คลังเก็บป้ายกำกับ: FACEBOOK

เฟซบุ๊กยืนยันแบนทรัมป์ต่อไป แต่จะปรับปรุงนโยบายเพิ่มเติม

เฟซบุ๊กประกาศผลการประชุมของ Oversight Board ที่เฟซบุ๊กเคยให้อำนาจเป็นคนตัดสินใจว่าการแบนโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่ โดย Oversight Board ยืนยันว่าจำเป็นเนื่องจากเหตุการณ์นอกจากที่เคยพบกันมาก (unprecedented circumstances)

อย่างไรก็ตาม Oversight Board วิจารณ์ว่าการแบนทรัมป์โดยไม่มีกำหนดเวลาเช่นนี้เป็นมาตรการที่คาดเดาไม่ได้ และไม่มีมาตรฐาน โดยขอให้เฟซบุ๊กปรับปรุงนโยบายเสียใหม่ แต่ระหว่างนี้ก็บัญชีของทรัมป์ก็จะถูกแบนต่อไป

กระบวนการ Oversight Board เป็นการเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาตรวจสอบการทำงานของเฟซบุ๊กโดยเริ่มตั้งแต่ปี 2019 ที่ผ่านมา Oversight Board หยิบประเด็นที่เฟซบุ๊กตัดสินใจไปแล้วกลับมารีวิวซ้ำ เช่นเดียวกับประเด็นการแบนทรัมป์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากทรัมป์ชักชวนผู้สนับสนุนของเขาให้บุกสภาคองเกรส

ที่มา – Facebook

No Descriptionภาพจาก Getty Images

from:https://www.blognone.com/node/122523

เปิดทดสอบ Facebook Neighborhoods ทำความรู้จักคนบ้านเดียวกัน ในสหรัฐและแคนาดา

ปีที่แล้ว มีคนไปเจอ Facebook ทดสอบใช้งาน Facebook Neighborhoods เป็นอีกฟีเจอร์แยกไว้รวมตัวคน ข่าวสารในละแวกเดียวกันกับที่อยู่อาศัย ล่าสุด Facebook ประกาศอย่างเป็นทางการว่า เปิดทอดสอบ Neighborhoods ใน 4 เมืองในสหรัฐฯ (Charlotte, North Carolina; San Diego, California; Baton Rouge, Louisiana และ Newark, New Jersey) และแคนาดา

No Description

นอกจากนี้ Facebook ให้รายละเอียดเพิ่มว่า Neighborhoods จะเป็นอีกเซกชั่นแยก ผู้ใช้สามารถสร้างโปรไฟล์แยกใน Neighborhoods ได้ โดยผู้ใช้งานต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ในการใช้งาน จำเป็นต้องระบุพิกัด และความสนใจเช่นกีฬาประเภทต่างๆ เพื่อจะได้หาเพื่อนใหม่ในละแวกเดียวกันได้ หรือใช้เพื่อประโยชน์อื่นๆ ได้ เช่น ตามหาสัตว์เลี้ยง จัดทริป ทำกิจกรรม

Facebook Neighborhoods มีความสามารถเหมือน Nextdoor ที่เปิดใช้งานในสหรัฐฯมาก่อนหน้านี้แล้ว

No Description

ที่มา – Facebook, CNET

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/122522

Signal แฉ Instagram เก็บข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งานอย่างเยอะ ก่อนถูก Facebook ลบโพสต์อย่างไว

Signal ถือเป็นแพลตฟอร์ม Instant Messaging ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เนื่องจากความโปร่งใสในเรื่องการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ได้ออกมาแฉ Facebook และ Instagram ด้วยการยิง Ads ไปหาผู้ใช้งาน Instagram โดยใช้เครื่องมือเก็บข้อมูลของตัว Instagram เอง เผยแพลตฟอร์มโซเชียลดังกล่าวเก็บข้อมูลผู้ใช้อย่างเยอะ ก่อนไม่นาน Ads ทั้งหลายจะถูก Facebook ยิงทิ้ง

โดย Signal ได้ใช้เครื่องมือแพลตฟอร์มการใช้โฆษณา (AdTech) ของ Instagram ที่ทาง Facebook บริษัทแม่ก็ใช้ตัวเดียวอยู่เหมือนกัน ในการยิง Ads ไปหาผู้ใช้งาน IG ซึ่งตัว Ads จะบอกชัดเจนเลยว่า บริษัทโซเชียลทั้งสองได้ข้อมูลอะไรของเราไปบ้าง ชอบฟังเพลงแนวไหน มีแฟนหรือยัง ชอบเครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์ไหน และข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ของผู้เล่น Facebook และ Instagram

