คลังเก็บป้ายกำกับ: FACEBOOK

งานวิจัยเผยคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจวิธีที่ Facebook เสนอโฆษณาให้ตรงกับความสนใจ

Facebook มีวิธีแบ่งประเภทผู้ใช้งานขึ้นอยู่กับความสนใจ เพื่อจะได้นำข้อมูลไปเสนอให้กับผู้ลงโฆษณาเพื่อยิงโฆษณาให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้งาน โดย Facebook มีหน้าเพจ Your ad preferencesให้ผู้ใช้ระบุความสนใจของตัวเอง และยังปิดการตั้งค่าส่วนนี้ได้ด้วย (แต่ก็จะเจอโฆษณาอื่นที่เราไม่สนใจแทน)

ความน่าสนใจคือ ผลวิจัยจากสำนัก Pew พบว่าคนอเมริกันถึง 74% ไม่รู้ว่า Facebook เสนอโฆษณาให้ตรงกับความสนใจ และไม่รู้ว่า Facebook มีอัลกอริทึมแบบนี้อยู่ด้วย

ผลวิจัยยังระบุเพิ่มว่า 59% ของผู้ให้การสำรวจบอกว่าความสนใจในหน้า ad preferences สะท้อนกับความสนใจของตัวเองในความจริง ในขณะที่อีก 27% บอกว่า ไม่สอดคล้องกับความสนใจจริงเท่าไร และผู้ให้การสำรวจ 51% บอกว่า รู้สึกไม่สบายใจที่ Facebook จัดอันดับตัวเองกับความสนใจแบบนี้

No Description

นอกจากนี้ผู้ให้การสำรวจ 88% ไม่รู้จักหน้าเพจ Your ad preferences จนกว่าจะมีลิงค์ตรงที่คนอื่นส่งให้ให้เข้าไปตรวจเช็กว่า Facebook รู้ความสนใจอะไรของเราบ้าง

ที่มา – The Next Web

from:https://www.blognone.com/node/107595

Advertisements

ระวังโดนหลอก !! Facebook แนะนำวิธีรักษาบัญชีผู้ใช้ ให้ปลอดภัยจากกลลวงฟิชชิ่งและสแกม

การศึกษาเกี่ยวกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยที่จัดทำขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นว่า 44.5% นั้นละเลยการตรวจสอบที่อยู่เว็บไซต์ที่พวกเขาใช้เพื่อทำธุรกรรมออนไลน์ว่าปลอดภัยหรือไม่ และ 43% ก็ยอมรับว่าเคยเปิดลิงค์กับอีเมล์ที่ดูไม่น่าไว้ใจ  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของคนไทยนั้นมีความเสี่ยงมากกว่าที่คิด  เราจึงจะมาบอกวิธีป้องกันบัญชี Facebook ให้ปลอดภัยกัน

นอกจากนี้ ธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ล้วนแต่มีความเสี่ยงทั้งนั้น การศึกษา 2 ชิ้นที่จัดทำขึ้นโดยซิสโก (Cisco) เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่ามีการรายงานการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งจำนวนหลายหมื่นครั้งทั่วโลกในแต่ละเดือน และโดยเฉลี่ยแล้ว มีพนักงาน 2 คนที่ทำงานอยู่ในธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อมมักดาวน์โหลดข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งนำมาสู่ภัยคุกคามภายในองค์กร

บัญชี Facebook แอดมินของกลุ่มสำหรับชุมชน เจ้าของเพจธุรกิจ สื่อมวลชน ครีเอเตอร์ และโปรไฟล์ของบุคคลที่มีชื่อเสียงต่างๆ นั้นอาจตกเป็นเป้าหมายของผู้ประสงค์ร้ายที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลการติดต่อและข้อมูลที่มีความอ่อนไหวอื่นๆ และนี่คือเคล็ดลับสำคัญจาก Facebook ในการหลีกเลี่ยงการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งและสแกม ซึ่งเป็นรูปแบบอาชญากรรมในโลกไซเบอร์ที่เป็นปัญหามาอย่างยาวนาน

