คลังเก็บป้ายกำกับ: ETDA

ออก พ.ร.บ.ใหม่ดัน ETDA เป็นหน่วยงานกำกับดูแล “ธุรกิจบริการด้านธุรกรรมดิจิทัล” เต็มตัว

ออกกฎหมายใหม่รับสงกรานต์… เมื่อ พ.ร.บ. 2 ฉบับใหม่ เพิ่มอำนาจให้ “สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)” หรือ ETDA กลายมาเป็นหน่วยงานทำหน้าที่กำกับดูแล (Regulator) ธุรกิจบริการด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์แบบเต็มตัว หากใครไม่ขึ้นทะเบียนหรือขอใบรับอนุญาต มีสิทธิ์ถูกปรับเงินหรือติดคุก!

เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ 2 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ออกมา ได้แก่ พ.ร.บ.สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562

ความน่าสนใจของกฎหมาย 2 ฉบับที่ออกมา คือ การปรับให้องค์กรอย่าง “สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)” หรือ ETDA กลายมาเป็น “สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่องค์กรมหาชนอีกต่อไป

การเปลี่ยนแปลงจาก พ.ร.บ.ETDA ฉบับใหม่

ETDA ภายใต้ พ.ร.บ. ใหม่ที่ออกมานี้ จะมีลักษณะคล้ายกับหน่วยงานที่ทำงานด้านกำกับดูแล (Regulator) อย่างเช่น กสทช. ที่เน้นกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แต่ ETDA จะมีอำนาจดูแลด้านการทำธุรกิจบริการอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิทัล (Electronic Transaction) มากขึ้น เช่น

  • กำหนดมาตรฐานด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น Digital ID ในฐานะ Regulator
  • ทำ Recommendation ด้านมาตรฐาน ในฐานะ Rugulator
  • การกำกับดูแลผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์
  • การให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล

นอกจากนี้ ETDA ยังระบุว่าจะทำหน้าที่เป็นผู้ทำหน้าที่ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม (Innovation) สำหรับการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในการบริหารและการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

โดยจะศึกษาเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ รวมถึงพัฒนาข้อเสนอแนะที่สำคัญ แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ และพัฒนาระบบต้นแบบพร้อมสนามทดสอบสำหรับทดลองการใช้งาน (Prototype and Sandbox) อีกด้วย

แน่นอนว่า พ.ร.บ. ETDA มีการระบุให้สรรหากรรมการดำรงตำแหน่งใหม่ทั้งหมด โดยให้ ‘ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์’ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) รักษาการไปเป็นการชั่วคราว แทนที่ ‘สุรางคณา วายุภาพ’ ผู้อำนวยการ ETDA คนเดิม

การเปลี่ยนแปลงจาก พ.ร.บ.ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3)

พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ที่ออกมานี้เป็นการปรับปรุงกฎหมายมาจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2544 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551

หากดูการแก้ไขข้อกฎหมายที่น่าสนใจ จะพบว่ามีการเพิ่มอำนาจให้ ETDA ดำเนินการต่อธุรกิจบริการด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้มากขึ้น

  • ถ้าต้องมีการยื่นเอกสารมาแสดงกับราชการ แล้วมีเอกสารนั้นเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงได้และไม่มีความเปลี่ยนแปลง ก็ถือว่าข้อความนั้นเป็นหนังสือที่สามารถใช้งานได้ (มาตรา 8)
  • ธุรกิจบริการด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีการแจ้งให้ทราบ ขึ้นทะเบียน หรือได้รับใบอนุญาตก่อน เพื่อความมั่นคงทางการเงินและพาณิชย์ เพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือป้องกันความเสียหายต่อสาธารณชน (มาตรา 32)
  • หากไม่มีการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐใดเป็นผู้รับผิดชอบการควบคุมดูแล ก็มอบอำนาจให้ ETDA เป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย (มาตรา 32)
  • ถ้าประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับ
    ใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 44/1)
  • ถ้าประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 45)
  • ถ้าธุรกิจที่ต้องขึ้นทะเบียนนั้นไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถถูก ETDA ปรับได้สูงสุดถึง 1 ล้านบาท ส่วนธุรกิจใดต้องขอรับใบอนุญาต นั้นไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถถูกปรับได้สูงสุดถึง 2 ล้านบาท ซึ่ง ETDA มีอำนาจสั่งให้ธุรกิจนั้นๆ แก้ไขการดำเนินการให้ถูกต้องได้เช่นกัน (มาตรา 33/1 และมาตรา 34)

