คลังเก็บป้ายกำกับ: ERP

TechTalk Webinar: รู้จักกับระบบ ERP แบบ Two-Tier เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดย Oracle NetSuite

Oracle NetSuite ขอเรียนเชิญเหล่าองค์กรที่มีธุรกิจย่อยภายในเครือ และกำลังมองหาระบบ ERP ที่สามารถตอบโจทย์การบริหารจัดการธุรกิจเหล่านี้ทั้งหมดได้จากศูนย์กลาง เข้าร่วม Webinar ในหัวข้อเรื่อง “รู้จักกับระบบ ERP แบบ Two-Tier เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดย Oracle NetSuite” เพื่อรับฟังแนวทางในการประยุกต์ใช้แนวคิด Two-Tier ERP เพื่อบริหารจัดการธุรกิจทั้งในภาพรวม และการทำงานของแต่ละธุรกิจย่อยในเครือให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019 เวลา 14.00 – 15.30 โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: รู้จักกับระบบ ERP แบบ Two-Tier เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดย Oracle NetSuite
ผู้บรรยาย: คุณ Nattawutt Nattee, Principal Solution Consultant, Oracle NetSuite
วันเวลา: วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019 เวลา 14.00 – 15.30
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

ธุรกิจที่มีบริษัทในเครือจำนวนมากนั้น ได้กลายเป็นโครงสร้างที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันแทนการมีองค์กรใหญ่องค์กรเดียวที่ทำทุกอย่างเหมือนในอดีต ซึ่งถึงแม้ธุรกิจจำนวนมากนั้นจะนิยมบริหารจัดการธุรกิจในเครือแบบแยกขาดจากกันเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน แต่ด้วยการมาของ Digital Economy ทั่วโลกนั้นก็ทำให้เหล่าธุรกิจองค์กรที่มีบริษัทในเครือจำนวนมาก ต้องทำการบริหารจัดการภาพรวมของธุรกิจทั้งหมดในเครือด้วย และนี่เองที่เป็นประเด็นสำคัญซึ่งส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์ด้านระบบ ERP โดยรวม

เพื่อตอบรับกับโจทย์ดังกล่าว หลายองค์กรก็ได้ประยุกต์นำกลยุทธ์ Two-Tier ERP มาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มตัวชี้วัดในการควบคุมและจัดการธุรกิจให้ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ธุรกิจในเครือทั้งหมดเองก็ยังสามารถทำงานได้อย่างอิสระ ไม่ต้องมีกระบวนการการทำงานที่ขึ้นต่อกันแต่อย่างใด

เข้าร่วมรับชม Webinar ครั้งนี้ของ NetSuite เพื่อเรียนรู้ว่าธุรกิจอย่าง Shaw Industry และ Scoot Airlines ได้นำแนวคิด Two-Tier ERP ไปใช้อย่างไร และคุณจะประยุกต์นำแนวคิดนี้ไปใช้รองรับการเติบโตของธุรกิจคุณเองได้อย่างไร

1 ชั่วโมงเต็มกับ TechTalk Webinar ผ่านระบบ Online Web Conference (Webinar)

หลายท่านอาจประสบปัญหาเรื่องเวลา หรือการเดินทางมายังงานสัมมนาที่ต่างๆ ทำให้พลาดโอกาสในการอัพเดทเทรนด์และเทคโนโลยีอันเป็นที่น่าสนใจในปัจจุบัน TechTalkThai จึงได้ริเริ่มโปรเจ็คท์ TechTalk Webinar สำหรับกระจายความรู้ และอัพเดทข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ผ่านทางระบบ Online Web Conferencing เพื่อให้ทุกท่านสามารถรับชมและฟังการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญและ Vendor ต่างๆ จากที่ไหนก็ได้ ที่สำคัญคือ ทุกท่านสามารถเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_OuDjBROjSp2uB35B5qMWtQ โดยขอความร่วมมือผู้ลงทะเบียนทุกท่านในการลงทะเบียนด้วยชื่อบริษัทแบบเต็ม เพื่อลดความสับสนในการจัดการข้อมูลการลงทะเบียนครับ

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-two-tier-erp-for-holding-company-by-oracle-netsuite/

โฆษณา

ไมโครซอฟท์เผยอัพเดตตัวแรกของ Dynamics 365 ออกเดือนเมษายน 2019

นอกจาก Office แล้ว ไมโครซอฟท์ยังมีซอฟต์แวร์ฝั่งธุรกิจอีกแบรนด์คือ Dynamics ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ตระกูล ERP/CRM

ในปี 2016 ไมโครซอฟท์จัดทัพ Dynamics ใหม่เป็นชุด Dynamics 365 ที่เป็นบริการบนคลาวด์ และคิดค่าบริการรายเดือนแบบเดียวกับ Office 365 และเมื่อปีที่แล้ว ไมโครซอฟท์ก็ประกาศว่าจะอัพเดตฟีเจอร์ให้ Dynamics 365 ปีละสองครั้ง แบบเดียวกับ Windows 10

ล่าสุดไมโครซอฟท์ประกาศข้อมูลของอัพเดตตัวแรกคือ April ’19 Release ที่จะทยอยปล่อยให้ใช้งาน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2019 จนถึงเดือนกันยายน 2019 (ก่อนก้าวเข้าสู่อัพเดตตัวที่สองคือ October ’19 ต่อไป)

No Description

ของใหม่ใน Dynamics 365 April ’19 มีหลายร้อยฟีเจอร์ ครอบคลุมบริการย่อยในชุดทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น Sales, Marketing, Customer Service, Portals, Field Service, Project Service Automation, Finance and Operations, Talent, Retail, Business Central โดยฟีเจอร์หลักๆ เน้นที่การวิเคราะห์ข้อมูล, การนำ AI มาใช้งาน และการเชื่อมต่อกับบริการข้อมูลอื่นๆ

ไมโครซอฟท์จะเปิดให้ทดสอบรุ่นพรีวิวในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2019 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 เมษายน 2019

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/107752

Infor ได้รับเงินลงทุนเพิ่ม 48,000 ล้านบาท ก่อนแผนการ IPO ภายในปี 2019 – 2020

Infor ผู้พัฒนาโซลูชัน ERP ชื่อดัง ได้ออกมาประกาศถึงการรับเงินลงทุนเพิ่มเติมอีก 1,500 ล้านเหรียญหรือราวๆ 48,000 ล้านบาท ก่อนกำหนดการเข้าตลาดหลักทรัพย์ที่ได้กำหนดเอาไว้

Credit: Infor

การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นโดย Koch Equity Development LLC และ Golden Gate Capital โดยทาง Infor เองนั้นก็มีแผนที่จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์หรือ IPO อยู่แล้วภายในปี 2019 – 2020 นี้ โดยในปีงบประมาณ 2018 ที่ผ่านมาทาง Infor เองก็ได้รายงานถึงรายรับประจำปีของตนเองที่ประมาณ 3,000 ล้านเหรีญหรือราวๆ 96,000 ล้านบาท

จุดเด่นของ Infor นั้นคือการถือครองเทคโนโลยีโซลูชันด้านระบบ ERP สำหรับธุรกิจเฉพาะทางในอุตสาหกรรมต่างๆ เอาไว้จำนวนมาก ทำให้การนำ Infor ไปใช้งานปรับแต่งสำหรับธุรกิจเฉพาะบางประเภทนั้นสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายโดยมี Best Practice ของธุรกิจนั้นๆ พร้อมให้ใช้งานได้ทันที

ตัวอย่างความสำเร็จของ Infor นั้นถือว่าน่าสนใจไม่น้อย อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา โรงพยาบาลกว่า 72% นั้นใช้โซลูชันของ Infor ในขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 19 ใน 20 อันดับแรกก็ใช้ Infor รวมถึงแบรนด์แฟชันชื่อดัง 8 ใน 10 อันดับแรกก็ใช้ Infor ด้วยเช่นกัน

ที่มา: https://www.reuters.com/article/us-walgreens-boots-microsoft/walgreens-and-microsoft-partner-to-develop-digital-healthcare-services-idUSKCN1P91V1

from:https://www.techtalkthai.com/infor-got-48000-million-thb-before-its-planned-ipo/

โหลดฟรี ebook ! 10 เหตุผลสำคัญที่ลูกค้าเลือกใช้ระบบคลาวด์ โดย Epicor

ERP บนระบบคลาวด์ได้รับความนิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็วสำหรับการใช้งานในองค์กรทุกขนาด
ปัจจุบัน ลูกค้า (และผู้จำหน่ายระบบ ERP) คาดการณ์ว่าในอนาคต การติดตั้งระบบวางแผนทรัพยากรในองค์กร (Enterprise Resource Planning – ERP) จะเป็นรูปแบบของซอฟต์แวร์ ERP บนระบบคลาวด์ มากกว่าซอฟต์แวร์รุ่นเก่าที่ติดตั้งภายในองค์กร

