คลังเก็บป้ายกำกับ: discord

จับแฮ็กเกอร์คดีแฮ็ก Twitter เพิ่มอีก 2 คน คุยกันผ่าน Discord ถูกตามตัวเจอเพราะ Coinbase

ต่อจากข่าว ตำรวจสหรัฐจับ Graham Ivan Clark วัยรุ่นอายุ 17 ปีในรัฐฟลอริด้าต้องสงสัยแฮกทวิตเตอร์ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐยังเผยข้อมูลผู้ต้องสงสัยอีก 2 คนที่ร่วมขบวนการกัน คือ Nima Fazeli อายุ 22 ปีอยู่ในฟลอริด้าเช่นกัน และ Mason Sheppard อายุ 19 จากสหราชอาณาจักร

เอกสารคำฟ้องของกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า Clark แฮ็กเข้าไปในเครือข่ายภายในของ Twitter ได้ก่อน จากนั้นสื่อสารกับแฮ็กเกอร์อีก 2 คนที่เหลือผ่านฟอรั่ม OGUsers ใน Discord โดยอ้างว่าเขาทำงานที่ Twitter และยืนยันด้วยการโพสต์ข้อความลงบัญชีทวิตเตอร์ของทั้งสองคนโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

No Description

ข้อความแชท Discord จากคำฟ้องของกระทรวงยุติธรรม

หลังจากนั้น Clark จึงขายสิทธิการเข้าถึงเครื่องมือของ Twitter ให้ทั้งสองคนใช้งาน และทั้งสามคนก็ร่วมกันโฆษณาสินค้าของ Clark ให้แฮ็กเกอร์คนอื่นๆ ใน OGUsers อีกทีหนึ่ง ซึ่งคาดว่ามีแฮ็กเกอร์คนอื่นมาซื้อไปใช้โพสต์ลิงก์ Bitcoin ในบัญชีคนดังแบบที่เราเห็น

เมื่อเรื่องนี้กลายเป็นข่าวดัง FBI จึงเข้ามาสอบสวน โดยได้ข้อมูลแชทล็อกและบัญชีผู้ใช้จาก Discords, ฐานข้อมูลผู้ใช้และหมายเลขไอพีของ OGUsers ที่เคยถูกแฮ็กมาก่อนหน้านี้, ที่อยู่ Bitcoin ของแฮ็กเกอร์จาก Coinbase จนสามารถขยายผลและตามหาทั้ง 3 คนได้

จุดอ่อนสำคัญของแฮ็กเกอร์มาจาก Nima Fazeli ที่ลิงก์บัญชี Discord ของตัวเองกับบัญชีใน OGUsers, ใช้อีเมลเดียวกันลงทะเบียนกับเว็บ OGUsers, Twitter, Coinbase และข้อมูลของเขาใน Coinbase มีใบขับขี่ที่ใช้ยืนยันตัวตนตอนลงทะเบียน ส่วน Sheperd ก็มีความผิดพลาดคล้ายๆ กันคือยืนยันใบขับขี่กับ Coinbase

ที่มา – Justice.gov, ZDNet

from:https://www.blognone.com/node/117757

Discord รีแบรนด์จากแพลตฟอร์มเกมเมอร์ สู่พื้นที่พูดคุยอิสระ, อัพเดตแก้บั๊คชุดใหญ่

Discord ชูโรงด้านการเป็นบริการติดต่อสื่อสารระหว่างเกมเมอร์มาตั้งแต่จุดประสงค์แรกเริ่มโดยมีจุดเด่นที่ใช้ง่ายง่ายและฟรี ทั้งยังมีดีเลย์ในขณะเล่นเกมน้อยกว่าคู่แข่งอย่าง TeamSpeak

