คลังเก็บป้ายกำกับ: FEATURE

ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง Dell Enterprise Storage

ทุกวันนี้ระบบการจัดเก็บข้อมูลมีความสำคัญกับองค์กรมากขึ้น ตัวอย่างตัวเลขที่ได้มีรายงานจากทาง IDC เปิดเผยให้เห็นว่าข้อมูลนั้นมีการเติบโตขึ้นอย่างมหาศาลโดยในปี 2020 ที่ผ่านมาตัวเลขของข้อมูลที่เกิดขึ้นและถูกจัดเก็บนั้น มีมากถึง 59 ZB (เซตตะไบต์) อีกทั้งยังมีการคาดการณ์กันอีกว่าตัวเลข GDP ในระดับโกบอลจะสัมพันธ์กับตัวเทคโนโลยีด้านดิจิทัลมากขึ้นกว่า 65% ภายในปี 2022 ซึ่งปัจจัยทั้งสองนี้จะเป็นตัวผลักดันที่ทำให้เกิดความเชื่อได้ว่าองค์กรกำลังไปสู่ยุคที่เรียกว่า Digital organization และจะมีการใช้ข้อมูลมากขึ้น แน่นอนว่าข้อมูลก็ย่อมมีความสำคัญมากขึ้นด้วย

“ข้อมูล” ปัจจัยผลักดันให้เกิด Digital Transformation

ช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรากำลังอยู่ในคลื่นความคิดทางด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เรียกกันว่า “Digital Transformation” ความเข้าใจง่ายๆ ของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีนี้ก็คือ องค์กรต่างๆ ได้นำเอาข้อมูลมาผนวกการวิเคราะห์และประมวลผลผ่านทางซอฟต์แวร์ และกลั่นเอาส่วนที่สำคัญที่สุดของข้อมูล เพื่อมาประยุกต์ใช้กับสินค้า บริการ หรือกระบวนการดำเนินการขององค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และทำให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน หรือเข้าถึงผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด เป็นต้น

สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งของการที่จะเปลี่ยนผ่านทางด้านดิจิทัลได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างทางด้านไอทีอินฟราสตรัคเจอร์ ที่มีความพร้อมและตอบสนองความต้องการ และการเปลี่ยนแปลงทางด้านการบริหารจัดการข้อมูลได้มากที่สุด ระบบไอทีแบบดั้งเดิมที่ ต่างเคยมองกันว่าจะต้องดำเนินการด้วยการเปลี่ยนแปลงที่น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบกับกระบวนการทำงานนั้น กลับกลายเป็นต้องเปลี่ยนแปลงใหม่อย่างสิ้นเชิง ระบบที่ดีที่จะรองรับกับแนวคิด Digital Transformation จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนตัวเองได้อย่างรวดเร็ว สามารถรับมือกับการขยายตัวทางธุรกิจได้อย่างทันท่วงที ระบบดังกล่าวมีการเรียกขานกันว่า “Modern IT” โดยยกเอาระบบไอทีในหลายส่วนไปอยู่บนเทคโนโลยี พับลิกคลาวด์ (Public Cloud)

อย่างไรก็ตามหลายองค์กรต่างประสบปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อมูลบนพับลิกคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็น การเข้าถึงข้อมูลบนคลาวด์ยากขึ้น ปัญหาเรื่องของประสิทธิภาพด้าน Latency ในการทำงาน รวมถึงอุปสรรคในส่วนของนโยบายของแต่ละองค์กรที่มีข้อกำหนดด้านข้อมูลที่จำเป็นต้องรักษาไว้ภายในประเทศ เป็นต้น

Data First – แนวคิดที่ตอบโจทย์ทางธุรกิจ

เดลล์ เทคโนโลยีส์ มองเห็นถึงอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับองค์กรในการใช้งานคลาวด์ในข้างต้น จึงได้พัฒนาแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยพิจารณาจากการใช้งานเป็นหลัก ด้วยการผสานการทำงานระหว่างพับลิกคลาวด์ และไพรเวทคลาวด์ (Private cloud) ตลอดจนระบบแบบออน-พรีมีส (On-Premise) ให้เกิดประโยชน์และตอบสนองความต้องการของแอปพลิเคชั่น ตอบสนองการทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี องค์กรสามารถที่จะเลือกได้ว่าต้องการระบบการจัดเก็บข้อมูลประเภทใดก็ได้ที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นระบบที่ตอบสนองเรื่องความเร็วในการใช้งาน ระบบที่ให้ประสิทธิภาพและความเสถียรภาพที่มั่นคง ระบบที่มีต้นทุนในราคาที่เหมาะสมในการใช้งาน

Dell Technologies ผู้นำระดับโลกด้านการจัดเก็บข้อมูลอย่างแท้จริง!

เดลล์ เทคโนโลยีส์ คือผู้นำในการจัดเก็บข้อมูลอันดับหนึ่งในระดับโลก มีระบบการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสามารถ เพื่อรองรับความต้องการขององค์กรในแต่ละประเภทได้อย่างเต็มขั้น โดยมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกตั้งแต่ระบบการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูงสุดอย่าง External Enterprise Storage , All-Flash Storage, Networks Attached Storage, High-end External Storage ไปจนถึงระดับเริ่มต้นอย่างเช่น Midrange external storage, และ Entry External Storage มีครบในทุกมิติการใช้งาน และล่าสุดทางเดลล์ เทคโนโลยีส์ ยังได้พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า Dell EMC PowerStore ที่สร้างขึ้นจากฐานรากด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่เหนือกว่าเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายต่างๆ ในยุคแห่งข้อมูล หรือที่เรียกว่า Data Era นั่นเอง

Dell EMC PowerStore มิติใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานสตอเรจระดับโลก

ระบบการจัดเก็บข้อมูล Dell EMC PowerStore เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมโดยวางสถาปัตยกรรมแบบ Container-based architecture พร้อมทั้งระบบปฏฺิบัติการรุ่นใหม่อย่างเช่นตัว PowerStoreOS ทั้งนี้เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ในข้างต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกทั้งตัว Dell EMC PowerStore มาพร้อมกับเทคโนโลยีอย่าง AppsOn ที่ช่วยให้องค์กรมีความสามารถนำแอปพลิเคชั่นบน VM ไปทำงานบนตัวระบบการจัดเก็บข้อมูลได้ทันที (ผ่านทางรุ่น PowerStore X) ช่วยทำให้แอปพลิเคชั่นบางประเภทที่จำเป็นต้องใช้การจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง หรือจะผสานการทำงานร่วมกับตัว VxRail ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด รวมถึงในกรณีการใช้งานอย่าง SQL Server BDC หรือเทคโนโลยีอย่าง MongoDB, IoT และกล้อง CCTV ก็ทำได้ง่ายในราคาที่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก

Dell EMC PowerStore มีความสามารถในเชิงการทำงาน Provision แบบอัตโนมัติ เพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนาแอปพลิเคชั่นและลดระยะเวลาในการปรับใช้ จากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่วินาที ด้วยการบูรณาการ VMware และการผสานกับระบบชั้นนำ ซึ่งรวมถึง Kubernetes, Ansible และ VMware vRealize Orchestrator เป็นต้น

เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลด้วยขุมพลังจาก Intel

Dell EMC PowerStore เพียบพร้อมด้วยขุมพลังที่ให้ประสิทธิภาพสูง เริ่มตั้งแต่เทคโนโลยี Dual Socket Intel Xeon CPUs พร้อมทั้งการออกแบบที่อิงบนพื้นฐาน NVMe แบบ end-to-end พร้อมกับเพิ่มขีดความสามารถในการทำ Data Reduction (DRR) จากทาง Intel QuickAssist Technology ที่ทำหน้าที่ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึนอีกด้วย

อรรถประโยชน์สูงสุดที่องค์กรจะได้รับ

ด้วยคุณสมบัติและการทำงานที่ยอดเยี่ยมของระบบจัดเก็บข้อมูลจากทาง Dell EMC PowerStore จะทำให้องค์กรสามารถที่จะได้รับประโยชน์ต่างๆ มากมาย เช่น

– รองรับทุกเวิร์กโหลด: PowerStore ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีเรียบง่ายด้วยการรองรับทั้งเวิร์กโหลดที่หลากหลายทั้งแบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่ ด้วยสถาปัตยกรรม สเกล-อัพ และ สเกล-เอาท์ รองรับทั้งบล็อค (block) ไฟล์ และ VMware vVols

– เพิ่มขีดความสามารถสูงสุดให้กับสมรรถนะในการทำงาน: PowerStore ทำงานเร็วกว่าถึงเจ็ดเท่าและสามารถตอบสนองได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าถึงสามเท่า เนื่องมาจากการออกแบบการใช้งาน NVMe แบบ end-to-end และ การรองรับการเก็บข้อมูลแบบถาวรบนหน่วยความจำแบบ Storage Class Memory ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของ Intel® Optane™ SSD แบบดูอัล พอร์ต

– เทคโนโลยีแมชชีนเลิร์นนิ่งและระบบอัตโนมัติ ช่วยให้ส่งมอบแอปพลิเคชั่นและบริการต่าง ๆ ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นโดยใช้เวลาของพนักงานน้อยลงถึง 99 เปอร์เซ็นต์ในการบาลานซ์ปริมาณการทำงานของระบบ

– ระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบ Programmable : เพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนาแอปพลิเคชั่นและลดระยะเวลาในการปรับใช้ จากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่วินาที ด้วยการบูรณาการ VMware และการผสานกับระบบชั้นนำ ซึ่งรวมถึง Kubernetes, Ansible และ VMware vRealize Orchestrator เป็นต้น

– ซอฟต์แวร์อัจฉริยะ Dell EMC CloudIQ : ซอฟต์แวร์การตรวจสอบและการวิเคราะห์ข้อมูล ที่การทำงานของมนุษย์เข้ากับระบบแมชชีน เลิร์นนิ่ง เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานแบบเรียล-ไทม์ การวิเคราะห์สมรรถภาพ ไปจนถึงประวัติในการติดตาม ที่ยอดเยี่ยม

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชัน Dell EMC PowerStore สามารถติดต่อทีมงาน Dell Technologies ได้ทันทีที่ อีเมล Chidchanok.uthaigorn@dell.com โทร 090-949-0823 (วศิน)

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-enterprise-storage-powerstore/

จุดประกายนวัตกรรมไอทีในองค์กรได้เต็มขั้น ด้วยเซิร์ฟเวอร์อัจฉริยะ Next-Gen Dell EMC PowerEdge Server

เรากำลังเดินเข้าสู่ยุคแห่งการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะการแข่งขันและเศรษฐกิจเช่นปัจจุบัน องค์กรจำเป็นต้องหาโซลูชั่นเพื่อเข้ามาบริหารจัดการระบบไอทีและเสริมศักยภาพทางธุรกิจให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ผู้นำระดับโลกด้านไอทีอินฟราสตรัคเจอร์ ได้พัฒนาโซลูชั่นเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และล่าสุดก็ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่นี้ด้วยนิยาม Ignite Your Innovation Engine เป็นการจุดประกายการสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรมไอทีที่ล้ำสมัยและตอบสนองโจทย์การทำงานขององค์กรธุรกิจในปัจจุบัน

การที่ผู้ดูแลระบบไอทีจะสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมไอทีใหม่ๆ ได้นั้น พวกเขาจำเป็นต้องมีเวลาในการคิดและออกแบบ ซึ่งเวลาปกติที่ทำงานอยู่นั่นก็ต้องหมดไปกับการจัดการปัญหาด้านไอทีขององค์กรอยู่แล้ว ทำให้พวกเขาไม่มีเวลาเหลือพอที่จะคิดค้นหรืออกแบบนวัตกรรมให้กับองค์กรได้ นั่นจึงเป็นที่มาของการออกแบบ Next-Generation Dell EMC PowerEdge รุ่นใหม่ ที่มาช่วยทำให้ผู้ดูแลระบบไอทีมีเวลามากขึ้นกว่าเดิม สำหรับการออกแบบของเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge รุ่นใหม่จากเดลล์ มีองค์ประกอบด้วยกัน 3 ประการหลักๆ ด้วยกันคือ

– นวัตกรรม (Innovate) โซลูชั่นจากเดลล์ จะช่วยให้คุณสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากความสามารถในระดับสูงอย่างกรณีเช่นเทคโนโลยีด้าน AI รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่ทำให้คุณสามารถคาดการณ์และมองเห็นข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นจาก Edge ไปยังแก่นของระบบรวมไปจนถึงบนคลาวด์ ด้วยการบริหารจัดการที่ง่ายและให้ความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง

– การปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา (Adapt) สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการออกแบบเซิร์ฟเวอร์ของเดลล์ ก็คือการเข้าใจถึงรูปแบบของการปรับเปลี่ยนได้อย่างตลอดเวลา ดังนั้นเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge รุ่นใหม่นี้พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตขององค์กรได้อย่างอัตโนมัติ

– การขยายตัวได้ดี (Grow) นับเป็นมุมมองสำคัญอีกประการของเดลล์ ในการออกแบบระบบรุ่นใหม่นี้ เนื่องจากการขยายตัวของธุรกิจที่ดี จำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างที่บริหารัจดการและสร้างความปลอดภัยให้กับองค์กรได้อย่างเชื่อมั่น จัดการความซับซ้อนของของระบบไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการรองรับกับเวิร์กโหลดขององค์กรที่เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เป็นการสนองในเรื่องของการขยายตัวทางธุรกิจได้ดีมากขึ้น


เสริมศักยภาพให้กับไอที อินฟราสตรัคเจอร์
ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมยุคใหม่

