คลังเก็บป้ายกำกับ: DATA_LOSS_PREVENTION

[Video Webinar] Data Security – Protect Data Where it Lives โดย McAfee

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Exclusive Networks | McAfee Webinar เรื่อง “Data Security – Protect Data Where it Lives” เพื่อแชร์แนวทางการปกป้องข้อมูลล่าสุดในยุคที่ข้อมูลกระจายตัวอยู่ทุกหนทุกแห่ง พร้อมแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณณัฐพงษ์ ฟองสินธุ์ Assistant Support Manager และคุณปาณชัย เพิ่มพูนพัฒนสุข Solution Consultant จาก Exclusive Networks

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทั้งข้อมูลความลับทางธุรกิจและข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมอ้างอิงถึงกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น GDPR และ PDPA (พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562) รวมไปถึงผลกระทบต่อธุรกิจเมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลหรือถูกขโมย นอกจากนี้ยังมีการแนะนำวิธีการวางมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Cloud, Network และ Endpoint ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ธุรกิจต้องปรับตัวให้พนักงานสามารถทำงานจากภายนอกสถานที่หรือ Work from Home ได้

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • การกระจายตัวของข้อมูลในยุคดิจิทัล
  • ปัจจัยและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากเหตุ Data Breach และความสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (GDPR/PDPA)
  • แนวทางการจำแนกข้อมูลและการกำหนดนโยบายการใช้ข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ
  • แนะนำโซลูชัน Data Protection จาก McAfee สำหรับการปกป้องข้อมูลสำคัญที่กระจายตัวอยู่ในทุกๆ ที่
  • ตัวอย่างและสาธิตการทำงานของ McAfee Data Protection

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-data-security-protect-data-where-it-lives-with-mcafee/

Exclusive Networks | McAfee Webinar: Data Security – Protect Data Where it Lives

Exclusive Networks ร่วมกับ McAfee ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน IT Security เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์เรื่อง “Data Security – Protect Data Where it Lives” เพื่อแชร์แนวทางการปกป้องข้อมูลล่าสุดในยุคที่ข้อมูลกระจายตัวอยู่ทุกหนทุกแห่ง พร้อมแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2020 เวลา 14:00 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Data Security – Protect Data Where it Lives
ผู้บรรยาย: คุณณัฐพงษ์ ฟองสินธุ์ Assistant Support Manager และคุณปาณชัย เพิ่มพูนพัฒนสุข Solution Consultant จาก Exclusive Networks
วันเวลา: วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2020 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_q4iEwwCjQpe3tkOOfz7yNg

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทั้งข้อมูลความลับทางธุรกิจและข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมอ้างอิงถึงกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น GDPR และ PDPA (พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562) รวมไปถึงผลกระทบต่อธุรกิจเมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลหรือถูกขโมย นอกจากนี้ยังมีการแนะนำวิธีการวางมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Cloud, Network และ Endpoint ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ธุรกิจต้องปรับตัวให้พนักงานสามารถทำงานจากภายนอกสถานที่หรือ Work from Home ได้

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • การกระจายตัวของข้อมูลในยุคดิจิทัล
  • ปัจจัยและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากเหตุ Data Breach และความสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (GDPR/PDPA)
  • แนวทางการจำแนกข้อมูลและการกำหนดนโยบายการใช้ข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ
  • แนะนำโซลูชัน Data Protection จาก McAfee สำหรับการปกป้องข้อมูลสำคัญที่กระจายตัวอยู่ในทุกๆ ที่
  • ตัวอย่างและสาธิตการทำงานของ McAfee Data Protection

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/957207961383860/

from:https://www.techtalkthai.com/exclusive-networks-mcafee-webinar-data-security-protect-data-where-it-lives/

McAfee Webinar: A New Normal Adoption with McAfee Unified Cloud Edge

Ingram Micro ร่วมกับ McAfee Thailand ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน IT Security เข้าร่วมฟังบรรยาย McAfee Webinar เรื่อง “A New Normal Adoption with McAfee Unified Cloud Edge” เพื่อเรียนรู้การปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า/พนักงานจากการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจและการทำงานไปสู่วิถีใหม่ (New Normal) ในวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2020 เวลา 14:00 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: A New Normal Adoption with McAfee Unified Cloud Edge
ผู้บรรยาย: คุณนรวัฒน์ ขัดใจ Professional Service Engineer จาก Ingram Micro (Thailand)
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2020 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_aVobEdqTRsW0Ie336w6I2A

องค์กรและหน่วยงานในทุกๆ อุตสาหกรรมต่างเดินหน้าพลิกโฉมธุรกิจของตนผ่านการทำ Digital Transformation แต่หลายองค์กรเหล่านั้นกลับยังไม่ประสบความสำเร็จในการก้าวข้ามความท้าทายที่ต้องเผชิญอย่างยั่งยืน จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ COVID-19 แพร่ระบาดซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดการตื่นตัว การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในรูปแบบที่เรียกกันว่า “New Normal” เพื่อให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