แต่แล้วไม่นาน Facebook ก็ได้จำกัดยิง Ads ของ Signal ที่ทำออกมาแฉพวกเขาทิ้งออกไปหมด โดยในส่วนนี้ทาง Signal ได้เผยว่า บัญชีที่ใช้ยิง Ads ไปหาผู้ใช้งาน IG ได้ถูกลบทิ้งออกไปอย่างรวดเร็ว

ในส่วนนี้ทางต้นทาง Gizmodo ได้ส่งอีเมลขอคำชี้แจงในการลบ Ads ของ Signal ทิ้ง แต่ยังไม่ได้รับคำตอบกลับใด ๆ จาก Facebook

 

ที่มา: gizmodo via blognone

from:https://droidsans.com/signal-exposes-facebook-and-instagram-collecting-personal-ads/

แอป Signal รันโฆษณาบน Instagram โชว์ผู้ใช้ว่าถูกเก็บข้อมูลอะไรบ้าง แต่ถูก Facebook แบนอย่างรวดเร็ว

แอป Signal แอปแชทเข้ารหัสที่คล้ายคลึงกับ Telegram ลงโฆษณาบน Instagram เป็นรูปภาพระบุว่าผู้ใช้เห็นโฆษณานี้เพราะถูกเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เช่น “คุณเห็นโฆษณานี้เพราะคุณวิศวกรเคมีที่ชอบเคป็อป อาศัยอยู่ในเบอร์ลิน เพิ่งมีลูก เพิ่งย้ายบ้าน และกำลังสนใจการออกกำลังหลังคลอด”

โฆษณาเหล่านี้สะท้อนถึงการถูกเก็บข้อมูลเช่น อาชีพ ความชอบ ตำแหน่งที่อยู่ และความสนใจอื่นๆ ของ Facebook และ Instagram ที่ใช้ข้อมูลเดียวกันในการแสดงโฆษณาเจาะกลุ่มเป้าหมายมาให้ผู้ใช้งาน

Signal ระบุว่าบัญชีโฆษณาของ Signal ถูกแบนโดยที่โฆษณาส่วนใหญ่ยังไม่ได้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ และ Facebook ก็ยังไม่ชี้แจ้งว่า Signal ทำผิดกฎระเบียบข้อไหนของการลงโฆษณา

ที่มา – Gizmodo

No DescriptionNo Descriptionตัวอย่างโฆษณาของ Signal

from:https://www.blognone.com/node/122513

โดนัลด์ ทรัมป์ กลับสู่โลกออนไลน์แล้ว ไม่ใช่โซเชียลมีเดียอย่างที่คาดไว้ แต่เป็นเว็บบล็อกของเขาเอง

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะกลับคืนสู่โลกออนไลน์อีกครั้งด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตัวเอง หลังแพลตฟอร์มใหญ่แบนเขามาเรื่อยๆ ล่าสุดกลับมาแล้ว ซึ่งไม่ใช่โซเชียลมีเดียอย่างที่เราคาดกันไว้ แต่เป็นเพียงเว็บบล็อกเท่านั้น ในชื่อว่า From the Desk of Donald J. Trump

ตัวบล้อกเป็นคล้ายๆ การสื่อสารทางเดียว คือผู้ใช้สามารถอ่านโพสต์สั้นๆ ของเขาได้ แต่คอมเม้นท์ไม่ได้ และดูเหมือนจะยังกดไลค์ไม่ได้ด้วย อย่างไรก็ตามสามารถแชร์ไปยัง Facebook ได้ แต่เมื่อแชร์ไปยัง Twitter แล้วพบว่าระบบยังปิดกั้นเว็บบล็อกของทรัมป์อยู่

โฆษก Twitter บอกว่าตามปกติแล้วผู้ใช้งานสามารถแชร์โพสต์จากเว็บไซต์นอกมายังแพลตฟอร์มได้ ตราบใดที่เว็บนั้นมีเนื้อหาสอดคล้องกับนโยบายแพลตฟอร์ม ส่วน Facebook ยังไม่ออกมาพูดอะไร

