คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURED_POSTS

ActiveMedia Webinar: รู้ทัน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนเสียค่าปรับหลักล้านแบบไม่รู้ตัว

ActiveMedia ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT Security เชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์เรื่อง “รู้ทัน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนเสียค่าปรับหลักล้านแบบไม่รู้ตัว” พร้อมแนะนำแนวทางการปรับตัวขององค์กรเมื่อ พ.ร.บ. ดังกล่าวถูกประกาศใช้ ในวันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2021 เวลา 14:00 น. ผ่านช่องทาง Live Webinar

หัวข้อ: รู้ทัน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนเสียค่าปรับหลักล้านแบบไม่รู้ตัว
ผู้บรรยาย: คุณพงศ์อินทร์ ชูสุวรรณ์ (Technical Educator) จาก ActiveMedia (Thailand)
วันเวลา: วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2021 เวลา 14.00 – 15.00 น.
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน: https://register.gotowebinar.com/register/5870846049705934095

การรั่วไหลของข้อมูลส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแบบไม่ได้ตั้งใจ โดยปกติแล้วองค์กรเหล่านั้นแทบจะไม่มีการรับผิดชอบใดๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย แต่ทันทีที่พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ประกาศใช้ เมื่อมีการรั่วไหลของข้อมูลเกิดขึ้น องค์กรที่เป็นเจ้าของข้อมูลเหล่านั้นมีสิทธิ์โดนฟ้องค่าเสียหายจำนวนหลายล้านบาทกันเลยทีเดียว ถึงแม้จะเป็นอุบัติเหตุก็ตาม ดังนั้นองค์กรต่างๆจึงควรศึกษาพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่าคืออะไร รวมไปถึงแนวทางการปฏิบัติ เพื่อเตรียมรับมือกับพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมีโซลูชันใดบ้างที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับองค์กรได้

โดยหัวข้อสำหรับการบรรยายในครั้งนี้ ได้แก่

  1. ทำความเข้าใจกับ PDPA ก่อนโดนปรับแบบไม่รู้ตัว
  2. แนวทางการปรับตัวขององค์กร เมื่อประกาศใช้ PDPA
  3. รู้จักต้นเหตุและช่องโหว่ ก่อนโดนล้วงข้อมูล
  4. แนะนำโซลูชันความปลอดภัยจาก ActiveMedia พร้อมรับมือกับ PDPA

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ActiveMedia (Thailand) Co., Ltd. แผนกการตลาด โทร 02-683-5100 ต่อ 2133 หรือ Email: marketing@activemedia.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/activemedia-webinar-prepare-for-pdpa/

Infor แจกฟรี Whitepaper ภาษาไทยในหัวข้อ “5 ปัจจัยในการประเมินความคุ้มค่าก่อนลงทุนในระบบ Cloud ERP ปี 2021”

การเลือกใช้บริการ Cloud ERP ที่เหมาะสมและตอบโจทย์ขององค์กรนั้น จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและคุ้มค่า และใน Whitepaper ภาษาไทย “5 ปัจจัยในการประเมินความคุ้มค่าก่อนลงทุนในระบบ Cloud ERP ปี 2021” นี้ก็ได้รวมเอาแนวทางการประเมินความคุ้มค่าของระบบ Cloud ERP เพื่อใช้เป็นอีกหนึ่งประเด็นในการตัดสินใจเลือกใช้ระบบ ERP สำหรับธุรกิจไทย

หากอ้างอิงจากรายงานของ IDC นั้นจะพบว่าแนวโน้มของการลงทุนในระบบ ERP ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2020 ที่ผ่านมานี้สูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2019 แสดงให้เห็นว่าธุรกิจองค์กรจำนวนมากกำลังก้าวสู่การใช้งาน Cloud ERP กันมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้เอง สิ่งหนึ่งที่กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของธุรกิจองค์กรหลายแห่งนั้นก็คือการประเมินค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership – TCO) ของการใช้ระบบ Cloud ERP เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าได้นั่นเอง

เอกสารฉบับนี้ จะสรุปถึง 5 ประเด็นสำคัญในการประเมินค่าใช้จ่ายในการถือครองหรือ Total Cost of Ownership (TCO) สำหรับการลงทุนในระบบ Cloud ERP เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกใช้ระบบ Cloud ERP ได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสมสูงสุด

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มดังต่อไปนี้ เพื่อทำการดาวน์โหลด Whitepaper ได้ทันทีที่ https://go.techtalkthai.com/2021/04/infor-thai-whitepaper-cloud-erp-tco/

from:https://www.techtalkthai.com/infor-whitepaper-cloud-erp-tco-2021/

BizSecure Webinar: Complex Yet Vital – สรุปประเด็นด้านการตอบรับต่อข้อกฎหมายด้าน Cybersecurity สำหรับหน่วยงานภาครัฐ [18 พ.ค. 2021 14.00น.]