Cloud, Machine Learning, AI และนวัตกรรมอื่นๆ เริ่มถูกนำเข้ามาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ การปรับปรุงกระบวนต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น หรือการเพิ่มความต่อเนื่องในการให้บริการ เมื่อธุรกิจต้องพึ่งพาระบบดิจิทัลมากขึ้น คำถามสำคัญคือ แล้วเราจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสำคัญขององค์กร ข้อมูลส่วนบบุคคลของลูกค้า และของพนักงานไม่ให้ถูกขโมยหรือรั่วไหลสู่ภายนอกองค์กรได้อย่างไร

Ingram Micro (Thailand) จึงร่วมกับ McAfee ผู้ให้บริการด้านโซลูชันด้าน Cybersecurity แบบบูรณาการจัด Webinar เรื่อง “A New Normal Adoption with McAfee Unified Cloud Edge” ขึ้นเพื่อแนะนำโซลูชัน McAfee Unified Cloud Edge สำหรับปิดช่องโหว่การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลขององค์กรและข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้หลุดสู่สาธารณะ ไม่ว่าจะทางอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพา (Removeable Media), การส่งออกหรือเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ต, การใช้งาน Cloud Service ที่เป็นอันตราย หรือการถูกมัลแวร์ขั้นสูงที่ฝังอยู่ในเว็บไซต์อันตรายขโมยออกไป ทั้งยังสามารถคุ้มครองข้อมูลในระดับ Cloud-to-Cloud ได้อีกด้วย เพื่อให้มั่นใจองค์กรจะสามารถปกป้องข้อมูลสำคัญได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าพนักงานจะทำงานอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ หรือผ่านอุปกรณ์ใดก็ตาม

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/2633123193673412/

from:https://www.techtalkthai.com/mcafee-webinar-a-new-normal-adoption-with-mcafee-unified-cloud-edge/

เตรียมระบบความมั่นคงปลอดภัยให้พร้อมรองรับ PDPA ด้วย One Stop ICT จาก CSL และโซลูชันจาก Fortinet

จากที่รัฐบาลมีมติให้เลื่อนการเริ่มบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA (Personal Data Protection Act) ในประเทศไทยออกไปอีก 1 ปีจากเดิมที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2020 เป็น วันที่ 27 พฤษภาคม 2021 เพื่อให้องค์กรธุรกิจได้มีเวลามากขึ้นในการจัดเตรียมระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ICT ให้มีความพร้อม เพื่อการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของทั้งลูกค้าและพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จึงนับเป็นโอกาสที่แต่ละองค์กรจะได้ทบทวนความพร้อมของระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระบบ ICT ของตนอีกครั้ง รวมทั้งระบบการจัดเก็บข้อมูล และใช้ข้อมูลในรูปแบบต่างๆ หากเกิดการละเมิดข้อมูล จะถูกดำเนินการรับผิดทางแพ่งซึ่งองค์กรธุรกิจจะต้องชดใช้ค่าเสียหายทดแทนเพิ่มขึ้นอีกสูงสุดไม่เกิน 2 เท่า ของค่าเสียหายที่แท้จริง

CSL พร้อมช่วยองค์กรรองรับ PDPA ด้วยโซลูชันที่ครบถ้วนจาก Fortinet

CSL เป็นพาร์ตเนอร์กับ Fortinet มาอย่างยาวนาน ให้บริการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยที่หลากหลาย และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าระดับองค์กรเป็นอย่างมาก สามารถสร้างยอดขายสูงสุดจนได้รับรางวัล Fortinet Platinum of the Year 2018 พิสูจน์ถึงความมั่นใจจากลูกค้าระดับองค์กรธุรกิจในประเทศไทยที่มีต่อ CSL ในการนำโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก Fortinet ไปใช้งานในระบบ ICT ของตนได้เป็นอย่างดี

สำหรับโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยที่รองรับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA นั้น CSL และ Fortinet ก็มีความพร้อมที่ให้บริการโซลูชันต่างๆ เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและพนักงานได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ สามารถแบ่งออกเป็น 5 ส่วนสำคัญ ดังนี้

1. โซลูชันป้องกันการสูญหายของข้อมูล (Data Loss Prevention)

ในการปกป้องข้อมูลไม่ให้เกิดความเสียหายหรือสูญหาย Fortinet มีโซลูชันในรูปแบบ Built-in DLP (Data Loss Prevention) ประกอบด้วยคุณสมบัติการทำงานต่างๆ ดังนี้

