คลังเก็บป้ายกำกับ: dell

เปิดตัว DELL G15 ใหม่ เลือกได้ AMD, Intel เริ่ม 25,000 บาทเท่านั้น!

ก่อนหน้านี้มีข่าวหลุดเรื่อง DELL G15 5515 รุ่นใหม่ที่ใช้ซีพียู AMD Ryzen หลุดออกมาก่อนหน้านี้นั้น ตอนนี้ทาง DELL ได้เปิดตัวเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว และแยกออกเป็น 2 รุ่นย่อยใส่ซีพียู Intel Comet Lake-H รหัส G15 5510 ส่วน AMD Ryzen ใช้รหัส G15 5515 อย่างที่เป็นข่าวหลุดมาก่อนหน้านี้ ส่วนการ์ดจอจะเป็น NVIDIA GEFORCE ทั้งหมด แต่เลือกได้ระหว่าง GEFORCE GTX 1650 หรือ GEFORCE RTX 3060

ทาง DELL จะเริ่มขายรุ่นซีพียู Intel รหัส G15 5510 ก่อนในวันที่ 13 เมษายนทั่วโลก ส่วน G15 5515 ซีพียู AMD จะขายวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ เลือกได้ 3 สี คือ เขียว Specter Green แบบมีกากเพชร, เทา Phantom Grey มีกากเพชร ส่วนสีเทาเข้ม Dark Shadow Grey เป็นสีพิเศษเฉพาะรุ่น G15 5510 ซีพียู Intel เท่านั้น และจะมีสีดำ Obsidian Black ให้เลือกในภายหลังด้วย

DELL G15

สเปคของ DELL G15 ใหม่ เลือกได้ทั้ง Intel Comet Lake-H และ AMD Ryzen

Dell G15 family photo 2 7

สเปคของ DELL รุ่น G15 5510 และ 5515 จัดว่ามีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่บ้าง โดยหลัก ๆ คือพอร์ตการเชื่อมต่อที่แยกตามรุ่นการ์ดจอ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

รุ่น / สเปค DELL G15 5510 (Intel) DELL G15 5515 (AMD)
ซีพียู Intel Core i5-10200H
แบบ 4 คอร์ 8 เธรด
ความเร็ว 2.4-4.1 GHz

Intel Core i7-10870H
แบบ 8 คอร์ 16 เธรด
ความเร็ว 2.2-5.0 GHz

AMD Ryzen 5 5600H
แบบ 6 คอร์ 12 เธรด
ความเร็ว 3.3-4.2 GHz

AMD Ryzen 7 5800H
แบบ 8 คอร์ 16 เธรด
ความเร็ว 3.2-4.4 GHz

การ์ดจอ NVIDIA GEFORCE
GTX 1650 (4GB GDDR6)

NVIDIA GEFORCE
RTX 3060 (6GB GDDR6)

NVIDIA GEFORCE
RTX 3060 (6GB GDDR6)
แรม 8-16 GB DDR4
บัส 2933 MHz
เพิ่มความจุได้มากสุด 32 GB
8-32 GB DDR4
บัส 3200 MHz
ฮาร์ดดิสก์

M.2 SSD ความจุ 256 GB, 512 GB, 1 TB Class 35 (single module NAND)

1 TB, 2 TB Class 40
(multiple NAND module)

M.2 SSD ความจุ 256 GB, 512 GB, 1 TB Class 35 (single module NAND)

1 TB, 2 TB Class 40
(multiple NAND module)

หน้าจอและ Webcam ขนาด 15 นิ้ว Full HD 120 Hz
ความสว่าง 250 nit

ขนาด 15 นิ้ว Full HD 165 Hz
ความสว่าง 300 nit

กล้อง Webcam ความละเอียด 720p
พร้อมไมโครโฟน dual-array

พอร์ตและการเชื่อมต่อ

การ์ดจอ GTX 1650

HDMI 2.0 x 1 ช่อง

USB 2.0 x 2 ช่อง มีฟีเจอร์ Power Share อยู่ 1 ช่อง

USB 3.2 Type-A x 1 ช่อง

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง

พอร์ต LAN RJ45 x 1 ช่อง

การ์ดจอ RTX 3060

HDMI 2.1 x 1 ช่อง

USB 2.0 x 2 ช่อง มีฟีเจอร์ Power Share อยู่ 1 ช่อง

USB 3.2 Type-A x 1 ช่อง

Thunderbolt 4 x 1 ช่อง ช่องแบบ USB-C รองรับ DisplayPort Alt-Mode

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง

พอร์ต LAN RJ45 x 1 ช่อง

เชื่อมต่อไร้สาย

Wi-Fi 6 AX201

2×2 802.11ax 1×1
Gigabit Internet

HDMI 2.1 x 1 ช่อง

USB 2.0 x 2 ช่อง มีฟีเจอร์ Power Share อยู่ 1 ช่อง

USB 3.2 Type-A x 1 ช่อง

USB-C x 1 ช่อง รองรับ DisplayPort Alt-Mode

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง

พอร์ต LAN RJ45 x 1 ช่อง

เชื่อมต่อไร้สาย

Killer Wi-Fi 6 AX1650x

2×2 802.11ax 1×1
Gigabit Internet

ฟีเจอร์พิเศษ ลำโพง nahimic 3D ปรับแต่งพิเศษสำหรับเกมเมอร์ x 2 ช่อง

Alienware Command Center

Microsoft Office 2016 trial

ลำโพง nahimic 3D ปรับแต่งพิเศษสำหรับเกมเมอร์ x 2 ช่อง

Alienware Command Center

Microsoft Office 2016 trial

ระบบปฏิบัติการ Windows 10
ราคา 799-899.99 ดอลลาร์
หรือราว
25,000~28,000 บาท

DELL G15 AMD
DELL G15 Intel

จากสเปคทั้งหมดของ DELL G15 ทั้งสองรุ่น จะเห็นว่าราคานั้นถูกลงจากรุ่นก่อนพอสมควรทีเดียว และสเปคถือว่าไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจากคู่แข่งอย่าง Acer Nitro 5 หรือ ASUS TUF และ Zephyrus Series แล้ว ดังนั้นถ้าใครเคยติดภาพว่าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ DELL เทียบกับคู่แข่งแล้วราคาแพงอาจจะรอดูทาง DELL ประเทศไทยว่าจะนำ DELL G15 ทั้งสองสเปคนี้เข้ามาขายในไทยแล้วตั้งราคาได้น่าจับจองเป็นเจ้าของหรือไม่

ที่มา : Notebookcheck, Windows Central

from:https://notebookspec.com/web/588489-dell-g15-launched-intel-amd-899-usd

Dell ได้แม่ทัพคนใหม่ คอยดูแลด้านงาน Channel Sales โดยเฉพาะ

Dell Technologies ได้ออกมายืนยันถึงการแต่งตั้งลูกหม้อที่อยู่มานานอย่าง Driss El Ougmani ขึ้นเป็นผู้บริหารคนใหม่ด้านงานขายผ่านช่องทางจำหน่ายและฝ่ายขายพิเศษของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ตอนนี้มีมูลค่าสูงกว่า 9.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว

คุณ Ougmani เองดำรงตำแหน่งระดับผู้บริหารในบริษัทที่มีสำนักงานอยู่ที่ Round Rock รัฐเท็กซัสนี้มากว่า 20 ปี จนในที่สุดตอนนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ของ Dell ในด้านทีมขายระดับโลกทั้งผ่านช่องทางจำหน่าย พันธมิตร และงานขาย OEM แบบพิเศษ

ในแถลงการณ์ของ Dell ที่ทางสำนักข่าว CRN ได้รับนั้น ระบุว่าก่อนหน้านี้ Ougmani เป็นรองประธานของทีมขายพรีเซลล์ผ่านช่องทางจำหน่ายประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยดูในส่วนผลิตภัณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์ในกลุ่ม “โซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐาน” โดยเฉพาะ

ทั้งยังกล่าวยกย่องว่าเขามีประสบการณ์การเป็นผู้นำด้านงานขายแกนหลักเป็นอย่างมากทั้งในตลาดระดับองค์กรและตลาดใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงเป็นอีกบทพิสูจน์ว่า Dell มุ่งมั่นผลักดันการเติบโตเชิงกลยุทธ์ผ่านการแต่งตั้งผู้บริการที่เชี่ยวชาญด้านงานขายโดยตรง

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-new-executive-channel-sales/

เอสไอเอส เสริมแกร่ง เดินหน้าช่วยองค์กรธุรกิจ ด้วยโซลูชันไฮบริด คลาวด์

เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางธุรกิจ เดินหน้าระบบคลาวด์เต็มขั้นภายใต้บริการ SiS Cloud ด้วยเทคโนโลยีด้านไอทีอินฟราสตรัคเจอร์ชั้นนำระดับโลก เพื่อรองรับความต้องการการใช้งานคลาวด์ขององค์กรที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เล็งนำเสนอแพลตฟอร์มระบบคลาวด์แบบโอเพ่น ช่วยองค์กรสามารถสร้างระบบมัลติคลาวด์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

คุณสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ย้อนกลับไป 4-5 ปีที่แล้ว เอสไอเอส ได้มองเห็นแนวโน้มการเติบโตและความต้องการขององค์กรที่มีต่อการใช้งานคลาวด์เพิ่มมากขึ้น เราจึงมีความคิดที่จะพัฒนาธุรกิจด้านนี้เพิ่มเติม โดยมองเห็นความเป็นไปได้ในการเป็นผู้ให้บริการด้านคลาวด์ด้วยตัวเอง (Cloud Service Provider) ด้วยองค์ประกอบหลักๆ ที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นการที่เราเป็นพาร์ตเนอร์กับบริษัทที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับคลาวด์ที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการให้บริการคลาวด์สำหรับองค์กร รวมถึงเรามีพันธมิตรด้านศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับการจัดการเครือข่ายและการจัดเก็บข้อมูล นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เรามองเห็นความเป็นไปได้ดังกล่าว”

อีกทั้งทางเอสไอเอสนั้น ให้บริการคลาวด์ผ่านคู่ค้าที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในส่วนของโซลูชั่นเป็นอย่างดี สามารถให้บริการ ออกแบบระบบ ช่วยสนับสนุนและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อเราได้พิจารณาปัจจัยในข้างต้นเมื่อนำมารวมกันแล้ว ทำให้เปิดให้การบริการด้านคลาวด์แก่องค์กรได้อย่างเต็มรูปแบบ

“ที่เอสไอเอส เรามีตัวแทนขายหรือคู่ค้าที่มีมากกว่า 100 รายในปัจจุบัน และมีผู้ใช้บริการคลาวด์ของเราในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งเช่น กลุ่มหน่วยงานราชการกลุ่มการเงินการธนาคาร กลุ่มสถาบันการศึกษา กลุ่มสถานพยาบาล กลุ่มด้านน้ำมันและพลังงาน และกลุ่มอืนๆ รวมแล้วมากกว่า 300 ราย มีขนาดองค์กรตั้งแต่ระดับ SME ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่แบบเอ็นเทอร์ไพรส์ เป็นต้น นับเป็นการการันตีความไว้วางใจในประสิทธิภาพของเราได้เป็นอย่างดี” คุณสมชัย กล่าว

คุณสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ (ซ้าย), คุณนพดล ปัญญาธิปัตย์ (ขวา)

คุณสมชัย ยังเสริมว่า “ในไตรมาสที่สองของปีนี้ ทางเอสไอเอส จะเปิดให้บริการคลาวด์รูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ “Enterprise Elastic Cloud” ซึ่งเป็นคลาวด์สำหรับองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีชั้นนำโดยเน้นจุดเด่นที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถจ่ายค่าบริการได้ตามการใช้งานจริงแบบรายชั่วโมง เพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปขององค์กรในอนาคตที่มีแนวโน้มลดการลงทุนขนาดใหญ่ลง เปลี่ยนเป็นการเช่าใช้และชำระค่าบริการตามจริงแทน โดย เอสไอเอส จะถือเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ในประเทศรายแรกๆ ที่ให้บริการในลักษณะนี้ได้”

ด้วยลักษณะที่ยืดหยุ่นของบริการคลาวด์ช่วยให้องค์กรมีความสามารถในการปรับตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อในการใช้ทรัพยากรทั้งสำหรับการประมวลผล การจัดเก็บ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและอื่นๆ ซึ่งด้วยการเข้าถึงระบบนิเวศที่เติบโตอย่างรวดเร็วของผลิตภัณฑ์คลาวด์ในแบบ on-demand นี้เอง องค์กรต่างๆ เข้าถึงทั้งความคล่องตัว ทั้งความสามารถในการปรับเพิ่มขนาดระบบการทำงาน ทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งกระตุ้นการดำเนินการการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (digital transformation)

“เอสไอเอสจะเป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายแรกที่ให้บริการที่ยืดหยุ่นประเภทนี้ในประเทศไทย” คุณสมชาย กล่าวและเสริมว่า “เอสไอเอสให้บริการโซลูชัน as-a-Service ที่ไม่เหมือนใคร ตั้งแต่บริการในรูปแบบ Infrastructure- as-a-Service (IaaS) หรือ Platform-as-a-Service (PaaS) ตลอดจน SAP Hana-as-a-Service Container-as-a-Service การสำรองข้อมูลและอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก”

“ด้วยการดำเนินงานด้วยรูปแบบการทำงานบนไฮบริดคลาวด์ที่มั่นคงและสอดคล้อง องค์กรสามารถสนองตอบต่อภูมิทัศน์ (landscape) ทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปได้ในเวลาที่รวดเร็ว รวมทั้งยังช่วยปกป้องการลงทุนด้วยโซลูชันที่สามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้” เขาทิ้งท้าย

from:https://www.enterpriseitpro.net/sis-cloud-dell-technologies/

Dell XPS 13 (9310) ที่สุดของ Windows Modern PC โน้ตบุ๊คที่มาพร้อมความสมบูรณ์แบบรอบด้าน ลงตัวทุกการใช้งาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

