คลังเก็บป้ายกำกับ: DEVELOPER_TOOLS

Microsoft ประกาศให้ GitHub Private ใช้ได้ฟรีแล้ว

ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ GitHub หลังจากที่ Microsoft ได้เข้าซื้อกิจการไปไม่นาน วันนี้ทางบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ได้ใจดีทำให้ GitHub Private สามารถใช้งานได้ฟรีแล้ว

Credit: GitHub

ก่อนหน้านี้ GitHub ในเวอร์ชันฟรีนั้นผู้ใช้งานจะต้องเปิดเป็นสาธารณะเท่านั้นซึ่งหากต้องการทำโปรเจ็คเป็นส่วนตัวก็ต้องไปเลือกใช้แผนเสียเงินที่ราคา 7 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อเดือน ซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นสิ่งที่ใช้งานได้ฟรีด้วยความอนุเคราะห์จาก Microsoft นั่นเอง แต่หน้าประกาศของ GitHub ยังไม่ได้อัปเดตเนื้อหาก็ไม่ต้องตกใจไปเพราะอีกไม่นานคงถูกแก้ไขตามนโยบายบริษัทแม่แล้ว

นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงส่วนอื่นเพิ่มเติมในครั้งนี้คือ GitHub ได้เปลี่ยนชื่อจาก GitHub Developer เป็น ‘GitHub Pro’ เพื่อให้ผู้ใช้แบ่งแยกเครื่องมือได้ชัดเจนขึ้น อีกทั้งได้นำ GitHub Business Cloud และ GitHub Enterprise (ที่ชื่อ Enterprise Cloud และ Enterprise Server ในปัจจุบัน) มารวมกับเพื่อขายการใช้งานระดับองค์กรภายใต้ชื่อ ‘GitHub Enterprise’

ที่มา : https://techcrunch.com/2019/01/07/github-free-users-now-get-unlimited-private-repositories/ และ https://www.howtogeek.com/fyi/github-is-now-free-and-thats-great/ และ https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/microsoft-announces-unlimited-private-repos-for-github-free/ 

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-announced-github-private-for-free/

Advertisements

Google เปิดตัว Flutter 1.0 ชุด Cross-Platform UI Toolkit รุ่น Stable Release

ในงาน Flutter Live ใน London ทาง Google ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Stable Release แรกให้กับ Flutter แล้วอย่างเป็นทางการ

 

Credit: Flutter

 

Flutter นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้เหล่านักพัฒนา Software สามารถสร้าง User Interface (UI) ที่สวยงามได้อย่างรวดเร็ว โดยมีประสบการณ์การใช้งานเสมือนกับใช้งาน Native Application ได้จาก Code กลางชุดเดียว และทำงานได้บนหลากหลาย Platform

นอกจากนี้ ตัว UI ที่สร้างขึ้นโดย Flutter นี้ก็ยังสามารถใช้ GPU ในการช่วย Render ได้ อีกทั้งยังรองรับการ Compile ได้ทั้งแบบ 32-bit และ 644-bit ARM บน Android และ iOS ได้ด้วยใน Release นี้

อีกจุดเด่นหนึ่งของ Flutter ก็คือการที่ Flutter ไม่ได้บังคับให้นักพัฒนาต้องใช้เฉพาะ Element ที่มีให้ แต่ Flutter นั้นเปิดให้นักพัฒนาสามารถเลือกแสดงผลสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองได้อย่างอิสระทั้งหมด รวมถึงยังมีความสามารถในการทำ Stateful Hot Reload ทำให้สามารถแก้ไขหน้าตา UI และเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการ Reload หรือ Rebuild แต่อย่างใด รวมถึง State ของ App ก็ยังคงเดิมอยู่ ทำให้ง่ายต่อการพัฒนา

Google เองได้ใช้ Flutter ในการพัฒนา Google Ads App ของตนเองมาแล้ว ส่วนธุรกิจอื่นๆ ที่มีการใช้งาน Flutter นั้นก็ได้แก่ Alibaba, Groupon, Tencent และ Capital One

ผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นศึกษาและใช้งาน Flutter ได้ที่ https://flutter.io/ ครับ

 

ที่มา: https://thenextweb.com/dd/2018/12/04/google-launches-flutter-1-0-its-fast-powerful-cross-platform-app-ui-toolkit/

from:https://www.techtalkthai.com/google-flutter-1-0-is-announced/

เปิดตัว AWS Outposts นำ AWS มาใช้ใน Data Center ขององค์กรได้แล้ว ตอบโจทย์ Hybrid Cloud

ในงาน AWS re:Invent 2018 ทาง AWS ได้ออกมาประกาศถึงโซลูชันใหม่ AWS Outposts ที่จะนำบริการต่างๆ ของ AWS ไปใช้งานได้ภายในองค์กรแบบ On-Premises บน Hardware แบบเดียวกับที่ใช้ใน Cloud ของ AWS และมีทีมงานของ AWS คอยช่วยดูแลแบบ Fully Managed

 

Credit: AWS

 

AWS Outposts นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่ VMware Cloud on AWS Outposts ที่จะใช้ Control Plane และ API ของ VMware ในการบริหารจัดการเป็นหลัก และ AWS Outposts ที่ใช้ Control Plane และ API ของ AWS ในการบริหารจัดการโดยตรง

โซลูชันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบรับต่อการทำ Hybrid Cloud โดยเฉพาะ โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกสเป็คของ Hardware ที่ต้องการได้ ซึ่งสามารถเลือกเป็นเครื่องเดียว หลายเครื่อง หรือเลือกเป็น Rack เลยก็ได้, เลือกระบบบริหารจัดการที่ต้องการได้ และเลือกใช้เฉพาะบริการที่ตนเองต้องการได้ โดยสามารถเพิ่มขยายระบบในภายหลังได้ ทำให้ง่ายต่อการลงทุนเริ่มต้นใช้งาน

ก็ถือเป็นก้าวที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวสำหรับการก้าวสู่ Data Center ขององค์กรต่างๆ ซึ่งก็เป็นคำถามที่หลายองค์กรเองก็อยากได้คำตอบมานานแล้ว

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://aws.amazon.com/outposts/ ครับ

 

ที่มา: https://aws.amazon.com/outposts/

from:https://www.techtalkthai.com/aws-outposts-using-aws-services-on-premises/

Amazon CloudFront ประกาศรองรับ WebSocket Protocol แล้ว

AWS ได้ประกาศรองรับการสนับสนุน WebSocket Protocol บน Amazon CloudFront แล้วอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง

 

Credit: AWS

 

WebSocket คือ Protocol สำหรับการรับส่งข้อมูลแบบ Real-time Communication ที่สื่อสารกันได้สองทางระหว่าง Client อย่างเช่น Browser และ Server บน TCP ที่เปิดค้างไว้ทำให้ไม่ต้องสร้าง Connection ใหม่กันทุกครั้งที่ต้องการรับส่งข้อมูลระหว่างกัน ซึ่ง WebSocket นี้มักถูกใช้งานใน Application ประเภท Chat, Collaboration, Multiplayer Game และระบบ Financial Trading

การสนับสนุน WebSocket ใน CloudFront นี้จะทำให้นักพัฒนาที่ใช้ AWS เป็นหลักสามารถรวมการรับส่งเนื้อหาทั้งแบบ Static และ Dynamic มายัง CloudFront ทั้หมดได้ และให้ CloudFront ช่วยทำ SSL/TLS Handshake ได้อย่างรวดเร็วขึ้นจาก Data Center ที่อยู่ใกล้ผู้ใช้งานมากที่สุด อีกทั้งยังสามารถเสริมการป้องกัน DDoS ได้ด้วยการใช้ AWS Shield และ AWS WAF

Amazon CloudFront นี้เปิดการสนับสนุน WebSocket ให้ใช้งานได้แบบ Default โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติมใดๆ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่่ https://docs.aws.amazon.com/AmazonCloudFront/latest/DeveloperGuide/distribution-working-with.websockets.html

