คลังเก็บป้ายกำกับ: DEVELOPER_TOOLS

IBM เปิด Open Source ให้ Razee ระบบ Multi-Cluster Continuous Delivery Tool สำหรับ Kubernetes

IBM ได้ออกมาประกาศเปิด Open Source ให้กับโครงการ Razee ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบ Multi-Cluster Continuous Delivery Tool สำหรับ Kubernetes ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากระบบที่ใช้งานในระดับ Production บน IBM Cloud มาเป็นเวลากว่า 2 ปี

Credit: Razee

ที่ผ่านมานั้น IBM ได้มีการเปิดบริการ Managed Services สำหรับดูแลระบบที่เป็น Container ให้กับลูกค้าธุรกิจองค์กรเป็นจำนวนมาก และพบว่าปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อองค์กรหนึ่งต้องมี Cluster จำนวนมหาศาลในการรองรับ Application ที่ใช้ในธุรกิจ และแต่ละ Cluster ก็มีพฤติกรรมเฉพาะตัว ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปได้อย่างยากลำบาก

Razee นี้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างครอบคลุมทั้งการตรวจสอบการทำงาน, การบริหารจัดการ และการ Scale ระบบ Kubernetes Cluster ได้อย่างครบวงจร โดยมีส่วนประกอบหลักๆ 2 ส่วน ได้แก่ RazeeDash ที่เป็นระบบ Dashboard สำหรับติดตามการทำงานของระบบ Cluster ทั้งหมดได้จากศูนย์กลาง และมีข้อมูล Inventory ทั้งหมดอย่างครบถ้วน และอีกส่วนก็คือ Kapitan สำหรับทำหน้าที่ในการจัดการ Update แต่ละ Cluster ให้โดยอัตโนมัติ

สาเหตุที่ IBM ออกมาเปิด Open Source ให้โครงการนี้ ก็เป็นเพราะวิสัยทัศน์ของ IBM นั้นคือ IBM ต้องการร่วมผลักดันให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สนับสนุนการทำงานของภาคธุรกิจองค์กรทั่วโลกให้เติบโตยิ่งขึ้น และเปิดให้เทคโนโลยีภายใน IBM Cloud นั้นเป็นเทคโนโลยีเปิดมากที่สุด โดยก่อนหน้านี้ IBM เองก็เคยเปิด Open Source ให้กับโครงการ Amalgamate และได้ร่วมงานกับทีมวิศวกรจาก Lyft และ Google จนท้ายที่สุดแล้วก็ได้เกิดเป็นโครงการ Istio ขึ้นมาอย่างในปัจจุบัน

ผู้ที่สนใจ Razee สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของโครงการได้ที่ https://razee.io/

ที่มา: https://www.ibm.com/cloud/blog/announcing-razee , https://www.datacenterknowledge.com/ibm/what-razee-and-why-ibm-open-sourced-it

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-provides-open-source-for-razee-multi-cluster-continuous-delivery-tool-for-kubernetes/

โฆษณา

VMware เข้าซื้อกิจการ Bitnami ผู้พัฒนา Application Packaging Solution

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา VMware ได้ประกาศการเข้าซื้อกิจการของ Bitnami ผู้พัฒนา Application Packaging Solution ที่มีบริการ Catalog ขนาดใหญ่ที่สุดที่พร้อมจะให้ผู้ใช้งานทำการติดตั้งไปใช้งานได้ผ่านการคลิกง่ายๆ เพียงไม่กี่ครั้ง โดยรองรับการทำงานร่วมกับบริการ Cloud ชั้นนำอย่างหลากหลายและ Kubernetes ได้

Credit: VMware

โซลูชันของ Bitnami นี้จะทำให้ธุรกิจต่างๆ สามารถติดตั้งใช้งาน Application บน Cloud ได้อย่างง่ายดายด้วย Application Package รุ่นล่าสุดที่ผ่านการตรวจสอบจนมั่นใจในความปลอดภัยได้แล้ว โดย Application หลายรายการบน Bitnami นี้ก็คือระบบ Open Source ที่ถูกใช้งานกันอย่างกว้างขวาง อีกทั้ง Bitnami เองก็ยังมีชุมชนนักพัฒนาที่แข็งแกร่งใช้งานเพื่อสร้าง Application จำนวนนับล้านรายการอยู่แล้ว

