คลังเก็บป้ายกำกับ: DTAC

รวมโปรเน็ตไม่ลดสปีด เน็ตไม่อั้น เริ่มเพียง 189 บาท! ทรู ดีแทค AIS gomo FINN ธันวาคม 2020

เน็ตมือถือเป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่สำคัญต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันมากๆ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหน ส่วนใหญ่ก็จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อใช้งานร่วมกับแอปฯ ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ปัญหาของการใช้งานทั่วไปก็คือ การสมัครโปรฯ ที่มีราคาแพง และใช้ได้เพียงไม่นานเน็ตก็หมด หลายค่ายโอเปอร์เรเตอร์ใหญ่ๆ รวมไปถึงค่ายเล็กๆ ก็ทำโปรฯ ออกมาให้ใช้งาน ด้วยโปรฯ เน็ตไม่อั้น โปรเน็ตไม่ลดสปีด ทั้งค่าย truemove H dtac AIS และน้องเล็กอีก 2 ค่ายคือ gomo by AIS และ FINN Mobile

โปรเน็ตไม่อั้น โปรเน็ตไม่ลดสปีด1

ในปัจจุบันนี้นอกจากมือถือจะได้รับการพัฒนา เพื่อการใช้งานที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ การเชื่อมต่อก็เช่นกัน ที่ต้องมีการพัฒนาร่วมกันไป เพื่อประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นควบคู่กันไป และช่วงนี้การเชื่อต่อที่พูดถึงกันมากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นเน็ต 5G ที่มือถือรุ่นใหม่ๆ ทำออกมารองรับการใช้งานร่วมกับ 5G กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อระดับเรือธง หรือว่าในรุ่นที่ต่ำกว่านั้น ก็มีรุ่นที่รองรับ 5G กันได้หมดแล้ว แน่นอนว่าโปรเน็ตไม่อั้น และโปรเน็ตไม่ลดสปีดของค่ายใหญ่ๆ ก็มีให้ใช้งานกันทั้ง 4G และ 5G เลย แต่จะไปต่างกันที่ราคาแพ็กเกจที่ 5G นั้นจะมีราคาที่แพงขึ้นมาอีกนิด แต่สำหรับการใช้งานทั่วไป คิดว่าการใช้เน็ตเพียง 4G ในตอนนี้ก็เพียงพอต่อการใช้งานมากพอแล้ว แถมถ้าได้เล่นเน็ตไม่อั้นด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย หรือถ้าใครอยากใช้เน็ตแบบยาวๆ ไม่ต้องมาจ่ายเป็นรายเดือน ก็มีโปรฯ ซิมเน็ตรายปีให้เลือกกันอีกเยอะเลย (อ่านต่อ…ซิมเน็ตรายปี) วันนี้ Notebookspec เลยจะมารวมโปรฯ เน็ตไม่อั้นจากทุกค่ายมาฝากกัน สามารถดูรายละเอียดสรุปคร่าวๆ ได้จากตารางด้านล่างนี้เลย


ตารางข้อมูลราคาเริ่มต้นโปรเน็ตไม่ลดสปีด เน็ตไม่อั้นของแต่ละค่าย

ข้อมูล\ค่าย truemove H dtac AIS gomo by AIS FINN Mobile
แพ็กเกจ Special Unlimited Plus 349 dtac Go No Limit 299 Fixxy 300 แพ็กเกจหลัก FINN Lite
ราคา(บาท) /เดือน 349 299 300 299 189
โทรในเครือข่าย ฟรี 24 ชม. ฟรี 30 นาที ฟรี 24 ชม. ฟรี 100 นาที นาทีละ 0.9 บาท
โทรนอกเครือข่าย เดือนละ 50 นาที เดือนละ 150 นาที เดือนละ 50 นาที ฟรี 100 นาที นาทีละ 0.9 บาท
SMS 3 บาท 3 บาท 3 บาท 200 ข้อความ ฟรี
Wi-Fi ฟรี ฟรี ฟรี ฟรี ไม่มี
เงื่อนไขโปรฯ เปิดเบอร์ใหม่ ย้ายค่ายเบอร์เดิม ย้ายค่ายเบอร์เดิม เปิดเบอร์ใหม่/ ย้ายค่ายเบอร์เดิม เปิดเบอร์ใหม่/ ย้ายค่ายเบอร์เดิม
ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล 12 รอบบิล 12 รอบบิล 12 รอบบิล ใช้ได้เรื่อยๆ

จากตารางนี้ จะเป็นการบอกข้อมูลของโปรเน็ตไม่อั้น เน็ตไม่ลดสปีด ในราคาเริ่มต้น และเป็นราคาที่ถูกที่สุดของแต่ละค่ายเท่านั้น ซึ่งจะมีโปรเน็ตไม่อั้นอีกมากมายให้เลือกใช้กัน ทั้งเน็ต 5G และเน็ตที่มีความเร็วมากกว่านี้ พร้อมกับสิทธิพิเศษอีกมากมาย และถึงแม้ว่าจะเป็นโปรเน็ตที่ใช้ได้อย่างไม่อั้นก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถแชร์ Hotspot เพื่อโหลดบิทหนักๆ และไม่สามารถแชร์ออกไปเพื่อสำนักงานใหญ่ๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการโทร และราคาที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย สามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดโปรเน็ตไม่อั้น และเน็ตไม่ลดสปีดอย่างอื่น ได้ตามแต่ละค่ายข้างล่างนี้เลย


Truemove H

มาเริ่มกันที่ค่ายแรกกันก่อนเลยกับ truemove H ที่ทำโปรเน็ตไม่ลดสปีด และเน็ตไม่อั้นออกมาในราคาเพียง 349 บาทเท่านั้น และในแพ็กเกจเดียวกันก็มีราคา 399 อยู่ด้วย นอกจากจะมีโปรในราคาถูกแล้ว ก็ยังมีโปรรายเดือนสำหรับนักศึกษา และคนที่งานที่ทำงานอยู่ที่บ้านอีกด้วย รวมไปถึงโปรเน็ต 5G ที่ใช้ได้อย่างไม่อั้น ใช้กันไปเลยแรงๆ ไม่มีเน็ตหมด แถมตอนนี้ยังมีโปรร่วมกับ iPhone เพื่อรองรับ iPhone 12 เพิ่มเข้ามาใหม่อีกด้วย มาดูกันเลยว่ามีโปรอะไรบ้าง

Special Unlimited Plus 349 และ 399

โปรเน็ตไม่อั้น โปรเน็ตไม่ลดสปีด true 349 399
อินเทอร์เน็ต ใช้เน็ตได้ไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 10 Mbps ใช้เน็ตได้ไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 10 Mbps
โทรในเครือข่าย ฟรี 24 ชั่วโมง ฟรี 24 ชั่วโมง
โทรนอกเครือข่าย ฟรี 50 นาที ฟรี 200 นาที
Wi-Fi ไม่จำกัด ไม่จำกัด
สิทธิพิเศษ ดูหนัง ฟังเพลงไม่เสียค่าเน็ตบน
True ID นาน 12 เดือน
ดูหนัง ฟังเพลงไม่เสียค่าเน็ตบน
True ID นาน 12 เดือน
ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล 12 รอบบิล
ระยะเวลาการสมัคร 1 พฤศจิกายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2563 1 พฤศจิกายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2563
เงื่อนไข เปิดเบอร์ใหม่
หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน
เปิดเบอร์ใหม่
หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน
ราคา (ต่อเดือน) 349 บาท 399 บาท
  • *ราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • **โทรนอกเครือข่าย 50 ส่วนเกิน นาทีละ 1.50 บาท

สามารถเปิดเบอร์ใหม่ได้ที่ True shop ร้านค้าออนไลน์ และตัวแทนจำหน่าย อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ True Together

True Max Speed Unlimited 1099 (For Student and Worker)

เน็ตไม่อั้น เน็ตไม่ลดสปีด true vlearn and vwork
อินเทอร์เน็ต 4G ความเร็วสูงสุด 300Mbps
ไม่อั้น เน็ตไม่ลดสปีด
4G ความเร็วสูงสุด 300Mbps
ไม่อั้น เน็ตไม่ลดสปีด
โทรทุกเครือข่าย 700 นาทีต่อเดือน 700 นาทีต่อเดือน
Wi-Fi ไม่จำกัด ไม่จำกัด
สิทธิพิเศษ ดูหนัง ดูกีฬาบน TrueID ไม่เสียค่าเน็ต
เล่นเกม Freefire และ FOL4 Mobile ฟรี 12 เดือน
ดูหนัง ดูกีฬาบน TrueID ไม่เสียค่าเน็ต
เล่นเกม Freefire และ FOL4 Mobile ฟรี 12 เดือน
ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล 6 รอบบิล
ระยะเวลาการสมัคร 1 พฤศจิกายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2563 1 พฤศจิกายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2563
เงื่อนไข เปิดเบอร์รายเดือนใหม่ เปิดเบอร์รายเดือนใหม่
ราคา (ต่อเดือน) 699 บาท สำหรับนักศึกษา 899 บาท สำหรับพนักงานทั่วไป
  • *โทรส่วนเกิน คิดนาทีละ 1.50 บาท
  • **ราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • สำหรับนักศึกษาที่ลงทะเบียน ต้องมีอายุ 18-30 โดยการแสดงบัตรประชาชน และบัตรนักศึกษาด้วย
  • สำหรับคนทำงานต้องแสดงบัตรพนักงานในการรับสิทธิด้วย

สามารถเปิดเบอร์ใหม่ได้ที่ truemove H โดยการสั่งซื้อออนไลน์ และตัวแทนจำหน่าย อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ truemove H For Student และ For Worker

5G Super Max Speed

โปรเน็ตไม่อั้น โปรเน็ตไม่ลดสปีด true 5g supermaxspeed
อินเทอร์เน็ต ใช้เน็ตไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 1Gbps ใช้เน็ตไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 1Gbps ใช้เน็ตไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 1Gbps ใช้เน็ตไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 1Gbps
โทรในเครือข่าย ฟรี 24 ชั่วโมง ฟรี 24 ชั่วโมง ฟรี 24 ชั่วโมง ฟรี 24 ชั่วโมง
โทรนอกเครือข่าย 200 นาทีต่อเดือน 300 นาทีต่อเดือน 450 นาทีต่อเดือน 700 นาทีต่อเดือน
Wi-Fi ไม่จำกัด ไม่จำกัด ไม่จำกัด ไม่จำกัด
สิทธิพิเศษ ดูหนัง ฟังเพลง บน TrueID ฟรี 12 เดือน ดูหนัง ฟังเพลง บน TrueID ฟรี 12 เดือน ดูหนัง ฟังเพลง บน TrueID ฟรี 12 เดือน ดูหนัง ฟังเพลง บน TrueID ฟรี 12 เดือน
ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล 12 รอบบิล 12 รอบบิล 12 รอบบิล
ระยะเวลาการสมัคร ตั้งแต่วันนี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่วันนี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่วันนี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่วันนี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
เงื่อนไข เปิดเบอร์ใหม่ เปิดเบอร์ใหม่ เปิดเบอร์ใหม่ เปิดเบอร์ใหม่
ราคา (ต่อเดือน) 1199 บาท 1399บาท 1699 บาท 1999 บาท
  • โทรส่วนเกิน คิดนาทีละ 1.50 บาท
  • ดู ทรู พรีเมียร์ลีก ฟรีทุกแมตช์
  • ราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • รับซิมหมายเลขใหม่ 3G 4G 5G เน็ต 50GB และโทรทุกเครือข่าย 50 นาที 1, 2, 3 และ 4 ซิม
  • ไม่สามารถใช้งานร่วมกับบริการ Multi SIM

สามารถเปิดเบอร์ใหม่ได้ที่ True Online store และตัวแทนจำหน่าย อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ True Online store

5G Super Max Speed iPhone MNP Share Plan

โปรเน็ตไม่อั้น โปรเน็ตไม่ลดสปีด true 5g supermaxspeed iphone
อินเทอร์เน็ต ใช้เน็ตไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 1Gbps ใช้เน็ตไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 1Gbps ใช้เน็ตไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 1Gbps
โทรในเครือข่าย ฟรี 24 ชั่วโมง ฟรี 24 ชั่วโมง ฟรี 24 ชั่วโมง
โทรนอกเครือข่าย 600 นาทีต่อเดือน 900 นาทีต่อเดือน 1400 นาทีต่อเดือน
Wi-Fi ไม่จำกัด ไม่จำกัด ไม่จำกัด
สิทธิพิเศษ ดูหนัง ฟังเพลง บน TrueID ฟรี 12 เดือน ดูหนัง ฟังเพลง บน TrueID ฟรี 12 เดือน ดูหนัง ฟังเพลง บน TrueID ฟรี 12 เดือน
ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล 12 รอบบิล 12 รอบบิล
ระยะเวลาการสมัคร 27 พฤศจิกายน 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 27 พฤศจิกายน 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 27 พฤศจิกายน 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563
เงื่อนไข ย้ายค่ายเบอร์เดิม พร้อมเปิดเบอร์ใหม่ ย้ายค่ายเบอร์เดิม พร้อมเปิดเบอร์ใหม่ ย้ายค่ายเบอร์เดิม พร้อมเปิดเบอร์ใหม่
ราคา (ต่อเดือน) 1399บาท 1699 บาท 1999 บาท
  • รับเครื่องได้ทันที ไม่ต้องรอย้ายค่ายเสร็จ
  • ได้รับ True Protech ฟรี 6 เดือน, iCloud 50GB นาน 3 เดือน, ฟรีค่าบริการ Apple Watch Service 12 เดือน
  • รับสิทธิ True Card นาน 12 เดือน
  • ราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

สามารถเปิดเบอร์ใหม่ได้ที่ True Online Store และตัวแทนจำหน่าย อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ truemove H


dtac

มาถึงค่าย dtac กันบ้าง ที่มีโปรเน็ตไม่ลดสปีด และเล่นเน็ตได้ไม่อั้นในราคาที่ถูกมากๆ เพียง 299 บาทเท่านั้น กับแพ็กเกจ dtac Go No Limit 299 นอกจากนี้ก็ยังมีโปรเน็ตไม่ลดสปีด สำหรับนักศึกษาและคนทำงานอยู่ด้วยเหมือนกัน ตอบโจทย์คนเรียนและทำงานอยู่บ้านมาก มาดูกันเลยว่ามีโปรไหนน่าสนใจบ้าง

dtac Go No Limit 299

โปรเน็ตไม่ลดสปีด dtac go no limit 299
อินเทอร์เน็ต เน็ตไม่อั้น ในประเทศไทย 
ความเร็วสูงสุด 10 Mbps
โทรในเครือข่าย ฟรีครั้งละ 30 นาที
โทรนอกเครือข่าย ฟรี 150 นาที
Wi-Fi ไม่จำกัด
สิทธิพิเศษ
ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล
ระยะเวลาการสมัคร 30 พฤศจิกายน ปี 2563 ถึง 31 ธันวาคม ปี 2563
เงื่อนไข ย้ายค่ายเบอร์เดิม
ราคา (ต่อเดือน) 299 บาท
  • โทรส่วนเกิน คิดนาทีละ 1.50 บาท
  • ราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • สมัครผ่านช่องทางออนไลน์ และต้องย้ายค่ายเบอร์เดิมเท่านั้น

สามารถย้ายค่ายออนไลน์ หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ dtac

dtac Happy @ Home (Student และ Worker)

โปรเน็ตไม่อั้น โปรเน็ตไม่ลดสปีด happy at home
อินเทอร์เน็ต ใช้เน็ตได้ไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 100 Mbps ใช้เน็ตได้ไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 100 Mbps
โทรทุกเครือข่าย ฟรี 700 นาที ฟรี 700 นาที
Wi-Fi ไม่จำกัด ไม่จำกัด
สิทธิพิเศษ ใช้ฟรีแอปฯ ทำงาน
เล่นโซเชียล นาน 6 เดือน
ใช้ฟรีแอปฯ ทำงาน
เล่นโซเชียล นาน 6 เดือน
ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล 12 รอบบิล
ระยะเวลาการสมัคร 30 พฤศจิกายน ปี 2563 ถึง 31 ธันวาคม ปี 2563 30 พฤศจิกายน ปี 2563 ถึง 31 ธันวาคม ปี 2563
เงื่อนไข ย้ายค่ายเบอร์เดิม ย้ายค่ายเบอร์เดิม
ราคา (ต่อเดือน) 699 บาท สำหรับนักศึกษา 849 สำหรับคนทำงาน
  • โทรส่วนเกิน คิดนาทีละ 1.50 บาท
  • นักศึกษาต้องมีอายุ 18-25 ปีเท่านั้น
  • ราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