ล่าสุดสิ่งนี้เปลี่ยนไปแล้วเมื่อ Discord ตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สำหรับชาวเกมเมอร์ ทาง Discord จึงรีแบรนด์เพื่อให้ตรงกับจุดประสงค์ของแอปในตอนนี้ด้วย Tagline ใหม่อย่าง Your place to talk สำหรับเป็นพื้นที่พูดคุยอิสระ ไม่ว่าจะเป็นที่ๆ สำหรับการพูดคุยกันของกลุ่มเพื่อน และชุมชนต่างๆ จากยอดผู้ใช้งานต่อเดือนกว่า 100 ล้าน มีการสนทนาต่อวัน 4 พันล้านนาที ใน 6.7 ล้านเซิฟเวอร์ที่ยังใช้งานอยู่

นอกจากนี้ยังปรับปรุงให้ผู้ใช้งานใหม่ใช้งานได้ง่ายมากขึ้นอย่างเพิ่มเซิฟเวอร์วิดีโอ เพิ่มเทมเพลตเซิฟเวอร์ แก้บัคกว่าร้อยอย่าง เพิ่มความจุของการพูดคุยด้วยเสียงและวิดีโอกว่า 200% ลดการอ้างอิงเกี่ยวกับเกมเพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแอปได้ เพิ่มศูนย์ความปลอดภัยของ Discord

ช่วงหลังๆเราก็เห็นการพยายามเข้ามาในตลาดที่ไม่เกี่ยวกับเกมเมอร์อย่างเช่น มาชวนเปิดห้องเรียนออนไลน์ หรือการพูดคุยกับเพื่อนในช่วงการระบาดของ COVID-19

ที่มา – Discord

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117240

Opera GX เบราว์เซอร์สำหรับเกมเมอร์ เพิ่มการแชท Discord, หยุดแท็บที่กินโหลดเยอะ

Opera GX เว็บเบราว์เซอร์สำหรับเกมเมอร์ ฉลองอายุครบ 1 ปี (เปิดตัวเดือนมิถุนายน 2019) เพิ่มฟีเจอร์สำคัญคือรองรับ Discord แอพแชทยอดนิยมของชุมชนเกมเมอร์ โดยเพิ่มปุ่ม Discord ที่แถบ sidebar ด้านซ้ายมือ กดแล้วจะเป็นหน้าต่างแชทของ Discord ลอยขึ้นมาทับหน้าจอปกติ

ก่อนหน้านี้ Opera GX รองรับเว็บแอพยอดนิยมตัวอื่นๆ คือ Twitch, Facebook Messenger, WhatsApp และล่าสุดในอัพเดตเดือนพฤษภาคมคือ Instagram

ฟีเจอร์ใหม่ในอัพเดตนี้คือ Hot Tabs Killer หรือการ kill แท็บที่กินทรัพยากรเยอะๆ และ Force Dark Pages เปลี่ยนธีมหน้าเว็บใดๆ ก็ได้เป็นธีมสีมืด

จุดเด่นสำคัญของ Opera GX มาตั้งแต่แรกคือ สามารถจำกัดทรัพยากรของเบราว์เซอร์ เช่น ซีพียู แรม แบนด์วิดท์ เพื่อไม่ให้เบราว์เซอร์ไปกินทรัพยากรของแอพอื่นๆ ที่รันอยู่ด้วยกัน (โดยเฉพาะเกม)

No Description

ที่มา – Opera

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117033

แนะนำโปรแกรม Video Call สำหรับประชุมเป็นกลุ่มในช่วง Work From Home

สัปดาห์นี้คนจำนวนมากทั่วโลกต้องเริ่มทำงานจากที่บ้าน หรือที่เราเรียกกันว่า Work From Home (WFH) ความท้าทายที่สุดคือการสนทนาแบบเห็นหน้าจะต้องถูกทดแทนด้วยการสื่อสารแบบอื่น เช่น แชท โทรศัพท์ วิดีโอ ซึ่งคนทำงานย่อมต้องปรับตัวทั้งในแง่เครื่องมือ (tools) วิถีการทำงาน (process) และวัฒนธรรมองค์กร (culture)

บทความนี้จะแนะนำตัวเครื่องมือ (tools) นั่นคือโซลูชันการประชุมออนไลน์แบบวิดีโอเป็นกลุ่มใหญ่ (video meeting) ที่ได้รับความนิยมในตลาด 6 ตัวมาให้เป็นตัวเลือกกัน

