คลังเก็บป้ายกำกับ: DTAC

dtac accelerate batch 7 ประกาศรายชื่อสตาร์ทอัพเข้าบูธแคมป์แล้ว เทรนด์ทำ B2B ชัด

dtac accelerate โครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพเดินทางมาถึงปีที่ 7 แล้ว โดยล่าสุด ประกาศรายชื่อสตาร์ทอัพ 15 แห่งที่จะได้เข้าร่วมบูธแคมป์ โดยทั้ง 15 ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเงินทุนทีมละ 5 แสนบาท ถึง 1.5 ล้านบาท พร้อมรับการสนับสนุนในเชิงพาณิชย์จากดีแทค มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท

โดยในปีนี้มองเห็นเทรนด์ของความเป็น Domain Expert หรือมุ่งแก้ปัญหาในกลุ่มธุรกิจภาคองค์กรมากขึ้น

No Description

ผู้เข้ารอบสุดท้ายทั้งหมด 15 ทีมได้แก่
1. Arincare Health Tech ระบบบริหารร้านขายยา ที่ใช้งานง่ายที่สุด ช่วยร้านขายยาบริหารสต็อคสินค้า ลดต้นทุน เพิ่มกำไรอย่างมีประสิทธิภาพ
2. Eureka! ที่ปรึกษาทางด้านการเลือกอาชีพที่เหมาะสม โดยใช้ระบบ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ในการแมตช์ผู้สมัครกับตำแหน่งงานที่บริษัทเปิดรับ ผ่านแบบทดสอบทางด้านวัฒนธรรมองค์กรและทักษะเอกลักษณ์เฉพาะ
3. Fingas แพลตฟอร์มกลางระหว่างลูกค้าและหน้าร้านแก๊สหุงต้ม เพื่อช่วยในการซื้อขาย และบริหารจัดการระบบได้ง่ายขึ้น
4. Foodie แพลทฟอร์มสำหรับใช้ในการบริหารจัดการ การสั่งอาหารออนไลน์จากหลายช่องทาง สำหรับร้านอาหาร
5. Hisobus บริการเช่ารถบัสและรถตู้ออนไลน์ เป็น Sharing economy หรือ gig economy ด้วยแนวคิดสังคมเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน
6. Instawash แอปพลิเคชั่นล้างรถตามตำแหน่งที่ลูกค้าต้องการ ให้บริการล้างรถระดับพรีเมี่ยม ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องรอเข้าคิว เพียงแค่ปักหมุดตำแหน่งที่ต้องการ
7. Kinkao บริการส่งอาหารเดลิเวอรี่ที่ช่วยให้พนักงานออฟฟิศได้รับสวัสดิการอาหารเที่ยงฟรีตรงเวลา เพื่อตอบโจทย์สูงสุดคือให้ทั้งองค์กรและทั้งพนักงานมีความสุขกันทั้ง 2 ฝ่าย
8. LING แอปวัดแปลงที่ดินใช้คำนวณขนาดที่ดินเพื่อการซื้อ-ขาย ให้เช่าทำประโยชน์ วัดขนาดงานด้านเกษตรกรรม ช่วยให้การทำแผนที่ที่ดินสะดวกและง่ายขึ้นอย่างมาก
9. Loops บริการร่วมเดินทาง (Ride-Sharing) จองรถตู้หลังงานคอนเสิร์ต และกิจกรรมบันเทิง
10. Skooldio Education Tech สคูลดิโอคือการเรียนผ่านห้องเรียนจริงและออนไลน์ ที่จะช่วยให้ทุกคนมีความเชี่ยวชาญในทักษะสมัยใหม่ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงสุดในปัจจุบัน เช่น การเขียนโปรแกรม วิทยาศาสตร์ข้อมูล กระบวนการคิดเชิงออกแบบ หรือการทำธุรกิจดิจิทัล
11. Sneak แพลตฟอร์มวางแผนการท่องเที่ยวโดยใช้รูปภาพ
12. System Stone แพลตฟอร์มสำหรับช่างวิศวกร ช่วยจัดการงาน PM ปิดใบงานซ่อม เบิกอะไหล่ ทำได้ผ่านมือถือ สะดวก รวดเร็ว
13. Trash Lucky ผู้สร้างแคมเปญ “ขยะลุ้นโชค” ให้สามารถแลกขยะรีไซเคิลเป็นฉลากจับรางวัลเงินสด
14. Viabus แอปพลิเคชันติดตามและนำทางรถโดยสารประจำทาง ภายในกรุงเทพ และปริมณฑล ที่จะทำให้การเดินทางไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป
15. Ztrus ระบบช่วยทำบัญชีให้กับเจ้าของกิจการ SME และองค์กร

นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท กล่าวว่า ธุรกิจสตาร์ทอัพเริ่มเปลี่ยนรูปแบบจาก B2C (Business to Consumer) คือ การที่ธุรกิจขายสินค้าและบริการให้แก่ผู้บริโภคทั่วๆไปโดยตรง ไปสู่ B2B (Business to Business) ทำธุรกิจโดยขายสินค้าหรือบริการ ให้กับลูกค้าที่เป็นลูกค้าองค์กรเป็น Industry Tech ระดับที่องค์กรใหญ่ๆต้องเอามาใช้เป็นระบบหรือเป็นเครื่องมือในพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นับเป็นปรากฏการณ์ที่ดี เพราะว่าองค์กรใหญ่มีความพร้อมในการลงทุน ที่จะช่วยทำให้แพลตฟอร์มของสตาร์ทอัพขยายหรือ เติบโตแบบก้าวกระโดด (scalable business model) ไปได้อีกอย่างรวดเร็ว

ไทม์ไลน์การประกวดคือ จะมีการเริ่มเข้าอบรม Boot Camp เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2562 และนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายประกาศผลวัน Demo day ในเดือนกันยายนนี้

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/109802

โฆษณา

ดีแทค แอคเซอเลอเรท ประกาศผลสตาร์ทอัพเข้าโครงการปี 7 ตั้งเป้าเคี่ยวธุรกิจ‘สเกล’ ให้โตไวขึ้น กว่า 70% ของผู้ก่อตั้ง เป็น ‘Domain Expert’

 

ดีแทค แอคเซอเลอเรท ประกาศผลทีมสตาร์ทอัพ 15 ทีมที่ได้รับการคัดเลือกร่วมโครงการปีที่ จากงาน Pitch Dayโดยทั้ง 15 ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเงินทุนทีมละ 5 แสนบาท ถึง 1.5 ล้านบาท

พร้อมรับการสนับสนุนในเชิงพาณิชย์จากดีแทค มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท ต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มเข้าอบรม  Boot Camp เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2562 และนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายประกาศผลวัน Demo day ในเดือนกันยายนนี้ ผู้เข้ารอบสุดท้ายทั้งหมด 15 ทีมได้แก่ 

dtac accelerate

1. Arincare Health Tech ระบบบริหารร้านขายยา ที่ใช้งานง่ายที่สุด ช่วยร้านขายยาบริหารสต็อคสินค้า ลดต้นทุน เพิ่มกำไรอย่างมีประสิทธิภาพ

2. Eureka! ที่ปรึกษาทางด้านการเลือกอาชีพที่เหมาะสม โดยใช้ระบบ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ในการแมตช์ผู้สมัครกับตำแหน่งงานที่บริษัทเปิดรับ ผ่านแบบทดสอบทางด้านวัฒนธรรมองค์กรและทักษะเอกลักษณ์เฉพาะ

3. Fingas แพลตฟอร์มกลางระหว่างลูกค้าและหน้าร้านแก๊สหุงต้ม เพื่อช่วยในการซื้อขาย และบริหารจัดการระบบได้ง่ายขึ้น

4. Foodie แพลทฟอร์มสำหรับใช้ในการบริหารจัดการ การสั่งอาหารออนไลน์จากหลายช่องทาง สำหรับร้านอาหาร

5. Hisobus บริการเช่ารถบัสและรถตู้ออนไลน์ เป็น Sharing economy หรือ gig economy ด้วยแนวคิดสังคมเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน

6. Instawash แอปพลิเคชั่นล้างรถตามตำแหน่งที่ลูกค้าต้องการ ให้บริการล้างรถระดับพรีเมี่ยม ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องรอเข้าคิว เพียงแค่ปักหมุดตำแหน่งที่ต้องการ

7. Kinkao บริการส่งอาหารเดลิเวอรี่ที่ช่วยให้พนักงานออฟฟิศได้รับสวัสดิการอาหารเที่ยงฟรีตรงเวลา เพื่อตอบโจทย์สูงสุดคือให้ทั้งองค์กรและทั้งพนักงานมีความสุขกันทั้ง 2 ฝ่าย

8. LING แอปวัดแปลงที่ดินใช้คำนวณขนาดที่ดินเพื่อการซื้อ-ขาย ให้เช่าทำประโยชน์ วัดขนาดงานด้านเกษตรกรรม ช่วยให้การทำแผนที่ที่ดินสะดวกและง่ายขึ้นอย่างมาก

9. Loops บริการร่วมเดินทาง (Ride-Sharing) จองรถตู้หลังงานคอนเสิร์ต และกิจกรรมบันเทิง

10. Skooldio Education Tech สคูลดิโอคือการเรียนผ่านห้องเรียนจริงและออนไลน์ ที่จะช่วยให้ทุกคนมีความเชี่ยวชาญในทักษะสมัยใหม่ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงสุดในปัจจุบัน เช่น การเขียนโปรแกรม วิทยาศาสตร์ข้อมูล กระบวนการคิดเชิงออกแบบ หรือการทำธุรกิจดิจิทัล

11. Sneak แพลตฟอร์มวางแผนการท่องเที่ยวโดยใช้รูปภาพ

12. System Stone แพลตฟอร์มสำหรับช่างวิศวกร ช่วยจัดการงาน PM ปิดใบงานซ่อม เบิกอะไหล่ ทำได้ผ่านมือถือ สะดวก รวดเร็ว

13. Trash Lucky ผู้สร้างแคมเปญ “ขยะลุ้นโชค” ให้สามารถแลกขยะรีไซเคิลเป็นฉลากจับรางวัลเงินสด

14. Viabus แอปพลิเคชันติดตามและนำทางรถโดยสารประจำทาง ภายในกรุงเทพ และปริมณฑล ที่จะทำให้การเดินทางไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป

15. Ztrus ระบบช่วยทำบัญชีให้กับเจ้าของกิจการ SME และองค์กร

นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท กล่าวว่า “ปีนี้เห็นการเติบโตของสตาร์ทอัพไทยอย่างมีนัยสำคัญ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการเป็น Domain Expert มากขึ้นและหลากหลายอุตสาหกรรม กว่า 70% ของผู้ก่อตั้งเป็น Domain Expert ที่ช่วยแก้ปัญหาในกลุ่มธุรกิจองค์กร ธุรกิจสตาร์ตอัพเริ่มที่จะเปลี่ยนรูปแบบจาก B2C (Business to Consumer) คือ การที่ธุรกิจขายสินค้าและบริการให้แก่ผู้บริโภคทั่วๆไปโดยตรง ไปสู่ B2B (Business to Business) ทำธุรกิจโดยขายสินค้าหรือบริการ ให้กับลูกค้าที่เป็นลูกค้าองค์กรเป็นIndustry Tech ระดับที่องค์กรใหญ่ๆต้องเอามาใช้เป็นระบบหรือเป็นเครื่องมือในพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  นับเป็นปรากฏการณ์ที่ดี เพราะว่าองค์กรใหญ่มีความพร้อมในการลงทุน ที่จะช่วยทำให้แพลตฟอร์มของสตาร์ทอัพขยายหรือ เติบโตแบบก้าวกระโดด (scalable business model) ไปได้อีกอย่างรวดเร็ว”

