คลังเก็บป้ายกำกับ: ENDPOINT_MANAGEMENT

รู้จักกับ Samsung Knox รุ่นอัปเดต กับการตอบโจทย์ธุรกิจที่มี Smartphone และ Tablet เป็นหัวใจสำคัญ

ทุกวันนี้หลายๆ ธุรกิจเองต่างก็เริ่มมีการปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation กันอย่างเต็มตัว และอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการทำงานนั้นก็เริ่มเปลี่ยนจาก PC ไปเป็น Smartphone หรือ Tablet กันแล้ว และโจทย์ที่ธุรกิจเหล่านี้ต้องเริ่มเผชิญก็คือการบริหารจัดการอุปกรณ์พกพาจำนวนมหาศาล และการรักษาอุปกรณ์เหล่านี้ให้ยังคงทำงานได้มั่นคงปลอดภัยอยู่เสมอนั่นเอง “Security Phone For Business” บริการจัดการความปลอดภัยสำหรับสมาร์ทโฟนขององค์กรที่จะช่วยทั้งเรื่องการบริหารเครื่องสมาร์ทโฟนและยังมาพร้อมความปลอดภัยนับเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆที่องค์กรต่างๆ ให้ความสนใจ

Samsung หนึ่งในผู้นำของตลาด Smartphone และ Tablet ที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android เป็นหลัก ก็ได้เล็งเห็นถึงโจทย์ข้อนี้มาเป็นเวลานาน และได้ทำการพัฒนาโซลูชัน Samsung Knox มาอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดจากการเป็นเพียงแค่โซลูชันในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ Android แต่ละเครื่อง มาสู่การเป็นโซลูชันด้านการบริหารจัดการอุปกรณ์ Android ของ Samsung ในระดับธุรกิจองค์กร ด้วยโซลูชันที่หลากหลายและครอบคลุม โดยโซลูชันที่ได้รับความนิยมสำหรับธุรกิจองค์กรในไทยนั้นได้แก่ Knox Manage และ Knox Mobile Enrollment ที่จะช่วยให้การเริ่มต้นใช้งานอุปกรณ์ Samsung ในการทำงานของพนักงานแต่ละแผนกนั้นเป็นไปได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และบริหารจัดการได้อยู่เสมอ

Samsung Knox Mobile Enrollment: ติดตั้ง MDM และ EMM หลากหลายค่ายได้แบบอัตโนมัติ ง่ายต่อการเริ่มต้นใช้งาน Android สำหรับองค์กร

Credit: Samsung

Knox Mobile Enrollment จะทำให้อุปกรณ์ Samsung ทำการลงทะเบียนเป็นอุปกรณ์ภายในระบบบริหารจัดการขององค์กรโดยอัตโนมัติทันทีที่เปิดเครื่องและเชื่อมต่อ Internet ก่อนที่จะทำการดาวน์โหลด MDM หรือ EMM Application มาติดตั้งและ Login ให้โดยอัตโนมัติ

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Knox Mobile Enrollment นี้ก็คือการรองรับการทำงานร่วมกับ MDM และ EMM ได้หลากหลายยี่ห้อ โดยนอกเหนือไปจาก Knox Manage เองแล้ว ก็ยังรองรับโซลูชันชั้นนำอย่าง VMware Workspace ONE UEM, BlackBerry UEM, Citrix Endpoint Management, IBM MaaS360 with Watson, MobileIron UEM, SOTI MobiControl, Microsoft Intune และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่ https://www.samsungknox.com/en/it-solutions/supported-mdm-vendors

Knox Mobile Enrollment จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบ IT ทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องทำการติดตั้ง MDM หรือ EMM ให้ยุ่งยากอีกต่อไป ในขณะที่ผู้ใช้งานแต่ละอุปกรณ์เองนั้นก็ไม่ต้องพะวงกับขั้นตอนการ Enroll อุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ทักษะทางภาษาที่ค่อนข้างมาก สามารถเริ่มต้นใช้งาน Samsung Device ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยตั้งแต่วันแรกที่เปิดใช้งานได้ทันที เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความมั่นคงปลอดภัยบนอุปกรณ์พกพา และมีแผนที่จะจัดซื้ออุปกรณ์ Android จำนวนมากให้พนักงานใช้งาน

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Samsung Knox Mobile Enrollment ได้ที่ https://www.samsungknox.com/en/solutions/it-solutions/knox-mobile-enrollment

Samsung Knox Manage: โซลูชัน EMM ที่บริหารจัดการอุปกรณ์ของ Samsung ได้ลึกยิ่งกว่าใคร

Credit: Samsung

ถึงแม้ Knox Mobile Enrollment นั้นจะรองรับการทำงานร่วมกับ MDM และ EMM ได้หลายค่าย แต่หากในองค์กรนั้นตัดสินใจเลือกใช้อุปกรณ์ของ Samsung เป็นหลักแล้ว Knox Manage ก็ถือเป็นโซลูชันระบบ EMM ที่สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ของ Samsung เองได้ดีที่สุด เพราะสามารถควบคุมลงลึกไปถึงความสามารถเฉพาะทางที่มีแตกต่างกันไปในอุปกรณ์แต่ละรุ่น และรองรับความสามารถใหม่ๆ บนอุปกรณ์ Samsung รุ่นล่าสุดได้อยู่เสมอนั่นเอง อย่างเช่น การควบคุมฟังก์ชัน Samsung DeX ที่มีมาให้ใช้บน Samsung Galaxy Note เป็นต้น

