คลังเก็บป้ายกำกับ: DELL_EMC

Dell เลย์ออฟพนักงาน พร้อมกับลดเงินเดือนพนักงาน VMware ที่ WFH

ทาง Dell Technologies และ VMware ได้ตัดสินใจอย่างยากลำบากเกี่ยวกับพนักงานตัวเองทั่วโลกที่มีอยู่ถึง 165,000 และ 31,000 คนตามลำดับ โดย Dell ได้ออกมายืนยันในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่ากำลังเชิญพนักงานบางส่วนออก

ในขณะเดียวกัน VMware ก็ออกมายอมรับว่ามีการลดเงินเดือนสำหรับพนักงานที่เลือกจะทำงานจากบ้านแบบถาวร (Working from home : WFH) ซึ่งทั้ง Dell และ VMware ต่างเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งมานาน โดย Dell เป็นเจ้าของหุ้นส่วนใหญ่ของ VMware

หลังจากที่ซื้อกิจการ EMC ด้วยมูลค่าถึง 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปเมื่อปี 2016 ถือว่าทั้งสองบริษัทนี้มีความร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่นทั้งด้านเทคโนโลยี ยุทธศาสตร์ช่องทางจัดจำหน่าย การพัฒนาผลิตภัณฑ์เคียงคู่กันในตลาด

ซีอีโอของ Dell คุณ Michael Dell ก็นั่งเก้าอี้ประธาน VMware ด้วย แต่ระหว่างการประชุมประจำไตรมาสเมื่อวันจันทร์ ทาง COO ได้ประกาศว่าจะลดจำนวนพนักงานโดยไม่เจาะจงทีมหรือแผนก ถือเป็นการเลย์ออฟครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม

อ่านทั้งหมดที่นี่ – CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-layoffs-vmware-remote-worker-pay-cuts/

เดลล์ เทคโนโลยีส์ คว้ารางวัลสุดยอดนวัตกรรม Product Innovation Award

นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ (ขวา) รับรางวัล Product Innovation Award 2020 เมื่อเร็วๆ นี้ ในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ในด้านการเป็นผู้นำสายผลิตภัณฑ์ Mid-range Storage ด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรม PowerStore จาก รศ. ดร. จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ซ้าย)

รางวัล Product Innovation Awards 2020 จัดขึ้นโดยนิตยสาร Business+ ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 14,602 คนเข้าร่วมการสำรวจในปีนี้ ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นบริษัทชั้นนำ 1,000 แห่งที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รวมไปถึงบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และตลาดหลักทรัพย์ MAI และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมชั้นนำอื่นๆ (SMBs) ในประเทศไทย

Dell EMC PowerStore คือแพลตฟอร์มของโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย (modern infrastructure platform) ที่สร้างขึ้นจากฐานรากด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่เหนือกว่าเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายต่าง ๆ ในยุคข้อมูล เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ ตลอดจนการเข้าถึงข้อมูล ไปจนถึงประสิทธิภาพในการทำงานของแอปพลิเคชันได้ด้วยนวัตกรรมของ PowerStore ที่ได้รับการออกแบบมาให้มีเสถียรภาพสูงในระดับ 99.9999% ที่สำคัญ ตัวแพลตฟอร์มมีระบบแมชชีน เลิร์นนิ่ง (ML) และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะเพื่อช่วยให้ส่งมอบแอปพลิเคชันและบริการต่าง ๆ ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นโดยใช้เวลาของพนักงานน้อยลงถึง 99 เปอร์เซ็นต์ในการบาลานซ์ปริมาณการทำงานของระบบ

from:https://www.enterpriseitpro.net/product-innovation-award-dell-powerstore/

CSL จับมือ Dell Technologies เปิดบริการวางระบบ Hybrid Cloud แก่องค์กรทั่วไทย

CSL ผู้ให้บริการระบบ Cloud, IT Solutions และ Data Center แบบครบวงจร ร่วมกับ Dell Technologies เปิดให้บริการการวางระบบ Hybrid Cloud แบบเรียบง่ายและรวดเร็ว ปูรากฐานการใช้งานตั้งแต่ On-premises ไปสู่ Cloud พร้อมต่อยอดไปยัง Multi-cloud ในอนาคต ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องทำงานแบบ Work from Anywhere, Any Device & Any Platform

Hybrid Cloud กลายเป็น New Normal สำหรับทุกองค์กร

จากวิกฤตการณ์ COVID-19 ในปัจจุบัน ทำให้เกิดมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค หลายองค์กรจึงถูกบังคับให้ทำ Digital Transformation เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และเข้าถึงระบบภายในองค์กรได้ เมื่อ Work from Home กลายเป็นวิถีการทำงานรูปแบบใหม่ (New Normal) พนักงานมีความคุ้นเคย ทำให้องค์กรเริ่มต่อยอดการ Work from Home ไปสู่การทำงานภายใต้แนวคิด “Work from Anywhere, Any Device & Any Platform” ซึ่งนอกจากจะเพิ่มอิสระในการทำงานให้แก่พนักงานแล้ว องค์กรยังได้พื้นที่ที่จากเดิมเป็นที่นั่งทำงานของพนักงานกลับคืนมา ซึ่งสามารถนำไปใช้สอยให้เกิดประโยชน์อย่างอื่นหรือลดภาระการเช่าที่ลงได้

เทคโนโลยี Cloud Computing ไม่ว่าจะเป็น Public Cloud อย่าง AWS, Microsoft Azure, Google Cloud Platform หรือ Private Cloud ต่างถูกนำเข้ามาใช้เพื่อตอบรับแนวคิดดังกล่าว ในขณะที่หลายองค์กรก็เริ่มหันไปใช้งานแบบไฮบริด (Hybrid Cloud) เนื่องจากต้องการความยืดหยุ่นในการโยกย้าย Workload ไปมาระหว่าง Private และ Public Cloud รวมไปถึงทำให้มั่นใจว่าระบบงานจะพร้อมใช้งานอยู่เสมอแม้จะมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ที่สำคัญคือตอบโจทย์ความต้องการเรื่องการจัดเก็บข้อมูลอย่างมั่นคงปลอดภัย สอดคล้องกับกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ

จาก Hybrid Cloud สู่ Multi-cloud เต็มไปด้วยความซับซ้อน

ถึงแม้หลายองค์กรจะเริ่มสนใจการวางระบบแบบ Hybrid Cloud แต่การก้าวออกจากการใช้งานแบบ On-premises และ Cloud ไปสู่ Hybrid Cloud ให้ได้อย่างเต็มตัวนั้นยังถือเป็นเรื่องยาก เนื่องจากเทคโนโลยีหลักที่หลายองค์กรเลือกใช้งานภายใน On-premises Data Center นั้นยังไม่พร้อมที่จะทำงานร่วมกับ Public Cloud ของค่ายต่างๆ ได้อย่างดีนัก ยิ่งองค์กรนำกลยุทธ์ Multi-cloud เข้ามาใช้ ไม่ว่าจะเพราะต้องการใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์เฉพาะตัวของ Cloud Provider แต่ละราย การลดความเสี่ยง หรือการใช้งานตามนโยบายของบริษัทแม่ ยิ่งก่อให้เกิดความซับซ้อนและยุ่งยากในการบริหารจัดการมากขึ้น เนื่องจาก Cloud Provider ต่างมีเทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมเป็นของตนเอง การโยกย้าย Workload ระหว่าง Cloud จึงทำได้ยาก ทั้งยังมีประเด็นเรื่องการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่อาจจะไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมไปถึงปัญหาเรื่องการเรียนรู้ทักษะที่ต้องใช้ในการทำงานร่วมกับระบบ Cloud เหล่านั้น

