Webinar ฟรีในหัวข้อ “Wi-Fi 6 พร้อมแล้ว: จะเป็นผู้นำหรือเป็นผู้ตาม?” เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประเด็นทางด้านเทคโนโลยีของ Wi-Fi 6 และการนำไปใช้งานจริง ในวันอังคารที่ 30 เมษายน 2019 เวลา 14.00 – 15.00 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

ผู้บรรยาย: คุณกิติพงษ์ ธาราศิริสกุล, หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และคุณวีรภัทร รัชวรพงศ์, ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ IP กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด
วันเวลา: วันอังคารที่ 30 เมษายน 2019 เวลา 14.00 – 15.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย
ลงทะเบียนฟรี: https://e.huawei.com/topic/wifi6-webinar-india-2019/th/register.html?utm_medium=psm&utm_source=Techtalk_Banner&utm_campaign=OSEAHQ197101W&source=Techtalk_writeUp

ในปี 2562 นี้ นับเป็นปีแรกของเทคโนโลยี Wi-Fi 6 ที่ได้รับการพัฒนามาจนถึงระดับที่พร้อมสำหรับการใช้งาน เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ และถูกผลักดันด้วยแนวโน้มการเติบโตอย่างมหาศาลของการใช้งานเทคโนโลยีไร้สายภายใต้ สภาพแวดล้อมการทำงานขององค์กร รวมไปถึงความแพร่หลายในการใช้วิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K / 8K และ Ultra-High-Definition (UHD), เทคโนโลยี Internet of Things (IoT), Virtual Reality (VR), Augmented Reality (AR), และอุปกรณ์ประเภทอื่นๆ ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทางหัวเว่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ จึงขอเชิญร่วมรับชม Webinar เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่ยุคของ Wi-Fi 6 ไปด้วยกัน

หัวข้อ

  • การพัฒนาอุตสาหกรรมและการใช้งาน Wi-Fi 6
  • ความแตกต่าง และประโยชน์ในเชิงธุรกิจของ Wi-Fi 6
  • นวัตกรรม Wi-Fi 6 ของหัวเว่ย

 

ลุ้นรับ Huawei Smartphone และ Smart Watch ได้ทันที!

ผู้ที่เข้าร่วม Webinar ในครั้งนี้จะได้ลุ้นรับของรางวัลพิเศษจาก Huawei ดังนี้

  • ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 5 ท่าน ที่ถามคำถามได้โดนใจคณะกรรมการที่สุดและคำถามนั้นได้รับเลือกมาตอบในช่วง Webinar จะได้รับรางวัลนาฬิกาข้อมือ Huawei Band 3e จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 990 บาท
  • ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ตอบคำถามของหัวเว่ยและมีเวลาการรับชมออนไลน์สูงที่สุดจะได้รับโทรศัพท์มือถือ Huawei Nova 3i จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 7,400 บาท

ตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการรับรางวัลได้ที่
https://e.huawei.com/topic/wifi6-webinar-india-2019/th/index.html?utm_medium=psm&utm_source=Techtalk_Banner&utm_campaign=OSEAHQ197101W&source=Techtalk_Banner

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันที

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันทีที่
https://e.huawei.com/topic/wifi6-webinar-india-2019/th/register.html?utm_medium=psm&utm_source=Techtalk_Banner&utm_campaign=OSEAHQ197101W&source=Techtalk_writeUp

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-wi-fi-6-webinar-invitation/

หัวเว่ยขอเชิญร่วม Webinar ฟรี อัปเดตเทคโนโลยี Wi-Fi 6 วันที่ 30 เม.ย. 2019 ลุ้นรับ Smartphone และ Smart Watch

หัวเว่ยขอเรียนเชิญ IT Manager, Network Engineer และ IT Admininstrator ทุกท่าน เข้าร่วม Webinar ฟรีในหัวข้อ “Wi-Fi 6 พร้อมแล้ว: จะเป็นผู้นำหรือเป็นผู้ตาม?” เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประเด็นทางด้านเทคโนโลยีของ Wi-Fi 6 และการนำไปใช้งานจริง ในวันอังคารที่ 30 เมษายน 2019 เวลา 14.00 – 15.00 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