VMware ระบุว่าการเข้าซื้อกิจการของ Bitnami นี้จะทำให้ภาพของโซลูชันด้าน Multi-Cloud มีความครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดย Bitnami จะทำให้ลูกค้าของ VMware สามารถติดตั้งใช้งาน Application บน Cloud ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็น Public Cloud หรือ Hybrid Cloud ก็ตาม และยังรองรับการติดตั้งใช้งาน Application เหล่านั้นได้ทั้งในรูปแบบของ Virtual Machine (VM), Container และ Kubernetes Helm Charts ด้วย

นอกจากการทำให้ฝ่าย IT ของธุรกิจองค์กรทำงานได้ง่ายขึ้นแล้ว เป้าหมายของ VMware ในการเข้าซื้อกิจการของ Bitnami ยังกว้างยิ่งขึ้นไปอีก โดย Bitnami นั้นจะกลายเป็นสะพานเชื่อมให้ VMware มี ISV หรือ Independent Software Vendor เข้ามาอยู่ภายใต้ Ecosystem ด้าน Cloud ของ VMware กันมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้เหล่า Cloud Service Provider ของ VMware นั้นสามารถนำเสนอบริการใหม่ๆ เพิ่มเติมให้กับลูกค้าของตนเองด้วย

ก็ถือว่าเป็นอีกก้าวที่น่าติดตามทีเดียว กับความพยายามในการขยายฐาน Portfolio ด้าน Application ของ VMware ในครั้งนี้

 

ช่องทางการเข้าร่วม VMUG Thailand

สำหรับช่องทางการเข้าร่วมชุมชน VMUG Thailand หรือติดตามข่าวสาร มีดังนี้นะครับ

ทั้งนี้อนาคตอาจมีการเปิดช่องทางใหม่ๆ เพิ่มอีก ก็จะมีการอัปเดตให้ทราบกันเป็นระยะครับ

 

จะช่วยสร้างชุมชน VMUG Thailand ด้วยกันอย่างไรบ้าง?

สำหรับผู้ใช้งาน VMware ที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือชุมชน VMUG Thailand นั้น มีช่องทางด้วยกันหลายทาง ดังนี้

  • ร่วมแบ่งปันความรู้กับสมาชิกในชุมชน VMUG Thailand โดยติดต่อกับทางทีมงาน VMUG Thailand เพื่อเป็นอาสาสมัครได้ทันทีที่ Wuttikorn Limpitak <wuttikorn@unixdev.co.th>
  • ร่วมพูดคุยสอบถามและตอบปัญหาต่างๆ ได้ที่ Facebook Group https://www.facebook.com/groups/1502318113117280/
  • ติดตามเข้าร่วมงาน Meetup และงาน Webinar

ที่มา: https://cloud.vmware.com/community/2019/05/15/vmware-to-acquire-bitnami/

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-acquires-bitnami/

Intel ออก Clear Linux เวอร์ชันสำหรับนักพัฒนา

Clear Linux คือหนึ่งใน Rolling Release Linux Distro (ลงที่เดียวอัปเดตเรื่อยๆ ได้ของใหม่เสมอ) จาก Intel ซึ่งวันนี้ทางบริษัทผลิตชิปยักษ์ใหญ่ได้ปรับปรุงให้เพิ่มเครื่องมือที่จำเป็นต่อการพัฒนาโปรแกรมเข้ามา เช่น C-basic, Containers-basic และซอฟต์แวร์แสต็กสำหรับ Deep Learning และ Data Analytics เป็นต้น

credit : clearlinux.org

Clear Linux เวอร์ชันสำหรับนักพัฒนานั้นจะมาพร้อมกับเครื่องมือจำเป็นหลายอย่างดังนี้

  • C-Basic – เป็นคำสั่งติดตั้งเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาภาษา C
  • Containers-basic – คำสั่งติดตั้งเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้งาน Containers
  • FUSE – Filesystem in Userspace หรือระบบสำหรับทำการ Debug โปรแกรม
  • GCC9 – GNU Compiler เวอร์ชันสเถียรซึ่งทาง Intel เตรียมปรับสู่เวอร์ชัน 10 ในเร็วๆ นี้หากถูกปล่อยออกมา
  • AVX-512 , AVX2 – มีเครื่องมือสนับสนุนการใช้งาน instruction ใหม่จาก Intel สำหรับงานด้านที่ต้องการประมวลผลสูง เช่น AI หรือ วิทยาศาสตร์ และอื่นๆ
  • Deep Learning Stack – รวบรวมเอาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอสต์จำเป็นสำหรับทำงานด้าน Deep Learning เช่น DL Boost 
  • Data Analytics Stack –  รวบรวมเอาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอสต์จำเป็นสำหรับทำงานด้าน Data Analytics
  • Stateless Design Concept – ช่วยลดปัญหาการขัดแย้งระหว่าง OS, User และการตั้งค่าระบบได้ด้วยการติดตามความแตกต่างของการตั้งค่าในแต่ละจุด
  • Security – เปิดให้นักพัฒนาช่วยกัน Contribute โค้ดและทำงานร่วมกับทีมงานโปรเจ็คด้านความมั่นคงปลอดภัยอื่นๆ