สามารถย้ายค่ายออนไลน์ หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ dtac

dtac GO Unlimited

โปรเน็ตไม่อั้น โปรเน็ตไม่ลดสปีด dtac go
อินเทอร์เน็ต ใช้เน็ตไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 100 Mbps ใช้เน็ตไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 100 Mbps ใช้เน็ตไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 100 Mbps ใช้เน็ตไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 100 Mbps
โทรในเครือข่าย ฟรี 24 ชม.
ครั้งละ 60 นาที
ฟรี 24 ชม.
ครั้งละ 60 นาที
ฟรี 24 ชม.
ครั้งละ 60 นาที
ฟรี 24 ชม.
ครั้งละ 60 นาที
โทรนอกเครือข่าย 700 นาทีต่อเดือน 1200 นาทีต่อเดือน ไม่จำกัด 2500 นาทีต่อเดือน
Wi-Fi ไม่จำกัด ไม่จำกัด ไม่จำกัด ไม่จำกัด
ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล 12 รอบบิล 12 รอบบิล 12 รอบบิล
ระยะเวลาการสมัคร 30 พฤศจิกายน ปี 2563 ถึง 31 ธันวาคม ปี 2563 30 พฤศจิกายน ปี 2563 ถึง 31 ธันวาคม ปี 2563 30 พฤศจิกายน ปี 2563 ถึง 31 ธันวาคม ปี 2563 30 พฤศจิกายน ปี 2563 ถึง 31 ธันวาคม ปี 2563
เงื่อนไข ย้ายค่ายเบอร์เดิม ย้ายค่ายเบอร์เดิม ย้ายค่ายเบอร์เดิม ย้ายค่ายเบอร์เดิม
ราคา (ต่อเดือน) 825 บาท 1125 บาท 1650 บาท 1499 บาท
  • ใช้เน็ตฟรี สำหรับประเทศในโซนเอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกา และทุกทวีปทั่วโลกสำหรับโปรฯ 1125 ขึ้นไป 5GB/เดือน
  • โทรส่วนเกิน นาทีละ 1.50 บาท
  • ราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

สามารถย้ายค่ายออนไลน์ หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ dtac


AIS

มาถึงค่ายใหญ่ค่ายสุดท้ายกันบ้าง ที่การันตีได้เลยในเรื่องของความเร็วเน็ตระดับ 5G ที่มีโปรเน็ต 5G แบบไม่อั้น ไม่ลดสปีดมาร่วมอยู่ด้วย รวมไปถึงโปรเน็ตไม่ลดสปีดที่มีราคาเพียง 300 บาทกับแพ็กเกจ Fixxy ที่มีมาให้เลือกใช้งานกันอย่างหลากหลาย ตามไลฟ์สไตล์ของการใช้งาน ไปดูกันเลย

Fixxy

โปรเน็ตไม่อั้น โปรเน็ตไม่ลดสปีด ais fixxy
อินเทอร์เน็ต เน็ตไม่อั้น 
ความเร็วสูงสุด 10 Mbps
เน็ตไม่อั้น 
ความเร็วสูงสุด 10 Mbps
เน็ตไม่อั้น 
ความเร็วสูงสุด 10 Mbps
โทรในเครือข่าย ฟรี 24 ชั่วโมง
ครั้งละ 30 นาที
ฟรี 24 ชั่วโมง
ครั้งละ 30 นาที
ฟรี 24 ชั่วโมง
ครั้งละ 30 นาที
โทรนอกเครือข่าย ฟรี 50 นาที ฟรี 50 นาที ฟรี 200 นาที
Wi-Fi ไม่จำกัด ไม่จำกัด ไม่จำกัด
สิทธิพิเศษ YouTube Premium ฟรี 3 เดือน YouTube Premium ฟรี 3 เดือน
AIS PLAY ฟรี 6 เดือน
YouTube Premium ฟรี 3 เดือน
AIS PLAY ฟรี 6 เดือน
ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล 12 รอบบิล 12 รอบบิล
ระยะเวลาการสมัคร ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2020 เป็นต้นไป ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2020 เป็นต้นไป ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2020 เป็นต้นไป
เงื่อนไข ย้ายค่ายเบอร์เดิม เปิดเบอร์ใหม่
หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน
เปิดเบอร์ใหม่
หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน
ราคา (ต่อเดือน) 300 บาท 349 บาท 399 บาท
  • โทรส่วนเกิน นาทีละ 1.50 บาท
  • ราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • Fixxy 399 รับเน็ต 5G เพิ่ม 5GB ราคา 399 บาท ดูเงื่อนไข และรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่

สามารถสมัครได้โดยการย้ายค่ายเบอร์เดิม ผ่านช่องทางออนไลน์ของ AIS กดที่นี่ หรือผ่านตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น

Net Extreme

โปรเน็ตไม่อั้น โปรเน็ตไม่ลดสปีด ais net extream
อินเทอร์เน็ต ใช้เน็ต 3G 24GB และ 4G ไม่อั้น
ที่ความเร็วสูงสุด 300 Mbps
โทรทุกเครือข่าย นาทีละ 1.50 บาท
Wi-Fi ไม่จำกัด
สิทธิพิเศษ YouTube Premium ฟรี 6 เดือน
ดู AIS Play, Play Family ฟรี 6 เดือน
ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล
ระยะเวลาการสมัคร 30 พฤศจิกายน ปี 2563 ถึง 31 ธันวาคม ปี 2563
เงื่อนไข เปิดเบอร์ใหม่, ย้ายค่ายเบอร์เดิม
หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน
ราคา (ต่อเดือน) 1099 บาท
  • ราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

**ลูกค้า AIS ปัจจุบันที่เปิดเบอร์ใหม่ จะได้รับเน็ตเพิ่มอีก 5GB นาน 6 เดือน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครโปรได้ที่ AIS

5G MAX SPEED

โปรเน็ตไม่อั้น โปรเน็ตไม่ลดสปีด ais 5g maxspeed
อินเทอร์เน็ต ใช้เน็ต 5G ไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 1Gbps ใช้เน็ต 5G ไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 1Gbps ใช้เน็ต 5G ไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 1Gbps ใช้เน็ต 5G ไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 1Gbps
โทรในเครือข่าย ฟรี 24 ชม. ฟรี 24 ชม. ฟรี 24 ชม. ฟรี 24 ชม.
โทรนอกเครือข่าย 150 นาที 250 นาที 400 นาที 600 นาที
Wi-Fi ไม่จำกัด ไม่จำกัด ไม่จำกัด ไม่จำกัด
สิทธิพิเศษ YouTube Premium ฟรี 6 เดือน ดู Play Premium ฟรี 3 เดือน YouTube Premium ฟรี 6 เดือน ดู Play Premium ฟรี 3 เดือน YouTube Premium ฟรี 6 เดือน ดู Play Premium ฟรี 3 เดือน YouTube Premium ฟรี 6 เดือน ดู Play Premium ฟรี 3 เดือน
ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล 12 รอบบิล 12 รอบบิล 12 รอบบิล
เงื่อนไข *เปลี่ยนได้ทุกกรณี *เปลี่ยนได้ทุกกรณี *เปลี่ยนได้ทุกกรณี *เปลี่ยนได้ทุกกรณี
ราคา (ต่อเดือน) 1199 บาท 1399 บาท 1699 บาท 1999 บาท
*เปิดเบอร์ใหม่ เปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน ย้ายค่าย และลูกค้าปัจจุบัน
  • ปรับสปีดได้ตามต้องการด้วย Flexi Speed
  • โทรส่วนเกิน คิดนาทีละ 1.50 บาท
  • รับสิทธิ์เซเรเนด รับซิม 5G 50GB ตั้งแต่แพ็กเกจ 1,199-1,999 บาท
  • รับ AIS Play VR ฟรีพร้อม AIS 5G Service ฟรี AR Service, VR Service 6 รอบบิล และ Cloud Game 3 รอบบิล
  • ราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ AIS


gomo by AIS

จากค่ายใหญ่ๆ เรามาดูค่ายเล็กๆ กันบ้างดีกว่า สำหรับค่าย gomo นั้นจะเป็นค่ายที่แยกย่อยออกมาจาก AIS อีกทีนึง ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ทำขึ้นมา เพื่อเป็นตัวเลือกให้เราได้เลือกใช้งานกัน ด้วยความเป็นน้องใหม่ และคนไม่ค่อยรู้จักเยอะมากนัก จึงต้องมีโปรที่โดนใจ ทั้งราคาและการใช้งานเน็ตไม่อั้น เน็ตไม่ลดสปีดมาให้ใช้กันอย่างเต็มที่ไปเลย แต่ก็อาจจะมีข้อเสียเล็กน้อย ตรงที่อาจจะยังไม่มีสัญญาณครอบคลุมมากนัก หากจะใช้เป็นซิมรองก็จะใช้งานได้ดีเลย

GOMO แพ็กเกจหลัก

โปรเน็ตไม่อั้น โปรเน็ตไม่ลดสปีด gomo
อินเทอร์เน็ต เน็ตเต็มสปีด 50GB
หลังจากหมดจะใช้เน็ตได้ไม่อั้น
ความเร็วสูงสุด 10 Mbps
โทรทุกเครือข่าย ฟรี 100 นาที
Wi-Fi AIS ไม่จำกัด
สิทธิพิเศษ YouTube Premium ฟรี 3 เดือน
ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล
ระยะเวลาการสมัคร วันนี้ ถึง 15 มกราคม 2564
เงื่อนไข ค่ายเบอร์เดิม หรือสั่งซื้อซิมใหม่
ราคา (ต่อเดือน) 299 บาท
  • ส่ง SMS ฟรี 200 ข้อความ
  • ราคาทั้งหมดรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

สามารถย้ายค่ายออนไลน์ หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ gomo by AIS


FINN MOBILE

ค่ายเล็กอีกหนึ่งค่าย และเป็นค่ายสุดท้ายที่เราจะนำมาฝากกันในครั้งนี้ด้วย ค่ายของ FINN นั้นได้ทำออกมานานมากแล้ว แต่ใช้เป็นอีกชื่อหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นชื่อนี้ และก็มีทั้งโปรเน็ตไม่ลดสปีด และเน็ตไม่อั้นมาให้ใช้งานกันอย่างหลากหลาย และมีราคาถูกที่สุดแล้วด้วย ตั้งแต่ราคา 189 บาท แต่ไม่เกิน 1000 บาท ก็สามารถเล่นได้อย่างไม่อั้นได้แล้ว มีรายละเอียดดังนี้

แพ็กเกจหลัก FINN LITE, FINN MAX และ Unlimited

โปรเน็ตไม่อั้น โปรเน็ตไม่ลดสปีด finn
อินเทอร์เน็ต ใช้เน็ต 100 Mbps 5GB
หลังจากหมดจะใช้เน็ตได้ไม่อั้น
ความเร็วสูงสุด 10 Mbps
ใช้เน็ต 100 Mbps 80G
หลังจากหมดจะใช้เน็ตได้ไม่อั้น
ความเร็วสูงสุด 10 Mbps
ใช้เน็ต 100 Mbps ไม่จำกัด
โทรทุกเครือข่าย นาทีละ 0.99 บาท ฟรี 300 นาที ไม่จำกัด
โทรนอกเครือข่าย ฟรี 50 นาที ฟรี 50 นาที ฟรี 200 นาที
Wi-Fi
สิทธิพิเศษ YouTube Premium ฟรี 3 เดือน YouTube Premium ฟรี 3 เดือน
AIS PLAY ฟรี 6 เดือน
YouTube Premium ฟรี 3 เดือน
AIS PLAY ฟรี 6 เดือน
ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล 12 รอบบิล 12 รอบบิล
ระยะเวลาการสมัคร 1 – 31 ธันวาคม 2563 1 – 31 ธันวาคม 2563 1 – 31 ธันวาคม 2563
เงื่อนไข เปิดเบอร์ใหม่ ย้ายค่ายเบอร์เดิม และลูกค้าปัจจุบัน เปิดเบอร์ใหม่ ย้ายค่ายเบอร์เดิม และลูกค้าปัจจุบัน เปิดเบอร์ใหม่ ย้ายค่ายเบอร์เดิม และลูกค้าปัจจุบัน
ราคา (ต่อเดือน) 189 บาท 279 บาท 749 บาท
  • ราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

สามารถย้ายค่ายออนไลน์ หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FINN MOBILE


สรุป

แล้วทั้งหมดนี้ ก็เป็นโปรเน็ตไม่ลดสปีด เน็ตไม่อั้น เล่นกันได้ยาวๆ ไม่ต้องกลัวเน็ตหมด ทั้งจากค่ายใหญ่อย่าง truemove H, dtac และ AIS รวมไปถึงค่ายเล็กอย่าง gomo by AIS และ FINN Mobile ที่มีราคาคุ้มที่สุดแล้ว เนื่องจากมีราคาที่ถูกมาก เริ่มต้นเพียง 189 บาทเท่านั้น ก็สามารถใช้งานได้ไม่อั้นแล้ว หรือถ้าใครที่อยากใช้งานจากค่ายใหญ่ๆ สัญญาณไม่ขาดหาย ก็มีของ dtac ที่ราคาถูกที่สุดแล้ว ตามมาด้วย AIS และ truemove H สุดท้ายก็คือการใช้เน็ต 5G แบบไม่จำกัด ราคาถูกสุดจะเป็นของ truemove H แต่แนะนำว่าให้ใช้ของ AIS เพราะได้สัญญาณแรงที่สุดแล้ว แล้วถ้ามีโปรเน็ตดีดีอีก เราก็จะมาอัพเดทและนำมาบอกกันเรื่อยๆ เลยนะครับ

from:https://notebookspec.com/web/551315-all-of-promotions-unlimited-internet

เวทีประกวดเกษตรกรรักบ้านเกิด ครั้งที่ 12  ชูแนวคิด การเกษตรเพื่อการส่งออก ศูนย์กลางอาหารโลก

ดีแทค, EXIM BANK, กรมส่งเสริมการเกษตร และมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จัดเวทีประกวดเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด “การเกษตรเพื่อการส่งออก” สอดรับแนวโน้มอุปสงค์เพิ่มจากตลาดโลก ขณะที่สถานการณ์ส่งออกสินค้าเกษตรไทยอยู่ในสภาวะ “น่าห่วง” สัดส่วนการส่งออกลดลงตลอด 3 ทศวรรษ แนะหาสินค้าเกษตรดาวเด่นตัวใหม่ป้อนตลาดโลก ยกเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการผลิตอาหารและสินค้าเกษตรมาตรฐานโลก เพิ่มการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยกศักยภาพการผลิตเพื่อแข่งขันได้ในตลาดโลก

บุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการ มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด กล่าวว่า โครงการประกวดเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ.2563 ส่งเสริมยกระดับเกษตรกรสู่การเป็น “ผู้ประกอบการ” (Entrepreneurship) ที่เข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในระดับสากลได้ จึงเป็นที่มาของแนวคิดหลักของการประกวดในปีนี้ภายใต้กรอบ “การเกษตรเพื่อการส่งออก” เพื่อยกระดับเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีความพร้อมด้านการผลิตอาหารและสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐานสู่ระดับโลก สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการเกษตรและประเทศชาติ

ดีแทคสนับสนุนเทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพเกษตร

ชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ ดีแทค บอกว่า ภายใต้การแข่งขันของตลาดโลกในบริบทสินค้าเกษตร “คุณภาพ” ถือเป็นจุดขายหลักในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดของตลาดโลก ด้วยเหตุนี้ ทำให้เกษตรกรไทยจำเป็นต้องรู้จักทำเทคโนโลยีเกษตร (AgriTech) ผสานเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเสริมศักยภาพทั้งในแง่การเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และการควบคุมคุณภาพ (Quality control) ทำให้การลงทุนมีความแม่นยำมากขึ้น ส่งผลต่อความสำเร็จของธุรกิจ