สำหรับความสามารถอื่นๆ ที่น่าสนใจของ Samsung Knox Manage นั้นก็มีดังต่อไปนี้

  • การควบคุมบังคับรุ่นของ OS และกำหนดนโยบายในการอัปเดต OS เองได้
  • ปรับแต่งการตรวจสอบ Compliance เชิงลึกเองได้ รองรับการตรวจสอบตำแหน่ง, ปริมาณการโทรหรือการเชื่อมต่อข้อมูล, ปริมาณ Battery, Application ที่ทำการติดตั้ง เป็นต้น
  • สามารถทำ Remote Device Lock/Wipe ได้
  • ผู้ดูแลระบบ IT สามารถช่วยแก้ไขปัญหาจากระยะไกลผ่านการทำ Shared Device Screen หรือการ Record/Capture Screen ได้ รวมถึงยังรับส่งไฟล์จากระยะไกลได้อีกด้วย
  • ปรับอุปกรณ์ให้ทำงานใน Kiosk Mode และปรับแต่งการแสดงผลและการทำงานได้อย่างละเอียด
  • แบ่งระดับสิทธิ์ของ Admin ในการจัดการอุปกรณ์ได้หลายชั้น แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันได้อย่างเป็นระบบ
  • ทำงานร่วมกับ Android Enterprise รองรับทั้ง Device Owner Mode และ Profile Owner Mode ได้
  • สามารถสั่งติดตั้งและอัปเดต App ได้จากระยะไกล พร้อมทั้งบังคับห้าม Uninstall ได้
  • สามารถส่งไฟล์ไปยังผู้ใช้งานได้หลายประเภท เพื่อให้ Onboard การทำงานเบื้องต้นได้ง่าย
  • สั่งปิดกล้อง, ปิดการทำ Screen Capture และควบคุมการตั้งค่าของ Browser และ Network ได้
  • จำกัดการโทร, การส่ง SMS/MMS และการเชื่อมต่อเครือข่ายได้
  • ปิดการทำ Factory Default, ห้ามปิดเครื่อง, ห้ามเข้า Developer Mode และห้ามเข้า Safe Mode ได้
  • เปิดบังคับใช้การทำ Multi-Factor Authentication ได้
  • สร้างนโยบายแบบ Policy-based โดยอาศัยเงื่อนไขจากเวลา, สถานที่, การใช้งาน App, การทำ Roaming, การถอดหรือใส่ SIM และการเชื่อมต่อ Wi-Fi วงที่รู้จักได้
    Knox Manage นี้ไม่ได้รองรับแต่เพียงแค่อุปกรณ์ของ Samsung เท่านั้น แต่ยังรองรับการจัดการ Android, iOS และ Windows 10 ได้จากศูนย์กลางด้วย เพียงแต่การจัดการอุปกรณ์ของ Samsung เองนั้นจะสามารถทำได้อย่างเจาะลึกยิ่งกว่า

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Samsung Knox Manage ได้ที่ https://www.samsungknox.com/en/solutions/it-solutions/knox-manage

เลือกโซลูชันให้เหมาะสม และทำการทดสอบให้ดี

แต่ละโซลูชันของ Samsung Knox เองนี้ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ค่อนข้างมาก และความสามารถที่รองรับบนอุปกรณ์ Samsung แต่ละรุ่นเองนั้นก็แตกต่างกันออกไป ดังนั้นธุรกิจองค์กรใดที่สนใจจะนำโซลูชันของ Samsung ไปใช้งานอย่างจริงจังนั้น ก็ควรจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมมีอุปกรณ์และโซลูชันเหล่านี้เอาไว้ทดสอบจนมั่นใจว่าระบบที่จะลงทุนนั้นจะตอบโจทย์ต่อธุรกิจจริงๆ เพราะโดยมากแล้วโครงการลักษณะนี้มักเป็นโครงการใหญ่ที่มีการจัดซื้ออุปกรณ์จำนวนมากนั่นเอง
ต้องการใช้งานโซลูชัน Samsung Smartphone/Tablet สำหรับธุรกิจ ติดต่อ TrueBusiness ได้ทันที

“ทรูบิสิเนส” ร่วมกับ บริษัทไทยซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ พร้อมนำเสนอบริการสำหรับลูกค้าองค์กร ภายใต้ชื่อบริการ “Security Phone For Business” โดยได้นำ Samsung Knox มาเพื่อเป็นโซลูชันในการช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจลูกค้าองค์กร ก้าวสู่ยุค Digital Transformation อย่างฉับไวและปลอดภัย โดยบริการนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตั้งค่าเริ่มต้นการใช้งานเครื่องสมาร์ทโฟน ตามข้อกำหนดขององค์กร รวมไปถึงการติดตั้งแอปพลิเคชั่นต่างๆ ไปที่เครื่องสมาร์ทโฟน ขององค์กร และ พร้อมใช้งานได้ทันทีเพียงแค่เปิดเครื่องและต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต

บริการนี้ เหมาะกับลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจที่มีนโยบายให้พนักงานใช้สมาร์ทโฟนในการทำงาน หรือมีการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อบริการลูกค้า เช่น กลุ่มธนาคารและประกันภัย กลุ่มธุรกิจสินเชื่อและเช่าซื้อ กลุ่มธุรกิจบริการ (กลุ่มโลจิสติกส์, โรงพยาบาล, โรงแรม, กลุ่มที่พักประเภท Hostel, ร้านอาหาร) กลุ่มธุรกิจค้าปลีก และ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อทีมงานทรูบิสิเนสเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือทำการทดสอบระบบได้ทันที

ทั้งนี้ทางทรูบิสิเนสขอมอบสิทธิพิเศษรับเครื่อง Samsung ฟรี เมื่อสมัครแพ็กเกจทรูมูฟ เอช ตามที่กำหนด ลูกค้าองค์กรที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดแพ็กเกจ ได้ที่ โทร. 1239 กด 1 หรือติดต่อ Email: business_solution@truecorp.co.th

โซลูชันอื่นๆ ของ Samsung Knox ที่ให้เลือกใช้งานได้หลากหลายพร้อมเข้าใจสำหรับธุรกิจที่มีความแตกต่าง

