คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURED_POSTS

SD-WAN ส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์ WAN ขององค์กรทั่วโลกอย่างไร

การเปลี่ยนรูปแบบระบบดิจิทัลส่งผลต่อเครือข่าย

แอปพลิเคชันจำนวนมากกำลังย้ายไปคลาวด์ IDC ได้คาดการณ์ว่าภายในปี 2020 [1] องค์กร 90% จะใช้งานมัลติคลาวด์ นั่นคือ บริการและแพลตฟอร์มคลาวด์แบบสาธารณะและส่วนตัวหลายระบบ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานแอปพลิเคชันที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้ให้บริการจึงมีโอกาสอันยอดเยี่ยมในการใช้ประโยชน์จากโซลูชัน SD-WAN ที่มีการจัดการประสิทธิภาพสูงเพื่อมอบการเชื่อมต่อคลาวด์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมถึงคุณภาพด้านประสบการณ์การใช้งาน ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ระดับองค์กร

แอปพลิเคชันใหม่ที่มีความต้องการแตกต่างกัน

เนื่องจากแอปพลิเคชันต่างๆ ต้องการคุณภาพด้านประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างกันตามลำดับความสำคัญทางธุรกิจ ภูมิศาสตร์ และข้อควรพิจารณาด้านความปลอดภัย จึงต้องได้รับการจัดการอย่างความเหมาะสมทั่วทั้ง WAN แอปพลิเคชันธุรกิจที่เชื่อถือได้บางรายการ เช่น Office 365, Skype และ SAP สามารถถูกส่งไปยังอินเทอร์เน็ตโดยตรงได้อย่างมั่นใจ ขณะที่แอปพลิเคชันด้านสันทนาการ เช่น Facebook และ Twitter อาจต้องมีการควบคุมความปลอดภัยมากขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ตัวเลือกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต SD-WAN ต้องรวมความสามารถในการแยกทราฟฟิกตามแอปพลิเคชันแต่ละรายการเพื่อบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยระดับแกรนูลาร์ (Granular security Policies)

ทำไมต้องมีการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขา

โซลูชัน SD-WAN ที่ได้รับการจัดการที่มีการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาจะทำให้ผู้ให้บริการสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทราฟฟิกได้ทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตด้วยการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน SaaS และ IaaS บนคลาวด์โดยตรง ด้วยโซลูชันนี้ ผู้ให้บริการจะควบคุมปริมาณทราฟฟิกที่ส่งไปยังแอปพลิเคชันเพื่อบังคับใช้การรักษาความปลอดภัย ประหยัดแบนด์วิดท์ที่มีราคาแพง และปรับปรุงประสิทธิภาพ นอกจากนี้การส่งทราฟฟิก SaaS และ IaaS ที่เชื่อถือได้ไปทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตโดยตรงยังมอบประสิทธิภาพการทำงานให้กับแอปพลิเคชันและคุณภาพด้านประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ระดับสูงสุดอีกด้วย

โซลูชันมีมากมาย แต่ปัญหาพื้นฐานยังคงอยู่

โซลูชัน SD-WAN ทั้งหมดตอบสนองความต้องการทั้งหมดในการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาหรือไม่ โซลูชัน SD-WAN จำนวนมากอ้างว่าสามารถทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาได้ อย่างไรก็ตาม โซลูชันส่วนใหญ่เหล่านั้นอาศัยการเขียนโปรแกรมด้วยตนเองของที่อยู่ IP ใน Access Control Lists (ACL) จึงไม่สามารถไล่ตามลักษณะแบบไดนามิกของแอปพลิเคชัน SaaS ได้ จึงทำให้นโยบายความปลอดภัยในการทำงานเริ่มแรกล้มเหลว ความปลอดภัยของเครือข่ายที่รับประกันอื่นๆ จะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายของไฟร์วอลล์การรักษาความปลอดภัยในเส้นทางทราฟฟิก ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น มีข้อกำหนดพื้นฐานที่สำคัญที่ควรพิจารณาเมื่อบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยที่เฉพาะเจาะจงกับแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ ข้อแรกคือ ความสามารถในการค้นหาแอปพลิเคชันบนกลุ่มข้อมูลชุดแรกของการรับส่งทราฟฟิก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดทิศทางของแอปพลิเคชันระดับแกรนูลาร์ไปยังปลายทางที่ถูกต้องโดยอัตโนมัติ ข้อต่อมาคือ การจัดการแบบรวมศูนย์และความอัจฉริยะเพื่อให้การอัปเดตการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ IP ที่ใช้โดยแอปพลิเคชัน SaaS ให้เป็นไปโดยอัตโนมัติแทนการอัปเดตอุปกรณ์แต่ละเครื่องหลังการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งด้วยตนเอง ซึ่งต้องใช้เวลานาน

โอกาสของผู้ให้บริการในการทลายข้อจำกัด

ขณะที่องค์กรต่างๆ ยังคงย้ายข้อมูลแอปพลิเคชันไปยังคลาวด์อย่างต่อเนื่อง ผู้ให้บริการก็มีโอกาสที่จะสร้างความโดดเด่นให้กับข้อเสนอบริการที่มีการจัดการของพวกเขา

ข้อเสนอบริการที่มีการจัดการจะต้องตอบสนองความต้องการต่อไปนี้

  • สนับสนุนนโยบายความปลอดภัยระดับแกรนูลาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยแอปพลิเคชันเพื่อกำหนดทิศทางทราฟฟิกไปยังความปลอดภัยที่เหมาะสมโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติ
  • การส่งมอบประสิทธิภาพที่ดีที่สุดโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย
  • ความปลอดภัยและการจัดการนโยบายจากส่วนกลาง

โซลูชัน Unity EdgeConnectSP SD-WAN ของซิลเวอร์ พีค มอบความสามารถด้านการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาโดยใช้เทคโนโลยีการจำแนกประเภทของ First-Packet IQTM จึงช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถนำเสนอการรักษาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยแอปพลิเคชันที่มีการผนวกรวมเพื่อดำเนินการอย่างเฉพาะเจาะจงกับแอปพลิเคชันแต่ละรายการ

โซลูชัน SD-WAN ขั้นสูงที่มาพร้อมการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถดำเนินการต่อไปนี้

