คลังเก็บป้ายกำกับ: ERP

Infor แจกฟรี Whitepaper 5 ประเด็นสำคัญที่ธุรกิจโรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่มต้องเผชิญ ประจำปี 2019

ถือเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจโรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่มไทย ที่กำลังอยู่ท่ามกลางกระแสการทำ Digital Transformation โดย Infor ได้ออกมาแจกฟรี Whitepaper วิเคราะห์ 5 ประเด็นความท้าทายหลักๆ ที่ธุรกิจโรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลกต้องเผชิญในยามนี้ โดยมีรายละเอียดและวิธีการโหลดเอกสารดังนี้

เอกสารฉบับนี้ได้สรุปสั้นๆ ถึงประเด็นทั้งด้านการสร้างนวัตกรรม, ความโปร่งใส, คุณภาพ, มาตรฐาน, ผลตอบแทนทางธุรกิจ, ช่องทางการขายสินค้าใหม่ๆ ไปจนถึงแนวโน้มด้านแรงงานที่เปลี่ยนไป โดยในแต่ละหัวข้อนี้มีการสรุปประเด็นสำคัญและนำเสนอตัวเลขเชิงสถิติที่เกี่ยวข้องประกอบเอาไว้ เหมาะสำหรับทั้งผู้บริหารธุรกิจ และคน IT ที่ต้องดูแลระบบเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่มโดยตรง

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มดังนี้เพื่อโหลดเอกสารได้ทันทีที่ https://go.techtalkthai.com/2019/09/infor-free-whitepaper-5-challenges-for-food-and-beverage-industry-2019/

from:https://www.techtalkthai.com/infor-free-whitepaper-top-5-issues-f-and-b-manufacturers-are-facing-today/

โฆษณา

Kernel Consulting กับความสำเร็จในการติดตั้งระบบ SAP Business One ให้แก่ Penkhun ผู้จัดจำหน่ายของ Elvira รายเดียวในประเทศไทย

คงจะปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าหากต้องการให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างมั่นคงและเติบโตได้อย่างเข้มแข็งนั้น การใช้งานระบบ ERP เพื่อเข้ามาบริหารจัดการและควบคุมการทำงานภายในธุรกิจเป็นให้ระบบและมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้อีกต่อไป Kernel Consulting หนึ่งใน SAP Partner ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้าน Software SAP Business One ระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) โดยเฉพาะ จึงได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การติดตั้งระบบ ERP ให้กับธุรกิจไทยในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อเป็นแนวทางให้กับธุรกิจอื่นๆ ที่กำลังมองหาระบบ ERP ไปใช้งานอยู่

รู้จักกับ Kernel Consulting และ SAP Business One

ในการขึ้นระบบ ERP ใดๆ นั้น ถึงแม้การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมจะถือว่าเป็นประเด็นสำคัญ แต่การเลือกทีมงานที่ปรึกษา, ติดตั้ง และดูแลรักษาระบบ ERP ให้กับธุรกิจของเราเองนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน และนี่เองก็ทำให้ทีมงาน Kernel Consulting ซึ่งมีความรู้และสั่งสมประสบการณ์ความชำนาญมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี ได้รับความไว้วางใจจากเหล่าธุรกิจหลากหลายทั่วประเทศไทย ในฐานะของ SAP Implementer มืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ

Kernel Consulting เป็นพันธมิตรรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น SAP Business One Gold Partner โดยนอกจากจะมีทีมงานที่มีความชำนาญในตัวเทคโนโลยีของ SAP Business One แล้ว Kernel Consulting ก็ยังมีทีมงานให้คำปรึกษาทางด้านธุรกิจที่เข้มแข็ง สามารถให้คำแนะนำแก่ธุรกิจได้อย่างรอบด้าน ประยุกต์นำเทคโนโลยี SAP Business One ไปตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรได้ทุกขนาดทุกอุตสาหกรรม

สำหรับ SAP Business One เองนั้นถึงแม้จะเป็นโซลูชันระบบ Enterprise Resource Planning หรือ ERP ที่ถูกออกแบบมาสำหรับรองรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) แต่ก็เป็นระบบ ERP ที่มีความสามารถอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ในตัวรองรับการตอบโจทย์ของธุรกิจได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบบริหารจัดการทางด้านการเงิน, บัญชี, การขาย, การตลาด, การขนส่ง ซึ่งล้วนเป็นความสามารถพื้นฐานที่ตอบโจทย์ธุรกิจจำนวนมากได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ เพื่อตอบรับต่อความต้องการทางธุรกิจที่อาจมีความหลากหลายนอกเหนือไปจากความสามารถของ SAP Business One ทาง Kernel Consulting เองก็ยังได้มี SAP Business One on Hana ที่เป็นซอฟต์แวร์ที่ได้มีการพัฒนามาจาก SAP Business One โดยมีการรวมเทคโนโลยีหน่วยความจำแบบแรม RAM กับคลาว์ (Cloud) และ Premise (อุปกรณ์ที่ติดตั้งในองค์กร) ทำให้การทำงานนั้นมีความคล่องตัวและยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้อย่างแม่นยำ มีการรายงานผลและการแจ้งเตือนปัญหาต่างอย่างทันที (Real Time) ลดความซับซ้อนในการทำงาน ลดต้นทุน เพิ่มผลกำไร ผู้ใช้จึงสามารถวางแผนกระบวนการผลิตได้อย่างง่ายดาย ติดตั้งระบบภายในระยะเวลาอันสั้น และมีราคาที่สามารถจับต้องได้

