คลังเก็บป้ายกำกับ: EPSON

เอปสันชู 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก สร้างเอสเคิร์ฟใหม่ ปั้นรายได้โตต่อเนื่อง

 

เอปสัน ประเทศไทย เปิดเกมรุกธุรกิจกระดานใหม่ ชู 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก อิงค์เจ็ท พรินเตอร์ความเร็วสูง พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เลเซอร์โปรเจคเตอร์ และหุ่นยนต์แขนกล มุ่งสร้าง รายได้เติบโตต่อเนื่องอีกไม่ต่ำกว่า ปี

Epson

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2561 ของบริษัทฯ ว่า ถึงแม้ตลาดไอทีโดยรวมของประเทศในปีที่ผ่านมาจะมีอัตราการเติบโตถดถอยลงอยู่ที่ -3% แต่เอปสันยังคงสามารถรักษาระดับการเติบโตทางธุรกิจไว้ได้อยู่ที่ 5%

โดยที่กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักส่วนใหญ่ของบริษัทฯ ยังคงทำผลงานได้ดี สามารถสร้างการเติบโตได้ทั้งหมด โดยคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณของบริษัทฯ ผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์จะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 10% ซึ่งมีโปรเจคเตอร์ความสว่างสูงเป็นกลุ่มที่เติบโตมากที่สุด

ขณะที่พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมจะเติบโตขึ้น 6% โดยที่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโฟโต้ มินิแล็บ และอุตสาหกรรมสิ่งทอต่างยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์จะขยายตัวขึ้น 5% โดยมาจากพรินเตอร์แท็งค์แท้ หรือ EcoTank เป็นหลัก

ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเอปสันในตลาดประเทศไทยมาจากการที่บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีและ ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำเสนอความคุ้มค่าในการลงทุนที่ดียิ่งขึ้นต่อลูกค้า รวมถึงมีความต่อเนื่องในการออก ผลิตภัณฑ์ใหม่และทำตลาดเพื่อเข้าถึงตลาดใหม่ๆ มากขึ้น

เช่น การเปิดตัวพรินเตอร์ความเร็วสูงเพื่อรองรับงาน พิมพ์สิ่งทอระดับโรงงานอุตสาหกรรม อย่าง SureColor F9330 หรือเลเซอร์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง ในระดับ 6,000-15,000 ลูเมน ที่เน้นเจาะกลุ่มธุรกิจบันเทิงและการจัดงานอีเวนท์เอาท์ดอร์ รวมทั้งกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ ความเร็วสูงรุ่น WF-C869R สำหรับเอสเอ็มอีที่ใช้เทคโนโลยีหัวพิมพ์รุ่นล่าสุดของเอปสัน PrecisionCore และระบบ หมึก RIPs (Replaceable Ink Pack) ชุดหมึกที่ถอดเปลี่ยนได้สามารถรองรับการพิมพ์ปริมาณสูงถึง 86,000 แผ่น”

ส่วนตลาดต่างประเทศที่บริษัทฯ ดูแลอยู่ ได้แก่ เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว และปากีสถาน มีอัตราการเติบโตโดยรวม  6% โดยมีปัจจัยจากการที่บริษัทฯ ได้ป้อนผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ ในกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ EcoTank ทั้ง L-Series และ M-Series เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าธุรกิจโซโหและเอสเอ็มอี รวมถึงทำการตลาดเชิงรุกมากยิ่งขึ้นเพื่อแย่งมาร์เก็ตแชร์จากเลเซอร์พรินเตอร์

นอกจากนี้ ยังได้นำโปรเจคเตอร์ความสว่างสูงเข้าไปทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าในธุรกิจบันเทิงและสถาบันศึกษาที่กำลังขยายตัวอย่างมาก โดยชูจุดเด่นด้านความทนทานและคุณภาพที่ดีกว่าคู่แข่ง ซึ่งทำให้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี”

นายยรรยง กล่าวต่อว่า “หลังจากที่สร้างความสำเร็จขึ้นมาจากดอทเมทริกซ์พรินเตอร์เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว จนกลาย เป็นแบรนด์เดียวที่มีมาร์เก็ตแชร์มากกว่า 90% ต่อมาบริษัทฯ ได้นำผลิตภัณฑ์อิงค์เจ็ทพรินเตอร์และโปรเจคเตอร์ 3LCD เข้ามาทำตลาดจนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย 

และเมื่อ ปีก่อน บริษัทฯ ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ กับวงการพรินเตอร์ด้วยการเปิดตัวพรินเตอร์แท็งค์แท้รุ่นแรกของโลก ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากจนสามารถเข้าไปแทนที่อิงค์เจ็ทพรินเตอร์แบบใช้ตลับหมึกและเลเซอร์พรินเตอร์ได้ในหลายตลาด จนทำให้เอปสันได้กลายเป็นเจ้าตลาดมาจนถึงทุกวันนี้  

ในช่วงเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวโปรเจคเตอร์ความสว่างสูงหลายรุ่น โดยเน้นจุดขายที่คุณภาพของภาพฉาย ความทนทาน ความประหยัด และฟังก์ชั่นที่ครบครัน พร้อมตอกย้ำความมั่นใจของลูกค้าด้วยตำแหน่งโปรเจคเตอร์ที่มียอดขายสูงสุดในโลกติดต่อกันถึง 17 ปีซ้อน ในวันนี้ เอปสัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ของวงจรธุรกิจ หรือ S-Curve ใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องไปอีกไม่น้อยกว่า ปี