ล่าสุด ได้มีการเปิดตัวแอป Kaset Go โดยความร่วมมือกับยารา ประเทศไทย ซึ่งเป็นชุมชนออนไลน์ของเกษตรกรตัวจริง ซึ่งมีความมุ่งหวังให้เกษตรกรได้รับข้อมูลความรู้ที่ทันสมัย เข้าใจง่าย และตรงต่อความต้องการเฉพาะราย

นอกจากนี้ ดีแทคยังได้วางโร้ดแมพที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรม โดยในปี พ.ศ.2564 จะมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เสริมศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่ของไทยอย่างครบครันมากขึ้น ซึ่งเป็นการติดอาวุธให้เกษตรกรไทยแข็งแกร่งพร้อมกับการเสริมโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้แข็งแรงมากขึ้น

EXIM BANK สนับสนุนสินค้าเกษตรเพื่อให้ส่งออกได้อย่างยั่งยืน

พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวว่า สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปของไทยสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยปีละ 2.2 ล้านล้านบาท หรือ 13% ของ GDP ไทย ขณะที่เฉลี่ยของโลกอยู่ที่ราว 10% ของ GDP

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปของไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 17% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดของไทย ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวลดลงต่อเนื่องตลอดเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา จึงถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเร่งหาทางสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรของไทย เพื่อหา Product Champion ตัวใหม่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ไทยเป็นผู้ส่งออกสำคัญในหลายสินค้า ทั้งทุเรียน  มันสำปะหลัง ข้าว ไก่ และสับปะรด ครองส่วนแบ่งตลาดส่งออกโลกถึง 92%, 44%, 17%, 11% และ 14% ตามลำดับ นอกจากนี้ สินค้าเกษตรหลายรายการของไทยยังส่งออกได้แม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 เช่น ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง ยังเป็นที่ต้องการของตลาดและมีศักยภาพจะขยายตลาดในต่างประเทศได้อีกมาก

EXIM BANK จึงพร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลกของผู้ประกอบการภาคเกษตร โดยการใช้ความเชี่ยวชาญขององค์กรในการบ่มเพาะผู้ประกอบการไทยให้สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าเพื่อส่งออกและขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศได้มากขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคตามวิถีการดำเนินชีวิตในรูปแบบ New Normal อาทิ การให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและอาหารเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดย EXIM BANK มีบริการสนับสนุนทั้งด้านความรู้ การเงิน การให้คำปรึกษาและจับคู่ธุรกิจ เพื่อเสริมสภาพคล่องและความพร้อมของผู้ประกอบการไทยในการเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจส่งออกอย่างมั่นใจและแข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

เวทีประกวดเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด

คณะกรรมการฯ จะพิจารณาจากองค์ประกอบ 4 มิติ ได้แก่

  1. คุณสมบัติส่วนบุคคล โดยมีความรู้ด้านการเกษตร สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ได้ และมีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม
  2. สินค้าและบริการ มีแบรนด์ชัดเจน มีความโดดเด่นน่าสนใจ มีมาตรฐานรับรอง และมีความพร้อมในการส่งออก
  3. การจัดการ มีการจัดการที่เป็นระบบครบวงจร ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และมีรายได้จากการประกอบการชัดเจน
  4. ชุมชน มีจิตสำนึกรักบ้านเกิด มีการรวมกลุ่มเชื่อมโยงเครือข่าย และมีความมุ่งมั่นพัฒนาการเกษตรให้เกิดความยั่งยืน

ผลการตัดสินการประกวด “เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด พ.ศ.2563”

รางวัลชนะเลิศ

เสาวลักษณ์ มณีทอง จากสวนปันแสน จังหวัดตาก เกษตรกรผู้ผลิตสมุนไพรส่งออกไปอเมริกา ศรีลังกา และออสเตรเลีย

เธอเป็นคนรุ่นใหม่ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของสมุนไพรไทย ด้วยการนำสมาชิกในชุมชนมาผลิต “สมุนไพรไทยไร้สารเคมี” มาตรฐานสากล รวบรวมและแปรรูป สร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อนำสมุนไพรไทยสู่สากล  ทำการตลาดควบคู่การผลิต พัฒนา วิจัย ต่อยอดผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความแตกต่าง ด้วยการแบ่งปันผลประโยชน์ให้ชุมชนมีรายได้ที่น่าพอใจ  ไม่เอาเปรียบเกษตรกร คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้คุ้มค่า มีการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากร มีการวางแผนการเพาะปลูกอย่างเป็นระบบ แปรรูปเอง ขายเอง ทำการตลาดเอง สามารถกำหนดราคาตลาดได้เองจนชุมชนมีรายได้อย่างยั่งยืน

รองชนะเลิศอันดับ 1

สิทธา สุขกันท์ จากกลุ่มข้าวฅนอินทรีย์  จังหวัดพิจิตร เกษตรกรผู้ส่งเมล็ดข้าวเปลือกให้กับคู่ค้า นำไปแปรรูปเป็นแป้ง เส้นพาสต้า และราเมง

เกษตรกรหนุ่มผู้ผลิตข้าวแข็งอินทรีย์ มาตรฐานส่งออก นำไปแปรรูปเป็นแป้ง เส้นพาสต้า และราเมง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศเป็นบุคคลที่ให้คุณค่าในอาชีพชาวนาความตั้งใจที่จะยกระดับอาชีพชาวนาให้มีเกียรติเทียบเท่ากับอาชีพอื่น ๆ ให้ชาวนามีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำทุกอย่างให้เห็นเป็นตัวอย่าง และค่อย ๆ เปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนวิธีการ ให้ชุมชนเห็นว่า ชาวนาสามารถทำข้าวอินทรีย์ส่งออกได้ มาตรฐานสากลก็ทำได้ และร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมติดตาม ร่วมกันรับผิดและรับชอบ มีการพัฒนาการทำงานอย่างสม่ำเสมอ

รองชนะเลิศอันดับ 2

ณัฐวุฒิ จันทร์เรือง จันทร์เรืองฟาร์ม (JR Farm) จังหวัดจันทบุรี เกษตรกรผู้ส่งออกผลสด และทุเรียนแปรรูป ไปประเทศจีน สิงคโปร์ ใต้หวัน เวียดนาม

ณัฐวุฒิเป็นคนรุ่นใหม่ที่กลับไปช่วยครอบครัวทำสวนผลไม้ และนำความรู้ที่เรียนจบปริญญาโทด้านพลังงานไปพัฒนาระบบการทำเกษตร จนกลายเป็นเกษตรอัจฉริยะที่มีการนำระบบหุ่นยนต์และการควบคุมอัตโนมัติมาพัฒนาด้านการผลิต การแปรรูป ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ลดต้นทุนการจ้างแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้ภายในฟาร์ม พัฒนาสวนจนสามารถพึ่งพาตนเองได้  จึงต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับคนในพื้นที่ ให้กับชุมชน ได้เข้ามาศึกษาและนำไปปรับใช้กับพื้นที่ของแต่ละบุคคล  เพื่อสร้างความมั่งคงทางอาหารและพัฒนาการเกษตรของประเทศให้เกิดความยั่งยืนต่อไป มีการพัฒนา เพิ่มมูลค่า แปรรูปผลผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด  จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ทุเรียนกรอบ JR Farm ที่แปรรูปด้วยเครื่องอบระบบดิจิทัล ใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกจนถึงการแปรรูป

เกษตรกรดีเด่น

  1. ชำนาญ คุ้มไพร จากจังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าของคณิสรฟาร์มแมงอินเตอร์ เกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีด และแปรรูป
  2. อรวรรณ สุวรรณหล้า จากจังหวัดลำพูน หจก. สวนปทุมทิพย์ เกษตรกรผู้ปลูกและแปรรูปมะม่วง 7 สายพันธุ์
  3. อมตะ สุขพันธ์ จากจังหวัดแม่ฮ่องสอน หจก.วัน-อ๊อฟ คอฟฟี่ ฟาร์มสเตย์ ผู้ผลิตกาแฟ
  4. ศราวุธ พรชัยสิทธิ์ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา สวนมะพร้าวน้ำหอมคุณราตรี ผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม
  5. สมพงษ์ หนูศาสตร์ จากจังหวัดเพชรบุรี สปาเกลือกังหันทอง ชาวนาเกลือ และผู้ผลิตเครื่องสำอางส่งต่างประเท
  6. มณีรัตน์ ภาโนมัย จากจังหวัดอุตรดิตถ์ ดี ฟรุต ฟาร์ม (Dfruit Farm) ชาวสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองและมะม่วงโชคอนันต์
  7. ศักดา แสงกันหา จากจังหวัดนครราชสีมา Maligood ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ผลิตผ้าไหมส่งออก

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/dtac-rak-baan-kerd-agriculture/

รวมซิมเน็ตรายปี เล่นเน็ตไม่อั้น AIS dtac truemove H จ่ายทีเดียวเล่นเน็ตได้ยาวๆ อัพเดท ธันวาคม 2020

เริ่มเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2020 กันแล้ว ถึงแม้ว่าใกล้จะหมดปีนี้ แต่การเล่นเน็ตมือถือนั้น ก็ยังคงต้องใช้งาน และเล่นกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นแบบรายเดือน หรือแบบเติมเงิน รวมไปถึงคนที่ชอบจ่ายแบบทีเดียว เหมาไปเลยจบๆ ด้วยซิมเน็ตรายปี เล่นเน็ตกันได้อย่างไม่อั้น และถึงแม้ว่าจะเปิดซิมปลายปีนี้ ก็ยังสามารถใช้ได้เต็มที่ 12 เดือนเต็มๆ

ซิมเน็ตรายปี

ซิมรายปีนั้น เริ่มเข้ามาเป็นที่นิยมกันมากขึ้น หลังจากที่โปรฯ เน็ตทั่วไปนั้นได้เริ่มลดสปีดต่ำลงมา และราคาที่ถูกปรับด้วย จึงทำให้หลายๆ คนเริ่มหาซิมรายปี ที่จ่ายเพียงครั้งเดียวยาวๆ ไปเลย ไม่ต้องมาคอยเติมเงิน หรือจ่ายรายเดือน หรืออีกวิธีที่เป็นที่นิยมก็คือ การใส่สองซิม โดยซิมหลักจะเป็นซิมโทรทั่วไป และซิมเน็ตรายปีนั้น จะใช้เป็นซิมเน็ตแทน ก็จะช่วยให้เราได้ใช้ทั้งการโทรและการเล่นเน็ตเลย ถือว่าเป็นวิธีที่น่าใช้ และน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ส่วนค่ายแต่ละค่ายที่ทำซิมเน็ตรายปีออกมานั้น จะมีหลักๆ อยู่ 3 ค่ายใหญ่ นั่นก็คือ AIS, dtac และ truemove H ส่วนค่ายอื่นๆ อย่าง TOT และ My by CAT นั้นจะเคยทำออกมาบ้าง แต่ในตอนนี้ไม่มีแล้ว จะมีก็เพียงแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตเสริมเท่านั้น


ซิมเน็ตรายปีของ AIS dtac และ truemove H

สำหรับทั้ง 3 ค่ายใหญ่นี้ ก็ได้ทำซิมเน็ตรายปีออกมาแตกต่างกันไป โดย AIS นั้นจะทำซิมออกมาให้ใช้งานกันอยู่ 1 ซิมเท่านั้น ส่วน truemove H และ dtac จะทำออกมาทั้งหมด 3 ซิม ซึ่งราคาและรายละเอียดต่างๆ ก็จะไม่เหมือนกันด้วย รวมไปถึงราคาขายส่วนใหญ่ จะขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้าน หรือว่าซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์ แต่ส่วนใหญ่ถ้าซื้อผ่านหน้าร้านออนไลน์จะมีราคาถูกกว่าเยอะมาก คุ้มค่าต่อการใช้งานสุดๆ บางค่ายสามารถเปลี่ยนโปรฯ ได้ด้วย แต่ถ้าจะเปลี่ยนกลับมาใช้โปรฯ ต้องซื้อซิมใหม่เท่านั้นนะ ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีซิมไหน จากค่ายอะไรน่าใช้กันบ้าง


ซิมเน็ตรายปีของ AIS

ซิมเน็ตมาราธอน

ซิมเน็ตรายปี 2020 ais 1790

รายละเอียดของซิมเน็ตมาราธอน

  • เล่นเน็ตได้ไม่อั้น ไม่ลดสปีด ที่ความเร็ว 10Mbps ในปริมาณ 100GB ต่อเดือน ถ้าใช้เกินจะลดเหลือ 128 Kbps
  • โทรในเครือข่าย AIS ฟรีครั้งละ 30 นาทีตลอด 24 ชั่วโมง นาทีต่อไปนาทีละ 1 บาท (ไม่รวม VAT)
  • โทรนอกเครือข่ายนาทีละ 1 บาท ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่รวม VAT)
  • SMS ข้อความละ 2 บาท MMS ข้อความละ 3 บาท และ VDO Call นาทีละ 1.5 บาท (ไม่รวม VAT)
  • ได้รับสิทธินาน 12 เดือน (1ปี) สามารถเปลี่ยนโปรฯ ได้ผ่าน IVR *777 แต่ถ้าเปลี่ยนแล้ว จะเปลี่ยนกลับมาไม่ได้อีก (ต้องซื้อซิมใหม่)
  • แชร์ Hotspot ได้ สำหรับการใช้งานทั่วไป ถ้าแชร์เพื่อโหลดบิท หรือสำนักงานใหญ่ๆ ไม่สามารถทำได้
  • ซื้อได้ที่ศูนย์บริการ ร้านค้าออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada และแอปพลิเคชันของ AIS โดยตรง ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่

ราคาแพ็กเกจ มีราคาอยู่ที่ 1,790 บาท (เฉลี่ยเดือนละ 149 บาท)

ซิมเน็ตมาราธอน 1200 และ 600

ซิมเน็ตรายปี 2020 ais 1200 600

นอกจากนี้ยังมีแพ็คเกจ 1,200 บาท (นาน 12 เดือน) และ 600 บาท นาน (6 เดือน) อยู่ด้วย แต่จะไม่ได้ใช้เน็ตเท่าแพ็คเกจ 1,790 บาท มีรายละเอียดที่ต่างกัน ดังนี้

  • เล่นเน็ตได้ไม่อั้น ไม่ลดสปีด ที่ความเร็ว 1Mbps ในปริมาณ 7.5GB ต่อเดือน ถ้าใช้เกินจะลดเหลือ 128 Kbps
  • ไม่สามารถใช้งานกับบริการ Multi SIM ได้
  • สามารถเปลี่ยนเปลี่ยนแพ็คเกจได้ แต่หากเปลี่ยนแล้ว จะสิ้นสุดโปรทันที

และยังมีดีลพิเศษจากทาง AIS ที่สามารถซื้อมือถือ พร้อมกับแพ็กเกจซิมเน็ตรายปี The One Sim ในชื่อแพ็กเกจ HS Smart Pack NET UL 4Mbps ที่ให้ความเร็วเน็ตไม่อั้น 4Mbps ควบคู่มากับสมาร์ทโฟนอีกหลายรุ่น สามารถกดเข้าไปดูได้ ที่นี่


ซิมเน็ตรายปีของ dtac

ซิมคงกระพัน

ซิมเน็ตรายปี 2020 dtac

รายละเอียดของซิมคงกระพัน

  • เล่นเน็ตได้ไม่อั้น ไม่ลดสปีด ที่ความเร็วสูงสุด 10Mbps นานสุด 12 เดือน
  • โทรในเครือข่าย dtac ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง สูงสุด 15 นาที นาทีต่อไปนาทีละ 0.99 บาท (ไม่รวม VAT)
  • โทรนอกเครือข่ายนาทีละ 0.99 บาท ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่รวม VAT)
  • ส่ง SMS ข้อความละ 3 บาท และส่ง MMS ข้อความละ 3 บาท
  • แชร์ Hotspot ได้สำหรับการใช้งานทั่วไป ไม่สามารถแชร์เพื่อโหลดบิท หรือสำนักงานใหญ่ๆ ได้
  • อายุการใช้งาน 1 ปีเต็ม เมื่อครบ 365 วันแล้วถึงจะเปลี่ยนโปรฯ ได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่
  • สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย หรือร้านค้าออนไลน์อย่าง Lazada, Shopee เท่านั้น
ซิมเน็ตรายปี 2020 dtac price