Dell XPS 13 (9310) ที่สุดของโน๊ตบุ๊ค Windows Modern PC ปี 2021 มี Windows 10 ใช้งานได้ทันที ได้หน้าจอ 13.4″ ยกระดับประสบการณ์ใหม่หมดทุกด้าน ด้วยขอบหน้าจอบางเฉียบ InfinityEdge ที่บางลงอีก 7% ในอัตราส่วน 16:10 ที่มากกว่า 16:9 โดยเป็นพาเนล IPS เกรดสูง พร้อมด้วย Dolby Vision รองรับ HDR400 นอกจากนี้ยังให้ทางเลือกใหม่สำหรับดิสเพลย์ทั้ง FHD+ และ UHD+ สนับสนุนเพลิดเพลินไปกับ Content คุณภาพระดับ HDR (High Dynamic Range) 

มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Core i5-1135G7 หรือ Core i7-1165G7 เป็นสถาปัตยกรรม Tiger Lake ใหม่ล่าสุดที่การผลิต 10 นาโนเมตร SuperFin ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ติดตั้งแรมขนาด 8GB / 16GB LPDDR4x และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB โดยมีตัวเครื่องเบาเพียง 1.27 กิโลกรัม และบางเพียง 14.8 มิลลิเมตรเท่านั้น แน่นอนว่าด้วย ซอฟต์แวร์ต่างๆ พร้อมใช้งานครบครัน

Dell XPS 13

ในส่วนดีไซน์ Dell XPS 13 (9310) โดยรวมมีเพรียวบางกว่ารุ่นก่อนหน้า เหนือชั้นกว่า Notebook Thin & light ทั่วไปด้วยการมีพัดลมระบายความร้อน 2 ตัว ทำให้เครื่องเย็นเร็วขึ้น จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้สูงกว่ารุ่นก่อนถึง 2.5 เท่า รวมถึงการเชื่อมต่อไร้สายเป็น Killer AX1650 (2×2) บน Intel WiFi 6 Chipset ให้ความสามารถในการเชื่อมต่อแบบไร้สายได้เร็วกว่ารุ่นแรกถึง 3 เท่า ทำให้ง่ายและสะดวกในการเชื่อมต่ออินเตอร์ที่ไม่มีหลุดหรือช้าแน่นอน

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นหลักๆ ให้มาเป็น Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต (เป็น USB 3.2 Type-C + DisplayPort + Power Delivery) พร้อมช่องต่อหูฟังมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร และ Card Reader แบบ Micro-SD Card มาให้ด้วย ได้รับการรับประกัน Dell Premium Support และ On-site Service “บริการซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ” ถึง 3 ปีด้วย สนนราคาที่ 56,900 – 76,900 บาท เรียกได้ว่าเป็น Windows Modern PC ที่เหมาะสมกับคนทำงานหรือนักเรียนนักศึกษาอย่างที่สุด

Dell XPS 13

คุณสมบัติของ Windows Modern PC ที่มีใน Dell XPS 13

  • มาพร้อมการติดตั้ง Windows 10 และซอฟต์แวร์อื่นๆ
  • ดีไซน์พรีเมียม เบา บาง พกพาสะดวก (Thin & light)
  • หน้าจอความละเอียดสูง ประสบการณ์ใช้งานเหนือชั้น
  • แบตยาวนาน การเชื่อมต่อยอดเยี่ยม ง่ายในการเล่นสังคมออนไลน์ 
  • ได้สเปกฮาร์ดแวร์ลื่นไหลได้หน่วยความจำ SSD ความเร็วสูง

สเปกและราคา Dell XPS 13

Dell XPS 13 9310-W5672400PTHW10 ราคา 56,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T & 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB LPDDR4X 4267 MHz 
  • DISPLAY: 13.4″ IPS 16:10  Full HD+ (1920 x 1200)
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service + Premium Support

Dell XPS 13 9310-W5671500PTHW10 ราคา 76,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T & 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB LPDDR4X 4267 MHz 
  • DISPLAY: 13.4″ IPS 16:10  Ultra HD+ (3840 x 2400)
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service + Premium Support

Dell XPS 13 มาพร้อมการติดตั้ง Windows 10 แท้และซอฟต์แวร์อื่นๆ

นอกจากสเปกฮาร์ดแวร์ Dell XPS 13 จะแรงแล้ว ซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพก็ช่วยให้การทำงานของเรานั้นต่อเนื่อง และช่วยให้โปรแกรมต่างๆ มีการอัปเดตล่าสุดพร้อมใช้อยู่เสมอ โดย Windows Modern PC นั้นมาพร้อมกับ Windows 10 Home ลิขสิทธิ์แท้ในตัว จึงมั่นใจได้ว่าการทำงานของเราจะลื่นไหลไม่มีสะดุด สามารถรีเซ็ตและลบลงใหม่ได้ตามต้องการ และที่สำคัญ Windows 10 ของเราจะปลอดภัยอยู่เสมอด้วยการอัปเดตเวอร์ชั่นของ Microsoft เป็นประจำ

Dell XPS 13

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ Dell XPS 13 ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง SupportAssist โดยช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

รวมถึงได้ซอฟต์แวร์ Dell Power Manager ที่คอยเป็นตัวช่วยในการจัดการพลังงาน การชาร์จไฟ สถานะแบตเตอรี่ รวมไปถึงระบบระบายความร้อน ที่เราสามารถเลือกการจัดการได้ ว่าจะใช้งานทั่วไป อัตโนมัติ หรือเร่งรอบพัดลม เพื่อให้ระบายความร้อนได้สูงสุด ตามแต่ลักษณะการใช้งานของเรา

ปิดท้ายด้วย Dell Mobile Connect ซอฟต์แวร์ที่คอยเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องแยกการใช้งานระหว่างพีซีและสมาร์ทโฟน  โดยเชื่อมต่อกันผ่าน Bluetooth ซึ่งทำให้การแจ้งเตือนต่างๆ ข้อมความ เบอร์โทร รวมไปถึงการโทรศัพท์ติดต่อ สามารถทำผ่านโน๊ตบุ๊คของ Dell ได้เลย สำหรับ Dell XPS 13 ก็มีซอฟต์แวร์ตัวนี้ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน 

“มีความเสถียรภาพการทำงานที่สูง จาก Windows 10 Home ลิขสิทธิ์
พร้อมซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ช่วยทำให้ใช้งาน Windows Modern PC ได้ง่ายและสะดวกอย่างที่สุด”

Dell XPS 13 ดีไซน์พรีเมียม เบา บาง พกพาสะดวก (Thin & light)

Dell XPS 13 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คหรูระดับไฮเอนด์ ที่มีการเปิดตัวมาหลายปีก่อนกับโมเดลที่ต้องบอกว่าได้ทั้งความบางเบาหรูหรา ในขนาดหน้าจอ 13.4″ ในเครื่องที่เล็กเทียบเท่ากับโน้ตบุ๊ตขนาดหน้าจอ 12.5″ เท่านั้น ด้วยฟีเจอร์ Infinity Edge display ขอบหน้าจอบางเฉียบจนแทบจะไร้ขอบ โดยตัวเครื่องมีความบางที่ 14.8 มิลลิเมตร และน้ำหนักก็เบามากๆ เพียง 1.28 กิโลกรัมเท่านั้น ตอบโจทย์การพกพาอย่างที่สุด

Dell XPS 13

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ สีสันจะเป็น Platinum Silver ออกแนวสีเงินสำหรับด้านนอกทั้งฝาหลังและด้านล่างตัวเครื่อง ส่วนในเป็นสีดำลวดลายคาร์บอน เหมาะกับทั้งสาวๆ หรือหนุ่มๆ วัยทำงานยุคนี้ แล้วจะใช้เป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบ ที่สำคัญด้านตัวเครื่องเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ที่เแข็งแรงทนทานให้สัมผัสที่พรีเมียมแตกต่างจากโน๊ตบุ๊คอื่นๆ ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป

สิ่งที่มาพร้อมความสวยงามหรูหราคือความคงทนด้วยไททาเนียมออกไซด์ที่เคลือบอยู่ด้านบนพื้นผิวอลูมิเนียมเพื่อความเงางาม ช่วยต้านทานแสง UV และรอยเปื้อน เพื่อป้องกันการเกิดคราบ หรือการเปลี่ยนสีไปตามระยะเวลาใช้งาน ตามจริงแล้ว หากเกิดรอยเปื้อน ไม่ว่าจะจากสีของปากกา หรือคราบต่างๆ ผู้ใช้สามารถเช็ดออกได้อย่างง่ายดาย โดยคุณสมบัติหาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ แน่นอน

ดีไซน์ตัวเครื่องบางเฉียบ น้ำหนักเบามากๆ ส่งผลให้เราพกพาไปใช้งานได้สะดวก
รวมถึงได้ความพรีเมียมเหนือกว่า หรูหรากว่า สมกับ Windows Modern PC”

Dell XPS 13 หน้าจอความละเอียดสูง ประสบการณ์ใช้งานเหนือชั้น

Dell XPS 13 เป็น Windows Modern PC ที่ได้หน้าจอแสดงผลที่มีความละเอียดระดับ Full HD+ ที่ 1920 x 1200 พิกเซล Ultra HD+ ที่ 3840 x 2400 พิกเซล (มากกว่า Full HD ถึง 4 เท่า)โดยมีสัดส่วนหน้าจออยู่ที่ 16:10 ทำให้มีพื้นที่มากกว่าหน้าจอ 16:9 ทั่วๆ ไปแบบชัดเจน พร้อมขอบเขตสีระดับมาตรฐาน sRGB 100% และ DCI P3 90% ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับสีที่ถูกต้องในการแสดงผล แน่นอนว่าทำให้สนับสนุนการทำงานแบบมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ เชื่อถือได้ในงานด้านกราฟิก รวมไปถึงความบันเทิง

พร้อมด้วย Dolby Vision ช่วยปรับให้เราเห็นรายละเอียดของภาพมากยิ่งขึ้น ในการเพลิดเพลินไปกับสื่อต่างๆ ด้วยคุณภาพระดับรับรองมาตรฐาน HDR400 ช่วยสร้างภาพของแสงที่ต่างกันระหว่างมืดและสว่างได้ในภาพเดียวกัน ลองนึกง่ายๆ ปกติการถ่ายวีดีโอหรือการถ่ายภาพโดยเฉพาะเวลากลางคืนมักจะมีจุดที่มืดและสว่างในภาพเดียวกัน โดยจุดสว่างอาจจะมาจากการโฟกัสตำแหน่งนั้นๆ จึงมีความคมชัดได้ระดับหนึ่ง แต่ในเงามืดละเราแทบจะไม่เห็นรายละเอียดใดๆ ภายในเงามืดเลย ฟีเจอร์นี้จะมาช่วยนั่นเอง

Dell XPS 13

ที่สำคัญด้วยความสว่างที่สูงซึ่งสว่างกว่าหน้าจอโน๊ตบุ๊คทั่วไปเป็น 2 เท่า + ที่ 500nit จึงสามารถแสดงผลได้ยอดเยี่ยมแม้จะอยู่กลางแจ้ง อีกทั้งยังครอบคลุมเฉดสีและมีอัตราส่วนคอนทราสต์สูงที่ 1500:1  จึงถ่ายทอดสีสันได้มากกว่า นอกเหนือจากนี้ยังรองรับการทัชสกรีนถึง 10 จุดพร้อมๆ กัน เสริมการทำงานหรือความบันเทิงบางอย่าง ที่จำเป็นต้องสัมผัสหน้าจอ รวมไปถึงในการนำเสนองานด้วย 

อีกทั้งมีฟีเจอร์ Eyesafe เพื่อช่วยลดแสงสีน้ำเงินที่อาจเป็นอันตรายและกระจายไปตามสเปคตรัมของแสง โดดเด่นด้วยจอแบบกระจก Corning Gorilla Glass 5 ที่สดใสและทนทาน หายห่วงเรื่องของการเป็นรอยจากการใช้งาน เรียกได้ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรอบด้านมากทีเดียว

“หน้าจอความะเอียดสูงระดับ Ultra HD+ ที่ 3840 x 2400 พิกเซล สูงกว่า Full HD ถึง 4 เท่า
ได้ความเรียบเนียนตาอย่างที่สุด เหนือชั้นสมการเป็น Windows Modern PC “

Dell XPS 13 แบตยาวนาน การเชื่อมต่อยอดเยี่ยม ใช้งานหลากหลาย ง่ายในการเล่นสังคมออนไลน์

แบตเตอรี่ของ Dell XPS 13 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน รองรับการทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ 8 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานอย่างการดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต สำหรับรุ่นหน้าจอ Ultra HD+ แต่ถ้าเป็นรุ่นสเปกที่เป็นหน้าจอ Full HD+ จะสามารถใช้งานได้ยาวนานสุดๆ คือ 14 ชั่วโมงด้วยกัน ผ่านการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ดีที่สุดอย่าง Wi-Fi 6 Killer AX1650 (2×2) นอกจากนี้ตัวเครื่องยังรองรับการชาร์จผ่านทาง อแดปเตอร์หรือ Power Bank ที่เป็นมาตรฐาน PD (Power Delivery) ทำให้ใช้งานได้สะดวกสบายอีกด้วย

Dell XPS 13

ส่งผลให้เป็น Windows Modern PC ที่สนับสนุนการใช้งานง่ายๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา อาทิ ภายในบ้านหรือตามร้านกาแฟ รวมถึงออฟฟิศสำนักงานต่างๆ เพื่อการใช้งานระดับพื้นฐานหรืองานหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นอินเตอร์เน็ตเพื่อใช้งาน Social หรือ Online ข้อมูลต่างๆ อย่างการใช้งาน Facebook เพื่อเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์, Twitter เพื่อติดตามข่าวสารได้รวดเร็ว, เพื่อดูวิดีโอต่างๆ ใน Youtube ที่หลากหลาย, ฟัง Spotify เพื่อเสพ Podcast ที่เป็นประโยชน์หรือน่าสนใจ, ชมซีรีส์หรือภาพยนตร์สุดฮิตใน Netflix เป็นต้น

รวมไปถึงการทำงานทั่วไปอย่างงานเอกสาร Word, Excel, Power Point และโปรแกรมเฉพาะทางบางอย่างในสายงานมืออาชีพ เช่นจัดการระบบ การเขียนโปรแกรม หรือสายงานสร้างสรรค์ อย่างการตัดต่อวีดีโอ โปรเซสไฟล์ภาพนิ่ง หรือแม้แต่งานออกแบบ 2 มิติ 3 มิติ โดยรวมแล้วมีความลื่นไหลไม่สะดุด ในการใช้งานที่เปิดโปรแกรมหลากหลาย เช่นเปิด Facebook ไว้ แต่ก็ฟัง Spotify ไปด้วย ขณะที่กำลังใช้งาน Photoshop อยู่นั่นเอง