โปรแกรมที่คัดมาเสนอรอบนี้เกือบทั้งหมดฟรี หรือมีแพ็กเกจแบบฟรีให้ลองใช้งาน

No Description

Zoom

โปรแกรมประชุมออนไลน์ที่มาแรงแซงทุกค่ายในช่วงนี้ เพราะใช้ดีแล้วผู้ใช้บอกต่อ มาครบทั้งในแง่ฟีเจอร์ (รองรับการโทรเข้ามาประชุมจากโทรศัพท์ธรรมดา, ระบบ PIN code, แชร์หน้าจอ) ความลื่นไหลในการสนทนา และความง่ายในการใช้งาน

Zoom ก่อตั้งโดยอดีตทีมงาน Cisco Webex และโด่งดังจนขายหุ้น IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ไปเมื่อปี 2019 รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้จาก รู้จัก Zoom ผู้ให้บริการ Video Conference มาแรงท่ามกลางกระแส work from home

ราคา รายละเอียด

  • รุ่นฟรี ประชุมได้พร้อมกันสูงสุด 100 คน, จำกัดการคุยวิดีโอกลุ่มครั้งละไม่เกิน 40 นาที
  • รุ่นเสียเงิน เริ่มต้นที่ 14.99 ดอลลาร์ ประชุมได้สูงสุด 100 คน, ปลดล็อคข้อจำกัด 40 นาที

No Description

Discord

แอพแชทยอดนิยมสำหรับเหล่าเกมเมอร์ ฟีเจอร์จัดเต็มทั้งแชท คุยเสียง วิดีโอ แชร์หน้าจอได้ วิดีโอคอลล์ได้พร้อมกันสูงสุด 10 คน รองรับแพลตฟอร์มหลากหลาย รวมถึงใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ด้วย

จุดเด่นอีกอย่างของ Discord คือราคาที่ฟรีตลอดไป เพราะโมเดลการทำเงินของ Discord คือการจ่ายเงินค่าสมาชิกรายเดือน (เรียกว่า Nitro) เพื่อเพิ่มฟีเจอร์บางอย่างสำหรับเกมเมอร์ (เช่น ใส่แอนิเมชันได้, ปรับแต่งโพรไฟล์ได้, อัพโหลดรูปได้เยอะขึ้น)

รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้จาก แนะนำวิธีใช้ Discord ทำงานจากบ้าน ประชุมทางไกลแบบเห็นหน้า แชร์จอได้

ราคา ฟรี

Skype

ต้นฉบับของโปรแกรม video call ที่ทุกคนรู้จักกันดี แม้ช่วงหลังโดนแอพตัวอื่นเข้ามาแข่งขัน แต่ Skype ก็ยังมีฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก แถมยังรองรับอุปกรณ์ทุกชนิดเท่าที่คนใช้กัน หรือจะคุยผ่านเว็บเบราว์เซอร์ก็ยังได้

จุดเด่นของ Skype คือราคาที่ฟรีตลอดไป เวอร์ชันฟรีสามารถคุยได้พร้อมกันสูงสุด 50 คนต่อห้อง, แชร์หน้าจอให้กันได้, บันทึกการสนทนาได้ ส่วนเวอร์ชันเสียเงินเน้นที่การโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์ปกติ

ราคา ฟรี (เสียเงินเฉพาะการโทรไปยังเบอร์โทรศัพท์)

No Description

Google Hangout Meets

Hangout Meets เป็นฟีเจอร์หนึ่งของชุด G Suite สำหรับการประชุมออนไลน์ในตลาดลูกค้าองค์กร รองรับการประชุมขนาดใหญ่ 100 คน แถมยังเชื่อมต่อกับแอพในชุด G Suite เช่น พรีเซนต์ไฟล์จาก Google Slides ขึ้นจอในห้องประชุมได้ทันที, ลงนัดหมายใน Google Calendar แล้วมีลิงก์สำหรับนัดประชุมอัตโนมัติ