ในมุมมองของ Samsung นั้น การที่อุปกรณ์ Android จะมีความมั่นคงปลอดภัยในระดับที่ตอบโจทย์ของธุรกิจองค์กรได้อย่างเพียงพอนั้น ต้องอาศัยทั้งการพัฒนา Hardware ที่เหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนา Software ที่ดึงเอาศักยภาพด้าน Security ของ Hardware ออกมาใช้งานได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ยังคงตอบโจทย์ Workflow การใช้งานในธุรกิจ และการปกป้องข้อมูลอย่างเหมาะสมด้วย และนี่เองที่ได้กลายเป็นหัวใจของการพัฒนาโซลูชัน Samsung Knox ซึ่งในปัจจุบันก็มีโซลูชันอื่นๆ ให้เลือกใช้งานได้หลากหลายสำหรับตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละธุรกิจ ดังนี้

  • Knox Configure ปรับแต่งการตั้งค่าเบื้องต้นของอุปกรณ์ Samsung ได้จากระยะไกล และทำการ Enroll อุปกรณ์นั้นๆ เข้ามายังระบบขององค์กรโดยอัตโนมัติทันทีที่เชื่อมต่อเครือข่ายได้ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการปรับอุปกรณ์ Samsung ให้ทำงานตอบโจทย์เฉพาะทาง เช่น การทำ Single App Mode, Retail Mode หรือตั้งค่าเบื้องต้นในรูปแบบที่ตอบโจทย์ต่อการทำงานที่สุด
  • Knox Platform for Enterprise โซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ผ่านมาตรฐานระดับใช้งานทางการทหาร ด้วยการความสามารถในการเข้ารหัสข้อมูลอย่างเข้มข้นและอาศัย Hardware เข้าช่วย, การบริหารจัดการการตั้งค่าได้ในเชิงลึก, การตรวจสอบการทำงานของแต่ละอุปกรณ์ได้อย่างละเอียด และการจัดการกับ Credential อย่างปลอดภัย พร้อมทำการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์และ Software ตั้งแต่เริ่มบูทขึ้นมา
  • Knox E-FOTA โซลูชันสำหรับการบริหารจัดการ Firmware ของอุปกรณ์ Samsung ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ต่อความต้องการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การยังคงอุปกรณ์ให้ใช้งาน ณ OS เดิมเพื่อให้สามารถใช้งาน Application ที่ยังไม่พร้อมอัปเดตได้ หรือบังคับอัปเดต OS / Security Firmware ของอุปกรณ์ให้เป็นเวอร์ชั่นที่ต้องการใช้งานได้

จะเห็นได้ว่าแต่ละโซลูชันของ Samsung Knox นี้ถูกพัฒนามาตอบโจทย์ที่แตกต่างกัน มีโซลูชันรองรับความต้องการด้านการบริหารจัดการอุปกรณ์ในหลายระดับ และยังรองรับความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัยที่หลากหลายให้เลือกใช้งาน เช่น ธุรกิจที่ต้องการใช้ Android เป็น Endpoint หลักในการเชื่อมต่อ Application เฉพาะทางอย่างเช่นในธุรกิจ Logistics ก็อาจเลือกใช้ Knox Configure เพื่อตั้งค่าเบื้องต้นของอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน ควบคู่กับการใช้ Knox E-FOTA เพื่อบังคับควบคุม Firmware ให้เป็นรุ่นที่ยังคงทำงานกับระบบ Application ได้เป็นอย่างดี เป็นต้น

from:https://www.techtalkthai.com/samsung-knox-with-security-phone-for-business-by-true-business/

VMware ขอเชิญร่วมสัมมนาฟรี การใช้งาน VMware Workspace ONE Platform บน macOS/iOS/iPad OS สำหรับองค์กร 19 ธ.ค. 2019

VMware ขอเชิญ IT Manager, IT Administrator และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี Deployment with VMware Workspace ONE Platform เพื่อทำความรู้จักกับเทคโนโลยี VMware Workspace ONE ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานผ่านอุปกรณ์ Mobile และ Tablet ภายในธุรกิจองค์รให้คล่องตัวและมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมแบ่งปัน Best Practice ด้านการนำ Apple iOS และ iPad OS มาใช้ในการทำงานของธุรกิจให้มั่นคงปลอดภภัยและบริหารจัดการได้ ในวันที่ 19 ธันวาคม 2019 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

Deployment with VMware Workspace ONE Platform

วันที่ 19 ธันวาคม 2019
เวลา 8.30 – 12.00
สถานที่ FYI Sathorn, Victor Club 8th Floor, Sathorn Square Office Tower 98 North Sathorn Road, Silom, Bangrak, Bangkok
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี https://www.vmware.com/learn/383221_REG.html?cid=7012H0000021Nzp&src=

แนวโน้มด้านการใช้งานอุปกรณ์ Mobile ควบคู่ไปกับบริการ SaaS ในการทำงานนั้นกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง การดูแลรักษาให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้อย่างมั่นคงปลอดภัยอยู่เสมอนั้นจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญ และอุปกรณ์ของ Apple นั้นก็ถือเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการทำงาน ที่จะทำให้พนักงานสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ ทำงานได้อย่างคล่องตัว และสื่อสารร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในสัมมนาครั้งนี้ทีมงาน VMware จะเล่าถึงเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถใช้งานความสามารถบน macOS, iOS และ iPad OS ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และแบ่งปันถึงการใช้งาน Apple Business Manager ร่วมกับ Airwatch จาก VMware เพื่อช่วยให้การ Enroll, การบริหารจัดการ และการดูแลรักษาอุปกรณ์ Apple ทั้งหมดเกิดขึ้นได้จากศูนย์กลางอย่างง่ายดาย พร้อมเล่าถึงความสามารถอื่นๆ ของ VMware Workspace ONE Platform ที่จะช่วยให้ทุกการทำงานเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายและยังคงมั่นคงปลอดภ

กำหนดการ

08:30 AM Registration
09:30 PM Open session by Ekpawin Sukanan, VMware Thailand Country Manager
09:40 AM What’s new for iOS13 & iPadOS by Apple
10:20 AM Break
10:40 AM Apple Business Manager Program integration with VMware Workspace ONE by Apple and VMware
11:20 AM Digital Employees Experience by VMware