“ด้วยความที่เป็น Windows Modern PC ทำให้ง่ายในการเล่นสังคมออนไลน์
จากแบตเตอรี่ที่ยาวนาน รองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่”

Dell XPS 13 ได้สเปกฮาร์ดแวร์ลื่นไหลได้หน่วยความจำ SSD ความเร็วสูง

Dell XPS 13 เป็น Windows Modern PC สเปก Core i Gen 11 โดดเด่นด้วยแพลตฟอร์ม Intel EVO โดยเลือกใช้ชิป Intel Core i5-1135G7 หรือ Core i7-1165G7 ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 2.40 – 4.20 GHz หรือ 2.80 – 4.70 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 12W – 28W เท่านั้น ซึ่งจัดว่าต่ำมากสำหรับชิป Core i ในโน๊ตบุ๊ค ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 16GB แบบฝังบอร์ด เป็นมาตรฐาน LPDDR4x ที่ 4267 MHz ตามเทคโนโลยีของ Intel Core i Gen 11 ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหนือชั้น  พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูง ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ลิขสิทธิ์แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน

Dell XPS 13

การ์ดจอเป็นแบบออนชิปรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ซึ่งมาพร้อมกับ Intel Core i Gen 11 ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง ด้วยชุดคำสั่งพิเศษ ที่ดีกว่าการ์จอแยก Gaming ในบางกรณี

รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติได้ดีเยี่ยมกว่าการ์ดจอออนชิปทุกรุ่นในตลาด 

Test Dell XPS 13 9310 7

นอกจากนั้นด้านของ Storage หรือหน่วยความจำสำรองเป็น SSD M.2 มาตรฐาน NVMe PCIe ระดับสูงที่ความจุ 512GB ที่ทำการทดสอบด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark ก็พบว่าความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 3280 MB/s ส่วนความเร็วในการเขียนก็อยู่ที่ 2769 MB/s ด้านของความเร็วในการอ่านเขียนไฟล์ก็จัดว่าอยู่ในระดับที่ดีมากๆ สามารถใช้งานทั่วไปได้เหลือเฟือ

เห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด จึงไม่น่าแปลกใจที่เรานั้นจะสามารถเปิดเครื่อง เข้าโปรแกรมได้ไว อีกทั้งส่งผลไปยังการ Copy หรือโอนถ่ายข้อมูลได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย สมกับการเป็น Modern PC ที่ใช้ Windows 10 อย่างแท้จริง

“ได้หน่วยความจำ SSD ความเร็วสูง ซึ่งเป็นมาตรฐาน Windows Modern PC
พร้อมสเปกชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง รองรับการทำได้ลื่นไหลอย่างที่สุด”

สรุปสำหรับ Dell XPS 13 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติ Windows Modern PC จากทาง Microsoft ก็สามารถการันตีเรื่องของประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยมเหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป ทำให้เรามั่นใจได้เลยว่าหากเราเป็นคนทำงานยุคใหม่ หรือนักเรียนนักศึกษาที่ต้องสุดยอดโน๊ตบุ๊คที่ดีเยี่ยมมากกว่า ทั้งในเรื่องของระบบปฏิบัติการ Windows 10 รวมไปถึงดีไซน์บางเบา ได้หน้าจอความละเอียดสูง ง่ายในการเล่นสังคมออนไลน์ และได้หน่วยความจำ SSD ความเร็วสูง

ปิดท้ายนอกเหนือจาก Delll XPS 13 ที่กล่าวถึงในบทความนี้แล้ว ยังมีโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่เป็น Windows Modern PC เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น Dell Inspiron 3000 / Dell Inspiron 5000 / Inspiron 7000 ที่เป็นในส่วนของกลุ่มโน้ตบุ๊คที่เน้นใช้งานพื้นฐาน บางเบา พรีเมียม พกพาสะดวก ใช้งานได้ง่าย และได้ Windows 10 ลิขสิทธิ์ในทุกรุ่นอีกด้วย สามารถดู Windows Modern PC ทุกรุ่นได้ ที่นี่

โบรชัวร์ https://dellexp.co/3wbiRfS

image006

ตารางสเปกของ Dell XPS 13

  CPU GPU RAM SSD Display Price
XPS 13 9310 (i5) i5-1135G7 Iris Xe Graphics 8GB 512GB 13.4″ FHD+ Touch 56,900
XPS 13 9310 (i7) 17-1165G7 Iris Xe Graphics 16GB 512GB 13.4″ UHD+ Touch 76,900

from:https://notebookspec.com/web/585900-dell-xps-13-best-modern-pc-notebook2021

[รีวิว] Dell Latitude 7420 โน้ตบุ๊คทำงานสวยหรูทนทาน เต็มประสิทธิภาพด้วย 11th Gen Intel Core vPro และ Windows 10 Pro สำหรับปี 2021

ในปี 2021 นี้หากธุรกิจองค์กรแห่งใดมีแผนที่จะจัดซื้อเครื่อง Notebook ทำงานใหม่ให้กับผู้บริหารหรือพนักงานภายในองค์กร Dell Latitude นี้ถือเป็นหนึ่งใน Business Laptop รุ่นที่พลาดไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Dell Latitude รุ่นล่าสุดที่ใช้หน่วยประมวลผล 11th Gen Intel Core เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว

ในครั้งนี้ ทีมงาน Dell Technologies ได้ส่งเครื่อง Dell Latitude 7420 รุ่นล่าสุดมาให้เราได้ทดลองใช้งานกัน โดยรุ่นนี้ถือว่าโดดเด่นมากกับการที่เป็นรุ่นหนึ่งในตระกูล Intel Evo Platform ที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดได้ด้วยการออกแบบและพัฒนาระบบร่วมกับ Intel โดยตรง ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไรนั้น มาอ่านกันในบทความรีวิวนี้กันได้เลยครับ

Intel Evo Platform รับรองประสิทธิภาพและการใช้งานด้วยประสบการณ์ที่ดี จากมาตรฐานของ Intel

ในปีนี้เราคงจะได้เห็นชื่อของ Intel Evo Platform กันอย่างต่อเนื่อง ในฐานะของตรารับรองจาก Intel ที่มีต่อ Notebook แต่ละเครื่องว่ามีประสิทธิภาพสูง ใช้เทคโนโลยีล่าสุด และสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี ด้วยคุณสมบัติดังนี้

  • ใช้หน่วยประมวลผล 11th Gen Intel® Core™ และกราฟฟิก Intel® Iris® Xe
  • รองรับการเชื่อมต่อด้วยมาตรฐาน Wi-Fi 6
  • มีแบตเตอรี่ใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 9 ชั่วโมงสำหรับจอแบบ FHD
  • ขอบจอบาง เพื่อให้มีหน้าจอขนาดใหญ่ในบอดี้ขนาดเล็กได้
  • สามารถเปิดใช้งานได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที และตอบสนองเร็วกว่าเครื่องรุ่นเก่า 2 ปีอย่างน้อย 40%
  • สามารถรับส่งข้อมูลด้วยความเร็ว 40GB/s ผ่าน Thunderbolt™ 4 ได้

Dell Technologies เองก็ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับ Intel ซึ่ง Dell Latitude 7420 รุ่นที่เราได้มารีวิวในครั้งนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในเครื่องที่ได้รับการรับรองให้เป็น Intel Evo Platform ด้วยเช่นกัน

Dell Latitude 7420: โน้ตบุ๊คทำงานที่เน้นความเรียบง่าย ตอบโจทย์ได้ทั้งสำหรับผู้บริหารและพนักงาน

Credit: Dell

Dell Latitude 7420 นี้ถือเป็น Business Laptop และ Business 2-in-1 รุ่นเรือธงจาก Dell Technologies ที่เปิดตัวมาด้วยแนวคิดของการนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาใส่ให้กับเครื่องโน้ตบุ๊คและ 2-in-1 รุ่นทำงาน เพื่อให้ผู้ใช้งานนั้นได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด และมี Hardware รุ่นใหม่ทันสมัย สามารถใช้งานได้นานโดยไม่ต้องห่วงว่าประสิทธิภาพในการใช้งานจะไม่เพียงพอ

ตัวเครื่องนี้มาพร้อมกับการรับรองด้วยตรา Intel Evo Platform จาก Intel ที่ได้อธิบายไปข้างต้น จึงมั่นใจได้อย่างแน่นอนในประสิทธิภาพ ด้วยตัวเครื่องที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล 11th Gen Intel Core i7 vPro รุ่นใหม่ล่าสุด i7-1185G7 รหัส Tiger Lake โดยมี 4 Cores / 8 Threads ให้ใช้งาน พร้อมติดตั้ง RAM ความเร็ว 4267MHz ได้ตั้งแต่ 4/8/16/32GB และยังติดตั้ง PCIe NVMe SSD ได้ตั้งแต่ 128/256/512/1024GB ได้ในตัว

ในแง่ของการเชื่อมต่อ Dell Latitude 7420 มาพร้อมกับ Thunderbolt 4 ถึงสองช่องที่สามารถใช้งานได้ทั้งแบบ DisplayPort/USB4/Power Delivery และยังมี USB 3.2 Gen 1 มาให้อีก 1 ช่อง กับ SD Card อีก 1 ช่อง พร้อมพอร์ตคอมโบสำหรับไมโครโฟนและหูฟัง รวมถึงยังมี HDMI สำหรับต่อจอแบบเก่าได้อีกด้วย โดยในการเชื่อมต่อเครือข่าย เครื่องนี้รองรับการเชื่อมต่อได้ถึง Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.1

Credit: Dell

ส่วนบอดี้ภายนอกนั้น สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบอลูมิเนียมที่จะมีน้ำหนักเบาที่สุดโดยมีสีเงินที่ดูเรียบหรู และคาร์บอนไฟเบอร์ที่จะมีน้ำหนักเบาลงอีกเล็กน้อยแต่ดูแข็งแรงทนทานขึงขังมากกว่า โดยจอจะมีขนาด 14 นิ้ว สามารถใช้งานได้สบายๆ ไม่ปวดตา

ตัวเครื่องนี้มีกล้อง ลำโพง และไมโครโฟนพร้อมใช้ประชุมงานจากทุกสถานที่ได้ในตัว และยังมีที่ปิดกล้องมาให้เลยเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ รวมถึงยังสามารถเลือกออปชันเสริมให้สามารถเชื่อมต่อ 4G ได้ สำหรับรองรับการทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลาอย่างแท้จริง

Dell Latitude 7420 นี้ยังคงความเป็นเครื่องสำหรับใช้ทำงานในธุรกิจองค์กรอย่างเต็มตัว ด้วยการรองรับออปชันเสริมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจอที่มีความละเอียดหลายระดับ, การเข้ารหัสและการสำรองข้อมูล, Software เสริมความมั่นคงปลอดภัย, การแสกนลายนิ้วมือ รวมถึงระยะเวลาประกันตั้งแต่ 3-5 ปีตามแต่ต้องการ

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dell Latitude 7420 สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dell.com/th/business/p/latitude-14-7420-2-in-1-laptop/pd

แกะกล่องลองใช้ของจริง

เนื่องจากเครื่อง Dell Latitude 7420 นี้ทีมงาน TechTalkThai เป็นทีมแรกที่ได้รับมารีวิว เลยต้องรับหน้าที่เรื่องของการติดตั้ง Windows 10 ตั้งต้นให้เรียบร้อย และทำการอัปเดต Windows 10 กับ Firmware ทั้งหมดไปด้วยครับ ซึ่งก็ถือว่าดีเหมือนกัน เพราะจะได้สัมผัสประสบการณ์ตรงๆ เลยว่าถ้าภาคธุรกิจองค์กรซื้อไปใช้งานแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง

เปิดกล่องออกมาดูครั้งแรก ก็พบว่าในกล่องขนาดเล็กนี้มีของมาให้น้อยชิ้นมากครับ โดยนอกจากตัว Notebook และ Adapter ชาร์จไฟแล้ว ก็มีเพียงคู่มือแผ่นเล็กๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยนอกจากกระดาษกันกระแทกที่แข็งแรงมากๆ แล้ว ก็มีซองพลาสติกที่รีไซเคิลได้ห่อตัวอุปกรณ์มาเท่านั้น ก็เรียกได้ว่า Dell Technologies ตั้งใจลดขยะที่จะเกิดขึ้นในส่วนของพัสดุและการขนส่งจริงจังทีเดียวครับ

พอหยิบตัวเครื่องออกมาจากซอง ก็พบว่าสัมผัสของตัวเครื่องนั้นค่อนข้างดีทีเดียว ด้วยบอดี้แบบอลูมิเนียมที่ให้ความรู้สึกเรียบๆ เย็นๆ แต่แข็งแรงทนทาน หยิบยกเครื่องออกมาก็รู้สึกได้เลยครับว่ามันคือ Dell Latitude จริงๆ ทั้งด้วยน้ำหนักและความทนทานที่สัมผัสได้

เมื่อเปิดจอเครื่องขึ้นมา จุดที่สังเกตได้ค่อนข้างชัดเลยก็คือจอที่ขอบด้านข้างเล็กมาก ส่วนด้านบนก็มีกล้อง ไมโครโฟน และเซ็นเซอร์ต่างๆ ติดตั้งเอาไว้สำหรับใช้ลูกเล่นใหม่ๆ บนเครื่อง ส่วน Keyboard และ Touchpad ก็ออกแบบมาได้ถือว่าน่าใช้มาก ด้วย Layout ที่ดูสะอาดตาแต่ยังคงมีปุ่มอยู่ครบ และ Touchpad ที่มีขนาดใหญ่ ใช้งานได้เต็มๆ มือ

พอลองชาร์จไฟและเปิดเครื่องขึ้นมาใช้งาน ก็พบกับหน้าติดตั้ง Windows 10 ครั้งแรก ตั้งค่าพื้นฐานต่างๆ เช่นภาษา, การเชื่อมต่อ Wi-Fi, การสร้าง Account และอื่นๆ อีกเล็กน้อย เรียกได้ว่านั่งกดๆ ไป 2-3 นาทีก็เสร็จแล้วครับ จากนั้นก็รอเครื่องติดตั้งสิ่งต่างๆ อีกเล็กน้อยเท่านั้น