ราคาของซิมคงกระพันนั้น จะมีให้เลือกอยู่ 3 แบบ ซึ่งจะต่างกันตรงที่เป็นรายเดือน และรายปี ส่วนการใช้งานนั้นจะใช้งานได้เหมือนกันหมด มีรายละเอียดดังนี้

  • ราย 3 เดือน ราคา 599 บาท (เฉลี่ยเดือนละ 199 บาท)
  • ราย 6 เดือน ราคา 1,099 บาท (เฉลี่ยเดือนละ 183 บาท)
  • รายปี (12 เดือน) ราคา 1,790 บาท (เฉลี่ยเดือนละ 149 บาท)

*ราคานี้เป็นราคาของทาง dtac โดยตรง ถ้าซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์จะมีราคาถูกกว่า โดยถูกสุดคือ 1,450 บาท (เฉลี่ยเดือนละ 121 บาท) เปิดใช้งานได้ถึงปี 2564

ซิมเน็ตรายปี 2020 dtac เทพ
credit : mobile 2 you

ซิมเทพอินฟินิตี้

รายละเอียดของซิมเทพอินฟินิตี้

  • เล่นเน็ตได้ไม่อั้น ไม่ลดสปีด ที่ความเร็วสูงสุด 4Mbps เต็ม 1 ปี
  • โทรทุกเครือข่ายฟรีตลอด 24 ชั่วโมง สูงสุด 15 นาที นาทีต่อไปนาทีละ 0.99 บาท (ไม่รวม VAT)
  • แชร์ Hotspot ได้สำหรับการใช้งานทั่วไป ไม่สามารถแชร์เพื่อโหลดบิท หรือสำนักงานใหญ่ๆ ได้
  • อายุการใช้งาน 1 ปีเต็ม เมื่อครบ 365 วันแล้วถึงจะเปลี่ยนโปรฯ ได้
  • สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย หรือร้านค้าออนไลน์อย่าง Lazada, Shopee เท่านั้น

ราคาแพ็กเกจ มีราคาอยู่ที่ 1,250 บาท (เฉลี่ยเดือนละ 104 บาท)

ซิมเทพเทอร์โบ

รายละเอียดของซิมเทพเทอร์โบ

  • เล่นเน็ตได้ไม่อั้น ไม่ลดสปีด ที่ความเร็ว 100Mbps ในปริมาณ 60GB ต่อเดือน ถ้าใช้เกินจะลดเหลือ 128 Kbps
  • โทรทุกเครือข่ายฟรีตลอด 24 ชั่วโมง สูงสุด 15 นาที นาทีต่อไปนาทีละ 0.99 บาท (ไม่รวม VAT)
  • แชร์ Hotspot ได้สำหรับการใช้งานทั่วไป ไม่สามารถแชร์เพื่อโหลดบิท หรือสำนักงานใหญ่ๆ ได้
  • อายุการใช้งาน 1 ปีเต็ม เมื่อครบ 365 วันแล้วถึงจะเปลี่ยนโปรฯ ได้
  • สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย หรือร้านค้าออนไลน์อย่าง Lazada, Shopee เท่านั้น

ราคาแพ็กเกจ มีราคาอยู่ที่ 1,190 บาท (เฉลี่ยเดือนละ 99 บาท)

**ทั้งสองซิมนี้ เริ่มเปิดใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป


ซิมเน็ตรายปี ของ truemove H

ซิมรายปีของ truemove H จะเป็นซิมเทพที่แบ่งออกเป็น 3 ซิม แต่ละแพ็กเกจก็จะคล้ายๆ กันในด้านการใช้งานทั่วไป แต่จะต่างกันที่การใช้งานของอินเทอร์เน็ตเท่านั้น มีรายละเอียดดังนี้

ซิมเทพ Max Speed

ซิมเน็ตรายปี 2020 ture max speed
  • เล่นเน็ตได้ไม่อั้น ไม่ลดสปีด ที่ความเร็วสูงสุด 300Mbps ในปริมาณ 60GB ต่อเดือน ถ้าใช้เกินจะลดเหลือ 128 Kbps
  • ถ้าใช้เน็ตเหลือ ไม่สามารถทบเน็ตได้
  • โทรฟรีทุกเครือข่าย ตลอด 24 ชั่วโมง สูงสุดครั้งละ 15 นาที
  • สามารถดู True ID แพ็คเกจ Ultimate ได้ 85 ช่อง
  • ใช้ True Wi-Fi ได้ฟรี และสามารถแชร์ Hotspot ได้ในการใช้งานทั่วไป
  • อายุการใช้งาน 1 ปีเต็ม เปิดใช้งานซิมได้ถึงปี 2564
  • หาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย หรือร้านค้าออนไลน์อย่าง Lazada, Shopee เท่านั้น

โดยแพ็คเกจนี้จะมีราคาอยู่ประมาณ 1,550 บาท แล้วแต่ร้านที่ขาย (เฉลี่ยเดือนละ 129 บาท)

ซิมเทพ Fast 80 (Max 80)

  • เล่นเน็ตได้ไม่อั้น ไม่ลดสปีด ที่ความเร็วสูงสุด 300Mbps ในปริมาณ 80GB ต่อเดือน ถ้าใช้เกินจะลดเหลือ 128 Kbps
  • ถ้าใช้เน็ตเหลือ ไม่สามารถทบเน็ตได้
  • โทรฟรีในเครือข่าย ตลอด 24 ชั่วโมง สูงสุดครั้งละ 15 นาที (เกินคิดนาทีละ 1 บาท)
  • สามารถดู True ID แพ็คเกจ Ultimate
  • ใช้ True Wi-Fi ได้ฟรี และสามารถแชร์ Hotspot ได้ในการใช้งานทั่วไป
  • อายุการใช้งาน 1 ปีเต็ม เปิดใช้งานซิมได้ถึงปี 2564
  • หาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย หรือร้านค้าออนไลน์อย่าง Lazada, Shopee เท่านั้น

โดยแพ็คเกจนี้จะมีราคาอยู่ประมาณ 1,350 บาท แล้วแต่ร้าน (เฉลี่ยเดือนละ 113 บาท)

ซิมเทพธอร์

  • เล่นเน็ตได้ไม่อั้น ไม่ลดสปีด ที่ความเร็วสูงสุด 10 Mbps
  • โทรฟรีเครือข่าย True ตลอด 24 ชั่วโมง สูงสุดครั้งละ 30 นาที (เกินคิดนาทีละ 1 บาท)
  • โทรนอกเครือข่ายนาทีละ 1 บาท (ไม่รวม VAT)
  • ดู True ID แพ็คเกจ Ultimate
  • ใช้ True Wi-Fi ได้ฟรี และสามารถแชร์ Hotspot ได้ในการใช้งานทั่วไป
  • อายุการใช้งาน 1 ปีเต็ม เปิดใช้งานซิมได้ถึงปี 2564
  • หาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย หรือร้านค้าออนไลน์อย่าง Lazada, Shopee เท่านั้น

โดยแพ็คเกจนี้จะมีราคาอยู่ประมาณ 1,890 บาท แล้วแต่ร้านที่ขาย (เฉลี่ยเดือนละ 160 บาท)


สรุป

จากทั้ง 3 ค่ายใหญ่ที่ทาง Notebookspec ได้เอามาฝากกันนี้ ก็มีซิมและโปรฯ ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งการใช้งานอินเทอร์เน็ต และการโทรเข้าโทรออก รวมไปถึงราคาที่ไม่เท่ากันด้วย ถ้าใครที่ชอบใช้เน็ตแรง เน้นใช้เน็ตไม่อั้นไม่มีลดสปีด ก็สามารถเลือกของ truemove H หรือ dtac ได้เลย จะต่างกันก็ที่ความเร็วนิดหน่อย ส่วน AIS ก็สามารถใช้งานได้ที่ความเร็ว 10Mbps แต่จำกัดอยู่ที่ 100GB ซึ่งถ้าใช้งานแบบทั่วไป ดูหนังฟังเพลงปกติ ก็น่าจะใช้งานได้อย่างเหลือๆ แล้ว หรือจะซื้อร่วมกับมือถือก็ได้ ซึ่งก็มีซิม The One Sim ที่เป็นซิมรายปีมาให้ใช้พร้อมกันด้วย

แต่ถ้าหากจะเปรียบเทียบกัน โดยเฉพาะเรื่องของราคาอย่างเดียว แค่ราคานะ ไม่เกี่ยวกับความเร็ว หรือการใช้งานทั่วไป ของ dtac จะมีราคาที่ถูกที่สุดในซิมเทพเทอร์โบ ที่เฉลี่ยออกมาแล้วจะจ่ายแค่เพียง 99 บาทต่อเดือนเท่านั้น แถมยังได้ความเร็ว 100Mbps ในปริมาณ 60GB ต่อเดือนด้วย ถ้าใช้งานแบบทั่วไปก็ถือว่าคุ้มมากๆ สุดท้ายก็คือแล้วแต่ความชอบ และความพึงพอใจของแต่ละคนด้วย ว่าชอบค่ายไหน และอยากใช้งานด้วยไลฟ์สไตล์แบบไหน จะเน้นโทร หรือเน้นเล่นเน็ต ก็มีซิมเน็ตรายปีออกมารองรับในทุกการใช้งานหมดเลย แล้วถ้ามีเรื่องราวดีดี หรือมีอะไรอัพเดทอีก เราก็จะนำมาฝากกันอีกเรื่อยๆ เลยนะครับ

from:https://notebookspec.com/web/551027-all-sims-to-use-internet-for-year

ดีแทคจับมือยารา เปิดตัว Kaset Go เครือข่ายดิจิทัลชุมชนเพื่อเกษตรกรแห่งแรกในไทย

ดีแทคและยาราประเทศไทย เปิดตัว Kaset Go แอปพลิเคชันบนมือถือที่เชื่อมต่อเกษตรกรเข้ากับข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อถือได้และเรียลไทม์ที่ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร แอปพลิเคชันได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยใช้ประโยชน์จากความรู้ด้านการเกษตรของ ยารา ประเทศไทยและเทคโนโลยีการสื่อสารจากดีแทค

ปัจจุบัน Kaset Go เปิดโอกาสให้เกษตรกรถามคำถามกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร และแบ่งปันความรู้กับเกษตรกรรายอื่นในชุมชนที่มีประสบการณ์คล้ายกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญเช่น ราคาพืชผลประจำวัน ข่าวเกษตร เคล็ดลับเกี่ยวกับพืชหลัก 8 ชนิดในประเทศไทย ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดไร่ ผัก ทุเรียน มังคุด ลำไย ส้ม และมะม่วง รวมทั้งพืชอื่นๆ อีกกว่า 52 ชนิด เนื้อหามีความเหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของเกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย และจะมีเนื้อหาเฉพาะเพื่อสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรที่มีความสนใจเฉพาะทาง เช่น การให้คำแนะนำเรื่องมาตรฐานและใบรับรองทางการเกษตร การขนส่ง และการตลาด เนื้อหาในแอปพลิเคชันนี้ได้รับการสนับสนุนโดยผู้เชี่ยวชาญจากกรมส่งเสริมการเกษตร ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด และ ยารา ประเทศไทย

dtac

นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า“ ดีแทคมีความมุ่งมั่นมาอย่างยาวนาน ในการเสริมสร้างศักยภาพให้กับเกษตรกรไทยด้วยการเชื่อมต่อการสื่อสารจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่ว่าจะผ่านแพลตฟอร์มข้อมูลหรืออินเทอร์เน็ตออฟธิงส์โซลูชัน ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา เราได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำในอุตสาหกรรมเช่น กรมส่งเสริมการเกษตร มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด เพื่อสนับสนุนและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเกษตรกร Kaset Go เป็นตัวแทนของแพลตฟอร์มที่ทันสมัยที่สุดของเราซึ่งร่วมมือกับ ยารา เนื่องจากการทำการเกษตรเป็นส่วนหนึ่งของแรงงานในประเทศไทย และยังมีการใช้งานของสมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลายสูงที่สุดในภูมิภาค Kaset Go อาจเป็นตัวเปลี่ยนวิถีในการทำเกษตรแบบดิจิทัลของประเทศไทย”

นับตั้งแต่การเปิดตัวในเดือนสิงหาคม Kaset Go มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 150,000 ครั้งและดึงดูดผู้ใช้ที่ลงทะเบียนมากกว่า 100,000 คน เนื่องจากจำนวนการดาวน์โหลดและผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณดีแทค และ ยารา ประเทศไทย กำลังวางแผนการพัฒนาขั้นต่อไปของ Kaset Go ซึ่งจะรวมข้อมูลเกี่ยวกับพืชผลอีก 44 รายการ และฟีเจอร์หลักที่สำคัญในการเพาะปลูก เช่น คำเตือนสภาพอากาศ การแจ้งเตือนโรค การเปรียบเทียบราคาตลาด นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายไปสู่บริการเสริมอื่น ๆ เช่นอุปกรณ์ฟาร์มประกันภัยและการเงิน

นายเมดิ เซนท์-อังเดร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด และรองประธานกลุ่มธุรกิจประเทศไทย และประเทศเมียร์มา ผู้นำผลิตภัณฑ์ธาตุอาหารพืชของโลก กล่าวว่า “ตั้งแต่ยาราเริ่มก่อตั้งในปี 2448 เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความรู้เป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนผลผลิตของเกษตรกร และด้วยเครือข่ายนักปฐพีวิทยาในพื้นที่ทั่วประเทศของยารา เราได้ให้บริการโซลูชั่นที่ยั่งยืนแก่เกษตรกรไทยมาตลอดเวลา 47 ปี ตั้งแต่ปี 2560 ยารา ได้เร่งดำเนินกลยุทธ์ดิจิทัลฟาร์มมิ่ง (Digital Farming) เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำการเกษตรที่แม่นยำแก่เกษตรกรทั่วโลก และการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม Kaset Go ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทย เนื่องจากแพลตฟอร์มนี้ เชื่อมโยงเกษตรกรกับข้อมูลที่เชื่อถือได้ซึ่งตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญและชุมชนการเกษตร  คาดว่า Kaset Go จะกลายเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยสำหรับเกษตรกรและเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทย”

4 ฟีเจอร์เด่นแอป Kaset Go ที่สนับสนุนเกษตรกรไทยให้ก้าวไกล

1. คำถามและคำตอบที่ได้รับการรับรอง : ให้คำตอบที่เป็นประโยชน์ และให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรในแพลตฟอร์ม ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ของเกษตรกรในชุมชน โดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้รับรองความถูกต้อง

2. เชื่อมต่อและแบ่งปันความรู้: ชุมชนที่เกษตรกรสามารถเชื่อมต่อกับผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่และเพื่อน

เกษตรกรได้อย่างเปิดเผย เพื่อแบ่งปันความรู้เชิงปฏิบัติจากประสบการณ์จริงของตนเอง ส่งเสริมการสร้างชุมชนตามพืชผล หัวข้อ และพื้นที่ของเกษตรกร เนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้นในชุมชนจะได้รับการรวบรวม และแบ่งปันกลับไปยังเกษตรกรในแพลตฟอร์ม รวมถึงประสบการณ์จริงจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และข้อมูลราคา

3. ข้อมูลเชิงลึกที่ตรงความต้องการ และสามารถนำไปใช้ได้ทันที: เนื่องจากข้อมูลการเกษตรมีความหลากหลาย Kaset Go จึงช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการ จัดลำดับ และวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดแบบเรียลไทม์ และสามารถให้ข้อมูลสำคัญกลับไปยังเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที ช่วยให้เกษตรกรติดตามแนวโน้มการเพาะปลูกและเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้ในท้องถิ่นเพียงปลายนิ้วสัมผัส เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่ดีขึ้นสำหรับการเกษตรของตน

4. บริการด้านการเกษตรแบบดิจิทัล: ฟีเจอร์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มการทำงานของแพลตฟอร์ม Kaset Go ได้แก่  เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้ดีขึ้นตามสถานที่ เช่น ราคาพืชผล การพยากรณ์อากาศ คำเตือนสภาพอากาศ และ การแจ้งเตือนศัตรูพืช

