คลังเก็บป้ายกำกับ: EPSON

Work from Home ยังไงให้เวิร์ค! กับไอเทมครบครันที่ควรมีติดบ้านไว้!

อีกครั้ง!! กับการ Work From Home ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้กับสถานการณ์โควิดช่วงนี้ แต่การ WFH ก็ถือเป็นการป้องกันปัญหาการแพร่เชื้อ COVID-19 ได้ดีระดับนึง แต่วันนี้ เรามีไอเทมสำหรับ WFH ที่สามารถทำงานได้ครบจบได้ที่บ้าน ที่เรารวบรวมให้คุณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุ้ค,  คอมพิวเตอร์ออลอินวัน, แท็บเล็ต, หรือปริ้นเตอร์ จะมีตัวไหนที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเล๊ยยย!

รวมโน๊ตบุ๊ค Work From Home ยังไงให้เวิร์ค!

LENOVO IDEAPAD 3 14ITL6 -82H700E2TA

Work From Home

NEW LOGO BNN 01

ช้อปเลย

เปิดตัวมาที่แบรนด์แรก อย่าง Lenovo IDEAPAD 3 ที่มาในราคาที่แสนเบา เพียงหลักหมื่นต้นๆ เท่านั้น แต่สเป็คไม่ธรรมดา ถูกสร้างสรรค์มาด้วยวิศวกรรมชั้นยอด จอภาพ 14 นิ้ว ขอบจอบางเฉียบทั้งสองด้าน โพรเซสเซอร์ระดับแนวหน้าอย่าง Intel มีระบบความปลอดภัยอย่างดีเยี่ยม  เพียงแค่เลื่อนปิดตัวกล้องเว็บแคมเพื่อป้องกันปัญหาแฮคเกอร์ได้อย่างดี มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดช่วง Work From Home แนะนำตัวนี้เลย

ราคา 13,990.-
ASUS NOTEBOOK VIVOBOOK FLIP 14 TM420UA-EC002TS BLACK (A)

Asus Notebook VivoBook Flip 14 TM420UA EC002TS Black 3 1616775615 e1619155023740

NEW LOGO BNN 01

ช้อปเลย

ตัวต่อมาแบรนด์ขึ้นชื่อของโน๊ตบุ้ค นั่นก็คือ ASUS VIVOBOOK FLIP 14 ที่โดดเด่นในเรื่องดีไซน์ที่แปลกใหม่ ทันสมัย และมีฟีเจอร์หลากหลาย บางเบา กะทัดรัด ใช้ขุมพลังจากโปรเซสเซอร์ประหยัดพลังงาน AMD Ryzen 5000 Series เพื่อประสิทธิภาพที่ทรงพลังในทุกด้าน ฝาพับแบบ 360 องศาที่แข็งแรงจะช่วยยึดจอภาพไว้ทุกมุม เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด รองรับการใช้ปากกา ASUS เพื่อออกแบบงานของคุณได้อย่างเต็มที่ สายงานออกแบบ ตัวนี้ตอบโจทย์!

ราคา 27,990.-
ACER NOTEBOOK ASPIRE A715-42G-R7RS BLACK (A)

Acer Notebook Aspire A715 42G R7RS Black 3 1619114987 e1619155143442

NEW LOGO BNN 01

ช้อปเลย

ตามมาด้วย ACER NOTEBOOK ASPIRE หน้าจอใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว มาพร้อมเทคโนโลยี Acer Color Intelligence และ Acer ExaColor ที่จะช่วยปรับสี ความสว่าง และความอิ่มตัวสีของจอภาพโดยไม่มีภาพขาดและความอิ่มตัวของสีเกิน หน่วยประมวลผล AMD Ryzen 5 5500U และกราฟิกที่ทรงพลัง NVIDIA รุ่นล่าสุด มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและหน่วยความจำมากมาย ดีไซน์สีดำอันเรียบโก้และคีย์บอร์ดแบบมีไฟใต้ปุ่ม แสดงถึงสไตล์ระดับมืออาชีพที่ไม่ว่าจะใช้งานที่ใด ถึงจะใช้งานในที่แสงน้อยก็ไม่เป็นปัญหา จัดตัวนี้ก็ไม่เลวเล๊ย!

ราคา 21,990.-
LENOVO DESKTOP AIO 3 27IBM05 F0EY00ECTA

LENOVO DESKTOP AIO 3 27IMB05 F0EY00ECTA 1 1617121378

NEW LOGO BNN 01

ช้อปเลย

มาที่หมวดคอมพิวเตอร์ออลอินวันกันบ้าง อย่าง LENOVO DESKTOP AIO 3 ขนาด 27 นิ้ว หรูหราและเรียบง่าย จอบางเฉียบ และประหยัดพื้นที่โต๊ะทำงาน มีตัวเก็บสายเคเบิลที่สะดวกสบายอยู่ในขาตั้ง ช่วยให้คุณจัดการโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบได้มากขึ้น CPU Intel Core i5-10400T ทำงานได้อย่างราบรื่นแม้เปิดหลายแท็บก็ไร้อาการหน่วง มาพร้อม Windows 10 ลิขสิทธิ์แท้ มีประกัน Onsite 3 ปี บอกเลยว่าคุ้มมากกก!

ราคา 29,990.-
HP DESKTOP AIO 24-DF0053D (1V6A2AA#AKL)

HP DESKTOP AIO 24 df0053d 281V6A2AA 23AKL 29 1 1615566511

NEW LOGO BNN 01

ช้อปเลย

ตัวถัดไป HP DESKTOP AIO 24 ที่เหมาะสำหรับใช้งานทั้งแบบตั้งโต๊ะและแบบพกพา ด้วยตัวเครื่องสีขาวสวยงาม มากับสเปคระดับกลางที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป ซีพียู Intel Core i5-10400T สามารถเก็บทุกข้อมูลที่สำคัญได้แบบสบายๆ ด้วยฮาร์ดดิสถึง 1TB /ไม่ว่าจะดูหนัง ดูการ์ตูนหรือเล่นเกม ก็เต็มอรรถรสด้วยจอขนาด 23.8 นิ้ว ภาพคมชัดระดับ FHD เป็นออลอินวันอีกตัวที่ราคาไม่แรง แต่ได้ประสิทธิภาพที่เต็มเปี่ยม

ราคา 22,990.- (ปกติ 25,990.-)
HUAWEI TABLET MATEPAD 10.4 (4+128) MIDNIGHT GREY (HMS)

Huawei Tablet MatePad 10 1619112000.4 Midnight Grey 1 1619112000

NEW LOGO BNN 01

ช้อปเลย

แท็บเล็ตตัวแรกที่เหมาะแก่การ WFH อย่าง HUAWEI MatePad แท็บเล็ตขนาด 10.4 นิ้ว ที่มาในรูปแบบ WIFI Only ที่เหมาะแก่การทำงานและความบังเทิง ด้วยจอแสดงผล IPS ความละเอียด 2000 x 1200 ที่จะได้รับการรับชมที่สมจริง และฟังก์ชั่นที่หลากหลาย และใช้ระบบปฏิบัติการ EMUI 10.1 (พัฒนาจาก Android 10 เพื่อให้คุณเข้าถึง Huawei cloud service บนแท็บเล็ตของคุณได้อย่างง่ายดาย) ด้วยราคาที่ไม่ถึงหมื่น แต่ได้การทำงานที่ครบครัน ช้าไม่ได้แล้วว

ราคา 9,990.-
MICROSOFT TABLET SURFACE PRO7 I5/8GB/128 PLATINUM

Microsoft Tablet Surface Pro7 i58128 Platinum 5 1611417792

NEW LOGO BNN 01

ช้อปเลย

ตัวต่อมาที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ Microsoft Surface Pro 7 ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็น โหมดแล็ปท็อป โหมด Studio และโหมด Tablet  ดีไซน์และวัสดุสุดพรีเมียม ใช้งานง่าย แค่พลิกแป้นพิมพ์ หน้าจอทัชสกรีน PixelSense 12.3 นิ้ว CPU Intel Core i5-1035G4 ที่มี GPU Intel Iris Plus ในตัว มาพร้อมหน่วยความจำ SSD 128 GB ที่พร้อมจุข้อมูลได้อย่างเต็มที่ และสามารถเพิ่มหน่วยความจำด้วย Micro SD card ได้สูงสุดอีก 128 GB อีกด้วย เป็นได้ทั้งอุปกรณ์ทำงานที่ทรงประสิทธิภาพและศูนย์รวมความบันเทิงเต็มรูปแบบ

