คลังเก็บป้ายกำกับ: FAKE

นักวิจัยพบการเขียนรีวิวปลอมบน Amazon เพื่อแลกเงินและสินค้า มีบันทึกกว่า 13 ล้านรายการ

SafetyDetectives กลุ่มนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ cybersecurity ออกรายงานเปิดเผยฐานข้อมูล ElasticSearch แบบเปิด พบว่ามีการใช้รีวิวปลอมใน Amazon อันผิดจรรยาบรรณการค้าขาย พบฐานข้อมูลการรีวิวระหว่างผู้ขายของ Amazon และลูกค้าที่เต็มใจเขียนรีวิวปลอมเพื่อแลกกับสินค้าฟรี โดยรวมแล้วมีบันทึกไว้ 13,124,962 รายการ (ข้อมูล 7 GB) กระทบต่อข้อมูลมากกว่า 200,000 คน

เมื่อผู้รีวิวเขียนรีวิวให้ 5 ดาวแล้ว จะได้เงินคืนค่าสินค้าผ่าน PayPal โดยข้อมูลที่ถูกเปิดเผยมาด้วยยังมีอีเมลที่ผูกกับ PayPal, ลิงค์ชัญชี Amazon, ชื่อ username

No Description
ภาพตู้ขนสินค้า Amazon

หนึ่งในแบรนด์ที่กระตุ้นให้คนมาเขียนรีวิวปลอมคือ Mpow แบรนด์ขายอุปกรณ์ USB charger จากจีนดำเนินการโดย ByteDance และ Patozon บริษัทผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคที่ได้รับการสนับสนุนจาก Xiaomi นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ Aukey ผู้ทำ accessories และอุปกรณ์ไฟฟ้าจากจีนเช่นกัน ซึ่งหน้าร้านทั้งสองถูกลบออกจาก Amazon ไปแล้ว

ตัวแทนของ Aukey ระบุว่าไม่รู้รายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกันขณะนี้เรากำลังหาทางแก้ไข บริษัท ยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในขณะนี้

การทำรีวิวปลอมบน Amazon เป็นสิ่งที่กำจัดออกไม่หมด ก่อนหน้านี้ Which? บริการข้อมูลและตรวจสอบสินค้าในอังกฤษเผยว่า ตอนนี้มีเว็บไซต์ขายรีวิวสินค้าที่ขายบน Amazon แบบปลอมๆ ร่วม 10 แห่ง ซึ่งการค้นพบของ SafetyDetectives ขยายผลให้เห็นภาพเพิ่มเติมว่า ปริมาณการรีวิวปลอมนั้นมากมายขนาดไหน

ที่มา – SafetyDetectives, AndroidGuys, tom’s guide

from:https://www.blognone.com/node/122641

Facebook เริ่มแปะป้าย Satire Page ใต้ชื่อเพจล้อเลียน ให้รู้ว่าไม่ใช่ข้อมูลจริง

Facebook เริ่มแปะป้าย (label) บอกใต้ชื่อเพจว่าเป็นเพจชนิดใด เช่น เพจอย่างเป็นทางการ (official page), เพจที่แฟนๆ ทำกันเอง (fan page) หรือเพจล้อเลียน (satire page) เพื่อแก้ปัญหาข่าวปลอม ผู้ที่เห็นโพสต์จะได้ระมัดระวังในการแชร์ข้อมูลที่อาจไม่ใช่ข้อมูลอย่างเป็นทางการ

จากภาพตัวอย่างของ Facebook คือเพจ Future Mayor of the Year ที่เป็นเพจล้อเลียน มีคำว่า Satire Page อยู่ใต้ชื่อเพจในทุกโพสต์ที่เห็นบน News Feed และกดเข้าไปดูจะเห็นคำอธิบายเพิ่มเติม

การเปลี่ยนแปลงนี้ยังมีผลเฉพาะในสหรัฐเท่านั้น

No Description

ที่มา – Facebook Newsroom ที่โพสต์บนทวิตเตอร์ช่องทางเดียวซะด้วย

from:https://www.blognone.com/node/122107

TikTok สั่งปิดบัญชีที่เผยแพร่ข้อมูลปลอมและข่มขู่ประชาชนในเมียนมาร์

TikTok เป็นโซเชียลมีเดียรายล่าสุดที่ออกมาจัดการบัญชีที่เผยแพร่ข้อมูลปลอมและความรุนแรงในเมียนมาร์อย่างเป็นทางการ หลังจากสื่อหลายรายเริ่มรายงานว่าบริษัทหละหลวมในการจัดการข้อมูลเหล่านี้ และปล่อยให้เผยแพร่ในเมียนมาร์เป็นเวลานาน