ทำไมต้อง Kaset Go

ในขณะที่ภาคเกษตรกรรมมีเกษตรกรประมาณหนึ่งในสามของแรงงานในประเทศไทย แต่ส่วนแบ่งของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ที่ร้อยละ 8 ในปี 2562 เท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงปัญหาด้านผลผลิตที่ต่ำ เนื่องจากการขาดเทคโนโลยีและความรู้ ยิ่งไปกว่านั้นเหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงเกิดบ่อยขึ้น โดยคาดว่าภัยแล้งในปีนี้จะทำให้การผลิตลดลงร้อยละ 2 ตามผลการวิจัยของกสิกร

การพัฒนาแอป Kaset Go เริ่มต้นขึ้นหลังจากการศึกษาร่วมกับเกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศไทยซึ่งชี้ให้เห็นปัญหาหลัก 3 ประการในภาคเกษตรกรรม ได้แก่ 1) ผลผลิตต่ำจากการขาดความรู้และเทคนิคการทำการเกษตรที่ทันสมัย 2) การขาดประสิทธิภาพในการทำการเกษตรเนื่องจากการเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีของเกษตรกร และ 3) ความสามารถในการทำกำไรต่ำ อันเป็นผลมาจากศักยภาพในการเข้าถึงตลาด และความสามารถที่จำกัดของเกษตรกรรายย่อยในห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรการ และขาดความโปร่งใสในการตลาด

Kaset Go มุ่งหวังที่จะเป็นโซลูชันที่เคียงข้างเกษตรกร (Go-to solution) ที่ช่วยยกระดับความรู้ของเกษตรกรแก้ปัญหาความท้าทายและสร้างชุมชนเกษตรกรรมที่เข้มแข็งด้วยระบบดิจิทัล

Kaset Go มีให้บริการบน iOS และ Android จาก App store และ Google Play ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://kasetgo.com/  

ชมภาพยนตร์โฆษณา Kaset Go ได้ที่ https://youtu.be/E-xM58O5zls

เกี่ยวกับยารา

ยารามุ่งปลูกความรู้ให้กับเกษตรกรเพื่อป้อนทรัพยากรทางอาหารและปกป้องโลกอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์แห่งการเป็นสังคมแห่งความร่วมมือร่วมใจ โลกที่ปราศจากความหิวโหยและได้รับการปกป้องดูแล เพื่อให้สามารถบรรลุพันธสัญญาเหล่านี้ เราได้ทุ่มเทสรรพกำลังในการเป็นผู้นำเพื่อพัฒนาการเกษตรยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital Farming เพื่อการทำเกษตรที่แม่นยำมากขึ้น และยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาโซลูชั่นหรือผลิตภัณฑ์ธาตุอาหารพืชที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้  ยารายังมุ่งมั่นในการผลิตปุ๋ยธาตุอาหารพืชอย่างยั่งยืนต่อไป เรามีวัฒนธรรมอันเปิดกว้าง ในการส่งเสริมความหลากหลาย ที่จะสนับสนุนความปลอดภัยและการทำงานอย่างมีจริยธรรมของพนักงาน คู่สัญญา คู่ค้า และสังคมในระดับมหภาค ยาราก่อตั้งขึ้นในปี 2448 เพื่อแก้ไขปัญหาความอดอยากในภูมิภาคยุโรป โดยปัจจุบันมีการดำเนินธุรกิจในมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก มีจำนวนพนักงานกว่า 17,000 คน โดยในปี 2562 ยารารายงานผลดำเนินการายได้ที่ 12,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา www.yara.com

เกี่ยวกับดีแทค

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เป็นหนึ่งในผู้นำให้การบริการโทรศัพท์มือถือของประเทศไทยทั้ง 4G, 3G และ 2G จากความคิดริเริ่มสู่กระบวนการดิจิทัลชั้นนำในระดับสูง ดีแทค (บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย: DTAC) ได้มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการไร้สายอย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมต่อลูกค้าสู่สิ่งทีสำคัญที่สุด และเสริมสร้างศักยภาพของสังคมไทย ชมข้อมูลได้ที่ www.dtac.co.th

ดีแทคเล็งเห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี จึงได้ริเริ่มโครงการ Smart Farmer ตั้งแต่ปี 2551 ร่วมกับมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตร ให้เป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย การดำเนินงานในแต่ละปี ดีแทคเน้นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อตอบสนองต่อปัญหาของเกษตรกรรายย่อย ควบคู่ไปกับการสร้างทักษะที่จำเป็น เพื่อช่วยให้เกษตรกรรายย่อยมีความสามารถเป็นผู้ประกอบการได้

บรรยายภาพ

นางชาร์ชติ เริดสมูเอิน (H.E. Mrs. Kjersti Rødsmoen) เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ประจำประเทศไทย (ที่สามจากขวา) นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร (ที่สี่จากขวา) นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค (ที่ห้าจากขวา) นายเมดิ เซนท์-อังเดร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด และรองประธานกลุ่มธุรกิจประเทศไทย และประเทศเมียร์มา (ที่สองจากขวา) นายพิรชัย เบญจรงคกุล กรรมการ มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสานึกรักบ้านเกิด (ที่หกจากขวา) พร้อมทีมผู้บริหารจากดีแทคและยาราประเทศไทย ร่วมงานแถลงข่าว ดีแทคและยาราประเทศไทย เปิดตัว Kaset Go แอปพลิเคชันบนมือถือที่เชื่อมต่อเกษตรกรเข้ากับข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อถือได้และเรียลไทม์ที่ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร แอปพลิเคชันได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยใช้ประโยชน์จากความรู้ด้านการเกษตรของ ยารา ประเทศไทยและเทคโนโลยีการสื่อสารจากดีแทค

from:https://www.mobileocta.com/dtac-and-yara-launches-kaset-go/

กว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน … ชำแหละวิวัฒนาการผลิตมือถือ และทำไมต้อง “ทิ้งให้ดี” ที่ดีแทค

รู้หรือไม่? ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้ใช้งานเลขหมายโทรศัพท์มือถือมากถึง 93.7 ล้านเบอร์ และทุก ๆ ปีจะมีโทรศัพท์มือถือใหม่จำหน่ายออกสู่ตลาดปีละประมาณ 14 ล้านเครื่อง โดยสัดส่วนราว 100,000 เครื่องต่อปี เป็นส่วนของผู้ใช้มือถือครั้งแรก และอีกประมาณ 14 ล้านเครื่องต่อปี เป็นการเปลี่ยนอุปกรณ์ของผู้ใช้มือถือเดิม (Replacement) ทั้งนี้ ยอดขาย 14 ล้านเครื่อง คิดเป็นสัดส่วนถึง 20% ของประชากรไทยเลยทีเดียวถ้าเช่นนั้นแล้ว โทรศัพท์มือถือเก่าราว 14 ล้านเครื่องต่อปีที่ถูกทดแทนที่ขายออกไปใหม่ในทุกปีนั้นไปอยู่ที่ไหนบ้าง

ดีแทคขอเชิญชวนท่านมาร่วมสนทนากับกูรูด้านมือถือและการออกแบบกับ “ทิ้งให้ดี” โครงการที่ขอชวนผู้ใช้บริการมาร่วมจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและเพื่อนร่วมโลก

dtac

นายพีระพล ฉัตรอนันทเวช หรือ ปีเตอร์กวง ผู้อำนวยการแผนกอุปกรณ์สื่อสาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือนับเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่มีการเติบโตและมียอดขายสูงมากกว่าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ มาก ขีดความสามารถในการใช้งานก็สูงขึ้นในทุก ๆ ปี เนื่องด้วยวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ปัจจุบันประชากรผู้ใช้โทรศัพท์มือถือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 130% ของประชากรไทย คือมีจำนวนเลขหมายเบอร์โทรศัพท์ที่ถูกใช้มากกว่าจำนวนประชากรไปแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนทำงาน นักธุรกิจที่บางคนมีโทรศัพท์มือถือใช้งานถึง 2 เครื่อง 2 เลขหมายด้วยกัน หรืออาจจะเป็น 1 เครื่อง 2 เลขหมายก็มี

แต่ในการเติบโตนั้น ก็มาพร้อมกับ “ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม” ที่สูงขึ้น เนื่องจากอายุการใช้งานที่ลดลงเหลือ 18-24 เดือนต่อเครื่อง ขณะที่อดีต อายุการใช้งานอยู่ที่ 24-36 เดือน ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยด้านแฟชั่นนิยมและการตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง มีการเปลี่ยนเครื่องใหม่เร็วกว่าสมัยก่อนมาก (รุ่นที่มีราคาสูงกว่าหมื่น) ขณะที่เซ็กเมนต์ที่มีราคาต่ำกว่าหมื่นจะมีพฤติกรรมการใช้งานที่นานกว่า เน้นอรรถประโยชน์มากกว่าความสวยงาม

“ตลาดโทรศัพท์มือถือมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก มีการแข่งขันสูงมาก แต่ละแบรนด์มีการออกสินค้ารุ่นใหม่ๆ รวมกันปีละนับร้อยรุ่น ทำให้อายุของผลิตภัณฑ์ (shelf life) ของโทรศัพท์มือถือเหลืออยู่เพียง 6 เดือนจากเดิม 12 เดือน แสดงให้เห็นถึงปริมาณการบริโภคโทรศัพท์มือถือใหม่อยู่ในระดับสูง ขณะที่การจัดเก็บมือถือเก่าที่ไม่ใช้แล้วยังคงถูกตั้งคำถาม โดยเฉพาะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม” นายพีระพล กล่าว

ชำแหละอุปกรณ์มือถือ

ปัจจุบันตลาดโทรศัพท์มือถือจะมีสินค้าใหม่ ๆ ที่ถูกนำออกสู่ตลาดปีละนับร้อยรุ่น องค์ประกอบโดยรวมของชิ้นส่วนภายในเครื่องแบ่งออกได้เป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่

1. Main board หรือ PCB (Printed Circuit Board) เป็นส่วนประกอบหลักโทรศัพท์มือถือที่มีชิ้นส่วนหลักๆมากมายประกอบกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น CPU (หน่วยประมวลผล) ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผล สั่งการ คล้ายกับ “สมอง” ของโทรศัพท์มือถือ RAM/ROM (หน่วยความจำ) เพื่อเก็บข้อมูลและเป็นพื้นที่ให้ใช้ในการร่วมประมวลผลต่าง ๆ และยังมีอีกมากมายหลายชิ้นส่วน โดยชิ้นส่วนเหล่านี้ผลิตจากแร่มีค่าหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ ทองแดง ตะกั่ว เงิน แพลเลเดียม ซิลิคอน เป็นต้น โดยแร่มีค่าเหล่านี้มีบทบาทในการสร้างเป็นชิ้นส่วนทางอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในการเหนี่ยวนำทางเดินของวงจรไฟฟ้า และอื่นๆ ซึ่งสามารถนำไปรีไซเคิลได้หากได้รับการแยกด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง

2. หน้าจอ (Display) เป็นส่วนที่ผู้ใช้งานสัมผัสมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมาร์ทโฟนที่กระบวนการสั่งการดำเนินผ่านหน้าจอแบบ LCD หรือแบบ OLED ทั้งนี้ จอ LCD หรือ OLED นั้นมีส่วนประกอบเป็น “ผลึกเหลว” (Liquid crystal) สลับชั้นกับแผ่นแก้ว ซึ่งผลึกเหลวที่ถูกผนึกไว้ในหน้าจอนั้นมีเคมีที่มีความเป็นพิษอยู่ด้วย ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดเก็บที่ดี จะส่งผลกระทบต่อคนและสิ่งแวดล้อมขึ้นได้

3. เเบตเตอรี่ (Battery) เป็นชิ้นส่วนที่ให้พลังงานไฟฟ้าแก่โทรศัพท์มือถือของเรา ซึ่งในอดีตมักมีโลหะหนักเป็นสารประกอบโดยเฉพาะนิกเกิ้ล แคดเมียมและนิกเกิ้ล เมธัลไฮด์ดราย แต่ในปัจจุบัน ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนมาให้แบตเตอรี่แบบลิเธียมอิออน (Lithium-ion) หรือ ลิเธียมโพลีเมอร์ (Lithium-Polymer) ที่เพิ่มความจุของพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าเดิม ชาร์จได้ไวขึ้น ทำให้โทรศัพท์มือถือยุคหลังมีขนาดเล็กลงเบาขึ้นและอายุการใช้งานในแต่ละครั้งนานขึ้น ด้วยวัตถุดิบเดียวกันนี้เอง ก็เป็นเหตุผลให้โทรศัพท์มือถือต้องได้รับการจัดเก็บที่ดี ไม่เช่นนั้นอาจทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง

4. ตัวเครื่อง (Body) เป็นโครงสร้างหลัก เป็นส่วนประกอบของโทรศัพท์ที่มีดีไซน์ความหลากหลายและแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมายของตลาด ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นที่ผลิตจากพลาสติกแบบ PC+ABS อลูมิเนียม แสตนเลสสตีล กระจก ไปจนถึงโลหะไทเทเนียม ซึ่งนอกจากให้เรื่องความทนทานแล้ว ยังช่วยเสริมในแง่ของความสวยงามและภาพลักษณ์ของผู้ใช้งาน

มาตรฐาน RoHS เช็คลิสต์ที่ควรรู้

นายพีระพล กล่าวเสริมว่า จากปริมาณโทรศัพท์มือถือใหม่ที่ออกสู่ตลาดปีละ 14 ล้านเครื่องในประเทศไทยและนับร้อยล้าน นับพันล้านเครื่องทั่วโลก ทำให้ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือในฐานะ “ต้นทาง” ต่างให้ความสำคัญกับ “มาตรฐานทางอุตสาหกรรมต่อสิ่งแวดล้อม” มากขึ้น โดยปัจจุบัน ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือได้ยึดมาตรฐาน RoHS (Restriction of Hazardous Substances) ของสหภาพยุโรป เฉกเช่นเดียวกับโรงงานประกอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ว่าด้วยเรื่องการใช้สารที่เป็นอันตรายในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นหลักเกณฑ์ในการกำหนดสารประกอบเพื่อผลิตเป็นโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้ สินค้าที่จะนำไปจำหน่ายในสหภาพยุโรปจะต้องผ่านมาตรฐาน RoHS ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2549 และได้เพิ่ม 4 สารต้องห้ามในปี 2019 เป็นต้นมา โดยมีสาระสำคัญ คือ ชิ้นส่วนทุกอย่างที่ประกอบเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ตั้งแต่แผงวงจร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงสายไฟ จะต้องผ่านตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยสารที่จำกัดปริมาณในปัจจุบัน กำหนดไว้ 10 ชนิด ดังนี้

1. ตะกั่ว (Pb) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก

2. ปรอท (Hg) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก

3. แคดเมียม (Cd) ไม่เกิน 0.01% โดยน้ำหนัก

4. เฮกซะวาเลนท์ โครเมียม (Cr-VI) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก

5. โพลีโบรมิเนต ไบเฟนนิลส์ (PBB) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก

6. โพลีโบรมิเนต ไดเฟนนิล อีเธอร์ (PBDE) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก

7. พาทาเลต Bis(2-Ethylhexyl) phthalate (DEHP) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก

8. เบนซิล บูทิล พาทาเลต (Benzyl butyl phthalate (BBP) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก

9. ไดบูทิล พาทาเลต (Dibutyl phthalate (DBP) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก

10. ดิโซบูทิล พาทาเลต (Diisobutyl phthalate (DIBP) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก

ทั้งนี้ สินค้าใดที่ผ่านมาตรฐาน RoHS จะมีสัญลักษณ์วงกลม ที่มีตัวอักษร Pb คาดด้วยเส้นเฉียง หรือมีการระบุคำว่า RoHS compliant หรือ Pb-Free อยู่บนสินค้านั้น ๆ