ฟิชชิ่งคืออะไร

ฟิชชิ่ง คือ การหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต เมื่อมีบุคคลพยายามที่จะเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ Facebook ด้วยการส่งข้อความหรือลิงค์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ฟิชชิ่งมีรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งอีเมล์ โปรไฟล์ในโซเชียลมีเดีย โพสต์ และข้อความ หรือเว็บไซต์ปลอม โดยทั่วไปแล้ว นักต้มตุ๋นจะอ้างตัวว่าเป็นพนักงานจากบริษัทที่มีชื่อเสียงหรือแกล้งปลอมตัวเป็นบุคคลที่เรารู้จัก เพื่อขอให้ส่งข้อมูลรหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ และหากพวกเขาสามารถเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้งานได้ พวกเขาอาจใช้บัญชีของเราในการส่งสแปม

วิธีการป้องกันการถูกหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง

1. ระวังอีเมล์หรือข้อความเสี่ยงๆ

อีเมล์ที่มาจาก Facebook เกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้นั้นจะประกอบด้วย fb.com, facebook.com หรือ facebookmail.com เสมอ  ซึ่งสามารถเยี่ยมชม www.facebook.com หรือเข้าไปที่หน้าแอพ Facebook เพื่อตรวจสอบข้อความสำคัญจากระบบ  นอกจากนี้คืออย่าหลงเชื่อข้อความที่ขอเงิน ให้ของขวัญ หรือข่มขู่ว่าจะลบหรือแบนบัญชีผู้ใช้ Facebook

2. อย่าเผยข้อมูลการเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้

Facebook จะไม่ถามรหัสผ่านของเราผ่านอีเมล์ หรือส่งรหัสผ่านให้เป็นไฟล์แนบเป็นอันขาด และคุณควรหลีกเลี่ยงการเผยข้อมูลการเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้กับผู้อื่นด้วยเช่นกัน

3. อย่าคลิกลิงค์แปลกๆ

หากเห็นอีเมล์ ข้อความ หรือโพสต์ที่ไม่น่าไว้วางใจและอ้างว่ามาจาก Facebook อย่าคลิกไปที่ลิงค์หรือไฟล์แนบเหล่านั้น

  • เคล็ดลับเพิ่มเติม: หากลิงค์นั้นมีลักษณะที่ไม่น่าไว้วางใจนั้นจะเห็นชื่อหรือ URL ที่อยู่ด้านบนของเพจปรากฏเป็นสีแดงพร้อมสัญลักษณ์สามเหลี่ยมสีแดงเป็นการแจ้งเตือน

4. อย่าตอบกลับอีเมล์ที่น่าสงสัย

อย่าตอบกลับข้อความที่ขอรหัสผ่าน เลขประกันสังคม หรือข้อมูลบัตรเครดิต

5. รายงานตรงไปที่ Facebook

หากอีเมล์หรือข้อความ Facebook ที่ได้รับมีลักษณะที่น่าสงสัยก็สามารถรายงานไปที่ phish@fb.com หรือหากต้องการรายงานบทสนทนา ก็ควรถ่ายภาพหน้าจอไว้ก่อนที่จะลบหน้าบทสนทนานั้นทิ้งไป โดยข้อความต่างๆ จะยังไม่ถูกลบออกจากอินบ็อกซ์ของฝ่ายตรงข้าม นอกจากนี้ยังสามารถรายงานเนื้อหาที่เป็นอันตรายหรือสแปมบน Facebook ผ่านลิงค์การรายงานที่จะปรากฏอยู่ใกล้ๆ ตัวเนื้อหาอีกด้วย

6. ใช้งานฟีเจอร์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยต่างๆ

รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเข้าสู่ระบบที่ไม่คุ้นเคยและตั้งค่าการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีผู้ใช้ และเพื่อป้องกันตัวเองจากผู้ประสงค์ร้าย ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งหรือสแกม ก็ควรใส่ใจกับ “สัญญาณแจ้งเตือน” เพิ่มเติมที่อาจช่วยบ่งบอกว่าคุณกำลังตกเป็นเหยื่อของคนร้ายได้

  • วิธีการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งส่วนใหญ่มักเป็นการหลอกลวงที่เกี่ยวเนื่องกับอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ด้วยความพยายามที่จะสร้างความเข้าใจผิด นักต้มตุ๋นมักจะปลอมตัวเป็นบุคคลที่เรารู้จักและขอความช่วยเหลือและเงิน ในบางครั้ง พวกเขาอาจปลอมตัวเป็นเพื่อนหรือญาติ พร้อมบอกว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • นักต้มตุ๋นบางคนอาจส่งข้อความแนวโรแมนติกมาหา ด้วยความหวังที่จะได้รับความไว้วางใจอย่างรวดเร็ว แต่ระวังเอาไว้เพราะในตอนสุดท้าย พวกเขามักจะขอให้ส่งเงินไปให้ หรือนำข้อมูลส่วนตัวของนั้นๆ ไปเผยแพร่
  • อีกกลวิธีคือการส่งข้อความหาเพื่ออ้างสิทธิในการรับรางวัล ซึ่งคุณจะต้องชำระค่าสมาชิก จ่ายค่าธรรมเนียม หรือแชร์ข้อมูลส่วนตัวในการอ้างสิทธิเพื่อรับรางวัลนั้น แต่ข้อความเพื่อการหลอกลวงเหล่านี้มักเป็นข้อความที่สะกดผิดและผิดหลักการใช้ภาษา  ถ้าลองพิจารณาอย่างดูดีๆ แล้ว ก็จะสามารถสังเกตได้ว่าลิงค์นั้นเป็นของปลอม

ทำอย่างไรดีถ้าโดนหลอกไปแล้ว??

ถ้าเผลอไปให้ข้อมูลชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านในลิงค์ที่ไม่น่าเชื่อถือโดยไม่ได้ตั้งใจ  เราก็อยากแนะนำให้ทำใจเย็นๆ  และปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้

  • หากยังสามารถเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้ได้ก็ควร รักษามัน ด้วยการตั้งค่ารหัสผ่านใหม่และออกจากระบบจากอุปกรณ์ที่ไม่รู้จักทันที
  • หากรู้สึกว่าคุณตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม กรุณาแจ้งความกับตำรวจในบริเวณใกล้เคียง และหากได้ให้ข้อมูลบัตรเครดิตโดยไม่ได้ตั้งใจ รีบแจ้งทางธนาคารหรือบริษัทบัตรเครดิตของทันที นอกจากนี้ อย่าลืมรายงานบุคคลหรือบัญชีผู้ใช้นั้นกับทาง Facebook ด้วย

หรือหากอยากดูในส่วนข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้เพิ่มเติม  สามารถเข้าไปได้ที่ https://www.facebook.com/help/

ที่มา : ข่าว PR จาก บริษัท ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน สแตรทีจีส์ ประเทศไทย

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/01/how-to-protect-your-facebook-accout/

Facebook Tips – วิธีทำให้ Facebook ไม่แสดง “เห็นแล้ว” “กำลังพิมพ์” ในเวลาอ่าน Chat คนอื่น

หากเพื่อนๆ กำลังหาวิธีที่จะทำให้อีกฝ่ายที่เราคุยด้วย ใน Facebook เพื่อที่จะได้ไม่เห็นการกระทำของเรา เช่น “เห็นแล้ว” “กำลังพิมพ์…” โดยที่ตัวเราเองนั้นยังอ่านแชทอีกฝ่ายได้ แต่ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ความเคลื่อนไหวของเรา ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดๆ ก็ตาม ในววันนี้ทางทีมงานมีวิธีมาให้เพื่อนๆ ที่กำลังหาอยู่ทำดูครับ โดยเป็นการติดตั้ง Plugin ใน Google Chrome เพื่อช่วยซ่อนไว้นั่นเอง

Facebook

วิธีทำให้ Facebook ไม่แสดง “เห็นแล้ว” “กำลังพิมพ์” ในเวลาอ่าน Chat คนอื่น

ก่อนอื่นให้เพื่อนๆ ทำการ เปิด เบราเซอร์ Google Chrome ขึ้นมา จากนั้นให้เพื่อนๆ เข้าไปที่ Chrome Web Store หาตัวช่วยของเราคือ Unseen – Chat Privacy หรือดาว์นโหลดได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้