ราคา 29,090.- (ปกติ 29,990.-)
EPSON INKJET PRINTER TANK L3110 (PSC)

C11CG87501 1 1619108962

NEW LOGO BNN 01

ช้อปเลย

มาถึงหมวดปริ้นเตอร์กันบ้าง EPSON L3110 Inkjet Tank Printer ปริ้นเตอร์ Inkjet มัลติฟังก์ชั่น ทำได้ทุกรูปแบบ มาในราคาประหยัด เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือจะใช้งานส่วนตัวก็ได้หมด รองรับการปริ้นสีได้ถึง 7,500 แผ่น และ ปริ้นขาวดำ 4,500 แผ่น มีฟังก์ชันพิมพ์แบบไร้ขอบ ภาพสวย คมชัด คุ้มค่า ได้คุณภาพแน่นอน

ราคา 3,990.- (ปกติ 4,590.-)
HP INKJET PRINTER ADVANTAGE 2335 ALL-IN-ONE (PCS) LAVENDER

HP Inkjet Printer Advantage 2335 All in One PCS Lavender 03 1617380859

NEW LOGO BNN 01

ช้อปเลย

ปิดท้ายด้วย HP Deskjet Ink Advantage 2335 เครื่องพิมพ์แบบมัลติฟังก์ชั่น มาพร้อมกับความสามารถที่รองรับในทุกด้าน ไม่ว่าจะพิมพ์เอกสาร สแกน หรือถ่ายเอกสาร สามารถทำทุกอย่างได้จบภายในเครื่องเดียว อีกทั้งยังมาในราคาที่สบายกระเป๋า สีสันสดใส น่าใช่สุดๆ ไปเล๊ยย!

ราคา 2,290.- (ปกติ 2,790.-)

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับเทมสำหรับการ Work From Home ที่เรานำมาฝากกัน บอกเลยว่าครบทุกความต้องการในการทำงานเลยทีเดียว ขาดไอเทมไหนอยู่จัดเลย! เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทำงานได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ณ สถานการณ์ตอนนี้ ควรหลีกเลี่ยงในการพบปะผู้คนออกไปก่อน เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มปลอดภัย โดยการใส่แมสก์ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง และที่สำคัญ อย่าลืม! ล้างเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ เพื่อสุขภาพของตัวคุณเองและคนที่คุณรักค่ะ

from:https://notebookspec.com/web/590231-work-from-home-with-laptop-from-banana

เอปสันเรืองแสง! ให้ดีไซเนอร์ออกแบบงานพิมพ์เรืองแสง ด้วยเครื่อง SureColor SC-F531

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ เครื่องพิมพ์เพื่ออุตสาหกรรมสิ่งทอของเอปสัน หรือ F-Series ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่โรงงานสิ่งทอและโรงงานผลิตเสื้อผ้าที่เริ่มเปลี่ยนจากระบบการพิมพ์แบบดั้งเดิมมาสู่ระบบดิจิทัล เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าแบบออนดีมานด์ที่มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจได้ รวมทั้งไม่สร้างมลภาวะในที่ทำงาน

epson

นอกจากผู้ประกอบการที่เป็นโรงงานแล้ว สภาพเศรษฐกิจในปีนี้บวกกับสถานการณ์โควิด-19 ยังทำให้เกิดฟรีแลนซ์และสตาร์ทอัพมากขึ้น ซึ่งต่างก็นิยมลงทุนกับเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กและขนาดกลาง ทำให้โอกาสทางการตลาดของเครื่องพิมพ์สิ่งทอ Epson SureColor F-Series เปิดกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะโอกาสทางการตลาดในกลุ่มดีไซเนอร์ที่ มองหาเครื่องพิมพ์ที่ไม่เพียงเหมาะกับการสร้างงานแบบออนดีมานด์และงานที่มีดีไซน์เฉพาะ (customized) แต่ยัง ต้องมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถตอบโจทย์การสร้างสรรค์ผลงานได้ตามจินตนาการ หรือแม้แต่ผลักดันให้ดีไซเนอร์ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้

Epson SureColor F531 คือเครื่องพิมพ์สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ใช้หมึกเรืองแสง (Fluorescent) เครื่องแรกของโลกที่มาพร้อมชุดหมึก UltraChrome ประเภท Dye Sublimation 4 สี ได้แก่ สีฟ้า สีชมพูเรืองแสง สีเหลืองเรืองแสง และสีดำ ซึ่งทำให้งานพิมพ์ทนต่อแสง น้ำ และกรดด่างได้ดี ทั้งยังไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่ระคายเคืองต่อผิวเด็ก และไม่ทำลายธรรมชาติ

epson

“หมึกเรืองแสงจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับชิ้นงานสินค้าได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นของพรีเมี่ยม เช่น เคสมือถือ เสื้อยืด หมอน เป็นต้น เสื้อผ้าแฟชั่นและชุดกีฬา หรือแม้แต่วัสดุตกแต่งภายในสถานที่ ซึ่งเอปสัน เชื่อว่าเครื่องพิมพ์ SC-F531 จะได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่กลุ่มดีไซเนอร์ แบรนด์สินค้าแฟชั่น สตาร์ทอัพ ธุรกิจมินิแล็บ ร้านรับทำของพรีเมี่ยม ร้านเสื้อผ้ากีฬา ไปจนถึงสถาบันศึกษาและโรงงานพิมพ์ผ้า”

ล่าสุดเอปสันได้ทำงานร่วมกับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ อย่าง ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา หรือ Juli Baker and Summer โดยใช้ SC-F531 ในการสร้างสรรค์ผลงานออกแบบในชื่อชุด “Sunrise, Sunset and Midnight” นางสาวชนารดี กล่าวว่า “ดีไซเนอร์ต้องทำงานอยู่ภายใต้ข้อจำกัดมาก เพราะเครื่องพิมพ์ไม่สามารถตอบโจทย์ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสีสันที่ตรงตามที่ออกแบบ ขนาดผลงานที่ต้องการ หรือประเภทวัสดุที่ใช้พิมพ์งาน การทำงานร่วมกับเอปสันทำให้พบว่า เครื่องพิมพ์ SC-F531 ช่วยลบข้อจำกัดเหล่านี้ได้ ช่วยแก้ไขปัญหาสีเพี้ยนได้อย่างดี ให้ทุกเฉดสีออก มาได้สมจริงตามต้องการ จึงทำงานได้อย่างอิสระตามสไตล์ของตัวเอง เครื่องพิมพ์ที่ดีช่วยให้การออกแบบของ ดีไซเนอร์ก้าวข้ามข้อจำกัดและต่อยอดไอเดียออกไปได้ไกลยิ่งขึ้น”

epson

สำหรับคอลเลกชัน “Sunrise, Sunset and Midnight” ชนารดีได้เลือกใช้เครื่องพิมพ์ SC-F2130 ที่รองรับการพิมพ์ลงบนเสื้อยืดคอตตอน 100% ได้โดยตรง ให้ลวดลายที่มีสีสันสดใส สวยงาม และแม่นยำได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ยังใช้ SC-F531 เพื่อต่อยอดจินตนาการให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และเพิ่มความสนุกสนาน สร้างความแปลกใหม่ให้กับผลงาน ด้วยการนำลวดลายไปทรานเฟอร์ลงบนวัสดุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้าใยสังเคราะห์ กรอบรูป แก้ว จาน หรือแม้กระทั่งเคสโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