Rest of World รายงานว่า ทหารเมียนมาร์ได้โพสต์วิดีโอนับร้อยลง TikTok ตั้งแต่ยึดอำนาจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตั้งแต่โฆษณาชวนเชื่อในรัฐบาลทหาร ไปจนถึงข้อมูลปลอมที่สร้างความสับสนให้ผู้ประท้วง หรือแม้กระทั่งการข่มขู่จากทหารพร้อมกับอาวุธ

โฆษกของ TikTok ให้ข้อมูลกับ The Verge ว่า การโปรโมตความเกลียดชัง, ความรุนแรง และข่าวปลอมจะไม่มีที่ยืนบน TikTok เมื่อเราตรวจพบสถานการณ์ลักษณะนี้ในเมียนมาร์ ทางบริษัทก็ได้จัดให้คนทำหน้าจัดการคอนเทนต์เหล่านี้โดยเฉพาะ รวมถึงสั่งแบนบัญชีและอุปกรณ์จำนวนมากที่พบว่าสนับสนุนคอนเทนต์อันตราย

การโพสต์วิดีโอของทหารเมียนมาร์ มีรูปแบบหลากหลาย ตัวอย่างคอนเทนต์ที่อันตรายอย่างหนึ่งที่พบคือทหารข่มขู่ว่า “คุณจะมาเดินขบวนทางการเมืองวันนี้ใช่ไหม? คุณสามารถเดินขบวนได้อย่างสันติ ถ้าคุณข้ามเส้นและปาหินหรือใช้หนังยาง นี่คือกระสุนจริง เราจะยิงคุณ” ซึ่งวิดีโอนี้ถูกโพสต์ลง TikTok ในวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา และมีผู้รับชมกว่า 15,000 ครั้งก่อนที่จะถูกนำออกใน 5 วันถัดมา

ที่มา – The Verge, Rest of World

ภาพนายพล Min Aung Hlaing หัวหน้าคณะรัฐประหารพม่า จากช่อง YouTube กองทัพพม่า

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121802

Twitter แปะป้ายเตือนข้อความวัคซีน COVID-19 แก้ปัญหาข่าวปลอม, ทำผิดซ้ำแบนบัญชีถาวร

Twitter ประกาศแปะป้ายคำเตือนเรื่องวัคซีน COVID-19 ว่าอาจเป็นข้อมูลปลอมหรือชวนให้เข้าใจผิด ลักษณะเดียวกับที่แปะป้ายเตือนใต้ข้อความของ Donald Trump ช่วงก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดี

Twitter ระบุว่าที่ผ่านมาได้ลบข้อความที่มีข้อมูลผิดๆ ของโรค COVID-19 ไปแล้ว 8,400 ข้อความ และเตือนบัญชีไป 11.5 ล้านบัญชี

แนวทางของ Twitter ตอนนี้ใช้วิธีแจ้งเตือนบัญชีที่ทำผิดกฎ แบ่งตามระดับของความผิดซ้ำ เช่น ครั้งแรกจะเตือนอย่างเดียว แต่ถ้าทำผิดครั้งที่สองจะโดนล็อคบัญชี 12 ชั่วโมง ครั้งที่สามอีก 12 ชั่วโมง ครั้งที่สี่ 7 วัน และครั้งที่ห้าจะแบนบัญชีถาวร

ที่มา – Twitter

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121460

Instagram ปิดหน้า Recent ตอนค้นหาแท็กชั่วคราวในสหรัฐ สกัดข่าวปลอมช่วงเลือกตั้ง

Instagram ประกาศปิดฟีเจอร์ “Recent” ในหน้า hashtag ชั่วคราว มีผลเฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกา เพื่อลดการแพร่กระจายของข่าวปลอมในช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีสัปดาห์หน้า

ปกติแล้วเวลาค้นหา hashtag ใน Instagram แอพจะแสดงโพสต์ที่อยู่ภายใต้แท็กนั้นแยก 2 แท็บคือ “ยอดนิยม” (Top) และ “ล่าสุด” (Recent) สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือหน้า Recent จะถูกปิดชั่วคราว

No Description

ที่มา – CNBC

from:https://www.blognone.com/node/119353

[New York Times] ข่าวปลอมการเมืองไม่ได้อยู่แค่ในโซเชียลมีเดีย แต่แพร่มายัง SMS ด้วย

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีวิดีโอจากกลุ่ม American Principles Project เผยแพร่ว่า Joe Biden ผู้สมัครท้าชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯจากเดโมแครต สนับสนุนการแปลงเพศในเด็ก โดยใช้ฟุตเทจจากงานทาวน์ฮอลล์ของ ABC เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ซึ่งเป็นการนำคำพูดของ Biden มาบางส่วนทำให้เกิดความเข้าใจผิด จริงๆ แล้ว Biden พูดว่าเด็กข้ามเพศไม่ควรถูกเลือกปฏิบัติ แต่เขาไม่ได้บอกว่าเด็กมีสิทธิ์ในการแปลงเพศ