ดาวน์โหลด – Unseen – Chat Privacy

ทำการติดตั้งโดยการ Add to Chrome

เบราเซอร์จะแสดง pop-up ขึ้นมาให้เห็น ให้เราคลิกที่ เพิ่มส่วนขยาย

หากติดตั้งเสร็จจะมีไอคอนเล็กๆ โผล่ไปอยู่ที่มุมขวามือบน ของ Google Chrome

ให้คลิ้กเพื่อเปิดขึ้นมา โดยเราสามารถเลือกที่จะตั้งค่าว่าให้ ซ่อน ส่วนไหนบ้าง

เพียงแค่นี้ เพื่อนๆ ก็จะสามารถซ่อนการกระทำของเพื่อนๆ เวลาที่ใช้แชทกับอีกฝ่ายได้แบบเนียนๆ แล้ว โดยที่อีกฝ่าย ไม่รู้ว่าเราอ่านหรือกำลังพิมพ์อะไรอยู่ จะส่องจะทำอะไรก็ไม่ต้องกลัวใครรู้แล้วว

from:https://notebookspec.com/hide-seen-facebook-tips/468607/

Aaron Sorkin คนเขียนบทหนัง The Social Network ชี้ หนังควรมีภาคต่อ

Aaron Sorkin ผู้เขียนบทหนังดังในอดีตเรื่อง The Social Network ที่เล่าการก่อตั้ง Facebook ของ Mark Zuckerberg ออกมาพูดในรายการของ AP Entertainment ว่า อาจจะถึงเวลาแล้ว ที่หนังควรมีภาคต่อเพื่อห้ทันต่อสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น

ไม่ใช่แค่คนเขียนบท แต่ยังรวมถึงโปรดิวเซอร์ Scott Rudin ก็คิดเหมือนกัน โดยเขาบอกว่าได้รับอีเมลหลายฉบับ กระตุ้นให้สร้างหนังภาคต่อ

หากใครพอจะจำกันได้ หนังเรื่อง The Social Network ได้นักแสดง Jesse Eisenberg ที่หน้าตาคล้ายผู้ก่อตั้ง Facebook ตัวจริงมารับบท ตัวหนังเล่าตั้งแต่การเริ่มก่อตั้งเว็บกับเพื่อน ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมาร์คกับแฟนสาว และเพื่นสนิท เนื้อหาออกแนวดราม่ามากกว่าจะบรรยายให้เห็นว่า Facebook ก่อตั้งอย่างไร หนังได้รางวัลออสการ์ไปเยอะมาก

Facebook ในปี 2010 กับปัจจุบัน เปลี่ยนไปไม่เหลือเค้าเดิมและกำลังเจอวิกฤตเลวร้ายที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งมา เชื่อว่าหลายคนคงอยากดู Facebook ในมุมมองหนังอีกครั้งว่า หนังจะสื่อสารออกมาแบบไหน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงความคิดเห็นของคนเขียนบทหนังกับโปรดิวเซอร์เท่านั้น ยังไม่มีอะไรมายืนยันว่าจะมีการสร้างหนังภาคต่อหรือไม่

No Description

ที่มา – The Hollywood Reporter

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/107531

Facebook แบนเพจดิจิทัลเอเยนซี่ในฟิลิปปินส์ คนตามกว่าสิบล้าน เพราะผิดกฎเรื่องสแปม

Facebook เดินหน้าปราบปรามเรื่องบัญชีปลอม และสแปม ล่าสุดประกาศแบนเพจดิจิทัลเอเยนซี่ในฟิลิปปินส์ที่เป็นเพจใหญ่มีคนติดตามราว 10 ล้าน และเพจในเครืออื่นๆ ที่มียอดไลค์หลักล้านอีกหลายเพจ

เพจดังกล่าวเป็นของบริษัท Twinmark Media Enterprises โดย Facebook บอกว่าทางบริษัทละเมิดนโยบาย บิดเบือนความจริง สร้างสแปม ทำบัญชีปลอม พยายามซื้อยอดไค์ยอดแชร์เพื่อหวังผลกำไร

ตัวอย่างของเนื้อหาที่ผิดกฎของเพจดังกล่าวคือ มีการเปลี่ยนชื่อเพจ เป้าหมายของเพจ หลังจากที่มีคนติดตามเยอะ เป็นการส้รางความเช้าใจผิดให้กับผุ้ติดตาม ถือเป็นการละเมิดกฎแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน และข่าวที่แชร์ก็พาดหัวชวนให้คลิกและชวนให้เข้าใจผิด หรือแนวคลิกเบท