แม้ว่าจะมีหลายทีมที่ทำธุรกิจ B2B แต่ก็ยังมีปัญหาที่ดีแทค แอคเซอเลอเรท เล็งเห็นและเป็นโจทย์ที่ต้องช่วยกันแก้ไขคือคำว่า ‘Scale’ ธุรกิจสตาร์ทอัพปีนี้จะมาวัดกันที่ scalability ว่าจะมีความสามารถในการ scale ได้มากน้อยแค่ไหนขนาดตลาด market size เป็นอย่างไง บางธุรกิจB2ที่ไม่รู้จะ scale อย่างไร ถ้าสตาร์ทอัพสามารถเจาะจงวิธี scale ได้บนเวที เมนเทอร์ก็จะชอบ หลายๆทีมจะต้องกลับไปปรับปรุงเรื่องscalability ว่าจะสามารถ scale ได้อย่างไรบ้าง นั่นคือโจทย์ที่ต้องทำให้เยอะขึ้นในปีหน้า”

โดยทั้ง 15 ทีมจะเข้าสู่ boot camp ได้รับการโค้ชชิ่ง จากเมนเทอร์ระดับโลก เช่น เจคอป กรีนสแปน (Jacon Greenshpan) หรือรู้จักกันในนาม “โยดาแห่ง UX/UI” เจคอปเป็นวิทยากรให้กับหลักสูตรการออกแบบ UX สิ่งที่เจคอปถนัดคือการสร้าง User Interface อย่างสร้างสรรค์ และเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการให้คำปรึกษาของโครงการ Google Launchpad Accelerator เจค แนป (Jake Knapp) ผู้เขียนหนังสือ “Sprint”หนึ่งในหนังสือขายดีที่สุดของ The New York Times มาสอนเรื่อง Design Sprint หลักสูตรกระบวนการวิเคราะห์ลูกค้า ทดสอบ และวัดผลผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็วภายใน 5 วัน เนีย อียาล (Nir Eyal) เจ้าของทฤษฏี Hooked model ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสตาร์ตอัพระดับโลกอย่าง Facebook และ Instagram  และไฮ ฮาบอท (Hai Habot) ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นกูรู OKR มือ ของโลกรวมถึงเครื่องมือต่างๆจากทั้งของ Google Cloud, Facebook, AWS เป็นต้น

 

from:http://mobileocta.com/dtac-accelerate-batch-7-announced-startup-finalists-and-aimed-to-help-startups-scale-up-faster/

วิเคราะห์ Telenor และ Axiata ควบรวมธุรกิจในเอเชีย ใหญ่ขึ้น ผลพลอยได้คือความชัดเจน

Brand Inside วิเคราะห์ถึงการควบรวมธุรกิจในเอเชียของ Telenor กับ Axiata ผู้ให้บริการโทรศัพท์รายใหญ่ในประเทศมาเลเซียว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบกับธุรกิจโทรคมนาคมในเอเชียอย่างไร

ภาพจาก Shutterstock

เป็นข่าวใหญ่ในแวดวงโทรคมนาคมในเอเชียอีกครั้งหลังจากที่ Telenor และ Axiata ได้ประกาศถึงการควบรวมธุรกิจในเอเชีย โดยบริษัทใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้จะกลายเป็นบริษัทโทรคมนาคมที่มีรายได้อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทันที นอกจากนี้ยังคาดว่าบริษัทใหม่ที่เกิดขึ้นน่าจะมีมูลค่าตลาดใหญ่ประมาณ 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะมีขนาดเท่าๆ กับ Singapore Telecom หรือ Singtel ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทันที

คาดว่าการควบรวมธุรกิจในเอเชียของทั้ง 2 บริษัทจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ที่จะถึงนี้ และบริษัทใหม่นี้จะมีสำนักงานใหญ่ที่ประเทศมาเลเซีย

Disclaimer: บทความนี้เป็นบทความเชิงวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ได้ชี้นำในเรื่องการลงทุนแต่เพียงอย่างใด 

