คลังเก็บป้ายกำกับ: FACEBOOK

Facebook ยอมถอยเรื่อง Libra พร้อมแก้และรอหน่วยงานกำกับดูแลอนุมัติ หลังหลายฝ่ายกังวล

เดวิด มาร์คัส หัวหน้าฝ่าย Blockchain ของ Facebook เตรียมถอยเรื่อง Libra และกล่าวว่าจะแก้ไขปัญหาที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินกังวล รวมไปถึงรอการอนุมัติจากหน่วยงานเหล่านี้ด้วย

Facebook Libra
ภาพจาก Shutterstock

เดวิด มาร์คัส หัวหน้าฝ่าย Blockchain ของ Facebook เองได้กล่าวว่าบริษัทจะยอมถอยเรื่องของสกุลเงิน Libra หลังจากที่คณะกรรมาธิการด้านการเงินของสหรัฐ ก็ได้ออกมาแสดงความกังวล และพยายามขอให้ ​Facebook ระงับการพัฒนาสกุลเงินตัวใหม่นี้ด้วย

อีกรายที่ออกมาแสดงความคิดเห็นล่าสุดคือ สตีเว่น มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าสกุลเงินใหม่อย่าง Libra นั้นอาจกลายเป็นเครื่องมือสำหรับการทำผิดกฎหมายได้ โดยเฉพาะเรื่องของการฟอกเงิน รวมไปถึงด้านการก่อการร้าย

การแสดงความคิดเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้แสดงความคิดเห็นว่า Cryptocurrency ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในการกำกับดูแลของหน่วยงานต่างๆ และยังสามารถนำมาใช้ในเรื่องที่ผิดกฎหมายได้ นอกจากนี้ยังมองว่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐก็ใช้อย่างแพร่หลายอยู่แล้วด้วย แต่ถ้า Facebook อยากออกสกุลเงินมาก็ต้องอยู่ในการกำกับดูแล

ขณะที่ เจอโรม พาเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ก็กังวลถึงสกุลเงินใหม่ Libra เช่นกัน โดยกังวลถึงเสถียรภาพของภาคการเงิน ความเป็นส่วนตัว เรื่องของการป้องกันการฟอกเงินและใช้ในการก่อการร้าย

ในสัปดาห์นี้ เดวิด มาร์คัส เตรียมที่จะเข้าให้การแถลงต่อคณะกรรมการด้านการเงินในเรื่องนี้แล้ว โดยเขาบอกว่าจะแก้ไขปัญหาของ Libra ตามที่หน่วยงานกำกับดูแลมีความกังวล และจะไม่ออกสกุลใหม่นี้มาจนกว่าจะแก้เรื่องของความกังวลนี้ออกไป

เขาเองได้กล่าวว่า Facebook ไม่ได้ต้องการที่จะหากำไรในสกุลเงินดิจิทัลใหม่ตัวนี้ในช่วงเริ่มต้น และเขาเองยังยืนยันว่าข้อมูลต่างๆ จะไม่เชื่อมต่อกับ Facebook เด็ดขาด นอกจากนี้เขายังได้กล่าวว่าถ้าหากสหรัฐยังขวางในเรื่องนี้ ท้ายที่สุดสหรัฐก็จะกลายเป็นประเทศที่ไม่ใช่ผู้นำนวัตกรรมของอนาคต และประเทศอื่นๆ ก็จะนำวิธีการนี้ไปใช้อยู่ดี

อัพเดตล่าสุด – เขาเองได้ออกแถลงการณ์ในเรื่องนี้ด้วย

ที่มา – Euronews, Business Insider, BBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/david-marcus-facebook-libra-currency-will-wait-for-approval-from-regulator/

โฆษณา

รมว.คลังสหรัฐ ร่วมวงวิจารณ์เงิน Libra ชี้อาจถูกใช้ฟอกเงิน-สนับสนุนก่อการร้าย

ถัดจากความเห็นของประธานาธิบดี Donald Trump ต่อ Libra มาเป็นคิวของ Steven Mnuchin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ ที่ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

