คลังเก็บป้ายกำกับ: Enterprise

Zoom บริษัทวิดีโอคอนเฟอเรนซ์สำหรับองค์กร ยื่น IPO ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

Zoom บริษัทซอฟต์แวร์วิดีโอคอนเฟอเรนซ์สำหรับตลาดองค์กร ยื่นเอกสารเตรียมขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq แล้ว

Zoom เป็นสตาร์ตอัพที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2011 โดย Eric Yuan อดีตพนักงานจากทีม WebEx เดิม (ปัจจุบันเป็นของ Cisco) และได้รับความนิยมมาอย่างเงียบๆ ในตลาดองค์กร ในปีการเงินที่ผ่านมา Zoom มีรายได้ 330 ล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้น 2 เท่าจากปีก่อน แถมมีกำไรประมาณ 7 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าหาได้ยากสำหรับสตาร์ตอัพในรุ่นเดียวกัน

วิธีการหาเงินของ Zoom ใช้โมเดลตรงไปตรงมาคือเก็บค่าใช้งาน โดยมีแบบเวอร์ชันฟรีที่จำกัดความสามารถ และเวอร์ชันเสียเงิน ราคาเริ่มต้นที่ 14.99 ดอลลาร์ต่อเดือน คู่แข่งของ Zoom ในท้องตลาดก็มีทั้ง Cisco WebEx, Skype, Google Hangouts, LogMeIn แต่บริษัทก็ได้รับเสียงวิจารณ์ในทางบวก และเกาะกลุ่ม leader ด้านโซลูชันการประชุม จากรายงานของ Gartner

ที่มา – Zoom, CNBC, ภาพจาก Zoom

No Description

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/108809

โฆษณา

Windows Virtual Desktop บริการ VDI บน Azure ที่ไมโครซอฟท์ทำเอง เปิดให้ลองใช้แล้ว

ปีที่แล้ว ไมโครซอฟท์เปิดตัว Windows Virtual Desktop ของตัวเองบน Azure แต่ยังทดสอบในวงจำกัด วันนี้ Windows Virtual Desktop ได้ฤกษ์เปิดรุ่นพรีวิวให้คนทั่วไปทดสอบกัน

จุดเด่นของ Windows Virtual Desktop คือเป็นบริการ virtual desktop infrastructure (VDI) ที่ไมโครซอฟท์ทำเอง ปรับแต่งประสิทธิภาพมาสำหรับการรัน Office 365 ProPlus แถมยังรองรับ Windows 7 ไปจนถึงปี 2023 แบบไม่ต้องเสียเงินค่าต่ออายุแพตช์ความปลอดภัยในช่วง 3 ปีข้างหน้าอีกด้วย

ไมโครซอฟท์ยังประกาศพาร์ทเนอร์ที่สามารถเข้ามาเชื่อมต่อกับ Windows Virtual Desktop ได้คือ Citrix และ Samsund DeX รวมถึงประกาศว่าจะเปิดให้พาร์ทเนอร์อื่นๆ เข้ามาขายโซลูชันผ่าน Azure Marketplace ด้วย

วิธีคิดเงินของ Windows Virtual Desktop คือเสียค่า VM และสตอเรจของ Azure เหมือนเช่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ตามปกติ และเสียค่าไลเซนส์ Windows/Office ต่างหาก หรือหากถ้ามีไลเซนส์แบบเหมาจ่ายอยู่แล้วก็ไม่ต้องเสียตรงนี้เพิ่ม

ที่มา – Microsoft

No Description

from:https://www.blognone.com/node/108799

Facebook ประกาศ​ Workplace มีผู้ใช้งานแบบเสียเงินถึง 2 ล้านคนแล้ว

Facebook ประกาศอัพเดต Workplace ซึ่งเป็น Facebook สำหรับการใช้งานภายในองค์กร โดยระบุว่าตอนนี้ Workplace มีผู้ใช้แบบเสียเงินถึง 2 ล้านคนแล้วในระยะเวลาเพียง 2 ปีกว่า ๆ เท่านั้น หลังจากเปิดตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2016

Workplace by Facebook นี้มีองค์กรใหญ่ใช้งานเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ Walmart, Nestle, Delta Air Lines, Booking.com, Virgin Atlantic ไปจนถึงสตาร์ทอัพอย่าง Spotify, Grab หรือแม้กระทั่ง NGO อย่าง WWF, Unicef UK และ Save the Children ซึ่งถ้านับเฉพาะองค์กรใหญ่ที่มีจำนวนผู้ใช้มากกว่า 1 หมื่นคนที่ใช้ Workplace ก็มีราว 150 แห่ง