  • มอบแอปพลิเคชัน SaaS ขององค์กรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพและความพร้อมใช้งานของ IaaS
  • ปรับปรุงความคล่องตัวของบริการด้วยการควบคุมความปลอดภัยและการจัดการนโยบายที่ยืดหยุ่นที่รวมเข้ากับแพลตฟอร์มการควบคุมดูแลต่างๆ ได้ง่ายดาย
  • เปิดใช้การผสานรวม SD-WAN ที่ได้รับการจัดการและบริการความปลอดภัยที่มีการจัดการได้อย่างครอบคลุม

ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ที่ไม่ลดทอนสมรรถนะในยุคของคลาวด์

ขณะนี้ผู้ให้บริการมีโอกาสที่แท้จริงในการนำเสนอกลยุทธ์ WAN ที่ขับเคลื่อนโดยแอปพลิเคชันแก่องค์กร ซึ่งจะเชื่อมต่อผู้ใช้กับคลาวด์ได้โดยตรงอย่างปลอดภัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์ในการเข้าถึงของพวกเขา ด้วยซิลเวอร์ พีค ผู้ให้บริการสามารถใช้ประโยชน์และสร้างความแตกต่างให้กับข้อเสนอบริการ SD-WAN ที่มีการจัดการ เพื่อมอบการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาอย่างปลอดภัยแก่องค์กรต่างๆ และเพิ่มความภักดีของลูกค้าด้วยการยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้และประสิทธิภาพทางธุรกิจ ด้วยโซลูชันที่เหมาะสม ผู้ให้บริการจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรด้วยประสิทธิภาพ SaaS และ IaaS ที่ดีที่สุดโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ช่วยลดต้นทุนด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทรัพยากรเครือข่ายที่สำคัญ

[1] IDC FutureScape: Worldwide Cloud 2018 Predictions

from:https://www.techtalkthai.com/sd-wan-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c-wan/

โฆษณา

SD-WAN ส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์ WAN ขององค์กรทั่วโลกอย่างไร

การเปลี่ยนรูปแบบระบบดิจิทัลส่งผลต่อเครือข่าย

แอปพลิเคชันจำนวนมากกำลังย้ายไปคลาวด์ IDC ได้คาดการณ์ว่าภายในปี 2020 [1] องค์กร 90% จะใช้งานมัลติคลาวด์ นั่นคือ บริการและแพลตฟอร์มคลาวด์แบบสาธารณะและส่วนตัวหลายระบบ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานแอปพลิเคชันที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้ให้บริการจึงมีโอกาสอันยอดเยี่ยมในการใช้ประโยชน์จากโซลูชัน SD-WAN ที่มีการจัดการประสิทธิภาพสูงเพื่อมอบการเชื่อมต่อคลาวด์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมถึงคุณภาพด้านประสบการณ์การใช้งาน ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ระดับองค์กร

แอปพลิเคชันใหม่ที่มีความต้องการแตกต่างกัน

เนื่องจากแอปพลิเคชันต่างๆ ต้องการคุณภาพด้านประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างกันตามลำดับความสำคัญทางธุรกิจ ภูมิศาสตร์ และข้อควรพิจารณาด้านความปลอดภัย จึงต้องได้รับการจัดการอย่างความเหมาะสมทั่วทั้ง WAN แอปพลิเคชันธุรกิจที่เชื่อถือได้บางรายการ เช่น Office 365, Skype และ SAP สามารถถูกส่งไปยังอินเทอร์เน็ตโดยตรงได้อย่างมั่นใจ ขณะที่แอปพลิเคชันด้านสันทนาการ เช่น Facebook และ Twitter อาจต้องมีการควบคุมความปลอดภัยมากขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ตัวเลือกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต SD-WAN ต้องรวมความสามารถในการแยกทราฟฟิกตามแอปพลิเคชันแต่ละรายการเพื่อบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยระดับแกรนูลาร์ (Granular security Policies)

ทำไมต้องมีการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขา

โซลูชัน SD-WAN ที่ได้รับการจัดการที่มีการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาจะทำให้ผู้ให้บริการสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทราฟฟิกได้ทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตด้วยการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน SaaS และ IaaS บนคลาวด์โดยตรง ด้วยโซลูชันนี้ ผู้ให้บริการจะควบคุมปริมาณทราฟฟิกที่ส่งไปยังแอปพลิเคชันเพื่อบังคับใช้การรักษาความปลอดภัย ประหยัดแบนด์วิดท์ที่มีราคาแพง และปรับปรุงประสิทธิภาพ นอกจากนี้การส่งทราฟฟิก SaaS และ IaaS ที่เชื่อถือได้ไปทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตโดยตรงยังมอบประสิทธิภาพการทำงานให้กับแอปพลิเคชันและคุณภาพด้านประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ระดับสูงสุดอีกด้วย

โซลูชันมีมากมาย แต่ปัญหาพื้นฐานยังคงอยู่

โซลูชัน SD-WAN ทั้งหมดตอบสนองความต้องการทั้งหมดในการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาหรือไม่ โซลูชัน SD-WAN จำนวนมากอ้างว่าสามารถทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาได้ อย่างไรก็ตาม โซลูชันส่วนใหญ่เหล่านั้นอาศัยการเขียนโปรแกรมด้วยตนเองของที่อยู่ IP ใน Access Control Lists (ACL) จึงไม่สามารถไล่ตามลักษณะแบบไดนามิกของแอปพลิเคชัน SaaS ได้ จึงทำให้นโยบายความปลอดภัยในการทำงานเริ่มแรกล้มเหลว ความปลอดภัยของเครือข่ายที่รับประกันอื่นๆ จะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายของไฟร์วอลล์การรักษาความปลอดภัยในเส้นทางทราฟฟิก ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น มีข้อกำหนดพื้นฐานที่สำคัญที่ควรพิจารณาเมื่อบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยที่เฉพาะเจาะจงกับแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ ข้อแรกคือ ความสามารถในการค้นหาแอปพลิเคชันบนกลุ่มข้อมูลชุดแรกของการรับส่งทราฟฟิก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดทิศทางของแอปพลิเคชันระดับแกรนูลาร์ไปยังปลายทางที่ถูกต้องโดยอัตโนมัติ ข้อต่อมาคือ การจัดการแบบรวมศูนย์และความอัจฉริยะเพื่อให้การอัปเดตการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ IP ที่ใช้โดยแอปพลิเคชัน SaaS ให้เป็นไปโดยอัตโนมัติแทนการอัปเดตอุปกรณ์แต่ละเครื่องหลังการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งด้วยตนเอง ซึ่งต้องใช้เวลานาน