โดยจะเน้นที่การสร้างตลาดและขยายฐานลูกค้าให้กับ กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญของบริษัทฯ ได้แก่ อิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เลเซอร์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง และหุ่นยนต์แขนกล ซึ่งล้วนแต่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงมีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว และเป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรม

ในช่วงแรกของการสร้าง S-Curve ใหม่ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 5% สำหรับประเทศไทย และ 10% สำหรับ ตลาดต่างประเทศ ซึ่งในปี 2562 นี้ ยังมีปัจจัยอีกมากที่ต้องจับตา ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งในประเทศ หรือปัจจัยภายนอก อาทิ การชะลอตัวของเศรษฐจีนและเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าระหว่าง จีนและสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ค่าเงินเกิดความผันผวน

ขณะเดียวกันก็มีปัจจัยที่เอื้อต่อการขยายตัวของธุรกิจอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจตามยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 ของรัฐบาล กระแสการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีด้านการผลิตและการปฏิบัติงานสู่ระบบดิจิทัล รวมไปถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศยังอยู่ในช่วงขาขึ้น 

นอกจากนี้ ในหลายวงการธุรกิจและอุตสาหกรรม ยังเกิดกระแสความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ  บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตใน S-Curve ใหม่นี้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการกำหนดกลยุทธ์เพื่อผลักดัน S-Curve ใหม่นี้ไว้ 4 ด้าน ครอบคลุมด้านผลิตภัณฑ์ การบริการช่องทางจัดจำหน่าย และการสื่อสารการตลาด”

สำหรับกลยุทธ์ทางด้านผลิตภัณฑ์ เอปสัน ประเทศไทยมีแผนที่จะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์เข้ามาทำ ตลาดมากขึ้น โดยในกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง บริษัทฯ จะทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ครบทั้งไลน์อัพ เพื่อตอบ โจทย์ความต้องการขององค์กรธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่เอสเอ็มอี โซโห ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่

โดยมีเป้าหมายที่จะเข้าไปแทนที่การใช้งานเลเซอร์พรินเตอร์ ซึ่งอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงของเอปสันในปัจจุบันถูกพัฒนาให้ก้าว ข้ามเลเซอร์พรินเตอร์ไปแล้ว ทั้งด้านคุณภาพงานพิมพ์ที่ดีเยี่ยม การใช้พลังงานที่น้อยกว่า การดูแลรักษาที่ง่ายและ ประหยัดกว่า ทั้งยังเป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

เช่นเดียวกับกลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่อีกหลายรุ่น ทั้งในกลุ่มโฟโต้ มินิแล็บ อุตสาหกรรมสิ่งทอ หรืองานพิมพ์ป้ายโฆษณาทั้งภายในและภายนอกอาคาร เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำและเติมเต็มความต้องการของตลาดที่ยังมีโอกาสอยู่อีกมาก เช่น เครื่องพิมพ์อุตสาหกรรมความเร็วสูง ที่สามารถพิมพ์ตรงลงบนผ้าม้วนได้ (Direct to Fabric หรือ DTF) ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์สิ่งทอระบบดิจิทัลที่รองรับการพิมพ์แบบออนดีมานด์ ทั้งยังใช้หมึกพิมพ์ที่สามารถพิมพ์ผ้าได้หลายชนิด และยังช่วยลดการใช้สารเคมีและของเสียในการผลิตลายผ้าได้อย่างมาก เมื่อเทียบกับการผลิตลายผ้าแบบเดิม

ในขณะที่กลุ่มเลเซอร์โปรเจคเตอร์ เอปสันยังคงให้ความสำคัญ เพราะต้องการรักษาตลาด และตำแหน่งอันดับหนึ่ง ของตลาดนี้ โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัวเลเซอร์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง 20,000 ลูเมน และเเซอร์โปรเจเตอร์ ความละเอียดระดับ 4K สำหรับหุ่นยนต์แขนกล ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะนำเข้ามาจะมีราคาถูกลงถึง 35% เพื่อรองรับ ตลาดการศึกษาและเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายเล็กสามารถนำหุ่นยนต์แขนกลเข้าไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต รวมทั้งจะมีการเปิดตัวหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่สามารถยกวัตถุหรือชิ้นงานที่มีน้ำหนักมากขึ้นได้

ด้านกลยุทธ์ในการบริการ นายยรรยง ให้ข้อมูลว่า การบริการหลังการขายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่แยกจากการขายสินค้าไม่ได้ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญอย่างมากในการพัฒนา Service Excellence หรือความเป็นเลิศในการบริการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความพึงพอใจในระดับสูงและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า

บริษัทฯ ได้จัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและพัฒนาการให้บริการ พร้อมติดตามผลการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งยังเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการซ่อมสินค้า โดยตั้งเป้า 90% จะซ่อมเสร็จภายใน 1-3 วัน นอกจากนี้ยังมีแผนจะลงทุนขยายศูนย์บริการเพิ่มขึ้นจาก 154 แห่ง เป็น 170 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ในการให้บริการมากยิ่งขึ้น ทั้งยังจะเพิ่มจำนวนจุดรับสินค้าหรือดรอปพอยท์ในบางจังหวัดโดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงพัฒนาระบบการบริหารจัดการและจัดส่งชิ้นส่วนอะไหล่ให้มีความรวดเร็วมากขึ้น

