คลังเก็บป้ายกำกับ: DTAC

ดีแทคชวนมาทำความรู้จัก Cabin fever ผลกระทบทางจิตและภัยอื่นๆ ที่แฝงมากับการใช้เวลากับสื่อออนไลน์ที่มากเกินไป ในระหว่างกักตัวอยู่บ้านระหว่างการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

 

เด็กๆ ที่ติดอยู่ในบ้านเป็นเวลานาน อาจเผชิญภาวะที่เรียกว่า “Cabin fever” หรือสภาวะกดดันทางจิตใจที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน เป็นความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ด้านลบและความทุกข์ที่เกิดจากการถูกจำกัดพื้นที่ ตลอดจนความหงุดหงิดใจ เบื่อหน่าย สิ้นหวัง หรือแม้กระทั่งมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ กระสับกระส่ายและไม่มีสมาธิ ทั้งนี้ สิ่งที่จะช่วยให้เด็กๆ ผ่อนคลายภาวะ Cabin fever ได้ก็คือ การนอนและการออกกำลังอย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองมีบทบาทอย่างมากในการออกแบบกิจวัตรประจำวันที่ทำให้เด็กๆ มีวินัยในการใช้ชีวิตในแต่ละวันมากขึ้น

 

dtac

ดีแทคมี 5 ข้อแนะนำดีๆ มาฝากสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อการดูแลลูกหลานในช่วงอยู่บ้านยาวๆ ดังนี้

1.หมั่นพูดคุย อธิบายเหตุการณ์ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย

พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถช่วยให้ลูกหลานเข้าใจถึงสถานการณ์ด้วยการอธิบายข้อมูลที่แท้จริงด้วยภาษาที่เรียบง่ายและเหมาะสมกับวัยของเขา สิ่งนี้จะช่วยลดความสับสน ความโกรธ ความเศร้าและความกลัว ที่อาจเกิดจากการรับข่าวสารที่ถาโถมบนโลกออนไลน์ได้

2.ออกแบบกิจกรรมเพื่อการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ

ลูกหลานที่กักตัวอยู่ในบ้านส่วนใหญ่มักใช้เวลาไปกับสื่อออนไลน์เพื่อความบันเทิง ขณะเดียวกัน พ่อแม่ผู้ปกครองก็สามารถช่วยทำให้เวลาเหล่านั้นเป็นเวลาที่มีคุณภาพขึ้นได้ เช่นหรือ ช่วยเด็กๆ แบ่งเวลาทำกิจกรรมให้สมดุลกัน สำหรับกิจกรรมเพื่อความบันเทิงอย่างเกมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียกับกิจกรรมอื่นๆ ที่สามารถทำร่วมกับการวิดีโอคอลกับเพื่อนๆ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี

3.ตรวจสอบข่าว-อย่าเชื่อข้อมูลอะไรง่ายๆ

เพราะข้อมูลต่างๆ หลั่งไหลผ่านสื่อออนไลน์มาถึงเราอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นก็มาพร้อมกับความเสี่ยงของข่าวลือและข้อความที่ไม่เป็นความจริง ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองในการย้ำเตือนลูกหลานต่อการแยกแยะก่อนที่จะเชื่อข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งบนโลกออนไลน์ โดยแหล่งข้อมูลควรมาจากพ่อแม้ผู้ปกครอง ผู้ใหญ่ และหน่วยงานที่เชื่อถือได้

4.หมั่นสังเกตพฤติกรรมลูกหลาน

ในช่วงที่เด็กๆ ใช้เวลาบนโลกออนไลน์เป็นเวลานาน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดต่อกับบุคคลแปลกหน้าหรือผู้ไม่ประสงค์ดีมากขึ้น เพราะหลายครั้งการปล่อยเด็กไว้กับโลกออนไลน์โดยที่ไม่มีการควบคุมหรือตรวจสอบ อาจทำให้พวกเขารู้สึกเคว้งคว้างได้ ดังนั้น การให้เวลากับเด็กๆ จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำผ่านการพูดคุยและถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ และควรแนะนำเด็กๆ ว่าหากพบเจอเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจหรือหวาดกลัว ควรปรึกษาพ่อและหรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ทันที

สำหรับเด็กบางคน อาจจะไม่แสดงพฤติกรรมที่ผิดแปลกไปจากการใช้สื่ออนไลน์ ดังนั้น การเข้าไปพูดคุยและใช้เวลากับเด็กๆ มากขึ้น จะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองสังเกตพฤติกรรมที่ผิดแปลกได้อย่างทันท่วงที

5.สร้างวินัยในการชีวิตในแต่ละวัน

สิ่งที่จะช่วยให้เด็กๆ ผ่อนคลายจากภาวะ Cabin fever ได้ก็คือ การนอนและการออกกำลังอย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองมีบทบาทอย่างมากในการออกแบบกิจวัตรประจำวันที่ทำให้เด็กๆ มีวินัยในการใช้ชีวิตในแต่ละวันมากขึ้น ซึ่งอาจหมายรวมตั้งแต่เวลาในการรับประทานอาหารจนถึงเล่นเกม โดยควรเลือกกิจกรรมที่ทำให้เด็กๆ มีความสุขและไม่เครียดจนเกินไป

นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ในภาวะอันยากลำบากเช่นนี้ ซึ่งมีเด็กๆ กว่า 5 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบ หน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองที่สำคัญประการหนึ่งคือ การสร้างความเข้าใจและสร้างสมดุลต่อการใช้สื่อออนไลน์ในช่วงที่ต้องอยู่บ้านเป็นเวลานานๆ เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กและความเสี่ยงอื่นๆ ที่ตามมากับโลกออนไลน์ ในช่วงปิดภาคเรียน ที่มีแนวโน้มว่า จำเป็นต้องขยายเวลาออกไปอีกนี้ จะมีวัยรุ่นที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและปลายมากกว่า 5 ล้านคน ที่จะใช้เวลาอยู่หน้าจอนานมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน และจะเผชิญความเสี่ยงออนไลน์หลายรูปแบบ

ดีแทคได้จัดค่ายออนไลน์ Young Safe Internet Leaders Cyber Camp สำหรับวัยรุ่นอายุ 13 – 18 ปี เพื่อเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ให้เยาวชนได้ใช้เวลาได้อย่างมีประโยชน์และสนุกสนาน เยาวชนที่เข้าร่วมแคมป์จะได้เรียนรู้เรื่องภัยร้ายต่างในโลกออนไลน์ และเทคนิคที่ช่วยให้สามารถเป็นผู้นำรุ่นเยาว์ในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ จากวิทยากรที่มีชื่อเสียงมากมาย สามารถสมัครเข้าร่วมค่ายได้ที่ www.safeinternet.camp ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 เมษายน 2563”

 

from:http://mobileocta.com/dtac-invites-you-to-get-to-know-cabin-fever/

AIS, truemove H และ dtac กลับมาเปิดศูนย์บริการในห้างแล้ว พร้อมมาตรการคุมเข้ม ป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19

หลังจากก่อนหน้านี้ ทางกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาประกาศผ่อนผันให้ศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ เพราะมีประชาชนหลายกลุ่มที่มีปัญหา ซิมการ์ดเสียหาย หรือโทรศัพท์ชำรุด แต่ไม่รู้จะไปส่งซ่อมที่ไหน ล่าสุดวันนี้ทั้ง AIS, truemove H และ dtac ก็กลับมาเปิดศูนย์บริการของตนเองเป็นที่เรียบร้อย พร้อมออกมาตรการป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างแน่นหนา

AIS เปิดให้บริการทุกสาขา พร้อมแผงกั้นอะคริลิคหน้าเคาน์เตอร์ รักษาระยะห่าง ป้องกัน COVID-19

AIS ได้กลับมาเปิดศูนย์บริการโทรศัพท์ของตัวเอง ตามคำพิจารณาผ่อนผันของกระทรวงมหาดไทย โดยมีมาตรการการป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างรัดกุม อย่างเช่น บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ให้บริการที่ลูกค้ากับพนักงานจะต้องมีปฏิสัมพันธ์ พูดคุย สอบถามถึงปัญหากัน ทาง AIS ก็จะติดตั้งแผงกั้นอะคริลิคใส เพื่อเพิ่มระยะห่างให้กับพนักงานและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการนั่นเอง เบื้องต้นตอนนี้มีเพียงแค่ AIS Shop สาขา AIS Tower 1 และ 2 เท่านั้น ที่มีแผงกั้นนี้ติดตั้งที่ศูนย์บริการ ทั้งนี้ AIS ก็ให้สัญญาว่า จะนำแผงกั้นดังกล่าวไปติดตั้งในศูนย์บริการสาขาอื่นๆ ทั่วประเทศ ภายในวันที่ 10 เมษายนที่จะถึงนี้ครับ

สามารถเช็คสาขาที่เปิดให้บริการได้ที่: AIS และคอลเซนเตอร์ 1175

truemove H เปิดให้บริการ 300 สาขาทั่วประเทศ พนักงานและลูกค้าต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร

สำหรับ truemove H ก็กลับมาเปิดศูนย์บริการ (รวม True Shop) จำนวนกว่า 300 สาขาทั่วประเทศตามห้างสรรพสินค้าแม็คโคร, เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, ทรูช็อปที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของทรู (Stand Alone) ร้านสาขาในอาคารสำนักงาน  รวมถึงทรู แบรนดิ้งช็อป สยาม ซอย 2 สยามซอย 3 และไอคอนสยาม (ที่ตั้งชั่วคราว ข้างร้านเซเว่น อีเลฟเว่น หน้าทางเข้าชั้นใต้ดินไอคอนสยาม) โดยพวกเขาได้เพิ่มมาตรการรักษาความสะอาดอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และทางศูนย์เองก็มีการฆ่าเชื้อทำความสะอาดอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังออกกฎให้พนักงานและลูกค้าเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร อีกทั้งพนักงานทุกคนจะต้องสวมใส่หน้ากากและถุงมือตลอดเวลา ขณะปฏิบัติหน้าอีกด้วย

สามารถเช็คสาขาที่เปิดให้บริการได้ที่: คอลเซนเตอร์ 1242

dtac ปรับเวลาปิดร้านเป็น 6 โมงเย็น ปิดให้บริการเสาร์อาทิตย์

ขณะที่ dtac ก็เป็นอีกหนึ่งเจ้าที่กลับมาเปิดศูนย์บริการ โดยจะมีทั้งหมด 80 สาขาทั่วประเทศ (ยังมีอีก 175 สาขาในกรุงเทพฯ ที่ปิดอยู่) ซึ่งทาง dtac ก็ได้ทำการติดตั้งแผงกั้งอะคริลิคใสเช่นเดียวกัน และให้พนักงานสวมหมอกกรอบใสป้องกันใบหน้า หน้ากากอนามัย และถุงมือทุกคน ขณะปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ dtac ยังจะปรับเวลาปิดทำการ เลื่อนมาปิดไวขึ้นเป็น 6 โมงเย็น อีกทั้งยังปิดทำการในวันเสาร์อาทิตย์อีกด้วย เท่ากับลูกค้าสามารถเข้ามาขอรับบริการได้เฉพาะวันจันทร์ถึงวันศุกร์เท่านั้นนะครับ

