คลังเก็บป้ายกำกับ: DATA_PROTECTION

Forcepoint Webinar: เชื่อม “สิ่งที่เชื่อมต่อไม่ได้” และปกป้องข้อมูลของสิ่งเหล่านั้นในระดับ “ไบต์”

Forcepoint ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT ด้าน Security เข้าร่วมฟังบรรยาย Forcepoint Webinar เรื่อง เชื่อม “สิ่งที่เชื่อมต่อไม่ได้” และปกป้องข้อมูลของสิ่งเหล่านั้นในระดับ “ไบต์” พร้อมเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและโซลูชันสำหรับช่วยให้องค์กรสามารถโยกย้ายและปกป้องข้อมูลข้ามไปมาระหว่างเครือข่ายได้โดยอัตโนมัติ ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2020 เวลา 10:30 – 12:00 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: เชื่อม “สิ่งที่เชื่อมต่อไม่ได้” และปกป้องข้อมูลของสิ่งเหล่านั้นในระดับ “ไบต์”
ผู้บรรยาย: Saksit Nuchjirasuwan, Security Consultant จาก Forcepoint Thailand
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2020 เวลา 10:30 – 12:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_Z4gsuaYVSbq_Pk_00hzkbQ

ภัยคุกคามอย่างการโจมตีไซเบอร์ มัลแวร์ และการเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูล ต่างวิวัฒนาการให้มีความซับซ้อนและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกองค์กรและหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่อ่อนไหวอย่าง หน่วยงานรัฐ ทหาร โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และการเงินการธนาคาร จำเป็นต้องวางมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระดับสูงสุดเพื่อรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม การนำนวัตกรรมใหม่อย่างเทคโนโลยี Automation หรือระบบ Collaboration เข้ามาใช้อาจก่อให้เกิดช่องทางที่ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลหรือถูกขโมยออกไปได้ แนวทางปฏิบัติที่หลายองค์กรใช้กัน คือ การแยกข้อมูลสำคัญและเครือข่ายออกจากระบบ IT และอินเทอร์เน็ต แม้จะเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดี แต่ก็อาจทำให้ตัวระบบเองมีช่องโหว่และการนำเทคโนโลยี Cloud หรือ Automation เข้ามาปรับใช้ทำได้ยากยิ่งขึ้น

ภายใน Webinar นี้ Forcepoint จะนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและโซลูชันสำหรับช่วยให้องค์กรสามารถโยกย้ายและปกป้องข้อมูลข้ามไปมาระหว่างเครือข่ายได้โดยอัตโนมัติ รวมไปถึงการบังคับใช้นโยบายบนอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานหรือข้อกำหนดขององค์กรขณะเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างเครือข่าย โดยมีหัวข้อการบรรยายดังนี้

  • ความท้าทายในการปกป้องข้อมูลสำคัญในปัจจุบัน
  • แนะนำสถาปัตยกรรมและความสามารถของ Forcepoint Data Guard
  • แนวทางปฏิบัติเพื่อยกระดับกระบวนการเชิงธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
  • แชร์กรณีศึกษาของการใช้ Data Guard เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กร

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/283590252851427/

from:https://www.techtalkthai.com/forcepoint-webinar-connecting-the-unconnectable-and-securing-your-sensitive-data-at-byte-level/

[Webinar] Digital Data Transformation EP #1: The Future Storage Infrastructure Blue-Print และการนำไปประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์กับองค์กร

NetApp ร่วมกับ Ingram Micro ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าฟังสัมมนาออนไลน์เรื่อง “Digital Data Transformation EP #1: The Future Storage Infrastructure Blue-Print และการนำไปประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์กับองค์กร” ในวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2020 เวลา 10:30 – 12:00 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Digital Data Transformation EP #1: The Future Storage Infrastructure Blue-Print และการนำไปประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์กับองค์กร
ผู้บรรยาย:

  • คุณจรีวรรณ วลัยวิบูลย์สันติ Technical Service Engineer Professional Services Group จาก Ingram Micro
  • คุณสยาม กมลทิพย์สุคนธ์ Senior Technical Consultant จาก NetApp (Thailand)
  • คุณภูมิพิชญ์ อังสุพานิช Solutions Engineer จาก NetApp (Thailand)

วันเวลา: วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2020 เวลา 10:30 – 12:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_LS_QrnRMQZqcLln-NsJ9CA

จากสถานการณ์ปัจจุบัน หลายองค์กรเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลและนำข้อมูลที่มึอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้า สร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ หรือสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจเหนือคู่แข่ง สิ่งจำเป็นที่ทำให้องค์กรมีความสามารถเหล่านี้ คือ การจัดเก็บข้อมูลอย่างเข้าใจและชาญฉลาด เพื่อเตรียมข้อมูลให้พร้อมใช้งานในรูปแบบที่เหมาะสม ทั้งด้านเทคโนโลยีที่จัดเก็บและเวลาที่จะนำไปใช้งาน ในขณะที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนที่คุ้มค่าที่สุด สามารถควบคุมและบริหารจัดการได้ตลอดเวลาทั้งใน Data Center ขององค์กรเอง หรือแม้ว่าจะอยู่บน Hybrid Multicloud ก็ตาม