โอกาสของผู้ให้บริการในการทลายข้อจำกัด

ขณะที่องค์กรต่างๆ ยังคงย้ายข้อมูลแอปพลิเคชันไปยังคลาวด์อย่างต่อเนื่อง ผู้ให้บริการก็มีโอกาสที่จะสร้างความโดดเด่นให้กับข้อเสนอบริการที่มีการจัดการของพวกเขา

ข้อเสนอบริการที่มีการจัดการจะต้องตอบสนองความต้องการต่อไปนี้

  • สนับสนุนนโยบายความปลอดภัยระดับแกรนูลาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยแอปพลิเคชันเพื่อกำหนดทิศทางทราฟฟิกไปยังความปลอดภัยที่เหมาะสมโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติ
  • การส่งมอบประสิทธิภาพที่ดีที่สุดโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย
  • ความปลอดภัยและการจัดการนโยบายจากส่วนกลาง

โซลูชัน Unity EdgeConnectSP SD-WAN ของซิลเวอร์ พีค มอบความสามารถด้านการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาโดยใช้เทคโนโลยีการจำแนกประเภทของ First-Packet IQTM จึงช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถนำเสนอการรักษาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยแอปพลิเคชันที่มีการผนวกรวมเพื่อดำเนินการอย่างเฉพาะเจาะจงกับแอปพลิเคชันแต่ละรายการ

โซลูชัน SD-WAN ขั้นสูงที่มาพร้อมการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถดำเนินการต่อไปนี้

  • มอบแอปพลิเคชัน SaaS ขององค์กรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพและความพร้อมใช้งานของ IaaS
  • ปรับปรุงความคล่องตัวของบริการด้วยการควบคุมความปลอดภัยและการจัดการนโยบายที่ยืดหยุ่นที่รวมเข้ากับแพลตฟอร์มการควบคุมดูแลต่างๆ ได้ง่ายดาย
  • เปิดใช้การผสานรวม SD-WAN ที่ได้รับการจัดการและบริการความปลอดภัยที่มีการจัดการได้อย่างครอบคลุม

ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ที่ไม่ลดทอนสมรรถนะในยุคของคลาวด์

ขณะนี้ผู้ให้บริการมีโอกาสที่แท้จริงในการนำเสนอกลยุทธ์ WAN ที่ขับเคลื่อนโดยแอปพลิเคชันแก่องค์กร ซึ่งจะเชื่อมต่อผู้ใช้กับคลาวด์ได้โดยตรงอย่างปลอดภัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์ในการเข้าถึงของพวกเขา ด้วยซิลเวอร์ พีค ผู้ให้บริการสามารถใช้ประโยชน์และสร้างความแตกต่างให้กับข้อเสนอบริการ SD-WAN ที่มีการจัดการ เพื่อมอบการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาอย่างปลอดภัยแก่องค์กรต่างๆ และเพิ่มความภักดีของลูกค้าด้วยการยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้และประสิทธิภาพทางธุรกิจ ด้วยโซลูชันที่เหมาะสม ผู้ให้บริการจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรด้วยประสิทธิภาพ SaaS และ IaaS ที่ดีที่สุดโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ช่วยลดต้นทุนด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทรัพยากรเครือข่ายที่สำคัญ

[1] IDC FutureScape: Worldwide Cloud 2018 Predictions

from:https://www.techtalkthai.com/how-sd-wan-affects-wan-strategy/

SD-WAN มอบประสบการณ์การใช้แอปพลิเคชันบนคลาวด์ให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร

การเปลี่ยนรูปแบบระบบดิจิทัลส่งผลต่อเครือข่าย

แอปพลิเคชันจำนวนมากกำลังย้ายไปคลาวด์ IDC ได้คาดการณ์ว่าภายในปี 2020 [1] องค์กร 90% จะใช้งานมัลติคลาวด์ นั่นคือ บริการและแพลตฟอร์มคลาวด์แบบสาธารณะและส่วนตัวหลายระบบ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานแอปพลิเคชันที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้ให้บริการจึงมีโอกาสอันยอดเยี่ยมในการใช้ประโยชน์จากโซลูชัน SD-WAN ที่มีการจัดการประสิทธิภาพสูงเพื่อมอบการเชื่อมต่อคลาวด์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมถึงคุณภาพด้านประสบการณ์การใช้งาน ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ระดับองค์กร

แอปพลิเคชันใหม่ที่มีความต้องการแตกต่างกัน

เนื่องจากแอปพลิเคชันต่างๆ ต้องการคุณภาพด้านประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างกันตามลำดับความสำคัญทางธุรกิจ ภูมิศาสตร์ และข้อควรพิจารณาด้านความปลอดภัย จึงต้องได้รับการจัดการอย่างความเหมาะสมทั่วทั้ง WAN แอปพลิเคชันธุรกิจที่เชื่อถือได้บางรายการ เช่น Office 365, Skype และ SAP สามารถถูกส่งไปยังอินเทอร์เน็ตโดยตรงได้อย่างมั่นใจ ขณะที่แอปพลิเคชันด้านสันทนาการ เช่น Facebook และ Twitter อาจต้องมีการควบคุมความปลอดภัยมากขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ตัวเลือกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต SD-WAN ต้องรวมความสามารถในการแยกทราฟฟิกตามแอปพลิเคชันแต่ละรายการเพื่อบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยระดับแกรนูลาร์ (Granular security Policies)

ทำไมต้องมีการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขา

โซลูชัน SD-WAN ที่ได้รับการจัดการที่มีการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาจะทำให้ผู้ให้บริการสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทราฟฟิกได้ทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตด้วยการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน SaaS และ IaaS บนคลาวด์โดยตรง ด้วยโซลูชันนี้ ผู้ให้บริการจะควบคุมปริมาณทราฟฟิกที่ส่งไปยังแอปพลิเคชันเพื่อบังคับใช้การรักษาความปลอดภัย ประหยัดแบนด์วิดท์ที่มีราคาแพง และปรับปรุงประสิทธิภาพ นอกจากนี้การส่งทราฟฟิก SaaS และ IaaS ที่เชื่อถือได้ไปทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตโดยตรงยังมอบประสิทธิภาพการทำงานให้กับแอปพลิเคชันและคุณภาพด้านประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ระดับสูงสุดอีกด้วย