นอกจากนี้ ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเอง ก็มีความตื่นตัวต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่จากแบรนด์ชั้นนำที่ผ่านมา ผู้ผลิตประกาศว่าจะไม่มีอะแดปเตอร์หัวชาร์จเจอร์ และหูฟังแบบมีสายในบรรจุภัณฑ์ใหม่ของสินค้าทุกรุ่นอีกต่อไป ซึ่งทำให้ขนาดของกล่องบรรจุภัณฑ์ก็มีขนาดเล็กลงไปโดยปริยาย ใช้กระดาษน้อยลง ขณะที่การขนส่งต่อเที่ยวสามารถมีจำนวนของสินค้าได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมทำให้การขนส่งมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ในภาพใหญ่ก็อาจจะทำจำนวนเที่ยวของการขนส่งของยานพาหนะลดลงไปด้วย ก็เป็นการลดลงของแก๊ซพิษคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่เกิดจากขับเคลื่อนของเครื่องบินขนส่งและรถขนส่งสินค้าไปอีกทาง นอกจากนี้ทางผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ ๆ ในโลกต่างก็พร้อมใจในการสร้าง “นโยบาย” การช่วยรักษาสิ่งแลดล้อมของตัวเองขึ้นมาอีกด้วย ขณะที่ผู้ผลิตรายใหญ่อื่น ๆ ก็อาจมีแนวโน้มว่าในอนาคตอาจจะไม่ให้อะแดปเตอร์ตัวชาร์จไฟในโทรศัพท์บางรุ่นกันบ้างแล้ว

“แม้ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือในฐานะต้นทางของอุตสาหกรรมจะมีความพยายามในการจัดการต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเพียงใด แต่ผู้บริโภคในฐานะปลายทางของ value chain ก็มีความจำเป็นในการตระหนักรู้ถึงผลกระทบหากโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้ใช้แล้วนั้น ไม่ได้รับการจัดเก็บและคัดแยก เพื่อทิ้งอย่างเหมาะสม เพราะสุดท้ายผลกระทบก็จะตกที่ผู้บริโภคเสียเอง” นายพีระพล กล่าว

OPPO มุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

นายสุทธิพงศ์ อมรประดิษฐ์กุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท ออปโป้ ไทยแลนด์ กล่าวว่า OPPO มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการพัฒนาทุกกระบวนการ เพื่อให้ได้สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบตัวเครื่อง การใช้วัสดุอุปกรณ์ การออกแบบซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ ดังจะเห็นได้จากการที่ OPPO มีฐานการผลิตและทีมงานด้าน R&D ทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นที่เซินเจิ้น ตงกวน เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ซิลิคอนวัลเล สหรัฐอเมริกา

เช่นเดียวกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ที่ OPPO มีนโยบายในการลดการใช้พลาสติกในกระบวนการบรรจุภัณฑ์ ซึ่งได้เริ่มนโยบายดังกล่าวในตลาดยุโรปก่อน โดยมีการเปลี่ยนถาดรองอุปกรณ์ในกล่องมือถือเป็นกระดาษ พลาสติกบรรจุห่อสายชาร์จหรือกล่องพลาสติกใส่หูฟังถูกปรับมาใช้กระดาษจากธรรมชาติ ได้แก่ เยื่อไม่ไผ่ ซึ่งสามารถรีไซเคิลและย่อยสลายได้ง่าย จากนโยบายดังกล่าว ช่วยให้ OPPO Reno4 สามารถลดการใช้พลาสติกไปได้ถึง 93% เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์แบบเดิม

นอกจากนี้ OPPO ยังได้ใช้มาตรฐาน RoHS ในกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับแร่หายาก ซึ่งทำให้ขนาดขิปเซ็ตมีขนาดเล็กลง ลดปริมาณการใช้แร่หายากในกระบวนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น ความร่วมมือกับ MediaTek ที่สามารถผลิตชิปเซ็ตขนาด 7 นาโนเมตร ซึ่งมีการติดตั้งในรุ่น Reno4 Z ในปัจจุบัน ความร่วมมือกับ Snapdragon ซึ่งได้คิดค้นนวัตกรรมชิปเซ็ตขนาด 5 นาโนเมตรสำหรับ Snapdragon 875

นอกจากนี้ ยังได้ประกาศความร่วมมือกับ Qualcomm ที่ในการเป็นพันธมิตรเพื่อพัฒนาด้านเทคโนโลยีไว้ในงาน WMC 2019 และจะมีการเปิดตัวเทคโนโลยีชิปเซ็ตล่าสุดงาน Tech Summit Digital 2020 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-2 ธันวาคม นี้ ที่เมืองซาน ดิเอโก สหรัฐอเมริกา

“เราจะได้เห็นนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนต่อไปในแผนงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการควบคุมและจัดการพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ สร้างแบบจำลองเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อยู่ในกลยุทธ์ทางธุรกิจ นำแนวคิดด้านการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาให้มากขึ้น ซึ่งนี่เป็นทิศทางของ OPPO ที่กำลังก้าวไปในอนาคตอันใกล้” นายสุทธิพงศ์ กล่าว

เทรนด์ออกแบบผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสู่ Circular Economy

นางสาวกัลยา โกวิทวิสิทธิ์ นักออกแบบผลิตภัณฑ์และผู้ร่วมก่อตั้ง Fab Cafe กล่าวว่า การออกแบบผลิตภัณฑ์มีปัจจัยหลายประการที่เกี่ยวข้องและต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การใช้สอย (function) ความสวยงามน่าใช้ (Aesthetics) ความสะดวกสบายในการใช้ (Ergonomics) ความแข็งแรงคงทน (Construction) ราคา (Cost) กรรมวิธีการผลิต (Production) รวมถึงปัจจัยด้าน “วัสดุ” (Materials) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับปริมาณขยะบนโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

“ในอดีต การอออกแบบผลิตภัณฑ์มักคำนึงถึงความทนทานเป็นหลัก จึงมีการใช้วัสดุที่แข็งแกร่ง แต่อาจมีราคาแพง แต่ด้วยปัจจัยทางการตลาดที่กระตุ้นให้มีการซื้อถี่ขึ้น ปัจจัยด้านแฟชั่นนิยมของลูกค้า ทำให้เทรนด์การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพต่ำลง ทำให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้น แต่ด้วยปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าของแบรนด์หันมาให้ความสำคัญกับการออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สอดรับกับแนวคิด Circular Economy” นางสาวกัลยา กล่าว

Circular Economy คือแนวคิดของระบบเศรษฐกิจที่ต้องการหมุนเวียนเอาทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจนครบเกิดเป็นวงจร ตั้งแต่ภาคการผลิต การบริโภค ไปจนถึงการจัดการของเสียด้วยกระบวนการใช้ซ้ำ (Reuse) หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และการผลิตใหม่ (Re-material) ตลอดจนคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่งสินค้า อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนของทั้งระบบเศรษฐกิจเอง การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดมลภาวะที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม

นางสาวกัลยา กล่าวเสริมว่า ในแง่ของการพัฒนาวัตถุดิบเองก็มีความพยายามอย่างมากในกลุ่มนักวัสดุศาสตร์ (Material scientist) เพื่อให้วัตถุดิบสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ (Self-healing) หรือในกรณีของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็มีแนวโน้มการเลือกใช้วัสดุจาก Electronics-based material สู่ Bio-degradeble materials (สามารถสลายตัวทางชีวภาพได้) ซึ่งจะเห็นการเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจนในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าของสินค้ารายใหญ่จะหันมาให้ความสำคัญกับ Circular Economy มากขึ้น แต่ปัญหาสำคัญคือ ต้นทุนของวัตถุดิบที่ได้มาจากการรีไซเคิล (recycled materials) มีราคาแพงกว่าวัตถุดิบบริสุทธิ์ (Virgin materials) อยู่มาก ทำให้การปรับใช้แนวคิด Circular Economy ในทางปฏิบัติยังคงเป็นไปได้ยากในสินค้าทั่วไป

ทั้งนี้ ภาครัฐและผู้กำกับนโยบายทางสิ่งแวดล้อมมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันแนวคิด Circular Economy ให้เกิดขึ้นผ่านการออกนโยบายสนับสนุน (Subsidy measures) โดยร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคม นอกจากนี้ ประเด็นดังกล่าวจะต้องมองให้ครอบคลุมทั้ง value chains ของผลิตภัณฑ์หนึ่งๆ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การออกแบบ การผลิต ตลอดจนการจัดเก็บ เพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนจัดหาวัตถุดิบใหม่อีกครั้ง

“ทิ้งให้ดี” ที่ดีแทค

นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและการพัฒนาที่ยั่งยืน ดีแทค กล่าวว่า  โทรศัพท์มือถือล้วนประกอบไปด้วยสารประกอบทั้งที่รีไซเคิลได้และรีไซเคิลไม่ได้ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ คือ กระบวนการจัดเก็บและการคัดแยก ดีแทคในฐานะหนึ่งในซัพพลายเชนของการบริโภคโทรศัพท์มือถือ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ “ทิ้งให้ดี” ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามสู่เป้าหมาย Zero Landfills หรือลดการฝังกลบขยะให้เหลือศูนย์ ภายในปี 2565 โดยลูกค้าดีแทคสามารถทิ้งโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช้แล้วได้ที่จุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ศูนย์บริการดีแทค 51 สาขาทั่วประเทศ ตามเว็บไซต์ https://dtac.co.th/sustainability/ewaste/

“ดีแทคส่งเสริมให้ลูกค้าและผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้อง มุ่งหวังว่าจะช่วยลดปัญหาเรื่องสารเคมีปนเปื้อนที่รั่วไหลจากซากอุปกรณ์เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง” นางอรอุมา กล่าว

บรรยายภาพ Tea and Talk_1

นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและการพัฒนาที่ยั่งยืน ดีแทค (ที่สองจากซ้าย) จัดงานเสวนา dtac Think Hai d เปิดมุมมองวิวัฒนาการมือถือผ่านเลนส์กูรูและผู้ผลิตระดับโลก ชำแหละชิ้นส่วนทางเทคโนโลยีและตัวแปรที่ผู้ผลิตต้องมีเพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีไปพร้อมกับความยั่งยืน โดยมีนายพีระพล ฉัตรอนันทเวช หรือ ปีเตอร์กวง ผู้อำนวยการแผนกอุปกรณ์สื่อสาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค (ที่สี่จากซ้าย) นายสุทธิพงศ์ อมรประดิษฐ์กุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท ออปโป้ ไทยแลนด์ (ที่ห้าจากซ้าย) นางสาวกัลยา โกวิทวิสิทธิ์ นักออกแบบผลิตภัณฑ์และผู้ร่วมก่อตั้ง Fab Cafe (ที่สามจากซ้าย) ร่วมแชร์ความรู้และมุมมองในยุคที่ผู้ผลิตต้องขับเคลื่อนชิ้นส่วนทางเทคโนโลยไปพร้อมกับความยั่งยืน และทำไมต้อง ทิ้งให้ดี ที่ดีแทค

from:https://www.mobileocta.com/dtac-think-hai-d-the-movement-to-make-mobile-phones-sustainable/

ดีแทคนำ 5G ร่วมกับ WHA Group ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย

ดีแทค ในฐานะพันธมิตรด้านเทคโนโลยี 5G ร่วมกับดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป (WHA Group) ผู้ให้บริการโซลูชั่นครบวงจรด้านโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรมของไทยเพื่อรองรับผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ได้เข้าร่วมงาน “5G WHA Smart Ecosystem” เพื่อจัดแสดง 5G โซลูชันอัจฉริยะบริหารจัดการน้ำและพลังงานอัจฉริยะ (Smart Water Management – Smart Energy Management) สำหรับผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ  พร้อมต่อยอดสู่บทบาทสำคัญของนิคมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตด้วยการจัดการระบบสาธารณูปโภคและพลังงานล้ำสมัยก่อนใครทั้งในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไฮไลท์สำคัญงานดังกล่าว ดีแทคได้นำ  “5G โซลูชันบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Management)” เพื่อวัดค่า pH และสารเคมีที่ตกค้างในน้ำทิ้ง พร้อมแจ้งเตือนระดับความสูงของน้ำในการกักและระบายน้ำในเขตอุตสาหกรรม ซึ่งเป็น Use case เดียวกับที่ดีแทคกำลังร่วมมือกับกับดับบลิวเอชเอ ในการนำมาทดสอบในพื้นที่การบำบัดน้ำเสียภายในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ตะวันออก (มาบตาพุด)  และ “5G โซลูชันบริหารพลังงานระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Energy Management)” ผ่านตู้สวิตช์บอร์ดไฟฟ้า หรือ MDB (Main Distribution Board) หัวใจสำคัญของระบบไฟฟ้าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เกาะติดรู้ทุกดาต้าไฟฟ้าได้แบบเรียลไทม์ มอนิเตอร์ผ่านวิดีโอสตรีมมิ่ง เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน ช่วยลดอุบัติเหตุในการทำงาน คุ้มค่าใช้จ่ายง่าย และเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้มาก

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/dtac-5g-with-wha-group/

ดีแทคและซันเดย์ อินส์ จับมือร้านยาฟาสซิโน และร้านยากรุงเทพ เครือข่ายร้านยารายใหญ่ในไทย ขยายต่อความสำเร็จ ‘ใจดีช่วยค่ายา’

ดีแทคเติมเงิน ขยายต่อความสำเร็จแคมเปญ ‘ใจดี ช่วยค่ายา’ หนึ่งในบริการใจดีจากดีแทค ที่ออกมาช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อยากับลูกค้าดีแทค โดยร่วมกับซันเดย์ บริษัทอินชัวร์เทค ผู้ให้บริการเครือข่ายร้านยาทั่วประเทศ นำพันธมิตรเครือข่ายร้านขายยาฟาสซิโน และร้านยากรุงเทพ ซึ่งเป็นร้านยาในเครือที่มีสาขารวมกันกว่า 200 ร้านทั่วประเทศ ให้ลูกค้าได้รับความสะดวกทุกที่ จากสิทธิประโยชน์ ใจดีช่วยค่ายา ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องซื้อยารักษาโรค ในยามที่เกิดเจ็บป่วย ให้เข้าถึงร้านยาที่มีใบอนุญาต และมีเภสัชกรให้คำปรึกษา พร้อมกันนี้ดีแทคยังเปิดรับสมัครร้านขายยาที่สนใจเข้าร่วมโครงการสร้างเครือข่ายร้านขายยาที่มีมาตรฐาน ร้านขายยาที่สนใจ สามารถติดต่อร่วมรายการ ใจดี ช่วยค่ายาได้ที่ www.easysunday.com/s/dtacjaidee / โทร. 02-026-3355

dtac

นางสุกัณณี เลิศสุขวิบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดระบบเติมเงิน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “หลังจากที่ดีแทค เติมเงินแนะนำแคมเปญ ใจดี ช่วยค่ายาไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพราะอยู่ในช่วงเวลาที่ทุกคนยังต้องประหยัดการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งใจดีช่วยค่ายา ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพในครัวเรือนต่อเดือน

จากผลสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อ ใจดีช่วยค่ายา พบว่าลูกค้าดีแทคทั้งเติมเงินและรายเดือนพอใจกับแคมเปญนี้เป็นอย่างมากด้วยเหตุผลที่ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และยังสามารถใช้ได้ง่าย กับร้านยาใกล้บ้านที่ได้รับการรับรอง และมีเภสัชกรประจำร้าน ส่วนใหญ่ใช้คูปองค่ายากับยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาแก้ปวด/ลดไข้ ยาแก้หวัด/ภูมิแพ้ ยาที่เกี่ยวเนื่องกับระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมีการใช้คูปองเฉลี่ยเดือนละ 1.5 ครั้ง และมีการใช้ซ้ำ โดยเห็นแนวโน้มการเติบโตของการใช้คูปองใจดีช่วยค่ายาเพิ่มขึ้นทุกเดือน ปัจจุบันมีร้านยาที่เข้าร่วมโครงการใจดีช่วยค่ายาแล้ว กว่า 600 ร้านทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าดีแทคเติมเงินได้รับสิทธิประโยชน์ สะดวกสบายใกล้ๆบ้าน ดีแทคจึงร่วมกับซันเดย์ อินส์ ขยายเครือข่ายร้านยา โดยมีเป้าหมายที่ต้องการให้ครอบคลุม 1 ตำบล 1 ร้านยา ให้ลูกค้าได้ไปใช้บริการได้ทั่วประเทศ ดูรายละเอียดร้านยาที่ร่วมรายการได้ที่ www.dtac.co.th/s/Evoucher

