คลังเก็บป้ายกำกับ: FACEBOOK

[ไม่ยืนยัน] Facebook จะเริ่มให้บริการกระเป๋าเงิน Novi และสกุลเงิน Libra มกราคมปีหน้า

แม้ Facebook จะเปิดตัวสกุลเงินคริปโต Libra มาสักพักใหญ่แล้ว และข่าวดูเหมือนจะเงียบหายไปสักพัก (อัพเดตล่าสุดคือ Libra 2.0 ที่เปลี่ยนจากสกุล Libra เดียวหนุนหลังด้วยเงินหลายสกุล มาเป็นสกุลเงิน Libra ย่อย ๆ ที่แต่ละสกุลย่อยมีสกุลเงินเดียวหนุนหลัง) แต่ล่าสุด Financial Times ระบุว่าตอนนี้บริษัทพร้อมจะเปิดตัวสกุลเงินใหม่นี้ในเดือนมกราคมปีหน้า

รายงานของ Financial Times ระบุว่า Libra Association ซึ่งเป็นองค์กรที่ Facebook ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแล Libra จะเปิดตัวเหรียญแบบมีเงินดอลลาร์หนุนหลังก่อน ซึ่งจะเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ stablecoins อื่น ๆ อย่าง USDC, PAX, USDT ส่วนเงินเหรียญแบบมีเงินสกุลอื่นหนุนหลังจะเปิดตัวตามมาภายหลัง

นอกจากสกุลเงินแล้ว คาดกันว่า Facebook จะเปิดตัวระบบกระเป๋าเงิน Novi (ที่ตอนแรกใช้ชื่อว่า Calibra) พร้อม ๆ กันด้วย ซึ่งตัว Novi สามารถจัดการกระเป๋าเงินผ่านแอปแยกก็ได้ หรือจะจัดการผ่าน Facebook Messnger หรือ WhatsApp ก็ได้ โดยช่วงแรกของบริการ Novi จะพัฒนาเป็นระบบโอนและจ่ายเงินระหว่างบุคคล

แม้ว่า Libra จะพร้อมให้บริการแล้ว แต่ข่าวที่ออกมายังเป็นฝั่งหัวเรือโครงการอย่าง Facebook เท่านั้น ซึ่งปัจจุบัน Libra มีสมาชิกอีกหลายบริษัทแต่ยังไม่มีข้อมูลว่าบริษัทอื่น ๆ จะพร้อมเปิดตัวบริการที่รองรับ Libra พร้อมกับ Facebook หรือไม่

ที่มา – TechCrunch

No Description

from:https://www.blognone.com/node/119835

Facebook จ่ายค่าปรับกว่า 180 ล้านบาทให้เกาหลีใต้ เพราะนำข้อมูลผู้ใช้งานไปให้องค์กรอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

Facebook งานเข้าซะแล้วค่ะ เพราะคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PIPC ของประเทศเกาหลีใต้ ได้ฟ้องร้อง Facebook ว่ามีการให้ข้อมูลของผู้ใช้งานกับองค์กรอื่นๆ โดยไม่ได้รับการยินยอม และตั้งค่าปรับ 6.7 พันล้านวอน หรือถ้าเทียบเป็นเงินไทยก็ประมาณ 180 ล้านบาท พร้อมกับได้ยื่นเรื่องนี้ต่อหน่วยงานสืบสวนไปเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 แล้วค่ะ

สำหรับการฟ้องร้อง Facebook ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นผลงานชิ้นแรกของ PIPC เพราะหน่วยงานนี้เพิ่งจะก่อตั้งเมื่อเดือนสิงหาคมปีนี้เอง และเป็นครั้งแรกที่หน่วยงานดังกล่าวได้ตั้งข้อกล่าวหากับบริษัทต่างชาติ โดย PIPC ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า Facebook ได้ให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานกับองค์กรอื่นๆ เป็นจำนวนอย่างน้อย 3.3 ล้านราย จากผู้ใช้งานทั้งหมด 18 ล้านรายในเกาหลีใต้ นับตั้งแต่ช่วงเดือน พฤษภาคม 2012 จนถึงเดือนมิถุนายน 2018

