คลังเก็บป้ายกำกับ: DTAC

DTAC ไตรมาส 2/19 กำไร 1,695 ล้านบาท ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่ายลดลงอย่างมาก

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ได้รายงานงบการเงินไตรมาส 2 ของปี 2562 โดยกำไรของบริษัทกลับมาอยู่ที่ 1,695 ล้านบาท เติบโตมากกว่าไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว ปัจจัยมาจากค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่ายลดลงอย่างเห็นได้ชัด

DTAC Shop
ภาพจาก Shutterstock

ไตรมาส 2 ปีนี้ของ DTAC กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว 845% และโตมากกว่าไตรมาส 1 ของปีนี้ถึง 20% โดยลูกค้าของทาง DTAC ไตรมาส 2 อยู่ที่ 20.63 ล้านเลขหมาย ลดลง 4.5% และเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีนี้

รายได้รวมของทาง DTAC อยู่ที่ 20,255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปีที่แล้ว โดยรายได้จากบริการหลักลดลงเล็กน้อย แต่ได้กำไรจากการที่ CAT ได้เช่าสินทรัพย์และค่าเช่าเครือข่ายจาก TOT ทางด้าน ARPU เฉลี่ยต่อเลขหมายอยู่ที่ 258 บาท เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปีที่แล้ว (แต่ถ้าคิดในมาตรฐานบัญชีเก่าจะอยู่ที่ 262 บาท)

ต้นทุนของทาง DTAC อยู่ที่ 14,013 ล้านบาท ลดลง 5.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปีที่แล้ว เนื่องจาการลดลงของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการขยายเครือข่ายของบริษัท รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ กับ TOT แต่ได้ชดเชยกลับมาจากค่าเช่าเครือข่ายที่ได้รับจาก TOT

ค่าใช้จ่ายของ DTAC ไตรมาสนี้อยู่ที่ 3,537 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปีที่แล้ว โดยค่าใช้ในการบริหารลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 4%

DTAC คาดว่าเงินลงทุนสำหรับระบบเครือข่ายในปีนี้จะอยู่ประมาณ 13,000 ถึง 15,000 ล้านบาท นอกจากนี้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาบริษัทได้จ่ายค่าตอบแทนเพื่อชำระข้อพิพาทกับ CAT แล้ว และจะจ่ายส่วนที่เหลือหลังจาก CAT ได้ถอนคดีออกจากศาลแล้ว

Note:  DTAC ได้ใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 1/62 เป็นต้นมา

ที่มาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/dtac-financial-report-q2-2019/

โฆษณา

ดีแทคเผยผลประกอบการแข็งแกร่ง ในไตรมาส 2/2562 กำไรสุทธิ 1.7 พันล้านบาท

 

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ประกาศผลประกอบการในไตรมาส 2/2562 ดีแทคยังคงเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและไว้วางใจของลูกค้าต่อดีแทค ส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานและความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อเครือข่ายที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ปริมาณการร้องเรียนลดลง อีกทั้งการได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ 700MHz ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2562 จะเป็นโอกาสในอนาคตอันใกล้สำหรับดีแทคในการเพิ่มความครอบคลุมของเครือข่ายดีแทคทั่วประเทศ ส่งผลให้ประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายในพื้นที่ห่างไกลดีขึ้น พร้อมกับขยายความจุเครือข่ายสำหรับพื้นที่ใช้งานในเมือง 

 

ณ สิ้นไตรมาส 2/2562 จำนวนผู้ใช้บริการรวมเท่ากับ 20.6 ล้านเลขหมาย โดยมีจำนวนลูกค้าลดลงเพียงประมาณ 94,000 เลขหมายในไตรมาสนี้ ต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1/2559 ดีแทคยังติดตั้งสถานีฐานบนเครือข่าย 2300 MHz เพิ่มเติมอีกจำนวนประมาณ 600 สถานี เพิ่มจำนวนสถานีรวมบนเครือข่าย 2300 MHz เป็นประมาณ 16,000  สถานี นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งสถานีฐานบนเครือข่าย 2100 MHz เพิ่มอีกจำนวน 348 สถานี เพื่อขยายความครอบคลุมของสัญญาณในพื้นที่การใช้งานปัจจุบัน

รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC สำหรับไตรมาส 2/2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 จากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากการยกเลิกแพ็กเกจระบบเติมเงินที่ให้บริการข้อมูลแบบไม่จำกัด และการออกแพ็กเกจที่ให้บริการข้อมูลแบบจำกัดและมีราคาสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย รวมถึงกระแสรายได้ที่แข็งแกร่ง และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริการรายเดือน สำหรับ EBITDA ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2จากไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการ ต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ลดลง และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดี สำหรับ EBITDA margin (คำนวณโดยหักรายได้จาก CAT ภายใต้สัญญาเช่าสินทรัพย์สัมปทาน และรายได้ค่าเช่าเครือข่ายจาก TOT จากตัวหารอยู่ที่ร้อยละ 36.9 เพิ่มขึ้น 2.2 จุด จากไตรมาสก่อน ส่วน CAPEX ลดลงจากไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ 2.3  พันล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15.3 ของรายได้จากการให้บริการ

กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.3 จากไตรมาสก่อน เนื่องมาจาก EBITDA ที่ดีขึ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (EBITDA – CAPEX) สำหรับไตรมาส 2/2562 เป็นบวกอยู่ที่ 4.2 พันล้านบาท โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDAเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 เท่า เนื่องมาจากการชำระค่าตอบแทนเพื่อการระงับข้อพิพาทให้แก่ CAT และการลงทุนในเครือข่ายเป็นหลัก

ดีแทคจะมุ่งเน้นผลักดันปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ดีแทคกลับมาเติบโตอีกครั้ง อันได้แก่ 1) การปรับปรุงโครงข่ายเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นของลูกค้า 2) การเอาลูกค้า B2C กลับคืนมา และ 3) ขยายโอกาสในกลุ่มลูกค้า B2B โดยดีแทคคาดว่ารายได้จากการให้บริการไม่รวมIC จะลดลงในอัตราร้อยละที่เป็นเลขหลักเดียวในระดับต่ำ โดยจะมี EBITDA อยู่ในช่วง 24 – 25 พันล้านบาท นอกจากนี้ดีแทควางแผนที่จะใช้เงินลงทุนในปี 2562 จำนวนประมาณ 13 – 15 พันล้านบาท

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ในไตรมาสที่สองของปี 2562 ผลประกอบการของเราสอดคล้องกับแผนพลิกฟื้น ที่เราได้ประกาศออกไปในงาน Capital Markets Day ดีแทคได้มุ่งสร้างความไว้วางใจและเชื่อมั่นของลูกค้าต่อเครือข่ายของเรา ซึ่งเริ่มส่งผลในเชิงบวกแล้ว ทั้งในด้านความพึงพอใจและปริมาณการร้องเรียนด้านเครือข่ายในไตรมาส 2/2562 ในขณะที่บริการระบบรายเดือนยังคงเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง บริการในระบบเติมเงินก็เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เราจะยังคงมุ่งเน้นในการมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอให้แก่ผู้ใช้งานทั่วประเทศ และเราจะไม่หยุดพัฒนา

นายดิลิป ปาล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการเงินของดีแทค กล่าวว่า “เรามีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง อันเป็นผลมาจากรายได้จากการให้บริการที่เติบโตจากไตรมาสที่แล้ว การควบคุมต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ EBITDA และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน นอกจากนี้เรายังมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง

 

from:http://mobileocta.com/dtac-reported-strong-performance-in-the-second-quarter-of-2019/

dtac เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2562 จำนวนผู้ใช้บริการ 20.6 ล้านเลขหมาย กำไร 1.7 พันล้านบาท