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ IT Manager, IT Security Manager, Security Engineer, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมชม Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Complex Yet Vital – สรุปประเด็นด้านการตอบรับต่อข้อกฎหมายด้าน Cybersecurity สำหรับหน่วยงานภาครัฐ” เพื่อรับชมถึงประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่หน่วยงานภาครัฐต้องเผชิญ พร้อมรับชมแนวทางการเลือกใช้งานโซลูชันที่เหมาะสม ในวันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2021 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Complex Yet Vital – สรุปประเด็นด้านการตอบรับต่อข้อกฎหมายด้าน Cybersecurity สำหรับหน่วยงานภาครัฐ

ผู้บรรยาย: ทีมงาน BizSecure

วันเวลา: วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2021 เวลา 14.00 – 15.30 น.

ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference

ภาษา: อังกฤษ

การทำ Digital Transformation ได้เป็นตัวเร่งให้เกิดการโจมตี Cyberattack ปริมาณมากซึ่งมุ่งเป้าไปยังหน่วยงานภาครัฐและระบบ IT ของหน่วยงานเหล่านั้น การโจมตีเหล่านี้มีเป้าหมายหลักคือระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และเกิดเป็นความเสี่ยงระดับสูงขึ้นมา ด้วยเหตุนี้ การออกกฎระเบียบต่างๆ ที่มีความซับซ้อนจึงเกิดขึ้นมาเพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีเหล่านี้

อย่างไรก็ดี กฎหมายที่มีความไม่ชัดเจนและคลุมเครือเหล่านี้เอง ก็ได้สร้างความท้าทายให้กับหน่วยงานดังกล่าวนี้ด้วยเช่นกัน

ใน Webinar นี้ เราจะนำเสนอถึงประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐ และโซลูชันด้าน Cybersecurity ที่เหมาะสมสำหรับคุณ

การเข้าร่วมชม Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษโดยทีมงาน BizSecure ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายทันทีที่ https://forms.gle/jLY8VyJVTAWnyQPU6 โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/bizsecure-webinar-complex-yet-vital-cybersecurity-18-may-2021/

[Guest Post] บริษัท SOSECURE เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Threat Intelligence พัฒนาโดยคนไทย มากความสามารถ ในราคาที่จับต้องได้

ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์มีจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับซึ่งเราก็คงจะเห็นกรณีศึกษากันหลายกรณีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยแนวคิดเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ถูกพูดถึงมากขึ้นและ Framework นึงที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากคือ Cybersecurity Framework จากสถาบัน NIST (National Institute Standard and Technology) ที่เน้นแนวคิดเรื่องการของตรวจจับให้เร็วและตอบสนองไวดังนั้นเทคโนโลยีที่จะตรวจจับการโจมตีหรือภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ดีและสามารถทำงานร่วมกับทีมSOC (Security Operation Center) และทีม Security ขององค์กรได้คือ Threat Intelligence จึงเป็นส่วนประสอบสำคัญการลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อองค์กร

SOSECURE ขอแนะนำ Threat Intelligence Platform “SOSECURE Threat inSight” ที่พัฒนาโดยคนไทยที่มีความสามารถในการตรวจจับสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นบนระบบเครือข่ายและข้อมูลรั่วไหลทั้งในรูปแบบ Public Web และ Dark Web ที่ช่วยให้ทีมสามารถตอบสนองกับเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็วด้วยการรวบรวมเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นภายในองค์กรณ์นำมาจัดรูปแบบและสร้างความเชื่อมโยงถึงกันเพื่อให้ทีม Security สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีโดยทางทีม SOSECURE จะทำการประสานงานร่วมกับลูกค้าเพื่อกลั่นกรองข้อมูลและช่วยรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่างๆ

ระบบจะทำการ Feed ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆและจะทำการเก็บข้อมูลที่ Management Console และจะดำเนินการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลก่อนที่จะส่งไปแจ้งเตือนและแสดงผลข้อมูล

ฟีเจอร์หลักของ Threat inSight

Platform SOSECURE Threat inSight

  • เป็นระบบที่รวบรวมภัยคุกคามจากแหล่งข้อมูลต่างๆและสามารถตรวจจับภัยคุกคามในเชิงรุกทั้งการตรวจจับช่องโหว่ลการเฝ้าระวังจากแหล่งข้อมูลสาธารณะเช่น Vulnerability ,Social Media ,Darkweb และยังสามารถติดต่อหรือเชื่อมต่อกับระบบวิเคราะห์ Log (SIEM) ได้อีกด้วยและสามารถบริหารจัดการข้อมูลผ่านหน้า Dashboard ของระบบ