เอกสารนี้สำรวจเหตุผลสำคัญ 10 ข้อที่ลูกค้าของเอพิคอร์เลือกใช้ระบบคลาวด์สำหรับการติดตั้ง ERP จากประสบการณ์หลายปีที่เราได้ให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าเอพิคอร์ในการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มคลาวด์เพื่อสร้างสรรค์คุณประโยชน์ทางด้านธุรกิจและเทคโนโลยี

ไม่เพียงแค่เราเท่านั้น Nucleus Research ได้สำรวจความคิดเห็นของกว่า 100 บริษัทในช่วงปี 2558 และพบว่า“ลูกค้าได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายด้านไอที เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน และปรับปรุงการจัดการสินค้าคงคลัง” ด้วยการใช้งานโซลูชั่น ERP บนระบบคลาวด์ การใช้งานระบบคลาวด์คือมาตรฐานใหม่ เรามาสำรวจเหตุผลบางประการกัน

ดาวน์โหลดฟรีที่นี่ – Ebook : 10 เหตุผลสำคัญที่ลูกค้าเลือกใช้ระบบคลาวด์

from:https://www.enterpriseitpro.net/download-ebook-10-erp-on-cloud/

ISS Consulting เผยเทรนด์ SAP ปี 2019 ขยายตลาดด้วย Customer Experience (CX) และ HR Transformation เติมเต็มธุรกิจในยุคดิจิตอล

เมื่อปลายปี2018ที่ผ่านมา ทางทีมงาน TechTalkThai ได้รับเกียรติจากคุณวิศิษฐ์ วิระยากรณ์ Managing Director ของบริษัทISS Consulting (Thailand) Ltd.  ซึ่งเป็น SAP Partner ระดับ Platinum Partner และเป็น United VARs Partner เพียงรายเดียวในประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงมุมมองที่มีต่อตลาด SAP ในปี 2018 และการเติบโตของ SAP ในปี 2019 ซึ่งเนื้อหาถือว่าครอบคลุมถึงโอกาสใหม่ๆ ที่น่าสนใจกับธุรกิจไทยไม่น้อยทีเดียว เราจึงขอสรุปเนื้อหาเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่านกันดังนี้ครับ

ISS Consulting ปี2018เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ขยายบริษัท เตรียมรับการเติบโตในปี 2019

คุณวิศิษฐ์ วิระยากรณ์ Managing Director บริษัท ISS Consulting (Thailand) Ltd.

คุณวิศิษฐ์ได้เล่าย้อนถึงปี2018ที่ผ่านมาทั้งหมดก่อนว่าเป็นปีที่SAPนั้นมีการขยับขยายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ของการรุกตลาดด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ และการเปิดตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติมมากมาย ทำให้ทาง ISS Consulting เองต้องขยับตัวตามด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ของ SAP และการลองทำตลาดให้กับโซลูชั่นใหม่ๆ ของ SAPควบคู่กันไป

ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทในปี2018ที่ผ่านมา ทาง ISS Consulting ได้ทำการย้ายออฟฟิศและขยายให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับทั้งการเติบโตของพนักงานในอนาคตที่จะมีจำนวนเพิ่มขึ้น  และการรองรับลูกค้ารายใหม่ๆ ที่ต้องการเข้ามาเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ของ SAP เพิ่มเติมเพื่อมองหาโอกาสที่จะนำไปใช้ปรับปรุงธุรกิจของตนให้ดียิ่งขึ้น  

สำหรับตลาดของ SAP ในประเทศไทย การตอบรับต่อเทคโนโลยีและโซลูชั่นใหม่ๆ ของ SAP ถือว่าน่าสนใจมาก ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ที่อัปเกรดมาใช้งาน SAP S/4HANA กันมากขึ้น, ธุรกิจองค์กรขนาดกลางและขนาดเล็กที่ได้มาเริ่มต้นใช้งาน SAP Business ByDesign และ SAP Business One กันอย่างรวดเร็ว ไปจนถึงการเปิดรับต่อโซลูชั่นใหม่ๆ ทั้ง CRM, HRM, BI จาก SAP ไปใช้งาน ในขณะที่การเลือกติดตั้งใช้งาน SAP นั้นก็ยังคงมีทั้งแบบOn-PremisesและOn Cloud ตามความเหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละราย

ปัจจุบันทางISS Consulting ได้เป็นที่ปรึกษาและติดตั้งระบบSAPให้กับลูกค้ามากกว่า200รายในหลากหลายอุตสาหกรรม โดย ISSมีมุมมองว่า ระบบ ERPที่เหมาะสมสำหรับแต่ละธุรกิจมีความจำเป็นและความต้องการในระบบERPที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการถ่ายทอดประสบการณ์และการให้คำปรึกษาที่ดีนับเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีERPที่เหมาะสมได้

ด้วยเหตุนี้ ในช่วงกลางปี 2018ที่ผ่านมา  ISS จึงได้จัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปี ISS & SAP User Conference 2018 เพื่อเป็นการแนะนำSAP Solution ที่มีอยู่และแลกเปลี่ยนประสบการณ์แก่บริษัทในภาคธุรกิจต่างๆ ที่ใช้งาน SAPอยู่แล้ว และธุรกิจที่กำลังสนใจจะเริ่มต้นใช้งาน SAP โดยนอกจากทางทีมงานของISS Consulting เองจะได้แนะนำSAP Solution ที่บริษัทได้ทำแล้ว ยังได้รับเกียรติจากลูกค้าของ ISS Consulting เปิดเวทีเสวนาให้กับบริษัทผู้ใช้งานSAPได้แลกเปลี่ยนและแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานระบบSAP แก่ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาอีกด้วย

แนวโน้มSAPในประเทศไทยปี2019จากISS Consulting: ขยายกลุ่มลูกค้าERPพร้อมตอบโจทย์ภาคส่วนอื่นนอกเหนือจากERPให้มากขึ้น

คุณวิศิษฐ์ได้วิเคราะห์ถึงตลาดของSAPในประเทศไทยสำหรับปี2019ไว้ว่าจะเป็นปีที่มีการเติบโตมากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งโซลูชั่น ERPที่สามารถเจาะตลาดธุรกิจได้ครบทุกขนาด และโซลูชั่นสำหรับแผนกต่างๆ ในธุรกิจที่ SAP เองก็ได้ผลักดันในระดับโลก และส่งผลมาถึงประเทศไทยตามไปด้วย

ในมุมของภาคธุรกิจ การมองหาโซลูชั่น ERPที่ตอบโจทย์ได้ดีนั้นก็ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ ทั้งจากการที่หลายๆ ธุรกิจเองเคยเริ่มต้นกับ ERP อื่นมาก่อนจนไม่อาจรองรับต่อการเติบโตของธุรกิจได้ และจากธุรกิจเกิดใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและต้องการโซลูชั่นสำหรับการบริหารจัดการธุรกิจที่ครบวงจร

นอกจากนี้ด้วยกระแสการทำDigital Transformation ที่กำลังเติบโต แผนกต่างๆ ของแต่ละธุรกิจเองก็ต้องมองหาหนทางในการ Digitize เพื่อเตรียมต่อยอดไปสู่การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือนำข้อมูลไปใช้สร้างคุณค่าใหม่ๆ ในอนาคต ซึ่่งทาง SAP นั้นก็ได้มีโซลูชั่นเพื่อรองรับความต้องการลักษณะนี้พร้อมอยู่แล้ว และยังสามารถทำงานร่วมกับระบบ ERP ของSAPได้เป็นอย่างดี ทำให้หลายๆ ธุรกิจเลือกที่จะต่อยอดกับ SAP ในแง่มุมนี้เพิ่มเติม

สำหรับ3โซลูชั่น ของ SAP ที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วในปี2019มีดังนี้

1. SAP S/4HANA ระบบERPตอบโจทย์ธุรกิจขนาดใหญ่ พร้อมรองรับการเติบโตและต่อยอดด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ

SAP S/4HANA นี้จะกลายเป็นตัวเลือกหลักของธุรกิจขนาดใหญ่ที่กำลังมองหาระบบERPและธุรกิจเดิมที่เคยใช้SAP ECC 6 มาก่อนก็จะมีการอัปเกรดมาสู่SAP S/4HANA กันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ SAP S/4HANA เติบโตได้อย่างรวดเร็วนั้นก็คือความสามารถที่ครอบคลุมยิ่งกว่าเดิม และการทำงานร่วมกับโซลูชั่นทางธุรกิจอื่นๆ ได้อย่างมากมาย เพื่อรองรับกลยุทธ์ใหม่ๆ ของธุรกิจที่จะต้องมีความเป็น Digital มากขึ้นได้อย่างครบถ้วน

2. SAP Business One ระบบ ERP ตอบโจทย์ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เริ่มต้นได้ด้วยงบประมาณที่คุ้มค่า

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงธุรกิจขนาดใหญ่บางแห่งเองนั้นก็จะมีการพิจารณาใช้งาน SAP Business One ในฐานะของ ERP แรกสำหรับธุรกิจกันเพิ่มขึ้น ด้วยราคาเริ่มต้นของโซลูชั่นที่ไม่สูงมากนัก และความสามารถที่ครอบคลุมกระบวนการทำงานพื้นฐานในหลากหลายธุรกิจได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การขึ้นระบบ SAP Business One นั้นในบางโครงการสามารถพัฒนาระบบเสริม เพิ่มเติมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะทางเพิ่มเติม หรือการ Integrate ระบบเข้ากับโซลูชั่นที่ใช้งานอยู่เดิมในบางแผนกได้เช่นกัน

