คลังเก็บป้ายกำกับ: DATA_CENTER

AWS เตรียมเปิด Region ใหม่ในอิตาลีพร้อมใช้ปี 2020

AWS ประกาศว่าตนกำลังสร้าง Region ใหม่ในอิตาลีอยู่และคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ภายในต้นปี 2020 โดย ‘Milan’ Region นี้จะมีโซนให้บริการถึง 3 โซนซึ่งถือเป็น Region ที่ 6 ของ AWS แล้วในทวีปยุโรป

Credit: AWS

AWS ชี้ว่าตนนั้นมีลูกค้าจากอิตาลีที่ใช้งานกันมานานแล้วทั้งกลุ่ม Startup, องค์กร และเอกชนต่างๆ ซึ่งมั่นคงพอที่จะทำให้ AWS มาลงทุนให้บริการ อาทิเช่น ผู้ผลิตช็อกโกแลตรายใหญ่ที่เรารู้จักดีอย่าง Ferrero, ผู้ให้บริการมือถือย่าง Vodafone หรือ Mediaset ผู้ให้บริการทีวีดิจิทัล เป็นต้น ดังนั้นทำให้ตอนนี้ AWS มีดาต้าเซนเตอร์กว่า 57 แห่งแล้วทั่วโลก พร้อมกับภายในครึ่งแรกของปี 2020 จะมีการเปิดตัวใช้งานอีก 15 แห่งใน 5 Region

from:https://www.techtalkthai.com/aws-is-building-new-region-in-italy/

Advertisements

อัปเดตสถิติ Supercomputer ล่าสุด IBM/สหรัฐอเมริกากลับมาขึ้นครอง 2 อันดับแรกแซงจีนแล้ว

ในการจัดอันดับ TOP500 ซึ่งเป็นอันดับของ Supercomputer ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลกครั้งที่ 52 นั้น IBM และสหรัฐอเมริกาได้กลับมาชิงตำแหน่งอันดับ 1 และ 2 กลับไปอีกครั้ง ตามมาด้วยจีนอดีตแชมป์เก่า

 

Credit: TOP500

 

สำหรับตัวเลขสถิติอื่นๆ ทางด้าน Supercomputer ของ TOP500 ที่น่าสนใจในครั้งนี้มีดังนี้

  • จีนมี Supercomputer ติดอันดับมากถึง 227 ระบบ นับเป็น 45% ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกาที่มี 109 ระบบ นับเป็น 22% และญี่ปุ่น 31 ระบบ, สหราชอาณาจักร 21 ระบบ, ฝรั่งเศส 18 ระบบ, เยอรมนี 17 ระบบ และไอร์แลนด์ 12 ระบบ ประเทศนอกเหนือจากนี้มีไม่ถึง 10 ระบบต่อประเทศที่ติดอันดับ
  • มี Supercomputer 429 ระบบที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า Petaflops เมื่อวัดด้วย Linpack
  • ระบบที่มีประสิทธิภาพต่ำที่สุดใน TOP500 มีประสิทธิภาพ 874.8 Teraflops ในขณะที่อันดับที่ 100 มีประสิทธิภาพ 1.97 Petaflops
  • ผู้ผลิต Server ที่ติดอันดับใน TOP500 มากที่สุดได้แก่ Lenovo ที่ 140 ระบบ ตามมาด้วย Inspur 84 ระบบ, Sugon 57 ระบบ, Cray 49 ระบบ, HPE 46 ระบบ, Bull 22 ระบบ, Fujitsu 15 ระบบ, Huawei 14 ระบบ, Dell EMC 13 ระบบ และ IBM 12 ระบบ
  • ใน TOP500 นี้ มีการใช้งาน CPU ของ Intel มากถึง 95.2% ในขณะที่มีเพียง 3 ระบบที่ใช้ CPU จาก AMD
  • การจัดอันดับครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีระบบซึ่งใช้ ARM CPU ติดอันดับเข้ามา
  • 137 ระบบใน TOP500 มีการใช้งาน Accelerator หรือ Coprocessor สูงกว่า 6 เดือนที่แล้วซึ่งมีเพียง 110 ระบบ โดย NVIDIA ยังมีส่วนแบ่งสูงสุด โดยใช้ P100 64 ระบบ, ใช้ V100 46 ระบบ, ใช้ Kepler 12 ระบบ
  • ใน TOP500 นี้ มีการเชื่อมต่อด้วย Gigabit Ethernet 252 ระบบ ตามมาด้วย InfiniBand 135 ระบบ, ระบบเชื่อมต่อแบบพิเศษ 64 ระบบ และ Intel Omni-Path 43 ระบบ
  • ประสิทธิภาพรวมของระบบใน TOP500 รวมกันนี้อยู่ที่ 1.42 Exaflops สูงกว่า 6 เดือนก่อนที่มีประสิทธิภาพรวมกัน 1.21 Exaflops
  • ส่วนระบบที่ใช้พลังงานได้คุ้มค่าที่สุดและเป็นอันดับ 1 ใน Greem500 นั้นคือ Shoubu System B จากญี่ปุ่นครองแชมป์์เหมือนเดิม โดยอยู่ที่อันดับ 376 ใน TOP500