หากองค์กรใช้งาน G Suite อยู่แล้ว การคุยผ่าน Hangouts Meet เป็นทางเลือกที่เหมาะสมเพราะไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม ล่าสุดกูเกิลยังปลดล็อคฟีเจอร์ของ Hangouts Meet เวอร์ชัน Enterprise (ขยายเพดานห้องประชุมเป็น 250 คน, ไลฟ์สตรีมได้สูงสุด 100,000 คน, บันทึกการประชุมลง Google Drive ให้อัตโนมัติ) ให้กับลูกค้า G Suite ทุกรายไปจนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2020 ด้วย

ราคา

  • ฟรี สำหรับคนที่มี G Suite อยู่แล้ว
  • ค่า G Suite ราคา 6 ดอลลาร์ต่อคนต่อเดือน (ตอนนี้ราคาไทยมีโปรโมชั่นเหลือ 4.2 ดอลลาร์)

No Description

Microsoft Teams

ฝั่งผู้ใช้ Microsoft 365 / Office 365 ก็มีโซลูชันสำหรับการสื่อสารภายในองค์กรคือ Microsoft Teams ที่ทำได้ทุกอย่าง ทั้งแชท โทร วิดีโอ แชร์หน้าจอ แชร์ไฟล์ รองรับการประชุมออนไลน์สูงสุด 10,000 คนต่อห้อง

ราคา รายละเอียด

  • ฟรี สำหรับคนที่มี Office 365 อยู่แล้ว ได้ฟีเจอร์เต็มรูปแบบ (ราคาเริ่มต้น 5 ดอลลาร์/คน/เดือน)
  • ฟรี สำหรับคนทั่วไป มีจำกัดฟีเจอร์บ้าง เช่น ประชุมกลุ่มใหญ่ไม่ได้ (ได้แต่แบบ 1:1) พื้นที่สตอเรจลดลง บันทึกการประชุมไม่ได้

No Description

Cisco Webex

Cisco Webex ถือเป็นต้นฉบับของโซลูชันการประชุมวิดีโอในองค์กร (ปัจจุบันใช้ชื่อ Webex Meetings) และภายหลังก็ขยายตัวมายังระบบแชทในองค์กรด้วย (ใช้ชื่อ Webex Teams)

ฟีเจอร์ของ Webex เรียกว่าครบถ้วนสำหรับลูกค้าองค์กร รองรับการประชุมสูงสุด 3,000 คนต่อห้อง และไลฟ์สตรีมสูงสุด 100,000 คน

ปัจจุบัน Webex มีแพ็กเกจรุ่นฟรี สำหรับการประชุมไม่เกิน 100 คน และไม่จำกัดความยาวในการประชุม (ต่างจาก Zoom ที่จำกัด 40 นาที)

ราคา รายละเอียด

  • ฟรี (จำกัดการประชุมไม่เกิน 100 คน)
  • รุ่นเสียเงินเริ่มต้นที่ 13.50 ดอลลาร์

No Description

ทางเลือกอื่นๆ

นอกจากโปรแกรมทั้ง 6 ตัวที่คัดมาแนะนำแล้ว ในท้องตลาดยังมีโปรแกรมอื่นๆ อีกมาก เช่น GoToMeeting ของ LogMeIn, join.me (ปัจจุบันเป็นของ LogMeIn เช่นกัน) ezTalks, BlueJeans เป็นต้น

แอพสื่อสารองค์กรหลายตัวก็มีฟีเจอร์วิดีโอคอลล์มาให้ (แม้ไม่เน้นมากนัก) เช่น Slack รุ่นเสียเงินก็รองรับการประชุมวิดีโอ (สูงสุด 15 คน), TeamViewer มีฟังก์ชันวิดีโอคอลล์ (สูงสุด 25 คน)

from:https://www.blognone.com/node/115273

แนะนำวิธีใช้ Discord ทำงานจากบ้าน ประชุมทางไกลแบบเห็นหน้า แชร์จอได้

Discord เป็นแอปแชทฟรีที่สามารถสร้างเซิร์ฟเวอร์แบบต้องเชิญคนเข้าเท่านั้น สามารถสร้าง แชนแนลคุยเสียงหรือแชท แยกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ ได้ ถึงจะใช้เวอร์ชั่นฟรี ก็ไม่มีการจำกัดจำนวนข้อความในห้อง มีฟังก์ชั่น syntax highlighting สำหรับชาว developers แถมยังมีฟังก์ชั่นวิดีโอคอลได้สูงสุด 10 คน และแชร์จอให้คนอื่นดูได้ด้วย

