คลังเก็บป้ายกำกับ: FACEBOOK

Facebook เตรียมเปลี่ยนชื่อให้ Instagram และ WhatsApp มี from Facebook ห้อยท้าย

อีกไม่นานนี้ Facebook เตรียมเปลี่ยนชื่อให้ 2 บริการใหญ่อย่าง Instagram และ WhatsApp เพิ่มแค่ว่า from Facebook เพื่อให้รู้ว่าอยู่ภายใต้ใคร แต่ฟังก์ชั่นข้างในเหมือนเดิมทุกประการ

การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย เพียงแค่ Facebook ต้องการสร้างการรับรู้แก่คนทั่วไปว่า 2 บริการนี้อยู่ภายใต้อาณาจักรของใครเท่านั้นเอง

โดยที่ Instagram จะใช้ชื่อว่า “Instagram from Facebook” ส่วน WhatsApp ก็ใช้ชื่อว่า “WhatsApp from Facebook”

แต่ฟังก์ชั่น การใช้งานต่างๆ ข้างในจะยังเหมือนเดิมทุกประการ ส่วนชื่อบนแอปที่ปรากฎตรงหน้า Home Screen ก็ยังเหมือนเดิม เป็นการเปลี่ยนชื่อเพื่อให้ดูสวยงามมากขึ้นเท่านั้นเอง แต่อาจจะไม่ได้ใช้งานมากนัก

ซึ่งทาง Facebook ก็บอกเองว่า ต้องการให้บริการต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของ Facebook การใส่ชื่อเข้าไปเพิ่มจะช่วยสร้างการรับรู้ให้มากขึ้น

Source

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/facebook-rename-instagram-whatsapp/

โฆษณา

ทำไม Instagram และ WhatsApp เตรียมเพิ่ม “from Facebook” ต่อท้ายชื่อแพลตฟอร์ม?

ย้อนดูหลากหลายเหตุผลที่ทำให้ Facebook เตรียมจะเปลี่ยนชื่อ Instagram และ WhatsApp โดยเพิ่มคำว่า “from Facebook” ทำให้ชื่อใหม่จะกลายเป็น Instagram from Facebook และ WhatsApp from Facebook

เว็บไซต์ The Information รายงานว่าบริษัทผู้ให้บริการ Social Media รายใหญ่อย่าง Facebook เตรียมจะเปลี่ยนชื่อ Instagram และ WhatsApp โดยเพิ่มคำว่า “from Facebook” ทำให้ชื่อเดิม Instagram จะกลายเป็น Instagram from Facebook ส่วนชื่อเดิม WhatsApp จะกลายเป็น WhatsApp from Facebook

ซึ่งในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ดังกล่าวก็มีรายงานออกมาเช่นกันว่า Facebook ทดสอบเปลี่ยนชื่อทั้งสองแพลตฟอร์มอีกด้วย

โดยการเปลี่ยนแปลงชื่อนี้ จะแสดงผลในหน้าล็อกอินของแอปทั้งบน iOS และ Android รวมถึงจะเปลี่ยนชื่อที่แสดงบน Play Store และ App Store อีกด้วย

น่าสนใจว่า การเปลี่ยนชื่อนี้เกิดหลังจากผู้บริหารคนสำคัญของ Instagram และ WhatsApp ตบเท้าลาออกจากบริษัทเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา

แม้ว่าโฆษกหญิงของ Facebook กล่าวในการแถลงข่าวว่า “เราต้องการสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของเราที่เป็นส่วนหนึ่งของ Facebook”

และอย่าลืมว่า Federal Trade Commission หรือ FTC (คล้าย ๆ กสทช. บ้านเรา) กำลังสอบสวนว่า Facebook กำลังเป็นผู้เล่นรายเดียวที่มีอำนาจต่อรองสูงหรือไม่ โดยมองว่าการซื้อกิจการคู่แข่งอย่าง Instagram และ WhatsApp เข้ามาเพื่อลดการแข่งขันและสร้างอำนาจของตัวเองในอุตสาหกรรมหรือไม่

ซึ่งต้องลุ้นว่า FTC จะดำเนินการถึงขั้นปรับย้อนหลังกับ Facebook ในกรณีซื้อ Instagram และ WhatsApp ด้วยหรือไม่

