คลังเก็บป้ายกำกับ: FACEBOOK

Facebook ออกโอเพ่นซอร์ส Droidlet เสริมศักยภาพ AI ในหุ่นยนต์

การนำ AI เข้ามาใช้กับหุ่นยนต์มีมานานแล้ว แต่ดูเหมือนว่ายังค่อนข้างยุ่งยาก ซึ่งล่าสุด Facebook จึงได้ออกแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์สที่จะช่วยให้การนำ NLP และ Computer Vision เข้ามาใช้กับหุ่นยนต์เป็นเรื่องง่ายขึ้น

credit : facebook

ปัญหาการนำ NLP หรือการทำ Object Detection นั้นยังต้องพัฒนาอีกมากในหุ่นยนต์ โดย Droidlet คือแพลตฟอร์มที่จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถ Integrate อัลกอริทึม Machine Learning เข้ามาได้ง่ายขึ้น โดยมีทั้ง Dashboard สำหรับแก้ไขปัญหา หรือเครื่องมือในการตั้งค่าและปรับจูนค่า

นอกจากนี้แพลตฟอร์มยังถูกออกแบบมาในลักษณะเป็นโมดูล ซึ่งประกอบด้วย 

  • Memory System ส่วนเก็บข้อมูลให้แต่ละโมดูลต่างๆ
  • Perceptual การประมวลผลข้อมูลจากโลกภายนอกและเก็บต่อไปยัง Memory
  • Lower-level Task คำสั่งงานพื้นฐาน เช่น เคลื่อนไปข้างหน้า 3 ฟุต เป็นต้น หรือคำสั่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมของหุ่นยนต์
  • Controller ตัดสินใจเพื่อ Execute งานโดยพิจารณาจากสถานะใน Memory

ผู้สนใจศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://github.com/facebookresearch/droidlet

ที่มา : https://venturebeat.com/2021/07/30/facebook-open-sources-robotics-development-platform-droidlet/

from:https://www.techtalkthai.com/facebook-open-sources-droidlet-simplify-ai-integration-in-robot/

Facebook จับมือ Ray-Ban เตรียมเปิดตัว Smart Glasses แว่นตา AR ไวสุดสิ้นปีนี้

Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Facebook แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอันดับต้น ๆ ของโลก ได้ออกมาเปิดเผยด้วยตัวเองว่า ฮาร์ดแวร์ตัวต่อไปของบริษัทฯ จะเป็นแว่นตาอัจฉริยะ Smart Glasses ใช้กรอบจากแบรนด์ชื่อดังอย่าง Ray-Ban ลุ้นเปิดตัวในเร็ววันนี้

โดยแว่นตาอัจฉริยะดังกล่าว นอกจากจะใช้กรอบของ Ray-Ban แล้ว ยังจะมาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบที่ยืดหยุ่นสามารถนำไปใช้งานได้ในหลากหลายสถานการณ์ รองรับการแสดงผลแบบ Augmented Reality หรือภาพเสมือนจริง และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ อย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้

ในตอนแรกมีการคาดการณ์กันเอาไว้ว่า Facebook อาจเปิดตัว Smart Glasses รุ่นใดรุ่นหนึ่งในช่วงปี 2021 นี้ ทว่าโปรเจกต์ที่ว่ากลับถูกพับออกไปก่อนชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น แต่เชื่อว่าหลังจาก CEO คนเก่งของบริษัทฯ ออกมาประกาศยืนยันการมีตัวตนของแว่นตานี้ งานเปิดตัวก็น่าจะใกล้เข้ามาเต็มแก่แล้วล่ะ แหล่งข่าวเผยว่าไม่มาสิ้นปีนี้ก็ช่วงต้นปีหน้า

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีภาพเรนเดอร์หรือรายละเอียดสเปคของแว่นตาอัจฉริยะ Facebook นี้เปิดเผยออกมาเลยแต่อย่างใด คาดว่าเดี๋ยวใกล้ ๆ วันเปิดตัว น่าจะมีอะไรซักอย่างหลุดออกมาครับ

 

