คลังเก็บป้ายกำกับ: DELL_TECHNOLOGIES

เจาะลึก Dell EMC PowerStore ระบบ Enterprise Storage ความสามารถรอบด้าน ตอบโจทย์หลากหลายรูปแบบ

การเลือกระบบ Enterprise Storage ที่ดีในทุกวันนี้ ก็คงหนีไม่พ้นการเลือกระบบที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถตอบสนองทุกๆข้อมูลและแอปพลิเคชั่นในยุคดิจิตัล รองรับการขยายโดยไม่มีผลกระทบ, มีฟังก์ชั่นครบครันช่วยให้คุ้มค่า เพิ่มประสิทธิภาพ และสามารถดูแลรักษาได้ง่าย

Dell EMC ในฐานะของผู้นำนวัตกรรมทางด้านระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับธุรกิจองค์กร ได้มองไกลยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการออกแบบระบบ Dell EMC PowerStore ให้มีความยืดหยุ่น สามารถใช้งานได้เป็นทั้ง Unified Storage หรือ HCI พร้อมใส่ความสามารถมากมายเข้ามาอย่างครบถ้วน เพื่อให้ธุรกิจองค์กรนำไปประยุกต์ใช้งานได้ตามต้องการ เป็นระบบ Storage ที่ตอบโจทย์ได้อย่างหลากหลาย

ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Dell EMC PowerStore กันแบบเจาะลึกครับ

Dell EMC PowerStore: All Flash Data Storage ความเร็วสูงในแบบ Software-Defined

Credit: Dell Technologies

Dell EMC PowerStore นี้ถูกออกแบบขึ้นมาในฐานะของ Midrange Storage แต่ก็เต็มไปด้วยความสามารถในระดับ Enterprise ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากกับ Business Application สำคัญๆ ใช้ได้ดีเยี่ยมกับการจัดเก็บข้อมูลที่หลากหลาย มีปริมาณมากๆ ประสิทธิภาพเป็นเลิศสำหรับงาน Analytics, IoT, OLTP และงานพัฒนา AI ต่างๆ

จุดเด่นของ Dell EMC PowerStore ที่เหนือกว่าระบบ Storage รุ่นก่อนหน้าของ Dell EMC นั้นก็คือการรวมข้อดีของ Storage หลายๆ รุ่นเอาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบ All Flash ทั้งในระดับของ Hardware และ Software เหมือน XtremIO, การเพิ่มขยายและบริหารจัดการได้ง่ายเหมือน SC Series ไปจนถึงการรองรับ Workload ได้หลากหลายเหมือน Unity XT และยังเพิ่มทางเลือกในการใช้งานระบบให้เป็นแบบ HCI ได้ กรณีนี้ทำให้องค์กรสามารถลด Storage Footprint ลงไปได้อย่างมหาศาลในการลงทุนระบบ Storage เป็น Dell EMC PowerStore

นอกจากนี้โซลูชันต่อไปนี้สามารถนำไปตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งยังสามารถตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทางได้เป็นอย่างดี เช่น

  • การสร้าง Metro Cluster ด้วยการใช้ Dell EMC PowerStore Metro Node ทำให้สามารถออกแบบระบบ Metro Active/Active Cluster ได้อย่างง่ายดาย
  • การสร้าง Big Data Cluster ด้วย Microsoft SQL Server 2019 บน Dell EMC PowerStore ทำให้สามารถเชื่อมต่อใช้งานข้อมูลได้หลากหลายช่องทาง และเพิ่มขยายได้อย่างง่ายดาย
  • การสร้าง Hybrid / Multi-Cloud Data Center ด้วยการทำงานร่วมกับ VMware VCF เพื่อให้ Data Center มีความยืดหยุ่นสูงสุด
Credit: Dell Technologies

ความสามารถโดดเด่น ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดที่น่าสนใจของ Dell EMC PowerStore มีดังต่อไปนี้

ประสิทธิภาพสูงด้วย NVMe, SCM และหน่วยประมวลผล Intel® Xeon® Scalable Processors

Dell EMC PowerStore สามารถทำงานในรูปแบบ End-to-End NVMe ทำให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มเปี่ยมในการเข้าถึงข้อมูล NVMe SSD และสามารถเลือกใช้ Dual-Port Intel Optane Storage Class Memory ในการเพิ่มความเร็วขั้นกว่าถึงระดับสูงสุด ทำให้ performanceดีกว่าเดิม โดยมี IOPS ที่สูงขึ้นถึง 7 เท่า และมี Latency ลดลงถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับระบบ Storage รุ่นก่อนหน้า

นอกจากนี้ด้วยหน่วยประมวผล Intel Xeon Scalable Processor ช่วยให้ Dell EMC PowerStore มีขีดความสามารถที่ดีขึ้น ในการรองรับฟังกชั่นงานได้หลากหลาย สามารถอัปเกรดเพิ่มเติมความสามารถใหม่ๆ ในอนาคตได้ และยังทำให้ระบบมีพลังประมวลผลที่สูงพอ สำหรับให้บริการ Hypervisor และใช้งาน Container หรือ VM ได้โดยตรงอีกด้วย

เพิ่มขยายได้อย่างอิสระทั้งแบบ Scale Up และ Scale Out รวมถึงยังทำ Metro Cluster แบบ Active/Active ได้

ในแง่ของการเพิ่มขยายระบบนั้น Dell EMC PowerStore ก็มีทางเลือกให้ทั้งการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในแบบ Scale Up บนอุปกรณ์ชุดเดิมที่มีอยู่ได้สูงสุดถึง 1PB Raw Capacity / 2.8PB Effective Capacity หรือจะเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลไปพร้อมๆ กันในแบบ Scale Out ได้สูงสุดถึง 4 appliance รวม 8 โหนดต่อ cluster ซึ่งแต่ละคู่ของโหนดในแต่ละ appliance ทำงานแบบ Active/Active

สำหรับธุรกิจที่ต้องการระบบเพื่อรองรับระบบงานสำคัญขององค์กรอย่างเช่น Mission Critical Application หรือสถาบันการเงิน Dell EMC PowerStore ก็มีออปชันสำหรับ PowerStore Metro Node ที่จะเป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อเชื่อม Dell EMC PowerStore ที่อยู่ใน Data Center คนละแห่งและห่างไกลกัน ให้สามารถทำงานร่วมกันแบบ Active/Active ที่สามารถทำการเขียนและอ่านข้อมูลได้ทั้งสองฝั่งพร้อมๆ กัน ตอบโจทย์ระบบที่ต้องการ Recovery Point Objective (RPO) และ Recover Time Objectives (RTO) ที่ต่ำที่สุดถึงระดับศูนย์

Credit: Dell Technologies

ประหยัดพื้นที่ด้วย Inline Data Reduction ที่อัตราส่วน 4:1

Dell EMC PowerStore จะมีการเปิดใช้งาน Data Deduplication และ Data Compression เอาไว้อยู่ตลอดเวลา โดยใช้ความสามารถจาก Intel QuickAssist (Hardware Acceleration) สำหรับการลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลลง ทำให้โซลูชันนี้สามารถรับประกันการลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อัตราส่วนถึง 4:1 โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบแต่อย่างใด

จัดการได้ทั้งแบบ Automation และ Autonomous ในหนึ่งเดียว

ในการบริหารจัดการระบบแบบ Automation นั้น Dell EMC PowerStore สามารถรองรับได้ทั้งการผสานระบบทำงานร่วมกับ VMware, การใช้ vRO Plugin, การทำงานร่วมกับ Kubernetes ผ่าน CSI Driver และการใช้ Ansible ในการบริหารจัดการแบบ Infrastructure-as-Code

นอกจากนี้ Dell EMC ยังมีการนำเทคโนโลยี Machine Learning มาช่วยทั้งในส่วนของการตั้งค่าและการทำ Performance Tuning เพื่อลดเวลาที่ผู้ดูแลระบบต้องใช้ในการบริหารจัดการระบบลง อีกทั้งยังมี Dell EMC CloudIQ ที่จะคอยรวบรวมข้อมูลและทำนายแนวโน้มการเกิดปัญหาของระบบ เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทำการป้องกันปัญหาได้ในแบบเชิงรุก ลดการเกิด Downtime ที่ไม่คาดฝันของระบบลงได้

เลือกใช้งานได้ทั้งแบบ Unified All Flash Storage และ HCI

ถือเป็นอีกไฮไลท์เด่นของ Dell EMC PowerStore เลยก็ว่าได้ กับการออกแบบระบบให้มี 2 รุ่น ที่เป็นได้ทั้ง Unified Storage และ HCI ดังนี้

Dell EMC PowerStore T Series: ระบบ Unified All Flash Storage รองรับการเชื่อมต่อเข้าถึงข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ

Dell EMC PowerStore T Series นี้จะทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการ PowerStoreOS ลงไปยัง Hardware โดยตรง ทำให้ระบบทำหน้าที่เป็น Unified Storage ที่สามารถให้บริการ Storage ได้ผ่านทาง Protocol ที่หลากหลาย เช่น iSCSI, NVMe-FC, FC, vVols, SMB และ NFS สำหรับใช้งานเป็น Enterprise Storage หลักขององค์กรได้ทันทีอย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการนำ Hardware ทั้งหมดของระบบมาให้บริการ Storage นั่นเอง

Dell EMC PowerStore X Series: ระบบ All Flash HCI ที่รองรับทั้ง Container และ Virtual Machine ด้วย VMware

Dell EMC PowerStore X Series นี้จะไม่ได้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ PowerStoreOS ลงไปโดยตรง แต่จะมีการติดตั้ง VMware ESXi ลงไปก่อนเพื่อทำหน้าที่เป็น Hypervisor แล้วจึงค่อยติดตั้ง PowerStoreOS ลงไปบน Hypervisor ดังกล่าวอีกทีหนึ่ง เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถแบ่งสรรทรัพยากรบน Dell EMC PowerStore X เพื่อไปรัน VM ในขณะที่ยังคงให้บริการ Block Storage ตามปกติได้อีกด้วย ซึ่งความสามารถดังกล่าวนี้ถูกเรียกว่า AppsON

ทั้งสองรุ่นนี้ทำให้แต่ละองค์กรสามารถเลือกกลยุทธ์ในการลงทุนระบบ Enterprise Storage ที่เหมาะสมกับตนเองได้ ซึ่งความเป็นไปได้เหล่านี้เกิดจากการที่สถาปัตยกรรมระบบของ Dell EMC PowerStore นี้เป็นแบบ Software-Defined อย่างเต็มตัวด้วยการออกแบบแบบ Microservices ทำให้สามารถนำไปติดตั้งใช้งานได้ทั้งบน Hardware และ Hypervisor นั่นเอง

 

Credit: Dell Technologies

ด้วยการเลือกใช้ Hardware ประสิทธิภาพสูงอย่าง Intel® Xeon® Scalable Processors 2-4 ชุด ควบคู่ไปกับหน่วยความจำปริมาณมากตั้งแต่ 384GB – 2.56TB นี้ก็ทำให้ Dell EMC PowerStore มีทรัพยากรที่เหลือเฟือ สามารถแบ่งบางส่วนมาให้ Hypervisor ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตอบโจทย์ Hybrid Multi-Cloud ได้ในตัว

ด้วยระบบที่มีสถาปัตยกรรมเดียวแต่สามารถเป็นได้ทั้ง Unified Storage และ HCI นี้ ทำให้ Dell EMC PowerStore สามารถถูกนำไปใช้งานได้หลากหลายทั้งภายใน Data Center และ Edge รวมถึงยังมีบริการ Dell EMC Cloud Storage Services สามารถเชื่อมโยงข้อมูลขึ้นไปยังบริการ Cloud ชั้นนำที่ต้องการได้ ทำให้การออกแบบระบบ Hybrid / Multi-Cloud นั้นสามารถทำได้อย่างยืดหยุ่น

อัปเกรดและเพิ่มขยายได้อย่างยืดหยุ่น คุ้มค่าในระยะยาว

คุณสมบัติในการเป็น Software-Defined ของ Dell EMC PowerStore นี้ ทำให้การอัปเดตระบบทั้งหมดสามารถเกิดขึ้นได้ในระดับ Software ซึ่งล่าสุดในการเปิดตัว PowerStoreOS 2.0 ก็ทำให้ระบบเดิมที่มีอยู่นั้นมีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 25% ทำให้องค์กรไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติม แต่ได้ระบบที่มีประสิทธิภาพและความสามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

