คลังเก็บป้ายกำกับ: dell

Dell ประกาศเสริมโซลูชัน Edge เพิ่มความสามารถด้าน Data Analytics

Dell ประกาศเสริมโซลูชัน Edge หลายส่วน เน้นเพิ่มความสามารถด้าน Data Analytics

Credit: Dell Technologies

Dell ได้ประกาศเสริมโซลูชัน Edge Computing เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถทำ Data Collection, Real-time analytic และทำ Multi-cloud deployment สำหรับ Edge โดยเฉพาะ หนึ่งในนั้นคือการเปิดตัว Dell EMC VxRail satellite node เพื่อช่วยในการทำ Automation และ Lifecycle management สำหรับ Edge workload โดยเฉพาะ และยังมีการเพิ่มความสามารถ Dell EMC Streaming Data Platform ให้สามารถใช้งาน GPU เพื่อช่วยประมวลผลข้อมูลจากหลายทางได้ โดยรองรับการทำ Real-time Analytics ทั้งบน Dell EMC VxRail และ PowerEdge systems

Dell ยังได้มีการจับมือกับ Litmus พัฒนาโซลูชันที่ใช้สำหรับบริหารจัดการอุปกรณ์, ข้อมูล และแอพพลิเคชันในฝั่ง Edge โดยเฉพาะ โดยเน้นตอบโจทย์ลูกค้าทางด้านอุตสาหกรรม โดยมีการออก Validated Design สำหรับ Manufacturing Edge ที่ใช้งานบน Dell EMC VxRail และ PowerEdge Server โดยมี VMware Edge Compute Stack เป็นทางเลือกอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว Dell EMC Edge Gateway ซึ่งใช้หน่วยประมวลผล 9th Gen Intel Core ที่ไม่มีพัดลม ออกแบบให้สามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิ 4 – 140 องศา รองรับการเชื่อมต่อ 5G และ Wireless สำหรับใช้ในการเชื่อม Edge Device ในพื้นที่โรงงาน

ที่มา: https://www.zdnet.com/article/dell-to-deploy-new-tools-aimed-to-speed-up-data-analytics-at-the-edge/

from:https://www.techtalkthai.com/dell-extends-data-analytics-for-edge-computing/

Dell Precision 5550 vs. Dell Precision 5560 ความเหมือนที่แตกต่าง

Dell Precision โน๊ตบุ๊คสาย Workstation ในรุ่น 5550 และ 5560 นั้นตัวเครื่องมีดีไซน์ที่เหมือนกันเป็นอย่างมาก แต่สเปคภายในนั้นแตกต่างทำให้ประสิทธิภาพแตกต่างกันด้วย จะต่างกันมากแค่ไหนนั้นไปติดตามกัน

Dell Precision
Dell Precision 5550 vs. Dell Precision 5560

กล่าวถึงโน๊ตบุ๊คสำหรับการทำงานอย่างแท้จริงแล้วนั้นเชื่อว่า Dell Precision จะต้องเป็นหนึ่งในชื่อโน๊ตบุ๊คที่ผู้ใช้หลายๆ ท่านให้ความสนใจอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับ Dell Precision 5xxx ซีรีย์ ที่หากดูจากสเปคแล้วนั้นต้องบอกว่าคุ้มค่าคุ้มราคาเป็นอย่างมาก 

อย่างไรก็ตามหากย้อนกลับไปในปี 2020 ที่ Dell Precision 5550 ออกวางจำหน่ายนั้นเราจะพบว่าตัวเครื่องมีการเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ก่อให้เกิดความแตกต่างอย่างชัดเจนกับ Dell Precision 5540 ซึ่งเป็นรุ่นที่วางจำหน่ายในปี 2019 แต่พอมาเป็นปี 2021 นี้นั้น Dell Precision 5560 กลับมีดีไซน์เหมือนกันกับ Dell Precision 5550 ทุกอย่าง สิ่งที่แตกต่างกันนั้นจะเป็นสเปคตัวเครื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น

ดังนั้นเพื่อที่จะให้ผู้ใช้ Dell Precision 5550 อยู่นั้นได้สามารถที่จะตัดสินใจว่าควรเปลี่ยนมาใช้งาน Dell Precision 5560 ดีรึเปล่าเพราะราคาเปิดตัวนั้นเท่ากันเลย เรามาดูกันดีกว่าว่า Dell Precision 5550 และ Dell Precision 5560 นั้นมีประสิทธิภาพในการทำงานแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ว่าแล้วก็ไปติดตามกันได่เลย



เทียบสเปคของทั้ง 2 รุ่น

02csm 5560 cd4efb7411
Dell Precision 5550 vs. Precision 5560

ก่อนอื่นเลยนั้นมาดูสเปคของทั้ง 2 เครื่องเทียบกันก่อนเลย

Dell Precision 5550 Dell Precision 5560
Processor Intel Core i7-10875H 8 x 2.3 – 5.1 GHz
Comet Lake-H
Intel Core i7-11850H 8 x 2.5 – 4.8 GHz, 93 W PL2 / Short Burst, 45 W PL1 / Sustained, Tiger Lake H45
Graphics adapter NVIDIA Quadro T2000 Max-Q – 4096 MB
Core: 1215 MHz, Memory: 1250 MHz GDDR6, 442.23, Optimus
NVIDIA RTX A2000 Laptop GPU – 4096 MB, Core: 1450 MHz, Memory: 1200 MHz, 45 W TDP, GDDR6, 472.12, Optimus
Memory 32768 MB  
DDR4-3200, 21-21-21-47
, Dual-Channel
32768 MB  
DDR4-3200, 22-22-22-52, Dual-Channel
Display 15.60 inch 16:10, 3840 x 2400 pixel 290 PPI, 10-point capacitive, Sharp LQ156R1, IPS, SHP14D0, Dell P/N: 90T02, glossy: yes, 60 Hz 15.60 inch 16:10, 3840 x 2400 pixel 290 PPI, 10-point capacitive, Sharp LQ156R1, IPS, SHP1516, Dell P/N: JNJY9, glossy: yes, 60 Hz
Mainboard Intel WM490 (Comet Lake PCH-H) Intel WM590 (Tiger Lake PCH-H)
Storage SK Hynix PC601A NVMe 1TB, 1024 GB Samsung PM9A1 MZVL22T0HBLB, 2048 GB
Soundcard Intel Comet Lake PCH-H – cAVS Intel Tiger Lake PCH-H – cAVS (Audio, Voice, Speech)
Connections 3 USB 3.0 / 3.1 Gen1, 3 USB 3.1 Gen2, 2 USB 3.2 Gen 2×2 20Gbps, 2 Thunderbolt, 3 DisplayPort, 1 Kensington Lock, Audio Connections: 3.5 mm combo, Card Reader: SD reader, Brightness Sensor 3 USB 3.0 / 3.1 Gen1, 3 USB 3.1 Gen2, 2 USB 3.2 Gen 2×2 20Gbps, 2 Thunderbolt, USB-C Power Delivery (PD), 3 DisplayPort, 1 Kensington Lock, Audio Connections: 3.5 mm combo, Card Reader: SD, Brightness Sensor
Networking Intel Wi-Fi 6 AX201 (a/b/g/h/n = Wi-Fi 4/ac = Wi-Fi 5/ax = Wi-Fi 6), Bluetooth 4.1 Intel Wi-Fi 6 AX201 (a/b/g/h/n = Wi-Fi 4/ac = Wi-Fi 5/ax = Wi-Fi 6), Bluetooth 5.2
Size 18 x 344.72 x 230.14 mm 18 x 344.72 x 230.14 mm
Battery 86 Wh Lithium-Polymer 86 Wh Lithium-Polymer
Operating System Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit Microsoft Windows 10 Pro 64 Bit
Camera Webcam: 720p
Primary Camera: 0.9 MPix
Webcam: 720p
Primary Camera: 0.9 MPix
Additional features Speakers: 2.5 W x2 subwoofers, 1.5 W x2 tweeters, Keyboard: Chiclet, Keyboard Light: yes, USB-C to USB-A and HDMI adapter, Dell Command, PremierColor, Power Manager, Optimizer, Digital Delivery, 36 Months Warranty Speakers: 2.5 W x2 subwoofers, 1.5 W x2 tweeters, Keyboard: Chiclet, Keyboard Light: yes, USB-C to USB-A and HDMI adapter, Dell Command, Optimizer, Power Manager, PremierColor, Digital Delivery, 12 Months Warranty
Weight 1.996 kg
Power Supply: 481 g
2.006 kg
Power Supply: 481 g

จะเห็นได้ว่าสเปคของทั่ง Dell Precision 5550 และ Dell Precision 5560 นั้นมีความแตกต่างกันอยู่ในหลายๆ ส่วน โดยสามารถแยกได้ดังต่อไปนี้

  • หน่วยประมวลผลอัปเกรดจาก Intel Core i7-10875H เป็น Intel Core i7-11850H ซึ่งทั้ง 2 หน่วยประมวลผลนั้นมีสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันแต่ว่ามาพร้อมกับแกนการประมวลผล 8 แกน 16 threads เท่ากัน ด้านความเร็วฐานนั้น Intel Core i7-10875H จะต่ำกว่าคืออยู่ที่ 2.3 GHz แต่ความเร็วสัญญาณนาฬิกาขณะ boost นั้นจะสูงกว่าคืออยู่ที่ 5.1 GHz
  • ชิปกราฟิกมีการอัปเกรดจาก NVIDIA Quadro T2000 Max-Q ไปเป็นรุ่น NVIDIA RTX A2000 หรือถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ เลยนั้นก็คือมีการเปลี่ยนข้ามสถาปัตกรรม จากเดิมที่ใช้ Turing ที่พบได้บนกราฟิกการ์ดซีรีย์ RTX รุ่นแรก(เทียบกับกราฟิกการ์ดเพื่อการเล่นเกมก็จะเป็นซีรีย์ RTX 2000 นั่นเอง) ไปเป็น Ampere(เทียบกับกราฟิกการ์ดเพื่อการเล่นเกมก็จะเป็นซีรีย์ RTX 3000 นั่นเอง) แถม RTX A2000 นั้นไม่ใช่ตัวลดสเปคเหมือนกับ T2000 Max-Q อีกด้วย งานนี้หากมองที่การประมวลผลด้านกราฟิกแล้วนั้น Dell Precision 5560 จัดเต็มกว่าอย่างแน่นอน
  • จุดต่อมาคือแหล่งเก็บข้อมูลที่บน Dell Precision 5560 นั้นได้ใช้แหล่งเก็บข้อมูลแบบ PCIe4 NVMe SSDs ซึ่งสามารถที่จะโอนถ่ายข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดมากถึง 7000 MB/s ส่วนบน Dell Precision 5550 นั้นยังคงเป็น PCIe3 NVMe SSDs ซึ่งสามารถที่จะโอนถ่ายข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดมากถึง 3000 MB/s อยู่ ทำให้เรื่องของความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน แถมแหล่งเก็บข้อมูลบน Dell Precision 5560 นั้นยังมากกว่าคือให้มาถึง 2 TB ด้วย

ผลทดสอบประสิทธิภาพของ CPU

dell 5550 vs 5560 cpu test 001
dell 5550 vs 5560 cpu test 002
dell 5550 vs 5560 cpu test 003
dell 5550 vs 5560 cpu test 004
dell 5550 vs 5560 cpu test 005

สำหรับผลการทดสอบประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลนั้นเรียกได้ว่าหมดข้อกังขา ถึงแม้ว่า Dell Precision 5550 จะมาพร้อมกับความเร็วสัญญาณนาฬิกาขณะ Boost ที่มากกว่า ทว่าตัวหน่วยประมวลผลนั้นจะไม่ได้ทำงานที่ความเร็วสัญญาณนาฬิกาขณะ Boost ตลอดเวลา กลับกันแล้วในจุดนี้ Dell Precision 5560 ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Intel รุ่นที่ 11 ที่แม้ว่าจะมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาขณะ Boost น้อยกว่าแต่ก็มีความเสถียรมากกว่าตอนที่ทำงาน


ทดสอบประสิทธิภาพของชิปกราฟิก

dell 5550 vs 5560 gpu test 001
dell 5550 vs 5560 gpu test 002
dell 5550 vs 5560 gpu test 003
dell 5550 vs 5560 gpu test 004

ประสิทธิภาพทางด้านชิปกราฟิกนั้น NVIDIA RTX A2000 บน Dell Precision 5560 เอาชนะไปได้แบบสบายๆ ยกเว้นแค่ผลรวมการทดสอบบน 3DMark 11 ที่แพ้ไป 5% สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจากความเร็วสัญญาณนาฬิกาของ CPU เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเพราะต้องไม่ลืมว่า Intel Core i7-11850H บน Dell Precision 5560 นั้นมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาขณะ boost น้อยกว่า Dell Precision 5550 อยู่เล็กน้อย แต่หากมองโดยรวมแล้วนั้น Dell Precision เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้เพื่อเน้นการทำงานอยู่แล้วดังนั้นการแพ้เพียงแค่ 5% ในส่วนของผลรวมก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก


อัตราการใช้พลังงาน

power con dell 5550 vs 5560 001

มาต่อกันที่อัตราการใช้พลังงานซึ่งจากสเปคของทั้ง 2 เครื่องนั้นจะมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ที่เท่ากัน ทว่าด้วยสเปคในเกือบทุกๆ ด้านของ Dell Precision 5560 นั้นแรงกว่ามากทำให้การใช้พลังงานนั้นมากกว่า Dell Precision 5550 พอสมควร


เสียงรบกวรขณะใช้งาน

noise dell 5550 vs 5560 001

ด้วยความที่ฮาร์ดแวร์ต่างๆ บน Dell Precision 5560 นั้นเป็นรุ่นใหม่กว่าทำให้การระบายความร้อนต่างๆ นั้นดีกว่าเพราะมีการปล่อยความร้อนของฮาร์ดแวร์ออกมาน้อยกว่านั่นเอง


อายุการใช้งานแบตเตอรี่

battery dell 5550 vs 5560 001

จากสเปคของทั้ง 2 รุ่นที่มีความจุแบตเตอรี่เท่ากันนั้นจะเห็นได้ว่าในการทดสอบทั่วไปแล้ว Dell Precision 5550 สามารถที่จะใช้งานได้ยาวนานมากกว่า ที่เป็นเช่นนี้นั้นคงต้องยกให้กับตัวชิปกราฟิกบน Dell Precision 5550 ที่เป็นรุ่น Max-Q ซึ่งจะประหยัดพลังงานเป็นอย่างมากเวลาที่ไม่ได้ใช้งานกราฟิกสูงมากๆ 

กลับกันแล้วหากคุณทำงานกราฟิกหรืองานอื่นๆ หนักๆ ที่ต้องใช้งานทั้งหน่วยประมวลผลและกราฟิกไปพร้อมๆ กันแล้ว Dell Precision 5560 จะสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องมากกว่า


สรุป

เอาเข้าจริงๆ แล้วนั้นคงจะพูดยากหน่อยนักกับการเปรียบเทียบ Dell Precision 5560 กับ Dell Precision 5550 เพราะทั้ง 2 รุ่นนั้นมีสเปคที่แตกต่างกันค่อนข้างมากแถมยังออกวางจำหนายกันคนละปีอีกด้วย สำหรับผู้ใช้ Dell Precision 5550 อยู่แล้วนั้นเชื่อว่าท่านจะได้รับความแรงในการทำงานด้านกราฟิกที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากหากเทียบ Dell Precision 5550 กับ Dell Precision 5560 อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นคงต้อดูเรื่องของงบประมาณเป็นหลักสำหรับการตัดสินใจที่จะเปลี่ยน แต่หากท่านใดที่กำลังตัดสินใจที่จะซื้ออยู่ระหว่าง 2 รุ่นนี้ล่ะก็ หากงบประมาณถึงจริงๆ แล้วนั้นเราก็ขอแนะนำ Dell Precision 5560 ไปเลยจะดีกว่า