ที่มา: gizmochina

from:https://droidsans.com/facebook-partnership-rayban-smart-glasses-rumour/

Facebook รายได้เพิ่ม 56% ถึงแม้ได้รับผลกระทบ จากนโยบายความเป็นส่วนตัวของ iOS

Facebook ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2021, มีรายได้เพิ […] More

from:https://www.iphonemod.net/facebook-q2-2021-revenue-grows-56-percent.html

เหตุเกิดจากโควิดสายพันธุ์เดลตา ทวิตเตอร์, กูเกิล เลื่อนเปิดสำนักงานในสหรัฐฯ

จากการที่ CDC หรือ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ออกคำแนะนำรับมือโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ให้เริ่มสวมใส่หน้ากากอนามัยอีกครั้งแม้จะได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีหลายรายที่เริ่มกลับมาเปิดสำนักงานต้องเปลี่ยนท่าทีใหม่

โดยทวิตเตอร์ประกาศปิดสำนักงานที่นิวยอร์กและซานฟรานซิสโก ทั้งที่เพิ่งเปิดให้กลับมาทำงานเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่วนกูเกิลประกาศเลื่อนเปิดสำนักงานไปยังเดือน ต.ค. และบอกด้วยว่าพนักงานที่กลับมาทำงานต้องได้รับวัคซีนครบโดส ด้านเฟซบุ๊กประกาศต่อพนักงานง่า คนที่จะกลับเข้ามาทำงานต้องได้รับวัคซีนครบโดสเช่นกัน

ด้านแอปเปิลยังไม่ออกประกาศอะไรเพิ่มเติม แต่ก่อนหน้านี้ออกมาประกาศเลื่อนเปิดสำนักงานไปเดือนตุลาคมแล้ว

alt="Googleplex"

ที่มา – TechCrunch, CNBC, CNBC

from:https://www.blognone.com/node/123946

Facebook ไตรมาสล่าสุด รายได้เติบโต 56% จากธุรกิจโฆษณา

Facebook รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 2 ปี 2021 มีรายได้รวม 29,077 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 56% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 10,394 ล้านดอลลาร์

จำนวนผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม แบ่งเป็นเฉพาะ Facebook มีผู้ใช้งานเป็นประจำทุกวัน (DAUs) 1,908 ล้านคน (+7%) เป็นประจำทุกเดือน (MAUs) 2,895 ล้านคน (+7%) และมีจำนวนผู้ใช้งานรวมทุกบริการในเครือ 3.51 พันล้านคน (+12%)

Dave Wehner ซีเอฟโอ Facebook ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ารายได้โฆษณาที่เพิ่มขึ้น มาจากราคาเฉลี่ยต่อโฆษณาที่เพิ่มขึ้น 47% และจำนวนโฆษณารวมที่มากขึ้น 6% ส่วนในไตรมาสที่ 3 ปัจจุบัน น่าจะเห็นผลกระทบที่ชัดเจนขึ้นจากการปรับนโยบาย Ad Targeting บน iOS

ในช่วงแถลงผลประกอบการ ซีอีโอ Mark Zuckerberg กล่าวว่าตอนนี้วิดีโอเป็นคอนเทนต์ที่คนใช้เวลาเกือบครึ่งหนึ่งของเวลาทั้งหมดบน Facebook ส่วน Reels ซึ่งเป็นฟีเจอร์คลิปวิดีโอแนวตั้งบน Instagram เป็นส่วนสำคัญที่สุดของการเติบโตด้าน Engagement นอกจากนี้เขายังพูดถึงวิสัยทัศน์ที่จะยกระดับ Facebook ไปสู่บริษัทด้านโลกเสมือน Metaverse ที่ประกาศไปเมื่อวันก่อนอีกด้วย

ที่มา: Facebook และ Engadget

Facebook

from:https://www.blognone.com/node/123944

Instagram ตั้งบัญชีผู้เยาว์เป็น private ตั้งแต่เริ่มใช้งาน ปรับเงื่อนไขโฆษณาเจาะกลุ่มวัยรุ่นยากขึ้น

Instagram เพิ่มฟังก์ชั่นปกป้องผู้เยาว์หลายอย่าง โดยผู้ใช้งานอายุไม่เกิน 16 ระบบจะตั้งค่าบัญชีให้เป็นบัญชี private เป็นค่าตั้งต้น เท่ากับว่าเจ้าของบัญชีกำหนดได้ว่า ใครที่สามารถเห็นรูปของเราและคอมเม้นท์รูปของเราได้บ้าง รูปและวิดีโอของเจ้าของบัญชีผู้เยาว์จะไม่ปรากฏใน Explore และแฮชแท็กด้วย

