คลังเก็บป้ายกำกับ: FACEBOOK

Facebook ออกแคมเปญใหม่ เพื่อย้ำข้อดีของ Personalized Ad

Facebook ออกแคมเปญใหม่ในชื่อ Good Ideas Deserve to be Found หรือไอเดียดี ๆ ควรถูกค้นพบ มีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ถึงประโยชน์ของโฆษณาแบบปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Personalized Ad) ว่าช่วยให้ผู้ใช้งานได้ค้นพบธุรกิจหรือบริการ ที่เขาชื่นชอบและได้ร่วมสนับสนุนธุรกิจเหล่านั้น

แคมเปญนี้เป็นการต่อสู้กับระหว่าง Facebook กับแอปเปิลรอบล่าสุด ในประเด็นการปรับค่าความเป็นส่วนตัวบน iOS 14 ที่ส่งผลต่อการทำโฆษณาแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย (Target Ad) ซึ่งก่อนหน้านี้ Facebook ย้ำว่ากระทบกับธุรกิจขนาดเล็ก

โฆษณาในแคมเปญดังกล่าวเล่าถึงธุรกิจขนาดเล็ก ที่ใช้ประโยชน์จาก Target Ad บน Facebook ทำให้พวกเขาสามารถสร้างฐานลูกค้าที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกันขึ้นมาได้ โดยจะเผยแพร่เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งบน Facebook, โทรทัศน์ และวิทยุ

ที่มา: CNBC และ Facebook

alt="Facebook's Good Ideas Deserve to be Found"

from:https://www.blognone.com/node/121403

Facebook ส่งโฆษณาใหม่ โน้มน้าวผู้ใช้งาน iPhone ให้เปิดใช้ระบบโฆษณา

Apple เปิดตัวระบบความปลอดภัยใหม่ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะปิดไม่ให้ Facebook ติดตามการใช้งานหรือไม่ แน่นอนว่า Facebook ย่อมได้รับผลกระทบของระบบใหม่นี้เต็ม ๆ เพราะรูปแบบธุรกิจของ Facebook คือการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของ User เพื่อยิงโฆษณาให้ตรงกับผู้ใช้งานมากขึ้น

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนี้เองทำให้ Facebook ไม่พอใจกับระบบใหม่ของ Apple ถึงกับจ้องจะฟ้องร้อง Apple กรณีผูกขาดการค้าด้วย ซึ่งนอกจากจะต้องเตรียมเรื่องดีความแล้ว Facebook ยังส่งแคมเปญโฆษณนาใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงที่ยากลำบากอยู่ด้วย โดยชื่อของโฆษณานี้คือ “Good ideas deserve to be found” หรือ สิ่งดี ๆ ควรค่าแก่การค้นพบ

ความตั้งใจที่ชัดเจนของ Facebook คือการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กถือเป็นข้อเรียกร้องของผู้ใช้อย่างชัดเจนเพื่อให้ Facebook สามารส่งโฆษณาที่ตรงเป้าหมายต่อไป วิดีโอดังกล่าวมีผู้ใช้ Facebook และ Instagram ได้ค้นหาสิ่งที่ต้องติดตาม ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของโฆษณานี้ และช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กที่อาศัย Ads ของ Facebook ก้าวต่อไปข้างหน้าได้

“โลกเต็มไปด้วยความคิดดี ๆ ตอนนี้ด้วยโฆษณาที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลทำให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถสามารถก้าวต่อไปได้ ความคิดที่ดีควรค่าแก่การค้นพบ”

คุณผู้อ่านที่เห็นโฆษณานี้ คิดว่าจะเปิดให้ Facebook ติดตามเราหรือไม่ครับ?

ข่าว: Facebook ส่งโฆษณาใหม่ โน้มน้าวผู้ใช้งาน iPhone ให้เปิดใช้ระบบโฆษณา มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/26/facebook-new-campaign-to-convince-users.html

รัฐประหารเป็นเหตุ Facebook สั่งแบนบัญชีกองทัพเมียนมาทุกช่องทาง พบมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง

Facebook Photo by Shutterstock

Facebook แบนบัญชีกองทัพเมียนมาทุกแพลตฟอร์ม

หลังจากกองทัพเมียนมาทำการรัฐประหารในวันที่ 1 กุมภาพนธ์ที่ผ่านมา Facebook พบว่า บัญชีของกองทัพเมียนมามีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางใช้ความรุนแรงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอันที่จริง Facebook เคยสั่งแบนไปแล้วครั้งหนึ่ง เพราะทำผิดกฎต่อเนื่องหลายครั้ง