ตัวอย่างโซลูชั่นที่ทางบริษัท Kernel Consulting ได้มีการพัฒนาต่อยอดเพิ่มเติม

  • ระบบ Manufacturing Resource Planning (MRP) สำหรับจัดการกับการผลิต
  • ระบบ Point-of-Sales (POS) สำหรับจัดการการขายสินค้าหน้าร้าน
  • ระบบ Warehouse Management System (WMS) สำหรับบริหารจัดการคลังสินค้า
  • ระบบ Consignment สำหรับรองรับธุรกิจฝากขาย
  • ระบบ Business Intelligence สำหรับสร้างรายงานวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ

รวมถึงยังมีระบบอื่นๆ อีกมากมายซึ่ง Kernel Consulting พร้อมที่จะพัฒนาระบบเพื่อเชื่อมต่อกับ SAP Business One และ SAP Business One on Hana โดยที่ผ่านมามีธุรกิจจำนวนมากซึ่งได้วางใจให้ Kernel Consulting เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาและติดตั้งดูแลรักษาระบบ SAP Business One และ SAP Business One on Hana แก่ธุรกิจต่างๆแบบครบวงจรในหลากหลายอุตสาหกรรม

ตัวอย่างผลตอบรับจากลูกค้าหลังจากใช้งาน SAP Business One กับบริษัท Kernel จริง

Penkhun Co., Ltd. ผู้จัดจำหน่ายสินค้า Elvira แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ต้องการแยกบริษัท Elvira ออกจากตลาดเครื่องครัว เพื่อให้สามารถโฟกัสตลาดได้ตรงจุด เนื่องจากระบบเก่านั้นเป็นการทำบัญชีแบบรวม ทำให้ไม่สามารถดึงข้อมูลออกมาทั้งหมดได้ครบถ้วน จึงมองหาซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการจัดการบัญชี โดยมีคนรู้จักได้แนะนำให้รู้จักกับทางบริษัท Kernel Consulting โดยบริษัท Kernel Consulting นั้นมีความเชี่ยวชาญในระบบ ERP และเป็น Partner ของ SAP ซึ่งเป็นผู้นำทางการตลาดของธุรกิจ Software ERP ที่มีชื่อเสียงมากกว่า 20 ปี และมีผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลก

เมื่อบริษัท Kernel Consulting ได้ทราบถึงปัญหาจากบริษัท Penkhun แล้วนั้นจึงได้แนะนำ ERP Software ซึ่งก็คือ SAP Business One ให้กับทางบริษัท Penkhun เนื่องจาก SAP Business One นั้นเป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถตอบโจทย์ในการจัดการบัญชีขนาดใหญ่ และสามารถติดตั้งใช้งานให้สำเร็จในระยะเวลาที่จำกัดเพียงจำกัด

หลังจากที่ได้มีการติดตั้งระบบ SAP Business One ให้กับทางบริษัท Penkhun นั้นได้รับผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจอย่างดีมาก เพราะบริษัท Kernel Consulting นั้นมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่มากด้วยประสบการณ์ในการแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงจุด สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ให้พร้อมใช้งานได้จริงภายในระยะเวลาอันสั้นเพียง 3 เดือน มีฟังก์ชั่นในการทำงานที่ง่ายไม่ซับซ้อน มีการอัพเดทข้อมูลแบบ Real Time สามารถเรียกข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านระบบมือถือ และสามารถสร้างรายงานทางธุรกิจได้ตามที่ต้องการ จึงสามารถกล่าวได้ว่า SAP Business One นั้นสามารถตอบโจทย์ธุรกิจ SME ได้จริง

สนใจระบบ SAP Business One ติดต่อ Kernel Consulting ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจในโซลูชัน ERP ของ SAP Business One หรือต้องการสอบถามข้อมูลใดๆ สามารถติดต่อทีมงาน Kernel Consulting ได้ทันทีที่เบอร์โทรศัพท์ 02-672-3155-6 หรืออีเมล์ sales@kernelconsulting.com

from:https://www.techtalkthai.com/kernel-consulting-installs-sap-business-one-for-penkhun/

สรุปงาน SAP Solutions Summit 2019 และการพูดคัยกับคุณนพดล ถึงแนวโน้มธุรกิจและ SAP ที่ต้องรู้สำหรับปี 2019 นี้

ในงานสัมมนา SAP Solutions Summit 2019 ซึ่งจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายน 2019 ที่ผ่านมานี้ ทางทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้เข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้และได้พูดคุยกับคุณนพดล เจริญทอง Sales Director แห่ง SAP Indochina ซึ่งก็มีประเด็นที่น่าสนใจมากมายทั้งในเชิงธุรกิจและเทคโนโลยี จึงขอนำเนื้อหาและบทสนทนาต่างๆ มาสรุปให้ผู้อ่านกันดังนี้ครับ

ERP ในไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง ภาคธุรกิจไทยเริ่มเข้าใจแล้วว่า SAP คือ Cloud Company

หากพูดถึงชื่อของ SAP เราคงต้องคุยกันเรื่อง ERP กันก่อน ซึ่งคุณนพดลเองก็ได้เล่าถึงภาพรวมของตลาด ERP ในไทยว่ายังคงเติบโตอย่างเข้มแข็ง ด้วยกระแสด้านการทำ Digital Transformation ที่ยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในธุรกิจหลายอุตสาหกรรม ในขณะที่ทาง SAP เองก็ได้มีการผลักดันโซลูชันด้านระบบ ERP สำหรับธุรกิจหลากหลายขนาดและตอบโจทย์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้ง SAP All-in-One สำหรับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่, SAP Business One สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ไปจนถึง SAP Business ByDesign สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ต้องการนำ Best Practice ในธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ จาก SAP ไปประยุกต์ใช้งาน