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ประกาศผลประกอบการในไตรมาส 2/2562 ดีแทคยังคงเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและไว้วางใจของลูกค้าต่อดีแทค ส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานและความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อเครือข่ายที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณการร้องเรียนลดลง อีกทั้งการได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ 700 MHz ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2562 จะเป็นโอกาสในอนาคตอันใกล้สำหรับดีแทคในการเพิ่มความครอบคลุมของเครือข่ายดีแทคทั่วประเทศ ส่งผลให้ประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายในพื้นที่ห่างไกลดีขึ้น พร้อมกับขยายความจุเครือข่ายสำหรับพื้นที่ใช้งานในเมือง

ณ สิ้นไตรมาส 2/2562 จำนวนผู้ใช้บริการรวมเท่ากับ 20.6 ล้านเลขหมาย โดยมีจำนวนลูกค้าลดลงเพียงประมาณ 94,000 เลขหมายในไตรมาสนี้ ต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1/2559 ดีแทคยังติดตั้งสถานีฐานบนเครือข่าย 2300 MHz เพิ่มเติมอีกจำนวนประมาณ 600 สถานี เพิ่มจำนวนสถานีรวมบนเครือข่าย2300 MHz เป็นประมาณ 16,000  สถานี นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งสถานีฐานบนเครือข่าย 2100 MHzเพิ่มอีกจำนวน 348 สถานี เพื่อขยายความครอบคลุมของสัญญาณในพื้นที่การใช้งานปัจจุบัน

รายได้จากการให้บริการไม่รวม IC สำหรับไตรมาส 2/2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 จากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากการยกเลิกแพ็กเกจระบบเติมเงินที่ให้บริการข้อมูลแบบไม่จำกัด และการออกแพ็กเกจที่ให้บริการข้อมูลแบบจำกัดและมีราคาสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย รวมถึงกระแสรายได้ที่แข็งแกร่ง และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริการรายเดือน สำหรับ EBITDA ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2 จากไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการ ต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ลดลง และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดี สำหรับ EBITDA margin (คำนวณโดยหักรายได้จาก CAT ภายใต้สัญญาเช่าสินทรัพย์สัมปทาน และรายได้ค่าเช่าเครือข่ายจากTOT จากตัวหาร) อยู่ที่ร้อยละ 36.9 เพิ่มขึ้น 2.2 จุด จากไตรมาสก่อน ส่วน CAPEX ลดลงจากไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ 2.3  พันล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15.3 ของรายได้จากการให้บริการ

กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.3 จากไตรมาสก่อน เนื่องมาจาก EBITDA ที่ดีขึ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (EBITDA – CAPEX) สำหรับไตรมาส 2/2562เป็นบวกอยู่ที่ 4.2 พันล้านบาท โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 1.8 เท่า เนื่องมาจากการชำระค่าตอบแทนเพื่อการระงับข้อพิพาทให้แก่ CAT และการลงทุนในเครือข่ายเป็นหลัก

ดีแทคจะมุ่งเน้นผลักดันปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ดีแทคกลับมาเติบโตอีกครั้ง อันได้แก่ 1) การปรับปรุงโครงข่ายเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นของลูกค้า 2) การเอาลูกค้า B2C กลับคืนมา และ 3) ขยายโอกาสในกลุ่มลูกค้า B2B โดยดีแทคคาดว่ารายได้จากการให้บริการไม่รวม IC จะลดลงในอัตราร้อยละที่เป็นเลขหลักเดียวในระดับต่ำ โดยจะมี EBITDA อยู่ในช่วง 24 – 25 พันล้านบาท นอกจากนี้ดีแทควางแผนที่จะใช้เงินลงทุนในปี 2562 จำนวนประมาณ 13 – 15 พันล้านบาท

