คลังเก็บป้ายกำกับ: DATA_SECURITY_AND_PRIVACY

Fortinet ช่วยปกป้องการทำ Cloud Transformation ได้อย่างไร

Cloud Computing เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรชั้นนำและบริษัท Startup ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ด้วยบริการอันหลากหลายของ Public Cloud ในปัจจุบัน ที่มีทั้งความคล่องตัวและความยืดหยุ่น ประกอบกับการคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง ส่งผลให้การปรับไปใช้ระบบ Cloud กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการทำ Digital Transformation อย่างไรก็ตาม ความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนบุคคลก็ยังคงเป็นประเด็นที่องค์กรส่วนใหญ่ให้ความกังวล บทความนี้จึงจะมากล่าวถึงว่า Fortinet สามารถช่วยสนับสนุนการทำ Cloud Transformation ให้มั่นคงปลอดภัยได้อย่างไร

การปรับไปใช้ระบบ Cloud โดยไม่วางมาตรการควบคุมให้ดีพอ ก่อให้เกิดช่องทางใหม่ในการโจมตี

องค์กรทั่วโลกต่างเริ่มย้ายข้อมูลและแอปพลิเคชันจาก Data Center ขึ้นไปยังแพลตฟอร์ม Public Cloud มากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่การย้ายขึ้น Cloud จะมีทีม IT ช่วยดูแลและแนะนำให้กระทำอย่างมั่นคงปลอดภัย แต่ก็มีการย้ายหลายครั้งที่ไม่ผ่านขั้นตอนดังกล่าว เมื่อขาดการวางมาตรการควบคุมที่ดีเพียงพอ ย่อมก่อให้เกิดช่องโหว่ที่ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถโจมตีเพื่อขโมยข้อมูลหรือรุกล้ำความเป็นส่วนบุคคลได้

นอกจากนี้ องค์กรในปัจจุบันไม่ได้ใช้ Public Cloud จากผู้ให้บริการเพียงรายเดียว ด้วยความหลากหลายของโซลูชันและการให้บริการของแต่ละ Cloud Provider ทำให้ลูกค้าเลือกได้ว่าจะใช้บริการจาก Cloud Provider รายใดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเชิงธุรกิจและงบประมาณที่มีอยู่มากที่สุด ก่อให้เกิดเป็นสถาปัตยกรรมแบบ Multicloud ขึ้น ผลลัพธ์ที่ตามมาคือปัญหาด้าน Visibility หรือการติดตามการใช้ระบบ Cloud ทำได้ยาก ที่สำคัญคือ แอปพลิเคชันบน Cloud มักมีการเชื่อมต่อกันผ่านทาง API ถ้าแอปพลิเคชันมีช่องโหว่และถูกเจาะ ผู้ไม่ประสงค์ดีจะสามารถโจมตีต่อเนื่องไปยังระบบ Cloud อื่นๆ หรือระบบเครือข่ายขององค์กรได้ เหล่านี้สร้างความท้าทายด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมความมั่นคงปลอดภัยบน Cloud ให้ยากขึ้นกว่าเดิม

Fortinet ผสานโซลูชันหลักเข้ากับ Public Cloud ชั้นนำอย่างไร้รอยต่อ

เพื่อให้สามารถมี Visibility และ Control ได้ในทุกๆ แพลตฟอร์ม Public Cloud และบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยได้แบบรวมศูนย์ Fortinet จึงได้ผสานโซลูชันหลักซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Security Fabric เข้าด้วยกันกับ Public Cloud ของหลากหลายผู้ให้บริการอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้แนวคิดสำคัญ 3 ประการ คือ

