คลังเก็บป้ายกำกับ: DJI

กล้อง Osmo Action จาก DJI ความละเอียด 4K มาพร้อมหน้าจอสี Dual Screens จอหน้า จอหลัง และระบบการกันสั่น RockSteady ราคา 12,000 บาท

DJI ผู้นำด้านเทคโนโลยีตระกูลโดรนและกล้องครีเอทีฟระดับโลกและทำการพัฒนาต่อยอดเรื่องระบบการกันสั่นที่ล้ำสมัย จนนำมาสู่กล้อง Osmo Action ที่ทนทานและล้ำสมัย Osmo Action เป็นกล้องที่มีความทนทานและคุณสมบัติที่ครบครัน และการมอบประสบการณ์การใช้งานในการถ่ายภาพวิดีโอได้นิ่งและไร้การสั่นในทุกความต้องการได้อย่างแตกต่างไม่เหมือนใคร จึงเรียกได้ว่า Osmo Action เป็นกล้องแอคชั่นที่สามารถตอบโจทย์บรรดาผู้ใช้งานมืออาชีพและนักผจญภัยและที่พร้อมจะเปิดโลกที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

“DJI พร้อมเสมอที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยี และข้อจำกัดในเรื่องประสิทธิภาพการทำงานที่มีผลต่อการสร้างสรรค์ผลงานที่บรรดาผู้ผลิตคอนเทนต์ที่ชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ของเราต้องการด้วยเช่นกัน Osmo Action จึงเป็นคำตอบที่ทันสมัยที่สามารถตอบในสิ่งที่กลุ่มครีเอทีฟต้องการ ด้วยคุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยมและระบบกันสั่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่มาพร้อมกับความทนทาน จอแสดงผลสีทั้งด้านและด้านหลังและการรวมระบบซอฟต์แวร์ที่ลงตัว Osmo Action นับได้ว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของกล้องแอคชั่นที่เหมาะสำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานของตนไปให้ถึงขีดสุด” นายโรเจอร์ ลัว (Roger Luo) ประธาน บริษัท DJI กล่าวและเสริมว่า “ไม่ว่าคุณจะบันทึกภาพทางอากาศด้วย Mavic 2 หรือจะ Osmo Pocket ที่สามารถบันทึกคอนเทนต์ต่างๆ ได้นิ่งอย่างไม่น่าเชื่อด้วย หรือวิดีโอที่น่าตื่นเต้นด้วย DJI Osmo Action ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ครบชุดสำหรับความต้องการด้านครีเอทีฟของคุณ”

โครงสร้างที่ทนทานงและการออกแบบที่ใช้งานง่าย

การออกแบบตัวกล้องให้มีขนาดที่กะทัดรัดและทนทานทำให้ Osmo Action เป็นกล้องที่เหมาะสำหรับการผจญภัย Osmo Action สร้างขึ้นเพื่อให้สามารถรับมือกับสภาวะที่รุนแรงได้อย่างง่ายดายด้วยคุณสมบัติการกันฝุ่น กันกระแทก[1] กันน้ำ[2] และมีความสามารถในการทำงานที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง[3] Osmo Action มีจอแสดงผลสีแบบหน้าจอคู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังซึ่งเป็นการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยให้สามารถจัดองค์ประกอบฉากได้สะดวกยิ่งขึ้นในขณะเดินทาง หน้าจอสัมผัสด้านหลังขนาด 2.25 นิ้ว เคลือบกันน้ำและกันรอยลายนิ้วมือ และหน้าจอด้านหน้าขนาด 1.4 นิ้วทำให้การถ่ายวิดีโอบล็อกและเซลฟี่ง่ายกว่าที่เคย ความสว่างระดับ 750 nits ช่วยให้สามารถใช้งาน Osmo Action ได้ในสภาพแสงสว่างจ้ารวมถึงภายใต้แสงแดดโดยตรง

อินเทอร์เฟซแบบโต้ตอบของ Osmo Action, Action OS เป็นผสมผสานการออกแบบทางกายภาพที่ลื่นไหลและการทำงานที่ยืดหยุ่น การเปิดเครื่อง เริ่มการบันทึก และสลับโหมดวิดีโอและการถ่ายภาพได้ในพริบตาด้วยปุ่มสามปุ่มที่ทำหน้าที่เฉพาะ ไม่พลาดทุกช่วงเวลาด้วยตัวช่วย QuickSnap ซึ่งช่วยให้ Osmo Action สามารถเปิดใช้งานและเริ่มการบันทึกได้ภายในไม่กี่วินาทีโดยการกดปุ่มชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว

เทคโนโลยีขั้นสูงพร้อมภาพคุณภาพเยี่ยม

เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.3 นิ้วบันทึกภาพความละเอียด 12 ล้านพิกเซลและบันทึกวิดีโอความละเอียดระดับ  4K ได้สูงถึง 60fps ที่ 100Mbps ในรายละเอียดที่น่าทึ่ง ทำให้มั่นใจได้ถึงภาพวิดีโอคุณภาพสูง การออกแบบเลนส์กระจกที่เรียบเป็นทรงกลมสามเลนส์ช่วยให้บันทึกเนื้อหาที่มีความคลาดเคลื่อนต่ำและช่วยลดการบิดเบี้ยวของภาพเพื่อให้ได้ฉากดีขึ้น ฝาปิดเลนส์เคลือบป้องกันลายนิ้วมือสองชั้นเพื่อรักษาความสะอาดระหว่างการใช้งาน รวมถึงการเคลือบป้องกันแสงสะท้อนเพื่อลดแสงกระทบที่ไม่พึงประสงค์จากเลนส์ ทำให้ผู้ใช้มีความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพในสภาพที่สว่างมากขึ้น