ถึงอย่างไรก็ตาม Facebook ก็เคยเปลี่ยนชื่อกิจการที่ซื้อเข้ามาอย่าง Oculus มาเป็น Oculus from Facebook ก่อนหน้านี้นานแล้วรวมถึงยังตั้งชื่อบริการ Workplace ของตัวเองเป็น Workplace from Facebook ไปแล้วเช่นกัน

ซึ่งสุดท้าย เป็นไปได้ว่า อาจเป็นเรื่องของการปรับแบรนด์เพื่อสะท้อนว่าทุกแอปและแพลตฟอร์มทั้ง Instagram, WhatsApp, Workplace, Oculus และอื่นๆ ล้วนเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ Social Media เบอร์หนึ่งของโลกอย่าง Facebook นั่นเอง

ที่มา: The Information, Bloomberg และ

from:https://www.thumbsup.in.th/instagram-whatsapp-will-add-from-facebook-in-their-names

Facebook ช้าในปี 2019 มีสาเหตุจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไรดี

หนึ่งในปัญหาที่ผู้ใช้ Facebook หลาย ๆ ท่านมักพบเจอระหว่างการใช้งานก็คือความเร็วของ Facebook ช้าลง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงเนื้อหา การเลื่อนหน้าจอ การเปิดรูป เปิดคลิปวิดีโอใน Facebook ช้ากว่าปกติ ซึ่งในบทความนี้จะมาดูกันครับว่าปัญหา Facebook ช้าที่มักเจอในปี 2019 นี้มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง และจะแก้ไขได้อย่างไร

1. Facebook ช้า เพราะอินเตอร์เน็ตช้า

จากประสบการณ์ของทั้งผู้เขียนและหลาย ๆ ท่านเองถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ Facebook ช้า ก็คือเรื่องของอินเตอร์เน็ตที่ใช้งานครับ ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ตบ้าน เน็ต WiFi หรือจะเป็น 4G/3G ก็ตาม ล้วนจะต้องมีช่วงที่เกิดปัญหากันแทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากทางผู้ให้บริการ ปัญหาของสายสื่อสาร ปัญหาของ router หรืออาจเป็นปัญหาการรับสัญญาณอินเตอร์เน็ตของอุปกรณ์ปลายทางก็ได้เช่นกัน ซึ่งอาการ Facebook ช้าที่เกิดจากอินเตอร์เน็ต โดยมากแล้วก็มักจะเป็นการโหลดเนื้อหาช้า โหลดรูปช้า คอมเมนท์ขึ้นช้า เป็นต้น

วิธีแก้ไขปัญหา Facebook ช้าจากในกรณีนี้

เบื้องต้น แนะนำว่าควรลองสลับไปใช้งานโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันอื่นที่มีการใช้งานอินเตอร์เน็ต เช่น ทดลองเปิดหน้าเว็บไซต์ หรืออาจจะลองทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ตดูก่อนครับ ว่าอินเตอร์เน็ตช้าเกินไปหรือไม่ สถานะการเชื่อมต่อเป็นปกติหรือเปล่า รวมถึงอาจจะตรวจสอบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ต เช่น router มือถือ สายเชื่อมต่อต่าง ๆ ว่าทำงานปกติหรือไม่ อาจจะลอง restart ดูซักหนึ่งรอบ แล้วตรวจสอบอีกทีว่ายังมีปัญหา Facebook ช้าอยู่หรือไม่

ถ้าหากอินเตอร์เน็ตเร็วพอสมควรอยู่แล้ว (แนะนำว่าความเร็วดาวน์โหลดควรไม่ต่ำกว่า 2Mbps ถึงจะใช้งานได้ค่อนข้างทันใจ) แต่ยังพบปัญหา Facebook ช้าอยู่ ก็เป็นไปได้ว่าสาเหตุอาจจะมาจากปัจจัยอื่นมากกว่า

 