ดังนั้นในรอบนี้ Facebook จึงประกาศแบนบัญชีของกองทัพเมียนมาทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงใน Instagram และมากกว่านั้นจะทำการแบนสื่อโฆษณาต่างๆ จากหน่วยงานของกองทัพเมียนมาทั้งหมด

Facebook ถือเป็นสื่อออนไลน์หลักของเมียนมา ประชาชนใช้งานมหาศาล ข้อมูลระบุว่า Facebook ในเมียนมามีการสร้างบัญชีสูงเกือบ 23 ล้านบัญชี (คิดเป็นประมาณ 40% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ) ซึ่งแน่นอนว่า กองทัพเมียนมาใช้ Facebook เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารข้อความต่างๆ เสมมอมา

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ กองทัพเมียนมายังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นนี้แต่อยางใด

protest Myanmar coup
ภาพผู้ชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารของกองทัพเมียนมา Photo: Shutterstock

ที่มา – Facebook, Reuters

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post รัฐประหารเป็นเหตุ Facebook สั่งแบนบัญชีกองทัพเมียนมาทุกช่องทาง พบมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/facebook-ban-all-myanmar-junta-account/

Facebook x Sundae Kids เปิดตัวโครงการที่จะช่วยให้บัญชี FB & IG ของเรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

Facebook ได้ร่วมกับมือ Sundae Kids เปิดตัวโครงการ Love & Lock: Facebook Privacy Cafe Virtual Edition ทำแบบสอบถามสั้น ๆ ง่าย ๆ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที เรียนรู้การตั้งค่าการจัดการความเป็นส่วนตัวบน Facebook และ Instagram เพื่อให้บัญชีของเรามีความปลอดภัยให้ได้มากที่สุด พร้อมรับ Code แลกเครื่องดื่มสุดพิเศษแบบ Limited Edition ที่ร้าน Cha Bar สาขา Lido Connect ในวันที่ 26 – 28 กุมภาพันธ์ 2021 นี้เท่านั้น

Facebook Privacy Café คืออะไร?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ก่อนหน้านี้ Facebook เคยจัดโครงการคล้าย ๆ กันมาก่อนชื่อว่า Facebook Café ที่ตะลุยเปิด Pop-Up Café ตามร้านกาแฟต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน Facebook และ Instagram สามารถเข้าไปทำแบบสอบถามเรื่องความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน Facebook พร้อมรับคำแนะนำในการใช้งานฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวต่าง ๆ  แลกกับการได้รับเครื่องดื่มฟรีทันที

ภาพคอนเซปท์ Facebok Cafe (ขอบคุณภาพจาก Dazeen) 

การทำแบบสอบถามเหล่านี้ก็เหมือนการตรวจสุขภาพอย่างหนึ่ง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อดูว่าผู้ใช้งานคนนั้นใช้ Facebook หรือ Instagram อย่างมีความเสี่ยงเรื่องความเป็นส่วนตัวหรือไม่ เพราะ Facebook ให้ข้อมูลว่า ผู้ใช้งาน Facebook และ Instagram ที่ Active ประจำเป็นจำนวนมาก ไม่เคยใช้ หรือไม่รู้จัก ฟีเจอร์เกี่ยวกับความปลอดภัย และความส่วนตัวในการใช้งาน Facebook และ Instagram

‘Love & Lock’ Facebook Privacy Café Virtual Edition คืออะไร?

ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นตอนนี้ ทำให้ผู้ใช้งานหลาย ๆ คนอาจไม่สะดวกออกไปนอกบ้านเพื่อใช้บริการ Facebook café แบบที่บอกข้างต้นได้ Campaign ‘Love & Lock’: Facebook Privacy Café Virtual Edition ก็จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้โดยการที่ใช้ผู้ใช้งานทุกคนที่อยู่พักอยู่ที่บ้านสามารถทำแบบสอบถามเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน Facebook ได้

ผู้ใช้งานทุกคนสามารถเข้าไปที่ไมโครไซต์ที่จัดทำขึ้นโดยแคมเปญเพื่อทำแบบสอบถามสั้น ๆ พร้อมทั้งเรียนรู้เกี่ยวกับฟีเจอร์ และเครื่องมือความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน Facebook และ Instagram ให้การท่องโลกอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งานทุกคนมีความเป็นส่วนตัว และปลอดภัยขึ้น

