คลังเก็บป้ายกำกับ: FACEBOOK

แอป Facebook บน iOS เปลี่ยนรูปแบบไอคอนในแถบ More ใหม่

Facebook Ios New Icon More Tab May 2019Facebook เปลี่ยนรูปแบบไอคอนในแถบ More ใหม่ ดูแล้วสวยงามขึ้นมาก คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนสำหรับการปรับโฉม Facebook ใหม่ (FB5) Facebook เปลี่ยนรูปแบบไอคอนในแถบ More ใหม่ แอป Facebook บน iOS เปลี่ยนไอคอนเมนูในแถบ More ใหม่ สามารถเข้าไปดูได้ในแถบ More (ขีดสามขีด) การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโฉม Facebook ใหม่ตามแนวคิด FB5 ที่ทาง Facebook เริ่มเปลี่ยนให้ผู้ใช้บางรายได้ใช้งานแล้ว เช่น การเปลี่ยนไอคอนแอป เป็นต้น

from:https://www.iphonemod.net/facebook-ios-new-icon-more-tab-may-2019.html

โฆษณา

Facebook ปรับอัลกอริทึม News Feed อีกครั้ง คราวนี้อิงข้อมูลจากแบบสำรวจ

Facebook ประกาศปรับอัลกอริทึมการแสดงผลใน News Feed อีกครั้ง โดยอาศัยการจัดอันดับเนื้อหาที่ถูกแสดงจากแบบสำรวจผู้ใช้งาน ว่าใครที่เรากำหนดว่าเป็นเพื่อนสนิท จากนั้นจึงนำมาปรับการแสดงผลใหม่ดังนี้

  • โพสต์เพื่อนสนิท – เพิ่มน้ำหนักการแสดงผลโพสต์ของเพื่อนที่เราน่าจะสนใจมากขึ้น อ้างอิงจาก การถูกแท็กในภาพร่วมกัน, คอนเมนต์, เช็กอิน ตลอดจนใช้ข้อมูลจากแบบสำรวจ ทั้งนี้ Facebook ย้ำว่าไม่ได้แปลว่าจะแสดงผลแค่เพื่อนสนิท แต่อัลกอริทึมจะเลือกแสดงผลคนกลุ่มนี้ก่อน
  • คอนเทนต์ – อ้างอิงผลสำรวจเช่นกัน Facebook จะเพิ่มน้ำหนักการแสดงผลลิงก์ที่ผู้ใช้งานบอกว่าดี และคัดเลือกเนื้อหาที่คล้ายกันมาแสดงมากขึ้น

ผลกระทบสำหรับคนทำเพจนั้น Facebook บอกว่าไม่ได้แปลว่าเพจโดยรวมจะถูกมองเห็นเพิ่มขึ้นหรือลดลง แต่อยู่ที่ลิงก์หรือเนื้อหาซึ่งเพจนั้นนำเสนอ ผู้ใช้งานมองว่าดีก็จะถูกแสดงขึ้นมา หรือโพสต์ของเพื่อนก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยว่าเพื่อนแต่ละคนอยากเห็นมากน้อยแค่ไหน

ที่มา: Facebook

alt="Facebook New News Feed"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/109808

บริษัทไอทียุคใหม่ เมื่อรวยแล้ว เพิ่มค่าจ้างพนักงาน ล่าสุด Facebook ให้แม่บ้าน 630 บาท/ชม.

กระแสการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำในสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในประเด็กถกเถียงใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา เพราะค่าครองชีพที่พุ่งสูงจนค่าจ้างขั้นต่ำตามไม่ทัน และรวมถึงอัตราความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่พุ่งสูงขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา

บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ในโลกอย่าง Amazon ที่มีผู้ก่อตั้งและซีอีโอคือ Jeff Bezos ซึ่งในปัจจุบัน เขาคือบุคคลผู้ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ (modern history) โดยครอบครองทรัพย์สินรวมกว่า 1.5 แสนล้านเหรียญ (ประมาณ 5 ล้านล้านบาท) ก็ได้ประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้กับพนักงาน Amazon เมื่อปลายปีที่ผ่านมาเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 470 บาท)

  • ล่าสุด Facebook บริษัทไอทีที่มีชื่อเสียง (พอๆ กับชื่อเสีย) ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นปัญหาเรื่องความปลอดภัยในข้อมูลของลูกค้าที่มีบัญชีรั่วไหล และผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างเรื่อยมา อย่างเช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐอเมริกาในปี 2016 แต่ทว่าเมื่อเปิดผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ของปี 2019 รายได้ของบริษัทยังโตถึง 26%
  • เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Facebook จึงตามกระแสของบริษัทไอทีที่รวยวันรวยคืน ด้วยการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำพนักงานให้มาอยู่ที่ 20 ดอลลาร์ (ประมาณ 630 บาท) ต่อชั่วโมง
Mark Zuckerberg มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก
Mark Zuckerberg Photo: Shutterstock

กระแสบริษัทไอทียุคใหม่ เมื่อรวยแล้ว ต้องเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำให้พนักงาน

