คลังเก็บป้ายกำกับ: DELIVEROO

Deliveroo ไอพีโอเข้าตลาดหุ้นลอนดอนแล้ว

Deliveroo แอปส่งอาหารจากอังกฤษ ได้นำบริษัทไอพีโอเข้าตลาดหุ้นลอนดอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้ โดยราคาหุ้นไอพีโออยู่ที่ 3.90 ปอนด์ต่อหุ้น มีมูลค่ากิจการ 7,590 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นช่วงราคาต่ำสุดของที่เสนอขาย

บริษัทได้เงินจากไอพีโอไปราว 1,500 ล้านปอนด์ โดยจะนำเงิน 1,000 ล้านปอนด์ไปใช้ในการขยายธุรกิจ ส่วนอีก 500 ล้านปอนด์ จะเป็นผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม รวมทั้ง Amazon และซีอีโอ Will Shu ทั้งนี้ราคาหุ้นในการซื้อขายวันแรก ปรับลดลงไปต่ำที่สุดที่ 2.73 ปอนด์

สาเหตุหลักที่ราคาหุ้น Deliveroo ปรับลงมาก มาจากนักลงทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ได้ชอร์ตหุ้น โดยมองว่า Deliveroo มีความเสี่ยงคล้ายกับ Uber ที่ศาลอังกฤษตัดสินให้คนขับรถมีสถานะเป็นพนักงานบริษัท ไม่ใช่พาร์ทเนอร์ ทำให้บริษัทอาจมีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น

ที่มา: CNBC

Deliveroo

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121996

Deliveroo แอปส่งอาหารรายใหญ่ของอังกฤษ เตรียมไอพีโอเข้าตลาดหุ้นลอนดอน

Deliveroo แอปส่งอาหารรายใหญ่ของอังกฤษ ประกาศนำบริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน โดยคาดมีมูลค่ากิจการตามราคาไอพีโอที่ราว 7,600-8,800 ล้านปอนด์ เป็นไอพีโอที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษในรอบกว่า 7 ปี โดยบริษัทมีแผนนำเงินระดมทุนใหม่ที่ได้มาใช้ขยายธุรกิจ

บริการของ Deliveroo ในช่วงปีที่ผ่านมามีการเติบโต ตามปัญหาการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้คนต้องกักตัวอยู่บ้าน ปัจจุบันบริการของ Deliveroo มีอยู่ในกว่า 200 เมืองทั่วอังกฤษ และได้อีก 12 ประเทศ รวมทั้ง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์

Deliveroo มีผู้ลงทุนรายสำคัญคือ Amazon ที่เข้ามาลงทุนเมื่อปี 2019

ที่มา: BBC

Deliveroo

from:https://www.blognone.com/node/121820

Deliveroo สตาร์ทอัพเดลิเวอรี่อังกฤษ ตั้งกองทุนแจกเงินคนขับ ตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงครึ่งล้าน

Deliveroo บริษัทรับส่งอาหารออนไลน์ สนับสนุนโดย E-Commerce ยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ประกาศจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนด้วยมูลค่าสูงถึง 7 พันล้านดอลลาร์ (2.15 แสนล้านบาท) นับเป็นการเปิดตัวในตลาดด้วยมูลค่าที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี 

deliveroo fund thank you

เนื่องด้วยวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้คนไม่ได้เดินทางออกจากที่พัก ส่งผลทำให้ธุรกิจขนส่งอาหารอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณผู้บริโภคและคนขับรถรับส่งอาหารที่ทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้นในวิกฤติ 

ดังนั้น Deliveroo จึงออกแคมเปญแทนคำขอบคุณผู้มีส่วนสำคัญของธุรกิจ ทั้งลูกค้าและคนขับ

Deliveroo ขายหุ้น IPO ให้กับลูกค้าที่ออเดอร์ผ่านแอพ

โดยปกติ การขายหุ้น IPO มักจะถูกจำกัดไว้ให้กับบรรดานักลงทุนสถาบันเท่านั้น แต่ Deliveroo ตัดสินใจจะสงวนหุ้นมูลค่ากว่า 69 ล้านดอลลาร์ให้กับลูกค้าที่ทำการสั่งซื้ออาหารผ่านแอพลิเคชั่น ร้านอาหารพันธมิตร และคนขับของ Deliveroo โดยแต่ละคนสามารถซื้อหุ้นได้ไม่เกิน 1,382 ดอลลาร์ (42,550 บาท)