ในแง่ของการเพิ่มขยายระบบ Dell EMC มีโครงการ Anytime Upgrade สามารถอัปเกรดได้ทั้ง Controller เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ หรือจะเพิ่มขยายแบบ Scale Out ในราคาพิเศษก็ได้ อีกทั้งยังมี Dell Technologies On Demand ที่ทำให้การลงทุนนั้นมีความยืดหยุ่น เลือกลงทุนได้ทั้งในแบบ as you grow, as you use หรือ as a service ให้ตอบโจทย์ต่อ CFO

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dell EMC PowerStore ได้ที่ https://www.delltechnologies.com/en-th/storage/powerstore-storage-appliance.htm

สนใจติดต่อ Dell Technologies ได้ทันที

ผู้ที่สนใจบริการ Dell EMC PowerStore หรือโซลูชันด้านระบบ Storage และ Backup สามารถติดต่อทีมงาน Dell Technologies ได้ทันทีที่อีเมล DellTechnologies@kkudos.com หรือโทร 090-949-0823 (วศิน)

from:https://www.techtalkthai.com/deep-dive-dell-emc-powerstore-enterprise-software-defined-storage/

[Guest Post] เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดผลศึกษา ชี้องค์กรส่วนใหญ่ไม่มั่นใจว่าจะฟื้นฟูจากการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ได้

เดลล์ ขยายฐานความเป็นผู้นำด้านการปกป้องข้อมูล และสายผลิตภัณฑ์ด้านโซลูชันที่ให้ความยืดหยุ่นในการรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์ ด้วยซอฟต์แวร์และบริการใหม่

  • ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าองค์กรทั่วโลก กำลังต้องบริหารจัดการข้อมูลในปริมาณที่เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าจาก 5 ปีที่ผ่านมา
  • ผู้มีอำนาจตัดสินใจจำนวน 82 เปอร์เซ็นต์ ในทั่วโลก และ 82 เปอร์เซ็นต์ในเอเชียแปซิฟิก กำลังกังวลใจว่าโซลูชันปกป้องข้อมูลที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ไม่สามารถรับมือกับความท้าทายด้านธุรกิจในอนาคตได้
  • องค์กร 62 เปอร์เซ็นต์จากทั่วโลก และ 68 เปอร์เซ็นต์ในเอเชียแปซิฟิกกลัวว่ามาตรการด้านการปกป้องข้อมูลในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอต่อการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ ในขณะที่อีก 74 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก และ 72 เปอร์เซ็นต์ในเอเชียแปซิฟิก เห็นพ้องกันว่าองค์กรต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการสูญเสียข้อมูลมากขึ้น เนื่องจากพนักงานทำงานจากบ้านกันมากขึ้น
  • Dell EMC PowerProtect Data Manager พร้อมด้วย Transparent Snapshots มอบแนวทางที่โดดเด่น ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น ในการปกป้องเวอร์ชวล แมชชีนของ VMware ได้ครอบคลุมโดยยังคงรักษาประสิทธิภาพได้อย่างสมบูรณ์
  • อุปกรณ์ Dell EMC PowerProtect พร้อม Smart Scale สามารถลดค่าใช้จ่าย และให้การบริหารจัดการที่เรียบง่ายสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีข้อมูลขนาดใหญ่
  • ผลสำรวจจากดัชนีด้านการปกป้องข้อมูลทั่วโลก ของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ประจำปี 2021 (2021 Global Data Protection Index หรือ GDPI) เผยว่าองค์กรธุรกิจต่างกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการปกป้องข้อมูลหลายประการที่เกิดจากการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์อย่างต่อเนื่อง และการใช้เทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างแอปพลิเคชันที่ทำงานบนคลาวด์ รวมถึง Kubernetes Containers และ AI

    สอดคล้องตามผลสำรวจล่าสุดจาก IDC ที่ว่ามีองค์กรจำนวนหนึ่งในสามทั่วโลกเคยมีประสบการณ์จากการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์หรือช่วงโหว่ ที่ปิดกั้นการเข้าถึงระบบงานหรือข้อมูลภายในช่วง 12 เดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งในการรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และดูเหมือนเป็นปัญหาที่ยากจะหลีกเลี่ยง เดลล์ เทคโนโลยีส์ จึงได้มีการแนะนำซอฟต์แวร์ และบริการใหม่เพื่อเร่งสร้างความพร้อมด้านการใช้งานข้อมูลสำรองบนเวอร์ชวลแมชชีน หรือ VM และช่วยให้บริหารจัดการชุดข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างเรียบง่ายไม่ซับซ้อน อีกทั้งยังช่วยรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ อีกทั้งช่วยลดการดำเนินการด้านการกู้คืนทางไซเบอร์ในทุกวันได้

    “ผลการศึกษา Dell Technologies 2021 GDPI ระบุว่าสองในสามของผู้ตอบสำรวจจากเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นมีความกังวลว่ามาตรการด้านการปกป้องข้อมูลขององค์กรเท่าที่มีอยู่อาจจะไม่เพียงพอต่อการรับมือกับภัยคุกคามจากมัลแวร์และแรนซัมแวร์” นพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “ในยุคที่มีภัยคุกคามไซเบอร์เกิดมากขึ้น เราเข้าใจดีว่ามีเดิมพันที่สูงขึ้น และความซับซ้อนก็เพิ่มมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา โดยเราได้ทำงานร่วมกับลูกค้าทั่วภูมิภาคอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับความท้าทายที่มากขึ้น ด้วยการนำกลยุทธ์ด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภาพรวมพร้อมการปกป้องข้อมูล มาช่วยลดความเสี่ยงและช่วยให้มั่นใจถึงความยืดหยุ่นในการรับมือในกรณีที่เกิดการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ หรือภัยคุกคามทางไซเบอร์อื่นๆ

    ผลการศึกษา GDPI ฉบับใหม่ เผยให้เห็นความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในเรื่องการปกป้องข้อมูล

    การจัดทำสำรวจ Dell Technologies GDPI ประจำปี 2021   กับผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีทั่วโลกนับ 1,000 ราย โดย 250 รายมาจากเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น (ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเกาหลีใต้) แสดงให้เห็นว่าองค์กรมากมายกำลังต้องต่อสู้กับการเติบโตของข้อมูลอย่างต่อเนื่องและความซับซ้อนด้านการปกป้องข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น  ผลการศึกษาพบว่าองค์กรทั่วโลกกำลังบริหารจัดการปริมาณข้อมูลที่เพิ่มจาก 5 ปีก่อนถึงกว่า 10 เท่า จากปริมาณข้อมูล 1.45 เพตะไบต์ ในปี 2016 เพิ่มเป็น 14.6 เพตะไบต์ในปี 2021 นอกจากนี้ ผู้ตอบการสำรวจ 82 เปอร์เซ็นต์ ในทั่วโลก และ 72 เปอร์เซ็นต์ในเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น มีความกังวลว่าโซลูชันด้านการปกป้องข้อมูลที่มีอยู่ในองค์กรจะไม่สามารถรับมือกับความท้าทายด้านธุรกิจทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้  โดยพบว่าจากความกังวลเหล่านี้ 33 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรทั่วโลก และ 38 เปอร์เซ็นต์ในเอเชียแปซิฟิก ได้มีการรายงานถึงการสูญหายของข้อมูลในปีที่ผ่านมา และ 45 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรทั่วโลก กับ 42 เปอร์เซ็นต์ในเอเชียแปซิฟิก เคยมีประสบการณ์เรื่องการดาวน์ไทม์ของระบบแบบที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า

    ผลการศึกษา GDPI ยังรวมไปถึงประเด็นต่อไปนี้

    • 62 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก และ 68 เปอร์เซ็นต์จากเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น กังวลว่ามาตรการด้านการปกป้องข้อมูลที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอต่อการรับมือกับการโจมตีจากมัลแวร์ และแรนซัมแวร์ ในขณะที่ 74 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก และ 72 เปอร์เซ็นต์จากเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น เห็นพ้องต้องกันว่าอัตราการขยายตัวของพนักงานที่ทำงานจากที่บ้านเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ข้อมูลจะสูญหายจากภัยคุกคามทั้งมัลแวร์และแรนซัมแวร์มากขึ้น
    • 67 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก และ 67 เปอร์เซ็นต์จากเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ไม่มั่นใจว่าจะสามารถกู้คืนข้อมูลสำคัญทางธุรกิจทั้งหมดได้ ในกรณีที่เกิดการโจมตีทางไซเบอร์อย่างรุนแรง หรือข้อมูลสูญหาย
    • 63 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก และ 64 เปอร์เซ็นต์จากเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น เชื่อว่าเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่นแอปพลิเคชันที่ทำงานบนคลาวด์ Kubernetes Containers รวมถีง AI และแมชชีนเลิร์นนิ่ง จะทำให้เกิดความเสี่ยงด้านการปกป้องข้อมูล และการขาดโซลูชันด้านการปกป้องข้อมูลสำหรับเทคโนโลยีที่ใหม่ขึ้นก็เป็นหนึ่งในสามของความท้าทายหลักด้านการปกป้องข้อมูลสำหรับองค์กร
    • ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของการสูญหายของข้อมูลภายใน 12 เดือนที่ผ่านมาสูงขึ้นถึงสี่เท่าสำหรับองค์กรที่ใช้โซลูชันด้านการปกป้องข้อมูลจากผู้จำหน่ายหลายราย เมื่อเทียบกับองค์กรที่ใช้แนวทางจากผู้จำหน่ายเพียงรายเดียว

    มอบการปกป้องข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมความยืดหยุ่นรองรับการโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างมั่นใจ

    เดลล์ เทคโนโลยีส์ กำลังตอบโจทย์ภาพรวมด้านไอทีที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้นด้วยโซลูชันที่ช่วยองค์กรปกป้องเวิร์กโหลดทั้งแบบดั้งเดิมและเวิร์กโหลดสมัยใหม่ด้วยแนวทางเดียวกัน เดลล์ ซึ่งเป็นผู้นำด้านการปกป้องข้อมูลแบบมัลติคลาวด์ ช่วยปกป้องข้อมูลขนาด 7 เอ็กซาไบต์ครอบคลุมผู้ให้บริการพับบลิคคลาวด์รายหลักทั้งหมด ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และการออกแบบวิศวกรรมที่คล่องตัว รวมถึงการผสานรวมเข้ากับ VMware และผู้นำอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อย่างแน่นแฟ้น ทำให้เดลล์ ยังคงเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านอุปกรณ์และซอฟต์แวร์เพื่อการปกป้องข้อมูลทั่วโลก เดลล์ได้นำเสนอหนึ่งในสายผลิตภัณฑ์ที่สมบรูณ์แบบและครบวงจรมากที่สุดในอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือทางไซเบอร์ที่เอดจ์ และโครงสร้างหลักของดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์ ด้วยการมอบโซลูชันเช่น Dell EMC PowerProtect Cyber Recovery และ Dell EMC PowerScale พร้อม Superna Eyeglass Ransomware Defender