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/618217-dell-precision-5550-vs-precision-5560-whats-the-difference

6 กระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คไซซ์ใหญ่ ใส่โน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ไม่หวั่น ใส่ของลงกระเป๋าได้เพียบ! เริ่ม 999 บาท

กระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คไซซ์ใหญ่สำหรับสายเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องโต หรือจะใส่ไซซ์เล็กลงมาแต่เติมอุปกรณ์เสริมจัดเต็มก็ได้เหมือนกัน

bag cover

กระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คที่เราหาซื้อได้ทั่วไปในร้านค้าก็มักเจอแต่ขนาดมาตรฐานอย่าง 13-16 นิ้ว ที่เป็นขนาดมาตรฐานที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ใช้งานกันเท่านั้น แต่บางคนที่ใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่หรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค อาจจะเจอปัญหาว่าหากระเป๋ามาใส่เครื่องไม่ได้หรือใส่แล้วปิดปากกระเป๋าแทบไม่ลงและบางทีอาจจะเกิดอุบัติเหตุที่เราคิดไม่ถึงก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ดีแน่นอน

ดังนั้นถ้าใครพกโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ๆ ไปไหนมาไหนเป็นประจำแล้วกำลังมองหากระเป๋าใบใหญ่ๆ เอาไว้ใส่เครื่องและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อยู่ล่ะก็น ตอนนี้ก็มีผู้ผลิตที่ทำกระเป๋าโน๊ตบุ๊คไซซ์ดังกล่าวออกมาให้เลือกซื้อกันหลายแบรนด์และราคาก็ไม่แพงเกินไปอีกด้วย

กระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊ค

ส่วนถ้าใครที่อยากหากระเป๋าโน๊ตบุ๊คใบใหม่มาแทนใบเก่า หรืออยากได้ข้อมูลและวิธีการเลือกแบบง่ายๆ ได้กระเป๋าดีๆ ไปใช้งาน ผู้เขียนได้ทำบทควาแนะนำเอาไว้ก่อนหน้านี้ให้เลือกอ่านกัน ได้แก่ “แนะนำกระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คแบบเป้ 6 ใบ ใส่ของได้แบบจัดเต็ม เริ่ม 270 บาทเอง!” และ “5 กระเป๋า notebook น่าใช้พร้อมวิธีเลือก ฉบับปี 2021!” ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมในบทความทั้ง 2 บทความนี้ก่อนได้

6 กระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คไซซ์ใหญ่ ใส่เครื่องโตๆ ได้สบาย แนะนำให้ซื้อ

สำหรับคนที่หากระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คขนาดใหญ่ไว้ใช้งาน ในตอนนี้แบรนด์เกมมิ่งเกียร์, ผู้ผลิตกระเป๋าชั้นนำก็มีให้เลือกซื้อเช่นกัน และข้อดีของกระเป๋าไซซ์ใหญ่ก็คือเราสามารถใส่โน๊ตบุ๊คที่มีขนาดเล็กกว่านิดหน่อยก็ได้สบายๆ และก็ใส่แท็บเล็ตกับหนังสือและอื่นๆ ได้สบายๆ โดยกระเป๋าใบที่เลือกมาแนะนำจะมีดังนี้

  1. Mark Ryden 17″ (999 บาท)
  2. ASUS ROG BP4701 Gaming Backpack (1,490 บาท)
  3. Dell Gaming Backpack (55.99 ดอลลาร์ หรือราว 1,900 บาท)
  4. Targus Voyager II 17.3″ (1,950 บาท)
  5. Lenovo Legion 17-inch Armored Backpack II (2,519 บาท)
  6. UAG Standard Issue 24-liter backpack (2,650 บาท)
1. Mark Ryden 17″ (999 บาท)

MR

กระเป๋าใบแรกที่เลือกมาแนะนำกัน จะเป็นแบรนด์ที่ผู้เขียนเลือกซื้อมาใช้อยู่ (แต่เป็นรุ่นอื่น) อย่าง Mark Ryden โดยเป็นรุ่น Mark Ryden 17″ ที่นอกจากกระเป๋าจะมีขนาดใหญ่ใส่โน๊ตบุ๊ค 17 นิ้วได้ ใช้ซิป SBS ที่แข็งแรงไม่เสียง่ายๆ กับผ้า Oxford มีช่องใส่ของหลัก 3 ช่อง และมีช่องแยกใส่การ์ดและแท็บเล็ตขนาดเล็กก็ได้และตัวกระเป๋าก็ขยายให้กว้างขึ้นได้จากความจุ 26 เป็น 38 ลิตรได้ด้วย เรียกว่าใส่ทั้งโน๊ตบุ๊คและของได้สบายๆ ดังนั้นถ้าใครต้องเดินทางไปประชุมงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศเป็นระยะๆ กระเป๋าใบนี้ก็น่าสนใจมาก ส่วนฟีเจอร์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร คือด้านนอกของกระเป๋ามีช่อง USB สำหรับเสียบชาร์จมือถือได้และในตัวกระเป๋ามีช่องที่ใส่ชุดกันฝนแบบ Built-in มาให้ใช้อีกด้วย

สเปคของ Mark Ryden 17″
  • กระเป๋าโน๊ตบุ๊คขนาด 17.3 นิ้ว ซิป SBS แข็งแรงไม่เสียง่าย เนื้อผ้า Oxford
  • ความจุกระเป๋า 26 ลิตร รูดขยายความจุเพิ่มเป็น 38 ลิตรได้
  • มีช่องใส่ของหลัก 3 ช่อง และช่องใส่การ์ดกับแท็บเล็ตด้านหน้ากระเป๋า
  • กระเป๋ามีช่อง USB ชาร์จแบตเตอรี่ให้มือถือได้ และเสื้อกันฝนที่ติดมากับกระเป๋าด้วย
  • ราคา 999 บาท (Mark Ryden Official Shop)
2. ASUS ROG BP4701 Gaming Backpack (1,490 บาท)

0fb37220b5765cdd9f1a0bcde6d09519

กระเป๋าใบที่สองที่เลือกมาแนะนำ จะเป็น ASUS ROG BP4701 Gaming Backpack จากแบรนด์คอมพิวเตอร์ชั้นนำ โดยตัวกระเป๋าจะเป็นแบบใส่ของจากด้านบน (Top load bag) โดยใช้วิธีม้วนปิดปากกระเป๋าแล้วเสียบคลิปล็อคเอาไว้ สามารถใส่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คและอุปกรณ์เสริมอย่างหูฟังและเมาส์ได้สบายๆ ตัวกระเป๋าเป็นผ้า Polyester กันน้ำ มีช่องใส่ของ 3 ช่อง คือด้านบน, ช่องซิปหน้าและด้านข้างอีก 2 ช่อง ใส่โน๊ตบุ๊คขนาด 17.3 นิ้วได้สบายๆ ซึ่งถ้าใครชื่นชอบกระเป๋าทรงใส่ของจากด้านบนทางเดียวจะซื้อเป้ ASUS ใบนี้ไปใช้ก็ดูเท่ดีทีเดียว และราคาก็ไม่แพงมากด้วย

สเปคของ ASUS ROG BP4701 Gaming Backpack
  • กระเป๋าโน๊ตบุ๊คขนาด 17.3 นิ้ว แบบใส่ของจากด้านบน (Top load bag)
  • เนื้อผ้า Polyester มีคุณสมบัติกันน้ำและละอองน้ำได้
  • มีช่องใส่ของหลัก 1 ช่องบน มีช่องซิปหน้าและด้านข้างอีก 2 ช่อง
  • ราคา 1,490 บาท (technocom.official Shopee)
3. Dell Gaming Backpack (55.99 ดอลลาร์ หรือราว 1,900 บาท)

dell

ถ้าเป็นกระเป๋าโน๊ตบุ๊คไซซ์ใหญ่สักใบ Dell เองก็มี Dell Gaming Backpack รหัส GM1720PM ให้เลือกซื้อด้วย โดยดีไซน์ของกระเป๋าจะเป็นแบบใส่ของจากด้านบน (Top load bag) เช่นเดียวกัน แต่ตัวกระเป๋าจะใช้วิธีรูดซิปเปิดฝาด้านบนไม่ได้ม้วนแล้วเอาคลิปล็อคกระเป๋าแบบ ASUS โดยตัวกระเป๋ามีความจุสูง ใส่โน๊ตบุ๊ค 17.3 นิ้ว พร้อมอุปกรณ์เสริมต่างๆ, แท็บเล็ตและคีย์บอร์ดได้สบายๆ โดยตัวกระเป๋าเป็นผ้ากันน้ำและมีตัวผ้ากันฝาแยกพิเศษสำหรับคลุมกระเป๋าอีกชั้น ส่วนช่องใส่ของจะมีด้านบนแยก 2 ช่อง คือช่องหลักและช่องใส่ของเสริมที่อยู่ด้านบนช่องหลักอีกทีหนึ่ง มีช่องสอดร่มและขวดน้ำด้านข้างกระเป๋าทั้งสองฝั่งและช่องซองหน้าสำหรับใส่สมุดโน๊ตได้ด้วย ส่วนด้านหลังกระเป๋าจะมีฟองน้ำเสริมซัพพอร์ตหลังและช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดียิ่งขึ้น เรียกว่าถ้าใครชอบพกโน๊ตบุ๊คและอุปกรณ์เสริมไปไหนมาไหนเยอะๆ แนะนำให้ซื้อกระเป๋า Dell ใบนี้ใบเดียวเอาอยู่แน่นอน

สเปคของ Dell Gaming Backpack
  • กระเป๋าโน๊ตบุ๊คขนาด 17.3 นิ้ว แบบใส่ของจากด้านบน (Top load bag)
  • เนื้อผ้ามีคุณสมบัติกันน้ำและละอองน้ำได้ พร้อมตัวคลุมกันฝน
  • มีช่องใส่ของด้านบนเป็นช่องหลัก 1 ช่องและช่องซ้อนบนช่องหลักอีก 1 ช่อง มีช่องซิปหน้าและด้านข้างอีก 2 ช่อง
  • เสริมฟองน้ำด้านหลังกระเป๋าช่วยซัพพอร์ตหลังและระบายอากาศ
  • ราคา 55.99 ดอลลาร์ หรือราว 1,900 บาท (Dell USA)
4. Targus Voyager II 17.3″ (1,950 บาท)

df191586f08e6651937283e2c8c971b7

ด้านแบรนด์ผู้ผลิตกระเป๋าชั้นนำอย่าง Targus เองก็มีกระเป๋าโน๊ตบุ๊คไซซ์ใหญ่ ใส่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คและอุปกรณ์เสริมได้แบบจัดเต็มอย่าง Targus Voyager II 17.3″ โดยทางบริษัทเองก็ออกแบบตัวกระเป๋าให้บาลานซ์น้ำหนักได้เป็นอย่างดีและจัดการเสริมฟองน้ำให้ซัพพอร์ตหลังและระบายอากาศได้ดีและสายบ่าก็ช่วยบาลานซ์ไม่ให้หนักไหล่เกิน รวมทั้งดีไซน์ให้มีฮู้ดปิดหัวกระเป๋าเพื่อป้องกันขโมยแล้วมีผ้าคลุมกระเป๋าเอาไว้กันฝนอีกด้วย โดยตัวกระเป๋าเป็นผ้าไนลอนเนื้อแข็งแรง มีความจุสูงสุด 28 ลิตร มีช่องซิปใส่ของ 3 ช่อง และซองด้านข้างกระเป๋าทั้งสองฝั่งสำหรับสอดขวดน้ำกับร่มได้ด้วย ซึ่งกระเป๋าใบนี้จัดว่าเหมาะกับผู้ใช้ที่แบกโน๊ตบุ๊คขนาดใหญ่ไปไหนมาไหนมาก และขึ้นชื่อว่า Targus แล้ว เรื่องความทนทานและไว้ใจได้เรียกว่าไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

สเปคของ Targus Voyager II 17.3″
  • กระเป๋าโน๊ตบุ๊คขนาด 17.3 นิ้ว เนื้อผ้าไนลอน ความจุ 28 ลิตร
  • มีช่องซิบ 3 ช่องพร้อมฮู้ดป้องกันขโมย ซองหน้ากระเป๋ากับช่องด้านข้างกระเป๋า 2 ช่อง
  • เสริมฟองน้ำด้านหลังกระเป๋าช่วยซัพพอร์ตหลังและระบายอากาศ
  • มีผ้าคลุมป้องกันฝนและละอองน้ำแถมมาให้
  • ราคา 1,950 บาท (CHI CHANG Computer)
5. Lenovo Legion 17-inch Armored Backpack II (2,519 บาท)

lenovo

ส่วนกระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คดีไซน์เกมมิ่งจาก Lenovo จะมี Lenovo Legion 17-inch Armored Backpack II ที่ดีไซน์เรียบแต่เท่และแข็งแรงไปพร้อมกันด้วย ซึ่งนอกจากจะเป็นดีไซน์กระเป๋าเป้มาตรฐาน ใส่โน๊ตบุ๊คขนาด 17.3 นิ้วได้ ใช้ผ้า Polyester ผสมกับพลาสติก PU ปิดด้วยแผ่นพลาสติก EVA ด้านหน้าเพื่อป้องกันการกระแทกและมีฟองน้ำป้องกันโน๊ตบุ๊คบุเอาไว้ในกระเป๋าอย่างดีอีกด้วย ส่วนตัวกระเป๋าแยกเป็น 2 ช่อง สำหรับใส่โน๊ตบุ๊คโดยเฉพาะกับช่องใส่อุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์เสริมอีกช่อง มีซองซิปหน้าสำหรับใส่ของใช้กระจุกกระจิกได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังบุฟองน้ำซัพพอร์ตหลังด้วย เรียกว่ากระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คของ Lenovo ตัวนี้ก็น่าสนใจและปกป้องโน๊ตบุ๊คของเราได้ดีอย่างแน่นอน

สเปคของ Lenovo Legion 17-inch Armored Backpack II
  • กระเป๋าโน๊ตบุ๊คขนาด 17.3 นิ้ว ผ้า Polyester ผสมพลาสติก PU ปิดพลาสติก EVA
  • มีช่องซิบ 3 ช่อง แยกเป็นช่องโน๊ตบุ๊คโดยเฉพาะ, ช่องใส่อุปกรณ์เสริมและช่องของจุกจิกหน้ากระเป๋า
  • เสริมฟองน้ำด้านหลังกระเป๋าช่วยซัพพอร์ตหลังและระบายอากาศ
  • แผ่นพลาสติก EVA ช่วยเสริมความปลอดภัยสำหรับของที่กระแทกเข้ากระเป๋าไม่ให้โดนโน๊ตบุ๊ค
  • ราคา 2,519 บาท (Lenovo Thailand)
6. UAG Standard Issue 24-liter backpack (2,650 บาท)

uag

สุดท้ายเป็นกระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คที่พ่วงเป็นสายเดินทางไปในตัวกับ UAG Standard Issue 24-liter backpack เรียกว่าเป็นตัวดีไซน์เรียบๆ แต่สวยมีเอกลักษณ์ของตัวเองแล้วได้ความแข็งแรงทนทานและออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ให้เข้ากับร่างกาย, กันน้ำ และทนทานตามสไตล์ UAG นอกจากนี้ยังมีช่องสำหรับใส่ของใช้ได้หลากหลายช่องอีกด้วย โดยกระเป๋าจะดีไซน์เป็นแบบใส่ของจากด้านบน (Top load bag) ความจุ 24 ลิตร ใส่โน๊ตบุ๊คขนาด 15-16 นิ้วได้ เนื้อผ้าสังเคราะห์กันน้ำ แข็งแรงไม่ขาดง่าย ซึ่งนอกจากช่องใส่ของหลักด้านบนแล้ว ยังมีช่องใส่อุปกรณ์เสริมด้านข้าง 2 ช่องและช่องสอดด้านหน้าอีกช่อง นอกจากนี้ยังมีช่องสำหรับใส่โน๊ตบุ๊คโดยเฉพาะอีกช่องหนึ่งด้วย ซึ่งถ้าใครอยากได้กระเป๋าดีๆ ทนๆ ใส่ของใช้และโน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ได้สบายๆ ล่ะก็ แนะนำให้ดู UAG ใบนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ UAG Standard Issue 24-liter backpack
  • กระเป๋าโน๊ตบุ๊คขนาด 15-16 นิ้ว เนื้อผ้าไนลอน ความจุ 24 ลิตร
  • มีช่องซิบ 5 ช่อง แยกเป็นช่องหลัก, ช่องเก็บของซ้ายและขวา, ช่องด้านหน้าและช่องใส่โน๊ตบุ๊คโดยเฉพาะอีกหนึ่งช่อง
  • ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ให้แบกโน๊ตบุ๊คไปไหนมาไหนได้โดยไม่ล้าเกินไป
  • ใช้ผ้าสังเคราะห์ กันน้ำแข็งแรงไม่ขาดง่าย
  • ราคา 2,650 บาท (BaNANA)

สรุปสเปคกระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊ค 6 รุ่นน่าใช้น่าโดน ใส่ของจุใจ!

สำหรับสเปคของกระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คทั้ง 6 รุ่นนั้น จะแตกต่างกันเรื่องดีไซน์และเนื้อผ้าเป็นหลัก ว่าผู้ผลิตจะออกแบบกระเป๋าของตัวเองอย่างไร ซึ่งถ้าสรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

สเปคกระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊ค วัสดุกระเป๋า, ความจุ, จำนวนช่องและเนื้อผ้า ขนาดของโน๊ตบุ๊ค จุดเด่น ราคา
Mark Ryden 17″ เนื้อผ้า Oxford

ซิป SBS

ความจุ 26-38 ลิตร

มีช่องใส่ของ
รวม 3 ช่อง

17.3 นิ้ว มีช่อง USB ใช้ชาร์จมือถือได้

มีเสื้อกันฝนติดมาในกระเป๋า

999 บาท
ASUS ROG BP4701 Gaming Backpack เนื้อผ้า Polyester กันน้ำและฝุ่นได้

ทรงแบบใส่ของ
จากด้านบน

มีช่องใส่ของ
รวม 3 ช่อง

17.3 นิ้ว 1,490 บาท
Dell Gaming Backpack เนื้อผ้ากันน้ำ

ทรงแบบใส่ของจากด้านบน พร้อมที่คลุมกันฝน

มีช่องใส่ของ
รวม 4 ช่อง

17.3 นิ้ว เสริมฟองน้ำซัพพอร์ตหลังและช่วยระบายอากาศ 55.99 ดอลลาร์
หรือราว 1,900 บาท
Targus
Voyager II 17.3″
เนื้อผ้าไนลอน

ทรงกระเป๋าซิปแยกช่อง

ความจุ 28 ลิตร

มีช่องใส่ของ
รวม 6 ช่อง

17.3 นิ้ว เสริมฟองน้ำซัพพอร์ตหลังและช่วยระบายอากาศ

แถมผ้าคลุมกระเป๋ากันฝน

1,950 บาท
Lenovo Legion 17-inch Armored Backpack II เนื้อผ้า Polyester ผสม PU ปิดพลาสติก EVA

ทรงกระเป๋าซิปแยกช่อง

มีช่องใส่ของ
รวม 5 ช่อง

17.3 นิ้ว เสริมฟองน้ำซัพพอร์ตหลังและช่วยระบายอากาศ

แผ่นพลาสติก EVA ป้องกันของกระทบกระเป๋าแล้วกระแทกโดนโน๊ตบุ๊ค

มีช่องสำหรับใส่โน๊ตบุ๊คโดยเฉพาะ

2,519 บาท
UAG Standard Issue 24-liter backpack เนื้อผ้าสังเคราะห์ กันน้ำและแข็งแรง

ทรงแบบใส่ของ
จากด้านบน

มีช่องใส่ของ
รวม 5 ช่อง

15-16 นิ้ว ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ 2,650 บาท

สำหรับคนที่คิดว่าจะซื้อกระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คเอาไว้ใช้งานสักใบ ส่วนผู้เขียนเห็นว่านอกจากดีไซน์ที่สำคัญแล้ว ก็มีเรื่องวัสดุและฟีเจอร์พิเศษที่ควรโฟกัสด้วย ว่ากระเป๋าแต่ละใบนั้นออกแบบมาตอบโจทย์รูปแบบการใช้งานของเราหรือไม่ มีช่องใส่ของเพียงพอกับสไตล์การใช้งานของเราหรือเปล่า ซึ่งถ้ากระเป๋าใบนั้นตรงตามโจทย์การใช้งานของเราแล้ว แม้ราคาจะสูงระดับหลักพันก็ตาม ผู้เขียนก็ยังแนะนำให้ลงทุนซื้อไว้ใช้งานเลย เพราะกระเป๋าดีๆ นอกจากจะทำให้เราพกของใช้ได้เยอะและปกป้องโน๊ตบุ๊คของเราได้แล้ว ยังทนทานใช้งานได้นานหลายปีจนเกินคุ้มอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

gaming laptop cover

win11 cover

from:https://notebookspec.com/web/617910-6-big-size-laptop-backpack

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 เพื่อเกมเมอร์ เล่นเกม AAA ลื่น อัพเดทครึ่งหลังปี 2021

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท เรทราคานี้หารุ่นไปเล่นเกมได้เลย!

gaming laptop cover

หลังจากแนะนำโน๊ตบุ๊คสายทำงานไปในบทความเมื่อก่อนหน้านี้แล้ว ฝั่งของเกมเมอร์ที่อยากเล่นเกมก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท ให้เลือกอยู่ และในระดับราคานี้ก็ได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce หรือ AMD Radeon ให้เลือกซื้อมาเล่นเกมได้ แล้วยังปรับกราฟฟิกตอนเล่นเกม AAA ได้ดีอีกด้วย

 ในช่วงราคา 30000 บาท ตอนนี้จะมีตัวเลือกหลักๆ คือ NVIDIA GeForce GTX 1650 กับ AMD Radeon RX 5500M หรือ 5600M ให้เลือก ซึ่งถึงการ์ดจอจะตกรุ่นไปบ้างแล้ว แต่ถ้าเทียบเรื่องประสิทธิภาพตอนเล่นเกมหรือเอามาทำงานเรนเดอร์กราฟฟิค 3D CG ต้องถือว่าทำได้ดีและคาดหวังประสิทธิภาพการทำงานได้มากกว่าตระกูล GeForce MX Series หรือ Radeon RX Vega อย่างแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000

ด้านของประสิทธิภาพตอนเล่นเกม ต้องถือว่าการ์ดจอทั้งสองรุ่นนี้เป็นรุ่นสเปคดีที่ราคากำลังปรับตัวถูกลงเรื่อยๆ แต่ประสิทธิภาพยังดี เล่นเกมบนความละเอียดระดับ Full HD ยังลื่นแล้วเฟรมเรทที่ได้ก็อยู่ในช่วง 60 fps ได้เลย

จากคลิปการทดสอบเล่นเกมจะเห็นว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 ยังปรับกราฟฟิคระดับ Medium-High ความละเอียดจอ Full HD แล้วเฟรมเรทยังเกาะอยู่ช่วง 60 fps ได้สบายๆ

ส่วนการ์ดจอค่ายแดง AMD Radeon RX 5500M เอง เมื่อเทียบกับ NVIDIA GeForce GTX 1650 แล้ว ถือว่าแรงไม่แพ้กัน และบางเกมที่มีเทคโนโลยีในเกมรองรับฝั่ง AMD มากกว่า ก็อาจจะทำเฟรมเรทได้ดีกว่าอีกด้วย

ดังนั้นถ้าใครกำเงิน 30000 บาทเอาไว้เป็นงบซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่มาทำงานและเล่นเกม ก็คาดหวังได้เลยว่าตอนนี้ ผู้บริโภคอย่างเรายังมีตัวเลือกรุ่นดีราคาลดรอเราอยู่อีกหลายรุ่นด้วยกัน ทั้งรองรับการอัพเกรดและเล่นเกม AAA ได้อีก 2-3 ปีแน่นอน นอกจากนี้ถ้ายังพอเพิ่มงบประมาณจาก 30000 บาทที่ตั้งเอาไว้ได้อีกสักนิดหน่อย จะหาเกมมิ่งคีย์บอร์ด, เมาส์เกมมิ่งและหน้าจอแยกดีๆ สักตัวมาต่อเพิ่มอีกหน่อย ก็ไม่ต้องประกอบเกมมิ่งพีซีแล้วมานั่งกลุ้มกับราคาการ์ดจอแยกเลยก็ได้เช่นกัน

7 เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 ติดการ์ดจอเพื่อเกมเมอร์

เกมเมอร์ที่เปลี่ยนใจจากประกอบเกมมิ่งพีซีแล้วหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท แล้วมีการ์ดจอแยกเอาไว้เล่นเกมหรือทำงานอยู่ ในช่วงครึ่งหลังปี 2021 นี้เรียกว่ามีรุ่นน่าสนใจที่ราคาไม่แพงเลยให้เลือกอยู่ถึง 7 รุ่นด้วยกัน ซึ่งรุ่นที่เลือกมาแนะนำได้แก่

  1. Lenovo Legion 5 15ARH05 (27,900 บาท)
  2. MSI GF75 Thin 10SC-079TH (27,990 บาท)
  3. HP Victus Gaming 16 (28,990 บาท)
  4. Acer Nitro 5 AN515 (29,990 บาท)
  5. DELL Inspiron G5SE (29,990 บาท)
  6. MSI Bravo 15 A4DDR (29,990 บาท)
  7. ASUS TUF Gaming Dash F15 (29,900 บาท)
1. Lenovo Legion 5 15ARH05 (27,900 บาท)

20200615 125646 c

ถ้าให้เลือกเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไว้ใช้งานและเล่นเกมสักเครื่อง แล้วอยากได้เครื่องที่นอกจากสเปคคุ้มแล้ว ใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมงเครื่องต้องเย็นด้วย ก็ต้อง Lenovo Legion 5 รุ่นนี้ที่ถึงจะมีรุ่นใหม่ที่ติดการ์ดจอ GeForce RTX Series มาแล้ว แต่รุ่นนี้ก็ยังจัดว่าน่าสนใจและยังอัพเกรดเครื่องเพิ่ม SSD และ RAM ได้ด้วย

ซีพียูของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ยังเป็น AMD Ryzen 5 4600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.0-4.0 GHz ซึ่งความแรงถือว่ายังหายห่วง ส่วนการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 ติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Home มาพร้อมลงเกมและโปรแกรมได้ครบถ้วน ส่วนแรมยังอยู่ 8GB DDR4 บัส 3200 MHz ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้อัพเกรดไป 16GB จะดีที่สุด ส่วนหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีค่า Refresh Rate ที่ 144 Hz ส่วนการเชื่อมต่อมีพอร์ต USB-A 3.2 x 4, USB-C 3.2 x 1, HDMI, RJ45 LAN แบบครบถ้วน ส่วนการต่ออินเตอร์เน็ตรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0 ด้วย ดังนั้นถ้าใครชื่นชอบแบรนด์ Lenovo ล่ะก็ จะเริ่มจากรุ่นนี้ก็ดีเช่นกัน

สเปคของ Lenovo Legion 5 15ARH05
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 4600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.0-4.0 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • มีพอร์ต USB-A 3.2 x 4, USB-C 3.2 x 1, HDMI, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 27,900 บาท (JIB)
2. MSI GF75 Thin 10SC-079TH (27,990 บาท)

20200709 112850 c

สำหรับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท ก็ยังมี MSI ให้เลือกซื้อเช่นกัน และเป็นรุ่นสเปคดีน่าสนใจ หน้าตาเรียบร้อยพกไปออฟฟิศแล้วหน้าตาไม่หวือหวาเกินไป อย่าง MSI GF75 Thin 10SC-079TH ตัวนี้ที่น้ำหนักเบาเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-10500H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5 GHz เรียกว่าเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงของสถาปัตยกรรม Comet Lake จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 และ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 Home ติดตั้งมาให้ในเครื่อง ส่วนแรมอยู่ที่ 8GB DDR4 บัส 2666 MHz ด้านของหน้าจอมีขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz พร้อมพอร์ตใช้งานครบเครื่องทั้ง USB-A 3.1 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI, RJ45 LAN รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 จัดว่าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ยังแรง ทำงานไหลลื่นอย่างแน่นอน

สเปคของ MSI GF75 Thin 10SC-079TH
  • ซีพียู Intel Core i5-10500H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 2666 MHz
  • หน้าจอ 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • มีพอร์ต USB-A 3.1 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 27,990 บาท (JIB)
3. HP Victus Gaming 16 (28,990 บาท)

20210718 002750 c

ถ้าอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาทแล้วบอดี้เป็นรุ่นใหม่หน่อยของ HP จะมี HP Victus Gaming 16 ให้เลือกซื้อ ซึ่งดีไซน์ตัวเครื่องนั้นจะเป็นเหมือนเอา HP Pavilion Gaming มาปรับแต่งและทำให้ดูเคร่งขรึมสวยงามยิ่งขึ้นและเพิ่มโปรแกรม OMEN Gaming Hub และรายละเอียดส่วนอื่นๆ ด้วย แล้วสเปคถือว่าไม่แพ้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท รุ่นอื่นในบทความนี้เลย

ซีพียูที่ติดตั้งมาให้ เป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2 GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 ใส่ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอเป็นขนาด 16.1 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ส่วน Refresh Rate อยู่ที่ 144 Hz ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อที่ตัวเครื่องมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI, RJ45 LAN และรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.2 อีกด้วย ดังนั้นใครเป็นแฟนคลับโน๊ตบุ๊คของ HP ล่ะก็ อาจจะหันมามอง HP Victus Gaming 16 รุ่นใหม่นี้ก็น่าสนใจเช่นกัน

สเปคของ HP Victus Gaming 16
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอ 16.1 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 28,990 บาท (Advice)
4. Acer Nitro 5 AN515 (29,990 บาท)

20210529 021512 c

พูดถึงเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาทเมื่อไหร่ ก็ต้องมี Acer Nitro 5 Series เข้ามาให้เลือกเช่นกัน โดยรุ่นที่แนะนำเป็น Acer Nitro 5 AN515 ที่นอกจากจะเล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมงเครื่องก็ยังเย็น ซีพียูก็เป็นตัวแรงที่ใช้งานได้ทุกโปรแกรมเล่นทุกเกมได้สบายๆ ด้วย

สเปคเครื่องนี้ติดตั้งซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz ซึ่งเป็นตัวแรงของสถาปัตยกรรม Tiger Lake ทีเดียว จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 และ SSD แบบ M.2 NVMe 512GB พร้อม Windows 10 Home และแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz และยังอัพเกรดเครื่องเพิ่มแรมกับ SSD ได้ง่ายๆ ด้วย หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz พร้อมพอร์ตใช้งานหลักครบเครื่องทั้ง USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 ที่เป็นพอร์ต Thunderbolt, HDMI, RJ45 LAN รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 และจุดเด่นของรุ่นนี้เลย คือคีย์บอร์ดเป็นไฟ RGB อีกด้วย เรียกว่าตอบโจทย์คนหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท ได้ดีทีเดียว

สเปคของ Acer nitro 5 AN515
  • ซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 เป็นพอร์ต Thunderbolt, HDMI, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 29,990 บาท (JIB)
5. DELL Inspiron G5SE (29,990 บาท)

