คลังเก็บป้ายกำกับ: DONALD_TRUMP

แบนแล้ว แบนเลย บัญชี Twitter ของโดนัลด์ ทรัมป์ ​จะไม่ถูกจัดเก็บในฐานะบันทึกสำคัญของรัฐ

National Archives and Records Administration หรือ NARA คือหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ที่รับผิดชอบการเก็บรักษาบันทึกสำคัญทางประวัติศาสตร์ของรัฐบาล รวมถึงทวีตจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล แม้คนๆ นั้นจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว บัญชี Twitter จะยังเก็บไว้เป็นบันทึกเป็น archive และตัวบัญชีนั้นคนทั่วไปยังเข้าถึงได้

ซึ่งไม่ใช่กับกรณีโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้สร้างวีรกรรมน่าจดจำมากมาย โดยล่าสุด เว็บไซต์ Politico รายงานว่า นอกจากทรัมป์จะโดนแบนจากแพลตฟอร์มแล้ว archive ของเขาก็จะไม่ถูกเก็บไว้ เรียกได้ว่าโดนแบนหายไปจากแพลตฟอร์มอย่างถาวร

ทรัมป์โดนโซเชียลมีเดียใหญ่แบน จากเหตุการณ์ม็อบสนับสนุนทรัมป์บุกรัฐสภาสหรัฐฯในวันที่ 6 มกราคม เพราะส่วนหนึ่งเขาใช้โซเชียลในการส่งเสริมความรุนแรง และยังให้กำลังใจม็อบที่ก่อเหตุรุนแรงด้วย

No Descriptionภาพจาก Getty Images

โฆษกของ Twitter กล่าวกับ Politico ว่า เนื่องจากทางแพลตฟอร์มระงับบัญชี @realDonaldTrump อย่างถาวร เนื้อหาจากบัญชีจะไม่ปรากฏบน Twitter เลย และจะไม่ถูกจัดเก็บแบบที่ใครสามารถเข้าดูได้ เพราะบัญชีการในระบบที่เก็บถาวร จะต้องเป็นบัญชีที่ไม่ละเมิดกฎของ Twitter

ยังไม่มีความชัดเจนว่า NARA จะตัดสินใจอย่างไรต่อกรณีนี้

ที่มา – Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/122090

[ไม่ยืนยัน] โดนัลด์ ทรัมป์ จะกลับสู่โลกโซเชียลมีเดีย ด้วยแพลตฟอร์มของตัวเอง

Jason Miller ที่ปรึกษาของโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยกับ Fox News ว่า ทรัมป์กำลังจะกลับสู่โลกโซเชียลมีเดียอีกครั้งในไม่กี่เดือนข้างหน้า ด้วยแพลตฟอร์มของตัวเอง คาดว่าจะดึงดูดผู้ใช้ได้เป็นสิบล้านคน และจะกลับมาเพื่อกำหนดเกมใหม่ทั้งหมด

เป็นที่ทราบกันว่า ทรัมป์ โดนแบนจากโซเชียลมีหลักทุกแพลตฟอร์ม หลังเกิดเหตุการณ์ม็อบฝ่ายขวาบุกสภาสหรัฐฯเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา เหตุที่แบนคือ เขาใช้โซเชียลเป็นช่องทางปลุกระดมคน และใช้กระจายข้อมูลปลอมเกี่ยวกับการเลือกตั้งมานาน ซึ่งเขาอาจกลับมาสร้างบัญชีใหม่บนโซเชียลไม่ได้เลย ทวิตเตอร์เองก็บอกชัดว่าทรัมป์จะโดนแบนตลอดไป แม้เข้ากลับมาลงเลือกตั้งอีกสมัยหน้าก็ตาม

No Description
ภาพจาก Facebook Donald Trump

ที่มา – CNET

from:https://www.blognone.com/node/121804

Joe Biden ดับฝัน HUAWEI หลังโฆษกออกมาประกาศว่าสหรัฐฯ จะยังคงไม่ทำการค้ากับบริษัทจีน (บางแห่ง) เหมือนเดิม