    การนำเสนอซอฟต์แวร์ใหม่ และบริการด้านการบริหารจัดการ มีดังต่อไปนี้

    • Dell EMC PowerProtect Data Manager ที่เพิ่ม Transparent Snapshots เพื่อมอบแนวทางใหม่ที่แตกต่างให้กับองค์กรในการปกป้อง VMware VMs ได้อย่างครอบคลุม การลดความซับซ้อนและทำให้การแบ็คอัพข้อมูลในระดับรูปภาพของ VM ดำเนินไปอย่างอัตโนมัติ อีกทั้งใช้ระบบโครงสร้างน้อยลง จึงทำให้ Transparent Snapshots สามารถแบ็คอัพได้เร็วขึ้นถึง 5 เท่าและลดความหน่วงของ VM ลงได้ถึง 5 เท่า ช่วยให้องค์กรมั่นใจเรื่องความพร้อมในการใช้ข้อมูล VM ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
    • Dell EMC PowerProtect appliances ที่มาพร้อม Smart Scale ช่วยให้องค์กรบริหารจัดการอุปกรณ์ปกป้องข้อมูลได้หลากหลายในระดับเอ็กซาไบต์ ช่วยให้บุคลากรด้านไอทีตัดสินใจอย่างมีข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการเรื่องความจุข้อมูลและตามติดการเติบโตของข้อมูลได้ โดย Smart Scale ช่วยให้ลูกค้าสามารถตั้งค่าอุปกรณ์ได้หลากหลายเสมือนเป็นมาจากแหล่งเดียวกัน โดยให้ความสามารถในการมองเห็นและบริหารจัดการชุดข้อมูลขนาดใหญ่ได้ในหนึ่ง entity โดยจัดการอุปกรณ์ PowerProtect ได้มากถึง 32 ตัวและรองรับ logical capacity ได้มากกว่า 3 เอ็กซาไบต์ ทั้งนี้ องค์กรยังสามารถขยายการใช้ทรัพยากรได้สูงสุด และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วยการมอนิเตอร์ในเชิงรุกรวมถึงบริหารจัดการข้อมูลสำรองได้โดยเรียบง่ายไม่ซับซ้อน
    • Dell Technologies Managed Services สำหรับ Cyber Recovery Solution ช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนการดำเนินงานได้อย่างสอดคล้องและลดความเสี่ยงของข้อมูลสูญหายด้วยการให้ผู้เชี่ยวชาญจากเดลล์ ช่วยบริหารจัดการการดำเนินงานในส่วน Cyber Recovery Vault ในแต่ละวัน พร้อมสนับสนุนกิจกรรมด้านการกู้คืน บริการด้านการบริหารจัดการเหล่านี้สร้างบนสายผลิตภัณฑ์ด้านการบริการของเดลล์ ทั้งการให้คำปรึกษา การปรับใช้งานและการสนับสนุน ซึ่งช่วยลูกค้าปกป้องและบริหารจัดการความจุสำหรับข้อมูลสำคัญทางธุรกิจได้

    “เมื่อองค์กรใช้บริการจากผู้ให้บริการในการแบ็คอัพ การกู้คืนข้อมูลจากภัยพิบัติ และบริการ Cyber Recovery as-as-Service องค์กรจะต้องมั่นใจได้ว่าผู้ให้บริการสามารถมอบบริการได้อย่างครอบคลุมและแข่งขันได้ การเป็นพันธมิตรกับเดลล์ เทคโนโลยีส์ ผู้นำด้านการปกป้องข้อมูล ช่วยให้เรามั่นใจและมอบโซลูชันนวัตกรรมแก่ลูกค้าเพื่อช่วยให้ติดตามภาพรวมด้านดิจิทัลที่มีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ได้ทันท่วงที” แบร์รี่ ซิลิก ซีทีโอ ด้านคลาวด์ และการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ Macquarie Cloud Services กล่าว

    “เราทำงานร่วมกับองค์กรทั่วโลกเพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรเหล่านี้ขับเคลื่อนการใช้งานด้านข้อมูลที่เชื่อมต่อกันในระบบดิจิทัลด้วยความปลอดภัย” นาธาน แวนเดนเบิร์ก ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเทคโนโลยีทรานส์ฟอร์เมชัน ของ NTT กล่าว “ในทั่วโลกเราได้ตรวจพบเหตุการณ์คุกคามจากแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ในปี 2020 และการคุกคามอื่นๆ ที่เพิ่มเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ในปี 2021 และด้วยความต้องการด้านการปกป้องข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้น การเปิดตัว Transparent Snapshots จึงเป็นนวัตกรรมจากเดลล์ เทคโนโลยีส์ ที่เข้ามาถูกจังหวะ สิ่งสำคัญสำหรับองค์กรก็คือการมีมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินงานที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนและคุ้มค่าใช้จ่าย ในขณะที่ยังคงนำเทคนิคต่างๆ มาปรับใช้ในเชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยงพร้อมกับให้การปกป้องข้อมูล ซึ่งนั่นคือศักยภาพของ Transparent Snapshots”

    “Transparent Snapshots ใน PowerProtect Data Manager ช่วยให้แบ็คอัพเวอร์ชวลแมชชีนได้อย่างเรียบง่ายไม่ซับซ้อนโดยใช้ระบบโครงสร้างเพียงน้อยนิด และไม่เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมการดำเนินงาน การตัดขั้นตอนในการใช้งานหรือจัดการพร็อกซี่เพื่อย้ายข้อมูล ทำให้สามารถแบ็คอัพเวอร์ชวลแมชชีนได้เร็วขึ้น จึงช่วยประหยัดเวลา” ดริว ฮิลลส์ นักวิเคราะห์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไอที ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของ USC Australia กล่าว

    เทียน เบ็ง อึง รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายช่องทางของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น กล่าว “การจัดการงานในระบบงานแบบไฮบริดนำพาภัยคุกคามแบบใหม่ที่ทำให้แนวปฏิบัติด้านการรักษาความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพกลายเป็นความท้าทายสำหรับธุรกิจในทุกขนาด การปฏิรูปด้านการรักษาความปลอดภัยได้สำเร็จขึ้นอยู่กับการทำงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือกับระบบนิเวศที่กว้างขวางมากขึ้น ด้วยการร่วมมือกับผู้จำหน่ายในการนำเสนอโซลูชันที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือกับภัยคุกคามพร้อมความรอบรู้ในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งพันธมิตรด้านช่องทางของเราจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ที่เรานำออกสู่ตลาด รวมถึงการนำเสนอโซลูชันใหม่ๆ เช่น Transparent Snapshots และ Smart Scale ที่จะมอบความเร็วและความคล่องตัวมากขึ้นให้กับองค์กรได้เท่าทันเพื่อปกป้องระบบโครงสร้างแบบเวอร์ชวล”

    “เนื่องจากแรนซัมแวร์ และการโจมตีทางไซเบอร์รูปแบบอื่นๆ ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องก้าวให้เร็วให้ทันภัยคุกคามเหล่านี้ด้วยการใช้นวัตกรรม” ฟิล กู้ดวิน รองประธานฝ่ายวิจัย IDC กล่าว “ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและการบริการของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรต่างๆ เพิ่มความสามารถในการกู้คืนข้อมูลสำคัญทางธุรกิจจากการโจมตีทางไซเบอร์โดยที่เกิดการชะงักน้อยที่สุด”

    การวางจำหน่าย

    • Dell EMC PowerProtect Data Manager พร้อม Transparent Snapshots จะวางจำหน่ายทั่วโลกภายในไตรมาสนี้ โดยสำหรับลูกค้าที่มีสัญญา MA อยู่ในปัจจุบันจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
    • อุปกรณ์ Dell EMC PowerProtect appliances พร้อม Smart Scale ปัจจุบันเปิดให้มีการพรีวิวเทคโนโลยีแล้ว และคาดว่าจะวางจำหน่ายทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกของ 2022
    • Dell Technologies Managed Services สำหรับโซลูชัน Cyber Recovery ปัจจุบันพร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกแล้ว

     

    แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

     

    เกี่ยวกับดัชนีชี้วัดการปกป้องข้อมูลทั่วโลกของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ประจำปี 2021

    สำหรับรายงานฉบับที่ 5 นี้ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ได้มอบหมายให้ Vanson Bourne จัดทำดัชนี Global Data Protection Index ประจำปี 2021 ขึ้น โดยช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2564 ได้มีการสำรวจผู้มีอำนาจในการตัดสินใจด้านไอที 1,000 คนใน 15 ประเทศ 14 อุตสาหกรรมจากองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 250 คน เพื่อให้เข้าใจสภาพแวดล้อมในการปกป้องข้อมูลได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามยังรวมไปถึงผู้มีอำนาจในการตัดสินใจด้านไอทีอีก 250 คนจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและญี่ปุ่น (ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเกาหลีใต้)

    Managed Services สำหรับ Cyber Recovery Solution ช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลสูญหาย โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก Dell คอยดูแลเรื่องกระบวนการปกป้องข้อมูลในส่วน Cyber Recovery Vault พร้อมสนับสนุนความพยายามในการกู้คืนข้อมูล

ผลสำรวจจากดัชนีด้านการปกป้องข้อมูลทั่วโลก ของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ประจำปี 2021 (2021 Global Data Protection Index หรือ GDPI) เผยว่าองค์กรธุรกิจต่างกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการปกป้องข้อมูลหลายประการที่เกิดจากการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์อย่างต่อเนื่อง และการใช้เทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างแอปพลิเคชันที่ทำงานบนคลาวด์ รวมถึง Kubernetes Containers และ AI

สอดคล้องตามผลสำรวจล่าสุดจาก IDC ที่ว่ามีองค์กรจำนวนหนึ่งในสามทั่วโลกเคยมีประสบการณ์จากการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์หรือช่วงโหว่ ที่ปิดกั้นการเข้าถึงระบบงานหรือข้อมูลภายในช่วง 12 เดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งในการรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และดูเหมือนเป็นปัญหาที่ยากจะหลีกเลี่ยง เดลล์ เทคโนโลยีส์ จึงได้มีการแนะนำซอฟต์แวร์ และบริการใหม่เพื่อเร่งสร้างความพร้อมด้านการใช้งานข้อมูลสำรองบนเวอร์ชวลแมชชีน หรือ VM และช่วยให้บริหารจัดการชุดข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างเรียบง่ายไม่ซับซ้อน อีกทั้งยังช่วยรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ อีกทั้งช่วยลดการดำเนินการด้านการกู้คืนทางไซเบอร์ในทุกวันได้

“ผลการศึกษา Dell Technologies 2021 GDPI ระบุว่าสองในสามของผู้ตอบสำรวจจากเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นมีความกังวลว่ามาตรการด้านการปกป้องข้อมูลขององค์กรเท่าที่มีอยู่อาจจะไม่เพียงพอต่อการรับมือกับภัยคุกคามจากมัลแวร์และแรนซัมแวร์” นพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “ในยุคที่มีภัยคุกคามไซเบอร์เกิดมากขึ้น เราเข้าใจดีว่ามีเดิมพันที่สูงขึ้น และความซับซ้อนก็เพิ่มมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา โดยเราได้ทำงานร่วมกับลูกค้าทั่วภูมิภาคอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับความท้าทายที่มากขึ้น ด้วยการนำกลยุทธ์ด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภาพรวมพร้อมการปกป้องข้อมูล มาช่วยลดความเสี่ยงและช่วยให้มั่นใจถึงความยืดหยุ่นในการรับมือในกรณีที่เกิดการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ หรือภัยคุกคามทางไซเบอร์อื่นๆ

ผลการศึกษา GDPI ฉบับใหม่ เผยให้เห็นความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในเรื่องการปกป้องข้อมูล

การจัดทำสำรวจ Dell Technologies GDPI ประจำปี 2021   กับผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีทั่วโลกนับ 1,000 ราย โดย 250 รายมาจากเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น (ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเกาหลีใต้) แสดงให้เห็นว่าองค์กรมากมายกำลังต้องต่อสู้กับการเติบโตของข้อมูลอย่างต่อเนื่องและความซับซ้อนด้านการปกป้องข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น  ผลการศึกษาพบว่าองค์กรทั่วโลกกำลังบริหารจัดการปริมาณข้อมูลที่เพิ่มจาก 5 ปีก่อนถึงกว่า 10 เท่า จากปริมาณข้อมูล 1.45 เพตะไบต์ ในปี 2016 เพิ่มเป็น 14.6 เพตะไบต์ในปี 2021 นอกจากนี้ ผู้ตอบการสำรวจ 82 เปอร์เซ็นต์ ในทั่วโลก และ 72 เปอร์เซ็นต์ในเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น มีความกังวลว่าโซลูชันด้านการปกป้องข้อมูลที่มีอยู่ในองค์กรจะไม่สามารถรับมือกับความท้าทายด้านธุรกิจทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้  โดยพบว่าจากความกังวลเหล่านี้ 33 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรทั่วโลก และ 38 เปอร์เซ็นต์ในเอเชียแปซิฟิก ได้มีการรายงานถึงการสูญหายของข้อมูลในปีที่ผ่านมา และ 45 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรทั่วโลก กับ 42 เปอร์เซ็นต์ในเอเชียแปซิฟิก เคยมีประสบการณ์เรื่องการดาวน์ไทม์ของระบบแบบที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า