ผู้บรรยาย: คุณกิติพงษ์ ธาราศิริสกุล, หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และคุณวีรภัทร รัชวรพงศ์, ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ IP กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด
วันเวลา: วันอังคารที่ 30 เมษายน 2019 เวลา 14.00 – 15.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย
ลงทะเบียนฟรี: https://e.huawei.com/topic/wifi6-webinar-india-2019/th/register.html?utm_medium=psm&utm_source=Techtalk_Banner&utm_campaign=OSEAHQ197101W&source=Techtalk_writeUp

ในปี 2562 นี้ นับเป็นปีแรกของเทคโนโลยี Wi-Fi 6 ที่ได้รับการพัฒนามาจนถึงระดับที่พร้อมสำหรับการใช้งาน เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ และถูกผลักดันด้วยแนวโน้มการเติบโตอย่างมหาศาลของการใช้งานเทคโนโลยีไร้สายภายใต้ สภาพแวดล้อมการทำงานขององค์กร รวมไปถึงความแพร่หลายในการใช้วิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K / 8K และ Ultra-High-Definition (UHD), เทคโนโลยี Internet of Things (IoT), Virtual Reality (VR), Augmented Reality (AR), และอุปกรณ์ประเภทอื่นๆ ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทางหัวเว่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ จึงขอเชิญร่วมรับชม Webinar เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่ยุคของ Wi-Fi 6 ไปด้วยกัน

หัวข้อ

  • การพัฒนาอุตสาหกรรมและการใช้งาน Wi-Fi 6
  • ความแตกต่าง และประโยชน์ในเชิงธุรกิจของ Wi-Fi 6
  • นวัตกรรม Wi-Fi 6 ของหัวเว่ย

 

ลุ้นรับ Huawei Smartphone และ Smart Watch ได้ทันที!

ผู้ที่เข้าร่วม Webinar ในครั้งนี้จะได้ลุ้นรับของรางวัลพิเศษจาก Huawei ดังนี้

  • ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 5 ท่าน ที่ถามคำถามได้โดนใจคณะกรรมการที่สุดและคำถามนั้นได้รับเลือกมาตอบในช่วง Webinar จะได้รับรางวัลนาฬิกาข้อมือ Huawei Band 3e จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 990 บาท
  • ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ตอบคำถามของหัวเว่ยและมีเวลาการรับชมออนไลน์สูงที่สุดจะได้รับโทรศัพท์มือถือ Huawei Nova 3i จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 7,400 บาท

ตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการรับรางวัลได้ที่
https://e.huawei.com/topic/wifi6-webinar-india-2019/th/index.html?utm_medium=psm&utm_source=Techtalk_Banner&utm_campaign=OSEAHQ197101W&source=Techtalk_Banner

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันที

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันทีที่
https://e.huawei.com/topic/wifi6-webinar-india-2019/th/register.html?utm_medium=psm&utm_source=Techtalk_Banner&utm_campaign=OSEAHQ197101W&source=Techtalk_writeUp

from:https://www.techtalkthai.com/hw-wi-fi-6-webinar-invitation/

Sponsored Webinar: พลิกโฉมการทำ Data Warehouse ยุคใหม่ด้วย Oracle Autonomous Data Warehouse Cloud [วิดีโอ]

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย Sponsored Webinar เรื่อง “พลิกโฉมการทำ Data Warehouse ยุคใหม่ด้วย Oracle Autonomous Data Warehouse Cloud” พร้อมแนะนำกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากทั่วโลกและสาธิตการใช้งานจริงจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก Oracle ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณฉัตรชัย กำลังเดช Cloud Technical Account – Lead, Cloud Expert Team – ASEAN จาก Oracle Thailand