  • Broad – มีโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น NGFW, Mail Security, Web Application Firewall, IPsec และ SSL VPN, Application Control, Zero-day Threat Protection และ SD-WAN ครอบคลุมการป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ทั้งบนเครือข่าย ระบบอีเมล และระบบเว็บแอปพลิเคชันบน Cloud
  • Integration – ผสานการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม Public Cloud เช่น AWS, Microsoft Azure, Google Cloud, Oracle และอื่นๆ ได้แบบ Native เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มดังกล่าว ทำให้สามารถมี Visibility ที่สำคัญคือสามารถใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติของ Cloud เช่น High Availability, Auto-scaling, Automation Scripts และ Configuration Templates ได้อย่างเต็มที่
  • Automation – บริหารจัดการโซลูชันบน Public Cloud และ On-premises ได้แบบรวมศูนย์และดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยได้โดยอัตโนมัติ ลดภาระของผู้ดูแลระบบและช่วยให้องค์กรสามารถโฟกัสกับการใช้ระบบ Cloud เพื่อสนับสนุนธุรกิจได้อย่างเต็มที่ ตอบโจทย์ความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยบน Cloud ทั้งเรื่อง Visibility และ Control

5 จุดเด่นการใช้ Fortinet ปกป้องระบบ Cloud ขององค์กร

Fortinet ไม่ได้เพียงนำเสนอโซลูชันบน Cloud ในรูปของ VM เท่านั้น แต่ยังจับมือเป็นพันธมิตรกับ Cloud Providers หลายรายเพื่อให้สามารถผสานการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม Public Cloud ได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้มั่นใจว่าลูกค้าจะสามารถติดตามและควบคุมการใช้ระบบ Cloud รวมไปถึงปกป้องภาระงานและข้อมูลจากภัยคุกคามไซเบอร์ที่พุ่งเป้ามายังระบบ Cloud ได้

โซลูชันระบบ Cloud ของ Fortinet มีจุดเด่นสำคัญ 5 ประการที่เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ ในท้องตลาด ดังนี้

1. Fortinet Security Fabric

Fortinet มีโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยบน Cloud ให้เลือกใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น FortiGate, FortiMail, FortiWeb, FortiSandbox, FortiCASB, FortiManager, FortiAnalyzer และ FortiSIEM ซึ่งสามารถทำงานสอดประสานกันเป็น Security Fabric เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามระดับสูงได้อย่างรวดเร็วและอัตโนมัติ ลูกค้าสามารถเลือกใช้โซลูชันเหล่านี้ได้โดยตรงผ่านทาง Market Place ของ Cloud Providers และสามารถเลือกได้ว่าจะใช้บริการแบบ Bring-Your-Own-License (BYOL) หรือ Pay-As-You-Go (PAYG)

2. ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ FortiOS ทั้งบน On-premises และ Cloud

โซลูชันทั้งหมดของ Fortinet ไม่ว่าจะบน On-premises หรือ Cloud ต่างใช้ระบบปฏิบัติการ FortiOS เดียวกันทั้งสิ้น ส่งผลให้ลูกค้าสามารถย้ายการทำงานจาก Data Center ขึ้นสู่ Cloud ได้ง่าย นอกจากนี้ยังสามารถใช้ FortiManager และ FortiAnalyzer ในการบริหารจัดการและเก็บ Log โซลูชันทั้งหมดของ Fortinet ได้เสมือนเป็นระบบเดียวกันทั้งหมด

3. ทำ High Availability ได้ง่ายกว่าและทรงประสิทธิภาพกว่า

High Availability (HA) ของ Fortinet ใช้วิธีย้ายหมายเลข IP และอัปเดต Routing Table ซึ่งทำให้การสลับทราฟฟิกเมื่อเกิด Failover ทำได้เร็วกว่าและเสถียรกว่าคู่แข่งที่ใช้ Interface (ENI) ทั้งยังสามารถตั้งค่า HA ข้าม Availability Zone (AZ) ได้อีกด้วย นอกจากนี้ ฟังก์ชัน Auto-scaling ยังช่วยซิงค์การตั้งค่าระหว่าง Master และ Slave เพื่อให้พร้อมใช้งานทันทีเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติโดยที่ไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากภายนอก

4. เท็มเพลตการตั้งค่าหลากหลาย พร้อมให้ดาวน์โหลดไปใช้

Fortinet ได้นำเสนอเท็มเพลตหลากหลายรูปแบบสำหรับช่วยตั้งค่าโซลูชันบนระบบ Cloud ไม่ว่าจะเป็นเท็มเพลตในการวางระบบสำหรับ HA, Auto-scaling หรือ Standalone รวมไปถึงเท็มเพลตสำหรับสำหรับ Cloud Providers โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้จาก https://github.com/fortinetsolutions และ https://github.com/fortinet