ผลการศึกษา GDPI ยังรวมไปถึงประเด็นต่อไปนี้

  • 62 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก และ 68 เปอร์เซ็นต์จากเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น กังวลว่ามาตรการด้านการปกป้องข้อมูลที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอต่อการรับมือกับการโจมตีจากมัลแวร์ และแรนซัมแวร์ ในขณะที่ 74 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก และ 72 เปอร์เซ็นต์จากเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น เห็นพ้องต้องกันว่าอัตราการขยายตัวของพนักงานที่ทำงานจากที่บ้านเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ข้อมูลจะสูญหายจากภัยคุกคามทั้งมัลแวร์และแรนซัมแวร์มากขึ้น
  • 67 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก และ 67 เปอร์เซ็นต์จากเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ไม่มั่นใจว่าจะสามารถกู้คืนข้อมูลสำคัญทางธุรกิจทั้งหมดได้ ในกรณีที่เกิดการโจมตีทางไซเบอร์อย่างรุนแรง หรือข้อมูลสูญหาย
  • 63 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก และ 64 เปอร์เซ็นต์จากเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น เชื่อว่าเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่นแอปพลิเคชันที่ทำงานบนคลาวด์ Kubernetes Containers รวมถีง AI และแมชชีนเลิร์นนิ่ง จะทำให้เกิดความเสี่ยงด้านการปกป้องข้อมูล และการขาดโซลูชันด้านการปกป้องข้อมูลสำหรับเทคโนโลยีที่ใหม่ขึ้นก็เป็นหนึ่งในสามของความท้าทายหลักด้านการปกป้องข้อมูลสำหรับองค์กร
  • ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของการสูญหายของข้อมูลภายใน 12 เดือนที่ผ่านมาสูงขึ้นถึงสี่เท่าสำหรับองค์กรที่ใช้โซลูชันด้านการปกป้องข้อมูลจากผู้จำหน่ายหลายราย เมื่อเทียบกับองค์กรที่ใช้แนวทางจากผู้จำหน่ายเพียงรายเดียว

มอบการปกป้องข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมความยืดหยุ่นรองรับการโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างมั่นใจ

เดลล์ เทคโนโลยีส์ กำลังตอบโจทย์ภาพรวมด้านไอทีที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้นด้วยโซลูชันที่ช่วยองค์กรปกป้องเวิร์กโหลดทั้งแบบดั้งเดิมและเวิร์กโหลดสมัยใหม่ด้วยแนวทางเดียวกัน เดลล์ ซึ่งเป็นผู้นำด้านการปกป้องข้อมูลแบบมัลติคลาวด์ ช่วยปกป้องข้อมูลขนาด 7 เอ็กซาไบต์ครอบคลุมผู้ให้บริการพับบลิคคลาวด์รายหลักทั้งหมด ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และการออกแบบวิศวกรรมที่คล่องตัว รวมถึงการผสานรวมเข้ากับ VMware และผู้นำอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อย่างแน่นแฟ้น ทำให้เดลล์ ยังคงเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านอุปกรณ์และซอฟต์แวร์เพื่อการปกป้องข้อมูลทั่วโลก เดลล์ได้นำเสนอหนึ่งในสายผลิตภัณฑ์ที่สมบรูณ์แบบและครบวงจรมากที่สุดในอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือทางไซเบอร์ที่เอดจ์ และโครงสร้างหลักของดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์ ด้วยการมอบโซลูชันเช่น Dell EMC PowerProtect Cyber Recovery และ Dell EMC PowerScale พร้อม Superna Eyeglass Ransomware Defender

การนำเสนอซอฟต์แวร์ใหม่ และบริการด้านการบริหารจัดการ มีดังต่อไปนี้

  • Dell EMC PowerProtect Data Manager ที่เพิ่ม Transparent Snapshots เพื่อมอบแนวทางใหม่ที่แตกต่างให้กับองค์กรในการปกป้อง VMware VMs ได้อย่างครอบคลุม การลดความซับซ้อนและทำให้การแบ็คอัพข้อมูลในระดับรูปภาพของ VM ดำเนินไปอย่างอัตโนมัติ อีกทั้งใช้ระบบโครงสร้างน้อยลง จึงทำให้ Transparent Snapshots สามารถแบ็คอัพได้เร็วขึ้นถึง 5 เท่าและลดความหน่วงของ VM ลงได้ถึง 5 เท่า ช่วยให้องค์กรมั่นใจเรื่องความพร้อมในการใช้ข้อมูล VM ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
  • Dell EMC PowerProtect appliances ที่มาพร้อม Smart Scale ช่วยให้องค์กรบริหารจัดการอุปกรณ์ปกป้องข้อมูลได้หลากหลายในระดับเอ็กซาไบต์ ช่วยให้บุคลากรด้านไอทีตัดสินใจอย่างมีข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการเรื่องความจุข้อมูลและตามติดการเติบโตของข้อมูลได้ โดย Smart Scale ช่วยให้ลูกค้าสามารถตั้งค่าอุปกรณ์ได้หลากหลายเสมือนเป็นมาจากแหล่งเดียวกัน โดยให้ความสามารถในการมองเห็นและบริหารจัดการชุดข้อมูลขนาดใหญ่ได้ในหนึ่ง entity โดยจัดการอุปกรณ์ PowerProtect ได้มากถึง 32 ตัวและรองรับ logical capacity ได้มากกว่า 3 เอ็กซาไบต์ ทั้งนี้ องค์กรยังสามารถขยายการใช้ทรัพยากรได้สูงสุด และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วยการมอนิเตอร์ในเชิงรุกรวมถึงบริหารจัดการข้อมูลสำรองได้โดยเรียบง่ายไม่ซับซ้อน
  • Dell Technologies Managed Services สำหรับ Cyber Recovery Solution ช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนการดำเนินงานได้อย่างสอดคล้องและลดความเสี่ยงของข้อมูลสูญหายด้วยการให้ผู้เชี่ยวชาญจากเดลล์ ช่วยบริหารจัดการการดำเนินงานในส่วน Cyber Recovery Vault ในแต่ละวัน พร้อมสนับสนุนกิจกรรมด้านการกู้คืน บริการด้านการบริหารจัดการเหล่านี้สร้างบนสายผลิตภัณฑ์ด้านการบริการของเดลล์ ทั้งการให้คำปรึกษา การปรับใช้งานและการสนับสนุน ซึ่งช่วยลูกค้าปกป้องและบริหารจัดการความจุสำหรับข้อมูลสำคัญทางธุรกิจได้

“เมื่อองค์กรใช้บริการจากผู้ให้บริการในการแบ็คอัพ การกู้คืนข้อมูลจากภัยพิบัติ และบริการ Cyber Recovery as-as-Service องค์กรจะต้องมั่นใจได้ว่าผู้ให้บริการสามารถมอบบริการได้อย่างครอบคลุมและแข่งขันได้ การเป็นพันธมิตรกับเดลล์ เทคโนโลยีส์ ผู้นำด้านการปกป้องข้อมูล ช่วยให้เรามั่นใจและมอบโซลูชันนวัตกรรมแก่ลูกค้าเพื่อช่วยให้ติดตามภาพรวมด้านดิจิทัลที่มีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ได้ทันท่วงที” แบร์รี่ ซิลิก ซีทีโอ ด้านคลาวด์ และการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ Macquarie Cloud Services กล่าว

“เราทำงานร่วมกับองค์กรทั่วโลกเพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรเหล่านี้ขับเคลื่อนการใช้งานด้านข้อมูลที่เชื่อมต่อกันในระบบดิจิทัลด้วยความปลอดภัย” นาธาน แวนเดนเบิร์ก ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเทคโนโลยีทรานส์ฟอร์เมชัน ของ NTT กล่าว “ในทั่วโลกเราได้ตรวจพบเหตุการณ์คุกคามจากแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ในปี 2020 และการคุกคามอื่นๆ ที่เพิ่มเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ในปี 2021 และด้วยความต้องการด้านการปกป้องข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้น การเปิดตัว Transparent Snapshots จึงเป็นนวัตกรรมจากเดลล์ เทคโนโลยีส์ ที่เข้ามาถูกจังหวะ สิ่งสำคัญสำหรับองค์กรก็คือการมีมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินงานที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนและคุ้มค่าใช้จ่าย ในขณะที่ยังคงนำเทคนิคต่างๆ มาปรับใช้ในเชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยงพร้อมกับให้การปกป้องข้อมูล ซึ่งนั่นคือศักยภาพของ Transparent Snapshots”

“Transparent Snapshots ใน PowerProtect Data Manager ช่วยให้แบ็คอัพเวอร์ชวลแมชชีนได้อย่างเรียบง่ายไม่ซับซ้อนโดยใช้ระบบโครงสร้างเพียงน้อยนิด และไม่เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมการดำเนินงาน การตัดขั้นตอนในการใช้งานหรือจัดการพร็อกซี่เพื่อย้ายข้อมูล ทำให้สามารถแบ็คอัพเวอร์ชวลแมชชีนได้เร็วขึ้น จึงช่วยประหยัดเวลา” ดริว ฮิลลส์ นักวิเคราะห์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไอที ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของ USC Australia กล่าว

เทียน เบ็ง อึง รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายช่องทางของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น กล่าว “การจัดการงานในระบบงานแบบไฮบริดนำพาภัยคุกคามแบบใหม่ที่ทำให้แนวปฏิบัติด้านการรักษาความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพกลายเป็นความท้าทายสำหรับธุรกิจในทุกขนาด การปฏิรูปด้านการรักษาความปลอดภัยได้สำเร็จขึ้นอยู่กับการทำงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือกับระบบนิเวศที่กว้างขวางมากขึ้น ด้วยการร่วมมือกับผู้จำหน่ายในการนำเสนอโซลูชันที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือกับภัยคุกคามพร้อมความรอบรู้ในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งพันธมิตรด้านช่องทางของเราจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ที่เรานำออกสู่ตลาด รวมถึงการนำเสนอโซลูชันใหม่ๆ เช่น Transparent Snapshots และ Smart Scale ที่จะมอบความเร็วและความคล่องตัวมากขึ้นให้กับองค์กรได้เท่าทันเพื่อปกป้องระบบโครงสร้างแบบเวอร์ชวล”

“เนื่องจากแรนซัมแวร์ และการโจมตีทางไซเบอร์รูปแบบอื่นๆ ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องก้าวให้เร็วให้ทันภัยคุกคามเหล่านี้ด้วยการใช้นวัตกรรม” ฟิล กู้ดวิน รองประธานฝ่ายวิจัย IDC กล่าว “ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและการบริการของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรต่างๆ เพิ่มความสามารถในการกู้คืนข้อมูลสำคัญทางธุรกิจจากการโจมตีทางไซเบอร์โดยที่เกิดการชะงักน้อยที่สุด”

การวางจำหน่าย

  • Dell EMC PowerProtect Data Manager พร้อม Transparent Snapshots จะวางจำหน่ายทั่วโลกภายในไตรมาสนี้ โดยสำหรับลูกค้าที่มีสัญญา MA อยู่ในปัจจุบันจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • อุปกรณ์ Dell EMC PowerProtect appliances พร้อม Smart Scale ปัจจุบันเปิดให้มีการพรีวิวเทคโนโลยีแล้ว และคาดว่าจะวางจำหน่ายทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกของ 2022
  • Dell Technologies Managed Services สำหรับโซลูชัน Cyber Recovery ปัจจุบันพร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกแล้ว

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับดัชนีชี้วัดการปกป้องข้อมูลทั่วโลกของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ประจำปี 2021

สำหรับรายงานฉบับที่ 5 นี้ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ได้มอบหมายให้ Vanson Bourne จัดทำดัชนี Global Data Protection Index ประจำปี 2021 ขึ้น โดยช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2564 ได้มีการสำรวจผู้มีอำนาจในการตัดสินใจด้านไอที 1,000 คนใน 15 ประเทศ 14 อุตสาหกรรมจากองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 250 คน เพื่อให้เข้าใจสภาพแวดล้อมในการปกป้องข้อมูลได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามยังรวมไปถึงผู้มีอำนาจในการตัดสินใจด้านไอทีอีก 250 คนจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและญี่ปุ่น (ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเกาหลีใต้)

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-dell-technologies-apj-gdpi-2021/