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ในไตรมาสที่สองของปี 2562 ผลประกอบการของเราสอดคล้องกับแผนพลิกฟื้น ที่เราได้ประกาศออกไปในงาน Capital Markets Day ดีแทคได้มุ่งสร้างความไว้วางใจและเชื่อมั่นของลูกค้าต่อเครือข่ายของเรา ซึ่งเริ่มส่งผลในเชิงบวกแล้ว ทั้งในด้านความพึงพอใจและปริมาณการร้องเรียนด้านเครือข่ายในไตรมาส 2/2562 ในขณะที่บริการระบบรายเดือนยังคงเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง บริการในระบบเติมเงินก็เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เราจะยังคงมุ่งเน้นในการมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอให้แก่ผู้ใช้งานทั่วประเทศ และเราจะไม่หยุดพัฒนา”

นายดิลิป ปาล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการเงินของดีแทค กล่าวว่า “เรามีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง อันเป็นผลมาจากรายได้จากการให้บริการที่เติบโตจากไตรมาสที่แล้ว การควบคุมต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ EBITDA และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน นอกจากนี้เรายังมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง”

from:https://www.flashfly.net/wp/259728

dtac ไตรมาส 2/2562 รายได้ยังเพิ่มขึ้น แต่จำนวนเลขหมายลดลงอีก 9.4 หมื่นเลขหมาย

ดีแทครายงานผลประกอบการของไตรมาส 2 ประจำปี 2562 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 8.0% จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เป็น 20,255 ล้านบาท ปัจจัยหลักคือรายได้จาก CAT ตามสัญญาเช่าสินทรัพย์ และค่าเช่าเครือข่าย 2300MHz ของ TOT ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,695 ล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยหลักคือการลดลงของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย

จำนวนผู้ใช้งานรวม ณ สิ้นสุดไตรมาสอยู่ที่ 20.632 ล้านเลขหมาย ลดลงจากไตรมาส 1/2562 ประมาณ 9.4 หมื่นเลขหมาย รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) อยู่ที่ 249 บาทต่อเดือน และมีผู้ใช้ 4G แล้ว 10.6 ล้านเลขหมาย

ดีแทคยังคงตัวเลขเงินลงทุนในปี 2562 ไว้ที่ช่วง 13,000 ถึง 15,000 ล้านบาท

ที่มา: ดีแทค

alt="DTAC"

alt="DTAC Slide 2"

from:https://www.blognone.com/node/110853

รับสมัคร… แพ็คเกจ dtac เน็ต 4Mbps ปริมาณ 101GB เดือนละแค่ 200 บาท

เผยแพ็คเกจเสริมดีแทคแบบเติมเงินตัวใหม่ “เน็ตอภิมหาอมตะ 4Mbps นาน 30 วัน” เริ่มต้นที่ 100 บาท สามารถใช้เน็ตด้วยความเร็วคงที่ 4Mbps ที่ปริมาณ 31GB ได้นาน 30 วัน ส่วนถ้าใครคิดว่าไม่พอใช้ หรือชอบดู Youtube หนักๆ ก็มีแพ็คเกจราคา 200 บาท ได้ใช้ที่ปริมาณ 101GB / เดือน สมัครได้ถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2562 เท่านั้น

  • เน็ต 4Mbps ปริมาณ 31GB ราคา 100 บาท สมัครกด *104*430#
  • เน็ต 4Mbps ปริมาณ 101GB ราคา 200 บาท สมัครกด *104*100#
  • เน็ต 4Mbps ปริมาณ 131GB ราคา 250 บาท สมัครกด *104*131#

 

from:http://www.9tana.com/node/dtac-4mbps-101gb/

เจาะลึกแนวคิด Hook Model ของ Nir Eyal ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบธุรกิจ

ธุรกิจยุคนี้แข่งขันกันดุเดือด ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ปลาเร็วกินปลาช้า การออกแบบธุรกิจและบริการหัวใจสำคัญต้อง “โดนใจผู้บริโภค” ไม่เช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่ หรือ สตาร์ทอัพ ก็อยู่รอดยากได้ยาก