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันที

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันทีที่ https://www.vmware.com/learn/383221_REG.html?cid=7012H0000021Nzp&src=

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-workspace-one-platform-free-seminar-invitation/

TechTalk Webinar: Security Foundation for Modern Workplace แนวทางในการบริหารจัดการความปลอดภัยในโลกการทำงานสมัยใหม่ โดย Microsoft

Microsoft ขอเรียนเชิญเหล่าผู้บริหารและผู้จัดการฝ่าย IT และ Security, Security Engineer, IT Administrator และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Security Foundation for Modern Workplace แนวทางในการบริหารจัดการความปลอดภัยในโลกการทำงานสมัยใหม่ โดย Microsoft” เพื่อเรียนรู้จักแนวทางและเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับใช้ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย เสริม Security ให้กับการทำงานภายในธุรกิจองค์กร เพื่อรองรับการใช้งาน Application ที่หลากหลายทั้งบน Cloud และแบบ On-Premises จาก Microsoft ในวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Security Foundation for Modern Workplace แนวทางในการบริหารจัดการความปลอดภัยในโลกการทำงานสมัยใหม่ โดย Microsoft
ผู้บรรยาย: คุณนพชัย ตั้งไตรธรรม, Regional Technology Specialist , Microsoft
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี Cloud & Mobility ได้สร้างโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก และกลายเป็นหนึ่งใน Mega Trend ที่องค์กรทุกระดับต้องมุ่งไป

อย่างไรก็ดีแนวคิดแนวคิดการรักษาความปลอดภัยแบบเดิมมีข้อจำกัดในการทำงาน จนบางครั้งทีม Security ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคในการทำงาน ใน Webinar ครั้งนี้เราจะมาเรียนรู้แนวคิดการออกแบบ แนวทางรักษาความปลอดภัยที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ ช่วยให้คนในสาย Security ทำงานได้ง่ายขึ้น แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นโดยไม่ต้องปิดกั้นการทำงานในรูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าในองค์กรจะมีการนำ Modern App ใดๆ เข้ามาใช้งาน ทั้ง Office365, Dynamic รวมทั้ง 3rd Party Cloud Vendors ไปจนถึง Legacy On-Prem Web App ที่ธุรกิจองค์กรมีอยู่

พบกับเหล่าวิทยากรจากทีมงาน Microsoft ที่จะพร้อมมาถ่ายทอดแนวคิด, เทคโนโลยี และถามตอบปัญหาทางด้าน Security ได้ใน Webinar ครั้งนี้

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_rAc4Kb9fRXCmUnNhzx_6OQ โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-security-foundation-for-modern-workplace-by-microsoft/

ยกระบบ IT ให้มืออาชีพดูแล ด้วยบริการ IT Managed Services จาก ITSM

ในโลกยุคดิจิทัลที่ระบบ IT เข้ามามีบทบาทในการพลิกโฉมธุรกิจมากขึ้น หลายองค์กรอาจต้องประสบปัญหาการบริหารจัดการและดูแลระบบ IT อันเนื่องมาจากความซับซ้อนและการขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ITSM ผู้นำด้าน Professional Services & Solutions พร้อมให้บริการ IT Managed Services เพื่อดูแลระบบ IT ขององค์กรทุกระดับอย่างครบวงจร ช่วยให้ลูกค้าสามารถโฟกัสกับการทำ Digital Transformation ได้อย่างไร้กังวล

ระบบ IT ในยุคดิจิทัลมีความซับซ้อน บริหารจัดการได้ยาก

โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคดิจิทัล หลายองค์กรต่างเริ่มทำ Digital Transformation โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Cloud, Internet of Things หรือ AI/ML เข้ามาพลิกโฉมธุรกิจ เพิ่มมูลค่าให้แก่บริการ และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ผลที่ตามมาคือการออกแบบโครงสร้างระบบ IT และระบบเครือข่ายใหม่เพื่อให้รองรับการทำงานของเทคโนโลยีเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของระบบ IT นี้ก่อให้เกิดความซับซ้อนและความยากให้ในบริหารจัดการซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องการความรวดเร็วและความคล่องตัวได้

นอกจากนี้ การนำหลายๆ เทคโนโลยีเข้ามาใช้ยังเป็นการเพิ่มภาระงานให้แก่ผู้ดูแลระบบ ที่สำคัญคือการขาดทักษะและความรู้ในเทคโนโลยีเหล่านั้นอาจทำให้ระบบ IT ที่ใช้งานอยู่ไม่สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ องค์กรจำเป็นต้องว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยดูแลระบบเพิ่มขึ้น แม้กระนั้นก็เป็นเรื่องยากในยุคที่ทรัพยากรบุคคลทางด้าน IT กำลังขาดแคลน

ITSM ให้บริการ IT Managed Services อย่างมืออาชีพ

IT Services & Management Ltd. (ITSM) ผู้นำด้าน Professional Services & Solutions ในไทยตระหนักถึงความสำคัญในการบริหารจัดการและดูแลระบบ IT ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจดิจิทัล จึงได้เปิดบริการ IT Managed Services ซึ่งพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลระบบ IT ของลูกค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า การจัดหาระบบหรือโซลูชัน IT ที่เหมาะสมสำหรับความต้องการเชิงธุรกิจ การจัดหา จัดจ้าง และบริหารจัดการบุคลากรด้าน IT ไปจนถึงการบำรุงรักษาระบบให้พร้อมทำงานอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้การปฏิบัติงานด้าน IT ขององค์กรกลายเป็นเรื่องง่ายๆ และทำให้องค์กรสามารถโฟกัสกับการดำเนินธุรกิจที่ตนเองถนัดได้เต็มที่

สรรหาโซลูชันที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจ พร้อมดูแลแบบ 7/24