ข้อมูลมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนธุรกิจในยุค Digital Transformation ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า หรือช่วยตัดสินการนำเสนอแผนธุรกิจแบบใหม่ๆ ส่งผลให้ทั้งบริษัทชั้นนำขนาดใหญ่และ Startup ต่างนำข้อมูลมาเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างความแตกต่าง อย่างไรก็ตาม บริษัทเหล่านั้นอาจต้องเจอกับความท้าทายใหม่ในยุคดิจิทัล เช่น ปริมาณข้อมูลที่เติบโตอย่างมหาศาล หรือแหล่งข้อมูลใหม่จากอุปกรณ์ IoT เป็นต้น ดังนั้น การจัดเก็บข้อมูลใน Data Warehouse สมัยใหม่จึงต้องคำนึงถึงการรองรับรูปแบบข้อมูลที่หลากหลายและการขยายระบบในอนาคต นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงการบริหารจัดการเพื่อความมั่นคงปลอดภัย และการปรับแต่งประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ในส่วนของธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เหล่านี้ หลายบริษัทจึงเริ่มนำเอาระบบ Data Warehouse ไปไว้บน Cloud เพื่อตอบสนองกลยุทธ์ด้านการทำ Digital Transformation รวมไปถึงใช้ประโยชน์ทางด้าน Scalability และ Availability ที่สูงกว่าเพื่อตอบโจทย์ความด้านการด้านประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาล นอกจากนี้การให้บริการ Cloud Service แบบ Demand ยังเปิดโอกาสให้ทุกบริษัทสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี Data Warehouse เหล่านี้ได้แบบเดียวกันจากที่ไหนและเวลาใดก็ได้ รวมไปถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนและดูแลรักษาอีกด้วย

ใน Sponsored Webinar นี้ ท่านจะได้พบกับแนวความคิดและแนวทางในการทำ Data Warehouse สมัยใหม่โดยใช้ Oracle Autonomous Data Warehouse Cloud เพื่อส่งเสริมการใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อนธุรกิจสำหรับทำ Digital Transformation รวมไปถึงการสาธิตใช้งานจริงจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก Oracle โดยมีหัวข้อดังต่อไปนี้

  • Driving Innovation with Cloud
  • Introduction Oracle Autonomous Data Warehouse Cloud Service and Customer Success Stories
  • Demo: Autonomous Data Warehouse Cloud Service
  • Q&A

from:https://www.techtalkthai.com/ponsored-webinar-oracle-autonomous-data-warehouse-cloud-video/

Array Networks AG Series ระบบ Secure Access Gateway เข้าถึงเครือข่ายและ Application จากภายนอกองค์กรได้อย่างมั่นใจ

ถึงแม้แนวคิดของการทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลานั้นจะกลายเป็นมาตรฐานของการทำงานในยุคปัจจุบันไปแล้ว แต่ในปัจจุบันนี้หลายๆ องค์กรเองก็ยังไม่เปิดให้พนักงานทำการเชื่อมต่อเครือข่ายจากภายนอกองค์กรกันมากนัก ทั้งด้วยประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยที่อาจมีความเสี่ยง และความยากในการเชื่อมต่อ VPN

Array Networks ผู้ผลิตโซลูชันด้านการเชื่อมต่อและการเข้ารหัสเพื่อเข้าถึง Application ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ จึงได้พัฒนาโซลูชัน Secure Access Gateway เพื่อตอบโจทย์การเชื่อมต่อ, เข้ารหัส และทำงานได้จากระยะไกลอย่างมั่นคงปลอดภัยและง่ายดายบนทุกอุปกรณ์ เพื่อให้ทุกการทำงานเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุดติดขัด สร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจองค์กรและความคล่องตัวในการทำงานของพนักงาน

Array Networks AG Series: Hardware Appliance สำเร็จรูปประสิทธิภาพสูง รองรับการเชื่อมต่อ VPN ได้หลากหลายรูปแบบ

โซลูชัน Array Networks AG Series นี้ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจระดับองค์กรโดยเฉพาะ Hardware จึงถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสูง รองรับการใช้งานตั้งแต่ 1,000 คนจนถึง 130,000 คนพร้อมกันในอุปกรณ์เดียว และยังเพิ่มขยายต่อได้ด้วยการทำ Cluster ภายในระบบ และสามารถสร้าง Virtual Portal ได้จำนวนสูงสุดถึง 256 Portal เพื่อรองรับความต้องการในการเชื่อมต่อที่หลากหลายขององค์กร

