คลังเก็บป้ายกำกับ: DTAC

5 โอเปอเรเตอร์ ลงนามร่วมมือพัฒนาระบบพิสูจน์ตัวตนผ่านมือถือ

 

ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 ราย ภายใต้สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกอบไปด้วย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด

ได้ทำพิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือการศึกษาและพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลโดยใช้ฐานข้อมูลจากเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และแนวทางการจัดตั้งบริษัท Mobile National ID (MNID)

ซึ่งทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นนวัตกรรมใหม่ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในการเพิ่มช่องทางในการใช้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประชาชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้มีความสะดวก ปลอดภัย

อีกทั้งยังเป็นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นการส่งเสริมนโยบายรัฐบาลในเรื่องการใช้ดิจิทัลไอดีได้อีกด้วย

 

AIS

ดร.มนต์ชัย หนูสง นายกสมาคมโทรคมนาคมฯ กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าว ถือว่าสอดคล้อง ตามนโยบายของภาครัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และยังสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ที่สนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในการให้บริการการพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคลด้วยระบบดิจิทัล

โดยใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยระบบอัตลักษณ์ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ในการใช้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ประชาชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ สามารถใช้บริการธุรกรรมทางอิเลคทรอนิกส์ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

นายสืบศักดิ์ สืบภักดี กรรมการสมาคมโทรคมนาคมฯ กล่าวว่า ผู้ประกอบการทั้ง 5 รายจะร่วมกันแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ความรู้ และประสบการณ์ โดยอาจมีการทดลองรูปแบบการให้บริการในระบบ Sandbox เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง บริษัท Mobile National ID (MNID)

โดยจะมีการศึกษาและกำหนดรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม ตลอดจนมีการร่างแผนธุรกิจร่วมกัน มีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การจัดตั้ง บริษัท MNID ไห้ได้โดยเร็ว ทุกฝ่ายให้ความสำคัญและจะใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล โดยทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายเกี่ยวกับการให้บริการธุรกรรมทางอิเลคทรอนิกส์ รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการทั้ง 5 รายจะพัฒนาระบบดังกล่าวในเบื้องต้น โดยที่ “แทนบัตร” หรือการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่แทนที่บัตรประจำตัวในรูปแบบปกติ ซึ่งเป็นโครงการที่สำนักงาน กสทช. ได้ริเริ่มขึ้น ก็จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 รายจะนำไปพิจารณาในการพัฒนาระบบ

ตัวแทนผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ราย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน การสมัคร หรือการเข้าใช้บริการธุรกรรมต่าง ๆ จากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ผู้ขอใช้บริการมักจะต้องเดินทางไปที่สาขาของหน่วยงานนั้นๆ ต้องกรอกข้อมูล และเซ็นรับรองเอกสารต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทำให้เกิดความไม่สะดวก เสียเวลา และมีความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะใช้เอกสารปลอม ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหาย

การให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนโดย บริษัท Mobile National ID (MNID) จะเป็นนวัตกรรมทางเลือก ที่สามารถช่วยลดเวลา ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และช่วยลดความผิดพลาดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตน อีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน สามารถสมัคร และใช้บริการธุรกรรมทางอิเลคทรอนิกส์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และง่ายดาย ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ทุกที่ ทุกเวลา

โดยสามารถใช้เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอัตลักษณ์ เช่นลายนิ้วมือ และใบหน้า ช่วยในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทำให้ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดต่าง ๆ โดยเห็นว่าในปัจจุบัน ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถเป็นเครื่องมือพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่แพร่หลายและเข้าถึงประชาชนได้ดีที่สุด เนื่องจาก ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านโครงข่ายของผู้ประกอบการทั้ง 5 ราย มีจำนวนมากถึง 130 ล้านเลขหมาย ซึ่งจะทำให้เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถใช้รองรับ Digital ID ได้อย่างกว้างขวาง