  • FortiGate โซลูชันไฟร์วอลล์ ทำหน้าที่เป็นกำแพงปกป้องภัยคุกคามที่พยายามเจาะเข้ามาในระบบเพื่อขโมยข้อมูลอันมีค่าขององค์กร รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดย CSL มีทีมวิศวกรที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เรื่อง FortiGate Firewall จึงสามารถให้คำแนะนำและปรึกษาสำหรับองค์กรทุกขนาดได้เป็นอย่างดี พร้อมบริการ ICT Managed Services สำหรับไฟร์วอลล์ จึงสามารถเป็นผู้ช่วยที่ดีมากขึ้นอีกขั้นในการดูแลและให้บริการแก่ลูกค้าหลังการเริ่มใช้งานระบบ
  • FortiProxy มีการทำงานในรูปแบบของ URL & DNS Filtering เพื่อป้องกันและควบคุมไม่ให้พนักงานเข้าไปยังเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยงในการนำมัลแวร์จากภายนอกเข้ามาสู่ระบบเครือข่ายภายในองค์กร พร้อมระบบ Advance Threat Protection ที่ช่วยป้องกันภัยคุกคามอีกรูปแบบหนึ่ง และเพิ่มการพิสูจน์ตัวตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
  • FortiWeb ทำหน้าที่เป็น Web Security Gateway วางตำแหน่งอยู่ด้านหน้าเซิร์ฟเวอร์ โดยสามารถที่จะตรวจสอบว่าข้อมูลที่นำออกไปเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ และผู้ที่ใช้งานข้อมูลเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลหรือไม่ เพื่อป้องกันภัยคุกคามในส่วนของเว็บเซิร์ฟเวอร์ให้กับองค์กร ทั้งการใช้งานภายในองค์กร และการให้บริการในรูปแบบสาธารณะ ช่วยป้องกันการโจมตีทั้งในรูปแบบ SQL Injection, Cross-Site scripting และป้องกันการขโมยข้อมูลผ่าน Web Applications
  • FortiMail อีเมลเป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้ข้อมูลรั่วไหลออกไปสู่ภายนอกได้ FortiMail ทำหน้าที่กรองและป้องกันอีเมลที่มีความอันตราย ไม่ว่าจะเป็นอีเมลในรูปแบบ ฟิชชิ่ง สแปมเมล ไวรัสเมล พร้อมการทำงานในแบบ SMTP Relay เพื่อให้ระบบอีเมลภายในองค์กรมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยคุกคาม อีกทั้งยังสามารถช่วยปกป้ององค์กรจากการโจมตีในรูปแบบ Ransomware ที่แฝงมาพร้อมกับอีเมลได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับองค์กรที่มีการใช้เซิร์ฟเวอร์ในรูปแบบระบบคลาวด์ มีความจำเป็นอย่างมากเช่นกันสำหรับการปกป้องข้อมูล Fortinet ได้พัฒนาคุณสมบัติ Built-in DLP for Cloud อันประกอบด้วย FortiGate Cloud, FortiMail Cloud, FortiWeb Cloud และ FortiCASB ขึ้นมาเพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับการใช้งานเซิร์ฟเวอร์บนระบบคลาวด์โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ หากใช้งานผ่านผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะ อย่างเช่น Amazon AWS, Microsoft Azure, Oracle Cloud Infrastructure หรือ Alibaba Cloud ทาง Fortinet ก็ได้พัฒนา Built-in DLP for Public Cloud ที่จะช่วยปกป้องข้อมูลในการใช้งานผ่านระบบคลาวด์ให้แก่องค์กรได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นเดียวกัน

2. การควบคุมการเข้าถึง (Access Control)

เป็นอีกส่วนของระบบความมั่นคงปลอดภัยที่มีความสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์สามารถเข้าถึงและใช้งานข้อมูลได้โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงจำเป็นจะต้องมีระบบควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ

  • FortiToken เป็นโซลูชันป้องกันการขโมยรหัสผ่าน รองรับการยืนยันแบบ 2-Factor Authentication (2FA) ทั้งในรูปแบบ OTP (One Time Password) และ Soft Token โดยการยืนยันตัวตนขั้นที่สอง ก่อนเข้าถึงการใช้งานข้อมูลจะมีการยืนยันผ่านโทรศัพท์มือถือของผู้ที่ได้รับสิทธิ์คนนั้นๆ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ยืนยันเข้าระบบด้วยการป้อนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเพื่อยืนยันตัวตนในขั้นแรกเรียบร้อยแล้ว จึงช่วยรักษาความมั่นคงปลอดภัยจากการขโมยรหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบ ICT หรือใช้ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตได้เป็นอย่างดี

3. โซลูชันความมั่นคงของข้อมูล (Data Integrity)

  • FortiClient ทำหน้าที่ป้องกันในส่วนของอุปกรณ์ Endpoint จากมัลแวร์ที่พยายามหาช่องโหว่ของระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย และปิดช่องโหว่ไม่ให้มัลแวร์สามารถขโมยข้อมูลออกไปได้ สามารถป้องกัน Ransomware ที่บุกโจมตีผ่านทางอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบ โดยจะมีการตรวจสอบ Packet ข้อมูลหรือซอฟต์แวร์ที่ดาวน์โหลดมาสำหรับการติดตั้งใช้งานผ่านระบบคลาวด์ของ Fortinet ก่อนที่จะมีการติดตั้งลงในอุปกรณ์นั้นๆ ของผู้ใช้งานต่อไป รวมถึงมีระบบตรวจสอบฝังตัวอยู่ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่สามารถกำหนดนโยบายในการตรวจสอบว่ามีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้กำหนดไว้ในช่วงเวลาไหน มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือไม่ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล เป็นการกระทำโดยผู้ที่มีสิทธิ์ถูกต้องตามนโยบายที่ได้กำหนดไว้หรือไม่

