คลังเก็บป้ายกำกับ: Disney+

เป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ ตัวละครหลักในซีรีส์ Hawkeye ใช้แต่มือถือ Google Pixel

หลังซีรีส์ Hawkeye ออกฉายทาง Disney+ และ Disney+ Hotstar ในบ้านเรา เหล่าคนรักมือถือหลายๆ คนคงสังเกตว่าตัวละครในเรื่องใช้มือถือ Google Pixel แทบจะทุกคน แม้ซอฟต์แวร์จะเป็นแบบคัสตอมจนดูไม่ออกว่าเป็นแอนดรอยด์ แต่รูปลักษณ์เรียบง่ายของมือถือก็ชัดเจนว่าเป็น Google Pixel

ทั้ง Clint Barton หรือ Hawkeye ยังใช้ Google Pixel 3 สี Just Black ที่วางขายในปี 2018 อยู่ ส่วน Laura Barton ภรรยาของ Clint ก็ใช้ Pixel 3 สี Not Pink เช่นกัน แม้ตามเนื้อเรื่องแล้ว เหตุการณ์ในซีรีส์จะเกิดขึ้นหลัง Avengers: Endgame แปลว่าน่าจะเกิดภายในปี 2023 หรือหลังจากนั้นก็ตาม

No Description

ส่วน Kate Bishop ตัวละครหลักอีกตัวที่จะมาสืบทอดตำแหน่ง Hawkeye รวมถึง Eleanor Bishop แม่ของเธอ ก็ใช้ Google Pixel 4 ที่เปิดตัวในปี 2019 เป็นสี Just Black และรันซอฟต์แวร์แบบคัสตอมเช่นกัน

No Description

Clint Barton เคยใช้ Google Pixel 3 มาแล้วเมื่อปี 2019 ใน The Avengers: Endgame ซึ่งครั้งนั้นน่าจะเป็นการโปรโมทของ Google แต่ครั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าการที่ตัวละครหลักหลายตัวใช้มือถือ Google Pixel นีเป็นการร่วมโปรโมตระหว่าง Google กับ Marvel หรือเปล่า หรือ Marvel เพียงแค่เห็นว่ารูปลักษณ์ของ Pixel ดูเรียบง่าย และสะดวกในการตัดต่อใส่เอฟเฟกต์หน้าจอมือถือ คงต้องติดตามข่าวกันต่อไป

ที่มา – 9to5Google

from:https://www.blognone.com/node/126012

Shang-Chi บน Disney+ Hotstar ได้สัดส่วน IMAX ด้วยเช่นกัน แต่บางอุปกรณ์ก็ยังดูไม่ได้

จากข่าวที่ Disney+ อัพเกรดหนัง Marvel 13 เรื่องให้เป็นสัดส่วน IMAX จนหลายคนสงสัยว่า แล้ว Disney+ Hotstar ที่เปิดใช้งานในไทย จะได้เข้าถึงหนังคุณภาพ IMAX หรือไม่ ล่าสุดมีผู้ใช้งานสามารถดู Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings ด้วยคุณภาพ IMAX ได้ แต่ก็มีหลายคนที่ดูไม่ได้ โดยยังคงเป็นสัดส่วนเดิมอยู่

หากตัวหนังมีคุณภาพ IMAX จะปรากฏเป็นโลโก้ IMAX ในหน้าพรีวิวตามรูปภาพด้านล่าง

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125816

Disney+ ไตรมาสล่าสุดมีผู้ใช้งานเพิ่ม 2 ล้านราย โตช้ากว่าที่คาด รายได้สวนสนุก สินค้าเริ่มกลับมา

ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของดิสนีย์ เผยว่า สตรีมมิ่ง Disney+ มียอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านราย ส่งผลให้ตัวเลขรวมเป็น 118.1 ล้านรายทั่วโลก ตัวเลขนี้รวมผู้ใช้งานบริการ Disney+ Hotstar และ Star+ แล้ว ซึ่งถือว่าน้อยกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่ได้ผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นมา 12 ล้านราย