จากการฟ้องร้องดังกล่าวบอกเอาไว้ว่าเมื่อผู้ใช้งานต้องการเข้าใช้บริการอื่นๆ ที่ต้องลงชื่อผ่านบัญชี Facebook เหล่าข้อมูลของผู้ใช้งานที่ได้ลงเอาไว้ ก็จะถูกส่งให้กับองค์กรอื่น ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ ที่อยู่ วันเกิด ประวัติการศึกษา สถานที่เกิด ข้อมูลครอบครัว ข้อมูลสถานภาพการแต่งงาน งานอดิเรก รวมถึงข้อมูลของรายชื่อเพื่อนอีกด้วย ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นล้วนแต่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลทั้งสิ้น

โฆษกของ Facebook สาขาโซล ในเกาหลีใต้ก็ได้ออกมากล่าวหลังจากที่โดนสอบสวนในคดีนี้ว่า ทาง Facebook จะให้ความร่วมมือในการสอบสวนคดีครั้งนี้อย่างเต็มที่ และรู้สึกเสียใจที่ PIPC ต้องเข้ามาทำการสอบสวนคดีดังกล่าว แต่ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นอื่นๆ มากไปกว่านี้จนกว่าจะทำการสืบสวนให้แล้วเสร็จ

การที่ Facebook ต้องจ่ายค่าปรับให้เกาหลีครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกนะคะ เพราะก็เคยมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นมาก่อนหน้าแล้ว โดยที่เกาหลีใต้ได้สั่งปรับ Facebook เป็นจำนวนเงิน 369 ล้านวอน หรือประมาณ 10 ล้านบาท เพราะ Facebook ทำให้อินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งานช้าลงเมื่อปี 2018

 

ที่มา : Reuters, ithome

from:https://droidsans.com/facebook-pays-korean-fines/

เกาหลีใต้สั่งปรับ Facebook กว่า 6 ล้านดอลลาร์ เพราะแชร์ข้อมูลผู้ใช้โดยไม่ขอความยินยอม

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเกาหลีใต้ หรือ PIPC สั่งปรับ Facebook เป็นเงิน 6.7 พันล้านวอน หรือราว 6.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการที่ Facebook นำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานไปใช้โดยไม่ขอความยินยอมก่อน เป็นการแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ชาวเกาหลีใต้ 3.3 ล้านคน (จากทั้งหมด 18 ล้านคน) ไปยังบริษัทอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2012 ถึงเดือน มิถุนายน 2018

PIPC ระบุเพิ่มว่า ข้อมูลที่แชร์ออกไปเป็นข้อมูลจำพวก ชื่อ, ที่อยู่, วันเกิด, ประสบการณ์การทำงาน, บ้านเกิดและสถานะความสัมพันธ์กับบริษัทอื่นๆ ดูจากการที่ผู้ใช้งานใช้ Facebook ล็อกอินเข้าระบบเพื่อใช้งานแอปนอกต่างๆ นอกจากนี้ PIPC ยังกล่าวด้วยว่า Facebook แชร์ข้อมูลดังกล่าวให้กับบริษัทอื่น ถึง 10,000 แห่ง

การตัดสินปรับครั้งนี้ของ Facebook ไม่ใช่ครั้งแรกในเกาหลีใต้ ย้อนไปในปี 2018 คณะกรรมการการสื่อสารของเกาหลีได้ปรับเป็นเงิน 396 ล้านวอน (ประมาณ 396,706 ดอลลาร์สหรัฐ) เนื่องจากการเชื่อมต่อของผู้ใช้ช้าลงในปี 2016 และ 2017 แต่ Facebook ชนะคดีไป

alt="Facebook"