20210715 223712 c

DELL เองก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท ให้เลือกเหมือนกัน แม้จะไม่เด่นเท่ากับสายทำงานของทางบริษัทก็ตาม แต่ DELL Inspiron G5SE เครื่องนี้ที่แรงและอัพเกรดเพิ่มแรมได้ ส่วนของสเปคก็ถือว่าแรงเอาใจสายแดง AMD เต็มที่อีกด้วย ซึ่งถ้าใครสนใจรายละเอียดสามารถอ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้

สเปคเครื่องนี้ถือว่าแรงจัดเต็มด้วยซีพียุ AMD Ryzen 9 4900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.4 GHz กับการ์ดจอแยก AMD Radeon RX 5600M แรม 6GB GDDR6 ซึ่งจัดว่าแรงหายห่วง ใส่ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มีแรม 16GB DDR4 บัส 2933 MHz จัดว่าแรงไม่ต้องอัพเกรดแล้วก็ได้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120 Hz ส่วนพอร์ตที่ตัวเครื่องมี USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1, RJ45 LAN รองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 5.1 อีกด้วย ต้องถือว่า DELL Inspiron G5SE ตัวนี้คุ้มมากเพราะมี Microsoft Office มาให้ใช้งานแบบครบๆ ไม่ต้องเสียเงินซื้อหรือต้องอัพเกรดเครื่องเลย แค่เปิดเครื่องก็ใช้งานได้ทันที

สเปคของ DELL Inspiron G5SE
  • ซีพียู AMD Ryzen 9 4900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.4 GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M แรม 6GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 16GB DDR4 บัส 2933 MHz
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120 Hz
  • มีพอร์ต USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home มี Microsoft Office Home & Student 2019
  • ราคา 29,990 บาท (Advice, JIB)
6. MSI Bravo 15 A4DDR (29,990 บาท)

20200516 123326 c

ส่วนของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท จาก MSI จะมีให้เลือกอีกรุ่นหนึ่ง คือ MSI Bravo 15 A4DDR รุ่นนี้ที่เป็น AMD ทั้งซีพียูและการ์ดจอ ส่วนตัวเครื่องก็ถือว่าเบาทีเดียว เพราะน้ำหนักอยู่ที่ 1.96 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกว่าเบาพกพาง่ายและหน้าตาก็ดูดี เล่นเกม AAA ยุคนี้ได้สบายๆ ซึ่งถ้าใครสนใจรายละเอียดเครื่องนี้สามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

สเปคของตัวเครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2 GHz จับคู่กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6 กับ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB และติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ ส่วนแรมมีความจุ 8GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี Refresh Rate 144 Hz พร้อมพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2, HDMI, RJ45 LAN รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 ได้ด้วย เรียกว่าสเปคของเครื่องนี้ก็แรงไม่แพ้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาทที่ใช้การ์ดจอ NVIDIA อย่างแน่นอน แต่ได้ความพกพาสะดวกเป็นทุนและจุดเด่นแทน

สเปคของ MSI Bravo 15 A4DDR
  • ซีพียู AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2 GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX 5500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2, HDMI, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 29,990 บาท (JIB)
7. ASUS TUF Gaming Dash F15 (29,900 บาท)

20210128 175714 c

สุดท้ายยกให้กับแบรนด์ชื่อดังกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นที่หลายๆ คนอาจจะกำลังตามหาอย่าง ASUS  TUF Gaming Dash F15 ที่ดีไซน์เรียบง่ายดูดีแต่เล่นเกมก็ลื่นไหล ด้านจุดเด่นคือมีพอร์ต Thunderbolt และอัพเกรดการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แล้ว ดังนั้นเรื่องความแรงและการเชื่อมต่อนั้นเรียกว่าอเนกประสงค์มาก ส่วนถ้าใครสนใจรายละเอียดเครื่องรุ่นนี้สามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียูเป็น Intel Core i5-11300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.1-4.4 GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 กับ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ใช้งาน ส่วนแรมเป็นออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz มีช่องสำหรับอัพเกรดแรมอีก 1 ช่อง ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz ส่วนของพอร์ตมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 เป็น Thunderbolt, HDMI, RJ45 LAN รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.1 ด้วย ซึ่งถ้าใครหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท หน้าตาเรียบหรูไม่หวือหวามากและทำงานได้ดีด้วยล่ะก็ แนะนำให้ดู ASUS รุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ ASUS  TUF Gaming Dash F15
  • ซีพียู Intel Core i5-11300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.1-4.4 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 เป็น Thunderbolt, HDMI, RJ45 LAN
  • รองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
  • ราคา 29,900 บาท (JIB)

สรุปสเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท 7 รุ่น รุ่นยังแรงเล่นเกมเพลิน!

จะเห็นว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท ในตอนนี้มีรุ่นดีๆ ให้เลือกหลากหลายรุ่นและเครื่องก็แรงระดับที่พร้อมเล่นเกม AAA หรือทำงาน 3D CG ได้สบายๆ ซึ่งถ้าสรุปสเปคแล้วจะได้ตารางดังนี้

สเปคเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท ซีพียู,
การ์ดจอ
SSD, RAM หน้าจอ การเชื่อมต่อ ระบบ
ปฏิบัติการ
ราคา
Lenovo Legion 5 AMD Ryzen 5 4600H

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4
บัส 3200 MHz

15.6 นิ้ว FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

USB-A 3.2 x 4

USB-C 3.2 x 1

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

27,900 บาท
MSI GF75 THIN Intel Core i5-10500H

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4
บัส 2666 MHz

17.3 นิ้ว
FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

USB-A 3.1 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

27,990 บาท
HP Victus Gaming 16 AMD Ryzen 5 5600H

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4
บัส 3200 MHz

16.1 นิ้ว
FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

28,990 บาท
Acer Nitro 5 AN515 Intel Core i5-11400H

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4
บัส 3200 MHz

15.6 นิ้ว FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1 เป็นพอร์ต Thunderbolt

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

29,990 บาท
DELL Inspiron G5SE AMD Ryzen 9 4900H

AMD Radeon RX 5600M

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

16GB DDR4
บัส 3200 MHz

15.6 นิ้ว FHD IPS

Refresh Rate 120 Hz

USB 2.0 x 2

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.1 x 1

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.1

29,990 บาท
MSI Bravo 15 A4DDR AMD Ryzen 7 4800H

AMD Radeon RX 5500M

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4
บัส 3200 MHz

15.6 นิ้ว FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

29,990 บาท
ASUS TUF Gaming Dash F15 Intel Core i5-11300H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4
บัส 3200 MHz

15.6 นิ้ว FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1 เป็น Thunderbolt

HDMI

RJ45 LAN

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

29,900 บาท

ดังนั้นถ้าใครกำลังจะหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 30000 บาท เอาไว้เล่นเกมสักเครื่องล่ะก็ อาจจะเริ่มจากรุ่นเหล่านี้ที่สเปคดีราคาลงกลุ่มนี้ไปใช้งานก็ดี เพราะเรื่องความแรงต้องถือว่า NVIDIA GeForce GTX 1650 กับ AMD Radeon RX 5500M, 5600M ยังถือว่าแรงเพียงพอ ตอบโจทย์ได้อีก 2-3 ปีด้วย หรือถ้าใครมีงบเกินกว่านี้ไปอีกนิดหน่อยราว 35,000 บาท จะลดมาซื้อเครื่องกลุ่มนี้ไปแล้วเอาเงินส่วนต่างไปอัพเกรดอุปกรณ์เสริมอย่างเกมมิ่งคีย์บอร์ด, เกมมิ่งเมาส์และหูฟังเจ๋งๆ สักเซ็ตเอาไว้ใช้ตอนทำงานหรือเล่นเกม จะยิ่งช่วยให้ประสบการณ์การใช้งานดีขึ้นอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

win11 cover

laptop cover

logitech cover 1

from:https://notebookspec.com/web/617128-7-gaming-laptop-under-30000

สร้างมิติใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูล ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจาก Dell EMC PowerStore

การทำงานขององค์กรระดับเอนเทอร์ไพรซ์ในยุคแห่งข้อมูลหรือที่เรียกว่า Data Era นั้น สิ่งที่เป็นประเด็นต้องคำนึงและใส่ใจเป็นอย่างมากก็คือเรื่องของเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูล ที่ต้องให้ประสิทธิภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ และยังต้องเหมาะสมทั้งในเรื่องของงบประมาณและการขยายตัวทางธุรกิจได้ด้วย

Dell EMC PowerStore คือโซลูชั่นสำหรับการจัดเก็บข้อมูลรุ่นใหม่จากทาง เดลล์ เทคโนโลยีส์ ที่เป็นผู้นำระบบการจัดเก็บข้อมูลในระดับเอ็นเทอร์ไพรซ์ พวกเขาได้มีการออกแบบ PowerStore ให้เป็นแบบ Data-Centric มาพร้อมกับระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ และสถาปัตยกรรมที่ปรับเปลี่ยนได้

ระบบที่ให้เสถียรภาพขั้นสูงสำหรับองค์กร

PowerStore ช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์การทำงานของแอปพลิเคชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีเสถียรภาพที่สูงระดับ 99.9999% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการการประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาล มันถูกออกแบบให้มีลักษณะการทำงานอย่างเช่น

– สามารถรองรับงานได้ทุกสภาพเวิร์กโหลด : PowerStore ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีเรียบง่ายด้วยการรองรับทั้งเวิร์กโหลดที่หลากหลายทั้งแบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่ ด้วยสถาปัตยกรรม สเกล-อัพ และ สเกล-เอาท์ รองรับทั้ง บล็อค (block) ไฟล์ และ VMware vVols

– เพิ่มขีดความสามารถสูงสุดในการทำงาน : มันถูกออกแบบให้ตอบสนองได้เร็วกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้าถึงสามเท่า ผ่านทางเทคโนโลยีอย่าง NVMe ในแบบ end-to-end และสามารถรองรับหน่วยความแบบ Storage Class Memory ด้วยขุมพลังจาก Intel® Optane™ SSD แบบดูอัล พอร์ต

– การลดข้อมูลแบบอัจฉริยะ: PowerStore ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการระบบจัดเก็บข้อมูล ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับทั้งสมรรถนะและประสิทธิภาพ ในขณะที่ให้การรับประกันในการลดปริมาณข้อมูลลงในรูปแบบ 4: 1 ทั้งนี้ ฟังก์ชันการลดข้อมูลอัจฉริยะ (Intelligent Data Reduction) นี้จะทำงานตลอดเวลาโดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ

– ความยืดหยุ่นที่เพิ่มมากขึ้น: Dynamic Resiliency Engine (DRE) ของ PowerStore ช่วยให้ลูกค้าสามารถรักษาประสิทธิภาพในขณะที่ป้องกันความล้มเหลวของ dual drive โดย DRE ช่วยลดการจัดการลงถึง 98% เมื่อเทียบกับการใช้เทคโนโลยี RAID ในแบบเดิม

– การทำ Tiering ที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น: PowerStore ใช้ storage class memory (SCM) เป็นพื้นที่จัดเก็บถาวรและสร้างความแตกต่างระหว่าง SCM และไดรฟ์ NVMe มาตรฐานภายในระบบ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความเร็วในการเข้าถึงเมตะดาต้า (metadata) เพื่อลด workload latency ได้ถึง 15%  โดยทั้งนี้สามารถทำได้โดยการใช้ไดรฟ์ Intel® Optane™ D4800X เพียงไดรฟ์เดียว

มอบความยืดหยุ่นให้กับคลาวด์ด้วย PowerStore

ลูกค้าสามารถใช้งาน PowerStore ในรูปแบบที่สนองตอบต่อความต้องการทางธุรกิจและกลยุทธ์ทางด้านคลาวด์ขององค์กรได้เป็นอย่างดีที่สุด ด้วยเหตุผลที่สำคัญดังนี้

Dell Technologies Cloud Validated Designs สำหรับ PowerStore ออกแบบมาเพื่อการนำไปใช้งานที่มีความยืดหยุ่นต่อเวิร์กโหลดที่ต้องการประสิทธิภาพในการทำงานสูง ในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริด-คลาวด์

Dell EMC Cloud Storage Services สามารถเชื่อม PowerStore เข้ากับพับลิกคลาวด์สำคัญๆ ทั้งหมดได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น AWS, Azure และ Google Cloud ได้ ทั้งนี้ Cloud Storage Services ยังให้การกู้คืนข้อมูลเมื่อเกิดภัยพิบัติ (DRaaS) ให้กับ VMware Cloud บน AWS ได้อีกด้วย

PowerStore สามารถนำมาใช้ ในรูปแบบระบบการจัดเก็บข้อมูลทางเลือกภายในโครงสร้างพื้นฐานแบบอัตโนมัติของ Dell EMC PowerOne ซึ่งช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงขององค์กรไปสู่การดำเนินงานที่เหมือนคลาวด์ให้เร็วยิ่งขึ้น

อัปเกรดระบบง่ายด้วย Dell EMC Future-Proof Program

PowerStore อยู่ภายใต้โปรแกรมที่เรียกว่า Dell EMC Future-Proof Program ซึ่งให้ทางเลือกที่เพิ่มมากขึ้น ให้ความสามารถในการคาดการณ์การใช้งานล่วงหน้า อีกทั้งให้การคุ้มครองการลงทุนผ่านความสามารถในการอัปเกรดได้ทุกเวลา   Dell EMC Future-Proof Program  ถือเป็นโปรแกรมการอัปเกรดที่มีความยืดหยุ่นที่สุดในอุตสาหกรรม

ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ลูกค้าสามารถ ปรับปรุงหรือปรับขยายประสิทธิภาพและความสามารถของ PowerStore หลังจากระยะเวลาการใช้งานเพียง 180 วัน ทั้งนี้ เมื่อผสานรวมเข้ากับสถาปัตยกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ของ PowerStore ทำให้องค์กรสามารลดค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังสามารถทำการเคลื่อนย้ายแพลตฟอร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน เดลล์ เทคโนโลยีส์ ได้ส่งมอบ PowerStore ไปสู่ลูกค้าทั่วโลกคิดเป็นปริมาณที่สูงกว่า 400 เพตาไบต์  ในกว่า 60 ประเทศให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ การศึกษา เกมมิ่ง การขนส่ง เฮลธ์แคร์ การค้าปลีก และบริการทางการเงิน และสำหรับผู้ใช้ PowerStore รายใหม่ยังรวมถึง มหาวิทยาลัย Columbia Southern ธนาคาร Habib Bank, RealPage, saberVox, Tech Data, The University of Pisa, Tilly’s และ Ultraleap เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน Dell EMC PowerStore  สามารถติดต่อทีมงาน Dell Technologies ประจำประเทศไทยได้ทันทีที่ อีเมล Chidchanok.uthaigorn@dell.com โทร 090-949-0823 (วศิน)

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-emc-powerstore-3/

Dell ประเทศไทย เปิดตัวโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง Dell G15 และ Dell G15 Ryzen Edition การ์ดจอซีรีส์ RTX 30 ราคาเริ่มต้น 35,990 บาท

Dell ประเทศไทย เปิดตัวโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง 15 นิ้ว สองรุ่น คือ Dell G15 ซีพียู Intel Core 11th Gen และ Dell G15 Ryzen Edition ซีพียู AMD Ryzen 5000 การ์ดจอซีรีส์ NVIDIA GeForce RTX 30 ทั้งสองรุ่นเตรียมวางจำหน่ายเดือนพฤศจิกายน รายละเอียดดังนี้

Dell G15

  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด FHD ตัวเลือก 120Hz และ 165Hz
  • ซีพียู Intel Core 11th Gen สูงสุด Core i7
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 30 (ไม่ระบุรุ่น)
  • ราคาเริ่มต้น 35,990 บาท

No Description

Dell G15 Ryzen Edition

  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด FHD ตัวเลือก 120Hz และ 165Hz
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 5600H, Ryzen 7 5800H
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 / RTX 3050Ti
  • แรม DDR4 3200MHz 8GB, 16GB, 32GB แบบอัพเกรดได้
  • ราคาเริ่มต้น 35,990 บาท