Bob Chapek ซีอีโอของดิสนีย์กล่าวในจดหมายของบริษัทถึงนักลงทุน ว่าเรายังคงมุ่งเน้นการจัดการบริการ DTC (direct-to-consumer) อย่างเช่น Disney+, ESPN+ และ Hulu ในระยะยาว ไม่ใช่รายไตรมาส

จนถึงตอนนี้ Disney+ เปิดใช้งานใน 60 ประเทศ และเข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 20 ภาษาแล้ว ซึ่งไตรมาสถัดไปอาจสร้างตัวเลขที่ดีขึ้นสำหรับ Disney+ ได้ เพราะกำลังจะเปิดตัวในเกาหลีและไต้หวันในวันที่ 12 พ.ย. นี้ และฮ่องกงในวันที่ 16 พ.ย. รวมถึงเปิดฉายหนัง Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings ในวันที่ 12 พ.ย. นี้ด้วย

Disney+

ด้านรายได้รวมของดิสนีย์ มีรายได้ 18.5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 26% จากปีที่แล้ว ส่วนธุรกิจ Parks, Experiences และ Products ของบริษัทซึ่งครอบคลุมสวนสนุกและสินค้าต่างๆ แสดงให้เห็นว่ามีการฟื้นตัวกลับมาแล้ว มีรายได้เพิ่มเป็น 5.4 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สี่ เพิ่มขึ้น 99% จาก 2.7 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว

ที่มา – Digital Trends, CNN

from:https://www.blognone.com/node/125786

Disney+ อัพเกรดหนัง Marvel 13 เรื่องให้เป็นสัดส่วน IMAX เพิ่มพื้นที่หนัง ลดแถบจอดำ

ดิสนีย์ และ IMAX ร่วมกันปรับปรุงคุณภาพหนัง Marvel บนแพลตฟอร์ม Disney+ ให้มีคุณภาพระดับ IMAX Expanded Aspect Ratio พื้นที่หน้าจอกว้างขึ้น มีผลในวันที่ 12 พ.ย. ซึ่งเป็นวัน Disney+ Day

ตัวหนังที่คนดูจะได้รับชมในคุณภาพ IMAX แบบ Expanded Aspect Ratio คือ Ant-Man and the Wasp, Avengers: Endgame, Avengers: Infinity War, Black Panther, Black Widow, Captain America: Civil War, Captain Marvel, Doctor Strange, Iron Man, Guardians of the Galaxy, Guardians of the Galaxy Vol. 2, Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings, Thor: Ragnarok

สัดส่วนจอภาพของ IMAX Expanded Aspect Ratio คือ 1:90:1 ทางบริษัทกล่าวว่าเป็นสะดส่วนที่ให้พื้นที่ภาพเพิ่มขึ้นถึง 26% และยังมีสัดส่วนใกล้เคียงกับทีวี 16:9 ด้วย โดยผู้ดูจะเห็นสัญลักษณ์ IMAX Expanded Aspect Ratio ที่ตัวหนังก่อนที่กดเล่น ทาง Disney+ ระบุด้วยว่า อนาคตจะขยายตัวหนังคุณภาพ IMAX Expanded Aspect Ratio ให้มากขึ้น

No Description

ที่มา – TechCrunch, ดิสนีย์

from:https://www.blognone.com/node/125742

ลงเอยด้วยดี Scarlett Johansson กับดิสนีย์ทำข้อตกลงยุติคดีฟ้องร้องการฉาย Black Widow บน Disney+

ความคืบหน้าล่าสุดของคดีความระหว่าง Scarlett Johansson นักแสดงนำหนัง Black Widow ฟ้องร้องบริษัทดิสนีย์ จากการสตรีมหนังใน Disney+ ทำให้สูญเสียผลประโยชน์ในฐานะนักแสดง