Facebook ประกาศว่า ทางบริษัทได้เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำให้กับพนักงานของตนเองในซานฟรานซิสโกเป็น 20 ดอลลาร์ (ประมาณ 630 บาท) ต่อชั่วโมง โดยพนักงานที่อยู่ในข่ายนี้ คือพนักงานทั่วไปที่ไม่ใช่คนไอที โดยรวมถึงไปถึงพนักงานที่ทำงานในโรงอาหารและนักการทำความสะอาดด้วย ส่วนพนักงานทั่วไปในนิวยอร์กและวอชิงตัน ดีซี จะได้ค่าจ้างขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 18 ดอลลาร์ (570 บาท) ต่อชั่วโมง

สำหรับพนักงานที่ทำงานด้านการดูแลคอนเทนต์ (content reviewer) ในซานฟรานซิสโก จะได้เงินค่าจ้างขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 22 ดอลลาร์ (700 บาท) ต่อชั่วโมง ส่วนที่ทำงานในนิวยอร์กและวอชิงตัน ดีซี จะได้เงินค่าจ้างขั้นต่ำ20 ดอลลาร์ (ประมาณ 630 บาท) ต่อชั่วโมง

  • ค่าจ้างขั้นต่ำของบริษัทไอทีถือว่าสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกาตั้งไว้ประมาณครึ่งหนึ่ง เพราะค่าจ้างขั้นต่ำที่สหรัฐอเมริกาตั้งไว้เป็นค่ากลางคือ 7.25 ดอลลาร์ (ประมาณ 230 บาท) ต่อชั่วโมง แต่ทั้งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละมลรัฐอีกทีหนึ่ง เนื่องจากบางมลรัฐค่าครองชีพสูง ค่าจ้างขั้นต่ำจึงต้องดีดตัวสูงขึ้นจากค่ากลางมาตรฐาน แต่จะไม่มีมลรัฐใดที่ให้ค่าจ้างขั้นต่ำน้อยกว่าค่ากลางที่ตั้งไว้ได้

กระแสการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับบริษัทไอทีไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะหลายๆ บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ก็ทำมาก่อนแล้ว อย่างเช่น Amazon ที่เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำขึ้นมาเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 470 บาท) เมื่อปลายปี 2018 ส่วน Facebook เอง ก็ได้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของพนักงานมาอยู่ที่ 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงตั้งแต่ปี 2015 แล้ว

เหตุผลที่ Facebook ต้องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 20 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง เพราะ “หลายปีที่ผ่านมา เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพตนเองได้แล้วในหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา ดังนั้น หลังจากที่เราได้ทำการทบทวนปัจจัยต่างๆ จึงปรับค่าแรงขั้นต่ำใหม่ให้สูงขึ้นเพื่อให้สะท้อนต่อความเป็นจริงที่เกิดขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ค่าแรงของพนักงานไอทีกับพนักงานทั่วไปยังคงห่างกันมาก แต่ถึงกระนั้นคนไอทีที่ทำงานใน Silicon Valley และมีรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็น “คนชั้นกลาง” หลายคนยังใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือนด้วยซ้ำ เพราะค่าครองชีพที่พุ่งสูงมาก

ที่มา – IT News

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/tech-company-raises-minimum-wages/

เฟซบุ๊กประกาศผ่านทวิตเตอร์ นำฟีเจอร์ View as Public กลับมาแล้ว พร้อมฟีเจอร์แก้ไขโปรไฟล์ที่คนทั่วไปมองเห็น

เฟซบุ๊กประกาศผ่านบัญชีทวิตเตอร์ @facebook ระบุว่ากำลังนำฟีเจอร์ “View as Public” ที่ปิดไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้วกลับมาอีกครั้ง ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้ว่าคนทั่วไปเมื่อเข้ามาหน้าโปรไฟล์แล้วจะเห็นข้อมูลอะไรบ้าง

ฟีเจอร์นี้มีมานาน แต่ปีที่แล้วเฟซบุ๊กถูกแฮกผ่านฟีเจอร์นี้ทำให้ข้อมูลผู้ใช้รั่วไหลถึง 50 ล้านคน จนเฟซบุ๊กต้องปิดบริการนี้ไปอย่างเร่งด่วน การนำฟีเจอร์นี้กลับมายังเพิ่มปุ่ม “Edit Public Details” ให้ผู้ใช้แก้ไขว่าคนทั่วไปควรมองเห็นข้อมูลอะไรบ้าง

ผมเองลองทั้งเว็บและแอปแอนดรอยด์ยังไม่ได้รับฟีเจอร์นี้ หากใครได้บนระบบไหนแล้วมาบอกกันได้ครับ

ที่มา – @facebook

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/109774

Facebook เผย ฟีเจอร์ Clear History จะมาเดือนหน้า พร้อมเตือนว่าอาจกระทบต่อการโฆษณาตามกลุ่มเป้าหมาย

แม้ว่า F8 ปี 2019 นี้ Facebook จะยังไม่เปิดตัวฟีเจอร์ Clear History ระบบล้างข้อมูลเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะทำให้ผู้ใช้ Facebook สามารถแยกประวัติการเข้าชมออกจากโปรไฟล์ได้ แต่ก็มีความท้าทายทางเทคนิคมากจึงทำให้ฟีเจอร์นี้ยังไม่ปล่อยออกมาให้ใช้งานจริง