Discord สามารถใช้งานผ่านบราวเซอร์ หรือดาวน์โหลดมาลงในเครื่องก็ได้ ใช้งานได้ทั้งบน Mac, Windows, Android และ iOS หลังจากดาวน์โหลด ก็สามารถสมัครผ่านในแอปได้เลย หรือถ้าใช้งานผ่านบราวเซอร์ ก็สามารถสมัครได้ผ่าน ลิงก์นี้ โดยใช้แค่อีเมล ตั้ง username และรหัสผ่านเท่านั้น

No Description

การใช้ฟังก์ชั่น Video Call และแชร์หน้าจอในแอปที่ทำได้พร้อมกัน ก็ทำได้ง่ายๆ แค่เข้าไปที่ user settings ไปที่แถบ voice & video
No Description

เลือกกล้องที่จะใช้
No Description

และก็สามารถ Test video ทดสอบภาพ จัดแต่งองค์ประกอบ ก่อนคุยจริงได้
No Description

สำหรับคนที่ใช้งานผ่านบราวเซอร์ อาจจะต้องกดอนุญาตให้บราวเซอร์เข้าใช้งานกล้องเว็บแคมก่อน
No Description

การเริ่มเปิดกล้อง แค่แชทไปหาเพื่อน หรือลากเพื่อนเข้ามาเป็นกรุ๊ป แล้วกดที่ไอค่อนรูปกล้อง
No Description

หน้าตาและฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ใช้ตอนคอลได้
No DescriptionNo Description

Video / Screen share swap ใช้สลับระหว่างกล้องเว็บแคม กับแชร์หน้าจอ ถ้าใช้หลายมอนิเตอร์ก็เลือกจอที่ต้องการแชร์ได้ หรือจะเลือกแชร์แบบเฉพาะโปรแกรมก็ได้
No Description

Expand Down กดเพื่อขยายหน้าจอวิดีโอลงมา
Video Marquee หน้าจอแสดงคนอื่นๆ ที่ไม่ได้เน้นเป็นจอใหญ่ไว้
User Setting ตรงนี้ใช้ Mute ไมค์ หรือตั้งค่าอื่นๆ ได้
Full Screen Toggle กดเพื่อขยายหน้าคอลให้เต็มจอ

ถ้าสลับไปหน้าแชทอื่น หรือ server อื่นขณะคอล หน้าจอคอลก็จะกลายเป็นจอเล็กแบบ picture-in-picture ที่เลื่อนไปมาได้โดยอัตโนมัติ และสามารถตั้งค่า รวมถึงกลับไปหน้าจอคอลได้จากหน้านี้
No Description

นอกจากนี้ ฟังก์ชั่นแชร์หน้าจอแบบเฉพาะหน้าต่างโปรแกรม ยังสามารถแชร์เสียงไปได้ด้วย ต่างจากบางแอปที่อาจจะแชร์ได้แค่ภาพ แค่ตั้งค่าให้แชร์เสียงได้ ตอนเลือกแชร์หน้าจอ ตามภาพด้านล่างนี้
No Description

ถ้าฟังก์ชั่นแชร์เสียงมีปัญหา ให้ลองใช้แก้ปัญหาตามด้านล่างนี้

เช็คว่า Antivirus บล็อกโปรแกรมอยู่หรือเปล่า
ลองตั้งค่าเสียงใน settings ตามวิธีนี้
ลองลบโปรแกรมแล้วลงใหม่อีกรอบ ตามวิธีนี้

ถือว่าเป็นอีกทางเลือกในการทำงานจากบ้านที่ดูเข้าท่าพอสมควร ได้ทั้งวิดีโอคอล แชร์จอ และแยกห้องได้แบบชัดเจน