แนวคิดการออกแบบทั้งสามประการข้างต้น เปลี่ยนมาเป็นระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ทรงพลัง Next-Generation Dell EMC PowerEdge Server โดยล่าสุดเดลล์ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่นี้ออกมาถึง 17 รุ่น ประกอบด้วยรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีจากค่ายอินเทลและเอเอ็มดี มาด้วยพื้นฐานการออกแบบที่ทรงพลัง ด้วยคุณลักษณะที่สำคัญ 3 องค์ประกอบ โดยเริ่มจาก

1. Adaptive compute
องค์ประกอบนี้จะให้ความสำคัญกับการที่เดลล์ได้นำเอาเทคโนโลยีล่าสุดมาผสานและติดตั้งลงในเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ และหากมีเวิร์กโหลดใหม่เข้ามา เซิร์ฟเวอร์รุ่นนี้จะมีความพร้อมช่วยในการปรับระบบและให้รองรับกับเวิร์กโหลดดังกล่าวได้เป็นอย่างดี การันตีด้วยการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานที่ดีมากขึ้น ตัวอย่างเช่น Dell PowerEdge R7525 ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7763 เมื่อเชื่อมต่อกับสตอเรจ PowerMax ทำให้สามารถสร้าง VM ได้มากขึ้นถึง 15% หรือไม่ว่าจะเป็นในรุ่น PowerEdge R6515 ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC สามารถรันงานประเภท บิ๊กดาต้า, ดาต้าเบส Hadoop ได้เร็วถึง 60%

จุดเด่นที่เป็นนวัตกรรมล้ำสมัยของขององค์ประกอบนี้ประกอบด้วยคุณสมบัติต่างๆ ของเซิร์ฟเวอร์ ที่จะมุ่งเน้นไปที่อุปกรณ์ภายในตัวเครื่อง

– ระบบระบายความร้อน (Multi Vector Cooling) เป็นการออกแบบที่ช่วยในการระบายความร้อนระบบได้ดีขึ้น โดยพัดลมจะมีการวางตำแหน่งไว้เป็นโซนใกล้กับอุปกรณ์ต่างๆ หากเซิร์ฟเวอร์มีความร้อนที่สูงขึ้นจากอุปกรณ์ใดๆ ตัวระบบจะทำการปรับเปลี่ยนพัดลม ให้ทำงานสอดรับกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นด้วย และหากความร้อนกลับมาปกติ ตัวพัดลมก็จะถูกปรับให้ลงมาทำงานปกติเช่นกัน

– การใช้ของเหลวเพื่อลดความร้อน (Direct Liquid Cooling) เทคโนโลยีด้าน HPC ส่วนใหญ่จะเน้นใช้กำลังประมวลผลสูง และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความร้อนที่สูง ทางเดลล์จึงได้พัฒนาระบบของเหลวผ่านอุปกรณ์ เช่น CPU เพื่อช่วยลดความร้อนลง

– เทคโนโลยี Dell Leak Sense จะทำร่วมกับเทคโนโลยี Direct Liquid Cooling ในการช่วยตรวจสอบของเหลวที่วิ่งผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ในกรณีมีการรั่วไหลก็จะแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบ หรือ สามารถรันคำสั่งเพื่อหยุดระบบ ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ได้ทันที

– ระบบพาวเวอร์ซัพพลาย ของ Dell PowerEdge Server รุ่นใหม่ จะถูกออกแบบให้มีการทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น

– เทคโนโลยีด้าน Acceleration โดยทางเดลล์มีเทคโนโลยีการประมวลผลให้องค์กรเลือก ไม่ว่าจะเป็นค่ายของ Nvidia หรือ AMD ครบถ้วน

 

2. Autonomous compute infrastructure
องค์ประกอบนี้จะให้ความสำคัญในการทำงานแบบอัตโนมัติ ลดเวลาในการจัดการและเวลาในการที่ต้องดูแลระบบให้น้อยลง และไม่จำเป็นต้องมีคนมาคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถที่จะนำเอาเวลาที่เหลือไปพัฒนาต่อยอดและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ และ PowerEdge รุ่นใหม่สามารถช่วยลดระยะเวลาในการบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวไปได้สูงถึง 85% เมื่อเทียบกับขั้นตอนทำงานในอดีต

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ Dell EMC PowerEdge Server สามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัตินั้นประกอบด้วยตัวฟีเจอร์อัจฉริยะ integrated Dell Remote Access Controller หรือ iDRAC ปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่นที่ 9 ติดตั้งมาให้ ทำงานร่วมกับส่วนของซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า OpenManage ที่มีรายละเอียดในการทำงานแยกย่อย เช่น ช่วยในการประสานงานกับระบบอื่นๆ เช่น VMware vCenter, Microsoft Windows Admin Center, Red Hat Ansible ฯลฯ ช่วยในการจัดการเก็บกับการอัปเดตแพ็ตช์ ไดรเวอร์ เฟิร์มแวร์ต่างๆ ได้อย่างอัตโนมัติ ช่วยในการบริหารจัดการระบบผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ขณะแอดมินที่ทำงานในดาต้าเซ็นเตอร์ หรือจากระยะไกลผ่านทางโมบายล์ดีไวซ์ ได้อย่างสะดวกสบาย เป็นต้น

3. Proactive Resilience
องค์กรประกอบนี้ เป็นการให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก เดลล์ให้คำมั่นในการส่งมอบสินค้าแก่ลูกค้าไว้ว่า ของที่มีการผลิตและส่งมอบให้ลูกค้า จะไม่มีการถอดหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนในระหว่างทางการส่งมอบโดยเรียกกันว่า Supply Chain Assurance อีกทั้งแพลตฟอร์มในผลิตภัณฑ์ของเดลล์จะมีความปลอดภัย รวมถึงระบบในการจัดการที่เป็นออโตเมชั่น ตลอดจนเครื่องมือในการทำการกู้คืนระบบมาพร้อมสรรพ

จุดเด่นในองค์ประกอบนี้ก็คือความแข็งแกร่งในส่วนต่างๆ อาทิ การป้องกัน (Protect) ไม่อนุญาตให้มีการบูตเครื่องหรือมีการรีเซตระบบ มีการตรวจสอบ (Detect) ตัวระบบจะมีการเก็บล็อกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ตลอดจนสามารถที่จะทำการกู้ระบบกลับ (Recovery) ทั้งในส่วนของไบออส หรือโอเอส ก็ทำได้เช่นเดียวกัน

พร้อมสรรพด้วยโมเดลต่างๆ
ครอบคลุมทุกการใช้งาน

Dell EMC PowerEdge Server ที่เปิดตัวในช่วงแรกเป็นรุ่นที่ใช้ขุมพลังจาก AMD ในตระกูล EPYC ในเจเนอเรชั่นที่ 3 ที่มีความสามารถสูงสามารถจัดการระบบเรื่องของ Virtualization สามารถจัดการในส่วนของ VDI ที่ทำได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งอย่างเช่นในรุ่น XE8545 ที่มีความสามารถขั้นสูงโดยใช้ GPU ในรุ่น DGX A100s (เป็น GPU ระดับไฮเอนด์) ที่รองรับการทำงานกับเทคโนโลยีเน้นการประมวลผลอย่าง HPC หรืองานด้านการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า เป็นต้น