4. โซลูชันตรวจสอบและป้องกันการละเมิดข้อมูล (Breach Detection and Prevention)

เป็นพื้นฐานด้านระบบความมั่นคงปลอดภัยด้าน ICT ส่วนสำคัญส่วนแรกที่ควรเริ่มต้นสำหรับการวางระบบ โดยเบื้องต้นจะต้องมีการตรวจสอบหาช่องโหว่ของเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานอยู่เสียก่อน

สำหรับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล หรือ Breach Prevention จะประกอบด้วย Next Generation Firewall, Web Application Firewall, Endpoint Security, Email Security ที่มีอยู่ใน Built-in DLP ของ Fortinet อยู่แล้ว

ส่วนการตรวจสอบและเฝ้าระวัง หรือ Breach Detection ทาง Fortinet ได้พัฒนาคุณสมบัติ FortiSIEM (SIEM: Security Information and Event Management) ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ใน SOC (Security Operations Center) ของ Fortinet อยู่แล้ว เพื่อตรวจสอบและแจ้งเตือน หากมีการใช้งาน แก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า นอกเหนือจากนโยบายที่ได้กำหนดไว้ ก็จะมีการแจ้งไปยังผู้ควบคุมการใช้งานข้อมูลได้ทราบอย่างทันท่วงที

5. โซลูชันเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption)

การเข้ารหัสข้อมูลจะช่วยให้แม้ว่ามีการละเมิดจนสามารถนำข้อมูลออกไปจากระบบได้ แต่จะไม่สามารถเปิดดูข้อมูลได้ เนื่องจากว่าข้อมูลได้มีการเข้ารหัสไว้นั่นเอง โดยการเข้ารหัสข้อมูลในส่วนที่จำเป็นต่อการใช้งานเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับองค์กรจะเป็นการเข้ารหัสในแบบ Address Encryption ซึ่งเป็นการเข้ารหัสข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือในอุปกรณ์ของผู้ใช้งานเป็นสำคัญ โดยมีการเข้ารหัสข้อมูล 3 แบบ คือ

  • Drive Encryption เป็นการเข้ารหัสในระดับไดรฟ์ แม้ว่าจะมีการนำไดรฟ์ที่มีการเข้ารหัสไปเปิดในเครื่อง PC อื่นๆ ก็จะไม่สามารถเปิดใช้งานข้อมูลได้ โดยส่วนนี้ หากว่าองค์กรมีระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับศูนย์ข้อมูลที่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารหัสในรูปแบบนี้ก็ได้
  • File Encryption เป็นการเข้ารหัสให้กับไฟล์ที่มีการเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่ใช้งานร่วมกันในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ถ้าไม่ใช่ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดใช้งาน ก็จะไม่สามารถเปิดไฟล์ได้ เป็นส่วนที่องค์กรธุรกิจในส่วนของผู้ควบคุมการใข้งานข้อมูลส่วนบุคคลควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
  • Database Encryption เป็นการเข้ารหัสให้กับฐานข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเปิดใช้งานฐานข้อมูลได้ หากองค์กรมีระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยของศูนย์ข้อมูลที่ดี ก็ไม่จำเป็นเข้ารหัสในส่วนนี้ก็ได้เช่นกัน

โซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยทั้ง 5 รูปแบบ ของ Fortinet สามารถตอบสนองความต้องการด้าน ICT ที่ช่วยให้องค์กรสามารถนำไปใช้งานเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและพนักงานได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ และได้รับการยอมรับจากองค์กรธุรกิจชั้นนำทั้งในระดับประเทศและระดับโลกเป็นอย่างดีตลอดมา โดย CSLและ Fortinet พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในการให้คำปรึกษาแก่องค์กรธุรกิจทุกขนาด สำหรับการพัฒนาระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้าน ICT ขององค์กรให้สามารถปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้มีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบได้เป็นอย่างดี

CSL พร้อมให้คำปรึกษาโซลูชันด้าน ICT เพื่อรองรับ PDPA ที่เหมาะสมกับทุกองค์กรธุรกิจ

แม้การบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ในประเทศไทย จะถูกเลื่อนไปอีกถึง 1 ปี คือจะเริ่มบังคับใช้ในวัน 27 พฤษภาคม 2021 ทำให้องค์กรธุรกิจมีเวลาในการเตรียมความพร้อมเพื่อให้ระบบขององค์กรสามารถรองรับ และสอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับของ พ.ร.บ.ฯ แต่ทุกการเริ่มต้นเตรียมความพร้อมควรต้องเริ่มต้นกับพาร์ตเนอร์ด้านเทคโนโลยีที่มีประสบการณ์ และสามารถให้บริการได้ครบถ้วน