สามารถเช็คสาขาที่เปิดให้บริการได้ที่: คอลเซนเตอร์ 1678

โดยทั้ง AIS, Truemove H และ dtac ก็จะมีมาตรการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และมีจุดบริการเจลล้างมือให้ตามปกติ เอาเป็นว่าใครที่มีกิจธุระต้องไปศูนย์บริการจริงๆ ก็อย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยไปด้วย พยายามล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือสบู่อยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการเอามือไปแตะบริเวณใบหน้า และที่สำคัญโทรสอบถามศูนย์บริการใกล้บ้าน หรือคอลเซนเตอร์ก่อนว่าเปิดให้บริการหรือไม่ ไม่งั้นเดี๋ยวไปเก้อนะครับ

from:https://droidsans.com/ais-truemove-h-and-dtac-re-open-their-services-again-after-given-permission/

โปรบ้าเลือด V5 เน็ตไม่อั้น 4-10 Mbps เริ่มต้นเดือนละ 150 บาท ทั้ง AIS, dtac, true, mybyCAT และ NU Mobile + โปรลับ TOT (เม.ย. 63)

กลับมาอีกครั้งในเดือนเมษายน ที่ต้องช่วยกันกักตัวอยู่บ้านกันเพื่อชาติ และแน่นอนว่าแต่ละคนก็อยากที่จะหา เน็ตไม่อั้น ไม่จำกัดความเร็ว เอาไว้ใส่สมาร์ทโฟน-แท็บเลตกัน ซึ่งในเดือนนี้แต่ละค่ายจะขยับปรับแพ็กเกจกันเล็กน้อย และเพื่อนๆน่าจะอยากรู้ว่าจะสามารถหาซื้อซิมได้ที่ไหน เราจะเอามาอัพเดทบอกให้ทราบกันครับ

ข้อควรรู้ ถ้าใครติดตามโปรบ้าเลือดของเรามาตลอด ในเดือนนี้ทุกเจ้าโปรจะยังคงเดิมนะครับ แต่มีการขยับระยะเวลาการสมัครให้เป็นถึง 15 เมษายนนี้เท่านั้น ที่น่าสนใจคือทาง TOT มีโปรบ้าเลือดกับเค้าบ้างแล้วและแรงกว่าใครด้วยรายละเอียดก็อยู่นอกตารางนะครับ เพราะจะไม่เหมือนชาวบ้านเค้าครับ

AIS dtac true mybyCAT NU Mobile
10 Mbps/เดือน
ไม่อั้น
(รวม VAT)
 200 บาท

*777*968#

200 บาท

*104*682#

200 บาท

*900*9979#

200 บาท

*906*432#

200 บาท

สมัครผ่านเว็บไซต์เท่านั้น

4 Mbps/เดือน
ไม่อั้น
(รวม VAT)
150 บาท

*777*967#

150 บาท

*104*681#

150 บาท

*900*9978#

150 บาท

*906*431#

4 Mbps/เดือน
แบบจำกัดปริมาณ
(รวม VAT)
  • 60 GB
    120 บาท
    *777*963#
  • 60 GB
    120 บาท
    *104*686#
  • 30 GB
    100 บาท
    *900*9806#
  • 60 GB
    120 บาท
    *900*9807#
  • 30 GB
    100 บาท
    *906*421#
  • 60 GB
    120 บาท
    *906*433#
สิทธิ์โทรฟรี  เพิ่ม 50 บาท
โทรฟรี 15 นาที/ครั้ง

*777*714#
(เมื่อสมัครโปร 120 บาทขึ้นไป)
เพิ่ม 50 บาท
โทรฟรี 15 นาที/ครั้ง

*104*90#
(เมื่อสมัครโปร 100 บาทขึ้นไป)
เพิ่ม 50 บาท
โทรฟรี 15 นาที/ครั้ง

*900*4951#
(เมื่อสมัครโปร 120 บาทขึ้นไป)
โทรฟรีเฉพาะในเครือข่าย ทุกเครือข่าย 200 นาที
SMS ฟรี  200 ครั้ง
ปล่อย Hotspot ได้**
WiFi ฟรี  ได้ทุกเดือน ได้ทุกเดือน (ของ AIS)
ประกันคุ้มครอง COVID-19


มี
เงื่อนไขการรับสิทธิ์ ซื้อซิมใหม่ / ย้ายค่ายเบอร์เดิม (ภายใน 7 วัน) ซื้อซิมใหม่ / ย้ายค่ายเบอร์เดิม (ภายใน 31 วัน) สมัครได้ทันที
ระยะเวลาการรับสิทธิ์ 1 ปี (ต่ออัตโนมัติหากมีเงินคงเหลือพอ)
1 ปี (ระบบรายเดือน)
ระยะเวลาการสมัคร วันนี้ – 15 เม.ย. 2563