โซลูชันมีมากมาย แต่ปัญหาพื้นฐานยังคงอยู่

โซลูชัน SD-WAN ทั้งหมดตอบสนองความต้องการทั้งหมดในการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาหรือไม่ โซลูชัน SD-WAN จำนวนมากอ้างว่าสามารถทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาได้ อย่างไรก็ตาม โซลูชันส่วนใหญ่เหล่านั้นอาศัยการเขียนโปรแกรมด้วยตนเองของที่อยู่ IP ใน Access Control Lists (ACL) จึงไม่สามารถไล่ตามลักษณะแบบไดนามิกของแอปพลิเคชัน SaaS ได้ จึงทำให้นโยบายความปลอดภัยในการทำงานเริ่มแรกล้มเหลว ความปลอดภัยของเครือข่ายที่รับประกันอื่นๆ จะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายของไฟร์วอลล์การรักษาความปลอดภัยในเส้นทางทราฟฟิก ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น มีข้อกำหนดพื้นฐานที่สำคัญที่ควรพิจารณาเมื่อบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยที่เฉพาะเจาะจงกับแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ ข้อแรกคือ ความสามารถในการค้นหาแอปพลิเคชันบนกลุ่มข้อมูลชุดแรกของการรับส่งทราฟฟิก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดทิศทางของแอปพลิเคชันระดับแกรนูลาร์ไปยังปลายทางที่ถูกต้องโดยอัตโนมัติ ข้อต่อมาคือ การจัดการแบบรวมศูนย์และความอัจฉริยะเพื่อให้การอัปเดตการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ IP ที่ใช้โดยแอปพลิเคชัน SaaS ให้เป็นไปโดยอัตโนมัติแทนการอัปเดตอุปกรณ์แต่ละเครื่องหลังการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งด้วยตนเอง ซึ่งต้องใช้เวลานาน

โอกาสของผู้ให้บริการในการทลายข้อจำกัด

ขณะที่องค์กรต่างๆ ยังคงย้ายข้อมูลแอปพลิเคชันไปยังคลาวด์อย่างต่อเนื่อง ผู้ให้บริการก็มีโอกาสที่จะสร้างความโดดเด่นให้กับข้อเสนอบริการที่มีการจัดการของพวกเขา

ข้อเสนอบริการที่มีการจัดการจะต้องตอบสนองความต้องการต่อไปนี้

  • สนับสนุนนโยบายความปลอดภัยระดับแกรนูลาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยแอปพลิเคชันเพื่อกำหนดทิศทางทราฟฟิกไปยังความปลอดภัยที่เหมาะสมโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติ
  • การส่งมอบประสิทธิภาพที่ดีที่สุดโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย
  • ความปลอดภัยและการจัดการนโยบายจากส่วนกลาง

โซลูชัน Unity EdgeConnectSP SD-WAN ของซิลเวอร์ พีค มอบความสามารถด้านการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาโดยใช้เทคโนโลยีการจำแนกประเภทของ First-Packet IQTM จึงช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถนำเสนอการรักษาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยแอปพลิเคชันที่มีการผนวกรวมเพื่อดำเนินการอย่างเฉพาะเจาะจงกับแอปพลิเคชันแต่ละรายการ

โซลูชัน SD-WAN ขั้นสูงที่มาพร้อมการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถดำเนินการต่อไปนี้

  • มอบแอปพลิเคชัน SaaS ขององค์กรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพและความพร้อมใช้งานของ IaaS
  • ปรับปรุงความคล่องตัวของบริการด้วยการควบคุมความปลอดภัยและการจัดการนโยบายที่ยืดหยุ่นที่รวมเข้ากับแพลตฟอร์มการควบคุมดูแลต่างๆ ได้ง่ายดาย
  • เปิดใช้การผสานรวม SD-WAN ที่ได้รับการจัดการและบริการความปลอดภัยที่มีการจัดการได้อย่างครอบคลุม

ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ที่ไม่ลดทอนสมรรถนะในยุคของคลาวด์

ขณะนี้ผู้ให้บริการมีโอกาสที่แท้จริงในการนำเสนอกลยุทธ์ WAN ที่ขับเคลื่อนโดยแอปพลิเคชันแก่องค์กร ซึ่งจะเชื่อมต่อผู้ใช้กับคลาวด์ได้โดยตรงอย่างปลอดภัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์ในการเข้าถึงของพวกเขา ด้วยซิลเวอร์ พีค ผู้ให้บริการสามารถใช้ประโยชน์และสร้างความแตกต่างให้กับข้อเสนอบริการ SD-WAN ที่มีการจัดการ เพื่อมอบการทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขาอย่างปลอดภัยแก่องค์กรต่างๆ และเพิ่มความภักดีของลูกค้าด้วยการยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้และประสิทธิภาพทางธุรกิจ ด้วยโซลูชันที่เหมาะสม ผู้ให้บริการจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรด้วยประสิทธิภาพ SaaS และ IaaS ที่ดีที่สุดโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ช่วยลดต้นทุนด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทรัพยากรเครือข่ายที่สำคัญ

[1] IDC FutureScape: Worldwide Cloud 2018 Predictions

from:https://www.techtalkthai.com/how-sd-wan-optimizing-ux-for-managed-cloud-hosted-applications/

จาก Mobile Banking สู่ Open Banking: เมื่อธนาคารทั่วโลกต้องให้บริการทางการเงินผ่าน API ตอบโจทย์ธุรกิจในยุค Digital

ทุกวันนี้เราคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจธนาคารกันอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาของ Mobile Banking ที่เรียกได้ว่าเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ทำให้เหล่าธนาคารนั้นได้ก้าวสู่การเป็น Digital Banking กันมากขึ้น และลูกค้าทุกคนนั้นก็สามารถเข้าถึงบริการทั้งหมดของธนาคารได้ผ่าน Smartphone หรือ Tablet ที่ตนเองมีอยู่ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องไปทำธุรกรรมต่างๆ ที่สาขาของธนาคารกันอีกต่อไป และส่งผลต่อให้ธนาคารนั้นเริ่มทยอยปิดสาขาของตนเองลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ต่างก็เป็นผลจากการทำ Digital Transformation ครั้งใหญ่ของธนาคารนั่นเอง

แต่การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจธนาคารเองนั้นจะยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เพราะก้าวถัดไปที่เหล่าธนาคารต้องปรับตัวกันต่อไปนั้นก็คือการก้าวสู่ API Economy ที่จะทำให้บริการทางด้านการเงินของธนาคารนั้นสามารถเชื่อมต่อกับ Digital Product อื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Web Application, Mobile Application หรือบริการรูปแบบใดๆ ก็ตาม เพื่อให้ผู้ใช้งานของ Digital Product นั้นๆ สามารถเรียกใช้งานบริการทางด้านการเงินได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งกว่าเดิม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ก็มีชื่อเรียกกันว่า Open Banking นั่นเอง และบทความนี้เราก็จะพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับ Open Banking กันครับ

ทำไม Mobile Banking ถึงยังไม่เพียงพอต่อการตอบโจทย์ของธุรกิจ?