สำหรับสเป็คของเครื่องที่ได้มาใช้ทดสอบในครั้งนี้ เป็นดังนี้ครับ

  • CPU: 11th Gen Intel Core i7-1185G7 @ 3.00GHz 1.80 GHz (4 Cores/8 Threads)
  • RAM: 16GB 4267 MHz
  • SSD: 512 GB, Gen 3 PCIe x4 NVMe SSD
  • GPU: Intel Iris Xe
  • OS: Windows 10 Pro

เมื่อเข้าไปใช้งานเครื่องได้แล้ว ก็พบว่าประสิทธิภาพที่รับประกันโดย Intel Evo Platform นี้เป็นของจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็วของเครื่อง ความทนทานของแบตเตอรี่ การรองรับ Wi-Fi 6 หรือการปลุกเครื่องที่ Sleep อยู่มาใช้งานได้อย่างรวดเร็วนั้น เครื่องนี้ทำได้ครบหมด

ในการใช้งานปกติเครื่องจะเงียบดี แต่พอเริ่มทำการอัปเดต Windows อย่างจริงจังแล้ว พัดลมจะทำงานหนักขึ้นจนได้ยินเสียงพัดลมค่อนข้างชัด แต่เมื่ออัปเดตเสร็จก็กลับมาเงียบเหมือนเดิม ซึ่งตรงนี้จริงๆ แล้วในเครื่องจะมี Dell Power Manager ที่เอาไว้จัดการได้ว่าจะให้เครื่องทำงานเต็มประสิทธิภาพและอาจมีช่วงที่เสียงพัดลมดังบ้าง หรือจะเน้นให้เครื่องเงียบๆ เป็นหลักก็ได้ ซึ่งตอนปรับให้เครื่องเงียบๆ นั้นก็ยังสามารถใช้ทำงานปกติได้ไม่รู้สึกติดขัดอะไร

ลูกเล่นหนึ่งที่ถูกเสริมเข้ามาใน Dell Latitude 7420 นี้ก็คือการเสริม Proximity Sensor เข้ามา ทำให้เครื่องสามารถตรวจจับได้ว่ามีผู้ใช้งานอยู่ใกล้ๆ หรือไม่ โดยถ้าผู้ใช้งานไม่ได้อยู่หน้าเครื่อง เครื่องก็อาจทำการดับจอหรือล็อคเครื่องเอาไว้ และพอมีผู้ใช้งานเข้ามาใกล้ก็ค่อยเปิดจอขึ้นมาเข้าหน้า Login ให้โดยอัตโนมัติ เสริมทั้งความมั่นคงปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการประหยัดพลังงานไปพร้อมๆ กัน

โดยสรุปแล้วในการทดลองใช้งานจริง มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ครับ

  • ช่วงเริ่มใช้เครื่องแรกๆ และติดตั้ง Software หรืออัปเดตสิ่งต่างๆ นั้น พัดลมในเครื่องอาจจะทำงานเสียงดังหน่อยเพราะเร่ง CPU ให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ แต่ในการใช้งานทั่วๆ ไปเครื่องจะเงียบมากๆ
  • Keyboard ปุ่มใหญ่ ตอบสนองมือค่อนข้างดี ตอนใช้พิมพ์ผิดน้อยมากๆ ทั้งๆ ที่ใช้ครั้งแรก
  • จอปรับมืดสุดสามารถใช้งานได้สบายๆ ไม่ต้องเกร็งตา ส่วนตอนปรับสว่างสุดก็สว่างมาก สู้แสงภายนอกอาคารได้สบาย โดยรวมแล้วถ้าปรับไฟให้พอดีกับที่จะใช้ก็ถือว่าสบายตา ใช้งานได้นานๆ ไม่ต้องกังวล
  • มี Dell Command | Update, Dell Power Manager, Dell Optimizer และเครื่องมือหลากหลายของ Intel ให้พร้อมใช้ ปรับแต่งการทำงานของ Hardware ในเครื่องให้เป็นไปตามต้องการได้เลย โดยเฉพาะการทำงานของพัดลมและประสิทธิภาพของเครื่อง
  • ตัว Driver ที่ติดตั้งมาให้นั้นใหม่มาก ใหม่จน Windows Update ระบุว่า Driver ใหม่กว่าที่ Update เพิ่งโหลดมา แต่นอกนั้นในการอัปเดตก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร สามารถทำได้ราบรื่น
  • ลำโพง ถือว่าใช้งานได้เลย ใช้ประชุมไม่ติดปัญหาอะไร ใช้ฟังเพลงเสียงก็อาจจะไม่ใสเท่าลำโพงดีๆ
  • น้ำหนักถือว่ากำลังดี สามารถยกไปมา เคลื่อนย้าย ใช้ทำงานนำเสนอได้สบายๆ
  • แบตเตอรี่ทนมาก ตามสไตล์ Dell Latitude
  • เปิดคลิป 4K ได้สบายๆ ใช้ GPU อย่าง Intel Irix Xe Graphics ประมาณ 30% เครื่องไม่ร้อน
  • Adapter ชาร์จไฟมีขนาดเล็กกว่าของเครื่องรุ่นก่อนประมาณ 2-3 ปีที่แล้วมาก ทำให้พกพาไปได้ง่าย และเก็บสายชาร์จได้เรียบร้อยกว่าเดิม

โดยรวมแล้วก็ถือเป็นเครื่อง Business Notebook ที่ใช้งานได้ค่อนข้างดีเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน Web Application, การจัดการงานเอกสาร, การประมวลผลข้อมูล, การนำเสนอผลงาน หรือแม้แต่การใช้ด้านความบันเทิงเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นการชมคลิปหรือดูหนังก็ยังใช้ได้อยู่ ส่วนความรู้สึกในการใช้งานก็คือการใช้เครื่องสำหรับการทำงานจริงๆ เลย ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นของเล่นหรือ Gadget สนุกๆ แต่เป็นเครื่องที่ซื้อมาใช้ทำงานจริงจังเท่านั้น

สรุปข้อดีข้อเสีย

ข้อดี

  • ยังคงสไตล์ของ Dell Latitude ที่สวย เรียบ ทน เอาไว้ได้เป็นอย่างดี
  • ปลุกเครื่องมาใช้งานต่อได้เร็ว ตามข้อกำหนดของ Intel Evo Platform ที่ต้องปลุกเครื่องขึ้นมาใช้งานได้ภายใน 1 วินาที
  • ใช้ Hardware ใหม่ล่าสุดแทบทุกส่วนในเครื่อง ลงทุนซื้อไปใช้งานแล้วใช้ต่อได้นาน ไม่ต้องรีบเปลี่ยนเครื่อง
  • เลือกบอดี้ได้สองแบบ ทั้งแบบอลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ ใครชอบสัมผัสแบบไหนก็ซื้อแบบนั้นไปใช้ได้เลย
  • มีพอร์ต USB-C ทั้งสองข้างของเครื่อง ต่อจอได้ทั้งคู่ ใช้งานจริงค่อนข้างสะดวก
  • ยังมีพอร์ต HDMI ให้ใช้งานอยู่
  • Touchpad ใหญ่ใช้งานสะดวก Keyboard ปุ่มใหญ่พิมพ์งานง่ายพอสมควร
  • มีแผ่นปิดกล้องด้านบนให้เลย ไม่ต้องซื้อสติกเกอร์มาติดเอง และเปิดใช้งานได้ตามต้องการ
  • ใช้ Wi-Fi 6 และมีออปชัน 4G ให้เสริมได้
  • ต้องออกแรงกดปุ่ม Power พอสมควร เป็นข้อดีว่าเวลาเอาไปวางอยู่บนมุมขวาบนของเครื่องแล้ว ถึงนิ้วจะไปเผลอโดนเครื่องก็ไม่ดับแน่นอน
  • Proximity Sensor ใช้งานได้ดี ประหยัดสเต็ปในการปลุกเครื่องลงไปได้เล็กน้อย

ข้อเสีย

  • เวลาพัดลมทำงานเสียงจะดังจนสังเกตได้ แต่ใช้งานทั่วไปก็ไม่ค่อยมีกรณีนั้น ยกเว้นจะมี Windows Update
  • ถ้าทำงานหนักๆ อุณหภูมิเครื่องจะสูงจนจับแล้วรู้สึกอุ่นหรือร้อนนิดๆ ได้ แต่ก็ไม่ได้เกิดเคสนี้บ่อยยกเว้นตอนติดตั้งเครื่องครั้งแรกและทำการอัปเดตครั้งใหญ่
  • น้ำหนักเครื่องประมาณ 1.3 กิโลกรัมถือว่ากำลังดีสำหรับบางคน แต่สำหรับบางคนก็อาจจะหนักไปนิดหน่อย ก่อนซื้ออาจต้องมาลองใช้เครื่องจริงดูก่อนจะได้รู้ว่าน้ำหนักพอดีกับที่เราต้องการหรือไม่
  • ปุ่ม Page Up/Page Down เป็นปุ่มเดียวกับปุ่มลูกศรขึ้นลง ต้องกด Fn ค้างไว้ถ้าจะใช้ ดังนั้นใช้ที่ใช้ Page Up/Page Down บ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนพฤติกรรมไปใช้ Scroll บน Touchpad แทนครับ จะทำให้ยังทำงานมือเดียวได้อยู่
  • ไม่มีพอร์ต RJ-45 และหัวแปลงมาให้

สนใจติดต่อทีมงาน Dell Technologies ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจ Dell Latitude รุ่นใหม่ที่ใช้ 11th Gen Intel Core และ Windows 10 Pro สามารถติดต่อทีมงาน Dell Technologies ได้ทันที

from:https://www.techtalkthai.com/review-dell-latitude-7420-come-with-11th-gen-intel-core-vpro-and-windows-10-pro/

DELL G15 5515 หลุดสเปคบน 3DMark ใช้ Ryzen 7 5800H, RTX 3060

ยุคนี้ AMD มาแรงจนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลายรุ่นพากันเปลี่ยนมาใส่ Ryzen กันเป็นแถว ๆ DELL G15 5515 รุ่นใหม่ที่ยังไม่เปิดตัวก็เอากับเขาด้วยเหมือนกัน เมื่อมีข้อมูลสเปคของ 5515 รุ่นใหม่หลุดขึ้น 3DMark ว่า DELL เองก็เลือกเอาซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่มาใส่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นสุดคุ้มของตัวเองเหมือนกัน คาดว่าเป็นรุ่นที่ทำมาขายควบคู่กับ DELL G15 ที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดจีนไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมนี้

dell g15 5515

สเปคของ DELL G15 5515 ที่หลุดขึ้น 3DMark

g15.0

สำหรับข่าวหลุดนี้มาจากทวิตเตอร์ของนักปล่อยข่าว @_rogame ว่าตอนนี้ DELL กำลังพัฒนาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คซีพียู AMD Ryzen อยู่ ซึ่งชื่อรุ่น G15 5515 นั้นอาจจะเป็นชื่อของ Mainboard ในตัวโน๊ตบุ๊คซึ่งคาดว่า DELL จะใช้ชื่อรุ่นนี้ทำตลาดด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องสเปคถือว่าแรงไม่แพ้กับแบรนด์คู่แข่งเลย ซึ่งสเปคมีดังนี้

  • ซีพียู AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4 GHz TDP 45W สถาปัตยกรรม AMD Zen 3
  • การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon RX Vega 8 มี Compute Core (CUs) 8 CUs
  • การ์ดจอ NVIDIA GEFORCE RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ความเร็วการ์ดจอ 1,387 MHz ความเร็วแรม 1,750 MHz ไดรเวอร์การ์ดจอยังเป็นรุ่นทดสอบอยู่
  • แรม 16GB DDR4 ยังไม่ทราบบัสของแรมว่าอยู่ที่กี่ MHz แต่ผู้เขียนคาดว่าอยู่ที่ 3200 MHz
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD NVMe รุ่น WD SN730 ความจุ 1TB เป็น PCIe 3.0×4 ความเร็ว Read 3,400MB/s ความเร็ว Write 3,100 MB/s ค่า IOPS Read 550K Write 550K ความทนทาน 400TBW ถือว่าสเปคอยู่ในระดับดีทีเดียว
  • ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit) มาในเครื่องแล้ว

สำหรับสเปคนี้คาดว่าเป็นสเปคตัวเริ่มต้นและ DELL อาจจะมีรุ่นย่อยติดตั้งการ์ดจอ GEFORCE RTX 3070 มาให้ และคาดว่า DELL อาจจะเผยข้อมูลโดยละเอียดเพิ่มเติมในช่วงสิ้นเดือนนี้ และจากข่าวนี้จะเห็นว่าซีพียู AMD Ryzen นั้นมาแรงน่าใช้งานทีเดียว จนทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตหลายรายเลือกใช้งานกัน ส่วนผู้ใช้ที่สนใจเรื่องประสิทธิภาพของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจาก DELL ว่ามีประสิทธิภาพดีระดับไหนบ้าง สามารถอ่านรีวิวรุ่นก่อนหน้าอย่าง DELL G5 15 5590 ที่ทางเว็บไซต์เคยเผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ได้เลย

ที่มา : Notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/585929-dell-g15-5515-leaked-5800h-rtx-3060

Webinar : เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อหน่วยงานรัฐอัจฉริยะ โดย Dell Technologies : 2 เม.ย. 64

Digital Transformation กับภาครัฐ ในโลกแห่งยุคที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อการขับเคลื่อน เพื่อปฏิรูปการทำงาน และนำไปสู่ Digital Innovation เพื่อยกระดับการบริการและพร้อมก้าวสู่ Intelligent Government อย่างเต็มรูปแบบนั้นควรต้องมียุทธศาสตร์ที่ดี รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีที่ยืดหยุ่น รองรับการขยายงานทั้งในอนาคตและการทำงานในยุค Digital Transformation ได้อย่างแท้จริง การทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาก็เป็นอีกเรื่องสำคัญสำหรับหน่วยงานภาครัฐยุคดิจิทัลที่ต้องเร่งให้มีความพร้อมเพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการและสร้างความเป็นเลิศ

ในการนี้ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ขอเชิญท่านร่วมอัพเดททิศทางและแนวคิดใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยียุค 2021 ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสนับสนุนการทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาสำหรับภาครัฐในยุค Intelligent Government ในวันศุกร์ที่ 2 เมษายน 2564 เวลา 9.00 – 12.00 น. 