 

from:http://mobileocta.com/5-the-operator-signed-a-joint-development-of-mobile-authentication-system/

ดีแทครายงานผลประกอบการปี 2562 ฐานลูกค้าลดลง 5.6 แสนราย กำไรสุทธิ 5.9 พันล้านบาท

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค รายงานผลการดำเนินงาน “แข็งแกร่ง” ในปี 2562 พบรายได้จากการให้การบริการไม่รวมค่าไอซีในไตรมาส 3 และ 4 “เติบโต” ขึ้นจากปีก่อน ขณะที่ “กำไร” มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาโครงข่ายที่ดีขึ้น และความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “จากผลการดำเนินงานในปี 2562 ที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นว่าดีแทคได้กลับเข้าสู่สภาวะการเติบโตอย่างยั่งยืน ประสบการณ์ลูกค้ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพทางด้านโครงข่าย โดยยึดปัญหาของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ ลูกค้าทั้งในระบบเติมเงินและระบบรายเดือนยังให้การตอบรับที่ดีต่อการพัฒนาทางด้านโครงข่าย การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย และประสบการณ์ลูกค้า ด้วยการมุ่งเน้นที่คุณภาพการให้บริการและข้อเสนอที่ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ทั้งนี้ กลยุทธ์การดำเนินในปี 2563 นี้ คือ การไม่หยุดพัฒนาประสบการณ์ใช้งานของลูกค้า การขยายโครงข่ายให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาองค์กรให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต”

ในปี 2562 ที่ผ่านมา ดีแทคเดินหน้าพัฒนาคุณภาพสัญญาณและขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถขยายสถานีฐานสำหรับรองรับคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ของทีโอที ได้ถึง 4,700 สถานี ทำให้ปัจจุบันสถานีฐานสำหรับรองรับคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ มีจำนวนถึง 17,400 สถานีทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2562 ดีแทคมีฐานลูกค้าจำนวนทั้งสิ้น 20.6 ล้านราย ลดลง 560,000 ราย มีรายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมค่าไอซี) ในไตรมาส 4/62 เติบโตร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากค่าบริการหลักในปี 2562 เติบโตร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเป็นผลมาจากพัฒนาการจำนวนลูกค้าที่ดีขึ้นในระบบเติมเงิน โดยมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/62 ขณะที่จำนวนลูกค้าในระบบรายเดือนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กำไรสุทธิสำหรับปี 2562 มีมูลค่าทั้งสิ้น 5.9 พันล้านบาท เติบโตร้อยละ 69.4 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของต้นทุนค่าธรรมเนียมและค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัมปทานที่สิ้นสุดลงแล้ว

ดิลิป ปาล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการเงิน กล่าวว่า “ดีแทคมีผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งโดยมีรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าไอซีในไตรมาส 4/62 ที่โตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตลอดจนการเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลัก (รายได้จากการให้บริการเสียงและข้อมูล) ในปี 2562 และด้วยต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ลดลง ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัมปทานที่สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมทั้งการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพที่เกี่ยวข้องกับการขายและการบริหาร (SG&A) และการบริการ ทำให้ดีแทคมีกำไรสุทธิที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อน”

สำหรับปี 2563 ดีแทคตั้งเป้าการเติบโตสำหรับรายได้จากค่าบริการไม่รวมค่าไอซีในอัตราร้อยละที่เป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับต่ำ (low single-digit) ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้ตัดจำหน่ายหรือ EBITDA คาดการณ์การเติบโตในอัตราร้อยละที่เป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับกลาง (mid single-digit) ส่วนเงินลงทุน หรือ CAPEX ประมาณการณ์ไว้ที่ 13,000 – 15,000 ล้านบาท

ตัวเลขสำคัญทางการเงินในปี 2562 (ก่อนการนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 15 และ 16 มาถือปฏิบัติ และไม่รวมผลกระทบจากการทำสัญญาระงับข้อพิพาทกับ กสท ในปี 2561)