ผู้สนใจ สามารถรับชมการจัดแสดงผลงานออกแบบชุด “Sunrise, Sunset and Midnight” ของ Juli Baker and Summer ได้ผ่านทาง Virtual Showcase “Glowing Imagination by Epson X Juli Baker and Summer” หรือชมการจัดแสดงผลงานจริงได้ ระหว่าง 23 ถึง 28 มีนาคม 2564 ณ ชั้น G หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เอปสันเรืองแสง! ให้ดีไซเนอร์ออกแบบงานพิมพ์เรืองแสง ด้วยเครื่อง SureColor SC-F531 first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/epson-surecolor-sc-f531/

Epson เปิดตัว EpiqVision EF-11 และ EF-12 เลเซอร์โปรเจคเตอร์ความละเอียด Full HD ขนาดเล็กพกพาง่าย

Epson แบรนด์โปรเจคเตอร์ยอดนิยม เปิดตัวเลเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ Epson EpiqVision EF-11 และ EF-12  มาพร้อมเทคโนโลยีการฉายภาพแบบ 3LCD ที่แสดงสีสันได้แม่นยำ และให้ภาพที่สมบูรณ์กว่า แถมยังมากับดีไซน์หรูหรา พร้อมขนาดเล็กกะทัดรัดเคลื่อนย้ายไปไหนมาไหนได้ง่าย โดยโปรเจคเตอร์ซีรีส์นี้ออกแบบมาให้ใช้งานเพื่อความบันเทิงภายในบ้านโดยเฉพาะ ใครที่อยากมีโรงหนังไว้ที่บ้านรับรองว่าถูกใจกันแน่นอน

Epson EpiqVision EF-11

Epson EpiqVision EF-11

Epson EpiqVision EF-11 เป็นรุ่นน้องของซีรีส์ มาพร้อมกับขนาดที่เล็กพกพาง่าย มีน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น จะยกไปวางตรงส่วนไหนของบ้านก็ไม่มีปัญหา ซึ่ง EpiqVision EF-11 เป็นเลเซอร์โปรเจคเตอร์พร้อมเทคโนโลยี 3LCD ที่ขนาดเล็กที่สุดในโลก โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะให้ภาพที่มีช่วงสีกว้างขึ้นเพื่อการแสดงผลที่สมจริงมากยิ่งขึ้น ส่วนตัวโปรเจคเตอร์สามารถฉายภาพความละเอียด Full-HD (1080P) ได้ที่ขนาดใหญ่สูงสุดถึง 114 นิ้ว ในระยะ 3.4 เมตร

Epson EpiqVision EF-11 ยังมาพร้อมมาตรฐานการแสดงผลแบบ HDR10 และ HLG พร้อมค่า Contrast Ratio สูงถึง 2,500,000 : 1 ให้ความสว่างสูงสุด 1,000 ลูเมน สามารถใช้งานในห้องนั่งเล่นที่ไม่ได้บล็อคแสงได้ดีพอสมควร แต่ถ้ามีการบล็อคแสงจากภายนอกจนห้องมืดจะยิ่งได้ภาพที่คมชัดและสีสันที่จัดจ้านมากกว่าเดิมหลายเท่า

เปิดเครื่องพร้อมใช้งานในเวลาแค่ 6 วินาที

ซีรีส์ EpiqVision เป็นโปรเจคเตอร์ระบบเลเซอร์ ทำให้มีอายุการใช้งานรวมมากถึง 20,000 ชั่วโมง ถ้าตีว่าในวันนึงใช้งานประมาณ 8 ชั่วโมง ก็จะใช้งานได้ยาวนานถึงราว ๆ  7 ปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังรวดเร็วทันใจเพราะเปิดเครื่องติดพร้อมใช้ได้ภายในเวลาแค่ 6 วินาทีเท่านั้น

 

Epson EpiqVisioin EF-12

Epson EpiqVision EF-12

ต่อด้วยรุ่นพี่ EpiqVisioin EF-12 ก็สเปคการแสดงผลแทบจะไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ ประกอบไปด้วยความละเอียด Full-HD (1080P), การแสดงผลมาตรฐาน HDR10 และ HLG, ความสว่าง 1000 ลูเมน แต่จะแตกต่างกันตรงที่รุ่นนี้สามารถขยายขนาดของภาพที่ฉายออกไปได้สูงสุดที่ 150 นิ้ว ในระยะ 3.4 เมตร และมีฟีเจอร์ล้ำ ๆ เพิ่มเติมอีกเพียบเลยล่ะ

EF-12 มาพร้อมระบบ Android TV และรีโมตควบคุม สามารถใช้งาน Google Assistant ได้

ไม่ว่าจะเป็นระบบ Android TV ในตัว สามารถเปิดเชื่อมต่อโปรเจคเตอร์เข้ากับ WiFi และดูคอนเทนต์ได้โดยตรงไม่ต้องต่อเข้ากับอุปกรณ์อื่น ๆ อีกทั้งยังมากับรีโมทที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant สามารถใช้แทน Smart TV ได้เลย แถมเรายังสามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นดูหนังแบบ On-demand อย่าง YouTube หรือ Netflix ได้โดยตรงอีกด้วย

ฟีเจอร์ปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูอัตโนมัติ 

EF-12 มีกล้องติดตั้งมาด้านหน้าตัวเครื่อง ซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจจับระยะห่างของจอ และหลอดภาพที่ฉายออกมา เพื่อปรับโฟกัสภาพให้คมชัดได้แบบอัตโนมัติ อีกทั้งยังปรับ Keystone หรือสี่เหลี่ยมคางหมูได้แบบอัตโนมัติตามองศาของเครื่องกับหน้าจอ แถมยังปรับได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนอีกต่างหาก ทำให้สามารถวางเครื่องฉายได้จากหลากหลายมุม ไม่จำเป็นต้องตั้งเครื่องฉายให้ตรงกับจอแบบเป๊ะ ๆ (Keystone หรือสี่เหลี่ยมคางหมู คือสัดส่วนของภาพที่ฉายออกมาแล้วเพี้ยน ไม่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื่องจากตั้งเครื่องฉายไม่ตรงกับหน้าจอทั้งแนวตั้ง และแนวนอน)

แถมรุ่น EF-12 ยังมากับลำโพงคู่ขนาด 5W ที่ปรับแต่งโดย Yamaha สามารถเปิดเพลงหรือดูหนังได้แบบกระหึ่มบึ้มบั้ม ได้โดยไม่จำเป็นต้องต่อลำโพงภายนอกเลย แถมเสียงที่ได้จากที่ไปฟังมาก็มีความดังอยู่พอสมควร เพราะเป็นลำโพงคู่ขนาด 5W ขับเสียงออกมาได้ดังก้องพอสมควรในห้องขนาดกลาง สามารถเปิดดูหนังหรือฟังเพลงได้ปกติเลย แต่ถ้าใครที่อยากจะทำโฮมเธียเตอร์แบบเป็นเรื่องเป็นราวก็แนะนำว่าให้หาเครื่องเสียงระบบ 5.1 หรือ 7.1 Channel มาต่อด้วยจะได้อารมณ์โรงหนังแบบสมบูรณ์แบบครับ

Epson EpiqVisioin EF-11 และ EF-12

Epson EpiqVisioin EF-11 และ EF-12 เริ่มวางขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วสนนราคาอยู่ที่ 28,900 บาท สำหรับรุ่น EF-11 และ 35,900 บาท สำหรับ EF-12 ซึ่งใครที่สนใจก็สามารถไปลองเล่นหรือหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Epson หรือที่หน้าเว็บไซต์ Epson โดยตรงเลย หรือถ้าใครอยากให้ Droidsans เอามารีวิวก็สามารถคอมเม้นต์บอกกันได้ด้านล่างเลยครับ

from:https://droidsans.com/epson-launch-new-epiqvision-ef-11-and-ef-12-laser-projector/

เอปสันตั้งเป้าโตเกิน 10% ดันแผนดิสรัปท์ธุรกิจพรินเตอร์สู่โมเดลบริการเต็มรูปแบบ

เอปสัน ประเทศไทย เร่งเครื่องพลิกปี 64 โตเกิน 10% พร้อมเดินหน้าดิสรัปท์โมเดลธุรกิจกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ สู่บริการด้านงานพิมพ์สำหรับลูกค้าองค์กรธุรกิจเต็มตัว โดยเปิดตัวบริการล่าสุด ‘Epson EasyCare 360 เหมา เหมา’