Array Networks AG Series นี้สามารถตอบโจทย์การเข้าถึง Application, Data และทรัพยากรต่างๆ ภายในองค์กรจากระยะไกลได้อย่างมั่นคงปลอดภัยด้วยวิธีการหลากหลาย ดังนี้

1. AccessDirect เข้าถึง Application และข้อมูลขององค์กรผ่าน SSL VPN

SSL VPN นี้คือเทคโนโลยีที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถทำการเข้าถึง Application และ Data ภายในองค์กรได้ผ่านการเข้าใช้งานทาง HTTPS และทำการยืนยันตัวตน จากนั้นระบบจะทำการนำ Application และทรัพยากรต่างๆ ที่ผู้ใช้งานคนนั้นๆ มีสิทธิ์เข้าถึงได้มาแสดงบนหน้าเว็บ เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีการติดตั้ง Software หรือตั้งค่า VPN ใดๆ ให้ซับซ้อน รวมถึงยังสามารถทำ Two-Factor Authentication เพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยในการเข้าถึงระบบต่างๆ ได้อีกด้วย

ข้อดีของ SSL VPN ก็คือความง่ายในการใช้งาน เนื่องจากผู้ใช้งานนั้นจำเป็นต้องมีเพียงแค่ Browser ที่รองรับการใช้งานได้เท่านั้น ก็จะสามารถเชื่อมต่อระยะไกลเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ที่มีในองค์กรได้แล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบมีหน้าที่เพียงแค่การจัดการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ และนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานให้กับผู้ใช้งานแต่ละคนเท่านั้น

SSL VPN นี้เหมาะกับการเข้าถึงระบบ Web Application ที่อยู่ภายใน Intranet ขององค์กร และการเข้าถึงระบบ File Sharing ต่างๆ จากภายนอก และด้วยความสามารถในการทำ Virtual Portal ของ Array Networks ก็ทำให้การนำไปใช้งานสามารถประยุกต์พลิกแพลงได้หลากหลาย เช่น

  • กำหนดให้ผู้ใช้งานในแต่ละแผนกเข้าถึงทรัพยากรที่แตกต่างกันได้จาก Portal ที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับแต่ละแผนกโดยเฉพาะ
  • การเสริมความปลอดภัยให้ Web Application ต่างๆ ภายในองค์กรให้ต้องผ่านการทำ Two-Factor Authentication ก่อนจึงจะเข้าใช้งานได้
  • การเปิดให้ลูกค้า, คู่ค้า หรือ Contractor เข้าถึงทรัพยากรบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตนเองภายในองค์กรของเราได้

2. MotionPro เข้าถึง Application และเครือข่ายขององค์กรผ่าน Software

MotionPro นี้เป็น Software สำหรับติดตั้งใช้งานได้บนทั้ง iOS, Android, Windows, macOS และ Linux เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อจากระยะไกลอย่างปลอดภัยไปยัง Array Networks AG Series เพื่อเข้าถึง Application, Data และ Network ในองค์กร โดยสามารถทำการตรวจสอบและควบคุมความปลอดภัยของอุปกรณ์ได้ในลักษณะที่ใกล้เคียงกับ Mobile Device Management หรือ MDM อีกด้วย

โซลูชันนี้เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก SSL VPN อีกขั้น โดย Software ที่ใช้ติดตั้งนี้จะทำให้ประสบการณ์การเข้าใช้งานจาก Platform ต่างๆ เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน โดยการตั้งค่าการใช้งานครั้งแรกนั้นก็เพียงแค่กำหนดว่าจะเชื่อมต่อไปยัง Array Networks AG Series อย่างไร จากนั้นผู้ใช้งานเพียงแค่ทำการยืนยันตัวตน เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานได้แล้ว

MotionPro นี้เหมาะกับองค์กรที่เน้นการใช้งาน Mobile Device เป็นหลัก เพราะการเข้าใช้งานระบบจากระยะไกลผ่าน Mobile Application นั้นก็ถือว่าเป็นวิธีการที่ง่ายดาย อีกทั้ง MotionPro เองก็ยังช่วยตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของอุปกรณ์ที่จะเชื่อมต่อเข้ามาใช้งานได้