5. ผสานการทำงานร่วมกับเครือข่าย SDN

FortiOS เวอร์ชันล่าสุดสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่าย SDN ของแพลตฟอร์ม Public Cloud ทั้ง AWS, Microsoft Azure, Google Cloud, Oracle Cloud และ AliCloud เพื่อดึงการตั้งค่าต่างๆ มาใช้กำหนด Policies ได้โดยอัตโนมัติ ลดความยุ่งยากซับซ้อนให้การตั้งค่าผลิตภัณฑ์

ย้ายขึ้น Cloud ด้วย BYOL หรือเริ่มต้นใหม่ด้วย PAYG

สำหรับองค์กรที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Fortinet อยู่แล้ว ไม่ว่าจะในรูปของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หรือ VM สามารถย้ายการทำงานทั้งหมดพร้อม License ขึ้นสู่ระบบ Cloud ได้ทันที โดยแพลตฟอร์ม Public Cloud ที่รองรับ Bring-Your-Own-License (BYOL) ได้แก่ AWS, Microsoft Azure, Google Cloud และ Oracle Cloud

สำหรับลูกค้าใหม่หรือองค์กรที่ต้องการขยายระบบไปสู่ Cloud สามารถเลือกใช้โซลูชันของ Fortinet ได้โดยตรงผ่านทาง Market Place ของ Cloud Provider รายนั้นๆ ซึ่งจะคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง แพลตฟอร์ม Public Cloud ที่รองรับ Pay-As-You-GO (PAYG) ได้แก่ AWS, Microsoft Azure และ Google Cloud

สำหรับผู้ที่สนใจใช้ Fortinet ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยบน Public Cloud ไม่ว่าจะเป็น AWS, Microsoft Azure, Google Cloud หรือ Oracle Cloud สามารถติดต่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ทีม Fortinet Thailand หรือผู้จัดจำหน่ายทั้ง 3 ราย ได้แก่ Exclusive Networks, SIS และ VST ECS

ติดตามอัปเดตข่าวสารของ Fortinet ล่าสุดได้ที่ Fortinet Thailannd User Group

from:https://www.techtalkthai.com/how-fortinet-secure-cloud-transformation/

โฆษณา

Firefox อัปเดตฟีเจอร์ใหม่หลายรายการเน้น Privacy เป็นสำคัญ

Firefox ได้มีฟีเจอร์ใหม่เพื่อตอบโจทย์ด้าน Privacy เช่น การบล็อก Tracking Cookie โดยพื้นฐาน หรือบล็อกสคิร์ปต์ติดตามการใช้งานของ Facebook เป็นต้น

block tracking by default

ฟีเจอร์ใหม่ 4 รายการมีดังนี้

1.บล็อก Tracking Cookies เป็นค่าพื้นฐาน

  • สำหรับผู้ใช้งานใหม่ Browser จะตั้งค่า Content Blocking (about:preferences#privacy) เป็น Standard ซึ่งจะมีการบล็อกการติดตาม Cookies จาก Third-party เป็นค่าพื้นฐาน ในขณะที่เวอร์ชันก่อนหน้านี้จะบล็อกแค่ใน Private Mode เท่านั้น (รูปประกอบด้านบน)
  • สำหรับผู้ใช้งานหน้าเก่าสามารถปรับแต่งค่าที่ Custom และเลือกช่อง Cookies เป็น Third-party tracker ได้

2.Lockwise Desktop

Mozilla มีผลิตภัณฑ์ addon สำหรับ Password Management ของตนที่ชื่อว่า LockBox ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น Lockwise พร้อมทั้งเพิ่มการรองรับเวอร์ชัน Desktop ด้วยเพราะก่อนหน้าที่เป็น Lockbox จะมีแค่บน iOS และ Android เท่านั้น โดยผู้ใช้งานต้องมีบัญชีของ Mozilla ด้วย หลังจากนั้นเมื่อล็อกอินแล้วจะสามารถเข้าไปเพิ่ม ลบ แก้ไข จัดการรหัสผ่านในหน้าโปรแกรมของ Desktop ได้ (ตามรูปด้านล่าง) แต่ผู้ใช้งานบนมือถือยังทำได้แค่ดู Credentials เท่านั้น ดาวน์โหลดได้ที่นี่