Facebook ชูจุดแข็งที่ Workplace ใช้ฟีเจอร์ที่คุ้นเคยอยู่แล้วบน Facebook อย่างเช่น แชท, วิดีโอคอล, โพสต์ หรือกลุ่มมาใช้งานภายในองค์กร และช่วงหลังก็มีฟีเจอร์ิเพิ่มเติมอีก เช่น ​Safety Check เพื่อตรวจสอบว่าพนักงานหน้างานได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือไม่, นำเทคโนโลยี machine learning จาก Facebook มาช่วยลดโอเวอร์โหลดของอีเมล ไปจนถึงการอินทิเกรตกับบริการจากบริษัทอื่น ๆ เช่น Microsoft, Google, Box เป็นต้น

Workplace by Facebook นั้นคิดค่าใช้จ่าย 3 ดอลลาร์ต่อจำนวนผู้ใช้แอคทีฟต่อเดือน​ แต่ก็มีเวอร์ชันฟรีให้เลือกใช้งานด้วย ซึ่งจำนวนผู้ใช้ 2 ล้านคนต่อเดือนนี้ยังไม่ได้นับจำนวนผู้ใช้ฟรี และผู้ใช้ Workplace for Good ซึ่งเป็นโครงการ Workplace ฟรีสำหรับบริษัทไม่แสวงผลกำไรเข้าไปด้วย ถ้านับรวมแล้ว Facebook ระบุว่าจะมีอีกหลายล้านคน

ที่มา – TechCrunch, Facebook

No Description
ภาพจาก Facebook

from:https://www.blognone.com/node/108411

นักวิจัยรายงานช่องโหว่เฟิร์มแวร์ แฮกเกอร์อาจยึดเซิร์ฟเวอร์บริการคลาวด์ Bare Metal ได้

นักวิจัยจาก Eclypsium บริษัทด้านความปลอดภัยฮาร์ดแวร์รายงานการค้นพบช่องโหว่บนเฟิร์มแวร์ BMC (Baseboard Management Controller) ที่เอาไว้ให้แอดมินติดตามสถานะและสั่งการเครื่องผ่านทางไกลบนเซิร์ฟเวอร์ Bare-Metal โดยช่องโหว่เปิดให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์หรือส่งคำสั่งควบคุมได้ แม้ตัวเซิร์ฟเวอร์จะผ่านการลบข้อมูลของผู้ให้บริการคลาวด์ก่อนส่งต่อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ต่อไปให้ลูกค้ารายใหม่ก็ตาม

Eclypsium ได้ทดสอบช่องโหว่ดังกล่าวกับเครื่อง Bare-Metal ของ SoftLayer หนึ่งในบริการคลาวด์ของ IBM และประสบความสำเร็จในการแก้ไขโค้ดเฟิรมแวร์ BMC และหลังจากการทดสอบแก้ไขเฟิร์มแวร์ พบว่าผู้ให้บริการคลาวด์ไม่ได้แฟลชเฟิร์มแวร์ใหม่หลังจากรับเครื่องคืนจากลูกค้า เปิดโอกาสให้แฮกเกอร์อาจฝังโค้ดมุ่งร้ายเอาไว้โจมตีลูกค้าอื่นภายหลัง

นักวิจัยของ Eclypsium ระบุด้วยว่าแฮกเกอร์ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการเปลี่ยนเฟิร์มแวร์ BMC ก็สามารถโจมตีและสร้างความเสียหายให้กับองค์กรได้อยู่ดี เพราะล็อกและรหัสผ่านรูทของ BMC ยังคงถูกเก็บเอาไว้แม้จะผ่านกระบวนการลบข้อมูลของผู้ให้บริการแล้วก็ตาม ซึ่งตัวล็อก จะทำให้ลูกค้ารายใหม่รู้พฤติกรรมของลูกค้าคนเก่า และข้อมูลเกี่ยวกับรหัสผ่านรูทอาจทำให้แฮกเกอร์เข้ามาควบคุมเครื่องภายหลัง

No Description

Eclypsium จเตือนให้ผู้ให้บริการคลาวด์ที่มีบริการ Bare-Metal-as-a-Service ให้แฟลชเฟิร์มแวร์ BMC กลับไปเป็นค่าโรงงาน, ลบล็อกและตั้งรูทพาสเวิร์ดให้ลูกค้าใหม่ทุกครั้ง

ไอบีเอ็มตอบรับรายงานนี้ แต่จัดความรุนแรงไว้ที่ระดับต่ำ (CVSS 3.0) ขณะที่ทาง Elyspsium คิดว่าควรเป็นช่องโหว่วิกฤติ (CVSS 9.3) อย่างไรก็ดี ไอบีเอ็มได้แก้ไขตามคำแนะนำ ด้วยการแฟลชเฟิร์มแวร์ใหม่ทุกรอบ และเปลี่ยนรหัสผ่านรูทก่อนส่งมอบเครื่องให้ลูกค้ารายใหม่แล้ว

ที่มา – ZDNet

from:https://www.blognone.com/node/108405

ไมโครซอฟท์ขยายฟีเจอร์ AR สำหรับองค์กร จาก HoloLens สู่มือถือ Android/iOS ด้วย

เราเห็นไมโครซอฟท์พยายามผลักดันการใช้งาน Mixed Reality กับการใช้งานเฉพาะทาง เช่น การประชุมทางไกล การรีโมทเข้าไปแก้ปัญหาหน้างาน แต่ที่ผ่านมาก็ยังเน้นเฉพาะบนแพลตฟอร์มแว่น HoloLens เป็นหลัก