Mnuchin บอกว่า Libra อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น ฟอกเงิน หรือเป็นช่องทางสนับสนุนผู้ก่อการร้าย ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องความมั่นคงของชาติ (national security) ที่เกิดขึ้นมาแล้วกับเงินคริปโตอย่าง Bitcoin และเขารู้สึก “ไม่สบายใจ” (not comfortable) กับการเปิดตัว Libra

Mnuchin ยังบอกว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ ดำเนินงานอยู่ในเงามืด และพูดถึงความเห็นของ Trump ว่า Trump เป็นห่วงในประเด็นปัญหาเหล่านี้ และทางรัฐบาลสหรัฐก็ทำงานเพื่อรับมือเรื่องนี้มานานแล้วเช่นกัน เขาบอกว่าถ้า Facebook ต้องการให้รัฐบาลสหรัฐสบายใจต่อ Libra ก็จำเป็นต้องแก้ปัญหาต่างๆ อีกมาก

นอกจากนี้ Jerome Powell ประธานของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ก็ออกมาให้ความเห็นแบบเดียวกันว่า “กังวลมาก” (serious concerns) ถึงแผนการเปิดตัว Libra ของ Facebook ในปีหน้า

ที่มา – CNBC

No Description

Steven Mnuchin ภาพจาก Getty Images

from:https://www.blognone.com/node/110869

ทรัมป์ดับฝันเฟสบุ๊ก ล้มแผนสกุลเงินคริปโต Libra อ้างไม่น่าเชื่อถือ!

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมานั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศล้มแผนของเฟสบุ๊กที่จะสร้างสกุลเงินดิจิตอลของตัวเองที่ชื่อ Libra โดยอ้างว่า “ไม่มีความน่าเชื่อถือและความมั่นคงต่ำ” โดยท่านประธานาธิบดีที่ระบุผ่านทวิตเตอร์เมื่อคืนวันพฤหัสบดี

เนื้อหาในทวีตกล่าวว่า ทรัมป์ “ไม่ใช่แฟนคลับของทั้งบิทคอยน์และเงินคริปโตสกุลใดๆ ที่ไม่ใช่เงินที่ใช้ในโลกของความเป็นจริง โดยเฉพาะสกุลเงินที่มีความเฟ้อสูง และแทบจะปราศจากแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ” รวมทั้งยังย้ำว่าเป็น “ทรัพย์สินแบบคริปโตที่ไม่ได้ถูกจัดการภายใต้กฎหมาย”

ทั้งนี้ ทรัมป์มองว่าทรัพย์สินในรูปที่ควบคุมไม่ได้ดังกล่าวจะไปส่งเสริมการค้ายาเสพติด รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่ถูกกฎหมายได้ และระบุด้วยว่า “เงิน Libra ของเฟสบุ๊กที่เป็นสกุลเงินแบบเวอร์ช่วลก็ถือว่ามีความมั่นคงหรือเสถียรภาพต่ำ”

ถ้าเฟสบุ๊กและบริษัทอื่นอยากเป็นธนาคาร ก็ต้องจัดตั้งให้ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในฐานะสถาบันการเงินเช่นเดียวกับธนาคารอื่นๆ ทั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ” ทำให้ทรัมป์ถือเป็นผู้ใหญ่ในรัฐบาลรายล่าสุดที่แสดงความวิตกอย่างรุนแรงเกี่ยวกับสกุลเงิน Libra ใหม่นี้

ที่มา : Politico

from:https://www.enterpriseitpro.net/trump-attacks-facebooks-libra-currency/

เฟซบุ๊กเปิดซอร์ส Hermes เอนจินจาวาสคริปต์สำหรับรัน React Native บนแอนดรอยด์

เฟซบุ๊กประกาศเปิดซอร์สโครงการ Hermes JS Engine เอนจินจาวาสคริปต์สำหรับรันโค้ดบนโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะแอนดรอยด์และเฟรมเวิร์ค React Native