ประเด็นหนึ่งที่ถือว่าเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในตลาดประเทศไทยนั้น ก็คือการที่ธุรกิจในทุกขนาดเปิดรับต่อการนำเทคโนโลยี Cloud มาใช้งานกันอย่างเต็มที่แล้ว จากแต่เดิมที่ภาคธุรกิจนั้นเคยกังวลว่าระบบงานสำคัญอย่าง ERP นั้นควรจะย้ายขึ้น Cloud ดีหรือไม่ กลายเป็นทุกวันนี้ Cloud กลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งไปแล้วด้วยจุดเด่นทั้งด้านความคุ้มค่า, ความเร็วในการเริ่มต้นดำเนินโครงการ ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยที่ทาง SAP และเหล่าผู้ให้บริการเองสามารถช่วยดูแลรักษาระบบได้ ทำให้ภาคธุรกิจสามารถหันไป Focus กับการทำงานและสร้างนวัตกรรมอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลถึงการดูแลรักษาระบบ IT Infrastructure กันอีกต่อไป

ด้วยทิศทางนี้เองก็ส่งผลให้ SAP Business ByDesign ที่เป็นบริการ ERP บน Cloud นั้นเริ่มได้รับความสนใจสูงยิ่งขึ้นจากธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งด้วยการที่ระบบนั้นมี Best Practice Process สำหรับใช้งานในแต่ละภาคส่วนของธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมที่ชัดเจน ก็ทำให้การนำไปปรับใช้เข้ากับธุรกิจนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นประสบการณ์ใหม่ของการใช้งานระบบ ERP เลยก็ว่าได้

ส่วนทางด้าน SAP Business One ที่มี Partner ของ SAP หลายรายช่วยกันผลักดันตลาดอยู่นี้ ก็ถือว่ามีการเติบโตไปในทิศทางที่ดี อีกทั้งยังมีตลาดขนาดใหญ่ และยังมีความยืดหยุ่นที่ธุรกิจต่างๆ สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งในแบบ On-Premises และ Cloud ก็ทำให้ SAP Business One นี้ถูกเลือกใช้เป็นระบบ ERP แรกของหลายๆ ธุรกิจ และยังเป็นตัวเลือกหลักที่ธุรกิจต่างๆ จะเปลี่ยนจากการใช้งาน Software บัญชีหรือ ERP ค่ายอื่นๆ มาใช้งานแทนด้วย

สุดท้าย SAP All-in-One ซึ่งเป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจองค์กรนั้น กระแสหลักที่เกิดขึ้นก็คือการที่ลูกค้าธุรกิจองค์กรย้ายระบบเดิมไปสู่ SAP S/4HANA เพื่อให้ระบบหลังบ้านนั้นสามารถรองรับรูปแบบการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงหลากหลายได้มากขึ้น ด้วยกระแส Digital Transformation ที่ทำให้ธุรกิจองค์กรต้องลองผิดลองถูกทำธุรกิจด้วยวิธีการใหม่ๆ หรือเปิด Business Unit ใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง SAP S/4HANA ที่มีความยืดหยุ่นสูงและมีประสิทธิภาพสูงนี้ก็เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเหล่านั้นสามารถลองสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องโดยยังคงมีระบบ ERP ที่รองรับต่อกระบวนการการทำงานรูปแบบใหม่ๆ ได้อยู่ตลอดนั่นเอง

Experience Economy: ERP ตอบคำถาม What แต่ Qualtrics จะเข้ามาช่วยตอบคำถาม Why

หัวข้อใหญ่อันหนึ่งที่คุณนพดลให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในงานสัมมนาครั้งนี้ ก็คือการเข้าซื้อกิจการของ Qualtrics โดย SAP ที่ถือเป็นดีลใหญ่แห่งปี ซึ่งเทคโนโลยีของ Qualtrics เองนี้ก็จะเข้ามาช่วยเติมเต็มความต้องการของธุรกิจต่างๆ ที่เดิมทีถึงแม้จะมี ERP ซึ่งมีข้อมูลการดำเนินธุรกิจอย่างครบถ้วนจนทำให้เหล่าผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ได้ทันทีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจ (What) แต่เทคโนโลยีของ Qualtrics นี้จะเข้ามาตอบคำถามว่าทำไมเหตุการณ์ต่างๆ ถึงเกิดขึ้นกับธุรกิจ (Why) ได้

แนวโน้มหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับแบรนด์ใหญ่ทั่วโลกนั้นก็คือการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าหรือ Experience อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้าและการให้บริการให้เหนือกว่าคู่แข่งและสร้างคุณค่าเพิ่มเติมให้กับแบรนด์ อีกทั้งยังเป็นการตลาดสู่ลูกค้าในระยะยาวที่ทุกวันนี้ต่างมี Loyalty ลดน้อยลงจากความฉาบฉวยของสื่ีอในโลกออนไลน์

โซลูชันของ Qualtrics นี้คือการรวบรวมความคิดเห็นจากลูกค้าหรือทีมงาน เพื่อนำข้อมูลที่เป็น Unstructured Data เหล่านี้มาทำการวิเคราะห์และทำความเข้าใจด้วยเทคโนโลยี AI, Deep Learning และ Machine Learning โดย Qualtrics เองนี้รองรับการถูกนำไป Integrate เข้ากับเทคโนโลยีอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้การออกแบบ Workflow เพื่อรวบรวมความคิดเห็นหรือความพึงพอใจในกระบวนการต่างๆ นั้นเป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุด

การนำ Qualtrics มาใช้งานนี้จะตอบโจทย์ทั้งการรวบรวมความคิดเห็นจากลูกค้า, พนักงาน, มุมมองต่อผลิตภัณฑ์ และมุมมองต่อแบรนด์ได้ ซึ่ง 4 โจทย์นี้ก็ถือเป็นโจทย์หลักที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญอยู่แล้ว

SAP นั้นมุ่งมั่นเป็นอย่างมากที่จะผลักดันตลาดของ Qualtrics ในเมืองไทยให้เติบโตหลังจากนี้ โดยโซลูชันนี้มีทีมงานคนไทยมาประจำการอยู่แล้ว ดังนั้นหากธุรกิจใดสนใจก็สามารถเริ่มต้นพูดคุยกับทาง SAP ได้ทันที

เมื่อถามถึงภาพของอนาคตว่า Qualtrics จะรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลภาษาไทยได้เมื่อไหร่ คำตอบที่ได้นั้นคือ “อีกไม่นานเกินรอ” ดังนั้นเหล่านักการตลาดชาวไทยก็สามารถเริ่มศึกษาเทคโนโลยีของ Qualtrics รอกันไว้ได้เลยครับ น่าสนใจมากๆ โดยทาง Qualtrics เปิดให้เราสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองใช้งานความสามารถเบื้องต้นกันได้ฟรีๆ ที่ https://www.qualtrics.com ครับ

Robotic Process Automation อีกหนึ่งกระแสสำคัญที่ธุรกิจต้องเริ่มนำไปใช้

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ถือเป็นกระแสมาแรงมากในช่วงที่ผ่านมานี้ก็คือการใช้ Robotic Process Automation หรือ RPA ในการเปลี่ยนงานบนโลก Digital ต่างๆ ให้เป็นอัตโนมัติด้วยการทำ Automation และ SAP เองก็มีโซลูชัน RPA นี้เป็นของตัวเองแล้วภายใต้ชื่อ SAP Intelligent Robotic Process Automation

กรณีการใช้งานหลักอันหนึ่งที่เกิดขึ้นในหลายธุรกิจของ RPA นั้น ก็คือการนำ RPA มาใช้ผสานระบบ ERP เข้ากับ Business Application หรือ Data Source อื่นๆ ภายนอก ซึ่งการที่ SAP มีโซลูชันของ RPA เองนี้ก็ทำให้การ Integrate ระบบเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งกว่าในอดีต และมั่นใจได้ว่าโซลูชัน RPA นี้จะรองรับกับ Application ต่างๆ ของ SAP ได้เป็นอย่างดี

คุณนพดลให้ความเห็นว่าสำหรับการที่ธุรกิจจะนำ RPA ไปใช้งานได้อย่างประสบความสำเร็จนั้น ต้องไม่มองว่าการเริ่มต้นใช้งาน RPA นั้นเป็นโครงการ แต่การใช้งาน RPA จะต้องกลายเป็นทักษะการใช้เครื่องมือพื้นฐานของพนักงาน และมีความต่อเนื่องในการแปลงกระบวนการการทำงานต่างๆ ให้เป็นอัตโนมัติไปเรื่อยๆ ในขณะที่เทคโนโลยี RPA นั้นจะต้องอยู่ในบทบาทของ Platform ที่สนับสนุนทุกงานของทุกแผนกในธุรกิจองค์กรได้

SuccessFactors ไม่เพียงแต่ช่วยให้การจัดการทรัพยากรบุคคลง่ายขึ้น แต่ยังรองรับเทรนด์ OKR ที่ถูกใช้งานควบคู่กับ KPI ได้ด้วย

สำหรับ SAP SuccessFactors ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทยเองก็กำลังเป็นที่จับตามองมากขึ้น โดยในปี 2018-2019 ที่ผ่านมานี้ กรณีการประยุกต์ใช้งาน SAP SuccessFactors นั้นได้ขยายไปสู่การรองรับการนำแนวคิดด้าน Objectives and Key Results หรือ OKR ที่เป็นกระแสว่าจะมาแทน KPI ในงานหลายๆ บทบาทในอนาคตด้วย

ความน่าสนใจของการนำ OKR ไปใช้งานในภาคธุรกิจนี้ ก็คือการที่จะทำให้พนักงานแต่ละคนเห็นเป้าหมายของสิ่งที่ตนเองต้องบรรลุได้ชัดเจนมากขึ้น และเข้าใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อธุรกิจองค์กรในวงกว้างมากขึ้น เรียกได้ว่าการทำงานของพนักงานแต่ละคนนั้นจะอิงไปกับเป้าหมายหลักของธุรกิจองค์กร ไม่ได้อิงกับ KPI ที่หลายครั้งอาจพาให้พนักงานมุ่งเน้นการบรรลุ KPI มากกว่าการที่จะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จได้จริง

นอกจากแนวคิดด้าน OKR แล้ว สภาพแรงงานของตลาดในประเทศไทยเองก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ SAP SuccessFactors นั้นเติบโตเป็นอย่างมาก ด้วยจำนวนจำกัดของบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทั้งภายในและภายนอกองค์กร ทำให้หลายๆ ธุรกิจนั้นต้องรักษาพนักงานเก่งๆ ที่ตนเองมีอยู่เดิมเอาไว้ด้วยการวิเคราะห์เชิงลึกและตอบโจทย์ชีวิตของพนักงานให้ดีขึ้น เช่น หากเบื่องานก็สามารถย้ายไปทำงานตำแหน่งอื่นที่จะยังคงใช้ทักษะของพนักงานได้ในขณะที่พนักงานได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ตนเองสนใจ ไปจนถึงการปรับกระบวนการในการ Recruit และเก็บข้อมูลผู้สมัครให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เรียกได้ว่า SAP SuccessFactors นี้ถูกนำมาใช้ในการจัดการกับ Skilled Worker ในทุกอุตสาหกรรมเลยก็คงไม่ผิดนัก