นั่นคือเหตุผลที่ dtac accelerate Batch 7 ดึงกูรูอย่าง Nir Eyal (เนีย อียาร์) เจ้าของ Hook Model มาเปิดโลกให้กับสตาร์ทอัพไทยกันอีกรอบ ที่สำคัญแนวคิดนี้ใช้ได้กับทั้งการทำธุรกิจในทุกระดับ และยังใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย

4 ขั้นตอนสร้าง Healthy Habbit

Nir บอกว่า สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องการให้เกิดขึ้นในสินค้าและบริการของตัวเองคือ Healthy Habbit หรือเรียกง่ายๆ ว่า พฤติกรรมที่ดี เข้ามาใช้บริการแล้ว ก็อยู่ด้วยกันนานๆ และกลับมาใช้งานใหม่อย่างสม่ำเสมอ

เหมือนคำกล่าวที่ว่า ลูกค้าใหม่ ไม่สำคัญเท่ากับ ลูกค้าเดิมที่กลับมาใช้บริการ

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าของธุรกิจต้องเรียนรู้ว่า ช่วงเวลาไหนที่เราควรเข้าไป “เบรค” กระบวนการไหนที่ควรเข้าไป “Unhook” ลูกค้าได้อย่างถูกต้อง และ 4 ขั้นตอนใน Hook Model ประกอบด้วย Trigger, Action, Reward และ Investment

Nir บอกว่า Trigger คือขั้นตอนแรกสุดที่เชิญชวนให้คนเข้าไปใช้บริการ

Action คือ ภารกิจหรือกิจกรรมที่ให้คนได้ร่วมกระทำ

Reward คือ ผลประโยชน์ที่ได้รับ เพื่อดึงดูดให้คนอยู่กับสินค้าและบริการ

Investment คือสิ่งที่เราให้กลับไป เพื่อดึงดูดให้เราอยู่ต่อ หรือ กลับเข้ามาอีกครั้ง

ยกตัวอย่าง Hook Model ให้เห็นภาพกันชัดๆ

ตัวอย่างของ Hook Model ที่เห็นได้ชัดเจน เช่น Facebook มี Trigger คือ เกิดจากความเบื่อของเรา หรือความอยากรู้ว่าเพื่อนๆโพสอะไรกันอยู่ Action คือ การกดเข้าไปในแอพ Facebook และเริ่มอ่านกิจกรรมต่างๆในหน้า Feed 

Reward คือ สิ่งที่ได้รับจากการเข้าไปอ่าน ยิ่งเป็นอะไรที่ทำให้เรารู้สึก Surprise ยิ่งดี เช่น การเลื่อนหน้า Feed ไปเรื่อยๆ เราไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรบ้าง ทำให้เราอยากเล่นไปเรื่อยๆ สุดท้ายคือ Investment หรือเวลาที่เราเข้าไปกดไลค์ คอมเม้นท์ หรือโพสต์อะไรสักอย่าง

เมื่อครบวงจรของ Hook Model แล้ว การที่มี Notification ขึ้นเตือนเมื่อมีคนมาไลค์หรือคอมเม้นท์โพสเราต่อ นั่นคือการเกิด Trigger อีกครั้ง แล้ววงจรก็จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

ส่วนตัว Nir บอกว่า แอพที่มีลักษณะของ Hook Model ที่ดีอื่นๆ เช่น Fitbod ที่เป็นแอพออกกำลังกาย มี Trigger คือ การออกแบบการออกกำลังกายที่น่าสนใจให้กับเรา Action การบันทึกและแนะนำการออกกำลังกายที่เหมาะสม Reward คือ บอกผลจากการออกกำลังกาย ปิดท้ายด้วย Investment คือ แนะนำเราว่า ครั้งต่อไปเราควรออกกำลังกายเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด

น่าจะถูกใจคนรักสุขภาพ

ในมุมมองของ Nir ส่วนที่สำคัญที่สุดคือ Investment เพราะเป็นส่วนที่ทำให้คนอยู่กับสินค้าและบริการนั้นๆ จนวนกลับมาใหม่

และที่สำคัญ​สตาร์ทอัพ มักจะลืมจิ๊กซอว์ส่วนนี้ไป

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารท่วมท้น จะทำอย่างไรเพื่อเรียกความสนใจ

Nir บอกว่านี่เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของสตาร์ทอัพ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ คือ จะสร้างความสนใจอย่างไร นอกจาก Internal Trigger ที่ดึงดูดให้คนอยู่ในสินค้าและบริการแล้ว External Trigger ก็มีส่วนสำคัญ

เครื่องมือที่ช่วยสร้างสิ่งเหล่านี้ เช่น Big Data, AI และ Machine Learning 

ทำให้ธุรกิจรู้จักลูกค้ามากขึ้น รู้ความต้องการ และรู้ว่า ทำอย่างไรจะดึงให้ลูกค้าอยู่ด้วยกันนานๆ

ยิ่งรู้จัก Personalize ของลูกค้ามากเท่าไร ก็มีโอกาสแก้ Pain Point ที่เกิดขึ้นได้รวดเร็วมากขึ้น สร้าง Hook ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา

โอกาสสตาร์ทอัพไทยไปถึงยูนิคอร์น ยังเปิดอยู่

สิ่งที่เป็นคำถามสำหรับสตาร์ทอัพไทย คือ จะมี ยูนิคอร์น เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะทั้งอินโดนีเซีย, เวียดนาม, มาเลเซีย มียูนิคอร์นกันหมดแล้ว แล้วไทยล่ะ

Nir บอกว่า สตาร์ทอัพที่ได้รับความสนใจ เช่น Education, Health, Finance กลุ่มนี้มีโอกาสสูง และสามารถนำ Hook Model มาใช้ได้ 

เช่น Finnomena สตาร์ทอัพด้านการเงินการลงทุน ที่ปกติแล้วการลงทุนไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ดังนั้น Finnomena จึงสร้าง Hook ที่ดึงคนเข้ามามีส่วนร่วมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จากนั้นเมื่อจะลงทุนเมื่อไร ก็จะนึกถึง Finnomena

สรุป

ทุกวันนี้สตาร์ทอัพไทยพัฒนาขึ้น หัวใจสำคัญคือ การมีโครงการ dtac accelerate ที่ช่วยสนับสนุนสตาร์ทอัพ จนมีหลายรายมีรายได้ บางรายได้รับเงินทุน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี

ส่วนในภาพรวมของตลาด มีสตาร์ทอัพหลายราย ที่ได้เงินทุนไปแล้ว ประสบความสำเร็จแล้ว ออกจากธุรกิจไปแล้ว กลับมาลงทุนใหม่ กลับมาเป็นที่ปรึกษาช่วยสตาร์ทอัพทีมใหม่ เป็น ecosystem ที่ดี สร้าง cycle ที่ดีให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมนี้

ปัญหาส่วนหนึ่งคือ สตาร์ทอัพไทย ขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถ เพราะโดนดูดไปอยู่บริษัทใหญ่ๆ หมด รวมถึงขาด Global Mindset ขาดการตั้งเป้าเป็นบริษัทระดับโลกที่จะให้บริการคนหลักร้อยล้านพันล้านคน สุดท้ายทำให้ยากในการ Scale up นี่คือสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hook-model-nir-eyal/

รวมโปรโมชั่น Samsung Galaxy A80 จาก AIS, Dtac และ TrueMove H มอบส่วนลดสูงสุด 13,100 บาท

ผู้ให้บริการฯ รายใหญ่ทั้ง 3 รายในประเทศไทย AIS, Dtac และ TrueMove H พร้อมรับจองสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy A80 อย่างทางการแล้ว ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 ส่วนแต่ละค่ายจะมีโปรโมชั่นเด็ดโดนใจอะไรบ้างเลื่อนลงมาอ่านกันได้เลย