Dell EMC PowerEdge Server ของเดลล์นั้น ออกแบบมาให้มีโมเดลที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งานประเภท HPC, AI ที่ต้องการใช้พลังประมวลผลของ GPU ก็อย่างเช่น PowerEdge XE8545 เป็นต้น ถัดมาเป็นรุ่นที่รองรับการใช้านประเภท Edge และ Telco ก็มีให้เลือกเช่น PowerEdge XR11 และ XR12

ถัดมาถ้าเป็นกลุ่มองค์กรแบบเมนสตรีมก็จะมีเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge แบบ 1U และ 2U อย่างในรุ่น PowerEdge R7525, PowerEdge R7515, PowerEdge R6525 หรือแบบโมดูล่าร์ PowerEdge MX 750C หรือจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ออกแบบมาเพื่องานเฉพาะอย่างกรณีใช้งานแบบคลาวด์ก็มีให้เลือกเช่น PowerEdge C6525 เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชัน Next-Gen Dell EMC PowerEdge Server สามารถ Chidchanok.uthaigorn@dell.com โทร 090-949-0823 (วศิน) หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.dell.com

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-poweredge-ignite-your-innovation-engine/

บทสรุปงาน “Accelerate 2021” เติมเต็มศักยภาพด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้โดย Fortinet

เมื่อไม่นานมานี้ทาง Enterprise ITPro ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของงานอันยิ่งใหญ่ด้านซีเคียวริตี้ระดับโลกที่ชื่อว่า Accelerate 2021 (เป็นแบบ Digital Edition) ที่จัดขึ้นโดยทางบริษัทฟอร์ติเน็ต เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา มีประเด็นที่น่าสนใจและผู้บริหารระดับสูงหมุนเวียนมาอัพเดตข้อมูลให้เราได้ทราบกัน

โดยผู้บริหารที่มาอัพเดตข้อมูลให้กับพวกเรา ประกอบด้วยคุณ แพททริส เพร์ช ประธานกรรมการ ฝ่ายพัฒนารายได้ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายสนับสนุน ฟอร์ติเน็ต ในหัวข้อ “Anatomy of a Common Success” และถัดมาเป็น คุณเคน ซี ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ติเน็ต ในหัวข้อ “Winning Cybersecurity Strategies” และท่านที่สาม คุณจอห์น แมดิสัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และรองประธานอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ฟอร์ติเน็ต ในหัวข้อ “Securing All Network Edges”

แพททริส เพร์ช

คุณแพททริส ได้เล่าให้ฟังว่า ฟอร์ติเน็ตเริ่มดำเนินธุรกิจมาปีนี่เป็นปีที่ 20 แล้ว และประสบความสำเร็จมาโดยตลอด สิ่งที่ทำให้ฟอร์ติเน็ตประสบความสำเร็จ เป็นเพราะฟอร์ติเน็ตมีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง และเห็นถึงปัญหาการขาดทักษะด้านความปลอดภัยไซเบอร์จนเข้าไปจัดหลักสูตรการเรียน NSE ระดับชาติ ช่วยสร้างทักษะให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงได้สร้างโซลูชั่นรองรับวิสัยทัศน์ตั้งแต่ต้น เหมือนเป็น DNA ของฟอร์ติเน็ตซึ่งรวมถึงวิสัยทัศน์ทางด้าน Convergence of Network & Security ที่ฟอร์ติเน็ตได้ตระหนักดีว่าความปลอดภัยและเครือข่ายจะต้องทำงานด้วยกันเป็นหนึ่ง

ถัดมาเป็น The Freedom of choice in the Cloud ฟอร์ติเน็ตเป็นองค์กรเดียวที่พัฒนาโซลูชั่นในหลายรูปแบบ ที่ยืดหยุ่นสูง เอื้อให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้งานคลาวด์ในรูปแบบใดก็ได้ จากที่ใดก็ได้ ในขณะที่องค์กรจะยังคงมีนโยบายด้านความปลอดภัยเดียวตลอดเครือข่าย และ The Rise of the Edge การเกิดส่วนเอจของเครือข่ายที่หลากหลาย อาทิ Data Edge, OT Edge, Cloud Edge ต่างๆ และได้พัฒนาโซลูชั่นประเภท Zero Trust Network Access หรือ ZTNA

เคน ซี ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ติเน็ต

โดยที่ ZTNA จากฟอร์ติเน็ตจะช่วยให้องค์กรมีวิธีควบคุมการเข้าถึงทรัพยากรบนเครือข่ายแบบครบวงจร ที่สร้างประสิทธิภาพในการระบุตัวตน ยืนยันตัวตน การตรวจสอบและติดตามผู้ใช้ อุปกรณ์เครือข่าย และ IoT ที่อยู่ทั้งภายในและภายนอกเครือข่ายได้

ทางด้าน คุณเคน ซี ได้มาบรรยายเป็นท่านที่สอง โดยเริ่มตนเขาได้พูดถึงภาพรวมของการเติบโตของฟอร์ติเน็ต โดยจาก 20 ปีที่ผ่านมาฟอร์ติเน็ตมีอัตราเติบโตถึง 45% เป็นแบบปีต่อปีและสูงกว่าคู่แข่งถึง 10% อีกด้วย เขาเสริมว่าพวกเขาได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เองตั้งแต่เริ่ม จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ของฟอร์ติเน็ตมีความแข็งแกร่งและทำงานเข้ากันได้ดีในทุกส่วน

สำหรับในปี 2021 นี้ คุณเคน ซี บอกว่า ฟอร์ติเน็ตมีกลยุทธ์ในด้านธุรกิจที่รองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดครอบคลุม 3 ด้านสำคัญคือ Endpoint, Network และคลาวด์ Cloud ทำให้พวกเขาเน้นสร้างแพลทฟอร์มที่เป็น Security-driven Network, Zero Trust Access ต้องสามารถป้องกันโมบาย ในคลาวด์ ใน WAN ใน 5G และในภายในเองค์กรเองได้

นอกจากนั้นจากการคาดการณ์ของการ์ทเนอร์ ที่เห็นว่า Edge จะมาแทนคลาวด์ และฟอร์ติเน็ตมีโซลูชั่นครบถ้วน กว้างกว่า ทำให้ฟอร์ติเน็ตมีกลยุทธ์ที่ถูกทางและสร้างความเชื่อมั่นให้องค์กรได้ นี่คือข้อแตกต่างจากคู่แข่ง คุณเคน ซียังทิ้งท้ายไว้ว่า ฟอร์ติเน็ตจะขยาย Portfolio ต่อไป และจะมุ่งเป็นผู้นำในตลาดของSD-WAN, Security Driven Networking และจะเน้นสร้างการเจริญเติบโตด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีโอเอสรุ่นใหม่ๆ อย่างเช่น FortiOS และ NP7 (Network Processor รุ่น 7) ที่จะได้เห็นกัน