สำหรับองค์กรที่ต้องการทำ Digital Transformation ไม่ว่าจะเป็นการย้ายระบบ IT ขึ้นไปยังระบบ Cloud หรือการจัดเตรียม Infrastructure ให้พร้อมกับการนำ Artificial Intelligence และ Machine Learning เข้ามาใช้งาน ITSM พร้อมช่วยสรรหาโซลูชันที่ดีที่สุดที่สอดคล้องกับความต้องการเชิงธุรกิจ จัดการวางระบบและปรับแต่งโดยยึดแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากประสบการณ์การให้บริการที่สั่งสมมานานเกือบ 30 ปี รวมไปถึงดูแลระบบ IT ทั้งหมดแบบ 7/24 ด้วยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรจะบรรลุวัตถุประสงค์การทำ Digital Transformation และคืนทุนอย่างรวดเร็ว

บริการ IT Managed Services ของ ITSM ประกอบด้วย

  • ให้คำปรึกษา วิเคราะห์กระบวนการทำงาน ออกแบบ และปรับปรุงระบบ IT ให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ
  • ให้คำปรึกษาและวางแผนการทำ IT Transformation
  • วางระบบ IT ด้วยโซลูชันที่เหมาะสมกับลักษณะงานขององค์กร
  • ควบคุมดูแลระบบ IT และบำรุงรักษา รวมไปถึงแก้ไขระบบ IT ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
  • ปกป้องข้อมูลขององค์กรด้วยบริการสำรองข้อมูลบน Cloud
  • ให้บริการระบบ Log สำหรับจัดเก็บและวิเคราะห์เหตุการณ์ผิดปกติ (Security Incident) ที่เกิดขึ้น พร้อมส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว
  • จัดทำรายงานผลการทำงานสำหรับผู้บริหารและฝ่ายปฏิบัติงาน
  • มีกระบวนการยกระดับปัญหาเพื่อให้มั่นใจว่าปัญหาจะได้รับการดูแลจนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ พร้อมวางมาตรการควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเดิมซ้ำอีก
  • จัดหาและบริหารจัดการบุคลากรด้าน IT แบบ Outsourced Staff

ให้บริการตามมาตรฐานระดับสากล เพื่อประกันคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด

เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจถึงคุณภาพการให้บริการและความมั่นคงปลอดภัยที่ได้รับ ITSM ได้ดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติและผ่านมาตรฐานสำคัญระดับสากลดังต่อไปนี้

  • ISO/IEC 20000-1:2011: มาตรฐานระบบบริหารจัดการการให้บริการทางด้าน IT
  • ISO/IEC 27001:2013: มาตรฐานระบบบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ

นอกจากนี้ ITSM มีเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการที่รวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าที่มีเครือข่ายสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ

ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้บริการ IT Managed Services มืออาชีพ

การให้บริการ IT Managed Services ของ ITSM เพื่อดูแลระบบ IT ขององค์กรอย่างครบวงจรก่อให้เกิดประโยชน์ดังต่อไปนี้

  • ลดภาระงานด้าน IT: ลดภาระงานขององค์กรในการบริหารจัดการและดูแลระบบ IT ช่วยให้องค์กรสามารถมุ่งความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจและการทำ Digital Transformation ได้
  • เพิ่มประสิทธิภาพและความต่อเนื่องของระบบ IT: การบริหารจัดการทรัพยากร IT ขององค์กรอย่างเป็นระบบอยู่เสมอช่วยเพิ่มศักยภาพในการประมวลผลและจัดสรรพื้นที่การเก็บข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยกระดับประสิทธิภาพโดยรวมของระบบ IT ให้สูงยิ่งขึ้น
  • ลดค่าใช้จ่ายทางด้าน IT: ลดภาระค่าใช้จ่ายในการสร้างและฝึกฝนทีมงาน รวมไปถึงการจัดหาอะไหล่ อุปกรณ์ และระบบรองรับการจัดการด้าน IT Support ในองค์กร
  • มีการจัดการที่เป็นระบบ: สามารถบริหารจัดการระบบ IT ได้อย่างเป็นระบบ สามารถติดตามสถานะของงาน และมีการรายงานผลเพื่อนำไปปรับปรุงระบบ IT ขององค์กรให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีในอนาคต

ผู้ที่สนใจบริการ IT Managed Services ของ ITSM สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อีเมล itsm_sale@itsm.com หรือโทร 0-2062-4940

from:https://www.techtalkthai.com/it-managed-services-by-itsm/

Mvpskill ขอเชิญร่วมสัมมนาฟรี Modern desktop and Enterprise deployment with Windows Auto Pilot 15 ธ.ค. 2018

ข่าวดี !!! งานสัมมนาดีๆ ส่งท้ายปลายปี 2018 มาแล้วจ้า

Mvpskill.com ขอเชิญผู้สนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการบริหารจัดการเดสก์ท็อปในองค์กร ในรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า Modern Desktop ตลอดจนการ Deployment ผ่านคลาวด์ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง Windows Auto Pilot และที่สำคัญ ในงานนี้เราจัดให้ท่านได้ร่วม Workshop ไปพร้อมกันด้วยครับ

Mvpskill.com ร่วมกับ Microsoft ประเทศไทยจัดงานสัมมนาดีๆ ส่งท้ายปลายปี 2018 ในงาน Modern desktop and Enterprise deployment with Windows Auto Pilot ในงานท่านจะได้พบกับเทคโนโลยีในการบริหารจัดการเดสก์ท็อป ในรูปแบบใหม่ (Modern Desktop) ตลอดจนฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง Windows Auto Pilot ที่จะช่วยให้ท่านสามารถ Deploy ผ่านระบบคลาวด์ได้โดยสะดวกมว๊ากกกกก

วัน/เวลา: วันที่ 15 ธันวาคม 2018 เวลา 09.00 – 17.00 น.
สถานที่: ชั้น 38 CRC Tower, All Seasons Places ถนนวิทยุ
เปิดลงทะเบียน: 4 ธันวาคม 2561 เวลา 20:00 น. คลิกที่นี่เพื่อลงทะเบียน