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ในปี 2563 ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่จีดีพี -6.1% เพราะได้รับผลกระทบหนักจากโรคโควิด-19 ทำให้การอุปโภคบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนหดตัว ธุรกิจห้างร้านมากมายปิดตัวลง ระบบซัพพลายเชนที่ต้องพึ่งการนำเข้าในหลายธุรกิจหยุดชะงัก แต่ขณะเดียวกันสถานการณ์ดังกล่าวก็ได้เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเร็วขึ้น ทำให้มีปัจจัยบวกและโอกาสใหม่ที่สนับสนุนธุรกิจของเอปสัน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ลดลงจากการใช้แพลทฟอร์มการขายออนไลน์ ขณะที่โรงงานในภาคการผลิตลงทุนใช้เทคโนโลยีเอไอและระบบอัตโนมัติในกระบวนการผลิตมากขึ้น ภาคธุรกิจหันมาใช้โรงงานผลิตและระบบซัพพลายเชนภายในประเทศ โรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนเริ่มใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในขั้นตอนการให้บริการ เช่น การพิมพ์ฉลากยาสี รวมถึงการเกิดใหม่ของธุรกิจบุคคลหรือฟรีแลนซ์จำนวนมาก เช่น การรับจ้างพิมพ์ภาพ ซึ่งทำให้ยอดขายของบริษัทฯ ได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก”

“กลุ่มสินค้าของเอปสันที่ทำผลงานได้ดีในปีที่ผ่านมาได้แก่ หุ่นยนต์แขนกล พรินเตอร์ฉลาก พรินเตอร์อเนกประสงค์ สำหรับธุรกิจรุ่น T-Series เครื่องถ่ายเอกสารอิงค์เจ็ท และพรินเตอร์สำหรับธุรกิจมินิแล็บ ขณะที่พรินเตอร์ใบเสร็จ โปรเจคเตอร์ และพรินเตอร์ดอทเมทริกซ์ ที่มีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มองค์กรธุรกิจ สถาบันศึกษา โรงแรม และธุรกิจค้าปลีก มียอดขายลดลง เพราะลูกค้าต้องหยุดกิจการหรืองดให้บริการชั่วคราว ในส่วนตลาดอิงค์แท็งค์พรินเตอร์ เอปสันยังครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งที่ 43% ซึ่งทำยอดขายจากช่องทางออนไลน์ได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2562 เช่นเดียวกับตลาดโปรเจคเตอร์ที่ยังคงรักษาตำแหน่งเจ้าตลาดไว้ได้ด้วยส่วนแบ่งตลาด 33% ในขณะที่ตลาดโดยรวมหดตัวลง 22%”

“ถึงแม้จะเป็นปีที่ไม่ง่าย เอปสันก็ยังคงทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งปี เพื่อกระตุ้นยอดขายและรักษาระดับการรับรู้ต่อแบรนด์เอปสัน รวมแล้วมากกว่า 200 กิจกรรม ทั้งการสัมมนาออนไลน์ กิจกรรมส่งเสริมการขายทางเว็บไซต์และช่องทางโซเชียลของเอปสัน และแพลทฟอร์มออนไลน์มาร์เก็ตเพลสต่างๆ กิจกรรมซีเอสอาร์ การโร้ดโชว์สินค้า การสนับสนุนกิจกรรมของพาร์ทเนอร์ โปรแกรมทดลองใช้สินค้าของเอปสันฟรีนาน 1 เดือน รวมไปถึงการผลิตและเผยแพร่โฆษณาสินค้าและโปรโมชั่นตามช่องทางต่างๆ ของคู่ค้า” นายยรรยง กล่าว

สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2564 นายยรรยง กล่าวว่า “ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อธุรกิจของเอปสันยังคงเป็นสถานการณ์ทางการเมืองและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งหากมีแนวโน้มที่ดี คนไทยสามารถเข้าถึงวัคซีนต้านโควิด-19 ได้อย่างทั่วถึง จีดีพีของประเทศก็น่าจะกลับมาบวก และได้เห็นการลงทุนของภาครัฐกลับมาในช่วงครึ่งปีหลัง รวม ถึงภาคการท่องเที่ยวก็จะเริ่มฟื้นตัวได้ดี สถาบันศึกษากลับมาเปิดทำการ ซึ่งเอปสันก็ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์เพื่อรุกตลาด B2B โดยภายหลังได้ปรับเปลี่ยนทั้งโครงสร้างและกระบวนการทำงานภายในองค์กร พัฒนาศักยภาพของเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย และเพิ่มคุณค่าในส่วนต่างๆ ซึ่งช่วยยกระดับความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า โดยตั้งเป้าว่าบริษัทฯ จะกลับมาเติบโตได้ในระดับที่มากกว่า 10% ในปีนี้”

from:https://www.enterpriseitpro.net/epson-growth-next-year-10-percent/

ไม่ต้องซื้อ เช่าใช้ก็ได้ EPSON ปรับโมเดลธุรกิจพรินเตอร์ให้บริการเต็มรูปแบบ

เมื่อสิบปีก่อน EPSON เคย Distrupted ตัวเองและวงการพรินเตอร์จากเทคโนโลยีอิงค์เจ็ทมาสู่ระบบแท็งค์ ซึ่งเวลานั้น ผู้บริโภคนิยมเอาพรินเตอร์อิงค์เจ็ทไปติดตั้งแท็งค์เอง มาปัจจุบัน EPSON ได้ประกาศ Disrupted อีกครั้งด้วยการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเป็นแบบให้บริการเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างการเติบโต 10% ในปีที่ไม่ง่ายกับสถานการณ์โควิดและเศรษฐกิจการเมือง

EPSON

ปี 63 กระทบไม่มาก ปี 64 เตรียมฟื้นตัว

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า เศรษฐกิจของประเทศ GDP ติดลบ -6.1% ส่งผลกระทบการอุปโภคบริโภคและภาคธุรกิจไม่น้อย แต่ในวิกฤตก็มีโอกาสอยู่ เช่น ต้นทุนที่ลดลงจากการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล การขายออนไลน์ ซึ่งสร้างธุรกิจใหม่ๆ ให้กับเอปสัน เช่น การพิมพ์ฉลากสี การรับจ้างพิมพ์ภาพ ซึ่งทำให้ยอดขายของบริษัทฯ ได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้

ปี 63 กลุ่มสินค้าที่ยังไปได้ดี เช่น หุ่นยนต์แขนกล พรินเตอร์ฉลาก พรินเตอร์อเนกประสงค์ ขณะที่ธุรกิจเครื่องถ่ายเอกสารอิงค์เจ็ท และพรินเตอร์สำหรับธุรกิจมินิแล็บ ขณะที่พรินเตอร์ใบเสร็จ โปรเจคเตอร์ และพรินเตอร์ดอทเมทริกซ์ ที่มีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มองค์กรธุรกิจ สถาบันศึกษา โรงแรม และธุรกิจค้าปลีก มียอดขายลดลง เพราะลูกค้าต้องหยุดกิจการหรืองดให้บริการชั่วคราว ในส่วนตลาดอิงค์แท็งค์พรินเตอร์ เอปสันยังครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งที่ 43% ซึ่งทำยอดขายจากช่องทางออนไลน์ได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2562 เช่นเดียวกับตลาดโปรเจคเตอร์ที่ยังคงรักษาตำแหน่งเจ้าตลาดไว้ได้ด้วยส่วนแบ่งตลาด 33% ในขณะที่ตลาดโดยรวมหดตัวลง 22%

EPSON

บุกธุรกิจบริการเต็มรูปแบบ ลุยตลาด B2B

ปี 64 เอปสันเตรียมความพร้อมด้วยกลยุทธ์เพื่อรุกตลาด B2B จากการลงทุนของภาครัฐ ที่จะกลับมาในช่วงครึ่งปีหลัง สถาบันศึกษากลับมาเปิดทำการ โดยภายหลังได้ปรับเปลี่ยนทั้งโครงสร้างและกระบวนการทำงานภายในองค์กร พัฒนาศักยภาพของเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย และเพิ่มคุณค่าในส่วนต่างๆ ซึ่งช่วยยกระดับความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า โดยตั้งเป้าว่าบริษัทฯ จะกลับมาเติบโตได้ในระดับที่มากกว่า 10% ในปีนี้