Osmo Action เป็นหนึ่งในกล้องมือถือตัวแรกของ DJI ที่มีเทคโนโลยี RockSteady ซึ่งเป็นการกันสั่นอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Image Stabilization หรือ EIS) ของ DJI รวมกับประสบการณ์ในการสร้างอุปกรณ์กันสั่นแบบสามแกนมากว่าทศวรรษ อัลกอริธึมการกันสั่นประสิทธิภาพสูงทำงานร่วมกับ EIS เพื่อบันทึกทุกการเคลื่อนไหวด้วยวิดีโอคุณภาพสูงอย่างราบรื่นและนิ่งแม้ในขณะที่บันทึกความละเอียดระดับ 4K/60fps นอกจากนี้ Osmo Action ยังมีความสามารถในการถ่ายวิดีโอ High Dynamic Range (HDR) ในระดับ 4K/30fps ซึ่งนำเสนอช่วงไดนามิกการหยุดเพิ่มเติมอีกสามจุดในฉาก ทำให้การผ่านของแสงเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติระหว่างพื้นที่แสงจ้าและที่มืด Osmo Action มีแบตเตอรี่แบบถอดได้ที่มีระยะเวลาการบันทึกวิดีโอ 91 นาทีที่ 4K/30fps โดยเปิดใช้งาน RockSteady และ 110 นาทีในการบันทึกที่ 1080p/30fps โดยไม่ใช้ RockSteady ไมโครโฟนคู่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จากการควบคุมด้วยเสียงของ Osmo Action และลำโพงช่วยรับประกันคุณภาพการเล่นที่ยอดเยี่ยม

คุณสมบัติที่สร้างสรรค์และชาญฉลาด

Osmo Action เป็นส่วนประกอบสำคัญในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ DJI ที่นำเสนอคุณสมบัติด้านครีเอทีฟที่หลากหลายในตัวกล้องซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ด้วยการแตะเพียงไม่กี่ครั้งขณะบันทึก ให้เลือกระหว่าง:

–        Slo-mo: ภาพเคลื่อนไหวช้า 8 เท่าในระดับ 1080p 240fps หรือภาพเคลื่อนไหวช้า 4 เท่าในระดับ 1080p 120fps สร้างเอฟเฟกต์ที่น่าสนใจเมื่อบันทึกภาพฉากแอ็คชั่น 

–        Timelapse และ Hyperlapse[4]หากผู้ใช้ต้องการเปลี่ยนจากนาทีเป็นวินาที Timelapse เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแบบต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ด้วยเอฟเฟกต์การเคลื่อนที่เร็วขึ้นในขณะที่ Hyperlapse เพิ่มองค์ประกอบแบบไดนามิกของการเคลื่อนไหวของกล้องใน Timelapse

–        การตั้งค่าการเปิดรับแสงที่กำหนดเอง: ถ่ายภาพดวงดาวด้วยการตั้งค่าแบบกำหนดเองและกึ่งอัตโนมัติที่ช่วยให้เปิดรับแสงได้สูงถึง 120 วินาที ซึ่งเหมาะสำหรับถ่ายภาพท้องฟ้ายามค่ำคืน

ปลดล็อกศักยภาพเต็มรูปแบบของ Osmo Action

ใช้แอป DJI Mimo ที่เพิ่งเปิดตัวเพื่อเชื่อมต่อ Osmo Action เข้ากับอุปกรณ์มือถือของคุณด้วย Wi-Fi หรือ Bluetooth สำหรับเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน ซึ่งรวมถึงไลฟ์ฟีดของกล้อง ต้นแบบเรื่องราวที่หลากหลาย การแก้ไขอย่างรวดเร็วในแอป และอื่นๆ ระบบนิเวศของอุปกรณ์เสริมที่ช่วยปลดปล่อยความเป็นไปได้ทั้งหมดของ Osmo Action รวมไปถึง:

–        ชุดอุปกรณ์เฟรมกล้อง: ชุดอุปกรณ์เฟรมกล้องประกอบด้วย อุปกรณ์ยึดทั่วไปสำหรับอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมและหน้าต่างสำหรับไฟ LED เพื่อแสดงสถานะกล้องแบบเรียลไทม์พร้อมการปกป้องอุปกรณ์

–        กาวยึดติด: ติด Osmo Action กับพื้นผิวเรียบหรือโค้งมล รวมถึง สเก็ตบอร์ด จักรยาน หมวกกันน็อค และอื่นๆ เพื่อจับภาพการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว

–        เคสกันน้ำ: เคสกันน้ำป้องกันอุปกรณ์ที่ระดับความลึกไม่เกิน 60 เมตรในขณะที่ให้ภาพคมชัดโดยใช้กระจกที่มีความแข็งแรงสูง

–        อะแดปเตอร์ 3.5 มม.: อะแดปเตอร์ 3.5 มม. ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อไมโครโฟนภายนอกเพื่อการบันทึกเสียงในระดับมืออาชีพ

–    ไม้เซลฟี่จับมุมภาพที่ไม่เหมือนใครโดยใช้ไม้เซลฟี่ซึ่งมีที่ยึดโทรศัพท์แบบหมุนได้และอะแดปเตอร์เกลียวขนาด ¼ นิ้ว

–        ด้ามจับลอยน้ำ: ด้ามจับลอยน้ำช่วยให้จับ Osmo Action ได้ถนัดมือและช่วยให้ลอยน้ำได้เมื่อถ่ายภาพในน้ำ

–        ฟิลเตอร์: Osmo Action มาพร้อมกับฟิลเตอร์ Neutral Density (ND), โพลาไรเซอร์ และสำหรับการถ่ายภาพใต้น้ำ ฟิลเตอร์ ND (ND4, ND8, ND16 และ ND32) ช่วยลดแสงในสภาพแวดล้อมต่างๆ ในขณะที่ฟิลเตอร์โพลาไรเซอร์ช่วยลดการสะท้อนแสงและเพิ่มความอิ่มตัวของสีเพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามยิ่งขึ้น ฟิลเตอร์น้ำทะเลสีส้มและฟิลเตอร์น้ำจืดสีม่วงช่วยปรับสีของฉากใต้น้ำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

–        แท่นชาร์จ: ชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึงสามก้อนพร้อมกันโดยใช้เวลาน้อยกว่า 130 นาที