มารู้จักกับ Telenor และ Axiata สักหน่อย

สำหรับ Telenor คนไทยอาจรู้จักดีเนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ DTAC โอเปอเรเตอร์อันดับ 3 ของไทย โดย ตัวบริษัทมีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นรัฐบาลนอร์เวย์ มีพื้นที่ให้บริการในยุโรปรวมไปถึงยุโรปตะวันออกบางประเทศ และในเอเชีย เช่น มาเลเซีย ปากีสถาน พม่า ไทย บังคลาเทศ โดยรายได้จาก DTAC ของประเทศไทยคิดเป็นรายได้ประมาณ 15% ของรายได้ Telenor

ขณะที่ Axiata แม้คนไทยจะไม่คุ้นมากนัก แต่เป็นโอเปอเรเตอร์อันดับ 1 ของประเทศมาเลเซีย แต่ลงทุนในหลายๆ ประเทศ เช่น ครองตลาดอันดับ 2 ในอินโดนีเซีย กัมพูชา ศรีลังกา บังคลาเทศ เนปาล เป็นต้น นอกจากนี้ Axiata ก็เคยมีลงทุนกับสามารถ i-Mobile มาแล้วอีกด้วย ก่อนที่ท้ายที่สุดจะขายหุ้นคืนให้กับกลุ่มสามารถไปในท้ายที่สุด

ภาพจาก Shutterstock

ปัญหาที่เหมือนๆ กัน

ปัญหาที่ทั้ง Telenor และ Axiata พบก่อนการควบรวมธุรกิจในเอเชียคือ การเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยี 4G ทำให้ต่างฝ่ายต้องใช้เงินลงทุนอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเครือข่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเสาโทรคมนาคม และระบบที่เกี่ยวข้องกับเคเบิลใยแก้วนำแสง ซึ่งต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลระดับหลักหมื่นล้านบาท ยังรวมไปถึงความท้าทายคือเทคโนโลยี 5G ที่กำลังรออยู่ข้างหน้า

นอกจากนี้ในทวีปเอเชียคือการแข่งขันที่รุนแรงของผู้ให้บริการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฯลฯ ที่ในบางประเทศทั้ง 2 เจ้านี้ต้องสู้กันเองอย่างเช่นในมาเลเซีย หรือต่างฝ่ายต่างเจอ เช่น

  • ประเทศสิงคโปร์ที่ Axiata ต้องขายหุ้นในผู้ให้บริการอย่าง M1 ออกไปให้กับบริษัทในสิงคโปร์ เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศสิงคโปร์เปิดให้มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามา นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่าบริษัทมีแนวความคิดที่จะขายหุ้นในประเทศต่างๆ ออกไปอีกด้วย
  • ในไทยเอง DTAC ก็ประสบปัญหาการแข่งขันจาก AIS และ True อย่างหนักทำให้สูญเสียตำแหน่งผู้เล่นอันดับ 2 ไป นอกจากนี้ยังมีความคลุมเครือเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่า Telenor จะออกจากการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยไปเลย และจะไปเน้นโฟกัสตลาดใหม่ๆ แทน เช่น พม่า เป็นต้น
ข้อมูลจาก Axiata

ควบรวมกิจการแล้วดีอย่างไร

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้คือบริษัทใหม่จะมีลูกค้าในมือรวมกว่า 269 ล้านรายทันที นอกจากนี้ยังทำให้บริษัทใหม่สามารถโฟกัสตลาดนี้ได้ทันที ซึ่งจะเห็นได้จากรูปด้านบนว่าบริษัทใหม่จะกลายเป็นผู้นำตลาดโทรคมนาคม 1 ใน 3 ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย นอกจากนี้ยังเป็นผู้ให้บริการในกลุ่มประเทศที่กำลังเจริญเติบโตสูงที่สุดในเอเชียอีกด้วย

ไม่เพียงแค่นั้นคาดว่ารายได้จากบริษัทใหม่นี้จะมากถึงประมาณ 364,000 ล้านบาท และจะทำให้สามารถกำหนดทิศทางในการจัดสรรเงินลงทุนเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม โดยเฉพาะเสาโทรคมนาคม ซึ่งเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายที่จะทำให้ลูกค้ายังอยู่กับผู้ให้บริการ