เอปสันมีการจัดโครงสร้างภายในองค์กร ขยายทีมขาย B2B ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด รวมถึงทีมพิเศษที่เน้นเจาะตลาดและดูแลลูกค้าองค์กรญี่ปุ่นโดยเฉพาะ พัฒนาตัวแทนจำหน่าย เอปสันมีการเพิ่มจำนวนตัวแทนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะตลาด B2B และได้ฝึกอบรมตัวแทนเดิมให้สามารถขยายธุรกิจไปยังตลาด B2B ได้

“ปีที่แล้ว เอปสันได้ทดลองเปิด ‘Epson EasyCare 360’ บริการเช่าเครื่องพรินเตอร์แบบรายแพคเก็จสำหรับลูกค้า Epson WorkForce ที่ต้องพิมพ์งานปริมาณมากอยู่เป็นประจำ เพื่อแข่งขันกับบริการของแบรนด์เครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งลูกค้าสามารถควบคุมต้นทุนการพิมพ์ของตัวเองได้ ไม่ต้องสต๊อกหมึก เพราะบริษัทฯ จะส่งหมึกให้โดยคำนวณค่าใช้จ่ายจากจำนวนพิมพ์รายแผ่น ทั้งยังมีบริการ On-site service ส่งช่างซ่อมไปถึงออฟฟิศ นอกจากนี้ ยังมีบริการ ‘Epson EasyCare Mono’ เพื่อกลุ่มลูกค้า Epson EcoTank M-series ให้สามารถเช่าเครื่องพร้อมหมึกแบบเหมาจ่ายรายเดือน และรับทันทีทั้งบริการติดตั้งพรินเตอร์ให้ถึงออฟฟิศ บริการจัดอบรมการใช้งาน และบริการแก้ปัญหาเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งทั้งสองบริการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เอปสันจึงเดินหน้าแผนดิสรัปท์โมเดลธุรกิจกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ทั้งหมด จากที่เคยเน้นการขายเครื่องมาเป็นการบริการงานพิมพ์”

จากการสำรวจรองค์กรธุรกิจ พบว่าสิ่งที่บริษัทส่วนใหญ่กังวลคือค่าพิมพ์สีต่อแผ่น ตามด้วยคุณภาพงานพิมพ์ และบริการซ่อมบำรุง เอปสันจึงได้ออกบริการเช่าเครื่องแบบใหม่ในชื่อ Epson EasyCare 360 เหมา เหมา โดยลูกค้าสามารถพิมพ์สีหรือขาวดำก็ได้ มากสุดถึง 120,000 แผ่น หรือนาน 24 เดือน ทั้งยังได้บริการซ่อมบำรุงถึงที่ และเบอร์โทรสายตรงตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้ มีค่าบริการรายเดือนเริ่มต้น 790 บาท แถมยังจะได้รับเครื่องที่ใช้อยู่ไปฟรีๆ หลังหมดสัญญา

นอกจากนี้ยังมี Epson Virtual Solutions Center เพื่อให้ลูกค้า B2B ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่รวมถึงกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และปากีสถาน ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเอปสัน ประเทศไทย ได้สัมผัสกับประสบการณ์เสมือนจริงระหว่างการทำความรู้จักกับเทคโนโลยีและ B2B โซลูชั่นของเอปสัน ซึ่งจะแบ่งออกตามประเภทธุรกิจหรืออุตสาหกรรม อาทิ เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน การพิมพ์ดิจิทัล ร้านค้าปลีก อุตสาหกรรมการผลิต การศึกษา สาธารณสุข และองค์กรธุรกิจ และในเฟสถัดไปจะมีการเพิ่มเติมโซนพิเศษสำหรับลูกค้าโฮมยูสทั่วไปให้ สามารถมาชมสินค้าและพูดคุยกับพนักงานขายทางออนไลน์ได้ทันที โดยได้รับบริการทุกอย่างเหมือนอยู่หน้าร้าน โดยในเฟสแรก Epson Virtual Solutions Center นี้ จะเปิดให้บริการในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ไม่ต้องซื้อ เช่าใช้ก็ได้ EPSON ปรับโมเดลธุรกิจพรินเตอร์ให้บริการเต็มรูปแบบ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/epson-disrupted-printer-easycare-360/

เอปสันตั้งเป้าโตเกิน 10% ดันแผนดิสรัปท์ธุรกิจพรินเตอร์สู่โมเดลบริการเต็มรูปแบบ พร้อมเปิดตัว Epson EasyCare 360 เหมา เหมา

เอปสัน ประเทศไทย เร่งเครื่องพลิกปี 64 โตเกิน 10% พร้อมเดินหน้าดิสรัปท์โมเดลธุรกิจกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ สู่บริการด้านงานพิมพ์สำหรับลูกค้าองค์กรธุรกิจเต็มตัว โดยเปิดตัวบริการล่าสุด ‘Epson EasyCare 360 เหมา เหมา’

Epson

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ในปี 2563 ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่จีดีพี -6.1% เพราะได้รับผลกระทบหนักจากโรคโควิด-19 ทำให้การอุปโภคบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนหดตัว ธุรกิจห้างร้านมากมายปิดตัวลง ระบบซัพพลายเชนที่ต้องพึ่งการนำเข้าในหลายธุรกิจหยุดชะงัก แต่ขณะเดียวกันสถานการณ์ดังกล่าวก็ได้เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเร็วขึ้น

ทำให้มีปัจจัยบวกและโอกาสใหม่ที่สนับสนุนธุรกิจของเอปสัน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ลดลงจากการใช้แพลทฟอร์มการขายออนไลน์ ขณะที่โรงงานในภาคการผลิตลงทุนใช้เทคโนโลยีเอไอและระบบอัตโนมัติในกระบวนการผลิตมากขึ้น ภาคธุรกิจหันมาใช้โรงงานผลิตและระบบซัพพลายเชนภายในประเทศ โรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนเริ่มใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในขั้นตอนการให้บริการ เช่น การพิมพ์ฉลากยาสี รวมถึงการเกิดใหม่ของธุรกิจบุคคลหรือฟรีแลนซ์จำนวนมาก เช่น การรับจ้างพิมพ์ภาพ ซึ่งทำให้ยอดขายของบริษัทฯ ได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก”

“กลุ่มสินค้าของเอปสันที่ทำผลงานได้ดีในปีที่ผ่านมาได้แก่ หุ่นยนต์แขนกล พรินเตอร์ฉลาก พรินเตอร์อเนกประสงค์ สำหรับธุรกิจรุ่น T-Series เครื่องถ่ายเอกสารอิงค์เจ็ท และพรินเตอร์สำหรับธุรกิจมินิแล็บ ขณะที่พรินเตอร์ใบเสร็จ โปรเจคเตอร์ และพรินเตอร์ดอทเมทริกซ์ ที่มีฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มองค์กรธุรกิจ สถาบันศึกษา โรงแรม และธุรกิจค้าปลีก มียอดขายลดลง เพราะลูกค้าต้องหยุดกิจการหรืองดให้บริการชั่วคราว ในส่วนตลาดอิงค์แท็งค์พรินเตอร์ เอปสันยังครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งที่ 43% ซึ่งทำยอดขายจากช่องทางออนไลน์ได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2562 เช่นเดียวกับตลาดโปรเจคเตอร์ที่ยังคงรักษาตำแหน่งเจ้าตลาดไว้ได้ด้วยส่วนแบ่งตลาด 33% ในขณะที่ตลาดโดยรวมหดตัวลง 22%”