ราคาและการวางจำหน่าย

Osmo Action จำหน่ายปลีกในราคา 12,000 บาท โดยหาซื้อได้ที่ร้านค้าออนไลน์ DJI ตัวแทนจำหน่ายและร้านค้าปลีกที่ได้รับอนุญาตจาก DJI สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติและลูกเล่นใหม่ทั้งหมดของ Osmo Action กรุณาเยี่ยมชมhttp://www.dji.com/osmo-action

from:https://www.flashfly.net/wp/255598

โฆษณา

DJI – RoboMaster S1 หุ่นยนต์รถถังโคตรเจ๋ง ราคาโคตรได้ 15,xxx เขียนโปรแกรมเพิ่มได้ด้วยในตัว

เมื่อไม่นานผ่านมานี้นั้นทางบริษัท DJI ได้ทำการเปิดคัวรถถังไร้คนขับรุ่นใหม่ออกมากับชื่อ RoboMaster S1 ครับ โดยเจ้า RoboMaster S1 นั้นจะมาพร้อมกับความสามารถมากมายให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ใหม่และประสบการณ์ที่ดีจากการเล่นกัน RoboMaster S1 มากที่สุด ทั้งนี้ทาง DJI ได้วางตำแหน่งของ RoboMaster S1 ในตลาดเอาไว้สำหรับตลาดเด็กๆ เนื่องจากว่าทาง DJI ได้ทำการเพิ่มเติมในส่วนของการให้การศึกษาผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้ในการควบคุม RoboMaster S1 ได้เองครับ

ตัว RoboMaster S1 นั้นจะดูรูปร่างไม่ค่อยเหมือนกันกับรถถึงขนาดเล็กเท่าไรเพราะตัวรูปร่างของมันนั้นจะไปเหมือน Rover มากกว่า อย่างไรก็ตามนั้น RoboMaster S1 มาพร้อมความสามารถอย่างการมีกล้องติดอยู่ที่ตัวจำนวน 1 กล้อง, รองรับการควบคุมจากระยะไกล, เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการศึกษา, อีกส่วนหนึ่งของ RoboMaster S1 ที่ใช้เป็นส่วนของการติดตั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ นอกเหนือไปจากนั้นแล้ว RoboMaster S1 ยังมาพร้อมกับเซนเซอร์มากถึงอีก 31 ตัวทำให้ RoboMaster S1 สามารถที่จะหมุนตัวได้ 360 องศา รวมถึงความสามารถในการตรวจจับพื้นผิวส่วนต่างๆ ที่อยู่รอบข้างเป็นต้นครับ

ในส่วนของตัวกล้องนั้น RoboMaster S1จะมาพร้อมกับกล้องที่มีรูปรับแสงอยู่ที่ f2.4 มุมมองความกว้างสูงสุดถึง 120 องศา มี WiFi ในตัวซึ่งทำให้ตัว RoboMaster S1 นั้นสามารถที่จะทำการสตรีมภาพไปยังที่ผู้ใช้งานอยู่ได้ทันที(โดยการดูผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ) ยังไม่หมดครับ RoboMaster S1 ยังคงมาพร้อมกับความสามารถในการยิงกระสุนที่เป็นลูกปัดแบบเจลขนาดเล็กได้อีก ถึงแแม้ว่า RoboMaster S1 จะมีขนาดเล็กกว่ารถถังไร้คนขับทั่วไปทว่ามันสามารถที่จะจมอยู่ในน้ำได้ประมาณ 2-3 ชั่งโมง โดยที่ตัวทั้งเครื่องนั้นไม่มีสารพิษใดๆ ผสมอยู่ ดังนั้นแล้วเมื่อนำ RoboMaster S1 ไปใช้ลุยมาคุณก็สามารถที่จะล้างตัว RoboMaster S1 ได้ในทุกๆ ส่วนครับ

เชื่อว่าหลายๆ ท่านนั้นน่าจะมีความสงสัยในเรื่องของการที่ RoboMaster S1 มีส่วนหนึ่งที่สามารถใช้สำหรับเป็นการเรียนรู้ได้นั้นคืออะไร เฉลยของมันนั้นก็คือตัวเครื่องของ RoboMaster S1 เองนั้นเวลาที่คุณซื้อมาตัวเครื่องจะถูกแยกส่วนเป็นส่วนประกอบต่างๆ ซึ่งนั่นทำให้ผู้ใช้จำเป็นที่จะต้องต่อชิ้นส่วนต่างๆ ด้วยตัวเอง หลังจากที่ทำการประกอบเสร็จแล้วนั้นคุณยังคงสามารถที่จะเขียนโปรแกรมเพื่อเอามาใช้ควบคุม RoboMaster S1 ได้ด้วยอีกต่างหาก โดยการเขียนโปรแกรมนั้นจะต้องใช้ภาษา Scratch 3.0 หรือ Python ในการเขียน(ซึ่งแน่นอนว่ามันจะเป็นจุดที่เยี่ยมมากๆ หากคุณนำ RoboMaster S1 ไปใช้ในการแข่งขันต่อสู้หุ่นยน์ครับ

RoboMaster S1 นั้นยังมาพร้อมกับอุปกรณ์ควบคุมการเคลื่อนที่ ทว่าในชุดจำหน่ายของ RoboMaster S1 นั้นจะไม่ได้แถมอุปกรณ์ควบคุมการเคลื่อนที่แยกเองต่างหาก ซึ่งชุดเสริมดังกล่าวนั้นยังจะมีการเพิ่มแบตเตอรี่และกระสุนลูกปัดที่เป็นเจลเข้ามาให้ผู้ซื้ออีกครับ ในการบังคับด้วยคอนโทรลเลอร์นั้นเรียกได้ว่าเป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็วเอามากๆ ซึ่งหากคุณเป็นคนที่เคยเล่นหุ่นยนต์ประเภท Drone มาก่อน ในการใช้งาน RoboMaster S1 นั้นจะเรียกได้ว่าง่ายมากๆ เลยสำหรับคุณก็ได้ครับ