3. DesktopDirect เข้าถึง Desktop ในองค์กรผ่าน Secure Remote Desktop

สำหรับหลายองค์กรที่มี Application ซึ่งมีความซับซ้อนสูงจนไม่สามารถใช้งานผ่าน SSL VPN และ MotionPro ได้ หรือไม่ต้องการให้เกิดการรับส่งโอนถ่ายข้อมูลออกไปยังอุปกรณ์ภายนอกองค์กรได้ DesktopDirect คือโซลูชันที่ตอบโจทย์สำหรับกรณีนี้

เบื้องหลัง DesktopDirect นั้น ก็คือการเข้าถึงอุปกรณ์ PC ภายในองค์กรผ่าน RDP โดยมีการเข้ารหัสข้อมูลตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ทำให้ผู้ใช้งานแต่ละคนสามารถ Remote Access ไปยังเครื่อง PC ของตนเองได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ และสามารถทำงานต่างๆ ได้ด้วย Application ที่ติดตั้งอยู่บน PC เครื่องนั้นๆ โดยตรง

DesktopDirect นี้เหมาะกับองค์กรที่มีการใช้งาน Application บนเครื่อง PC เป็นหลัก เช่น Software ตระกูล CAD, ระบบ ERP ที่เป็น Native Application และอื่นๆ เป็นต้น

มั่นคงปลอดภัยด้วย Security ภายในระบบ

นอกจากจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบ Application, Data และ Network ภายในองค์กรได้อย่างง่ายดายแล้ว Array Networks AG Series ยังมาพร้อมกับความสามารถในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่หลากหลาย เช่น

  • การรองรับการยืนยันตัวตนหลากหลายรูปแบบ ทั้ง AD, RADIUS, LDAP, SecurID และสามารถทำ Two-Factor Authentication ได้
  • การกำหนด ACL ให้กับผู้ใช้งานได้ โดยควบคุมสิทธิ์ได้ตั้งแต่ระดับ Layer 3/4/7 และ URL Filtering
  • สามารถตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่อเข้ามาได้ เช่น การอัปเดต Patch ต่างๆ, การติดตั้งใช้งาน Anti-Virus Software และอื่นๆ
  • สามารถทำการลบ Cache หลังจากทำการเชื่อมต่อแบบ Remote ได้โดยอัตโนมัติ เพื่อลดโอกาสที่ข้อมูลจะหลุดรั่วผ่านทาง Cache ลง
  • รองรับการเข้ารหัสได้ด้วยการทำ 2048-bit SSL Encryption โดยยังคงมีประสิทธิภาพสูงจากการใช้ Hardware Acceleration
  • ทำ Proxy ก่อนเข้าถึง Web Application และ File Sharing เสริมความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งก่อนที่ผู้ใช้งานจะเข้าถึงระบบต่างๆ ได้
  • มีเทคโนโลยี DoS Protection ลดโอกาสการถูกผู้ใช้งานโจมตี DoS ผ่านระยะไกล

เลือกระดับประสิทธิภาพได้ตามต้องการ เชื่อมต่อ Cloud ได้ด้วย Virtual Secure Access Gateway

Array Networks AG Series นี้มี Hardware Appliance และ Virtual Appliance ให้เลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมทางด้านประสิทธิภาพ โดยการใช้งานนั้นจะต้องคำนึงถึงปริมาณผู้เข้าใช้งานพร้อมกัน (Concurrent User) และปริมาณ Throughput ของข้อมูลที่รับส่งเป็นหลัก เพื่อให้สามารถเลือกรุ่นที่รองรับจำนวนผู้ใช้งานและการเข้ารหัสในประสิทธิภาพระดับที่ต้องการได้

รุ่นต่างๆ ของ Array Networks AG Series สามารถตรวจสอบได้ที่ https://arraynetworks.com/products-ssl-vpns-features.html

สนใจ Array Networks ติดต่อ Throughwave Thailand ได้ทันที

ผู้ที่สนใจในโซลูชันต่างๆ ของ Array Networks สามารถติดต่อทีมงาน Throughwave Thailand ตัวแทนจำหน่ายของ Array Networks ในประเทศไทยได้ทันที