Credit: ShutterStock.com

ถึงแม้ Mobile Banking นั้นจะสร้างความสะดวกสบายแก่ลูกค้าของธนาคารเสมือนได้ยกธนาคารไปอยู่ในฝ่ามือของทุกคน และกลายเป็นกระแสใหม่ในการเข้าถึงบริการทางการเงินของธนาคารไปแล้ว แต่ Mobile Banking นั้นก็ยังไม่ได้ตอบโจทย์ภาคธุรกิจต่างๆ ได้เป็นอย่างดีนัก

แน่นอนว่าด้วยแนวโน้มการทำ Digital Transformation ที่กำลังเกิดขึ้นกับธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมในทุกวันนี้ ธุรกิจต่างๆ เองก็กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองไปอย่างรวดเร็ว แนวโน้มต่างๆ ทั้งการทำ Artificial Intelligence, Automation, Data Analytics และอื่นๆ กำลังเกิดขึ้นทุกๆ วัน ทั้งหมดนี้ก็ทำให้เหล่าธุรกิจต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่การเป็น Digital Business กันมากขึ้น และระบบ IT เบื้องหลังธุรกิจเหล่านั้นเองก็ต้องการที่จะเชื่อมต่อกับระบบทางด้านการเงินของธนาคาร เพื่อให้การทำธุรกรรมต่างๆ ในธุรกิจนั้นๆ เกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องการนั้นก็คือระบบที่จะช่วยให้ระบบ IT ของตนเองสามารถเชื่อมต่อกับระบบของธนาคารได้ และนี่เองที่ Mobile Banking ซึ่งเป็นช่องทางการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับธนาคารนั้นไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

หากจะนึกถึงตัวอย่างที่ทำให้เข้าใจง่ายที่สุด ก็คือการยกตัวอย่างของระบบ Online Marketplace หรือร้านค้าออนไลน์ ที่ต้องการเปิดให้ลูกค้าสามารถทำการจ่ายเงินจากบัญชีของตนเองเพื่อซื้อสินค้าได้โดยที่ไม่ต้องออกจาก Web Application หรือ Mobile Application ของร้านค้าออนไลน์นั้นๆ เลย เพื่อให้ประสบการณ์การซื้อขายสินค้าเป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุด การที่ธุรกิจใดๆ จะสร้างระบบเหล่านี้ได้นั้น Mobile Banking ไม่สามารถตอบโจทย์นี้ได้อย่างแน่นอน

สิ่งที่จะเข้ามาตอบโจทย์นี้ได้เป็นสิ่งที่แตกต่างออกไป และแนวคิดในการตอบโจทย์นี้ก็มีชื่อเรียกรวมๆ ว่า Open Banking นั่นเอง

ก่อนจะไปรู้จักกับ Open Banking มารู้จักกับ API กันก่อน

Credit: ShutterStock.com

ก่อนจะเล่าถึงเรื่องราวของ Open Banking นั้น ท่านผู้อ่านอาจจะต้องทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า API ซึ่งย่อมาจากคำว่า Application Programming Interface กันเสียก่อน โดยถึงแม้ชื่อเต็มของ API นั้นจะฟังดูเหมือนเป็นคำที่เฉพาะคน IT ควรจะต้องรู้เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว API นั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจง่ายมากๆ

ตรงนี้ขอให้ผู้อ่านทุกท่านลองจินตนาการกันก่อนว่าทุกวันนี้ เวลาเราจะใช้ Application ใดๆ ไม่ว่าจะบนเครื่องคอมพิวเตอร์หรือ Smartphone ของเราก็ตาม สิ่งที่เราจะต้องทำนั้นก็คือการออกคำสั่งให้กับ Application เหล่านั้นด้วยการคลิกหรือกดที่ปุ่มใดๆ, การป้อนข้อมูลด้วยการพิมพ์เนื้อหาต่างๆ หรือบาง Application ก็อาจจะรับคำสั่งด้วยเสียงแล้ว ช่องทางที่เราสามารถใช้สั่งงาน Application เหล่านี้เรียกกันว่า Interface นั่นเอง และ Interface นี้ก็คือตัว I ที่อยู่ในชื่อของ API ด้วย

อย่างไรก็ดี วิธีการรับคำสั่งด้วยแนวทางเหล่านี้คือช่องทางที่ถูกออกแบบมาให้มนุษย์ใช้เพื่อสื่อสารกับระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ถ้าเราต้องการให้ระบบ Application ในธุรกิจของเรา เชื่อมต่อและสั่งคำสั่งต่างๆ ไปยังระบบของธนาคาร เราจะทำอย่างไร? ตรงนี้เองที่ทำให้ API ถือกำเนิดขึ้นมา

API หรือ Application Programming Interface นี้ก็คือช่องทางที่จะทำให้ Application ต่างๆ ของเราสามารถคุยกับระบบ IT อื่นๆ ได้ โดยหากยกตัวอย่างในกรณีของระบบธนาคารนี้ ก็คือการที่ธนาคารจะต้องสร้างชุดคำสั่งต่างๆ ขึ้นมา เพื่อเปิดให้ธุรกิจอื่นๆ สามารถเรียกใช้คำสั่งเหล่านี้ผ่านระบบ Application ของตนเองมายังระบบ IT ของธนาคาร และทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลทางการเงิน หรือทำธุรกรรมต่างๆ ได้ผ่านคำสั่งเหล่านี้เสมือนกำลังใช้งาน Mobile Application หรือไปทำธุรกรรมตามสาขาของธนาคารเลย

ในทุกวันนี้ API ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับวงการ IT อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปีแล้ว และเบื้องหลังของ Application ชั้นนำทั่วโลกที่เราใช้งานกันอยู่นั้นก็มีการใช้งาน API กันอย่างกว้างขวาง ในขณะที่หลายบริษัทเองก็สามารถทำเงินได้จากการเปิด API เหล่านี้ให้ผู้ใช้งานหรือธุรกิจอื่นๆ เข้าถึงได้ และตอนนี้ก็ถึงเวลาของธนาคารที่จะต้องเริ่มสร้าง API ของตนเองออกมาให้บริการแล้ว