“ถึงแม้จะเป็นปีที่ไม่ง่าย เอปสันก็ยังคงทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งปี เพื่อกระตุ้นยอดขายและรักษาระดับการรับรู้ต่อแบรนด์เอปสัน รวมแล้วมากกว่า 200 กิจกรรม ทั้งการสัมมนาออนไลน์ กิจกรรมส่งเสริมการขายทางเว็บไซต์และช่องทางโซเชียลของเอปสัน และแพลทฟอร์มออนไลน์มาร์เก็ตเพลสต่างๆ กิจกรรมซีเอสอาร์ การโร้ดโชว์สินค้า การสนับสนุนกิจกรรมของพาร์ทเนอร์ โปรแกรมทดลองใช้สินค้าของเอปสันฟรีนาน 1 เดือน รวมไปถึงการผลิตและเผยแพร่โฆษณาสินค้าและโปรโมชั่นตามช่องทางต่างๆ ของคู่ค้า” นายยรรยง กล่าว

สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2564 นายยรรยง กล่าวว่า “ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อธุรกิจของเอปสันยังคงเป็นสถานการณ์ทางการเมืองและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งหากมีแนวโน้มที่ดี คนไทยสามารถเข้าถึงวัคซีนต้านโควิด-19 ได้อย่างทั่วถึง จีดีพีของประเทศก็น่าจะกลับมาบวก และได้เห็นการลงทุนของภาครัฐกลับมาในช่วงครึ่งปีหลัง รวม ถึงภาคการท่องเที่ยวก็จะเริ่มฟื้นตัวได้ดี สถาบันศึกษากลับมาเปิดทำการ ซึ่งเอปสันก็ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์เพื่อรุกตลาด B2B โดยภายหลังได้ปรับเปลี่ยนทั้งโครงสร้างและกระบวนการทำงานภายในองค์กร พัฒนาศักยภาพของเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย และเพิ่มคุณค่าในส่วนต่างๆ ซึ่งช่วยยกระดับความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า โดยตั้งเป้าว่าบริษัทฯ จะกลับมาเติบโตได้ในระดับที่มากกว่า 10% ในปีนี้”

“ในด้านการจัดโครงสร้างและกระบวนการทำงานภายในองค์กร บริษัทฯ ได้มีการขยายทีมขาย B2B ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด รวมถึงทีมพิเศษที่เน้นเจาะตลาดและดูแลลูกค้าองค์กรญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ทั้งยังขยายทีมบริการลูกค้า B2B เพิ่มขึ้น ในด้านการพัฒนาตัวแทนจำหน่าย เอปสันมีการเพิ่มจำนวนตัวแทนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะตลาด B2B และได้ฝึกอบรมตัวแทนเดิมให้สามารถขยายธุรกิจไปยังตลาด B2B ได้ และในด้านการเพิ่มคุณค่า (Value Proposition) ซึ่งเอปสันยังเน้นการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรทุกขนาดในทุกวงการธุรกิจได้เลือกโซลูชั่นที่เหมาะที่สุดกับตัวเอง พร้อมกับจัดกิจกรรมทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าใหม่และตลาดใหม่ ที่สำคัญ บริษัทฯ จะเดินหน้าดิสรัปท์โมเดลธุรกิจในกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าองค์กรในปัจจุบันได้แม่นยำยิ่งขึ้น”

นายยรรยง กล่าวต่อว่า “เมื่อสิบปีก่อนเอปสันได้ดิสรัปท์เทคโนโลยีอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ของตัวเองมาสู่ระบบแท็งค์ และได้ขยายการใช้ระบบดังกล่าวไปในทุกกลุ่มสินค้าพรินเตอร์ ตั้งแต่พรินเตอร์ขนาดเล็ก พรินเตอร์เพื่อธุรกิจ จนถึงพรินเตอร์ระดับมืออาชีพสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถลดต้นทุนการพิมพ์ ประหยัดค่าไฟ ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ดิสรัปชั่นทางเทคโนโลยีครั้งนั้นได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการการพิมพ์ทั่วโลกและสร้างเอสเคิร์ฟใหม่ให้กับบริษัทฯ ปัจจุบันเอปสันมีอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ระบบแท็งค์มากที่สุดในท้องตลาด และสามารถพิมพ์งานทั้งสีและขาวดำด้วยคุณภาพและความเร็วที่เทียบเท่าเลเซอร์พรินเตอร์ และปีนี้ เอปสันจะดิสรัปท์ธุรกิจพรินเตอร์อีกครั้ง โดยมุ่งเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการขายเครื่องไปสู่การให้บริการแบบเต็มตัว”

“ปีที่แล้ว เอปสันได้ทดลองเปิด ‘Epson EasyCare 360’ บริการเช่าเครื่องพรินเตอร์แบบรายแพคเก็จสำหรับลูกค้า Epson WorkForce ที่ต้องพิมพ์งานปริมาณมากอยู่เป็นประจำ เพื่อแข่งขันกับบริการของแบรนด์เครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งลูกค้าสามารถควบคุมต้นทุนการพิมพ์ของตัวเองได้ ไม่ต้องสต๊อกหมึก เพราะบริษัทฯ จะส่งหมึกให้โดยคำนวณค่าใช้จ่ายจากจำนวนพิมพ์รายแผ่น ทั้งยังมีบริการ On-site service ส่งช่างซ่อมไปถึงออฟฟิศ นอกจากนี้ ยังมีบริการ ‘Epson EasyCare Mono’ เพื่อกลุ่มลูกค้า Epson EcoTank M-series ให้สามารถเช่าเครื่องพร้อมหมึกแบบเหมาจ่ายรายเดือน และรับทันทีทั้งบริการติดตั้งพรินเตอร์ให้ถึงออฟฟิศ บริการจัดอบรมการใช้งาน และบริการแก้ปัญหาเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งทั้งสองบริการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เอปสันจึงเดินหน้าแผนดิสรัปท์โมเดลธุรกิจกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ทั้งหมด จากที่เคยเน้นการขายเครื่องมาเป็นการบริการงานพิมพ์”

“บริษัทฯ ได้ทำการสำรวจความเห็นขององค์กรธุรกิจ พบว่าสิ่งที่บริษัทส่วนใหญ่กังวลคือค่าพิมพ์สีต่อแผ่น ตามด้วยคุณภาพงานพิมพ์ และบริการซ่อมบำรุง เอปสันจึงได้ออกบริการเช่าเครื่องแบบใหม่ในชื่อ ‘Epson EasyCare 360 เหมา เหมา’ โดยลูกค้าสามารถพิมพ์สีหรือขาวดำก็ได้ มากสุดถึง 120,000 แผ่น หรือนาน 24 เดือน ทั้งยังได้บริการซ่อมบำรุงถึงที่ และเบอร์โทรสายตรงตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้ มีค่าบริการรายเดือนเริ่มต้นเพียง 790 บาท แถมยังจะได้รับเครื่องที่ใช้อยู่ไปฟรีๆ หลังหมดสัญญา”

“นอกจากดิสรัปชั่นโมเดลธุรกิจเพื่อให้ธุรกิจของเอปสันสามารถตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าอยู่เสมอ บริษัทฯ ยังได้สร้าง Epson Virtual Solutions Center เพื่อให้ลูกค้า B2B ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่รวมถึงกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และปากีสถาน ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเอปสัน ประเทศไทย ได้สัมผัสกับประสบการณ์เสมือนจริงระหว่างการทำความรู้จักกับเทคโนโลยีและ B2B โซลูชั่นของเอปสัน ซึ่งจะแบ่งออกตามประเภทธุรกิจหรืออุตสาหกรรม อาทิ เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน การพิมพ์ดิจิทัล ร้านค้าปลีก อุตสาหกรรมการผลิต การศึกษา สาธารณสุข และองค์กรธุรกิจ และในเฟสถัดไปจะมีการเพิ่มเติมโซนพิเศษสำหรับลูกค้าโฮมยูสทั่วไปให้ สามารถมาชมสินค้าและพูดคุยกับพนักงานขายทางออนไลน์ได้ทันที โดยได้รับบริการทุกอย่างเหมือนอยู่หน้าร้าน โดยในเฟสแรก Epson Virtual Solutions Center นี้ จะเปิดให้บริการในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้” นายยรรยงกล่าวทิ้งท้าย

from:https://www.mobileocta.com/epson-targets-10-growth-with-launch-of-the-epson-easycare-360-mao/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=epson-targets-10-growth-with-launch-of-the-epson-easycare-360-mao