“นอกจากนี้ยังมีแผนสำหรับการให้บริการลูกค้าองค์กรที่ซื้อผลิตภัณฑ์ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นอิงค์เจ็ท พรินเตอร์ความเร็วสูง พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เลเซอร์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง และหุ่นยนต์
แขนกล ให้มีบริการดูแลเครื่องถึงสำนักงานของลูกค้าทุกแห่งทั่วประเทศ รวมถึงยังมีทีมงานพิเศษ เพื่อมอนิเตอร์การทำงานของเครื่องหรือมีเครื่องสำรองให้ใช้งานแทนในกรณีที่เครื่องลูกค้าที่ใช้งานอยู่เกิดปัญหาขึ้น

เอปสันยังลงทุนเพิ่มเติมในส่วนระบบการวิเคราะห์ประมวลผล สำหรับงานด้าน CRM ซึ่งจะสามารถนำข้อมูลและ ความรู้ด้านต่างๆ จากลูกค้ามาช่วยพัฒนาระบบการให้บริการ ตั้งแต่ Call Center การจัดการฐานข้อมูลสินค้าและ การใช้งาน การบริหารศูนย์บริการและทีมงานบริการนอกสถานที่ รวมถึงฐานข้อมูลการรับประกันสินค้าเพื่อสร้าง ประสบการณ์การใช้งานสินค้าและการบริการหลังการขายที่ดีให้กับลูกค้า” นายยรรยง กล่าว

ด้านกลยุทธ์สำหรับช่องทางจำหน่ายสินค้า ในปีนี้เอปสันจะทำการเพิ่มจำนวน Epson Authorized Partner (EAP) สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์และโปรเจคเตอร์เป็น 170 รายทั่วประเทศ กลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และ อุตสาหกรรมเป็น 13 ราย และกลุ่มหุ่นยนต์แขนกลเป็น 10 ราย ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และเจาะเข้าตลาดใหม่ๆ ได้

สำหรับกลยุทธ์ทางการสื่อสารการตลาด จะมุ่งเน้นด้านการผสมผสานเครื่องมือการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าทำ Technology Showcase เพื่อแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีในกลุ่มต่างๆ ผ่านอีเวนท์ที่สามารถสร้างประสบการณ์พิเศษให้กับ ลูกค้า โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในภาคธุรกิจและภาครัฐ

เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เอปสันได้ร่วมกับจังหวัดสุโขทัย ในการจัดแสดงแสงเสียงงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ โดยนำเลเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่น EB-L25000U ที่มีความสว่างสูงถึง 25,000 ลูเมน ไปจัดแสดงเทคนิค Projection Mapping

การสร้าง S-Curve ใหม่ทางธุรกิจในปีนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีของบริษัทฯ เพราะเอปสันมีผลิตภัณฑ์ครบทุกไลน์ และมี จำนวนรุ่นมากเพียงพอที่จะทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเอปสันยังเป็นบริษัทเจ้าของเทคโนโลยีเอง จึงสามารถ พัฒนาเทคโนโลยีในแต่ละด้านให้ทันสมัย นำหน้าความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ และมีสินค้าใหม่ๆ ป้อนเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องไม่ขาดช่วง ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ทั้ง กลุ่มใน S-Curve ใหม่นี้ล้วนแต่เป็นที่รู้จักคุ้นเคยและได้รับความมั่นใจจากลูกค้าในหลากหลายวงการธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทยอยู่แล้ว

เอปสัน ประเทศไทยจึงเชื่อมั่นว่าS-Curve ใหม่นี้จะไม่เพียงแต่จะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา ปีได้ แต่ยังจะทำให้มิติทางธุรกิจของเอปสันในประเทศไทยกว้างออกไป และแบรนด์ของเอปสันจะเติบโตมากยิ่งขึ้นด้วย” นายยรรยง ทิ้งท้าย

 

from:http://mobileocta.com/epson-holds-4-main-product-groups-create-a-new-curve-continuous-income-growth/

โฆษณา

เอปสัน ไม่หวั่น! แม้ตลาดไอทีไทยถดถอย ย้ำ ปี 2019 จะเห็น S-Curve ใหม่

เอปสัน ประเทศไทย เผยยอดอัตราการเติบโตยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ตลาดไอทีไทยยังติดลบ ส่วนในปี 2019 และอนาคตวางแผนเติลโตอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ 4 ด้าน ทั้งสินค้า บริการ ช่องทางการขาย และวิธีสื่อสารกับตลาด

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2561 ของบริษัทฯ ว่า“ถึงแม้ตลาดไอทีโดยรวมของประเทศในปีที่ผ่านมาจะมีอัตราการเติบโตถดถอยลงอยู่ที่ -3% แต่เอปสันยังคงสามารถรักษาระดับการเติบโตทางธุรกิจไว้ได้อยู่ที่ 5%” เขายังอธิบายต่อไปว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักส่วนใหญ่ของบริษัทฯ ยังคงทำผลงานได้ดี สามารถสร้างการเติบโตได้ทั้งหมด โดยคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณของบริษัทฯ (31 มีนาคม 2562) ผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์จะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 10% ขณะที่พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมจะเติบโตขึ้น 6% ส่วนกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์จะขยายตัวขึ้น 5% ส่วนตลาดต่างประเทศที่บริษัทฯ ดูแลอยู่ ได้แก่ เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว และปากีสถาน มีอัตราการเติบโตโดยรวม 6%

