คลังเก็บป้ายกำกับ: EPSON

เอปสันสนันสนุนกิจกรรมนักศึกษาแพทย์ศิริราช

นางสาววิสาข์ ธนวิภาคย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนมอบมัลติฟังก์ชั่นพรินเตอร์ระบบแท็งค์ EcoTank L1455 จำนวน 3 เครื่อง พร้อมชุดหมึกจำนวน 6 ชุด ให้แก่สโมสรนักศึกษาแพทย์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อใช้ในโครงการแข่งขันตอบปัญหาจุลชีววิทยา ปรสิตวิทยา และวิทยาภูมิคุ้มกันทางการแพทย์นานาชาติ (SIMPIC) ซึ่งเป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นโดยนักศึกษาแพทย์ศิริราชเป็นประจำทุกปี และได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษาแพทย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้

from:https://www.enterpriseitpro.net/epson-student-siriraj/

โฆษณา

เอปสัน สนันสนุนกิจกรรมนักศึกษาแพทย์ศิริราช

 

นางสาววิสาข์ ธนวิภาคย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนมอบมัลติฟังก์ชั่นพรินเตอร์ระบบแท็งค์ EcoTank L1455 จำนวน 3 เครื่อง พร้อมชุดหมึกจำนวน 6 ชุด ให้แก่สโมสรนักศึกษาแพทย์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

เพื่อใช้ในโครงการแข่งขันตอบปัญหาจุลชีววิทยา ปรสิตวิทยา และวิทยาภูมิคุ้มกันทางการแพทย์นานาชาติ (SIMPIC)  ซึ่งเป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นโดยนักศึกษาแพทย์ศิริราชเป็นประจำทุกปี และได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษาแพทย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้

from:http://mobileocta.com/epson-sananun-siriraj-medical-student-activity/

Epson EcoTank พรินเตอร์เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจโซโหและเอสเอ็มอี

 

เอปสัน แนะนำสินค้าใหม่ EcoTank L1110 และมัลติฟังก์ชั่น EcoTank L5190 จากตระกูล EcoTank L-Series สำหรับกลุ่มธุรกิจโซโหและเอสเอ็มอีที่มีการพิมพ์งานปริมาณมากและต้องการควบคุมต้นทุนการพิมพ์

โดยชุดหมึกพิมพ์ สี ของ EcoTank L-Series แต่ละชุดสามารถพิมพ์ขาวดำได้ถึง4,500 แผ่น และพิมพ์สีได้ถึง 7,500 แผ่น ด้วยความเร็วการพิมพ์สี 5.0 ipm (ภาพ/นาที) และขาวดำ 10 ipm (ภาพ/นาที)

Epson EcoTank

โดยออกแบบให้ชุดแท็งค์หมึกอยู่ภายในตัวเครื่อง บอดี้มีความโค้งมนและขนาดกะทัดรัดยิ่งขึ้น  อีกทั้งระบบการเติมหมึกยังเป็นแบบ Spill-Free ที่ใช้แรงดันภายในขวดเพื่อช่วยลดการหกของหมึก  เติมหมึกง่าย ไม่เลอะเทอะ

และยังช่วยป้องกันปัญหาการเติมหมึกผิดสีด้วยจุกขวดที่ได้รับการออกแบบให้มีความแตกต่างเฉพาะสี เหนือกว่าด้วยหลากหลายฟังก์ชั่นการทำงานครบครัน ตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ  

โดย EcoTank L1110 ราคา 4,390 บาท และ EcoTank L5190 ราคา 9,290 บาท พร้อมรับประกันตัวเครื่องและหัวพิมพ์นาน ปี  

 

from:http://mobileocta.com/epson-ecotank/

เอปสัน ลดแหลกแจกกระจายใน Commart Connect 2019

 

เอปสันจัดเต็มกับสินค้าราคาพิเศษในงาน Commart Connect 201 นำขบวนด้วยพรินเตอร์แท็งค์แท้ EcoTank พรินเตอร์อันดับหนึ่งด้านความประหยัดและความคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัล iF Design Awards 2019 จากประเทศเยอรมัน 