ด้วยเหตุนี้ การปูรากฐานตั้งแต่ On-premises ไปสู่ Private Cloud และ Public Cloud ให้มีบรรทัดฐานเดียวกัน ใช้เครื่องมือเดียวกัน ภายใต้กระบวนแบบเดียวกัน และสามารถบริหารจัดการระบบทั้งหมดได้แบบรวมศูนย์ จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทุกองค์กรควรพิจารณาเมื่อเริ่มวางแผนใช้ Hybrid Cloud และ Multi-cloud ในอนาคต

เริ่มใช้ Hybrid Cloud แบบง่ายและรวดเร็วด้วยโซลูชันจาก CSL

CSL ร่วมกับ Dell Technologies เปิดให้บริการการวางระบบ Hybrid Cloud แบบเรียบง่ายและรวดเร็ว ผสานการทำงานระหว่าง On-premises, Private Cloud และ Public Cloud รวมไปถึงสามารถขยายไปสู่ Edge ได้โดยใช้เครื่องมือและกระบวนการทำงานแบบเดียวกันทั้งหมด ก่อให้เกิดการวางโครงสร้างพื้นฐานและการปฏิบัติงานที่มีบรรทัดฐานเดียวกัน ภายใต้แนวคิด “One Cloud Experience” โดยแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  1. เริ่มวางรากฐานระบบ On-premises ด้วยโซลูชัน Infrastructure จาก Dell EMC
  2. วางระบบ Private Cloud โดยใช้ VMware Cloud Foundation
  3. เชื่อมต่อกับ Public Cloud ได้แก่ AWS, Microsoft Azure, Google Cloud Platform และ Cloud Partners อื่นๆ อีกกว่า 4,200 รายทั่วโลกด้วย VMware Cloud

แน่นอนว่าเมื่อรากฐานทั้งหมดเป็น VMware ที่หลายองค์กรใช้งานและคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทำให้สามารถเชื่อมต่อ ใช้งาน และโยกย้าย Workload ไปมาระหว่าง On-premises Data Center (Private Cloud) และ Public Cloud ได้สะดวกรวดเร็ว สร้างทางเลือกในการก้าวไปสู่การพัฒนาระบบ Hybrid Cloud ที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อนขึ้น

เลือกวางระบบ Hybrid Cloud แบบเบ็ดเสร็จ หรือปรับแต่งตามความต้องการ

สำหรับองค์กรที่ตัดสินใจแล้วว่าจะเริ่มแผนการใช้ Hybrid Cloud สามารถเลือกใช้บริการจาก CSL ที่สนับสนุนโดย Dell Technologies ได้ 2 แบบ คือ

1. บริการแบบเบ็ดเสร็จ

วางระบบ Hybrid Cloud ให้องค์กรโดยใช้ Hyper-converged Infrastructure คือ VxRail เป็นโครงสร้างพื้นฐาน เสริมด้วย VMware Cloud Foundation เพื่อเริ่มต้นทำงานแบบ Private Cloud บริการนี้มีจุดเด่นที่สามารถติดตั้งเพื่อใช้งานได้ง่าย ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมขยายระบบไปทำงานร่วมกับ Public Cloud ได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งยังบริหารจัดการได้ง่ายและอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอัปเกรดหรืออัปเดตแพตช์ ที่สำคัญคือ CSL และ Dell Technologies มีแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) สำหรับการวางระบบ Hybrid Cloud โดยใช้ VxRail และ VMware Cloud Foundation ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ องค์กรยังสามารถต่อยอดไปใช้งาน Container และ Kubernetes ได้ทันทีโดยใช้ VMware PKS

2. บริการแบบปรับแต่งตามความต้องการ

องค์กรสามารถเลือกอุปกรณ์ในส่วน Compute, Storage และ Network ของ Dell Technologies มาประกอบกันให้สอดคล้องกับ Workload ที่ใช้งานและงบประมาณที่มีได้อย่างอิสระ โดย Dell Technologies จะมี Validated Design สำหรับใช้อ้างอิงเพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ที่ใช้งานสามารถผสานการทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อและแสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ พร้อมก้าวไปสู่การใช้งานแบบ Hybrid Cloud ได้ง่ายเหมือนบริการแบบเบ็ดเสร็จ

นอกจากนี้ CSL ยังมีบริการเสริมอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการใช้ Hybrid Cloud ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น บริการ VMware Cloud on AWS ที่ช่วยให้สามารถย้าย Workload จาก Data Center ขึ้นสู่ AWS ได้อย่างรวดเร็ว หรือบริการ Express Connect สำหรับเชื่อมต่อระบบ On-premises หรือ Private Cloud ของลูกค้าไปยัง AWS และ Cloud Providers ชั้นนำอื่นๆ โดยตรง ซึ่งนอกจากจะลด Latency และค่าใช้จ่ายในการใช้บริการระบบ Cloud แล้ว ยังช่วยให้ลูกค้าก้าวออกจากการใช้งานแบบ On-premises และ Public Cloud ไปสู่ Hybrid Cloud ได้อย่างเต็มตัวง่ายขึ้นอีกด้วย

CSL ให้บริการวางระบบ Hybrid Cloud ด้วย Dell Technologies แบบครบวงจร

CSL เป็นผู้ให้บริการระบบ Cloud, IT Solutions และ Data Center แบบ One-stop Shop พร้อมให้บริการการวางระบบ Hybrid Cloud โดยใช้โซลูชันจาก Dell Technologies ไม่ว่าจะเป็นบริการแบบเบ็ดเสร็จ (VxRail + VMware Cloud Foundation + VMware PKS) หรือบริหารแบบปรับแต่งตามความต้องการ CSL มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนการขึ้นระบบ Hybrid Cloud ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการเชิงธุรกิจ ออกแบบ ติดตั้ง ย้าย Workload ไปจนถึงการบริการหลังการขาย (CSL Managed Service) โดยคำนึงถึงงบประมาณและความคุ้มค่าที่ลูกค้าจะได้รับเป็นสำคัญ

องค์กรที่ต้องการเริ่มต้นการใช้ระบบ Cloud ไม่ว่าจะเป็น Private, Public หรือ Hybrid Cloud รวมไปถึงยกระดับ IT Infrastructure ที่ใช้งานอยู่ให้ดียิ่งขึ้น สามารถติดต่อทีมงาน CSL ได้ที่อีเมล csl-presales@ais.co.th หรือโทร 02-263-8185

from:https://www.techtalkthai.com/start-your-hybrid-cloud-journey-with-csl-and-dell-technologies/