จำนวนที่รับสมัคร: ผู้โชคดีที่ได้รับการคัดเลือกจากการสมัคร จำนวน 60 ท่าน จะได้รับการประกาศผลทางเฟสบุ๊ค Mvpskill.com และให้ท่านทำการยืนยันผ่านเฟสบุ๊คอีกครั้งหนึ่ง (โปรดตรวจสอบประกาศเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด)

from:https://www.techtalkthai.com/mvpskill-modern-desktop-and-enterprise-deployment-with-windows-auto-pilot-seminar/

สรุปงานสัมมนา DTCi Technology Day with SOTI เปลี่ยน Mobile Device ให้เป็นหัวใจของธุรกิจอย่างมั่นใจ

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2018 ที่ผ่านมา ทาง DTCi ได้จัดงานสัมมนา DTCi Technology Day with SOTI เพื่ออัปเดตถึงแนวโน้มการนำอุปกรณ์ Mobile Device ไปใช้งานภายใน Workflow ของธุรกิจต่างๆ ในหลายอุตสาหกรรม และทำให้โซลูชั่น Enterprise Mobility Management ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างน่าสนใจหลากหลายรูปแบบ ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้ไปเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ จึงขอนำเนื้อหามาสรุปให้ทุกท่านได้อ่านกันเป็นแนวทางดังนี้ครับ

 

Credit: DTCi

 

การนำ Mobile Device ไปใช้งานใน Workflow ของธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างมาก อุปกรณ์ Android สำหรับการทำงานมียอดจำหน่ายเกือบถึง 300 ล้านอุปกรณ์ในแต่ละปี

เมื่อก่อนเวลาเราพูดถึงการนำ Mobile Device ไปใช้ในการทำงาน เรามักนึกถึงกรณีของการนำไปใช้ทดแทนอุปกรณ์อย่าง PC หรือ Notebook กันเป็นหลักเพื่อให้เกิดการติดต่อสื่อสารและเข้าถึง Application ทางธุรกิจต่างๆ ได้อย่างสะดวกและง่ายดายจากทุกที่ทุกเวลา แต่ปัจจุบันอุปกรณ์ Mobile Device เองเริ่มกลายเป็นหัวใจที่สำคัญของธุรกิจที่ถูกนำไปใช้งานกันอย่างจริงจังใน Workflow มากขึ้น ในฐานะระบบ Interface สำหรับใช้งานเฉพาะทางในอุตสาหกรรมต่างๆ

ตัวอย่างเช่น ในการควบคุมและตรวจสอบสายการผลิต อุปกรณ์ Mobile Device หรือ Handheld ที่มีความทนทานสูงก็เริ่มถูกนำไปใช้งานกันมากขึ้น, ระบบ Point of Sales เองก็เริ่มเปลี่ยนจากการพัฒนา Hardware แบบ Proprietary มาใช้ Mobile Device แทน, ตู้ Kiosk ต่างๆ ก็เปลี่ยนมาใช้ Mobile Device เป็นหลัก เป็นต้น

อุปกรณ์เหล่านี้มักถูกจำกัดความสามารถในการใช้งานหรือควบคุมการใช้งานและการเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มข้นเพื่อตอบโจทย์ประเด็นด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปใช้งานผิดไปจากวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ส่วนในด้านของการเลือกใช้ระบบปฎิบัติการนั้นองค์กรส่วนมากมักเลือกใช้ระบบปฎิบัติการที่เป็นที่แพร่หลายในการทำงานเพราะจะทำให้การพัฒนาระบบ Application หรือ Software ต่างๆ ที่เข้ามาใช้ภายใน Workflow นั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

Android และ iOS นั้นก็เป็นสองระบบปฏิบัติการยอดนิยมสำหรับการนำมาทำงานเหล่านี้ แต่ด้วยราคาที่ถูกกว่าและอุปกรณ์ที่มีความหลากหลาย รวมถึงยังมีความสามารถในการปรับแต่งได้อย่างอิสระมากกว่า ก็ทำให้ Android ได้รับความนิยมสูงเป็นอย่างมาก ซึ่งในแต่ละปีที่มีการจำหน่าย Mobile Device สำหรับธุรกิจ Android ก็มีสัดส่วนมากถึง 75% และก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องไปอีกในอนาคต

แนวโน้มนี้ก็ถือว่าน่าจับตามองไม่น้อยเพราะนี่คือการเติบโตที่ชัดเจนอย่างหนึ่งของความพยายามในการทำ Digital Transformation ของธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการเปลี่ยนจากการนำอุปกรณ์เฉพาะทางที่ไม่สามารถแก้ไขมาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำงานในอดีต มาสู่การใช้ Mobile Device ที่มีความชาญฉลาดสูงยิ่งขึ้นและพร้อมจะรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวไปสู่การเป็น Digital Business ของเหล่าธุรกิจทั่วโลกนั่นเอง

อย่างไรก็ดี ด้วยความสำคัญของ Mobile Device ที่มีต่อธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมนี้ ประเด็นด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและการดูแลรักษา ไปจนถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยก็ยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น และนั่นเองที่ทำให้ DTCi ตัดสินใจผลักดันโซลูชั่นของ SOTI อย่างเต็มตัว และพร้อมจะเติบโตไปด้วยกันในประเทศไทย

 

รู้จักกับ SOTI โซลูชั่นระบบ EMM ที่ครอบคลุมทั้งการจัดการ Mobile Device, Android, iOS, Windows, Linux และ IoT ในหนึ่งเดียว

 

Credit: DTCi

 

หากใครเคยมองหาโซลูชั่นระบบ Mobile Device Management (MDM) หรือ Enterprise Mobility Management (EMM) นั้นก็คงจะเคยได้ยินชื่อของ SOTI กันมาอยู่บ้าง เพราะ SOTI เป็นหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำของโซลูชั่นเหล่านี้ และมีจุดเด่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้เหนือกว่าคู่แข่งเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เฉพาะทางของธุรกิจหลากหลายประการ