ทางด้านคุณจอห์น แมดิสัน ได้เล่าให้พวกเราฟังว่า การ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยชั้นนำ ได้มีการยกย่องฟอร์ติเน็ตให้ติดอันดับผู้นำในรายงาน Gartner Magic Quadrant สำหรับกลุ่มอุปกรณ์ Network firewall และ WAN Edge Infrastructure โดยปกติแล้วผู้ที่จะได้รับรางวัลทั้งสองนี้ มักจะเป็นคนละบริษัทกัน แต่สำหรับฟอร์ติเน็ตกลับได้รับรางวัลทั้งคู่ เป็นการการันตีและช่วยให้มั่นใจว่า อุปกรณ์สามารถทำงานเข้ากันได้เป็นอย่างดี สร้างประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่

จอห์น แมดิสัน

เขายังได้เสริมถึงกลยุทธ์ที่สำคัญของฟอร์ติเน็ตในการดำเนินงานที่เรียกกันว่า “Security Fabric” ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

Zero Trust Access – การรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงองค์กร ไม่ว่าผู้ใช้งาน อุปกรณ์ทั่วไป หรืออุปกรณ์ไอโอที จากทั้งภายในและภายนอกเครือข่าย โดยเขามองว่าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 การสื่อสารและการทำงานร่วมกันจะต้องมีระบบ Zero Trust เพิ่มเข้ามามากขึ้น โดยมีผลิตภัณฑ์ FortiClient ในการขับเคลื่อน

Security-Driven Networking – การสร้างเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วยคุณสมบัติด้านความปลอดภัย ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานให้ดียิ่งขึ้น ทำงานที่เร็วมากขึ้น

Adaptive Cloud Security – การปกป้องและควบคุม สำหรับโครงสร้างสถาปัตยกรรมและแอปพลิเคชั่นต่างๆ บนคลาวด์ ทั้งที่เมล เว็บที่ต่างกัน ลูกค้าสามารถใช้โซลูชั่นของผู้ให้บริการรวมถึง SaaS, Edge หรือของฟอร์ติเน็ตรวมถึง FortiMail, FortiWeb, FortiADC, FortinGSLB ก้ได้

AI-Driven Security Operations – การบริหารการจัดการความปลอดภัยด้านการปฏิบัติงานป้องกันภัยไซเบอร์โดยใช้ระบบเอไอเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การทำงานและการป้องกันเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมาก

จากข้อมูลในข้างต้นในปีนี้ ทาง Enterprise ITPro เชื่อว่าเทคโนโลยีและแนวทางด้านโซลูชั่นด้านความปลอดภัยจากฟอร์ติเน็ตจะต้องกลายเป็นที่จับตาอย่างแน่นอน

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/fortinet-accelerate-2021/

Neuralink ของ Elon Musk โชว์คลิปลิงใช้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อสมองเล่นเกม

Neuralink บริษัทด้านอินเทอร์เฟซที่เชื่อมต่อกับสมองที่ก่อตั้งขึ้นโดยซีอีโอของเทสล่าอย่าง Elon Musk ได้อัพคลิปยูทูปของลิงวอกหรือ Macaque ที่ชื่อน้อง Pager กำลังเล่นวิดีโอเกมชื่อ Pong โดยใช้ความคิดในสมองสั่งการโดยตรง

คลิปวิดีโอความยาว 3 นาที 27 วินาทีนี้ ถูกแชร์โดยอีลอน มัสก์บนทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เป็นการแสดงให้เห็นว่าลิงกำลังควบคุมคอมพิวเตอร์ผ่านกิจกรรมภายในสมองของตัวเอง พร้อมทวีตข้อความว่า เสมืองลิงกำลังเล่นเกมด้วยวิธีเทเลพาธีผ่านชิปในสมอง

ในคลิปนั้น คนพากย์อธิบายวิธีการที่น้อง Page อายุ 9 ปีนี้เล่นเกม Pong ผ่านความคิดของตัวเอง โดยใช้อุปกรณ์ Neuralink 2 ชิ้นที่ใส่ติดกับสมองทั้งสองข้างเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน เรียนรู้วิธีใช้จอยสติกในการเคลื่อนลูกศรไปยังเป้าบนหน้าจอเพื่อแลกกับบานาน่าสมูธตี้ที่ให้น้องดูดผ่านหลอด

อุปกรณ์ที่ชื่อ “Link” ของบริษัทนี้ได้บันทึกกิจกรรมระบบประสาทของน้อง Pager ระหว่างมีปฏิสัมพันธ์กับคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำได้ผ่านลวดขนาดเล็กกว่า 2,000 เส้นที่ฝังไว้บริเวณสมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวของมือและแขน และส่งผ่านสัญญาณไปยัง “อัลกอริทึมถอดรหัส” เพื่อทำนายการเคลื่อนไหวของมือลิงแบบเรียลไทม์

ที่มา : CNBC

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/neuralink-elon-musk/

How to : 7 วิธีในการแก้ไขปัญหา “อินเทอร์เน็ตที่บ้านช้า”

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตั้งค่าเราเตอร์บรอดแบนด์ที่บ้านผิดพลาด, การมีสัญญาณรบกวนเครือข่ายไร้สาย, หรือปัญหาทางเทคนิคอื่นๆ ล้วนสร้างผลกระทบต่อทั้งความเร็วและความเสถียรของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณทั้งสิ้น

ซึ่งการวินิจฉัยและแก้ไขสาเหตุของการเชื่อมต่อเน็ตที่ช้าได้ด้วยตัวเองนั้นย่อมดีกว่าเสียเวลารอการซัพพอร์ตจากเจ้าหน้าที่ภายนอกที่อาจเสียค่าใช้จ่ายราคาแพง ไม่ว่าจะเป็นการปิดโปรแกรมเบื้องหลัง หลีกเลี่ยงการชนกับสัญญาณไร้สายข้างเคียง เป็นต้น

วิธีที่ 1: หยุดโปรแกรมเบื้องหลังที่คอยดึงแบนด์วิธ
แอพพลิเคชั่นบางตัวอย่างเช่นวินโดวส์อัพเดทหรือตัวอัพเดทซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่เป็นโปรเซสแอบทำงานอยู่เบื้องหลังไม่ว่าจะซ่อนอยู่ภายใต้แอพอื่น หรือย่อตัวเองหลบอยู่ใน System Tray ก็มักแอบดึงทรัพยากรเน็ตเวิร์กไปอย่างเงียบๆ

แต่ว่าที่แตกต่างจากเวิร์มอันตรายก็คือ แอพพลิเคชั่นพวกนี้ต่างถูกออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จริง ไม่ควรกำจัดออกไปจากอุปกรณ์ นอกจากนี้อาจมีเกมและโปรแกรมอื่นที่ใช้วิดีโอซึ่งกินแบนด์วิธค่อนข้างมากจนไปแย่งจากแอพอื่น

เรามักลืมแอพผลาญแบนด์วิธพวกนี้ไปง่ายๆ จึงควรตรวจสอบคอมพิวเตอร์ดูกิจกรรมเครือข่ายที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเสมอเวลาแก้ปัญหาเน็ตเวิร์กช้า และอย่ามองข้ามกิจกรรมอื่นอย่างการสตรีมมิ่งหนังของสมาร์ททีวี หรือกล้องที่คอยส่งต่อภาพวิดีโอ HD อยู่ตลอดเวลาด้วย