NetApp เป็นผู้นำโซลูชันในการบริหารจัดการข้อมูลที่ช่วยสนับสนุนองค์กรในการทำ Digital Transformation รวมไปถึงเตรียมความพร้อมในการสร้างสภาวะแวดล้อมแบบ Hybrid Multicloud ให้กับองค์กร มาพร้อมกับโซลูชันประสิทธิภาพสูง รองรับการเติบโตของระบบ และมีความสามารถในการบริหารจัดการ รับส่งข้อมูลไปยัง Public Cloud ชั้นนำด้วยเทคโนโลยี DataFabric ของ NetApp

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้พบกับการบรรยายดังต่อไปนี้

  • Digital Data Transformation ล่าสุดในปี 2020
  • The Future Storage Infrastructure Blue-Print และการนำไปประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์กับองค์กร
  • New experience in Data Protection การจัดการเกี่ยวกับการปกป้องข้อมูล โดยใช้ความสามารถของเทคโนโลยีในการสร้างความแตกต่างทั้งด้านความมั่นคงปลอดภัย และการสำรองข้อมูลอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลดภาระของระบบเครือข่าย

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/814852039045055/

from:https://www.techtalkthai.com/netapp-webinar-digital-data-transformation-ep-1/

VMware ซื้อ Datrium เพื่อยกระดับความสามารถในการกู้คืนระบบ

ดีลซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้านไฮเปอร์คอนเวอร์เจนครั้งล่าสุดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดของ VMware ด้วยโซลูชั่นที่ราคาจับต้องได้สำหรับสำรองข้อมูลบนคลาวด์ ซึ่งทาง Datrium ถือเป็นคู่แข่งทางตรงด้านนี้กับ Dell EMC

น่าสังเกตว่าดีลนี้โผล่ขึ้นมาท่ามกลางข่าวที่ทาง Dell Technologies กำลังพิจารณาสลัดหุ้นใน VMware ออกพอดี ทั้งนี้ทาง VMware เผยรายละเอียดของดีลซื้อบริษัท Datrium มาเมื่อวันพุธที่ผ่านมาโดยอ้างว่าเพื่อเพิ่มความสามารถด้านการกู้คืนระบบบนคลาวด์ รวมทั้งเพื่อขยายธุรกิจไฮบริดจ์คลาวด์ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นอีกจากการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมด้านไฮเปอร์คอนเวอร์เจนต์ของสตาร์ทอัพรายนี้

ซึ่ง Datrium จะทำให้ยักษ์ใหญ่ด้านเวอร์ช่วลไลเซชั่นที่ยังอยู่ภายใต้ร่มเงาของ Dell รายนี้ สามารถทำตามยุทธศาสตร์ในการสร้างทางเลือกที่แข่งขันด้านราคาได้มากขึ้นในการปกป้องข้อมูลที่จัดเก็บทั้งในโครงสร้างพื้นฐานของสำนักงานลูกค้าเอง และบน Amazon Web Services ในฐานะหนึ่งในสายผลิตภัณฑ์ด้าน Disaster Recovery-as-a-Service

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/vmware-to-buy-datrium/

ไมโครซอฟท์พัฒนาแอพกู้ไฟล์ “Windows File Recovery” บนวินโดวส์ของตัวเอง

เมื่อช่วงสิ้นเดือนที่ผ่านมานั้น ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวแอพยูทิลิตี้ของตัวเองที่ชื่อ “Windows File Recovery” สำหรับผู้ใช้วินโดวส์ 10 ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีแอพทางการของไมโครซอฟท์นี้ ผู้ใช้วินโดวส์ต้องหาโปรแกรมเธิร์ดปาร์ตี้ภายนอกมาใช้งานแทน

แอพล่าสุดของไมโครซอฟท์นี้สามารถกู้ไฟล์ได้เกือบทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น JPEG, PDF, PNG, MPEG, Office files, MP3, MP4, และ ZIP เป็นต้น โดยใช้งานได้ทั้งบนฮาร์ดดิสก์และไดรฟ์แบบ Solid-Sate ไปจนถึงเมมโมรี่การ์ด

รองรับระบบไฟล์ทั้ง NTFS, FAT, exFat, และ ReFS ที่ครอบคลุมเกือบทุกระบบที่วินโดวส์ 10 ใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม ปกติแล้ววินโดวส์มีระบบทางเลือกให้กู้ไฟล์ที่ลบไปแล้วจาก Recycle Bin แต่ถ้าเผลอลบจาก Recycle Bin หรือใช้คำสั่งลบไฟล์อย่างการกดปุ่ม Shift+delete ข้อมูลก็จะถูกลบทิ้งถาวร