  • มีรายได้จาการให้บริการ ไม่รวมค่า IC มูลค่า 62.1 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • EBITDA อยู่ที่ 25.7 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • EBITDA margin (ปรับปรุง) อยู่ที่ร้อยละ 35.6
  • กำไรสุทธิ อยู่ที่ 5.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 69.4 เมื่อเทียบกับปีก่อน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/dtac-2020/

dtac รายงานผลประกอบการปี 2562 ฐานลูกค้า 20.6 ล้านราย กำไรสุทธิ 5.9 พันล้านบาท ลูกค้าพอใจเพิ่ม 4 เท่า

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค รายงานผลการดำเนินงาน “แข็งแกร่ง” ในปี 2562 พบรายได้จากการให้การบริการไม่รวมค่าไอซีในไตรมาส 3 และ 4 “เติบโต” ขึ้นจากปีก่อน ขณะที่ “กำไร” มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาโครงข่ายที่ดีขึ้น และความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “จากผลการดำเนินงานในปี 2562 ที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นว่าดีแทคได้กลับเข้าสู่สภาวะการเติบโตอย่างยั่งยืน ประสบการณ์ลูกค้ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพทางด้านโครงข่าย โดยยึดปัญหาของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ ลูกค้าทั้งในระบบเติมเงินและระบบรายเดือนยังให้การตอบรับที่ดีต่อการพัฒนาทางด้านโครงข่าย การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย และประสบการณ์ลูกค้า ด้วยการมุ่งเน้นที่คุณภาพการให้บริการและข้อเสนอที่ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ทั้งนี้ กลยุทธ์การดำเนินในปี 2563 นี้ คือ การไม่หยุดพัฒนาประสบการณ์ใช้งานของลูกค้า การขยายโครงข่ายให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาองค์กรให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต”

ในปี 2562 ที่ผ่านมา ดีแทคเดินหน้าพัฒนาคุณภาพสัญญาณและขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถขยายสถานีฐานสำหรับรองรับคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ของทีโอที ได้ถึง 4,700 สถานี ทำให้ปัจจุบันสถานีฐานสำหรับรองรับคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ มีจำนวนถึง 17,400 สถานีทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2562 ดีแทคมีฐานลูกค้าจำนวนทั้งสิ้น 20.6 ล้านราย ลดลง 560,000 ราย มีรายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมค่าไอซี) ในไตรมาส 4/62 เติบโตร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากค่าบริการหลักในปี 2562 เติบโตร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเป็นผลมาจากพัฒนาการจำนวนลูกค้าที่ดีขึ้นในระบบเติมเงิน โดยมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/62 ขณะที่จำนวนลูกค้าในระบบรายเดือนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กำไรสุทธิสำหรับปี 2562 มีมูลค่าทั้งสิ้น 5.9 พันล้านบาท เติบโตร้อยละ 69.4 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของต้นทุนค่าธรรมเนียมและค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัมปทานที่สิ้นสุดลงแล้ว

นายดิลิป ปาล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการเงิน กล่าวว่า “ดีแทคมีผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งโดยมีรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าไอซีในไตรมาส 4/62 ที่โตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตลอดจนการเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลัก (รายได้จากการให้บริการเสียงและข้อมูล) ในปี 2562 และด้วยต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ลดลง ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัมปทานที่สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมทั้งการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพที่เกี่ยวข้องกับการขายและการบริหาร (SG&A) และการบริการ ทำให้ดีแทคมีกำไรสุทธิที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อน”

สำหรับปี 2563 ดีแทคตั้งเป้าการเติบโตสำหรับรายได้จากค่าบริการไม่รวมค่าไอซีในอัตราร้อยละที่เป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับต่ำ (low single-digit) ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้ตัดจำหน่ายหรือ EBITDA คาดการณ์การเติบโตในอัตราร้อยละที่เป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับกลาง (mid single-digit) ส่วนเงินลงทุน หรือ CAPEX ประมาณการณ์ไว้ที่ 13,000 – 15,000 ล้านบาท