แม้ว่าจะเปลี่ยนแม่ทัพมาเป็น Joe Biden แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดใหม่นี้จะมีนโยบายเกี่ยวกับข้อพิพาทสงครามการค้า (Trade War) เหมือนกับชุดก่อนหน้าที่นำโดย Donald Trump ส่งผลให้เหล่าสาวก HUAWEI ที่แอบหวังว่าบริษัทจากแดนมังกรนี้ อาจจะกลับมาใช้งาน GMS และติดต่อค้าขายกับบริษัทสัญชาติอเมริกันได้เหมือนเมื่อก่อนต้องฝันสลายไปกับตา

หากใครยังจำกันได้เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Donald Trump อดีตปธน.ของสหรัฐฯ ได้ทิ้งทวน ออกข้อบังคับห้ามไม่ให้บริษัทสัญชาติอเมริกัน (หรือบริษัทอื่นๆ ทั่วโลกที่ยังต้องพึ่งพาสิทธิบัตรและเทคโนโลยีอื่นๆ ของพวกเขา) ติดต่อทำการค้ากับ HUAWEI ถึงแม้ว่าจะได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์มาแล้วในก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ข้อบังคับดังกล่าวที่ออกคำสั่งโดย Donald Trump ไม่ได้มีผลทันที ณ ตอนนั้น หากแต่จะมีผลในวันที่ 22 มีนาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งก็ไม่แปลกใจที่เหล่าสาวก รวมถึงผู้ก่อตั้งของ HUAWEI จะยังแอบคาดหวังเอาไว้นิดๆ ว่า รัฐบาลชุดใหม่ของ Joe Biden จะแสดงท่าทีอ่อนข้อให้กับพวกเขา หรือถึงขนาดที่ถอดชื่อพวกเขาออกจากบัญชีดำ (Entity List) เลยก็ได้

แต่ล่าสุดโฆษกของกระทรวงพาณิยช์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกมายืนยันแล้วว่า พวกเขาไม่ได้มีแผนที่หยุดยั้งหรือถอดถอนข้อบังคับดังกล่าว แม้ว่าตัวผู้นำจะเปลี่ยนจาก Donald Trump มาเป็น Joe Biden แล้วก็ตาม

HUAWEI ยังหวัง กลับมาคืนดีกับรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ได้ไวที่สุด

ถึงอย่างนั้น ตัว HUAWEI เองก็ยังคาดหวังว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ก่อนจะเกิดเหตุกาณ์บัญชีดำ (Entity List) ขึ้นมา โดย Andy Purdy เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไซเบอร์ของบริษัท ได้ออกมาเปิดเผยว่า HUAWEI ยังรอวันที่กลับมาใช้งาน Google Mobile Services หรือ GMS ได้อยู่ แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะปั้น HUAWEI Mobile Services ขึ้นมาจนถึงขนาดที่เกือบๆ แทนที่ GMS ได้แล้ว

“ความตั้งใจของเราตอนนี้คือกลับไปคืนดีกับ Google แต่ถึงอย่างไร (HUAWEI) ก็ต้องพยายามที่จะอยู่รอดโดยที่ปราศจากเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อยู่ดี” ~ Andy Purdy, Chief Security Officer ของ HUAWEI 

ขาด Google เหมือนขาดใจ ยอดขายมือถือ HUAWEI หายไปเกือบ 50%

ผลกระทบจากข้อพิพาทสงครามการค้า (Trade War) ระหว่าง HUAWEI กับรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้ยอดขายสมาร์ทโฟนของ HUAWEI ช่วงสามเดือนสุดท้ายของปี 2020 หายไปมากถึง 42% ทำให้ตอนนี้ตกไปอยู่อันดับสี่ ตามหลัง Samsung, Apple และ Xiaomi ไปเป็นที่เรียบร้อย

จีนแท็กทีม เตรียมสร้างโรงงานผลิตชิปเซ็ต หวังลดการพึ่งพา TSMC และ Samsung

ปัจจุบัน HUAWEI ได้กำลังพยายามลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ ให้ได้มากที่สุด เพราะตอนนี้ HiSilicon ก็เจอปัญหาไม่สามารถส่งสเปคชิปเซ็ต Kirin ไปให้กับ TSMC ผลิตได้ เนื่องจากติดปัญหากับรัฐบาลสหรัฐฯ (ตัวโรงงาน TSMC ใช้เทคโนโลยีบางส่วนของสหรัฐฯ อยู่) ทำให้ HUAWEI, Xiaomi, SMIC และบริษัทสัญชาติจีนอีกเกือบๆ 90 แห่ง กำลังพิจารณาสร้างโรงงานผลิตชิปเซ็ตและอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ของตัวเองไปเลย