2. Facebook ช้า เพราะมือถือ/คอมช้า

นับเป็นหนึ่งในสาเหตุที่หลาย ๆ คนมองข้ามไปไม่น้อยอยู่เหมือนกัน เพราะคิดว่า Facebook มันก็แค่หน้าที่แสดงข้อมูล รูปภาพ วิดีโอที่เลื่อนดูได้เรื่อย ๆ แต่ที่จริงแล้วการทำงานเบื้องหลังของระบบนั้นก็ใช่ย่อยทีเดียวครับ เพราะเว็บเบราเซอร์/แอปพลิเคชันจะต้องพยายามโหลดข้อมูลมาล่วงหน้า เพื่อให้การใช้งานเป็นไปได้อย่างไหลลื่นที่สุด ซึ่งข้อมูลที่ต้องโหลดมาเก็บไว้เพื่อการแสดงผลก็มีทั้งข้อความ รูปภาพความละเอียดสูง วิดีโอ ลิงค์ไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ ทำให้มือถือหรือเครื่องคอมที่ใช้งาน ก็ต้องแบ่งทรัพยากรทั้ง CPU และอินเตอร์เน็ตมาใช้งานในส่วนนี้

และเมื่อโหลดข้อมูลมาแล้ว ระบบก็จะเก็บข้อมูลไว้ในเครื่อง ด้วยจุดประสงค์เพื่อให้สามารถแสดงข้อมูลได้เร็วขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไป แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านั้นก็ต้องถูกเก็บไว้ในเครื่อง ก่อให้เกิดปัญหาแอปบวม ข้อมูลขยะจำนวนมาก ซึ่งส่งผลทางอ้อมให้มือถือ คอมทำงานช้าลง และสุดท้ายก็ส่งผลให้หน้า Facebook โหลดช้าลงด้วยเช่นกัน

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือสเปคของมือถือหรือคอมพิวเตอร์ที่อาจจะช้าเกินไปซักนิดนึง เช่น แรมอาจจะน้อยไปหน่อย หรือพื้นที่เก็บข้อมูลมีน้อยเกิน ทำให้ระบบจัดการแคชทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้การโหลดข้อมูล การแสดงผลของ Facebook ช้ากว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งตรงนี้ แนะนำว่ามือถือในปัจจุบัน ควรจะเลือกใช้รุ่นที่มีแรมอย่างต่ำ 2GB ขึ้นไป ฝั่งของคอมพิวเตอร์ ก็แนะนำว่าควรจะมีแรมขั้นต่ำซัก 4GB เพื่อการใช้งานทั่วไปที่ไหลลื่น ด้านของพื้นที่เก็บข้อมูล ก็ควรจะให้เหลือที่ว่างอย่างต่ำซัก 10% ของพื้นที่ทั้งหมด เช่น HDD ในเครื่อง 1 TB ก็ควรจะเหลือพื้นที่ว่างเอาไว้ซัก 100 GB เผื่อเหลือเผื่อขาด

วิธีแก้ไขปัญหา Facebook ช้าจากในกรณีนี้

หากปัญหา Facebook ช้าของท่านเกิดจากสาเหตุนี้ วิธีแก้ไขก็คงหนีไม่พ้นการตรวจสอบสเปคอุปกรณ์ของตนก่อน ว่าจุดไหนที่อาจจะก่อให้เกิดปัญหา ซึ่งหลัก ๆ แล้วจะมีด้วยกัน 3 จุด ได้แก่

  • แรม
  • พื้นที่เก็บข้อมูล (HDD/SSD)
  • ชิปประมวลผล

ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ก็แนะนำว่าเครื่องที่จะใช้งาน Facebook ได้ไหลลื่น ควรจะมีแรมขั้นต่ำซัก 4 GB อุปกรณ์เก็บข้อมูล ยิ่งมีพื้นที่เหลือเยอะ ยิ่งมีความเร็วสูงได้ก็ยิ่งดี อย่างในปัจจุบันก็ควรจะใช้งาน SSD เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลหลักของเครื่องก็จะยิ่งเป็นการดี ส่วนชิปประมวลผล อันที่จริงก็ขอแค่ไม่เก่ามากจนเกินไปครับ CPU ระดับกลางรุ่นซักไม่เกิน 10 ปีที่แล้ว ส่วนใหญ่ก็ยังใช้งานได้สบาย ๆ ส่วนในฝั่งของมือถือ ก็แนะนำว่าควรจะมีแรมอย่างต่ำซัก 2GB พื้นที่เก็บข้อมูลก็ขั้นต่ำ 32GB จะดีที่สุด