หมายเหตุ

  • เน็ต 4 Mbps แบบจำกัดปริมาณ หลังจากใช้งานหมดแล้วจะติด FUP 128 Kbps ทั้งสามค่าย AIS, dtac และ true ยกเว้น mybyCAT ติด FUP 384 Kbps
  • โปร 50 บาท โทรฟรีทุกเครือข่ายต้องใช้คู่กับ “โปรบ้าเลือดในตารางข้างต้นเท่านั้น” ไม่สามารถร่วมกับโปรเสริมอื่นๆ ได้
  • โปร 50 บาท โทรฟรีทุกเครือข่าย AIS  ใช้ได้ต่อเนื่องได้สูงสุด 3 เดือน หลังโทรครบ 15 นาที นาทีต่อไป 0.99 บ. (ต่ออายุอัตโนมัติ)
  • โปร 50 บาท โทรฟรีทุกเครือข่าย dtac ใช้ได้ต่อเนื่องได้สูงสุด 3 เดือน หลังโทรครบ 15 นาที นาทีต่อไป 0.99 บ. (ต้องสมัครใหม่ทุกรอบ)
  • โปร 50 บาท โทรฟรีทุกเครือข่าย true ใช้ได้ต่อเนื่องได้สูงสุด 3 เดือน หลังโทรครบ 15 นาที นาทีต่อไป 0.69 บ. (ต่ออายุอัตโนมัติ)
  • ปล่อย Hotspot ได้เฉพาะใช้งานทั่วไปเท่านั้น ห้ามใช้เพื่อทางธุรกิจหรือโหลดบิตหนักๆ
  • โปรที่ได้โทรฟรีด้วยมีแค่ V1 ช่วงเดือน พ.ย. 2019 เท่านั้น**

แนะนำซิมและเงื่อนไขของแต่ละค่าย

AIS

  • สมัครได้กับทุกซิมที่เปิดใหม่ และต้องกดสมัครแพ็กเกจภายใน 7 วัน นับจากวันที่เปิดเบอร์ใหม่ (*ยกเว้น SIM2fly)
  • หากย้ายค่ายเบอร์เดิมต้องย้ายและทำรายการสมัครให้เสร็จก่อนวันที่ 15 เม.ย. 2563 นี้ และต้องกดสมัครแพ็กเกจภายใน 7 วัน นับจากวันที่เริ่มใช้งาน
  • แนะนำซิม ZeeD เพราะเติมเงินครบ 100 บาท/เดือน จะสามารถใช้งาน AIS Super WiFi ฟรีด้วย ส่วนอัตราค่าโทรนาทีแรก 1 บ. นาทีต่อไป 25 สต. ทุกเครือข่าย (กด *163 เพิ่มเบอร์ AIS ได้ 5 เลขหมาย โทรนาทีละ 10 สต. ตลอด 24 ชม.)

dtac

  • สมัครได้กับซิมดังต่อไปนี้ คือ ซิมโซเชียลฮีโร่, ซิมซุปเปอร์ 4G, ซิม Go เพลิน, ซิม โนลิมิต, Muffin Thai, ซิมเปิ้ล, ซิมเน็ตซิ่ง, Sim Device bundle, ซิมพม่า, ซิมซานซานิโบ, ซิมกัมพูชา, ซิมพิเศษ, Muffin พม่า, Muffin กัมพูชา และ Happy Net ภายใน 7 วัน
  • หากย้ายค่ายเบอร์เดิมต้องย้ายและทำรายการสมัครให้เสร็จก่อนวันที่ 15 เม.ย. 2563 นี้ และต้องกดสมัครแพ็กเกจภายใน 7 วัน นับจากวันที่เริ่มใช้งาน
  • แนะนำ ซิม Go เพลิน เพราะได้ค่าโทรถูกสุดนาทีละ 0.69 บ. ทุกเครือข่าย (ไม่รวม VAT) และมีโปรกันเน็ตรั่วด้วย หากลืมเติมเงินจะได้ไม่โดนกินเงิน

true

  • สมัครได้กับซิม 4G Net Sim, Social 4G+, สบาย, Super Fun, Super Free Net, ยกก๊วนตำบล, Mingalaba Sim, Suasadei Sim , โปรเพลิน, ซิมเสริมดวง, ซิมศรีอโยธยา, ซิมโปรแรงทุกเครื่องนาทีละบาท,ซิม 4G+ eSports, ซิมโดนใจ, ซิมฮัลโหล, ซิมทรูไอดี, ซิมทัวร์ริส 49บาท, ซิมสุดพิเศษ ภายใน 7 วัน
  • หากย้ายค่ายเบอร์เดิมต้องย้ายและทำรายการสมัครให้เสร็จก่อนวันที่ 16 เม.ย. 2563 นี้ และต้องกดสมัครแพ็กเกจภายใน 7 วัน นับจากวันที่เริ่มใช้งาน
  • แนะนำซิม ซิมฮัลโหล หากเติมเงินสะสมครบ 150 บาท/เดือน จะได้สิทธิ์โทรฟรีไม่อั้น ทุกเครือข่ายไม่จำกัดเวลา 30 วัน (หากสะสม 100 บาท/เดือน จะได้ 15 วัน)
  • อีกซิมที่น่าสนใจก็ซิมทรูไอดี ที่จะได้ทรูพอยท์เอามาแลกของกินที่เซเว่นต่อได้ด้วย แถมซื้อง่าย แค่เดินไปบอกพนักงานให้ทำให้พร้อมใช้งานได้เลยที่ร้านด้วย

mybyCAT

  • ใช้กับซิมใหม่ที่เป็นของ My by Cat อะไรก็ได้ และต้องสมัครภายใน 31 วัน
  • หากย้ายค่ายเบอร์เดิมต้องย้ายและทำรายการสมัครให้เสร็จก่อนวันที่ 15 เม.ย. 2563 นี้ และต้องกดสมัครแพ็กเกจภายใน 31 วัน นับจากวันที่เริ่มใช้งาน
  • แนะนำโปรหลักเป็น โปร Super คุ้ม โทรทุกเครือข่ายนาทีละ 0.50 บ.