6 Privacy Tips จาก Facebook และ Sundae Kids 

หัวข้อเรื่องความส่วนตัวหลัก ๆ ที่ทาง Facebook และ Campaign ‘Love & Lock’: Facebook Privacy Café Virtual Edition ต้องการที่จะโฟกัสก็จะประกอบไปด้วย 6 ฟีเจอร์หลัก ๆ ที่ส่งผลต่อการใช้งาน Facebook และ Instagram ในชีวิตประจำวันได้แก่ Privacy Checkup, 2FA ( Two Factor Authentication), WAIST (Why Am I Seeing This), Instagram Close Friend , Messenger Privacy และ Phishing 

โดยจากแบบสอบถามนี้ หากเพื่อน ๆ ตอบไปว่า “ไม่รู้” ทางตัวระบบก็จะขึ้นวิธีการตั้งค่านั้น ๆ ขึ้นมาให้ทันที ซึ่งถือว่าทำออกมาเข้าใจง่ายมาก ๆ

 

ตัวอย่างวิธีทำ 

จริง ๆ ไม่ก็ไม่ใช่แค่ Phishing นะที่เป็นเรื่องที่ผู้ใช้งานควรระวัง เพราะยังมีช่องโหว่อีกมากมายที่สามารถสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้งานได้ ซึ่ง Campaign ‘Love & Lock’: Facebook Privacy Café Virtual Edition ก็ได้ทำแบบสอบถามพร้อมการตูนสั้น ๆ 6 เรื่อง ที่วาดโดยศิลปินไทยชื่อดังอย่าง Sundae Kids ให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวต่าง ๆ ที่อยู่ในแอปพลิเคชั่น Facebook และ Instagram ที่ผู้ใช้งานอาจไม่เคยเห็นมาก่อน แถมอ่านจบยังได้รับโค๊ดเพื่อไปรับเครื่องดื่มสุด Exclusive ฟรีที่ Cha Bar อีกด้วยนะ

สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้าไปที่ไมโครเว็บไซต์ เพื่อทำแบบสอบถามพร้อมอ่านกาตูนสั้น ๆ ได้ความรู้แล้วรับเครื่องดื่มสุด Exclusive จาก Cha Bar ไปดื่มได้ฟรี ๆ เลย สามารถรับได้ที่ Cha Bar สาขา Lido Connect วันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ นี้เท่านั้นนะครับ 

 

Source: Dezeen, อีเมลประชาสัมพันธ์

from:https://droidsans.com/facebook-virtual-privacy-cafe/

Facebook สั่งแบนแอคเคาท์ที่เกี่ยวกับกองทัพเมียนมาทุกแอคเคาท์ทุกแพลตฟอร์ม

หลังกองทัพของเมียนมา (ตะมะดอว์) ถูกทั่วโลกประนามและยึดทรัพย์สินไปจนถึงห้ามเดินทาง ล่าสุด Facebook ออกมาประกาศท่าทีคล้ายกันคือสั่งแบนทุกแอคเคาท์ ทุกกิจกรรมของกองทัพบนแพลตฟอร์มทั้ง Facebook และ Instagram รวมถึงสื่อและโฆษณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน

Facebook บอกว่าปฏิบัติกับกองทัพเมียนมาบนมาตรฐานเดียวกันกับบุคคลหรือหน่วยงานอื่น แต่กรณีนี้มีข้อพิจารณาเพิ่มเติมจากข้อมูลของหน่วยงานอิสระที่ดูแลด้านการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีเมียนมาของสหประชาชาติเมื่อปี 2019(UN Fact-Finding Mission on Myanmar) และหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights) พบว่า

  • กองทัพเมียนมา ที่มีอำนาจมหาศาลและไม่มีกระบวนการตรวจสอบ มีประวัติละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง และมีความเป็นไปได้สูงที่จะใช้ความรุนแรงในอนาคต
  • พฤติกรรมที่ผ่านมาของกองทัพเมียนมาบน Facebook ที่ละเมิดกฎอยู่เป็นประจำ ต้องบังคับใช้กฎของแพลตฟอร์มซ้ำแล้วซ้ำอีก
  • ละเมิดแพลตฟอร์มครั้งล่าสุดหลังรัฐประหาร 1 กุมภาพันธ์
  • พฤติกรรมทั้งหมดเสี่ยงต่อการใช้ความรุนแรงและการคุกคามบนโลกออนไลน์ ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในโลกจริง

ที่มา – Facebook

ภาพนายพล Min Aung Hlaing หัวหน้าคณะรัฐประหารพม่า จากช่อง YouTube กองทัพพม่า

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121384

ออสเตรเลียผ่านกฎหมายบังคับเฟซบุ๊ก, กูเกิลจ่ายเงินผู้ผลิตเนื้อหาอย่างเป็นทางการ

ออสเตรเลีย ผ่านกฎหมายบังคับเฟซบุ๊ก, กูเกิลจ่ายเงินผู้ผลิตเนื้อหารวมถึงสำนักข่าวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีชื่อกฎหมายว่า News Media and Digital Platforms Mandatory Bargaining Code โดยเป็นการผ่านกฎหมายหนึ่งวัน หลังรัฐบาลประกาศปรับกฎหมายให้สอดคล้องกับแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น

การยอมผ่อนปรนของรัฐบาลทำให้เฟซบุ๊กยอมกู้คืนการมองเห็นและแชร์ข่าวให้แก่ผู้ใช้งานออสเตรเลีย ซึ่งเฟซบุ๊กทำไปเพื่อตอบโต้กฎหมายดังกล่าว

ด้าน Josh Frydenberg รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และ Paul Fletcher รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสาร ระบุในแถลงการณ์ว่า หลักจรรยาบรรณนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่า ธุรกิจสื่อข่าวจะได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรมสำหรับเนื้อหาที่พวกเขาสร้างขึ้น และยินดีที่ได้เห็นความคืบหน้าทั้งจากกูเกิลและเฟซบุ๊ก ในการบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับธุรกิจสื่อข่าวในออสเตรเลีย

No Description
ภาพจาก Josh Frydenberg

ก่อนกฎหมายผ่านสภา เฟซบุ๊กเผยว่าได้เจรจาต่อรองเพิ่มเติมกับรัฐบาลออสเตรเลีย และบอกว่าได้ผลที่น่าพึงพอใจ ส่วนกูเกิลก็ได้ทำข้อตกลงทางการค้ากับบริษัทกลุ่มสื่อในออสเตรเลียไปแล้ว ด้านไมโครซอฟท์ ที่ออกตัวสนับสนุนกฎหมายนี้ได้วิ่งเต้น คุยกับสมาคมสื่อในยุโรปหลายแห่ง และออกมาเรียกร้องให้ยุโรปออกกฎหมายลักษณะเดียวกับออสเตรเลีย

ที่มา – CNBC

from:https://www.blognone.com/node/121377

Facebook เปิดตัวแคมเปญ ‘Love & Lock’: Facebook Privacy Café Virtual Edition เสริมทักษะความเป็นส่วนตัวให้กับบัญชีผู้ใช้

Facebook ประเทศไทยเปิดตัวแคมเปญออนไลน์ Love & Lock: Facebook Privacy Café Virtual Edition เพื่อให้ความรู้ แก่ผู้ใช้งานชาวไทย และเสริมประสบการณ์การใช้งานออนไลน์ที่ปลอดภัยยิ่งขึ่น โดยแคมเปญดังกล่าวจัดขึ้นครอบคลุมทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์

แคมเปญล่าสุดภายใต้แนวคิด คาเฟ่ของ Facebook เป็นแคมเปญระดับโลกที่นำฟีเจอร์การควบคุมความเป็นส่วนตัวต่างๆ มาเป็นหัวข้อหลัก และเพื่อให้ผู้ใช้งานชาวไทยสามารถเข้าถึงแคมเปญนี้ได้ในวงกว้าง Facebook ประเทศไทยจึงได้จัดทำ ไมโครไซต์ Love & Lock: Facebook Privacy Café Virtual Edition นำเสนอเคล็ดลับให้ความรู้ พร้อมควิซคำถามง่ายๆ เพื่อทำให้ผู้เยี่ยมชมมีความเข้าใจในหัวข้อนี้มากขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือบริเวณใกล้เคียงยังสามารถแวะเยี่ยมชม Facebook คาเฟ่ป็อปอัพที่ร้านชานมไข่มุกยอดฮิต Cha Bar สาขาลิโด้ คอนเนคท์ เสริมประสบการณ์การเรียนรู้จากแคมเปญออนไลน์ที่ตกแต่งพิเศษเหมาะกับการถ่ายรูปลงสตอรี่ โดยเป็นผลงานการออกแบบของนักวาดภาพประกอบชื่อดัง Sundae Kids ในช่วงวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์นี้ และพิเศษ! สำหรับผู้ที่ทำควิซ Love & Lock ออนไลน์ จะได้รับชานมบรรจุขวดลิมิเต็ดเอดิชันจาก Facebook อีกด้วย