นายยรรยง เล่าถึงอนาคตของเอปสันว่า วันนี้ เอปสัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ของวงจรธุรกิจหรือ S-Curve ใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นที่การสร้างตลาดและขยายฐานลูกค้าให้กับ 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญของบริษัทฯ ได้แก่ อิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เลเซอร์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง และหุ่นยนต์แขนกล ซึ่งล้วนแต่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง มีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวและเป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรม

ขอโต 5% ผ่าน 4 กลยุทธ์

ในช่วงแรกของการสร้าง S-Curve ใหม่ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 5% สำหรับประเทศไทย และ 10% สำหรับ ตลาดต่างประเทศ ซึ่งในปี 2562 นี้ ยังมีปัจจัยทั้งลบและบวกอีกมากที่ต้องจับตา แต่กระนั้นบริษัทฯ ยังมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตใน S-Curve ใหม่นี้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการกำหนดกลยุทธ์เพื่อผลักดัน S-Curve ใหม่นี้ไว้ 4 ด้าน ครอบคลุมด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ ช่องทางจัดจำหน่าย และการสื่อสารการตลาด”

สำหรับกลยุทธ์ทางด้านผลิตภัณฑ์ เอปสัน ประเทศไทยมีแผนที่จะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์เข้ามาทำตลาดมากขึ้น อาทิ กลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง กลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม กลุ่มเลเซอร์โปรเจคเตอร์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับหุ่นยนต์แขนกล

ส่วนด้านกลยุทธ์ในการบริการ นายยรรยง ให้ข้อมูลว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างมากในการพัฒนา Service Excellence หรือความเป็นเลิศในการบริการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความพึงพอใจในระดับสูงและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าบริษัทฯ ได้จัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและพัฒนาการให้บริการ พร้อมติดตามผลการทำงานอย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ ยังมีแผนจะลงทุนขยายศูนย์บริการเพิ่มขึ้นจาก 154 แห่งเป็น 170 แห่งทั่วประเทศ

ส่วนด้านกลยุทธ์สำหรับช่องทางจำหน่ายสินค้า ในปีนี้เอปสันจะทำการเพิ่มจำนวน Epson Authorized Partner (EAP) สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์และโปรเจคเตอร์เป็น 170 รายทั่วประเทศ กลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมเป็น 13 ราย และกลุ่มหุ่นยนต์แขนกลเป็น 10 ราย ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นและเจาะเข้าตลาดใหม่ๆ ได้

สำหรับกลยุทธ์ทางการสื่อสารการตลาดจะมุ่งเน้นด้านการผสมผสานเครื่องมือการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดนอกจากนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าทำ Technology Showcase เพื่อแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีในกลุ่มต่างๆ

“การสร้าง S-Curve ใหม่ทางธุรกิจในปีนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีของบริษัทฯ เพราะเอปสันมีผลิตภัณฑ์ครบทุกไลน์ และมีจำนวนรุ่นมากเพียงพอ โดยสามารถป้อนเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องไม่ขาดช่วง จึงเชื่อมั่นว่า S-Curve ใหม่นี้จะทำให้เอปสันทำตามเป้าหมายได้อย่างดี

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/

เอปสัน ไม่หวั่น! แม้ตลาดไอทีไทยถดถอย ย้ำ ปี 2019 จะเห็น S-Curve ใหม่

เอปสัน ประเทศไทย เผยยอดอัตราการเติบโตยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ตลาดไอทีไทยยังติดลบ ส่วนในปี 2019 และอนาคตวางแผนเติลโตอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ 4 ด้าน ทั้งสินค้า บริการ ช่องทางการขาย และวิธีสื่อสารกับตลาด

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2561 ของบริษัทฯ ว่า“ถึงแม้ตลาดไอทีโดยรวมของประเทศในปีที่ผ่านมาจะมีอัตราการเติบโตถดถอยลงอยู่ที่ -3% แต่เอปสันยังคงสามารถรักษาระดับการเติบโตทางธุรกิจไว้ได้อยู่ที่ 5%” เขายังอธิบายต่อไปว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักส่วนใหญ่ของบริษัทฯ ยังคงทำผลงานได้ดี สามารถสร้างการเติบโตได้ทั้งหมด โดยคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณของบริษัทฯ (31 มีนาคม 2562) ผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์จะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 10% ขณะที่พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมจะเติบโตขึ้น 6% ส่วนกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์จะขยายตัวขึ้น 5% ส่วนตลาดต่างประเทศที่บริษัทฯ ดูแลอยู่ ได้แก่ เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว และปากีสถาน มีอัตราการเติบโตโดยรวม 6%

นายยรรยง เล่าถึงอนาคตของเอปสันว่า วันนี้ เอปสัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ของวงจรธุรกิจหรือ S-Curve ใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นที่การสร้างตลาดและขยายฐานลูกค้าให้กับ 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญของบริษัทฯ ได้แก่ อิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เลเซอร์โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง และหุ่นยนต์แขนกล ซึ่งล้วนแต่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง มีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวและเป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรม

ขอโต 5% ผ่าน 4 กลยุทธ์

ในช่วงแรกของการสร้าง S-Curve ใหม่ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 5% สำหรับประเทศไทย และ 10% สำหรับ ตลาดต่างประเทศ ซึ่งในปี 2562 นี้ ยังมีปัจจัยทั้งลบและบวกอีกมากที่ต้องจับตา แต่กระนั้นบริษัทฯ ยังมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตใน S-Curve ใหม่นี้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการกำหนดกลยุทธ์เพื่อผลักดัน S-Curve ใหม่นี้ไว้ 4 ด้าน ครอบคลุมด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ ช่องทางจัดจำหน่าย และการสื่อสารการตลาด”

สำหรับกลยุทธ์ทางด้านผลิตภัณฑ์ เอปสัน ประเทศไทยมีแผนที่จะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์เข้ามาทำตลาดมากขึ้น อาทิ กลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง กลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม กลุ่มเลเซอร์โปรเจคเตอร์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับหุ่นยนต์แขนกล

ส่วนด้านกลยุทธ์ในการบริการ นายยรรยง ให้ข้อมูลว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างมากในการพัฒนา Service Excellence หรือความเป็นเลิศในการบริการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความพึงพอใจในระดับสูงและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าบริษัทฯ ได้จัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและพัฒนาการให้บริการ พร้อมติดตามผลการทำงานอย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ ยังมีแผนจะลงทุนขยายศูนย์บริการเพิ่มขึ้นจาก 154 แห่งเป็น 170 แห่งทั่วประเทศ

ส่วนด้านกลยุทธ์สำหรับช่องทางจำหน่ายสินค้า ในปีนี้เอปสันจะทำการเพิ่มจำนวน Epson Authorized Partner (EAP) สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์และโปรเจคเตอร์เป็น 170 รายทั่วประเทศ กลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมเป็น 13 ราย และกลุ่มหุ่นยนต์แขนกลเป็น 10 ราย ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นและเจาะเข้าตลาดใหม่ๆ ได้

สำหรับกลยุทธ์ทางการสื่อสารการตลาดจะมุ่งเน้นด้านการผสมผสานเครื่องมือการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดนอกจากนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าทำ Technology Showcase เพื่อแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีในกลุ่มต่างๆ

“การสร้าง S-Curve ใหม่ทางธุรกิจในปีนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีของบริษัทฯ เพราะเอปสันมีผลิตภัณฑ์ครบทุกไลน์ และมีจำนวนรุ่นมากเพียงพอ โดยสามารถป้อนเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องไม่ขาดช่วง จึงเชื่อมั่นว่า S-Curve ใหม่นี้จะทำให้เอปสันทำตามเป้าหมายได้อย่างดี

from:https://www.enterpriseitpro.net/epson-growth-printer/

เอปสัน รุกตลาดองค์กรต่อเนื่อง ยกโซลูชั่นแสดงในงาน Money Expo 2018

 

เอปสันตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการพิมพ์เพื่อธุรกิจ ขนทัพสินค้าจัดแสดงโซลูชั่นในงาน Money Expo Year-End 2018 มหกรรมการเงินครั้งยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ภายใต้แนวคิด “Wealth Transformation มิติใหม่แห่งความมั่งคั่ง”

ภายในงานเอปสันได้นำผลิตภัณฑ์ไปจัดแสดงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง ตระกูล WorkForce ที่ออกแบบมาเพื่อองค์กรโดยเฉพาะ ซึ่งมีความเร็วในการพิมพ์เทียบเท่าเลเซอร์พรินเตอร์ แต่มีต้นทุนการพิมพ์ที่ประหยัดกว่าถึง 50% จึงช่วยประหยัดต้นทุนและเวลาในการทำงาน

รวมถึงยังมีฟังก์ชั่นสำหรับสแกนเนอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร และแฟกซ์ไว้อย่างครบครัน นอกจากนี้เอปสันยังนำเสนอโปรเจคเตอร์อีกหลายซี่รี่ส์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในห้องประชุม สำหรับองค์กรธุรกิจเอสเอ็มอี และธุรกิจ Co-working ซึ่งแต่รุ่นใช้ง่ายและสะดวกด้วยการเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชันเฉพาะของเอปสัน iProjection ได้ทันที

เอปสันโปรเจคเตอร์มาพร้อมกับหลอดภาพที่ให้แสงสว่างเพิ่มขึ้นและมีอายุการใช้งานนานขึ้นจาก 5,000 ชั่วโมง เป็น 6,000 ชั่วโมง และ 10,000 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน (Eco Mode) จึงช่วยลดต้นทุนและปัญหาเรื่องการเปลี่ยนหลอดภาพ

เอปสันใส่ใจในรายละเอียดการพัฒนาผลิตภัณฑ์แต่ละตัว เพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่าในการลงทุนที่ดีกว่าให้แก่ลูกค้า สนใจข้อมูลเพิ่มเติม www.epson.co.th หรือ เอปสัน คอลเซ็นเตอร์ 0-2685-9899

 

from:http://mobileocta.com/epson-penetrates-the-enterprise-market-continuously-solutions-presented-at-money-expo-2018/