NU Mobile

  • สมัครได้ทันทีไม่ต้องซื้อซิมตามร้านค้า โดยตัวซิมจะส่งไปที่บ้าน สนใจสมัครหรือย้ายค่าย ได้ที่เว็บ : https://numobile.io
  • เดือนนี้มีอัพเดทแถมประกันโควิด-19 ให้ด้วย

ขั้นตอนการสมัครของแต่ละค่าย

  • ซื้อซิมใหม่ ซิม dtac และ true หาซื้อได้ที่ 7-11, AIS ต้องหาซื้อตาม Family Mart หรือตามร้าน Telewiz , My by Cat ดูตามร้านขายมือถือ ร้านตู้หรือตามห้างใหญ่ๆ ส่วน NU Mobile สมัครผ่านเว็บเท่านั้น
  • ลงทะเบียนซิมคู่กับบัตรประชาชนให้เรียบร้อย
  • เติมเงินตามแพ็กเกจที่สมัคร
  • จากนั้น กดรหัสโปร ของแต่ละค่ายที่ต้องการสมัครตามตารางด้านบน
  • รอ SMS ยืนยัน แล้วสามารถเริ่มใช้งานได้ทันที
  • แนะนำว่าหลังสมัครเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรเติมเงินให้เท่ากับหรือมากกว่าโปรที่สมัครไว้ เพื่อให้โปรหักอัตโนมัติในเดือนถัดไป

 

ขั้นตอนย้ายค่ายเบอร์เดิม

  • กด *151* ตามด้วยหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ตามด้วย # แล้วกดโทรออก เพื่อขอรหัสย้ายค่าย
  • ถ้าไม่ติดปัญหาค่าบริการค้างจ่าย หรือการลงทะเบียนซิม เราก็จะได้รับรหัสย้ายค่าย หรือ PIN 8 หลัก ผ่านทาง SMS
  • นำ Pin 8 หลัก ที่ได้ในข้อ 2 พร้อมกับบัตรประชาชนตัวจริง ไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหม่เพื่อดำเนินการต่อไป
  • *กรณีติดปัญหาเอกสารยืนยันตัวตนไม่ถูกต้อง ต้องทำการโทรติดต่อกลับไปหาผู้ให้บริการ หรือติดต่อที่ศูนย์บริการโดยตรงครับ

หากลืมเติมเงินจะยังใช้โปรต่อได้ไหม ?

ตามปกติแล้วหากเราลืมเติมเงินพอดีกับโปรที่สมัคร แต่ละค่ายก็จะตัดโปรนั้นออกอัตโนมัติ โดยจะส่ง SMS มาเตือนพร้อมกับรหัสที่จะสมัครใหม่ ซึ่งระยะเวลาที่ต้องสมัครหลังจากนั้นจะขึ้นอยู่กับของผู้บริการแต่ละค่ายอีกที ยกเว้น NU Mobile เป็นที่รายเดือนอยู่แล้ว ซึ่งจะตัดผ่านบัตรที่ผูกไว้อัตโนมัติ

วิธีเติมเงินยังไงให้คุ้มที่สุด

ปกติเวลาเติมเงินมือถือทั่วไปผ่านแอปต่างๆ เราเติมเงิน 200 บาทก็ ใช้เงิน 200 บาทปกติ แต่หากเราเติมผ่านแอป wePAY, AirPay เราไม่จำเป็นต้องจ่ายเต็ม เพราะทั้งสองแอปนี้ มักมีส่วนลดในการเติมเงินมือถือมาให้เสมอๆ ยกตัวอย่างเช่น เติมเงิน AIS 200 บาท

  • เมื่อวันที่ 4 ที่ผ่านมา AirPay มีคูปองส่วนลดเติมเงินถึง 44% ออกมา ถ้าใครเติมทันก็สบาย
  • หรือเงิน AIS ผ่าน wePAY จะได้ส่วนลด 3.5% เท่ากับว่าหากเราเติมเงิน 200 บาท จะเสียจริง 193 บาท

จะเห็นได้ว่าเติมเงินมือถือผ่าน AirPay ค่อนข้างคุ้มเลยทีเดียวประหยัดต่อเดือนได้หลายบาท แต่ก็ต้องเก็บคูปองให้ทันด้วย ส่วน wePay แม้จะลดน้อย แต่ก็ลดได้ทันทีทุกยอด ซึ่ง wePAY มีข้อดีอีกอย่างคือสามารถเติมเงิน ขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 5-10 บาทก็เติมได้

โปรโมชั่นสุดคุ้มจาก TOT

ใครจะจำกัดความเร็ว จำกัดดาต้าการใช้งาน แต่ของ TOT ไม่จำกัด โปรบ้าเลือดขั้นสุดในช่วงสองเดือนนี้ แค่ 66 บาทเท่านั้น ตกวันละบาทกว่าๆ ส่วนหลังจากนี้ก็เดือนละ 50 บาท ความเร็ว 4Mbps ไม่จำกัดปริมาณ และ 90 บาท ไม่จำกัดความเร็ว ไม่จำกัดปริมาณ แต่ต้องจ่ายแบบเหมาทีเดียว 10 เดือนนะ โดยจะใช้ทั้งเสาของ AIS และ DTAC มาให้บริการ ความเร็วถ้าเกิดว่าบ้านใครสัญญาณโอเค วิ่งขึ้น 40-50 Mbps สบายๆ ปัญหาเดียวคือหาซื้อยาก ต้องไปซื้อจากศูนย์บริการ TOT เท่านั้น และหลายศูนย์ก็หมด จนบางคนบอกว่าเป็นซิมที่ไม่มีอยู่จริงเลยก็มี