SL มีโซลูชันที่ครบถ้วน พร้อมด้วยทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์โซลูชันด้าน ICT ให้กับองค์กรธุรกิจมาอย่างยาวนาน CSL จึงมีความพร้อมในการให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหาโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณสำหรับองค์กรธุรกิจทุกขนาด พร้อมบริการหลังการขาย รวมถึงการบริการในรูปแบบ Managed Services ที่ช่วยแบ่งเบาภาระด้านบุคคลากรและค่าใช้จ่ายด้าน ICT โดยรวมให้กับองค์กรธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกรูปแบบหนึ่งด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ CSL พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 1370 ในการให้คำปรึกษาและช่วยแก้ปัญหาแก่ลูกค้าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

“Enhance Agility of New Normal with CSL Digital Transformation Solutions”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจกับ CSL โทร 0-2263-8185 หรืออีเมล presales@csl.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/prepare-for-pdpa-with-fortinet-solutions-and-one-stop-ict-by-csl/

[Video] Fortinet Webinar Series EP #3: Preparing for Personal Data Protection Act

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Fortinet Webinar Series EP#3 เรื่อง “Preparing for Personal Data Protection Act” ที่เพิ่งจัดไปหรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่นี่เลยครับ

ผู้บรรยาย: ดร.รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ Senior Manager Systems Engineering จาก Fortinet Thailand

เนื้อหาที่น่าสนใจใน EP #3 จะครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะตอบโจทย์รับการคุกคามทางโซเบอร์ส่วนต่างๆ และการควบคุมข้อมูลให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

  • การป้องกันข้อมูลรั่วไหล (Data Loss Prevention)
  • การควบคุมการเข้าใช้งานในเครือข่ายและทรัพยากร (Access Control)
  • การควบคุมให้ข้อมูลถูกต้องอยู่เสมอ (Data Integrity)

กด Subscribe เพื่อติดตาม YouTube Channel ของ Fortinet Thailand User Group ได้ที่: https://www.youtube.com/channel/UC-oRoZgu8MPKwQeKx9w1SpA?sub_confirmation=1

from:https://www.techtalkthai.com/fortinet-webinar-series-ep-3-preparing-for-personal-data-protection-act-video/

Forcepoint Webinar: Data Security ไม่ใช่แค่ “ขาว”​ หรือ “ดำ”

Forcepoint ขอเรียนเชิญผู้บริหาร, ผู้ปฏิบัติงานด้าน IT และผู้ที่สนใจด้าน Security เข้าร่วมฟังบรรยาย Forcepoint Webinar เรื่อง “Data Security ไม่ใช่แค่ ‘ขาว’ หรือ ‘ดำ’” พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจากการใช้โซลูชัน Data Protection ที่ล้าสมัย รวมไปถึงการวางกลยุทธ์ในการปกป้องข้อมูลอย่างชาญฉลาด สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2020 เวลา 14:00 15:30 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Data Security ไม่ใช่แค่ “ขาว” หรือ “ดำ”
ผู้บรรยาย: Peera Denprayoonwong, Security Consultant จาก Forcepoint Thailand
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2020 เวลา 14:00 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_8dYlT8V8TXWBvFNqpgXP2A

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับภาพรวมของปัญหาทั้งเชิงเทคนิคและเชิงธุรกิจอันเนื่องมาจากการใช้โซลูชัน Data Protection ที่ล้าสมัย รวมไปถึงแนะนำเทคนิคการวางกลยุทธ์ด้าน Data Security ให้มีความทันสมัย พร้อมรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ที่นับวันจะทวีความซับซ้อนและรุนแรงมากยิ่งขึ้น

เนื้อหาที่จะบรรยายประกอบด้วย

  • ปัญหาและความท้าทายอันเนื่องมาจากการใช้โซลูชัน Data Protection ที่ล้าสมัย
  • แนะนำแนวทางการยกระดับ Data Protection ทั้งในส่วนของการทำ Data Classification และ DLP บน Cloud Apps ให้ดียิ่งขึ้น
  • การวางกลยุทธ์ด้าน Data Protection (DLP), Data Classification (Labelling) และ Data Discovery ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
  • ทำความรู้จักกับ Dynamic Data Protection ของ Forcepoint สำหรับการปกป้องข้อมูลในยุคดิจิทัล

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/950053112115447/

from:https://www.techtalkthai.com/forcepoint-webinar-data-security-cannot-be-black-or-white/

[Video Webinar] เตรียมความพร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้วย Cisco Security Platform

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย Cisco Webinar เรื่อง “เตรียมความพร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้วย Cisco Security Platform” พร้อมแนะนำโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับ Work from Home ที่ให้บริการฟรีในช่วงนี้โดยทีม Cisco Thailand ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณจตุพร พึ่งเสือ และคุณพีรวัธน์ กิตติวัชราพงษ์ Technical Solutions Architect จาก Cisco Systems (Thailand)

Cisco Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสาระสำคัญของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act: PDPA) ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ การเตรียมความพร้อมขององค์กรต่อ พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว รวมไปถึงแนะนำโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยของ Cisco ที่จะเข้ามาช่วยปกป้องข้อมูลให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ฯ ทั้งระดับ Network, Endpoint, Cloud และ Application นอกจากนี้ ท่านจะได้รู้จักกับบริการ Cisco Security สำหรับสนับสนุนการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ที่เปิดให้ใช้งานฟรีในช่วงที่ COVID-19 กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ด้วย