เอปสัน โชว์ศักยภาพ เลเซอร์โปรเจคเตอร์สุดตระการตา

เอปสันจัดงาน Epson’s Regional Laser Projection Showcase 2019 แสดง นวัตกรรมเลเซอร์โปรเจคเตอร์ในรูปแบบสุดสร้างสรรค์ พร้อมจัดแสดงโปรเจคชั่นแมปปิ้งสุดอลังการ ณ มิวเซียมสยาม
นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หลังจากเปิดตัวเลเซอร์ โปรเจคเตอร์อย่างเป็นทางการในปี 2559 เอปสันได้พัฒนาและเปิดตัวนวัตกรรมเลเซอร์โปรเจคเตอร์ออกสู่ตลาด อย่างต่อเนื่อง จนมีทางเลือกให้กับลูกค้าในทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรธุรกิจ สถาบันศึกษา ธุรกิจบันเทิง ออร์แกไนเซอร์ รวมไปถึงการจัดงานประเภทต่างๆ ทั้งนิทรรศการ งานประชุม งานแสดงสินค้า งานแสดงดนตรี พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น การจัดงาน Epson’s Regional Laser Projection Showcase 2019 ครั้งนี้ เป็นการรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีเอปสันเลเซอร์โปรเจคเตอร์มานำเสนอในรูปแบบที่สร้างสรรค์ โดยจำลองโซลูชั่นของการใช้งานโปรเจคเตอร์ในธุรกิจต่างๆ มาจัดแสดง เพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการใช้งานจริง”
ภายในงาน Epson’s Regional Laser Projection Showcase 2019 เอปสันได้จัดแสดงเลเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย เพื่อนำเสนอวิธีใช้งานโปรเจคเตอร์เหล่านี้ร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ ซึ่งได้นับว่าเป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้ในการทำงานหรือสภาพแวดล้อมใกล้ตัว อีกทั้งยังช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ได้อีกด้วย

โดยมีการนำเสนอเอปสันเลเซอร์โปรเจคเตอร์ในสถานที่จำลองต่างๆ อาทิ ห้องเวิร์คช้อปของแฟชั่นดีไซน์เนอร์ โชว์รูมร้านค้าปลีก หรือห้องพักผ่อนสำหรับพนักงานภายในออฟฟิศ โดยนำไฮไลท์จุดเด่นของอินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์รุ่นฉายระยะสั้นพิเศษ (Ultra Short Throw) ที่มีความหลากหลายในการใช้งานและมีแอพพลิเคชั่นที่ทันสมัยมานำเสนอได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น การใช้อินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์รุ่น EB-1470Ui จำนวน 2 เครื่อง มาฉายภาพพาโนรามาขนาด 177 ตารางนิ้ว ในห้องเวิร์คช้อปของแฟชั่นดีไซน์เนอร์ เพื่อใช้ในการประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับทีมงาน ในขณะที่ดีไซน์เนอร์เองก็สวมแว่นตาอัจฉริยะ Moverio และใช้ซอฟท์แวร์ KDDI Augmented Reality Recognition เพื่อสื่อสารและรับฟังความคิดเห็นของทีมงานที่ทำงานอยู่คนละแห่งได้

ส่วนการจัดแสดงในโชว์รูมของดีไซเนอร์ เอปสันนำเสนอขั้นตอนการออกแบบผ้ากันเปื้อนของดีไซเนอร์ ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างสะดวกสบาย โดยดีไซเนอร์สามารถเลือกแบบและเทมเพลทจากแอพพลิเคชั่นในแทปเล็ต พร้อมดูผลงานการออกแบบบนผ้ากันเปื้อนจากการฉายภาพทับซ้อนด้วยเครื่องเลเซอร์โปรเจคเตอร์ LightScene ที่กำหนดสีและรูปทรงได้ตรงกับตัวชิ้นงาน ก่อนดีไซเนอร์จะส่งแบบนั้นไปพิมพ์ผลงานจริงด้วยเครื่องพิมพ์สิ่งทอของเอปสันต่อไป

สำหรับห้องโชว์รูมร้านค้าปลีก จะเป็นการจำลองห้องลองเสื้อผ้าเสมือนจริงแบบอินเตอร์แอคทีฟ ที่ใช้เครื่อง อินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์รุ่นระยะฉายสั้น เพื่อฉายภาพชุดเสื้อผ้าที่ลูกค้าเลือกไว้ลงบนตัวลูกค้า เพื่อดูว่าลูกค้าจะถูกใจหรือไม่ก่อนตัดสินใจซื้อ

ส่วนห้องพักผ่อนพนักงานภายในออฟฟิศ จะใช้เลเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่น EB-L610U ฉายภาพจากด้านบนลงเคาน์เตอร์บาร์ เพื่อสร้างภาพและบรรยากาศสุดผ่อนคลาย ในขณะที่โซนออกกำลังกายของพนักงานก็มีการนำเลเซอร์โปรเจคเตอร์ LightScene มาฉายภาพทิวทัศน์ที่หลากหลาย เพื่อทำให้พนักงานได้เพลิดเพลินในขณะที่ปั่นจักรยานได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีเลเซอร์โปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานภายในบ้านรุ่น EH-LS100 ที่สามารถฉายภาพขนาดใหญ่ถึง 100 ตารางนิ้วได้ในระยะฉายเพียง 26 เซนติเมตร เท่านั้น ซึ่งจะสร้างอรรถรสในการรับชมได้เป็นอย่างดี นายยรรยง กล่าวต่อว่า “ด้วยวิธีการนำเสนอที่สร้างสรรค์เช่นนี้ บริษัทและร้านค้าต่างๆ จะเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ว่าเลเซอร์โปรเจคเตอร์ของเอปสันสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยยกระดับกระบวนการทำงาน และเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจและลูกค้าของ พวกเขาได้เต็มที่”