จุดสำคัญของ Hermes คือมันไม่ได้โหลดโค้ดจาวาสคริปต์มาคอมไพล์ขณะที่รันครั้งแรกเหมือนเอนจินอื่นๆ แต่อาศัยการคอมไพล์ไว้ล่วงหน้าเป็นไบต์โค้ด เมื่อติดตั้งแอปแล้วตัวเอนจินจึงโหลดไบต์โค้ดมารัน ทำให้กระบวนการเปิดแอปเร็วขึ้น นอกจากความเร็วในการรันครั้งแรก Hermes ยังปรับการใช้หน่วยความจำให้ประหยัดหน่วยความจำขึ้น ลดเวลาการรัน garbage collection (GC) เพื่อให้แอปตอบสนองเร็ว

เป้าหมายของ Hermes คือรองรับ ECMAScript 6 แต่ตอนนี้ยังมีบางฟีเจอร์ที่ React Native ไม่ได้ใช้จึงเลือกที่จะไม่อิมพลีเมนต์ โดยเฉพาะฟังก์ชั่น eval ที่ถูกตัดออกไป

สัญญาอนุญาตเป็น MIT License น่าจะใช้งานได้ค่อนข้างอิสระ

ที่มา – Facebook Code Blog

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110861

จากเหตุการณ์ Facebook ล่ม แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการตรวจหาและแท็กรูปผู้คนต่างๆ บนเว็บไซต์ของ AI

เมื่อคืนวันพุธสัปดาห์ก่อนหน้า หลายๆ คนน่าจะประสบปัญหาเดียวสำหรับการใช้งาน Facebook | Messenger | Instagram | WhatsApp ว่าไม่สามารถเปิดรูปภาพที่เพื่อนโพสต์หรือส่งมาได้ ขึ้นเป็นภาพที่ยังโหลดไม่ขึ้นตลอด ล่าสุดหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เราก็ได้เห็นความลับเบื้องหลังของระบบ AI ของ Facebook ที่ใช้ตรวจและแท็กผู้คนในภาพของเว็บไซต์แล้ว จะเป็นยังไง มาดูกันเลยดีกว่า

ถ้าตอนที่ระบบกำลังล่ม ใครได้สังเกตรูปถ่ายที่ได้อัพโหลด ก็จะเห็นว่าในรูปนั้นจะขึ้นรูปเป็นแบบเหมือนรูปยังโหลดไม่เสร็จพร้อมกับข้อความที่ว่า “ในรูปอาจจะมี: ผู้คนกำลังยิ้ม, ผู้คนกำลังเต้น, งานแต่งงาน และในร่ม” หรือว่า “ในรูปอาจจะมี: แมว” พูดง่ายๆ เลยว่าสำหรับสายตาคอมพิวเตอร์แล้ว มันเห็นเราแค่นั้นจริงๆ ไม่ว่าเราจะโพสต์รูปเฮฮาแค่ไหน มันก็เห็นเป็นแค่ตัวอักษรแบบข้างต้นเฉยๆ.. ขณะที่บน Instagram ก็จะขึ้นข้อความแบบนี้ในลักษณะเดียวกัน โดย Facebook ได้ใช้ AI ในการตรวจจับและแท็กรูปภาพแบบนี้มาตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2016 แล้ว 