กล่าวคือ Linux Distro ตัวนี้มีของจำเป็นที่อำนวยความสะดวกอย่างมากกับนักพัฒนาบน x86 โดยเฉพาะกับ Intel เอง

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/intel-rolls-out-clear-linux-developer-edition/

from:https://www.techtalkthai.com/intel-introduces-clear-linux-developer-edition/

Microsoft เปิดให้ทดสอบ Visual Studio App Center Auth

เมื่อสัปดาห์ก่อน Microsoft ได้เปิดให้ทดสอบ Visual Studio App Center Auth ที่ทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างกระบวนการทำ Authentication ภายในแอปพลิเคชันของตนได้

credit : devblogs.microsoft.com

สำหรับ Visual Studio App Center นั้นคือโซลูชันที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถบริการจัดการการสร้างแอปพลิเคชันบน Android, iOS, macOS และ Windows ได้ตั้งแต่การ Build, Test, Deploy และ Monitor ซึ่งก่อนหน้านี้รู้จักกันในชื่อ ‘Mobile Center’ 

ความสามารถใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาอย่าง Auth ได้อาศัย Azure AD B2C (บริการ Azure AD ระดับ Business to customer ที่ทำให้ใช้บัญชี Social Media ลงทะเบียนได้) เพื่อตอบโจทย์การ Scale รวมถึงยังได้ใช้ Microsoft Identity Platform 2.0 ที่เพิ่งประกาศออกมาเพื่อแทน Azure AD Directory 1.0 ด้วย โดย Auth จะใช้ Microsoft Authentication Library (MSAL) หรือโอเพ่นซอร์สที่รองรับเรื่อง Single Sign-on และ Passwordless Authentication ซึ่ง MSAL ได้เข้ามาแทน Azure AD Library (ADAL) ดูรูปประกอบได้ตามด้านบน

อย่างไรก็ตามผู้ต้องการใช้งาน Visual Studio App Center Auth ต้องมี Azure Subscription และใช้งาน Azure AD B2C ด้วย โดยขั้นตอนตั้งค่ามี Wizard ช่วยง่ายๆ เพียง 5 ขั้นเท่านั้น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

ที่มา :  https://redmondmag.com/articles/2019/05/13/visual-studio-app-center-auth.aspx

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-releases-preview-for-visual-studio-app-center-auth/

Microsoft เปิดตัว Windows Terminal สำหรับใช้ Command Line อย่างสวยงาม พร้อมเปิดเป็น Open Source ด้วย

Microsoft ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Windows Terminal สำหรับการใช้งาน Command Line และ Shell ได้อย่างสวยงามบน Windows 10 แล้ว โดยจะรองรับทั้ง Command Prompt, PowerShell, SSH และ WSL พร้อมทั้งยังประกาศเปิดเป็น Open Source ร่วมกับ Windows Console อีกด้วย

Credit: Microsoft

Windows Terminal นี้จะเปิดให้ผู้ใช้งานโหลดไปติดตั้งได้ผ่านทาง Microsoft Store แบบฟรีๆ และมีอัปเดตใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจทั้งการรองรับการใช้งานได้หลาย Tab พร้อมกัน, การเลือกใช้ Font ในเครื่องได้, การแสดงผลอย่างสวยงามพร้อมมีไอคอนให้ใช้, รองรับการปรับแต่งการใช้งานได้ตามต้องการ, กำหนด Profile ไว้เชื่อมต่อระบบต่างๆ ได้ง่ายๆ และอื่นๆ อีกมากมาย

Windows Terminal นี้ถูกเปิดเป็น Open Source พร้อมๆ กับ Windows Console ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับเชื่อมต่อระบบเก่าๆ ด้วย โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลได้ที่ https://github.com/Microsoft/Terminal