เทคโนโลยีอื่นๆ เองก็ได้รับความสนใจไม่น้อยเช่นกัน

เนื่องจาก SAP เองนั้นมีเทคโนโลยีที่หลากหลาย และมีโอกาสได้ร่วมงานกับธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม คุณนพดลจึงได้แบ่งปันแง่มุมของแต่ละเทคโนโลยีสั้นๆ เอาไว้ดังนี้

  • IoT ยังคงได้รับความสนใจจากหลายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและมีโครงการทดสอบกันมากมาย
  • AI เริ่มถูกใช้งานจริงในลูกค้าองค์กรหลายๆ ที่เนื่องจาก SAP มีการ Embedded เทคโนโลยี AI, Deep Learning, Machine Learning ลงไปโดยตรงในผลิตภัณฑ์ต่างๆ และการนำข้อมูลธุรกิจไปใช้สร้าง AI ก็เริ่มเกิดให้เห็นขึ้นแล้ว
  • Blockchain กลายเป็นกลยุทธ์ในระยะยาวของหลายองค์กร ซึ่งทาง SAP เองก็เข้าไปช่วยจัด Workshop ด้าน Design Thinking ช่วยให้ธุรกิจสามารถออกแบบและสร้างประโยชน์ใหม่ๆ ได้มากขึ้น
  • SAP Ariba เริ่มได้รับความสนใจจากแผนกจัดซื้อของธุรกิจองค์กร ที่จะมาช่วยให้การจัดซื้อเป็นไปได้รวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม
  • SAP Concur เองก็ได้รับความสนใจจากธุรกิจข้ามชาติจำนวนมาก เพราะสามารถช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในการเดินทางของพนักงานได้เป็นอย่างดี

PDPA ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับกฎหมายในปี 2020 นี้

ประเด็นสุดท้ายที่คุณนพดลทิ้งท้ายเอาไว้ในการพูดคุยครั้งนี้ ก็คือเรื่องของกฎหมาย Personal Data Protection Act หรือ PDPA ที่จะมีการบังคับใช้อย่างจริงจังในอนาคตอันใกล้ ที่จะทำให้เหล่าธุรกิจทั่วไทยต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนการในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าและคู่ค้า เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายที่จะต้องทำให้ธุรกิจมีการเสริมขั้นตอนต่างๆ เข้ามามากขึ้น

ในมุมของคุณนพดลนั้น PDPA ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้ยากขึ้น แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและเป็นสากลยิ่งขึ้น โดยในช่วงนี้เราเองก็จะเริ่มเห็นธุรกิจใหญ่ของไทยในตลาดหลักทรัพย์เริ่มเดินหน้าโครงการด้าน PDPA กันแล้วอย่างจริงจัง ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กและกลางเองก็ต้องเริ่มต้นศึกษาและเรียนรู้จากตัวอย่างของธุรกิจอื่นๆ ให้ดี

SAP เองมีโซลูชันที่ชื่อว่า SAP Customer Data สำหรับใช้ในการบริหารจัดการประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้าโดยเฉพาะ ซึ่งคุณนพดลก็เล่าว่าโซลูชันนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากลูกค้าธุรกิจที่ใช้ SAP ในทุกวันนี้ และกำลังมองหาจุดสมดุลระหว่างการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้ามาใช้ในการวิเคราะห์และการทำการตลาดอย่างแม่นยำ กับการตอบรับต่อข้อกฎหมายไปด้วยในตัว

from:https://www.techtalkthai.com/sap-solutions-summit-2019-interview-summary/

ISSP ปลดล็อค! ธุรกิจไทยเริ่มใช้ SAP บน Cloud ได้ ในราคาเพียงเดือนละ 6,500 บาทเท่านั้น!

หากพูดถึงระบบ ERP สำหรับธุรกิจแล้ว เบอร์หนึ่งก็ต้องยกให้ระบบ SAP แต่ข่าวสารที่ออกมา ส่วนใหญ่จะพบว่าราคาของการลงทุนในระบบนั้นค่อนข้างสูง และใช้งานยาก ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางนั้นตัดสินใจเลือกใช้ SAP ได้ลำบาก บริษัท SAP ได้ทราบถึงเหตุผลนั้นเป็นอย่างดี จึงได้มีระบบสำหรับธุรกิจขนาดแล็กและขนาดกลางออกมา ให้บริการเพื่อลดช่องว่างนั้น ประมาณเกิอบ 20 ปี แล้ว คือระบบ SAP Business One และให้บริการทั้งที่เป็น On-Premises และบน Cloud

ISSP ในฐานะของผู้ให้บริการ Cloud ชั้นนำและผู้ให้บริการระบบ SAP Business One มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ได้เล็งเห็นถึงโอกาสจากช่องว่างใหญ่ของตลาดในจุดนี้ จึงได้นำโซลูชันของ SAP Business One มาเปิดให้บริการบน Cloud Infrastructure ของตนเอง เพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางสามารถเช่าใช้ SAP ได้ในราคาเพียงเดือนละ 6,500 บาทเท่านั้น เริ่มต้นใช้งานได้อย่างง่ายดายคุ้มค่า และมีระบบการสำรองข้อมูลที่ได้มาตราฐาน แถมยังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ ISSP ช่วยดูแลรักษาระบบให้ทำงานได้อยู่ตลอด 24×7 อีกด้วย