3.Firefox Container

Firefox Container Addon จะสามารถช่วยผู้ใช้งานบล็อก ‘Facebook Like/share Button’ ที่ฝังอยู่ในไซต์ที่เยี่ยมชมซึ่ง Facebook ใช้ติดตามผู้ใช้งาน (รูปภาพด้านล่าง)

4.Dashboard ใหม่ของ Firefox Monitor

Firefox Monitor Dashboard ใหม่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามได้หลายอีเมลได้ว่ามีการรั่วไหลไปกับเหตุการณ์ Data Breach ของบริการต่างๆ หรือไม่

ที่มาและเครดิตรูปภาพ : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/new-privacy-features-for-mozilla-firefox-lockwise-is-live/

from:https://www.techtalkthai.com/firefox-privacy-features-and-lockwise-desktop/

เชิญร่วมงานประกวด Cisco Innovation Challenge 2019 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 180,000 บาท

Cisco Thailand ขอเชิญผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ Cisco Innovation Challenge 2019 โดยแข่งขันกันสร้าง/พัฒนาโซลูชัน แอปพลิเคชัน หรือระบบที่สามารถเข้ามาแก้ปัญหาให้กับบุคคล องค์กร หรือสังคมในยุคดิจิทัล โดยใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Internet of Things หรือ Cybersecurity ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 180,000 บาท

ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกท่านจะได้รับสิทธิในการลงทะเบียนในหลักสูตร Introduction to IoT และ/หรือ Introduction to Cybersecurity ของ Cisco Networking Academy Program ซึ่งเป็นหลักสูตรการเรียนออนไลน์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกฟรี!! พร้อมรับใบประกาศนียบัตรหลักสูตรจากทาง Cisco Thailand

คุณสมบัติของผู้สมัคร: บุคคลทั่วไป ไม่จำกัดอายุและวุฒิการศึกษา สมัครเป็นทีม ทีมละ 1-3 คน

กติกาการแข่งขัน

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รอบ ดังนี้

รอบคัดเลือก

ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจัดทำ Proposal ความยาวไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ A4 หรือ PowerPoint ไม่เกิน 5 สไลด์ พร้อมวิดีโอคลิปนำเสนอผลงานความยาวไม่เกิน 3 นาที ส่งให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคัดเลือกภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ พร้อมทั้งลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรออนไลน์ของ Cisco Networking Academy

ประกาศผลรอบคัดเลือกวันที่ 15 กรกฎาคม 2019 สามารถติดตามรายชื่อผู้เข้ารอบได้ทาง http://go.eventpop.me/CiscoInnovationChallenge2019

รอบชิงชนะเลิศ

ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจะได้พบผู้เชี่ยวชาญจากทาง Cisco เพื่อร่วมกันพัฒนาผลงานจาก Proposal ที่ส่งเข้าแข่งขันเป็นระยะเวลา 1 เดือน (16 กรกฎาคม ถึง 16 สิงหาคม) จากนั้นนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในวันแช่งขันรอบชิงชนะเลิศวันที่ 16 สิงหาคม 2019

หมายเหตุ ทั้ง Proposal, วิดีโอคลิป และการนำเสนอต่อหน้าคณะกรรมการ สามารถกระทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้

รางวัลผู้ชนะเลิศ

ผู้ชนะเลิศอันดับที่ 1 เงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
ผู้ชนะเลิศอันดับที่ 2 เงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
ผู้ชนะเลิศอันดับที่ 3 เงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

รายละเอียดและกติกาการแข่งขัน: http://ciscothailand.com/cic2019/
ลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขัน: https://bit.ly/2wq6nn5

ลงชื่อเพื่อติดตามข่าวสารการแข่งขันได้ที่: http://www.binaryidea.com/form/w/display/895