เอปสันรุกกวาดแชร์ตลาดเลเซอร์โปรเจคเตอร์ เปิดตัวเครื่องฉายระยะสั้นเพื่อห้องเรียนอัจฉริยะ

เอปสัน ผู้ผลิตโปรเจคเตอร์ที่มียอดขายทั่วโลกเป็นอันดับหนึ่ง 19 ปีซ้อน เติมเต็มไลน์อัพสินค้าโปรเจคเตอร์ในประเทศไทย เปิดตัวเลเซอร์โปรเจคเตอร์ระยะฉายสั้นพิเศษ ซีรีส์ EB-L200S และ EB-700 สำหรับห้องเรียนอัจฉริยะและออฟฟิศรุ่นใหม่ ชูจุดเด่นที่ภาพฉายคมชัดสดจริงมีชีวิตชีวา พร้อมใช้งานนาน 20,000 ชั่วโมงไม่ต้องบำรุงรักษา  

Epson

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบัน เอปสันมีสินค้าโปรเจคเตอร์จำหน่ายในตลาดเมืองไทยมากกว่า 70 รุ่น และกว่า 20 รุ่นเป็นเลเซอร์โปรเจคเตอร์ ซึ่งทำให้เอปสันเป็นแบรนด์ที่มีทางเลือกให้กับลูกค้าองค์กรมากที่สุดในขณะนี้ ครอบคลุมทุกความต้องการใช้งานและจอฉายทุกขนาดที่ลูกค้ามี ทุกวันนี้ เลเซอร์โปรเจคเตอร์กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทำให้ภายในปีนี้จะมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของตลาดโปรเจคเตอร์ทั้งหมด ซีรีส์ EB-L200S และ EB-700 ที่เปิดตัวครั้งนี้เป็นกลุ่มเครื่องฉายระยะสั้นและระยะสั้นพิเศษ ที่สามารถช่วยเติมความสมบูรณ์แบบให้กับการเรียนรู้รูปแบบใหม่ และการประชุมที่ต้องการมิติใหม่ของการนำเสนองาน เพราะการฉายภาพในระยะสั้นทำให้การสอนหรือการนำเสนอข้อมูลไม่สะดุด ไม่เกิดเงาบังจอภาพ และไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ใช้งาน”

ซีรีส์ EB-L200S และ EB-700 ใช้เทคโนโลยี 3LCD ที่พัฒนาขึ้นโดยเอปสัน ซึ่งมีจุดเด่นที่ความแม่นยำและคุณภาพของสี ให้แสงที่สว่างกว่าสามเท่าและช่วงสีที่กว้างกว่าเมื่อเทียบกับโปรเจคเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยี DLP 1 ชิป ทั้งยังไม่เกิดปัญหา Rainbow Effect หรือแสงรุ้งบนภาพที่ฉายออกมา และเช่นเดียวกับเลเซอร์โปรเจคเตอร์ทุกรุ่นของเอปสันที่ใช้เลเซอร์เป็นแหล่งกำเนิดแสง ทั้ง EB-L200S และ EB-700 จึงมีอายุการใช้งานยาวนานโดยไม่ต้องบำรุงรักษาถึง 20,000 ชั่วโมงเมื่อเทียบกับโปรเจคเตอร์ที่ใช้หลอดไฟ ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

สินค้าใหม่จากทั้งสองซีรีส์นี้ ประกอบด้วยรุ่น EB-L200SX, EB-L200SW, EB-735Fi, EB-725Wi, EB-735F และEB-725W มีความสว่างที่ 3,600 และ 4,000 ลูเมน และความละเอียดทั้ง XGA, WXGA และ Full HD เลเซอร์โปรเจคเตอร์จากสองซีรีส์นี้มีทั้งความยืดหยุ่น อเนกประสงค์ และสามารถสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนการสอนที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานคู่กับปากกาอินเตอร์แอคทีฟของเอปสัน ระบบควบคุมแบบนิ้วสัมผัส และรองรับการเชื่อมต่อได้หลากหลายวิธี ทั้ง Wi-Fi, iProjection และ Miracast รวมถึงฟังก์ชั่นการแชร์หน้าจอซึ่งช่วยให้คุณครูสามารถสอนนักเรียนจากหลายห้องเรียนได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ช่วยตอบโจทย์การเรียนแบบนิวนอร์มอล ที่ไม่จำกัดอยู่ในสถานที่เดียวและต้องเว้นระยะทางสังคม

“การเปิดตัวเลเซอร์โปรเจคเตอร์ระยะฉายสั้น ซีรีส์ EB-L200S และระยะฉายสั้นพิเศษ อย่าง EB-735 และ EB-725  ช่วยให้เอปสันมีไลน์อัพสินค้าเลเซอร์โปรเจคเตอร์ที่แข็งแกร่งขึ้น และเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ด้วยการนำเสนอโปรเจคเตอร์ที่มีคุณสมบัติทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ ทั้งคุณภาพของภาพ การเชื่อมต่อที่หลากหลาย การใช้งานที่ง่ายและสะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องการซ่อมบำรุง ยิ่งกว่านั้นเลเซอร์โปรเจคเตอร์แบบอินเตอร์แอคทีฟของเอปสันยังช่วยประหยัดพื้นที่ใช้งาน ทำงานร่วมกันจากระยะไกล และเพิ่มประสิทธิภาพในการประชุมและการเรียนการสอน” นายยรรยง กล่าว

from:https://www.mobileocta.com/epson-launches-short-throw-projector-for-the-smart-classroom/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=epson-launches-short-throw-projector-for-the-smart-classroom

เอปสันแต่งตั้งนาย ซิ่ว จิน เกียด ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาค

เอปสันประกาศแต่งตั้งนายซิ่ว จิน เกียด ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคของเอปสัน สิงคโปร์ (สำนักงานใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ต่อจากนายอันโดะ มูเนะโนริ ซึ่งกลับไปปฏิบัติงานที่สำนักงานใหญ่ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น

ประกาศจากเอปสันระบุว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ทำให้นาย ซิ่ว จิน เกียด กลายเป็นชาวสิงคโปร์คนแรกที่ได้รับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาค และเป็นการแสดงถึงแนวทางของสำนักงานใหญ่ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่นทั้งในการผลักดันพนักงานซึ่งเป็นคนท้องถิ่นที่มากความสามารถให้ก้าวขึ้นรับตำแหน่งผู้นำองค์กร และในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น ภายในวัฒนธรรมองค์กรที่มีความเป็นหนึ่งเดียวและความหลากหลายควบคู่กัน

from:https://www.enterpriseitpro.net/epson-new-md/

เอปสัน เปิดตัว EcoTank ใหม่ คุ้มค่า ประสิทธิภาพสูง ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับออฟฟิศขนาดกลาง

เอปสันเปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นรุ่นใหม่จากตระกูล EcoTank ได้แก่ Epson EcoTank L6550 และ L6580 ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการรองรับงานพิมพ์ปริมาณมากและมีต้นทุนการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership หรือ TCO) ที่ต่ำ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าในระยะยาว สามารถพิมพ์งานได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วในการพิมพ์ขาวดำสูงถึง 25 ภาพต่อนาที (Image per Minute ; IPM) โดยทั้ง 2 รุ่น สามารถพิมพ์งานได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาในการพิมพ์แผ่นแรกเพียง 5.5 วินาที (สำหรับงานพิมพ์ขาวดำ) นอกจากนี้ยังรองรับงานพิมพ์ขาวดำได้สูงถึง 7,500 หน้าและงานพิมพ์สีสูงถึง 6,000 หน้า ด้วยหมึกพิมพ์เพียง 1 ชุด ซึ่งเป็นหมึกพิมพ์ DURABrite ET หมึกพิมพ์ 4 สี แบบใหม่ ที่ให้งานพิมพ์คมชัด สีสันสดใส กันน้ำ พร้อมระบบแท็งค์หมึกที่ถูกออกแบบมาให้เติมหมึกได้อย่างสะดวกง่ายดาย สามารถพิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi,Wi-Fi Direct และ Ethernet รวมถึงรองรับการใช้งาน Epson Connect ไม่ว่าจะเป็น Epson iPrint, Epson Email Print and Remote Print Driver และ Scan to Cloud อีกด้วย