ปัจจุบันใจดีช่วยค่ายามีจำนวนร้านยาที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอีก 209 ร้าน ล่าสุดได้ร่วมกับร้านยาฟาสซิโน ร้านยาชุมชนที่มีสาขาทั่วประเทศจำนวน 104 สาขา มีเภสัชกรที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาตลอดทั้งวัน ที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 36 ปี จากหน้าโรงพยาบาลศิริราช จำหน่าย ยา เวชภัณฑ์ อาหารเสริม อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วย รวมมากกว่า 10,000 รายการ และบริษัท กรุงเทพดรักสโตร์ จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์ ร้านยากรุงเทพ ที่ให้บริการทั้งยาและคำแนะนำ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยปัจจุบันมีสาขาบริการทั้งหมด 105 สาขาทั่วประเทศ

นายสุรเดช พานิช ผู้บริหารและผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ ซันเดย์ กล่าวว่า “ซันเดย์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายร้านยา เราได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงยาที่จำเป็นในการรักษาอาการเจ็บป่วยในเวลาที่ต้องการ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านค่ายา เราทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างเครือข่ายร้านยาและพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อได้กับเครือข่ายร้านยาต่างๆ อีกทั้งยังรองรับร้านยารายย่อย เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าดีแทคได้อย่างสะดวก ทุกที่ ทุกเวลา ทั้งนี้ ซันเดย์ยังเปิดรับพาร์ทเนอร์ร้านยาที่ต้องการเข้าร่วมงานกับเรา เพื่อให้ซันเดย์สามารถให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ต่อไปในอนาคต”

นายชูวิทย์ วัยศิริโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพดรักสโตร์ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการเจ็บป่วยให้กับประชาชน และยังช่วยให้เข้าถึงคำแนะนำที่ถูกต้อง ยิ่งในสภาวะปัจจุบันที่แต่ละคนรายได้น้อยลง การไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนจึงเป็นเรื่องที่ลำบาก โรงพยาบาลรัฐเองก็มีจำนวนผู้ป่วยมากจนต้องรอคิวนาน ร้านยาจะเป็นด่านหน้าในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นสำหรับให้กับประชาชน ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระโรงพยาบาล สำหรับการดูแลผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยทั่วไป เราหวังว่าโครงการนี้จะช่วยจุดประกายให้คนไทยเข้าใจและเข้าถึงการดูแลสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น”

นางสาวญาณิน พิศาลวาเลิศ  ประธานกรรมการบริหารบริษัท โปร ฟาสซิโน จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมที่ผ่านมาของอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี สะท้อนถึงความต้องการใช้ยาที่มากขึ้น ซึ่งร้านขายยานับได้ว่าเป็นที่พึ่งอันดับแรก ของคนไทยเมื่อมีอาการเจ็บป่วยไม่รุนแรง ความร่วมมือกันในครั้งนี้นอกจากจะช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงยาได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยให้คนไทยได้รับความรู้ ความเข้าใจ ในการเลือกใช้ยาที่เหมาะสม และ ใช้ยาเท่าที่จำเป็น จากเภสัชกรประจำร้านขายยา  “เพราะฟาสซิโนอยากให้คนไทยมีสุขภาพดีและได้รับการแนะนำการใช้ยาอย่างถูกต้อง”

แผนงานต่อจากนี้ ดีแทคพยายามผลักดันให้ ใจดีช่วยค่ายา ให้บริการครอบคลุมและเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากขึ้น โดยการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ เชิญชวนร้านยา เข้ามาร่วมโครงการ เพื่อตอกย้ำภารกิจในความมุ่งมั่นของ ดีแทคเติมเงิน เป็นมากกว่าแค่ซิมเติมเงิน ตอบโจทย์ความต้องการขั้นพื้นฐานในชีวิตวิถีใหม่ นอกเหนือไปจากการให้บริการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดแล้ว ดีแทคเติมเงิน ยังพร้อมเป็น ผู้ช่วย ที่เข้าใจ เข้าถึง และพร้อมเข้าไปมีส่วนร่วมในชีวิตประจำวัน ที่จะทำให้ผู้ใช้บริการใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นในทุกๆวัน

from:https://www.mobileocta.com/dtacs-jaidee-pharmacy-gets-nationwide-boost/

ดีแทคเติมเงิน ยกขบวนมือถือแบรนด์ดังจัดเต็มโปรพิเศษ ‘ล็อกเลขเด็ดให้ราคาคุ้มสุด 3 ต่อ’

ดีแทคจัดแคมเปญ ล็อกเลขเด็ดให้คุ้ม 3 ต่อ สำหรับลูกค้าเติมเงินทุกค่าย พร้อมกระตุ้นกำลังซื้อ ช้อปดีมีคืน ให้สิทธิ์ในการซื้อมือถือ พร้อมแพ็กเกจใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่อั้น ไม่ลดความเร็ว 4 Mbps พร้อมโทรฟรีทุกเครือข่ายครั้งละ 15 นาที สามารถแบ่งจ่ายรายเดือนนานถึง 24 เดือน จ่ายเริ่มต้นเพียง 333 บาท ต่อเดือน ได้ราคาถูกสุดคุ้ม 3 ต่อ ต่อที่หนึ่งได้มือถือใหม่ ต่อที่สองได้ใช้อินเทอร์เน็ตไม่อั้น และต่อที่สามได้โทรไม่อั้น แบ่งจ่ายผ่านบัตรกดเงินสดที่ร่วมรายการ ซื้อได้ที่ร้านดีแทคที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 – 31 มกราคม 2564

dtac

นางสุกัณณี เลิศสุขวิบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดระบบเติมเงิน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคเติมเงิน เดินหน้าช่วยผู้ใช้บริการประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว เพื่อตอกย้ำภารกิจในความมุ่งมั่นของ ดีแทคเติมเงิน ที่เป็นมากกว่าแค่ซิมเติมเงิน และตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าเติมเงินในทุกด้าน

โดยครั้งนี้ดีแทคเข้าใจลูกค้าเติมเงินที่ส่วนใหญ่มักไม่มีบัตรเครดิต แต่เน้นไปที่การใช้บัตรกดเงินสดเป็นหลัก ก็สามารถร่วมแคมเปญการซื้อมือถือกับดีแทคได้ โดยได้ร่วมมือกับบัตรกดเงินสดจากธนาคารชั้นนำ เช่น บัตรกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารยูโอบี ธนาคารซิตี้แบงก์ และ ธนาคารกสิกรไทย จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษนำมือถือแบรนด์ชั้นนำมาล็อกเลขเด็ดให้คุ้ม 3 ต่อ ให้ลูกค้าเติมเงินทุกค่าย ได้จ่ายเริ่มต้นเพียง 333 บาทต่อเดือน ก็ได้ทั้งมือถือใหม่ อินเทอร์เน็ตไม่อั้น โทรไม่อั้น อีกทั้งยังถือเป็นการร่วมสนับสนุนมาตรการช้อปดีมีคืนของรัฐบาล ด้วยการนำค่าซื้อสินค้ามาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนจ่ายจริงรวมกันไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน” ดีแทคให้ลูกค้าเติมเงินทุกค่าย สามารถเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือแบรนด์ชั้นนำ พร้อมแพ็กเกจสุดคุ้ม แถมยังแบ่งจ่ายรายเดือนได้นานถึง 24 เดือน

ลูกค้าสามารถเลือกซื้อมือถือรุ่นที่ร่วมรายการได้ที่ร้านดีแทค ที่ร่วมรายการ

บัตรของธนาคารที่ร่วมรายการ ได้แก่

1. บัตรกดเงินสด KTC PROUD ของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

2. บัตรกดเงินสด Speedy Cash ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)

3. บัตรยูโอบี แคชพลัส ของ ธนาคารยูโอบี (UOB)

4. บัตรกดเงินสดซิตี้ เรดดี้ ของ ธนาคารซิตี้แบงก์ (Citi Bank)

5. บัตรเงินด่วน Xpress Cash ของ ธนาคารกสิกรไทย (Kasikorn Bank)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dtac.co.th/s/333

from:https://www.mobileocta.com/in-time-for-the-tax-break-dtac-prepaid-offers-mobile-devices-with-triple-benefits/

โปรโมชั่นจอง iPhone 12 dtac ลดสูงสุด 20,200 บาท

ดีแทคพร้อมวางจำหน่าย iPhone 12 ใหม่ ได้แก่ iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max, iPhone 12 และ iPhone 12 mini ในดีไซน์ใหม่ที่สวยงาม iPhone 12 รุ่นต่าง ๆ มาพร้อมระบบกล้องแบบใหม่ที่เหนือชั้น, ตัวเครื่องด้านหน้าแบบ Ceramic Shield ใหม่, จอภาพ Super Retina XDR แบบขอบจรดขอบเพื่อประสบการณ์การรับชมที่เต็มอิ่ม และชิพ A14 Bionic ที่ออกแบบโดย Apple ซึ่งเป็นชิพสำหรับสมาร์ทโฟนที่เร็วที่สุด ลูกค้าสามารถเริ่มสั่งซื้อ iPhone 12 รุ่นต่างๆ ได้ตั้งแต่ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 โดยจะวางจำหน่ายในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563

ลูกค้าที่ซื้อ iPhone 12 Pro Max, iPhone 12 Pro, iPhone 12 และ iPhone 12 Mini จะได้รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 20,200 บาท ผ่อน 0% นานสูงสุด 36 เดือน หรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 5% บริการเปลี่ยนหน้าจอฟรี 1 ครั้งในระยะเวลา 1 ปี และส่วนลดซื้ออุปกรณ์เสริม Apple สูงสุด 30% พิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อล่วงหน้า รับสิทธิ์ซื้อ อะแดปเตอร์แปลงไฟ USB-C ในราคาเพียง 50 บาท จากปกติ 690 บาท ลูกค้าดีแทคที่มีอายุการใช้งาน 6 เดือนขึ้นไปสามารถซื้อเครื่องได้ในราคาพิเศษโดยไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า

  • iPhone 12 Mini เริ่มต้นเพียง 9,900 บาท ไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า สำหรับลูกค้าดีแทคที่มีอายุการใช้งาน 6 เดือนขึ้นไป
  • iPhone 12 เริ่มต้นเพียง 14,200 บาท ไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า สำหรับลูกค้าดีแทคที่มีอายุการใช้งาน 6 เดือนขึ้นไป
  • iPhone 12 Pro เริ่มต้นเพียง 21,200 บาท ไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า สำหรับลูกค้าดีแทคที่มีอายุการใช้งาน 6 เดือนขึ้นไป
  • iPhone 12 Pro Max เริ่มต้นเพียง 24,200 บาท ไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า สำหรับลูกค้าดีแทคที่มีอายุการใช้งาน 6 เดือนขึ้นไป

iPhone 12 Mini dtac

iPhone 12 dtac

iPhone 12 Pro dtac

iPhone 12 Pro Max dtac

เรื่องเกี่ยวข้องกัน ที่คุณอาจจะสนใจก็ได้ ?

from:https://www.9tana.com/node/iphone-12-dtac/

รวมโปรจอง iPhone 12 ทุกรุ่น ทั้ง AIS, TrueMove H, dtac, BaNANA IT และ Studio 7 ส่วนลดเพียบ พร้อมผ่อนสบาย

เปิดจองพรีออร์เดอร์วันแรกกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นที่ถือเป็นสมาร์ทโฟนตัวใหม่จากทาง Apple ที่มาพร้อมกับชิป A14 Bionic สถาปัตยกรรม 5nm สุดแรง พร้อมกับรองรับคลื่น 5G ทุกเครือข่ายในไทย โดยคราวนี้ทีมงานได้รวบรวมโปรโมชั่นจากทั้งผู้ให้บริการเครือข่าย AIS, TrueMove H, dtac ร้านค้า BaNANA IT, Studio 7 และอื่นๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่าส่วนลดครั้งนี้เยอะจริง ๆ ครับ *ทยอยอัปเดต

ราคา iPhone 12 ทุกรุ่นอย่างเป็นทางการ

iPhone 12 mini iPhone 12 iPhone 12 Pro iPhone 12 Pro Max
64GB 25,900 29,900
128GB 27,900 31,900 36,900 39,900
256GB 31,900 35,900 40,900 43,900
512GB 48,900 51,900
  • ราคาในตารางด้านเป็นราคาจากหน้าเว็บของ Apple Store ประเทศไทย
  • การสั่งซื้อสามารถผ่อน 0% ได้นานสูงสุด 10 เดือน บัตรเครดิตที่ร่วมรายการดูได้ ที่นี่

iPhone 12 mini / iPhone 12

สำหรับ iPhone 12 mini และ iPhone 12 สเปคต่างๆ จะเหมือนกันหมด โดยต่างกันตรงที่เรื่องขนาดหน้าจอและขนาดแบตเตอรี่เท่านั้น ซึ่งจะมีวางจำหน่ายทั้งหมด 5 สีเหมือนกันคือ สีขาว (White), สีดำ (Black), สีน้ำเงิน (Blue), สีเขียวมิ้นต์ (Green) และ สีแดง (Red)

กดสั่งซื้อผ่าน Apple Store ได้ : ที่นี่

iPhone 12 Pro / iPhone 12 Pro Max

ถัดมาในส่วน iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max สเปคต่างๆ ก็ใกล้เคียงกัน จะต่างกันตรงที่เรื่องขนาดหน้าจอ, แบตเตอรี่ และเรื่องสเปคกล้องที่ตัว Pro Max จะมีระบบกันสั่น Sensor-Shift OIS และระยะการซูมที่ไกลกว่านิดหนึ่ง โดยการวางจำหน่ายทั้ง 2 รุ่นจะมีทั้งหมด 4 สีเหมือนกันคือ สีเทา (Graphite), สีดำ, สีเงิน (Silver), สีทอง (Gold) และ สีน้ำเงิน (Pacific Blue)

กดสั่งซื้อผ่าน Apple Store ได้ : ที่นี่

AIS

เริ่มต้นด้วยโปรจากฝั่ง AIS ที่มาตามเวลาเป๊ะๆ ตอนเที่ยงคืนหนึ่งนาที ซึ่งเปิดให้จอง iPhone 12 ครบทั้ง 4 รุ่น ซึ่งสามารถกดจองได้ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 2563 เป็นต้นไป และรับเครื่องล็อตแรกวันที่ 27 พ.ย. 2563 โดยโปร AIS จะมีส่วนลดสูงสุดถึง 17,400 บาท พร้อมผ่อน 0% ได้นานถึง 24 เดือน และได้รับสิทธิพิเศษอีกเพียบ หลักๆ แล้วจะมีดังนี้ คือ

  • เป็น serenade ทันทีเมื่อสมัครแพ็ก AIS 5G One Plan for iPhone
  • ใช้ AIS Points รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 5,000 บาท
  • ย้ายค่ายเบอร์เดิม รับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาท
  • รับส่วนลด 20% สำหรับซื้ออุปกรณ์เสริม Apple
  • ฟรี Apple TV+ นาน 1 ปี (เมื่อซื้อพร้อมอุปกรณ์)
  • ส่วนลดการซื้อแอปผ่าน App Store สูงสุด 2,400 บาท/ ปี (ชำระผ่านบิล AIS)
  • ฟรี iCloud 50GB นาน 3 เดือน
  • ฟรี Apple Music นาน 3 เดือน
  • ฟรี YouTube Premium นาน 6 เดือน
  • ฟรีแพ็กเกจ Play Family นาน 3 เดือน

โปรสำหรับลูกค้า AIS

Hot Deal Easy Pay

แพ็กเกจแบบแรกนี้จะเป็นการซื้อเครื่องราคาพิเศษ แบบผ่อนสบายรวมค่าบริการ เริ่มต้นเพียงเดือนละ 1,846 บาท ซึ่งผ่อนได้นานสูงสุด 24 เดือน