ส่วนในประเทศที่แข่งขันกันเองอย่างมาเลเซียก็จะเห็นบริษัทลูกอย่าง Celcom และ Digi ควบรวมกิจการกัน ยิ่งทำให้ในกิจการในประเทศมาเลเซียแข่งแกร่งกว่าเดิม จากเดิมที่ 2 เจ้านี้ต้องต่อสู้กันมาโดยตลอด

การควบรวมธุรกิจในเอเชียของ 2 เจ้านี้ยังส่งผลในเรื่องของความชัดเจนที่เพิ่มมากขึ้นของ Telenor ในไทย ว่าจะยังเน้นในภูมิภาคนี้มากขึ้น และรวมไปถึงประเทศอื่นๆ ของ Axiata ว่าจะไม่มีการขายหุ้นออกไปแล้ว ยกเว้นแค่กรณีของ Robi ในประเทศบังคลาเทศเท่านั้น

หลังจากนี้เราจะได้เห็นกลยุทธ์ใหม่ๆ จากบริษัทนี้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เทียบได้ว่าไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีกต่อไป

ข้อมูลจาก Axiata

ท่าไม้ตายพิเศษ

บริษัทใหม่ที่เกิดขึ้นหลังจากการควบรวมกิจการ นอกจากที่จะมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น รายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีความกังวลถึงเรื่องของเงินทุน แต่บริษัทใหม่ยังมีท่าไม้ตายที่สามารถงัดมาใช้ได้อีกรอบคือแผนการ IPO บริษัทใหม่นี้เข้าไปในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 2-3 ปี ทั้งในมาเลเซีย และตลาดต่างประเทศ แม้จะทำให้ Telenor และ Axiata ต้องลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นลงมาก็ตาม

ยังรวมไปถึงบริษัทใหม่ที่ขนาดใหญ่ยักษ์ ทำให้สามารถระดมทุนได้มหาศาลอย่างมาก ซึ่งดีกว่าการที่นำบริษัทในแต่ละประเทศที่ยังไม่ได้ IPO มาทยอย IPO ซึ่งอาจไม่ได้เงินมากเท่านี้ และยังทำให้โครงสร้างการถือหุ้นดูปวดหัวอีกด้วย

นอกจากนี้บริษัทใหม่ยังสามารถที่จะ IPO บริษัทเสาโทรคมนาคมที่ชื่อว่า edotco ออกมาได้อีกรอบหลังจากรวบรวมเสาโทรคมนาคมจาก Telenor Asia มีเสาโทรคมนาคมรวมทั้งหมดประมาณ 60,000 ต้น และจะกลายเป็นว่ากลายเป็นบริษัทเสาโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 5 ของโลกทันที

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/analysis-telenor-and-axiata-merging-asia-unit-and-effective-after-that/

ดีแทค ยื่นหนังสือต่อ กสทช. ขอใช้สิทธิ์ยืดชำระเงินค่าใบอนุญาตคลื่น 900 MHz ตามมาตรา 44

 

ดีแทค ได้ยื่นหนังสือต่อ กสทช. เพื่อแสดงความสนใจขอรับสิทธิ์ขยายระยะเวลาชำระค่าใบอนุญาตคลื่น 900MHz ตามมาตรา 44 ที่ออกคำสั่งมาช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคมให้สามารถขยายระยะเวลาการชำระจากการประมูลคลื่น 900MHz 

ในส่วนการเข้ารับการจัดสรรคลื่น 700MHz นั้น ดีแทคมีความเห็นว่าควรจะเลื่อนการจัดสรรออกไปจนกว่า กสทช. จะจัดทำแผนจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum Roadmap) ที่ชัดเจน ทั้งนี้ ดีแทคจะทำการศึกษาเงื่อนไขประกาศเชิญชวนและเผยแพร่เอกสารชี้ชวนการลงทุน (IM) ที่จะออกมาในช่วงเดือนพฤษภาคมอีกครั้ง

นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคมีข้อเสนอแนะว่าควรจะเลื่อนการจัดสรรคลื่นออกไปจนกว่ากสทช. จะจัดทำแผนจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum Roadmap) ที่ชัดเจน ซึ่งรวมถึงกำหนดช่วงเวลาในการนำคลื่นมาจัดสรร และกำหนดมูลค่าคลื่นความถี่อย่างยุติธรรมให้แล้วเสร็จก่อนที่จะดำเนินการประมูลหรือจัดสรรคลื่นอีกครั้ง”

 

from:http://mobileocta.com/dtac-submits-letter-of-intent-to-the-nbtc-for-the-extension-of-the-900mhz-licence-payment-terms/

3 ค่ายมือถือ AIS, dtac, True ใช้สิทธิ์ยืดชำระเงินค่าใบอนุญาตคลื่น 900MHz

คำสั่งตามมาตรา 44 ให้บริษัทเอกชนที่ประมูลคลื่นความถี่ 900MHz สามารถขยายเวลาชำระค่าใบอนุญาตได้ โดยมีเงื่อนไขต้องเข้ารับการจัดสรรคลื่นความถี่ 700MHz ซึ่ง ดูจากผลประโยชน์ที่จะได้รับ ค่ายมือถือทั้ง 3 ราย คือ AIS, dtac และ True น่าจะรับไว้ ยิ่ง กสทช.​ เคาะราคาคลื่น 700MHz ที่ประมาณ 25,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ดี

ล่าสุด ทั้ง AIS, dtac และ True ได้ยื่นหนังสือต่อ กสทช. ขยายระยะเวลาการชำระจากการประมูลคลื่นความถี่ 900MHz เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม dtac มีความเห็นเพิ่มเติมโดย ราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ ของ dtac บอกว่า ดีแทคมีข้อเสนอแนะว่าควรจะเลื่อนการจัดสรรคลื่นออกไปจนกว่า กสทช. จะจัดทำแผนจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum Roadmap) ที่ชัดเจน ซึ่งรวมถึงกำหนดช่วงเวลาในการนำคลื่นมาจัดสรร และกำหนดมูลค่าคลื่นความถี่อย่างยุติธรรมให้แล้วเสร็จก่อนที่จะดำเนินการประมูลหรือจัดสรรคลื่นอีกครั้ง

อีกทั้ง ดีแทคจะทำการศึกษาเงื่อนไขประกาศเชิญชวนและเผยแพร่เอกสารชี้ชวนการลงทุน (IM) ที่จะออกมาในช่วงเดือนพฤษภาคมอีกครั้ง

วันที่ 10 พ.ค. ถือเป็นวันสุดท้ายที่เปิดให้ค่ายมือถือ เข้ามายื่นหนังสือขอขยายเวลาชำระค่าประมูลคลื่นเป็นวันสุดท้าย แต่ค่ายมือถือทั้งสามยังคง ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจ เนื่องจากรอดูเงื่อนไขการจัดสรรคลื่น 700MHz โดยเฉพาะราคาเริ่มต้นการประมูล โดย กสทช.​ จะเปิดให้ยื่นซองขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่วันที่ 19 มิ.ย. 2562

ตามรายละเอียด

ก่อนหน้านี้ TDRI โดย สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน TDRI ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า คำสั่งของ คสช. ครั้งนี้ โดยส่งผลดังนี้

1. ยืดหนี้ 4G เอกชนได้ประโยชน์กว่า 20,000 ล้านบาท
2. 3 ค่ายมือถือได้สิทธิ์ถือครองคลื่นความถี่ 700MHz สำหรับให้บริการ 5G ในอนาคต
3. ผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือ ผู้ถือหุ้นที่เป็นมหาเศรษฐี และ บริษัทจากต่างประเทศ
4. บริการ 5G เป็นบริการในอนาคต ไม่ต้องรีบร้อนทำในวันนี้
5. การใช้ ม.44 เท่ากับขาดความรับผิดชอบในการใช้อำนาจ
6. เปิดช่องให้มีการใช้ดุลยพินิจ เท่ากับเปิดช่องให้ทุจริต
7. ประเทศชาติ และ ประชาชนคือผู้เสียหาย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ เปิด 7 ประเด็น คสช.​ ใช้มาตรา 44 ยืดเวลาชำระหนี้ให้ค่ายมือถือ ใครได้-ใครเสียประโยชน์