ตัวเลขสำคัญทางการเงินในปี 2562 (ก่อนการนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 15 และ 16 มาถือปฏิบัติ และไม่รวมผลกระทบจากการทำสัญญาระงับข้อพิพาทกับ กสท ในปี 2561)

•          มีรายได้จาการให้บริการ ไม่รวมค่า IC มูลค่า 62.1 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน

•          EBITDA อยู่ที่ 25.7 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน

•          EBITDA margin (ปรับปรุง) อยู่ที่ร้อยละ 35.6

•          กำไรสุทธิ อยู่ที่ 5.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 69.4 เมื่อเทียบกับปีก่อน

from:https://www.flashfly.net/wp/282965

dtac ไตรมาส 4/62 จำนวนลูกค้ากลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง พร้อมการเติบโตของรายได้ที่สูงขึ้น

ดีแทครายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 4 ปี 2562 รายได้รวม 21,693 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน กำไรสุทธิอยู่ที่ 930 ล้านบาท เนื่องจาก EBITDA ที่ลดลง เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต้นทุนภายหลังการสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านโครงข่าย

จำนวนผู้ใช้งานมีอยู่ 20.642 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 2.26 แสนเลขหมายจากไตรมาสที่ 3/2562 แบ่งเป็นระบบรายเดือนเพิ่มขึ้น 4.5 หมื่นเลขหมาย และเติมเงินเพิ่มขึ้น 1.81 แสนเลขหมาย รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) อยู่ที่ 262 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน

ปี 2562 ที่ผ่านมาดีแทคระบุว่ามีความท้าทายหลายอย่าง แต่แนวโน้มก็ดีมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง อาทิ ดัชนีชี้วัดความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อเครือข่ายก็ดีขึ้น จำนวนลูกค้าก็กลับมาเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 และแนวโน้มรายได้ก็ปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 3

ที่มา: ดีแทค

alt="dtac"

alt="dtac"

from:https://www.blognone.com/node/114361

ดีแทครายงานผลประกอบการปี 2562 โชว์พัฒนาการสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

 

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค รายงานผลการดำเนินงาน “แข็งแกร่ง” ในปี 2562 พบรายได้จากการให้การบริการไม่รวมค่าไอซีในไตรมาส 3 และ 4 “เติบโต” ขึ้นจากปีก่อน ขณะที่ “กำไร” มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาโครงข่ายที่ดีขึ้น และความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

 

dtac

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “จากผลการดำเนินงานในปี 2562 ที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นว่าดีแทคได้กลับเข้าสู่สภาวะการเติบโตอย่างยั่งยืน ประสบการณ์ลูกค้ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพทางด้านโครงข่าย โดยยึดปัญหาของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

นอกจากนี้ ลูกค้าทั้งในระบบเติมเงินและระบบรายเดือนยังให้การตอบรับที่ดีต่อการพัฒนาทางด้านโครงข่าย การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย และประสบการณ์ลูกค้า ด้วยการมุ่งเน้นที่คุณภาพการให้บริการและข้อเสนอที่ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ทั้งนี้ กลยุทธ์การดำเนินในปี 2563 นี้ คือ การไม่หยุดพัฒนาประสบการณ์ใช้งานของลูกค้า การขยายโครงข่ายให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาองค์กรให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต”

ในปี 2562 ที่ผ่านมา ดีแทคเดินหน้าพัฒนาคุณภาพสัญญาณและขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถขยายสถานีฐานสำหรับรองรับคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ของทีโอที ได้ถึง 4,700 สถานี ทำให้ปัจจุบันสถานีฐานสำหรับรองรับคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ มีจำนวนถึง 17,400 สถานีทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2562 ดีแทคมีฐานลูกค้าจำนวนทั้งสิ้น 20.6 ล้านราย ลดลง 560,000 ราย มีรายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมค่าไอซี) ในไตรมาส 4/62 เติบโตร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากค่าบริการหลักในปี 2562 เติบโตร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน

โดยเป็นผลมาจากพัฒนาการจำนวนลูกค้าที่ดีขึ้นในระบบเติมเงิน โดยมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/62 ขณะที่จำนวนลูกค้าในระบบรายเดือนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กำไรสุทธิสำหรับปี 2562 มีมูลค่าทั้งสิ้น 5.9 พันล้านบาท เติบโตร้อยละ 69.4 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของต้นทุนค่าธรรมเนียมและค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัมปทานที่สิ้นสุดลงแล้ว

นายดิลิป ปาล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการเงิน กล่าวว่า “ดีแทคมีผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งโดยมีรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าไอซีในไตรมาส 4/62 ที่โตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตลอดจนการเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลัก (รายได้จากการให้บริการเสียงและข้อมูล) ในปี 2562

และด้วยต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ลดลง ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัมปทานที่สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมทั้งการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพที่เกี่ยวข้องกับการขายและการบริหาร (SG&A) และการบริการ ทำให้ดีแทคมีกำไรสุทธิที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อน”

สำหรับปี 2563 ดีแทคตั้งเป้าการเติบโตสำหรับรายได้จากค่าบริการไม่รวมค่าไอซีในอัตราร้อยละที่เป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับต่ำ (low single-digit) ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้ตัดจำหน่ายหรือ EBITDA คาดการณ์การเติบโตในอัตราร้อยละที่เป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับกลาง (mid single-digit) ส่วนเงินลงทุน หรือ CAPEX ประมาณการณ์ไว้ที่ 13,000 – 15,000 ล้านบาท

ตัวเลขสำคัญทางการเงินในปี 2562 (ก่อนการนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 15 และ 16 มาถือปฏิบัติ และไม่รวมผลกระทบจากการทำสัญญาระงับข้อพิพาทกับ กสท ในปี 2561)

          มีรายได้จาการให้บริการ ไม่รวมค่า IC มูลค่า 62.1 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน

          EBITDA อยู่ที่ 25.7 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน

          EBITDA margin (ปรับปรุง) อยู่ที่ร้อยละ 35.6

          กำไรสุทธิ อยู่ที่ 5.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 69.4 เมื่อเทียบกับปีก่อน

 

from:http://mobileocta.com/dtac-is-back-on-the-path-to-sustainable-growth/

คิวยาวเหยียด ห้างทะลัก! เมื่อ dtac reward ให้ฟินกับชานมไข่มุกแสนอร่อย วันนี้ 10,000,000 เม็ด 100,000 แก้วทั่วประเทศ

 

เจอคิวชานมไข่มุกยาวเหยียด เซอร์ไพรส์แรก  แจกฟรี ชานมไข่มุก แสนอร่อยวันนี้ เมื่อดีแทค รีวอร์ด จัดให้ “ตามใจปากทุกวันศุกร์” แจกชานมไข่มุก ให้ฟินทั้งกินทั้งดื่ม Ochaya, Koi The และ Tiger Sugar แจกชานมไข่มุกฟรีรวมกว่า 10,000,000 เม็ด หรือ 100,000 แก้ว  ให้ลูกค้าได้ #ตามใจปากทุกวันศุกร์  กันให้ฟินสุดๆ  

 

dtac reward

ลูกค้าดีแทคสามารถรับสิทธิ์ได้ง่ายๆผ่าน ดีแทค แอป และติดตามดีลสุดพิเศษทุกศุกร์ได้จาก Line dtac reward  และ Facebook dtac reward  และเว็บไซต์ www.dtac.co.th/dtacreward