กองทุน Thank You Fund กองทุนขอบคุณคนขับ ที่เป็นหัวใจของธุรกิจ

Deliveroo กล่าวว่า พวกเขาทราบดีถึงบทบาทของคนขับที่มีส่วนสำคัญในความสำเร็จของธุรกิจ พวกเขาจึงจัดตั้งกองทุน Thank You Fund  ที่มีมูลค่ากว่า 22 ล้านดอลลาร์ (677 ล้านบาท) โดยจะเป็นรางวัลแจกจ่ายให้กับคนขับของ Deliveroo กว่า 36,000 ใน 12 ประเทศทั่วโลก

กองทุนนี้จะมอบรางวัลให้กับคนขับของ Deliveroo ตามผลงาน โดยมูลค่าเงินรางวัลมีดังนี้

  • 18,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 423,050 บาท
  • 1,850 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 42,305 บาท
  • 925 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 21,150 ยาท
  • 370 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 8,460 บาท สำหรับคนขับที่ทำงานมาเกิน 1 ปี และส่งอาหารเกิน 2,000 ออเดอร์

“กว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา คนขับช่วยเหลือเรามากกว่าแค่ส่งอาหารรสเลิศ พวกเขาช่วยเหลือธุรกิจต่างๆ และทำให้ผู้คนสามารถกักตัวในบ้านได้อย่างปลอดภัยตลอดช่วงวิกฤติการระบาดระดับโลก เรายินดีอย่างยิ่งที่จะกล่าวคำว่าขอบคุณให้กับพวกเขา” Will Shu ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Deliveroo กล่าว

ที่มา – CNA

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Deliveroo สตาร์ทอัพเดลิเวอรี่อังกฤษ ตั้งกองทุนแจกเงินคนขับ ตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงครึ่งล้าน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/deliveroo-offer-fund-for-drivers/

ศึกบริการส่งอาหารระอุ เมื่อ Takeaway.com ซื้อกิจการคู่แข่ง Just Eat มูลค่า 1.9 แสนล้านบาท

ศึกบริการ Delivery ในทวีปยุโรปกำลังร้อนระอุเพิ่มมากขึ้น เมื่อ Takeaway.com ได้ประกาศซื้อกิจการของ Just Eat ทำให้เมื่อควบรวมกิจการสำเร็จจะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในการส่งอาหารทันที

Takeaway.com Delivery Food
ภาพจากบริษัท

ศึก Delivery กำลังร้อนระอุไปอีกขั้น เมื่อ Takeaway.com ได้ประกาศซื้อกิจการคู่แข่งอย่าง Just Eat ด้วยมูลค่ากว่า 6,200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 190,000 ล้านบาท และทำให้มูลค่ากิจการใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้เมื่อมีการซื้อกิจการสำเร็จ จะทำให้กิจการใหม่นี้กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ทันที

สาเหตุที่มีการซื้อกิจการเกิดขึ้นเกิดจากแรงกดดันจากกองทุน Cat Rock Capital ซึ่งถือหุ้นในบริษัททั้ง 2 แนะนำให้มีการซื้อกิจการกัน โดยผู้ถือหุ้นของ Just Eat จะได้รับแลกเป็นหุ้นของ Takeaway.com ในอัตราส่วน 0.09744 หุ้น หรือคิดเป็นเงินแล้วประมาณ 731 เพนซ์ มากกว่าราคาซื้อขายในวันศุกร์ประมาณ 15%

ก่อนหน้าที่จะซื้อกิจการของ Just Eat นั้น ทาง Takeaway.com ได้ซื้อกิจการของ Delivery Hero ไปด้วยมูลค่ากว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากการซื้อกิจการสำเร็จจะทำให้บริษัทกลายเป็นผู้นำของกิจการส่งอาหาร ในประเทศต่างๆ เช่น เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ แคนาดา รวมไปถึงอังกฤษ ที่ก่อนหน้านี้ Takeaway.com มีปัญหาในการเจาะตลาดอังกฤษมาโดยตลอด

สำหรับ Takeaway.com ก่อตั้งกิจการในปี 2000 โดย Jitse Groen ปัจจุบันมีกิจการในยุโรปรวมไปถึงประเทศเวียดนามด้วย ขณะที่ Just Eat ได้ก่อตั้งในกิจการในปี 2001 โดยเริ่มกิจการในประเทศเดนมาร์ก ก่อนที่จะย้ายธุรกิจมาที่อังกฤษในช่วงปี 2005-2006

ศึกบริการส่งอาหารในทวีปยุโรปนั้นกำลังเกิดการควบรวมกิจการของรายเล็กๆ เพิ่มมากขึ้น และเหลือผู้เล่นรายใหญ่ๆ เพียงแค่ Takeaway.com และ Uber Eats รวมไปถึง Deliveroo ซึ่งได้ผู้ลงทุนรายใหญ่เป็น Amazon ที่ได้ลงทุนรอบล่าสุดเป็นมูลค่าถึง 575 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา – Yahoo News, Euronews, BBC [1], [2]

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/takeaway-com-bid-justeat-6-2-billion-usd-make-new-company-big-3-delivery-services-in-europe/

รู้จักกับ Deliveroo สตาร์ทอัพรับส่งอาหาร ที่มีรายได้เติบโตถึง 100 เท่าภายในเวลาเพียง 4 ปี!