แต่จากกลไกการจัดเก็บข้อมูลบนดิสก์ ทำให้ยังมีโอกาสกู้ไฟล์ที่เผลอลบไปได้อึกครั้งถ้าฮาร์ดดิสก์หลักหรือสตอเรจที่เคยบันทึกไว้ไม่ได้เนื้อที่เต็ม

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/windows-file-recovery-for-windows-10/

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศเปิดตัว Dell EMC PowerStore

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ผู้นำระบบสตอเรจในระดับเอ็นเทอร์ไพรซ์ ประกาศเปิดตัว Dell EMC PowerStore  แพลตฟอร์มของโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย (modern infrastructure platformที่สร้างขึ้นจากฐานรากด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่เหนือกว่าเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายต่าง ๆ ในยุคข้อมูล (data era)

“องค์กรธุรกิจในทุกวันนี้เกือบที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากการปฏิรูปทางดิจิทัล หากแต่ยังต้องต่อสู้กับปัญหาสำคัญสองประการ นั่นคือ หนึ่งจำนวนข้อมูลอันมหาศาลที่มีการสร้างขึ้นในแต่ละวัน และสองคือความกดดันที่เพิ่มขึ้นของระบบไอทีที่ต้องเรียบง่ายและมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น” นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “Dell EMC PowerStore ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถตอบสนองความต้องการใหม่เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ลูกค้าบอกให้เราทราบว่าอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถเริ่มเข้าสู่ขบวนการทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่นได้นั้น มาจากการยื้อกันไปมาระหว่าง ปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นของเวิร์คโหลดที่ต้องได้รับการสนับสนุน (ทั้งจากแอปพลิเคชั่นแบบดั้งเดิม ไปจนถึงเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูล หรือ Data Analytics กับความเป็นจริงในเรื่องของข้อจำกัดด้านต้นทุน และความซับซ้อนของโครงสร้างไอทีที่มีอยู่เดิม” นายประหยัด รุ่งสมัยทอง ผู้อำนวยการฝ่าย Presales เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประเทศไทย กล่าว “ทั้งนี้ Dell EMC PowerStore ได้ผสานระบบอัตโนมัติ รวมทั้งเทคโนโลยีสำหรับยุคหน้าและสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่ไม่เคยมีมาก่อนเข้าด้วยกัน เพื่อมอบโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้”

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8/

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศเปิดตัว Dell EMC PowerStore

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ผู้นำระบบสตอเรจในระดับเอ็นเทอร์ไพรซ์ ประกาศเปิดตัว Dell EMC PowerStore  แพลตฟอร์มของโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย (modern infrastructure platformที่สร้างขึ้นจากฐานรากด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่เหนือกว่าเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายต่าง ๆ ในยุคข้อมูล (data era)

“องค์กรธุรกิจในทุกวันนี้เกือบที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากการปฏิรูปทางดิจิทัล หากแต่ยังต้องต่อสู้กับปัญหาสำคัญสองประการ นั่นคือ หนึ่งจำนวนข้อมูลอันมหาศาลที่มีการสร้างขึ้นในแต่ละวัน และสองคือความกดดันที่เพิ่มขึ้นของระบบไอทีที่ต้องเรียบง่ายและมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น” นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “Dell EMC PowerStore ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถตอบสนองความต้องการใหม่เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ลูกค้าบอกให้เราทราบว่าอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถเริ่มเข้าสู่ขบวนการทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่นได้นั้น มาจากการยื้อกันไปมาระหว่าง ปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นของเวิร์คโหลดที่ต้องได้รับการสนับสนุน (ทั้งจากแอปพลิเคชั่นแบบดั้งเดิม ไปจนถึงเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูล หรือ Data Analytics กับความเป็นจริงในเรื่องของข้อจำกัดด้านต้นทุน และความซับซ้อนของโครงสร้างไอทีที่มีอยู่เดิม” นายประหยัด รุ่งสมัยทอง ผู้อำนวยการฝ่าย Presales เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประเทศไทย กล่าว “ทั้งนี้ Dell EMC PowerStore ได้ผสานระบบอัตโนมัติ รวมทั้งเทคโนโลยีสำหรับยุคหน้าและสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่ไม่เคยมีมาก่อนเข้าด้วยกัน เพื่อมอบโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้”

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-emc-powerstore/

หัวเว่ย : Next Gen All-Flash ก้าวต่อไปสู่ยุคระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลช

William Brian Arthur นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง เขียนใน The Nature of Technology “ในโลกแห่งความเป็นจริง เทคโนโลยีมีการปรับเปลี่ยนอย่างสูง เนื่องจากเป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่คงที่ ไม่สิ้นสุด และไม่สมบูรณ์แบบ” รวมถึงเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลก็ไม่มีข้อยกเว้น
โดยได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อประสิทธิภาพที่มากขึ้นสำหรับการตอบสนองรูปแบบธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและสิ่งเหล่านี้ทำให้หลายองค์กรมองหาสถาปัตยกรรมไอทีแบบใหม่ ที่นำพาทุกคนเข้าสู่ยุคระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลช
คำถาม : อะไรเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชอย่างรวดเร็ว?