อีกวิธีแก้ไขที่อาจจะช่วยได้ก็คือการเคลียร์ไฟล์ขยะครับ สำหรับใน Windows ก็ลองกด clear ไฟล์ขยะในเว็บเบราเซอร์ดู รวมถึงการเคลียร์ไฟล์ขยะของ Windows ในโฟลเดอร์ temporary (ตามขั้นตอนนี้) ส่วนในฝั่งมือถือ ง่ายที่สุดก็คือลองลบแอป Facebook ออก แล้วติดตั้งใหม่อีกครั้ง

 

3. Facebook ช้า เพราะฝั่ง Facebook เอง

ถ้าหากตรวจสอบทั้งอินเตอร์เน็ต เครื่องที่ใช้ และก็แอปพลิเคชันแล้ว แต่ยังพบปัญหา Facebook ช้าอยู่ ก็มีความเป็นไปได้แล้วว่าปัญหาอาจจะเกิดจากทาง Facebook เอง ซึ่งในกรณีนี้ คงต้องรอการแก้ไขจากทาง Facebook เป็นหลักครับ ซึ่งอาจจะเกิดทั้งจากปัญหาของเซิร์ฟเวอร์ Facebook ปัญหาจากการเชื่อมต่อ ปัญหาจากฐานข้อมูล ปัญหาเรื่องกระแสไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่ผู้ใช้ไม่สามารถแก้ปัญหาเองได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะฟันธงว่าปัญหา Facebook ช้านั้นเกิดจากอะไร ก็ลองสอบถามจากบุคคลใกล้ตัวดูก่อนครับ ว่ามีปัญหาเดียวกันหรือเปล่า

วิธีแก้ไขปัญหา Facebook ช้าจากในกรณีนี้

สำหรับปัญหาจากสาเหตุนี้ แน่นอนว่าผู้ใช้ทั่วไปไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยตนเองได้ครับ ต้องรอให้ทาง Facebook เป็นผู้แก้ไข ส่วนผู้ใช้อย่างเราก็ทำได้แค่ตรวจสอบสถานะไปพลาง ๆ จากในตัวอย่างเว็บไซต์และช่องทางดังต่อไปนี้

 

from:https://notebookspec.com/facebook-is-slow-in-2019-what-caused-it-and-how-to-fix/489696/

Apple เตรียมจำกัดฟีเจอร์ VoIP ที่มีใน Messenger ป้องกันการแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้ใน iOS 13

Facebook Messengerมีรายงานเผยว่า Apple วางแผนจำกัดฟีเจอร์โทรด้วยเสียง (VoIP) ที่มีใน Messenger, WhatsApp เพราะอาจแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้ โดยจะเริ่มใช้นโยบายนี้ใน iOS 13 เริ่มปี 2020 iOS 13 จำกัดฟีเจอร์ VoIP เพื่อความปลอดภัยข้อมูลของผู้ใช้ The Information เผยว่านโยบายการจำกัดฟีเจอร์โทรด้วยเสียง (VoIP) ที่ Apple จะใช้ใน iOS 13 นั้นจะมีผลต่อแอปโทรด้วยเสียงอย่าง Facebook Messenger โดยตรง รายงานเผยว่าฟีเจอร์นี้มีการทำงานเบื้องหลัง และอาจมีการเก็บข้อมูลผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดย Apple จะจำกัดการเข้าถึงและการทำงานเบื้องหลังของฟีเจอร์ดังกล่าว เพื่อให้ทำงานในระหว่างการใช้งานเท่านั้น ทางด้านตัวแทนของ Facebook ก็กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงใน iOS ใหม่ที่จะเกิดขึ้นนั้นไม่ได้มีอะไรสำคัญมาก และทาง Facebook ได้หารือร่วมกับ Apple ในประเด็นนี้ เพื่อให้ชัดขึ้น ตัวแทน Facebook เผยว่า ทาง Facebook ใช้ PushKit […]

from:https://www.iphonemod.net/apple-to-restrict-voip-feature-used-by-facebook-in-ios-13.html

หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกจี้ถาม Facebook ประเด็น Privacy ของ Libra

หน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนบุคคลจากทั่วโลกร่อนจดหมายถาม Facebook ถึงประเด็นการปกป้องและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่จะใช้สกุลเงินดิจิทัล Libra ในอนาคต หลังบริษัทฯ มีปัญหากับประเด็นดังกล่าวมานานหลายปี