No Description

ทั้งสองรุ่นน่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่ดีสำหรับเกมเมอร์ที่กำลังขาดแคลนการ์ดจอในช่วงนี้ แม้จะเป็นรุ่นรองลงมาอย่าง RTX 3050/3050 Ti แต่ด้วยราคาการ์ดจอในขณะนี้ การได้โน้ตบุ๊กเกมมิ่งทั้งเครื่องในราคาเริ่มต้น 35,990 บาท ก็ค่อนข้างคุ้มค่าพอสมควร

ที่มา – จดหมายประชาสัมพันธ์

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125024

Dell ประเทศไทย เปิดตัวโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง Alienware 3 รุ่น มีทั้ง Intel และ Ryzen การ์ดจอซีรีส์ RTX 30 เริ่ม 72,590 บาท

Dell ประเทศไทย เปิดตัวโน้ตบุ๊กเกมมิ่งรุ่นใหม่ในตระกูล Alienware สามรุ่น คือ Alienware x15, Alienware m15 Ryzen Edition R5 และ Alienware m15 R6 มาพร้อมซีพียูทั้ง Intel Core 11th Gen และ AMD Ryzen 5000 ทั้งสามรุ่นเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 30 กันยายน รายละเอียดดังนี้

Alienware x15

  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ตัวเลือกความละเอียด FHD 165Hz, FHD 360Hz และ QHD 240Hz
  • ซีพียู Intel Core i7 11800H, Core i9 11900H
  • จีพียู NVIDIA GeForce RTX 3060, RTX 3070, RTX 3080
  • แรม DDR4 3200MHz ความจุ 16GB, 32GB
  • SSD NVMe PCIe M.2 เริ่ม 256GB สูงสุด 4TB แบบ Dual-Drive Non-RAID
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.2, Wi-Fi 6E
  • แบตเตอรี่ 87 Whr
  • พอร์ต USB Type-A 3.2 Gen 1 หนึ่งพอร์ต, USB Type C 3.2 Gen 2 หนึ่งพอร์ต (ชาร์จแบบ PD ได้), Thunderbolt 4 (Type-C) หนึ่งพอร์ต, ช่องอ่าน MicroSD card หนึ่งช่อง ช่องต่อ HDMI 2.1 Out หนึ่งพอร์ต มีพอร์ตหูฟัง 3.5 มม.

ราคาเริ่มต้น 113,490 บาท

No Description

Alienware m15 Ryzen Edition R5

  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ตัวเลือกความละเอียด FHD 165Hz, FHD 360Hz และ QHD 240Hz
  • ซีพียู Ryzen R7 5800H, Ryzen R9 5900HX
  • จีพียู NVIDIA GeForce RTX 3060, RTX 3070
  • แรม DDR4 3200MHz ความจุ 8GB, 16GB, 32GB
  • SSD NVMe PCIe M.2 เริ่ม 256GB สูงสุด 4TB แบบ Dual-Drive Non-RAID
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.2, Wi-Fi 6
  • แบตเตอรี่ 86 Whr
  • พอร์ต USB Type-A 3.2 Gen 1 สามพอร์ต, USB Type C 3.2 Gen 2 หนึ่งพอร์ต (ชาร์จแบบ PD ได้), ช่องต่อ HDMI 2.1 Out หนึ่งพอร์ต, พอร์ตหูฟัง 3.5 มม.

ราคาเริ่มต้น 72,590 บาท

No Description

Alienware m15 Ryzen R6

  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ตัวเลือกความละเอียด FHD 165Hz, FHD 360Hz และ QHD 240Hz
  • ซีพียู Intel Core i5 1140H, Core i7 11800H, Core i9 11900H
  • จีพียู NVIDIA GeForce RTX 3050Ti, RTX 3060, RTX 3070, RTX 3080
  • แรม DDR4 3200MHz ความจุ 8GB, 16GB, 32GB
  • SSD NVMe PCIe M.2 เริ่ม 256GB สูงสุด 4TB แบบ Dual-Drive Non-RAID
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.2, Wi-Fi 6
  • แบตเตอรี่ 86 Whr
  • พอร์ต USB Type-A 3.2 Gen 1 สามพอร์ต, USB Type C 3.2 Gen 2 หนึ่งพอร์ต (ชาร์จแบบ PD ได้ และเป็น Thunderbolt 4 ในรุ่น RTX 3060 ขึ้นไป), ช่องต่อ HDMI 2.1 Out หนึ่งพอร์ต, พอร์ตหูฟัง 3.5 มม., พอร์ต LAN

ราคาเริ่มต้น 74,490 บาท

No Description

แม้จะดูราคาแรงไปบ้าง แต่เมื่อเทียบกับราคาการ์ดจอของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในปัจจุบันที่พุ่งสูงจนแค่การ์ดจอ RTX 3060 ก็มีราคาพุ่งไปถึงราวสามหมื่นบาท การซื้อโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง อาจกลายมาเป็นอีกทางเลือกที่เป็นที่นิยมมากขึ้นกว่าการประกอบคอมใหม่ อย่างน้อยก็จนกว่าราคาการ์ดจอจะกลับเป็นปกติ

ที่มา – จดหมายประชาสัมพันธ์

from:https://www.blognone.com/node/125023

รีวิว Alienware m15 Ryzen Edition R5 สเปก Ryzen 7 5800H + RTX 3070 จอเทพ QHD 240Hz สีตรง ฟีเจอร์ Gaming ไฟ RGB จัดเต็ม

Alienware m15 Ryzen Edition R5 ที่สุดของ Gaming Notebook จากทาง Alienware x AMD รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2021 สเปกสุดแรงดีไซน์สุดล้ำไฟ RGB รอบตัว หน้าจอขนาด 15.6″ QHD 240Hz พาเนล WVA มีค่า sRGB 100% กับสเปกที่จัดเต็มด้วยชิปประมวลผลตัวแรง AMD Ryzen 7 5800H ส่วนการ์ดจอแยกรุ่นใหม่เป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P / RTX 3070 Max-P (TGP 125W)

Alienware M15

โดยมีน้ำหนักแค่ 2.42 กิโลกรัม และมีตัวเครื่องความบางเพียง 19.25 มิลลิเมตร ซึ่งในส่วนของประกันเป็นแบบ 2 ปี เป็นบริการ Dell Premium Support On-site Service รวมไปถึงประกันอแดปเตอร์และแบตเตอรรี่ 2 ปี และยังมีประกันอุบัติเหตุ 1 ปีด้วย ที่หลายคนประทับใจและเชื่อมั่น สนนราคาขายจริงอยู่ที่ 72,590 บาท และ 90,990 บาท ที่สำคัญได้ Microsoft Office Home & Student 2019 มาด้วย

รวมไปถึงมี Alienware Cryo-Tech ระบบระบายความร้อนแบบใหม่ เพิ่มการไหลเวียนของอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับตัวเครื่อง อัดแน่นมาเพื่อมอบประสบการณ์ Gaming ให้ไม่มีสะดุด พร้อมได้คีย์บอร์ดไฟ RGB 4 โซน ที่ตองสนองการกดได้ดีเยี่ยม การเชื่อมต่อจัดเต็มด้วย Killer Wi-Fi 6 AX1650 (2×2) และ Bluetooth 5.2 ใช้งานได้ทันทีด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home 

VDO Review

Coming Soon

NBS Verdict

เชื่อได้ว่า Alienware m15 Ryzen Edition R5 เป็น Gaming Notebook ที่หลายคนจับมอง จากความสวยงามหรูหราเกินหน้าเกินตา และเป็น Gaming Notebook ระดับบนของทาง Dell ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสเปกแรงลื่น ยังได้เรื่องของประกัน 2 ปี Dell Premium Support On-site Service ที่ทุกคนมั่นใจ นอกจากนี้ยังได้ฟีเจอร์ไฟ RGB ล้ำๆ อย่าง AlienFX Lighting Zones  ที่ปรับแต่งได้รอบตัว และนับว่าเป็นครั้งของแรกของการที่ Alienware กลับมาใช้ชิปประมวลผล AMD ในรอบ 14 ปีทีเดียว ได้สเปก Gaming Notebook ตัวท็อปอย่าง Ryzen 7 5800H + RTX 3060 / RTX 3070 ที่เล่นได้ลื่นไหลจริงๆ 

Alienware M15

ซึ่งต้องบอกเลยว่า Alienware m15 Ryzen Edition R5 ราคาค่าตัวนั้นค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ Gaming Notebook ในสเปกใกล้เคียงกัน ซึ่งสำหรับรุ่นเริ่มต้นราคา 72,590 บาท ส่วนแรมเดิมๆ ขนาด 16GB ที่เพียงพอกับการใช้งาน รวมไปถึง SSD M.2 ความจุ 512GB ไม่น่าจะพอแน่นอน สำหรับการใช้งานติดตั้งเกมหรือลงโปรแกรมเพิ่มเติม ที่เอาจริงๆ แนะนำให้ซื้อรุ่นราคา 90,990 บาท จะเหมาะสมกว่า เพราะได้ทั้งการ์ดจอแยกที่แรงกว่า แรมและ SSD ที่มากกว่า รวมถึงหน้าจอที่ดีกว่า เป็นตัวจบกว่า แต่ถ้างบถึงตัว 72,590 บาท จะค่อยมาอัพเกรดแรมและ SSD อีกทีก็ได้ 

Alienware M15

จริงๆ สรุปงานมากๆ ว่าใครกำลังมองหาโน๊ตบุ๊ค Gaming จากทาง Dell ที่เน้นความแรง งานประกอบ ดีไซน์ที่ดุดัน และไฟ RGB ที่สวยงาม การรับประกันเทพๆ มั่นใจได้แน่ๆ แล้วล่ะก็ Alienware m15 Ryzen Edition R5 น่าจะตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีทีเดียว โดดเด่นด้วยประสบการณ์ใช้งานได้ที่ไม่เหมือนใคร ส่วนหนึ่งสำคัญอย่างที่ควรจะรู้ก่อนก็คือ ปกติแล้วโน๊ตบุ๊ค Alienware จะไม่มีการสกรีนคีย์บอร์ดภาษาไทยมาเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งถ้ารับได้ก็ซื้อได้เลย หรือถ้าใครต้องการให้มีภาษาไทยจริงๆ คงต้องไปหาร้านข้างนอกเลเซอร์เอาเองก็ได้ 

Alienware M15

จุดเด่น Alienware m15

  • เป็น Gaming Notebook ดีไซน์พรีเมียมหรูหราโดดเด่น สไตล์ Alienware
  • งานประกอบแน่นๆ ตลอดทั้งตัวเครื่อง มาตราฐานโน๊ตบุ๊ค Dell ระดับสูง
  • ประสิทธิภาพดีด้วยชิปประมวลผล Ryzen 7 5800H และการ์ดจอ RTX 3060 / RTX 3070
  • ได้หน้าจอพาเนล WVA คุณภาพสูง สวยงาม มุมมองกว้าง ลื่นไหล ความละเอียดสูง
  • AlienFX Lighting Zones มีไฟ RGB รอบตัว พร้อมคีย์บอร์ด RGB แบบ 4 โซน
  • เป็นโน๊ตบุ๊คมาพร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครัน ทั้ง LAN, HDMI, USB-A, USB-C
  • การเชื่อมต่อไร้สายดีเยี่ยมด้วย Killer Wi-Fi 6 AX1650 (2×2)
  • มีฟีเจอร์ IR Camera ที่ทำให้เรา Login เข้าใช้งาน Windows 10 Home ได้สะดวกและปลอดภัย
  • ระบบระบายความด้วยเทคโนโลยี Cryo-Tech ให้การทำงานเสถียรภาพ
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสุดๆ ที่ 8 ชั่วโมง
  • ซอฟต์แวร์ Alienware ติดเครื่องมีมาให้อย่างจัดเต็ม ปรับแต่งได้ยืดหยุ่น ใช้ได้จริง
  • ประกันถึง 2 ปี มาพร้อม Dell Premium Support (On-site Sevice)
  • ที่มีซอฟต์แวร์แสกนไวรัส McAfee* Security Center 12 Month Subscription

ข้อสังเกต Alienware M15

  • แป้นคีย์บอร์ดไม่มีภาษาไทย ถ้าต้องการให้มี ต้องไปเลเซอร์ร้านข้างนอกเอง 
  • ราคาสูงกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกัน (เป็น Ryzen 7 5800H ที่ราคาสูงที่สุด)

Specification

Alienware m15 Ryzen Edition R5 ที่ได้รับมารีวิวใช้ชิประมวลผลรุ่นล่าสุดจากทาง AMD Ryzen 7 5800H และการ์ดจอระดับสูงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3070 (8GB GDDR6) ค่า TGP 125W แรมมาตรฐานเป็น DDR4 Bus 3200MHz ขนาด 32GB พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 1TB มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 2560 x 1440 พิกเซล พาเนล WVA แบบด้าน ได้ค่าขอบเขตสี sRGB 100% มี Refesh Rate 240Hz (2ms with ComfortView Plus, NVIDIA G-SYNC and Advanced Optimus)  สนนราคา 90,990 บาท ซึ่งจากสเปกหลักตรงนี้ทำให้รองรับการเล่นเกมในปัจจุบันลื่นๆ ได้ทุกเกมแน่นอน

Alienware m15 R5 W569211500ATHW10

อีกสเปกก็น่าสนใจไม่แพ้กัน มาพร้อมกับชิปประมวลผล Ryzen 7 5800H การ์ดจอแยกเป็น RTX 3060 แรมขนาด 16GB และ SSD M.2 ความจุ 512GB  ได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล มี Refresh Rate ที่ 165Hz (3ms with ComfortView Plus) กับราคา 72,590 บาท ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ใครจะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมอันนี้ไม่ว่ากัน สำคัญด้วยบริการ Dell Premium Support (On-site Sevice) ระยะเวลา 2 ปีเต็ม พร้อมมี Microsoft Office Home & Student 2019 มาด้วย สามารถใช้งาน Microsoft Excel, Words, Powerpoint ได้ตลอดอายุการใช้งาน!