ลองอ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ด้านล่างครับ

สรุป

จากโปรบ้าเลือด V5 ทั้งหมด ครั้งนี้ TOT มาพังราคาไปพอควร ให้แบบไม่อั้น ไม่จำกัด ในราคาที่เย้ายวนซะเหลือเกิน แต่ปัญหาคือต้องเช็คเรื่องความครอบคลุมของสัญญาณ และต้องไปฝ่าฟันหาซื้อซิมให้ได้ ซึ่งไม่แน่ว่าถ้าจะขับออกไปหาซื้ออาจจะเปลืองค่าน้ำมันกว่าก็เป็นได้

ซึ่งถ้าไม่นับของ TOT ค่ายที่ยังคุ้มสุดในเดือนนี้คงไม่พ้น NU Mobile ที่ปกติก็คุ้มมากอยู่แล้ว จ่าย 200 บาท/เดือนคือจบ ได้ทั้งเน็ตทั้งโทรและ WiFi แถมไม่ต้องไปเสียเวลาไปเติมเงินให้ยุ่งยาก แต่ยังมีประกันมาเติมให้อีกหน่อยนึงด้วย

ส่วนใครที่อยากจะได้คุยเยอะๆด้วยก็ต้องไปที่ true เพราะนอกจากได้เน็ตได้ WiFi แล้ว หากจับคู่กับซิมฮัลโหลเติมเงินครบ 150 บาท/เดือน ก็จะได้โทรฟรีทุกเครือข่ายในเดือนนั้นด้วย

ส่วนความเร็วเน็ต 4 Mbps กับ 10 Mbps การใช้งานแตกต่างกันบ้างไหม อันต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ถ้าจะพูดให้เห็นภาพ คือ

  • เน็ต 4 Mbps สามารถดู YouTube ที่ความละเอียด HD 720p ได้ไม่สะดุด (ดาวน์โหลดวิละ 300-500 KB/s)
  • เน็ต 10 Mbps สามารถดู YouTube ที่ความละเอียด Full HD 1080p ได้ไม่สะดุด (ดาวน์โหลดวิละ 800-1,200 KB/s)

อย่างไรก็ตามการสมัครโปรบ้าเลือด V5 นี้ จำเป็นต้องซื้อซิมใหม่หรือย้ายค่ายเบอร์เดิมเท่านั้น ไม่สามารถสมัครกับซิมเดิมได้ ซึ่งถ้าหากใครอยากสมัครโปรนี้กับซิมเดิมๆ แนะนำว่าลองโทรไปคุยต่อรองกับคอลเซนเตอร์หลังไมค์ดูก่อน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาย้ายค่ายไปๆ มาๆ แต่หากโทรไปต่อรองดูแล้วใช้กับซิมเดิมไม่ได้จริงๆ ถึงค่อยย้ายจะดีกว่าครับผม

 

โปรบ้าเลือด V4 (อันเก่ารหัสเหมือนกัน) : https://droidsans.com/unlimited-internet-10mbps-200-baht-promotion-2020-march/

from:https://droidsans.com/unlimited-internet-10mbps-200-baht-promotion-2020-april/

dtac@home บริการเน็ตบ้านดีแทค แบบไร้สาย พร้อม 4G Router เดือนละ 399 บาท

ในภาวะที่หลายคนต้องทำงานที่บ้านในช่วงโควิด 19 ดีแทคเปิดตัวบริการใหม่ dtac@home (ดีแทคแอทโฮม) เน็ตบ้านไร้สาย ผ่านเครือข่าย 4G มาพร้อมกับอุปกรณ์ 4G Router ติดตั้งง่าย เพียงเสียบปลั๊กแล้วใช้งานได้ทันที แชร์ไวไฟให้ช้ได้ทั้งบ้าน ค่าบริการเริ่มต้นเดือนละ 399 บาท ได้ความเร็วคงที่ 10Mbps ไม่ลดสปีด

แพ็กเกจเน็ตบ้าน dtac@home นอกจากเดือนละ 399 บาท แล้ว ยังมีเดือนละ 499 บาท ที่ความเร็ว 20Mbps อีกด้วย

สำหรับค่าอุปกรณ์แรกเข้านั้น สามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายค่าอุปกรณ์ 4G Router ครั้งเดียวจบที่ราคา 1,500 บาท หรือจ่าย 500 บาท แต่แลกกับต้องติดสัญญาการใช้งานรายเดือนไปอีก 6 เดือน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://athome.dtac.co.th

from:http://www.9tana.com/node/dtac-at-home/

dtac app ประสบการณ์เฉพาะตัวที่สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง แม้ช่วง COVID-19 ก็เช็คยอด-จ่ายบิล-ซื้อแพ็ก-รับสิทธิ์ ได้ที่บ้าน

 

ในสถานการณ์การระบาดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 หนึ่งในมาตรการที่รัฐบาลในหลายประเทศเลือกใช้คือ social distancing หรือการรักษาระยะห่างทางสังคม ควบคู่ไปกับการประกาศเคอร์ฟิวล่าสุด ห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานทั่วประเทศในช่วงเวลาประมาณ 22.00 -04.00 น. โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันนี้

และการปิดสถานที่ที่อาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค เพื่อเป็นแนวทางในการลดการแพร่กระจายเชื้อ COVID-19 ในพื้นที่นั้นๆ โดยสำหรับประเทศไทยนั้นได้มีการใช้ทั้งสองมาตรการเพื่อสกัดการแพร่กระจายของเชื้อโรค

dtac app เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ลูกค้าดีแทคได้เปิด “ประสบการณ์ดิจิทัล” ด้วยตัวเองอย่างเต็มศักยภาพ