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ ผู้วางแผนกลยุทธ์ด้านไอทีสำหรับองค์กร ผู้บริหารสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ที่มีส่วนในการเขียนแผนแม่บท ทีมงานไอทีโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน Notebook, Desktop, Workstation, Security, Client Solution

คลิกลงทะเบียนได้ที่นี่ https://bit.ly/3snB2wE

กำหนดการดังนี้

09:00 – 09:45 hrs. Innovative Technology เพื่อความสำเร็จแบบก้าวกระโดดในการทำ Digital Transformation

พบกับนวัตกรรมด้านคอมพิวเตอร์ล่าสุดทั้ง PC, AIO, Notebook ที่จะช่วยให้องค์กรยุค Digital Transformation ก้าวสู่ Intelligent Government ได้อย่างมั่นใจ ทั้งประหยัดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี AI และ Software Dell Optimizer  พร้อมข้อคิดเรื่องหลักการเลือกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่จะนำมาใช้ปรับโฉมองค์กรเพื่อพลิกสู่ Intelligent Government ได้สำเร็จอย่างรวดเร็ว

ดร. คเณศณัฏฐ์  ชยามรฉัตรคุปต์, Dell Senior Client Technologist, Dell Technologies

09:50 – 10:25 hrs. Dell Unified Workspace กับประสิทธิภาพการทำงานมิติใหม่ในยุค Intelligent Government

Dell Unified Workspace ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการเครื่องเป็นไปได้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้นไม่ว่าจะในเรื่องการติดตั้ง การส่งมอบเครื่อง การจัดการด้านความปลอดภัย การบริหารจัดการเครื่องที่ไม่ได้อยู่ในองค์กรและการแก้ไขเมื่อเครื่องมีปัญหา รวมทั้ง เพิ่มทางเลือกด้วย Dell Hybrid Client ที่จะทำให้การใช้ทรัพยากรของท่าน มีประสิทธิผลอย่างสูงสุด

กิตติคุณ ดอนศรีแก้ว, Client Solutions Technologist, Senior Principal Engineer, Dell Technologies

10:30 – 11:05 hrs. Intelligent Devices for Intelligent Government 

ในการทำงานเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีนั้น เครื่องมือการทำงานที่ชาญฉลาด และเอื้อให้ทำงานได้สะดวกและง่ายนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มักจะถูกมองข้ามไป ในหัวข้อนี้ท่านจะได้รับการอัพเดทในเรื่องอุปกรณ์เครื่องมือด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่จะช่วยให้การทำงานสัมฤทธิ์ผลพร้อมประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างงายดาย

อรรถพล เสงี่ยม Account Executive 3, Business Development – Sales Dell Technologies Display and Client Peripheral

11:10 – 11:40 hrs. ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านประสิทธิภาพบนโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 11

โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7-1185G7 เจนเนอเรชั่น 11 พร้อมกราฟิก Intel® Iris® Xe เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 11 ใหม่และเป็นโปรเซสเซอร์ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับแล็ปท็อปที่บางและเบา โปรเซสเซอร์นี้มอบประสิทธิภาพที่เหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ทุกรุ่นด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำทุกด้านที่สำคัญกับคุณ โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 11 มาพร้อมประสิทธิภาพ CPU ระดับชั้นนำในอุตสาหกรรม กราฟิกที่สมจริง การเร่งความเร็ว AI ที่น่าทึ่ง และการเชื่อมต่อแบบใช้สายและไร้สายที่ดีที่สุดในรุ่น ช่วยให้คุณเน้นเป้าหมาย สร้างงานและยกระดับมาตรฐานใหม่

ศิริศักดิ์  ทั่งทอง, Industry Technical Specialist | APJ Territory – Intel Corporation, Intel

11:40 – 11:45 hrs. สรุป  / ถาม-ตอบ

คลิกลงทะเบียนได้ที่นี่ https://bit.ly/3snB2wE

from:https://www.enterpriseitpro.net/webinar-dell-technologies/

Commart Crazy Offer 2021 DELL โปรเด็ดมากมายพร้อมของแถม DELL จัดเต็ม ได้เกม Cyberpunk 2077 ด้วย

ในงาน COMMART Crazy Offer ปี 2021 ที่ไบเทคบางนาปีนี้ ระหว่างวันที่ 25-28 มีนาคม ทาง DELL ก็มีโน๊ตบุ๊คหลากหลายรุ่นหลายซีรี่ส์มาให้เลือกซื้อกันผ่านทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอย่าง JIB, Advice, BaNANA มาให้เลือกซื้อกันอย่างจุใจ นอกจากนี้เรายังต่อรองราคาขอส่วนลดก่อนซื้อจากทางหน้าร้านได้พร้อมรับของแถมต่าง ๆ กลับไปได้มากมาย

ในปีนี้งาน ในงาน COMMART Crazy Offer จะมีส่วนลดพิเศษเมื่อสั่งสินค้าผ่านทาง Shopee จะลดราคาให้ 2,000 บาท ส่วน Lazada จะลดให้อีก 1,600 บาท และถ้าซื้อเป็นซีพียู Intel ก็จะได้รับของสมนาคุณเพิ่มอีกด้วย นอกจากนี้ยังผ่อน 0% 10 เดือนหรือจะจบด้วยเงินสดก็ทำได้ตามสะดวกเช่นกัน นอกจากนี้ทาง DELL ยังมีโปรโมชั่นรวมของแถมเฉพาะรุ่นให้อีกด้วย

Commart Crazy Offer

ด้านของรุ่นน่าสนใจในงานCOMMART Crazy Offer มีให้เลือกมากมายรวมทั้งติดตั้งซีพียูรุ่นใหม่จากทาง Intel และ AMD มาให้เลือกซื้อกันทั้ง Intel รุ่นใหม่ ๆ และ AMD Ryzen 5 และ 7 ซึ่งแรงและตอบโจทย์การใช้งานทั้งผู้ใช้ทั่วไปที่เน้นการทำงานออฟฟิศหรือแม้แต่เกมมิ่งก็มีให้เลือกเช่นกัน

สำหรับซีรี่ส์ที่มีในงานก็มีตั้งแต่ Inspiron สำหรับผู้ใช้ทั่วไป, XPS ที่บางเบาหรูหราแข็งแรง, Latitude และ Vostro สำหรับคนทำงานองค์กรต่าง ๆ พร้อมสเปคตอบโจทย์การทำงานของทุกคนหรือแม้แต่ DELL G Series หรือ DELL Alienware ที่เน้นเกมเมอร์ก็มีให้เลือกด้วย โดยจะมีรุ่นไหนน่าสนใจที่เราเลือกมาให้ชมกันบ้าง สามารถเลือกดูได้ในบทความนี้เลย

Commart Crazy Offer นี้มี DELL รุ่นไหนน่าซื้อบ้าง?

ในบทความไกด์ไลน์เลือกซื้อโน๊ตบุ๊ค DELL นี้ก็สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้เช่นเดียวกับแบรนด์อื่น ๆ คือสายสำหรับคนทำงานและเกมเมอร์ ระดับราคาตั้งแต่หมื่นต้น ๆ ไปจนหลักแสนบาทก็มีให้เลือกซื้อกันตามความต้องการเลย ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกกลุ่มโน๊ตบุ๊คได้ตามการใช้งานได้ที่หัวข้อข้างล่างนี้เลย

DELL สำหรับคนทำงานพร้อมโปรฯ จาก Commart Crazy Offer

DELL Inspiron Series

COMMART Crazy Offer

พูดถึง DELL Inspiron Series เมื่อไหร่ ก็ต้องคิดถึงโน๊ตบุ๊คทำงานสเปคคุ้มค่าและฟีเจอร์ครบเครื่องสำหรับผู้ใช้ทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศหรือนักเรียนนักศึกษาที่หาโน๊ตบุ๊คเอาไว้พกไปเรียนสักเครื่องหนึ่ง เน้นความทนทานและประกัน On-site service ที่เข้าไปให้บริการถึงหน้างานเพียงแค่โทรไปหาเท่านั้น และปัจจุบัน Inspiron Series บางรุ่นก็มีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือปลดล็อคตัวเครื่องมาให้แล้ว รวมทั้งใช้ซีพียู AMD, Intel รุ่นใหม่ ๆ ประสิทธิภาพดี ช่วยให้ประมวลผลการทำงานให้เสร็จได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

สำหรับ Inspiron จะมีสามระดับคือรุ่นเริ่มต้น 3000 Series จอ 15.6″ มี Numpad ติดตั้งมาด้วย ช่วยให้กรอกตัวเลขและทำงานสะดวกขึ้น, 5000 Series ที่มีจอตั้งแต่ 13-15″ และรุ่นพับหน้าจอกลับ 360 องศาและรุ่นใหญ่สุดอย่าง 7000 Series มาให้เลือกพร้อมวัสดุประกอบตัวเครื่องแข็งแรงแต่บางเบาให้เลือกซื้ออีกด้วย

IMG 20210325 103031

นอกจากโปรฯ ส่วนลด Shopee, Lazada กับของแถมจากทาง Intel แล้ว Inspiron ทั้ง 3 ซีรี่ส์จะมีของแถมเฉพาะจาก DELL อีกด้วย โดยมีรายละเอียดและรุ่นที่แนะนำในงาน COMMART Crazy Offer ดังนี้

Inspiron 3000 series
  • DELL Inspiron 3501 Black-W566154465THW10 : Intel Core i5-1135G7 / GEFORCE MX330 / RAM 8GB DDR4 บัส 2666 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 23,400 บาท 
  • DELL Inspiron 3501 Green-W56615304THW10 : Intel Core i7-1165G7 / GEFORCE MX330 / RAM 8GB DDR4 บัส 2666 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 25,490 บาท
  • DELL Inspiron 3505-W566155260ATHW10 green : AMD Ryzen 3 3250U / Radeon RX Vega 3 / RAM 8GB DDR4 บัส 2400 MHz / M.2 SSD 256GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 14,990 บาท 
  • DELL Inspiron 3505-W566155229ATHW10 : AMD Ryzen 5 3500U / Radeon RX Vega 8 / RAM 8GB DDR4 บัส 2400 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 17,490 บาท 
  • DELL Inspiron 3505-W566155106ATHW10 green : AMD Ryzen 7 3700U / Radeon RX Vega 10 / RAM 8GB DDR4 บัส 2400 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 19,990 บาท

 

Dell Inspiron 5000 Series

DELL Inspiron 5000 Series รุ่นที่ร่วมรายการ เมื่อสั่งซื้อจะได้รับ DELL T-shirt หนึ่งตัว ส่วนรุ่นแนะนำมีดังนี้

Inspiron 5000 series
  • DELL Inspiron 5490-W56605327PTHW10 Purple : Intel Core i5-10210U / GEFORCE MX230 / RAM 8GB DDR4 บัส 2666 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 14″ พาเนล TN ความละเอียด Full HD / ราคา 18,890 บาท
  • DELL Inspiron 13 5391-W566051012PTHW10 Purple : Intel Core i5-10210U / GEFORCE MX250 / RAM 8GB DDR3L บัส 2133 MHz (Onboard) / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 13.3″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 20,800 บาท
  • DELL Inspiron 5490-W56605325THW10 Purple : Intel Core i7-10510U / GEFORCE MX230 / RAM 8GB DDR4 บัส 2666 MHz (Onboard) / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 14″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 28,490 บาท

Dell Inspiron 7000 Series

DELL Inspiron 7000 Series เมื่อสั่งซื้อรุ่นที่ร่วมรายการจะแถม DELL Digital Tumbler หนึ่งกระบอก ส่วนรุ่นแนะนำจะมีดังนี้

Inspiron 7000 series
  • DELL Inspiron 7400-W567154106THW10 : Intel Core i5-1135G7 / GEFORCE MX330 / RAM 8GB DDR4 บัส 4267 MHz (Onboard) / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 14.5″ พาเนล IPS ความละเอียด QHD+ (2560×1600 พิกเซล) 100% sRGB / ราคา 35,990 บาท
  • DELL Inspiron 7400-W567154107THW10 : Intel Core i7-1165G7 / GEFORCE MX350 / RAM 16GB DDR4 บัส 4267 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 14.5″ พาเนล IPS ความละเอียด QHD+ (2560×1600 พิกเซล) 100% sRGB / ราคา 42,400 บาท
DELL XPS Series

dell

สำหรับสายทำงานที่อยากได้โน๊ตบุ๊คเน้นความพรีเมี่ยมจาก DELL ในงาน COMMART Crazy Offer กลับบ้านล่ะก็มีแต่ DELL XPS ที่ทั้งบางเบาและใช้วัสดุตัวเครื่องเป็นคาร์บอนไฟเบอร์เท่านั้นถึงจะตอบโจทย์นี้ได้ โดยจุดเด่นหลักของ XPS คือเป็นโน๊ตบุ๊คที่เป็นกลุ่ม Intel EVO เน้นพกพาสะดวก เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทำงานได้ดี แบตเตอรี่อยู่นานหายห่วง

นอกจากนี้หน้าจอยังมีความแม่นยำสี 100% Adobe RGB อีกด้วย ดังนั้นถ้าเราทำงานด้านสีสันหรือเป็น AE สายงานครีเอทีฟที่ติดต่อลูกค้าบ่อย ๆ ก็พูดได้เต็มปากว่าหน้าจอโน๊ตบุ๊คของเราสีสันเที่ยงตรงมั่นใจได้ และตัวเครื่องยังพับจอกลับ 360 องศาได้อีกด้วย

Dell XPS 13
Dell XPS 15
Dell XPS 17

ในงาน COMMART Crazy Offer นี้ DELL XPS Series ทั้งรุ่น XPS 13, XPS 15, XPS 17 จะได้รับของสมนาคุณจากทาง DELL เป็นพิเศษสองอย่างทีเดียว ได้แก่ Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาทกับแก้ว Bodum Tumbler อีกหนึ่งใบด้วย โดยรุ่นแนะนำในงาน COMMART Crazy Offer มีดังนี้