บล็อก From the Desk of Donald J. Trump เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 4 พ.ค. แต่เนื้อหาโพสต์ต่างๆ สามารถอ่านย้อนหลังไปได้ตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมาแล้ว

No Description

Fox News รายงานด้วยว่าเว็บไซต์ From the Desk of Donald J. Trump จัดทำโดย Campaign Nucleus สร้างโดย Brad Parscale ซึ่งเป็นอดีตผู้จัดการแคมเปญหาเสียงของทรัมป์ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังวางแผนจะใช้บล็อกนี้โต้ตอบกับผู้สนับสนุนด้วย แต่ยังไม่ชัดเจนว่ากระบวนการนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

ในเร็วๆ นี้ Facebook Oversight Board หน่วยคานอำนาจของ Facebook จะพิจารณาว่า โดนัลด์ ทรัมป์ สามารถกลับมายังโลก Facebook ได้หรือไม่ จากที่ถูกแบนไปเพราะเผยแพร่ข้อความเกลียดชัง

ที่มา – The Verge, Engadget

from:https://www.blognone.com/node/122506

Facebook Workplace มีผู้ใช้เสียเงิน 7 ล้านราย เพิ่มจากปีที่แล้ว 40%

Facebook มีผลิตภัณฑ์ Facebook Workplace สำหรับใช้งานในองค์กร เป็นคล้ายๆ โซเชียลแต่เพื่อการทำงาน เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 ล่าสุด Facebook เผยตัวเลขผู้ใช้งานแบบเสียเงินมี 7 ล้านราย ซึ่ง Facebook ระบุว่าเพิ่มขึ้น 40% จากปี 2020

ด้านฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่กำลังจะเปิดใช้งานคือ Q&A เพิ่มคำถามระหว่างคุยวิดีโอคอลได้, ดึงข้อมูลจากแหล่งอื่นเข้ามาใน Knowledge Library ช่องทางแชร์ข่าวสารและแบ่งปันความรู้ในองค์กร

Facebook ระบุรายชื่อลูกค้าจำนวนหนึ่ง มี Virgin Atlantic, Walmart, Telefónica, BT, Booking.com, Deliveroo, AstraZeneca, Starbucks และ Save the Children เป็นต้น (องค์กรการกุศลและหน่วยงานไม่หวังผลกำไรใช้งานฟรี) การคิดเงินของ Facebook Workplace คิดราคาตามจำนวนผู้ใช้งานจริง (monthly active users)

No Description

ที่มา – Facebook

from:https://www.blognone.com/node/122505

Facebook เชื้อเชิญให้ผู้ใช้งาน iPhone ยอม “อนุญาตให้ติดตามข้อมูล” เพื่อให้ใช้แอปต่อไปได้ฟรี ๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย

Facebook และ Instagram บน iPhone และ iPad เริ่มปรากฏหน้าต่างที่มีข้อความชี้แจงถึงสิทธิประโยชน์ของการยอมให้ติดตามข้อมูล เพื่อชักจูงให้ผู้ใช้งานยอมอนุญาตให้ทั้งสองแอปข้างต้นเข้าถึงสิทธิ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่ Apple ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่ใน iOS 14.5

ใน iOS 14.5 นี้จะมีฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า App Tracking Transparency คอยขึ้นป๊อปอัปแจ้งเตือนเวลาที่แอปพยายามติดตามข้อมูลของเรา โดยผู้ใช้งานมีสิทธิ์เลือกที่จะยินยอมหรือไม่ก็ได้ ซึ่งนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่ของ Apple นี้เรียกได้ว่า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้ง Facebook และ Instagram ที่มีการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานเพื่อยิงโฆษณาได้ตรงกลุ่มเป้าหมายเป็นธุรกิจหลักของบริษัทแบบเต็ม ๆ มีการคาดการณ์ว่า อาจทำให้รายได้หดหายไปกว่า 50% เลยทีเดียว

สำหรับข้อความที่ Facebook และ Instagram เชื้อเชิญให้ผู้ใช้งานยอมอนุญาตให้สิทธิในการติดตามข้อมูล มีการอธิบายว่า ช่วยให้เนื้อหาโฆษณาที่แสดงนั้นตรงกับความสนใจของผู้ใช้งาน, ช่วยให้สามารถใช้แอปแบบฟรี ๆ ได้ต่อไป, เป็นการสนับสนุนธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการโฆษณาเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า