 

ที่มา: https://aws.amazon.com/about-aws/whats-new/2018/11/amazon-cloudfront-announces-support-for-the-websocket-protocol/

from:https://www.techtalkthai.com/amazon-cloudfront-now-supports-websocket-protocol/

Azure ออก DevOps Server 2019

DevOps Server 2019 หรือก่อนหน้านี้รู้จักกันในชื่อ Team Foundation Server โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำเรื่องของ Source Code Management, Requirement Management, Project Management, Automation Build, Test and Release เป็นต้น โดยภายในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ Microsoft ได้มีการเปลี่ยนแปลงหน้าตา UI เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายมากขึ้น

DevOps Server ได้เพิ่มการองรับ Azure SQL เพิ่มเติมที่เคยรองรับ SQL Server อยู่แล้วทำให้ผู้ใช้งานที่ใช้งานบน Cloud สามารถใช้งาน Azure SQL ได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงถือเป็นการเบิกทางในการทำ Hybrid-cloud อีกด้วย นอกจากนี้ในเวอร์ชันใหม่ยังมีอินเทอร์เฟสของการจัดการมาให้ด้วยซึ่งทำให้การดูสถานะการ Deploy และเข้าใจภาพทำได้ง่ายขึ้น (ดูภาพด้านบน) เช่น ผู้ใช้มีการผสมผสานระหว่างการใช้งาน On-premise กับ Cloud ทั้งแพลตฟอร์ม Windows, Linux หรือ Mac อย่างไรก็ตามสำหรับผู้สนใจที่เคยมีประสบการณ์เดิมต้องพึงระวังเอาไว้เพราะว่าหน้าตาการใช้งานเปลี่ยนจึงต้องวางแผนเรื่องการเรียนรู้ใหม่ด้วย

สำหรับผู้ใช้งาน TFS 2012 ขึ้นไปสามารถอัปเกรตเป็น DevOps Server ได้โดยตรงแต่รุ่นก่อนหน้าถึง 2010 ต้องมีการปฏิบัติขั้นตอนบางอย่างก่อนที่นี่ สำหรับผู้สนใจอยากทดลองหรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปที่ Azure DevOps Server ได้ทันทีเลย

ที่มาและเครดิตรูปภาพ : https://azure.microsoft.com/en-us/blog/introducing-azure-devops-server-2019-rc1/

from:https://www.techtalkthai.com/azure-debuts-devops-server-2019-rc1/

Google เปิดตัว reCAPTCHA v3 ปกป้อง Website จาก Bot ได้ด้วยวิธีการใหม่ๆ

Google ได้ออกมาประกาศเปิดตัว reCAPTCHA v3 พร้อมนำเสนอแนวทางการปกป้อง Website จาก Bot ด้วยวิธีการใหม่ๆ ดังนี้

 

Credit: Google

 

  • ใช้แนวคิดที่ชื่อว่า Action ซึ่งเป็น Tag ที่เจ้าของ Website สามารถระบุขั้นตอนต่างๆ ใน User Journey แล้วจึงใช้ reCAPTCHA ทำการวิเคราะห์ Risk Analysis เพิ่มเติม โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องกรอกแบบฟอร์มหรือตอบคำถามใดๆ
  • Google แนะนำให้เจ้าของ Website ทำการติดตั้ง reCAPTCHA v3 เอาไว้ในหลายๆ หน้า เพื่อให้สามารถตรวจจับและวิเคราะห์การโจมตีของผู้โจมตีได้แม่นยำขึ้น
  • หน้า Console ของ reCAPTCHA จะมีการแสดง 10 Action สูงสุดที่เกิดขึ้นบน Website ทำให้ระบุได้ชัดเจนว่าหน้าใดมีแนวโน้มที่จะถูกโจมตีบ้าง
  • reCAPTCHA v3 นี้ใช้ระบบ Score เพื่อระบุความน่าสงสัยของผู้ใช้งานแต่ละคน และเปิดให้เจ้าของ Website กำหนดได้เองว่า Threshold ในการอนุญาตให้ใช้งานต่อไปได้หรือต้องทำการ Verify ตัวเองนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อใดด้วยวิธีการไหน เช่น อาจบังคับให้ใช้ Two-Factor Authentication หรือยืนยันตัวตนผ่านทางเบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น
  • เจ้าของ Website สามารถผสมคะแนนจาก reCAPTCHA เข้ากับปัจจัยต่างๆ ที่มีอยู่ใน Website ของตนเองได้ เช่น User Profile หรือ Transaction History
  • คะแนนใน reCAPTCHA v3 นี้สามารถนำไปส่งต่อให้ Machine Learning ทำการเรียนรู้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการทำงานได้