3. SAP Business ByDesign ระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดกลาง ที่ต้องการ Best Practice มาตรฐานระดับโลกสำหรับธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรม

สำหรับธุรกิจที่ต้องการจะปรับปรุงทั้งระบบสำหรับการบริหารจัดการธุรกิจและกระบวนการทำงานไปพร้อมๆ กัน  SAP Business ByDesign ก็จัดเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะSAP Business ByDesign นั้นเป็นระบบERP on Cloud ซึ่งมีการวางกระบวนการการทำงานสำหรับธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมให้พร้อมใช้งานได้ทันทีตามBest Practice ซึ่งเกิดขึ้นจากประสบการณ์ของSAPที่สั่งสมมา ทำให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการการทำธุรกิจที่จะได้นำมาปรับใช้นี้เป็นกระบวนการที่ดีและมีมาตรฐานในระดับเดียวกับธุรกิจระดับโลก ทำให้เหล่าธุรกิจไทยที่ยังขาดระบบในการทำงานที่ดีสำหรับแผนกต่างๆ ไปจนถึงการผลิตนั้น สามารถเลือกใช้ทั้ง Software และ ProcessจากSAP Business ByDesign ในการปรับปรุงธุรกิจของตนเองและเติบโตต่อไปได้อย่างรวดเร็ว

ส่วน 5 โซลูชันอื่นของSAPที่น่าจับตามองในปี2019ประกอบด้วย

1. SAP C/4HANA ต่อยอดERPสู่CRMเพิ่มยอดขาย ขยายฐานลูกค้า

ด้วยการแข่งขันในการหาลูกค้าใหม่, รักษาฐานลูกค้าเก่า และการก้าวสู่ตลาด E-Commerceในยามนี้ ทำให้ SAP C/4HANA กลายเป็นโซลูชั่นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากหลากหลายธุรกิจ โดยยึดหลักแนวคิด Customer Experience (CX) เพื่อให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้เพื่อสร้างแคมเปญการตลาด แนวทางการขาย บริหารความสัมพันธ์ และให้บริการกับลูกค้าในวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยขั้นตอนการดำเนินงานที่เชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อกับกลุ่มผลิตภัณฑ์SAP C/4HANA  เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าและเร็วกว่าอย่างมีประสิทธิภาพทุกขึ้นตอนที่องค์กรมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและตอบรับเทรนด์ของลูกค้าที่ทำธุรกรรมOnline โดยใช้แทบเลทและโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์หลักในการจับจ่ายซื้อขายสินค้ากันมากขึ้นในทุกวันนี้ โดยในวันที่ 25 มกราคม2019 นี้ทางบริษัท ได้จัดสัมมนา SAP C/4HANA -: Customer Experience (CX) Solutions เพื่อแนะนำ SAP C/4HANA ให้กับลูกค้าที่สนใจอีกด้วย

2. SAP SuccessFactors ลดต้นทุนการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลสำหรับธุรกิจใหญ่ โอกาสเติบโตใหม่สำหรับธุรกิจขนาดกลาง

สำหรับธุรกิจในปัจจุบัน ระบบบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล มีความสำคัญและถือเป็นหัวใจของธุรกิจเลยก็ว่าได้ และ SAP SuccessFactors เองเป็นอีกหนึ่งโซลูชั่นที่ขายดีมากในปี2018และมีแนวโน้มจะเติบโตมากยิ่งขึ้นไปอีกในปี2019ด้วยจุดเด่นที่เป็น Cloud Solution สามารถขึ้นระบบได้ง่ายและใช้ระยะเวลาไม่นามและยังใช้งานได้บนโมบายต่างๆ และครอบคลุมการทำงานของระบบบริหารบุคคลได้ครบทุกส่วนและด้วยความที่เป็น Cloud Solution ทำให้หมดกังวลเรื่องค่าใช่จ่ายในการจัดหาServerทำให้โดยรวมแล้วมีความคุ้มค่าและยืดหยุ่นกว่าโซลูชั่นระบบHRMแบบเดิมๆ ที่เป็น On-Premises อย่างมาก

ทางคุณวิศิษฐ์เองก็ยังได้ให้มุมมองธุรกิจต่างๆ ให้ความสำคัญกับระบบบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลมากขึ้น และระบบ SAP SuccessFactors สามารถช่วยบริษัทในการพัฒนาบุคลากรในส่วนของ Talent Management ได้เป็นอย่างดีและสามารถขึ้นระบบได้ในแต่ละส่วนและต่อขยายได้ง่าย และในอนาคตที่ธุรกิจจะต้องแข่งขันกันด้วยความสามารถของพนักงานมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน ระบบ SAP SuccessFactors นี้เองจะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ ดังนั้นการพิจารณาระบบ HRM เอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะทำให้การเติบโตของธุรกิจเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

3. SAP Analytics Cloud วิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจได้อย่างคล่องตัว

สำหรับธุรกิจที่มีระบบERPอยู่แล้วและเริ่มมีข้อมูลมากจนยากต่อการวิเคราะห์ทำความเข้าใจSAP Analytics Cloud หรือSACนี้เองจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลที่มีอยู่ออกมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยความง่ายและความรวดเร็วในการสร้างรายงานธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้การตัดสินใจในเชิงกลยุทธ์, การวางแผน และการทำงานในแต่ละวันเป็นไปได้อย่างแม่นยำโดยมีข้อมูลสนับสนุนอยู่ตลอด

4. SAP Cloud Platform พัฒนาระบบ Application ต่อยอดธุรกิจ ด้วยเทคโนโลยีจาก SAP

อีกหนึ่งโซลูชั่นที่น่าสนใจซึ่งคุณวิศิษฐ์ให้ความสำคัญก็คือSAP Cloud Platform ระบบPlatform-as-a-Service (PaaS) จากSAPสำหรับรองรับการพัฒนาApplicationใดๆ ได้อย่างอิสระ และเชื่อมต่อนำข้อมูลจากระบบ SAP อื่นๆ เข้าไปใช้งานได้ ทำให้ธุรกิจสามารถสร้างโซลูชั่นใหม่ๆ ได้ตามความต้องการอย่างรวดเร็ว และนำข้อมูลธุรกิจจาก SAP ไปต่อยอดได้ทันที ดังนั้นการพัฒนาโซลูชั่นตอบโจทย์เฉพาะทางใดๆ สำหรับแต่ละธุรกิจนั้นจะเป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งกว่าแต่ก่อน และยังสามารถสร้างเป็น Mobile Application ได้อีกด้วย

5. SAP Business Planning & Consolidation วางกลยุทธ์, แผนการดำเนินงาน และการเงินได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

การวางแผนสำหรับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องมีการนำข้อมูลอันหลากหลายและซับซ้อนมาวิเคราะห์ร่วมกัน และทำนายแนวโน้มต่างๆ ในอนาคตนั้นจะง่ายดายยิ่งขึ้นด้วย SAP Business Planning & Consolidation หรือSAP BPC ซึ่งธุรกิจขนาดใหญ่ในไทยที่มีบริษัทในเครือจำนวนมากเองก็ได้เริ่มนำไปใช้งานจริงกันแล้วในปี2018ที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีการใช้งานมากยิ่งขึ้นอีกในปี 2019 เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้ต้องเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต ดังนั้นการมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจและทำนายล่วงหน้าอย่างต่อเนื่องก็จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ

ทั้งนี้ISS Consulting ยินดีที่ให้คำปรึกษาและช่วยสนับสนุนธุรกิจองค์กรที่สนใจในโซลูชั่นข้างต้นทั้งหมดให้สามารถนำไปใช้งานได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยทีมงานที่มีทั้งประสบการณ์ทางธุรกิจและความรู้เชิงเทคนิคในการให้คำปรึกษา และการให้บริการครบวงจรตั้งแต่การเริ่มต้นขึ้นระบบไปจนถึงการดูแลรักษาต่อเนื่องในระยะยาว

ธุรกิจไทยควรจับตามองเทคโนโลยีใหม่ แต่ไม่ควรละเลยการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานให้เข้มแข็ง

อีกหนึ่งข้อคิดจากคุณวิศิษฐ์สำหรับธุรกิจในเมืองไทยในปัจจุบัน คือคำแนะนำให้ธุรกิจไทยนั้นติดตามข่าวสารและศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำมาปรับใช้กับธุรกิจในอุตสาหกรรมของตนเองเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น AI, Blockchain หรือ IoT ก็ตามแต่ เพื่อให้การพิจารณาเลือกนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านี้เข้ามาใช้งานนั้นเป็นไปอย่างรอบคอบและเกิดความคุ้มค่าสูงสุด ไม่ใช่การทำตามกระแสเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจคุณค่าและประโยชน์ที่จะได้รับอย่างถ่องแท้