Projection Mapping ณ มิวเซียมสยาม

เอปสันได้นำ EB-L25000U เลเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่นความสว่างสูงสุด 25,000 ลูเมนส์ ซึ่งมี contrast ratio มากกว่า 2,500,000 : 1 จำนวน 2 เครื่อง พร้อมเลนส์ ELPLU05 มาใช้ทำเทคนิคโปรเจคชั่นแมปปิ้งบนผนังกำแพงนอกอาคารมิวเซียมสยาม เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและสีสันของวัฒนธรรมไทยอย่างสุดตระการตา

from:https://www.enterpriseitpro.net/epson-show-case-projector/

เอปสันเนรมิตงาน Epson’s Regional Laser Projection Showcase 2019 โชว์ศักยภาพ เลเซอร์โปรเจคเตอร์สุดตระการตา

 

เอปสันจัดงาน Epson’s Regional Laser Projection Showcase 2019 แสดงนวัตกรรมเลเซอร์โปรเจคเตอร์ในรูปแบบสุดสร้างสรรค์ พร้อมจัดแสดงโปรเจคชั่นแมปปิ้งสุดอลังการ ณ มิวเซียมสยาม

Epson

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หลังจากเปิดตัวเลเซอร์ โปรเจคเตอร์อย่างเป็นทางการในปี 2559 เอปสันได้พัฒนาและเปิดตัวนวัตกรรมเลเซอร์โปรเจคเตอร์ออกสู่ตลาด อย่างต่อเนื่อง จนมีทางเลือกให้กับลูกค้าในทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรธุรกิจ สถาบันศึกษา ธุรกิจบันเทิง ออร์แกไนเซอร์ รวมไปถึงการจัดงานประเภทต่างๆ ทั้งนิทรรศการ งานประชุม งานแสดงสินค้า งานแสดงดนตรี พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น การจัดงาน Epson’s Regional Laser Projection Showcase 2019 ครั้งนี้  เป็นการรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีเอปสันเลเซอร์โปรเจคเตอร์มานำเสนอในรูปแบบที่สร้างสรรค์  โดยจำลองโซลูชั่นของการใช้งานโปรเจคเตอร์ในธุรกิจต่างๆ มาจัดแสดง  เพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการใช้งานจริง”

ภายในงาน Epson’s Regional Laser Projection Showcase 2019 เอปสันได้จัดแสดงเลเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย เพื่อนำเสนอวิธีใช้งานโปรเจคเตอร์เหล่านี้ร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ ซึ่งได้นับว่าเป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้ในการทำงานหรือสภาพแวดล้อมใกล้ตัว  อีกทั้งยังช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ได้อีกด้วย

โดยมีการนำเสนอเอปสันเลเซอร์โปรเจคเตอร์ในสถานที่จำลองต่างๆ อาทิ ห้องเวิร์คช้อปของแฟชั่นดีไซน์เนอร์
โชว์รูมร้านค้าปลีก หรือห้องพักผ่อนสำหรับพนักงานภายในออฟฟิศ โดยนำไฮไลท์จุดเด่นของอินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์รุ่นฉายระยะสั้นพิเศษ (Ultra Short Throw) ที่มีความหลากหลายในการใช้งานและมีแอพพลิเคชั่นที่ทันสมัยมานำเสนอได้เป็นอย่างดี

ยกตัวอย่างเช่น การใช้อินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์รุ่น EB-1470Ui จำนวน 2 เครื่อง มาฉายภาพพาโนรามาขนาด 177 ตารางนิ้ว ในห้องเวิร์คช้อปของแฟชั่นดีไซน์เนอร์ เพื่อใช้ในการประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับทีมงาน  ในขณะที่ดีไซน์เนอร์เองก็สวมแว่นตาอัจฉริยะ Moverio และใช้ซอฟท์แวร์ KDDI Augmented Reality Recognition เพื่อสื่อสารและรับฟังความคิดเห็นของทีมงานที่ทำงานอยู่คนละแห่งได้

ส่วนการจัดแสดงในโชว์รูมของดีไซเนอร์ เอปสันนำเสนอขั้นตอนการออกแบบผ้ากันเปื้อนของดีไซเนอร์ ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างสะดวกสบาย โดยดีไซเนอร์สามารถเลือกแบบและเทมเพลทจากแอพพลิเคชั่นในแทปเล็ต  พร้อมดูผลงานการออกแบบบนผ้ากันเปื้อนจากการฉายภาพทับซ้อนด้วยเครื่องเลเซอร์โปรเจคเตอร์ LightScene ที่กำหนด

สีและรูปทรงได้ตรงกับตัวชิ้นงาน ก่อนดีไซเนอร์จะส่งแบบนั้นไปพิมพ์ผลงานจริงด้วยเครื่องพิมพ์สิ่งทอของเอปสันต่อไป

สำหรับห้องโชว์รูมร้านค้าปลีก จะเป็นการจำลองห้องลองเสื้อผ้าเสมือนจริงแบบอินเตอร์แอคทีฟ ที่ใช้เครื่อง อินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์รุ่นระยะฉายสั้น  เพื่อฉายภาพชุดเสื้อผ้าที่ลูกค้าเลือกไว้ลงบนตัวลูกค้า เพื่อดูว่าลูกค้าจะถูกใจหรือไม่ก่อนตัดสินใจซื้อ