เครื่องพิมพ์ เอปสัน EcoTank L6550 มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 29,900 บาท และสำหรับรุ่น L6580 มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 32,900 บาท ทั้ง 2 รุ่นรับประกันแบบ onsite ทั้งตัวเครื่องรวมหัวพิมพ์นาน 2 ปี หรือ 80,000 แผ่น (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ เอปสัน คอลเซ็นเตอร์ 02-685-9899, www.facebook.com/epsonthailand  และ LINE Official Account Epson Thailand

ที่มา : ข่าวพีอาร์

from:https://www.enterpriseitpro.net/epson-ecotank-l6550/

EPSON ประเทศไทยขานรับนโยบาย CSR สนับสนุนยูเอ็น จัด “Wheel for Wild” ปั่นพิทักษ์ป่า รักษาความยั่งยืนของสังคมไทย

EPSON เอปสัน

เอปสัน (EPSON) บริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีพรินเตอร์และโปรเจคเตอร์ระดับโลก ยึดแนวทางความยั่งยืนตลอดวงจรธุรกิจตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทขึ้นเมื่อเกือบ 80 ปีที่แล้ว และกลายเป็นบริษัทแรกในโลกที่ประกาศจะกำจัดสารซีเอฟซีที่ทำลายชั้นโอโซนออกจากกระบวนการผลิตทั้งหมด ซึ่งประสบความสำเร็จในปี 2536 ก่อนเข้าร่วมข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) ในปี 2547 และต่อมาได้ประกาศให้การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ ปัจจุบัน เอปสันยังคงยึดหลักความยั่งยืนตั้งแต่ขั้นตอนกำหนดแนวคิด ออกแบบ ไปจนเสร็จสิ้นกระบวนการผลิต เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีขนาดกะทัดรัด ที่มีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูง เพื่อใช้ในนวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น 

EPSON เอปสัน

ยิ่งในโลกธุรกิจทุกวันนี้ ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นประเด็นสำคัญ กระแสของการใช้ Green Tech จึงเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกองค์กร เอปสันประสบความสำเร็จในการสร้างอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ที่เรียกได้ว่าเป็น Green Tech อย่างเต็มตัว เพราะไม่เพียงแต่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าเลเซอร์พรินเตอร์ ถึง 85% ยังมีชิ้นส่วนในเครื่องที่ต้องเปลี่ยนทดแทนน้อยกว่าเลเซอร์พรินเตอร์ถึง 59% ทำให้ช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ลงได้มาก ที่สำคัญ เอปสันมีเทคโนโลยี Heat-Free ที่ไม่ใช้ความร้อนในกระบวนการพิมพ์ จึงใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าเลเซอร์พรินเตอร์ที่มีความเร็วในการพิมพ์ระดับเดียวกันถึง 80%

ยรรยง EPSON เอปสัน

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย)​ จำกัด กล่าวว่า “บริษัทแม่ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ได้ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ควบคู่กับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยยึดกรอบปฏิบัติตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เน้นในเรื่อง “Quality Education” หรือการพัฒนาความรู้และการศึกษาในเยาวชน และในปี 2562ที่ผ่านมา ทางบริษัทได้มีการขยายขอบเขตไปในเรื่อง “Responsible Consumption” ที่มุ่งเน้นให้ผู้บริโภคเกิดความตระหนักในการใช้ทรัพยากรผ่านกิจกรรม From Plastic to Fabric ที่ให้ประชาชนนำถุงพลาสติกเหลือใช้มาแลกเปลี่ยนเป็นถุงผ้าที่มีการพิมพ์ลวดลายจากเครื่องพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของเอปสัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการตอบรับนโยบายการลดการใช้ถุงพลาสติก และส่งเสริมการใช้ถุงผ้าที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้หลายครั้ง โดยถุงพลาสติกที่รวบรวมได้ ทางบริษัทได้นำส่งไปให้หน่วยงานเพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นบล๊อกปูถนนต่อไป 

EPSON เอปสัน

ล่าสุดในปี 2563 นี้ ซึ่งเป็นปีครบรอบ 30 ปีของเอปสัน ประเทศไทย บริษัทฯ ได้ขยายขอบเขตของงานซีเอสอาร์มาด้าน “Life on Land” อีกหนึ่งในหัวข้อสำคัญของ SDGs โดยได้ร่วมกับมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดกิจกรรม “Wheel for Wild” เพื่อรณรงค์ให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันรักษาทรัพยากรและใส่ใจในเรื่องการใช้พลังงานมากขึ้น ผ่านกิจกรรมซึ่งเป็นกิจกรรมที่เชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมทำกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับพรินเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยี Heat-Free จากเอปสัน โดยมีกติกาว่าเมื่อผู้ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานผลิตไฟฟ้าครบ 3 นาที เอปสันจะทำการบริจาคเงินจำนวน 30 บาทให้กับทางมูลนิธิฯ 

EPSON เอปสัน

นอกจากนี้จักรยานที่ต่อไดนาโมและแบตเตอรีจะจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าเครื่อง WF-C20590 เพื่อพิมพ์ใบประกาศเกียรติคุณจากมูลนิธิฯ ให้กับผู้ร่วมกิจกรรม เพื่อยืนยันถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของมูลนิธิฯ โดยเอปสันได้จัดโร้ดโชว์ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้สนใจที่หลากหลาย โดยเริ่มที่งาน COMMART XTREME ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ในวันที่ 26-29 พฤศจิกายน ต่อด้วยที่อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ในวันที่ 2-4 ธันวาคม และศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ บริเวณลานกิจกรรมชั้น G ในวันที่ 14-15 ธันวาคม ก่อนปิดท้ายที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 18-20 ธันวาคม

EPSON เอปสัน

EPSON เอปสัน

ยรรยง กล่าวเสริมว่า “กิจกรรม “Wheel for Wild” ปั่นพิทักษ์ป่า ไม่เพียงแต่ตอกย้ำถึงความพยายามของเอปสัน ประเทศไทย ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมของประเทศไทยในฐานะองค์กรธุรกิจที่ดำเนินกิจการในประเทศไทยมานานถึง 30 ปี แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเอปสันในการคิดค้นนวัตกรรมและสร้างเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับธรรมชาติของโลก อย่างที่เห็นได้จากเทคโนโลยี Heat-Free ในอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ของเอปสันที่ประหยัดไฟ และใช้กำลังไฟเพียง 10 วัตต์ในการพิมพ์เอกสาร 1 หน้า ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวจะได้รับประสบการณ์อันน่าทึ่งนี้ ด้วยการปั่นจักรยานเพียงไม่ถึง 3 นาที ก็สามารถพิมพ์เอกสารสีออกมาได้” 

EPSON เอปสัน

“ในปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการเห็นความพยายามและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากผู้ผลิตในการรักษาธรรมชาติ ทั้งยังเต็มใจที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อให้ได้มีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคนกลุ่ม Millennial และ Gen Z ที่ยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหรือกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับธรรมชาติหรือมีส่วนในการตอบแทนสังคม การที่ผู้ผลิตสามารถแสดงออกถึงบทบาทในการรักษาสิ่งแวดล้อมไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันทางธุรกิจ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์สินค้า แต่ยังเป็นการนำธุรกิจไปสู่ทิศทางและตำแหน่งของการเป็นองค์กรที่สังคมและผู้บริโภคจะขาดไม่ได้ ซึ่งนั่นคือเป้าหมายของเอปสัน” ยรรยง ทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post EPSON ประเทศไทยขานรับนโยบาย CSR สนับสนุนยูเอ็น จัด “Wheel for Wild” ปั่นพิทักษ์ป่า รักษาความยั่งยืนของสังคมไทย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/epson-csr-wheel-for-wild/