 

dtac app

Personalization กับประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย

ปานเทพย์ นิลสินธพ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานดิจิทัลแพลทฟอร์ม บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นจำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “รู้หรือไม่ว่า ในหน้านำเสนอแพ็คเก็จของ dtac app ของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน” ปัจจุบัน dtac app สามารถตอบโจทย์การให้บริการกับลูกค้าดีแทคได้มากกว่า 90% ของการใช้งานทั่วไป

ดังนั้นเราจึงเสนอ dtac app เป็นทางเลือกให้ลูกค้าใช้ เพราะนอกจากความสะดวกสบายในการเช็คยอด เติมเงิน ชำระเงิน ซื้อแพ็กแล้ว ยังเป็นช่องทางในการติดต่อและมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ (Brand engagement) เพิ่มเติมอีกด้วย

นับจากจุดเริ่มต้นของการพัฒนา dtac app จนปัจจุบัน จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายเป็นเพียงแค่การเป็นช่องทางบริการตัวเอง (Self-service) สู่การเป็น  “ช่องทางที่ลูกค้าดีแทคเลือกใช้” หรือ Preferred channel เพราะลูกค้าจะได้ประสบการณ์ที่ดีกว่าจากการใข้ dtac app

ประสบการณ์ที่ดีกว่านั้นมาจากแนวคิดของการทำ personalization ซึ่งแพ็กเก็จหรือโปรเสริมได้ถูกออกแบบให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละคน โดยมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานของลูกค้าย้อนหลัง เพื่อให้การนำเสนอบริการนั้นเหมาะกับลูกค้าแต่ละคนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาฟีเจอร์ dtac reward ทำให้ลูกค้าสามารถแลกสิทธิประโยชน์จากร้านค้าพันธมิตรกว่า 25,000 รายทั่วประเทศได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งสามารถรู้จำนวนสถานะคงเหลือของยอดการใข้สิทธิ ตลอดจนร้านค้าใกล้เคียงที่รับสิทธิจาก dtac reward ซึ่งในอนาคตฟีเจอร์นี้ จะมีความ personalized มากขึ้น จากปัจจุบันที่การแสดงผลยังอิงกับระดับของการเป็นสมาชิกอยู่ โดยจะสามารถแสดงผลตาม “ความสนใจ” ของลูกค้าแต่ละรายได้ เช่น ลูกค้าเป็นคนชอบกินก็จะแสดงผลร้านอาหาร แต่ถ้าลูกค้าชอบช็อปปิ้ง ก็จะแสดงผลเป็นร้านค้า

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญของการสร้างแพลทฟอร์มที่ประสบความสำเร็จก็คือ การสร้างปฏิสัมพันธ์ (Engagement) ให้ผู้ใช้มีความถี่ในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ทางทีมจึงได้พัฒนาฟีเจอร์เกมขึ้นมาเติมเต็มความเป็นแพลทฟอร์มซึ่งจะมีความสนุกอยู่ในแอปด้วย ล่าสุด มีฟีเจอร์ดวงตามวันเกิดให้ลูกค้าได้ติดตามอีกด้วย “เป้าหมายของ dtac app คือการสร้างฟีเจอร์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าพัฒนาประสบการณ์ให้ได้งานได้ดีขึ้น ตรงใจมากขึ้น โดยยึดหลัก 3 อย่างนี้คือ เรียบง่าย (Simple) สื่อสารแบบมนุษย์ (Humanized) และตรงไปตรงมา (Honest)”

“ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ซึ่งทำให้ทุกคนลดการพบปะหรือทำธุรกรรมผ่านเคาน์เตอร์ dtac app จึงเป็นแพลทฟอร์มหลักที่ดีแทคใช้ติดต่อกับลูกค้า ซึ่งทีมเองได้พัฒนาประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่ม capacity และ load balancing เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานอย่างไม่สะดุด นอกจากนี้ยังนำเสนอสิ่งที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนในสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ประกัน COVID-19 ดีลช้อปปิ้งอื่นๆ หรือเล่นเกมส์ เพื่อแก้เหงาในระหว่างอยู่บ้าน”

ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการพัฒนา dtac app ตัวเลขดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยอดดาวน์โหลดเติบโตขึ้นกว่า 30% ในปี 2019 เมื่อเทียบกับปี 2018 ขณะที่ความถี่ในการใช้งานเพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 7 ครั้งเป็น 14 ครั้งต่อเดือน

ทั้งนี้ การสร้างประสบการณ์แบบ personalization ไม่ใช่แค่ข้อเสนอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีการสื่อสาร การให้คุณค่าอื่นๆ ซึ่ง dtac app จะไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้เลย ถ้าขาดทีม Customer Value Management ซึ่งเปรียบเหมือนสมองกลของบริษัทในการทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง

รู้ใจลูกค้ามากกว่าลูกค้ารู้ใจตัวเอง

นางสาวฉัตรสุดา สันตานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงาน Customer Value Management หรือ CVMอธิบายว่า “หนึ่งในหน้าที่หลักของทีม CVM คือ Personalization การนำเสนอสินค้าและบริการที่ใช่ (Right offer) ในเวลาที่เหมาะสม (Right moment) ผ่านช่องทางที่ถูกต้อง (Right channel) โดยเราได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และทำนายพฤติกรรมลูกค้าแต่ละรายของดีแทค เพื่อที่จะได้นำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงใจลูกค้ามากที่สุด”

Personalization จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีฐานข้อมูลที่ดีและมีจำนวนข้อมูลที่มากเพียงพอ ดีแทคมีข้อมูลการใช้งานของลูกค้ามากกว่า 400 ล้านชุดข้อมูลต่อวัน หรือกว่า 12,000 ล้านชุดข้อมูลต่อเดือน ยิ่งมีข้อมูลจำนวนมากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้เรารู้จักลูกค้าได้มากขึ้นเท่านั้น