Epson

ไม่ว่าจะเป็น M2140 สำหรับงานพิมพ์เอกสารขาวดำโดยเฉพาะ ราคา 9,290  บาท รับฟรีบัตรกำนัลมูลค่า 1,000 บาท หรือ L5190 มัลติฟังก์ชั่นพรินเตอร์สำหรับงานพิมพ์สี ราคาพิเศษเพียง 9,090 บาท พร้อมรับฟรีบัตรกำนัลมูลค่า 1,000 บาท ตามด้วยเครื่องพิมพ์ Epson SureColor SC-T3130 เครื่องพิมพ์สำหรับงานพิมพ์ร่างแบบหรือ CAD ราคาพิเศษเพียง 52,500 บาท มั่นใจด้วยการรับประกันนานถึง 3 ปี รับฟรีหมึกพิมพ์ ชุด มูลค่า 4,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีสินค้ายอดนิยมอีกมากมาย ทั้งโปรเจคเตอร์ สแกนเนอร์ ดอทเมทริกซ์ และลาเบล  พรินเตอร์ ที่มาพร้อมส่วนลดของแถมมากมายในงาน Commart Connect 201ระหว่างวันที่ 28 – 31 มีนาคมนี้ ที่บูธเอปสัน ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/EpsonThailand และ www.epson.co.th 

 

from:http://mobileocta.com/epson-promotion-commart-connect-2019/

Epson 2019 กับสิ่งที่ท้าทาย สร้าง S-Curve ใหม่ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์

เมื่อได้ยินคำว่า Epson หลายๆ คนต่างนึกถึงแบรนด์ที่ผลิตแต่พรินเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่แท้ที่จริงแล้ว Epson ทำหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม โปรเจคเตอร์ หุ่นยนต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม เป็นต้น แต่เมื่อทิศทางเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สินค้าต่างๆ จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้มีความคุ้มค่ากับผู้บริโภค Epson จึงมองเป็นโอกาสที่ดี ที่ในปี 2019 เป็นปีที่ปรับเปลี่ยนรอบวงจรธุรกิจใหม่ ที่จะนำกลุ่ม 4 ผลิตภัณฑ์หลัก สร้างรายได้ต่อเนื่องจากนี้ไปอีก 5 ปี

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2019 เป็นปีรอบวงจรธุรกิจใหม่ของ Epson ที่จะเน้นการนำ 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ไม่ว่าจะเป็น อิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง, พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม, เลเซอร์โปรเจคเตอร์ และหุ่นยนต์แขนกล ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เป็นช่วงที่ได้ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่พอดี สอดรับกับการฐานลูกค้าใหม่ๆ ทั้ง SOHO, SME หรือโรงงานขนาดเล็กที่ต้องการสินค้าไปใช้ในธุรกิจด้วยราคาที่คุ้มค่าในการลงทุน และสามารถทดแทนกับสินค้าที่มีอยู่ในตลาดได้ในระยะยาว

“ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นในช่วง 1-2 ปีนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่ทำให้หลายๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าใหม่ๆ สามารถทดแทนสินค้าเดิม ด้วยการลงทุนที่คุ้มค่าและประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการใช้สินค้าเดิม รวมถึงมีความต่อเนื่องในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และทำตลาดเพื่อเข้าถึงตลาดใหม่ๆ มากขึ้น”

S-Curve ใหม่ของ Epson ใน 4 กลุ่มธุรกิจหลักอีก 5 ปีเป็นอย่างน้อย

ถึงแม้ว่าตลาดไอทีโดยรวมของประเทศในปีที่ผ่านมาจะมีอัตราการเติบโตถดถอยลงอยู่ที่ -3% แต่ Epson ยังเติบโตอยู่ที่ 5% และคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณของบริษัทฯ (31 มีนาคม 2019) ผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์จะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 10% ซึ่งมีโปรเจคเตอร์ความสว่างสูงเป็นกลุ่มที่เติบโตมากที่สุด เนื่องจากเข้าสู่การเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีจาก High Brightness Projector เป็น Laser Projector ขณะที่พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมจะเติบโตขึ้น 6% ส่วนกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์จะขยายตัวขึ้น 5% โดยมาจากพรินเตอร์แท็งค์แท้ หรือ EcoTank เป็นหลัก

ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทำให้ เอปสัน ประเทศไทย กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ของวงจรธุรกิจ หรือ S-Curve ใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องไปอีกไม่น้อยกว่า 5 ปี ในช่วงแรกของการสร้าง S-Curve ใหม่ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 5% สำหรับประเทศไทย และ 10% โดยจะเน้นที่การสร้างตลาดและขยายฐานลูกค้าให้กับ 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญของบริษัทฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง มีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว และเป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มลูกค้า องค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรม

ปัจจัยทั้งในและนอกประเทศ ยังส่งผลกระทบ

Epson ได้ประเมินเรื่องของปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะทั้งด้านบวกและด้านลบ ที่จะมีผลต่อยอดขายทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งในประเทศ ที่ยังคาดเดาไม่ได้, ความต้องการสินค้า IT ลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคู่แข่งพยายามลดราคาสินค้า เพื่อจูงใจผู้บริโภค หรือปัจจัยภายนอก อาทิ การชะลอตัวของเศรษฐจีนและเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ค่าเงินเกิดความผันผวน

ส่วนปัจจัยบวกต่อการขยายตัวของธุรกิจอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจตามยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 ของรัฐบาล ความต้องการสินค้า IT ในประเทศเพื่อนบ้าน ผู้บริโภคต้องการสินค้าที่มีเทคโนโลยีที่ใหม่ๆ ที่คุ้มค้ามากกว่าการใช้สินค้าเก่า รวมไปถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น

มุ่งสู่การทดแทนสินค้าเดิมใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทาง Epson เข้ามาทำตลาด ทั้งกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง ที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ SME, SOHO ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ โดยมีเป้าหมายที่จะเข้าไปแทนที่การใช้งานเลเซอร์พรินเตอร์ ซึ่งอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงของ Epson ในปัจจุบันถูกพัฒนาให้ก้าว ข้ามเลเซอร์พรินเตอร์ไปแล้ว ทั้งด้านคุณภาพงานพิมพ์ การใช้พลังงานที่น้อยกว่า การดูแลรักษาที่ง่ายและ ประหยัดกว่า ที่สำคัญต้นทุนต่อแผ่นต่ำกว่า 10 สตางค์

กลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ที่จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่อีกหลายรุ่น ทั้งในกลุ่มโฟโต้ มินิแล็บ อุตสาหกรรมสิ่งทอ หรืองานพิมพ์ป้ายโฆษณาทั้ง ภายในและภายนอกอาคาร และเพิ่มเติมในส่วนของเครื่องพิมพ์อุตสาหกรรมความเร็วสูง ที่สามารถพิมพ์ตรงลงบนผ้าม้วนได้ (Direct to Fabric หรือ DTF) ซึ่งเป็น เครื่องพิมพ์สิ่งทอระบบดิจิทัลที่รองรับการพิมพ์แบบออนดีมานด์

ในขณะที่กลุ่มเลเซอร์โปรเจคเตอร์ เราตอกย้ำการเป็นที่หนึ่งด้วยการเปิดตัว เลเซอร์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง 20,000 ลูเมน และเลเซอร์โปรเจคเตอร์ ความละเอียดระดับ 4K ที่ให้ความคมชัด และอายุการใช้งานมากถึง 20,000 ชั่วโมง

และสุดท้าย หุ่นยนต์แขนกล ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะนำเข้ามาจะมีราคาถูกลงถึง 35% ซึ่งทำให้ราคาลดลงเหลืออยู่ที่ประมาณ 500,000 บาท เพื่อรองรับตลาดการศึกษาและเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายเล็กสามารถนำหุ่นยนต์แขนกลเข้าไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และลดต้นทุน ซึ่งหากผู้ประกอบการรายเล็กไม่ปรับตัว อาจจะทำให้ต้นทุนการผลิตจะไม่สามารถลดต่ำกว่าคู่แข่งได้ ส่งผลทำให้เกิดการย้ายฐานผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้