เนื้อหาการบรรยายประกอบด้วย

  • สาระสำคัญและความคุ้มครองของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
  • แนวปฏิบัติสากล (Security Framework) ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการคุ้มครองข้อมูลสำคัญ
  • การเตรียมความพร้อมขององค์กรต่อ พ.ร.บ.ฯ
  • แนะนำโซลูชัน Cisco Security สำหรับปกป้องข้อมูลให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ฯ
  • ความท้าทายในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ระบาดของ COVID-19
  • ฟรี! โซลูชันจาก Cisco Security เพื่อรองรับการทำงานจากบ้านอย่างง่ายดาย สะดวก และมั่นคงปลอดภัย

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-pdpa-by-cisco-security/

[Video Webinar] แนะนำ 6 เทคโนโลยีการปกป้องข้อมูลให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย TechTalk Webinar เรื่อง “แนะนำ 6 เทคโนโลยีการปกป้องข้อมูลให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” พร้อมเจาะลึกความต้องการของ พ.ร.บ.ฯ ฉบับดังกล่าว และทำความรู้จักเทคโนโลยีแต่ละประเภทที่องค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านั้น ที่เพิ่งจัดไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณภูสิทธิ์ ชีนะกนิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่าย Security Services จาก UIH

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act: PDPA) จะเริ่มมีผลบังคับใช้กับทุกหน่วยงานและทุกผู้ประกอบการในวันที่ 27 พฤษภาคม 2020 ที่จะถึงนี้ ในช่วงปี 2019 องค์กรและบริษัทส่วนใหญ่เริ่มตระหนักและเตรียมวางแผนกลยุทธ์เพื่อดำเนินการให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ฯ ฉบับดังกล่าวแล้ว แต่ยังคงมีอีกหลายองค์กรที่ลังเลว่าจะเลือกใช้เทคโนโลยีหรือโซลูชันใดมาใช้เป็นมาตรการควบคุมเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของ พ.ร.บ.ฯ ดี

ด้วยเหตุนี้ UIH จึงได้รวบรวม 6 เทคโนโลยีสำคัญที่องค์กรควรนำมาประยุกต์ใช้กับระบบ IT ของตนเพื่อให้เกิดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามความต้องการของ พ.ร.บ.ฯ ซึ่งจะมาแชร์ให้ทุกท่านได้ทราบใน Webinar นี้ โดยภายใน Webinar ท่านจะได้พบกับ

  • สรุปสาระสำคัญและความต้องการของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
  • กรอบการทำงานและการวางกลยุทธ์สำหรับปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
  • ความท้าทายของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.ฯ
  • แนะนำเทคโนโลยีและโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของ พ.ร.บ.ฯ
  • ถามตอบประเด็นเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฯ กับผู้เชี่ยวชาญจาก UIH

from:https://www.techtalkthai.com/https-www-techtalkthai-com-video-webinar-6-data-protection-technologies-for-pdpa-by-uih/

Work from Home อย่างมั่นคงปลอดภัยด้วยโซลูชันจาก Fortinet

อิสระในการทำงานจากที่ไหนก็ได้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของ Digital Workplace โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เชื้อ COVID-19 กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ เพื่อสนับสนุนการทำงานจากภายนอกออฟฟิสอย่างมั่นคงปลอดภัย Fortinet จึงได้ออก Solution Brief เรื่อง “Secure Remote Access for Your Workplace at Scale” เพื่อแนะนำการใช้เทคโนโลยี VPN บน FortiGate NGFW พร้อมตัวอย่าง Use Cases สำหรับการนำไปประยุกต์ใช้งานให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร

Solution Brief ฉบับนี้จะบรรยายถึงการนำโซลูชันต่างๆ ของ Fortinet ได้แก่ FortiGate NGFW ที่รองรับการเชื่อมต่อ SSL & IPsec VPN จากระยะไกล, FortiClient สำหรับปกป้องอุปกรณ์ปลายทาง, FortiAuthenticator สำหรับการพิสูจน์ตัวตนแบบ Multi-factor Authentication และอื่นๆ มาผสานการทำงานร่วมกัน เพื่อให้พนักงาน Teleworker ทั่วไป, Power User และ Super User สามารถเข้าถึงทรัพยากรขององค์กรจากภายนอกออฟฟิสได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งความมั่นคงปลอดภัย เพิ่มความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจแม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ไม่พึงประสงค์อย่าง COVID-19 หรือฝุ่น PM 2.5

ยกระดับการทำงานจากนอกออฟฟิสให้มั่นคงปลอดภัยด้วย FortiGate NGFW

ภายใต้สถานการณ์ที่เชื้อ COVID-19 กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ หลายองค์กรเริ่มวางนโยบายและติดตั้งระบบ VPN สำหรับให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้ แน่นอนว่า FortiGate NGFW เองก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ SSL และ IPsec VPN ที่พร้อมให้เปิดใช้งานได้ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม และสามารถติดตั้ง FortiClient VPN บนอุปกรณ์ของพนักงาน ทั้ง Windows, Mac หรือ Linux เพื่อเริ่มใช้งานได้ทันที ตารางด้านล่างแสดงจำนวนผู้ใช้ VPN บน FortiGate แต่ละรุ่น