ปัจจุบัน SOTI มีลูกค้าใช้งานอยู่ทั่วโลกกว่า 17,000 องค์กรใน 176 ประเทศทั่วโลก โดยมี Partner มากกว่า 2,000 ราย และยังทำงานใกล้ชิดกับผู้ผลิตอุปกรณ์ Android มากกว่า 170 บริษัท ทำให้โซลูชั่นของ SOTI สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Android ได้หลากหลายค่าย ไม่เพียงแต่ Android สำหรับใช้งานเป็น Smartphone หรือ Tablet เท่านั้น แต่ยังรวมถึง Android ที่ถูกพัฒนามาใช้งานเป็น Handheld, POS, Kiosk และ IoT Device อีกด้วย

 

Credit: DTCi

 

โซลูชั่นของ SOTI นี้ครอบคลุมการจัดการอุปกรณ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น iOS, Android, Windows, Windows CE, Linux, macOS, Zebra Printer และอื่นๆ โดยในการควบคุมอุปกรณ์แต่ละประเภทนั้นก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ว่าเทคโนโลยีของอุปกรณ์นั้นๆ จะเอื้อให้เข้าไปบริหารจัดการได้มากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ SOTI ยังสามารถเลือกได้ว่าจะติดตั้งใช้งานแบบ On-Premises ภายในองค์กร หรือใช้งานผ่าน Cloud ซึ่งธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม

โดยสรุปแล้ว ความสามารถของ SOTI มีดังต่อไปนี้

  • สามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ Mobile Device, PC, Notebook, IoT ทั้งหมดได้ในหน้า Console เดียว ซึ่งในส่วนของ Android จะมี Built-in Antivirus มาให้ใช้งานด้วย
  • สามารถควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ Mobile Device ให้มีรูปแบบการใช้งานตามที่ต้องการได้ เช่น การทำหน้าที่เป็น Kiosk เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถใช้งานระบบอื่นๆ ได้
  • มีระบบ Remote เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ของผู้ใช้งานและช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ลด Downtime ที่อาจเกิดขึ้นในธุรกิจได้
  • มีระบบติดตามการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ และ Dashboard ควบคุมการทำ Compliance สำหรับอุปกรณ์จำนวนมากได้อย่างง่ายดาย
  • สามารถทำ Package Deployment ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถติดตั้ง Application ได้ง่ายจากระยไกลโดยไม่กระทบต่อการใช้งาน
  • สามารถควบคุมสิทธิการงาน Mobile Device เช่น จำกัดพื้นที่ห้ามใช้กล้อง จำกัดการใช้งานอินเตอร์เน็ตด้วย Web filtering
  • มีระบบสำหรับการพัฒนา Mobile Application ได้แบบ Drag & Drop ไม่ต้องเขียนโค้ดใดๆ ทำให้รองรับการนำไปใช้งานใน Workflow ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

 

Credit: DTCi

 

การนำไปใช้งานจริงนั้นก็มีกรณีหลากหลาย ซึ่งทีมงานของ DTCi และ SOTI ได้นำเสนอตัวอย่างการใช้งานที่น่าสนใจดังนี้

  • การควบคุม Mobile Device สำหรับเจ้าหน้าที่สายการบินที่ต้องให้บริการลูกค้าภายในสนามบิน โดยเน้นเรื่องของการควบคุมอุปกรณ์ให้สามารถทำงานได้เพียงแค่ Application ของธุรกิจเท่านั้น และเปิดให้อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งๆ สามารถใช้งานได้โดยพนักงานหลายคน ซึ่ง SOTI จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบ IT สามารถให้การสนับสนุนแก้ไขปัญหาจากระยะไกลได้ รองรับต่อเจ้าหน้าที่จำนวนมากที่ทำงานกระจายกันอยู่ในสนามบินหลายแห่ง ทำให้ลดเวลาการทำงานของผู้ดูแลระบบ
  • การพัฒนา Mobile Application เพื่อนำมาใช้ในธุรกิจ Logistics ทำให้มี Mobile Application สำหรับติดตามข้อมูลการส่งสินค้าต่างๆ ที่สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่หากเจ้าหน้าที่คนไหนมีปัญหากับการใช้งานอุปกรณ์ แผนก IT ก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันที
  • การจัดการควบคุมให้อุปกรณ์ Tablet ทำงานแบบ Kiosk เพื่อนำไปใช้ในธุรกิจโรงแรม ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ของโรงแรมได้ผ่าน Tablet เดียว ในขณะที่ลูกค้าไม่สามารถนำ Tablet ไปใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้ และทางโรงแรมเองก็สามารถนำเสนอบริการใหม่ๆ ได้อย่างง่ายดายผ่านการพัฒนา Web Application ด้วย HTML5 และนำมาเชื่อมต่อ
  • การแยกส่วน Application สำหรับการทำงานออกจากระบบอื่นๆ บน Mobile Device ที่พนักงานนำมาใช้ทำงานเองแบบ Bring Your Own Device (BYOD) ซึ่งเป็นที่นิยมในธุรกิจส่วนที่เป็นการขายและการตลาด เนื่องจากพนักงานมักไม่ได้เข้าออฟฟิศและสะดวกจะทำงานบนอุปกรณ์พกพาของตนเองเป็นหลัก โดยรองรับการ Onboard ได้หลากหลายวิธีการทำให้ง่ายต่อการใช้งานจริง และผู้ดูแลระบบไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานได้ แต่ยังคงควบคุมการใช้งาน Application และการเข้าถึงข้อมูลในส่วนธุรกิจได้อยู่

ในงานสัมมนาครั้งนี้ยังมีการพูดถึงกรณีศึกษาอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าเทรนด์ของการนำอุปกรณ์ Mobile Device ไปใช้งานในธุรกิจอย่างจริงจังนั้นกำลังเกิดขึ้นเรื่อยๆ และ SOTI เองก็มีความยืดหยุ่นมากพอที่จะตอบรับต่อความต้องการเหล่านี้ทั้งหมดได้อย่างครบถ้วน

 

SOTI ONE รวม 6 โซลูชั่นด้านการจัดการอุปกรณ์เข้าไว้ด้วยกัน

 

Credit: DTCi

 