บทความโดย วฤธ ศรีสุริยะรุ่งเรือง

Deloitte’s Technology Fast 50 เป็นการประกวดประจำปีเพื่อค้นหา 50 บริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศอังกฤษ โดยในปีนี้ สตาร์ทอัพส่งอาหารรายหนึ่งได้ชนะการประกวด Deloitte Fast 50 ด้วยสถิติการเติบโตของรายได้ที่เหลือเชื่อมากถึง 107,117% ภายในเวลาเพียง 4 ปี ถือเป็นการทำลายสถิติตลอดกาลของ Deloitte Fast 50 ในรอบ 12 ปีเลยทีเดียว ชื่อของสตาร์ทอัพรายนั้น คือ Deliveroo

บริการจัดส่งอาหารระดับ Gourmet

Deliveroo คือ บริษัทรับส่งอาหารออนไลน์ที่ก่อตั้งขึ้นในกรุง London เมื่อปี 2556 โดย William Shu และ Greg Orlowski ไอเดียของแอปพลิเคชั่นนี้ คือ การจัดส่งอาหารระดับ Gourmet จากภัตตาคารถึงหน้าประตูบ้าน โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ภัตตาคารระดับพรีเมี่ยมซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีสาขาและผู้บริหารของทางภัตตาคารเองจะเน้นขายบรรยากาศและประสบการณ์ให้กับลูกค้าที่แวะมารับประทานที่ร้านอาหารเองมากกว่า ทำให้ภัตตาคารเหล่านี้ขยายฐานลูกค้าด้วยตนเองได้ยาก

Deliveroo จึงเข้ามาตอบโจทย์ด้วยการเชื่อมภัตตาคารเหล่านี้ เข้ากับกลุ่มลูกค้า Niche Market ที่ต้องอาหารระดับ High End คุณภาพดีและพิถีพิถัน จัดส่งมาถึงบ้านขณะที่อาหารยังร้อนอยู่ ให้พวกเขาได้บรรยากาศเหมือนการรับประทานที่ภัตตาคารเอง โดย Deliveroo จะคิดค่าบริการจัดส่งกับลูกค้าและค่าคอมมิชชั่นจากภัตตาคารพันธมิตรเหล่านี้เป็นรายได้หลักของตนเอง

William Shu หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและผู้ช่วยของเขาเริ่มรับอาหารจากภัตตาคารในเมือง Chelsea แล้วบริการส่งให้ผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นตั้งแต่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผ่านไปเพียง 3 ปี Deliveroo ได้ส่งทีมจักรยานและมอเตอร์ไซค์ ของตนเองไปยังภัตตาคารถึง 5,000 ร้าน ใน 52 เมือง ข้าม 12 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ England, Netherlands, France, Germany, Belgium, Ireland, Spain, Italy, Australia, Singapore, Dubai และ Hong Kong ถือเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดดอย่างมาก

หัวใจในการบริการ คือ ระบบ Logistics

สิ่งที่น่าทึ่งอยู่ในเป้าหมายของ Shu ที่มุ่งจัดหาระบบการจัดส่งที่มีคุณภาพสูงที่สุด นับตั้งแต่การรับอาหารจากครัวจนถึงมือของลูกค้า เขาได้เปลี่ยน Deliveroo ให้เป็นบริษัทที่ทุ่มเทพัฒนาระบบ Logistics ของตัวเองอย่างเต็มที่ เน้นการจัดส่งภายในท้องถิ่นและแบ่งการดำเนินงานออกเป็นโซนเพื่อให้มั่นใจว่าระบบการจัดส่งเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ถูกปรับแต่งมาอย่างดีก่อนจะถูกเสริมด้วยเทคโนโลยีอีกที สถานีของคนจัดส่งอาหารจะถูกวางไว้ภายในรัศมี 2.2 กิโลเมตรจากที่พัก และตั้งเป้าให้จัดส่งได้ 3 เที่ยวต่อ 1 ชั่วโมง

มีบริษัทไม่กี่บริษัทที่สามารถนำเอาแนวคิด “Think Global, Act Local” มาใช้โดยไม่เปลี่ยนทิศทางไป เมื่อบริษัทขยายตัวขึ้น เหมือนอย่างที่ Deliveroo ทำ ทุกๆช่วงตึกจะถูกกลั่นกรองจากทีมงานว่าทำเลเหล่านั้น ผ่านเกณฑ์ 3 ข้อนี้หรือไม่