วิธีที่ 2: หลีกเลี่ยงสัญญาณรบกวนที่กระทบความเร็วเน็ตของคุณ
Wi-Fi และการเชื่อมต่อไร้สายประเภทอื่นอาจทำงานแย่ลงเมื่อมีสัญญาณรบกวน ทำให้คอมพิวเตอร์ต้องคอยส่งข้อมูลใหม่ซ้ำเรื่อยๆ เพื่อเอาชนะการที่สัญญาณโดนซ้อนทับ อุปกรณ์ที่ใช้งานในบ้านและเครือข่ายไร้สายของเพื่อนบ้านมักเป็นแหล่งกำเนิดสัญญาณรบกวนเหล่านี้

จึงควรย้ายตำแหน่งของเราท์เตอร์เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพดีกว่า รวมทั้งเปลี่ยนเลขช่องสัญญาณไวไฟของคุณ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ยิ่งเอาอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อเข้าใกล้เราเตอร์มากเท่าใด ก็จะเชื่อมต่อไวไฟได้ดีขึ้นมากเท่านั้น

วิธีที่ 3: เช็คว่าเราเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายอื่นยังทำงานอยู่
เวลาที่เราเตอร์ โมเด็ม หรือสายเคเบิลมีปัญหา ก็ทำให้ไม่สามารถรองรับทราฟิกบนเครือข่ายได้เร็วเหมือนเคย ปัญหาทางเทคนิคบนอุปกรณ์เหล่าแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจกระทบกับประสิทธิภาพได้ แม้การเชื่อมต่อหลักยังคงทำงานได้ก็ตาม

เพื่อที่จะแก้ปัญหาอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสม ลองเปลี่ยนแนวทางการเชื่อมต่อและตั้งค่าอุปกรณ์ใหม่ให้แตกต่างจากเดิม เช่นลองข้ามการเชื่อมต่อไปถึงเราเตอร์โดยตรง ลองเปลี่ยนสายแลน และทดสอบกับอุปกรณ์หลายตัวเพื่อจำกัดสาเหตุ

วิธีที่ 4: ระวังพวกเวิร์ม และมัลแวร์อื่นๆ
เวิร์มบนโลกอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์อันตรายที่แพร่กระจายระหว่างอุปกรณ์ด้วยกันบนเครือข่าย ถ้ามีคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งติดเชื้อเวิร์มหรือมัลแวร์อื่นแล้ว ก็อาจสร้างทราฟิกขึ้นมาพร้อมกันบนเครือข่ายโดยไม่รู้ตัว

ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณช้าขึ้นมากระทันหันได้ ดังนั้นเราจึงควรสแกนหาไวรัสและมัลแวร์ต่างๆ อยู่เสมอ พร้อมกับอัพเดทซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสให้คอยตรวจจับและกำจัดเวิร์มตลอด ไปจนถึงการลองใช้ทูลกำจัดมัลแวร์โดยเฉพาะ

วิธีที่ 5: ตรวจการตั้งค่าเราเตอร์เพื่อเพิ่มความเร็วการเชื่อมต่อ
เราเตอร์บรอดแบนด์ถือเป็นศูนย์กลางของเครือข่าย จึงอาจเป็นตัวการทำให้การเชื่อมต่ออินเทอรเน็ตช้าลงได้ถ้ามีการตั้งค่าไม่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น การตั้งค่า MTU ที่ไม่เหมาะสมก็กระทบกับประสิทธิภาพของเราเตอร์ได้ถ้าตั้งสูงหรือต่ำเกินไป

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการตั้งค่าบนเราเตอร์ของคุณนั้นยังคงตรงตามเอกสารที่ทางผู้ผลิตให้มา และตามคำแนะนำของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณ แนะนำให้คอยจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกี่ยวกับการตั้งค่าไว้ เพื่อที่จะได้ย้อนกลับมาใช้ค่าเดิมได้เมื่อจำเป็น

วิธีที่ 6: เช็คว่าความเร็วเน็ตเวิร์กช้าลงจริงหรือไม่
ลองรันสปีดเทสบ้างเพื่อตรวจสอบคุณภาพการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณ ซึ่งการทดสอบเหล่านี้ช่วยเช็คได้ว่าการเชื่อมต่อออกสู่ภายนอกของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องนั้นบกพร่องหรือไม่ เช่น ถ้าเทสแล้วยังได้ความเร็วสูง แต่การใช้งานยังดูช้า ปัญหาจริงอาจเป็นที่เรื่องภายในคอมพิวเตอร์เองก็ได้

ไม่ว่าจะเป็นการมีเซสชั่นที่ดาวน์โหลดข้อมูลพร้อมกัน หรือใช้งานหน่วยความจำ ดิสก์ หรือซีพียูเต็มขีดจำกัดของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นแล้ว โดยทั่วไปถ้าคอมพิวเตอร์ใช้ทรัพยากรมากเกิน 80% ก็มักกระทบกับประสิทธิภาพของเน็ตเวิร์กไปด้วย

วิธีที่ 7: เรียกใช้การซัพพอร์ตจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
ความเร็วเน็ตมักขึ้นกับผู้ให้บริการเป็นหลัก ซึ่ง ISP ของคุณอาจเปลี่ยนการตั้งค่าเน็ตเวิร์ก หรือเกิดปัญหาทางเทคนิคที่กระทบกับการเชื่อมต่อของคุณได้ นอกจากนี้ยังอาจติดตั้งตัวคัดกรองหรือควบคุมเครือข่ายที่ส่งผลถึงประสิทธิภาพการใช้งานได้ด้วย จึงควรติดต่อผู้ให้บริการถ้าสงสัย

ที่มา : Lifewire

from:https://www.enterpriseitpro.net/internet-connection-underperforms/

ตามไปดู “สุนัขหุ่นยนต์” ที่สามารถฝึกให้คอยตามเจ้าของได้

บริษัทที่แยกตัวออกมาจากผู้ผลิตรถสกูตเตอร์ชื่อดัง Vespa อย่าง Piaggio Fast Forward (PFF) กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ที่เดินตามเจ้าของได้ ซึ่งล่าสุดเป็นการอัพเกรดสุนัขหุ่นยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากชื่อ Spot ของ Boston Dynamics ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้คอยตามอยู่ใกล้ๆ มนุษย์

มีการปรับปรุงหุ่นสุนัขเดิมด้วยการนำฟันออก ใส่กลไกให้คอยเดินตามมนุษย์ พร้อมทั้งสามารถบรรทุกของได้หนักถึง 40 ปอนด์ด้วย โดยมองว่าเทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นบันไดก้าวสำคัญสู่อนาคตของระบบออโตเมชั่นเชิงอุตสาหกรรม