จังหวะที่ดีในการสร้าง S-Curve ใหม่

“การสร้าง S-Curve ใหม่ทางธุรกิจในปีนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีของบริษัทฯ เพราะ Epson มีผลิตภัณฑ์ครบทุกไลน์ และมีจำนวนรุ่นมากเพียงพอที่จะทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง Epson ยังเป็นบริษัทเจ้าของเทคโนโลยีเอง จึงสามารถพัฒนาเทคโนโลยีในแต่ละด้านให้ทันสมัย ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 กลุ่มใน S-Curve ใหม่นี้ล้วนแต่เป็นที่รู้จักคุ้นเคยและได้รับ ความมั่นใจจากลูกค้าในหลากหลายวงการธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทยอยู่แล้ว Epson ประเทศไทยจึงเชื่อมั่นว่า S-Curve ใหม่นี้จะไม่เพียงแต่จะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 5 ปีได้ แต่ยังจะทำให้มิติทาง ธุรกิจและแบรนด์ของ Epson ในประเทศไทยกว้างออกไป และเติบโตมากยิ่งขึ้นด้วย”

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/epson-new-s-curve-product-line-up-2019/

เอปสันชู 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก สร้างเอสเคิร์ฟใหม่ ปั้นรายได้โตต่อเนื่อง

 

เอปสัน ประเทศไทย เปิดเกมรุกธุรกิจกระดานใหม่ ชู 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก อิงค์เจ็ท พรินเตอร์ความเร็วสูง พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เลเซอร์โปรเจคเตอร์ และหุ่นยนต์แขนกล มุ่งสร้าง รายได้เติบโตต่อเนื่องอีกไม่ต่ำกว่า ปี

Epson

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2561 ของบริษัทฯ ว่า ถึงแม้ตลาดไอทีโดยรวมของประเทศในปีที่ผ่านมาจะมีอัตราการเติบโตถดถอยลงอยู่ที่ -3% แต่เอปสันยังคงสามารถรักษาระดับการเติบโตทางธุรกิจไว้ได้อยู่ที่ 5%

โดยที่กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักส่วนใหญ่ของบริษัทฯ ยังคงทำผลงานได้ดี สามารถสร้างการเติบโตได้ทั้งหมด โดยคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณของบริษัทฯ ผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์จะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 10% ซึ่งมีโปรเจคเตอร์ความสว่างสูงเป็นกลุ่มที่เติบโตมากที่สุด

ขณะที่พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมจะเติบโตขึ้น 6% โดยที่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโฟโต้ มินิแล็บ และอุตสาหกรรมสิ่งทอต่างยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์จะขยายตัวขึ้น 5% โดยมาจากพรินเตอร์แท็งค์แท้ หรือ EcoTank เป็นหลัก

ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเอปสันในตลาดประเทศไทยมาจากการที่บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีและ ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำเสนอความคุ้มค่าในการลงทุนที่ดียิ่งขึ้นต่อลูกค้า รวมถึงมีความต่อเนื่องในการออก ผลิตภัณฑ์ใหม่และทำตลาดเพื่อเข้าถึงตลาดใหม่ๆ มากขึ้น

เช่น การเปิดตัวพรินเตอร์ความเร็วสูงเพื่อรองรับงาน พิมพ์สิ่งทอระดับโรงงานอุตสาหกรรม อย่าง SureColor F9330 หรือเลเซอร์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง ในระดับ 6,000-15,000 ลูเมน ที่เน้นเจาะกลุ่มธุรกิจบันเทิงและการจัดงานอีเวนท์เอาท์ดอร์ รวมทั้งกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ ความเร็วสูงรุ่น WF-C869R สำหรับเอสเอ็มอีที่ใช้เทคโนโลยีหัวพิมพ์รุ่นล่าสุดของเอปสัน PrecisionCore และระบบ หมึก RIPs (Replaceable Ink Pack) ชุดหมึกที่ถอดเปลี่ยนได้สามารถรองรับการพิมพ์ปริมาณสูงถึง 86,000 แผ่น”