ส่วนผู้ใช้งานเด็กๆ คนอื่น ที่ตั้งค่าบัญชีของตัวเองให้เป็น public ระบบจะแสดงคำแจ้งเตือน และประโยชน์ต่างๆ จากการตั้งค่าบัญชีเป็น private ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

No Description

Instagram บอกด้วยว่าได้พัฒนาเทคโนโลยีตัวหนึ่ง ที่จะไม่แนะนำบัญชีหรือรูปและวิดีโอของผู้เยาว์ให้ปรากฏใน Explore, Reels และ Accounts Suggested For You ไม่สามารถค้นหาชื่อบัญชีโดยตรงได้ รวมถึงไม่สามารถมองเห็นคอมเม้นท์ของเด็กๆ ตามโพสต์อื่นๆ ได้ด้วย ฟังก์ชั่นนี้จะเริ่มเปิดตัวในสหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, อังกฤษ, ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น

การทำโฆษณาบน Instagram, Facebook, Messenger จะไม่สามารถกำหนดเป้าหมายไปที่วัยรุ่นได้โดยตรง แต่จะถูกจำกัดให้กำหนดเป้าหมายโฆษณาตามอายุ เพศ และสถานที่ของวัยรุ่น ซึ่งแตกต่างจากตัวเลือกที่มีอยู่ก่อนหน้านี้อย่างกิจกรรมที่ผู้ใช้อาจสนใจ

ที่มา – Instagram, Gizmodo

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123928

Facebook ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ก้าวจากบริษัทโซเชียลเป็นบริษัท Metaverse

Facebook ประกาศตั้งทีม Metaverse Product Group ทำคอนเทนต์โลกเสมือนจริง ประกอบด้วยทีมย่อยคือ Horizon โซเชียลแบบ VR และทีมคอนเทนต์ที่ดึงมาจาก Facebook Gaming

หัวหน้าทีม Metaverse คือ Vishal Shah ที่ปัจจุบันเป็นผู้บริหารของ Instagram โดยจะขึ้นตรงกับ Andrew Bosworth หัวหน้าฝ่าย AR/VR ของ Facebook อยู่แล้ว

Bosworth บอกว่า Facebook มีทีมฮาร์ดแวร์อย่าง Oculus และ Portal ที่ย้ายตัวเราไปอยู่ในห้องเสมือนจริงร่วมกับคนอื่นๆ อยู่แล้ว แต่ยังขาดการสร้างประสบการณ์ที่ต่อเชื่อมพื้นที่เหล่านี้เข้าด้วยกัน เพราะสุดท้ายแล้ว การเคลื่อนย้ายตัวเองในโลกเสมือน ต้องง่ายในลักษณะเดียวกับการเดินข้ามห้องในโลกกายภาพจริงๆ

Mark Zuckerberg เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าต้องการยกระดับ Facebook จากบริษัทโซเชียลมีเดีย ไปเป็นบริษัท metaverse ซึ่งการตั้งทีม Metaverse ถือเป็นก้าวแรกของแผนการนี้

No Description

ที่มา – Andrew Bosworth, ภาพจาก Facebook

from:https://www.blognone.com/node/123906

Mark Zuckerberg: อนาคต Facebook จะไม่ใช่แค่โซเชียล แต่จะเป็น Metaverse Company เต็มตัว

ล้ำเหมือนอยู่ในโลกอนาคต Mark Zuckerberg วางแผนอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้าของ Facebook จะไม่ใช่แค่บริษัทโซเชียล แต่จะเป็นบริษัท Mataverse เชื่อมโลกเสมือนกับชีวิตความเป็นจริง

Metaverse โลกเสมือนที่เชื่อมต่อกับโลกแห่งความจริง

หลายปีมานี้เราจะได้ยินคำว่า Metaverse ซึ่งหากอธิบายภาษาไทยของคำๆ นี้ จะหมายถึง โลกดิจิทัลที่ผู้คนเข้ามาเล่น เรียน ทำงาน หรือแม้แต่ติดต่อสื่อสารกัน โดยใช้เทคโนโลยี VR ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อผู้คนเข้าสู่โลกเสมือนนี้ (ความหมายจาก Forbes) หรือหากเปรียบเทียบง่ายๆ Metaverse เป็นเหมือนโลกอินเตอร์เน็ตแบบ 3D ที่มีทั้งโลกเสมือน และโลกแห่งความจริง