 

ที่มา: Bloomberg | Yahoo

from:https://droidsans.com/us-to-carry-on-ban-huawei-despite-new-president/

Trump รอดข้อหา Impeachment รอบสอง วุฒิสภาโหวตแต่เสียงไม่ถึง 2 ใน 3

Donald Trump รอดพ้นจากการถอดถอน (impeachment) จากตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่สอง หลังวุฒิสภาสหรัฐลงมติเอาผิดเขาด้วยเสียง 57:43 แต่ยังไม่ถึงเสียง 2 ใน 3 ตามเกณฑ์ในรัฐธรรมนูญ

Trump รอดจากข้อหา impeachment รอบแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 จากประเด็นการแทรกแซงการเมืองยูเครนเพื่อโจมตี Hunter Biden บุตรชายของ Joe Biden ที่ทำธุรกิจอยู่ในยูเครน ตอนนั้น Trump รอดพ้นด้วยคะแนนโหวต 52-48 และ 53-47 (สองข้อหาย่อย)

แต่ช่วงต้นปี 2021 Trump มีเอี่ยวในเหตุการณ์บุกยึดสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐวันที่ 6 มกราคม 2021 ทำให้เขาถูกเสนอชื่อถอดถอนอีกครั้ง และสร้างประวัติศาสตร์เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกถอดถอน 2 รอบ

ถึงแม้ตอนนั้น Trump ใกล้หมดวาระประธานาธิบดีแล้ว เหลือเวลาเพียงอีกไม่กี่วัน แต่พรรคเดโมแครตที่ตอนนี้ครองเสียงข้างมากทั้งในสภาล่าง-สภาสูง ก็เดินหน้าเอาผิดเขาต่อไปเพื่อสร้างบรรทัดฐาน และหาก Trump โดนวุฒิสภาโหวตถอดถอน เขาจะหมดสิทธิ์เป็นประธานาธิบดีอีกในอนาคต ซึ่งคาดกันว่าเขาจะกลับมาชิงชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024

ในการถอดถอนรอบที่สองเมื่อคืนนี้ (13 กุมภาพันธ์ ตามเวลาสหรัฐ) วุฒิสภาโหวตถอดถอนด้วยเสียง 57:43 ยังขาดอีก 10 เสียงถึงจะเท่ากับเสียงข้างมาก 67 เสียงตามเกณฑ์ในรัฐธรรมนูญ

สิ่งที่น่าสนใจคือ พรรคเดโมแครตมีเสียงในวุฒิสภา 50 เสียง ทั้งหมดโหวตเอาผิด Trump ตามคาด

แต่ยังมีอีก 7 เสียงจากพรรครีพับลิกัน ที่หันมาโหวตเอาผิด Trump ด้วย (รอบที่แล้วมีเพียง Mitt Romney จากพรรครีพับลิกันคนเดียวที่โหวตเอาผิด Trump)

วุฒิสมาชิกทั้ง 7 รายได้แก่ Mitt Romney คนเดิม เพิ่มด้วย Richard Burr (North Carolina), Susan Collins (Maine), Bill Cassidy (Louisiana), Lisa Murkowski (Alaska), Ben Sasse (Nebraska),  Pat Toomey (Pennsylvania)

ในขณะที่ ส.ว. รีพับลิกันอีก 43 คน ซึ่งรวมถึงอดีตประธานวุฒิสภา Mitch McConnell ที่ออกมาวิจารณ์ Trump อย่างหนักหลังเหตุการณ์บุกยึดรัฐสภา ก็ยังโหวตให้ Trump รอดพ้นผิด ทำให้เขาถูกวิจารณ์อย่างหนักจากฝั่งเดโมแครต

หลัง Trump รอดพ้นจากกระบวนการถอดถอน เขาออกแถลงการณ์ว่านี่เป็น “ขบวนการล่าแม่มด” ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา ยังไม่เคยมีประธานาธิบดีคนไหนถูกถอดถอนผ่านกระบวนการ impeachment สำเร็จแม้แต่คนเดียว