ในปี 2558 Gartner ทำนายการถือกำเนิดของยุคระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลช ที่ซึ่ง Solid State Drive (SSD) จะมาแทนที่ Hard disk Drive (HDD) ในการจัดเก็บข้อมูลขององค์กร ซึ่งอันที่จริงแล้ว SSD ที่มีประสิทธิภาพสูงพร้อม All-Flash Array (AFAs) คาดว่าจะแทนที่ 50% ของระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ HDD แบบเดิมในศูนย์ข้อมูลภายในปี 2563

ปริมาณมหาศาลของข้อมูลที่หลากหลายนั้นขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่น คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) Internet Of Thing (IoT) และ 5G ซึ่งหัวเว่ยประเมินว่าภายในปี 2568 ข้อมูลทั่วโลกจะมีปริมาณกว่า 180 ZB นั้นจะมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) เช่น ข้อความ รูปภาพ ไฟล์เสียง และไฟล์วิดีโอ จะทำให้การประมวลผลข้อมูลมีความซับซ้อนและต้องการรูปแบบการจัดเก็บใหม่ ดังนั้นระบบจัดเก็บข้อมูลจะต้องจัดการกับสภาพแวดล้อมของการปรับใช้ เพื่อตอบสนองการใช้งานของแอปพลิเคชัน และข้อกำหนดด้านมูลค่าต่าง ๆ

เทคโนโลยี SSD กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วด้วยระดับความจุที่เพิ่มขึ้นจากหลายร้อยกิกะไบต์ไปจนถึงหลายสิบ เทราไบต์ เทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นเชื่อมต่อเครือข่ายกำลังเริ่มใช้งาน SSD สำหรับพื้นที่จัดเก็บแบบ Block, File และ Object เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลรุ่นต่อไปที่ได้รับการแนะนำอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามตัวเปลี่ยนเกมที่แท้จริงคือระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชและ SSD ซึ่งกำลังเข้าแทนที่อย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี SAS และ SATA ซึ่งมีอายุกว่าสองทศวรรษในตลาดระบบจัดเก็บข้อมูล

SSD ทำงานได้ดีเป็นพิเศษสามารถประมวลผล IOPS นับล้าน จึงทำให้เหมาะสำหรับอินเทอร์เน็ตที่ต้องการประสิทธิภาพ คลาวด์คอมพิวติ้ง และแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ ข้อมูลการตลาดแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการเงินสร้างรายได้จาก AFA มากที่สุด โดยที่รัฐบาล การสื่อสารโทรคมนาคม และผู้ผลิตมีความพึงพอใจต่อ AFA มากขึ้น

คำถาม: ลูกค้าอุตสาหกรรมจะใช้ประโยชน์จากการท่วมของข้อมูลได้อย่างไร?

Big Data กำลังเปลี่ยนแปลงหลายอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างเช่น ศูนย์ข้อมูลของธนาคาร มีลูกค้าจำนวนมากดำเนินการผ่านออนไลน์หรือผ่านมือถือ ซึ่งย่อมมีความต้องการให้ระบบธนาคารทำงานได้อยู่ตลอดเวลา การเกิดขึ้นของกิจกรรมด้านไอทีที่ให้บริการทางการเงินทำให้สถานการณ์ยุ่งยากขึ้น วิธีการเข้าถึงที่คาดเดาไม่ได้ และปริมาณบริการยังคงมีการทดสอบขีดจำกัดของระบบต่าง ๆ ปริมาณธุรกรรม ดังเช่น ในวันที่ 11 พฤศจิกายนหรือวันคนโสดเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า โดยมีการประมวลผลธุรกรรมหลายสิบล้านครั้งทุกวินาที ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณงานขนาดใหญ่ให้กับโครงสร้างพื้นฐาน

หัวเว่ยได้ดำเนินการช่วยเหลืออย่างแข็งขันในการให้องค์กรต่าง ๆ สามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ธนาคารที่ให้บริการลูกค้าหลายๆประเทศพบว่าลูกค้าไม่พอใจเนื่องจากโซลูชั่นดั้งเดิมไม่สามารถรับมือกับข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ หัวเว่ยสามารถแก้ไขปัญหาให้ด้วยการเปลี่ยนระบบจัดเก็บข้อมูลดั้งเดิมด้วย OceanStor Dorado, AFAs เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์จากการใช้งานที่ราบรื่นตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน ตัวอย่างถัดมา เช่น ผู้คนจำนวนมากยื่นแบบภาษีคืนและชำระเงินออนไลน์ทั่วโลก

ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันมหาศาลต่อระบบการชำระเงิน หน่วยงานด้านภาษีของประเทศหนึ่งมีความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นและความปลอดภัยของข้อมูลหลังจากการเสนอบริการตลอด 24 ชั่วโมงใหม่ให้กับประชาชน ซึ่งรวมถึงการให้บริการ e-taxation และ e-invoice ในการนี้ระบบ OceanStor Dorado ขั้นสูงทั้งสองระบบได้รับการปรับใช้ให้กับระบบ gateway-free สำหรับ Metro Cluster เพื่อให้บริการที่ปลอดภัยและไม่ทำให้ยุ่งยากสำหรับผู้เสียภาษี

สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ มีการใช้งานหลักเรื่องการเปลี่ยนแปลงการผลิต การผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เป็นกระบวนการที่น่าเบื่อหน่ายและห่วงโซ่การตลาดที่กว้างขวางครอบคลุมผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่าย เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการไหลของข้อมูลหลายระดับและการจัดทำรายงานเป็นประจำ ปัญหาใด ๆ ระหว่างการผลิตรถยนต์ล่าช้า ยอดขายลด และในที่สุดก็ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันขององค์กร ระบบ ERP แบบเก่าของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำนั้นต้องใช้เวลาเจ็ดนาทีในการตอบคำถามการผลิตและการสั่งซื้อ และใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการรายงานยอดขายแบตเตอรี่รายเดือน ซึ่งในการนี้ Huawei AFA สามารถช่วยลดลดเวลาตอบสนองต่อข้อมูลเหล่านี้ลงให้เหลือเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น

นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า AFAs สามารถทำอะไรได้บ้าง ผู้เล่นในอุตสาหกรรมเลือก AFAs เพื่อประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ต้นทุนที่ต่ำ ลง และความน่าเชื่อถือที่สูงขึ้น โดยมี หัวเว่ย เป็นผู้จัดจำหน่ายที่สามารถสนองตอบต่อความต้องการเหล่านี้

นวัตกรรมและความมุ่งมั่นทำให้ หัวเว่ย เป็นผู้ให้บริการ AFA ชั้นนำ

บริษัทเป็นผู้บุกเบิก AFA มานานนับตั้งแต่เปิดตัว SSD รุ่นแรกในปี 2548 ด้วยความเชี่ยวชาญ 15 ปี หัวเว่ยได้ กลายเป็นผู้จัดจำหน่ายระบบจัดเก็บข้อมูลชั้นนำที่มี SSD ตัวชิปควบคุมและระบบปฏิบัติการสำหรับระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลช

หัวเว่ย AFAs มีการพัฒนาแพลตฟอร์มชิป end-to-end ช่วยให้สามารถดำเนินการ vertical consolidation สำหรับการส่ง การประมวลผล ความสามารถในการคิดและเรียนรู้ การจัดเก็บและการจัดการ ชิปเหล่านี้รวมถึงชิปอินเตอร์เฟซมัลติโปรโตคอลอัจฉริยะ Hi1822, หน่วยประมวลผล Kunpeng 920, AI ชิป Ascend 310, ชิปควบคุม SSD Hi1812e และชิปจัดการ BMC Hi1710 จุดเด่น คือ ชิป Kunpeng 920 ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดและเมื่อรวมกับเทคโนโลยีแบบมัลติคอร์จึงมีประสิทธิภาพสูงเป็นสองเท่า

เทคโนโลยีชิปที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นมา 5 ตัวนี้ สามารถกำจัดปัญหาคอขวดที่เกิดจากการพัฒนาที่ไม่สมดุลของ CPU สื่อและเครือข่าย ซึ่งจะทำให้องค์กรต่าง ๆ สามารถรับมือกับการท่วมของข้อมูลที่เกิดใหม่ขึ้นเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กร

เรื่องราวความสำเร็จระดับโลกยืนยันความเชี่ยวชาญของ หัวเว่ย

ในปี 2562 รายงานของ IDC คาดการณ์การเจริญเติบโต 1.3% ปีต่อปี ในการจับจ่ายใช้สอยสำหรับระบบจัดเก็บข้อมูล OEM ภายนอกขององค์กรทั่วโลก โดยในไตรมาสที่สามการจับจ่ายใช้สอยสำหรับระบบจัดเก็บข้อมูลของหัวเว่ยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 60.1% การเติบโตอย่างรวดเร็วดังกล่าวได้รับแรงผลักดันจากการยอมรับของอุตสาหกรรมที่ยังไม่มีสัญญาณของการลดน้อยลง โดยมี AFAs เป็นสายผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดของระบบจัดเก็บข้อมูลของหัวเว่ย

ในปี 2561 Magic Quadrant รายงานการวิจัยตลาดที่เผยแพร่โดย บริษัท ที่ปรึกษาด้านไอทีของ Gartner รายงานว่า Disk Arrays สำหรับ General-Purpose ของหัวเว่ยได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในปีที่สามติดต่อ และต่อมาในปี 2062 Magic Quadrant โดย หัวเว่ย ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในการปรับปรุงความสมบูรณ์ของกลยุทธ์และการดำเนินการ หัวเว่ยยังคงคิดค้นและช่วยให้องค์กรต่าง ๆ หันมาใช้การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กรและระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคของการกระหายข้อมูล