รวมถึงมีการระบุถึง “คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” ที่ติดตามการทำงานเรื่อง ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ตามมาตรา 36) ให้เป็นดังนี้

  • คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 8 คน ที่เกี่ยวข้องกับด้านการเงิน, การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, นิติศาสตร์, วิทยาการคอมพิวเตอร์, วิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์, สังคมศาสตร์ และด้านอื่นๆ
  • ให้ปลัดกระทรวง DE เป็นรองประธานกรรมการ
  • เลือกผู้ทรงคุณวุฒิ 1 ใน 8 คนมาเป็นประธานคณะกรรมการ

ส่วนคณะกรรมการฯ ที่มีอยู่เดิม ให้อยู่ดำรงตำแหน่งไปก่อน จนกว่าจะสรรหาใหม่ได้

สรุป

แน่นอนว่าทั้ง “สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” ร่างใหม่ของ ETDA ในฐานะ Regulator และ “คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” ยังอยู่ภายใต้กระทรวง DE เหมือนเดิม

โดยกฎหมายทั้ง 2 ฉบับที่เรากล่าวไปข้างต้น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2562 เป็นต้นไป

น่าจับตาว่าการดำเนินของ ETDA ในฐานะผู้กำกับดูแลธุรกิจบริการด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และหากมีรายละเอียดอื่นๆ ที่น่าสนใจ เราจะมารายงานให้ทราบกันต่อไป

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/04/new-laws-change-etda-to-regulator-of-electronic-transactions/

โฆษณา

สรุปพฤติกรรม!! การใช้งานอินเทอร์เน็ตคนไทยในปี 2561

ETDA Thailand ได้ทำการสํารวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2561 (ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562) จากหลากหลายเพศ  และหลายเจนเนอเรชั่น  ซึ่งพบการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่น่าสนใจสำหรับเหล่านักการตลาดที่ต้องการเข้าใจพฤติกรรมของชาวโซเชียลให้มากยิ่งขึ้น

Social Media ยอดนิยม

พบว่า YouTube, Line และFacebook ยังคงเป็นสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมที่ครองใจคนไทยในยุคนี้ และมีผู้ใช้งานนำเป็น 3 อันดับแรก  โดยมีสัดส่วนผู้ตอบที่ใกล้เคียงกัน

  • YouTube (ร้อยละ 98.8)
  • LINE (ร้อยละ 98.6)
  • Facebook (ร้อยละ 96.0)
  • Facebook Messenger (ร้อยละ 88.4)
  • Instagram (ร้อยละ 67.2)
  • Pantip ซึ่งเป็น ชุมชนออนไลน์หนึ่งเดียวของไทย (ร้อยละ 64.2)
  • Twitter (ร้อยละ 43.0)
  • WhatsApp (ร้อยละ 10.6)

จำนวนการใช้งานอินเตอร์เน็ตต่อวัน

ในปีน้ีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3 ชั่วโมง 30 นาทีต่อวัน  และในปี 2561 ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตในช่วงวันทํางาน/วันเรียนหนังสือ 3 ชั่วโมง 18 นาทีต่อวัน และใช้งานอินเทอร์เน็ตในช่วงวันหยุดผ่านมําเท่ากับ 4 ชั่วโมง 6 นาทีต่อวัน

ภาพรวมของกิจกรรมท่ีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกรุงเทพเป็นเมืองหลวงที่ใช้ Facebook มากเป็นอันดับ 1 ของโลกใช้เวลาในการเข้าถึงมากท่ีสุด อันดับแรก คือ การใช้สื่อสังคมออนไลน์  รองลงมา คือ การดูโทรทัศน์ ดูคลิปวิดีโอ ดูภาพยนตร์ ฟังเพลงออนไลน์

กิจกรรมการใช้อินเตอร์

ผลสํารวจพบว่า 5 อันดับยอดนิยมของกิจกรรมกํารใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต ในปีนี้เหมือนกันกับปีที่ผ่านมา  นั่นคือการใช้สื่อสังคมออนไลน์ การรับ-ส่ง อีเมล การค้นหาข้อมูล การดูโทรทัศน์/ดูคลิปวิดีโอ/ฟังเพลง และการซื้อสินค้า บริการ ทางออนไลน์