ทั้งนี้ก็ไม่ชัวร์ว่า Facebook จะนำข้อมูลดังกล่าวของเราไปทำโฆษณาขึ้นฟีดหรือเปล่า เพราะข้อมูลเหล่านี้ถือว่าเป็นข้อมูลที่แทบจะเป็นส่วนตัวเอามากๆ เชื่อว่ามนุษย์ตัวเป็นๆ อย่างเราก็แทบไม่ได้สังเกตหรอกว่าเวลาเพื่อนโพสต์หรืออัพรูปอะไร มีวัตถุอะไรอยู่ในนั้นบ้าง แต่ AI ของ Facebook จับได้หมดเลยนะ รู้หมดเลยว่าเรามีสัตว์เลี้ยงหรือเปล่า งานอดิเรกเป็นอะไร ชอบไปไหนวันหยุด หรือแม้กระทั่งของสะสมต่างๆ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 มีโปรแกรมเมอร์หนึ่งคนได้ออกมาสร้างและพัฒนาส่วนต่อขยายของ Google Chrome ที่จะมาให้คำบรรยายว่าในรูปแต่ละรูปนั้นมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง พร้อมทั้งยังบอกอีกว่า “ผมคิดว่าผู้ใช้อินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่ไม่ทราบหรอกว่าในรูปภาพหนึ่งรูปนั้นมีข้อมูลอะไรต่างๆ เกี่ยวกับพวกเขามากมายแค่ไหน” 

บางอัน AI ก็ถึงกับบอกได้เลยว่าคนที่อยู่ในภาพนั้นมีชื่อว่าอะไร

ไม่ว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น Facebook จะเอาไปใช้ทำอะไรต่อ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและแปลกประหลาดอย่างมากที่ระบบ AI ของหนึ่งในบริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกจะออกมาเรียบง่ายขนาดนี้.. แต่ก็นะเบื้องหลังอาจจะซับซ้อนมากกว่านี้ก็ได้

ว่าแต่อันนี้ตลกนะ AI ของ Facebook กลับตรวจจับได้แค่ 6 คนในรูปที่มีทั้งหมด 7 คน… หรือจริงๆ AI นั้นถูกแล้ว มี 6 คนจริงๆ ส่วนอีกคนนั้นเป็นพระเจ้า ฮ่าๆ

ที่มา: TheVerge 

 

from:https://droidsans.com/%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-facebook-%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab/

จากเหตุการณ์ Facebook ล่ม แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการตรวจหาและแท็กรูปผู้คนต่างๆ บนเว็บไซต์ของ AI

เมื่อคืนวันพุธสัปดาห์ก่อนหน้า หลายๆ คนน่าจะประสบปัญหาเดียวสำหรับการใช้งาน Facebook | Messenger | Instagram | WhatsApp ว่าไม่สามารถเปิดรูปภาพที่เพื่อนโพสต์หรือส่งมาได้ ขึ้นเป็นภาพที่ยังโหลดไม่ขึ้นตลอด ล่าสุดหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เราก็ได้เห็นความลับเบื้องหลังของระบบ AI ของ Facebook ที่ใช้ตรวจและแท็กผู้คนในภาพของเว็บไซต์แล้ว จะเป็นยังไง มาดูกันเลยดีกว่า

ถ้าตอนที่ระบบกำลังล่ม ใครได้สังเกตรูปถ่ายที่ได้อัพโหลด ก็จะเห็นว่าในรูปนั้นจะขึ้นรูปเป็นแบบเหมือนรูปยังโหลดไม่เสร็จพร้อมกับข้อความที่ว่า “ในรูปอาจจะมี: ผู้คนกำลังยิ้ม, ผู้คนกำลังเต้น, งานแต่งงาน และในร่ม” หรือว่า “ในรูปอาจจะมี: แมว” พูดง่ายๆ เลยว่าสำหรับสายตาคอมพิวเตอร์แล้ว มันเห็นเราแค่นั้นจริงๆ ไม่ว่าเราจะโพสต์รูปเฮฮาแค่ไหน มันก็เห็นเป็นแค่ตัวอักษรแบบข้างต้นเฉยๆ.. ขณะที่บน Instagram ก็จะขึ้นข้อความแบบนี้ในลักษณะเดียวกัน โดย Facebook ได้ใช้ AI ในการตรวจจับและแท็กรูปภาพแบบนี้มาตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2016 แล้ว 