ส่วนตลาดต่างประเทศที่บริษัทฯ ดูแลอยู่ ได้แก่ เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว และปากีสถาน มีอัตราการเติบโตโดยรวม  6% โดยมีปัจจัยจากการที่บริษัทฯ ได้ป้อนผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ ในกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ EcoTank ทั้ง L-Series และ M-Series เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าธุรกิจโซโหและเอสเอ็มอี รวมถึงทำการตลาดเชิงรุกมากยิ่งขึ้นเพื่อแย่งมาร์เก็ตแชร์จากเลเซอร์พรินเตอร์

นอกจากนี้ ยังได้นำโปรเจคเตอร์ความสว่างสูงเข้าไปทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าในธุรกิจบันเทิงและสถาบันศึกษาที่กำลังขยายตัวอย่างมาก โดยชูจุดเด่นด้านความทนทานและคุณภาพที่ดีกว่าคู่แข่ง ซึ่งทำให้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี”

นายยรรยง กล่าวต่อว่า “หลังจากที่สร้างความสำเร็จขึ้นมาจากดอทเมทริกซ์พรินเตอร์เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว จนกลาย เป็นแบรนด์เดียวที่มีมาร์เก็ตแชร์มากกว่า 90% ต่อมาบริษัทฯ ได้นำผลิตภัณฑ์อิงค์เจ็ทพรินเตอร์และโปรเจคเตอร์ 3LCD เข้ามาทำตลาดจนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย 

และเมื่อ ปีก่อน บริษัทฯ ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ กับวงการพรินเตอร์ด้วยการเปิดตัวพรินเตอร์แท็งค์แท้รุ่นแรกของโลก ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากจนสามารถเข้าไปแทนที่อิงค์เจ็ทพรินเตอร์แบบใช้ตลับหมึกและเลเซอร์พรินเตอร์ได้ในหลายตลาด จนทำให้เอปสันได้กลายเป็นเจ้าตลาดมาจนถึงทุกวันนี้  

ในช่วงเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวโปรเจคเตอร์ความสว่างสูงหลายรุ่น โดยเน้นจุดขายที่คุณภาพของภาพฉาย ความทนทาน ความประหยัด และฟังก์ชั่นที่ครบครัน พร้อมตอกย้ำความมั่นใจของลูกค้าด้วยตำแหน่งโปรเจคเตอร์ที่มียอดขายสูงสุดในโลกติดต่อกันถึง 17 ปีซ้อน ในวันนี้ เอปสัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ของวงจรธุรกิจ หรือ S-Curve ใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องไปอีกไม่น้อยกว่า ปี

โดยจะเน้นที่การสร้างตลาดและขยายฐานลูกค้าให้กับ กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญของบริษัทฯ ได้แก่ อิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เลเซอร์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง และหุ่นยนต์แขนกล ซึ่งล้วนแต่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงมีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว และเป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรม

ในช่วงแรกของการสร้าง S-Curve ใหม่ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 5% สำหรับประเทศไทย และ 10% สำหรับ ตลาดต่างประเทศ ซึ่งในปี 2562 นี้ ยังมีปัจจัยอีกมากที่ต้องจับตา ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งในประเทศ หรือปัจจัยภายนอก อาทิ การชะลอตัวของเศรษฐจีนและเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าระหว่าง จีนและสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ค่าเงินเกิดความผันผวน

ขณะเดียวกันก็มีปัจจัยที่เอื้อต่อการขยายตัวของธุรกิจอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจตามยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 ของรัฐบาล กระแสการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีด้านการผลิตและการปฏิบัติงานสู่ระบบดิจิทัล รวมไปถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศยังอยู่ในช่วงขาขึ้น 

นอกจากนี้ ในหลายวงการธุรกิจและอุตสาหกรรม ยังเกิดกระแสความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ  บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตใน S-Curve ใหม่นี้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการกำหนดกลยุทธ์เพื่อผลักดัน S-Curve ใหม่นี้ไว้ 4 ด้าน ครอบคลุมด้านผลิตภัณฑ์ การบริการช่องทางจัดจำหน่าย และการสื่อสารการตลาด”