ส่วนเทคโนโลยีที่จะเป็นรากฐานให้กับธุรกิจทั้งระบบERPและBusiness Application สำหรับแผนกต่างๆ ของธุรกิจนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกๆ ธุรกิจที่มองหาการเติบโตในอนาคต เพราะไม่ว่าเทรนด์ของเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปอย่างไร ถ้าหากรากฐานของธุรกิจไม่แข็งแรงแล้ว ธุรกิจเหล่านั้นก็จะไม่อาจต่อยอดด้วยเทคโนโลยีเหล่านั้นได้เลย ดังนั้นในปี 2019 นี้ธุรกิจไทยก็อาจต้องใช้เวลาในการเลือกหาโซลูชั่นที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเองทั้งในภาพรวม และการทำงานของแผนกต่างๆ กันมากขึ้น

คนทำSAPต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ให้เร็ว ปรับตัวให้ทัน

สุดท้ายคุณวิศิษฐ์ได้ให้ข้อคิดแก่คนที่ทำงานอยู่ในแวดวงSAPว่า ปัจจุบันนี้ SAPเองก็มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและมีเทคโนโลยีใหม่เพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาล การที่คนทำ SAPจะเติบโตต่อไปได้นั้นต้องมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ ทั้งโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นได้จาก SAP และโซลูชั่นเดิมๆ ในแง่มุมที่ลึกยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม ถึงแม้การทำ SAP นั้นจะเป็นงานที่มีความมั่นคง แต่โอกาสใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับสิ่งใหม่ๆ จาก SAP นั้นก็จะช่วยให้การเติบโตในหน้าที่การงานเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก

ในขณะเดียวกัน การเติบโตของ SAPเองนี้ก็ทำให้ปัญหาด้านการขาดแคลนคนนั้นขยายใหญ่ยิ่งขึ้น ดังนั้นการก้าวเข้าสู่วงการ SAP ในจังหวะนี้จึงถือเป็นโอกาสดีทีเดียวทั้งในบทบาทของConsultและDeveloperเพราะนอกจากงานทางด้านERPที่มีอยู่แต่เดิม(S/4HANA,ByDesign,SAP Business One) แล้ว ปัจจุบัน SAPเองก็ยังมีงานอีกหลากหลายทั้งในส่วนของC/4HANA, SuccessFactors, BPC, ARIBA, SAP Analytic on Cloud และอื่นๆ อีกมากมายให้มาเริ่มต้นเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน

เกี่ยวกับ ISS Consulting (Thailand) Ltd.

บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งระบบ SAPSolution อาทิเช่น SAP S/4HANA, SAP Business One, SAP Business ByDesign, SuccessFactors, SAC, BPC, SAP Cloud Platform, ARIBA, SAP C/4HANA และอื่น ๆ แบบครบวงจรให้แก่องค์กรขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ และเป็นผู้นำ ด้านการบริการดูแลระบบSAP (Application Management Services) ในประเทศไทย ที่มีความชำนาญอย่างสูงและมีประสบการณ์มามากกว่า 19 ปี

ปัจจุบัน บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการแต่งตั้งจาก SAP ให้เป็นพาร์ทเนอร์ระดับ Platinum ที่มุ่งเน้นนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นประโยชน์กับองค์กรธุรกิจหลากหลาย

ล่าสุดในปี 2018 นี้ ทางบริษัทก็ได้รับรางวัลลูกค้าใหม่สูงสุดในกลุ่มธุรกิจ General Business (GB) จากงาน SAP Partner Kick Off 2018 จากการมีฐานลูกค้าใหม่ที่ใช้งาน SAP S/4HANAและ SAP Business One เพิ่มมากที่สุดในปี 2017 และรางวัลSAP -qualified partner -packaged solution for SAP S/4HANA สำหรับ Smart One S/4HANA Implementation for Manufacturing, Smart One S4/HANA Implementation for Trading และ Smart One S/4 HANA Conversion ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับพาร์ทเนอร์ที่สามารถส่งมอบโซลูชัน SAP S/4HANA ให้กับลูกค้าองค์กรต่างๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วย

นอกจากนี้ สำหรับเหล่าธุรกิจองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ต้องการผู้ให้บริการระบบ SAP ที่ครอบคลุมในหลากหลายประเทศทั่วโลก ISS Consulting (Thailand) Limited หนึ่งในสมาชิกของ United VARs ซึ่งเป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของผู้ให้บริการระบบSAPชั้นนำในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ก็สามารถร่วมมือกันให้บริการ SAP ให้ครอบคลุมตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกได้ โดยสมาชิกของ United VARs ในแต่ละประเทศนั้นก็จะทำการดูแลการใช้งาน SAP สำหรับสาขาขององค์กรในประเทศนั้นๆ พร้อมนำองค์ความรู้ด้านกระบวนการทางธุรกิจ, เทคโนโลยี และกฎหมายมาประยุกต์ใช้ในระบบเพื่อให้การใช้งานเทคโนโลยีของ SAP ในประเทศต่างๆ เป็นไปได้ด้วยประสบการณ์ที่ดีที่สุด

ผู้ที่ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่อง SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้นISS Consulting พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจเยี่ยมชมเว็บไซต์ของISS Consulting (Thailand) ได้ที่ http://www.issconsulting.co.th/ หรือโทร 02 237 055

from:https://www.techtalkthai.com/iss-consulting-sap-trends-2019-cx-hr/

รู้จักกับ Infor LN: ระบบ ERP สำหรับโรงงานและการผลิต ตอบโจทย์ธุรกิจไทยด้วยโมดูลครบครัน

ในปี 2018 นี้ถือเป็นปีที่เหล่าผู้ให้บริการระบบ ERP เติบโตกันเป็นอย่างมาก ด้วยแนวโน้มทางด้านการทำ Digital Transformation ที่ทำให้ธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ นั้นตื่นตัวกับนวัตกรรมในฝั่ง Digital มากยิ่งขึ้น ทำให้หลายๆ ธุรกิจเริ่มมีการลงทุนใช้งานระบบ ERP หรือปรับปรุงระบบ ERP เดิม มาใช้โซลูชันที่ดียิ่งขึ้นกว่าในอดีต เพื่อเตรียมก้าวสู่การเป็น Digital Business กันนั่นเอง และในบทความนี้ เราก็จะขอแนะนำอีกหนึ่งผู้ผลิตระบบ ERP อย่าง Infor ที่มีจุดเด่นในตลาดธุรกิจโรงงานและการผลิตโดยเฉพาะ มาให้ทุกท่านได้รู้จักกันครับ

รู้จัก Infor ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ERP ที่เน้นตอบโจทย์เฉพาะทางของแต่ละอุตสาหกรรมด้วยโซลูชันที่หลากหลาย

Credit: Infor

Infor นั้นถือเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบ ERP รายใหญ่รายหนึ่งที่ก่อตั้งมาตั้แต่ปี 2002 โดยมีลูกค้าทั่วโลกรวมกันมากกว่า 90,000 บริษัท มีสาขาทั่วโลก 168 แห่ง มีพนักงานมากกว่า 15,000 คน มีพาร์ทเนอร์มากกว่า 1,750 ราย โดยมีผู้ใช้งานบริการ Cloud ของ Infor ทั่วโลกมากกว่า 71 ล้านรายแล้ว

จุดโดดเด่นหนึ่งที่ทำให้ Infor นั้นแตกต่างจากผู้ผลิต ERP รายอื่นก็คือกลยุทธ์ของบริษัท ที่จะมุ่งเน้นการนำเสนอโซลูชัน ERP สำหรับธุรกิจเฉพาะทางเป็นหลัก ทำให้ Infor นั้นมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 170 รายการ เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันออกไป ต่างจากเทคโนโลยี ERP รายอื่นๆ ที่มักพัฒนาระบบ ERP มาให้รองรับการใช้งานได้ทุกธุรกิจ และต้องทำการปรับแต่งให้เหมาะสมกับแต่ละอุตสาหกรรมกันไป

ด้วยแนวทางนี้เอง ทำให้โซลูชัน ERP ของ Infor สามารถตอบโจทย์ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเฉพาะทางได้ลึกยิ่งกว่าโซลูชันอื่นๆ ตัวอย่างเช่น ในเหล่าธุรกิจโรงงานที่มีการผลิตสินค้าหรือชิ้นส่วนที่แตกต่างกันไป Infor เองก็จะมีโซลูชัน ERP สำหรับการผลิตสินค้าเฉพาะทางต่างๆ แยกขาดจากกัน เพราะ Infor เข้าใจดีว่า กระบวนการการทำงานและรายละเอียดปลีกย่อยภายในของธุรกิจแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกัน ซึ่งโซลูชัน ERP ที่ดี ก็ควรจะต้องสามารถตอบโจทย์ของกระบวนการและรายละเอียดเหล่านี้ให้ได้ครบถ้วน เพื่อให้การนำ ERP ไปใช้งานนั้นเกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจนั่นเอง