ดีแทค รีวอร์ด จัดเต็มทุกวันศุกร์ ตลอดทั้งปี 2563 ให้ลูกค้าได้เซอร์ไพรส์กับดีลสุดพิเศษ จากแบรนด์ดัง ทั้งลด แลก แจก แถม เครื่องดื่ม ไอศครีม ขนมหวาน และอีกมากมาย

ใครที่พลาดวันนี้ ศุกร์หน้าวันที่ 31 มกราคมมารับ ชานมไข่มุก แสนอร่อยได้อีก

 

from:http://mobileocta.com/dtac-reward-pearl-milk-tea-day/

เจาะลึกโปร HUAWEI Mate 30 Pro จาก 3 ค่ายมือถือ AIS,dtac และ Truemove H เริ่มต้นแค่ 12,490 บาทเท่านั้น

วันนี้มีโปรโมชั่นดีๆมาบอกกันอีกแล้ว สำหรับใครที่กำลังเล็งเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน Huawei Mate 30 Pro พรีเมี่ยมสมาร์ทโฟนที่โดดด้านการถ่ายภาพอันหนึ่งในตารางของ DxOMark  กับโปรโมชั่นสุดคุ้มจากทั้ง 3 ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ทั้ง AIS,dtac และ Truemove H ซึ่งในวันนี้ทางทีมงาน @flashfly ได้รวบรวมโปรโมชั่นทั้งหมดมาไว้ให้เลือกกันแล้ว มาดูกันเลยว่าโปรโมชั่นไหนจะมีส่วนลดสุดคุ้มและมีเงื่อนไขอย่างไรกันบ้าง

AIS ลดสูงสุด 16,500 บาท

AIS มอบส่วนลดสูงสุด 16,500 บาท เมื่อซื้อ HUAWEI Mate 30 Pro พร้อมสมัครแพ็กเกจ 4G Hot Deal MAXX (จ่ายรายเดือน 1,549 บาท) พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท 

แพ็กเกจรายเดือน 4G Hot Deal MAXX (จ่ายรายเดือน 1,549 บาท) มาพร้อมบริการ NextG แบบไม่จำกัด เล่นเน็ต 4G / 3G ไม่จำกัด ได้ค่าโทรทุกเครือข่าย 1,100 นาที โทรในเครือข่ายเดียวกัน ไม่จำกัด รองรับบริการ AIS Super WiFi ไม่จำกัด รับชนคอนเท้นต์จาก AIS Play ฟรี 6 เดือน และ Netflix ฟรี 3 เดือน

รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

dtac ลดสุดสุด 15,500 บาท

HUAWEI Mate 30 Pro จาก Dtac ให้ส่วนลดสุดสุด 15,500 บาท เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือนเริ่มต้น 1,499 บาท ไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า สำหรับลูกค้า Platinum Blue Member จดทะเบียนในนามบุคคลธรรมดา ที่มีอายุการใช้งาน 12 เดือนขึ้นไป และมีสถานะ Platinum Blue Member ก่อนวันที่ 25 ตถลาคม 2562 (กดเช็คสิทธิ์ได้ที่ *399*2020#โทรออก)

สำหรับลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ / ย้ายค่ายเบอร์เดิม / เปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน / ลูกค้าปัจจุบันในระบบรายเดือน สามารถเป็นเจ้าของ HUAWEI Mate 30 Pro ในราคาเพียง 15,490 จากราคาปกติ 28,990 บาท เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือน 1,499 บาท และจ่ายค่าบริการล่วงหน้า 3,000 บาท พิเศษ!! ลูกค้าดีแทคที่มีอายุการใช้งาน 12 เดือนขึ้นไป ไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า

พิเศษ!! ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิมรับส่วนลดเพิ่ม 1,500 บาท และสามารถผ่อน 0% นานสูงสุด 36 เดือน ผ่อนได้พร้อมกันทั้งค่าเครื่องและค่าบริการล่วงหน้า กับธนาคารที่ร่วมรายการ

รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

Truemove H

TrueMove H นำเสนอ HUAWEI Mate 30 Pro ในราคาเพียง 13,490 บาท จากราคาปกติ 28,990 บาท สำหรับผู้ใช้บริการเปิดเบอร์ใหม่ และซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือน 4G+ EXTRA FUN Unlimited 1,499 บาท

แพ็กเกจ 4G+ EXTRA FUN Unlimited 1,499 บาท มาพร้อมโปรโมชั่นโทรฟรีทุกเครือข่าย 1,200 นาทีต่อเดือน บริการ 4G ที่ความเร็วสูงสุด 300Mbps และบริการ 3G ที่ความเร็วสูงสุด 42Mbps เป็นจำนวน 25GB หลังจากนั้น จะใช้ได้ไม่จำกัดปริมาณที่ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 384Kbps และรองรับบริการ Wi-Fi ที่ความเร็วสูงสุด 200Mbps ไม่จำกัด

นอกจากนี้ แพ็กเกจ 4G+ EXTRA FUN Unlimited 1,499 บาท ยังได้สิทธิ์เล่นเกมส์ ROV ได้ไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน เป็นระยะเวลา 12 เดือน (รอบบิล)  ใช้บริการ 4G แบบไม่ลดความเร็วนาน 12 เดือน(รอบบิล) นับตั้งแต่วันสมัครใช้บริการ รับสิทธิชมแพ็กเกจ TrueID Unlimited HD ได้ไม่จำกัด ที่ความเร็วสูงสุด 300Mbps นาน 12 เดือน รวมถึงรับชมช่องรายการฟุตบอล EPL 2019 (English Premier League) ตลอดซีซั่น 

รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

HUAWEI Mate 30 Pro มาพร้อมนวัตกรรมกล้องสุดล้ำ SuperSensing Cine camera ที่มาถึง 4 กล้อง เพื่อการถ่ายภาพและวิดีโอที่ครอบคลุมทุกระยะและได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งในทุกสถานการณ์ แม้ใช้งานในที่แสงน้อย ด้วยดีไซน์วงกลมเมทัลลิคสุดล้ำสมัยได้นำกล้องทั้งหมด 4 ตัวมาวางในรูปแบบ Futuristic Halo Ring Design 

HUAWEI Mate 30 Pro โดดเด่นด้วยจอแสดงผล Horizon Display โค้งมนทำมุม 88 องศา ขนาด 6.53 นิ้ว พร้อมฟีเจอร์ Innovative Side-Touch Interaction นำมาใช้แทนปุ่มเพิ่มลดเสียงบริเวณด้านข้างของตัวเครื่อง ยกระดับความปลอดภัยด้วยการตรวจสอบข้อมูลทางชีวภาพในระดับสูง ซึ่งผสานระบบปลดล็อกหน้าด้วยใบหน้าแบบ 3 มิติ (HUAWEI 3D Face Unlock) และระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ

HUAWEI Mate 30 Pro ใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด Kirin 990 ความจำ RAM 8GB หน่วยความจำภายใน 256GB มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 450 mAh รองรับการชาร์จไว HUAWEI SuperCharge 40W รูปลักษณ์เพรียวบางอย่างสมมาตร จับถนัดโค้งรับมือ ให้ความหรูหราพรีเมียม

HUAWEI Mate 30 Pro สมาร์ทโฟนกล้องถ่ายภาพดีที่สุดในปี 2019

พรีวิว Huawei Mate 30 Pro มาพร้อมจอ Horizon Display ขอบโค้ง 88 องศา และกล้องหลัง 4 ตัว SuperSensing Cine Camera จาก Leica (ชมตัวอย่างภาพถ่าย)

เจาะลึก AppGallery แหล่งดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน Huawei ที่กำลังเติบโต รองรับผู้ใช้งานชาวไทย และทั่วโลก

from:https://www.flashfly.net/wp/282315