ความต่างของแต่ละเจนเนอเรชัน

แต่ละช่วงวัยก็มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่แตกต่างกันออกไปทั้งเวลาที่ใช้ในกิจกรรมต่างๆ และปัญหาที่พบเจอในการใช้งานอินเทอร์เน็ตก็แตกต่างกันออกไปด้วย

Baby Boomer

ยุคเริ่มต้นก่อนที่เทคโนโลยีจะเฟื่องฟู

Gen X

ช่วงเจนเนอเรชั่นที่กำลังเริ่มปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยี

Gen Y

โตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต และเรื่องราวเกี่ยวกับไอที

Gen Z

ชาชินกับการใช้เทคโนโลยีมากกว่าเจนเนอเรชั่นอื่นๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความน่าแปลกใจจากผลสำรวจคือ  Gen Y กลับมีสัดส่วนของการใช้ Social Media ที่มากกว่า Gen Z ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นล่าสุดของปัจจุบัน

จำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น

ในปี 2554 มีจํานวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพียง 77.5 ล้านเลขหมาย ในปี 2561 มีการคาดการณ์ว่า ตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 124.8 ล้านเลขหมาย หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตกว่าร้อยละ 60

เมื่อนําเอาจํานวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ปี 2561 มาเทียบ กับจํานวนประชากร ปี 2561 ซึ่งมีจํานวนท้ังส้ิน 66,294,064 คน  เพื่อดูอัตราส่วนจํานวนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อประชากรรวม (Mobile Penetration Rate)  ก็พบว่าอัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 188.25 ซึ่งหมายความว่าประชากร 1 คน จะครอบครองเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่มากกว่า 1 เลขหมาย

เรียกได้ว่ามีการเติบโตของการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง  และพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละช่วงวัยก็ต่างกันไป  ดังนั้นการทำแคมเปญทางการตลาดให้เข้าถึงแต่ละกลุ่มก็ควรจะแตกต่างกันด้วย

อ่านผลสำรวจแบบเต็ม ETDA

 

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/02/thailand-internet-user-profile-2018/

จับออนไลน์มาออฟไลน์ ETDA ดีลร้านดังออนไลน์ ปั้น “Thailand e-Commerce Week 2019” มาเต็มทั้งขายของและสัมมนา

เข้าสู่ช่วงต้นปีแบบนี้ แน่นอนว่า ทางสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ได้ออกมาสรุปภาพรวมการเติบโตและมูลค่าอีคอมเมิร์ซของไทย โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา มีมูลค่าประมาณ 2.81 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ปี 2561 มั่นใจว่าจะมีมูลค่าสูงแตะที่ 3 ล้านล้านบาทแน่นอน

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปี 2561 นั้นคาดการณ์ผลสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซของไทยยังมั่นใจว่าผู้ใช้งาน e-Commerce ไทยยังเติบโตดีต่อเนื่อง

โดยมูลค่าการเติบโต e-Commerce ในปี 2560 มีมูลค่าประมาณ 2.81 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ปี 2561 มั่นใจว่าจะมีมูลค่าสูงแตะที่ 3 ล้านล้านบาทแน่นอน

นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทยมีความเชื่อมั่นในการ  ชอปปิ้งออนไลน์ เลือกซื้อและมองหาบริการใหม่ ๆ  สูงมากขึ้น เป็นผลให้ในปี 2560 เป็น ปีแรกที่การซื้อสินค้าหรือบริการผ่านออนไลน์ ติด Top 5 กิจกรรมบนโลกออนไลน์ของผู้บริโภคในประเทศไทย และต่อเนื่องมาถึงปี 2561

ซึ่งเกิดจากการเข้ามาแทรกแซงของเทคโนโลยี (Disruptive Technology ) มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนยุคปัจจุบันให้ต่างไป รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านสังคมไทยไปสู่สังคมดิจิทัล นับเป็นช่องทางใหม่ที่จะสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนที่ปรับเปลี่ยนตัวเองได้ไว ทันกับกระแสการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จัดอีเว้นท์สร้างอาชีพ

ดังนั้น ทาง ETDA จึงได้จัดงาน Thailand e-Commerce Week 2019” ผนึกกำลังคนรุ่นใหม่ สร้าง workforce  สู่ความเป็นหนึ่งอีคอมเมิร์ซไทย ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร พร้อมเปิดตัว “Young talent Platform” รองรับ e-Commerce Park ที่จะเป็นศูนย์กลางด้านอีคอมเมิร์ซอย่างครบวงจรแห่งแรกในไทย