นอกเหนือจากการเข้ารหัสข้อมูลที่รับส่งไปยังพนักงานผ่าน VPN แล้ว Fortinet ยังให้บริการโซลูชันหลากหลายเพื่อยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการทำงานจากภายนอกออฟฟิสได้อีกด้วย ดังนี้

  • Multi-factor Authentication: เพิ่มการพิสูจน์ตัวตนแบบ 2-Factor Authentication สำหรับพนักงานที่ทำงานจากภายนอกออฟฟิสโดยใช้ FortiToken และ FortiAuthenticator
  • Data Loss Prevention: ป้องกันข้อมูลสำคัญไม่ให้รั่วไหลสู่ภายนอกขณะใช้ VPN ผ่านฟีเจอร์ DLP บน FortiGate และ FortiWi-Fi
  • Advanced Threat Protection: ยกระดับการป้องกันมัลแวร์ที่แอบแฝงมากับไฟล์ก่อนส่งไปยังเป้าหมายด้วย FortiSandbox
  • Wireless Connectivity: บริการ Remote AP สำหรับให้พนักงานสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายเพื่อ VPN กลับมาได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยใช้ FortiAP
  • Telephony: FortiFone เป็นโซลูชัน VoIP Telephony ความมั่นคงปลอดภัยสูง สามารถติดตามการใช้งานได้ผ่านทาง FortiGate NGFW รองรับทั้งการใช้งานในรูปของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และ Soft Client

3 Use Cases การทำงานจากนอกออฟฟิสอย่างมั่นคงปลอดภัยโดยใช้โซลูชันจาก Fortinet

จำไว้เสมอว่า ผู้บริหารและพนักงานแต่ละคนอาจมีสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากรขององค์กรขณะทำงานจากภายนอกสถานที่ไม่เท่ากัน เพื่อความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด ควรแบ่งระดับการเข้าถึงเฉพาะเท่าที่จำเป็นต้องใช้งานจริงๆ Fortinet แนะนำโซลูชันสำหรับการเข้าถึงระบบจากระยะไกลโดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับให้องค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ ได้แก่ Basic Teleworker, Power User และ Super User

1. Basic Teleworker

Basic Teleworker หรือพนักงานทั่วไปที่อนุญาตให้ทำงานจากภายนอกออฟฟิสได้ จะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงอีเมล อินเทอร์เน็ต ระบบประชุมทางไกล แชร์ไฟล์ และระบบที่เกี่ยวข้องกับตนเอง เช่น Finance หรือ HR ผ่าน VPN รวมไปถึงสามารถเข้าถึง SaaS Applications บน Cloud อย่าง Office 365 ได้

ในกรณีนี้ Basic Telework จะเชื่อมต่อกลับเข้ามายังระบบขององค์กรโดยใช้ FortiClient ที่ให้บริการซอฟต์แวร์ VPN Client และทำการยืนยันตัวตนแบบ 2-Factor Authentication ด้วย FortiToken ในขณะการเข้าถึง SaaS Applictions จะถูกควบคุมโดย FortiCASB เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยและลดปัญหา Shadow IT

2. Power User

Power User คือพนักงานที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากรขององค์กรขณะทำงานจากภายนอกออฟฟิสสูงกว่าปกติ และต้องทำงานนอกเหนือเวลางาน เช่น ผู้ดูแลระบบ หรือ IT Support เป็นต้น

สำหรับ Power User การใช้ FortiAP ทำหน้าที่เป็น Remote AP สำหรับเชื่อมต่ออย่างมั่นคงปลอดภัยกลับมายังระบบเครือข่ายขององค์กรจะช่วยเพิ่มความสะดวกแก่พนักงานเป็นอย่างมาก เพราะเสมือนพนักงานคนนั้นกำลังนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิสขององค์กร และยังมีฟีเจอร์ Split Tunneling สำหรับออกอินเทอร์เน็ตโดยตรงได้อีกด้วย จุดเด่นของ FortiAP คือรองรับการตั้งค่าแบบ Zero-touch Provisioning และสามารถบริหารจัดการได้ผ่านทาง FortiGate NGFW ทำให้ง่ายต่อการนำไปใช้งานภายนอกสถานที่ ในกรณีที่ต้องใช้โทรศัพท์ออฟฟิส ก็สามารถเชื่อมต่อ FortiFone หรือ IP Phone อื่นๆ กับ FortiAP เพื่อให้พร้อมใช้งานได้ทันที

3. Super User

Super User คือพนักงานหรือผู้บริหารที่มีสิทธิ์ระดับสูงในการเข้าถึงทรัพยากรสำคัญในขณะที่ทำงานจากภายนอกออฟฟิสได้ ผู้ใช้เหล่านี้มักต้องใช้งานข้อมูลที่เป็นความลับหรือมีความสำคัญสูงสำหรับองค์กรอยู่เสมอ ตัวอย่างผู้ใช้ได้แก่ ผู้ดูแลระบบที่มีสิทธิ์ระดับสูง, IT Support, พาร์ทเนอร์รายหลักที่อยู่ในแผนความต่อเนื่องเชิงธุรกิจ และผู้บริหารขององค์กร