ISSP กับการผสานความเชี่ยวชาญด้าน Cloud และ SAP เพื่อลูกค้าธุรกิจไทย

หากใครอยู่ในวงการ IT นั้นก็คงจะรู้จักกับชื่อเสียงของ ISSP กันเป็นอย่างดีในฐานะของผู้ให้บริการ Cloud, Data Center และ Internet ที่มีทีมงานทางด้าน IT คอยให้คำปรึกษางานทางด้าน System Integration ให้แก่ธุรกิจองค์กร แต่อันที่จริงแล้ว ISSP ยังมีอีกธุรกิจสำคัญหนึ่งก็คือการรับบทบาทเป็น SAP Implementor ด้วย

ISSP มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้าน SAP Business One ซึ่งเป็นโซลูชันระบบ Enterprise Resource Planning หรือ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางโดยเฉพาะ ด้วยความสามารถในการรองรับโมดูลพื้นฐานสำหรับธุรกิจต่างๆ อย่างครบถ้วนจบในตัว ทั้งการเงิน, บัญชี, การขาย, คลังสินค้า, การผลิต และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ที่ผ่านมานั้น ISSP ได้นำความเชี่ยวชาญของตนเองผสานกับโซลูชันของ SAP

ISSP เองก็ยังได้ผ่านการรับรองจาก SAP เพื่อเปิดให้บริการ Cloud สำหรับ SAP Business One ในเมืองไทยได้ ตั้งแต่ปี 2013 ทำให้ ISSP นั้นนำ SAP Business One ขึ้นมาติดตั้งและให้บริการบนระบบ Cloud Infrastructure ของ ISSP เอง และสามารถให้ลูกค้าธุรกิจไทยเช่าใช้งานโดยคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปีได้ ISSP ได้ให้บริการ SAP Business One บน Cloud โดยมี SLA (Service Level Agreement) เป็นมาตรฐานระดับการให้บริการด้วยความมั่นคงที่ 99.5% ซึ่งเป็นตัวเลขมาตรฐานซึ่งถูกกำหนดโดย SAP

ทั้งนี้บริการ Cloud ของ ISSP เองก็ถูกออกแบบมาทั้งในเชิงของเทคโนโลยีและการดูแลรักษาให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อให้ผู้ใช้งานนั้นมีความมั่นใจในความมั่นคงทนทานและความปลอดภัย อีกทั้ง Data Center ของ ISSP เองก็ยังผ่านมาตรฐาน ISO 27001 ทำให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถเลือกใช้งานได้อย่างวางใจ คุ้มค่ากว่า การลงทุนใน Data Center ของตนเองเป็นอย่างมาก

ตอบโจทย์ธุรกิจไทยที่อยากเติบโตอย่างเป็นระบบ ก้าวสู่มาตรฐานใหม่ๆ และเตรียมตัวเข้าสู่ IPO

สำหรับจุดเด่นสำคัญที่ทีมงาน ISSP ได้ถูกเลือกให้รับบทบาทเป็น SAP Implementor ให้กับธุรกิจต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องนั้น ก็เป็นเพราะความรู้และความสามารถของทีมงาน ISSP เองที่มีทั้งทีมงาน Consult ในส่วนของธุรกิจและเทคโนโลยีอย่างครบถ้วน ทำให้การเข้าไปติดตั้งปรับแต่งระบบ SAP ให้กับธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมนั้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการในเชิงธุรกิจได้เป็นอย่างดี และมีทีมงานสนับสนุนทางด้านเทคนิคตลอดทั้งโครงการ

การใช้ SAP Business One นั้นจะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางทำงานเป็นระบบระเบียบมากขึ้น โดยมีข้อมูลธุรกิจถูกรวมอยู่ที่ศูนย์กลาง และสามารถนำมาสร้างรายงานหรือวิเคราะห์ในแง่มุมต่างๆ ของธุรกิจได้ทันที ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าของ ISSP นั้นก็มีทั้งธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นใช้งานระบบ ERP แรก, ธุรกิจที่เคยใช้ Software ทางด้านบัญชีหรือ ERP อื่นๆ มาก่อนและต้องการเปลี่ยนมาใช้ SAP เพื่อให้ตอบโจทย์ธุรกิจมากขึ้น ไปจนถึงธุรกิจที่ต้องการจะเข้า IPO และต้องการเลือกระบบ ERP ที่ดีที่สุดมาใช้งาน มีระบบสำรองข้อมูลทีได้มาตราฐานให้ทั้งที่เป็น Daily และ Mirror backup นอกสถานที่ เพื่อป้องกันระบบหลักมีปัญหา และเพื่อให้ง่ายต่อการ Audit ในขั้นตอนต่างๆ ในการก้าวสู่การเป็นบริษัทมหาชน หรือการบันทึกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ รูปแบบการลงทุนจาก CapEx เป็น OpEx แทน และทำให้ธุรกิจต่างๆ ไม่ต้องกังวลกับการลงทุนหรืออัปเกรด Hardware ด้วยตัวเองอีกต่อไป สามารถใช้จุดเด่นของ Cloud ในการเพิ่มขยายทรัพยากรต่างๆ ได้ตามต้องการ

SAP B1 Service Pack ให้บริการ สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

โดย ISSP ได้พัฒนาระบบ SAP Business One ให้เข้าถึงได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น โดย ISSP จึงได้ออกแบบบริการ Cloud สำหรับ SAP Business One ไว้ 2 รูปแบบหลักๆ ดังนี้