Dell ประกาศเสริมโซลูชัน Edge เพิ่มความสามารถด้าน Data Analytics

Dell ประกาศเสริมโซลูชัน Edge หลายส่วน เน้นเพิ่มความสามารถด้าน Data Analytics

Credit: Dell Technologies

Dell ได้ประกาศเสริมโซลูชัน Edge Computing เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถทำ Data Collection, Real-time analytic และทำ Multi-cloud deployment สำหรับ Edge โดยเฉพาะ หนึ่งในนั้นคือการเปิดตัว Dell EMC VxRail satellite node เพื่อช่วยในการทำ Automation และ Lifecycle management สำหรับ Edge workload โดยเฉพาะ และยังมีการเพิ่มความสามารถ Dell EMC Streaming Data Platform ให้สามารถใช้งาน GPU เพื่อช่วยประมวลผลข้อมูลจากหลายทางได้ โดยรองรับการทำ Real-time Analytics ทั้งบน Dell EMC VxRail และ PowerEdge systems

Dell ยังได้มีการจับมือกับ Litmus พัฒนาโซลูชันที่ใช้สำหรับบริหารจัดการอุปกรณ์, ข้อมูล และแอพพลิเคชันในฝั่ง Edge โดยเฉพาะ โดยเน้นตอบโจทย์ลูกค้าทางด้านอุตสาหกรรม โดยมีการออก Validated Design สำหรับ Manufacturing Edge ที่ใช้งานบน Dell EMC VxRail และ PowerEdge Server โดยมี VMware Edge Compute Stack เป็นทางเลือกอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว Dell EMC Edge Gateway ซึ่งใช้หน่วยประมวลผล 9th Gen Intel Core ที่ไม่มีพัดลม ออกแบบให้สามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิ 4 – 140 องศา รองรับการเชื่อมต่อ 5G และ Wireless สำหรับใช้ในการเชื่อม Edge Device ในพื้นที่โรงงาน

ที่มา: https://www.zdnet.com/article/dell-to-deploy-new-tools-aimed-to-speed-up-data-analytics-at-the-edge/

from:https://www.techtalkthai.com/dell-extends-data-analytics-for-edge-computing/

Webinar : G-Able l Dell Technologies Your path to future Data Analytic with Intelligent Storage Automation

G-Able จับมือกับ Dell Technologies จัดงานสัมมนาออนไลน์ ภายใต้ชื่องาน G-Able l Dell Technologies Your path to future Data Analytic with Intelligent Storage Automation วัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกค้าเข้าร่วม เปิดประสบการณ์การใช้งาน Blendata รวมถึงการใช้งานร่วมกับ Dell PowerStore ที่จะทำให้การจัดเก็บข้อมูล (Big Data) เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 – 12.00 ผ่านแพลตฟอร์ม Webex

ลูกค้าลงทะเบียนแล้วได้ Early bird จำนวน 10 รางวัลคลิก Register Now

หัวข้อ: G-Able l Dell Technologies Your path to future  Data Analytic  with Intelligent Storage Automation

ผู้บรรยาย:  By Khun Natnapat Rachataviwat, CEO & Co-Founder, Blendata

                By Khun Sophon Kaewnissai, Senior Vice President, G-Able

                 By Khun Attachai Asawalarp, Senior System Engineer, Dell Technologies

วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 – 12.00 น.

ช่องทางการบรรยาย: Webex

ภาษา: ไทย

ลงทะเบียน: https://forms.office.com/Pages/ResponsePage.aspx?id=M4C-Rbe-S02rd2CO4R5kSTt1TJm0y1tGi6Gu8E7tU2ZUOUJDNjNKUEdaQkg0R0JGUEg4QklOTEpaNS4u

G-Able จับมือกับ Dell Technologies จัดงานสัมมนาออนไลน์ ภายใต้ชื่องาน G-Able l Dell Technologies Your path to future Data Analytic with Intelligent Storage Automation วัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกค้าเข้าร่วมเปิดประสบการณ์การใช้งาน Blendata รวมถึงการใช้งานร่วมกับ Dell PowerStore ที่จะทำให้การจัดเก็บข้อมูล (Big Data) เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ

from:https://www.techtalkthai.com/webinar-g-able-dell-technologies-your-path-to-future-data-analytic-with-intelligent-storage-automation/

สร้างมิติใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูล ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจาก Dell EMC PowerStore

การทำงานขององค์กรระดับเอนเทอร์ไพรซ์ในยุคแห่งข้อมูลหรือที่เรียกว่า Data Era นั้น สิ่งที่เป็นประเด็นต้องคำนึงและใส่ใจเป็นอย่างมากก็คือเรื่องของเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูล ที่ต้องให้ประสิทธิภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ และยังต้องเหมาะสมทั้งในเรื่องของงบประมาณและการขยายตัวทางธุรกิจได้ด้วย

Dell EMC PowerStore คือโซลูชั่นสำหรับการจัดเก็บข้อมูลรุ่นใหม่จากทาง เดลล์ เทคโนโลยีส์ ที่เป็นผู้นำระบบการจัดเก็บข้อมูลในระดับเอ็นเทอร์ไพรซ์ พวกเขาได้มีการออกแบบ PowerStore ให้เป็นแบบ Data-Centric มาพร้อมกับระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ และสถาปัตยกรรมที่ปรับเปลี่ยนได้

ระบบที่ให้เสถียรภาพขั้นสูงสำหรับองค์กร

PowerStore ช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์การทำงานของแอปพลิเคชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีเสถียรภาพที่สูงระดับ 99.9999% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการการประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาล มันถูกออกแบบให้มีลักษณะการทำงานอย่างเช่น

– สามารถรองรับงานได้ทุกสภาพเวิร์กโหลด : PowerStore ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีเรียบง่ายด้วยการรองรับทั้งเวิร์กโหลดที่หลากหลายทั้งแบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่ ด้วยสถาปัตยกรรม สเกล-อัพ และ สเกล-เอาท์ รองรับทั้ง บล็อค (block) ไฟล์ และ VMware vVols

– เพิ่มขีดความสามารถสูงสุดในการทำงาน : มันถูกออกแบบให้ตอบสนองได้เร็วกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้าถึงสามเท่า ผ่านทางเทคโนโลยีอย่าง NVMe ในแบบ end-to-end และสามารถรองรับหน่วยความแบบ Storage Class Memory ด้วยขุมพลังจาก Intel® Optane™ SSD แบบดูอัล พอร์ต

– การลดข้อมูลแบบอัจฉริยะ: PowerStore ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการระบบจัดเก็บข้อมูล ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับทั้งสมรรถนะและประสิทธิภาพ ในขณะที่ให้การรับประกันในการลดปริมาณข้อมูลลงในรูปแบบ 4: 1 ทั้งนี้ ฟังก์ชันการลดข้อมูลอัจฉริยะ (Intelligent Data Reduction) นี้จะทำงานตลอดเวลาโดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ

– ความยืดหยุ่นที่เพิ่มมากขึ้น: Dynamic Resiliency Engine (DRE) ของ PowerStore ช่วยให้ลูกค้าสามารถรักษาประสิทธิภาพในขณะที่ป้องกันความล้มเหลวของ dual drive โดย DRE ช่วยลดการจัดการลงถึง 98% เมื่อเทียบกับการใช้เทคโนโลยี RAID ในแบบเดิม

– การทำ Tiering ที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น: PowerStore ใช้ storage class memory (SCM) เป็นพื้นที่จัดเก็บถาวรและสร้างความแตกต่างระหว่าง SCM และไดรฟ์ NVMe มาตรฐานภายในระบบ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความเร็วในการเข้าถึงเมตะดาต้า (metadata) เพื่อลด workload latency ได้ถึง 15%  โดยทั้งนี้สามารถทำได้โดยการใช้ไดรฟ์ Intel® Optane™ D4800X เพียงไดรฟ์เดียว

มอบความยืดหยุ่นให้กับคลาวด์ด้วย PowerStore

ลูกค้าสามารถใช้งาน PowerStore ในรูปแบบที่สนองตอบต่อความต้องการทางธุรกิจและกลยุทธ์ทางด้านคลาวด์ขององค์กรได้เป็นอย่างดีที่สุด ด้วยเหตุผลที่สำคัญดังนี้

Dell Technologies Cloud Validated Designs สำหรับ PowerStore ออกแบบมาเพื่อการนำไปใช้งานที่มีความยืดหยุ่นต่อเวิร์กโหลดที่ต้องการประสิทธิภาพในการทำงานสูง ในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริด-คลาวด์

Dell EMC Cloud Storage Services สามารถเชื่อม PowerStore เข้ากับพับลิกคลาวด์สำคัญๆ ทั้งหมดได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น AWS, Azure และ Google Cloud ได้ ทั้งนี้ Cloud Storage Services ยังให้การกู้คืนข้อมูลเมื่อเกิดภัยพิบัติ (DRaaS) ให้กับ VMware Cloud บน AWS ได้อีกด้วย

PowerStore สามารถนำมาใช้ ในรูปแบบระบบการจัดเก็บข้อมูลทางเลือกภายในโครงสร้างพื้นฐานแบบอัตโนมัติของ Dell EMC PowerOne ซึ่งช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงขององค์กรไปสู่การดำเนินงานที่เหมือนคลาวด์ให้เร็วยิ่งขึ้น

อัปเกรดระบบง่ายด้วย Dell EMC Future-Proof Program

PowerStore อยู่ภายใต้โปรแกรมที่เรียกว่า Dell EMC Future-Proof Program ซึ่งให้ทางเลือกที่เพิ่มมากขึ้น ให้ความสามารถในการคาดการณ์การใช้งานล่วงหน้า อีกทั้งให้การคุ้มครองการลงทุนผ่านความสามารถในการอัปเกรดได้ทุกเวลา   Dell EMC Future-Proof Program  ถือเป็นโปรแกรมการอัปเกรดที่มีความยืดหยุ่นที่สุดในอุตสาหกรรม

ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ลูกค้าสามารถ ปรับปรุงหรือปรับขยายประสิทธิภาพและความสามารถของ PowerStore หลังจากระยะเวลาการใช้งานเพียง 180 วัน ทั้งนี้ เมื่อผสานรวมเข้ากับสถาปัตยกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ของ PowerStore ทำให้องค์กรสามารลดค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังสามารถทำการเคลื่อนย้ายแพลตฟอร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน เดลล์ เทคโนโลยีส์ ได้ส่งมอบ PowerStore ไปสู่ลูกค้าทั่วโลกคิดเป็นปริมาณที่สูงกว่า 400 เพตาไบต์  ในกว่า 60 ประเทศให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ การศึกษา เกมมิ่ง การขนส่ง เฮลธ์แคร์ การค้าปลีก และบริการทางการเงิน และสำหรับผู้ใช้ PowerStore รายใหม่ยังรวมถึง มหาวิทยาลัย Columbia Southern ธนาคาร Habib Bank, RealPage, saberVox, Tech Data, The University of Pisa, Tilly’s และ Ultraleap เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน Dell EMC PowerStore  สามารถติดต่อทีมงาน Dell Technologies ประจำประเทศไทยได้ทันทีที่ อีเมล Chidchanok.uthaigorn@dell.com โทร 090-949-0823 (วศิน)

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-emc-powerstore-3/

เดลล์ เทคโนโลยีส์ รุกประกาศเปิดตัวเกมมิ่ง พีซีใหม่พร้อมกันทั่วภูมิภาคเอเชียใต้ และ กลุ่มตลาดเกิดใหม่ทั่วเอเชีย

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศศักยภาพเปิดตัวแล็ปท็อป Alienware ครบถ้วนเต็มรูปแบบ มาพร้อม X-Series และ M-Series และ Dell G-Series ลงตลาดพร้อมทั่วภูมิภาคเอเชียใต้และตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย (Asia Emerging Market หรือ AEM)

Dell

“เราเชื่อว่าเหล่าเกมเมอร์จะให้การต้อนรับการเปิดตัวของ Alienware เข้าสู่ตลาดประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา บรูไน เมียนมาร์ และมองโกเลีย ด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับอินเทลและเอเอ็มดี เราไม่เพียงนำเอาเกมมิ่งเทคโนโลยีล่าสุดเข้าสู่ตลาดเท่านั้น แต่เรากำลังเดินหน้าในการที่จะขยับขีดจำกัดของพีซีเกมมิ่งออกไปให้มากยิ่งกว่าเดิม Alienware มีความภูมิใจที่สามารถสร้างพีซีประสิทธิภาพสูงที่เป็นขุมพลังเบื้องหลังของประสบการณ์การเล่นเกมที่ไร้ขีดจำกัด” นายอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร ตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชียและกลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ภูมิภาคเอเชียใต้ กล่าว