Facebook

“เรามีความยินดีที่ได้เปิดตัวไมโครไซต์ Love & Lock: Facebook Privacy Café Virtual Edition ในประเทศไทยวันนี้ การเดินหน้าให้ความรู้และเครื่องมือที่จำเป็นให้กับคนไทยเพื่อปกป้องข้อมูลออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งในพันธกิจของเรา การที่ผู้คนมีความเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาแชร์ออนไลน์นั้นเป็นสิ่งสำคัญ โดยเราต้องการที่จะสร้างวิธีการให้ความรู้ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น” อารีแอน เฮเมเนซ ผู้จัดการฝ่ายความเป็นส่วนตัวและนโยบายสาธารณะ Facebook ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว

จากการศึกษาโดย YouGov เมื่อเร็วๆ นี้ในหัวข้อที่เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่ได้รับการสนับสนุนโดย Facebook[1] ร้อยละ 81 ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกว่าพาสเวิร์ดสำหรับโซเชียลเน็ตเวิร์กของตนเองนั้นปลอดภัยเป็นอย่างมากและค่อนข้างมาก โดยร้อยละ 72 ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาไม่ได้แชร์พาสเวิร์ดของตัวเองกับผู้อื่น ในขณะที่ร้อยละ 67 ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าพวกเขาใช้พาสเวิร์ดที่ประกอบด้วยตัวหนังสือและตัวเลข

ทั้งนี้ มีเพียงร้อยละ 58 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่รู้จักการยืนยันตัวตนผ่านสองขั้นตอน (2-factor authentication หรือ 2FA) ในขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสอบถามทุกคนสามารถระบุสถานการณ์อย่างน้อยหนึ่งสถานการณ์ที่สามารถทำให้พวกเขาตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง (phishing) และมีเพียงร้อยละ 40 ที่สามารถระบุลักษณะทั้งหมดที่เกี่ยวของกับการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งได้อย่างถูกต้อง

“เราหวังว่าทุกท่านจะเข้าเยี่ยมชมแคมเปญ Love & Lock ของเรา โดยไมโครไซต์ได้เปิดให้เข้าชมได้ตลอดทั้งเดือนเพื่อเรียนรู้การปกป้องความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ และก็หวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยลบความเชื่อผิดๆ รวมถึงช่วยตอบคำถามต่างๆ ในประเด็นนี้ และทำให้ทุกคนมีความเข้าใจและรู้วิธีการควบคุมและจัดการความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ของพวกเขาเองได้”

Facebook ได้ออกแบบแคมเปญให้ความรู้และเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงผู้คน ด้วยการร่วมงานกับ Sundae Kids นักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ชาวไทย นำเสนอเรื่องราวความรักในโลกยุคดิจิทัลผ่านการ์ตูนสั้น 6 ตอนที่เกิดขึ้นในคาเฟ่แห่งหนึ่ง ผลงานนี้จะรวมเอาหัวข้อที่เกี่ยวกับเรื่องของความเป็นส่วนตัว ฟีเจอร์ต่างๆ ของ Facebook และแอปในเครือเข้าด้วยกัน 

ในงานเปิดตัวแคมเปญ Love & Lock: Facebook Privacy Café Virtual Edition นี้ อารีแอน เฮเมเนซ ได้พูดคุยถึงการทำงานและการลงทุนอย่างต่อเนื่องของ Facebook ในการสร้างประสบการณ์ออนไลน์ที่ปลอดภัยและมีความเป็นส่วนตัว พร้อมให้ความรู้อย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ รวมถึงอธิบายถึงความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวบนพื้นที่ออนไลน์   โดยได้นำเสนอเครื่องมือหลักๆ ของ Facebook เช่น Privacy Checkup ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานได้ง่ายๆ และช่วยแนะนำผู้ใช้งานให้สามารถตั้งค่าความปลอดภัยให้กับบัญชีของตัวเอง หรือฟีเจอร์ Why Am I Seeing This ที่จะอธิบายให้ผู้ใช้งานได้เข้าใจว่าทำไมถึงเห็นโพสต์นั้นๆ ในฟีดข่าวของตน และตัวช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยต่างๆ บน Instagram

[1] ที่มา: แบบสำรวจหัวข้อ ‘Digital Skills APAC Survey’, YouGov, ธันวาคม 2561 (การศึกษาออนไลน์ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Facebook โดยสำรวจคนไทยอายุ 18 ปี ขึ้นไป จำนวน 1,000 คน)