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อทีมงาน Throughwave Thailand ได้ที่ 02-2100969 หรือ info@throughwave.co.th หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.throughwave.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/array-networks-ag-series-secure-access-gateway-introduction-by-throughwave-thailand/

TechTalk Webinar: Cloud ERP และระบบ Data Anaytics เพื่อการทำ Digital Transformation โดย Epicor

TechTalkThai ขอเรียนเชิญเหล่า Managing Director, เจ้าของธุรกิจโรงงานและการผลิต, ผู้บริหารในธุรกิจโรงงานและการผลิต, IT Manager และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Cloud ERP และระบบ Data Anaytics เพื่อการทำ Digital Transformation โดย Epicor” เพื่อเรียนรู้การนำระบบ Cloud ERP และ Data Analytics มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจการผลิตและโรงงาน ในวันอังคารที่ 30 เมษายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Cloud ERP and Analytics for Digital Transformation โดย Epicor
ผู้บรรยาย: คุณ Rattina Buranaosot, Epicor
วันเวลา: วันอังคารที่ 30 เมษายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

เพื่อปลดปล่อยศักยภาพสำหรับ Industry 4.0 เพื่อก้าวไปสู่การเป็นองค์กรที่ชาญฉลาด, คุ้มค่า และสามารถแข่งขันได้ ธุรกิจนั้นต้องทำการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้ได้อย่างวรวดเร็วที่สุด, ส่งมอบสินค้าหรือบริการด้วยเวลาที่น้อยที่สุด, ติดตามผลิตภัณฑ์ได้ในทุกขั้นตอนการผลิตและขนส่ง, บริหารจัดการขั้นตอนการผลิตและขนส่งเหล่านั้น รวมถึงยังต้องทำนายในทุกๆ ประเด็นให้ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นกว่าเดิม ระบบ ERP ที่ทันสมัยคือหัวใจสำคัญในทุกๆ โครงการ Industry 4.0 ซึ่งจะตอบโจทย์ความต้องการของฝ่ายบริหารในการปรับปรุงประสิทธิภาพและเปลี่ยนกระบวนการการทำงานให้เป็นอัตโนมัติในทุกๆ การผสานระบบที่เกิดขึ้น โดย Cloud จะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและองค์กรขนาดใหญ่นั้นสามารถก้าวกระโดดขึ้นนำคู่แข่งได้ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ

ใน Webinar ครั้งนี้ เราจะแสดงให้เห็นว่า Epicor Cloud ERP จะช่วยให้คุณมุ่งเน้นไปที่การเติบโตแทนที่จะต้องเสียเวลากับระบบ IT ได้อย่างไร และจะเล่าถึงภาพรวม 4 ส่วนหลักๆ ของ Epicor ได้แก่ ERP, BI, Reporting และ Analytics พร้อมแสดงให้เห็นว่าระบบนี้จะช่วยให้พนักงานทั่วๆ ไปในธุรกิจของคุณทำงานดีขึ้นได้อย่างไร แม้พนักงานเหล่านั้นจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT ก็ตาม

ลงทุนได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด, สร้างคุณค่าใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วที่สุด และเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกๆ อุปกรณ์อย่างแม่นยำได้ทันทีที่ต้องการ จากทุกที่ทั่วโลกด้วย Epicor Cloud ERP

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_8-RHhKZ6RC6UfGTF4rQFOw โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-cloud-erp-and-data-anaytics-for-digital-transformation-by-epicor/

5 เหตุผล ทำไมธุรกิจ SMB และสถานศึกษาจึงควรเช่าใช้ WatchGuard Firewall

ในยุค Digital Economy นี้ ธุรกิจ SMB หลายแห่งเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของตน ส่งผลให้บริษัทเหล่านั้นเริ่มตกเป็นเป้าหมายของอาชญากรไซเบอร์มากขึ้น จากการสำรวจธุรกิจ SMB ชั้นนำกว่า 1,000 รายโดย Ponemon Institute พบว่าในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมีบริษัทตกเป็นเหยื่อของการโจมตีไซเบอร์สูงถึง 67% และ 58% ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ Data Breach ในขณะที่ 47% ยอมรับว่า ไม่ทราบว่าจะปกป้องบริษัทจากภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างไร