สร้างขึ้นจากสิ่งที่สืบทอดกันในการบุกเบิกพีซีสำหรับเล่นเกมมายาวนานถึง 25 ปี Alienware ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางสำหรับฟอร์มแฟคเตอร์ที่ดุดัน การออกแบบที่ไม่ธรรมดาและประสิทธิภาพอันน่าประทับใจ

นำ X-Factor มาสู่โมบาย พีซี เกมมิ่ง

Alienware X-Series คือตระกูลโมบายเกมมิ่งใหม่ล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของนวัตกรรมที่โดดเด่นที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพสูง แนวคิดการการออกแบบที่โดดเด่น และคุณภาพในระดับพรีเมียม ทั้งนี้Alienware x15 เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กขนาด 15 นิ้วเครื่องแรกที่ Alienware เคยผลิตแล็ปท็อปได้ถูกรังสรรค์อย่างมีศิลปะมาพร้อมการออกแบบในสไตล์  Alienware Legend 2.0 ที่สะดุดตา

รูปแบบที่ชวนให้หลงใหลให้กับสายตา นอกจากรูปลักษณ์ที่มีเสน่ห์ดึงดูดแล้ว เครื่อง X-Series ใหม่ยังได้รับการออกแบบในเชิงวิศวกรรมเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากความร้อน โดยช่องระบายอากาศได้ถูกวางไว้ ทั้งด้านบนและฐานของโน๊ตบุ๊ค X-Series โดยพัดลมทั้ง 4 ตัวที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มระดับการไหลเวียนของอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน

ด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อน Alienware Cryo-Tech™ ซึ่งนำเอา Element 31 สารสื่อความร้อน (Thermal interface material หรือ TIM) ซึ่งทำให้เครื่อง X-Series สามารถต้านทานความร้อนได้ดีขึ้นถึง 25 เปอร์เซ็นต์อันเป็นผลมาจาก Element 31

พร้อมด้วย HyperEfficient Voltage Regulation เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในช่วงเวลาอันยาวนานของการเล่นเกม เครื่อง X-Series ให้การระบายความร้อนที่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ตามมาด้วยประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ดียิ่งขึ้น การออกแบบพัดลมแบบ Quad Fan ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Alienware ช่วยกระจายลมอย่างมีประสิทธิภาพไปยังระบบ ผ่านไปยังแชสซี และจุดเก็บความร้อนต่างๆ ภายในเพื่อช่วยให้เครื่องเล่นเกมเย็นอยู่เสมอ

และสุดท้าย เทคโนโลยีการควบคุมพัดลมอัจฉริยะ หรือ Smart Fan control ที่รอการจดสิทธิบัตรอยู่นั้น ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแอพพลิเคชั่น โดยที่พัดลมแต่ละตัวจะหมุนเร็วขึ้น ช้าลง หรือรักษาความคงที่โดยอิสระ ขึ้นอยู่กับเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่วางไว้โดยรอบชิ้นส่วนของระบบหลักอย่างมีกลยุทธ์

Alienware X-Series อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่ทรงประสิทธิภาพสูงจำนวนมาก ซึ่งรวมถึง

·      11th Gen Intel® Core™ H-series โมบาย โปรเซสเซอร์ และ NVIDIA GeForce RTX 30 Series Laptop GPUs สำหรับแล็ปท็อป ที่สูงถึง 3080 โดยเครื่องรุ่น x15 รองรับขุมพลังกราฟิกสูงสุดถึง 110W

·      ออฟเซ็ตวงจรควบคุมความร้อน (Thermal Control Circuit offset  หรือ TCC) ช่วยให้เกมเมอร์ตั้งขีดจำกัดของ “cruise control” ไว้ที่อุณหภูมิของ CPU เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าอุณหภูมิของ CPU ของระบบจะยังคงอยู่ภายในช่วงที่กำหนด

·      เลือกจากสถานะพลังงานที่ปรับแต่งได้ห้าสถานะ (Tailored Power States) รวมถึงความเร็วแรงเต็มสปีดที่ (ที่กำลังสูงสุด) โหมดประสิทธิภาพ (ลำดับความสำคัญของกราฟิก) ตลอดจนบาลานซ์ โหมด  (balanced CPU/GPU) การประหยัดแบตเตอรี่ (เน้นอุณหภูมิต่ำ) และโหมดเงียบ (เน้น acoustics)

·      DirectX Raytracing นำสีสันสดใสเพื่อทำให้เกมมีชีวิตสมจริงควบคู่ไปกับเทคโนโลยีพาแนลล่าสุดหลากรูปแบบ ตั้งแต่ความเร็ว FHD 360Hz อันเหลือเชื่อไปจนถึง 4K-UHD HDR400 ทั้งนี้การกำหนดค่าของ X-series ยังรวมถึงกล้อง Windows Hello IR เพื่อการล็อคอินด้วย facial biometrics อย่างรวดเร็ว ตัวเลือกพาแนลต่างๆ ยังครอบคลุมถึง ComfortView Plus เทคโนโลยีถนอมสายตาบนฮาร์ดแวร์ที่ให้แสงสีฟ้าต่ำเพื่อช่วยลดอาการเครียดของตาโดยไม่ทำให้คุณภาพการแสดงผลลดลง

·      สเตเดี้ยม ไลท์ติ้งที่ทรงพลังของ AlienFX ยิ่งเจิดจ้ามากยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี LED ในระดับแอดวานซ์ ด้วยไมโคร-LED ที่มากถึง 90 ดวงบนเครื่อง x15 ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นโซนไลท์ติ้งอิสระและสามารถโปรแกรมได้ ทำให้เกมเมอร์สามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ (personalize) ผ่าน Alienware Command Center

X-Series มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์แบบยั่งยืนที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ถึง 92% และเพื่อเพิ่มความสามารถในการพกพาสูงสุด อะแดปเตอร์แปลงไฟขนาด 240W ขนาดเล็กและน้ำหนักเบาตัวแรกของ Alienware ทำให้การเล่นเกมในขณะเดินทางเป็นเรื่องสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น

ประสิทธิภาพ Visual Performance ขั้นสุดยอดด้วย Alienware m15 R6 และ m15 Ryzen Edition R5

Alienware m15 R6 และ m15 Ryzen Edition R5 ใหม่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยและฟีเจอร์การออกแบบใหม่เพื่อมอบประสบการณ์การรับชม (visual experience) ที่ไม่มีใครเทียบได้ ด้วยการนำเสนอจอแสดงผลที่เร็วที่สุดของ Alienware บนโน้ตบุ๊กขนาด 15 นิ้ว เกมเมอร์สามารถเลือกการแสดงผลได้ถึง QHD 240Hz เพื่อมอบการเล่นเกมที่ราบรื่น

โดยเกมเมอร์จะถูกดึงดูดให้ใกล้ชิดกับการเล่นเกมมากยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์การออกแบบใหม่ที่เรียกว่า Dark Core ซึ่งทำให้เฉดสีภายในของแล็ปท็อปมืดลงเพื่อลดการรบกวนให้มีน้อยที่สุดและช่วยให้ผู้เล่นสามารถจดจ่ออยู่กับเกม นี่คือ Alienware โน้ตบุ๊กตัวแรกที่แต่งด้วยสูตรสี Silky-Smooth High-Endurance ใหม่ ที่ได้รับการออกแบบในเชิงวิศวกรรมเพื่อเพิ่มความทนทานต่อรอยเปื้อนและให้ความรู้สึกของพื้นผิวระดับพรีเมียม

โดย visual experience ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังที่เป็นเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง ได้แก่

·      โปรเซสเซอร์สูงถึง AMD Ryzen 5000 H-Seriesโมบาย โปรเซสเซอร์ และ NVIDIA GeForce RTX 30 Series Laptop GPUs [Alienware m15 Ryzen Edition R5]

·      โมบายล์โปรเซสเซอร์ 11th Gen Intel® Core™ H-series ล่าสุด และ NVIDIA GeForce RTX 30 Series Laptop GPUs ใหม่ [Alienware m15 R6]

·      หน่วยความจำ DDR4 ขนาด 3200 Mhz ที่ผู้ใช้อัพเกรดได้เป็นครั้งแรกบนโน้ตบุ๊ก Alienware ขนาด 15 นิ้ว

ฟีเจอร์ Game Ready ที่ออกแบบใหม่มาพร้อมกับ Dell G15 และ G15 Ryzen Edition

เดลล์พร้อมนำการเล่นเกมในระดับ AAA มาสู่ผู้เล่นกลุ่มใหญ่ ด้วย Dell G15 และ G15 Ryzen Edition ขนาด 15 นิ้วที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด เมื่อดูภายนอก ตัวเครื่องมาในรูปลักษณ์ของฟอร์มแฟคเตอร์ใหม่ที่เพรียวบางพร้อมขอบจอแคบสองด้านและใช้สีระบบน้ำแบบ low VOC waterborne สำหรับภายใน G15 ใหม่ติดตั้งมาพร้อมกับการออกแบบระบบระบายความร้อนที่ได้แรงบันดาลใจจาก Alienware เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศสูงสุดเพื่อการระบายความร้อนและการกระจายความร้อนที่ดีที่สุด การปรับปรุงโฉมใหม่ทั้งหมดมาพร้อมกับคุณสมบัติที่พร้อมสำหรับการเล่นเกม ได้แก่

·      โปรเซสเซอร์สูงถึงระดับ AMD Ryzen 5000 series พร้อม NVIDIA GeForce RTX 30 Series Laptop GPU และหน่วยความจำ DDR4 3200Mhz ที่สามารถอัพเกรดได้ [Dell G15 Ryzen Edition]

·      11th Gen Intel Core โปรเซสเซอร์ และ NVIDIA GeForce RTX 30 Series Laptop GPUs [Dell G15]

·      ปุ่มฟังก์ชั่น “Game Shift” เฉพาะสำหรับ G Series ซึ่งเร่งประสิทธิภาพการระบายความร้อนในทันทีสำหรับช่วงเวลาการเล่นเกมที่เข้มข้น

·      พาแนล 120Hz หรือ 165Hz มาพร้อมฮาร์ดแวร์ดิสเพลย์ถนอมสายตาลดแสงสีฟ้า

ราคาและความพร้อมในการวางตลาด

ผลิตภัณฑ์ ราคาเริ่มต้น รวม VAT (บาท) พร้อมวางตลาด
Alienware x15 113,490 30 กันยายน 2564
Alienware m15 Ryzen Edition R5 72,590 30 กันยายน 2564
Alienware m15 R6 74,490 30 กันยายน 2564
Dell G15 Ryzen Edition 38,090 พฤศจิกายน 2564
Dell G15 35,990 พฤศจิกายน 2564

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/dell-technologies-announces-new-gaming-pc/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=dell-technologies-announces-new-gaming-pc

ก้าวสู่ยุค Next Normal ด้วยแนวคิด Modernization Workplace จาก Dell Technologies

โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสถานการณ์ต่างๆ ทีเกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้องค์กรต้องปรับตัวสู่ยุคที่เรียกว่า Next Normal เป็นยุคที่ผู้คนเริ่มเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานใหม่ไปสู่รูปแบบที่เรียกว่า Modernization Workplace หรืออธิบายได้ว่า เป็นการทำงานจากสถานที่ต่างๆ (Work from Anywhere)

เดลล์ เทคโนโลยีส์ คือผู้นำในโลกดิจิทัลที่ผลักดันให้เกิดการทำงานแบบ Modernization Workplace ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับวิถีการทำงานรูปแบบใหม่อย่างแท้จริง โดยผลิตภัณฑ์ที่เดลล์ ได้นำเสนอเพื่อช่วยให้องค์กรรองรับกับการทำงานในยุคใหม่นี้ แบ่งออกเป็นในส่วนของเครื่องที่เป็นแบบเดสก์ท็อปในตระกูล OptiPlex และแบบที่เป็นแล็ปท็อปในตระกูล Latitude ทั้งสองให้ความสามารถและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเร่งให้เกิดการดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้น