Open Banking: สู่ยุคที่ธนาคารต้องก้าวสู่ API Economy ตอบโจทย์ธุรกิจแห่งอนาคต

Open Banking นี้คือคำที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เรียกเทคโนโลยีด้านการเปิด API ของธนาคาร โดยใน Wikipedia นั้นมีการสรุปคุณลักษณะของการเป็น Open Banking เอาไว้ด้วยกัน 3 ประการหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่

  1. การมี API แบบเปิดเพื่อให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ภายนอกสามารถสร้าง Application หรือบริการของตนเองที่เชื่อมต่อกับบริการทางการเงินของสถาบันการเงินได้
  2. การสร้างทางเลือกทางด้านความโปร่งใสให้กับเจ้าของบัญชีธนาคาร โดยมีตั้งแต่การเปิดข้อมูลทางการเงินของบัญชีให้เข้าถึงได้โดยสาธารณะ ไปจนถึงการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลทางการเงินเหล่านั้นได้โดยส่วนตัวเท่านั้น
  3. การใช้งานเทคโนโลยี Open Source ในการสร้างระบบเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 2 ข้อข้างต้น

โดยเดิมทีนั้น API เกิดขึ้นจากแรงผลักดันด้วยกันสองส่วนหลัก ได้แก่ นโยบายของทางยุโรปที่มีชื่อว่า Payment Services Directive หรือ PSD2 ที่ต้องการผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านการจ่ายเงินบนโลกออนไลน์และผ่านอุปกรณ์พกพา โดยนอกจากยุโรปเองแล้วก็ยังมีญี่ปุ่นที่มีนโยบายในลักษณะเดียวกันนี้ด้วย ในขณะที่ภาคธุรกิจเองที่มี Digital Business เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ วัน ก็ต้องการใช้งานบริการลักษณะนี้อยู่แล้ว

ด้วยเหตุนี้ Open Banking จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทิศทางสำคัญของเหล่าธนาคารทั่วโลก ที่จะต้องมีการพัฒนา API ขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้ภาคธุรกิจสามารถเชื่อมต่อบริการทางการเงินและสร้างการทำงานแบบอัตโนมัติขึ้นมาให้ได้ ซึ่งในมุมของธนาคารนั้น การเปิด API ให้ธุรกิจอื่นๆ เข้ามาใช้งานได้นี้จะกลายเป็นจุดโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งในช่วงแรกๆ ที่จะทำให้ธนาคารสามารถสร้างรายได้เพิ่มและสร้างฐานลูกค้าธุรกิจให้เติบโตมากขึ้นได้ และในระยะยาว Open Banking ก็จะกลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่ธนาคารส่วนมากต้องมีไปในที่สุด

API ของธนาคารนี้จะทำให้ภาคธุรกิจสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องด้วยการเชื่อมต่อระบบต่างๆ เข้ากับบริการของธนาคารและสร้างความสะดวกสบายต่อผู้ใช้งานหรือการทำ Automation ในรูปแบบใหม่ๆ ให้กับธุรกิจได้อย่างมากมาย ทำให้ธนาคารสามารถมีลูกค้าในกลุ่ม Digital Business ได้ทันที ในขณะเดียวกันหากธุรกิจจำนวนมากหันมาใช้งาน API ของธนาคาร ทางธนาคารเองก็จะสามารถขยายบริการให้เติบโตมากขึ้นได้เรื่อยๆ โดยการใช้ทรัพยากรบุคคลน้อยลง เพราะระบบทั้งหมดทำงานด้วยระบบ IT นั่นเอง

ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ธุรกิจต่างๆ ภายนอกธนาคารเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์ แต่การสร้างนวัตกรรมต่างๆ ภายในธนาคารเองก็สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบระเบียบมากยิ่งขึ้นไปด้วยเช่นกัน รวมถึงการเปิดความร่วมมือกับภาคธุรกิจต่างๆ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกันและมี API ที่ถูกสร้างขึันมาตอบโจทย์เฉพาะทางรูปแบบใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ความเป็นไปได้เหล่านี้เองที่ทำให้แนวคิด Open Banking นั้นกลายเป็นทิศทางสำคัญของหลายธนาคารทั่วโลก

ในงานวิจัยของ Boston University นั้นพบว่ามีการทำนายว่า API จะช่วยให้ธนาคารมีตลาดที่ใหญ่ขึ้นถึง 10.3% ในขณะที่การทำนายสำหรับปี 2025 นั้นก็ระบุว่ารายรับทั่วโลกกว่า 30% นั้นจะเกิดขึ้นผ่าน API ถือเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนทางด้าน Red Hat นั้นก็เคยมีประสบการณ์ในการเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Platform ของ BBVA และทำให้ช่องทาง Digital ของธนาคารนั้นมีสัดส่วนที่สูงถึง 37.5% มาแล้ว

4 ตัวชี้วัดสำคัญของ Open Banking ที่ดี

อย่างไรก็ดี การพัฒนาระบบ Open Banking นี้ สิ่งที่ธนาคารต่างๆ จะต้องมองให้ออกก่อนนั้นก็คือเป้าหมายปลายทางของเทคโนโลยีนี้ และการชี้วัดที่ชัดเจนว่าระบบ Open Banking นี้ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ซึ่งทาง Red Hat ที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการ Open Banking ในหลากหลายธนาคาร ก็ได้จำแนกตัวชี้วัดเอาไว้ 4 ประการด้วยกัน ดังนี้

  1. รายรับที่เกิดขึ้นจาก Open Banking API ที่ประสบความสำเร็จนั้นจะสามารถสร้างรายได้ให้กับธนาคารและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
  2. นวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจาก Open Banking API นั้นจะช่วยให้ธุรกิจอื่นๆ สามารถสร้างนวัตกรรมของตนเองเพื่อตอบโจทย์ตลาดได้ในหลากหลายแง่มุม ดังนั้นธนาคารเองก็จะต้องพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ให้กับ API อย่างต่อเนื่องเพื่อให้บริการ Open Banking นี้เติบโตต่อไปได้
  3. Key Performance Indicator (KPI) ภายในระบบ Open Banking ไม่ว่าจะเป็นสถิติการเรียกใช้งาน API ต่างๆ, ความเร็วในการออกแบบและสร้าง API ใหม่ๆ โดยต่อยอดจาก API ที่มีอยู่เดิม ไปจนถึงการปรับแต่งระบบเพื่อให้ลดการใช้งานทรัพยากรทางด้าน IT ให้น้อยลง เป็นต้น
  4. การเติบโตของ Ecosystem ที่เกิดขึ้นจาก Open Banking API ที่ดีนั้นจะช่วยสร้าง Ecosystem ของธนาคารให้เติบโต มีธุรกิจชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรมมาร่วมใช้งานและพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ร่วมกัน ในขณะที่ธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดเล็กจำนวนมากก็สามารถนำ API ไปใช้งานได้อย่างสะดวกและง่ายดาย