ปัญหาสำคัญของธุรกิจ SMB คือ การขาดแคลนบุคลากรและมีงบประมาณในการจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จำกัด ด้วยเหตุนี้ WatchGuard ผู้นำด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับธุรกิจ SMB จึงเปิดให้บริการเช่าใช้อุปกรณ์ Network Security, Secure Wi-Fi และ Multi-factor Authentication ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับอุปกรณ์ที่ใช้ในองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมจัดสรรผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้โครงการ “WatchGuardONE” ในราคาเริ่มต้นเพียง 350 บาทต่อเดือนเท่านั้น

และนี่คือ 5 เหตุผลทำไมธุรกิจ SMB และสถานศึกษาจึงควรเช่าใช้อุปกรณ์ผ่านโครงการ WatchGuardONE แทนที่จะซื้ออุปกรณ์รักษาความมั่นคงปลอดภัยมาติดตั้งและบริหารจัดการด้วยตนเอง

1. ลดค่าใช้จ่ายทั้งการลงทุนและดูแลอุปกรณ์ลงได้สูงสุดถึง 80%

หลายคนอาจคิดว่า ในระยะยาว การลงทุนซื้ออุปกรณ์มาใช้งานจะมีค่าใช้จ่ายโดยรวมถูกกว่าการเช่าใช้อุปกรณ์ แต่อาจลืมพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นค่า MA และค่า Support ที่ต้องจ่ายให้กับเจ้าของผลิตภัณฑ์และตัวแทนจำหน่ายในแต่ละปี รวมไปถึงการว่าจ้างบุคลากรเพิ่มเพื่อให้มาดูแลอุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งต่างจากการเช่าซื้ออุปกรณ์ของ WatchGuard ที่รวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่กล่าวไปไว้ในค่าบริการรายเดือนเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้การเช่าซื้ออุปกรณ์สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และการดูแลอุปกรณ์โดยผู้เชี่ยวชาญลงได้สูงสุดถึง 80%

ตารางเปรียบเทียบการซื้ออุปกรณ์มาดูแลเองและการเช่าซื้ออุปกรณ์ของ WatchGuard

** ค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับบริษัทที่มีพนักงานประมาณ 100 คน

2. เปลี่ยน CapEx ไปเป็น OpEx เพื่อ Cash Flow ที่ดียิ่งขึ้น

จุดเด่นสำคัญของการเช่าใช้อุปกรณ์ คือ การเปลี่ยนค่าใช้จ่ายในการลงทุนด้านอุปกรณ์ (CapEx) ให้กลายเป็นค่าในจ่ายในการปฏิบัติงาน (OpEx) แทน ซึ่งช่วยให้บริษัทไม่ต้องรับภาระหนักในการจัดซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีราคาสูงรวดเดียว แต่ใช้การชำระทีละน้อย เป็นงวดๆ แบบรายเดือนแทน ทำให้สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายได้ง่ายและช่วยให้เงินหมุนเวียนภายในบริษัทดียิ่งขึ้น บริษัทสามารถนำเงินก้อนที่ต้องเตรียมไปซื้ออุปกรณ์ไปลงทุนอย่างอื่นเพื่อเพิ่มผลกำไรให้แก่บริษัทได้

3. ไม่คิดค่าบริการเมื่อหยุดใช้งานชั่วคราว

การเช่าใช้อุปกรณ์ของ WatchGuard จะคิดค่าบริการเป็นแบบรายเดือนโดยไม่มีกำหนดขั้นต่ำและไม่จำกัดปริมาณ สามารถเลือกใช้งานได้ตั้งแต่อุปกรณ์รุ่นเล็กที่สุดไปจนถึงรุ่นเรือธง ที่สำคัญคือ เดือนไหนที่ไม่ได้ใช้งานก็ไม่จำเป็นต้องชำระค่าเช่าอุปกรณ์ในเดือนนั้นๆ เช่น สถานศึกษาหยุดการใช้งานอุปกรณ์บางส่วนในช่วงที่นักศึกษาปิดเทอม หรือสำนักงานสาขาปิดปรับปรุงเป็นระยะเวลา 1 เดือน เป็นต้น โดยที่อุปกรณ์ทั้งหมดยังคงวางไว้ที่ไซต์ของลูกค้า ไม่ได้เรียกคืนกลับมาแต่อย่างใด