เครื่องเดสก์ท็อป OptiPlex ถูกออกแบบมาแบ่งเป็นซีรีส์ต่างๆ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นเช่นใน 3000 Series ที่เหมาะสำหรับการใช้งานด้านธุรกิจให้ความปลอดภัยและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ ส่วนใน 5000 Series เพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในแง่ของการจัดการและการคอนฟิกูเรชันที่มีระดับ ส่วนในรุ่น 7000 Series ก้าวล้ำสู่ระดับพรีเมี่ยมพร้อมทั้งทำงานร่วมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย Intel vPro ที่ช่วยในการบริหารจากระยะไกลได้ดีมากขึ้น ตลอดจนรุ่นพิเศษอย่าง OptiPlex 3090 Ultra เป็นโมเดลใหม่ทีต้องบอกว่าเป็น AIO ชั้นนำระดับโลกที่ให้ความยืดหยุ่นในการทำงานสูงพร้อมกับคุณสมบัติมากมาย

ส่วนแล็ปท็อปในตระกูล Latitude นั้นต้องบอกว่าขึ้นชื่อเรื่องของการใช้งานในแบบล้ำสมัยมาตลอด พร้อมกับสอดรับกับแนวทางในการทำงานแบบ Next Normal อย่างแท้จริง มีอยู่ด้วยกันหลายซีรีส์ ทั้ง 3000, 5000, 7000 และ 9000 Series ซึ่งแต่ละรุ่นนั้นทำงานออกมาได้อย่างทรงพลังและใช้งานในสิ่งที่แตกต่างออกไป รวมไปถึงรุ่น Latitude 7320 ที่เป็นแบบ Detachable ช่วยให้คุณทำงานในภาวะแบบ Work from Anywhere ได้อย่างแท้จริง

ระบบที่เป็นแบบ Unified Workspace
สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เดลล์ เทคโนโลยีส์ ก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลในยุคของ Next Normal ก็คือการสร้างสรรค์การทำงานในแบบ Unified Workspace โดยเดลล์มีวัตถุประสงค์หลักในการช่วยให้ลูกค้าสามารถทำงานในแบบวิถีใหม่แบบอย่างแท้จริง โดยที่เจ้าหน้าที่ไอทีเองก็สามารถบริหารจัดการเครื่องปลายทางได้จากแผงควบคุมการทำงานเดียว โดยที่ยูสเซอร์สามารถที่จะนำเครื่องคอมพิวเตอร์ไปใช้ทำงานจากจุดใดก็ได้ การบริหารจัดการนี้ผ่านระบบที่เรียกว่า VMware Workspace ONE ตอบโจทย์การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน, เพิ่มมุมมองในการมอนิเตอร์และรับทราบข้อมูลในเชิงลึก ตลอดจนการสร้างสรรค์ประสบการณ์ให้เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้งาน

ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ในขณะที่องค์กรจำเป็นต้องให้บุคลากรของตนสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ก็ตาม นอกจากเครื่องมือด้านฮาร์ดแวร์ทั้งเดสก์ท็อปและแล็ปท็อปแล้ว เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของเทคโนโลยีความปลอดภัยและการป้องกันข้อมูลด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อการทำงานหากจำเป็นต้องทำงานในแบบ Work from Anywhere

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ได้เข้าใจถึงประเด็นดังกล่าวนี้จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีทั้งในแง่ของความปลอดภัยและการป้องกันข้อมูลไว้อย่างครบครัน โดยได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ในการป้องกันความปลอดภัยเครื่องปลายทาง Dell Endpoint Security Software รวมถึงเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ในการป้องกันข้อมูลมาให้พร้อมกับเครื่องเดสก์ท็อปและแล็ปท็อปของตน

สำหรับซอฟต์แวร์ในการป้องกันเครื่องเครื่องเอ็นด์พอยท์นั้นจะช่วยในการป้องกันมัลแวร์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี พร้อมกับระบบการเข้ารหัสในการจัดการเพื่อป้องกันการเข้าใช้งานจากผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ นอกจากนั้นแล้วยังมาพร้อมกับโซลูชั่นในการป้องกันข้อมูลอย่างเช่น Dell EMC PowerProtect Backup Service for Endpoints ที่มีความสามารถพิเศษในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น หากเครื่องเกิดเสียหายจากอุบัติเหตุหรือถูกจารกรรมไป คุณสามารถนำข้อมูลคืนกลับมาได้จากระบบคลาวด์ได้, ช่วยปกป้องภัยอันอาจเกิดจากการการเรียกค่าไถ่ไฟล์ หรือ Ransomware, อีกทั้งยังสามารถครบอบคลุมและทำให้ระบบของเครื่องสอดคล้องตามมาตรฐานข้อกำหนดและกฎหมายอีกด้วย

ความพร้อมใช้งานและบริการคำปรึกษา
จุดเด่นที่สำคัญของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการเครื่องผ่านทาง Workspace ONE และยังได้รับการปกป้องผ่านทางซอฟต์แวร์ป้องกันภัยคุกคามเครื่องปลายทางและซอฟต์แวร์ในการสำรองข้อมูลแล้ว เดลล์ เทคโนโลยีส์ ยังให้ความสำคัญในส่วนของขั้นตอนการส่งมอบเครื่องซึ่งสามารถตั้งค่าตามที่ลูกค้าต้องการ โดยสามารถเซตโปรไฟล์หรือแบ่งสิทธิในการใช้งานให้แตกต่างกัน หรือเหมือนกันในแต่ละเครื่องก็ทำได้ อีกทั้งยังเป็นการส่งมอบเครื่องโดยตรงไปยังผู้ใช้ปลายทางได้ทันที

บทสรุป
การก้าวสู่ยุค Next Normal ด้วยแนวคิด Modernization Workplace นั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบที่สำคัญ โดยเริ่มตั้งแต่อุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเดสก์ทอปหรือแท็ปเล็ต และควรมาพร้อมกับระบบการบริหารจัดการแบบศูนย์กลางเพื่อความง่ายในการตรวจสอบและดูแล อีกทั้งสามารถป้องกันภัยคุกคามและสำรองข้อมูลในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน และสุดท้ายต้องเป็นโซลูชันที่ปรับให้ตรงต่อตามความต้องการของผู้ใช้งานเพื่อเกิดประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/modernization-workplace-dell-technologies/

Dell เปิดตัว Dell EMC PowerScale Hybrid และ Archive node รุ่นใหม่

Dell ประกาศเปิดตัว Dell EMC PowerScale ระบบ Scale-out File Storage แบบ Hybrid node และ Archive node รุ่นใหม่ พร้อมทั้งปรับปรุงซอฟต์แวร์ OneFS และ DataIQ

สำหรับ Hybrid node ที่เปิดตัวใหม่คือรุ่น H700 และ H7000 มีช่องใส่ดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วจำนวน 60 ช่องและ 80 ช่องตามลำดับ ภายในตัวบรรจุ Node ทั้งหมด 4 node ที่ด้านหลัง รองรับการติดตั้ง SSD สำหรับใช้งานเป็น Cache จำนวน 2 ลูก และรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายด้วยพอร์ท 100GbE (QSFP28) จำนวน 2 ช่อง โดยจุดแตกต่างของทั้งสองรุ่นคือจำนวนหน่วยความจำ โดย H700 รองรับ 192GB ส่วน H7000 รองรับ 384GB ต่อ Node ผู้ใช้งานสามารถเลือกดิสก์สำหรับ H700 ได้ตั้งแต่ 2TB ไปจนถึง 16TB ส่วน H7000 จะเลือกได้เฉพาะ 12TB หรือ 16TB เท่านั้น ทำให้ H700 จะเหมาะกับการใช้งานสำหรับองค์กรที่ต้องการจัดเก็บไฟล์ขนาดจำนวนมาก ส่วน H7000 จะเน้นพื้นที่ในการใช้งานขนาดใหญ่สำหรับแอพพลิเคชันบางประเภท

สำหรับ A300 และ A3000 ซึ่งเป็น Archive node นั้นมี Spec เกือบเทียบเท่า H700 และ H7000 เลยทีเดียว โดยจะต่างกันตรงที่ใส่หน่วยความจำมาแค่ 96GB เท่านั้น ซึ่งเหมาะกับการใช้งานเป็น Archive node นั่นเอง

ระบบปฏิบัติการ OneFS ก็ได้รับการปรับปรุงในเวอร์ชัน 9.3 ด้วยการเพิ่ม Writeable snapshots, เพิ่ม Secure boot, HDFS ACL, เพิ่มความเร็วในการอัพเกรด, ปรับปรุงการทำ Data reduction และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานสำหรับไฟล์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง User Interface และการออกรายงานของ DataIQ ใหม่อีกด้วย

ที่มา: https://www.storagereview.com/news/dell-emc-powerscale-hybrid-and-archive-nodes-released

from:https://www.techtalkthai.com/dell-announces-new-dell-emc-powerscale-hybrid-and-archive-node/

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัว Dell EMC VxRail hyperconverged Infrastructure (HCI)

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศเปิดตัว Dell EMC VxRail hyperconverged Infrastructure (HCI) บน Dell PowerEdge เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมาพร้อมประสิทธิภาพที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ผู้นำระบบไฮเปอร์คอนเวิร์จ อินฟราสตรัคเจอร์ (HCI) ยังมากับความก้าวหน้าใหม่ของซอฟต์แวร์พร้อมการเปิดตัวไดนามิคโหนดที่พัฒนามาจากรูปแบบการใช้งาน VxRail ของลูกค้าเข้ากับการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับเวิร์กโหลดที่ต้องการระบบการทำงานประสิทธิภาพสูงด้วยเดลล์ เทคโนโลยีส์ สตอเรจ

ในฐานะที่เป็นระบบ HCI เพียงระบบเดียวที่ได้รับการพัฒนาโครงสร้างร่วมกับ VMware VxRail ได้มอบระบบอัตโนมัติและความสามารถในการทำออเคสเทรชัน (orchestration) ที่มีความพิเศษเฉพาะตัวที่ช่วยให้ลูกค้ามากกว่า 12,000 รายสามารถเร่งความเร็วของผลลัพธ์ทางธุรกิจผ่านจากทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และพื้นที่การประมวลผลที่ปลายทาง หรือ edge locations ต่างๆ โดยจากข้อมูลการวิจัยของ IDC ลูกค้าที่ใช้ VxRail ได้รับประสบการณ์ของอัตราส่วนผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) 452 เปอร์เซ็นต์ในเวลาห้าปี รวมทั้งประสิทธิผลการทำงานของทีมไอทีที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ และการหยุดชะงักหรือ down time ที่ไม่ได้วางแผนที่น้อยลงถึง 92 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมการทำงานทางด้านไอทีก่อนหน้า

“ลูกค้าเป็นจำนวนมากหันมาใช้ Dell EMC VxRail เนื่องจากระบบให้ประสบการณ์ทางไอทีที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน อีกทั้งยังเป็นเส้นทางเพื่อมุ่งไปสู่ไฮบริดคลาวด์” นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “สิ่งที่ทำให้ VxRail ง่ายต่อการใช้งานมาจากการลงทุนของเดลล์ในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้การนำเอาฮาร์ดแวร์รุ่นล่าสุดของเราไปใช้งาน หรือการปรับปรุงประสบการณ์การใช้ VMware ให้ดีมากขึ้น รวมทั้งการทำให้วงจรชีวิตทั้งหมดด้านไอทีเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ปัจจุบันการอัปเดตต่างๆ ช่วยให้ลูกค้าได้ผลลัพธ์การทำงานที่เพิ่มมากขึ้นจากทรัพยากรที่มีอยู่เดิม สามารถรองรับเวิร์กโหลดได้มากขึ้น รวมทั้งช่วยให้การนำมาใช้งาน (deployment) ทำได้ง่ายขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น”

ระบบ VxRail ใหม่พร้อมด้วยเทคโนโลยี Dell EMC PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ล่าสุด รวมถึง 3rd Generation Intel Xeon® Scalable โพรเซสเซอร์ ให้คอร์การประมวลผลที่เพิ่มขึ้น 42 เปอร์เซ็นต์ เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับเจนเนอเรชันก่อนหน้า นอกจากนี้ตัวเลือกที่เป็น Intel Optane persistent memory 200 series ยังช่วยเพิ่มแบนด์วิดธ์ขึ้น 32 เปอร์เซ็นต์สูงกว่าเจนเนอเรชันก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ ระบบ VxRail บางส่วนยังได้รับการอัปเดตด้วย 3rd Generation AMD EPYC™ โพรเซสเซอร์ ซึ่งให้ความยืดหยุ่นและความสามารถในการสเกลระบบให้กับลูกค้าด้วยจำนวนคอร์ที่มากถึง 64 คอร์ต่อโพรเซสเซอร์ พร้อมด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อรองรับเวิร์กโหลด และกรณีการนำไปใช้งาน (use cases) ต่างๆ ในวงกว้าง