หัวเว่ยได้เปิดตัวโปรแกรม “Flash Only +” เพื่อให้ลูกค้าได้มีการใช้งานสเตอเรจอย่างเต็มที่กับประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดของ AFAs ในราคาเท่ากันของระบบจัดเก็บข้อมูลแบบไฮบริดที่มีความจุเท่ากัน โปรแกรมดังกล่าวสามารถใช้ได้จนถึง 31 ธันวาคม 2563

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%87%e0%b8%b5huawei-next-gen-all-flash/

หัวเว่ย : Next Gen All-Flash ก้าวต่อไปสู่ยุคระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลช

William Brian Arthur นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง เขียนใน The Nature of Technology “ในโลกแห่งความเป็นจริง เทคโนโลยีมีการปรับเปลี่ยนอย่างสูง เนื่องจากเป็นสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่คงที่ ไม่สิ้นสุด และไม่สมบูรณ์แบบ” รวมถึงเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลก็ไม่มีข้อยกเว้น
โดยได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อประสิทธิภาพที่มากขึ้นสำหรับการตอบสนองรูปแบบธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและสิ่งเหล่านี้ทำให้หลายองค์กรมองหาสถาปัตยกรรมไอทีแบบใหม่ ที่นำพาทุกคนเข้าสู่ยุคระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลช
คำถาม : อะไรเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชอย่างรวดเร็ว?

ในปี 2558 Gartner ทำนายการถือกำเนิดของยุคระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลช ที่ซึ่ง Solid State Drive (SSD) จะมาแทนที่ Hard disk Drive (HDD) ในการจัดเก็บข้อมูลขององค์กร ซึ่งอันที่จริงแล้ว SSD ที่มีประสิทธิภาพสูงพร้อม All-Flash Array (AFAs) คาดว่าจะแทนที่ 50% ของระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ HDD แบบเดิมในศูนย์ข้อมูลภายในปี 2563

ปริมาณมหาศาลของข้อมูลที่หลากหลายนั้นขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่น คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) Internet Of Thing (IoT) และ 5G ซึ่งหัวเว่ยประเมินว่าภายในปี 2568 ข้อมูลทั่วโลกจะมีปริมาณกว่า 180 ZB นั้นจะมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) เช่น ข้อความ รูปภาพ ไฟล์เสียง และไฟล์วิดีโอ จะทำให้การประมวลผลข้อมูลมีความซับซ้อนและต้องการรูปแบบการจัดเก็บใหม่ ดังนั้นระบบจัดเก็บข้อมูลจะต้องจัดการกับสภาพแวดล้อมของการปรับใช้ เพื่อตอบสนองการใช้งานของแอปพลิเคชัน และข้อกำหนดด้านมูลค่าต่าง ๆ

เทคโนโลยี SSD กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วด้วยระดับความจุที่เพิ่มขึ้นจากหลายร้อยกิกะไบต์ไปจนถึงหลายสิบ เทราไบต์ เทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นเชื่อมต่อเครือข่ายกำลังเริ่มใช้งาน SSD สำหรับพื้นที่จัดเก็บแบบ Block, File และ Object เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลรุ่นต่อไปที่ได้รับการแนะนำอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามตัวเปลี่ยนเกมที่แท้จริงคือระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชและ SSD ซึ่งกำลังเข้าแทนที่อย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี SAS และ SATA ซึ่งมีอายุกว่าสองทศวรรษในตลาดระบบจัดเก็บข้อมูล

SSD ทำงานได้ดีเป็นพิเศษสามารถประมวลผล IOPS นับล้าน จึงทำให้เหมาะสำหรับอินเทอร์เน็ตที่ต้องการประสิทธิภาพ คลาวด์คอมพิวติ้ง และแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ ข้อมูลการตลาดแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการเงินสร้างรายได้จาก AFA มากที่สุด โดยที่รัฐบาล การสื่อสารโทรคมนาคม และผู้ผลิตมีความพึงพอใจต่อ AFA มากขึ้น

คำถาม: ลูกค้าอุตสาหกรรมจะใช้ประโยชน์จากการท่วมของข้อมูลได้อย่างไร?

Big Data กำลังเปลี่ยนแปลงหลายอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างเช่น ศูนย์ข้อมูลของธนาคาร มีลูกค้าจำนวนมากดำเนินการผ่านออนไลน์หรือผ่านมือถือ ซึ่งย่อมมีความต้องการให้ระบบธนาคารทำงานได้อยู่ตลอดเวลา การเกิดขึ้นของกิจกรรมด้านไอทีที่ให้บริการทางการเงินทำให้สถานการณ์ยุ่งยากขึ้น วิธีการเข้าถึงที่คาดเดาไม่ได้ และปริมาณบริการยังคงมีการทดสอบขีดจำกัดของระบบต่าง ๆ ปริมาณธุรกรรม ดังเช่น ในวันที่ 11 พฤศจิกายนหรือวันคนโสดเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า โดยมีการประมวลผลธุรกรรมหลายสิบล้านครั้งทุกวินาที ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณงานขนาดใหญ่ให้กับโครงสร้างพื้นฐาน