Cybersecurity News

  • บริการส่งข่าวสารด้าน Cybersecurity ที่มีความเกี่ยวข้องกับรูปแบบธุรกิจของลูกค้าและแจ้งเตือนลูกค้าเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือต่อภัยคุกคามไซเบอร์Threat Feed – บริการส่งข้อมูล IoC ที่เชื่อมต่อจากผู้ให้บริการต่างๆจากให้บริการ Threat Sharing ทั่วโลกโดยจะส่งข้อมูลดังต่อไปนี้- Suspicious Domain- Suspicious IP- C&C IP- Malicious URL- Phishing Domain & URL- CVE (Common Vulnerability Exposure

Threat and Indicator Lookup

  • ตรวจสอบหรือทำการเชื่อมต่อด้วยวิธีการ Search จากแหล่งข้อมูลและฐานข้อมูลการโจมตีหรือฐานข้อมูล Threat Indicator ต่างๆทั้งภายในและภายนอกเพื่อตรวจจับและตรวจสอบข้อมูลต่างๆที่เป็นปัจจุบันและเพิ่มความแม่นยำมากขึ้น

Vulnerability Detection

  • การตรวจจับช่องโหว่ต่างๆที่เกิดขึ้นในเครื่องแม่ข่ายหรือ Asset ต่างๆในระบบโดยจะมีการตรวจจับและแจ้งเตือนโดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลช่องโหว่ (CVE) ที่เป็นมาตรฐานสากลซึ่งรองรับทั้งรูปแบบ Active Scanning และ Passive Scanning

SIEM & API Integration

  • ระบบสามารถเชื่อมต่อกับระบบวิเคราะห์ Log Analysis (SIEM) หรือการทำ SIEM Integrationในรูปแบบต่างๆได้และสามารถปรับแต่ง Format ของ Log ให้รองรับต่ออุปกรณ์ต่างๆรวมไปถึงการเชื่อมต่อด้วย REST-API เพื่อให้เชื่อมต่อกับระบบได้ดียิ่งขึ้น

Perimeter Monitoring

  • ระบบสามารถตรวจจับและสแกน Asset เช่น IP Address ,Sub-Domain ที่สามารถเข้าถึงจาก Internet หรือในรูปแบบ OSINT (Open-source Intelligence) เพื่อนำมาเฝ้าระวังจากการโจมตีและช่องโหว่ที่มีผลกระทบต่อเครื่อง Server ต่างๆ

Compromise Monitoring

  • ระบบสามารถตรวจจับการถูกยึดเครื่องและบัญชีต่างๆของระบบเช่น Email, Active Directory Account จากฐานข้อมูลและแหล่งข้อมูลรั่วไหลทั้งใน Public Web ,Dark Web และการทำ System Compromise ด้วยการทำ Threat Hunting โดยตรวจสอบจากIndicators ต่างๆภายในระบบเช่น Webshell และ Backdoor Activities ต่างๆอย่างต่อเนื่องในรูปแบบ Software Agent และเชื่อมต่อผ่าน Network

Data Leak Monitoring

  • ระบบสามารถตรวจจับการรั่วไหลของข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ทาง Social Media และ Dark Web และแหล่งข้อมูลต่างๆที่ Attacker นำมาเผยแพร่ Social Media, Dark Web

Web Defacement Monitoring

  • ะบบสามารถตรวจจับการเปลี่ยนหน้าเว็บด้วยวิธีการ Web Defacement ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรทั้งจากการตรวจสอบจากฐานข้อมูลการโจมตีด้วยเทคนิค Web Defacement และการตรวจจับจาก Web Server ถ้า Hacker มีการUpload ไฟล์เพื่อทำการ Deface เพื่อตรวจจับการบุกรุกของ Hacker

Customer Benefit

  • ทำให้องค์กรมีระบบที่ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ใช้สำหรับการตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้กับระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร
  • สามารถตรวจจับช่องโหว่ที่เกิดขึ้นจากบริการที่เข้าถึงได้จาก Internet ทั้งในรูปแบบของ External Assessment และ Internal Assessment
  • สามารถตรวจจับข้อมูลรั่วไหลและการแหล่งข้อมูลภายนอกเช่น Public Web และ Dark Web
  • ตรวจจับเข้าถึงในระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้โจมตีหรือ Hacker ที่ทำให้องค์กรสามารถรับรู้ได้อย่างรวดเร็วและดำเนินการตอบโต้ได้ทันที
  • สนับสนุนและปิด Gap ข้อกำหนดใน NIST Cybersecurity Framework ในหัวข้อต่อไปนี้