ตอบโจทย์ธุรกิจได้นั้นยังไม่เพียงพอ แต่ต้องมีความมั่นคงปลอดภัยด้วย

เมื่อบริการ Open Banking นั้นเกิดขึ้นในช่องทางออนไลน์ ประเด็นเรื่อง Security หรือความมั่นคงปลอดภัยจึงเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ธนาคารต้องใส่ใจในการออกแบบระบบ Open Banking เพื่อให้บริการนี้มีความน่าเชื่อถือ ลดความเสี่ยงที่ระบบของธนาคารจะถูกโจมตีผ่านช่องทางนี้ลงได้

Red Hat จะช่วยธนาคารทั่วโลกให้ก้าวสู่การเป็น Open Banking ได้อย่างไร?

Credit: Red Hat

ในเชิงเทคโนโลยีนั้น Red Hat ถือเป็นผู้ที่มีเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์การทำ Open Banking ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Red Hat 3scale API Management สำหรับใช้ในการบริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยให้กับ API, Red Hat OpenShift Application Runtimes รองรับการพัฒนา API, Red Hat Fuse สำหรับการผสานระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน และ Red Hat OpenShift Container Platform เพื่อใช้เป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับระบบ API ที่สามารถเพิ่มขยายได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

โหลด E-Book ฟรี “API Best Practice” จาก Red Hat 3scale

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดด้านการทำธุรกิจโดยมี API เป็นหัวใจหลัก Red Hat มี E-Book ฟรีให้สามารถนำไปศึกษาได้อยู่ที่ https://go.techtalkthai.com/2019/05/red-hat-free-api-owner-best-practice-manual-for-businesses/ ซึ่งได้รวมเอาหัวใจสำคัญ 7 ประการในการออกแบบ API และตัวอย่างของธุรกิจจริงทั่วโลกที่สร้างรายได้ผ่าน API

from:https://www.techtalkthai.com/open-banking-strategy-with-banking-api-by-red-hat/

FMS และ Sage ขอเชิญร่วมงานสัมมนา “ERP In Manufacturing Trend 2020 by Sage X3” 20 มิ.ย. 2019

FMS ร่วมกับ Sage ขอเรียนเชิญกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรม เข้าร่วมงานสัมมนา “ERP In Manufacturing Trend 2020 by Sage X3” เพื่อเรียนรู้เทรนด์เทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การจัดการในอุตสาหกรรมการผลิต เช่น Big Data , Internet Of Thing (IoT), Artificial Intelligence (AI), Machine Learning และร่วมรับฟังการบรรยายในหัวข้อเตรียมความพร้อมบริษัทสู่ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (E-Tax) ในวันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2019 เวลา 13.00- 17.00 น. ณ โรงแรม Oakwood and Residence ศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมมนาฟรีดังนี้

ERP In Manufacturing Trend 2020 by Sage X3

วันที่ 20 มิถุนายน 2019
เวลา 13.00 – 17.00
สถานที่ โรงแรม Oakwood and Residence ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

Sage X3 เป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ และบริษัทที่มีธุรกิจในหลายประเทศ Sage X3 ช่วยบริหารกระบวนการธุรกิจ ตั้งแต่ด้าน Manufacturing, Project Management, Manufacturing Execution System (MES), Inventory Control. Financial & Accounting, และ Customer Relationship Management (CRM) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 60 ประเทศ และกว่า 4,000 บริษัททั่วโลกที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้ Sage X3 ในองค์กร

ในสัมมนาครั้งนี้ FMS และ Sage จะร่วมกันนำเสนอแนวโน้มเทคโนโลยีระบบ ERP สำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิตสำหรับปี 2020 โดยเฉพาะ เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถเตรียมตัวรับมือกับแนวโน้มใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าได้อย่างทันท่วงที พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันใหม่ๆ ที่หลากหลายจาก Sage และระบบ E-Tax จาก FMS

กำหนดการ

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันที

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อสำรองที่นั่งในงานสัมมนาได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://docs.google.com/forms/d/1uzQyWycgroZeJ7c6mUoV3aNtv9rnRFQj21wveXTQZTw/viewform และหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 0 2274 4070 (คุณวุฒิพร)

from:https://www.techtalkthai.com/fms-and-sage-erp-in-manufacturing-trend-2020-by-sage-x3/

IMC Institute เปิด 3 หลักสูตรระยะสั้น สำหรับนักพัฒนา Big Data, Deep Learning และ BI

IMC Institute เปิด 3 หลักสูตรระยะสั้นในเดือนมิถุนายน 2019 ได้แก่ Big Data Analytics as a Services for Developers, Advanced Analytics using Deep Learning และ Business Intelligence Design and Process สำหรับนักพัฒนาโดยเฉพาะ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมทั้ง 3 หลักสูตรได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

หลักสูตรเรียนรู้ การทำ Big Data on Cloud ผ่าน Cloud Storage วันที่ 4 – 6 มิ.ย. นี้

หลักสูตรนี้เป็นการสอนหลักการและปฎิบัติการการทำ Big Data Analytics โดยใช้ Public Cloud อย่าง Google Cloud Platform ผู้เรียนสามารถกลับไปทำงานในหน่วยงานและสามารถปฎิบัติได้จริง โดยองค์กรสามารถเริ่มทำ Big Data Project โดยไม่มีค่าใช้จ่ายมากนัก ไม่จำเป็นต้องลงทุนติดตั้ง IT Infrastructure หรือติดตั้ง Hadoop Cluster ผู้เรียนจะได้เรียนรู้หลักการของ Big Data as a Service และเครื่องมือต่างๆเช่น Cloud Storage, Hadoop as a Service อย่าง DataProc, การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่อย่าง Pig, Hive, Spark และ Google BigQuery



รายละเอียดเพิ่มเติม: www.imcinstitute.com/bigdata-java

หลักสูตรลงมือปฎิบัติ Advanced Analytics ด้วย Deep Learning วันที่ 17 – 19 มิ.ย. นี้