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-emc-vxrail-hyperconverged-infrastructure-hci/

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศพลิกโฉม Dell EMC VxRail เพื่อประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการจัดเก็บข้อมูลที่ทรงประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศเปิดตัว Dell EMC VxRail hyperconverged Infrastructure (HCI) บน Dell PowerEdge เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมาพร้อมประสิทธิภาพที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ผู้นำระบบไฮเปอร์คอนเวิร์จ อินฟราสตรัคเจอร์ (HCI) ยังมากับความก้าวหน้าใหม่ของซอฟต์แวร์พร้อมการเปิดตัวไดนามิคโหนดที่พัฒนามาจากรูปแบบการใช้งาน VxRail ของลูกค้าเข้ากับการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับเวิร์กโหลดที่ต้องการระบบการทำงานประสิทธิภาพสูงด้วยเดลล์ เทคโนโลยีส์ สตอเรจ

ในฐานะที่เป็นระบบ HCI เพียงระบบเดียวที่ได้รับการพัฒนาโครงสร้างร่วมกับ VMware VxRail ได้มอบระบบอัตโนมัติและความสามารถในการทำออเคสเทรชัน (orchestration) ที่มีความพิเศษเฉพาะตัวที่ช่วยให้ลูกค้ามากกว่า 12,000 รายสามารถเร่งความเร็วของผลลัพธ์ทางธุรกิจผ่านจากทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และพื้นที่การประมวลผลที่ปลายทาง หรือ edge locations ต่างๆ โดยจากข้อมูลการวิจัยของ IDC ลูกค้าที่ใช้ VxRail ได้รับประสบการณ์ของอัตราส่วนผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) 452 เปอร์เซ็นต์ในเวลาห้าปี รวมทั้งประสิทธิผลการทำงานของทีมไอทีที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ และการหยุดชะงักหรือ down time ที่ไม่ได้วางแผนที่น้อยลงถึง 92 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมการทำงานทางด้านไอทีก่อนหน้า

คุณนพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์

ลูกค้าเป็นจำนวนมากหันมาใช้ Dell EMC VxRail เนื่องจากระบบให้ประสบการณ์ทางไอทีที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน อีกทั้งยังเป็นเส้นทางเพื่อมุ่งไปสู่ไฮบริดคลาวด์” นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์  กล่าว “สิ่งที่ทำให้ VxRail ง่ายต่อการใช้งานมาจากการลงทุนของเดลล์ในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้การนำเอาฮาร์ดแวร์รุ่นล่าสุดของเราไปใช้งาน หรือการปรับปรุงประสบการณ์การใช้ VMware ให้ดีมากขึ้น รวมทั้งการทำให้วงจรชีวิตทั้งหมดด้านไอทีเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ปัจจุบันการอัปเดตต่างๆ ช่วยให้ลูกค้าได้ผลลัพธ์การทำงานที่เพิ่มมากขึ้นจากทรัพยากรที่มีอยู่เดิม สามารถรองรับเวิร์กโหลดได้มากขึ้น รวมทั้งช่วยให้การนำมาใช้งาน (deployment) ทำได้ง่ายขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น”

ประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับเวิร์กโหลดที่เป็น mission-critical

คุณประหยัด รุ่งสมัยทอง ผู้อำนวยการฝ่าย Presale เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประเทศไทยได้ให้ข้อมูลถึงระบบ VxRail ใหม่พร้อมด้วยเทคโนโลยี Dell EMC PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ล่าสุด รวมถึง 3rd Generation Intel Xeon® Scalable โพรเซสเซอร์ ให้คอร์การประมวลผลที่เพิ่มขึ้น 42 เปอร์เซ็นต์ เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับเจนเนอเรชันก่อนหน้า นอกจากนี้ตัวเลือกที่เป็น Intel Optane persistent memory 200 series ยังช่วยเพิ่มแบนด์วิดธ์ขึ้น 32 เปอร์เซ็นต์สูงกว่าเจนเนอเรชันก่อนหน้านี้

คุณประหยัด รุ่งสมัยทอง ผู้อำนวยการฝ่าย Presale เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประเทศไทย

นอกจากนี้ ระบบ VxRail บางส่วนยังได้รับการอัปเดตด้วย 3rd Generation AMD EPYC™ โพรเซสเซอร์ ซึ่งให้ความยืดหยุ่นและความสามารถในการสเกลระบบให้กับลูกค้าด้วยจำนวนคอร์ที่มากถึง 64 คอร์ต่อโพรเซสเซอร์ พร้อมด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อรองรับเวิร์กโหลด และกรณีการนำไปใช้งาน (use cases) ต่างๆ ในวงกว้าง

การพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถอย่างต่อเนื่องของ VxRail HCI System Software ให้ประสบการณ์ที่ราบรื่นไม่ติดขัดเมื่อมีการนำเน็กซ์เจนเนอเรชันแพลตฟอร์มเข้ามาใช้งานพร้อมการจัดการและการนำมาใช้งานของ VxRail ที่ง่ายขึ้น ความสามารถอื่นๆ ของระบบ VxRail ที่เพิ่มขึ้นรวมถึง

  • ที่ปัจจุบันมาพร้อมทางเลือกระหว่าง NVIDIA A40 หรือ A100 Tensor Core GPU ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับซอฟต์แวร์ NVIDIA AI Enterprise และความสามารถด้าน caching ของ NVMe ทั้งหมดนี้จะให้ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้นยิ่งกว่า รวมไปถึงการปรับใช้งานที่ง่ายยิ่งขึ้นสำหรับแอปพลิเคชัน AI และแมชชีน เลิร์นนิ่งที่ต้องการประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูง
  • ให้ความสามารถที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรองรับเวิร์กโหลดที่หลากหลาย เช่น VDI, สตรีมมิ่งวิดีโอ และการสร้างภาพทางการแพทย์ (medical imaging) ที่ดียิ่งขึ้น
  • มอบความยืดหยุ่นให้กับลูกค้าด้วยสล็อต PCIe เพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเสริมทรัพยากรเพิ่มเติม อาทิ การ์ดเครือข่ายหรือการ์ดไฟเบอร์แชนเนล

ลูกค้ายังสามารถทำให้การตอบสนองของแอปพลิเคชันเร็วขึ้นจากระบบ PowerEdge ที่ทำงานอยู่บนอินเทลที่มาพร้อม  PCIe Gen 4 ซึ่งเพิ่มแบนด์วิดธ์ขึ้นสองเท่าและให้ PCIe lanes ที่มากขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเพิ่มความเร็วในการประมวลผลข้อมูล

เปิดตัว Dell EMC VxRail ไดนามิค โหนด

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัว VxRail ไดนามิค โหนด  ระบบการประมวลผลเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลูกค้าในการลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน สามารถจัดการทรัพยากรด้านสตอเรจได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้วยความสามารถในการรองรับเวิร์กโหลดเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งขยายสภาพแวดล้อมการทำงานของ VxRail ให้ครอบคลุมทางเลือกอื่นๆ ที่เป็น external storage ทั้งนี้ลูกค้าสามารถขยายรูปแบบการทำงานของ VxRail ไปยัง external storage ด้วยการแชร์ความจุ (capacity) ของ vSAN storage ให้กับทุกคลัสเตอร์ที่มีผ่าน VMware vSAN HCI Mesh

“หัวหน้าทีมไอทีที่ต้องการลดความซับซ้อนของดาต้าเซ็นเตอร์สามารถใช้งบประมาณด้านไอทีที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานได้อย่างเต็มที่ โครงสร้างพื้นฐานแบบไฮเปอร์คอนเวิร์จ (hyperconverged infrastructure หรือ HCI) ช่วยให้ทีมงานไอทีบรรลุความตั้งใจได้ในทั้งสามส่วนที่กล่าวมา” พอล นาชาวาตี นักวิเคราะห์อาวุโสของ Enterprise Strategy Group กล่าว “ด้วยการอัปเดต VxRail ในปัจจุบัน เดลล์ เทคโนโลยีส์ กำลังกำหนดคำจำกัดความใหม่ของสิ่งที่ธุรกิจสามารถคาดหวังได้จาก HCI และแนวทางการทำงานของของเดลล์ที่ช่วยให้ HCI มีประสิทธิภาพและทรงพลังมากยิ่งขึ้น สามารถใช้งานและจัดการกับเวิร์กโหลดที่ต้องการระบบงานที่มีประสิทธิภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น”

VxRail ไดนามิกโหนด สามารถนำมาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของ VMware Cloud Foundation  โดยทำงานร่วมกับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของทาง Dell EMC ไม่ว่าจะเป็น PowerStore, Unity XT หรือตลอดจน PowerMax เพื่อใช้เป็นที่จัดเก็บข้อมูลหลัก (primary storage) ลูกค้าสามารถปรับสเกลการประมวลผลและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างอิสระเพื่อตอบสนองความต้องการของเวิร์กโหลด ปรับขยายรูปแบบการดำเนินงานของ VxRail รวมถึงเพื่อให้เป็นการง่าย และสะดวกสำหรับลูกค้า การให้บริการของระบบ VxRail ทีมเดลล์ ซัพพอร์ตจะรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลหลักในการแก้ไขปัญหา รวมถึงการประสานงานกับทางทีมซัพพอร์ตของทาง VMWare ด้วย

“การผสานความเรียบง่ายและความคล่องตัวของ VMware Cloud Foundation บน Dell EMC VxRail เข้ากับสตอเรจ อาเรย์สำหรับองค์กรอย่าง Dell EMC PowerStore ช่วยให้เราสามารถจัดการกับเวิร์กโหลดได้มากยิ่งขึ้น” เอริค มิลเลอร์ รองประธานฝ่ายไพรเวทคลาวด์ของ Rackspace กล่าว “เรียกได้ว่านี่คือการผสมผสานกันอย่างลงตัวของทรัพยากร ทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากระบบอัตโนมัติของ HCI ความคล่องตัวของไฮบริดคลาวด์ และประสิทธิภาพและสมรรถนะของสตอเรจระดับองค์กรได้อย่างเต็มที่”

ซอฟต์แวร์ใหม่ของ VxRail รองรับ VMware ใหม่ล่าสุด

ความก้าวหน้าที่มากยิ่งกว่านั้นของซอฟต์แวร์เพิ่มเติมทำให้การจัดการวงจรการทำงาน (LCM) มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยการนำเสนอการอัปเดต VMware ต่างๆ อาทิ NSX-T และ Tanzu ภายในรอบการอัปเกรดเดียว LCM ถูกทำให้ง่ายขึ้นด้วยการเพิ่มชุดการติดตั้ง NVIDIA AI Enterprise และ VMware ให้กับกระบวนการ LCM เพื่อการปรับใช้ที่ง่ายขึ้น ลูกค้าสามารถปฏิบัติตามช่วงเวลาการบำรุงรักษาด้วยตัวเลือกการอัปเกรดที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และให้แน่ใจว่าโครงสร้างพื้นฐานได้รับการตรวจสอบโดยอัตโนมัติเสมอ ด้วยการรายงานการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ได้รับการปรับปรุง

“VxRail เป็นตัวกำหนดจังหวะในการปรับใช้ HCI เนื่องจากลูกค้าให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ราบรื่นซึ่งเกิดขึ้นจากการออกแบบตัวระบบร่วมกันโดย เดลล์ เทคโนโลยีส์ และ VMware” ลี คาสเวลล์ รองประธานฝ่ายการตลาด หน่วยธุรกิจแพลตฟอร์มคลาวด์ของ VMware กล่าว “ด้วยการเพิ่มการรองรับฟีเจอร์ vSAN ล่าสุดอย่างรวดเร็ว รวมถึง HCI Mesh ทำให้ VxRail รักษาค่าของ HCI สำหรับเวิร์กโหลดที่มีประสิทธิภาพสูง สภาพแวดล้อมของนักพัฒนา AI/ML และแอปพลิเคชันประมวลผลที่ต้องความจุเป็นอย่างยิ่ง”

from:https://www.techtalkthai.com/dell-emc-vxrail/