ส่วนความหลากหลายของข้อมูลก็มีความสำคัญมากเช่นกัน เช่น ข้อมูลพื้นที่ใช้งานหลักของลูกค้า พฤติกรรมการชำระเงินหรือเติมเงิน ช่องทางที่ชอบใช้บริการ รุ่นและระยะเวลาของมือถือที่ใช้ ความสนใจและสิทธิประโยชน์ของ dtac rewards ที่ชอบ

ทางทีม CVM จะนำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลและสร้างเป็น platform ที่เราเรียกว่า Customer 360เพื่อให้เราสามารถรู้จักลูกค้าแต่ละคนแบบ 360 องศาจริงๆ และนำไปต่อยอดในการออกแบบผลิตภัณฑ์ การนำเสนอสินค้าและบริการลที่ตรงใจผ่านช่องทางที่ชื่นชอบของลูกค้าแต่ละคนอย่างแท้จริง

นอกเหนือจากสินค้าและบริการที่พิเศษเฉพาะบุคคลแล้ว Personalization จะต้องมีความสอดคล้อง (consistent) ในทุกๆช่องทางที่ลูกค้าติดต่อกับดีแทค ไม่ว่าจะเป็นทาง dtac app, dtac web, SMS หรือแม้แต่ช่องทางที่มีพนักงานให้บริการอย่าง Call Center หรือ dtac shops ทั้งนี้ ก็เพื่อประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ (seamless) ของลูกค้าดีแทคทุกๆคน

ดีแทคได้บุกเบิกเรื่องการทำ Personalization มาแล้วกว่า 5 ปี โดยปัจจุบันรายได้กว่า 38% ของการขายแพ็กเกจทั้งหมดของดีแทคมาจากการแนะนำผ่านวิธีการทำ Personalization

“ด้วยมาตรฐานการควบคุมและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของดีแทคที่มีความก้าวหน้า เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act: PDPA) และข้อบังคับสากล ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่า การเข้าถึงและใช้ข้อมูลของลูกค้าจะเป็นไปเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเพื่อประโยชน์ของลูกค้าเท่านั้น” ฉัตรสุดา เน้นย้ำ

 

from:http://mobileocta.com/the-dtac-app-aims-to-make-covid-19-social-distancing-measures-a-rewarding-experience/

dtac แจกโค้ดลด foodpanda, GET 50 บาท ทุกวันศุกร์

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าดีแทคทั้งเติมเงินและรายเดือน แจกโค้ดส่วนลด 50 บาท สำหรับ foodpanda และ GET สำหรับลูกค้าที่มีสถานะ PLATINUM BLUE MEMBER, GOLD MEMBER และ SILVER MEMBER ทุกท่าน (เช็กสถานะดีแทครีวอร์ด กด *140# โทรออก ฟรี)

แจกโค้ดส่วนลด 50 บาท !! ผ่าน dtac app ทุกวันศุกร์ที่ 3,10,17,24 เมษายน 63 ใช้เป็นส่วนลดเมื่อสั่งอาหารเดลิเวอรี่ผ่านแอป

  • foodpandaลด 50 บาท (เมื่อสั่งขั้นต่ำ 100 บาท)
  • Getลด 50 บาท (เมื่อสั่งขั้นต่ำ 150 บาท)
    *สามารถใช้โค้ดได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่กดรับถึงวันพุธในสัปดาห์ถัดไป

***กดยืนยันรับโค้ดส่วนลดผ่าน dtac app และต้องกดคัดลอกรหัสหรือแคปหน้าจอเพื่อเก็บรหัสส่วนลดไว้ใช้สั่งอาหารผ่านแอป foodpanda หรือ GET (รหัสมีอายุ 10นาที หลังจากกดยืนยันรับสิทธิ์)​ จำกัด 1 สิทธิ์​/หมายเลข/แบรนด์ ตลอดแคมเปญ เช่น หากรับสิทธิ์​ที่ GET แล้วจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ซ้ำได้

from:http://www.9tana.com/node/dtac-foodpanda/

AIS, dtac, True กลับมาเปิดศูนย์บริการในห้างตามปกติ หลัง ก.มหาดไทย อนุญาตให้เปิด

จากที่มีประกาศของกรุงเทพมหานครให้ปิดห้างสรรพสินค้า ทำให้ร้านของโอเปอเรเตอร์ต้องปิดตามไปด้วย และอาจกระทบกับการให้บริการของโอเปอเรเตอร์ เช่น การยืนยันตัวตนก่อนเปิดซิม

ภายหลัง กระทรวงมหาดไทยมีประกาศอนุญาตให้ธุรกิจโทรคมนาคมสามารถเปิดศูนย์บริการได้ตามปกติ ด้วยเหตุผลด้านความจำเป็นของการสื่อสาร ทำให้โอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 รายใหญ่กลับมาเปิดศูนย์เช่นกัน รายละเอียดของแต่ละรายคือ

  • AIS เปิดศูนย์บริการ AIS Shop ตามปกติ 314 สาขา โดยเริ่มติดตั้งแผงกั้นอะคริลิคใส ในบางสาขาด้วย
  • dtac เปิดศูนย์บริการ 80 สาขา (ยังมีปิดอยู่อีก 175 สาขา) โดยปรับเวลาปิดเป็น 18.00 น. และปิดวันเสาร์-อาทิตย์ ค้นหาศูนย์บริการได้จาก dtac
  • True เปิดศูนย์บริการ True Shop กว่า 300 สาขาตามปกติ

No Description

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/115618