ID.RA-1: Asset vulnerabilities are identified and documented

ID.RA-2: Cyber threat intelligence and vulnerability information is received from information sharing forums and sources

ID.RA-3: Threats, both internal and external, are identified and documented

ID.RA-4: Potential business impacts and likelihoods are identified

ID.RA-5: Threats, vulnerabilities, likelihoods, and impacts are used to determine risk

DE.CM-4: Malicious code is detected

DE.CM-6: External service provider activity is monitored to detect potential cybersecurity events

DE.CM-8: Vulnerability scans are performed

DE.AE-4: Impact of events is determined

DE.AE-3: Event data are aggregated and correlated from multiple sources and sensors

Why SOSECURE

ทางบริษัท SOSECURE มีความเชี่ยวชาญในด้านCybersecurity และมีประสบการณ์ในมากกว่า 10 ปีและมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆทั้งในด้าน Penetration Testing ,Security Operation Center ,Digital Forensics ,Incident Response และThreat Hunting ได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์ม SOSECURE Threat inSight ที่มีความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ในระดับสากลโดยมีการเชื่อมต่อข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆเป้าหมายเพื่อให้องค์กรสามารถป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ได้จริงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในราคาที่จับต้องได้

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร.061 564 5294

Line : https://lin.ee/CboTkeu

from:https://www.techtalkthai.com/threat-insight-the-threat-intelligence-by-sosecure/

QlikWorld Online 2021 – ฟังบรรยายจาก “Malcolm Gladwell” ผู้เขียนหนังสือขายดีของ The New Yorker ยาวนานถึง 28 สัปดาห์ [10-12 พ.ค. 2021]

Malcolm Gladwell เจ้าของผลงานขายดีของ The New Yorker ยาวนานถึง 28 สัปดาห์ และครองตำแหน่งหนังสือขายดีของ Business Week มากกว่า 2 ปี จากความช่างคิด ช่างสงสัย ช่างสังเกต ช่างตั้งคำถาม จนพาไปสู่การค้นหาคำตอบตามตรรกะของความเป็นเหตุเป็นผล จากความน่าจะเป็น และเป็นคำตอบที่มีการพิสูจน์ออกมาได้เป็นรับความน่าเชื่อถือ โดยอาศัยหลักการทำงานแบบงานวิชาการ ที่สามารถนำมาปฏิบัติเพื่อค้นหาคำตอบได้จริง เขาจะมาแบ่งปันความสำคัญของการมองเห็นสิ่งต่างๆที่แตกต่างกันและเหตุใดจึงสามารถช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากข้อมูลของคุณได้มากขึ้น

หัวข้อQlikWorld 2021 is online
วันเวลา: วันที่ 10 – 12 พฤษภาคม 2564
ช่องทางการบรรยาย: ON24 Webcast
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: ไม่จำกัด

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วมในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่
Link : https://sites.ziftsolutions.com/qlik.ziftsolutions.com/8a99825b7921b0aa017921e8ba540483 โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/qlikworld-online-2021-v04/

[Video] เพื่อป้องกันการถูกโจรบนโลกไซเบอร์โจมตีจาก Ransomware การ Backup ข้อมูลด้วยระบบ HPE StoreEver LTO ที่ปลอดภัยไม่ว่าโจรที่ไหนก็เอาข้อมูลไปไม่ได้

ทุกองค์กรมีระบบข้อมูลมากมายที่เพิ่มขึ้นอยู่ทุกวัน ซึ่งข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาในทุกวินาทีต่างก็มีค่า และมีความสำคัญสูง เพราะส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่เป็นความลับ เช่น ข้อมูลของลูกค้า ระบบการทำงานขององค์กร รวมถึงแผนการดำเนินงานในอนาคต ข้อมูลเป็นของล่อตาล่อใจของอาชญากรไซเบอร์ที่ต้องการขโมยข้อมูลเพื่อรีดไถเงิน หรือที่เรียกว่า Ransomware หากไม่จ่ายก็จะถูกขู่ทำลายข้อมูลทิ้ง ทำให้เกิดความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ไม่เหลืออะไรอีกต่อไปเลย

หากป้องกันข้อมูลจากการถูกเรียกค่าไถ่ด้วยการทำสำเนาไว้ใน Office ใน HPE StoreEver LTO เทป จะสามารถปกป้องข้อมูลจากการถูกขโมย และถูกโจมตีได้เป็นอย่างดี โดยจะเป็นการสำเนาข้อมูลที่มีคุณภาพ สามารถดึงกลับมาใช้งานได้ตลอด และด้วยคุณสมบัติของ LTO (Linear Tape-Opened) ช่วยให้องค์กรสามารถเก็บข้อมูลในระบบเทปได้ยาวนานกว่า 30 ปี อย่ารอให้เกิดเรื่องจนสายเกินแก้ ป้องกันข้อมูลด้วย HPE StoreEver LTO

สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อินแกรม ไมโคร
โทร 02 012 2222 ต่อ 2411 หรือ 2412
อีเมล th-hpe@ingrammicro.com

from:https://www.techtalkthai.com/video-ransomware-protection-with-backup-on-hpe-storeever-lto-by-ingram-micro/

[Video] HPE ProLiant MicroServer Gen10 Plus

HPE ProLiant MicroServer Gen10 Plus การสร้าง Home office ในรูปแบบอุปกรณ์สำเร็จรูปที่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงระดับกลางที่กำลังจะพัฒนาองค์กรให้เติบโตขึ้น ด้วยอุปกรณ์ขนาดเล็ก กะทัดรัด ใช้งานง่าย และมีความเสถียรภาพสูง มากับระบบความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ สามารถเชื่อมต่อการทำงานด้วย AI ของ Infosight โดยมีการพัฒนาไปไกลกว่ารุ่นที่ผ่านมา สามารถเพิ่มระบบบริหารจัดการ iLO5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย ได้เวลาเพิ่ม มีเวลาไปทำอย่างอื่นได้สบาย ๆ

ข้อดีคือทำให้การทำงานมีความคล่องตัวสูงโดยไม่มีข้อจำกัดของสถานที่ในการทำงาน อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นได้อีกด้วย โดยสามารถเชื่อมต่อทุกสิ่งสำคัญอย่างคุณ พนักงาน และลูกค้า ให้ไปสู่ความสำเร็จในแบบที่ตั้งเป้าไว้

สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อินแกรม ไมโคร
โทร 02 012 2222 ต่อ 2411 หรือ 2412
อีเมล th-hpe@ingrammicro.com

from:https://www.techtalkthai.com/video-hpe-proliant-microserver-gen10-plus-by-ingram-micro/

วิสัยทัศน์ด้าน Enterprise Storage จาก Dell Technologies: Data First คือหัวใจสำคัญของการทำ Multi-Cloud

Cloud First กำลังกลายเป็นเทรนด์เก่า และ Data First นั้นก็กำลังจะเข้ามาแทนที่ ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ Data First ในมุมมองของ Dell Technologies และภาพรวมด้าน Enterprise Storage สำหรับปี 2021 ที่ครบจบในบทความเดียวกันครับ

เปลี่ยนแนวทางจาก Cloud First สู่ Data First พร้อมก้าวสู่การทำ Multi-Cloud อย่างเต็มตัว

ถึงแม้ว่า Cloud First นั้นจะเคยเป็นกลยุทธ์หลักของหลายธุรกิจองค์กร แต่เมื่อโลกกำลังก้าวเข้ามาสู่ยุคของ Hybrid Cloud และ Multi-Cloud ที่ธุรกิจองค์กรต่างต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน IT Infrastructure ที่เหมาะสมกับธุรกิจทั้งในแง่ของเทคนิคและความคุ้มค่านั้น Dell Technologies มองว่าแนวโน้มของปัจจุบันและหลังจากนี้จะต้องเปลี่ยนไปสู่ Data First แทน

กลยุทธ์ Data First นี้หมายถึงการที่ธุรกิจนั้นต้องคำนึงถึงความสำคัญในการจัดการข้อมูลเป็นหลัก เพราะไม่ว่าธุรกิจต้องการจะก้าวไปทางไหน ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเลือกใช้เทคโนโลยีอะไรก็ตาม สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือข้อมูลสำคัญทางธุรกิจที่จะต้องถูกนำไปใช้ประมวลผลในเทคโนโลยีนั้นๆ ดังนั้นความสามารถในการบริหารจัดการใช้งานและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าธุรกิจจะต้องการทำอะไรกับข้อมูลนั้นๆ ก็ตาม จึงมีความสำคัญสูงสุด เพื่อให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว นำข้อมูลไปใช้สร้างคุณค่าในรูปแบบใหม่ๆ หรือผสานเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ตามต้องการอยู่ตลอด

ปัจจัยนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ด้าน Enterprise Storage ของ Dell Technologies ดังนั้นในโซลูชัน Storage ทั้งหมดของ Dell Technology จึงมีการเสริมความสามารถในการบริหารจัดการและโยกย้ายข้อมูลเอาไว้อยู่เสมอ เพื่อให้ธุรกิจองค์กรที่พร้อมนั้นสามารถก้าวสู่ภาพของ Hybrid Cloud และ Multi-Cloud ได้ทุกเมื่อ