สำหรับโซลูชั่นเด่นของ SOTI นั้นก็คือ SOTI ONE ที่เป็นโซลูชั่นใหญ่รวมความสามารถอีก 6 ประการหลักๆ เข้าด้วยกัน ดังนี้

1. SOTI MOBICONTROL

โซลูชั่นเด่นของ SOTI สำหรับใช้บริหารจัดการอุปกรณ์ iOS, Android, Windows, Windows CE, Linux, macOS, Zebra Printer และอื่นๆ ได้จากส่วนกลาง พร้อมทั้งมีระบบการบริหารจัดการเพื่อแยกข้อมูลของธุรกิจออกมาจากการใช้งานส่วนตัว เช่น Email, App, Content Management และ File Sharing ไปจนถึงการสั่งลบข้อมูลหรือระบบได้จากระยะไกล สำหรับปกป้องข้อมูลของธุรกิจบนอุปกรณ์ที่สูญหายหรือถูกขโมยไปได้

2. SOTI ASSIST 

โซลูชั่น Mobility Help Desk สำหรับช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถร้องขอความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาจากผู้ดูแลระบบ IT ได้ผ่านการเปิด Ticket, การ Chat และเปิดให้ผู้ดูแลระบบทำการ Remote เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาได้ทันทีผ่านหน้า Console

3. SOTI SNAP

โซลูชั่นสำหรับการพัฒนา Mobile Application ได้แบบ Drag & Drop ไม่ต้องอาศัย Software Developer ซึ่ง Application นี้สามารถใช้งานได้บนทั้ง iOS และ Android บนหน้าจอหลากหลายขนาดแบบ Responsive อีกทั้งยังสามารถทำการ Integrate เข้ากับ SOTI ONE Platform, Zapier, Webhook, REST API, Office 365 และ Google Drive ได้ด้วย รวมถึงยังสามารถใช้งานแบบ Offline ได้

4. SOTI CENTRAL

ระบบ Portal สำหรับให้ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ของ SOTI เข้าไปทำการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์รวมถึงช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ในแบบชุมชน

5. SOTI INSIGHT (Road Map 2019)

ระบบ Business Intelligence (BI) สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งาน Device, App, User, Sensor และข้อมูลอื่นๆ ที่ได้ทำการรวบรวมเอาไว้ในระบบ และนำ Machine Learning มาใช้ตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติหรือทำนายปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ ช่วยให้การตัดสินใจทำงานต่างๆ และการดูแลแก้ไขปัญหาในระบบเป็นไปได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นด้วยข้อมูล Big Data

6. SOTI CONNECT (Road Map 2019)

โซลูชั่น IoT Gateway สำหรับรวบรวม, วิเคราะห์ และส่งต่อข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อเข้ามาด้วยโปรโตคอลหลากหลายเช่น LWM2M, MQTT หรือ LoRa และยังมี SDK สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่ได้รองรับมาตรฐานเหล่านี้ พร้อมมีหน้าจอสำหรับสร้าง Automation Workflow ด้วยตัวเองเพื่อให้ IoT Gateway ส่งคำสั่งไปยังอุปกรณ์ IoT เพื่อควบคุมการทำงานได้ทันทีหากได้รับข้อมูลซึ่งตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมเองแต่อย่างใด

 

ติดต่อทีมงาน DTCi ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจในโซลูชั่นของ SOTI และต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมหรือใบเสนอราคา สามารถติดต่อทีมงาน DTCi พันธมิตรของ SOTI อย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้ทันทีที่  DTC Internetworking Co., Ltd.  [บริษัท ดีทีซี อินเตอร์เน็ทเวิร์คกิ้ง จำกัด] 123/3 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120, เบอร์ติดต่อ 02-294-6776 ต่อ 221, Email: Sales.soti@dtci.co.th, Website: http://www.dtci.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/dtci-technology-day-with-soti-seminar-summary/

พบช่องโหว่ Remote Code Execution บน VMware AirWatch แนะอัปเดตด่วน

VMware ออกมาแจ้งเตือนถึงช่องโหว่ Remote Code Execution บน VMware AirWatch ที่ได้รับรหัส CVE-2018-6968 และมีความรุนแรงระดับสูงสุด พร้อมเตือนให้ผู้ใช้งานทำการอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่นี้ทันที

 

 

ช่องโหว่ดังกล่าวนี้จะเปิดให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงและสั่ง Execute ไฟล์ต่างๆ ใน Agent Sandbox ของเครื่องเหยื่อได้ และยังสามารถเข้าถึงไฟล์ในบาง Directory เช่น SD Card ได้ โดยช่องโหว่นี้ปรากฏอยู่ในระบบ Agent ที่ VMware ให้ผู้ใช้งานทำการติดตั้งเพื่อให้อุปกรณ์เหล่านั้นสามารถถูกควบคุมโดย VMware AirWatch ได้

ปัจจุบัน VMware ออก Patch แก้ไขมาแล้วสำหรับ Agent บน Android รุ่น 8.2 และ Agent บน Windows Mobile รุ่น 6.5.2 และสำหรับผู้ใช้งาน Android ที่ยังไม่สะดวกอัปเดต Agent ก็สามารถเปลี่ยนการตั้งค่าใน Preferred Push Notification Service จาก C2DM/GCM ไปใช้ AWCM แทนก็สามารถแก้ไขปัญหาได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี Patch เหล่านี้ไม่ได้แก้ปัญหาทั้งหมด โดยระบบ File, Task, Registry Management ใน VMware AirWatch Cloud Messaging นั้นยังคงมีปัญหาอยู่ ซึ่งทาง VMware ก็ตัดสินใจปิดฟีเจอร์เหล่านี้ทิ้งในอนาคต ซึ่งก็จะทำให้ผู้ใช้งานมีความเสี่ยงน้อยลงนั่นเอง

 

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

 

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2018/06/12/vmware_airwatch_remote_execution_vulnerability/

from:https://www.techtalkthai.com/remote-code-execution-vulnerability-was-found-on-vmware-airwatch/