ที่ผ่านมาหลายๆ คนจะเคยชินกับคำนี้ผ่านเทคโนโลยี VR ที่ใช้กับการเล่นเกม หรือการประชุม แต่ในความจริงแล้วบริษัทเทคอย่าง Facebook มองไปไกลกว่านั้นมาก

ล่าสุดคำว่า Metaverse ดูจะเข้าใกล้กับชีวิตของผู้คนมากขึ้น เพราะ Mark Zuckerberg CEO และผู้ก่อตั้ง Facebook เว็บไซต์โซเชียลชื่อดัง ประกาศกับพนักงานเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า Facebook จะไม่ใช่แค่โลกโซเชียลอีกต่อไป แต่จะเข้าสู่คำว่า Metaverse เต็มตัว

Metaverse ที่ Mark Zuckerberg หมายถึงไม่ใช่การที่ผู้คนจะมีปฎิสัมพันธ์กันผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ เท่านั้น

ด้านโฆษกของ Facebook ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Metaverse ที่ Mark Zuckerberg ตั้งเป้าหมายไว้ ว่าไม่ได้เป็นเพียงสิงเดียวที่บริษัทคิดจะพัฒนา แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายฝ่าย Mataverse จึงจะเป็นจริงขึ้นมาได้

Mark Zuckerberg กับ VR Oculus ภาพจาก Facebook

โลกแห่งการทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่การ Work From Home

ตัวอย่างหนึ่งของ Mateverse ที่ Mark Zuckerberg พูดถึง คือโลกแห่งการทำงาน ที่ Facebook กำลังพัฒนาพื้นที่การทำงานเสมือนจริงที่เรียกว่า Infinite Office ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างพื้นที่การทำงานตามอุดมคติของตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกนี้ก็ตาม และยิ่งในช่วงที่คนทั่วโลกต้องทำงานจากที่บ้าน Mark Zuckerberg ยิ่งรู้สึกถึงคำว่า Metaverse มากยิ่งขึ้นไปด้วย

ในอีก 5-10 ปีข้างหน้านี้ พนักงาน Facebook กว่าครึ่งจะทำงานจากที่ไหนก็ได้ Mark Zuckerberg ต้องการที่จะลดเวลา 5-10 ปีนี้ ให้เหลือเพียงครึ่งเดียว และจ้างพนักงานจากทุกที่ทั่วโลก ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ได้อีก ซึ่ง Mark Zuckberg ก็ตั้งคำถามด้วยว่าเรื่องนี้จะเป็นจริงได้หรือไม่ คำตอบคือเป็นไปได้ ด้วยเทคโนโลยีอย่าง AR และ VR ที่จะช่วยให้ผู้คนสามารถอยู่ในที่ที่ต้องการ และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ต้องการได้

ที่มา – The Verge, Yahoo News

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Mark Zuckerberg: อนาคต Facebook จะไม่ใช่แค่โซเชียล แต่จะเป็น Metaverse Company เต็มตัว first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/facebook-metaverse-company-in-the-next-five-years/

Facebook อัพเกรดไปใช้ MySQL 8.0 สำเร็จ แม้มีแพตช์เฉพาะของตัวเองจำนวนมาก

Herman Lee และ Pradeep Nayak จากเฟซบุ๊กเล่าถึงประสบการณ์การอัพเกรดจาก MySQL 5.6 ไปยัง MySQL 8.0 รุ่นล่าสุด ที่เป็นโครงการขนาดใหญ่เพราะเฟซบุ๊กเองดัดแปลง MySQL อย่างหนัก มีแพตช์รวม 2,300 ชุด, มีสตอเรจเอนจินของตัวเองที่ชื่อ MyRocks, หรือแม้แต่ error code สำหรับตอบกลับไคลเอนต์ก็มีโค้ดเฉพาะของเฟซบุ๊กเอง