รุ่น ความจุ ราคาปกติ ค่าเครื่องและค่าบริการผ่อน 0% นาน 24 เดือน
ส่วนลด 12,400
ใช้แพ็ก 1,199
ส่วนลด 15,400
ใช้แพ็ก 1,499 
ส่วนลด 17,400
ใช้แพ็ก 1,699
iPhone 12 Pro Max 128GB 39,900 2,429 2,625 2,756
256GB 43,900 2,596 2,792 2,923
512GB 51,900 2,929 3,125 3,256
iPhone 12 Pro 128GB 36,900 2,304 2,500 2,631
256GB 40,900 2,471 2,667 2,798
512GB 48,900 2,804 3,000 3,131
iPhone 12 64GB 29,900 2,013 2,209 2,339
128GB 31,900 2,096 2,292 2,423
256GB 35,900 2,263 2,459 2,589
iPhone 12 mini 64GB 25,900 1,846 2,042 2,173
128GB 27,900 1,929 2,125 2,256
256GB 31,900 2,096 2,292 2,423
  • โปรผ่อนนี้ต้องใช้กับบัตรเครดิต SCB Speedy Cash และ Citi Bank Ready Credit เท่านั้น
  • ระยะเวลาสัญญา 24 เดือน
  • ราคาเครื่องและค่าแพ็กเกจรายเดือน รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

ดูโปร AIS ทั้งหมดได้ : ที่นี

(รออัปเดต…)

TrueMove H

ถ้ดมาดูทางด้าน TrueMove H ที่คราวนี้เปิดโปรมาตอนเที่ยงคืนเช่นกัน โดยมีส่วนลดสูงสุด 15,800 บาท พร้อมผ่อน 0% ได้นานสูงสุดถึง 48 เดือนทั้งผ่านบัตรเครดิต และ True Money Wallet โดยจะสามารถกดสั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งลูกค้าที่สั่งจองระหว่างวันที่ 20 – 25 พ.ย. 2563 จะได้สิทธิพิเศษดังนี้

  • รับสิทธิประโยชน์ทรูแบล็ค นาน 1 ปี
  • ใช้ 5,000 ทรูพอยต์ แลกส่วนลด 5,000 บาท
  • ฟรี iCloud 50GB นาน 3 เดือน
  • ฟรี ค่าบริการ Apple Watch นาน 12 เดือน (สมัครแพ็ก 1,199 ขึ้นไป)
  • ฟรี บริการดูแลมือถือ True Protech นาน 6 เดือน
  • ดูบอลพรีเมียร์ลีกฟรีตลอดทั้งฤดูกาล (สมัครแพ็ก 1,399 ขึ้นไป)
  • แลกซื้อุปกรณ์เสริมลดสูงสุด 60%
  • รับ Voucher แลกซื้อหัวชาร์จมูลค่า 690 บาท (เฉพาะคนสั่งออนไลน์)

โปรเปิดเบอร์ใหม่ / ลูกค้าปัจจุบัน

รุ่น ความจุ ราคาปกติ ส่วนลด เหลือ สมัครแพ็ก จ่ายล่วงหน้า
iPhone 12 Pro Max



128GB 39,900 9,800 30,100 1,699 5,000
8,200 31,700 1,399 3,500
7,200 32,700 1,199 3,000
4,600 35,300 699 2,000
256GB 43,900 9,800 34,100 1,699 5,000
8,200 35,700 1,399 3,500
7,200 36,700 1,199 3,000
4,600 39,300 699 2,000
512GB 51,900 9,800 42,100 1,699 5,000
8,200 43,700 1,399 3,500
7,200 44,700 1,199 3,000
4,600 47,300 699 2,000
iPhone 12 Pro



128GB 36,900 9,800 27,100 1,699 5,000
8,200 28,700 1,399 3,500
7,200 29,700 1,199 3,000
4,600 32,300 699 2,000
256GB 40,900 9,800 31,100 1,699 5,000
8,200 32,700 1,399 3,500
7,200 33,700 1,199 3,000
4,600 36,300 699 2,000
512GB 48,900 9,800 39,100 1,699 5,000
8,200 40,700 1,399 3,500
7,200 41,700 1,199 3,000
4,600 44,300 699 2,000
iPhone 12



64GB 29,900 9,800 20,100 1,699 5,000
8,200 21,700 1,399 3,500
7,200 22,700 1,199 3,000
4,600 25,300 699 2,000
128GB 31,900 9,800 22,100 1,699 5,000
8,200 23,700 1,399 3,500
7,200 24,700 1,199 3,000
4,600 27,300 699 2,000
256GB 35,900 9,800 26,100 1,699 5,000
8,200 27,700 1,399 3,500
7,200 28,700 1,199 3,000
4,600 31,300 699 2,000
iPhone 12 mini




64GB 25,900 9,800 16,100 1,699 5,000
8,200 17,700 1,399 3,500
7,200 18,700 1,199 3,000
4,600 21,300 699 2,000
128GB 27,900 9,800 18,100 1,699 5,000
8,200 19,700 1,399 3,500
7,200 20,700 1,199 3,000
4,600 23,300 699 2,000
256GB 31,900 9,800 22,100 1,699 5,000
8,200 23,700 1,399 3,500
7,200 24,700 1,199 3,000
4,600 27,300 699 2,000
  • ระยะสัญญา 12 เดือน
  • ลูกค้าปัจจุบันรายเดือนอายุใช้งาน 12 เดือนขึ้นไป ไม่ต้องชำระล่วงหน้า

ย้ายค่ายเบอร์เดิม / ลูกค้าทรูแบล็คการ์ด

รุ่น ความจุ ราคาปกติ ส่วนลด เหลือ สมัครแพ็ก
iPhone 12 Pro Max



128GB 39,900 9,800 29,100 1,699
8,200 30,700 1,399
7,200 31,700 1,199
4,600 34,300 699
256GB 43,900 9,800 33,100 1,699
8,200 34,700 1,399
7,200 35,700 1,199
4,600 38,300 699
512GB 51,900 9,800 41,100 1,699
8,200 42,700 1,399
7,200 43,700 1,199
4,600 46,300 699
iPhone 12 Pro



128GB 36,900 9,800 26,100 1,699
8,200 27,700 1,399
7,200 28,700 1,199
4,600 31,300 699
256GB 40,900 9,800 30,100 1,699
8,200 31,700 1,399
7,200 32,700 1,199
4,600 35,300 699
512GB 48,900 9,800 38,100 1,699
8,200 39,700 1,399
7,200 40,700 1,199
4,600 43,300 699
iPhone 12



64GB 29,900 9,800 19,100 1,699
8,200 20,700 1,399
7,200 21,700 1,199
4,600 24,300 699
128GB 31,900 9,800 21,100 1,699
8,200 22,700 1,399
7,200 23,700 1,199
4,600 26,300 699
256GB 35,900 9,800 25,100 1,699
8,200 26,700 1,399
7,200 27,700 1,199
4,600 30,300 699
iPhone 12 mini




64GB 25,900 10,800 15,100 1,699
9,200 16,700 1,399
8,200 17,700 1,199
5,600 20,300 699
128GB 27,900 10,800 17,100 1,699
9,200 18,700 1,399
8,200 19,700 1,199
5,600 22,300 699
256GB 31,900 10,800 21,100 1,699
9,200 22,700 1,399
8,200 23,700 1,199
5,600 26,300 699
  • ระยะสัญญา 12 เดือน
  • เฉพาะคนใช้โปรย้ายค่ายรับเครื่องที่ Shop เท่านั้น

เครื่องเปล่าส่วนลด 2,000 บาทเมื่อซื้อพร้อมซิม (ไม่ติดสัญญา)

รุ่น ความจุ ราคาปกติ ราคาซื้อพร้อมซิม
5G Buffet Net Plus 1000
iPhone 12 Pro Max 128GB 39,900 37,900
256GB 43,900 41,900
512GB 51,900 49,900
iPhone 12 Pro 128GB 36,900 34,900
256GB 40,900 38,900
512GB 48,900 46,900
iPhone 12 64GB 29,900 27,900
128GB 31,900 29,900
256GB 35,900 33,900
iPhone 12 mini 64GB 25,900 23,900
128GB 27,900 25,900
256GB 31,900 29,900
  • ซิมที่ซื้อจะเป็นโปร เน็ต 10GB ความเร็ว 1 Mbps ติด FUP 128Kpbs + โทรฟรีไม่อั้นในเครือข่าย + WiFi ฟรีไม่อั้น ใช้ได้นาน 60 วัน

ดูโปร TrueMove H ทั้งหมดได้ : ที่นี

dtac

มาดูทางฝั่งของโปร dtac ที่มาตอนแปดโมงเช้าวันนี้กันบ้าง โดยจะมีส่วนลดสูงสุดถึง 20,200 บาท ผ่อน 0% ได้นานสูงสุด 36 เดือน หรือ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 5% ซึ่งเปิดให้สั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 พ.ย. 63 เวลา 12.00 น. พร้อมรับสิทธิพิเศษต่างๆ เฉพาะสำหรับคนจองพรีออร์เดอร์เท่านั้น คือ

  • บริการเปลี่ยนหน้าจอฟรี 1 ครั้งในระยะเวลา 1 ปี
  • แลกซื้อพร้อมหัวชาร์จแท้ ราคา 50 บาท (ปกติ 690 บาท)
  • รับส่วนลดอุปกรณ์เสริม Apple สูงสุด 30%

ลูกค้า Platinum Blue Member

รุ่น ความจุ ราคาปกติ ส่วนลด เหลือ สมัครแพ็ก
iPhone 12 Pro Max



128GB 39,900 15,700 24,200 2,199
12,700 27,200 1,499
10,200 29,700 1,099
7,600 32,300 699
256GB 43,900 15,700 28,200 2,199
12,700 31,200 1,499
10,200 33,700 1,099
7,600 36,300 699
512GB 51,900 20,200 31,700 2,199
12,700 39,200 1,499
10,200 41,700 1,099
7,600 44,300 699
iPhone 12 Pro



128GB 36,900 15,700 21,200 2,199
12,700 24,200 1,499
10,200 26,700 1,099
7,600 29,300 699
256GB 40,900 15,700 25,200 2,199
12,700 28,200 1,499
10,200 30,700 1,099
7,600 33,300 699
512GB 48,900 18,700 30,200 2,199
12,700 36,200 1,499
10,200 38,700 1,099
7,600 41,300 699
iPhone 12



64GB 29,900 15,700 14,200 2,199
12,700 17,200 1,499
10,200 19,700 1,099
7,600 22,300 699
128GB 31,900 15,700 16,200 2,199
12,700 19,200 1,499
10,200 21,700 1,099
7,600 24,300 699
256GB 35,900 15,700 20,200 2,199
12,700 23,200 1,499
10,200 25,700 1,099
7,600 28,300 699
iPhone 12 mini




64GB 25,900 16,000 9,900 2,199
12,700 13,200 1,499
10,200 15,700 1,099
7,600 18,300 699
128GB 27,900 15,700 12,200 2,199
12,700 15,200 1,499
10,200 17,700 1,099
7,600 20,300 699
256GB 31,900 15,700 16,200 2,199
12,700 19,200 1,499
10,200 21,700 1,099
7,600 24,300 699
  • ระยะสัญญา 12 เดือน
  • เป็นลูกค้าอายุการใช้งาน 6 เดือนขึ้นไป

ลูกค้า Welcome, Silver และ Gold Member

รุ่น ความจุ ราคาปกติ ส่วนลด เหลือ สมัครแพ็ก
iPhone 12 Pro Max



128GB 39,900 14,700 25,200 2,199
11,700 28,200 1,499
9,200 30,700 1,099
6,600 33,300 699
256GB 43,900 14,700 29,200 2,199
11,700 32,200 1,499
9,200 34,700 1,099
6,600 37,300 699
512GB 51,900 19,200 32,700 2,199
11,700 40,200 1,499
9,200 42,700 1,099
6,600 45,300 699
iPhone 12 Pro



128GB 36,900 14,700 22,200 2,199
11,700 25,200 1,499
9,200 27,700 1,099
6,600 30,300 699
256GB 40,900 14,700 26,200 2,199
11,700 29,200 1,499
9,200 31,700 1,099
6,600 34,300 699
512GB 48,900 17,700 31,200 2,199
11,700 37,200 1,499
9,200 39,700 1,099
6,600 42,300 699
iPhone 12



64GB 29,900 14,700 15,200 2,199
11,700 18,200 1,499
9,200 20,700 1,099
6,600 23,300 699
128GB 31,900 14,700 17,200 2,199
11,700 20,200 1,499
9,200 22,700 1,099
6,600 25,300 699
256GB 35,900 14,700 21,200 2,199
11,700 24,200 1,499
9,200 26,700 1,099
6,600 29,300 699
iPhone 12 mini




64GB 25,900 15,000 10,900 2,199
11,700 14,200 1,499
9,200 16,700 1,099
6,600 19,300 699
128GB 27,900 14,700 13,200 2,199
11,700 16,200 1,499
9,200 18,700 1,099
6,600 21,300 699
256GB 31,900 14,700 17,200 2,199
11,700 20,200 1,499
9,200 22,700 1,099
6,600 25,300 699
  • ระยะสัญญา 12 เดือน
  • เป็นลูกค้าอายุการใช้งาน 6 เดือนขึ้นไป

เปิดเบอร์ใหม่ / ย้ายค่าย / ลูกค้า dtac อายุการใช้งานน้อยกว่า 6 เดือน

รุ่น ความจุ ราคาปกติ ส่วนลด เหลือ สมัครแพ็ก จ่ายล่างหน้า
iPhone 12 Pro Max



128GB 39,900 11,700 28,200 2,199 8,500
8,700 31,200 1,499 5,000
7,200 32,700 1,099 2,500
4,600 35,300 699 1,500
256GB 43,900 11,700 32,200 2,199 8,500
8,700 35,200 1,499 5,000
7,200 36,700 1,099 2,500
4,600 39,300 699 1,500
512GB 51,900 16,700 35,700 2,199 8,500
8,700 43,200 1,499 5,000
7,200 44,700 1,099 2,500
4,600 47,300 699 1,500
iPhone 12 Pro



128GB 36,900 11,700 25,200 2,199 8,500
8,700 28,200 1,499 5,000
7,200 29,700 1,099 2,500
4,600 32,300 699 1,500
256GB 40,900 11,700 29,200 2,199 8,500
8,700 32,200 1,499 5,000
7,200 33,700 1,099 2,500
4,600 36,300 699 1,500
512GB 48,900 14,700 34,200 2,199 8,500
8,700 40,200 1,499 5,000
7,200 41,700 1,099 2,500
4,600 44,300 699 1,500
iPhone 12



64GB 29,900 11,700 18,200 2,199 8,500
8,700 21,200 1,499 5,000
7,200 22,700 1,099 2,500
4,600 25,300 699 1,500
128GB 31,900 11,700 20,200 2,199 8,500
8,700 23,200 1,499 5,000
7,200 24,700 1,099 2,500
4,600 27,300 699 1,500
256GB 35,900 11,700 24,200 2,199 8,500
8,700 27,200 1,499 5,000
7,200 28,700 1,099 2,500
4,600 31,300 699 1,500
iPhone 12 mini




64GB 25,900 12,000 13,900 2,199 8,500
8,700 17,200 1,499 5,000
7,200 18,700 1,099 2,500
4,600 21,300 699 1,500
128GB 27,900 11,700 16,200 2,199 8,500
8,700 19,200 1,499 5,000
7,200 20,700 1,099 2,500
4,600 23,300 699 1,500
256GB 31,900 11,700 20,200 2,199 8,500
8,700 23,200 1,499 5,000
7,200 24,700 1,099 2,500
4,600 27,300 699 1,500
  • ระยะสัญญา 12 เดือน
  • กรณีย้ายค่ายจะได้ส่วนลดค่าเครื่องเพิ่ม 2,000 บาท
  • ราคาพิเศษพร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ดูโปร dtac ทั้งหมดได้ : ที่นี่

BaNANA IT

คราวนี้มาดูทางด้านฝั่งร้านค้ากันบ้างกับโปรร้าน BaNANA IT ที่จะเน้นเป็นโปรเครื่องเปล่ามากกว่า โดยสามารถรับส่วนลดได้สูงสุดถึง 2,000 บาท อีกทั้งยังสามารถผ่อน 0% ได้นานสูงสุดถึง 15 เดือน + รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 2,800 บาทด้วยกัน ซึ่งสามารถกดสั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 พ.ย. 2563 พร้อมรับสินค้าภายในวันที่ 27 พ.ย.63 นี้

 

Studio 7

(รออัปเดต…)

from:https://droidsans.com/all-promotion-iphone-12-ais-dtac-true-shop/