หัวเว่ยได้ดำเนินการช่วยเหลืออย่างแข็งขันในการให้องค์กรต่าง ๆ สามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ธนาคารที่ให้บริการลูกค้าหลายๆประเทศพบว่าลูกค้าไม่พอใจเนื่องจากโซลูชั่นดั้งเดิมไม่สามารถรับมือกับข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ หัวเว่ยสามารถแก้ไขปัญหาให้ด้วยการเปลี่ยนระบบจัดเก็บข้อมูลดั้งเดิมด้วย OceanStor Dorado, AFAs เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์จากการใช้งานที่ราบรื่นตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน ตัวอย่างถัดมา เช่น ผู้คนจำนวนมากยื่นแบบภาษีคืนและชำระเงินออนไลน์ทั่วโลก

ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันมหาศาลต่อระบบการชำระเงิน หน่วยงานด้านภาษีของประเทศหนึ่งมีความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นและความปลอดภัยของข้อมูลหลังจากการเสนอบริการตลอด 24 ชั่วโมงใหม่ให้กับประชาชน ซึ่งรวมถึงการให้บริการ e-taxation และ e-invoice ในการนี้ระบบ OceanStor Dorado ขั้นสูงทั้งสองระบบได้รับการปรับใช้ให้กับระบบ gateway-free สำหรับ Metro Cluster เพื่อให้บริการที่ปลอดภัยและไม่ทำให้ยุ่งยากสำหรับผู้เสียภาษี

สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ มีการใช้งานหลักเรื่องการเปลี่ยนแปลงการผลิต การผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เป็นกระบวนการที่น่าเบื่อหน่ายและห่วงโซ่การตลาดที่กว้างขวางครอบคลุมผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่าย เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการไหลของข้อมูลหลายระดับและการจัดทำรายงานเป็นประจำ ปัญหาใด ๆ ระหว่างการผลิตรถยนต์ล่าช้า ยอดขายลด และในที่สุดก็ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันขององค์กร ระบบ ERP แบบเก่าของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำนั้นต้องใช้เวลาเจ็ดนาทีในการตอบคำถามการผลิตและการสั่งซื้อ และใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการรายงานยอดขายแบตเตอรี่รายเดือน ซึ่งในการนี้ Huawei AFA สามารถช่วยลดลดเวลาตอบสนองต่อข้อมูลเหล่านี้ลงให้เหลือเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น

นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า AFAs สามารถทำอะไรได้บ้าง ผู้เล่นในอุตสาหกรรมเลือก AFAs เพื่อประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ต้นทุนที่ต่ำ ลง และความน่าเชื่อถือที่สูงขึ้น โดยมี หัวเว่ย เป็นผู้จัดจำหน่ายที่สามารถสนองตอบต่อความต้องการเหล่านี้

นวัตกรรมและความมุ่งมั่นทำให้ หัวเว่ย เป็นผู้ให้บริการ AFA ชั้นนำ

บริษัทเป็นผู้บุกเบิก AFA มานานนับตั้งแต่เปิดตัว SSD รุ่นแรกในปี 2548 ด้วยความเชี่ยวชาญ 15 ปี หัวเว่ยได้ กลายเป็นผู้จัดจำหน่ายระบบจัดเก็บข้อมูลชั้นนำที่มี SSD ตัวชิปควบคุมและระบบปฏิบัติการสำหรับระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลช

หัวเว่ย AFAs มีการพัฒนาแพลตฟอร์มชิป end-to-end ช่วยให้สามารถดำเนินการ vertical consolidation สำหรับการส่ง การประมวลผล ความสามารถในการคิดและเรียนรู้ การจัดเก็บและการจัดการ ชิปเหล่านี้รวมถึงชิปอินเตอร์เฟซมัลติโปรโตคอลอัจฉริยะ Hi1822, หน่วยประมวลผล Kunpeng 920, AI ชิป Ascend 310, ชิปควบคุม SSD Hi1812e และชิปจัดการ BMC Hi1710 จุดเด่น คือ ชิป Kunpeng 920 ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดและเมื่อรวมกับเทคโนโลยีแบบมัลติคอร์จึงมีประสิทธิภาพสูงเป็นสองเท่า

เทคโนโลยีชิปที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นมา 5 ตัวนี้ สามารถกำจัดปัญหาคอขวดที่เกิดจากการพัฒนาที่ไม่สมดุลของ CPU สื่อและเครือข่าย ซึ่งจะทำให้องค์กรต่าง ๆ สามารถรับมือกับการท่วมของข้อมูลที่เกิดใหม่ขึ้นเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กร