ที่มา – Engadget

from:https://www.blognone.com/node/119794

Facebook เปิดตัว Drive ช่องทางรวบรวมของสิ่งของจำเป็น เสื้อผ้า อาหาร แก่คนขาดแคลน

Facebook เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Drive เป็นแหล่งรวมของบริจาค สิ่งของจำเป็นเช่น ข้าวปลาอาหาร, เสื้อผ้า แก่ผู้ที่ต้องการ โดย Drive เป็นปุ่มที่เพิ่มขึ้นมาใน Community Help หรือช่องทางขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ของ Facebook โดยตอนนี้เปิดใช้งานเฉพาะในสหรัฐฯก่อน

วิธีการใช้งานคือ เข้าไปที่ Community Help บนมือถือ > กด Request or Offer Help > กด Create Drive ระบุรายการสิ่งของที่ต้องการเพื่อนำไปให้แก่คนที่ต้องการ หลังจากนั้นจึงโพสต์ โดยโพสต์จะปรากฏทั้งในไทม์ไลน์ของตัวเอง และบน Community Help และแสดงแถบเครื่องหมายให้เห็นว่า เราได้สิ่งของตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือยัง

No Description
ภาพจาก Facebook Blog

ที่มา – TechCrunch

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/119761

[Reuters] เวียดนามขู่แบน Facebook หากไม่ยอมเซนเซอร์เนื้อหาต่อต้านรัฐบาล

Reuters รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงใน Facebook ไม่ประสงค์เผยนาม ว่า รัฐบาลเวียดนามขู่แบน Facebook หากไม่ยอมเซนเซอร์เนื้อหาต่อต้านรัฐบาล

เจ้าหน้าที่คนนั้นของ Facebook ระบุว่า เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางบริษัทได้ยอมทำตามกฎ เพิ่มการเซนเซอร์เนื้อหาที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลเวียดนาม จนในเดือนสิงหาคม รัฐบาลก็มากดดัน Facebook ให้เพิ่มมาตรการและเนื้อหาที่ต้องเซนเซอร์อีก ซึ่งสำหรับ Facebook ได้ทำตามข้อตกลงในเดือนเมษายนไปแล้ว ถือเป็นอันสิ้นสุด เมื่อ Facebook บอกว่าจะไม่ทำตามคำสั่ง รัฐบาลก็ขู่จะสั่งปิด Facebook ในเวียดนามเสีย ด้านกระทรวงต่างประเทศของเวียดนามระบุว่า Facebook ควรทำตามกฎหมายท้องถิ่น และขอให้หยุดการเผยแพร่ข้อมูลที่จัดต่อประเพณีดั้งเดิมของเวียดนาม

ในเวียดนาม แม้มีการปฏิรูปเศรษฐกิจ และเปิดกว้างทางสังคมมากขึ้น แต่พรรคคอมมิวนิสต์ก็ยังคงควบคุมสื่ออย่างเข้มงวด อันดับเสรีภาพสื่อในเวียดนามิยู่ที่ 5 จากท้าย ตามการจัดอันดับจาก Reporters Without Borders

Facebook เองก็เจอแรงกดดันเรื่องการเผยแพร่เนื้อหาในหลายประเทศ ไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น สืบเนื่องจากกลุ่ม รอยัลลิสต์มาร์เกตเพลส

alt="Facebook"

ที่มา – Reuters

from:https://www.blognone.com/node/119717

Facebook ออกแอปทดลองตัวใหม่ E.gg สร้างเพจในรูปแบบ Zine

NPE ทีมพัฒนาแอปเพื่อทดสอบตลาดใหม่ ๆ ของ Facebook เปิดตัวโครงการล่าสุด E.gg แอปบน iOS ที่ตอนนี้มีให้ดาวน์โหลดเฉพาะในอเมริกา โดย E.gg เป็นแอปสำหรับออกแบบและสร้างงานภาพคอลลาจแนวใหม่ ที่มีรูปแบบของ Zine และตกแต่งด้วย GIF