1. SAP Business One Financial Pack สำหรับธุรกิจ Startup สำนักงานบัญชี และธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ที่มีพนักงานเริ่มต้น 2 – 5 คน ที่ต้องการเริ่มต้นใช้งาน SAP Business One ได้ด้วยราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 6,500 บาทต่อผู้ใช้งาน 2 คน โดยมีค่าติดตั้งเริ่มต้นแยกต่างหาก โดยโซลูชันนี้จะครอบคลุมทั้งโมดูลซื้อ, ขาย, การเงิน, บัญชี, การบริหารสินค้า และคลังสินค้า ทั้งหมดนี้ใช้เวลาติดตั้งให้พร้อมเริ่มต้นใช้งานได้ภายในเวลาเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น

2. SAP Business One Full Implementation สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่มองหาโซลูชันระบบ ERP ซึ่งปรับแต่งเพื่อรองรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจเฉพาะทาง โดยทีมงาน ISSP จะเข้าไปทำการให้คำปรึกษาอย่างครบวงจรและปรับแต่งระบบ SAP ออกมาให้ได้ตรงกับทุกความต้องการของธุรกิจเช่น การแยก BOI/Non-BOI, Cost Accounting หรือ Budget รวมถึงการทำ Integrate ระบบ SAP Business One เข้ากับ Business Application อื่นๆ ที่เคยใช้งานอยู่เดิม

ในกรณีที่ลูกค้าต้องการ ติดตั้งการใช้งาน SAP Business One บน Premise ด้วยฐานข้อมูลทั้ง Microsoft SQL หรือ SAP HANA เพื่อให้เหมาะสมต่อความต้องการและงบประมาณของธุรกิจนั้นๆ ทาง ISSP ก็พร้อมให้บริการ ด้วยเหมือนกัน

พร้อมต่อยอดด้วยเทคโนโลยีหลากหลายในอนาคต รองรับการเติบโตและการประยุกต์นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้

ไม่เพียงแต่การเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน SAP Business One เท่านั้น ทีมงานของ ISSP เองก็ยังมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบ Application สำหรับตอบโจทย์ธุรกิจในส่วนอื่นๆ อีกมากมาย และยังพร้อมที่จะนำองค์ความรู้ในส่วนนั้นเข้ามาผสานกับระบบ SAP Business One เพื่อช่วยให้ลูกค้าธุรกิจของ ISSP สามารถเปิดรับต่อการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ปรับปรุงกระบวนการการทำธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น

  • E-Tax Invoice & E-Receipt ระบบใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร ที่จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถจัดการใบเสร็จในแบบ Paperless ได้ในอนาคต ซึ่ง ISSP เองก็มีโซลูชันด้านนี้อย่างครบถ้วนพร้อมให้บริการได้แล้ว
  • E-Banking Integration ผสานระบบ SAP Business One เข้ากับระบบของธนาคารไทย เพื่อให้กระบวนการด้านการเงินเกิดขึ้นได้อย่างลื่นไหลสูงสุด
  • PR Approval Web base โซลูชันสำหรับการจัดการคำสั่งขออนุมัติการซื้อของธุรกิจจากแผนกต่างๆ
  • Mobile Sales/POS ระบบเสริมสำหรับรองรับการทำงานนอกสถานที่ หรือหน้าร้าน ให้เชื่อมต่อกับ SAP ได้โดยตรง
  • Barcode Warehouse จัดการบริหารคลังสินค้าด้วย Barcode ทั้งหมด

สนใจโซลูชันระบบ IT สำหรับธุรกิจ ติดต่อ ISSP ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันระบบ SAP เพื่อใช้งานภายในธุรกิจองค์กร สามารถติดต่อทีมงาน ISSP เพื่อนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอใบเสนอราคาได้ทันทีที่ Email: SAPTeam@isp-thailand.com หรือโทร 0-2033-0999 พร้อมแจ้งว่าได้รับข่าวสารจาก TechTalkThai ทางบริษัทมีส่วนลดพิเศษอีก 10 % จากราคา Implement และการ ให้บริการในการ Application Support ฟรีอีก 1 เดือน

from:https://www.techtalkthai.com/sap-on-issp-cloud-starts-at-6500-thb-per-month/

ISS Consulting (Thailand) Ltd. จัดงานสัมมนา ISS & SAP User Conference 2019

พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนลียียุคใหม่ กับงานสัมมนาประจำปีของ ISS Consulting ภายใต้ชื่องาน ISS & SAP User Conference 2019 ด้วยธีม “Innovation Now” ที่นำเสนอนวัตกรรมล่าสุดของ SAP และแบ่งปันประสบการณ์ในการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร ในวันที่ 17 ตุลาคม 2019 นี้ เวลา 8.00 – 17.30 ณ Conrad Bangkok Hotel

พลาดไม่ได้กับเนื้อหาและประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

  • ธุรกิจไทยกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต
  • นวัตกรรมล่าสุดจาก SAP ที่พร้อมจะขับเคลื่อนธุรกิจไทย
  • การแบ่งปันประสบการณ์ของผู้บริหารองค์กรเกี่ยวกับการนำนวัตกรรมมาใช้ในธุรกิจ
  • ความเข้าใจและการเตรียมความพร้อมเพื่อตัดสินใจเลือกใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ของ SAP Solution
  • รู้จักกับ SAP Cloud Solutions ที่พร้อมให้ธุรกิจนำไปใช้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับองค์กร
  • การใช้ SAP Intelligence Solution เพื่อนำไปเสริมเป้าหมายและแก้ไขปัญหา เอาชนะความท้าทายของธุรกิจได้ทุกส่วนงาน
  • ตอบโจทย์ SME และธุรกิจขนาดกลาง ด้วย SAP Business One และ SAP Business ByDesign

งานสัมมนาในปีนี้จะแบ่งเนื้อหาช่วงบ่ายออกเป็น 4 Track เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเลือกเข้าฟังในประเด็นที่ตนเองสนใจได้ตามต้องการ

พิเศษสุด! ปีนี้พบกับคอนเสิร์ต 1 ชั่วโมงจุใจในช่วงก่อนจบงานกับก้อง สหรัถ สังคปรีชา!