Libra เป็นสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ที่ถูกพัฒนาโดย Facebook และวางแผนจะเริ่มใช้งานภายในปี 2020 นี้ โดยให้บริการผ่านทาง Apps และ Services ต่างๆ ของบริษัท แม้สกุลเงินดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลก แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายจากหลายประเทศต่างกังวลว่าการมาถึงของ Libra อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินของทั่วทั้งโลกได้ ส่งผลให้หลายรัฐบาลและหลายหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความกังวลต่อประเด็นดังกล่าว

ล่าสุด หน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนบุคคลจากทั่วโลก นำโดย Angelene Falk คณะกรรมการด้านการคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนบุคคลของออสเตรเลีย (Australian Information and Privacy Commissioner) ได้ออกมาจี้ถึงประเด็นเรื่องความเป็นส่วนบุคคลบน Libra ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจุดอ่อนสำคัญของ Facebook ในขณะนี้ พร้อมผสานความร่วมมือกับคณะกรรมการจาก FTC, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, สหภาพยุโรป, อัลบาเนีย และอีกหลายประเทศ หลายหน่วยงานเพื่อกดดัน Facebook ให้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว

“เราผสานความร่วมมือกันเพื่อแสดงให้เห็นถึงความกังวลของพวกเราที่มีต่อความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนบุคคลอันเนื่องมาจากสกุลเงินและโครงสร้างของ Libra หน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานด้านกฎหมายอื่นๆ ก็ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับโปรเจ็กต์ดังกล่าวเช่นกัน … ความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ได้ถูกจำกัดแค่ประเด็นด้านความเป็นส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เนื่องจากการที่ Facebook เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง และการขยายขอบเขตของข้อมูลที่จัดเก็บจากผู้ใช้กว่าหลายร้อยล้านคนก็ยกระดับประเด็นเหล่านี้ให้หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น” — แถลงการณ์จากกลุ่มหน่วยงานกำกับดูแลที่ได้ลงนามความร่วมมือเข้าด้วยกัน

กลุ่มหน่วยงานกำกับดูแลเหล่านี้ได้จี้ถาม Facebook หลากหลายประเด็นเกี่ยวกับความเป็นส่วนบุคคล เช่น หน่วยงานด้านการคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนบุคคลทั่วโลกจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเครือข่ายของ Libra จะมีมาตรการควบคุมที่ทันสมัยและสามารถปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ในเครือข่ายได้ รวมไปถึงต้องการให้ Facebook แสดงข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ที่จะนำไปใช้ ระดับความยินยอมในการจัดเก็บข้อมูล แนวทางสำหรับแชร์ข้อมูลไปยังบุคคลภายนอก และการอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถลบข้อมูลของตนออกจากเครือข่ายได้

แม้ว่า Facebook จะมีแผนพัฒนา Libra ให้พร้อมใช้งานอย่างรวดเร็ว แต่ประเด็นเกี่ยวกับการรักษาความเป็นส่วนบุคคลของผู้ใช้กลับยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ส่งผลให้หน่วยงานกำกับดูแลจากทั่วโลกรวมตัวกันเพื่อสอบถาม Facebook เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่มีแถลงการณ์ใดๆ จาก Facebook

ที่มา: https://www.zdnet.com/article/regulators-from-australia-canada-uk-hit-facebook-with-libra-privacy-concerns/

from:https://www.techtalkthai.com/regulators-from-australia-uk-canada-ask-facebook-about-libra-privacy/

[Infographic] Google, Facebook, Apple, Microsoft เก็บข้อมูลอะไรของเราบ้าง มาดูกัน

ทีมงานจาก Security Baron เว็บไซต์ด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคได้ทำการตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนบุคคล (Privacy Policies) ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ 6 แห่ง ได้แก่ Facebook, Google, Apple, Twitter, Amazon และ Microsoft เพื่อค้นหาว่าบริษัทเหล่านี้เก็บข้อมูลอะไรจากผู้ใช้บ้าง โดยสรุปออกเป็น Infographic ด้านล่าง