สำหรับไฮไลท์ของงาน ได้มีการเปิดตัว “Young talent Platform” เพื่อรองรับ Workforce โดยระดมสมองจาก กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ Start up ต่างๆ และจะเป็น Platform แรกของประเทศ ที่จะเป็นศูนย์กลางทางด้าน e-Commerce อย่างครบวงจร

ตั้งแต่ให้คำปรึกษาในการทำธุรกิจ e-Commerceหางาน หาเงินทุน จับคู่ธุรกิจ สื่อการเรียนรู้ออนไลน์ e-Leaning พร้อมกับเชื่อมต่อกับ e-Marketplace รวมทั้งให้บริการจดทะเบียนธุรกิจของภาครัฐ สร้าง Community ให้ Young Talent ได้มาแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้บริการด้าน e-Commerce เช่น Logistics, Payment, Online Marketing

ซึ่งการจัดตั้ง e-Commerce Park นี้เกิดจากการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ETDA กับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่จะร่วมมือกันส่งเสริมและสนับสนุนด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

นอกจากจะมีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์รวมการเรียนรู้ ฝึกอบรม จัดทำโครงการต่าง ๆ และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ให้สามารถส่งออกไปยังตลาดโลกได้แล้ว ETDA ยังให้ความสำคัญในเรื่องของตลาดแรงงาน โดยได้เตรียมทำความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศหลายแห่ง ให้จัดส่งนักศึกษาที่จบใหม่ หรือนักศึกษาที่ต้องการหารายได้ระหว่างเรียน เข้ามาร่วมกับ e-Commerce Park เพื่อพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่และคำแนะนำ ให้กับผู้ผลิตหรือประชาชนทั่วไป ได้มีความรู้และความเข้าใจในการขายสินค้าออนไลน์อย่างถูกต้องและมั่นคงปลอดภัย

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/01/etda-thailand-e-commerce-week/

สพธอ. ประกาศข้อเสนอมาตรฐานดิจิทัลไอดี แทบยกมาจาก NIST 800-63 แต่ปรับให้อ่อนแอลง

สพธอ. ประกาศข้อเสนอแนะมาตรฐานฯ เกี่ยวกับแนวทางการใช้ดิจิทัลไอดีสำหรับประเทศไทย เป็นเอกสาร 3 ฉบับ ได้แก่

  • ขมธอ. 18-2561 ภาพรวมแนวทาง
  • ขมธอ. 19-2561 การลงทะเบียนและพิสูจน์ตัวตน
  • ขมธอ. 20-2561 การยืนยันตัวตน

การจัดหมวดหมู่เอกสารและหัวข้อต่างๆ เห็นได้ชัดว่าล้อมาจากเอกสาร NIST SP800-63 (ข่าวเก่าบน Blognone)

เอกสารที่น่าสนใจที่สุดคงเป็น ขมธอ. 20-2561 ที่ล้อมาจาก NIST SP800-63B

ความแตกต่างทางเทคนิคของการยืนยันตัวตน (authentication) ประเภทต่างๆ เ่ช่น

  • รหัสลับจดจำ (memorized secret) แนะนำให้ความยาวอย่างน้อย 8 ตัว หรือหากสุ่มโดยระบบยาวอย่างน้อย 6 ตัว, ต้องตรวจสอบกับพจนานุกรมและรหัสที่เคยถูกโจมตี, มีมาตรวัดระดับความปลอดภัย, มีการจำกัดจำนวนครั้ง โดยมีส่วนที่ต่างจาก NIST สำคัญๆ เช่น

    • ไม่ห้ามการตรวจสอบรหัสผ่านเพียงบางส่วน (truncated)
    • ไม่บังคับเก็บรหัสผ่านในรูปแบบแฮชที่แข็งแรงพร้อมค่า salt
    • ไม่แนะนำว่าการตั้งรหัสควรเลิกบังคับกฎการผสมประเภทตัวอักษร, อนุญาตให้ paste รหัสผ่านได้, หรือควรรองรับรหัสผ่านอย่างน้อย 64 ตัวอักษร
  • อุปกรณ์สื่อสารช่องทางอื่น (out-of-band) อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์บ้าน (PSTN) และ SMS ได้ตามเดิม ต่างจาก NIST ที่จำกัดการใช้ SMS โดยผู้ที่จะใช้งานต้องแจ้งผู้ใช้ให้ทราบความเสี่ยงและต้องมีทางเลือกอื่นให้ใช้งานได้