สำหรับ RoboMaster S1 แล้วนั้นมันดูน่าสนใจเป็นอย่างมากครับ ทว่าในช่วงของวางจำหน่ายนั้นอาจจะไม่ค่อยเป็นผลดีที่ไรกับทาง DJI นักเนื่องจากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ระหว่างอเมริกากับจีนในการแบนสินค้าของทางจีนทำให้ DJI อาจจะเป็นผู้ที่โดนกฎหมายเดียวกันกับที่ทาง Huawei โดนมาแล้วเล่นงานเอาครับ เพราะจะว่าไปแล้วทาง DJI ก็ติดโผผู้ประกอบการจากประเทศจีนที่มีสิทธ์จะโดนแบนเช่นเดียวกันเพราะทางกรมความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐนั้นได้มีการรายงานว่า DJI มีความเสียงให้การส่งข้อมูลต่างๆ จาก drone ที่มีกล้องกลับไปทางจีนเพราะในสหรัฐอเมริกานั้นมีจำนวนของ drone ทั้งหมดมากกว่า 80% เลยทีเดียวครับ

ทาง DJI นั้นเริ่มวางจำหน่าย RoboMaster S1 แล้วในช่วงวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ทว่าประเทศที่มีการวางจำหน่าย RoboMaster S1 นั้นจะมีแค่ 3 ประเทศเท่านั้นคือสหรัฐอเมริกา, จีนและญี่ปุ่น สนนราคาของ RoboMaster S1 นั้นจะอยู่ที่ $499 หรือประมาณ 15,540 บาทครับ

ที่มา : techradar, theverge

from:https://notebookspec.com/meet-the-dji-robomaster-s1-a-mini-tank-drone-and-trojan-horse-for-teaching-code/484870/

กล้อง Osmo Action จาก DJI พร้อมเก็บทุกรายละเอียดการผจญภัยในคุณภาพระดับ 4K

 

DJI ผู้นำด้านเทคโนโลยีตระกูลโดรนและกล้องครีเอทีฟระดับโลกและทำการพัฒนาต่อยอดเรื่องระบบการกันสั่นที่ล้ำสมัย จนนำมาสู่กล้อง Osmo Action ที่ทนทานและล้ำสมัย Osmo Action เป็นกล้องที่มีความทนทานและคุณสมบัติที่ครบครัน และการมอบประสบการณ์การใช้งานในการถ่ายภาพวิดีโอได้นิ่งและไร้การสั่นในทุกความต้องการได้อย่างแตกต่างไม่เหมือนใคร จึงเรียกได้ว่า Osmo Action เป็นกล้องแอคชั่นที่สามารถตอบโจทย์บรรดาผู้ใช้งานมืออาชีพและนักผจญภัยและที่พร้อมจะเปิดโลกที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

 

DJI Osmo Action

“DJI พร้อมเสมอที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยี และข้อจำกัดในเรื่องประสิทธิภาพการทำงานที่มีผลต่อการสร้างสรรค์ผลงานที่บรรดาผู้ผลิตคอนเทนต์ที่ชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ของเราต้องการด้วยเช่นกัน Osmo Action จึงเป็นคำตอบที่ทันสมัยที่สามารถตอบในสิ่งที่กลุ่มครีเอทีฟต้องการ ด้วยคุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยมและระบบกันสั่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่มาพร้อมกับความทนทาน จอแสดงผลสีทั้งด้านและด้านหลังและการรวมระบบซอฟต์แวร์ที่ลงตัว Osmo Action นับได้ว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของกล้องแอคชั่นที่เหมาะสำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานของตนไปให้ถึงขีดสุด” นายโรเจอร์ ลัว (Roger Luo) ประธาน บริษัท DJI กล่าวและเสริมว่า “ไม่ว่าคุณจะบันทึกภาพทางอากาศด้วย Mavic 2 หรือจะ Osmo Pocket ที่สามารถบันทึกคอนเทนต์ต่างๆ ได้นิ่งอย่างไม่น่าเชื่อด้วย หรือวิดีโอที่น่าตื่นเต้นด้วย DJI Osmo Action ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ครบชุดสำหรับความต้องการด้านครีเอทีฟของคุณ”

โครงสร้างที่ทนทานงและการออกแบบที่ใช้งานง่าย

การออกแบบตัวกล้องให้มีขนาดที่กะทัดรัดและทนทานทำให้ Osmo Action เป็นกล้องที่เหมาะสำหรับการผจญภัย Osmo Action สร้างขึ้นเพื่อให้สามารถรับมือกับสภาวะที่รุนแรงได้อย่างง่ายดายด้วยคุณสมบัติการกันฝุ่น กันกระแทก[1] กันน้ำ[2] และมีความสามารถในการทำงานที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง[3] Osmo Action มีจอแสดงผลสีแบบหน้าจอคู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังซึ่งเป็นการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยให้สามารถจัดองค์ประกอบฉากได้สะดวกยิ่งขึ้นในขณะเดินทาง หน้าจอสัมผัสด้านหลังขนาด 2.25 นิ้ว เคลือบกันน้ำและกันรอยลายนิ้วมือ และหน้าจอด้านหน้าขนาด 1.4 นิ้วทำให้การถ่ายวิดีโอบล็อกและเซลฟี่ง่ายกว่าที่เคย ความสว่างระดับ 750 nits ช่วยให้สามารถใช้งาน Osmo Action ได้ในสภาพแสงสว่างจ้ารวมถึงภายใต้แสงแดดโดยตรง

อินเทอร์เฟซแบบโต้ตอบของ Osmo Action, Action OS เป็นผสมผสานการออกแบบทางกายภาพที่ลื่นไหลและการทำงานที่ยืดหยุ่น การเปิดเครื่อง เริ่มการบันทึก และสลับโหมดวิดีโอและการถ่ายภาพได้ในพริบตาด้วยปุ่มสามปุ่มที่ทำหน้าที่เฉพาะ ไม่พลาดทุกช่วงเวลาด้วยตัวช่วย QuickSnap ซึ่งช่วยให้ Osmo Action สามารถเปิดใช้งานและเริ่มการบันทึกได้ภายในไม่กี่วินาทีโดยการกดปุ่มชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว

เทคโนโลยีขั้นสูงพร้อมภาพคุณภาพเยี่ยม

เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.3 นิ้วบันทึกภาพความละเอียด 12 ล้านพิกเซลและบันทึกวิดีโอความละเอียดระดับ  4K ได้สูงถึง 60fps ที่ 100Mbps ในรายละเอียดที่น่าทึ่ง ทำให้มั่นใจได้ถึงภาพวิดีโอคุณภาพสูง การออกแบบเลนส์กระจกที่เรียบเป็นทรงกลมสามเลนส์ช่วยให้บันทึกเนื้อหาที่มีความคลาดเคลื่อนต่ำและช่วยลดการบิดเบี้ยวของภาพเพื่อให้ได้ฉากดีขึ้น ฝาปิดเลนส์เคลือบป้องกันลายนิ้วมือสองชั้นเพื่อรักษาความสะอาดระหว่างการใช้งาน รวมถึงการเคลือบป้องกันแสงสะท้อนเพื่อลดแสงกระทบที่ไม่พึงประสงค์จากเลนส์ ทำให้ผู้ใช้มีความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพในสภาพที่สว่างมากขึ้น

Osmo Action เป็นหนึ่งในกล้องมือถือตัวแรกของ DJI ที่มีเทคโนโลยี RockSteady ซึ่งเป็นการกันสั่นอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Image Stabilizationหรือ EIS) ของ DJI รวมกับประสบการณ์ในการสร้างอุปกรณ์กันสั่นแบบสามแกนมากว่าทศวรรษ อัลกอริธึมการกันสั่นประสิทธิภาพสูงทำงานร่วมกับ EIS เพื่อบันทึกทุกการเคลื่อนไหวด้วยวิดีโอคุณภาพสูงอย่างราบรื่นและนิ่งแม้ในขณะที่บันทึกความละเอียดระดับ 4K/60fps นอกจากนี้ Osmo Action ยังมีความสามารถในการถ่ายวิดีโอ High Dynamic Range (HDR) ในระดับ 4K/30fps ซึ่งนำเสนอช่วงไดนามิกการหยุดเพิ่มเติมอีกสามจุดในฉาก ทำให้การผ่านของแสงเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติระหว่างพื้นที่แสงจ้าและที่มืด Osmo Action มีแบตเตอรี่แบบถอดได้ที่มีระยะเวลาการบันทึกวิดีโอ 91 นาทีที่ 4K/30fps โดยเปิดใช้งาน RockSteady และ 110 นาทีในการบันทึกที่ 1080p/30fps โดยไม่ใช้ RockSteady ไมโครโฟนคู่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จากการควบคุมด้วยเสียงของ Osmo Action และลำโพงช่วยรับประกันคุณภาพการเล่นที่ยอดเยี่ยม

คุณสมบัติที่สร้างสรรค์และชาญฉลาด

Osmo Action เป็นส่วนประกอบสำคัญในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ DJI ที่นำเสนอคุณสมบัติด้านครีเอทีฟที่หลากหลายในตัวกล้องซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ด้วยการแตะเพียงไม่กี่ครั้งขณะบันทึก ให้เลือกระหว่าง:

–        Slo-mo: ภาพเคลื่อนไหวช้า 8 เท่าในระดับ 1080p 240fps หรือภาพเคลื่อนไหวช้า 4 เท่าในระดับ 1080p 120fps สร้างเอฟเฟกต์ที่น่าสนใจเมื่อบันทึกภาพฉากแอ็คชั่น

–        Timelapse และ Hyperlapse[4]หากผู้ใช้ต้องการเปลี่ยนจากนาทีเป็นวินาที Timelapse เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแบบต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ด้วยเอฟเฟกต์การเคลื่อนที่เร็วขึ้นในขณะที่ Hyperlapse เพิ่มองค์ประกอบแบบไดนามิกของการเคลื่อนไหวของกล้องใน Timelapse

–        การตั้งค่าการเปิดรับแสงที่กำหนดเอง: ถ่ายภาพดวงดาวด้วยการตั้งค่าแบบกำหนดเองและกึ่งอัตโนมัติที่ช่วยให้เปิดรับแสงได้สูงถึง 120 วินาที ซึ่งเหมาะสำหรับถ่ายภาพท้องฟ้ายามค่ำคืน

ปลดล็อกศักยภาพเต็มรูปแบบของ Osmo Action

ใช้แอป DJI Mimo ที่เพิ่งเปิดตัวเพื่อเชื่อมต่อ Osmo Action เข้ากับอุปกรณ์มือถือของคุณด้วย Wi-Fi หรือ Bluetooth สำหรับเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน ซึ่งรวมถึงไลฟ์ฟีดของกล้อง ต้นแบบเรื่องราวที่หลากหลาย การแก้ไขอย่างรวดเร็วในแอป และอื่นๆ ระบบนิเวศของอุปกรณ์เสริมที่ช่วยปลดปล่อยความเป็นไปได้ทั้งหมดของ Osmo Action รวมไปถึง:

–        ชุดอุปกรณ์เฟรมกล้อง: ชุดอุปกรณ์เฟรมกล้องประกอบด้วย อุปกรณ์ยึดทั่วไปสำหรับอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมและหน้าต่างสำหรับไฟ LED เพื่อแสดงสถานะกล้องแบบเรียลไทม์พร้อมการปกป้องอุปกรณ์

–        กาวยึดติด: ติด Osmo Action กับพื้นผิวเรียบหรือโค้งมล รวมถึง สเก็ตบอร์ด จักรยาน หมวกกันน็อค และอื่นๆ เพื่อจับภาพการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว

–        เคสกันน้ำ: เคสกันน้ำป้องกันอุปกรณ์ที่ระดับความลึกไม่เกิน 60 เมตรในขณะที่ให้ภาพคมชัดโดยใช้กระจกที่มีความแข็งแรงสูง

–        อะแดปเตอร์ 3.5 มม.: อะแดปเตอร์ 3.5 มม. ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อไมโครโฟนภายนอกเพื่อการบันทึกเสียงในระดับมืออาชีพ