ที่มา – BBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Trump รอดข้อหา Impeachment รอบสอง วุฒิสภาโหวตแต่เสียงไม่ถึง 2 ใน 3 first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/trump-second-impeachment-voted/

ทวิตเตอร์บอก โดนัลด์ ทรัมป์ โดนแบนตลอดไป แม้เขาลงเลือกตั้งอีกในสมัยหน้าก็ตาม

Ned Segal ซีเอฟโอของทวิตเตอร์ให้สัมภาษณ์กับ CNBC นักข่าวถามคำถามว่า ทวิตเตอร์จะมีท่าทีอย่างไรในระยะยาวต่อการแบนโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ Segal บอกว่า ตามนโยบายของทวิตเตอร์ ไม่ว่าผู้ใช้คนนั้นจะเป็นใคร หสกเขาถูกลบออกไปจากทวิตเตอร์แล้ว เท่ากับถูกลบออกตลอด

Segal บอกเพิ่มด้วยว่า นโยบายของทวิตเตอร์ คือไม่ให้คนมาใช้งานเพื่อยุยงส่งเสริมความรุนแรง หากมีใครทำเช่นนั้น ก็ต้องถูกลบ และตามนโยบายของทวิตเตอร์แล้วนั้น ไม่อนุญาตให้คนนั้นๆ กลับมาได้อีก

ทรัมป์โดนแบนจากทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา หลังเหตุการณ์ม็อบสนับสนุนทรัมป์บุกรัฐสภาสหรัฐฯเพียงสองวัน เพราะเขามีพฤติกรรมโพสต์ยุยงให้เกิดความรุนแรง ตามด้วย Facebook, Instagram, Snapchat, Twitch

No Description
ภาพจาก Facebook Donald Trump

ก่อนหน้านี้ Facebook โยนเรื่องให้ Oversight Board หรือคณะกรรมการอิสระตรวจสอบอำนาจของ Facebook พิจารณาว่าการแบนทรัมป์เหมาะสมหรือไม่ และมีวิจัยด้วยว่า หลังแบนทรัมป์ ข้อมูลปลอมตามโซเชียลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา – Techcrunch, Mashable

from:https://www.blognone.com/node/121142

มีลุ้น?…กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา อาจพิจารณาโทษแบนของ HUAWEI อีกครั้ง

ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่หลาย ๆ คนน่าจะรู้กันดีกับการที่สหรัฐอ้มริกาใส่ HUAWEI เข้าไปในบัญชีดำทางการค้าเมื่อช่วงปี 2019 ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดดูเหมือนจะมีแสงแห่งความหวังเรืองรองให้กับ HUAWEI อีกครั้งพราะหลังจากที่ Joe Biden ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้มีการเตรียมพิจารณาโทษแบนดังกล่าวขึ้นอีกครั้ง

จากข้อมูลที่ได้มีการสัมภาษณ์ Gina Raimondo ผู้ว่ารัฐ Rhode Island ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของรัฐบาล Joe Biden ได้ออกมาให้ข้อมูลกับ Reuter เรื่อง HUAWEI ว่าจะทำการพิจารณาข้อกำหนดใหม่อีกครั้งโดยจะมีการปรึกษากับประชาชนสหรัฐฯ, ผู้ประกอบการอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม และพันธมิตรต่าง ๆ ในการหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อความมั่นคงทางการค้า และความปลอดภัยของประเทศ

Gina Raimondo ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของรัฐบาล Joe Biden 

คำตอบที่ Gina Raimondo กล่าวมามีการบอกเป็นนัย ๆ ว่ารัฐบาลของ Joe Biden อาจมีแผนที่จะปลด HUAWEI ออกจากบัญชีดำก็ได้ แต่เราก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วยเพราะ Gina Raimondo นั่นยังเป็นเพียง “ว่าที่” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้สูงที่ทางรัฐบาลอาจดำเนินการตามที่ Gina ได้บอกไว้ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งก็ตาม