ในแง่ของการบริหารจัดการ Storage และ Data ก็เช่นกัน Dell Technologies มองว่าธุรกิจองค์กรนั้นควรใช้ทรัพยากรบุคคลไปกับงานเชิงรุกอย่างเช่นการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือสร้างคุณค่าจากข้อมูล มากกว่าที่จะต้องให้พนักงานฝ่าย IT มาเสียเวลากับการดูแลรักษาระบบ Storage อย่างในอดีต จึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยี CloudIQ ซึ่งเป็นระบบ Machine Learning ที่จะเข้ามาช่วยตรวจสอบและแจ้งเตือนปัญหาในเชิงรุกสำหรับระบบ Storage และ DataIQ ที่จะเข้ามาทำการค้นหา ทำความเข้าใจ และบริหารจัดการ Unstructured Data เพื่อให้ข้อมูลทางธุรกิจที่มีอยู่ถูกนำไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด

Dell Technologies ผู้นำอันดับหนึ่งด้านเทคโนโลยี Storage สำหรับธุรกิจองค์กร

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ Dell Technologies ได้ครองความเป็นที่หนึ่งทางด้านผู้ผลิตระบบ Enterprise Storage มาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมหลากหลายกลุ่มตลาดของ Storage โดยล่าสุดจากสถิติข้อมูลรายรับของผู้ผลิตระบบ Storage ทั่วโลกจาก IDC ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2020 นั้น Dell Technologies ก็ยังครองตำแหน่งที่ 1 นี้อยู่เช่นกัน

มีโซลูชัน Storage ครบถ้วน ตอบทุกโจทย์ความต้องการใช้งานข้อมูลทางธุรกิจ

Dell Technologies นั้นยังคงมีความเชื่อว่าสำหรับโซลูชันระบบ Storage สิ่งที่เรียกว่า One Size Fits All นั้นไม่มีอยู่จริง และข้อมูลและรูปแบบนั้นต้องการเทคโนโลยี Storage ที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้การเข้าถึง ใช้งาน และการบริหารจัดการข้อมูลนั้นๆ เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด

ด้วยเหตุนี้เอง Dell Technologies จึงมีโซลูชันระบบ Enterprise Storage ที่หลากหลาย รองรับการใช้งานอย่างครอบคลุมทุก Use Case โดยแต่ละโซลูชันนั้นก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้ธุรกิจองค์กรทุกขนาดในทุกอุตสาหกรรมนั้น มีทางเลือกในการใช้งานเทคโนโลยี Storage ตามที่ตนเองต้องการได้ และสามารถใช้หลายโซลูชันร่วมกันเพื่อให้ตอบโจทย์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละกรณีการใช้งานได้นั่นเอง

Dell Technologies ได้แบ่งโซลูชัน Storage ของตนเองออกเป็น 3 หมวดหมู่หลักๆ ด้วยกัน ดังนี้

1. Primary Storage ระบบ Storage หลักสำหรับรองรับ Application หรือ IT Infrastructure สำคัญขององค์กร

  • PowerStore All Flash Storage รุ่นล่าสุดที่มีประสิทธิภาพสูง เลือกใช้งานได้ทั้งแบบ PowerStore T ซึ่งเป็น Storage ทั่วไปที่รองรับ Block, File, vVol, Container และแบบ PowerStore X ที่ติดตั้ง VMware มาในตัวทำให้สามารถรองรับได้ทั้งการทำ Compute และ Storage พร้อมกัน
  • PowerMax All Flash Storage ประสิทธิภาพสูงแบบ Active-Active Scale-Out สำหรับรองรับ Mission Critical Workload
  • PowerFlex โซลูชัน Software Defined Storage ที่รองรับการเพิ่มขยายระบบจัดเก็บข้อมูลให้มีทั้งพื้นที่และประสิทธิภาพสูงได้อย่างแทบจะไร้ขีดจำกัด พร้อมประสิทธิภาพที่ปรับแต่งมารองรับ Database และ Workload อื่นๆ ได้อย่างยืดหยุ่น
  • Dell EMC Unity XT Unified Storage ที่รองรับการใช้งานได้หลากหลาย และเชื่อมต่อแบบ Multi-Cloud ได้ สามารถใช้งานได้ในธุรกิจหลากหลายขนาดอย่างอเนกประสงค์
  • PowerVault SAN/DAS Storage รุ่น Entry Level ในราคาที่คุ้มค่า สำหรับการใช้งานที่เน้นเรื่องความจุและความง่ายดายเป็นหลัก

2. Unstructured Storage ระบบ Storage สำหรับจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ File หรือ Object รองรับการนำไปใช้งานในหลากหลายรูปแบบ