“ในยุคนี้ ทุกคนล้วนต้องการที่จะแบ่งปันเรื่องราวต่างๆ กับเพื่อนๆ บนโลกออนไลน์อยู่เสมอ ดังนั้นผู้ใช้งานควรจะมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยและเพื่อที่จะตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง และมีทักษะเบื้องต้นที่สำคัญต่างๆ เช่น การยืนยันตัวตนแบบสองชั้นนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน เราคิดว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ Facebook ได้มีแคมเปญออนไลน์ Love & Lock: Privacy Cafe นี้ขึ้นมาซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภคได้ศึกษาและ   ทำความเข้าใจในประเด็นนี้ได้อย่างง่ายๆ ในรูปแบบที่น่าติดตาม และทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อมอบความรู้และกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยบนโลกออนไลน์” ดร. ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย และคณะกรรมการโครงการ We Think Digital ประเทศไทย กล่าว

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมไมโครไซต์ Love & Lock: Facebook Privacy Café Virtual Edition ได้ที่ https://loveandlockfbprivacytips.digitalnextecho.com/ เพื่อร่วมทำควิซสั้นๆ ทดสอบความเข้าใจเรื่องของความเป็นส่วนตัวออนไลน์ และฟีเจอร์ต่างๆ ของ Facebook และ Instagram นอกจากนี้ยังสามารถเยี่ยมชมคาเฟ่ป็อปอัพที่ถูกตกแต่งขึ้นเป็นพิเศษได้ที่ Cha Bar สาขาลิโด้ คอนเนคท์ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 ถึง วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ระหว่างเวลา 10.00 ถึง 22.00 น.

from:https://www.mobileocta.com/facebook-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%8d-love-lock-facebook-privacy-cafe-virtual-edition/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=facebook-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%258d-love-lock-facebook-privacy-cafe-virtual-edition

คนออสเตรเลียจะอ่านข่าวบน Facebook ได้อีกครั้ง หลังรัฐบาลยอมอ่อนเรื่องกฎหมาย

หลังจากที่ Facebook สั่งแบนบริการข่าวในออสเตรเลีย เพราะไม่พอใจกฎหมายใหม่ ล่าสุดจะกลับมาเปิดให้คนในออสเตรเลียอ่านข่าวบนแพลตฟอร์มได้อีกครั้งแล้ว เนื่องจากรัฐบาลเปลี่ยนท่าที

facebook
NEW YORK, NY – OCTOBER 25: Facebook CEO Mark Zuckerberg speaks about the new Facebook News feature at the Paley Center For Media on October 25, 2019 in New York City. Facebook News, which will appear in a new dedicated section on the Facebook app, will offer stories from a mix of publications, including The New York Times, The Wall Street Journal and The Washington Post, as well as other digital-only outlets.(Photo by Drew Angerer/Getty Images)

Facebook กลับลำอีกครั้ง หลังรัฐบาลเปลี่ยนท่าที

Facebook ประกาศว่าจะกลับมาเปิดให้ผู้คนในออสเตรเลียสามารถเข้าถึงข่าวสารได้อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายของรัฐบาลออสเตรเลียที่ระบุว่าจะบังคับให้จ่ายเงินให้กับสำนักข่าว

เหตุการณ์ที่ Facebook สั่งระงับบริการข่าวในออสเตรเลีย พูดง่ายๆ คือผู้คนในออสเตรเลียไม่สามารถอ่านข่าวผ่านแพลตฟอร์มของ Facebook ได้ (ถ้าอยากอ่านข่าวต้องเข้าไปอ่านในเว็บไต์ข่าวหรือแอพพลิเคชั่นของสำนักข่าวโดยตรง) มีรายงานว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ทราฟฟิกเว็บไซต์ข่าวในออสเตรเลียลดลงไปกว่า 20%

  • แต่ล่าสุดท่าทีของ Facebook เปลี่ยนไป โดยจะเลิกแบนบริการข่าวในออสเตรเลียแล้ว

สาเหตุที่ทำให้ท่าทีของ Facebook เปลี่ยนไป คือการยอมอ่อนข้อในรายละเอียดของกฎหมาย โดยรัฐบาลออสเตรเลียบอกว่าจะมีเวลาให้เตรียมการ 2 เดือนเพื่อเจรจาระหว่างเจ้าแพลตฟอร์มอย่าง Facebook และสื่อสำนักข่าว รวมถึงรัฐบาลออสเตรเลียมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดปลีกย่อยอีกจำนวนหนึ่งในข้อกฎหมาย (แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยอย่างชัดเจน เช่น รายละเอียดในข้อตกลงของแพลตฟอร์มกับสำนักข่าว)