[Advertorial] Dell EMC PowerStore เปิดมิติระบบสตอเรจอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ธุรกิจในยุคดิจิตอลนั้นถูกแรงผลักดันที่เกิดขึ้นในประเด็นสำคัญอยู่หลายส่วนด้วยกัน อย่างเช่นประเด็นด้านข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นมาในแต่ละวัน ซึ่งมีจำนวนมหาศาลและจำเป็นจะต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ โดยนอกจากจะจัดเก็บเป็นอย่างดี นำกลับมาใช้ได้อย่างคล่องแคล่วสะดวกง่ายดาย มีความอัจฉริยะและทำงาน (Automation)ได้อย่างอัตโนมัติ รวมถึงต้องสามารถวิเคราะห์เพื่อนำมาเป็นประโยชน์ในเชิงธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิผล

ในการนี้ Dell Technologies ได้มองเห็นถึงความต้องการขององค์กรธุรกิจในยุคดิจิตอลจึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มของโครงสร้างด้านการจัดการข้อมูลรุ่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า Dell EMC PowerStore ที่ออกมาตอบโจทย์งานด้านข้อมูล (Data) อินฟราสตรัคเจอร์ (Infrastructure) และเรื่องของการปฏิบัติการ (Operation) เป็นสำคัญ

ตรงกับความต้องการในยุคดิจิตอล

Dell EMC PowerStore ถูกออกแบบให้มาตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งาน ด้วยการแบ่งออกเป็น 3 แกนหลัก อันประกอบด้วยมุมมอง ดังนี้

1. มุมมองด้าน Data-Centric
Dell EMC PowerStore ช่วยให้องค์กรสามารถที่จะรองรับเวิร์กโหลดแอพพลิเคชันที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบบฟิสิคอล หรือแบบเวอร์ชวล รวมไปถึงยังต้องรองรับเวิร์กโหลดใหม่ๆ ประเภทคอนเทนเนอร์ อีกด้วย จากนั้นสตอเรจรุ่นใหม่นี้ยังให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่เร็วมากกว่าผ่านทางโปรโตคอลรุ่นใหม่อย่าง NVMe ช่วยให้การส่งผ่านข้อมูลภายในระบบดีมากกว่าเดิมนับร้อยเท่า และสามารถที่จะทำการ Scale out ได้ดีกว่าระบบเดิม รวมถึงการทำ Data Reduction ได้ดีกว่าเดิม (เป็นแบบ Always-on) ทั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตัวของเวิร์กโหลดที่จะเพิ่มขึ้นได้อย่างทันท่วงที เป็นแบบ 99.9999% สำหรับความพร้อมใช้งาน เป็นต้น

2. มุมมองด้าน Intelligent
Dell EMC PowerStore ให้ความอัจฉริยะในการทำงานอย่างเช่นเรื่องของการทำ Programmable Infrastructure, การจัดการด้านการ Provisioning Storage แบบอัตโนมัติ ผ่านทางปลั้กอินต่างๆ ที่ PowerStore มีให้ ทั้ง VMware, Kubernetes, Ansible รวมถึง REST Api ด้วย อีกทั้งสตอเรจ PowerStore ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีอย่าง Machine Leaning ทำให้มันทำงานได้อย่างอัตโนมัติ รวมถึงมีเครื่องมืออัจฉริยะอย่าง CloudIQ เป็นเทคโนโลยที่ทำให้คุณสามารถที่จะมอนิเตอร์ระบบในเชิงรุก ช่วยให้มองเห็นและวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นในระบบสตอเรจของคุณได้ดีมากยิ่งขึ้น สามารถลดความเสี่ยงของระบบ วางแผนระบบและสตอเรจได้ดีกว่าเดิม และที่สำคัญสามารถพัฒนาด้านโพรดักส์ทิวิตี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. มุมมองด้าน Adaptable
Dell EMC PowerStore เป็นการปรับโครงสร้างและรูปแบบการทำงานใหม่ โดยมีการพัฒนาระบบโค้ดขึ้นมาใหม่ เป็นระบบของตัวเอง โดยตัวมันให้ความยืดหยุ่นในส่วนของสถาปัตยกรรม ให้ความยืดหยุ่นในส่วนของการดีพลอยเมนท์ ตั้งแต่ Core ไปถึง Edge และข้ามไปยัง Cloud ได้อย่างยอดเยี่ยมมากกว่าเคย สิ่งที่ทำให้สตอเรจรุ่นใหม่นี้มีประสิทธิภาพยืดหยุ่นได้นั้นก็เพราะว่าสถาปัตยกรรมของมันถูกเขียนและสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดโดยมีพื้นฐานจากระบบคอนเทนนเนอร์ (Container-based Architecture) เรียกกันว่า PowerStoreOS ซึ่งข้อดีของระบบที่เป็นแบบคอนเทนเนอร์นั้นถูกแยกออกมาเป็นโมดูลล่าร์ ทำให้เราสามารถที่จะประยุกต์ให้ใช้งานเซอร์วิสที่เกิดขึ้นบนเคอร์เนลได้เป็นส่วนๆ ซึ่งไม่ไปกระทบกับระบบหลัก

นอกจากนั้นแล้วยังมีการแนะนำฟังก์ชั่น ที่ชื่อว่า AppsOn คือฟังก์ชั่นใหม่ที่เป็นหนทางเดียวที่ช่วยให้เวอร์ชวลเวิร์กโหลดบน VMware และแอพพลิเคชั่นสามารถนำเอาแอพพลิเคชั่นมาใช้งาน (deploy) ได้โดยตรงบนอาเรย์เพื่อความยืดหยุ่นที่มากกว่าเดิมอย่างมหาศาล ในฐานะที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม AppsON เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเวิร์กโหลดที่เป็น data-intensive ทั้งในดาต้าเซ็นเตอร์ (core) หรือที่พื้นที่ส่วนปลาย (edge) และแอพพลิเคชั่นสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน

Dell EMC Future-Proof Program เพิ่มการอัพเกรดได้ในทุกเวลา

PowerStore อยู่ภายใต้โปรแกรมที่เรียกว่า Dell EMC Future-Proof Program ซึ่งให้ทางเลือกที่เพิ่มมากขึ้น ให้ความสามารถในการคาดการณ์การใช้งานล่วงหน้า อีกทั้งให้การคุ้มครองการลงทุนผ่านความสามารถในการอัพเกรดได้ทุกเวลา (Anytime Upgrades) โปรแกรมการอัพเกรดคอนโทรลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นที่สุดในอุตสาหกรรม ต่างจากโปรแกรมอัพเกรดคอนโทรลเลอร์อื่น ๆ ลูกค้าสามารถขยายหรือปรับเพิ่มประสิทธิภาพของ PowerStore ได้ การผสานกันของการอัพเกรดได้ทุกเวลา (Anytime Upgrades) และสถาปัตยกรรมที่ปรับได้ของ Dell EMC PowerStore ทำให้การไมเกรทแพลตฟอร์มสามารถเสร็จสมบูรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทสรุป

PowerStore ช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ ตลอดจนการเข้าถึงข้อมูล ไปจนถึงประสิทธิภาพในการทำงานของแอพพลิเคชั่นได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้มีเสถียรภาพสูงในระดับ 99.9999% ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีขององค์กร สามารถรองรับทั้งเวิร์กโหลดที่หลากหลายทั้งแบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่ ช่วยให้คุณสามารถคำนวณและจัดเก็บข้อมูลระดับองค์กรอยู่ภายในระบบเดียว ลดพื้นที่การใช้งานสตอเรจโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ เดลล์ เทคโนโลยีส์