–    ไม้เซลฟี่จับมุมภาพที่ไม่เหมือนใครโดยใช้ไม้เซลฟี่ซึ่งมีที่ยึดโทรศัพท์แบบหมุนได้และอะแดปเตอร์เกลียวขนาด ¼ นิ้ว

–        ด้ามจับลอยน้ำ: ด้ามจับลอยน้ำช่วยให้จับ Osmo Action ได้ถนัดมือและช่วยให้ลอยน้ำได้เมื่อถ่ายภาพในน้ำ

–        ฟิลเตอร์: Osmo Action มาพร้อมกับฟิลเตอร์ Neutral Density (ND), โพลาไรเซอร์ และสำหรับการถ่ายภาพใต้น้ำ ฟิลเตอร์ ND (ND4, ND8, ND16 และ ND32) ช่วยลดแสงในสภาพแวดล้อมต่างๆ ในขณะที่ฟิลเตอร์โพลาไรเซอร์ช่วยลดการสะท้อนแสงและเพิ่มความอิ่มตัวของสีเพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามยิ่งขึ้น ฟิลเตอร์น้ำทะเลสีส้มและฟิลเตอร์น้ำจืดสีม่วงช่วยปรับสีของฉากใต้น้ำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

–        แท่นชาร์จ: ชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึงสามก้อนพร้อมกันโดยใช้เวลาน้อยกว่า 130 นาที

ราคาและการวางจำหน่าย

Osmo Action จำหน่ายปลีกในราคา 12,000 บาท โดยหาซื้อได้ที่ร้านค้าออนไลน์ DJI ตัวแทนจำหน่ายและร้านค้าปลีกที่ได้รับอนุญาตจาก DJIสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติและลูกเล่นใหม่ทั้งหมดของ Osmo Action กรุณาเยี่ยมชม http://www.dji.com/osmo-action

ตัวแทนจำหน่ายของ DJI: ดอทไลฟ์, บิ๊กคาเมร่า, เวิลด์คาเมร่า, พาวเวอร์บาย, ลาซาด้า

ร้านค้าปลีกที่ได้รับอนุญาตจาก DJI:  ห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี่, เดอะคริสตัล เวอรันดา, ห้างสรรพสินค้าเซียร์รังสิต และศูนย์การค้าตึกคอมพัทยา

from:http://mobileocta.com/dji-osmo-action/

DJI เปิดตัว “AirSense” เทคโนโลยีระบุตำแหน่งอากาศยานเพื่อความปลอดภัย

DJI ได้ทำการประกาศเปิดตัวเทคโนโลยี “DJI AirSense” สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องบินโดรนทุกชนิดที่มีน้ำหนักกว่า 250 กรัมขึ้นไป เริ่มใช้ทันทีตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะใช้ระบบเซ็นเซอร์ที่มีชื่อว่า “ADS-B Sensors” ทำหน้าที่ระบุตำแหน่งของอากาศยานอื่นในรัศมีใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัย ซึ่งมีใช้อยู่ในเครื่องบินรุ่นใหม่ๆหลากหลายชนิดในปัจจุบันและรวมไปถึงหอบังคับอากาศยาน (Air Traffic Control)

เซ็นเซอร์ที่เรียกว่า “ADS-B” นี้ถูกเริ่มนำมาใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอากาศยานได้ราวๆ 10 ปีแล้ว โดยกลุ่มทวีปอเมริกาเหนือเป็นชาติแรกๆที่นำมาใช้เพราะปัญหาความหนาแน่นของการจราจรทางอากาศ และเซ็นเซอร์ที่ว่านี้มีความแม่นยำสูงกว่าระบบระบุตำแหน่งดั้งเดิมของหอบังคับการบินที่เราเรียกกันติดปากว่า “เรดาร์” เป็นอย่างมาก ซึ่งเทคโนโลยีนี้ถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จำเป็น ที่จะมาช่วยลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุทางอากาศได้เป็นอย่างดีด้วยศักยภาพในความแม่นยำและรัศมีของระบบนี้สามารถระบุตำแหน่งได้ถึงระยะ 200 ไมล์ หรือราวๆ 320 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ระบบนี้ (ADS-B) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ก็จริง แต่ทุกวันนี้เรามีโดรนส์บินอยู่บนท้องฟ้าของเรามากกว่าอากาศยานชนิดอื่นๆเสียอีก ดังนั้นเพื่อแสดงออกถึงการเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีในการช้ประโยชน์อากาศยาน เราขอนำเสนอระบบนี้เข้าสู่ผลิตภัณฑ์โดรนส์ของเราให้ทั่วถึงกันต่อไป – Brendan Schulman | VP of Policy – DJI

อันที่จริงเทคโนโลยีนี้ กำลังจะถูกบังคับใช้เป็นการทั่วไปสำหรับอากาศยานที่จะเดินทางเข้าสู่น่านฟ้าของสหรัฐอเมริกาและแคนาดาตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป ซึ่งครอบคลุมไปถึงเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และอากาศยานอื่นๆแต่ไม่รวมโดรนส์ ทาง DJI จึงถือโอกาสประกาศเพิ่มฟีเจอร์นี้เข้าไปเอง โดยทางบริษัทฯกำลังเริ่มดำเนินการติดตั้งระบบนี้ทันทีภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรและสมาพันธ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการอากาศยานนั่นเอง อย่างไรก็ตามจะไม่มีการติดตั้งตัวส่งสัญญาณของอุปกรณ์โดรนส์ไปยังอากาศยานชนิดอื่น เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนระบบใหญ่ของการจราจรทางอากาศ เพราะจำนวนของโดรนส์ที่เยอะมากๆ จึงให้โดรนส์เป็นฝ่ายที่ระบุตำแหน่งอากาศยานอื่นและหลีกเลี่ยง