AIS

AIS มอบส่วนลด Samsung Galaxy A80 สูงสุด 13,100 บาท ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของในราคาเพียง 8,890 บาท (จากราคาปกติ 21,990 บาท) พร้อมรับประกันจอแตกนาน 1 ปี และให้ชมคอนเท้นต์จาก HBO และ Warner TV ฟรี!! โดยไม่คิดค่าอินเตอร์เน็ต นาน 6 เดือน

Samsung Galaxy A80 ราคา 8,890 บาท จาก AIS ต้องซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจ 4G Hot Deal Maxx จ่ายรายเดือน 1,349 บาท และต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท

จอง Samsung Galaxy A80 กับ AIS ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 โดยวางเงินมัดจำ 500 บาท และจะได้รับสินค้าในระหว่างวันที่ 18 – 20 กรกฎาคม 2562

สั่งจอง Samsung Galaxy A80 กับ AIS ได้ที่นี่

Dtac

Dtac มอบส่วนลดสูงสุด 12,000 บาท พร้อมผ่อน 0% นาน 24 เดือน (เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ) เมื่อซื้อ Samsung Galaxy A80 ในราคา 9,990 บาท พร้อมชำระค่าบริการรายเดือนล่วงหน้า 5,000 บาท (ยังไม่รวม VAT 7%) ลูกค้าต้องมีหรือสมัครแพ็คเกจรายเดือนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1,499 บาทต่อเดือนขึ้นไป ค่าบริการรายเดือนที่ชำระล่วงหน้าจะถูกแบ่งเป็นส่วนลดค่าบริการรายเดือน 500 บาท นาน 10 เดือน

Samsung Galaxy A80 จาก Dtac ยังมาพร้อมรับประกันจอแตกนาน 1 ปี และเปิดให้จับจองแล้ว ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2562

สั่งจอง Samsung Galaxy A80 กับ Dtac ได้ที่นี่

TrueMove H

TrueMove H มอบส่วนลดสูงสุด 13,100 บาท ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Samsung Galaxy A80 ในราคาเพียง 8,890 บาท (จากราคาปกติ 21,990 บาท) เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจ 4G+ Extra Fun Unlimited 1399 ขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท

Samsung Galaxy A80 จาก Dtac มาพร้อมสิทธิ์ดูฟรี!! True ID นาน 12 เดือน รับประกันจอแตกนาน 1 ปี สามารถสั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 โดยวางเงินมัดจำ 500 บาท และจะได้รับสินค้าในระหว่างวันที่ 18 – 20 กรกฎาคม 2562

สั่งจอง Samsung Galaxy A80 กับ TrueMove H ได้ที่นี่

AIS และ Dtac ยังเปิดรับจอง Samsung Galaxy A80 ในราคาเครื่องเปล่า 21,990 บาท ซึ่งผู้ที่สั่งจองมีสิทธิ์เลือกรับของแถมสุดพิเศษ!! มูลค่า 3,990 บาท ระหว่าง Galaxy A80 x Blackpink Special Edition กับ หูฟังบลูทูธ AKG สีน้ำเงิน รุ่น Y500

ภายในเซ็ต Galaxy A80 x Blackpink Special Edition ประกอบด้วย

  1. เคส Galaxy A80 พร้อมลายเซ็นสี่สาว Blackpink คละลาย
  2. แท่นชาร์จ Charger Stand USB-C รุ่นพิเศษ พร้อมธีม Blackpink สุด Exclusive ไม่ว่าเป็น Wallpaper, Screensaver, Lockscreen น่ารักมากมาย
  3. ภาพถ่ายสุดเอ็กคลูซีฟจากสี่สาว Blackpink ให้ในกล่องทันที

from:https://www.flashfly.net/wp/258732