หลังกระบวนการฟ้องร้องกินเวลาไปร่วมสามเดือน ล่าสุด ตัวแทนของ Johansson ยืนยันกับสื่อหลักหลายแห่ง เช่น The Hollywood Reporter, Variety และ The New York Times ว่า Johansson กับดิสนีย์ได้ทำข้อตกลงระงับการพิพาท ไม่เปิดเผยมูลค่าเงินในข้อตกลง แต่แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุกับสำนักข่าว Deadline ว่า มูลค่าเงินในข้อตกลงสูงหลักสิบล้านดอลลาร์

Johansson บอกกับ The Hollywood Reporter ว่า เธอรู้สึกดีที่ได้แก้ไขความไม่เข้าใจกันระหว่างเธอและดิสนีย์ และตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกันต่อในอนาคต ด้าน Alan Bergman ประธานของ Disney Studios กล่าวว่า เรารู้สึกขอบคุณที่ Johansson ได้มีส่วนร่วมกับ Marvel Cinematic Universe และตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกันในโปรเจกต์ต่างๆ ที่กำลังจะมาถึง

No Description
ภาพจากตัวอย่างหนัง Black Widow

ย้อนกลับไปที่การฟ้องร้องของ Johanssons เธอระบุว่าค่าตอบแทนหลักของนักแสดงขึ้นอยู่กับรายรับจากบ็อกซ์ออฟฟิศหรือรายได้จากการฉายหนังในโรงภาพยนตร์ ซึ่งดิสนีย์ให้สัญญาว่าจะฉายหนังในโรงก่อนแบบเอ็กซ์คลูซีฟ แต่กลับนำหนังฉายผ่านสตรีมมิ่ง Disney+ ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือข้อตกลง

ด้านดิสนีย์ก็โต้กลับว่า คดีนี้เป็นการเพิกเฉยต่อผลกระทบโควิด-19 ที่โรงหนังหลายแห่งยังต้องปิดบริการ ที่สำคัญดิสนีย์ได้ปฏิบัติตามสัญญาของ Johansson อย่างสมบูรณ์ การเปิดตัว Black Widow บน Disney+ ด้วย Premier Access ยังทำให้เธอมีรายได้เพิ่ม 20 ล้านดอลลาร์

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/125037

ดิสนีย์ประกาศให้ 12 พ.ย. เป็น Disney+ Day พร้อมส่ง Shang-Chi ลงสตรีมมิงในวันเดียวกัน

Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings หนังฮีโร่มาร์เวลล่าสุดที่กำลังกวาดรายได้ขณะนี้ ใช้โมเดลฉายต่างจาก Black Widow คือฉายในโรงภาพยนตร์ก่อน Disney+

ล่าสุด ดิสนีย์ออกมาประกาศวันฉาย Shang-Chi แล้วเป็นวันที่ 12 พ.ย. ซึ่งเป็นวันที่ Disney+ ขยายสู่ตลาดเอเชียแปซิฟิก จนบริษัทตั้งให้วันนี้เป็นวัน Disney+ Day

โดยเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในวัน Disney+ Day หรือ 12 พ.ย. ได้แก่ เปิดตัวในเกาหลีใต้และไต้หวัน (ตามมาด้วยฮ่องกง 16 พ.ย.), เปิดให้สตรีม Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings, Jungle Cruise เปิดสตรีมตามปกติเพราะออกจากโปรแกรมเช่า Disney+ Premier Access, ฉายซีรีส์ใหม่ล่าสุด Home Sweet Home Alone, ฉาย Olaf Presents, Frozen Fever, Feast, Paperman เป็นต้น

หลังจากประเด็นดราม่า Black Widow ที่เป็นเหตุให้นักแสดงนำ สการ์เล็ต โจแฮนสัน ฟ้องบริษัท ดิสนีย์ก็เปลี่ยนแนวทางโดยประกาศว่า ภาพยนตร์ที่เหลือในปี 2021 จะฉายในโรงภาพยนตร์ก่อน เช่นเรื่อง Encanto และ Eternals

ที่มา – Digital Trends

from:https://www.blognone.com/node/124873

Disney ประกาศ ภาพยนตร์ที่เหลือในปีนี้ จะฉายในโรงหนังก่อน จึงลงสตรีมมิ่ง Disney+ ตามหลัง