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-innovation-challenge-2019/

[Guest Post] ผลสำรวจชี้พฤติกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของพนักงานภายในองค์กรแย่ลง

คนรุ่นใหม่ส่วนมากใช้รหัสผ่านซ้ำ ทั้งในที่ทำงานและในบัญชีส่วนตัว

แม้จำนวนที่มากขึ้นของเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย และความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในองค์กร ก็ไม่อาจทำให้พนักงานเลิกพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงบนโลกออนไลน์

พนักงานในองค์กรมีพฤติกรรมด้านไซเบอร์ที่แย่ลง จากผลการสำรวจ 2018 Market Pulse Survey โดย SailPoint ที่ทำการสำรวจพนักงานกว่า 1,600 คน จากหลากหลายองค์กร ในหลายประเทศทั้ง ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน อังกฤษ และอเมริกา

โดย 3 ใน 4 (75%) ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่าพวกเขาใช้รหัสผ่านซ้ำในทุกบัญชี ซึ่งเพิ่มจากปี 2014 ที่มี 56% เท่านั้นที่ใช้รหัสผ่านซ้ำ

ซึ่งโดยทั่วไปเราอาจคิดว่าคนรุ่นใหม่ที่โตขึ้นมาพร้อมกับเทคโนโลยีนั้นน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเป็นอย่างดี แต่กลับกัน 87% ของคนอายุ 18-25 ปี ใช้รหัสผ่านซ้ำๆ และมีอีกเกือบครึ่งที่ใช้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

นอกจากนี้ 31% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังยอมรับว่าพวกเขาติดตั้งโปรแกรมโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่าย IT ก่อน สื่อถึงปัญหาการสื่อสารกันของพนักงานและฝ่าย IT และมีผู้ตอบแบบสอบถามถึง 55% ที่บอกว่าการติดต่อกับฝ่าย IT เป็นเรื่องลำบาก

ในความเป็นจริงแล้วมี 13% ของพนักงานที่ยอมรับว่าพวกเขาไม่แจ้งฝ่าย IT ทันที เมื่อพวกเขาคิดว่าตัวเองโดนแฮ็ก และแน่นอนว่า 49% ของพนักงานโทษฝ่าย IT เมื่อเกิดเหตุการณ์โจมตีไซเบอร์

ถึงแม้จะไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่ การเพิกเฉยเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยก็นับเป็นการนำความเสี่ยงเข้ามาในองค์กรทางหนึ่ง นี่เป็นการเปิดเผยความปัญหาใหญ่ที่ต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้องค์กรอยู่ในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

เกี่ยวกับ ESET

ESET เป็นผู้บุกเบิกการป้องกันไวรัส ด้วยเทคโนโลยี NOD32 ที่ได้รับการพัฒนามานานกว่า 30 ปี เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมและบริการความปลอดภัย IT ทั้งแบบบุคคลและองค์กรทั่วโลก ด้วยโซลูชันที่ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลายและรองรับทุกแพลตฟอร์ม ผลิตภัณฑ์ของ ESET เป็นตัวแทนของประสิทธิภาพและการใช้งานที่ง่าย ทำให้ผู้ใช้และองค์กรสามารถใข้งานเทคโนโลยีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการป้องกันตลอด 24 ชั่วโมง และสำนักงานวิจัยและพัฒนาที่คอยตรวจสอบภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา การันตีด้วยรางวัล VB100 จาก Virus Bulletin ต่อเนื่องมากกว่า 100 รางวัล

ESET ปกป้องผู้ใช้มากกว่า 110 ล้านเครื่อง ในพื้นที่มากกว่า 200 ประเทศ

ติดตาม ESET ได้ที่ ESET Thailand และข่าวสารความมั่นคงปลอดภัยที่ Blog ESET

from:https://www.techtalkthai.com/employees-security-awareness-getting-worse/

รวมวิดีโองานสัมมนา Security Exchange 2019 โดย M.Tech

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมงานสัมมนา Security Exchange 2019 ที่จัดโดย M.Tech เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังทั้งในส่วนของการอัปเดตแนวโน้มและเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ล่าสุด รวมไปถึงแนะนำโซลูชันสำหรับยุคดิจิทัลจาก 10 เจ้าของผลิตภัณฑ์ชั้นนำได้ที่บทความนี้ครับ