HUAWEI ได้ตกอยู่ภายใต้สถานะ “การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ” มาเป็นเวลาร่วม ๆ เกือบ 2 ปีแล้ว ซึ่งการแบนดังกล่าวก็ส่งผลต่อการผลิตมือถือ HUAWEI ที่เปิดตัวหลังจากนั้นมา และถึงแม้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นบ้างหลังจากที่บางบริษัทจากสหรัฐอเมริกาได้รับการยกเว้นให้สามารถทำธุรกิจกับ HUAWEI ได้แล้ว แต่ปัญหาคือบริษัท Google ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการค้าร่วมกับ HUAWEI ต่อ ก็เลยยังเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้มือถือรุ่นใหม่ ๆ จาก HUAWEI ไม่สามารถเข้าถึง GMS ได้นั่นเอง

ทั้งนี้ Gina Raimondo ได้กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ว่าเธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องระบบโทรคมนาคมของสหรัฐฯ จากการแทรกแซงโดยบริษัทจีน และถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีคำสัญญาที่แน่ชัดว่า HUAWEI จะถูกปลดแบนจริงหรือไม่ แต่การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ก็ให้ความหวังกับ HUAWEI และแฟน ๆ ทุกคน ว่าตัวแบรนด์อาจมีโอกาสที่จะกลับเข้าสู่วงการมือถืออย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง แล้วทุกคนคิดว่าคราวนี้สหรัฐอมเริกาจะปลดแบนจริงหรือไม่? มาคอมเม้นต์กันด้านล่างได้เลยครับ

 

Source: AndroidAuthority

from:https://droidsans.com/us-might-review-huawei-sanction-again-after-biden-take-position-as-the-new-president/

หลานสาว Donald Trump อาจเตรียมเปลี่ยนนามสกุล หลีกเลี่ยงความเกี่ยวข้องกับอดีตท่านผู้นำ

Mary Trump หลานสาวของอดีตประธานาธิบดี Donald Trump ที่เพิ่งจะลงจากตำแหน่งไปไม่นานมานี้ ประกาศว่าเธอกำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนนามสกุล เพื่อขอเว้นระยะห่างจากอดีตท่านผู้นำคนสำคัญของโลก

Donald Trump
ภาพจาก Shutterstock

หลังจากที่ Donald Trump อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเพิ่งจะลงจากตำแหน่งได้ไม่นาน Mary Trump ซึ่งเป็นหลานสาว ก็ประกาศว่าอาจเตรียมที่จะวางแผนเปลี่ยนนามสกุลเพื่อเว้นระยะห่าง และหลีกเลี่ยงความเกี่ยวข้องกับ Donald Trump ผู้เป็นลุงของเธอ

Mary Trump หลานสาวของ Donald Trump นักจิตวิทยาคลินิก กำลังกังวลกับชื่อเสียงในด้านลบของนามสกุลของเธอ เธอจึงอาจต้องการวางแผนที่จะเปลี่ยนนามสกุลในอนาคต

การออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเธอต้องการเปลี่ยนนามสกุลเพื่อเลี่ยงความเกี่ยวของกับ Donald Trump ไม่ใช่ความไม่ลงรอยครั้งแรกของ Marry Trump กับลุงของเธอ

ก่อนหน้านี้เธอเคยออกมาแสดงความคิดเห็นต่อต้านลุงของเธออยู่เรื่อยๆ รวมถึงยังสนับสนุนการยื่นถอดถอนหรือ Impeachment ของ Donald Trump ด้วย

Marry Trump ยังเคยกล่าวหาว่าลุงของเธอเป็นพวกหลงตัวเอง และมีพฤติกรรมต่อต้านสังคม รวมถึงสิ่งที่เธอให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Telegraph ได้อธิบายว่า “ลุงของเธอเป็นคนที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นพวกไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลง เป็นคนที่ไม่เข้าใจความเมตตา และความสนิทสนม”

เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา Marry Trump เคยเขียนหนังสือ Too Much and Never Enough: How My Family Created the World’s Most Dangerous Man เพื่อบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ Donald Trump ว่าเป็นบุคคลที่อันตรายที่สุดในโลก ซึ่งหนังสือเล่มนี้สร้างยอดขายเกือบ 1 ล้านเล่ม ในวันที่หนังสือเล่มนี้เริ่มวางขาย

ที่มา – Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post หลานสาว Donald Trump อาจเตรียมเปลี่ยนนามสกุล หลีกเลี่ยงความเกี่ยวข้องกับอดีตท่านผู้นำ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/donald-trump-niece-prepare-to-change-her-last-name/