  • DELL XPS 13 9300-W5672400PTHW10 : Intel Core i5-1135G7 / Intel Iris Xe Graphics G7 / RAM 8GB DDR4 บัส 4267 MHz (On board) / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 13.4″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD+ (1920×1200 พิกเซล) / ราคา 56,690 บาท 
  • DELL XPS 13 9300-W5671500PTHW10 : Intel Core i7-1165G7 / Intel Iris Xe Graphics G7 / RAM 16GB DDR4 บัส 4267 MHz (On board) / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 13.4″ พาเนล IPS ความละเอียด 4K (3840×2400 พิกเซล) / ราคา 72,590 บาท 
  • DELL XPS 15 9500-W5671400THW10 : Intel Core i7-10750H / GEFORCE GTX 1650 Ti แรม 4GB GDDR6 / RAM 16GB DDR4 บัส 2933 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD+ (1920×1200 พิกเซล) / ราคา 69,990 บาท 
  • DELL XPS 17 9700-W5671300THW10 : Intel Core i7-10750H / GEFORCE GTX 1650 Ti Max-Q แรม 4GB GDDR6 / RAM 16GB DDR4 บัส 2933 MHz / M.2 SSD 1TB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอสัมผัส 17″ พาเนล IPS ความละเอียด UHD+ (3840×2400 พิกเซล) / ราคา 99,990 บาท 

DELL สำหรับเกมเมอร์พร้อมโปรฯ จาก Commart Crazy Offer

DELL G Series

IMG 20210325 101456

เกมเมอร์ที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบรนด์ DELL นั้นก็มีสาย G Series ให้เลือกซื้อในงาน COMMART Crazy Offer เช่นกัน ด้วยสเปคระดับที่แรงไว้ใจได้และมีโปรแกรม Alienware Command Center เอาไว้ปรับให้ตัวเครื่องเน้นประสิทธิภาพตอนเล่นเกมให้มากขึ้น ระบายอากาศได้ดีแถมดีไซน์ดูสวยได้เอกลักษณ์ไม่แพ้ตัวแรงอย่าง Alienware อีกด้วย

Dell G Series

สำหรับ DELL G Series ในงานนี้นอกจากโปรฯ หลักและการผ่อนชำระด้วยบัตรเครดิตแล้ว ลูกค้าที่ซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ DELL รุ่นที่ร่วมรายการจะได้รับ Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท และ DELL Gaming Hoodie Jacket ไปด้วย ส่วนรุ่นแนะนำในงาน COMMART Crazy Offer มีดังนี้

IMG 20210325 101511

  • DELL G3 15 3500-W56637200THW10 Black : Intel Core i7-10750H / GEFORCE GTX 1660 Ti แรม 6GB GDDR6 / RAM 16GB DDR4 บัส 2933 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) Refresh Rate 120 Hz / ราคา 35,400 บาท (BaNANA)
  • DELL G5 15 5500-W56652600THW10 : Intel Core i7-10750H / GEFORCE RTX 2060 แรม 6GB GDDR6 / RAM 16GB DDR4 บัส 2933 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) Refresh Rate 144 Hz / ราคา 43,990 บาท (BaNANA)
  • DELL G5 15 5500-W56656500THW10 : Intel Core i7-10750H / GEFORCE RTX 2070 แรม 8GB GDDR6 / RAM 16GB DDR4 บัส 2933 MHz / M.2 SSD 1TB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) Refresh Rate 300 Hz / ราคา 49,190 บาท (Advice)
  • DELL G5 15 SE-W56656100ATHW10 : AMD Ryzen 7 4800H / Radeon RX 5600M แรม 6GB GDDR6 / RAM 8GB DDR4 บัส 3200 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD Refresh Rate 120 Hz / ราคา 33,900 บาท (BaNANA)
DELL Alienware Series

alienware

ถ้าเน้นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ต้องแรง งบประมาณไม่จำกัดยังไงก็ต้อง DELL Alienware ที่สเปคแรงระดับแทนเกมมิ่งพีซีได้ทั้งเครื่อง (Desktop Replacement) ได้เลย ซึ่งความแพงนั้นมีเทคโนโลยีอัดแน่นมาทั้งระบบระบายความร้อนออกแบบพิเศษพร้อมท่อนำความร้อนขนาดใหญ่, ตัวเรียงไฟฟ้าในเครื่องคุณภาพสูงพิเศษเพื่อให้การ์ดจอและซีพียูทำงานได้เต็มที่, หน้าจอ Refresh Rate สูง พร้อม Eye tracking ให้เราสามารถเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น, Alienware Command Center ที่ปรับแต่งโน๊ตบุ๊คได้ทั้งเครื่องตั้งแต่สีสันไปจน Overclock เครื่องให้แรงยิ่งขึ้นและพอร์ตระดับครบครันเหลือใช้ จะเอาไว้เล่นเกมหรือไลฟ์เกมก็ทำได้สบาย ๆ จัดเป็นฟีเจอร์เด็ดของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คซีรี่ส์นี้

Dell Alienware Laptop

สำหรับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงสุดของ DELL นอกจากโปรฯ หลักแล้ว DELL ก็มีของแถมระดับจัดหนักมากให้หลายรายการทีเดียว ได้แก่

  • Gift voucher มูลค่า 1,000 บาท
  • Alienware Jacket x 1 ตัว
  • Alienware Box Set x 1 ชุด
  • Alienware Cap & Pillow x 1 ชุด
  • เกม Cyberpunk 2077 พร้อมแผ่นรองเมาส์ลาย Cyberpunk 2077 x 1 เซ็ต

IMG 20210325 101618

ส่วน Alienware รุ่นแนะนำที่ควรหาซื้อในงาน COMMART Crazy Offer จะมี 4 รุ่นด้วยกันและเป็นสเปคระดับดีมาก สามารถเล่นได้ทุกเกมโดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  • DELL Alienware m15 R3-WW56911001THW10 : Intel Core i7-10750H / GEFORCE RTX 2070 แรม 8GB GDDR6 / RAM 16GB DDR4 บัส 2666 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) Refresh Rate 144 Hz / ราคา 78,990 บาท 
  • DELL Alienware Area-51m R2-W56917001THW10 : Intel Core i7-10700K / GEFORCE RTX 2070 SUPER แรม 8GB GDDR6 / RAM 32GB DDR4 บัส 3200 MHz / M.2 SSD 1TB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 17.3″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) Refresh Rate 144 Hz / ราคา 101,900 บาท 
  • DELL Alienware Area-51m R2-W56917002THW10 : Intel Core i9-10900K / GEFORCE RTX 2080 SUPER แรม 8GB GDDR6 / RAM 32GB DDR4 บัส 3200 MHz / M.2 SSD 1TB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 17.3″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) Refresh Rate 144 Hz / ราคา 139,900 บาท 
  • DELL Alienware m15 R3-W56911003THW10 : Intel Core i9-10980HK / GEFORCE RTX 2080 SUPER Max-Q แรม 8GB GDDR6 / RAM 32GB DDR4 บัส 2666 MHz / M.2 SSD 1TB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) Refresh Rate 300 Hz / ราคา 126,290 บาท

Dell XPS 8940 Desktop
Dell G5 5000 Tower
Dell Alienware Aurora

นอกจากโน๊ตบุ๊คแล้ว ทาง DELL ก็มีโปรโมชั่นสำหรับคนที่อยากได้พีซีทำงานหรือเล่นเกมก็มีให้เลือกซื้อพร้อมโปรโมชั่นและของแถมมากมาย ซึ่งจะขอรวมรายละเอียดของแถมพิเศษจาก DELL ในงาน COMMART Crazy Offer เอาไว้ให้ผู้ใช้ที่สนใจในส่วนนี้

  • DELL XPS 8940 Desktop : ได้ Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท และ Bodum Tumbler x 1 กระบอก
  • DELL G5 5000 Tower : ได้ Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท และ DELL Gaming Hoddie Jacket x 1 ตัว
  • DELL Alienware Aurora Desktop : ได้ Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท, Alienware Jacket x 1 ตัว, Alienware Box Set x 1 ชุด, Alienware Cap & Pillow x 1 ชุด, เกมและแผ่นรองเมาส์ Cyberpunk 2077 x 1 ชุด

Dell Monitor
Alienware Gaming Monitor
Dell All in one Inspiron 5400

ส่วนจอคอมพิวเตอร์และพีซี All-In-One ของ DELL จะได้รับของสมนาคุณดังนี้

  • DELL All-In-One Inspiron 5400 : ได้รับร่ม DELL Unbrella x 1 คัน
  • DELL Monitor : ได้เสื้อโปโล Polo DELL Monitor x 1 ตัว
  • DELL Alienware Gaming Monitor : ได้เสื้อ Alienware Hoodie Jacket x 1 ตัว, Gift Voucher 1,000 บาท

จัดว่า DELL เองก็มีตัวเลือกเด็ด ๆ ให้ซื้อไปใช้หลากหลายตั้งแต่โน๊ตบุ๊คทำงาน, เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปคคุ้มค่าราคาเข้าถึงง่ายไปจนตัวแรงอย่าง Alienware รวมไปถึงพีซีและหน้าจอคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว ดังนั้นถ้าใครมองหาโน๊ตบุ๊คและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชุดใหม่เอาไว้ใช้งานสักเครื่องก็แนะนำให้เติม DELL เอาไว้ในตัวเลือก นอกจากจะได้ของแถมจัดเต็มแล้วก็ยังได้โน๊ตบุ๊คคุณภาพดีกลับไปใช้งานอีกด้วย

from:https://notebookspec.com/web/584710-commart-crazy-offer-2021-dell-promotion

[Guest Post] รู้จัก Dell EMC PowerStore ออกแบบมาเพื่อทุก Workload ในยุค Data Era

Data-centric

  • รองรับทุก workload ในเครื่องเดียวไม่ว่าจะเป็น physical, virtual และ container-based apps และ databases
  • End-to-End NVMe เพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลและ response time
  • Scale up และ Scaleout เพิ่มประสิทธิภาพทั้งการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูล
  • Always-on Inline data reduction 4:1

ในปัจจุบันเป็นยุคของการบริหารจัดการข้อมูล ถ้าหากองค์กรต่าง ๆ ไม่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้งานควบคู่กับการจัดการข้อมูลที่เพิ่มขึ้นในทุกๆวัน อาจจะทำให้เกินความซับซ้อนในการบริหารจัดการ เพราะว่าในปัจจุบันมีวิธีการเก็บข้อมูลได้หลายหลายที่ไม่ว่าจะเป็น edge to core to cloud ทำให้หลายองค์กรเริ่มไม่เก็บข้อมูลแค่ที่เดียวเพื่อบริหารความเสี่ยง แต่เราจะบริหารจัดการข้อมูลที่อยู่หลายแหล่งได้  จึงเกิดความท้าทายในการจัดการข้อมูลของ IT ในยุคปัจจุบัน

แต่ในขณะเดียวกัน IT ก็ต้องการวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาให้สามารถจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น และรวดเร็วยิ่งขึ้น และสะดวกต่อการเชื่อมต่อกับ cloud หรือเป็นระบบ automated tasks หรือใช้ร่วมกับ management frameworks ด้วย Dell EMC PowerStore เป็น Storage ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ซึ่งออกแบบมาสำหรับการบริหารจัดการข้อมูลยุคใหม่

PowerStore X ออกแบบมาควบคู่กับ VMware ESXi สามารถเชื่อมต่อกับ external VM server

PowerStore T ออกแบบมาเป็น Unified storage รองรับทั้ง block, files และ vVol

Any workload

PowerStore รองรับทั้ง block, files, and VMware vVols เทคโนโลยีล่าสุดระดับ enterprise-class รองรับtraditional และ modern workloads จาก Databases ถึง ERP และ EMR apps, cloud native application รองรับการเชื่อมต่อ multi-protocol และ multi-format storage (virtual volumes, containers, files) ในขนาด 2U Appliance เพื่อช่วยให้ IT สะดวกต่อการจัดการและรวบรวม workload ใน Datacenter

Autonomous appliance

PowerStore built-in เทคโนโลยี machine learning (ML) ช่วยประหยัดขั้นตอนการตัดสินใจของมนุษย์ เช่น initial volume, migrations, load balancing ทุกๆขั้นตอนถูกจัดการโดย PowerStore onboard machine learning (ML) engine ช่วยในการบริหารจัดการและ fine-tunes cluster เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช่จ่ายในองค์กร

Flexible architecture

PowerStoreOS ออกแบบมาเพื่อ Container-based รองรับการทำ Fault tolerance และ security โดยแยกออกจาก OS ทั่วไปเหมือนกับ microservices สามารถเปิด service และสามารถโยกย้ายได้อย่างรวดเร็ว IT สามารถเลือกที่จะ deploy PowerStoreOS และ configuration ต่างๆไปยัง PowerStore Hardware หรือ virtual machine (VM) ที่ทำงานอยู่บน PowerStore ที่ built-in  VMware Hypervisor ได้

เมื่อ PowerStoreOS ได้ทำงานบน VM, IT สามารถ access Hypervisor เพื่อ deploy application ที่ appliance ได้โดยตรง และยังสามารถควบคุมและทำงานโดยใช้ VMware tools จาก host ภายนอกได้ความสามารถนี่ชื่อว่า AppON เป็นความสามารถที่ใช้ควบคุม Data และ Workload จำนวนมายที่ Core และ Datacenter เพื่อให้ยืดหยุ่นต่อการใช้งานและง่ายต่อการบริหารจัดการ ยกตัวอย่างเช่น “infrastructure application และ anti-virus หรือ monitoring software.