ล่าสุดไมโครซอฟท์ขยายบริการเหล่านี้มายังอุปกรณ์พกพาด้วย โดยเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ของโปรแกรมชุด Dynamics 365 (รวม CRM+ERP เข้าด้วยกัน)

ซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์แบ่งออกเป็น 2 ตัวได้แก่

Dynamics 365 Product Visualize ใช้มือถือหรือแท็บเล็ตแสดงให้เห็นตัวอย่างผลิตภัณฑ์จริงในโลก AR เหมาะสำหรับเซลส์ที่ต้องการให้ลูกค้าเห็นภาพว่าสินค้าจริงนำมาติดตั้งแล้วหน้าตาเป็นอย่างไร แอพตัวนี้จะลง iOS ก่อน

No Description

Dynamics 365 Remote Assist เป็นการนำกล้องสมาร์ทโฟนเข้ามาทำ Remote Assist ช่วยเหลือหน้างานจริง เช่น ควบคุมเครื่องจักรที่มีความซับซ้อนสูง ฟีเจอร์นี้มีใน HoloLens อยู่ก่อนแล้ว แต่ขยายมาสู่สมาร์ทโฟน Android ด้วย

No Description

ไมโครซอฟท์ไม่ได้ระบุว่าแอพทั้งสองตัว จะมีสลับไปลง iOS/Android ด้วยหรือไม่

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/108265

Google Cloud เสริมทัพ ซื้อกิจการ Aloomba บริษัทด้าน Data Migration ขึ้นคลาวด์

Google Cloud ภายใต้ยุคซีอีโอคนใหม่ Thomas Kurian เริ่มเดินหน้าซื้อกิจการมาเสริมทัพแล้ว

บริษัทแรกที่ซื้อมาในยุคของ Kurian คือ Alooma ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้ายข้อมูล (data migration) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้ลูกค้าองค์กรย้ายฐานข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์เดิมมาสู่คลาวด์ ซอฟต์แวร์ของ Alooma ช่วยอำนวยความสะดวกให้องค์กรที่มีฐานข้อมูลจำนวนมากๆ กระจัดกระจายอยู่ตามฝ่ายต่างๆ สามารถย้ายขึ้นคลาวด์ได้ง่ายขึ้น

กูเกิลอธิบายว่าซื้อ Alooma เข้ามาเพื่อต่อพ่วงกับบริการฐานข้อมูลบนคลาวด์ของตัวเอง เช่น Cloud Spanner และ Cloud Bigtable รวมถึงประกาศว่าจะเดินหน้าซื้อกิจการต่อไปอีก

ที่มา – Google, Aloma

No Description

from:https://www.blognone.com/node/108222

ทางเลือกสำรองให้ลูกค้าองค์กร IBM เตรียมเปิดบริการคลาวด์ POWER9 ในเอเชีย

ไอบีเอ็มมีทำบริการคลาวด์มานานแต่การใช้งานโดยทั่วไปก็ยังจำกัด ล่าสุดบริษัทหันมาขยายคลาวด์สำหรับเซิร์ฟเวอร์ POWER9 ที่ยังใช้งานอยู่ในตลาดองค์กร โดยจะขยายศูนย์ข้อมูลที่รองรับ POWER9 อีกหลายศูนย์ รวมถึงโซนเอเชียภายในปีนี้ด้วย

ก่อนหน้านี้ บริการ IBM Cloud เคยให้บริการเซิร์ฟเวอร์ POWER9 มาก่อนแล้ว แต่มีเฉพาะในศูนย์ข้อมูลดัลลัสเท่านั้น โดยประกาศครั้งนี้ระบุว่าจะเพิ่มศูนย์ข้อมูลวอชิงตัน, ยุโรป, และเอเชีย

ขณะที่บริการคลาวด์ x86 นั้นไอบีเอ็มต้องตัดราคาแข่งกับผู้ให้บริการอื่นๆ ที่ปรับราคากันอยู่เรื่อยๆ ลูกค้าระดับองค์กรที่ใช้เซิร์ฟเวอร์ POWER9 อยู่แล้ว หากสามารถมาใช้บริการคลาวด์แทนการตั้งศูนย์ข้อมูลสำรองเอง หรือใช้สำหรับการพัฒนาก็ถือว่าเป็นการมอบทางเลือกที่ win-win ทั้งไอบีเอ็มเองและลูกค้า

บริการ IBM Power Systems Virtual Server on IBM Cloud จะมีเครื่องขนาดใหญ่สุด 160 คอร์, แรม 64GB, เลือกระหว่าง AIX และ IBM i OS ได้ และใช้สตอเรจเป็น IBM Storewize V7000

ที่มา – ITNews.com.au, IBM

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/108215