No Description

เพจที่แบนไปทั้งหมดมี 220 เพจ บัญชี Facebook 73 บัญชี และ Instagram 29 บัญชี โดยเพจ ที่มีคนติดตามสูงสุดคือ

  • Filipino Channel Online มีคนตาม 10.4 ราย
  • Gorgeous Me มีคนตาม 5.7 ล้าน
  • Unhappy มีคนตาม 4.9 ล้าน
  • Text Message มีคนตาม 4.4 ล้าน
  • TNP Media มีคนตาม 4.3 ล้าน

ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีพฤติกรรม click farm สูง หรือการรับจ้างกดไลค์เพื่อปั๊มตัวเลขให้สูงเกินจริง ประเศอื่นที่มีชื่อเรื่องนี้คือ จีน อินเดีย เนปาล ศรีล้งกา บังกลาเทศ อินโดนีเซีย

ที่มา – Facebook Newsroom

from:https://www.blognone.com/node/107519

Facebook Messenger แอบใส่ Dark Mode มาแล้ว คาดจะเปิดให้ใช้งานเร็วๆ นี้ (ใครอยากลองก่อนต้อง root)

ตอนนี้การใช้งาน Dark Mode กำลังมาแรงเลยล่ะ เห็นได้จากแอปหลายๆ แอป รวมถึง UI ของมือถือหลายๆ รุ่น เริ่มทยอยใส่โหมดดังกล่าวเข้ามาให้ใช้กัน เนื่องจากความที่มันมีสีดำๆ หม่นๆ สบายตา แถมยังช่วยประหยัดแบตได้อีกต่างหาก และตอนนี้แอปแชทสุดฮิตอย่าง Facebook Messenger ก็กำลังจะมีโหมดนี้ให้ใช้ด้วยเหมือนกัน

Facebook Messenger ปกติจะได้รับการอัพเดทรูปร่างหน้าตาอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว รวมถึง Dark Mode ที่ว่านี่ด้วย แต่เนื่องจากมันยังไม่พร้อมใช้ หรืออาจจะยังพัฒนาไม่เสร็จหรือยังไงไม่ทราบ ก็เลยแอบซ่อนโหมดดังกล่าวเอาไว้ ยังไม่สามารถเปิดให้ใช้งาน แต่ก็มีสมาชิกจากเว็บไซท์ XDA-Developers ค้นพบวิธีเปิดใช้งาน Dark Mode กันจนได้.. แต่ว่ามือถือเครื่องนั้นจะต้องรูทซะก่อนนะ

ก่อนอื่นก็ไปดาวน์โหลดแอป Facebook Messenger 198.0.0.5.99 beta เวอร์ชั่นล่าสุด เป็นไฟล์ APK มาติดตั้งลงในเครื่องกันก่อน (เว็บนี้โหลดได้ปลอดภัยไร้ไวรัส) จากนั้นก็ไปดาวน์โหลดแอป Termux มาติดตั้งต่ออีกทีนึง

Termux (Free, Google Play) →

 

เปิดแอป Termux ขึ้นมา พิมพ์ su และกด Enter จะมีกล่องข้อความเด้งขึ้นมาเพื่อขออนุญาตเข้าถึงระบบเครื่อง ก็ให้กดอนุญาตซะ แล้วเราก็จะกลายเป็น Superuser เรียบร้อย (ถ้ายังไม่ root ก็จะทำไม่ได้นะ)

จากนั้นให้พิมพ์ am start -n com.facebook.orca/com.facebook.abtest.gkprefs.GkSettingsListActivity ลงไปและกด Enter ก็จะมีหน้าจอแบบนี้เด้งขึ้นมา

กดที่ Search Gatekeepers และพิมพ์ dark ก็จะมีตัวเลือกเด้งขึ้นมาอีก 4 ข้อ ให้กดเปลี่ยนข้อที่เป็น No ให้กลายเป็น Yes ให้หมด