Alienware m15 R5 W569212800ATHW10

พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม Alienware HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลแบบคู่ในตัว พร้อมกล้องอินฟาเรดช่วยเข้าใช้งาน Windows ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 2 USB 3.2 Type A, USB 3.2 Type C และ LAN, Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.2 และ Wi-Fi 6AX มาตรฐาน Killer Wireless 1650 2×2 แน่นอนว่านั่นก็มาจากการที่ Dell มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมกับมาตรฐานของ Dell ที่มีแฟนๆ เชื่อมั่นอยู่เสมอมา

Alienware m15 R5-W569211500ATHW10 ราคา 72,590 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H (8C/16T – 3.20 – 4.40 GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8 + NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P (6GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200 MHz (Dual Channel)
  • DISPLAY: 15.6″ WVA Full HD 165Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe Gen 3 512GB
  • OS : Windows 10 Home 
  • Software : McAfee Security Center 12-month subscription
  • Software : Microsoft Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Premium Support Onsite Service 

Alienware m15 R5-W569212800ATHW10 ราคา 90,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H (8C/16T – 3.20 – 4.40 GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8 + NVIDIA GeForce RTX 3070 Max-P (8GB GDDR6)
  • RAM : 32GB DDR4 Bus 3200 MHz (Dual Channel)
  • DISPLAY: 15.6″ WVA Quad HD 240Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe Gen 3 1TB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : McAfee Security Center 12-month subscription
  • Software : Microsoft Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Premium Support Onsite Service 

Hardware / Design 

ดีไซน์การออกแบบจะเห็นว่า Alienware m15 Ryzen Edition R5 มีความล้ำสมัยแบบสุดๆ เป็นยานอวกาศเหมือนมาจากต่างดาวมากๆ ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูไม่เหมือนใครเน้นเรียบง่ายแต่หรูหรามากๆ เลือกใช้สีดำ Dark Side of the Moon ที่เป็นโทนดำทั้งตัวเครื่อง ผิวด้านลดแสงสะท้อน ใช้การเคลือบสีด้วยวิธี High Endurance Clear Coat Paint with Silky Smooth finish ให้สัมผัสนุ่มมือ เชื่อว่าโดนใจใครหลายๆ คนแน่นอน ในเรื่องของความพรีเมียมแตกต่างจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ แบบชัดเจน เรียกได้ว่าเอาไปใช้งานที่ไหนก็โดดเด่นสุดๆ

Dell Alienware m15 R5 SE Review 52

สำหรับฝาหลังมีโลโก้ Alienware ที่ปรับแต่งไฟ RGB ได้ และเลข 15 อยู่ตามสไตล์ของ Alienware ยุคใหม่ ได้วัสดุหลักๆ ก็จะเป็นแม็กนีเซียมอัลลอยด์และพลาสติกที่แข็งแรงและพรีเมียม แน่นอนว่ามีมิติตัวเครื่องที่เล็กลงจากการที่ขอบจอบาง เล็กกว่ารุ่นก่อนๆ โดยมีน้ำหนักแค่ 2.42 กิโลกรัมเท่านั้น และมีความบางสุดๆ ของตัวเครื่องเพียง 19.25 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ อีกรุ่นในตลาดที่งานประกอบแน่นหนาเรียบร้อย พร้อมกับต้องยอมรับว่า DNA ของ Alienware นั้นสวยงามและโดนใจจริงๆ แตกต่างจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ อย่างชัดเจน

Dell Alienware m15 R5 SE Review 47

จากการที่ตัวเครื่องโดยรวมดีไซน์ให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดต่างๆ ที่สวยงามตามสไตล์ Alienware ที่สำคัญด้วยเทคโนโลยี Advanced Alienware Cryo-Tech  ได้ชุดระบายความร้อนก็มีขนาดที่ใหญ่มาก โดยได้พัดลม 2 ตัวขนาดใหญ่ ดูดอากาศเย็นจากใต้ตัวเครื่องพร้อมเปล่าออกผ่านทางฮีทไปป์และฟินขนาดใหญ่ไปทางด้านหลังและด้านข้างออกตัวเครื่อง เชื่อได้เลยว่า Alienware m15 Ryzen Edition R5 ตัวนี้ต้องจัดการอุณหภูมิได้ดีอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหนักๆ หรือการประมวลผลแบบมืออาชีพ 

Dell Alienware m15 R5 SE Review 58

มาพร้อมกับไฟ RGB 16.8 ล้านสี ด้วยซอฟต์แวร์ AlienFX Lighting Zone ตามสไตล์ของ Alienware ที่เราสามารถปรับแต่งได้ดั่งใจ แสดงได้อย่างเรียบเนียนลื่นไหลมากกว่าหลายๆ รุ่น ทั้งส่วนของคีย์บอร์ดที่ดูแล้วสวยงาม อีกทั้งด้านหลังตัวเครื่องที่เป็นการแยกชุดระบายความร้อนออกมาตามสไตล์ของ Alienware ก็ยังมีการติดตั้งไฟ RGB เอาไว้ ทั้งโลโก้หลังและปุ่ม Power ที่ยอมรับเลยว่าตรงนี้ดูหรูหรามากๆ โดดเด่นแบบสุด ให้อารมณ์ด้วยรวมของตัวเครื่องแบบรถยุโรปราคาแพงทีเดียว ที่สำคัญช่องระบายความร้อนก็เป็นแบบรังผึ้งที่ลงตัวสุดๆ ทั้งขอบด้านหลังและเหนือชุดคีย์บอร์ด

Dell Alienware m15 R5 SE Review 28

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องมียางรองกันลื่นสองเส้นพาดยาวยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ยกตัวเครื่องให้อากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นขนาดใหญ่ ซึ่งมีการเล่นดีไซน์แบบรังผึ้ง ติดตั้งเอาไว้ที่เราสามารถมองเห็นกันได้อย่างชัดเจนทั้งสวยงามลงตัวและใช้ได้จริง ส่วนถ้าจะอัพเกรดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัว รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง Dell นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย เป็นข้อดีที่หาได้ยากในหลายๆ แบรนด์

Dell Alienware m15 R5 SE Review 11

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุ Alienware m15 Ryzen Edition R5 ทำได้ดีตามมาตรฐานของ Dell ที่เป็นโน๊ตบุ๊คระดับสูง ซึ่งทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ ที่เน้นสายเกมเมอร์เป็นหลัก แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ อะไรก็แล้วแต่เลย อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าราคาสูงกว่าแบรนด์คู่แข่ง ซึ่งแลกกับความสวยงามแบบนี้ เชื่อได้เลยว่าหลายคนไปเห็นตัวจริงแล้วก็โดนใจและอยากจับจองกลับบ้านมาใช้งานแน่ๆ 

Dell Alienware m15 R5 SE Review 14
Dell Alienware m15 R5 SE Review 33
Dell Alienware m15 R5 SE Review 30
Dell Alienware m15 R5 SE Review 36
Dell Alienware m15 R5 SE Review 39
Dell Alienware m15 R5 SE Review 45
Dell Alienware m15 R5 SE Review 64
Dell Alienware m15 R5 SE Review 61
Dell Alienware m15 R5 SE Review 57

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ Alienware m15 Ryzen Edition R5 มีการออกแบบมาให้มีขนาดใหญ่โดยโค้งรับกับนิ้วมือได้พอดี ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น ก็ถือว่าทำไว้ดี ด้านการใช้งานในการพิมพ์ด้วยเทคโนโลยี N-Key rollover และ Anti-ghosting ตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างทำให้มีความแม่นยำในการกด เด้งกับนิ้วเมื่อกดลงไปอย่างพอดีด้วยความลึก 1.8 มิลลิเมตร ในส่วนของไฟ RGB 16.8 ล้านสี แบบ 4 โซน ปรับแต่งผ่านทาง Alien FX lighting ก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว

Dell Alienware m15 R5 SE Review 22

ส่วนปุ่มเปิดเครื่องที่เป็นโลโก้ Alienware จะไปอยู่ที่บริเวณด้านบนมุมขวาของชุดคีย์บอร์ด มีไฟ RGB ที่สามารถปรับได้ตามต้องการ แน่นอนว่าไม่มีการสกรีนภาษาไทยตามสไตล์ของ Alienware ซึ่งเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ส่วนทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ในระดับนึง พื้นผิวแบบกระจกสัมผัสแล้วติดนิ้ว ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวา โดยการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็มีความนุ่มและเด้งรับได้น่าประทับใจ การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก 

Dell Alienware m15 R5 SE Review 23
Dell Alienware m15 R5 SE Review 18
Dell Alienware m15 R5 SE Review 20
Dell Alienware m15 R5 SE Review 19
Dell Alienware m15 R5 SE Review 21
Dell Alienware m15 R5 SE Review 26

Screen / Speaker

หน้าจอของ Alienware m15 Ryzen Edition R5 ของเครื่องรีวิวนั้น เป็นขนาดที่ 15.6″ ขอบหน้าจอบางเฉียบทั้ง 3 ด้าน แบบจอด้านลดแสงสะท้อน โดยมีความละเอียด Quad HD ที่ 2560 x 1440 พิกเซล พาเนล WVA คุณภาพสูง ที่สำคัญยังรองรับการแสดงผล 240Hz 2ms พร้อมมีเทคโนโลยี ComfortView Plus, NVIDIA G-SYNC และ Advanced Optimus ช่วยให้ใช้งานได้สบายตา เทียบกับโน๊ตบุ๊คหน้าจอพาเนลทั่วไปแล้วล่ะก็ ต้องบอกว่า Alienware ที่เป็น Gaming Notebook เครื่องนี้มีความเหนือชั้นกว่าแบบเห็นครั้งแรกก็รู้เลย

Dell Alienware m15 R5 SE Review 9

เรียกได้ว่ารองรับทุกการทำงานหรือความบันเทิง รวมไปถึงการเล่นเกมแบบเต็มประสบการณ์อย่างสุดๆ ส่วนด้านบนก็จะเป็นการติดตั้งกล้องเว็บแคม Alienware HD (1280×720 resolution) พร้อมไมโครโฟนแบบคู่เพื่อไว้ใช้งาน VDO Call หรือสตรีมเกมต่างๆ นอกจากนี้ยังมี IR Camera เพื่อให้เราได้ปลดล็อคใบหน้าเพื่อใช้งาน Windows 10 Home ผ่านทาง Windows Hello ที่ได้ความสะดวก รวดเร็ว และปลดภัยด้วย ซึ่งจากการใช้งานจริงก็ต้องบอกว่าดีมากๆ เพราะปกติแล้ว Gaming Notebook ไม่ค่อยมีฟีเจอร์นี้กัน 

Dell Alienware m15 R5 SE Review 8
Dell Alienware m15 R5 SE Review 13
Dell Alienware m15 R5 SE Review 10

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite โดยทดสอบออกมาแล้วเผยให้เห็นขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB 100% / AbodeRGB 89% / DCI-P1 91% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับที่ดีน่าประทับใจ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่มากกว่า 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป รองรับการเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ รวมถึงใช้งานที่สว่างๆ ก็เหมาะสมเป็นอย่างดี

s4 3

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางแถวล่างเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องบนมุมซ้าย มีแสงสว่างที่ลดลงไประดับ 15% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

s1 4
s3 4
s2 4

ตัวเครื่อง Alienware m15 Ryzen Edition R5 มีช่องลำโพงคู่หน้าระบบเสียงให้เสียงคมชัด เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ด้วยความที่เป็น 2W x 2 อยู่ข้างใต้ตัวเครื่องทางซ้ายและขวา พร้อมระบบเสียง Nahimic audio ในเรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้น อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากว่าคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีเพียงพอแบบสบายๆ แล้ว ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Dell Alienware m15 R5 SE Review 67
Dell Alienware m15 R5 SE Review 66
Dell Alienware m15 R5 SE Review 68

Connector / Thin And Weight

ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อจะอยู่บริเวณด้านซ้ายขวารวมไปถึงด้านหลังของตัวเครื่อง ซึ่งประกอบไปด้วย 2 x SuperSpeed USB 3.2 Gen 1 Type A ports / 1 x SuperSpeed USB 3.2 Gen 2 Type C port / 1 x SuperSpeed USB 3.2 Gen 1 Type A port / 1 x HDMI 2.1 Output / 1 x Power DC In C port / 1 x 2.5Gbps rated RJ-45 Ethernet port x 1 Global Headset jack จัดเต็มกันไปเลย เพียงพอต่อการใช้งานแน่นอน ซึ่งในส่วนของสายชาร์จอแดปเตอร์ยังมีความโดดเด่นด้วยไฟสีฟ้าขณะที่เราเสียบปลั๊กไฟด้วย 

Dell Alienware m15 R5 SE Review 50

Dell Alienware m15 R5 SE Review 69
Dell Alienware m15 R5 SE Review 70
Dell Alienware m15 R5 SE Review 3

Alienware m15 Ryzen Edition R5 นับได้ว่าเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook หลายรุ่น ในส่วนของ 2.42 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าจะเห็นว่าหนักกว่าเดิมเล็กน้อย โดยมิติตัวเครื่องยังอยู่ในเกณฑ์ที่บางและเบาและพกพาได้ตามมาตรฐาน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พัฒนาดียิ่งขึ้น ซึ่งถ้ารวมอแดปเตอร์ขนาด 240W แล้วจะมีน้ำหนักประมาณ 3.5 กิโลกรัม ไม่ลำบากในการใช้งานนอกสถานที่ แม้ตัวอแดปเตอร์เองจะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่อยู่ทีเดียว

Dell Alienware m15 R5 SE Review 39

Dell Alienware m15 R5 SE Review 38
Dell Alienware m15 R5 SE Review 40
Dell Alienware m15 R5 SE Review 2

Inside / Upgrade

การแกะงัดเครื่อง Alienware m15 Ryzen Edition R5 นั้นสามารถที่จะทำได้ค่อนข้างง่าย เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์วางอย่างลงตัว งานประกอบก็เรียบร้อยมากๆ โดยตัวเครื่องนั้นจะเป็นแบตเตอรี่ที่มีความจุอยู่ที่ 86Wh ซึ่งภายในเกือบทุกชิ้นส่วนจะมีการติดตั้งแผ่นพลาสติกเอาไว้เพื่อความปลิดภัยด้วย สำหรับในส่วนของแรมนั้นจะต้องเปิดแผ่นพลาสติกออกก่อนจากนั้นก็จะเห็นหน่วยความจำแรมเต็มๆ โดยตัวเครื่องนั้นจะมี 16GB x 2 แถว รวมเป็น 32 GB ที่เหลือเฟือในการใช้งานแล้ว พร้อมติดตั้ง SSD M.2 มาแล้ว 1TB จำนวน 1 ตัว และยังสามารถติดตั้ง SSD M.2 ได้อีก 1 ตัวด้วยภายหลัง 

Dell Alienware m15 R5 SE Review 79

ระบบระบายความร้อนนั้นมีทิศทางการไหลของลมที่ดีขึ้นจากเดิมพอสมควร ด้วยการออกแบบให้มีชุด Alienware Cryo-Tech ที่ช่วยระบายอากาศร่วมกับพัดลม 2 ตัวขนาดใหญ่ แยกกันระหว่าง CPU และ GPU ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อนถึง 4 ช่อง และทองแดงนำพาความร้อนปกคลุมทั้งหมด เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนที่ดังเกินไปอีกด้วย เรียกได้เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อน แต่จะดีขึ้นหรือเปล่านั้นไปติดตามกันต่อดู แต่บอกได้เลยว่า Gaming Notebook ที่งานประกอบภายในเนี๊ยบจริงๆ

Dell Alienware m15 R5 SE Review 82
Dell Alienware m15 R5 SE Review 83
Dell Alienware m15 R5 SE Review 85

Performance / Software

Alienware m15 Ryzen Edition R5 เครื่องนี้เป็นสเปกขายจริง ด้วยชิปประมวลผลตัวแรงยอดนิยมในตลาดของ Gaming Notebook ของ AMD อย่าง Ryzen 7 5800H เน้นนำไปใช้งานหนักๆ มากกว่า Ryzen 4000H ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 3 โค้ดเนม Cezanne มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 3.20 – 4.40 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 16MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 45W

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ มากยิ่งขึ้นไปอีก แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังรวมไปถึงเล่นเกมเป็นหลัก ก็รองรับได้อย่างสบายๆ และดีที่สุดแน่นอน เรียกได้ว่าแรงกว่าชิปประมวลผลที่เป็น AMD Ryzen 4000H อย่าง Ryzen 7 4800H แน่นอน พร้อมได้แรมขนาด 32GB DDR4 Bus 3200MHz (16GB x 2) ใช้งานได้ทันที

c1 5.   c2 5

ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดรุ่นใหม่อย่าง AMD Radeon 8 มีความเร็วในการทำงานที่ 2100MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเป็นหลัก กับหน้าจอความละเอียดสูงให้ความลื่นไหลเป็นอย่างดี ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