จากการพัฒนาร่วมกันของ Dell EMC และ VMware ทำให้ PowerStore สามารถย้าย services ระหว่าง PowerStore Cluster หรือ VMware cluster ผ่าน VMware vMotion และ Storage vMotion เพียงใช้  PowerStore ทำให้สามารถ deployed application ต่างบน server network, hyperconverged infrastructure หรือบน PowerStore applicance โดยตรงและสามารถ migrated data ระหว่าง PowerStore Cluster และ VMware

สนใจข้อมูลผลิตภัณฑ์ Dell EMC เพิ่มเติมติดต่อได้ที่ DellEMC@vstecs.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-dell-emc-powerstore-any-workload-data-era/

รีวิว DELL G5 15 SE โน๊ตบุ๊คดีไซน์เรียบแต่แรงเหลือด้วย Ryzen 7 และ Radeon RX 5600M

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจาก DELL นั้นเชื่อว่าใครก็นึกถึง Alienware ขึ้นมาก่อนเป็นชื่อแรก แต่จริง ๆ แล้วก็มี DELL G5 15 SE เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นราคาสมเหตุผลอีกซีรี่ส์ให้ผู้ใช้ได้เลือกซื้อไปใช้งานเช่นกัน ด้วยราคาสามหมื่นกว่าบาทก็สามารถเป็นเจ้าของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงจาก DELL ได้แล้ว

โดยเฉพาะรุ่น G5 15 SE เครื่องนี้ที่มีตัวอักษร SE (Special Edition) ตามหลังมา เป็นตัวบ่งบอกความเป็นรุ่นพิเศษที่ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2 GHz กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M แรม 6GB GDDR6 มาใช้งานได้เช่นกัน ซึ่งประสิทธิภาพนั้นแรงหายห่วงและสามารถเปิดกราฟฟิคในเกมในระดับสูงพร้อมกับสตรีมเกมไปด้วยก็ทำได้อย่างแน่นอน

DELL G5 15 SE

นอกจากเล่นเกมแล้ว คนที่สนใจจะเอา DELL G5 15 SE ไปทำงานหนัก เช่น ตัดต่อวิดีโอหรือกราฟฟิคสามมิติซึ่งต้องการโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูง ก็ทำได้อย่างดีและคาดหวังประสิทธิภาพจากเครื่องนี้ได้ด้วย เพราะซีพียู AMD Ryzen 7 4800H และการ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M นั้นสามารถเรนเดอร์ไฟล์วิดีโอความละเอียด 4K ออกมาได้อย่างราบลื่นไม่แพ้กับพีซีประสิทธิภาพสูงหลาย ๆ รุ่นอย่างแน่นอน

NBS Verdict

Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 4

DELL G5 15 SE นั้นจัดเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงที่ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 4800H และการ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M มาให้พร้อมกับ SSD ความจุ 512GB ทำให้การประมวลผลทั้งเกมและโปรแกรมต่าง ๆ ทำออกมาได้อย่างดี สามารถใช้งานเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องหลักได้เลยไม่ว่าจะเล่นเกมหรือเอาไว้ทำงานก็ได้และมีระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit) ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานทันที ดังนั้นเราสามารถเปิดเครื่องขึ้นมาแล้วตั้งค่าเพียงเล็กน้อยก็สามารถลงโปรแกรมมาใช้งานได้ทันที

โดยเฉพาะเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมและอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในแบรนด์ DELL แล้ว DELL G5 15 SE  การ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M นั้นจัดว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถเล่นเกมระดับ AAA และปรับกราฟฟิคระดับสูงให้กราฟฟิคในเกมแสดงผลได้อย่างสวยงาม รวมทั้งหน้าจอ 15.6 นิ้ว Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz สามารถแสดงผลได้ลื่นไหลไม่เกิดอาการภาพฉีกหรือหน่วงเลย ยิ่งเห็นชัดเมื่อเล่นเกมแนว FPS แล้วต้องเลื่อนเมาส์ตามศัตรู หน้าจอจะแสดงภาพได้ต่อเนื่องจึงเหมาะกับการเล่นเกมมาก

Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 5

อย่างไรก็ตาม DELL G5 15 SE เครื่องนี้มีจุดสังเกต 3 จุด คือ อุณหภูมิของตัวเครื่องเวลาใช้โปรแกรมใหญ่ ๆ เช่น ตอนสั่งเรนเดอร์คลิปวิดีโอความละเอียด 4K ไฟล์แบบ H.264 ด้วย Adobe Premier แล้ว ตัวเครื่องจะร้อนขึ้นมาแต่เมื่อทำงานเสร็จแล้วก็ระบายความร้อนกลับมาเย็นตามปกติได้เร็วเช่นกัน ส่วนเวลาเล่นเกมก็จะมีเสียงพัดลมดังตามปกติของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่น

สอง คือพอร์ต USB 2.0 Type-A จำนวน 2 ช่อง ซึ่ง DELL ควรเปลี่ยนมาติดตั้ง USB 3.0 Type-A เป็นพอร์ตพื้นฐานได้แล้ว เพราะถ้ามีอุปกรณ์เสริมที่มีมาตรฐานการรับส่งข้อมูลเร็วกว่า USB 2.0 ก็จะทำงานได้ช้า แม้จะมีพอร์ต USB 3.0 Type-A กับ USB-C ตรงฝั่งซ้ายอย่างละพอร์ตก็ดูจะน้อยไปบ้าง

จุดสังเกตสุดท้ายคือเรื่อง RAM และ SSD ซึ่ง RAM มีเพียง 8GB (4×2) DDR4 บัส 3200 MHz แม้จะใช้เปิดเกมและทำงานได้แต่ในปัจจุบันนี้ถือว่าค่อนข้างน้อย ดังนั้นขอแนะนำให้เปลี่ยนเป็นแรม 16GB (8×2) DDR4 บัส 3200 จะดีที่สุด ส่วนของ SSD เป็นของ SK Hynix BC511 ความจุ 512GB แม้จะอ่านข้อมูลใน SSD ได้เร็วไล่เลี่ยกับ NVMe ตัวอื่นก็ตามแต่ความเร็วเขียนเพียง 1,000 MB/s นั้นจัดว่าค่อนข้างน้อย ซึ่งผู้เขียนอาจจะแนะนำให้โคลน Windows 10 ในเครื่องไปอยู่ใน SSD รุ่นประสิทธิภาพสูงกว่านี้แล้วเอา SK Hynix รุ่นนี้มาใส่กล่อง External SSD หรือเพิ่ม 2.5″ SSD เข้าไปในช่องเสริมเพื่อเพิ่มความจุและกระจายการใช้พื้นที่ออกมาใน SSD ลูกเสริมแทน จะได้ไม่ต้องทิ้งภาระทั้งหมดเอาไว้กับ NVMe อย่างเดียว

จุดเด่น

  • ซีพียู AMD Ryzen 7 4800H ใช้เล่นเกมและทำงานได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพสูงมาก
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M แรม 6GB GDDR6 สามารถเปิดกราฟฟิคในเกมระดับสูงแล้วได้เฟรมเรทเฉลี่ยเกิน 60fps จึงเล่นเกมได้สนุก เอามาทำงานก็สามารถเรนเดอร์เสร็จได้เร็ว
  • หน้าจอ Anti-Glare ขนาด 15.6 นิ้ว Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS Refresh Rate 120Hz แสดงผลได้ดีและลื่นไหล เหมาะกับการเล่นเกมและไม่มีปัญหาแสงสะท้อนด้วย
  • ติดตั้งพอร์ต MiniDisplayPort, USB-C DisplayPort (Alt-Mode) และ HDMI รวมแล้วสามารถต่อจอเสริมได้ถึง 3 จอพร้อมกัน ทำให้มีพื้นที่ใช้งานบนหน้าจอมากขึ้น
  • มีโปรแกรม Alienware Command Center ติดตั้งมาให้ ซึ่งปกติอยู่ในโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง Alienware เท่านั้น ช่วยให้เครื่องจัดสรรทรัพยากรตอนเล่นเกมได้ดีขึ้น
  • ชิป Qulcomm QCA61x4A รองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac สามารถจับสัญญาณ Wi-Fi ได้ดีและเสถียรมาก
  • มี Windows 10 Home (64-bit) พร้อมใช้งานทันที
  • งานประกอบเรียบร้อยแข็งแรง ตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมและพลาสติกจับแล้วรู้สึกแข็งแรง
  • มีประกัน DELL Premium Support ให้บริการแบบ On-site Service นาน 2 ปี

ข้อสังเกต

  • มีพอร์ต USB 2.0 Type-A มา 2 พอร์ต ซึ่งควรติดตั้ง USB 3.0 Type-A มาเป็นมาตรฐานแล้ว
  • มีแรมเพียง 8GB (4×2) บัส 3200 MHz แม้จะพอใช้งานได้แต่ถ้าเปิดโปรแกรมกินทรัพยากรมากอาจไม่พอใช้ แนะนำให้อัพเกรดเป็น 16GB (8×2) DDR4
  • NVMe ของ SK Hynix มีค่าการ Write ค่อนข้างน้อย แนะนำให้เพิ่ม SATA III SSD เข้าไปเสริมเพื่อบันทึกไฟล์งานหรือเกมจะได้ไม่ต้องเซฟเข้าที่ตัว NVMe อย่างเดียว
  • ถ้าทำงานโปรแกรมใหญ่ ๆ ตัวเครื่องจะร้อนแต่ก็ระบายความร้อนได้เร็วเช่นกัน
  • ตัวเครื่องอย่างเดียวหนัก 2.5 กิโลกรัม รวมอะแดปเตอร์แล้วเป็น 2.8 กิโลกรัม ถือว่าหนักพอควร
Promotion with BaNANA

Dell Notebook Inspiron G5SE W56656100ATHW10 Silver content1

banana online dark

ในเมื่อ DELL G5 15 SE นั้นประสิทธิภาพดีโดดเด่นและมีระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit) มาให้พร้อมใช้งานแล้ว หากซื้อกับทางร้าน BaNANA แล้ว นอกจากจะได้ราคาตัวเครื่องถูกลงเหลือ 33,900 บาทแล้ว ยังได้รับสิทธิ์แลกซื้อ Microsoft 365 เอาไว้ใช้ทำงานเอกสารได้ ซึ่งจัดว่าคุ้มและจบในการสั่งซื้อเพียงรอบเดียว ดังนั้นถ้าใครตัดสินใจแล้วว่าจะซื้อ DELL G5 15 SE ไปใช้ ผู้เขียนก็ขอแนะนำให้เลือกซื้อกับร้าน BaNANA เพื่อรับสิทธิ์นี้ให้คุ้มค่าที่สุด

banana online dark

รับโปรโมชั่นซื้อ Microsoft 365 ลิ้งค์นี้

Performance / Software

cpuid cpu

ซีพียูใน DELL G5 15 SE เครื่องนี้เป็น AMD Ryzen 4 4800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.9-4.2 GHz มี L3 Cache 12MB สถาปัตยกรรม Zen 2 “Renoir” เป็นชิปที่ผลิตด้วยกระบวนการ 7 นาโนเมตร มีค่า TDP 45W ส่วนประสิทธิภาพตอนใช้ทำงานหรือเล่นเกมเรียกว่าแรงหายห่วง สามารถรันโปรแกรมกินทรัพยากรเครื่องหนัก ๆ หรือเล่นเกม AAA แต่ละเกมแบบปรับสุดได้สบาย ๆ 

cpuid ram size
cpuid ram bus

ในเครื่องติดตั้งแรมมาให้ 8GB (4GBx2) บัส 3200 MHz ซึ่งความจุระดับนี้สามารถใช้ทำงานทั่วไปรวมทั้งเล่นเกมได้แน่นอน แต่ถ้าใครต้องเปิดโปรแกรมมาทำงานหลาย ๆ โปรแกรมพร้อมกันก็ควรเพิ่มแรมเป็น 16GB (8GBx2) แทนจะดีกว่า ซึ่งตัวเครื่องมีช่องติดตั้งแรม SO-DIMM ในเครื่องได้ถึง 2 ช่อง ดังนั้นถ้าต้องการอัพเกรดก็จัดการเปิดฝาเครื่องแล้วเปลี่ยนแรมได้เลย

gpuz 1
gpuz sensor

การ์ดจอในเครื่องจะมีการ์ดจอสองตัวคือ AMD Radeon RX Graphics ในซีพียูและการ์ดจอแยก AMD Radeon RX 5600M แรม 6GB GDDR6 ไว้ใช้ตอนเรนเดอร์ไฟล์วิดีโอหรือทำงานสามมิติหนัก ๆ ก็ได้สบาย ๆ เทียบชั้นได้กับ GEFORCE RTX 2060 ดังนั้นถ้าเราเล่นเกมก็สามารถปรับกราฟฟิคในเกมระดับสูงแล้วเล่นโดยคาดหวังเฟรมเรทเกิน 60fps ได้ด้วย

cinebench r15

เมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม CINEBENCH R15 สำหรับวัดประสิทธิภาพการเรนเดอร์ CG สามมิติของซีพียูและการ์ดจอว่าสามารถทำงานได้ดีแค่ไหน โดยคะแนน OpenGL ได้ 105.06fps และ CPU 1628 cb จัดว่าอยู่ในระดับดี ถ้าใครจะหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ทำงานได้ด้วยก็ไว้ใจ DELL G5 15 SE เครื่องนี้ได้

cinebench r20

เมื่อทดสอบด้วย CINEBENCH R20 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นปรับปรุงของ CINEBENCH R15 โดยเน้นวัดประสิทธิภาพของซีพียูอย่างเดียว AMD Ryzen 7 4800H ทำคะแนน CPU ได้ 3686pts จัดว่าอยู่ในระดับดีทีเดียว ชี้ให้เห็นว่าซีพียู AMD รุ่นนี้สามารถทำงาน CG สามมิติได้ดีแน่นอน

crystal 2

NVMe ในเครื่องเป็น SK Hynix BC511 ความจุ 512GB เมื่อทดสอบด้วย CrystalDiskMark แล้วได้ความเร็วในการอ่าน 2,213 MB/s และเขียนที่ 1,080 MB/s ซึ่งถ้าเอามาใช้ทำงานทั่วไป, ตัดต่อวิดีโอและเล่นเกมบ้างก็ถือว่าใช้งานได้ดี แต่ส่วนตัวเห็นว่าถ้าจะซื้อ DELL G5 15 SE มาเล่นเกมอย่างเดียวขอแนะนำให้เปลี่ยนเป็น M.2 NVMe รุ่นอื่นแล้วเอา M.2 NVMe ตัวนี้เป็น External SSD แทนจะดีกว่า

3dmark

ส่วนการทดสอบการทำงานกับกราฟฟิคสามมิติและเกมด้วยโปรแกรม Benchmark อย่าง 3DMark Time Spy แล้ว ได้คะแนนรวมออกมา 5,302 คะแนน ถือว่าอยู่ในระดับที่สูง สามารถใช้ทำงานสามมิติต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีแน่นอน

pcmark 10

ส่วนการทดสอบด้วย PCMark 10 สำหรับเช็คประสิทธิภาพการทำงานกับโปรแกรมออฟฟิศแล้ว โดยโปรแกรมจะทดสอบการเปิดโปรแกรมออฟฟิศและเบราเซอร์ต่าง ๆ รวมทั้งการทำ Video Call ด้วย ได้ 5,171 คะแนน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับดี สามารถใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปได้สบาย ๆ

benchmark chart dell g5 15 se

ด้านการเล่นเกม DELL G5 15 SE ผู้เขียนได้จัดการอัพเดทไดรเวอร์ AMD Radeon เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้วตั้งค่ากราฟฟิคในเกมให้อยู่ระดับสูงสุดก่อนจะเริ่มทดสอบ ได้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจและสังเกตจะเห็นว่าเฟรมเรทเฉลี่ยของทุกเกมจะอยู่ระดับ 60fps ขึ้นไป จัดว่าการ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M แรมการ์ดจอ 6GB GDDDR6 มีประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ดีมาก

Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 19

นอกจากสเปคแรงแล้ว หน้าจอ 15.6 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) Refresh Rate 120 Hz ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหน้าจอค่ารีเฟรชเรทสูงจะทำให้ภาพบนหน้าจอมีความต่อเนื่องและลื่นไหลกว่าหน้าจอแบบ 60 Hz ในโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ติดตั้งการ์ดจอเกมมิ่งมาให้ ช่วยให้เกมเมอร์สามารถควบคุมและตัดสินใจในช็อตสำคัญได้ดีขึ้น

DSC00280 scaled e1616410223187

DSC00278
DSC00277

ตอนเล่นเกมออนไลน์อย่าง Apex Legend, DotA 2, Genshin Impact นั้น สามารถเปิดกราฟฟิคระดับสูงสุดแล้วเล่นได้เลย อย่าง Apex Legend นั้นให้โปรแกรมทดสอบเริ่มจับเฟรมเรทตั้งแต่เริ่มโดดลงจากยานเพื่อดูความสามารถในการเรนเดอร์ภาพพื้นที่กว้างและการเปลี่ยนฉากอย่างรวดเร็ว ได้เฟรมเรทเฉลี่ย 47 เฟรมต่อวินาที เมื่อลงพื้นแล้วเฟรมเรทก็ขึ้นไปสูงเกิน 60 เฟรมและเล่นได้เสถียรต่อเนื่องจนจบแมทช์ ด้าน Genshin Impact ก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน

DSC00281 scaled e1616410170573

DSC00283
DSC00284
DSC00285

Battlefield V, FarCry 5 นั้น DELL G5 15 SE ก็เล่นได้อย่างดี จะมีจุดสังเกตเล็กน้อยคือตอนการ์ดจอต้องเรนเดอร์ฉากระเบิดหรือฝุ่นหนัก ๆ เฟรมเรทอาจลดลงเล็กน้อยในช่วงสั้น ๆ แล้วกลับมาอยู่ระดับสูงเท่าเดิมทันที ส่วนเวลาเล่นในฉากตามปกติจัดว่าลื่นมากไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ด้าน Resident Evil 3 เมื่ออัพเดทไดรเวอร์ใหม่ของ AMD แล้วสามารถทำเฟรมเรทได้สูงมากจึงเล่นได้สบาย ๆ

DSC00290

DSC00291
DSC00292
DSC00295

ดังนั้นนอกจากจะทำงานหนัก ๆ แล้ว DELL G5 15 SE ก็เล่นเกมได้ดีเช่นกัน เรียกว่าถ้าซื้อเครื่องนี้ไปใช้เครื่องเดียวก็ตอบโจทย์ทั้งงานและความบันเทิงส่วนตัว นอกจากนี้ถ้าเกมเมอร์ต้องการซื้อเครื่องนี้ไปเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสำหรับไลฟ์เล่นเกมก็เหมาะสมเช่นกันเพราะประสิทธิภาพถือว่าแรงหายห่วง และเพราะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจึงไม่ต้องกังวลกับปัญหาหาซื้อการ์ดจอมาประกอบเกมมิ่งพีซีได้ยากหรือหาไม่ได้อีกด้วย

Video and Photo Editing with DELL G5 15 SE

render test config

การทดสอบเรนเดอร์งานของ DELL G5 15 SE นั้น ทางผู้เขียนใช้โปรแกรม Adobe Premier กับไฟล์วิดีโอความละเอียด 4K 29.97fps ความยาว 17 นาทีมาเป็นตัวทดสอบประสิทธิภาพการเรนเดอร์ว่าจะ Export ออกมาเป็นไฟล์วิดีโอ 4K H.264 เสร็จภายในกี่นาที

render timing

เมื่อทดสอบ Export แล้ว ตัวเครื่องใช้เวลาราว 15 นาทีก็สามารถเรนเดอร์ไฟล์จนเสร็จพร้อมใช้งานทันที ถือว่า DELL G5 15 SE ซีพียู AMD Ryzen 7 4800H การ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M แรม 6GB GDDR6 นั้นมีประสิทธิภาพในการทำงานตัดต่อวิดีโอเป็นอย่างดี แม้จะมีแรม 8GB ก็สามารถใช้งานได้

DSC00466

ดังนั้นถ้าต้องใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทำงานกับโปรแกรมที่กินทรัพยากรเครื่องมาก ๆ ก็สามารถเปิดใช้งานได้แล้วคาดหวังกับประสิทธิภาพได้เลย แต่ถ้าต้องการรันหลาย ๆ โปรแกรมพร้อมกันหรือจะอัพเกรดเผื่อเอาไว้ในอนาคตก็เพิ่มแรมเป็น 16GB DDR4 จะทำให้ DELL G5 15 SE ทำงานได้ดีขึ้นอย่างมากแน่นอน

Alienware Command Center

alienware command center 1

Alienware Command Center นั้นเป็นโปรแกรมสำหรับปรับแต่งตัวเครื่องที่ปกติแล้วจะอยู่ในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Alienware เท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้ DELL ก็นำมาติดตั้งในกลุ่ม DELL G Series ด้วยเพื่อใช้ปรับแต่งการจัดการทรัพยากรตัวเครื่องให้เล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น หน้าตาจะละม้ายคล้ายกับ GeForce Experience เปิดมาหน้าแรกแล้วโปรแกรมจะทำการสแกนเกมทั้งหมดในเครื่องขึ้นมาไว้ตรงหน้าแรก

alienware command center 2

เมื่อคลิกเกมที่ต้องการเล่นแล้วตัวโปรแกรมจะให้เราเลือกได้ว่าต้องการให้โน๊ตบุ๊ครันเกมนี้แบบ High Performace ประสิทธิภาพจัดเต็ม, Balance เล่นเกมได้สนุกแต่ก็ถนอมแบตเตอรี่ไว้ระดับหนึ่งก็ได้

alienware command center 3

แถบ Fusion จะเป็นโหมดจัดการพลังงานเหมือนฟังก์ชั่น Change what closing the lid does ของ Windows 10 แต่จุดแตกต่างคือการปรับแต่ง Power Management ตรงแถบฝั่งซ้ายมือสามารถเลือกเกมที่ต้องการได้ว่าเกมไหนต้องการให้รันแบบ High Performance ก็สามารถเพิ่มเกมนั้น ๆ เข้ามาได้เลย จากนั้นตัวโปรแกรมจะจัดการทั้งหมดให้เราเอง

ตอนตั้งค่าให้เรากดตรงรูปโซ่ที่ฝั่งขวามือของคำว่า High Performance จากนั้นเลือกเกมที่ต้องการให้เรียบร้อยแล้วกด OK ตรงด้านล่างได้เลย โปรแกรม Alienware Command Center จะเร่งประสิทธิภาพของตัวเครื่องระหว่างเล่นเกมให้เอง

นอกจากนี้เรายังเปลี่ยนสี, ลวดลายอนิเมชั่นด้านหลัง User Interface ของโปรแกรมรวมทั้งปรับแต่งบางส่วนในโปรแกรมได้อีกด้วย เป็นลูกเล่นเล็ก ๆ ให้เกมเมอร์ได้โปรแกรมให้เข้ากับรสนิยมของเรา

Conclusion / Award

Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 24

โดยสรุปแล้ว DELL G5 15 SE เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งประสิทธิภาพสูงมาก สามารถใช้ทำงานทั่วไปในออฟฟิศไปจนถึงการตัดต่อวิดีโอและงานสามมิติได้เป็นอย่างดี เพราะประสิทธิภาพของ AMD Ryzen 7 4800H กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M นั้นอยู่ในระดับแรงหายห่วงจึงเรนเดอร์งานให้เสร็จเร็วไม่ต้องรอนาน ส่วนคนที่ต้องการใช้งานเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเพื่อเล่นเกมแทนที่จะประกอบคอมพิวเตอร์หรือเอาไปไลฟ์สดเล่นเกมก็เป็นทางออกที่ดีมากในยุคที่หาซื้อการ์ดจอแยกได้ยากเช่นในปัจจุบันนี้

Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 3

Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 68
Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 48
Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 50
Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 57
Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 62
Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 63

นอกจากจุดเด่นเรื่องสเปคก็พร้อมใช้ทำงานได้ทุกอย่างแล้ว ตัวเครื่องก็มีดีไซน์เรียบร้อยเหมือนโน๊ตบุ๊คทั่วไป ไม่ออกเกมมิ่งให้ผู้ใช้ที่ชื่นชอบดีไซน์เรียบหรูดูดีต้องรู้สึกตะขิดตะขวงใจตอนซื้อเลยแม้แต่น้อย และงานประกอบก็แข็งแรงสมความเป็น DELL ซึ่งคงมาตรฐานคุณภาพดีให้ลูกค้าเชื่อใจมาอย่างยาวนาน แถมมีประกัน On-Site Service มาให้อีก 2 ปี ถ้าเครื่องมีปัญหาก็แค่โทรนัดช่างก็รอรับบริการได้เลย

Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 8

ด้านของหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120 Hz เอง แม้ขอบเขตสีจะอยู่ในระดับกลาง ๆ เท่ากับโน๊ตบุ๊คทั่ว ๆ ไปก็ตาม แต่จุดเด่นของหน้าจอนี้คืออัตรา Refresh Rate สูง ทำให้เล่นเกมหรือใช้งานทั่วไปแล้วภาพมีความต่อเนื่องและลื่นไหลกว่าหน้าจอแบบ 60 Hz แบบธรรมดาที่เราใช้งานกันทั่วไป ช่วยเพิ่มอรรถรสให้ผู้ใช้เช่นเราได้เป็นอย่างดีและหากใช้งานไปนาน ๆ อาจจะไม่อยากหวนกลับมาใช้จอแบบ 60 Hz ก็เป็นไปได้เช่นกัน

ในเครื่องติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit) มาให้พร้อมใช้งาน ไม่ต้องเสียเงินไปหาซื้อคีย์ไม่รู้ที่มาที่ไปหรือคีย์แท้ราคาหลักพันจากทางร้านก็ได้ สิ่งที่ผู้ใช้ต้องทำคือเปิดเครื่องแล้วติดตั้งโปรแกรมหรือเกมที่ต้องการแล้วใช้งานได้ทันที ขจัดปัญหา Windows ผิดลิขสิทธิ์ไปโดยปริยาย

Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 51

ส่วนจุดสังเกตก็ตามที่ผู้เขียนได้กล่าวถึงในบทความ หลัก ๆ คือเรื่องความร้อนที่ค่อนข้างสูง แต่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก จะเกิดขึ้นชัด ๆ ก็ตอนสั่งให้ตัวเครื่องทำงานหนักเช่นการเรนเดอร์งานเท่านั้น ส่วนตอนเล่นเกมก็จะมีเสียงพัดลมทำงานบ้างแต่ตัวเครื่องก็เพียงอุ่น ๆ เท่านั้น

ด้านของ RAM และ M.2 NVMe SSD นั้นผู้เขียนไม่สามารถพูดเป็นข้อเสียได้เต็มปาก เพราะมันสามารถเปิดเครื่องมาอัพเกรดได้ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่าถ้าใครทำงานหลาย ๆ โปรแกรมพร้อมกันหรือต้องการอัพเกรดเครื่องเพื่อรองรับอนาคต จะเพิ่มแรมเป็น 16GB ก็ดีเช่นกัน ส่วน M.2 NVMe หากใช้งานทั่วไปอาจจะยังไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนก็ได้ แต่ส่วนตัวผู้เขียนเสนอว่าในเมื่อมีช่องติดตั้งฮาร์ดดิสก์ SATA III เข้าไปได้อีกช่อง ก็ใส่ 2.5” SSD เพิ่มเข้าไปเลยแล้วแบ่งพื้นที่กันใช้งาน ถ้าโปรแกรมสำคัญก็ติดตั้งแล้วใช้บน NVMe ให้ดึงประสิทธิภาพออกมาได้สูงสุด ส่วนถ้าเซฟงานหรือติดตั้งเกมก็ย้ายมาใส่ 2.5” SSD แทน ก็จะทำให้เราใช้เครื่องนี้ทำงานและเล่นเกมได้สะดวกขึ้นอย่างแน่นอน

แม้ข้อสังเกตทั้งสองจุดใหญ่ ๆ นี้จะทำให้ผู้ใช้บางคนติดใจจนต้องหันกลับมาคิดอีกครั้งว่าจะซื้อ DELL G5 15 SE เครื่องนี้ดีหรือเปล่า ส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่าเรื่องความร้อนนั้นถ้าเราไม่ได้ใช้ทำงานเรนเดอร์วิดีโอเป็นประจำก็ตัดปัญหานั้นทิ้งไปได้เลย เพราะเวลาทดสอบการเล่นเกมแล้วตัวเครื่องเพียงพัดลมเสียงดังและอุ่นขึ้นกว่าตอนใช้ทำงานเอกสาร ดูหนังฟังเพลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์อย่าง NVMe และ RAM ก็สามารถอัพเกรดในภายหลังได้ตามความชอบของแต่ละคน

Dell G5 SE Ryzen 7 Com7 Review 47

ในทางกลับกัน ถ้าต้องการหาโน๊ตบุ๊คจากแบรนด์ DELL ประสิทธิภาพสูงที่ตอบโจทย์ทั้งงานหนักและความบันเทิงแบบครบเครื่องในงบประมาณสามหมื่นบาทกลาง ๆ DELL G5 15 SE เครื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีมากและไม่ควรมองข้ามเลย เพราะประสิทธิภาพของ AMD Ryzen 7 4800H กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M นั้นถือว่าแรงเหลือเฟือมาก ๆ

Award

award new performance

Best Performance

ถ้ารางวัลที่ DELL G5 15 SE เหมาะสมจะได้รับที่สุดนั้น หนีไม่พ้น Best Performance อย่างแน่นอน เพราะประสิทธิภาพของ AMD Ryzen 7 4800H กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M แรม 6GB GDDR6 นั้นสามารถเอาไปทำงานที่กินทรัพยากรเครื่องหนัก ๆ ได้อย่างสบายหายห่วง หรือจะเอาไปเล่นเกมหรือไลฟ์เล่นเกมก็ทำได้สบาย ๆ อีกด้วย

from:https://notebookspec.com/web/583325-review-dell-g5-15-se-good-amd-gaming