ที่มา – Discord

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/115260

สวัสดีครับคุณครู Discord ชวนเปิดห้องเรียนออนไลน์ ช่วงกักตัวอยู่บ้าน

Discord เป็นแอปแชทออนไลน์ฟรี ที่ใช้งานได้ทั้งบนคอม บนบราวเซอร์ และในมือถือ แท็บเล็ต ของทั้ง iOS และ Android มีระบบสร้างห้องแบบต้องถูกเชิญเข้ามาเท่านั้น ทั้งห้องแชทธรรมดา ห้องคุยเสียง หรือวิดีโอคอลได้สูงสุด 10 คน และมีฟังก์ชั่น Go Live แชร์หน้าจอให้คนอื่นดูได้ ที่ปกติจะแชร์ได้แค่กับ 10 คน แต่ไม่นานมานี้ Discord เพิ่งเพิ่มลิมิตให้เป็น 50 คนในช่วงวิกฤต COVID-19

ในช่วงกระแสทำงานจากที่บ้านแบบนี้ Discord จากที่เคยเป็นแอปพูดคุยที่ฮิตในหมู่เกมเมอร์ กลายเป็นอีกหนึ่งแอปที่น่าสนใจในการใช้งานเป็นห้องเรียนออนไลน์ ซึ่ง Discord เองก็ออกมาแนะนำวิธีการใช้เครื่องมือสำหรับการเรียนออนไลน์แล้วด้วย

No Description

Discord แนะนำให้ใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ให้เหมาะสมกับการเรียนได้ เช่น

  • ใช้ servers เหมือนเป็นห้องเรียนใหญ่ ที่สามารถส่งลิงก์เชิญนักเรียนเข้ามาได้
  • ใช้ channels แยกเป็นคลาสต่างๆ วิชาต่างๆ หรือแยกหัวข้อการพูดคุย
  • text channels หรือห้องแชทแบบพิมพ์ สามารถใช้เป็นห้องส่งไฟล์ ถกเนื้อหากันได้
  • voice channels สามารถใช้ร่วมกับฟังก์ชั่น Go Live เพื่อแชร์หน้าจอกับนักเรียน และคุยเสียงกันได้

ใครที่ใช้แอป Discord อยู่แล้ว สามารถดาวน์โหลด template ห้องเรียน ไปปรับแต่ง แล้วใช้ได้ทันที

No Description
  ห้องเรียนเป็นแบบ invite only

No Description
  หน้าตาของห้องเรียนจากใน template

No Description
  การใช้ฟังก์ชั่น Go Live ทำการเรียนการสอน

ที่มา – Discord

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/115256

Discord เพิ่มลิมิตให้ Go Live สตรีมให้คนดูได้จาก 10 เป็น 50 คน ช่วง COVID-19 ระบาด

หลังจาก Go Live เป็นฟีเจอร์สตรีมเกมและแชร์หน้าจอผ่าน voice channel ใน Discord ที่จะให้อารมณ์เหมือนชวนเพื่อนมานั่งเล่นเกมด้วยกัน เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว และก่อนหน้านี้ลิมิตผู้เข้าชมไว้ที่ 10 คน แต่ล่าสุด ทาง Discord ได้เพิ่มลิมิตให้เป็นพิเศษ เพื่อให้มีผู้เข้าชมได้ถึง 50 คน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก ในช่วงวิกฤต COVID-19

Jason Citron ซีอีโอของ Discord ได้เขียนในบล็อกของ Discord ว่า ทางบริษัทรับฟังเสียงของผู้ใช้ และตัดสินใจเพิ่มลิมิตนี้ เพราะว่า “เราอยากช่วยพวกคุณ” ให้ก้าวผ่านวิกฤตและความวุ่นวายในชีวิตนี้ไปได้ และจะคงลิมิตที่ 50 คนไว้ “นานเท่าที่จำเป็น” แต่ Citron ก็ยังกล่าวไว้ว่า การเพิ่มลิมิตนี้ อาจทำให้มีผู้ใช้มากขึ้น ขอให้อดทนกับปัญหาทางเทคนิคบางประการที่อาจตามมา