อีกทั้งยังมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3070 (8GB GDDR6) สถาปัตยกรรม Ampere โดยเป็น RTX เจนที่ 2 พร้อมค่า TGP 125W ที่ต้องบอกว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เทียบเคียงอย่าง GeForce RTX 2070 Super ได้ดีกว่า ซึ่งไม่ใช่แค่แรงแต่ยังร้อนน้อยกว่า เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook ทุกประเภท ทั้งตัวหนาหนักและบางเบา รองรับ Ray Tracing ช่วยเพิ่มคุณภาพการแสดงแสงเงาให้แม้แต่เกมระดับ AAA ก็ยังสามารถปรับกราฟิกได้ถึง Ultra ให้ภาพสวยงาม ไหลลื่น ที่ความละเอียด QHD

g1 3.   g2 3

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / CINEBENCH 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800H คะแนนก็อยู่ในระดับสูงมากๆ อย่างน่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Ryzen 5000H เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยก RTX 3070 เองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบนสุด ที่เน้นการทำงาน 3D เป็นหลัก

cine15 2.   cine20 3

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าประทับใจมากๆ บนขนาดความจุ 1TB แบบ 1TB มาตรฐาน M.2 NVMe PCIe Gen 3 ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับ SSD ที่เป็น   M.2 SATA 3 แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3520 MB/s และเขียนที่ 3464 MB/s ความเร็วถือว่าทำได้ดีเยี่ยมยอด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook สมราคาที่ได้ SSD ระดับสูง

ssd 5

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 6,604 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ด้วยการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุด จากชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800H มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming ตัวบนอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3070 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คตัวท็อปรุ่นปีก่อนๆ มากพอตัวระดับเทียบเท่า Desktop ไฮเอนด์ไปแล้ว ฉะนั้นการใช้งานพื้นฐานหรือทำงานหนักๆ สอบผ่านได้สบายๆ

pc10 3

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3D Mark จากทาง Futuremark ที่พัฒนาและคิดค้นจากบริษัท AMD, Intel, Microsoft, NVIDIA ในส่วนของ Time Spy ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ด้วยคะแนนรวม10,351 ที่นับว่าเป็นเกณฑ์ที่สูงมากจริงๆ ซึ่งเน้นเรื่อง DirectX 12 เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องทางด้านการทำงานต่างๆ ของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งผลทดสอบนั้นจะดูว่าแต่ละการ์ดจอนั้นสามารถทำงานเข้าขากับ DirectX 12 ได้ดีขนาดไหน จัดว่าเป็น Gmaing Notebook อีกรุ่นที่มีคะแนนระดับ Desktop ตัวท็อปสบายๆ

3d1

ทดสอบเกมประเภทออฟไลน์อย่าง Resident Evil 8 / GTA V / Battlefield V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด QHD 2560 x 1440 พิกเซล ได้อย่างลื่นไหล เรียกได้ว่าได้ภาพที่สวยงามกว่า ละเอียดกว่า พื้นที่มากกว่า Full HD 1920 x 1080 แบบเดิมๆโดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุด แถมไม่กินทรัพยากรเครื่องจนเกินไปด้วย ซึ่งถ้าต้องการเล่นให้ลื่นไหลกว่านี้แนะนำให้ปรับกราฟิกลงมากลางๆ หน่อย

game test 3

เกมออนไลน์อย่าง SCUM ที่กินสเปก รวมถึง DOTA 2 / PUBG / APEX ที่เบาลงมา ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 2560 x 1600 พิกเซล เช่นกัน ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทก็ลื่นไหลเช่นกัน ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ 

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ Alienware M15 R2 เป็น Gaming Notebook ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง Dell SupportAssistant โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

d1

นอกเหนือจากนี้ทาง Dell ยังมีซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Alienware Command Center โดยเป็นลักษณะของแอพพลิเคชั่นต่างๆ มากมาย ที่ช่วยเอื้ออำนวยในการปรับแต่งเพื่อการเล่นหรือทำงานโดยเฉพาะ อาทิเช่น โหมดการใช้งานต่างๆ โปรไฟล์เกมที่มีอยู่ AlienFX ไว้ปรับไฟทั้งตัวเครื่อง ไว้จัดการเกี่ยวประประสิทธิภาพ รวมไปถึงหน้าตาโปรแกรมว่าเป็นโทนสว่างโทนมืด หรือกราฟิกต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ Gaming Notebook ระดับสูงของทาง Dell ที่มีการพัฒนาต่อยอดมาจาก Alienware เท่านั้น

a1

a4 2
a3
a2

ปิดท้ายด้วย Alienware Mobile Connect ซอฟต์แวร์ที่คอยเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องแยกการใช้งานระหว่างพีซีและสมาร์ทโฟน  โดยเชื่อมต่อกันผ่านสัญญาณ Bluetooth ซึ่งทำให้การแจ้งเตือนต่างๆ ข้อมความ เบอร์โทร รวมไปถึงการโทรศัพท์ติดต่อ สามารถทำผ่านโน๊ตบุ๊คของ Dell ได้เลย สำหรับ Alienware m15 Ryzen Edition R5 ก็มีซอฟต์แวร์ตัวนี้ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน เรียกได้ให้ประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปมากทีเดียว ซึ่งในการใช้งานจริงๆ ก็ต้องรับว่าตอบโจทย์ได้ดี

mobile

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน Alienware m15 Ryzen Edition R5 เครื่องนี้มีความจุแบตเตอรี่ที่ความจุไม่ใหญ่มาก แต่ด้วยที่เป็นชิปประมวลผลแบบเน้นประสิทธิภาพ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับต่ำที่สุดแล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราว 8:47 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook รุ่นหนึ่งจากทาง Dell ที่สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานกว่าที่คาดเอาไว้ 

batt 4

สำหรับอุณหภูมิเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 70 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติหนักๆ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผลอยู่ที่ไม่เกิน 96 – 100 องศาเซลเซียส และการ์ดจอไม่เกิน 81 องศาเซลเซียส จัดว่าไม่ร้อนและมีผลใดๆ ส่วนเสียงพัดลมก็ถือว่าเสียงไม่ดังจนเกินไป ถือว่าไม่รบกวนอะไรมากมายสำหรับคนที่เล่นเกม

temp3

Conclusion / Award

สรุปรีวิวจากการทดสอบใช้งานจริงของ Alienware m15 Ryzen Edition R5 สำหรับการดีไซน์และออกแบบตัวเครื่องนับว่ามีความก้าวล้ำกว่ารุ่นก่อนๆ ไปมาก ด้วยแนวคิดใหม่ๆ พร้อมวัสดุคุณภาพสูง งานประกอบที่แน่นๆ และสวยงามน่าประทับใจ ประกอบกับการดีไซน์ที่ตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์ที่ต้องการ Gaming Notebook ที่แตกต่างและโดดเด่นสะดุดตา พรีเมียมแบบสุดๆ อย่างที่หาไม่ได้ในแบรนด์อื่นๆ

Dell Alienware m15 R5 SE Review 31

โดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยฟีเจอร์อย่าง AlienFX Lighting Zones ที่แบ่งเป็นในส่วนของคีย์บอร์ดมีไฟ RGB และช่องระบายความร้อย รวมไปถึงโลโก้ด้านหลังและปุ่ม Power  ปรับแต่งผ่านทางซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ใช้งานได้จริง แม้ว่าความร้อนที่อุณหภูมิสูงไประดับร้อนสุดที่ 96 – 100 องศาเซลเซียลอยู่ในบางกรณี แต่โดยรวมแล้วประสิทธิภาพก็แรงเหลือเฟือในการเล่นเกม สุดท้ายถ้าดูราคาแล้วรับได้ รวมไปถึงพอใจกับ งานประกอบ สเปก ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่น่าสนใจรุ่นนึงของทาง Dell ช่วงนี้เลยก็ว่าได้

Dell Alienware m15 R5 SE Review 37

อีกหนึ่ง Gaming Notebook ปี 2021 ตัวท็อปของ AMD ที่คนรีวิวเองอยากได้มาใช้งานเองมากที่สุด คือ ถ้างบไม่ใช่ปัญหาอะ่นะ มาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบและลงตัวในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ล้ำหน้ากว่าใครให้ความพรีเมียม สเปกภายในก็จัดเต็ม ด้วย CPU ทรงพลังจับคู่มากับการ์ดจอแยกประสิทธิภาพสูง ได้หน้าจอระดับ eSport ลื่นไหลเต็มตา ตอบสนองในทุกๆ การเล่นเกมที่เหนือชั้น ฟีเจอร์ Gaming ก็จัดเต็มตามสไตล์ Alienware ยุคใหม่อย่างแท้จริง

Dell Alienware m15 R5 SE Review 73

Alienware m15 Ryzen Edition R5 เป็นโน๊ตบุ๊คที่จัดได้ว่ามีความครบครันในการใช้งานหลายๆ ด้าน ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในกลุ่มที่เป็นผู้ใช้งานที่เน้นเล่นเกมเป็นหลักด้วยดีไซน์การออกแบบและสเปก Gaming หรือผู้ที่รักความบันเทิงและมัลติมีเดีย ส่วนทำงานทั่วๆ ไปนั้นสบายๆ อยู่แล้ว ที่สำคัญคือ Dell Premium Support Dell Premium Support (On-site Sevice) รวมไปถึงประกันอแดปเตอร์และแบตเตอรรี่ 2 ปี และยังมีประกันอุบัติเหตุ 1 ปีด้วย มี Microsoft Office Home & Student 2019 มาด้วย สามารถใช้งาน Microsoft Excel, Words, Powerpoint ได้ตลอดอายุการใช้งาน

Dell Alienware m15 R5 SE Review 27

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Alienware m15 Ryzen Edition R5 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Dell Gaming Notebook ที่เป็นโน๊ตบุ๊คสายคเล่นเกมระดับท็อป ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Alienware m15 Ryzen Edition R5 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม ตัวเครื่องเป็นสีดำ Dark Side of the Moon โทนดำทั้งตัวเครื่อง ผิวด้านลดแสงสะท้อน ใช้การเคลือบสีด้วยวิธี High Endurance Clear Coat Paint with Silky Smooth finish ให้สัมผัสนุ่มมือ เชื่อว่าโดนใจใครหลายๆ คนแน่นอน

NBS award 7 Design

Best Performance

ด้วยสเปกชิประมวลผลรุ่นล่าสุดจากทาง AMD Ryzen 7 5800H และการ์ดจอระดับสูงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3070 (8GB GDDR6) ค่า TGP 125W แรมมาตรฐานเป็น DDR4 Bus 3200MHz ขนาด 32GB พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 1TB (อัพเกรดเพิ่มได้ 1 ตัว) มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 2560 x 1440 พิกเซล พาเนล WVA แบบด้าน ได้ค่าขอบเขตสี sRGB 100% มี Refesh Rate 240Hz (2ms with ComfortView Plus, NVIDIA G-SYNC and Advanced Optimus) ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจในทุกๆ มิติ

award new performance

Best Gaming

Alienware m15 Ryzen Edition R5 นอกจากมีดีไซน์ที่ Gaming ตามสไตล์ Alienware แล้วยังได้ฟีเจอร์ไฟ RGB ล้ำๆ อย่าง AlienFX Lighting Zones ที่ปรับแต่งได้รอบตัว พร้อมได้คีย์บอร์ดไฟ RGB 4 โซน ที่ตองสนองการกดได้ดีเยี่ยม รวมไปถึงมี Alienware Cryo-Tech ระบบระบายความร้อนแบบใหม่ เพิ่มการไหลเวียนของอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับตัวเครื่อง อัดแน่นมาเพื่อมอบประสบการณ์ Gaming ให้ไม่มีสะดุด การเชื่อมต่อพอร์ตต่างๆ จัดเต็ม และมีระบบไร้สาย Killer Wi-Fi 6 AX1650 (2×2) และ Bluetooth 5.2 ใช้งานได้ทันทีด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home 

award new Gaming

 

 

from:https://notebookspec.com/web/611379-review-alienware-m15-ryzen-7-rtx3070

เดลล์ เทคโนโลยีส์ รุกประกาศเปิดตัวเกมมิ่ง พีซีใหม่พร้อมกันทั่วภูมิภาคเอเชียใต้ และ กลุ่มตลาดเกิดใหม่ทั่วเอเชีย

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศศักยภาพเปิดตัวแล็ปท็อป Alienware ครบถ้วนเต็มรูปแบบ มาพร้อม X-Series และ M-Series และ Dell G-Series ลงตลาดพร้อมทั่วภูมิภาคเอเชียใต้และตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย (Asia Emerging Market หรือ AEM)

Alienware

“เราเชื่อว่าเหล่าเกมเมอร์จะให้การต้อนรับการเปิดตัวของ Alienware เข้าสู่ตลาดประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา บรูไน เมียนมาร์ และมองโกเลีย ด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับอินเทลและเอเอ็มดี เราไม่เพียงนำเอาเกมมิ่งเทคโนโลยีล่าสุดเข้าสู่ตลาดเท่านั้น แต่เรากำลังเดินหน้าในการที่จะขยับขีดจำกัดของพีซีเกมมิ่งออกไปให้มากยิ่งกว่าเดิม Alienware มีความภูมิใจที่สามารถสร้างพีซีประสิทธิภาพสูงที่เป็นขุมพลังเบื้องหลังของประสบการณ์การเล่นเกมที่ไร้ขีดจำกัด” นายอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร ตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชียและกลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ภูมิภาคเอเชียใต้ กล่าว

02 Alienware KV

สร้างขึ้นจากสิ่งที่สืบทอดกันในการบุกเบิกพีซีสำหรับเล่นเกมมายาวนานถึง 25 ปี Alienware ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางสำหรับฟอร์มแฟคเตอร์ที่ดุดัน การออกแบบที่ไม่ธรรมดาและประสิทธิภาพอันน่าประทับใจ


นำ X-Factor มาสู่โมบาย พีซี เกมมิ่ง

03 AW m15 Ryzen Edition R5 back angled right 1
Dell Alienware m15 (R5) non-touch gaming notebook computer, codename Ark AMD

Alienware X-Series คือตระกูลโมบายเกมมิ่งใหม่ล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของนวัตกรรมที่โดดเด่นที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพสูง แนวคิดการการออกแบบที่โดดเด่น และคุณภาพในระดับพรีเมียม ทั้งนี้ Alienware x15 เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กขนาด 15 นิ้วเครื่องแรกที่ Alienware เคยผลิตแล็ปท็อปได้ถูกรังสรรค์อย่างมีศิลปะมาพร้อมการออกแบบในสไตล์  Alienware Legend 2.0 ที่สะดุดตา

04 AW m15 Ryzen Edition R5 open right angled 1
Dell Alienware m15 (R5) non-touch gaming notebook computer, codename Ark AMD

รูปแบบที่ชวนให้หลงใหลให้กับสายตา นอกจากรูปลักษณ์ที่มีเสน่ห์ดึงดูดแล้ว เครื่อง X-Series ใหม่ยังได้รับการออกแบบในเชิงวิศวกรรมเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากความร้อน โดยช่องระบายอากาศได้ถูกวางไว้ ทั้งด้านบนและฐานของโน๊ตบุ๊ค X-Series โดยพัดลมทั้ง 4 ตัวที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มระดับการไหลเวียนของอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน

04 AW m15 Ryzen Edition R5 open right angled 3
Dell Alienware m15 (R5) non-touch gaming notebook computer, codename Ark AMD

ด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อน Alienware Cryo-Tech™ ซึ่งนำเอา Element 31 สารสื่อความร้อน (Thermal interface material หรือ TIM) ซึ่งทำให้เครื่อง X-Series สามารถต้านทานความร้อนได้ดีขึ้นถึง 25 เปอร์เซ็นต์อันเป็นผลมาจาก Element 31

05 AW m15 R6 open back red LED 1
Dell Alienware m15 (R5) non-touch gaming notebook computer, codename Ark AMD

พร้อมด้วย HyperEfficient Voltage Regulation เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในช่วงเวลาอันยาวนานของการเล่นเกม เครื่อง X-Series ให้การระบายความร้อนที่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ตามมาด้วยประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ดียิ่งขึ้น การออกแบบพัดลมแบบ Quad Fan ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Alienware ช่วยกระจายลมอย่างมีประสิทธิภาพไปยังระบบ ผ่านไปยังแชสซี และจุดเก็บความร้อนต่างๆ ภายในเพื่อช่วยให้เครื่องเล่นเกมเย็นอยู่เสมอ และสุดท้าย เทคโนโลยีการควบคุมพัดลมอัจฉริยะ หรือ Smart Fan control ที่รอการจดสิทธิบัตรอยู่นั้น ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแอพพลิเคชั่น โดยที่พัดลมแต่ละตัวจะหมุนเร็วขึ้น ช้าลง หรือรักษาความคงที่โดยอิสระ ขึ้นอยู่กับเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่วางไว้โดยรอบชิ้นส่วนของระบบหลักอย่างมีกลยุทธ์