สำหรับกลยุทธ์ทางด้านผลิตภัณฑ์ เอปสัน ประเทศไทยมีแผนที่จะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์เข้ามาทำ ตลาดมากขึ้น โดยในกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง บริษัทฯ จะทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ครบทั้งไลน์อัพ เพื่อตอบ โจทย์ความต้องการขององค์กรธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่เอสเอ็มอี โซโห ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่

โดยมีเป้าหมายที่จะเข้าไปแทนที่การใช้งานเลเซอร์พรินเตอร์ ซึ่งอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงของเอปสันในปัจจุบันถูกพัฒนาให้ก้าว ข้ามเลเซอร์พรินเตอร์ไปแล้ว ทั้งด้านคุณภาพงานพิมพ์ที่ดีเยี่ยม การใช้พลังงานที่น้อยกว่า การดูแลรักษาที่ง่ายและ ประหยัดกว่า ทั้งยังเป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

เช่นเดียวกับกลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่อีกหลายรุ่น ทั้งในกลุ่มโฟโต้ มินิแล็บ อุตสาหกรรมสิ่งทอ หรืองานพิมพ์ป้ายโฆษณาทั้งภายในและภายนอกอาคาร เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำและเติมเต็มความต้องการของตลาดที่ยังมีโอกาสอยู่อีกมาก เช่น เครื่องพิมพ์อุตสาหกรรมความเร็วสูง ที่สามารถพิมพ์ตรงลงบนผ้าม้วนได้ (Direct to Fabric หรือ DTF) ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์สิ่งทอระบบดิจิทัลที่รองรับการพิมพ์แบบออนดีมานด์ ทั้งยังใช้หมึกพิมพ์ที่สามารถพิมพ์ผ้าได้หลายชนิด และยังช่วยลดการใช้สารเคมีและของเสียในการผลิตลายผ้าได้อย่างมาก เมื่อเทียบกับการผลิตลายผ้าแบบเดิม

ในขณะที่กลุ่มเลเซอร์โปรเจคเตอร์ เอปสันยังคงให้ความสำคัญ เพราะต้องการรักษาตลาด และตำแหน่งอันดับหนึ่ง ของตลาดนี้ โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัวเลเซอร์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง 20,000 ลูเมน และเเซอร์โปรเจเตอร์ ความละเอียดระดับ 4K สำหรับหุ่นยนต์แขนกล ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะนำเข้ามาจะมีราคาถูกลงถึง 35% เพื่อรองรับ ตลาดการศึกษาและเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายเล็กสามารถนำหุ่นยนต์แขนกลเข้าไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต รวมทั้งจะมีการเปิดตัวหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่สามารถยกวัตถุหรือชิ้นงานที่มีน้ำหนักมากขึ้นได้

ด้านกลยุทธ์ในการบริการ นายยรรยง ให้ข้อมูลว่า การบริการหลังการขายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่แยกจากการขายสินค้าไม่ได้ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญอย่างมากในการพัฒนา Service Excellence หรือความเป็นเลิศในการบริการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความพึงพอใจในระดับสูงและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า

บริษัทฯ ได้จัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและพัฒนาการให้บริการ พร้อมติดตามผลการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งยังเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการซ่อมสินค้า โดยตั้งเป้า 90% จะซ่อมเสร็จภายใน 1-3 วัน นอกจากนี้ยังมีแผนจะลงทุนขยายศูนย์บริการเพิ่มขึ้นจาก 154 แห่ง เป็น 170 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ในการให้บริการมากยิ่งขึ้น ทั้งยังจะเพิ่มจำนวนจุดรับสินค้าหรือดรอปพอยท์ในบางจังหวัดโดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงพัฒนาระบบการบริหารจัดการและจัดส่งชิ้นส่วนอะไหล่ให้มีความรวดเร็วมากขึ้น

“นอกจากนี้ยังมีแผนสำหรับการให้บริการลูกค้าองค์กรที่ซื้อผลิตภัณฑ์ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นอิงค์เจ็ท พรินเตอร์ความเร็วสูง พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เลเซอร์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง และหุ่นยนต์
แขนกล ให้มีบริการดูแลเครื่องถึงสำนักงานของลูกค้าทุกแห่งทั่วประเทศ รวมถึงยังมีทีมงานพิเศษ เพื่อมอนิเตอร์การทำงานของเครื่องหรือมีเครื่องสำรองให้ใช้งานแทนในกรณีที่เครื่องลูกค้าที่ใช้งานอยู่เกิดปัญหาขึ้น