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ais-dtac-true-extension-900-licence-payment/

Telenor ประกาศควบรวมกิจการกับ Axiata ขึ้นเป็นกลุ่มบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของเอเชีย

Telenor กลุ่มบริษัทโทรคมนาคมจากนอร์เวย์ และ Axiata กลุ่มบริษัทโทรคมนาคมจากมาเลเซีย ประกาศบรรลุข้อตกลงเพื่อควบรวมกิจการธุรกิจในทวีปเอเชียร่วมกัน โดยจะจัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อ MergeCo ซึ่ง Telenor จะถือหุ้น 56.5% และ Axiata ถือหุ้น 43.5%

ผลของการควบรวมนี้จะทำให้ MergeCo กลายเป็นกลุ่มบริษัทโทรคมนาคมขนาดใหญ่ของโลกและของทวีปเอเชีย มีการให้บริการโทรคมนาคมใน 9 ประเทศ ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ได้แก่ ไทย, มาเลเซีย, บังกลาเทศ, ปากีสถาน, เมียนมาร์, กัมพูชา, เนปาล, ศรีลังกา และอินโดนีเซีย มีฐานลูกค้ารวม 300 ล้านราย และมีสถานีฐาน 60,000 จุด

ทั้งนี้ Telenor มีธุรกิจโทรคมนาคมในไทยคือ ดีแทค ซึ่ง Telenor ถือหุ้นทางตรง 42.62%

การควบรวมกิจการนี้ MergeCo ประเมินว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อนได้ราว 5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี โดยน่าจะมีรายการสำคัญคือธุรกิจในมาเลเซียที่ทั้ง 2 บริษัทดำเนินงานอยู่คือ Celcom และ Digi ที่น่าจะมีการควบรวมแบรนด์กัน

ที่มา: Reuters และ Telenor

alt="Telenor"

from:https://www.blognone.com/node/109696

ดีแทคยื่นหนังสือต่อ กสทช. ขอใช้สิทธิ์ยืดชำระเงินค่าใบอนุญาตคลื่น 900 MHz ตามมาตรา 44

วันนี้ (10 พฤษภาคม) ทาง ดีแทคได้ยื่นหนังสือต่อ กสทช. เพื่อแสดงความสนใจขอรับสิทธิ์ขยายระยะเวลาชำระค่าใบอนุญาตคลื่น 900MHz ตามมาตรา 44 ที่ออกคำสั่งมาช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคมให้สามารถขยายระยะเวลาการชำระจากการประมูลคลื่น 900MHz ในส่วนการเข้ารับการจัดสรรคลื่น 700MHz นั้น ดีแทคมีความเห็นว่าควรจะเลื่อนการจัดสรรออกไปจนกว่า กสทช. จะจัดทำแผนจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum Roadmap) ที่ชัดเจน ทั้งนี้ ดีแทคจะทำการศึกษาเงื่อนไขประกาศเชิญชวนและเผยแพร่เอกสารชี้ชวนการลงทุน (IM) ที่จะออกมาในช่วงเดือนพฤษภาคมอีกครั้ง

นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคมีข้อเสนอแนะว่าควรจะเลื่อนการจัดสรรคลื่นออกไปจนกว่ากสทช. จะจัดทำแผนจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum Roadmap) ที่ชัดเจน ซึ่งรวมถึงกำหนดช่วงเวลาในการนำคลื่นมาจัดสรร และกำหนดมูลค่าคลื่นความถี่อย่างยุติธรรมให้แล้วเสร็จก่อนที่จะดำเนินการประมูลหรือจัดสรรคลื่นอีกครั้ง”

ข่าว: ดีแทคยื่นหนังสือต่อ กสทช. ขอใช้สิทธิ์ยืดชำระเงินค่าใบอนุญาตคลื่น 900 MHz ตามมาตรา 44 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/05/10/dtac-900-mhz-nbtc.html