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ PFF คุณ Greg Lynn กล่าวว่า “บริษัทด้านหุ่นยนต์ส่วนใหญ่มักมองโลกใบนี้ว่าเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ที่ PFF จะใช้แนวทางตรงกันข้าม ด้วยหลักการที่ผลักดันการวิจัยโดยดูว่ามนุษย์และหุ่นยนต์เคลื่อนไหวไปด้วยกันอย่างไร”

“เราออกแบบพฤติกรรมให้เข้าใจผู้คน ช่วยเหลืองานแบบอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องสร้างฮาร์ดแวร์ที่ซับซ้อน เรามีการร่วมงานกับ Trimble เพื่อเร่งกระบวนการเปลี่ยนการเป็นหุ่นยนต์ที่ต้องถูกควบคุมจากระยะไกลให้เป็นหุ่นที่คิดลงมือทำงานเองได้โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมแบบโรงงานอุตสาหกรรม”

ที่มา : ZDnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/robot-dog-gets-trained/

เชิญร่วมงาน Webinar : การจัดการ Data Center ยุคใหม่ด้วย Oracle ODA

ในแต่ละวันองค์กรมีข้อมูลจำนวนมากที่ต้องจัดเก็บและจัดการ Data Center จึงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับทุกองค์กร ทุกยุคทุกสมัย เทคโนโลยีด้าน Infrastructure ทั้ง Hardware และ Software มากมายได้ถูกพัฒนาเพื่อสนับสนุนงาน Data Center ทั้งด้านการเพิ่มศักยภาพ เสริมประสิทธิภาพการทำงาน สร้างความสะดวกสบายและเป็นหนึ่งเดียวในการจัดการ ตลอดจนครอบคลุมการตัดสินใจในการลงทุน รวมไปถึงความสามารถในการทำงานบน สิ่งแวดล้อมที่เป็นทั้ง On-Premise และ Cloud

New Trend ของ Data Center เป็นอย่างไร? เทคโนโลยีอะไรที่จะช่วยผลักดันให้การวางแผน และ พัฒนา Data Center ขององค์กรไปในทิศทางที่ถูกต้อง? และพร้อมยืดหยุ่นเพื่อการจัดการ การลงทุน และการปรับเปลี่ยนไปสู่อนาคต หรือไม่? ปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่หน่วยงานที่รับผิดชอบด้าน IT ต้องคำนึงถึงสูงสุด
ปฏิเสธไม่ได้ว่า Data คือส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรเสมอ

Oracle Database Appliance (ODA) คือเทคโนโลยีที่รวมทุกสิ่งที่ Next Generation Data Center ต้องการ มาใน Box เดียว พร้อมยืนยันความง่าย สะดวก และราคาที่จับต้องได้จริงอย่างที่คุณต้องการ

รายละเอียดการสัมมนา

หัวข้อ : Simplify New Gen of Data Center with Oracle Database-as-a-service
ผู้บรรยาย : คุณอดุลย์กฤษณ์ ตระกูลชลชาติ Managing Director, Data Extreme Co., Ltd และ คุณกำพล ลาภธุวะศิริ Senior Sales Consultant, Systems Line of Business, Oracle Corporation (Thailand) Co., Ltd.
วัน-เวลา : วันพุธที่ 28 เมษายน เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทาง : สัมมนาออนไลน์ (Zoom) จำนวนสูงสุด 100 ท่าน
ภาษา : การบรรยายเป็นภาษาไทย

กำหนดการ Webinar

14:00 -14:05      Opening (5 mins)
14:05 – 14:40    Data Center Revolution to the Next Generation
โดย : คุณ อดุลย์กฤษณ์ ตระกูลชลชาติ
Managing Director, Data Extreme Co., Ltd.
14:40 -15:10     Infrastructure Modernization with Oracle Database Appliance (ODA)
โดย คุณกำพล ลาภธุวะศิริ
Senior Sales Consultant, Systems Line of Business,
Oracle Corporation (Thailand) Co., Ltd.
15:10 – 15:20      Q&A
15:20 – 15:30      Lucky Draw

วิธีการลงทะเบียน

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกข้อมูลเพื่อเข้าร่วมการบรรยาย ได้ที่ Link ด้านล่าง
https://us02web.zoom.us/webinar/register/WN_ak8l3PTpQ_yJf99o8ewwbQ
อนึ่งทางทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อพิจารณาในการร่วมสัมมนา

มาร่วมค้นหาคำตอบว่า Oracle Database Appliance ทำให้คุณมี Data Center รองรับการทำงาน แบบ New Gen ทั้ง On-Premise และ On Cloud ง่ายๆ ได้อย่างไรกับ Webinar ในครั้งนี้

from:https://www.enterpriseitpro.net/webinar-simplify-new-gen-of-data-center-with-oracle-database-as-a-service/

QNAP ออกมาเตือนถึงขบวนการโจมตีอุปกรณ์ NAS แบบสุ่มพาสส์เวิร์ด

ทาง QNAP ได้ออกมาเตือนลูกค้าเกี่ยวกับการโจมตีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ที่เล็งเป้าหมายไปที่อุปกรณ์ QNAP NAS  พร้อมทั้งขอร้องให้ลูกค้ารีบยกระดับระบบป้องกันของตัวเองให้เร็วที่สุด

โดยผู้โจมตีครั้งนี้ได้ใช้เครื่องมืออัตโนมัติในการพยายามล็อกอินเข้าอุปกรณ์ NAS ที่เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ตด้วยรหัสผ่านที่สุ่มสร้างขึ้นมาทันที หรือเอามาจากรายการรหัสผ่านที่เคยหลุดออกมาในอินเทอร์เน็ตก่อนหน้านี้

ซึ่งก่อนหน้าไม่นาน QNAP ได้รับรายงานจากผู้ใช้จำนวนหนึ่งเกี่ยวกับแฮ็กเกอร์ที่พยายามล็อกอินเข้าอุปกรณ์ผ่านการโจมตีแบบ Brute Force ที่ผู้โจมตีพยายามสุ่มรหัสผ่านทุกรูปแบบที่เป็นไปได้เพื่อเข้าถึงบัญชีผู้ใช้บนอุปกรณ์

ดังนั้นถ้าตั้งรหัสผ่านที่เดาง่าย ไม่ซับซ้อน (เช่น “Password” หรือ “12345”) แฮ็กเกอร์ก็สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้ง่ายมาก เสี่ยงทั้งด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และข้อมูลรั่วไหล ไม่ว่าจะเป็นการจารกรรมเอกสารความลับ หรือแม้แต่แอบฝังมัลแวร์

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/qnap-warns-of-ongoing-brute-force-attacks-nas/

บทความ : เปลี่ยนกระบวนการธุรกิจเป็นรูปแบบอัตโนมัติที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

เปลี่ยนกระบวนการธุรกิจเป็นรูปแบบอัตโนมัติที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย G-ABLE Hyperautionmation Solution และ HPE GreenLake Machine Learning