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ช่วยให้องค์กรธุรกิจและปัจเจกบุคคลสร้างอนาคตดิจิทัล พร้อมช่วยปฏิรูปทั้งรูปแบบการทำงาน การดำเนินชีวิต และการพักผ่อน เดลล์ เทคโนโลยีส์ให้การดูแลสนับสนุนลูกค้าด้วยสายผลิตผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีและการบริการที่กว้างที่สุด และมีความเป็นนวัตกรรมอย่างสูงสุดสำหรับยุคดิจิทัล 

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-emc-powerstore-2/

[Guest Post] เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัว PowerScale สตอเรจ สร้างมาตรฐานใหม่ ปลดล็อคศักยภาพใหม่ทางข้อมูล

 

·      ระบบ PowerScale สตอเรจ นำสิ่งที่ดีที่สุดของฮาร์ดแวร์ เดลล์ อีเอ็มซี เซิร์ฟเวอร์ และซอฟต์แวร์ สตอเรจ มาเพื่อช่วยลูกค้าในการจัดการไฟล์ และข้อมูลต่างๆ ในดาต้าเซ็นเตอร์หลัก ที่พื้นที่ปลายทาง (edge) และที่พับลิคคลาวด์

·      ระบบปฏิบัติการ PowerScale OneFS แนะนำความสามารถใหม่ของซอฟต์แวร์ รวมถึงเทคโนโลยีการปรับลดมิติของข้อมูลที่ได้รับการปรับเพิ่มประสิทธิภาพ การเข้าถึง S3 obect ตลอดจนการรองรับ Ansible และ Kubernetes

·      ซอฟต์แวร์ Dell EMC DataIQ ช่วยให้องค์กรธุรกิจค้นพบ ทำความเข้าใจ และดำเนินการกับข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (unstructured data) ทั่วทั้งในไพรเวท คลาวด์ และพับลิค คลาวด์

 

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศเปิดตัว Dell EMC PowerScale ระบบการจัดเก็บข้อมูลตระกูลใหม่ที่ออกแบบมาด้วยซอฟต์แวร์จัดเก็บข้อมูลและฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์ชั้นนำของอุตสาหกรรมเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมในการที่องค์กรธุรกิจจะสามารถจับยึดและใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่จาก unstructured data อาทิ เอกสาร รูปภาพ วิดีโอ และเนื้อหาโซเชียลมีเดีย

ปริมาณของ unstructured data ขององค์กรธุรกิจจัดเก็บในลักษณะของไฟล์ หรือ objct storage ได้รับการคาดหมายว่าจะเติบโตขึ้นถึง 3 เท่าในปี 2024 และยังไม่มีสัญญาณของการลดลงแต่อย่างใด” แดน อินบาร์ ประธานและผู้จัดการทั่วไปด้านสตอเรจ เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “ในยุคของข้อมูลนี้ ธุรกิจต่างต้องการหนทางที่เรียบง่าย ราบรื่น และประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บและการใช้ข้อมูลแบบไร้โครงสร้าง (unstructured data) เพื่อสร้างนวัตกรรม สร้างความแตกต่าง และนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วกว่า Dell EMC PowerScale มอบพื้นฐานที่บริษัทต้องการในการที่จะปลดล็อคศักยภาพด้านดาต้า ไม่ว่าจะถูกจัดเก็บไว้ที่ไหน และใช้ข้อมูลเหล่านั้นในการขับเคลื่อนผลกระทบทางธุรกิจที่มีความหมาย”

องค์กรต่างๆ ทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นกำลังมองหาโซลูชันการจัดเก็บ unstructured data เพื่อทำในสามสิ่ง ได้แก่ ปรับขนาดได้ จัดการการเติบโตของปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นตลอดจนประเภทข้อมูล และสุดท้ายจัดการข้อมูลได้ดีไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม” เจย์ ทูเซ็ธ ผู้จัดการทั่วไปด้านโซลูชัน Unstructured Dataเอเชียแปซิฟิค ญี่ปุ่นและจีน เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “ สายผลิตภัณฑ์ Dell EMC PowerScale ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและช่วยให้พวกเขาปลดล็อกศักยภาพของข้อมูลได้อย่างเต็มที่โดยนำเสนอความเรียบง่ายในทุกขนาดจัดการข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างไม่ว่าจะเป็นในศูนย์ข้อมูลที่ Edge หรือในระบบคลาวด์ และให้ข้อมูลเชิงลึกที่ชาญฉลาดซึ่งดึงมาจากข้อมูลที่มีอยู่ และจากทั้งตัวโครงสร้างพื้นฐาน”

ผู้นำด้านสตอเรจระดับเอนเทอไพรซ์ ปลดล็อกศักยภาพของ unstructured data

Dell EMC PowerScale ทำงานบนเน็กซ์-เจนของ OneFS ระบบปฏิบัติการที่รู้จักกันดีในฐานะของขุมพลังของ Dell EMC Isilon สตอเรจในตระกูล PowerScale มาพร้อม 1U PowerEdge-based PowerScale all-flash และ NVMe โนด และIsilon all-flash hybrid และ archive nodes ที่มีอยู่เดิมที่รันระบบปฏิบัติการ PowerScale OneFS 9.0

เครื่องในตระกูล PowerScale ให้การทำงานของอินพุท – เอาท์พุทสูงถึง 15.8 ล้านครั้งต่อวินาที (IOPS) ต่อคลัสเตอร์ ให้ประสิทธิภาพที่ลูกค้าต้องการเพื่อรองรับการทำงานที่ต้องใช้สมรรถนะในการทำงานสูงเพื่อรับมือเวิร์กโหลดอย่าง AI การวิเคราะห์  IoT ดิจิทัล มีเดียเฮลธ์แคร์ การดูแลสุขภาพ หรือด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (life sciencesทั้งนี้ PowerScale F200 โนด แบบ all-flash ใหม่ให้ประสิทธิภาพที่สูงยิ่งกว่ารุ่นก่อนหน้าถึงห้าเท่า การลดข้อมูล (แบบอินไลน์ที่ได้รับการปรับปรุงทำให้แพลตฟอร์มมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึงหกเท่า

เรียบง่ายในทุกระดับ

PowerScale สามารถเริ่มต้นจากขนาดเล็กและเติบโตเป็นขนาดในระดับเพตะไบต์ในขณะที่ยังคงความเรียบง่ายและการใช้งานง่าย:

  • ปรับขนาดโดยไม่หยุดชะงัก: PowerScale คลัสเตอร์สามารถปรับขนาดจากความจุข้อมูลดิบ 11TB ขึ้นเป็น 60PBโดยที่การทำงานของไฟล์นับล้านโดยไม่มีการหยุดชะงักหรือสร้างดาวน์ไทม์ที่มีค่าใช้จ่ายสูงให้กับลูกค้า สามารถเพิ่มจำนวนโนดลงใน PowerScale หรือ Isilon คลัสเตอร์ที่มีอยู่เดิมได้ในเวลาเพียง 60 วินาที
  • ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ: ด้วยความสามารถในการขยายขนาดอย่างชาญฉลาด PowerScale จะกระจายทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสิทธิภาพสูงสุดจากคลัสเตอร์
  • ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ: ด้วยนโยบาย failover ที่ยืดหยุ่น PowerScale มอบการใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด 85% ทั่วทั้งคลัสเตอร์และสามารถรักษา multi-node failures ได้
  • โครงสร้างพื้นฐานที่ตั้งโปรแกรมได้: ด้วยการซัพพอร์ตสำหรับกรอบการจัดการชั้นนำจำนวนมากและการจัดการคอนเทนเนอร์ (container orchestration) อาทิ Kubernetes และ Ansible ลูกค้าสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกทั้งยังสามารถลดระยะเวลาในการปรับใช้งานได้อีกด้วย

ข้อมูลเชิงลึกที่ชาญฉลาด

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ช่วยให้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้าในการเข้าใจข้อมูลและความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐานสตอเรจผ่านซอฟต์แวร์ที่มาพร้อมกับ PowerScale

  • นำข้อมูลไปใช้งานได้จริง: การเปิดตัวซอฟต์แวร์ Dell EMC DataIQ ช่วยให้บริษัทต่างๆ ดึงเอามูลค่าทางธุรกิจจากข้อมูลแบบ unstructured data ที่ปกติแล้วจะไม่มีการจัดหมวดหมู่และพบได้ในไซโลข้อมูลในธุรกิจ DataIQ แบ่งไซโลข้อมูลด้วยการนำเสนอในแบบมุมมองเดียว (single view) ข้อมูลไฟล์และข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่ในสตอเรจพับบลิคคลาวด์และของพันธมิตรของเอลล์ อีเอ็มซี ทั้งนี้ ผู้ใช้สามารถควบคุมข้อมูลได้ดีขึ้น สามารถตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมทำงานที่ถูกต้องและเหมาะสมสามารถเข้าถึงข้อมูล และใช้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนโดยการจัดเก็บข้อมูลในระดับที่เหมาะสมภายในสภาพแวดล้อมการจัดเก็บข้อมูล
  • การตรวจสอบสุขภาพเชิงรุก: ซอฟต์แวร์การตรวจสอบและวิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐานของ Dell EMC CloudIQ ผสมผสานแมชชีน เลิร์นนิ่งและความชาญฉลาดของมนุษย์เข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าได้รับการวิเคราะห์ประสิทธิภาพและสมรรถนะแบบเรียลไทม์ตลอดจนการติดตามการทำงานที่ผ่านมาได้ภายในมุมมองเดียว (single view) ของโครงสร้างพื้นฐาน Dell EMC

ข้อมูลในทุกที่

PowerScale รองรับโปรโตคอลไฟล์ที่หลากหลายและลูกค้าสามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างง่ายดายเพื่อตอบสนองความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มี

  • แอปพลิเคชันใดก็ตาม: PowerScale OneFS 9.0 มาพร้อมการรองรับมัลติ-โปรโตคอลอย่างกว้างขวาง รวมถึงการซัพพอร์ต S3 ใหม่สำหรับแอปสมัยใหม่ที่พึ่งพาการจัดเก็บวัตถุ การสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับโปรโตคอลต่างๆ รวมถึง NFS SMB และ HDFS ช่วยให้ลูกค้าสามารถเรียกใช้แอปพลิเคชันแบบเดิมและสมัยใหม่จำนวนมากได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความสามารถในการทำงานร่วมกันได้
  • ความยืดหยุ่นในการนำมาใช้งาน: PowerScale สามารถนำมาใช้งานได้อย่างง่ายดายทั้งในดาต้าเซ็นเตอร์หลัก ที่พื้นที่ปลายทาง (edge locations) หรือในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์มัลติคลาวด์ ด้วยขนาด 1U และขนาดคลัสเตอร์ขั้นต่ำของ All-flash F200 และ NVMe F600 PowerScale โนดใหม่ทำให้ PowerScale เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับทางเลือกในการนำมาใช้งานที่ปลายทาง (edge)
  • การรองรับมัลติ-คลาวด์: PowerScale สำหรับ Multi-cloud สามารถเชื่อมต่อโดยตรงกับพับลิคคลาวด์ที่สำคัญในรูปแบบบริการที่มีการจัดการ ซึ่งเหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการย้ายหรือปรับใช้แอปที่เป็นที่ต้องการในคลาวด์ ทั้งนี้ลูกค้า Google Cloud ที่ต้องการประหยัดเวลาและความซับซ้อนในการจัดการสามารถเลือก Dell Technologies Cloud PowerScale สำหรับ Google Cloud ซึ่งเป็นบริการคลาวด์แบบเนทีฟที่รวมประสิทธิภาพขนาดและประสบการณ์ที่สอดคล้องกันของ PowerScale เข้ากับความประหยัดและความเรียบง่ายของ Google Cloud

ความพร้อมในการวางตลาด

  • Dell EMC PowerScale OneFS 9.0 PowerScale โนด และ DataIQ พร้อมให้บริการแล้วทั่วโลก

คีธ แบรดลีย์ ผู้จัดการฝ่ายไอที ของ Nature Fresh Farms กล่าวว่า “เมื่อคุณซื้อมะเขือเทศ หรือแตงกวา หรือกระทั่งพริกของเรา สิ่งที่คุณมองไม่เห็นก็คือข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นจากการนำผลิตผลจากกรีนเฮ้าส์ไปสู่ร้านขายของชำ Nature Fresh Farms คือการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลซึ่งต้องการพื้นที่จัดเก็บที่สามารถขยายขนาดได้โดยไม่ต้องปรับปรุงเทคโนโลยีที่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เราเป็นลูกค้าของ Isilon ในวันนี้และทำไมเราจึงรู้สึกตื่นเต้นเกี่ยวกับ PowerScale เป็นอย่างมาก โนดใหม่ที่ปลายทาง (Edge) ซึ่งผสานเข้ากับคลัสเตอร์ที่มีอยู่เดิมของเราได้อย่างราบรื่นจะกลายเป็นสิ่งที่เข้ามาเปลี่ยนเกม (gamechanger)”

อูลริช เบ็ตซเลอร์ สถาปนิกอาวุโสด้านสตอเรจ จาก Steinbuch Centre for Computing at Karlsruhe Institute of Technology กล่าวว่า การรองรับโปรโตคอล S3 ใหม่ใน Dell EMC PowerScale OneFS นั้นน่าประทับใจเป็นอย่างสูง อีกทั้งยังมากเกินกว่าความคาดหมายในด้านประสิทธิภาพของเราอีกด้วย PowerScale คือแพลตฟอร์มที่น่าเกรงขามและเราคิดว่าตัวแพลทฟอร์มนี้จะเข้ามีบทบาทสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของเราที่ก้าวไปข้างหน้า”