No Description

Discord เป็นแอปแชทและพูดคุยด้วยเสียงที่ใช้งานได้ฟรี ส่วนมากผู้ใช้งานจะเป็นเกมเมอร์ แต่ก็เริ่มกลายเป็นแอปสำหรับใช้งานในที่ทำงานสมัยใหม่หลายที่ และเป็นศูนย์รวมแชนแนลแชทและคุยด้วยเสียง ของผู้ที่ชอบอะไรคล้ายๆ กันด้วยเช่นกัน

ที่มา – Discord Blog via The Verge

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/115161

กรณีศึกษาย้ายคลาวด์ข้ามค่าย Discord ย้ายจาก Amazon Redshift ไป Google BigQuery

ประเด็นหนึ่งที่บริการคลาวด์ถูกโจมตีมาตลอดคือเรื่อง vendor lock-in หรือการถูกบังคับโดยอ้อมให้ต้องอยู่กับผู้ให้บริการคลาวด์เจ้านั้นตลอดไป เพราะการย้ายออกมีต้นทุนแฝงสูงมาก โดยเฉพาะบริการเฉพาะทางของผู้ให้บริการแต่ละราย (เช่น AI หรือ data) ที่ไม่ใช่บริการสามัญ (เช่น compute หรือ storage)

กรณีศึกษาล่าสุดมาจาก Discord แอพแชทยอดนิยมของวงการเกมเมอร์ ที่ระบุว่าย้ายระบบคลังข้อมูล (data warehouse) จากเดิมที่ใช้ Amazon Redshift มาเป็นบริการเทียบเคียงกันคือ BigQuery ของกูเกิล

หมายเหตุ: บทความนี้มาจากบล็อกของกูเกิล (เขียนโดยทีมงาน Discord ในฐานะลูกค้า GCP) ย่อมเชียร์บริการฝั่งกูเกิล แต่นำมาให้อ่านเพื่อเป็นกรณีศึกษาเรื่องการย้ายคลาวด์ข้ามค่าย

No Description

Discord อธิบายว่าย้ายระบบประมวลผลหลักมาอยู่บน Google Cloud Platform มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่คลังข้อมูลเดิมยังอยู่บน Redshift ทำให้ต้องย้ายข้อมูลจาก GCP กลับมายัง AWS ให้เสียเวลา-เปลืองค่านำข้อมูลเข้าออกอีก นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายของ Redshift เองที่แพง (ระดับหลายแสนดอลลาร์ต่อเดือน ไม่รวมค่าสตอเรจและค่าเครือข่าย) กับข้อจำกัดทางเทคนิคของ Redshift เองที่ต้องใช้เครื่องเยอะ ทำให้ Discord ใช้เครื่องเกือบถึงข้อจำกัด 128 โหนดต่อคลัสเตอร์แล้ว

ด้วยเหตุผลข้างต้น ทำให้ Discord หาทางเลือกในการย้ายออกจาก Redshift และมาจบที่ BigQuery ด้วยหลายเหตุผล ทั้งเรื่องการอยู่บนระบบ GCP อยู่แล้ว, เป็น serverless ไม่ต้องดูแลเครื่องเอง, เรื่องการสเกลรองรับโหลดขนาดใหญ่ๆ (มีลูกค้ารายใหญ่กว่า Discord อยู่แล้ว) และฟีเจอร์ใหม่ BigQuery Reservations จองคิวใช้งานล่วงหน้าเพื่อให้ค่าบริการถูกลง

การย้ายจาก Redshift มายัง BigQuery ก็ไม่ง่ายนัก แม้บริการทั้งสองตัวเป็นบริการวิเคราะห์ข้อมูลเหมือนกัน แต่ก็มีแนวคิดต่างกันหลายเรื่อง (โดยเฉพาะการ partitioning และ clustering ข้อมูล) รวมถึงต้องแปลงโค้ด SQL เดิมหลายแสนบรรทัดมาเป็นซินแทกซ์ของ BigQuery ที่ทีมงาน Discord ต้องสร้างเครื่องมือแปลงตัวใหม่ขึ้นมาเองด้วย