จากนั้นก็ปิดแอป Termux ซะ แล้วไปเปิดแอป Facebook Messenger (ก่อนเปิดควรจะ Force Close แอป Messenger ซะครั้งนึงก่อน หรือไม่ก็รีสตาร์ทเครื่องไปเลยก็ได้) กดที่รูปโปรไฟล์ของเราตรงมุมซ้ายบน จากนั้นเลื่อนลงมาก็จะเจอตัวเลือกให้เปิด Dark Mode โผล่ขึ้นมาให้ใช้แล้วล่ะ

ใครที่อยากมี Dark Mode ใช้ใน Messenger ก่อนใครเท่ๆ แล้วมีความรู้ในการรูทเครื่อง หรือเครื่องรูทอยู่แล้ว ก็ลองทำกันดูได้เลย ไม่ยากไม่เย็นอะไร 5 นาทีก็เสร็จแล้วล่ะ

 

ที่มา : XDA-Developers

from:https://droidsans.com/enable-dark-mode-facebook-messenger-root/

ผลวิจัยชี้ ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มแชร์ข่าวปลอมใน Facebook มากที่สุด

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย New York และ Princeton พบว่าผู้สูงอายุชาวอเมริกัน มีการแชร์ข่าวปลอม มากกว่าคนที่มีอายุน้อยกว่า โดยไม่จำกัดถึงระดับการศึกษา, เพศ, เชื้อชาติ, รายได้ หรือ จำนวน Link ที่ถูกแชร์ ความจริงแล้วอายุ เป็นตัวบ่งบอกพฤติกรรมมากที่สุด รวมถึงการมีส่วนร่วมทางการเมือง

ข่าวปลอมเข้ามามีอิทธิพลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่โซเชียลเน็ตเวิร์คเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตของผู้คน โดยข่าวปลอมเริ่มถูกหยิบมาเป็นประเด็นให้พูดถึงอย่างจริงจัง ในช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ครั้งล่าสุดในปี 2016 ซึ่ง Donald Trump สร้างความประหลาดใจด้วยการรับชัยชนะเหนือ Hillary Clinton

ในช่วงต้นปี 2016 บริษัทวิจัย YouGov ได้รวบรวมกลุ่มตัวอย่าง 3,500 คน ซึ่งมีทั้งคนที่ใช้ Facebook และไม่ได้ใช้ โดยหลังจากวันที่ 16 พฤศจิกายน YouGov ได้ขอให้กลุ่มตัวอย่างติดตั้งแอพพลิเคชั่นติดตามพฤติกรรมการใช้งาน Facebook แล้วพบว่า 49% ของกลุ่มตัวอย่างยินดีติดตั้งแอพดังกล่าว ทำให้เราได้ทราบพฤติกรรมการแชร์ของผู้ใช้งาน Facebook

ผลวิจัยพบว่ามีเพียง 8.5% ของกลุ่มตัวอย่างเท่านั้น ที่มีการแชร์ข่าวปลอมจากเว็บไซต์ต่างๆ และกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้อนุรักษ์นิยมมีแนวโน้มแชร์ข่าวปลอมมากกว่ากลุ่มตัวอย่างที่เป็นเสรีนิยม มี 18% ของกลุ่มตัวอย่างที่เป็น Republican แชร์ข่าวปลอม ขณะที่ 4% เป็น Democrat ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าในปี 2016 ข่าวปลอมมีส่วนช่วยส่งเสริม Donald Trump ให้ได้รับคะแนนเสียง

นอกจากนี้ ผลจากการวิจัยยังพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มีการแชร์ข่าวปลอมถึง 11% ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 18 – 29 ปี มีการแชร์ข่าวปลอมเพียง 3% และกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ยังมีการแชร์ข่าวปลอมมากกว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 45 – 65 ปี ถึงสองเท่า

ผลจากการศึกษาไม่ได้ให้ข้อสรุปว่า ทำไมกลุ่มผู้สูงอายุถึงมีการแชร์ข่าวปลอมมากกว่าคนที่มีอายุน้อยกว่า แต่นักวิจัยคาดว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้สูงอายุขาดทักษะ Digital Literacy หรือ การรับรู้เกี่ยวกับเรื่องดิจิตอล จึงขาดความเข้าใจและประสบการณ์ในโลกไซเบอร์ และอีกประเด็นหนึ่ง กลุ่มผู้สูงอายุ มักจะถูกชักจูงได้ง่าย

ที่มา – The Verge

from:http://www.flashfly.net/wp/239022