วิธีการทำงานของ E.gg ผู้ใช้จะเริ่มด้วยการกำหนด URL ของเพจ จากนั้นเริ่มออกแบบหน้าเพจด้วยรูปภาพ ข้อความ และ GIF ต่าง ๆ จากนั้นบันทึกและแชร์ URL ที่สามารถเข้าถึงได้แม้ผู้ใช้งานไม่มีแอป E.gg ซึ่งรูปแบบของ E.gg นั้นเหมาะกับการดูทางโทรศัพท์มากกว่า

สถานะของแอปจาก NPE เป็นการทดสอบตลาด ซึ่งหากได้ผลตอบรับที่ดีก็อาจนำมาพัฒนากับผลิตภัณฑ์ของ Facebook ต่อไป

ที่มา: Facebook

alt="E.gg"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/119702

PyTorch รองรับ Android NNAPI ใช้ชิปเฉพาะช่วยรัน AI ลดงานซีพียูลงได้ 73%

กูเกิลส่งเสริมการประมวลผล AI ขนาดเบาภายในตัวเครื่องสมาร์ทโฟน (on-device ML) มาได้สักพักใหญ่ๆ โดยตัวระบบปฏิบัติการ Android มีฟีเจอร์ชื่อ Neural Networks API (NNAPI) มาตั้งแต่ Android 8.1 เพื่อให้เฟรมเวิร์ค AI เรียกใช้งานชิปประมวลผลในเครื่อง (GPU หรือ NPU แล้วแต่ฮาร์ดแวร์มีให้ใช้)

ก่อนหน้านี้ เฟรมเวิร์ค AI ที่รองรับ Android NNAPI มีเพียงแค่ TensorFlow Lite ที่พัฒนาโดยกูเกิลเอง แต่ล่าสุด เฟรมเวิร์คยอดนิยมอีกตัวคือ PyTorch (ทีมพัฒนาหลักคือ Facebook) ประกาศรองรับ NNAPI อย่างเป็นทางการแล้ว

No Description

PyTorch Mobile บน NNAPI ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น แต่ก็รองรับฟีเจอร์พื้นฐานจำนวนหนึ่ง ทีมงาน PyTorch ระบุว่า on-device AI เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้งานแบบเรียลไทม์ตลอดเวลา และจำเป็นต้องมี latency ต่ำ เช่น งานด้านประมวลผลภาพที่มองเห็นได้ทันที (computer vision) หรือการตัดเสียงรบกวน (noise reduction) ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นรูปแบบการคำนวณที่สิ้นเปลืองพลังงานมาก จึงท้าทายมากในการรันบนมือถือ

แต่เมื่อมี NNAPI ขึ้นมาให้เรียกใช้ฮาร์ดแวร์เฉพาะช่วยประมวผลได้ ทำให้ Facebook สนใจและหันมาซัพพอร์ตฟีเจอร์นี้ และมีตัวอย่างการวิดีโอคอลล์แอพ Messenger โดยใช้ AI ช่วยตัดฉากหลังออก แล้วใส่ภาพพื้นหลังแบบ 360 องศาเข้ามาแทนได้

ตัวเลขที่ทีม PyTorch นำมาโชว์คือการใช้ NNAPI สามารถช่วยลดการใช้ซีพียูลงได้ 32% บน Pixel 3, 73.3% บน Pixel 4 และ 46.5% บน Pixel 5

No Description

ที่มา – PyTorch, Android Developers

from:https://www.blognone.com/node/119627

ฟีเจอร์ใหม่ Vanish Mode แชททำลายตัวเอง อ่านแล้วลบทิ้งอัตโนมัติ เริ่มเปิดให้ใช้แล้วบน FB Messenger

สายเมาท์มอยความลับเยอะมีเฮ เมื่อ Facebook เริ่มเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์ใหม่อย่าง Vanish Mode หรือโหมดแชททำลายตัวเอง อ่านปุ๊บลบทิ้งปั๊บ ข้อความ ภาพ และวิดีโอ ภายในแชทหายไปอัตโนมัติหลังจากที่เปิดอ่าน โดยสามารถเข้าใช้ฟีเจอร์นี้ได้ง่าย ๆ เพียงปัดหน้าจอบนแชทของ Facebook Messenger เท่านั้น เริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานแล้วสำหรับผู้ใช้ FB แต่ของ IG ต้องรออีกสักพักนะ