ดิสนีย์ประกาศแผนการฉายภาพยนตร์ตามกำหนดที่เหลือในปี 2021 ว่าภาพยนตร์ทุกเรื่องจะฉายในโรงภาพยนตร์ก่อน เพื่อให้ผู้ชมกลับเข้าสู่โรงหนัง จากนั้นภาพยนตร์จึงลงสตรีมมิ่ง Disney+ ในเวลาต่อมา

โดยอนิเมชัน Encanto จะฉายในโรงภาพยนตร์ก่อน 30 วัน จึงลงสตรีมมิ่ง ส่วน The Last Duel, Eternals และ West Side Story จะฉายในโรงภาพยนตร์อย่างน้อย 45 วัน

ก่อนหน้านี้ผลกระทบจากโควิด 19 ทำให้ดิสนีย์เลือกฉายภาพยนตร์แบบพร้อมกันทั้งในโรงหนังและสตรีมมิ่ง เช่น Jungle Cruise, Cruella และ Black Widow ซึ่งเรื่องหลังทำให้นักแสดงนำ Scarlett Johansson ฟ้องดิสนีย์เนื่องจากทำให้ขาดรายได้

ส่วนอีกสตูดิโอใหญ่ Warner Bros. ยังคงแผนการฉายภาพยนตร์ในปี 2021 นี้ โดยฉายพร้อมกันทั้งในโรงหนังและสตรีมมิ่ง HBO Max

ที่มา: Channel News Asia

alt="Encanto"

from:https://www.blognone.com/node/124716

Disney+ ได้วันเปิดตัวในเกาหลีเป็น 12 พ.ย. เป็นตัวเต็ม ไม่ใช่ Hotstar

Disney+ ได้วันเปิดตัวในเกาหลีเป็น 12 พ.ย. นี้ ราคาอยู่ที่ ราคา 9,900 วอน (278 บาท) ต่อเดือนหรือ 99,000 วอน (2,773 บาท) ต่อปี มีเนื้อหาแบบเต็มทั้งจาก Disney, Pixar, Marvel, Star Wars, National Geographic และ Star โดยเปิดตัวเป็น Disney+ ไม่มีแบรนด์ Hot Star ห้อยท้ายแบบที่เปิดตัวในไทย

สำหรับเนื้อหาของแบรนด์ Star ประกอบด้วยเนื้อหาที่ผลิตโดย Disney Television Studios (ABC Signature and 20th Television), FX Productions, 20th Century Studios, Searchlight Pictures เป็นต้น และจะมีเนื้อหาที่ผลิตจากเกาหลีรวมอยู่ด้วย

No Description
ภาพจาก Loki Official Twitter

ราคา Disney+ เมื่อเทียบกับคู่แข่งในเกาหลีที่มีอยู่แล้วอย่าง Netflix ถือว่าสูงกว่าเล็กน้อย โดย Netflix ราคารายเดือนอยู่ที่ 9,500 วอน หรือ266 บาท มีผู้ใช้งาน 7.8 ล้านราย และยังมีคู่แข่งในพื้นที่อย่าง Wavve สร้างโดยบริษัทสื่อใหญ่เกาหลี KBS, MBC และ SBS ตอนนี้มียอดผู้ใช้ 3.88 ล้านรายตามข้อมูลของ Nielsen Koreanclick

ที่มา – Hollywood Reporter, Korea Bizwire

from:https://www.blognone.com/node/124650

ดิสนีย์อยากระงับข้อพิพาทกับ Scarlett Johansson จากการฉาย Black Widow ลง Disney+

มีความคืบหน้าคดีฟ้องร้องโดย Scarlett Johansson นักแสดงนำหนัง Black Widow ฟ้องร้องบริษัทดิสนีย์ จากการสตรีมหนังใน Disney+ ทำให้สูญเสียผลประโยชน์ในฐานะนักแสดง โดยทนายความของดิสนีย์ร้องต่อศาลเพื่อระงับข้อพิพาทหรือ อนุญาโตตุลาการ