นับเป็นความตั้งใจในเชิงบวกในฐานะผู้ประกอบการและผู้นำเทรนด์อุปกรณ์โดรนส์ของโลกอย่าง DJI เพราะในปัจจุบันนั้นมีปริมาณโดรนส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจน สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯประเมินว่าภายในปี 2020 จะมีปริมาณโดรนส์อยู่เกิน 7 ล้านลำในโลกด้วยกัน ส่วนประเทศไทยเฉพาะที่ลงทะเบียนกันไว้ก็มากกว่า 15,000 ลำแล้ว (ข้อมูลล่าสุดจาก กสทช. ณ วันสิ้นปี 2018) ซึ่งปริมาณของโดรนส์ในอากาศจะส่งผลโดยตรงต่อความเสี่ยงในการรบกวนการจราจรทางอากาศของโลกได้นั่นเอง

ที่มา: Engadget

from:https://droidsans.com/dji-airsense-announces-aircraft-detection-to-avoid-mid-air-collision/

ต่อเนื่องจาก Huawei อเมริกายังไม่หยุด DJI บริษัทผู้ผลิตโดรนรายใหญ่จากจีนอาจจะถูกแบนเป็นรายถัดไป

ดูเหมือนว่าการแบนสินค้าจากประเทศจีนของทางสหรัฐอเมริกานั้นจะยังไม่หยุดแค่ที่ Huawei ครับ โดยล่าสุดนั้นทาง CNN ได้มาการรายงานข่าวออกมาว่าทาง Department of Homeland Security ของทางสหรัฐอเมริกานั้นได้มีการเตือนไปยังรัฐบาลว่าอากาศยานไร้คนขับของทางประเทศจีนซึ่งในที่นี้นั้นก็คือผลิตภัณฑ์ของบริษัท DJI ซึ่งเป็นบริษัทที่มีฐานอยู่ในประเทศจีนนั้นอาจจะมีการส่งภาพจากตัวกล้องบนอากาศยานไร้คนขับกลับไปยังประเทศจีนซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐอเมริกาครับ

ถึงแม้ว่าในแถลงการเตือนของทาง Department of Homeland Security นั้นจะไม่ได้ระบุชื่อของบริษัท DJI อย่างเป็นทางการทว่าก็ปฎิเสธไม่ได้เลยครับว่าอากาศยานไร้คนขับของทาง DJI นั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยครับที่ทาง DJI เองจะต้องสะดุ้งแล้วเตรียมระวังกับปัญหาที่อาจจะถูกแบนได้เหมือนกับที่ทาง Huawei ได้โดนไปก่อนหน้านี้แล้ว

ทั้งนี้ทาง DJI เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใดครับ เมื่อพบว่าทาง Department of Homeland Security ได้มีประกาศดังกล่าวออกมานั้นทาง DJI เองก็ได้มีการออกมาแถลงการเอาไว้ว่าเทคโนโลยีทางด้านความปลอดภัยของทาง DJI นั้นได้รับการตรวจสอบและรองรับจากทางรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งข้อมูลต่างๆ ที่ผลิตภัณฑ์ของทาง DJI เก็บนั้นจะถูกเก็บและตรวจสอบจากทางรัฐบาลของสหรัฐอย่างแน่นอน แถมที่สำคัญแล้วนั้นในส่วนของอากาศยานของทาง DJI เองนั้นก็ไม่ได้มีการเก็บข้อมูลใดๆ อยู่แล้วเนื่องจากส่วนของข้อมูลต่างๆ นั้นจะถูกจัดเก็บโดยผู้ใช้ตามข้อตกลงกับทางรัฐบาลที่มีมาก่อนหน้านี้ครับ

งานนี้ดูเหมือนสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกานั้นจะส่งผลในวงกว้างเลยทีเดียวครับ สำหรับผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ นั้นก็คงจะต้องติดตามข้อมูลกันต่อไปครับว่าปัญหาดังกล่าวนี้นั้นจะลงเอยกันด้วยดีได้หรือไม่ครับ

หมายเหตุ – ทาง DJI เองนั้นดูเหมือนจะใส่ใจกับคำเตือนของสหรัฐในทุกๆ ด้านเพื่อที่จะยังคงสามารถทำธุรกิจร่วมกับสหรัฐอเมริกาได้ครับ ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือในช่วงปี 2017 ที่ผ่านมานั้นทาง DJI เองก็ได้ตอบสนองต่อคำเตือนของกองทัพสหรัฐอเมริกาด้วยการตั้งให้อากาศยานไร้คนขับของทาง DJI เองนั้นเข้าสู่ privacy mode ซึ่งจะทำให้เวลาที่อากาศยานไร้คนขับบินขึ้นแล้วนั้นจะตัดการเชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ตเพื่อไม่ให้มีการส่งข้อมูลได้ ณ ช่วงเวลาที่มีการขึ้นบินครับ

ที่มา : theverge

from:https://notebookspec.com/after-the-us-took-down-huawei-could-dji-be-next/481642/

DJI Osmo Action เปิดตัวทางการ Action Camera ระดับ 4K มาพร้อม 2 หน้าจอ กันน้ำลึก 11 เมตร ราคาราว 11,060 บาท

DJI เปิดตัวกล้อง Action Camera รุ่นแรกของแบรนด์ Osmo Action ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของ GoPro Hero 7 Black มาพร้อมจอแสดงผล 2 ด้าน จอหลักเป็นระบบสัมผัส 2.25 นิ้ว จอด้านหน้า 1.4 นิ้ว เป็นจอสี ช่วยให้ถ่ายภาพตัวเองได้อย่างสะดวก แตกต่างจากคู่แข่งที่จอด้านหน้าเป็นขาว-ดำ

Osmo Action ใช้กล้อง 12 ล้านพิกเซล (CMOS sensor) ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.3 นิ้ว สามารถถ่ายวีดีโอ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที และบิตเรต 100Mbps ถ่ายวีดีโอในโหมด HDR สูงสุด 30 เฟรมต่อวินาที และโหมด Slow Motion 240 เฟรมต่อวินาที ที่ความละเอียด 1080p หรือ 720p โดยมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ EIS ที่เรียกว่า RockSteady