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://developers.google.com/recaptcha/docs/v3

 

ที่มา: https://security.googleblog.com/2018/10/introducing-recaptcha-v3-new-way-to.html

from:https://www.techtalkthai.com/google-announces-recaptcha-v3/

Microsoft เปิดตัว Robot Operating System บน Windows 10 รุกตลาด OS สำหรับหุ่นยนต์และเครื่องจักร

ในงาน ROSCon 2018 ที่ผ่านมา ทาง Microsoft ได้ออกมาเปิดตัวระบบปฏิบัติการสำหรับหุ่นยนต์โดยเฉพาะที่มีชื่อว่า Robot Operating System ที่ทำงานอยู่บน Microsoft Windows 10 อีกทีหนึ่ง เพื่อให้การพัฒนา Software สำหรับใช้งานในหุ่นยนต์และเครื่องจักรเป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

 

Credit: Robot Operating System

 

ROS นี้คือชุดของ Library และเครื่องมือต่างๆ ที่จะช่วยให้การพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีความซับซ้อนสูงเป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น และปัจจุบันได้ถูกใช้งานอยู่ภายในโครงการด้านหุ่นยนต์และเครื่องจักรจำนวนมากอยู่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ ROS เองก็สนับสนุนการทำงานได้อยู่แล้วบน Linux แต่ Microsoft เองที่ต้องการก้าวเข้าสู่ตลาดระบบปฏิบัติการสำหรับหุ่นยนต์ด้วยก็ได้ทำการพัฒนา ROS ต่อยอดเพื่อให้ทำงานบน Windows 10 ได้นั่นเอง

ROS รุ่นนี้ยังคงเป็นรุ่นทดสอบเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมา Microsoft เองก็ได้ทำงานร่วมกับ Open Robotics และ ROS Industrial Consortium ในการนำ ROS มาทำงานบน Windows ในครั้งนี้ ซึ่งทาง Microsoft เองก็จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีนี้อย่างต่อเนื่องพร้อมกับจัดทำเอกสารคู่มือและโซลูชันต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปศึกษาต่อยอดได้โดยง่าย รวมถึงนักพัฒนา Software เองก็สามารถใช้ Visual Studio, บริการ Cloud และความสามารถทางด้าน AI ของ Microsoft เพื่อพัฒนาโซลูชันทางด้านหุ่นยนต์และเครื่องจักรได้แบบครบวงจร

ปัจจุบัน ROS นี้รองรับการทำงานบน Windows 10 Desktop 64-bit และ Windows 10 IoT Enterprise แล้ว โดยจะต้องมีพื้นที่ความจุ 10GB เป็นอย่างน้อย ส่วนเครื่องมือที่จำเป็นนั้นก็คือ Microsoft Visual Studio 2017 โดยมีวิธีการติดตั้งเบื้องต้นอยู่ที่ https://ros-win.visualstudio.com/_git/ros-win?path=%2Fdoc%2FSetup.md ครับ

สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถศึกษาได้ที่ https://ros-win.visualstudio.com/ros-win ครับ

 

ที่มา: https://spectrum.ieee.org/automaton/robotics/robotics-software/microsoft-announces-experimental-release-of-ros-for-windows-10

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-launches-experimental-robot-operating-system-on-windows-10/