ทาง Microsoft จะเริ่มเปิดให้โหลด Windows Terminal แบบ Preview ได้ภายในปี 2019 นี้ ก่อนจะตามมาด้วยการเปิดตัว Windows Terminal 1.0 อย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา: https://devblogs.microsoft.com/commandline/introducing-windows-terminal/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-windows-terminal-is-announced/

Google เสริมความสามารถใหม่ให้ ML Kit – Language Identification และ Smart Reply

ทีมพัฒนา Android ได้ออกมาเผยความสามารถใหม่ของ ML Kit เพื่อช่วยให้การพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ของ Application เป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ได้แก่ Language Identification และ Smart Reply

Credit: Google

2 ความสามารถนี้ถือว่าแตกต่างจากความสามารถที่มีอยู่เดิมใน ML Kit ค่อนข้างมาก เพราะความสามารถเดิมของ ML Kit นั้นมักจะมุ่งเน้นไปที่การประมวลผลภาพและวิดีโอเป็นหลัก ในขณะที่ 2 ความสามารถนี้จะเป็นความสามารถทางด้าน Natural Language Processing หรือ NLP โดยจะสามารถใช้งานได้ผ่าน ML Kit SDK รุ่นล่าสุดบน iOS 9.0 เป็นต้นไป และ Android รุ่น 4.1 เป็นต้นไป

สำหรับการทำ Language Identification นี้จะทำให้นักพัฒนารู้ว่าข้อความหนึ่งๆ พิมพ์มาเป็นภาษาอะไร เพื่อช่วยให้ทำการวิเคราะห์ข้อความนั้นๆ ได้อย่างแม่นยำ และตอบสนองด้วยภาษาที่ถูกต้องกลับไปได้ โดยปัจจุบัน ML Kit รองรับการจำแนกได้มากถึง 110 ภาษา รวมภาษาไทยด้วย ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://firebase.google.com/docs/ml-kit/identify-languages

ส่วน Smart Reply นั้จะเป็นความสามารถสำหรับใช้ใน Messaging App โดยเฉพาะ ซึ่ง ML Kit จะทำการสร้างข้อความโต้ตอบอัตโนมัติกลุ่มหนึ่งตามคำถามของอีกฝ่ายย้อนหลังไป 10 ประโยคล่าสุด ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกนำไปตอบได้อย่างรวดเร็ว ความสามารถนี้สามารถประมวลผลได้บนตัวอุปกรณ์โดยตรง ไม่ต้องส่งข้อความไปวิเคราะห์บน Server แต่อย่างใด ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://firebase.google.com/docs/ml-kit/generate-smart-replies

ที่มา: https://android-developers.googleblog.com/2019/04/ml-kit-expands-into-nlp-with-language.html

from:https://www.techtalkthai.com/google-adds-language-identification-and-smart-reply-to-ml-kit/

Microsoft ออก Visual Studio Code snap สำหรับลีนุกซ์แล้ว

Microsoft ได้ออก Visual Studio Code หรือเครื่องมือสำหรับการพัฒนาโค้ดเป็นเวอร์ชัน snap ซึ่งสามารถนำไปใช้งานกับลีนุกซ์ได้หลากหลายกว่า 40 Distribution

credit : betanews

ไอเดียก็คือเดิมทีผู้ใช้งานลีนุกซ์ต้องเผชิญกับปัญหาการติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่ได้ออกแบบมาให้ทำงานกับ Distribution ต่างๆ ของลีนุกซ์ด้วยเหตุนี้เอง Canonical ให้กำเนิดการแก้ปัญหาเหล่านั้นด้วย ‘Cointainerized Package’ ที่ชื่อว่า Snap (ฟังดูเหมือนคอนเซปต์ Docker แต่มีความแตกต่างกันอยู่บ้างอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

โดยล่าสุดทาง Microsoft ก็ได้รุกตลาดผู้ใช้งานลีนุกซ์ด้วยการปล่อย Visual Studio Code ในรูปแบบของ Snap ซึ่งทาง João Moreno, นักพัฒนาซอฟต์แวร์จาก Microsoft กล่าวว่า “ฟังก์ชันอัปเดตอัตโนมัติของ snap เป็นประโยชน์มากๆ เลย อีกทั้งเราเชื่อว่า snap จะเติบโตและถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว” ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด VSC snap กันได้ที่นี่

ที่มา : https://betanews.com/2019/04/04/visual-studio-code-snap-linux/ และ  https://blog.ubuntu.com/2019/04/04/visual-studio-code-launches-as-a-snap

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-visual-studio-code-snap-version/