ขณะเดียวกัน อมิตา พอทนิส ผู้อำนวยการด้านการวิจัย Enterprise Infrastructure Practice ไอดีซี กล่าวว่า “องค์กรธุรกิจที่มองหาทางในการจัดการกับข้อมูลที่ไร้โครงสร้าง หรือ unstructured data ที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ต้องเข้าใจก่อนว่านี่ไม่ใช่เพียงปัญหาของพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล แต่เป็นความท้าทายในการจัดการข้อมูลแบบองค์รวม Dell EMC PowerScale ช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถยึดจับข้อมูลที่เป็น unstructured data ได้อย่างง่ายดายและเมื่อรวมเข้ากับซอฟต์แวร์ Dell EMC DataIQ ใหม่ บริษัทต่างๆจะเข้าใจวิธีที่ทำให้ข้อมูลนั้นทำงานได้ดียิ่งขึ้น สถาปัตยกรรมที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ (software-defined architecture) ของ PowerScale ช่วยให้แพลตฟอร์มสามารถจัดการกับความท้าทายด้านข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างในปัจจุบันได้อย่างง่ายดายในขณะที่ไม่มองข้ามสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”

 

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

 

เกี่ยวกับ เดลล์ เทคโนโลยีส์

เดลล์ เทคโนโลยีส์ คือกลุ่มธุรกิจที่มีความเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยให้องค์กรธุรกิจและปัจเจกบุคคลสร้างอนาคตดิจิทัล และช่วยปฏิรูปทั้งรูปแบบการทำงาน การดำเนินชีวิต และการพักผ่อน เดลล์ เทคโนโลยีส์ให้การดูแลสนับสนุนลูกค้าด้วยสายผลิตผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีและการบริการที่กว้างที่สุด และมีความเป็นนวัตกรรมอย่างสูงสุดที่ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์ปลายทาง (edge) ไปสู่การประมวลผลที่ดาต้าเซ็นเตอร์ (core) ไปจนสู่คลาวด์ (cloud)

from:https://www.techtalkthai.com/dell-technologies-powerscale/

พลิกโฉมอุตสาหกรรมการผลิตด้วยระบบเฝ้าระวัง Storage และเครือข่าย IoT จาก CSL

วิกฤต COVID-19 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ นอกจากจะทำให้ทุกธุรกิจทั่วไทย เปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีใหม่ (New Normal) ยังรวมไปถึงอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing) จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้พึ่งพาระบบดิจิทัล (Digital Transformation) ที่ช่วยตอบโจทย์เรื่องการทำงานได้จากทุกที่ รวมถึงการควบคุมการผลิตให้เกิดความต่อเนื่องและประสิทธิภาพ เพื่อเป็น Digital Factory แน่นอนว่าระบบดิจิทัลจะมีประสิทธิภาพได้นั้นต้องทำงานบนโครงสร้างพื้นฐาน (IT Infrastructure) ด้วยเช่นกัน

CSL ผู้ให้บริการ Data Center ระบบ Cloud และ ICT Services แบบครบวงจร จึงได้นำเสนอโซลูชันเพื่อพัฒนา IT Infrastructure ของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเฝ้าระวังระบบต่างๆ แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดเก็บข้อมูล (Storage) หรือระบบ IoT เพื่อนำข้อมูลมาใช้สำหรับวางแผนการผลิตได้อย่างทันท่วงที ลดภาระของผู้ดูแลระบบ และให้องค์กรมีความสามารถในการสร้างการเติบโตได้ในทุกสถานการณ์ ซึ่งเป็นวิธีการทำงานใหม่ของอุตสาหกรรมการผลิตในยุคนี้

IT Infrastructure ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต

ปฏิเสธไม่ได้ว่า IT Infrastructure ทั้ง Network และ System ต่างเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบการผลิตสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Machine Learning ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้เพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ช่วยให้สามารถปรับปรุงสายการผลิตให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องต่อความต้องการ ณ เวลานั้นๆ ได้อย่างทันท่วงที ความสามารถของ Machine Learning ที่ช่วยเฝ้าระวังสถานะการทำงานของ Servers, Storages และ Network แบบรวมศูนย์ พร้อมแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลระบบทราบ ก็ช่วยให้สามารถตรวจพบและดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว หลีกเลี่ยงความสูญเสียและลด Downtime เมื่อเกิดเหตุขัดข้องที่ไม่คาดฝันได้

CSL ผนึกกำลัง Dell และ Ruckus ตอบโจทย์ Digital Transformation กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตในยุค New normal

CSL ผู้ให้บริการ Data Center, ระบบ Cloud และ ICT Services แบบครบวงจร พร้อมสนับสนุนนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่ทุกธุรกิจในประเทศไทยเพื่อทำ Digital Transformation ไม่ว่าจะเป็น Conferencing & Collaboration, Wi-Fi, Data, Workspace Management, Security, End-user Devices, Internet of Things, Cloud Services และ Platform for End-user Computing โดยมีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการเชิงธุรกิจ ออกแบบ ติดตั้ง ปรับแต่งการใช้งานให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมขององค์กร ไปจนถึงการสนับสนุนหลังการขาย CSL Managed Service เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าสามารถพลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลและพร้อมแข่งขันในตลาด

ธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตในปัจจุบันมีการนำอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) เข้ามาใช้เพื่อตรวจสอบและเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อม รวมไปถึงมีระบบ Storage ที่คอยจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ก่อนนำไปวิเคราะห์ต่อยอดเพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสายการผลิต CSL นำเสนอระบบ Cloud-based Storage Analytics และระบบผสาน Cloud Wi-Fi และ IoT จาก Dell Technologies และ Ruckus เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถติดตามสถานะระบบ Storage และเครือข่ายไร้สาย ระบบ IoT และ ได้จากศูนย์กลางจากที่ไหนก็ได้ เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการบริหารจัดการและเฝ้าระวังระบบ IT Infrastructure

ยกระดับระบบการจัดเก็บ (Storage) ด้วยการเฝ้าระวัง ติดตาม และวิเคราะห์ เพื่อประเมินเหตุการณ์ล่วงหน้า รับมือปัญหาได้ทันท่วงทีและทำงานได้ต่อเนื่อง

CSL ขอนำเสนอ CloudIQ เป็น Cloud-based Storage Analytics ที่ใช้เทคโนโลยี Machine Learning ในการเฝ้าระวังและติดตามสถานะการทำงานของระบบ Storage แบบเชิงรุก (Proactive) โดยรวมรวบข้อมูลสถานะของ Storage ทั้งหมดขององค์กรมาแสดงบนหน้า Dashboard เดียว ช่วยให้ผู้ดูแลระบบมองเห็นภาพรวมและเข้าใจการทำงานของ Storage ได้ง่าย ทั้งยังสามารถตรวจจับเหตุผิดปกติและประเมินเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ช่วยให้การวิเคราะห์สถานการณ์และแก้ปัญหาทำได้อย่างรวดเร็ว