ติดต่อสอบถามทีมงาน ISS Consulting เพื่อเข้าร่วมงาน

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ สามารถติดต่อทีมงาน ISS Consulting โดยตรงได้ที่ฝ่ายการตลาดทาง porntip.meerakul@issconsulting.net หรือโทร 02-237-0553 ต่อ 102 โดยทีมงาน ISS Consulting ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาสิทธิ์ในการเข้าร่วมงานเป็นรายบุคคล และจะทำการแจ้งรายละเอียดเรื่องสถานที่จัดงานสัมมนาให้ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานทราบ

from:https://www.techtalkthai.com/iss-sap-user-conference-2019-seminar/

TechTalk Webinar: เตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคแห่งนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มในยุค Industry 4.0 ไปกับ Infor M3 ERP for Food & Beverage โดย Infor

Infor ขอเรียนเชิญเหล่าผู้บริหารธุรกิจและผู้จัดการฝ่าย IT ในธุรกิจโรงงานและการผลิตทางด้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “เตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคแห่งนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มในยุค Industry 4.0 ไปกับ Infor M3 ERP for Food & Beverage โดย Infor” เพื่อรู้จักกับโซลูชัน Infor M3 ระบบ ERP ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มโดยเฉพาะ พร้อมเรียนรู้แนวงทางการวางระบบ ERP ร่วมกับระบบการผลิตและระบบวางแผน Supply Chain ในวันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: เตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคแห่งนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มในยุค Industry 4.0 ไปกับ Infor M3 ERP for Food & Beverage โดย Infor
ผู้บรรยาย: ทีมงาน Infor ประจำประเทศไทย
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

รู้จักกับโซลูชันระบบ ERP สำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มโดยเฉพาะ กับ Infor M3 พร้อมประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจดังนี้

  • โซลูชั่นที่ถูกออกแบบมาอย่างครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
  • มาพร้อมกับเครื่องมือการจัดการ ออกแบบ และจำลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเพื่อเตรียมพร้อมผู้ประกอบการเข้าสู่ยุคแห่งนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต
  • ประสานเข้ากับระบบการผลิตและระบบการวางแผนซัพพลายเชนทื่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น

พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ ERP จาก Infor โดยตรง ที่จะพร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้องกับระบบ ERP, ระบบการผลิต และการวางแผน Supply Chain ในครั้งนี้

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_MWAzjkDER9qU2jmiUs1uQQ โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-industry-4-0-for-food-and-beverage-with-infor-m3-erp-by-infor/

TechTalk Webinar: การจัดการอุตสาหกรรมอย่างอัจฉริยะในยุค Industry 4.0 โดย Infor

Infor ขอเรียนเชิญเหล่าผู้บริหารธุรกิจและผู้จัดการฝ่าย IT ในอุตสาหกรรมโรงงานและการผลิต รวมถึงผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “การจัดการอุตสาหกรรมอย่างอัจฉริยะในยุค Industry 4.0 โดย Infor” เพื่อรู้จักกับโซลูชัน Infor CloudSuite Industrial ระบบ ERP ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการผลิตสำหรับใช้ในการบริหารจัดการโรงงานโดยเฉพาะ พร้อมเรียนรู้ Workflow ด้านการบริหารจัดการโรงงานแบบครบวงจรด้วยระบบ ERP ในวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: การจัดการอุตสาหกรรมอย่างอัจฉริยะในยุค Industry 4.0 โดย Infor
ผู้บรรยาย: คุณปราโมทย์ สุขศรี, Infor Solution Consultant, Infor
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

จะเกิดอะไรขึ้นแทนที่เราจะแข่งกับเวลา แต่คุณสามารถส่งมอบสินค้าได้ตรงต่อเวลาทุกครั้ง ด้วยการแข่งขันที่สูงคุณจะต้องสามารถนำสินค้าออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว และสามารถติดตามงานได้ดีขึ้นจากความต้องการ ไม่ว่ากระบวนการซับพลายของคุณจะซับซ้อนแค่ไหน คุณสามารถโต้ตอบได้อย่างเร็วขึ้น สามารถลดส่วนเกินของสินค้าคงคลังที่ไม่จำเป็นและการลดต้นทุน สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือลูกค้ามีความคาดหวังต่อคำมั่นสัญญาที่คุณได้ให้ใว้ในการส่งมอบสินค้า

การเข้าร่วมผ่าน Webinar ในครั้งนี้ คุณสามารถค้นหาวิธีที่การส่งมอบเรื่องราวทั้งหมดนี้และอื่นๆ ได้ด้วยโซลูชัน ERP ที่ช่วยให้คุณปรับปรุงประสิทธิภาพทั้งในองค์กรและการผลิตของคุณ

ใน Webinar นี้ เราจะแนะนำ อินฟอร์ คลาวด์สวีท อินดัสเตรียล (SyteLine) ที่เป็นโซลูชันที่ถูกออกแบบมาครบวงจรสำหรับผู้ผลิต ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์เชิงพยากรณ์และการทำงานร่วมกัน, มีเครื่องมือสนับสนุนการผลิตแบบ Lean Manufacturing, มีเครื่องมือในการเพิ่มการบริการลูกค้า, การปรับปรุงการผลิตและคุณภาพ, การประสานงานการบริการหลังการขายและการบำรุงรักษาที่ดี และการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_X8wLi0vQTlm69lY-UhCFBQ โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-industry-4-0-by-infor/