ปัจจุบันหลายๆ ธุรกิจกำลังประสบปัญหาความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องหาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น G-ABLE ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Solution ได้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วย  G-ABLE Hyperautomation Solution ประกอบด้วยเทคโนโลยี Robotic Process Automation (RPA) เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ได้รับความนิยมนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงการทำงานแบบ routine เป็นรูปแบบกระบวนการทำงานอัตโนมัติที่สามารถกำหนดชุดคำสั่งเพื่อให้สามารถเลียนแบบการทำงานของมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ได้ ทำให้การดำเนินธุรกิจมีความรวดเร็ว แม่นยำ พร้อมทั้งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้เพื่อตอบสนองกับกระบวนการทำงานมีหลากหลายรูปแบบและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง การใช้เทคโนโลยี Machine Learning (ML) และ Artificial Intelligence (AI) เป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งของ G-ABLE Hyperautomation Solution ที่สามารถเรียนรู้ข้อมูลจำนวนมากแล้วสร้าง Pattern แบบแผนที่เกิดขึ้นได้อย่างอัตโนมัติ นั่นคือทำให้ระบบมีความเป็นมนุษย์ที่สามารถคิดเองได้มากขึ้น แทนที่จะทำตามเงื่อนไขที่กำหนดหรือรูปแบบที่วางไว้เหมือนงานเดี่ยวๆ

เพื่อให้รูปแบบการทำงานอัตโนมัติยังคงมีความรวดเร็วมีประสิทธิภาพและถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้นไป ทาง G-ABLE จึงได้นำโซลูชั่น HPE GreenLake Machine Learning ที่สามารถตอบความต้องการของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ดังนี้

  • Accelerate business outcome – รองรับข้อมูลเชิงลึกได้เร็วขึ้นด้วยการปรับใช้ที่ราบรื่นและปรับปรุงการทำงานร่วมกันระหว่างข้อมูลของ data scientist, developers และ IT operation อย่างต่อเนื่อง
  • Get to work fast – พร้อมเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ใน Data warehouse หรือ Data lake สำหรับการเข้าถึงข้อมูลในทันที
  • Reduce risk – รองรับความปลอดภัยและการควบคุมการเข้าถึงด้วยข้อมูล การกำกับดูแลการตรวจสอบ (Data governance) แบบจำลอง ML และ การติดตามแหล่งที่มา (provenance tracking)
  • Improve Productivity – ช่วยลดปัญหาเวลาในการตอบสนองเกี่ยวกับการสร้างแบบจำลอง ML บน Public Cloud พร้อมกับ Infrastructure ที่สามารถนำไปใช้อย่างรวดเร็ว
  • Enable scalability – หลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายล่วงหน้าและค่าใช้จ่ายเฉพาะสำหรับ infrastructure และให้ความยืดหยุ่นเพื่อรองรับความต้องการทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังช่วยขจัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่
  • Simplify IT – ลดภาระการดูแลจัดการ Infrastructure ให้กับ HPE GreenLake สำหรับการติดตั้งการใช้งาน,  การบำรุงรักษาและการจัดการ

 

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ HPE GREENLAKE ได้ที่ https://www.hpe.com/us/en/greenlake/machine-learning.html

หากต้องการให้ทีมงานติดต่อกลับ กรุณาคลิกที่นี่

หรือติดต่อทีมงาน G-Able เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันทีที่คุณ ฐิติรัตน์ ณ ลำปาง email: thitirat.n@g-able.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/g-able-hyperautionmation-solution/

บทความพิเศษ : ก้าวแรกของการทำธุรกิจด้วย Data อย่างปลอดภัย

ก้าวแรกของการทำธุรกิจด้วย Data อย่างปลอดภัยกับ G-ABLE Data Starter Solution และ HPE Cohesity
 

ยุคนี้คือยุคดิจิทัลที่ใช้ประโยชน์จากข้อมูลหรือ Data เพื่อมาต่อยอดธุรกิจได้เป็นอย่างมาก Data จะทำให้เกิดกลยุทธ์ในการทำธุรกิจได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ

G-ABLE ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Solution ได้มีประสบการณ์สนับสนุนธุรกิจต่างๆ มากมาย โดยทำให้ Data ที่มีอยู่จำนวนมากมายมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้ธุรกิจของลูกค้าเติบโตและได้ผลประโยชน์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง ด้วย G-ABLE Data Starter Solution ซึ่งเป็นก้าวแรกสำคัญของการนำ Data มาใช้และเป็นลงทุนที่น้อย เมื่อเทียบการสร้างระบบอื่น ซึ่งมำหลักการทำงาน ดังนี้

  • ทำงานผ่าน Platform เดียว แบบ All-in-One ใช้งานง่ายไม่ต้อง Config
  • เชื่อมโยง Data จากทุกแหล่งข้อมูลไว้ด้วยกัน
  • ประมวลผลเร็ว ไร้ขีดจำกัด แม้มีข้อมูลจำนวนมากดึงข้อมูลผ่านหน้าจอการใช้งานแบบง่าย
  • ควบคุมการเข้าถึง Data จากผู้ใช้งานและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลมาตรฐานระดับสากล

นอกจากนี้ G-ABLE ได้นำเอาเทคโนโลยีของ HPE Cohesity มาใช้ร่วมกันเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบมากยิ่งขึ้น ซึ่ง HPE Cohesity มาพร้อมกับการใช้งานที่หลากหลายทั้งงานสำรองข้อมูล, Scale-out NAS, S3 Storage, และการทำงานแบบ Multi-Cloud และยังออกแบบมาเพื่อใช้การป้องกันภัยคุกคามจาก Ransomware ได้อย่างดีเยี่ยมจาก 3 องค์ประกอบหลัก ดังนี้

  1. แนวทางการรับมือและการป้องกัน (Prevent) – ป้องกันในระดับ File system หรือ Immutable file system คือการป้องกันไม่ให้ ransomware สามารถเข้ารหัส File Sharing หรือ ข้อมูลที่ทำการสำรองข้อมูลไว้นั่นเอง
  2. ตรวจได้และรู้ตัวหากเกิดภัยคุกคาม (Detect) – สามารถตรวจสอบความผิดปกติด้วยระบบ Machine Learning เช่น ความเปลี่ยนแปลงของการใช้งานรายวัน และสามารถตรวสอบรูปแบบการใช้งานที่ผิดปกติที่อยู่ในประวัติการใช้งานของผู้ใช้ทั่วโลก
  3. การตอบโต้อย่างรวดเร็ว (Respond) – สามารถค้นหาข้อมูลที่สำรองไว้ในระบบไฟล์ แม้ว่าจะสำรองข้อมูลทั้งเครื่อง ทั้ง VM ก็จะสามารถค้นหาและกู้คืนระดับไฟล์ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังกู้คืนข้อมูลกลับคืนมาทั้ง Volume, VM หรือไฟล์ได้เพียงเสี้ยววินาที

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ HPE GREENLAKE ได้ที่ https://www.hpe.com/us/en/greenlake/machine-learning.html

หากต้องการให้ทีมงานติดต่อกลับ กรุณาคลิกที่นี่

หรือติดต่อทีมงาน G-Able เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันทีที่คุณ ฐิติรัตน์ ณ ลำปาง email: thitirat.n@g-able.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/g-able-data-starter-solution/