Alienware X-Series อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่ทรงประสิทธิภาพสูงจำนวนมาก ซึ่งรวมถึง

  • 11th Gen Intel® Core™ H-series โมบาย โปรเซสเซอร์ และ NVIDIA GeForce RTX 30 Series Laptop GPUs สำหรับแล็ปท็อป ที่สูงถึง 3080 โดยเครื่องรุ่น x15 รองรับขุมพลังกราฟิกสูงสุดถึง 110W
  • ออฟเซ็ตวงจรควบคุมความร้อน (Thermal Control Circuit offset  หรือ TCC) ช่วยให้เกมเมอร์ตั้งขีดจำกัดของ “cruise control” ไว้ที่อุณหภูมิของ CPU เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าอุณหภูมิของ CPU ของระบบจะยังคงอยู่ภายในช่วงที่กำหนด
  • เลือกจากสถานะพลังงานที่ปรับแต่งได้ห้าสถานะ (Tailored Power States) รวมถึงความเร็วแรงเต็มสปีดที่ (ที่กำลังสูงสุด) โหมดประสิทธิภาพ (ลำดับความสำคัญของกราฟิก) ตลอดจนบาลานซ์ โหมด (balanced CPU/GPU) การประหยัดแบตเตอรี่ (เน้นอุณหภูมิต่ำ) และโหมดเงียบ (เน้น acoustics)
  • DirectX Raytracing นำสีสันสดใสเพื่อทำให้เกมมีชีวิตสมจริงควบคู่ไปกับเทคโนโลยีพาแนลล่าสุดหลากรูปแบบ ตั้งแต่ความเร็ว FHD 360Hz อันเหลือเชื่อไปจนถึง 4K-UHD HDR400 ทั้งนี้การกำหนดค่าของ X-series ยังรวมถึงกล้อง Windows Hello IR เพื่อการล็อคอินด้วย facial biometrics อย่างรวดเร็ว ตัวเลือกพาแนลต่างๆ ยังครอบคลุมถึง ComfortView Plus เทคโนโลยีถนอมสายตาบนฮาร์ดแวร์ที่ให้แสงสีฟ้าต่ำเพื่อช่วยลดอาการเครียดของตาโดยไม่ทำให้คุณภาพการแสดงผลลดลง
  • สเตเดี้ยม ไลท์ติ้งที่ทรงพลังของ AlienFX ยิ่งเจิดจ้ามากยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี LED ในระดับแอดวานซ์ ด้วยไมโคร-LED ที่มากถึง 90 ดวงบนเครื่อง x15 ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นโซนไลท์ติ้งอิสระและสามารถโปรแกรมได้ ทำให้เกมเมอร์สามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ (personalize) ผ่าน Alienware Command Center

X-Series มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์แบบยั่งยืนที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ถึง 92% และเพื่อเพิ่มความสามารถในการพกพาสูงสุด อะแดปเตอร์แปลงไฟขนาด 240W ขนาดเล็กและน้ำหนักเบาตัวแรกของ Alienware ทำให้การเล่นเกมในขณะเดินทางเป็นเรื่องสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น

ประสิทธิภาพ Visual Performance ขั้นสุดยอดด้วย Alienware m15 R6 และ m15 Ryzen Edition R5

Alienware m15 R6 และ m15 Ryzen Edition R5 ใหม่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยและฟีเจอร์การออกแบบใหม่เพื่อมอบประสบการณ์การรับชม (visual experience) ที่ไม่มีใครเทียบได้ ด้วยการนำเสนอจอแสดงผลที่เร็วที่สุดของ Alienware บนโน้ตบุ๊กขนาด 15 นิ้ว เกมเมอร์สามารถเลือกการแสดงผลได้ถึง QHD 240Hz เพื่อมอบการเล่นเกมที่ราบรื่น โดยเกมเมอร์จะถูกดึงดูดให้ใกล้ชิดกับการเล่นเกมมากยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์การออกแบบใหม่ที่เรียกว่า Dark Core ซึ่งทำให้เฉดสีภายในของแล็ปท็อปมืดลงเพื่อลดการรบกวนให้มีน้อยที่สุดและช่วยให้ผู้เล่นสามารถจดจ่ออยู่กับเกม นี่คือ Alienware โน้ตบุ๊กตัวแรกที่แต่งด้วยสูตรสี Silky-Smooth High-Endurance ใหม่ ที่ได้รับการออกแบบในเชิงวิศวกรรมเพื่อเพิ่มความทนทานต่อรอยเปื้อนและให้ความรู้สึกของพื้นผิวระดับพรีเมียมโดย visual experience ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังที่เป็นเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง ได้แก่

12 Dell G15 Ryzen Edition front and back
  • โปรเซสเซอร์สูงถึง AMD Ryzen 5000 H-Seriesโมบาย โปรเซสเซอร์ และ NVIDIA GeForce RTX 30 Series Laptop GPUs [Alienware m15 Ryzen Edition R5]
  • โมบายล์โปรเซสเซอร์ 11thGen Intel® Core™ H-series ล่าสุด และ NVIDIA GeForce RTX 30 Series Laptop GPUs ใหม่ [Alienware m15 R6]
  • หน่วยความจำ DDR4 ขนาด 3200 Mhz ที่ผู้ใช้อัพเกรดได้เป็นครั้งแรกบนโน้ตบุ๊ก Alienware ขนาด 15 นิ้ว

ฟีเจอร์ Game Ready ที่ออกแบบใหม่มาพร้อมกับ Dell G15 และ G15 Ryzen Edition

13 Dell G15 bottom thermals 1

เดลล์พร้อมนำการเล่นเกมในระดับ AAA มาสู่ผู้เล่นกลุ่มใหญ่ ด้วย Dell G15 และ G15 Ryzen Edition ขนาด 15 นิ้วที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด เมื่อดูภายนอก ตัวเครื่องมาในรูปลักษณ์ของฟอร์มแฟคเตอร์ใหม่ที่เพรียวบางพร้อมขอบจอแคบสองด้านและใช้สีระบบน้ำแบบ low VOC waterborne สำหรับภายใน G15 ใหม่ติดตั้งมาพร้อมกับการออกแบบระบบระบายความร้อนที่ได้แรงบันดาลใจจาก Alienware เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศสูงสุดเพื่อการระบายความร้อนและการกระจายความร้อนที่ดีที่สุด การปรับปรุงโฉมใหม่ทั้งหมดมาพร้อมกับคุณสมบัติที่พร้อมสำหรับการเล่นเกม ได้แก่

  • โปรเซสเซอร์สูงถึงระดับ AMD Ryzen 5000 series พร้อม NVIDIA GeForce RTX 30 Series Laptop GPU และหน่วยความจำ DDR4 3200Mhz ที่สามารถอัพเกรดได้ [Dell G15 Ryzen Edition]
  • 11th Gen Intel Core โปรเซสเซอร์ และ NVIDIA GeForce RTX 30 Series Laptop GPUs [Dell G15]
  • ปุ่มฟังก์ชั่น “Game Shift” เฉพาะสำหรับ G Series ซึ่งเร่งประสิทธิภาพการระบายความร้อนในทันทีสำหรับช่วงเวลาการเล่นเกมที่เข้มข้น
  • พาแนล 120Hz หรือ 165Hz มาพร้อมฮาร์ดแวร์ดิสเพลย์ถนอมสายตาลดแสงสีฟ้า

ราคาและความพร้อมในการวางตลาด

ผลิตภัณฑ์

ราคาเริ่มต้น รวม VAT (บาท)

พร้อมวางตลาด

Alienware x15

113,490

30 กันยายน 2564

Alienware m15 Ryzen Edition R5

72,590

30 กันยายน 2564

Alienware m15 R6

74,490

30 กันยายน 2564

Dell G15 Ryzen Edition

38,090

พฤศจิกายน 2564

Dell G15

35,990

พฤศจิกายน 2564

from:https://notebookspec.com/web/615930-dell-alienware

ก้าวสู่ยุค Next Normal ด้วยแนวคิด Modernization Workplace จาก Dell Technologies

โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสถานการณ์ต่างๆ ทีเกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้องค์กรต้องปรับตัวสู่ยุคที่เรียกว่า Next Normal เป็นยุคที่ผู้คนเริ่มเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานใหม่ไปสู่รูปแบบที่เรียกว่า Modernization Workplace หรืออธิบายได้ว่า เป็นการทำงานจากสถานที่ต่างๆ (Work from Anywhere)

เดลล์ เทคโนโลยีส์ คือผู้นำในโลกดิจิทัลที่ผลักดันให้เกิดการทำงานแบบ Modernization Workplace ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับวิถีการทำงานรูปแบบใหม่อย่างแท้จริง โดยผลิตภัณฑ์ที่เดลล์ ได้นำเสนอเพื่อช่วยให้องค์กรรองรับกับการทำงานในยุคใหม่นี้ แบ่งออกเป็นในส่วนของเครื่องที่เป็นแบบเดสก์ท็อปในตระกูล OptiPlex และแบบที่เป็นแล็ปท็อปในตระกูล Latitude ทั้งสองให้ความสามารถและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเร่งให้เกิดการดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้น

เครื่องเดสก์ท็อป OptiPlex ถูกออกแบบมาแบ่งเป็นซีรีส์ต่างๆ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นเช่นใน 3000 Series ที่เหมาะสำหรับการใช้งานด้านธุรกิจให้ความปลอดภัยและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ ส่วนใน 5000 Series เพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในแง่ของการจัดการและการคอนฟิกูเรชันที่มีระดับ ส่วนในรุ่น 7000 Series ก้าวล้ำสู่ระดับพรีเมี่ยมพร้อมทั้งทำงานร่วมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย Intel vPro ที่ช่วยในการบริหารจากระยะไกลได้ดีมากขึ้น ตลอดจนรุ่นพิเศษอย่าง OptiPlex 3090 Ultra เป็นโมเดลใหม่ทีต้องบอกว่าเป็น AIO ชั้นนำระดับโลกที่ให้ความยืดหยุ่นในการทำงานสูงพร้อมกับคุณสมบัติมากมาย

ส่วนแล็ปท็อปในตระกูล Latitude นั้นต้องบอกว่าขึ้นชื่อเรื่องของการใช้งานในแบบล้ำสมัยมาตลอด พร้อมกับสอดรับกับแนวทางในการทำงานแบบ Next Normal อย่างแท้จริง มีอยู่ด้วยกันหลายซีรีส์ ทั้ง 3000, 5000, 7000 และ 9000 Series ซึ่งแต่ละรุ่นนั้นทำงานออกมาได้อย่างทรงพลังและใช้งานในสิ่งที่แตกต่างออกไป รวมไปถึงรุ่น Latitude 7320 ที่เป็นแบบ Detachable ช่วยให้คุณทำงานในภาวะแบบ Work from Anywhere ได้อย่างแท้จริง

ระบบที่เป็นแบบ Unified Workspace
สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เดลล์ เทคโนโลยีส์ ก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลในยุคของ Next Normal ก็คือการสร้างสรรค์การทำงานในแบบ Unified Workspace โดยเดลล์มีวัตถุประสงค์หลักในการช่วยให้ลูกค้าสามารถทำงานในแบบวิถีใหม่แบบอย่างแท้จริง โดยที่เจ้าหน้าที่ไอทีเองก็สามารถบริหารจัดการเครื่องปลายทางได้จากแผงควบคุมการทำงานเดียว โดยที่ยูสเซอร์สามารถที่จะนำเครื่องคอมพิวเตอร์ไปใช้ทำงานจากจุดใดก็ได้ การบริหารจัดการนี้ผ่านระบบที่เรียกว่า VMware Workspace ONE ตอบโจทย์การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน, เพิ่มมุมมองในการมอนิเตอร์และรับทราบข้อมูลในเชิงลึก ตลอดจนการสร้างสรรค์ประสบการณ์ให้เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้งาน

ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ในขณะที่องค์กรจำเป็นต้องให้บุคลากรของตนสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ก็ตาม นอกจากเครื่องมือด้านฮาร์ดแวร์ทั้งเดสก์ท็อปและแล็ปท็อปแล้ว เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของเทคโนโลยีความปลอดภัยและการป้องกันข้อมูลด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อการทำงานหากจำเป็นต้องทำงานในแบบ Work from Anywhere

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ได้เข้าใจถึงประเด็นดังกล่าวนี้จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีทั้งในแง่ของความปลอดภัยและการป้องกันข้อมูลไว้อย่างครบครัน โดยได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ในการป้องกันความปลอดภัยเครื่องปลายทาง Dell Endpoint Security Software รวมถึงเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ในการป้องกันข้อมูลมาให้พร้อมกับเครื่องเดสก์ท็อปและแล็ปท็อปของตน

สำหรับซอฟต์แวร์ในการป้องกันเครื่องเครื่องเอ็นด์พอยท์นั้นจะช่วยในการป้องกันมัลแวร์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี พร้อมกับระบบการเข้ารหัสในการจัดการเพื่อป้องกันการเข้าใช้งานจากผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ นอกจากนั้นแล้วยังมาพร้อมกับโซลูชั่นในการป้องกันข้อมูลอย่างเช่น Dell EMC PowerProtect Backup Service for Endpoints ที่มีความสามารถพิเศษในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น หากเครื่องเกิดเสียหายจากอุบัติเหตุหรือถูกจารกรรมไป คุณสามารถนำข้อมูลคืนกลับมาได้จากระบบคลาวด์ได้, ช่วยปกป้องภัยอันอาจเกิดจากการการเรียกค่าไถ่ไฟล์ หรือ Ransomware, อีกทั้งยังสามารถครบอบคลุมและทำให้ระบบของเครื่องสอดคล้องตามมาตรฐานข้อกำหนดและกฎหมายอีกด้วย

ความพร้อมใช้งานและบริการคำปรึกษา
จุดเด่นที่สำคัญของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการเครื่องผ่านทาง Workspace ONE และยังได้รับการปกป้องผ่านทางซอฟต์แวร์ป้องกันภัยคุกคามเครื่องปลายทางและซอฟต์แวร์ในการสำรองข้อมูลแล้ว เดลล์ เทคโนโลยีส์ ยังให้ความสำคัญในส่วนของขั้นตอนการส่งมอบเครื่องซึ่งสามารถตั้งค่าตามที่ลูกค้าต้องการ โดยสามารถเซตโปรไฟล์หรือแบ่งสิทธิในการใช้งานให้แตกต่างกัน หรือเหมือนกันในแต่ละเครื่องก็ทำได้ อีกทั้งยังเป็นการส่งมอบเครื่องโดยตรงไปยังผู้ใช้ปลายทางได้ทันที

บทสรุป
การก้าวสู่ยุค Next Normal ด้วยแนวคิด Modernization Workplace นั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบที่สำคัญ โดยเริ่มตั้งแต่อุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเดสก์ทอปหรือแท็ปเล็ต และควรมาพร้อมกับระบบการบริหารจัดการแบบศูนย์กลางเพื่อความง่ายในการตรวจสอบและดูแล อีกทั้งสามารถป้องกันภัยคุกคามและสำรองข้อมูลในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน และสุดท้ายต้องเป็นโซลูชันที่ปรับให้ตรงต่อตามความต้องการของผู้ใช้งานเพื่อเกิดประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/modernization-workplace-dell-technologies/