ปัจจุบันการยืนยันตัวตนของธนาคารไทยแทบทั้งหมดเป็นการใช้รหัสผ่านร่วมกับ SMS หลายแห่งไม่รองรับคำแนะนำใหม่ๆ ของ NIST เช่นการจำกัดความยาวรหัสผ่านไว้สั้นมาก หรือไม่ยอมให้ paste รหัสผ่านจากซอฟต์แวร์จัดการรหัสผ่าน การดัดแปลงเช่นนี้คงทำให้แนวทางการยืนยันตัวตนของธนาคารในไทยผ่าน IAL2 โดยไม่ต้องมีการปรับปรุงระบบเพิ่มแต่อย่างใด

ที่มา – ETDA

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105596

ขอเชิญร่วมสัมมนาฟรี เปิดประเด็นกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลของไทย ที่ผู้บริหารควรรู้และปรับตัว 28 ส.ค. 2018

Veritas ขอเชิญเหล่าผู้บริหารร่วมงานสัมมนาฟรี “Information Governance for Digital 4.0” เพื่อรับฟังการอัปเดตเทรนด์ด้านเทคโนโลยีและกฎหมายส่วนบุคคลที่กำลังจะประกาศใช้ในประเทศไทย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเหล่าธุรกิจให้ได้เตรียมตัวและซักถามประเด็นข้อสงสัยที่ธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับภาคกฎหมาย ในวันที่ 28 สิงหาคม 2018 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

 

ธรรมาภิบาลข้อมูล (Information Governance) เพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจและการเตรียมความพร้อมสำหรับกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในยุคดิจิทัล4.0

 

 

วันที่: 28 สิงหาคม 2561
เวลา: 7:00 – 10.00 น
สถานที่: โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ

 

การวางรากฐานด้านธรรมาภิบาลข้อมูลจัดเป็นยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อให้องค์กรได้ประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลจำนวนมหาศาล ในขณะที่มีระดับความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายต่ำสุด แต่จากการสำรวจพบว่า เกือบ 70% ของข้อมูลที่องค์กรต่างๆ จัดเก็บ ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดหรือกฎหมาย ขาดการกำกับดูแลและตรวจสอบ หรือเป็นข้อมูลที่ไม่มีคุณค่าต่อองค์กร

ในขณะเดียวกัน กฏหมายด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลเองนั้นก็จะเข้ามากระทบกับกระบวนการการทำธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อันจะเห็นจากผลกระทบของการบังคับใช้กฏหมาย GDPR ที่เคยเกิดขึันมาแล้วในยุโรป ประเด็นนี้จึงถือเป็นประเด็นสำคัญที่เหล่าองค์กรต้องปรับตัวกันครั้งใหญ่ทีเดียว

ในงานสัมมนาครั้งนี้ทาง Veritas จึงได้เชิญวิทยากรจาก ETDA มาเพื่อเล่าถึง 2 ประเด็นหลักๆ เหล่านี้โดยเฉพาะ เพื่อให้เหล่าภาคธุรกิจไทยมีโอกาสได้อัปเดตเนื้อหาในประเด็นเหล่านี้และสอบถามข้อซักถามต่างๆ เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างถูกต้อง ด้วยการจัดงานสัมมนาฟรีแบบ Executive Breakfast เพื่อให้เหล่าผู้บริหารได้ใช้เวลาในการรับประทานอาหารเช้าร่วมกัน และมีเวลาพูดคุยเนื้อหาประเด็นสำคัญกันอย่างเต็มที่ เป็นโอกาสอันดีที่จะได้พบปะกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมายเหล่านี้โดยตรงจากภาครัฐ และอัปเดตเทรนด์ภาพรวมในระดับประเทศไปพร้อมๆ กัน

 