สำหรับ Super User เหล่านี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามก็ต้องทำให้พวกเขาพร้อมทำงานเสมือนนั่งอยู่ในองค์กร โซลูชันสำหรับให้บริการผู้ใช้เหล่านี้อาจคล้ายคลึงกับ Basic Teleworker หรือ Power User แต่จำเป็นต้องวางมาตรการควบคุมให้รัดกุมกว่านั้นเพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญไม่ให้รั่วไหล่สู่ภายนอก ดังนั้น นอกจากการใช้ FortiAP ในการเชื่อมต่อกลับมายังระบบเครือข่ายขององค์กรแล้ว ควรเปิดใช้งานฟีเจอร์ DLP บน FortiGate NGFW ด้วย ในกรณีที่ต้องใช้โทรศัพท์ออฟฟิส ก็สามารถเลือกใช้ FortiFone ในรูปแบบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เชื่อมต่อกับ FortiAP หรือ Soft Client บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถบริหารจัดการได้ง่ายผ่าน FortiGate NGFW หรือ FortiManager Centralized Management Platform

จุดเด่นสำคัญของ Fortinet คือ ทุกโซลูชันของ Fortinet สามารถบริหารจัดการและติดตามการใช้งานได้จากศูนย์กลางผ่านทาง Fortinet Security Fabric ไม่ว่าจะเป็นจะเป็นโซลูชันที่ใช้งานภายในองค์กรหรือโซลูชันสำหรับทำงานจากภายนอกสถานที่ ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการทุกอย่างได้ผ่านทางหน้าจอเดียวโดยใช้ FortiManager รวมไปถึงสามารถเก็บ Log แล้วนำไปวิเคราะห์โดยใช้ FortiAnalyzer และ FortiSIEM เพื่อตรวจจับและรับมือกับภัยคุกคามเชิงรุกได้ ยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไปอีกขั้น

ผู้ที่สนใจโซลูชัน Work from Home อย่างมั่นคงปลอดภัยของ Fortinet ในรายละเอียดเชิงลึก สามารถรับชม Video Webinar เรื่อง “Secure Remote Workforce with Fortinet” โดยคุณ Vee Hirunpanich, Systems Engineer จาก Fortinet Thailand ได้ด้านล่าง

ดาวน์โหลด Solution Brief เรื่อง “Secure Remote Access for Your Workplace at Scale” มาศึกษาฟรีได้ที่นี่ [PDF]

from:https://www.techtalkthai.com/secure-remote-access-for-your-workplace-by-fortinet/

[วิดีโอ] Sponsored Webinar: สรุปสาระ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และแนวทางการปกป้องข้อมูล

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย Sponsored Webinar เรื่อง “สรุปสาระ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และแนวทางการปกป้องข้อมูล” โดยวิทยากรรับเชิญพิเศษ อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ACIS Professional Center และทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Bitdefender Thailand ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณทรงกลด ศรีพุ่มบาง ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ของ Bitdefender ประจำประเทศไทยและอินโดจีน พร้อมด้วยวิทยากรรับเชิญพิเศษ อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ACIS Professional Center

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ถูกประกาศผ่านราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยแต่ละองค์กรจะมีเวลาเตรียมตัว 1 ปีก่อนที่ พ.ร.บ.ฯ จะมีผลบังคับใช้จริงในวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 ปีหน้า ระหว่างนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องกำหนดนโยบายและวางมาตรการควบคุมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั้งของลูกค้า และพนักงาน ผู้ที่ฝ่าฝืนจะมีทั้งโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปีและปรับตั้งแต่ 500,000 – 5,000,000 บาท

ด้วยเหตุนี้ Bitdefender Thailand จึงเรียนเชิญอาจารย์ปริญญา หอมเอนก ประธานบริษัท ACIS Professional Center มาเป็นวิทยากรรับเชิญพิเศษเพื่อบรรยายสรุปประเด็นสำคัญของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่แต่ละองค์กรควรรู้, ความเหมือนและความแตกต่างกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ EU หรือ GDPR และแนวทางในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ฯ รวมไปถึงการนำซอฟต์แวร์รักษาความมั่นคงปลอดภัยเข้ามาใช้เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Bitdefender

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้พบกับ

  • ภาพรวมของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และบทลงโทษ
  • เปรียบเทียบ พ.ร.บ.ฯ ของไทยกับ GDPR ของ EU
  • กรณีศึกษาเหตุการณ์ Data Breaches และผลกระทบต่อองค์กร
  • แนะนำโซลูชันจาก Bitdefender และ Safetica สำหรับปกป้องข้อมูลตาม พ.ร.บ.ฯ
  • สาธิตการใช้ Bitdefender GravityZone และ Safetica
  • ถามตอบเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฯ และการปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรกับอาจารย์ปริญญา หอมเอนก และทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Bitdefender

from:https://www.techtalkthai.com/sponsored-webinar-pdpa-by-bitdefender-video/