เฟซบุ๊กอัพเกรดมาใช้ MySQL 5.6 โดยใช้เวลาย้ายระบบนานถึงหนึ่งปี และเมื่อ MySQL 5.6 กำลังหมดอายุซัพพอร์ตก็ต้องตัดสินใจว่าจะอัพเกรดไปยัง MySQL 5.7 หรือจะย้ายไป MySQL 8 เลยทีเดียว และหลังจากพิจารณาแล้วทีมงานก็ตัดสินใจอัพเกรดใหญ่ไปยัง MySQL 8 เนื่องจากมีฟีเจอร์หลายตัวเพิ่มเข้ามา เช่น Document Store ทีมงานแยกแพตช์ออกเป็นกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่จะทิ้งไปเนื่องจากฟีเจอร์ซ้ำซ้อนกับ MySQL 8.0 อยู่แล้ว, กลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเซิร์ฟเวอร์โดยตรง, กลุ่มที่ไม่เกี่ยวกับสตอเรจเอนจิน, และกลุ่มเกี่ยวกับสตอเรจเอนจิน MyRocks รวมใช้เวลาหลายปีจึงพอร์ตแพตช์ทั้งหมดสำเร็จ

No Description

ระบบขนาดใหญ่เช่นเฟซบุ๊กไม่สามารถปิดระบบเพื่ออัพเกรดได้ ทีมงานอาศัยการเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ MySQL 8.0 เข้าไปในคลัสเตอร์เดิม โดยให้เป็นเซิร์ฟเวอร์ secondary แล้วค่อยๆ เปิดให้ภายนอกเข้าไปอ่านข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ใหม่ จากนั้นจึงค่อยๆ ปิดเซิร์ฟเวอร์ MySQL 5.6 ไป

ทีมงานระบุว่าการตัดสินใจข้ามเวอร์ชั่น 5.7 ไปทำให้พบปัญหาใหญ่ๆ 2 ประการ คือ ไม่สามารถอัพเกรดเซิร์ฟเวอร์โดยตรงได้ แต่ต้องอาศัย dump มาสร้างเซิร์ฟเวอร์ใหม่ซึ่งใช้เวลาหลายวัน และใน MySQL 5.7 มีการเตือนว่า API เตรียมเลิกซัพพอร์ตแล้ว หากได้อัพเกรดไป 5.7 ก่อนก็จะเห็นคำเตือนเหล่านี้และมีโอกาสแก้ปัญหาล่วงหน้า

ที่มา – Facebook

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123886

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯเสนอเอาผิดโซเชียลมีเดีย ปล่อยให้มีข้อมูลเท็จต่อต้านวัคซีนโควิด-19

จากประเด็นข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะข่าวปลอมเรื่องวัคซีนโควิด-19 ทำให้บริษัทโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Twitter, YouTube เป็นเป้าโจมตีของหน่วยงานรัฐอีกครั้ง โดยรัฐมองว่าเพราะข่าวปลอมทำให้การฉีดวัคซีนให้ประชากรไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ล่าสุด วุฒิสมาชิกสภาสหรัฐ Amy Klobuchar และ Ben Ray Luján เสนอกฎหมาย Health Misinformation Act เพื่อเอาผิดบริษัทโซเชียลมีเดียที่จัดการข้อมูลปลอมไม่ดีพอ อัลกอริทึมส่งเสริมข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จากเดิมที่บริษัทโซเชียลเหล่านี้มีกฎคุ้มครองคือ Section 230 บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่โพสต์โดยผู้ใช้ Health Misinformation Act ก็มีเป้าหมายที่จะลบกฎคุ้มครองนั้นออกไป

No Description
ภาพจาก Facebook

Ben Ray Luján กล่าวในการแถลงการณ์ว่า ตลอดช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 บริษัทโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Twitter และ YouTube ไม่ได้จัดการอะไรเลย ในขณะที่ข้อมูลเท็จแพร่กระจายบนแพลตฟอร์ม ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจในเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ส่งเสริมทฤษฎีสมคบคิด และทำให้ชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง

ด้าน Kevin Martin รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะของ Facebook บอกว่าทางบริษัทส่งเสริมการปฏิรูป Section 230 และหวังว่าจะได้ร่วมงานกับสภาคองเกรสและอุตสาหกรรมต่างๆ ในการแก้ปัญหาข้อมูลผิดเรื่องสุขภาพ

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้ง Klobuchar และ Luján ส่งจดหมายถึง Mark Zuckerberg และ Jack Dorsey พบว่าประมาณ 65% ของเนื้อหาต่อต้านวัคซีน สามารถสืบย้อนไปจังตัวบุคคล 12 ราย ขอให้แพลตฟอร์มทำการแบนพวกเขา ด้านโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มองว่าโซเชียลมีเดียกำลังฆ่าคนทางอ้อม ปล่อยให้มีข้อมูลเท็จวัคซีน

ที่มา – CNET

from:https://www.blognone.com/node/123860