กำหนดการ

7:00 am – 7:30 am ลงทะเบียน
7:30 am – 8:00 am กล่าวต้อนรับแขกผู้เกียรติ (Welcome Keynote), Ravi Rajendran, Managing Director – Asia South, Veritas Technologies
8:00 am – 9:00 am เสวนาหัวข้อ “ธรรมาภิบาลข้อมูล (Information Governance) เพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมสำหรับกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในยุคดิจิทัล 4.0” (Panel discussion with E-Transaction Development Agency on the topic) โดยวิทยากรจาก สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)
9:00 am – 9.30 am VERITAS Digital Compliance Solution, Jonathan Wong, Technology Practice – Digital Compliance, Veritas Technologies
9.30 am – 9.45 am Information Governance Advisory Services, Kevin Lai, Principle Consultant, Veritas Technologies
9.45 am – 10.00am Q&A

(บริการอาหารเช้าระหว่างสัมมนา)

 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันที ทีมงานจะแจ้งยืนยันสิทธิ์กลับไปอีกครั้งหนึ่ง

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://go.techtalkthai.com/2018/08/executive-breakfast-information-governance-data-privacy-and-gdpr-seminar-by-veritas/ และทีมงานจะทำการติดต่อยืนยันสิทธิ์กลับไปอีกครั้งหนึ่ง

เนื่องจากทีมงาน TechTalkThai ได้รับโควต้าในการเชิญผู้อ่านของ TechTalkThai เป็นจำนวน 10 ท่านเท่านั้น ดังนั้นทางทีมงานจึงขอสงวนสิทธิ์เอาไว้สำหรับเหล่าผู้บริหารขององค์กรและเจ้าหน้าที่ระดับบริหารที่มีความเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้โดยตรง โดยเราจะทำการติดต่อแจ้งยืนยันสิทธิ์การเข้าร่วมงานกลับไปยังท่านที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมงานผ่านทางโทรศัพท์และ Email ที่ได้ทำการลงทะเบียนเอาไว้ และขอสงวนสิทธิ์ไม่รับ Walk-in สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมงาน เนื่องจากสถานที่มีจำกัด

from:https://www.techtalkthai.com/executive-breakfast-information-governance-data-privacy-and-gdpr-seminar-by-veritas/

แชร์เทคนิค Story Telling บนโลกออนไลน์ ของ ไกรวิน วัฒนะรัตน์

เพราะการทำคอนเทนต์ที่ดีสามารถพลิกฟื้นธุรกิจที่กำลังย่ำแย่ ให้กลับมาคึกคักมีกำไรได้อีกครั้ง โดยการทำคอนเทนต์ที่ดีต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่า Story Telling เราลองมาฟังวิธีการที่คุณ ไกรวิน วัฒนะรัตน์ CEO & Co-Founder AHEAD.ASIA นำมาใช้ และแชร์ไว้ในงาน BIG CHANGE TO BIG CHANCE ของ ETDA Thailand มาฝากกัน

ทำไมต้องมี Storytelling

พอเรามีเน็ตในมือถือ เราเลือกดูช่องไรก็ได้ ทุกอย่างเป็นคอนเทนได้ ขนาด กลิ่น ยังเป็นคอนเทน เวลาที่คนต้มมาม่าหมูสับในออฟฟิต อนาคตมี O2O (Online to Offline) ที่โลกทั้งสองใบทาบทับกันจนเสมือนโลกเดียวกัน

ตัวอย่างของบริษัทหนึ่งที่มีลูกค่ามหาศาลจาการขายคอนเทนต์นั่นคือ Walt Disney  นั่นเอง โดยการเราทำคอนเทนต์ให้คนดู สิ่งที่คนจะแลกมานั่นคือ “เวลา” นั่นเอง อย่างเจ้าใหญ่ด้านคอนเทนต์อีกรายคือ Netflix ถึงกับเคยบอกว่ากำลังทำคอนเทนต์แข่งกับ “เวลานอน” ของคน

สิ่งที่ Story telling ที่ดีมี

1. Tension ปมความขัดแย้ง เช่น ภาพยนต์ คู่กรรม, Romeo and Juliet, Titanic

2. Relatable เช่น ภาพยนต์เเฟนฉัน ที่ในเนื้อเรื่องทุกๆ 3-4 ฉากสร้างความคุ้นเคยให้คนดู ทำให้ดึงผู้ชมให้สนใจได้

3. Moveable ความสดใหม่ เพราะธรรมชาติมนุษย์ดั้งเดิม เมื่อพบสิ่งที่แปลกใหม่ ไม่เคยเห็น จะมีการเร้าประสาท ทำให้ติดตา

4. Fluency กล่าวกันว่านักเขียนที่เก่งที่สุดคือนักเขียนที่เขียนแล้วคนอ่านอ่านจบเร็วที่สุด

5.Human touch ต้องมีความเป็นมนุษย์

Noam Chomsky นักภาษาศาสตร์ชื่อดังบอกเอาไว้ว่า ภาษาที่เราใช้อาจไม่ใช่เพื่อสื่อสาร แต่มันทำหน้าที่บางอย่างให้เรา ด้วยการสร้างความเชื่อ การทำตาม ซึ่ง การทำ Story telling ดีๆ สามารถสั่นคลอนสมอง แบบที่ “ศาสนา ” ทำได้เช่นกัน และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ Story telling คือ “คุณ”