Facebook
Facebook

Campbell Brown รองประธานและผู้ดูแลฝ่ายข่าวทั่วโลกของ Facebook บอกว่า หลังจากพูดคุยกับรัฐบาลออสเตรเลียในครั้งนี้ ปรากฏว่า Facebook จะยังคงมีสิทธิ์และอำนาจในการตัดสินใจว่า จะให้มีหรือไม่ให้มีบริการข่าวบนแพลตฟอร์มก็ได้ หากการเจรจาในท้ายที่สุดไม่ลงตัว

อย่างไรก็ตาม ท่าทีของ Google ต่างจาก Facebook เนื่องจากเมื่อมีร่างกฎหมายดังกล่าวออกมา ปรากฏว่า Google เดินหน้าจับมือกลุ่มสื่อยักษ์ใหญ่ของออสเตรเลีย จัดทำข้อตกลงแบ่งรายได้ร่วมกัน หรือพูดง่ายๆ คือ Google ยอมจ่ายเงินให้กับสำนักข่าวตามข้อกฎหมายใหม่โดยดี

ที่มา – NYT, Techcrunch

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post คนออสเตรเลียจะอ่านข่าวบน Facebook ได้อีกครั้ง หลังรัฐบาลยอมอ่อนเรื่องกฎหมาย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/facebook-get-news-service-back-in-australia/

ออสเตรเลียยอมปรับกฎหมายสื่อ เฟซบุ๊กเตรียมกู้คืนการมองเห็นและแชร์ข่าวให้ผู้ใช้ในประเทศ

จากประเด็นเฟซบุ๊กตอบโต้กฎหมายใหม่ออสเตรเลียด้วยการบล็อกการมองเห็นและแชร์ข่าวแก่ผู้ใช้งานในประเทศ ล่าสุด เฟซบุ๊กบอกจะกู้การมองเห็นให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะได้เจรจากับรัฐบาลออสเตรเลียแล้วและได้ผลที่น่าพอใจ โดยรัฐบาลยอมปรับกฎหมายและรับฟังข้อกังวลของแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น

Josh Frydenberg รัฐมนตรีกระทรวงการคลังออสเตรเลียบอกว่า มีการปรับกฎหมายเพื่อให้ความชัดเจนเพิ่มเติมแก่ทั้งฝ่ายแพลตฟอร์ม และฝ่ายธุรกิจข่าว โดยจะเพิ่มระยะเวลาไกล่เกลี่ย 2 เดือน ในการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างแพลตฟอร์มและสื่อ ก่อนเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งทั้งเฟซบุ๊ก และ Frydenberg ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าจะปรับกฎหมายข้อไหน และรายละเอียดทำข้อตกลงระหว่างแพลตฟอร์มกับสื่อมีอะไรบ้าง

จากการถูกบล็อกข่าว ส่งผลให้ทราฟิกเว็บข่าวออสเตรเลียหายไปราว 20% น่าสนใจว่าการปรับกฎหมายจะส่งผลดีต่อกูเกิลที่ยอมปฏิบัติตามกฎใหม่ด้วยหรือไม่

ที่มา – TechCrunch, เฟซบุ๊ก

from:https://www.blognone.com/node/121331

Facebook เตรียมเปิดคาเฟ่ชั่วคราว Love & Lock: Facebook Privacy Café Virtual Edition ให้คนไทยตระหนักรู้เรื่องความปลอดภัย

Facebook ประเทศไทยเปิดตัวแคมเปญออนไลน์ Love & Lock: Facebook Privacy Café Virtual Edition เพื่อให้ความรู้ แก่ผู้ใช้งานชาวไทย และเสริมประสบการณ์การใช้งานออนไลน์ที่ปลอดภัยยิ่งขึ่น โดยแคมเปญดังกล่าวจัดขึ้นครอบคลุมทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ สำหรับช่องทางออฟไลน์นั้น จะเป็นการเปิด คาเฟ่ป็อปอัพที่ร้านชานมไข่มุกยอดฮิต Cha Bar สาขาลิโด้ คอนเนคท์ วันที่ 26-28 กุมภาพันธ์นี้ สำหรับผู้ที่ทำควิซ Love & Lock ออนไลน์ จะได้รับชานมบรรจุขวดลิมิเต็ดเอดิชันจาก Facebook อีกด้วย