หลังจากที่ Facebook เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้ Messenger และ Instagram สามารถส่งข้อความหากันได้ข้ามแพลตฟอร์ม ล่าสุด Facebook ก็ได้แนะนำแนะนำฟีเจอร์ใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นในการแชทอย่าง “Vanish Mode” ที่ทำให้ข้อความ ภาพ และวิดีโอ ถูกลบทิ้งอัตโนมัติหลังจากที่เปิดอ่านราวกับเป็นแชททำลายตัวเอง

Vanish Mode วิธีใช้ง่ายๆ แค่ปัดขึ้น

วิธีการใช้งานฟีเจอร์นี้ก็เพียงแค่ทำการเปิดแชทขึ้นมาแล้วทำการปัดขึ้น หลังจากนั้นหน้าตาของแชทก็จะเปลี่ยนไปกลายเป็นสีที่เข้มขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าฟีเจอร์นี้ถูกเปิดใช้งานแล้ว และหากต้องการออกจากฟีเจอร์ Vanish Mode นี้ ก็เพียงแค่ทำการปัดขึ้นอีกครั้ง แชทก็ถูกลบหายไปทันที นอกจากนี้หากมีคนคิดจะแคปภาพหน้าจอของแชทขึ้นมาละก็ Messenger และ Instagram ก็จะแจ้งเตือนให้คุณทราบทันทีว่ามีคนจับภาพหน้าจอของคุณอยู่ขณะใช้งาน Vanish Mode (แต่ถ้ามีคนใช้กล้องถ่ายภาพเอาไว้ อันนี้ก็ช่วยไม่ได้เหมือนกันนะ)

การทำงานของฟีเจอร์ Vanish Mode นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นแชทข้อความลับแบบส่วนตัวดีๆนี่เอง สำหรับใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นในการใช้งานบน Messenger และ Instagram บอกเลยว่าฟีเจอร์นี้ตอบโจทย์มากๆเลยครับ ซึ่งตอนนี้ Facebook กำลังทยอยเปิดฟีเจอร์ Vanish Mode ให้ใช้งานกันแล้วอย่างช้าๆ โดยผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกาจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้ใช้งานก่อน และอีกหลายประเทศจะทยอยตามๆกันมาให้อัปเดตครับ

 

ที่มา Thenextweb via Messengernews

from:https://droidsans.com/vanish-mode-new-feature/

Facebook ปล่อยโหมดสีเข้ม (Dark Mode) ให้ผู้ใช้อีกกลุ่มใช้งานแล้ว

ผู้ใช้ iOS ได้เฮกันอีกครั้งเมื่อ Facebook ปล่อยฟีเจอร์โ […] More

from:https://www.iphonemod.net/darkmode-facebook-available-some-user-10-nov-2020.html

Facebook, Instagram จะแสดงชื่อคนที่คาดว่าจะได้เป็น ปธน. สหรัฐฯไว้ด้านบนสุด

Facebook เผยจะแจ้งเตือนผู้ใช้งานว่าใครที่คาดว่าจะชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผ่านการแสดงแบนเนอร์ไว้ที่ด้านบนสุดทั้งบน Facebook และ Instagram โดยอาศัยรายงานจากสื่อหลัก เช่น ABC News, CBS News, Fox News, NBC News, CNN, Reuters, The Associated Press ว่าส่วนใหญ่ฟันธงผู้ชนะแล้วหรือยัง โดยจนถึงตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการนับคะแนนในบางรัฐ

No Description

ในระหว่างนี้ Facebook จะเริ่มติดป้ายกำกับกับผู้ชนะที่คาดการณ์ไว้ในโพสต์ของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งหมด พร้อมลิงก์ไปยังศูนย์ข้อมูลการลงคะแนนเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง

No Description

ที่มา – Facebook Newsroom

from:https://www.blognone.com/node/119448