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/07/story-telling-in-etda-big-change-to-big-chance/

โซเชียลยังบูม คนไทยใช้เน็ตสูงถึง 10.5 ชม.ต่อวันแล้ว

ETDA ประกาศผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตประเทศไทยปี 2561 พบว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตนานขึ้นเฉลี่ย 10 ชั่วโมง 5 นาทีต่อวัน จากการเปลี่ยนผ่านชีวิตไปสู่ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม GenY ที่ครองแชมป์การใช้โซเชียลสูงที่สุด สิ่งที่น่ากังวลคือคนกลุ่มนี้ยังใช้พาสเวิร์ดที่มีความเสี่ยงอย่างมาก

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเปิดเผยว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่หรือ GenY ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงที่สุด ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้งาน Facebook, Instagram, Twitter และ Pantip สูงถึง 3.30 ชั่วโมงต่อวัน

ทั้งนี้ ภาพรวมของพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยนานขึ้นเป็น 10.5 ชั่วโมงต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่ใช้เวลาเฉลี่ย 3.41 ชั่วโมงต่อวัน โดย Gen Y ยังคงครองแชมป์การใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดติดกันเป็นปีที่ 4  เป็นผลมาจากการเปลี่ยนผ่านชีวิตไปสู่ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น    

อย่างไรก็ตาม คนไทยยังคงนิยมใช้โซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook, Instagram, Twitter และ Pantip มีการใช้งานสูงถึง 3.30 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่การรับชมวีดีโอสตรีมมิ่ง อย่างเช่น YouTube หรือ Line TV มีการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 2.35 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนการใช้แอปพลิเคชันเพื่อพูดคุย เช่น Messenger และ LINE เฉลี่ยอยู่ที่ 2 ชม. ต่อวัน การเล่นเกมออนไลน์อยู่ที่ 1 ชม. 51  นาทีต่อวัน และการอ่านบทความหรือหนังสือทางออนไลน์อยู่ที่ 1 ชม. 31 นาทีต่อวัน

เมื่อดูการเปลี่ยนผ่านการใช้ชีวิตประจำวันไปสู่ชีวิตดิจิทัล จะเห็นได้ว่า 5 อันดับแรกที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทำกิจกรรมทางออนไลน์มากกว่าแบบดั้งเดิม ได้แก่ การส่งข้อความ 94.5% การจองโรงแรม 89.2% การจอง/ซื้อตั๋วโดยสาร 87.0% การชำระค่าสินค้าและบริการ 82.8% และการดูหนัง/ฟังเพลง 78.5% ตามลำดับ

ปัญหาแฮกข้อมูล

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่ามีหลากหลายกิจกรรมที่คนไทยยังมีความสุ่มเสี่ยงในการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจากพฤติกรรมดังนี้ 

  1. ไม่เปลี่ยนรหัสผ่านทุก 3 เดือน มีสัดส่วนถึง 45.34% 
  2. การให้วันเดือนปีเกิดที่แท้จริงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ มีสัดส่วนอยู่ที่ 45.04%
  3. เมื่อทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคาร ก็ละเลยที่จะสังเกตว่าเป็นเว็บไซต์ที่ขึ้นต้นด้วย https:// หรือไม่ มีสัดส่วนถึง 44.48% 
  4. เปิดอีเมล/คลิกลิงก์ที่ไม่รู้จัก อยู่ที่ 43.36%
  5. อัปโหลดรูปถ่าย/วิดีโอทันที หลังถ่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อยู่ที่ 35.70%