คุณสมบัติเด่นของ CloudIQ ประกอบด้วย

  • Proactive Health Score: ติดตามและตรวจสอบสถานะการทำงานของ Storage ผ่านปัจจัยต่างๆ เช่น การทำงานของอุปกรณ์ (แหล่งจ่ายไฟ, พัดลม, ดิสก์), ความสอดคล้องของการตั้งค่าและการใช้งานจริง, ความจุเพียงพอต่อการใช้งาน, ประสิทธิภาพการทำงาน และการปกป้องข้อมูล โดยแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบคะแนน ช่วยให้ผู้ดูแลระบบทำการประเมินแบบเชิงรุกได้ว่า อุปกรณ์ใดที่เริ่มหรือกำลังมีปัญหาอยู่ โดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้มาแจ้ง
  • Predictive Analytics: ประเมินเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นบนระบบ Storage ในอนาคต โดย Machine Learning จะทำการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ และแจ้งถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ช่วยให้ผู้ดูแลระบบทราบถึงสถานการณ์ความเสี่ยงและลงมือแก้ไขเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้น รวมไปถึงคาดการณ์พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้งานสำหรับทำ Capacity Planning
  • Anomaly Detection: ตรวจจับพฤติกรรมและเหตุการณ์ที่ผิดปกติ พร้อมค้นหาต้นตอของปัญหา ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ลด Downtime ที่อาจเกิดขึ้น และเพิ่มความต่อเนื่องในการใช้งานระบบ Storage

CloudIQ ให้บริการในรูปของแอปพลิเคชันแบบ Cloud-native สามารถใช้งานได้ทันทีผ่าน Web Browser หรือ Mobile App โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ใดๆ เพิ่มเติม รองรับการทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์ Dell EMC Storage โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของการทำงาน สามารถจัดเก็บ Log ได้นานถึง 2 ปี ลูกค้าของ Dell Technologies สามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

เครือข่าย Wi-Fi และ IOT ตอบโจทย์ให้ระบบในโรงงานทำงานได้ต่อเนื่อง พร้อมจัดเก็บข้อมูลได้ไม่สะดุด

ในยุค Industry 4.0 อุปกรณ์ IoT ถูกนำเข้ามาใช้เพื่อสนับสนุนสายการผลิตเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การเชื่อมต่อและ Bandwidth มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล การก้าวไปสู่การเป็น Digital Factory จึงต้องมีเครือข่าย Wired และ Wireless ที่ทันสมัย ที่พร้อมรองรับการใช้งานอุปกรณ์ IoT เหล่านี้ ที่สำคัญคืออุปกรณ์ต้องสามารถใช้งานภายใต้สภาพแวดล้อมของโรงงานที่อาจเต็มไปด้วยฝุ่นละออง ความชื้นสูง หรืออุณหภูมิที่มนุษย์ยากจะอยู่อาศัยได้

เฝ้าระวังและตรวจสอบสถานะ Wi-Fi และ IoT พร้อมบริหารจัดการจากศูนย์กลาง ด้วย Ruckus IoT Suite

CSL ร่วมกับ Ruckus ผู้ให้บริการเครือข่าย Wired และ Wireless อัจฉริยะที่พร้อมให้บริการ Access Point มาตรฐาน Wi-Fi 6 (802.11ax) ซึ่งมีอัตราการรับส่งข้อมูลรวมสูงสุดถึง 6 Gbps พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อกับ Switch แบบ Multigigabit สามารถบริหารจัดการทั้งเครือข่าย Wired และ Wireless ได้จากศูนย์กลางผ่านระบบ Cloud ทั้งยังสามารถเฝ้าระวังและตรวจสอบสถานะการทำงานของ  Access Point/Switch รวมไปถึงการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ได้บนหน้า Dashboard เดียว ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถติดตามระบบเครือข่ายจากที่ไหนก็ได้ นอกจากนี้ยังมีระบบ Network Analytics ที่ใช้เทคโนโลยี AI/ML ในการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นบนระบบเครือข่ายแบบเชิงรุก (Proactive) อีกด้วย

Ruckus IoT Suite เป็นการผสานรวมการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ IoT ไว้ภายใต้ระบบบริหารจัดการ (Controller) เดียวกัน ในขณะที่ Access Point เองก็พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT ผ่านโปรโตคอลที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น BLE, LoRa หรือ Zigbee ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถควบคุมอุปกรณ์ IoT ผ่านทางระบบของ Ruckus และบน Network Infrastructure เดิมได้ทันที รวมศูนย์การจัดการ Wired, Wireless และ IoT ทั้งหมดไว้ภายใต้แพลตฟอร์มเดียว สามารถใช้งานร่วมกับระบบล็อกประตูอัตโนมัติ กล้อง CCTV และอุปกรณ์ IoT จากแบรนด์ชั้นนำหลากหลายแบรนด์

อุตสาหกรรมการผลิตที่สนใจโซลูชันระบบเฝ้าระวัง Storage และเครือข่าย IOT สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านทางอีเมล csl-presales@ais.co.th หรือโทร 02-263-8185

CSL พร้อมให้คำปรึกษาโซลูชันด้านที่เหมาะสมกับทุกองค์กรธุรกิจ

CSL มีโซลูชันที่ครบถ้วน พร้อมด้วยทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์โซลูชันด้าน ICT ให้กับองค์กรธุรกิจมาอย่างยาวนาน CSL จึงมีความพร้อมในการให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหาโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณสำหรับองค์กรธุรกิจทุกขนาด พร้อมบริการหลังการขาย รวมถึงการบริการในรูปแบบ Managed Services ที่ช่วยแบ่งเบาภาระด้านบุคคลากรและค่าใช้จ่ายด้าน ICT โดยรวมให้กับองค์กรธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกรูปแบบหนึ่งด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ CSL พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 1370 ในการให้คำปรึกษาและช่วยแก้ปัญหาแก่ลูกค้าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

from:https://www.techtalkthai.com/transform-your-factories-with-storage-monitoring-and-iot-solutions-by-csl/

พบช่องโหว่บน iDRAC9 แนะผู้ใช้งานเซิร์ฟเวอร์ Dell EMC เร่งติดตามอัปเดต

ผู้เชี่ยวชาญจาก Positive Technologies ได้พบช่องโหว่ Directory Traversal บน iDRAC9 ที่ใช้กันในเซิร์ฟเวอร์ของค่าย DELL EMC จึงแนะนำให้ผู้ใช้งานเร่งอัปเดต

iDARC ระบบควบคุมบนเซิร์ฟเวอร์ของค่าย DELL EMC ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแอดมินให้ทำการบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยมีการพบช่องโหว่หมายเลข CVE-2020-5366 เป็นช่องโหว่ Directory Traversal ที่ทำให้คนร้ายที่สามารถผ่านการพิสูจน์ตัวตนเข้ามาลอบอ่านข้อมูลได้ ทั้งนี้แม้ว่าความรุนแรงจะอยู่ที่ระดับ 7.1 แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก Positive Technologies เชื่อว่าเป็นการเปิดทางให้คนร้ายสามารถเข้าไปเปิดปิดเครื่องหรือเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าของระบบทำความเย็นได้เลยทีเดียว 

ปัจจุบันมีแพตช์แก้ไขแล้วใน Firmware เวอร์ชัน 4.20.20.20 ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บของ DELL EMC

ที่มา :  https://www.scmagazine.com/home/security-news/vulnerabilities/hackers-could-exploit-idrac-flaw-to-control-emc-poweredge-servers/ และ  https://www.infosecurity-magazine.com/news/dell-emc-patches-idrac/

from:https://www.techtalkthai.com/dell-emc-servers-effect-idrac9-flaws-cve-2020-5366/