ทั้งนี้ก็ไม่ชัวร์ว่า Facebook จะนำข้อมูลดังกล่าวของเราไปทำโฆษณาขึ้นฟีดหรือเปล่า เพราะข้อมูลเหล่านี้ถือว่าเป็นข้อมูลที่แทบจะเป็นส่วนตัวเอามากๆ เชื่อว่ามนุษย์ตัวเป็นๆ อย่างเราก็แทบไม่ได้สังเกตหรอกว่าเวลาเพื่อนโพสต์หรืออัพรูปอะไร มีวัตถุอะไรอยู่ในนั้นบ้าง แต่ AI ของ Facebook จับได้หมดเลยนะ รู้หมดเลยว่าเรามีสัตว์เลี้ยงหรือเปล่า งานอดิเรกเป็นอะไร ชอบไปไหนวันหยุด หรือแม้กระทั่งของสะสมต่างๆ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 มีโปรแกรมเมอร์หนึ่งคนได้ออกมาสร้างและพัฒนาส่วนต่อขยายของ Google Chrome ที่จะมาให้คำบรรยายว่าในรูปแต่ละรูปนั้นมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง พร้อมทั้งยังบอกอีกว่า “ผมคิดว่าผู้ใช้อินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่ไม่ทราบหรอกว่าในรูปภาพหนึ่งรูปนั้นมีข้อมูลอะไรต่างๆ เกี่ยวกับพวกเขามากมายแค่ไหน” 

บางอัน AI ก็ถึงกับบอกได้เลยว่าคนที่อยู่ในภาพนั้นมีชื่อว่าอะไร

ไม่ว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น Facebook จะเอาไปใช้ทำอะไรต่อ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและแปลกประหลาดอย่างมากที่ระบบ AI ของหนึ่งในบริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกจะออกมาเรียบง่ายขนาดนี้.. แต่ก็นะเบื้องหลังอาจจะซับซ้อนมากกว่านี้ก็ได้

ว่าแต่อันนี้ตลกนะ AI ของ Facebook กลับตรวจจับได้แค่ 6 คนในรูปที่มีทั้งหมด 7 คน… หรือจริงๆ AI นั้นถูกแล้ว มี 6 คนจริงๆ ส่วนอีกคนนั้นเป็นจูดาส พระเจ้า ฮ่าๆ

ที่มา: TheVerge 

 

from:https://droidsans.com/facebook-down-revealed-how-ai-tagged-photos/

[ไม่ยืนยัน] FTC ตกลงค่าปรับกับเฟซบุ๊กนอกศาลคดี Cambridge Analytica รวม 150,000 ล้านบาท

Wall Street Journal (WSJ) อ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยตัวตน ระบุว่ากรรมการการค้าสหรัฐฯ (Federal Trade Commission – FTC) ได้ข้อตกลงนอกศาลกับเฟซบุ๊ก ให้จ่ายค่าปรับ 5,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 150,000 ล้านบาท จากความล้มเหลวในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้หลายครั้ง ทั้งคดี Cambridge Analytica และคดีการทำข้อมูลหลุดครั้งต่อๆ มา

ทางโฆษก FTC ไม่ให้ความเห็นต่อข่าวนี้ โดยรายงานของ WSJ ระบุว่ากรรมการเสียงแตกทำให้ต้องลงคะแนนเห็นชอบต่อการตกลงกับเฟซบุ๊ก เสียงอนุมัติข้อตกลงชนะไปด้วยคะแนน 3 ต่อ 2 และได้ส่งสำนวนไปให้กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบอยู่

ก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กเคยกันเงินไว้เป็นค่าปรับ จำนวน 3,000 ล้านดอลลาร์ โดยปีที่แล้วเฟซบุ๊กมี “กำไร” ทั้งหมด 22,000 ล้านดอลลาร์

ที่มา – The Verge, Wall Street Journal

ภาพตอน Mark Zuckerberg ให้การต่อสภา (จาก Getty Images)

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/110841