  • PowerScale Scale-Out NAS Solution ที่เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อเดิมว่า Isilon รองรับการจัดเก็บ Unstructured Data ในแบบ File และ Object พร้อมความสามารถในการเพิ่มขยายได้อย่างอิสระ ใช้งานกับ Workload ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงได้เป็นอย่างดี
  • ECS Enterprise S3 Object Storage ที่มุ่งเน้นความคุ้มค่าในการจัดเก็บข้อมูลและการเพิ่มขยาย เพื่อรองรับระบบที่ต้องมีการจัดเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาล เช่น
  • Streaming Data Platform ระบบ Enterprise Kubernetes Platform สำหรับเร็จรูปสำหรับใช้ในการรวบรวม ประมวลผล และจัดเก็บ Streaming Data โดยเฉพาะ

3. Data Protection Storage ระบบ Storage สำหรับจัดเก็บข้อมูล Backup โดยเฉพาะ มุ่งเน้นประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการสำรองและกู้คืนข้อมูลเป็นหลัก

  • PowerProtect Appliance โซลูชัน Storage สำหรับการสำรองข้อมูลที่มีให้เลือกใช้งานได้ทั้ง DP Series ที่มาพร้อมกับ Backup Solution ในตัว และ DD Series ที่เน้นการจัดเก็บข้อมูล Backup อย่างมีประสิทธิภาพ, ประหยัดพื้นที่ และคุ้มค่า

ยืดหยุ่นเต็มที่ พร้อมรองรับความสามารถใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง

ทั้งนี้ โซลูชันระบบ Storage ของ Dell จำนวนมากนั้นถูกขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง ที่มีทั้งพลังประมวลผลที่สูง, มีความสามารถในการเข้ารหัสข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โซลูชันของ Dell ที่เป็นแบบ Software Defined นั้นมีความสามารถที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งานในธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น ในขณะที่ยังคงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง

บริหารจัดการได้ง่าย พร้อมย้ายข้อมูลธุรกิจขึ้นสู่ Cloud ได้ทุกเมื่อ

ในแง่ของการบริหารจัดการนั้น Dell Technologies มองว่า Storage ควรจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานและดูแลรักษาได้ง่าย จึงได้มีการเสริมความสามารถในการบริหารจัดการแบบอัตโนมัติหรือ Autonomous เข้ามา ช่วยเปลี่ยนประสบการณ์จากการบริหารจัดการระบบ Storage ที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มาสู่ทิศทางที่การบริหารจัดการจะง่ายดายขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ ระบบ Storage ของ Dell เองก็ยังมีความสามารถในการช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถก้าวสู่การใช้งาน Cloud ได้ง่ายขึ้นด้วยแนวคิด Cloud Enabled โดยการเสริมความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบ Cloud เพื่อให้เกิดการย้ายข้อมูลระหว่างกันได้โดยง่าย รองรับทั้งกรณีของการทำ Data Center Expansion ขึ้นสู่ Cloud และการทำ Cloud Backup / Cloud DR ได้ ทำให้ในปัจจุบันนี้ Storage จะกลายเป็นโซลูชันสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถนำข้อมูลที่ตนเองมีอยู่ในองค์กรขึ้นสู่ Cloud ได้ง่าย และบริหารจัดการได้ ไม่ต้องกังวลว่าการย้ายข้อมูลข้ามระหว่าง Cloud สู่ Cloud หรือ Cloud สู่ Data Center นั้นจะกลายเป็นเรื่องยากอีกต่อไป

สุดท้าย การวางแผนรับมือกับการใช้งาน การเติบโต และความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับ Cloud นั้นก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่ง Dell เองก็ได้เสริมความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลและทำนายแนวโน้มการใช้งานระบบ Storage อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจองค์กรนั้นสามารถวางแผนขยายระบบจัดเก็บข้อมูลให้เหมาะสมต่อการใช้งานในปัจจุบันและอนาคตได้

ใช้งาน Storage ได้อย่างยาวนานและมั่นใจ ไม่ต้องกังวลถึงปัญหาในอนาคต

โจทย์หนึ่งที่ Dell มุ่งมั่นเป็นอย่างมากในการแก้ไขปัญหาก็คือการทำให้ระบบ Storage นั้นกลายเป็นโซลูชันที่ธุรกิจองค์กรสามารถใช้งานได้อย่างยืนนานต่อเนื่อง ไม่ต้องกังวลกับประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงระบบ Storage หรือการวางแผนระยะยาวให้กับ Storage มากอย่างในอดีต และสามารถปรับไปใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดได้อย่างต่อเนื่องอยู่ตลอด