การที่ Infor สามารถตอบโจทย์ระบบ ERP สำหรับธุรกิจเฉพาะทางเหล่านี้ได้ดีนั้น ก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากวิธีการดำเนินธุรกิจของ Infor ที่ได้มีการเข้าซื้อกิจการของระบบ Software และ Application จำนวนมากเข้ามาเสริมในบริษัทโดยตลอด แล้วนำ Platform และทรัพยากรต่างๆ ที่มีในบริษัทมาศึกษาและวิจัยเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก รวมถึงเมื่อ Cloud เริ่มได้รับความนิยม Infor ก็พัฒนาผลิตภัณฑ์เหล่านั้นขึ้นมาเปิดเป็นบริการ Cloud ด้วยเช่นกัน

Credit: Infor

นอกเหนือจากเทคโนโลยีด้าน ERP และ Cloud แล้ว Infor นั้นก็ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยี Business Intelligence, AI และ Machine Learning เข้ามาเสริมกับระบบ ERP ของตนเองในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะของธุรกิจแต่ละประเภทแยกย่อยกันไป, การตอบสนองผ่านระบบแชทและเสียง, การวิเคราะห์รูปภาพ ไปจนถึงการผสานระบบเข้าไปกับ Application ต่างๆ ใน Infor CloudSuite ก็ตาม ทำให้ทุกผลิตภัณฑ์ของ Infor นั้นสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างหลากหลาย ในขณะที่ยังคงตอบโจทย์เฉพาะทางของธุรกิจแต่ละประเภทได้เป็นอย่างดี

อีกโซลูชันหนึ่งที่ Infor เล็งเห็นว่าจะสามารถตอบโจทย์ธุรกิจหลากหลายได้เป็นอย่างดี ก็คือระบบ Business Network ที่ได้รวมเอาผู้ผลิตและผู้ขายชิ้นส่วน, โรงงาน, ธุรกิจขนส่ง, สถาบันการเงิน และผู้นำทางด้านธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ให้สามารถเชื่อมโยงถึงกันและทำธุรกิจร่วมกันได้ง่ายขึ้น ด้วยความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำธุรกรรมระหว่างกันได้อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งปัจจุบันในเครือข่ายนี้ของ Infor ก็มีบริษัทต่างๆ กว่า 55,000 แห่งได้เข้าร่วมแล้ว

Credit: Infor

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Infor สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.infor.com

Infor LN: ระบบ ERP สำหรับโรงงานและการผลิต ตอบโจทย์ธุรกิจไทยด้วยโมดูลครบครัน

ในบทความนี้เราจะขอแนะนำหนึ่งในผลิตภัณฑ์ ERP อันหลากหลายของ Infor ที่มีผู้นำเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยนั่นก็คือ Infor LN ที่เป็นโซลูชัน ERP สำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิต อาทิเช่น กลุ่มผู้ผลิตเครื่องจักร, ผู้ผลิตชิ้นส่วนด้านการบิน, อวกาศ และการทหาร, ผู้ผลิตชิ้นส่วนและประกอบยานยนต์ ชิ้นส่วนพลาสติก ไปจนถึงผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ ซึ่งก็ถือว่าเหมาะสมกับตลาดเมืองไทยที่เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ให้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกมากมายเป็นอย่างมาก

โซลูชัน Infor LN นี้มีธุรกิจโรงงานและการผลิตใช้งานทั่วโลกอยู่กว่า 2,500 รายใน 46 ประเทศทั่วโลก และประเทศไทยเองก็ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ Infor ให้ความสำคัญจนมีการทำ Localization สำหรับ Infor LN ให้รองรับภาษาไทยและกฎหมายในเมืองไทย ดังนั้นกระบวนการทางด้านบัญชี, ภาษี และการเงินภายใน Infor LN นั้นจึงพร้อมนำมาใช้กับธุรกิจโรงงานและการผลิตในประเทศไทยได้อย่างครบครัน ตอบทุกความต้องการของระบบสรรพากร

สำหรับโมดูลที่โดดเด่นของ Infor LN ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากเหล่าธุรกิจโรงงานและการผลิตในไทยนั้นก็มีด้วยกันหลากหลาย ได้แก่

Manufacturing

Infor LN นี้มีโมดูล Manufacturing ที่สามารถรองรับการผลิตสินค้าที่มีความซับซ้อนต่ำไปจนถึงความซับซ้อนสูงได้ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้าที่มีรูปแบบตายตัว, การผลิตสินค้าตามสั่ง, การผลิตสินค้าที่มีปัจจัยแปรผัน รวมถึงยังทำการควบคุมและวางแผนงาน, การจัดการ Work Center, การจัดการเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต, การกำหนดลำดับขั้นตอนในสายการผลิต ไปจนถึงการตรวจวัดประสิทธิภาพในการทำงานและการควบคุมคุณภาพของการผลิตได้

การวางแผนการทำงานในสายการผลิตเองก็เป็นอีกประเด็นที่ Infor LN ให้ความสำคัญ ซึ่ง Infor LN นี้จะสามารถควบคุมการทำงานได้ถึงขั้นการลงลึกในกระบวนการย่อยที่เกิดขึ้นในแต่ละการผลิต รวมถึงสามารถเลือกวิธีการในการ Optimize การผลิตการวางแผนด้วยสถานการณ์ต่างๆ (scenario) ได้หลากหลายรูปแบบสำหรับนำมาใช้เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียและจุดแตกต่างกันได้ ทำให้การวางแผนการผลิตมีความแม่นยำสูง และง่ายต่อวิศวกรที่ต้องทำหน้าที่วางแผนและควบคุมการผลิตเป็นอย่างมาก

Service

สำหรับธุรกิจที่มีการผลิตสินค้าและจำหน่ายในรูปแบบ Business to Business (B2B) และธุรกิจที่ต้องการบริการหลังการขายนั้น Infor LN ก็มีโมดูล Service เพื่อใช้ในการบริหารจัดการการออกไปให้บริการหลังการขายได้ ทำให้สามารถวางแผนการทำงาน, การเลือกใช้ทรัพยากรต่างๆ และประเมินค่าใช้จ่ายในการออกไปให้บริการได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่วิศวกรหรือเจ้าหน้าที่ที่ต้องออกไปให้บริการนั้นก็มีข้อมูลที่ครบถ้วนพร้อมไปให้บริการได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งข้อมูลด้านปัญหาต่างๆ และสัญญาที่ได้ทำเอาไว้กับลูกค้า ตลอดจนการติดตามคุณภาพของการให้บริการในแต่ละครั้งได้ด้วยในตัว

โมดูล Service นี้จะช่วยเสริมการทำงานให้แก่ระบบ Customer Relationship Management (CRM) ให้ดียิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนแยกต่างหาก ในขณะที่การผสานข้อมูลเข้ากับระบบฝ่ายการผลิต, คลังสินค้า บัญชี และอื่นๆ ได้ก็จะทำให้การสนับสนุนใดๆ นั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยข้อมูลแวดล้อมที่สมบูรณ์ และยังสามารถทำงานร่วมกับโมดูลอื่นๆ อย่าง Resource Management และ Mobile Service เพื่อเสริมการให้บริการให้ดีขึ้นได้ด้วย

Project

สำหรับการผลิตในลักษณะของโครงการที่มีรายละเอียดและมีความซับซ้อนสูง Infor LN ก็มีโมดูล Project ให้ใช้ในการวางแผนและควบคุมโครงการได้แบบครบวงจร ตั้งแต่การกำหนดสโคปของงาน, การประเมินค่าใช้จ่ายและจำแนกประเภทค่าใช้จ่าย, การวางแผนสำรองไว้เป็นทางเลือก, การเตรียมเอกสารสำหรับการประมูลงาน, การจัดการด้านสัญญาการซื้อขายและดูแลรักษา, การติดตามทรัพยากรและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง, การติดตามสถานะความคืบหน้า และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้การควบคุมโครงการเป็นไปได้อย่างละเอียดในทุกแง่มุม และมีเอกสารประกอบสำหรับทุกๆ งานที่เกี่ยวข้อง

Credit: Infor

Resource Management

สำหรับในบางธุรกิจที่ต้องการพนักงานที่มีทักษะเฉพาะทางที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก ทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในการทำงานแต่ละวันหรือแต่ละโครงการนั้นต้องลงลึกไปถึงทักษะของพนักงานแต่ละคน Infor LN ก็มีโมดูลเพื่อรองรับกรณีนี้ได้ ทำให้การกำหนดทักษะของพนักงานแต่ละคนและการควบคุมตารางการทำงานของพนักงานทักษะสูงเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างละเอียด โดยสามารถนำข้อมูลทักษะหรือใบ Certificate ของพนักงานเหล่านี้ไปใช้อ้างอิงในการจัดการภายในโมดูลอื่นๆ ได้