เนื้อหาส่วนหนึ่งในคำร้องของทนายความดิสนีย์ระบุว่าตามสัญญาระบุว่า ตัวหนังจะต้องมีการฉายในโรงหนังไม่ต่ำกว่า 1,500 จอ ซึ่งหนังเรื่องนี้เปิดตัวจริงมากกว่า 9,600 จอในสหรัฐอเมริกาและกว่า 30,000 จอทั่วโลก นอกจากนี้ ทนายความของดิสนีย์ยังมีปัญหากับคำกล่าวอ้างของ Johansson ที่ว่าเธอสูญเสียรายได้จากโมเดลฉายหนังคู่กับสตรีมมิ่ง ซึ่งไม่ได้ระบุแน่ชัดในสัญญา

No Description

ยังไม่รู้แน่ชัดว่าฝั่ง Johansson จะยอมรับการระงับข้อพิพาทหรือไม่ แต่ The Hollywood Reporter รายงานอ้างคำสัมภาษณ์ทนายความ John Berlinski ว่า Marvel ให้สัญญาว่าจะฉาย Black Widow ในโรงทั่วไปเหมือนกับหนังเรื่องอื่นๆ และยืนยันว่า Disney+ จะไม่เข้ามากินส่วนแบ่งเพื่อหวังเพิ่มยอดผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม ทางทนายความตั้งตารอจะยื่นหลักฐานเพื่อพิสูจน์คดีนี้ต่อไป

คดีนี้เป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง ที่ไปไกลกว่าการเปรียบเทียบประสบการณ์ระหว่างดูหนังในโรงและสตรีมมิ่ง แต่ยังรวมถึงรายได้นักแสดงและทีมงานผู้สร้างหนังด้วย

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/124386

Disney+ มีจำนวนสมาชิกในไตรมาสล่าสุด 116.0 ล้านบัญชีแล้ว

ดิสนีย์รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 3 กรกฎาคม 2021 โดยบริการวิดีโอสตรีมมิ่ง Disney+ มีผู้จำนวนผู้สมัครใช้งานแบบเสียเงิน 116.0 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนที่ 57.5 ล้านบัญชี

อย่างไรก็ตามรายได้เฉลี่ยนั้นลดลง 10% เหลือ 4.16 ดอลลาร์ต่อสมาชิกต่อเดือน ซึ่งสาเหตุหลักมาจากแพ็คเกจ Disney+ Hotstar ในหลายประเทศที่ใช้กลยุทธ์ราคาไม่สูง รวมทั้งประเทศไทยด้วย

ในไตรมาสที่ผ่านมา Netflix รายงานว่าจำนวนสมาชิกทั่วโลกมี 209.18 ล้านบัญชี

ซีอีโอ Bob Chapek ให้สัมภาษณ์หลังแถลงผลประกอบการว่าบริษัทยังคงแผนการทดลอง ที่จะนำภาพยนตร์ฉายเฉพาะในโรงหนังก่อน 45 วัน จากนั้นจึงลงสตรีมมิ่ง เพื่อดูว่าพฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยนไปหรือไม่จากการระบาดของโควิด-19 โดยเรื่องล่าสุดคือ Shang-Chi ภาพยนตร์ล่าสุดในจักรวาล Marvel

Chapek ยังบอกว่าดิสนีย์คาดว่าจำนวนสมาชิก Disney+ จะอยู่ที่ 230-260 ล้านบัญชีตามแผนงานภายในปี 2024

ภาพรวมธุรกิจของดิสนีย์ มีรายได้เพิ่มขึ้น 45% เป็น 17,022 ล้านดอลลาร์ มีกำไรสุทธิ 923 ล้านดอลลาร์ โดยกลุ่มธุรกิจ Parks, Experiences and Products ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เริ่มกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานแล้ว อย่างไรก็ตามหากดูเฉพาะธุรกิจสวนสนุกที่เริ่มกลับมาเปิดก็ยังขาดทุนอยู่

ที่มา: CNBC

Disney+

from:https://www.blognone.com/node/124205