เรื่องราวความสำเร็จระดับโลกยืนยันความเชี่ยวชาญของ หัวเว่ย

ในปี 2562 รายงานของ IDC คาดการณ์การเจริญเติบโต 1.3% ปีต่อปี ในการจับจ่ายใช้สอยสำหรับระบบจัดเก็บข้อมูล OEM ภายนอกขององค์กรทั่วโลก โดยในไตรมาสที่สามการจับจ่ายใช้สอยสำหรับระบบจัดเก็บข้อมูลของหัวเว่ยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 60.1% การเติบโตอย่างรวดเร็วดังกล่าวได้รับแรงผลักดันจากการยอมรับของอุตสาหกรรมที่ยังไม่มีสัญญาณของการลดน้อยลง โดยมี AFAs เป็นสายผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดของระบบจัดเก็บข้อมูลของหัวเว่ย

ในปี 2561 Magic Quadrant รายงานการวิจัยตลาดที่เผยแพร่โดย บริษัท ที่ปรึกษาด้านไอทีของ Gartner รายงานว่า Disk Arrays สำหรับ General-Purpose ของหัวเว่ยได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในปีที่สามติดต่อ และต่อมาในปี 2062 Magic Quadrant โดย หัวเว่ย ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในการปรับปรุงความสมบูรณ์ของกลยุทธ์และการดำเนินการ หัวเว่ยยังคงคิดค้นและช่วยให้องค์กรต่าง ๆ หันมาใช้การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กรและระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคของการกระหายข้อมูล

หัวเว่ยได้เปิดตัวโปรแกรม “Flash Only +” เพื่อให้ลูกค้าได้มีการใช้งานสเตอเรจอย่างเต็มที่กับประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดของ AFAs ในราคาเท่ากันของระบบจัดเก็บข้อมูลแบบไฮบริดที่มีความจุเท่ากัน โปรแกรมดังกล่าวสามารถใช้ได้จนถึง 31 ธันวาคม 2563

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-next-gen-all-flash/

Exclusive Networks | McAfee Webinar: Data Security – Protect Data Where it Lives

Exclusive Networks ร่วมกับ McAfee ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน IT Security เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์เรื่อง “Data Security – Protect Data Where it Lives” เพื่อแชร์แนวทางการปกป้องข้อมูลล่าสุดในยุคที่ข้อมูลกระจายตัวอยู่ทุกหนทุกแห่ง พร้อมแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2020 เวลา 14:00 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Data Security – Protect Data Where it Lives
ผู้บรรยาย: คุณณัฐพงษ์ ฟองสินธุ์ Assistant Support Manager และคุณปาณชัย เพิ่มพูนพัฒนสุข Solution Consultant จาก Exclusive Networks
วันเวลา: วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2020 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_q4iEwwCjQpe3tkOOfz7yNg

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทั้งข้อมูลความลับทางธุรกิจและข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมอ้างอิงถึงกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น GDPR และ PDPA (พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562) รวมไปถึงผลกระทบต่อธุรกิจเมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลหรือถูกขโมย นอกจากนี้ยังมีการแนะนำวิธีการวางมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Cloud, Network และ Endpoint ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ธุรกิจต้องปรับตัวให้พนักงานสามารถทำงานจากภายนอกสถานที่หรือ Work from Home ได้

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • การกระจายตัวของข้อมูลในยุคดิจิทัล
  • ปัจจัยและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากเหตุ Data Breach และความสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (GDPR/PDPA)
  • แนวทางการจำแนกข้อมูลและการกำหนดนโยบายการใช้ข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ
  • แนะนำโซลูชัน Data Protection จาก McAfee สำหรับการปกป้องข้อมูลสำคัญที่กระจายตัวอยู่ในทุกๆ ที่
  • ตัวอย่างและสาธิตการทำงานของ McAfee Data Protection

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/957207961383860/

from:https://www.techtalkthai.com/exclusive-networks-mcafee-webinar-data-security-protect-data-where-it-lives/

Pure Storage ชี้!! COVID-19 เป็นตัวผลักดันในทุกๆ อย่างไปขึ้นบนคลาวด์

วิกฤติที่เกิดจากแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า COVID-19 นั้นทำให้ธรรมชาติการทำงานต้องเปลี่ยนแปลงกะทันหัน และอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดการ ตามสารที่ทางซีอีโอของ Pure Storage คุณ Charles Giancarlo กล่าวไว้

โดยเป็นการแถลงแบบออนไลน์ระหว่างการประชุมแบบเวอร์ช่วลชื่อ Pure Accelerate พร้อมทั้งมองว่าการแพร่ระบาดนี้ได้ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของธุรกิจทั้งหลายครั้งใหญ่

ซึ่งธุรกิจจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ได้ผลการดำเนินงานตามที่ต้องการ โดยจำเป็นต้องสร้างความสามารถในการทำงานจากระยะไกลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไปจนถึงระบบออโตเมชั่นและการผนวกรวมระบบ

รวมทั้งการใช้หลักเศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานแบบยืดหยุ่นด้วย เห็นได้จากธุรกิจต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับการประเมินการลงทุนด้านไอทีใหม่ โดยย้ายความสนใจไปให้กับการปฏิวัติทางดิจิตอลในช่วงระหว่างการระบาดนี้แทน

ทีมา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/pure-storage-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89-covid-19-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99/