  1. มีภัตตาคารอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก
  2. คนในพื้นที่มีฐานะร่ำรวย
  3. มีผู้คนอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น

เฉพาะทำเลที่ผ่านเกณฑ์ 3 ข้อนี้เท่านั้น ที่ทางบริษัทกล่าวว่าตนเองสามารถให้บริการที่มีตัวเลือกภัตตาคารเพียงพอ และ  ลูกค้าจะได้รับอาหารภายในเวลาไม่เกิน 32 นาทีนับจากที่สั่งซื้อ

ส่วนการจัดหาคนส่งอาหารจะเป็นในลักษณะเดียวกับ Uber หรือ Grabcar โดย Deliveroo จะเปิดรับผู้ที่มี จักรยาน หรือ มอเตอร์ไซค์ ส่วนตัวที่อยากหารายได้เสริมจากงานแบบ Gig โดยเงื่อนไขมีเพียง การที่ผู้สมัครมี Smartphone สำหรับใช้ในการรับออเดอร์ กับ ยานพาหนะที่ใช้ในการจัดส่งเท่านั้น ซึ่ง Business Model นี้ ดูเหมือนจะไปได้ด้วยดีกับเมืองที่มีนักศึกษาอยู่เยอะอย่าง Exeter หรือแม้แต่เมืองที่มีรายได้ของประชากรต่ำอย่าง Coventry อีกด้วย

Deliveroo ถือเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพรับส่งอาหารที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองและน่าจับตามองอย่างมาก โดยล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา Deliveroo สามารถระดมทุนรอบใหม่ในซีรี่ส์ F มาได้ 385 ล้านเหรียญ คิดเป็นยอดระดมทุนรวมทั้งหมดถึง 860 ล้านเหรียญ (28,200 ล้านบาท)

ที่มา – TheMemo, Deloitte, Medium, Quora, TechCrunch

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/deliveroo-delivery-startup/

Uber จับมือกับ Walmart แปลงร่างแท็กซี่สู่บริการรับส่งสินค้าหลากชนิด

HGWAXJFSVV

จากบริการรถโดยสารไฮเทค มาวันนีดูเหมือนธุรกิจของ Uber จะเป็นที่ต้องการให้อีกหลาย ๆ อุตสาหกรรมแล้ว โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกซึ่งมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นทุกที

โดยในสหรัฐอเมริกา Uber ได้มีการจับมือกับ Walmart ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกอีกรายหนึ่งเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์แล้ว เมื่อพนักงาน Walmart จัดของเสร็จ ก็จะเรียกคนขับ Uber ขับรถไปส่งสินค้าให้ถึงบ้านและคิดค่าบริการราว 7 – 10 เหรียญสหรัฐต่อครั้ง แถมความพร้อมของบริการดังกล่าวก็ค่อนข้างรวดเร็วมาก เพราะ Walmart เผยว่า จะมีการทดสอบบริการดังกล่าวในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้แล้ว โดยจะเริ่มทดสอบบริการนี้ในเดนเวอร์ โคโลราโด ฟีนิกซ์และอริโซน่าก่อนเป็นที่แรก

ขณะที่ในอังกฤษ Uber ก็ได้จับมือกับ ร้านอาหารในอังกฤษเปิดตัว UberEATS ขึ้นมาแข่งขันกับ Deliveroo แล้วเช่นกัน และได้มีการเปิดรับพนักงานเพื่อขับรถรับส่งอาหารในกรุงลอนดอนเป็นการเฉพาะ

การดึงเอา UberEATS มาเปิดในอังกฤษนั้น ส่วนหนึ่งอาจเพราะ Uber เห็นว่าเจ้าตลาดอย่าง Deliveroo นั้นมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วมาก โดย Deliveroo เป็นบริการที่เน้นจับมือกับร้านอาหารในอังกฤษที่ไม่มีบริการส่งสินค้าเป็นของตัวเองนั่นเอง

จากเทรนด์ดังกล่าว น่าจะนำไปสู่การเติบโตของ Uber ชนิดที่ห้ามคลาดสายตาเลยทีเดียว

ที่มา TheGuardian
 
Source: thumbsup

The post Uber จับมือกับ Walmart แปลงร่างแท็กซี่สู่บริการรับส่งสินค้าหลากชนิด appeared first on thumbsup.

from:http://thumbsup.in.th/2016/06/uber-teams-up-with-walmart-and-uk-restaurant-delivery-groceries-and-food/