ด้วยเหตุนี้ Dell จึงได้มีการเสริมทั้งสิ่งที่เรียกว่า Storage DNA เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานและบริหารจัดการข้อมูลขององค์กรนั้นมีความคล้ายคลึงกันเพื่อให้ง่ายต่อการปรับนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานอยู่ตลอด ในขณะที่โครงการอย่าง Future-Proof นั้นก็จะเป็นสิ่งที่เข้ามาช่วยธุรกิจองค์กรให้มั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะเลือกลงทุนใช้งานโซลูชัน Storage ใดของ Dell ก็ตาม ทาง Dell จะมีแผนการรับรองการอัปเกรดและย้ายข้อมูลให้ในอนาคตอยู่เสมอ พร้อมบริการ World-Class Services ช่วยแก้ไขปัญหาดูแลรักษาระบบหลังการขาย ที่มั่นใจได้ว่าหากเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น ทีมงานของ Dell Technologies ก็พร้อมจะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้อย่างแน่นอน

สนใจโซลูชัน Storage จาก Dell EMC ติดต่อทีมงาน Dell Technologies ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชัน Storage จาก Dell EMC หรือโซลูชันอื่นๆ สามารถติดต่อทีมงาน Dell Technologies ได้ทันทีที่ อีเมล Chidchanok.uthaigorn@dell.com โทร 090-949-0823 (วศิน)

from:https://www.techtalkthai.com/enterprise-storage-visions-from-dell-technologies-data-first-is-the-key-to-multi-cloud/

[Video] ลดความซับซ้อนการจัดการข้อมูลของบริษัทและองค์กรที่สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย HPE Small Business Solutions for Scalable Storage

ข้อมูลของบริษัทที่มีมากมายมหาศาลจนเกินความสามารถที่จะจัดการเองได้ ก่อนที่จะสายเกินไป สามารถใช้ HPE Small Business Solutions for Scalable Storage ช่วยจัดการปัญหานี้ได้ ในการทำงานไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนไหนก็ตาม ต่างก็จะต้องมีข้อมูลที่เพิ่มสะสมขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน ซึ่งการจัดการข้อมูลสามารถทำได้ตั้งแต่องค์กรขนาดเล็กไปจนถึงระดับประเทศ ยิ่งโดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลาง และเล็ก หากมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ดี และปลอดภัยย่อมมีข้อได้เปรียบทางธุรกิจมากกว่า

ซึ่งบริการ HPE Small Business Solutions for Scalable Storage จะเน้นการจัดเก็บ และให้บริการไฟล์ข้อมูลที่มีความครอบคลุมกับทุกสิ่งที่คุณต้องการ เพิ่มความจุของพื้นที่จัดเก็บ ลดความซับซ้อน มากับราคาที่เหมาะสมช่วยให้คุณได้ประหยัดอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนในการจัดเก็บข้อมูล มีความเสถียรภาพสูง สามารถแบ่งปันข้อมูลไปใช้ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อินแกรม ไมโคร
โทร 02 012 2222 ต่อ 2411 หรือ 2412
อีเมล th-hpe@ingrammicro.com

from:https://www.techtalkthai.com/video-hpe-small-business-solutions-for-scalable-storage-by-ingram-micro/

[Video] HPE GreenLake ช่วยจัดการข้อมูลของธุรกิจและองค์กร ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ด้วย Everything As-a-Service

HPE GreenLake ให้ความคุ้มค่าในแบบที่คุณหาที่ไหนไม่ได้ โดยไม่ต้องพึ่งพา Public cloud บริการระบบคลาวด์ สำหรับ App และ Data ที่ทำทุกสิ่งที่ยิ่งใหญ่เป็นจริงได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส เชื่อไหมว่าการจัดการข้อมูลของธุรกิจ และองค์กรต่างเต็มไปด้วยคำว่า “ง่าย” ด้วย Everything As-a-Service

ในแต่ละธุรกิจต่างก็มีข้อมูลมากมายที่ต้องเก็บรักษา ซึ่งในธุรกิจขนาดเล็กอาจคิดว่านี่คงไม่สำคัญ แต่หากในอนาคตเกิดความผิดพลาดทางด้านข้อมูลขึ้นมาคุณอาจจะต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไปอย่างถาวร ตัดข้อกังวลเรื่องกลัวว่าเงินรั่วไหลไปได้เลย เพราะคุณจะจ่ายเท่าที่ใช้งานจริงเท่านั้น ความโดดเด่นอยู่ที่ความคล่องตัวและการทำงานที่รวดเร็ว เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญควบคุม ดูแล อย่างมีประสิทธิภาพ จะเหนื่อยเองไปทำไม ใช้ HPE GreenLake จัดการดีกว่า

สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อินแกรม ไมโคร
โทร 02 012 2222 ต่อ 2411 หรือ 2412
อีเมล th-hpe@ingrammicro.com

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-greenlake-everything-as-a-service-by-ingram-micro/