เอปสันยังลงทุนเพิ่มเติมในส่วนระบบการวิเคราะห์ประมวลผล สำหรับงานด้าน CRM ซึ่งจะสามารถนำข้อมูลและ ความรู้ด้านต่างๆ จากลูกค้ามาช่วยพัฒนาระบบการให้บริการ ตั้งแต่ Call Center การจัดการฐานข้อมูลสินค้าและ การใช้งาน การบริหารศูนย์บริการและทีมงานบริการนอกสถานที่ รวมถึงฐานข้อมูลการรับประกันสินค้าเพื่อสร้าง ประสบการณ์การใช้งานสินค้าและการบริการหลังการขายที่ดีให้กับลูกค้า” นายยรรยง กล่าว

ด้านกลยุทธ์สำหรับช่องทางจำหน่ายสินค้า ในปีนี้เอปสันจะทำการเพิ่มจำนวน Epson Authorized Partner (EAP) สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์และโปรเจคเตอร์เป็น 170 รายทั่วประเทศ กลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และ อุตสาหกรรมเป็น 13 ราย และกลุ่มหุ่นยนต์แขนกลเป็น 10 ราย ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และเจาะเข้าตลาดใหม่ๆ ได้

สำหรับกลยุทธ์ทางการสื่อสารการตลาด จะมุ่งเน้นด้านการผสมผสานเครื่องมือการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าทำ Technology Showcase เพื่อแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีในกลุ่มต่างๆ ผ่านอีเวนท์ที่สามารถสร้างประสบการณ์พิเศษให้กับ ลูกค้า โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในภาคธุรกิจและภาครัฐ

เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เอปสันได้ร่วมกับจังหวัดสุโขทัย ในการจัดแสดงแสงเสียงงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ โดยนำเลเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่น EB-L25000U ที่มีความสว่างสูงถึง 25,000 ลูเมน ไปจัดแสดงเทคนิค Projection Mapping

การสร้าง S-Curve ใหม่ทางธุรกิจในปีนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีของบริษัทฯ เพราะเอปสันมีผลิตภัณฑ์ครบทุกไลน์ และมี จำนวนรุ่นมากเพียงพอที่จะทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเอปสันยังเป็นบริษัทเจ้าของเทคโนโลยีเอง จึงสามารถ พัฒนาเทคโนโลยีในแต่ละด้านให้ทันสมัย นำหน้าความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ และมีสินค้าใหม่ๆ ป้อนเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องไม่ขาดช่วง ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ทั้ง กลุ่มใน S-Curve ใหม่นี้ล้วนแต่เป็นที่รู้จักคุ้นเคยและได้รับความมั่นใจจากลูกค้าในหลากหลายวงการธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทยอยู่แล้ว

เอปสัน ประเทศไทยจึงเชื่อมั่นว่าS-Curve ใหม่นี้จะไม่เพียงแต่จะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา ปีได้ แต่ยังจะทำให้มิติทางธุรกิจของเอปสันในประเทศไทยกว้างออกไป และแบรนด์ของเอปสันจะเติบโตมากยิ่งขึ้นด้วย” นายยรรยง ทิ้งท้าย

 

from:http://mobileocta.com/epson-holds-4-main-product-groups-create-a-new-curve-continuous-income-growth/

เอปสัน ไม่หวั่น! แม้ตลาดไอทีไทยถดถอย ย้ำ ปี 2019 จะเห็น S-Curve ใหม่

เอปสัน ประเทศไทย เผยยอดอัตราการเติบโตยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ตลาดไอทีไทยยังติดลบ ส่วนในปี 2019 และอนาคตวางแผนเติลโตอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ 4 ด้าน ทั้งสินค้า บริการ ช่องทางการขาย และวิธีสื่อสารกับตลาด