ก่อนหน้านี้ Facebook เคยเล่นใหญ่ออกมาโจมตี Apple เกี่ยวกับกรณีนี้ โดยการกว้านซื้อพื้นที่ 1 หน้ากระดาษจากหนังสือพิมพ์รายใหญ่อย่าง New York Times, The Wall Street Journal และ The Washington Post มาแล้วเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

สื่อต่างประเทศระบุว่า หน้าต่างดังกล่าวจะเริ่มแสดงให้ผู้ใช้งาน Facebook และ Instagram บน iPhone กับ iPad เห็นกันมากขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

from:https://droidsans.com/facebook-instagram-att-prompt-free-of-charge/

Facebook และ Instagram ขึ้นหน้าชี้แจงประโยชน์จากการให้แอปติดตามผู้ใช้บน iOS 14.5

Facebook เริ่มปล่อยหน้าโปรโมตฟีเจอร์ app tracking เพื่อขอติดตามผู้ใช้ พร้อมทั้งชี้แจงประโยชน์เมื่อผู้ใช้อนุญาตให้แอปติดตาม หลังจากที่ Apple เริ่มจำกัดการติดตามผู้ใช้ของตัวแอปที่ผู้ใช้มีสิทธิ์เลือกจะให้แอปเก็บข้อมูลหรือไม่ก็ได้ ส่งผลให้ Facebook แสดงโฆษณาตากลุ่มเป้าหมายได้ยากขึ้น

นโยบายใหม่ของ Apple เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ iOS 14.5 ส่งผลโดยตรงต่อ Facebook และ Instagram ที่ทำธุรกิจด้วยการใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์นี้ Facebook จึงเริ่มแสดงข้อความแจ้งเตือนผู้ใช้ให้รับทราบถึงประโยชน์ในการอนุญาตให้ Facebook ติดตามผู้ใช้ ได้แก่ แสดงโฆษณาที่ตรงกับผู้ใช้, ช่วยให้ใช้ Facebook และ Instagram โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงสนับสนุนธุรกิจที่ใช้โฆษณาเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

การพยายามอธิบายแบบกึ่งฮาร์ดเซลฟีเจอร์ติดตามผู้ใช้ของ Facebook ดูจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องแปลกใจเนื่องจากเป็นธุรกิจสำคัญของบริษัท แต่ก็เป็นการย้ำเตือนให้ผู้ใช้รับทราบได้เป็นอย่างดีว่า ข้อมูลผู้ใช้สำคัญกับ Facebook มากแค่ไหน

ที่มา – Engadget

No Description

from:https://www.blognone.com/node/122482

Facebook ชวนผู้ใช้กดอนุญาตให้ติดตามข้อมูลใน iOS 14.5 เพื่อช่วยสนับสนุนให้บริการแบบฟรีต่อไป

Facebook, Instagram ได้ขึ้นข้อมูลแจ้งผู้ใช้ชวนให้กดอนุญ […] More

from:https://www.iphonemod.net/facebook-instagram-promt-att-enable-help.html

Facebook สมัครสมาชิก Rust Foundation ระดับแพลตตินั่ม, เตรียมใช้งานภายในให้มากขึ้น

เฟซบุ๊กประกาศเข้าเป็นสมาชิก Rust Foundation มูลนิธิเพื่อการพัฒนาภาษา Rust ที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยสมัครเป็นระดับแพลตตินั่มที่เป็นระดับสูงสุดเท่ากับ 5 องค์กรที่ร่วมก่อตั้ง คือ AWS, Google, Huawei, Microsoft, และ Mozilla

Joel Marcey หัวหน้าทีมโอเพนซอร์สของเฟซบุ๊ก และตอนนี้เป็นกรรมการ Rust Foundation ระบุว่ามีการใช้ภาษา Rust มาตั้งแต่ปี 2016 ในทุกส่วนของการพัฒนา ตั้งแต่ระบบควบคุมซอร์สโค้ดไปจนถึงคอมไพล์เลอร์

เฟซบุ๊กกำลังปรับโครงสร้างการพัฒนาภายในให้รองรับภาษา Rust มากขึ้น มีทีมพัฒนาภาษา Rust เฉพาะกิจเพื่อซัพพอร์ตการใช้งาน Rust ทั้งภายในและภายนอกบริษัท

ที่มา – Facebook for Developers

from:https://www.blognone.com/node/122441