วิดีโอดังกล่าวก็เพผยแพร่ไปแล้วยังโซเชียลมีเดียหลักทั้ง Facebook และ Twitter มีคนรับชมไปแล้วกว่า 15,000 ครั้ง และมีวิดีโอที่คล้ายกันปรากฏบน Facebook มากถึง 100,000 ครั้งโดยส่วนใหญ่อยู่ในรัฐมิชิแกนซึ่งเป็น swing state นอกจากโซเชียลมีเดียแล้ว ข้อความและลิงค์วิดีโอยังถูกส่งไปยัง SMS ทางกลุ่ม American Principles Project ยังไม่ตอบข้อซักถามว่า ข้อความถูกส่งไปยังเบอร์โทรศัพท์ต่างๆ ได้อย่างไร และเก็บข้อมูลเบอร์โทรมาจากไหน

No Description

Robokiller ผู้ให้บริการจัดการข้อความสแปมอัตโนมัติ เผยว่า ชาวอเมริกันได้รับข้อความ SMS ที่มีเนื้อหาทางการเมือง 2.6 พันล้านข้อความในเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 400% นับจากเดือนมิถุนายน และมีแนวโน้มว่าพรรครีพับลิกัน ส่งข้อความมากกว่าพรรคเดโมแครตประมาณ 6 เท่า

นักวิจัยจาก University of Texas ชี้ว่า เมื่อโซเชียลมีเดียพยายามยกระดับการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากขึ้น ทำให้ข้อมูลเหล่านี้จึงถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางอื่นแทน เช่น Signal, Telegram และ WhatsApp รวมถึงข้อความ SMS ที่ตรวจสอบได้ยากกว่า

ที่มา – The New York Times

from:https://www.blognone.com/node/119302

ทวิตเตอร์ทดสอบปุ่มใหม่ Birdwatch ให้สังคมช่วยตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา

ทวิตเตอร์ทดสอบ Birdwatch เป็นตัวช่วยตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา จะมองเห็นเป็นไอคอนรูปแว่นตาตรงด้านล่างขวาของโพสต์ ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มโพสต์หรือเว็บไซต์เข้าไปที่ Birdwatch ได้ เพื่อให้ตรวจสอบเนื้อหาเพิ่มเติม

ความน่าสนใจคือ ผู้ใช้สามารถเขียนโน้ตแจ้งรายละเอียดทิ้งไว้ได้ว่าเนื้อหาต้นทางหรือโพสต์ดังกล่าวมีปัญหาตรงไหน และยังเข้าถึงได้แบบ public ด้วย จึงทำให้ไม่แน่ใจว่า ใครสามารถเข้ามาตรวจสอบเนื้อหาใน Birdwatch ได้บ้าง หรือเป็นการให้สังคมช่วยตรวจสอบเนื้อหา แทนที่จะเป็นอำนาจและสิทธิ์ของทวิตเตอร์ฝ่ายเดียว

การใช้ Crowdsourcing ในการกลั่นกรองเนื้อหาไม่ใช่เรื่องใหม่ของทวิตเตอร์ เพราะเคยทำมาก่อนแล้วตอนกลั่นกรองคอมเม้นท์ไลฟ์สดผ่าน Periscope ด้านโฆษกทวิตเตอร์บอกว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดของ Birdwatch เพิ่มเติมในอนาคต

No Description

ที่มา – TechCrunch

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/118826

เสิร์ชก่อนแชร์ แก้ข่าวปลอม WhatsApp เพิ่มปุ่มค้นข้อความนั้นในกูเกิล เช็คว่าปลอมหรือไม่

WhatsApp พยายามแก้ปัญหาข่าวปลอมในห้องแชท ด้วยการจำกัดการ forward ข้อความที่ได้รับการส่งต่อเยอะๆ เพื่อสกัดกั้นการระบาดของข่าวปลอม ผลคือสามารถลดจำนวนข่าวปลอมลงได้ถึง 70%

ล่าสุด WhatsApp เพิ่มฟีเจอร์ต่อยอดจากการจำกัดข่าวปลอม โดยจะขึ้นข้อความเตือนผู้ใช้งานว่า ควรตรวจสอบข้อความนี้ผ่าน search engine ก่อน ถ้ากดยืนยัน WhatsApp จะนำข้อความนี้ไปค้นในกูเกิลเพื่อให้ตรวจเช็คได้ง่ายๆ ว่าเป็นข้อมูลจริงหรือปลอม