การบรรยายในงานสัมมนา

กล่าวเปิดงาน Security Exchange 2019 โดย Ms. Krisana Kamakorn, Country Manager, M.Tech พร้อมอัปเดตแนวโน้มด้านความมั่นคงปลอดภัยล่าสุด

 

Past and present: Recapping 2018, Planning for the year ahead โดย Check Point

 

A 4-step approach to mitigating business risks from cyber attack โดย RSA

 

State of cyber hygiene โดย Tripwire

 

Simplified infrastructure security by SolarWinds

 

Maximize agility with security โดย tufin

 

Security for a zero-trust digital world โดย MobileIron

 

The Enterprise Immune System: Using machine learning for next-generation cyber defense โดย Darktrace

แนะนำโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จาก 10 เจ้าของผลิตภัณฑ์ชื่อดัง

ทำความรู้จักกับ Digital Risk Protection โดย Digital Shadows

 

โซลูชันของ MobileIron ตอบโจทย์การทำ BYOD ได้อย่างไร

 

Enterprise Immune System: ผสานเทคโนโลยี AI เข้าด้วยกันกับ Cybersecurity โดย Darktrace

 

แนะนำโซลูชัน tanable.sc Vulnerability Management โดย Tenable

 

รู้จักกับโซลูชัน Centralized Firewall Policy Management จาก tufin

 

รู้จักกับ RSA NetWitness สำหรับศูนย์ SOC และการทำ Risk Management โดย RSA Archer โดย RSA

 

แนะนำโซลูชัน Cloud Security ภายใน 5 นาที โดย Symantec ประเทศ

 

ทำความรู้จักกับ Infinity Total Protection สภาปัตยกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยใหม่ล่าสุดจาก Check Point

 

แนะนำโซลูชัน Security Configuration Management (SCM) และ File Integrity Monitoring (FIM) ภายใต้แนวคิด “Cyber integrity through foundation controls” โดย Tripwire

 

เชิญพบกับ Infrastructure Security โซลูชันสำหรับการปกป้องโครงข่ายพื้นฐานขององค์กรจาก SolarWinds



from:https://www.techtalkthai.com/security-exchange-2019-by-m-tech-video/

Tor Browser พร้อมให้บริการบน Android แล้ว

Tor Project ไปประกาศปล่อย Tor Browser เวอร์ชันสเถียรให้ผู้สนใจดาวน์โหลดกันได้บน Google Play แล้ว

credit : Zdnet

สำหรับ Tor Browser คือ Browser ที่ต่อยอดมาจาก Firefox แต่มีวิธีการ implement ที่มุ่งปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานไม่ให้ถูกสอดแนมจาก Censorship ต่างๆ ที่บน Android จะเริ่มต้นเวอร์ชันที่ 8.5 ซึ่งเป็นเวอร์ชันสเถียรพร้อมใช้งานแล้วหลังจากเปิดตัวเวอร์ชันทดสอบมากว่า 8 เดือน อย่างไรก็ตามยังฟังก์ชันไม่เท่ากับ Tor Browser บน Desktop บ้างซึ่งทีมงานกำลังพยายามอัปเดตอย่างต่อเนื่อง

โดยสำหรับผู้ใช้ iOS ที่สนใจทีมงานเผยว่ายังไม่มีแผนให้บริการนี้ออกมาเพราะติดเรื่อง Policy ต่างๆ จาก Apple ที่ค่อนข้างยุ่งยากแต่แนะนำให้ไปใช้ Onion Browser ที่ถูกพัฒนาโดย Mike Tigas และ The Guardian Project แทนได้

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/first-official-version-of-tor-browser-for-android-released-on-the-play-store/ และ  https://www.bleepingcomputer.com/news/security/tor-browser-85-for-android-released-on-the-google-play-store/

from:https://www.techtalkthai.com/tor-browser-8-5-for-android-was-released/