Credit: SecurityBaron.com

** นโยบายความเป็นส่วนบุคคลของบริษัททั้ง 6 แห่งถูกตรวจสอบเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา

จากรูปจะเห็นว่า Facebook เป็นบริษัทที่เรียกได้ว่าหิวกระหายข้อมูลของผู้ใช้เป็นอย่างมาก โดยเก็บแม้กระทั่งข้อมูลเกี่ยวกับที่ทำงานของเรา ระดับรายได้ เชื้อชาติ ศาสนา มุมมองด้านการเมือง รวมไปถึงโฆษณาที่เรากดคลิก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้เพื่อการโฆษณา หรือ (อาจ) ส่งต่อให้บุคคลอื่นได้ ตรงกันข้ามกับ Twitter ที่เก็บข้อมูลค่อนข้างน้อย แม้จะทำการเก็บข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ อีเมล โซนเวลา วิดีโอที่กดดู แต่บริษัทฯ กลับไม่สนใจเก็บข้อมูลชื่อ เพศ หรือวันเกิด เหมือนบริษัทส่วนใหญ่อื่นๆ

ที่มา: https://sea.pcmag.com/news/31392/what-does-big-tech-know-about-you-basically-everything

from:https://www.techtalkthai.com/which-data-big-tech-companies-collect-from-users/

ลองใช้ Facebook Analytics หาเวลาที่เหมาะแก่การโพสต์บนเพจเรา

ก่อนหน้านี้เราได้เขียนบทความ “ในแต่ละ Social Media โพสต์เวลาไหนปังสุด (อัปเดตล่าสุดปี 2019)” โดยอ้างอิงจากการเก็บข้อมูลแบบกว้างๆ ของ Sprout Social ไปแล้ว แม้จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ก็ทำให้เกิดความกังวลอย่างหนึ่งขึ้นมา นั่นคือเราอาจเข้าใจผิดว่าข้อมูลชุดเดียวอาจใช้ได้ผลในทุก ๆ เคส ซึ่งจริง ๆ ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป

ซึ่ง Rainmaker ออกบทความที่ชื่อว่า “โพสต์ตอน 23.00 ก็ยอดดีได้ !? กรณีศึกษาจาก Parents One เว็บครอบครัวแนวใหม่” โดยแนะนำเครื่องมือตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Facebook Analytics ที่เปิดให้ผู้ใช้ดูสถิติบนเพจของเราได้แบบครบทุกแง่มุม ซึ่งเราสามารถหยิบข้อมูลมาส่วนมาใช้ในการเลือกเวลาโพสต์สิ่งต่าง ๆ ลงเพจได้

แล้วจะเราสามารถเอาข้อมูลตรงไหนจาก Facebook Analytics มาใช้ในการเลือกเวลาโพสต์ได้บ้าง หาคำตอบได้จากบทความนี้ครับ

1.เข้าเว็บไซต์ www.facebook.com/analytics เพื่อเข้าหน้าแรกของ Facebook Anaytics แล้วกดที่เพจที่เราต้องการดูสถิติและข้อมูลต่าง ๆ บน Facebook Page ของเรา

2. จากนั้นดูที่หัวข้อ Engagement Metrics ในส่วน Active Users: By Hour เพื่อดูเวลาที่มีคน Active มากที่สุดเพื่อมาใช้ในประกอบการเลือกเวลาโพสต์ เว็บไซต์ Rainmaker ระบุว่าเมื่อเพจ Parents One ลองโพสต์ช่วงหลัง 21.00 น. ตาม Facebook Analytics ก็ยังยอดดีอยู่ จนเพิ่มไปเรื่อยๆ ถึงโพสต์ดึกสุดคือ 23.00 น. ก็ยังยอดดีอยู่เช่นกัน

3. อย่าลืมกด “Last … days” เพื่อดูช่วงเวลาที่คน Active มาที่สุดย้อนหลัง โดยเราสามารถดู 7 วันย้อนหลัง, 14 วันย้อนหลัง, 28 วันย้อนหลัง, 90 วันย้อนหลัง หรือจะปรับเป็นช่วงเวลาตามที่เราสนใจก็ได้อีกเช่นกัน

4. สุดท้ายและท้ายสุด อย่าลืมปรับเวลาที่แสดงผลให้เป็นเวลาในประเทศไทยด้วย โดยเราสร้างเข้าไปที่เมนู Settings ด้านซ้ายมือ แล้วปรับ Time Zone ให้เป็น (GMT+07:00) Bangkok Time กันด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลเวลาที่ถูกต้องจริงๆ ครับ

from:https://www.thumbsup.in.th/%e0%b9%89how-to-use-facebook-analytics-for-finding-time-posts