WhatsApp บอกว่าฟีเจอร์นี้รักษาความเป็นส่วนตัวของข้อความแชท เพราะเป็นการส่งเนื้อหาข้อความไป search ผ่านเบราว์เซอร์ในเครื่องผู้ใช้ โดยที่ WhatsApp ไม่สามารถอ่านข้อความนั้นได้ด้วย

ที่มา – WhatsApp

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117797

Facebook, Twitter, YouTube แบนวิดีโอข่าวปลอมเรื่องยารักษา COVID ที่รีทวีตโดย Trump

บริการโซเชียลยอดนิยมทั้ง Facebook, Twitter, YouTube พร้อมใจกันแบนวิดีโอเกี่ยวกับยารักษา COVID-19 ที่เป็นข้อมูลผิดๆ และถูกรีทวิตโดย Donald Trump (รวมถึงลูกชายของเขาคือ Donald Trump Jr.)

วิดีโอนี้เป็นการแถลงข่าวของกลุ่มแพทย์ที่เรียกตัวเองว่า America’s Frontline Doctors และเผยแพร่ผ่านช่องทางของ Breitbart สำนักข่าวฝ่ายขวาที่สนับสนุน Trump มาโดยตลอด เนื้อหาในวิดีโอเป็นแพทย์ที่อ้างว่า ไฮดรอกซีคลอโรควิน (hydroxychloroquine) ซึ่งเป็นยารักษาโรคมาลาเรีย สามารถใช้รักษาโรค COVID-19 ได้ (องค์การอนามัยโลก WHO สั่งระงับการทดลองใช้ไปตั้งแต่เดือน พ.ค. เพราะมีแนวโน้มให้ผู้ป่วย COVID-19 เสียชีวิตเพิ่มขึ้น – BBC)

No Description

คลิปวิดีโอนี้เผยแพร่ผ่าน Facebook ของ Breitbart และมีคนแชร์อย่างแพร่หลาย ยอดวิวก่อนโดนแบนคือเกิน 20 ล้านครั้ง โฆษกของ Facebook อธิบายเหตุผลที่แบน (แต่อธิบายผ่าน Twitter) ว่าบริษัทลบคลิปนี้ออกเพราะเป็นการแชร์ข้อมูลที่ผิดๆ เกี่ยวกับ COVID-19

ฝั่ง YouTube และ Twitter ก็นำวิดีโอนี้ออกจากระบบเช่นกัน โฆษกของ Twitter บอกว่านำวิดีโอออกเพราะผิดเงื่อนไขเรื่องข้อมูล COVID ส่วนวิดีโอบน YouTube ดูไม่ได้และขึ้นข้อความว่าละเมิดเงื่อนไขของ YouTube

ที่มา – CNN, CNET, Business Insider

from:https://www.blognone.com/node/117680

Google ประกาศห้ามโฆษณาทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับ COVID-19 หากพบใครทำซ้ำ ๆ จะถูกแบนจากระบบโฆษณา

Google ประกาศมาตรการแบนที่ให้ข้อมูลผิด ๆ เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นในเดือนหน้า หากพบเว็บไซต์ใดพยายามโฆษณาข้อมูลซ้ำ ๆ จะถูกแบนจากแพลตฟอร์มโฆษณาของ Google

ปัจจุบัน Google มีมาตรการแบนข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพที่อันตรายบนโลกออนไลน์อยู่แล้ว และทางบริษัทก็จัดการลบโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลผิด ๆ ลักษณะนี้ไปแล้วกว่า 200 ล้านรายการ ส่วนนโยบายใหม่ Google จะเข้มงวดมากขึ้น คอนเทนต์เกี่ยวกับไวรัสที่ขัดแย้งกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ส่วนมากที่เชื่อถือได้จะไม่ได้รับอนุญาตให้โฆษณา

คอนเทนต์ที่ Google จะไม่อนุญาตให้โฆษณาตามกฎใหม่ของบริษัท เช่น ไวรัสถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอาวุธชีวภาพ, สร้างโดย Bill Gates, รัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่งสร้างขึ้นมา หรือไวรัสเป็นเพียงเรื่องหลอกลวงจะเข้าข่ายทั้งหมด ซึ่ง Google จะจัดการเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง ทางบริษัทจะใช้ทั้งคนและคอมพิวเตอร์ในการค้นหาโฆษณาที่เข้าข่ายดังกล่าว ถ้าพบเว็บไซต์ไหนกระทำในลักษณะที่ผิดกฎบ่อย ๆ จะถูกแบนจากแพลตฟอร์มโฆษณาของ Google

ที่มา – Engadget, Bloomberg

No Description
ภาพจาก PIRO4D/Pixabay

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117542