หลังย้ายแล้ว Discord บอกว่าการทำงานวิเคราะห์ข้อมูลเร็วขึ้น ราบรื่นขึ้น ราคาถูกลง และสามารถใช้ฟีเจอร์ด้าน AI ของ GCP เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลได้ด้วย นอกจากนี้ทีมงานยังไม่ต้องดูแลเครื่องเอง ลดการรัน maintenance บน Redshift ทุกคืนซึ่งต้องใช้เวลา 12 ชม. และถ้ารันไม่สำเร็จก็จะตกมาตรฐาน SLA ภายในบริษัทด้วย

ที่มา – Google Cloud

from:https://www.blognone.com/node/115055

Discord ประกาศปิดบริการเกมฟรี Nitro Games เพราะไม่มีใครเล่น

Discord เปิดร้านขายเกมดิจิทัลของตัวเองเมื่อเดือนสิงหาคม 2018 และภายหลังขยายมาเป็นบริการเกมฟรี Nitro Games สำหรับลูกค้า Discord Nitro บริการพรีเมียมเดือนละ 9.99 ดอลลาร์

เวลาผ่านไปหนึ่งปี Discord ประกาศว่าบริการเกมฟรีมีคนใช้น้อยกว่าที่คาด และเมื่อต้องต่อสัญญากับบริษัทเกมเมื่อครบปี ทำให้ Discord ตัดสินใจปิด Nitro Games โดยมีผลวันที่ 15 ตุลาคม 2019 ส่วนเกมที่เคยซื้อบนระบบ Discord (ที่ไม่ใช่เกมฟรี) ยังสามารถเล่นต่อได้ตามปกติ

Discord ระบุว่าจะหันไปเพิ่มบริการใหม่ๆ ให้กับ Discord Nitro แทน เพื่อให้ผู้ที่จ่ายค่าสมาชิกรู้สึกคุ้มค่ายิ่งขึ้น แต่ก็การันตีว่าบริการหลักของ Discord จะฟรีตลอดไป

ที่มา – Discord

สิทธิประโยชน์ของผู้จ่ายค่าสมาชิก Discord Nitro

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/111909

Discord เพิ่มฟีเจอร์ Go Live ไลฟ์สตรีมเกมให้เพื่อนชม จำกัดจำนวนคนดูที่ 10 คน

ยุคสมัยนี้ใครๆ ก็ต้องมีระบบไลฟ์ของตัวเอง ล่าสุดเป็นคิวของ Discord แอพแชทชื่อดังขวัญใจเกมเมอร์ ที่ประกาศเพิ่มฟีเจอร์ “Go Live” สำหรับสตรีมเกมให้คนอื่นรับชมผ่าน Discord ได้ด้วย

ฟีเจอร์ Go Live ของ Discord ยังออกแบบมาสำหรับการสตรีมเกมในหมู่เพื่อนๆ เป็นหลัก เพราะจำกัดจำนวนผู้ชมที่ 10 คนเท่านั้น ส่วนผู้ชมสามารถชมไลฟ์ได้จากแอพเดสก์ท็อปหรือเบราว์เซอร์ (แอพมือถือกำลังตามมา) ฟีเจอร์นี้จะเริ่มให้บริการในวันที่ 15 สิงหาคมนี้

Discord บอกว่าจุดเด่นของ Go Live คือไม่ต้องเซ็ตอัพอะไรเลย คลิกทีเดียวก็สามารถไลฟ์เกมอะไรก็ได้ให้เพื่อนรับชมได้ทันที และพูดคุยสนทนากันระหว่างไลฟ์ได้ ถือเป็นประสบการณ์นั่งเล่นเกมร่วมกันแบบเสมือนจริง (virtual couch gaming) ตัวระบบสตรีมมิ่งเองยังปรับแต่งมาอย่างดี ไม่ให้กระทบต่อประสิทธิภาพของการเล่นเกมด้วย

ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสตรีมเกมที่ความละเอียด 1080p ส่วนผู้ที่เป็นสมาชิก Discord Nitro แบบเสียเงิน สามารถสตรีมที่ระดับ 4K ได้

ที่มา – Gamasutra

No Description

from:https://www.blognone.com/node/111285