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2561 ของบริษัทฯ ว่า“ถึงแม้ตลาดไอทีโดยรวมของประเทศในปีที่ผ่านมาจะมีอัตราการเติบโตถดถอยลงอยู่ที่ -3% แต่เอปสันยังคงสามารถรักษาระดับการเติบโตทางธุรกิจไว้ได้อยู่ที่ 5%” เขายังอธิบายต่อไปว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักส่วนใหญ่ของบริษัทฯ ยังคงทำผลงานได้ดี สามารถสร้างการเติบโตได้ทั้งหมด โดยคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณของบริษัทฯ (31 มีนาคม 2562) ผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์จะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 10% ขณะที่พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมจะเติบโตขึ้น 6% ส่วนกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์จะขยายตัวขึ้น 5% ส่วนตลาดต่างประเทศที่บริษัทฯ ดูแลอยู่ ได้แก่ เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว และปากีสถาน มีอัตราการเติบโตโดยรวม 6%

นายยรรยง เล่าถึงอนาคตของเอปสันว่า วันนี้ เอปสัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ของวงจรธุรกิจหรือ S-Curve ใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นที่การสร้างตลาดและขยายฐานลูกค้าให้กับ 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญของบริษัทฯ ได้แก่ อิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เลเซอร์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง และหุ่นยนต์แขนกล ซึ่งล้วนแต่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง มีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวและเป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรม

ขอโต 5% ผ่าน 4 กลยุทธ์

ในช่วงแรกของการสร้าง S-Curve ใหม่ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 5% สำหรับประเทศไทย และ 10% สำหรับ ตลาดต่างประเทศ ซึ่งในปี 2562 นี้ ยังมีปัจจัยทั้งลบและบวกอีกมากที่ต้องจับตา แต่กระนั้นบริษัทฯ ยังมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตใน S-Curve ใหม่นี้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการกำหนดกลยุทธ์เพื่อผลักดัน S-Curve ใหม่นี้ไว้ 4 ด้าน ครอบคลุมด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ ช่องทางจัดจำหน่าย และการสื่อสารการตลาด”

สำหรับกลยุทธ์ทางด้านผลิตภัณฑ์ เอปสัน ประเทศไทยมีแผนที่จะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์เข้ามาทำตลาดมากขึ้น อาทิ กลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง กลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม กลุ่มเลเซอร์โปรเจคเตอร์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับหุ่นยนต์แขนกล

ส่วนด้านกลยุทธ์ในการบริการ นายยรรยง ให้ข้อมูลว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างมากในการพัฒนา Service Excellence หรือความเป็นเลิศในการบริการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความพึงพอใจในระดับสูงและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าบริษัทฯ ได้จัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและพัฒนาการให้บริการ พร้อมติดตามผลการทำงานอย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ ยังมีแผนจะลงทุนขยายศูนย์บริการเพิ่มขึ้นจาก 154 แห่งเป็น 170 แห่งทั่วประเทศ

ส่วนด้านกลยุทธ์สำหรับช่องทางจำหน่ายสินค้า ในปีนี้เอปสันจะทำการเพิ่มจำนวน Epson Authorized Partner (EAP) สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์และโปรเจคเตอร์เป็น 170 รายทั่วประเทศ กลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมเป็น 13 ราย และกลุ่มหุ่นยนต์แขนกลเป็น 10 ราย ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นและเจาะเข้าตลาดใหม่ๆ ได้

สำหรับกลยุทธ์ทางการสื่อสารการตลาดจะมุ่งเน้นด้านการผสมผสานเครื่องมือการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดนอกจากนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าทำ Technology Showcase เพื่อแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีในกลุ่มต่างๆ

“การสร้าง S-Curve ใหม่ทางธุรกิจในปีนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีของบริษัทฯ เพราะเอปสันมีผลิตภัณฑ์ครบทุกไลน์ และมีจำนวนรุ่นมากเพียงพอ โดยสามารถป้อนเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องไม่ขาดช่วง จึงเชื่อมั่นว่า S-Curve ใหม่นี้จะทำให้เอปสันทำตามเป้าหมายได้อย่างดี

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/