[Video Webinar] Fast and Simple Hybrid Cloud Deployment by CSL

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย CSL Webinar เรื่อง “Fast and Simple Hybrid Cloud Deployment” พร้อมเจาะลึกคุณสมบัติ VMware Cloud Foundation on VxRail ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของ On-premise Cloud หรือ Data Center ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: Watchara Kingkaew, ICT Partner Management Specialist, CSL และ Suwat Saelim, Senior Systems Engineer, Dell Technologies

หลังเกิดเหตุ COVID-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้หลายๆ องค์กรถูกบังคับให้ต้องพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจอย่างปฏิเสธไม่ได้ แน่นอนว่าระบบ IT ถือเป็นหัวใจหลักที่ช่วยให้องค์กรสามารถ Transform ระบบต่างๆ ให้สอดรับกับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ที่ต้องทำงานได้แบบ Work Anywhere จากเดิมที่บางบริษัทมี Data Center หรือ On-premiese Cloud ซึ่งติดตั้งระบบต่างๆ ไว้ที่ออฟฟิส อาจต้องปรับให้มีการนำบางระบบไปวางไว้ที่ Local Cloud หรือ Public Cloud แทน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโซลูชัน On-premises Cloud by CSL ที่ร่วมมือกับ Dell Technologies พร้อมเจาะลึกคุณสมบัติของ VMware Cloud Foundation on VxRail ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของ On-premises Cloud ให้มีความง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ Data Center ทั้งยังสามารถปกป้องข้อมูลสำคัญของธุรกิจไม่ให้รั่วไหลสู่ภายนอกได้ นอกจากนี้ สำหรับองค์กรหรือบริษัทที่ต้องการใช้ประโยชน์จากบริการต่างๆ บน Public Cloud สามารถเข้าใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว และไม่ต้องเรียนรู้ทักษะเพิ่ม

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-fast-and-simple-hybrid-cloud-deployment-by-csl/

CSL Webinar: Fast and Simple Hybrid Cloud Deployment

CSL ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าฟัง CSL Webinar เรื่อง “Fast and Simple Hybrid Cloud Deployment” พร้อมเจาะลึกคุณสมบัติ VMware Cloud Foundation on VxRail ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของ On-premise Cloud หรือ Data Center ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2020 เวลา 14:00 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Fast and Simple Hybrid Cloud Deployment
ผู้บรรยาย: Watchara Kingkaew, ICT Partner Management Specialist, CSL และ Suwat Saelim, Senior Systems Engineer, Dell Technologies
วันเวลา: วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2020 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_ADsFL2LCSyywDXlsWuFqMQ

หลังเกิดเหตุ COVID-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้หลายๆ องค์กรถูกบังคับให้ต้องพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจอย่างปฏิเสธไม่ได้ แน่นอนว่าระบบ IT ถือเป็นหัวใจหลักที่ช่วยให้องค์กรสามารถ Transform ระบบต่างๆ ให้สอดรับกับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ที่ต้องทำงานได้แบบ Work Anywhere จากเดิมที่บางบริษัทมี Data Center หรือ On-premiese Cloud ซึ่งติดตั้งระบบต่างๆ ไว้ที่ออฟฟิส อาจต้องปรับให้มีการนำบางระบบไปวางไว้ที่ Local Cloud หรือ Public Cloud แทน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโซลูชัน On-premises Cloud by CSL ที่ร่วมมือกับ Dell Technologies พร้อมเจาะลึกคุณสมบัติของ VMware Cloud Foundation on VxRail ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของ On-premises Cloud ให้มีความง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ Data Center ทั้งยังสามารถปกป้องข้อมูลสำคัญของธุรกิจไม่ให้รั่วไหลสู่ภายนอกได้ นอกจากนี้ สำหรับองค์กรหรือบริษัทที่ต้องการใช้ประโยชน์จากบริการต่างๆ บน Public Cloud สามารถเข้าใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว และไม่ต้องเรียนรู้ทักษะเพิ่ม

Webinar นี้เหมาะสำหรับองค์กรที่กำลังจะเปลี่ยนอุปกรณ์ Servers และ Storage เป็นรุ่นใหม่ องค์กรที่กำลังเริ่มต้นใช้ Public Cloud หรือกำลังใช้งานอยู่

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/3085429588178637/

from:https://www.techtalkthai.com/csl-webinar-fast-and-simple-hybrid-cloud-deployment/

[Video Webinar] Workforce Transformation สู่ยุค New Normal ด้วย Dell Technologies

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Geton | Dell Webinar เรื่อง “Workforce Transformation สู่ยุค New Normal” พร้อมแชร์กรณีศึกษาจากความสำเร็จในการพลิกโฉมการทำงานสู่วิถีใหม่ (New Normal) ของ Dell Technologies ที่มีพนักงานกว่า 120,000 คน ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณ Kittikhun Donsrikaew, Client Solutions Technologist, Senior Principal Engineer จาก Dell Technologies และคุณ Nuttapong Sakdapipanich, Product Manager จาก Get On Technology

เหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนคาดคิดมาก่อน ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ยังก่อให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่เคยมีใครเตรียมการล่วงหน้า เช่น การจำกัดการเดินทาง ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะ “ดำเนินธุรกิจตามปกติ” อีกด้านหนึ่ง COVID-19 กลับเป็นตัวผลักดันองค์กรให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลเร็วขึ้น ก่อให้เกิดการปฏิรูปกำลังแรงงาน (Workforce Transformation) การปรับตัวต่อสถานการณ์เฉพาะหน้า และอีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ การปรับเปลี่ยนให้พนักงานทำงานจากภายนอกสถานที่ (Remote Working)

แม้ว่าการปฏิรูป การเปลี่ยนแปลง การปรับตัวเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่า การทำงานจะยังคงมีประสิทธิภาพเช่นเดิม มีปัจจัยไหนที่จะช่วยให้การสร้างกระบวนการทำงานใหม่แบบนี้เกิดขึ้นได้จริงและรวดเร็ว รวมถึงมีเทคโนโลยีใดที่จะทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่าจะสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ที่หลากหลายได้อย่างครอบคลุมและมั่นคงปลอดภัย

เข้าร่วม Webinar นี้เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ความสำเร็จจากการพลิกโฉมสู่การทำงานแบบ Work from Home ของ Dell Technologies ที่มีพนักงานกว่า 120,000 คนภายใต้สถานการณ์ COVID-19 นี้ พร้อมแนะนำ 5 วิธีเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานจากภายนอกสถานที่ ได้แก่

  • ความมั่นคงปลอดภัยที่มาพร้อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของ Dell
  • เครื่องมือที่ทำให้คอมพิวเตอร์ของ Dell แตกต่าง ซึ่งจัดการได้ทั้งระดับ OS ไปถึงระดับเฟิร์มแวร์
  • เทคโนโลยีที่ผนวก AI/ML ทำให้ PC/Laptop เป็นมากกว่า “คอมพิวเตอร์”
  • ความแตกต่างระหว่าง Zero Client และ Thin Client พร้อมการนำไปใช้จริง
  • Infrastructure ของ Dell Technologies ที่ช่วยให้องค์กรเริ่ม Workforce Transformation ได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-workforce-transformation-by-dell-technologies/