หลักสูตรนี้เป็น Intermediate Class ที่มุ่งเน้นการนำเสนอหลักการและวิธีการทำ Advanced Analytics ด้วย Deep Learning ที่ประกอบด้วยภาคบรรยาย และภาคปฏิบัติ ในภาคบรรยายมีการกล่าวถึงการนำแนวคิดด้าน Neural Network ที่ได้นำมาพัฒนาเป็น Deep Learning ซึ่งมี Performance ดีกว่า สามารถนำไปใช้ใน Use Cases ของ Machine Learning ที่หลากหลาย จนถึง Artificial Intelligence (AI) สำหรับในภาคปฏิบัติ ผู้เรียนจะได้ลงมือปฏิบัติจริงตั้งแต่การสร้าง Deep Learning Model จากพื้นฐาน ด้วย Python บน Apache Spark Cluster เพื่อให้เข้าใจ Math Model ที่จำเป็น เช่น Logistic Function, Activate Function, Sigmoid Function, Derivative Sigmoid Function เป็นต้น แล้วจึงทดลองทำ Real World Cases อื่นๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดคุณค่าทางธุรกิจได้ เช่น Image Classifcation, Face Recognition เป็นต้น





รายละเอียดเพิ่มเติม: www.imcinstitute.com/deep-learning

หลักสูตร Business Intelligence การวิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาระบบสารสนเทศ วันที่ 25 – 27 มิ.ย. นี้

แนะนำกระบวนการในการวิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาระบบสารสนเทศ โดยใช้เครื่องมือประเภท Business Intelligence หรือ BI โดยเริ่มตั้งแต่ การศึกษาวิเคราะห์ความต้องการ การออกแบบระบบงาน การออกแบบโครงสร้างคลังข้อมูล การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่คลังข้อมูล (Extract, Transform, Load : ETL) การพัฒนาโมเดลข้อมูล (Metadata Model) จนถึงการสร้างรายงานในลักษณะ Data Visualization, Dashboard และ Ad-Hoc report ต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจกระบวนการพัฒนาระบบด้วยเครื่องมือ Business Intelligence ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงผลลัพธ์สุดท้าย และเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Business Intelligence กับ Big Data ซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวถึงกันในยุคปัจจุบัน





รายละเอียดเพิ่มเติม: www.imcinstitute.com/bi

from:https://www.techtalkthai.com/imc-institute-launches-big-data-deep-learning-and-bi-courses-for-developers/

NEXUS เชิญร่วมสัมมนาพิเศษ SAP S/4HANA สำหรับกลุ่มธุรกิจ Food and Beverage และ High Tech ในวันที่ 28 พ.ค. 2019

พลาดไม่ได้!! งานสัมมนาพิเศษสำหรับผู้บริหารประจำปี 2019 โดย SAP ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ อันดับ 1 ของโลก ได้จัดร่วมกับบริษัท เน็กซัส ซิสเท็ม รีซอร์สเซส จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษา วางระบบซอฟต์แวร์ เพื่อพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ โดยในงานสัมมนาครั้งนี้จะเน้นย้ำเกี่ยวกับโซลูชั่นและแนวทางใหม่ในการแก้ปัญหาการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของกลุ่มธุรกิจ Food, Beverage และ High Tech ให้เจริญเติบโตในยุคดิจิตอลได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยโซลูชั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากธุรกิจทั่วโลก โดยมีรายละเอียด และสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ที่ลิ้งด้านล่างนี้

ความรู้และประโยชน์ที่จะได้รับ:

  • increase in customer satisfaction
  • increase in on-time delivery
  • reduction in inventory levels
  • reduction in revenue loss due to stock-outs
  • reduction in total logistics cost
  • Reduction in total manufacturing costs up to 10%
  • Increased material posting throughput from 5–25 times
  • 10%–15% reduction in order lead times
  • Reduced data footprint
  • Merged online analytical and transaction processing (OLAP and OLTP)
  • Elimination of many desktop clients
  • Lower testing costs

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม 2019
เวลา 08.30 – 12.00
สถานที่: SAP Thailand อาคาร Liberty (BTS ศาลาแดง, MRT สีลม)
ลงทะเบียน: https://nexus-sr.com/en/seminar-erp-sap-s4hana-for-food-and-beverage-industry/

Agenda

08.30 – 09.00 Registration for Attendees.
09.00 – 09.10 Opening Address.
09.10 – 09.30 Food & Beverage Manufacturing Business Insights.
09.30 – 10.15 Business Benefits of Food & Beverage Manufacturing with S/4HANA.
10.15 – 10.30 Coffee Break.
10.30 – 11.15 Optimizing SAP HANA Hardware.
11.15 – 11.45 Food & Beverage Manufacturing Intelligence with SAP Analytics.
11.45 – 12.00 Q&A

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม 2019
เวลา 13.00 – 16.30
สถานที่: SAP Thailand อาคาร Liberty (BTS ศาลาแดง, MRT สีลม)
ลงทะเบียน: https://nexus-sr.com/en/seminar-erp-sap-s4hana-for-high-tech-industry/

Agenda

13.00 – 13.30 Registration for Attendees.
13.30 – 13.40 Opening Address.
13.40 – 14.00 High Tech Manufacturing Business Insights.
14.00 – 14.45 Business Benefits of High Tech Manufacturing with S/4HANA.
14.45 – 15.00 Coffee Break.
15.00 – 15.45 Optimizing SAP HANA Hardware.
15.45 – 16.15 High Tech Manufacturing Intelligence with SAP Analytics.
16.15 – 16.30 Q&A.

เกี่ยวข้องกับเน็กซัสฯ

บริษัท เน็กซัส ซิสเท็ม รีซอร์สเซส จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจให้กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมโรงงานผลิต และธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก และมีประสบการณ์กว่า 20 ปี โดยบริษัทมีโซลูชั่นประกอบด้วย โซลูชั่นระดับเอนเตอร์ไพรส์ และระดับเอสเอ็มอี รวมถึงโซลูชั่นบนคลาวด์ ทั้ง SAP ERP (S/4HANA, SAP Business All-in-One, SAP Business One), SAP Business Intelligence, SAP Analytics และระบบเสริมอื่นๆ เพื่อช่วยสนับสนุนลูกค้าในการบริหารรวมถึงยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานสากล เพื่อการแข่งขันในตลาดยุคดิจิทัล

กลุ่มธุรกิจที่เชี่ยวชาญ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทร 02-091-1900 ต่อ 1980 อีเมล์ info.th@nexus-sr.com เว็บไซต์ http://www.nexus-sr.com

from:https://www.techtalkthai.com/nexus-sap-s4hana-for-food-and-beverage-and-high-tech-seminar/