Osmo Action ยังกันน้ำได้ลึก 11 เมตร แต่ถ้านำ Waterproof Case มาใส่ จะสามารถกันน้ำลึกถึง 60 เมตร นอกจากนี้ยังรองรับคำสั่งเสียง 5 คำสั่ง เช่น สั่งให้ถ่ายภาพนิ่ง หรือ ถ่ายวีดีโอ รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi กับ Bluetooth และสามารถควบคุมการทำงานผ่านสมาร์ทโฟน ด้วยแอพพลิเคชั่นของ DJI รองรับทั้ง iOS และ Android

Osmo Action เริ่มวางจำหน่ายแล้ว บนเว็บไซต์ทางการของ DJI ในราคา 349 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 11,060 บาท ก่อนจะเริ่มวางจำหน่ายผ่านตัวแทนตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2019 เป็นต้นไป

from:https://www.flashfly.net/wp/251471

เปิดตัว DJI Osmo Action แอคชั่นแคมระดับไฮเอนด์พร้อมสเปค+ฟีเจอร์ ที่พร้อมงัดกับ GoPro Hero 7 เต็มๆ

เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2018 ที่ผ่านมา เราได้ว้าวกับความล้ำของแอคชั่นแคมอย่าง GoPro Hero7 กันมารอบนึงแล้ว ด้วยฟีเจอร์กันสั่นสุดเทพอย่าง HyperSmooth และตอนนี้ก็ได้มีแอคชั่นแคมคู่แข่งที่น่ากลัวของ GoPro โผล่ขึ้นมาขอท้าทายด้วยอีก 1 รุ่น นั่นคือ DJI Osmo Action ซึ่งมีสเปค+ฟีเจอร์เด็ดๆ ไม่แพ้กันเลยล่ะ

DJI เป็นแบรนด์ชื่อดังจากประเทศจีนที่เหล่านักเล่น Drone และนักเล่นกล้องน่าจะรู้จักกันดี ด้วยสินค้าคุณภาพสูงอย่างพวกโดรนซีรีส์ Phantom และ Marvic ส่วนอุปกรณ์เสริมกล้องก็มีพวก Stabilizer ซีรีส์ Ronin เป็นต้น โดยเมื่อไม่นานมานี้ก็พึ่งเปิดตัวกล้องจิ๋ว Osmo Pocket สำหรับการใช้งานถ่ายวิดีโอทั่วๆ ไป ไม่ได้เหมาะจะเอาไปลุยแบบสมบุกสมบันเท่าไหร่นัก

DJI Osmo Pocket

ล่าสุด DJI ก็เลยขอเปิดตัวแอคชั่นแคมที่มีความอึดถึกและมีฟีเจอร์เด็ดๆ หลายอย่างที่เหมาะกับการเล่นกีฬา และเหมาะกับสายลุยด้วย DJI Osmo Action แอคชั่นแคมระดับไฮเอนด์ที่มาพร้อมกับหน้าจอ LCD 2 จอ ทำให้การถ่ายวิดีโอ/ภาพ แบบปกติรวมถึงการถ่ายแบบเซลฟี่มีความสะดวกมากขึ้น เพราะสามารถมองเห็นมุมที่จะถ่ายได้จากทั้ง 2 ทาง โดยจอด้านหน้าสำหรับเซลฟี่มีขนาดอยู่ที่ 1.4 นิ้ว ส่วนจอด้านหลังมีขนาด 2.25 นิ้ว

หนึ่งในฟีเจอร์หลักซึ่งถือเป็นตัวชูโรงของ Osmo Action ก็คือระบบกันสั่น RockSteady (มาแข่งกับระบบ HyperSmooth ของ GoPro Hero7 โดยเฉพาะ) ซึ่ง DJI ได้นำเอาความเชี่ยวชาญจากการผลิตอุปกรณ์ Stabilizer มาผสมผสานเข้ากับตัวกล้อง ออกมาเป็นระบบกันสั่นแบบ EIS ที่มีการปรับแต่งซอฟท์แวร์อันสุดจะซับซ้อน ทำให้ระบบกันสั่นของ Osmo Action มีความนิ่งและไหลลื่นสมูทสุดๆ แม้ถ่ายวิดีโอตอนกำลังขี่มอเตอร์ไซค์วิบากอยู่ก็ตาม

ไม่ใช่ว่าจะมีดีแค่ระบบกันสั่นเท่านั้น แต่ Osmo Action ยังมาพร้อมกับโหมดถ่ายวิดีโอแบบ HDR ทำให้วิดีโอที่ได้มีสีและรายละเอียดของส่วนที่มีแสงจ้าและส่วนที่แสงน้อยออกมาชัดเจนเป็นธรรมชาติมากกว่า

Osmo Action ถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K / 60fps ที่ 100Mbps ทำให้การบันทึกภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ จากการเล่นกีฬา ดูลื่นไหลกว่า

Osmo Action ยังมีความอึดความถึกสุดๆ เพราะมันสามารถใช้งานใต้น้ำได้ลึกถึง 11 เมตร โดยไม่ต้องใส่อุปกรณ์เสริมช่วยแต่อย่างใด แถมยังมีฟิลเตอร์เลนส์ที่ทำให้การใช้งานใต้น้ำได้ภาพออกมาคมชัดและแม่นยำ ไม่บิดเบี้ยวหรือมีแสงสะท้อนให้เสียอารมณ์

เรายังสามารถบันทึกวิดีโอได้เป็นเวลานาน (แม้จะถ่ายแบบ 4K ก็ตาม) ด้วยประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่มากกว่า 16%

Osmo Action เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ววันนี้ โดยมีราคาเครื่องเปล่าอยู่ที่ 12,000 บาท เท่านั้น ใครสนใจก็ไปลองเล่นกันให้กระเป๋าตังค์สั่นได้ตามร้านตัวแทนจำหน่ายของ DJI กันได้เลยจ้า

ข้อมูลเพิ่มเติม : DJI Osmo Action

from:https://droidsans.com/dji-osmo-action-new-4k-action-cam-rocksteady-stabilization/