Credit: Infor

Mobile Service

ต่อยอดจากโมดูล Service ทาง Infor LN ก็ได้มีการพัฒนาโมดูล Mobile Service ขึ้นมาเพื่อรองรับการออกไปให้บริการนอกสถานที่นั้นเป็นไปได้อย่างถูกต้องและแม่นยำด้วยการเชื่อมต่อระบบผ่านทาง Smart Phone โดยนอกจากการที่วิศวกรหรือพนักงานที่ออกไปให้บริการจะมีข้อมูลที่จำเป็นต่อการไปให้บริการครบถ้วนทั้งในแง่ของเนื้องานและสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว การควบคุมเวลาที่ใช้ในการให้บริการ, การควบคุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหน้างาน และการเซ็นต์เอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถทำได้ทั้งหมดผ่านโมดูลนี้ด้วยเช่นกัน

Warehouse

อีกหนึ่งโมดูลสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้เลยในธุรกิจโรงงานและการผลิตก็คือการจัดการกับคลังวัตถุดิบและสินค้า Infor LN เองก็มีโมดูลสำหรับควบคุม Inventory และ Warehouse ให้อย่างครบครัน มีข้อมูลครบถ้วนตั้งแต่ตำแหน่งที่จัดเก็บสินค้า, ประเภท, จำนวน, พื้นที่ที่ใช้, เงื่อนไขในการจัดเก็บ, รายการสินค้า, ล็อตที่ผลิต, Serial No. และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้นำไปใช้ในการออกเอกสาร, การจัดการวางแผนการใช้วัตถุดิบหรือตัดสินค้า, การขนส่ง และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในโรงงาน

แน่นอนว่าระบบการจัดการคลังสินค้านี้ก็สามารถทำงานร่วมกับ Barcode เพื่อให้ง่ายและรวดเร็วต่อการบันทึกหรือค้นหาข้อมูลได้ด้วยในตัว ในขณะที่การควบคุม, การวิเคราะห์ และการประเมินมูลค่าของวัตถุดิบและสินค้าในคลังก็สามารถเลือกทำได้หลากหลายรูปแบบตามความเหมาะสมของธุรกิจ สามารถต่อยอดไปถึงการทำ Freight Management ได้ทันที

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Infor LN สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.infor.com/products/ln

เสริมความง่ายดายในการใช้งาน และความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลให้มากขึ้นด้วย Infor OS

Credit: Infor

อีกหนึ่งโซลูชันที่มักถูกใช้งานควบคู่ไปกับ Infor LN ซึ่งเป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิตนั้นก็คือ Infor OS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการกลางของ Infor สำหรับจัดการ Application และข้อมูลในระบบต่างๆ ของ Infor เอง เพื่อให้องค์กรสามารถใช้งาน Application ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและบริหารจัดการสิทธิ์หรือข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง Application หรือข้อมูลต่างๆ ได้ในลักษณะของ Social Business Homepage สำหรับเข้าไปใช้งานทุกวันเป็นประจำอย่างง่ายดาย โดยภายใน Infor OS จะมีส่วนประกอบย่อยดังต่อไปนี้

  • Infor Ming.le ระบบ Portal และ Application Suite ที่รวบรวมเอา Workflow พื้นฐานและการติดต่อสื่อสารในการทำงานเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างง่ายดาย
  • ION ระบบ Framework สำหรับจัดการด้านการทำ Integration, Business Process Optimization และ Alerting โดยเฉพาะ เพื่อผสานรวมข้อมูลและ Business Process ในรูปแบบที่เหล่าธุรกิจต้องการได้ทันที
  • IDM ระบบ Centralized Document Management เพื่อรวบรวมและจัดการกับเอกสารต่างๆ ภายในธุรกิจ โดยสามารถกำหนด Business Rule สำหรับการสร้างและจัดการเอกสารต่างๆ ได้
  • Infor BI ระบบ Business Intelligence สำหรับใช้วิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจได้ในแบบ Real-time โดยสามารถเชื่อมต่อ Data Source ได้จากทั้งภายในระบบของ Infor เองและระบบอื่นๆ ภายนอก เช่น RDBMS, Microsoft Analysis Services Cube, Amazon Redshift, SAP Business Warehouse และอื่นๆ
  • Homepages ระบบสำหรับเปิดให้ผู้ใช้งานทำการสร้างหน้า Homepage สำหรับการทำงานของตนเองเพื่อรวบรวมเอา Application และ Widget ต่างๆ ที่ต้องการใช้งานมาอยู่ด้วยกัน และสะดวกต่อการทำงานของแต่ละคนให้มากที่สุดได้
  • User Management ระบบบริหารจัดการการยืนยันตัวตนและกำหนดสิทธิ์สำหรับ Application ทั้งหมดของ Infor ได้จากศูนย์กลาง
  • Infor ION BV ระบบ Repository จัดเก็บข้อมูลกลางที่ทนทานและมั่นคงปลอดภัย สำหรับใช้ในการจัดเก็บข้อมูลย้อนหลังระยะยาวและการนำข้อมูล Master Data ไปใช้สร้างรายงาน, วิเคราะห์ด้วยระบบ BI ไปจนถึงการวิเคราะห์ด้วยระบบอื่นๆ
  • Infor Enterprise Search ระบบค้นหาข้อมูลธุรกิจเพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

Infor OS นี้นอกจากจะช่วยให้การบริหารจัดการระบบ Application ต่างๆ ง่ายขึ้นแล้ว ก็ยังสามารถช่วยผลักดันองค์กรไปสู่การเป็น Data-Driven Business ได้ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์และจัดการข้อมูลด้วยในตัว

Credit: Infor

สนใจ Infor LN ติดต่อทีมงาน iAssist ได้ทันที

ผู้ที่สนใจโซลูชัน Infor LN และต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้านระบบ ERP สำหรับนำไปใช้ในธุรกิจโรงงานและการผลิต สามารถติดต่อทีมงาน iAssist Corporation Co., Ltd. ได้ทันทีที่โทร 081-207-7508, 084-515-7805, 02-012-0595 อีเมล์ support@iassistcorp.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ iAssist ได้ที่ https://iassistcorp.com/

from:https://www.techtalkthai.com/infor-ln-erp-for-manufacturing-businesses/

ISS Consulting เผยเทรนด์ SAP ปี 2019 ขยายตลาดด้วย CRM และ HRM เติมเต็มธุรกิจไทยในยุคดิจิตอล

เมื่อปลายปี 2018 ที่ผ่านมา ทางทีมงาน TechTalkThai ได้รับเกียรติจากคุณวิศิษฐ์ วิระยากรณ์ Managing Director ของบริษัท ISS Consulting (Thailand) Ltd. ซึ่่งเป็น SAP Partner ระดับ Platinum Partner และเป็น United VARs Partner เพียงรายเดียวในประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงมุมมองที่มีต่อตลาด SAP ในปี 2018 และการเติบโตของ SAP ในปี 2019 ซึ่งเนื้อหาถือว่าครอบคลุมถึงโอกาสใหม่ๆ ที่น่าสนใจกับธุรกิจไทยไม่น้อยทีเดียว เราจึงขอสรุปเนื้อหาเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่านกันดังนี้ครับ

ISS Consulting ปี 2018 เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ขยายบริษัท เตรียมรับการเติบโตในปี 2019

คุณวิศิษฐ์ วิระยากรณ์ Managing Director ของบริษัท ISS Consulting (Thailand) Ltd.

คุณวิศิษฐ์ได้เล่าย้อนถึงปี 2018 ที่ผ่านมาทั้งหมดก่อนว่าเป็นปีที่ SAP นั้นมีการขยับขยายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ของการรุกตลาดด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ และการเปิดตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติมมากมาย ทำให้ทาง ISS Consulting เองต้องขยับตัวตามด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ของ SAP และการลองทำตลาดให้กับโซลูชั่นใหม่ๆ ของ SAP ควบคู่กันไป

ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทในปี 2018 ที่ผ่านมา ทาง ISS Consulting ได้ทำการย้ายออฟฟิศและขยายให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับทั้งการเติบโตของพนักงานในอนาคตที่จะมีจำนวนเพิ่มขึ้น และการรองรับลูกค้ารายใหม่ๆ ที่ต้องการเข้ามาเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ของ SAP เพิ่มเติมเพื่อมองหาโอกาสที่จะนำไปใช้ปรับปรุงธุรกิจของตนให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับตลาดของ SAP ในประเทศไทย การตอบรับต่อเทคโนโลยีและโซลูชั่นใหม่ๆ ของ SAP ถือว่าน่าสนใจมาก ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ที่อัปเกรดมาใช้งาน SAP S/4HANA กันมากขึ้น, ธุรกิจองค์กรขนาดกลางและขนาดเล็กที่ได้มาเริ่มต้นใช้งาน SAP Business ByDesign และ SAP Business One กันอย่างรวดเร็ว ไปจนถึงการเปิดรับต่อโซลูชั่นใหม่ๆ ทั้ง CRM, HRM, BI จาก SAP ไปใช้งาน ในขณะที่การเลือกติดตั้งใช้งาน SAP นั้นก็ยังคงมีทั้งแบบ On-Premises และ On Cloud ตามความเหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละราย

ปัจจุบันทาง ISS Consulting ได้เป็นที่ปรึกษาและติดตั้งระบบ SAP ให้กับลูกค้ามากกว่า 200 รายในหลากหลายอุตสาหกรรม โดย ISS มีมุมมองว่า ระบบ ERP นั้นเป็นระบบที่ไม่ตายตัว แต่ละธุรกิจมีความจำเป็นและความต้องการในระบบ ERP ที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการถ่ายทอดประสบการณ์และการให้คำปรึกษาที่ดีนับเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยี ERP ที่เหมาะสมได้

ด้วยเหตุนี้ ในช่วงกลางปี 2018 ที่ผ่านมา ISS จึงได้จัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปี ISS & SAP User Conference 2018 เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและประสบการณ์แก่บริษัทในภาคธุรกิจต่างๆ ที่ใช้งาน SAP อยู่แล้ว และธุรกิจที่กำลังสนใจจะเริ่มต้นใช้งาน SAP โดยนอกจากทางทีมงานของ ISS Consulting เองจะได้ถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ของตนเองแล้ว ยังเปิดเวทีเสวนาให้กับบริษัทผู้ใช้งาน SAP ได้แลกเปลี่ยนและแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานระบบ SAP เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาอีกด้วย

แนวโน้ม SAP ในประเทศไทยปี 2019 จาก ISS Consulting: ขยายกลุ่มลูกค้า ERP พร้อมตอบโจทย์ภาคส่วนอื่นนอกเหนือจาก ERP ให้มากขึ้น

คุณวิศิษฐ์ได้วิเคราะห์ถึงตลาดของ SAP ในประเทศไทยสำหรับปี 2019 ไว้ว่าจะเป็นปีที่มีการเติบโตมากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งโซลูชั่น ERP ที่สามารถเจาะตลาดธุรกิจได้ครบทุกขนาด และโซลูชั่นสำหรับแผนกต่างๆ ในธุรกิจที่ SAP เองก็ได้ผลักดันในระดับโลก และส่งผลมาถึงประเทศไทยตามไปด้วย

ในมุมของภาคธุรกิจ การมองหาโซลูชั่น ERP ที่ตอบโจทย์ได้ดีนั้นก็ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ ทั้งจากการที่หลายๆ ธุรกิจเองเคยเริ่มต้นกับ ERP อื่นมาก่อนจนไม่อาจรองรับต่อการเติบโตของธุรกิจได้ และจากธุรกิจเกิดใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและต้องการโซลูชั่นสำหรับการบริหารจัดการธุรกิจที่ครบวงจร

นอกจากนี้ด้วยกระแสการทำ Digital Transformation ที่กำลังเติบโต แผนกต่างๆ ของแต่ละธุรกิจเองก็ต้องมองหาหนทางในการ Digitize เพื่อเตรียมต่อยอดไปสู่การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือนำข้อมูลไปใช้สร้างคุณค่าใหม่ๆ ในอนาคต ซึ่่งทาง SAP นั้นก็ได้มีโซลูชั่นเพื่อรองรับความต้องการลักษณะนี้พร้อมอยู่แล้ว และยังสามารถทำงานร่วมกับระบบ ERP ของ SAP ได้เป็นอย่างดี ทำให้หลายๆ ธุรกิจเลือกที่จะต่อยอดกับ SAP ในแง่มุมนี้เพิ่มเติม

สำหรับ 3 โซลูชั่น ของ SAP ที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2019 มีดังนี้

1. SAP S/4HANA ระบบ ERP ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดใหญ่ พร้อมรองรับการเติบโตและต่อยอดด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ

SAP S/4HANA นี้จะกลายเป็นตัวเลือกหลักของธุรกิจขนาดใหญ่ที่กำลังมองหาระบบ ERP และธุรกิจเดิมที่เคยใช้ SAP ECC 6 มาก่อนก็จะมีการอัปเกรดมาสู่ SAP S/4HANA กันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ SAP S/4HANA เติบโตได้อย่างรวดเร็วนั้นก็คือความสามารถที่ครอบคลุมยิ่งกว่าเดิม และการทำงานร่วมกับโซลูชั่นทางธุรกิจอื่นๆ ได้อย่างมากมาย เพื่อรองรับกลยุทธ์ใหม่ๆ ของธุรกิจที่จะต้องมีความเป็น Digital มากขึ้นได้อย่างครบถ้วน

2. SAP Business One ระบบ ERP ตอบโจทย์ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เริ่มต้นได้ด้วยงบประมาณที่คุ้มค่า

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงธุรกิจขนาดใหญ่บางแห่งเองนั้นก็จะมีการพิจารณาใช้งาน SAP Business One ในฐานะของ ERP แรกสำหรับธุรกิจกันเพิ่มขึ้น ด้วยราคาเริ่มต้นของโซลูชั่นที่ไม่สูงมากนัก และความสามารถที่ครอบคลุมกระบวนการทำงานพื้นฐานในหลากหลายธุรกิจได้นั่นเอง

อย่างไรก็ดี SAP Business One นั้นไม่ได้มีความสามารถที่หลากหลายเท่า SAP S/4HANA ดังนั้นในบางโครงการอาจต้องมีการพัฒนาระบบเสริมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะทางเพิ่มเติม หรือการ Integrate ระบบเข้ากับโซลูชั่นที่ใช้งานอยู่เดิมในบางแผนกบ้างเช่นกัน

3. SAP Business ByDesign ระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดกลาง ที่ต้องการ Best Practice มาตรฐานระดับโลกสำหรับธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรม

สำหรับธุรกิจที่ต้องการจะปรับปรุงทั้งระบบสำหรับการบริหารจัดการธุรกิจและกระบวนการทำงานไปพร้อมๆ กัน SAP Business ByDesign ก็จัดเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะ SAP Business ByDesign นั้นมีการวางกระบวนการการทำงานสำหรับธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมให้พร้อมใช้งานได้ทันทีตาม Best Practice ซึ่งเกิดขึ้นจากประสบการณ์ของ SAP ที่สั่งสมมา ทำให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการการทำธุรกิจที่จะได้นำมาปรับใช้นี้เป็นกระบวนการที่ดีและมีมาตรฐานในระดับเดียวกับธุรกิจระดับโลก ทำให้เหล่าธุรกิจไทยที่ยังขาดระบบในการทำงานที่ดีสำหรับแผนกต่างๆ ไปจนถึงการผลิตนั้น สามารถเลือกใช้ทั้ง Software และ Process จาก SAP Business ByDesign ในการปรับปรุงธุรกิจของตนเองและเติบโตต่อไปได้อย่างรวดเร็ว

ส่วน 5 โซลูชันอื่นของ SAP ที่น่าจับตามองในปี 2019 มีดังนี้

1. SAP C/4HANA ต่อยอด ERP สู่ CRM เพิ่มยอดขาย ขยายฐานลูกค้า

ด้วยการแข่งขันในการหาลูกค้าใหม่, รักษาฐานลูกค้าเก่า และการก้าวสู่ตลาด E-Commerce ในยามนี้ ทำให้ SAP C/4HANA กลายเป็นโซลูชั่นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากหลากหลายธุรกิจ เพื่อตอบรับเทรนด์ของเหล่าลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์หลักในการจับจ่ายซื้อขายสินค้ากันมากขึ้นในทุกวันนี้

2. SAP SuccessFactors ลดต้นทุนการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลสำหรับธุรกิจใหญ่ โอกาสเติบโตใหม่สำหรับธุรกิจขนาดกลาง

สำหรับธุรกิจใหญ่ ระบบบริหารจัดการทรัยพยากรบุคคลนั้นถือเป็นหัวใจของธุรกิจเลยก็ว่าได้ และ SAP SuccessFactors เองเป็นอีกหนึ่งโซลูชั่นที่ขายดีมากในปี 2018 และมีแนวโน้มจะเติบโตมากยิ่งขึ้นไปอีกในปี 2019 ด้วยจุดเด่นที่เป็น Cloud Solution ใช้งานได้บนโมบายต่างๆ ทั้งยังครอบคลุมการทำงานของระบบบริหารบุคคลได้ครบทุกส่วน และด้วยความที่เป็น Cloud Solution ทำให้หมดกังวลเรื่องค่าใช่จ่ายในการจัดหา Server ทำให้โดยรวมแล้วมีความคุ้มค่าและยืดหยุ่นกว่าโซลูชั่นระบบ HRM แบบเดิมๆ ที่เป็น On-Premises อย่างมาก

ทางคุณวิศิษฐ์เองก็ยังได้ให้มุมมองสำหรับธุรกิจขนาดกลางด้วยว่า ถึงแม้ระบบ HRM นั้นจะเป็นการลงทุนที่อาจจะสูงสำหรับธุรกิจขนาดกลาง แต่ในอนาคตที่ธุรกิจจะต้องแข่งขันกันด้วยความสามารถของพนักงานมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน ระบบ HRM นี้เองจะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจขนาดกลางเติบโตไปสู่การเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นการพิจารณาระบบ HRM เอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะทำให้การเติบโตของธุรกิจเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