ส่วนห้องพักผ่อนพนักงานภายในออฟฟิศ  จะใช้เลเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่น EB-L610U ฉายภาพจากด้านบนลงเคาน์เตอร์บาร์  เพื่อสร้างภาพและบรรยากาศสุดผ่อนคลาย ในขณะที่โซนออกกำลังกายของพนักงานก็มีการนำเลเซอร์โปรเจคเตอร์ LightScene มาฉายภาพทิวทัศน์ที่หลากหลาย  เพื่อทำให้พนักงานได้เพลิดเพลินในขณะที่
ปั่นจักรยานได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีเลเซอร์โปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานภายในบ้านรุ่น EH-LS100 ที่สามารถฉายภาพขนาดใหญ่ถึง 100 ตารางนิ้วได้ในระยะฉายเพียง 26 เซนติเมตร เท่านั้น  ซึ่งจะสร้างอรรถรสในการรับชมได้เป็นอย่างดี

นายยรรยง กล่าวต่อว่า “ด้วยวิธีการนำเสนอที่สร้างสรรค์เช่นนี้ บริษัทและร้านค้าต่างๆ จะเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ว่าเลเซอร์โปรเจคเตอร์ของเอปสันสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร  ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยยกระดับกระบวนการทำงาน และเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจและลูกค้าของ พวกเขาได้เต็มที่”

Projection Mapping ณ มิวเซียมสยาม

เอปสันได้นำ EB-L25000U เลเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่นความสว่างสูงสุด 25,000 ลูเมนส์ ซึ่งมี contrast ratio มากกว่า 2,500,000 : 1 จำนวน 2 เครื่อง พร้อมเลนส์ ELPLU05 มาใช้ทำเทคนิคโปรเจคชั่นแมปปิ้งบนผนังกำแพงนอกอาคารมิวเซียมสยาม เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและสีสันของวัฒนธรรมไทยอย่างสุดตระการตา

 

from:http://mobileocta.com/epsons-regional-laser-projection-showcase-2019/

เอปสัน ลุยงานแสดงสินค้าใหญ่ จัดเต็มโซลูชั่นตอบโจทย์ภาคธุรกิจและการศึกษา

 

เอปสัน มุ่งตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรธุรกิจทุกขนาด ทั้งด้านประสิทธิภาพของตัวผลิตภัณฑ์ ความคุ้มค่าในการลงทุนและการบริการที่ได้มาตรฐาน  โดยเอปสันนำนวัตกรรมและโซลูชั่นมาร่วมในงานแสดงสินค้าใหญ่ เริ่มจาก BMAM Expo Asia 2018 งานแสดงสินค้าและการประชุมสัมมนาด้านการบำรุงรักษาอาคารและการบริหารจัดการทรัพยากรอาคารแห่งเอเชีย 

Epson

ซึ่งเอปสันจัดแสดงสินค้า อาทิ WF-C5790 มัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง  ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการพิมพ์ปริมาณมากและมีต้นทุนการพิมพ์ที่ประหยัดกว่าเลเซอร์ถึง 50%  รวมถึงสแกนเนอร์แบบพกพา DS-360W ที่มีความเร็วที่สุด เชื่อมต่อง่ายดายผ่านสาย USBและรองรับการเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือ  และเลเซอร์โปรเจคเตอร์ EB-L1505UH ที่มีเทคโนโลยี 4K เพื่อรองรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่และต้องการภาพที่มีความสว่างและความละเอียดของภาพสูง เช่น ห้องจัดงานเลี้ยง หอประชุม โรงละคร พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น

นอกจากนี้เอปสัน ยังได้นำโซลูชั่นสำหรับผู้ประกอบการด้านการขนส่ง ร่วมแสดงในงาน TILOG-LOGISTIX 2018 งานแสดงสินค้า บริการ และโซลูชั่นด้านโลจิสติกส์การค้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์ฉลาก Epson ColorWorks และ Epson LabelWorks ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการพิมพ์ฉลากประเภทต่างๆ ภายในโรงงานตามมาตรฐาน GHS รวมถึงบาร์โค้ดติดผลิตภัณฑ์หรือฉลากติดบนบรรจุภัณฑ์  หุ่นยนต์แขนกลสำหรับไลน์การผลิตและการประกอบชิ้นส่วนขนาดเล็กที่ต้องการความแม่นยำสูงในกระบวนการบรรจุภัณฑ์

ปิดท้ายกันที่งาน EDUCA 2018 มหกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพ ภายในงานเอปสันนำนวัตกรรมทางการศึกษามาจัดแสดง ไม่ว่าจะเป็นพรินเตอร์ระบบแท็งค์แท้EcoTank ทั้ง L-Series และ M-Series ซึ่งมีจุดเด่นด้านความประหยัดและต้นทุนการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership) ที่ต่ำที่สุดในตลาด   พร้อมอินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์ ซึ่งครูผู้สอนสามารถสร้างสื่อการเรียนการสอนแบบอินเตอร์แอคทีฟได้อย่างง่ายดาย เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับบทเรียนเกิดความน่าสนใจ

รวมทั้งเอปสันยังนำแว่นตาอัจฉริยะ Moverio BT-300 มาเปิดโลกการเรียนรู้แบบเสมือนจริง (AR) ให้แก่ผู้สวมใส่อีกด้วย  ซึ่งทั้งหมดนี่ เป็นการตอกย้ำว่านวัตกรรมของเอปสัน ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด สามารถตอบโจทย์ธุรกิจที่หลากหลายได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

from:http://mobileocta.com/epson-to-exhibit-major-events-provides-solutions-for-business-and-education/