4. อัปเกรดเฟิร์มแวร์และฮาร์ดแวร์ได้ทันทีเมื่อต้องการขยายระบบ

ข้อดีของการเช่าใช้อุปกรณ์ คือ สามารถแจ้งให้ผู้ดูแลซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยอัปเกรดเฟิร์มแวร์เพื่อใช้งานฟีเจอร์ใหม่ได้ฟรี รวมไปถึงเพิ่ม/ลด Subscription และเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ใหม่เมื่อต้องการขยายระบบเพิ่มได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและไม่จำเป็นต้องรอสั่งซื้อฮาร์ดแวร์ นอกจากนี้ ทีมผู้ดูแลจะคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือในการโยกย้ายการตั้งค่าและนโยบายรักษาความมั่นคงปลอดภัยต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าหลังจากการอัปเกรดเฟิร์มแวร์และ/หรือฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์ทั้งหมดจะสามารถทำได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ลูกค้าอาจจำเป็นต้องชำระค่าบริการรายเดือนเพิ่มเติมตามขนาดของฮาร์ดแวร์และ Subscription ที่เลือกใช้

5. มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและเฝ้าระวังภัยคุกคามตลอด 24 ชั่วโมง

การเช่าใช้อุปกรณ์ของ WatchGuard ควบรวมบริการ Managed Security Services กล่าวคือ WatchGuard จะจัดสรรบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยมาคอยให้ปรึกษาและบริหารจัดการอุปกรณ์ที่ใช้งานแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า การออกแบบ ติดตั้ง และดูแลรักษาตลอดเวลาแบบ 7/24 รวมไปถึงคอยเฝ้าระวังและแจ้งเตือนลูกค้าเมื่อมีเหตุไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีการจัดทำรายงานสรุปสำหรับผู้บริหารในแต่ละเดือนอีกด้วย ช่วยให้การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงปลอดภัยของบริษัทกลายเป็นเรื่องง่าย ลดภาระของฝ่าย IT และทำให้บริษัทสามารถโฟกัสกับการดำเนินธุรกิจได้อย่างไร้กังวล

WatchGuardONE บริการเช่าใช้อุปกรณ์พร้อมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลสำหรับธุรกิจ SMB

WatchGuard จับมือกันพันธมิตรหลายรายในประเทศไทยเพื่อให้บริการ WatchGuardONE ซึ่งเป็น Managed Security Services แบบครบวงจร ลูกค้าสามารถเช่าอุปกรณ์มาใช้งานได้แบบรายเดือน (ไม่มีกำหนดขั้นต่ำ) กรณีที่ไม่ได้ใช้งานก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าสำหรับอุปกรณ์ในเดือนนั้นๆ นอกจากนี้ พันธมิตรที่ให้บริการ WatchGuardONE ยังถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถให้คำปรึกษาตั้งแต่การออกแบบ ติดตั้ง ปรับจูน และดูแลระบบเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการเชิงธุรกิจขององค์กรได้

WatchGuardONE พร้อมให้บริการอุปกรณ์ Network Security และ Multi-factor Authentication แล้ว ในขณะที่ Secure Wi-Fi จะเริ่มให้บริการภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 นี้ เรียกว่าได้เป็นสุดยอดบริการที่เหมาะสำหรับธุรกิจ SMB ที่มีทรัพยากรบุคคลและงบประมาณจำกัดอย่างแท้จริง ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.watchguard.com/wgrd-sales/emailus หรืออีเมล uthaipat.r@watchguard.com หรือค้นหาตัวแทนจำหน่ายได้ที่ https://watchguardsupport.secure.force.com/PartnerFinder/ (ค้นหาคำว่า “Thailand”)

from:https://www.techtalkthai.com/5-reasons-why-smb-and-education-should-choose-watchguardone/