ปัญหาที่น่ากังวลของแต่ละ Gen

  • กลุ่ม Baby Boomer  เป็นกลุ่มที่น่ากังวลมากที่สุด เช่น เมื่อทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคารก็จะละเลยที่จะสังเกตว่าเป็นเว็บไซต์ที่ขึ้นต้นด้วย https:// หรือไม่ สัดส่วนอยู่ที่ 55.94% และเมื่อสิ้นสุดการใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะ/อุปกรณ์เคลื่อนที่ของผู้อื่นก็ไม่ลบประวัติการใช้งาน มีมากถึง 46.96%  รวมทั้งไม่ลงชื่อออกจากการใช้งานจากเครื่องดังกล่าวอยู่ที่ 26.14% รวมถึงการที่ไม่ได้ล็อกหน้าจออัตโนมัติ อยู่ที่ 29.71%

  • กลุ่ม Gen Z  จะมีความสุ่มเสี่ยงในเรื่องของการให้วันเดือนปีเกิดที่แท้จริงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อยู่ที่ 55.97% การไม่เปลี่ยนรหัสผ่านทุกๆ 3 เดือน 53.73% หรือเปิดอีเมล/คลิกลิงก์ที่ไม่รู้จัก 51.49% รวมทั้งเมื่อใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะ/อุปกรณ์เคลื่อนที่ของผู้อื่นมักตั้งค่าให้อุปกรณ์ดังกล่าวจดจำรหัสผ่าน เพื่อจะได้ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ทุกครั้ง 28.36%  และคลิกลิงก์ของธนาคารที่ได้จากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของธนาคารโดยตรง 16.42%

  • กลุ่ม Gen Y มักจะชอบทำกิจกรรมเสี่ยงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ เช่น การอัปโหลดรูปถ่าย/วิดีโอทันทีหลังถ่ายเสร็จ อยู่ที่  37.90% รวมทั้งการอัพโหลดภาพตั๋วเครื่องบิน/Boarding pass ก่อนการเดินทาง มีสัดส่วนถึง 33.77% และการแชร์ตำแหน่ง (Location) แบบ Real time อยู่ที่ 13.57% ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นการสร้างความไม่ปลอดภัยให้กับเจ้าของข้อมูล ดังนั้นจึงควรตั้งค่าดังกล่าวเป็นส่วนตัว เปิดให้เฉพาะเพื่อน หรือญาติพี่น้อง หรือคนที่ไว้ใจได้เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการเดินหน้าโครงการ Digital Asia Hub Thailand ที่จะทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมโยงทางด้านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและสังคมของเครือข่ายในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึง Digital Asia Hub ในฮ่องกง และ Berkman Klein Centre ที่ Harvard Law School ในรูปแบบของเครือข่ายความร่วมมือ ทั้งในด้านของผู้เชี่ยวชาญ การวิจัย และการอบรมบุคลากร

สำหรับการดำเนินกิจกรรมของ Digital Asia Hub Thailand ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่       

  1. การทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่าง (Multi-Stakeholder Collaboration) ทั้งระดับภูมิภาคและนานาชาติ ซึ่งมีทั้งภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และรัฐบาล ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในประเด็นด้าน Digital Transformation
  2. หลักสูตรการศึกษาโดยจัดกิจกรรมการศึกษาและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ที่มุ่งให้ข้อมูลแก่ผู้มีอำนาจตัดสินใจในภาคเอกชนและภาครัฐเกี่ยวกับประเด็น Digital Transformation กฎหมายและทางสังคม รวมถึงการจัดโครงการฝึกงานหรือโครงการแลกเปลี่ยนระยะสั้นในกลุ่มความร่วมมือ
  3. การสนับสนุนด้านการวิจัยซึ่ง Digital Asia Hub Thailand จะมีส่วนร่วมในการวิจัยที่มุ่งเน้นประเด็นการปรับใช้หลักการของ GDPR, Cybersecurity Analytic กับการพัฒนาขีดความสามารถ และประเด็นเทคโนโลยีเศรษฐกิจดิจิทัลที่เกิดขึ้นใหม่

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือสู่ความพร้อมของธุรกิจไทยในเรื่อง GDPR ของ  13  สมาคม  ได้แก่  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ,หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย,สมาคมธนาคารไทย,สมาคมการค้าดิจิทัลไทย,สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย),สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,สมาคมไทยบล็อกเชน,สมาคมประกันชีวิตไทย,สมาคมประกันวินาศภัยไทย,สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย,สมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย,สมาคมฟินเทคประเทศไทย และสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/07/etda-internet-social/