Facebook ให้ Oversight Board เป็นคนตัดสินว่าการแบนทรัมป์ ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

จากประเด็น Facebook ระงับบัญชีโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทาง Facebook ออกมาแถลงว่า การตัดสินดังกล่าวไม่ควรเป็นอำนาจของ Facebook เพียงอย่างเดียว จึงให้ Oversight Board หรือคณะกรรมการอิสระตรวจสอบอำนาจการใช้นโยบายของ Facebook เช้ามาช่วยดูด้วยว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

โดยในขณะที่รอการตัดสินจาก Oversight Board บัญชีของทรัมป์จะยังถูกระงับต่อไป ซึ่งตามกระบวนการรีวิวแต่ละกรณีของ Oversight Board จะกินเวลาราว 90 วัน แต่ Facebook บอกกับ CNN คาดหวังว่ากระบวนการจะเร็วกว่านั้น

No Description

จากเหตุการณ์ม็อบผู้สนันสนุนทรัมป์บุกรัฐสภาที่ Washington D.C. เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มใหญ่ๆ ก็ระงับบัญชีของเขาทันทีเพราะเกรงว่าจะใช้เป็นช่องทางปลุกระดมม็อบ อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิจารณ์ด้วยเช่นกันว่า การแบนคนแบบนี้ถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ หรือเป็นการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารหรือไม่

Jack Dorsey ซีอีโอ Twitter ก็เคยแสดงความกังวลต่อเรื่องนี้ไว้ และสนับสนุนให้เกิดโซเชียลมีเดียแบบกระจายอำนาจ ด้าน Tim Cook ซีอีโอ Apple ระบุว่าที่แบนนั้นถูกต้องแล้ว เพราะมีเรื่องการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง

ที่มา – Facebook, CNN

from:https://www.blognone.com/node/120751

รายงานเผย Tim Cook เคยมอบ Mac Pro (2019) ให้ Donald Trump

มีรายงานจาก NY Times ว่า Tim Cook มอบ Mac Pro รุ่นปรับโ […] More

from:https://www.iphonemod.net/tim-cook-gift-mac-pro-donald-trump-report.html

ยูทูป ยืดเวลาการ “แบน” บัญชีทรัมป์ไปอีกหนึ่งสัปดาห์ หวั่นเกิดความรุนแรง!

ล่าสุด ทางยูทูปออกมากล่าวว่า ได้ขยายเวลาระงับการใช้งานแชนแนลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไปอีกหนึ่งสัปดาห์ หลังจากก่อนหน้านี้เคยระงับการใช้งานบัญชีมาแล้วเป็นเวลา 7 วัน ซึ่งควรจะปลดแบนตั้งแต่เมื่อวันอังคาร

โดยบัญชีของทรัมป์จะยังเข้ามาใช้งานได้อยู่ปกติ แต่ล็อกไม่ให้อัพโหลดคลิปใหม่เพิ่ม ทั้งนี้ทางบริษัทที่เป็นเจ้าของกูเกิ้ลได้ยืนยันกับทางสำนักข่าว CNBC พร้อมให้เหตุผลว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างความรุนแรงต่อเนื่อง

บัญชียูทูปของโดนัลด์ ทรัมป์ มีคนกดติดตามมากถึง 2.79 ล้านราย ซึ่งก่อนหน้าที่จะโดนแบนนั้นก็มักโพสวิดีโอหลายคลิปต่อวันทั้งจากตัวเขาเอง และจากสถานีช่องสื่อฝั่งขวาจัด การแบนครั้งนี้ ยูทูปได้ปิดกั้นไม่แสดงคอมเมนต์ในคลิปของทรัมป์ด้วย

เมื่อสัปดาห์ก่อนตอนกูเกิ้ลตัดสินใจแบนบัญชียูทูปของทรัมป์นั้น ได้แจ้งเตือนไปยังทำเนียบขายอย่างเป็นทางการด้วยเพื่อประนามการใช้แพลตฟอร์มวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ส่งเสริมเหตุความรุนแรงที่รัฐสภาสหรัฐฯ โดยผู้สนับสนุนทรัมป์เมื่อช่วงต้นเดือน

ที่มา : CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/youtube-extends-trump-suspension/