สำหรับแคมเปญพิเศษนี้ อารีแอน เฮเมเนซ ผู้จัดการฝ่ายความเป็นส่วนตัวและนโยบายสาธารณะ Facebook ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เล่าว่า การเดินหน้าให้ความรู้และเครื่องมือที่จำเป็นให้กับคนไทยเพื่อปกป้องข้อมูลออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งในพันธกิจของเรา การที่ผู้คนมีความเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาแชร์ออนไลน์นั้นเป็นสิ่งสำคัญ โดยเราต้องการที่จะสร้างวิธีการให้ความรู้ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

จากการศึกษาโดย YouGov เมื่อเร็วๆ นี้ในหัวข้อที่เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่ได้รับการสนับสนุนโดย Facebook[1] ร้อยละ 81 ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกว่าพาสเวิร์ดสำหรับโซเชียลเน็ตเวิร์กของตนเองนั้นปลอดภัยเป็นอย่างมากและค่อนข้างมาก โดยร้อยละ 72 ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาไม่ได้แชร์พาสเวิร์ดของตัวเองกับผู้อื่น ในขณะที่ร้อยละ 67 ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าพวกเขาใช้พาสเวิร์ดที่ประกอบด้วยตัวหนังสือและตัวเลข

ทั้งนี้ มีเพียงร้อยละ 58 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่รู้จักการยืนยันตัวตนผ่านสองขั้นตอน (2-factor authentication หรือ 2FA) ในขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสอบถามทุกคนสามารถระบุสถานการณ์อย่างน้อยหนึ่งสถานการณ์ที่สามารถทำให้พวกเขาตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง (phishing) และมีเพียงร้อยละ 40 ที่สามารถระบุลักษณะทั้งหมดที่เกี่ยวของกับการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งได้อย่างถูกต้อง

“เราหวังว่าทุกท่านจะเข้าเยี่ยมชมแคมเปญ Love & Lock ของเรา โดยไมโครไซต์ได้เปิดให้เข้าชมได้ตลอดทั้งเดือนเพื่อเรียนรู้การปกป้องความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ และก็หวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยลบความเชื่อผิดๆ รวมถึงช่วยตอบคำถามต่างๆ ในประเด็นนี้ และทำให้ทุกคนมีความเข้าใจและรู้วิธีการควบคุมและจัดการความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ของพวกเขาเองได้”

Facebook ได้ออกแบบแคมเปญให้ความรู้และเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงผู้คน ด้วยการร่วมงานกับ Sundae Kids นักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ชาวไทย นำเสนอเรื่องราวความรักในโลกยุคดิจิทัลผ่านการ์ตูนสั้น 6 ตอนที่เกิดขึ้นในคาเฟ่แห่งหนึ่ง ผลงานนี้จะรวมเอาหัวข้อที่เกี่ยวกับเรื่องของความเป็นส่วนตัว ฟีเจอร์ต่างๆ ของ Facebook และแอปในเครือเข้าด้วยกัน

ในงานเปิดตัวแคมเปญ Love & Lock: Facebook Privacy Café Virtual Edition นี้ เป็นการสร้างประสบการณ์ออนไลน์ที่ปลอดภัยและมีความเป็นส่วนตัว พร้อมให้ความรู้อย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ รวมถึงอธิบายถึงความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวบนพื้นที่ออนไลน์

นอกจากนี้ ยังเป็นการนำเสนอเครื่องมือหลักๆ ของ Facebook เช่น Privacy Checkup ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานได้ง่ายๆ และช่วยแนะนำผู้ใช้งานให้สามารถตั้งค่าความปลอดภัยให้กับบัญชีของตัวเอง หรือฟีเจอร์ Why Am I Seeing This ที่จะอธิบายให้ผู้ใช้งานได้เข้าใจว่าทำไมถึงเห็นโพสต์นั้นๆ ในฟีดข่าวของตน และตัวช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยต่างๆ บน Instagram

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมไมโครไซต์ Love & Lock: Facebook Privacy Café Virtual Edition ได้ที่ https://loveandlockfbprivacytips.digitalnextecho.com/ เพื่อร่วมทำควิซสั้นๆ ทดสอบความเข้าใจ เรื่องของความเป็นส่วนตัวออนไลน์ และฟีเจอร์ต่างๆ ของ Facebook และ Instagram นอกจากนี้ยังสามารถเยี่ยมชมคาเฟ่ป็อปอัพที่ถูกตกแต่งขึ้นเป็นพิเศษได้ที่ Cha Bar สาขาลิโด้ คอนเนคท์ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 ถึง วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ระหว่างเวลา 10.00 ถึง 22.00 น.

from:https://www.thumbsup.in.th/facebook-cafe-in-thailand?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=facebook-cafe-in-thailand