3. SAP Analytics Cloud วิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจได้อย่างคล่องตัว

สำหรับธุรกิจที่มีระบบ ERP อยู่แล้วและเริ่มมีข้อมูลมากจนยากต่อการวิเคราะห์ทำความเข้าใจ SAP Analytics Cloud หรือ SAC นี้เองจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลที่มีอยู่ออกมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยความง่ายและความรวดเร็วในการสร้างรายงานธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้การตัดสินใจในเชิงกลยุทธ์, การวางแผน และการทำงานในแต่ละวันเป็นไปได้อย่างแม่นยำโดยมีข้อมูลสนับสนุนอยู่ตลอด

4. SAP Cloud Platform พัฒนาระบบ Application ต่อยอดธุรกิจ ด้วยเทคโนโลยีจาก SAP

อีกหนึ่งโซลูชั่นที่น่าสนใจซึ่งคุณวิศิษฐ์ให้ความสำคัญก็คือ SAP Cloud Platform ระบบ Platform-as-a-Service (PaaS) จาก SAP สำหรับรองรับการพัฒนา Application ใดๆ ได้อย่างอิสระ และเชื่อมต่อนำข้อมูลจากระบบ SAP อื่นๆ เข้าไปใช้งานได้ ทำให้ธุรกิจสามารถสร้างโซลูชั่นใหม่ๆ ได้ตามความต้องการอย่างรวดเร็ว และนำข้อมูลธุรกิจจาก SAP ไปต่อยอดได้ทันที ดังนั้นการพัฒนาโซลูชั่นตอบโจทย์เฉพาะทางใดๆ สำหรับแต่ละธุรกิจนั้นจะเป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งกว่าแต่ก่อน และยังสามารถสร้างเป็น Mobile Application ได้อีกด้วย

5. SAP Business Planning & Consolidation วางกลยุทธ์, แผนการดำเนินงาน และการเงินได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

การวางแผนสำหรับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องมีการนำข้อมูลอันหลากหลายและซับซ้อนมาวิเคราะห์ร่วมกัน และทำนายแนวโน้มต่างๆ ในอนาคตนั้นจะง่ายดายยิ่งขึ้นด้วย SAP Business Planning & Consolidation หรือ SAP BPC ซึ่งธุรกิจขนาดใหญ่ในไทยที่มีบริษัทในเครือจำนวนมากเองก็ได้เริ่มนำไปใช้งานจริงกันแล้วในปี 2018 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีการใช้งานมากยิ่งขึ้นอีกในปี 2019 เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้ต้องเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต ดังนั้นการมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจและทำนายล่วงหน้าอย่างต่อเนื่องก็จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ

ทั้งนี้ ISS Consulting ยินดีที่ให้คำปรึกษาและช่วยสนับสนุนธุรกิจองค์กรที่สนใจในโซลูชั่นข้างต้นทั้งหมดให้สามารถนำไปใช้งานได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยทีมงานที่มีทั้งประสบการณ์ทางธุรกิจและความรู้เชิงเทคนิคในการให้คำปรึกษา และการให้บริการครบวงจรตั้งแต่การเริ่มต้นขึ้นระบบไปจนถึงการดูแลรักษาต่อเนื่องในระยะยาว

ธุรกิจไทยควรจับตามองเทคโนโลยีใหม่ แต่ไม่ควรละเลยการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานให้เข้มแข็ง

อีกหนึ่งข้อคิดจากคุณวิศิษฐ์สำหรับธุรกิจในเมืองไทยในปัจจุบัน คือคำแนะนำให้ธุรกิจไทยนั้นติดตามข่าวสารและศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำมาปรับใช้กับธุรกิจในอุตสาหกรรมของตนเองเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น AI, Blockchain หรือ IoT ก็ตามแต่ เพื่อให้การพิจารณาเลือกนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านี้เข้ามาใช้งานนั้นเป็นไปอย่างรอบคอบและเกิดความคุ้มค่าสูงสุด ไม่ใช่การทำตามกระแสเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจคุณค่าและประโยชน์ที่จะได้รับอย่างถ่องแท้

ส่วนเทคโนโลยีที่จะเป็นรากฐานให้กับธุรกิจทั้งระบบ ERP และ Business Application สำหรับแผนกต่างๆ ของธุรกิจนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกๆ ธุรกิจที่มองหาการเติบโตในอนาคต เพราะไม่ว่าเทรนด์ของเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปอย่างไร ถ้าหากรากฐานของธุรกิจไม่แข็งแรงแล้ว ธุรกิจเหล่านั้นก็จะไม่อาจต่อยอดด้วยเทคโนโลยีเหล่านั้นได้เลย ดังนั้นในปี 2019 นี้ธุรกิจไทยก็อาจต้องใช้เวลาในการเลือกหาโซลูชั่นที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเองทั้งในภาพรวม และการทำงานของแผนกต่างๆ กันมากขึ้น

คนทำ SAP ต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ให้เร็ว ปรับตัวให้ทัน

สุดท้ายคุณวิศิษฐ์ได้ให้ข้อคิดแก่คนที่ทำงานอยู่ในแวดวง SAP ว่า ปัจจุบันนี้ SAP เองก็มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและมีเทคโนโลยีใหม่เพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาล การที่คนทำ SAP จะเติบโตต่อไปได้นั้นต้องมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ ทั้งโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นได้จาก SAP และโซลูชั่นเดิมๆ ในแง่มุมที่ลึกยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม ถึงแม้การทำ SAP นั้นจะเป็นงานที่มีความมั่นคง แต่โอกาสใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับสิ่งใหม่ๆ จาก SAP นั้นก็จะช่วยให้การเติบโตในหน้าที่การงานเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก

ในขณะเดียวกัน การเติบโตของ SAP เองนี้ก็ทำให้ปัญหาด้านการขาดแคลนคนนั้นขยายใหญ่ยิ่งขึ้น ดังนั้นการก้าวเข้าสู่วงการ SAP ในจังหวะนี้จึงถือเป็นโอกาสดีทีเดียวทั้งในบทบาทของ Consult และ Developer เพราะนอกจากงานทางด้าน ERP ที่มีอยู่แต่เดิมในวงการแล้ว ปัจจุบัน SAP เองก็ยังมีงานอีกหลากหลายทั้งในส่วนของ CRM, HRM, Data Analytics และอื่นๆ อีกมากมายให้มาเริ่มต้นเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน

เกี่ยวกับ ISS Consulting (Thailand) Ltd.

บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งระบบ IT รวมถึงระบบ E-Commerce แบบครบวงจรให้แก่องค์กรขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ และเป็นผู้นำ ด้านการบริการดูแลระบบ SAP (Application Management Services) ในประเทศไทย ที่มีความชำนาญอย่างสูงและมีประสบการณ์มามากกว่า 19 ปี

ปัจจุบัน บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการแต่งตั้งจาก SAP ให้เป็นพาร์ทเนอร์ระดับ Platinum ที่มุ่งเน้นนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นประโยชน์กับองค์กรธุรกิจหลากหลาย

ล่าสุดในปี 2018 นี้ ทางบริษัทก็ได้รับรางวัลลูกค้าใหม่สูงสุดในกลุ่มธุรกิจ General Business (GB) จากงาน SAP Partner Kick Off 2018 จากการมีฐานลูกค้าใหม่ที่ใช้งาน SAP A1 และ SAP B1 เพิ่มมากที่สุดในปี 2017 และรางวัล SAP -qualified partner -packaged solution for SAP S/4HANA สำหรับ Smart One S/4HANA Implementation for Manufacturing, Smart One S4/HANA Implementation for Trading และ Smart One S/4 HANA Conversion ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับพาร์ทเนอร์ที่สามารถส่งมอบโซลูชัน SAP S/4HANA ให้กับลูกค้าองค์กรต่างๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วย

นอกจากนี้ สำหรับเหล่าธุรกิจองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ต้องการผู้ให้บริการระบบ SAP ที่ครอบคลุมในหลากหลายประเทศทั่วโลก ISS Consulting (Thailand) Limited หนึ่งในสมาชิกของ United VARs ซึ่งเป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของผู้ให้บริการระบบ SAP ชั้นนำในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ก็สามารถร่วมมือกันให้บริการ SAP ให้ครอบคลุมตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกได้ โดยสมาชิกของ United VARs ในแต่ละประเทศนั้นก็จะทำการดูแลการใช้งาน SAP สำหรับสาขาขององค์กรในประเทศนั้นๆ พร้อมนำองค์ความรู้ด้านกระบวนการทางธุรกิจ, เทคโนโลยี และกฎหมายมาประยุกต์ใช้ในระบบเพื่อให้การใช้งานเทคโนโลยีของ SAP ในประเทศต่างๆ เป็นไปได้ด้วยประสบการณ์ที่ดีที่สุด

ผู้ที่ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่อง SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้น ISS Consulting พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ ISS Consulting (Thailand) ได้ที่ http://www.issconsulting.co.th/ หรือโทร 02 237 0553

from:https://www.techtalkthai.com/iss-consulting-on-sap-trends-2019-for-thailand/