ล่าสุดมีรายงานว่า Facebook เริ่มแจ้งเตือนผู้ลงโฆษณาแล้วว่า ฟีเจอร์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการโฆษณาตามกลุ่มเป้าหมายได้ โดย Facebook ระบุว่าฟีเจอร์ Clear History จะปล่อยในเดือนหน้า จึงต้องแจ้งเตือนให้ผู้โฆษณาเตรียมรับกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นด้วยตามมาด้วย คือ Facebook จะแยกข้อมูลการเข้าชมออกจากโปรไฟล์ ดังนั้นระบบโฆษณาตามกลุ่มเป้าหมายอาจไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนแต่ก่อนแล้ว

Facebook ระบุว่า “เมื่อใครสักคนแยกกิจกรรมนอก Facebook ออก เราไม่สามารถใช้ข้อมูลที่เขาล้างสำหรับการระบุกลุ่มเป้าหมายได้” ซึ่งในโพสต์มีคำเตือนว่าภาคธุรกิจควรตระหนักให้มากขึ้นหากคิดแคมเปญที่ต้องระบุกลุ่มโฆษณาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้และตลอดไป

Facebook ยังย้ำด้วยว่าความโปร่งใสถือเป็นเรื่องสำคัญ แม้ว่าโฆษณาจะทำให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม Facebook และบริการออนไลน์อื่น ๆ ใช้งานได้ฟรี แต่การโฆษณาและการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะไปด้วยกันไม่ได้ ซึ่ง Facebook จะอธิบายให้ผู้ใช้ทราบว่าข้อมูลของตนถูกใช้เพื่อการโฆษณาอย่างไร และเชิญชวนให้ภาคธุรกิจเริ่มคิดถึงวิธีให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีทำการตลาดของตนเองด้วย

Clear History นั้นถือเป็นความท้าทายของ Facebook มาก เพราะจำนวนผู้ใช้ที่มากถึงสองพันล้านคน ฟีเจอร์นี้จึงไม่ได้อิมพลีเมนต์ได้ง่าย แต่ผลสุดท้ายคือผู้ใช้จะได้รับความเป็นส่วนตัว ซึ่งก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า Facebook จะทำได้ตามสัญญาหรือไม่

ที่มา – Bloomberg, Facebook

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/109767

เปิดตัวเครื่องมือรัน Facebook Ads อัตโมนัติสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

Facebook เรียกเครื่องมือรันโฆษณาอัตโนมัติว่า Automated Ads โดยทำให้การลงโฆษณาเป็นเรื่องง่ายๆ เพียงตอบคำถามแค่ไม่กี่คำถาม โดยหลังตั้งโฆษณาจะสามารถไปขึ้นได้ทั้งบน ,Audience Network (แพลตฟอร์มโฆษณาของ Facebook), Instagram และ Facebook

โดย Automated Ads มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจ อย่างเช่น

  • สร้างรูปแบบของโฆษณาได้ต่างกันถึง 6 แบบ อัตโนมัติ
  • การเลือกกลุ่มเป้าหมาย (Audience options) หรือคำแนะนำต่างๆ (Recommedations) จะมาจากข้อมูลบนเพจที่มีอยู่
  • งบประมาณในการลงโฆษณาจะคำนวณจากเป้าหมาย (Goal) ที่เราตั้งไว้
  • มีการแจ้งเตือน (Notifications) คอยบอกว่าโฆษณาของเราทำงานเป็นอย่างไรบ้าง

ระบบจัดการนัดหมาย

ระบบและเครื่องมือตัวถัดมาที่ Facebook เปิดตัว คือ ระบบจัดการนัดหมายที่สามารถใช้ได้ทั้งบน Facebook และ Instagram ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงโฆษณา Facebook Ads ได้เลย

โดยฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถ

  • กดรับนัดหมายที่ร้องขอเข้ามาได้ทันทีจากทางออนไลน์
  • ส่งข้อความแจ้งเตือนลูกค้าว่ามีนัดหมายได้ผ่าน Messenger หรือ SMS
  • ปรับรายชื่อของบริการที่มีได้
  • เพิ่มชั่วโมงเปิด-ปิดในการให้บริการได้
  • Sync นัดหมายต่างๆ ที่เข้ามาผ่าน Facebook ให้มาขึ้นในปฏิทินส่วนตัวของเราที่อยู่บนออนไลน์ได้

เครื่องมือตัดต่อวิดีโอ

เครื่องมือตัวสุดท้ายที่ Facebook แนะนำ คือ เครื่องตัดต่อวิดีโอ (Video Editing) บน Facebook Ads ช่วยให้การตัดต่อวิดีโอกลายเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น โดยจะเพิ่มสามเครื่องมือเข้ามา ได้แก่ การตัด(Automatic cropping), การตัดวิดีโอบางส่วนออก (Video trimming) และการวางข้อความและภาพซ้อนเข้าไปได้ (Image and text overlays)

 

ที่มา : Search Engine Journal

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/05/facebook-launched-automated-ads-tool/