 

ที่มา: https://www.top500.org/news/china-extends-supercomputer-share-on-top500-list-us-dominates-in-total-performance/

from:https://www.techtalkthai.com/latest-top500-supercomputers-are-led-by-ibm-and-us/

อัพเดท 15 ใบเซอร์ด้านไอทีล่าสุด ช่วยคุณให้ก้าวหน้าในอาชีพได้ (รายได้ดีด้วย)

เมื่อมีความสามารถหรือทักษะมากขึ้น ก็ย่อมได้รับโอกาสที่จะก้าวหน้าในสายอาชีพมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะเมื่อมีใบประกาศรับรองที่น่าเชื่อถือ (หรือ IT certifications)

จากผลสำรวจของ Global Knowledge พบว่ากว่า 83 เปอร์เซ็นต์ของผู้ประกอบอาชีพในวงการไอทีที่อยู่ในสหรัฐฯ และแคนาดานั้นต่างถือครองใบเซอร์ด้านไอทีกันทั้งสิ้น รวมทั้งรายรับของคนที่มีใบเซอร์ในสหรัฐฯ ก็มากกว่ารายรับเฉลี่ยทั้งหมดประมาณ 11.7 เปอร์เซ็นต์ด้วย

นอกจากนี้ ผู้บริหารกว่า 44 เปอร์เซ็นต์ระบุว่า พนักงานที่มีใบประกาศรับรองทำงานได้เร็วกว่าคนที่ไม่มี, 33 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าคนเหล่านี้ติดตั้งวางระบบได้มีประสิทธิภาพมากกว่า, และ 23 เปอร์เซ็นต์มองว่าคนที่มีใบเซอร์ให้บริการและติดตั้งผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วโดยมีความผิดพลาดเกิดขึ้นน้อยกว่าด้วย

ทาง CIO.com จึงได้อัพเดทใบเซอร์ด้านไอที 15 ใบล่าสุดที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดหางาน โดยเฉพาะในปี 2019 ที่จะมาถึงนี้ อยากให้เก็บไว้เป็นลิสต์ที่ต้องเก็บและเอาไว้สร้างแรงบันดาลใจดังต่อไปนี้

1. Certified in the Governance of Enterprise IT (CGEIT) (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 121,363 ดอลลาร์ฯ ต่อปี) จัดโดย ISACA เป็นการวัดความรู้ด้านการบริหารจัดการด้านไอทีขององค์กร ทั้งหลักการและแนวคิดที่เป็นแบบมืออาชีพ เหมาะกับผู้ที่ทำงานด้านบริหาร, ที่ปรึกษา, หรือผู้ตรวจสอบและประกันคุณภาพเกี่ยวกับกระบวนการด้านไอที

2. AWS Certified Solutions Architect – Associate (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 121,292ดอลลาร์ฯ ต่อปี) ในฐานะบริการบนคลาวด์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในขณะนี้ ใบประกาศรับรองด้าน AWS จึงช่วยผลักดันสายอาชีพของผู้ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังแพลตฟอร์มของแอมะซอนนี้โดยตรง วัดทั้งความสามารถการออกแบบและติดตั้งระบบบน AWS ให้คุ้มค่ากับการลงทุนโดยไม่กระทบกับความปลอดภัย, เสถียรภาพ, และคุณภาพของบริการ

3. Project Management Professional (PMP) (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 114,475ดอลลาร์ฯ ต่อปี)วัดด้านการบริหารจัดการโครงการขั้นสูงสำหรับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ครอบคลุม 5 ขั้นตอนหลักของวงจรชีวิตของโครงการ ตั้งแต่การริเริ่ม, วางแผน, ลงมือปฏิบัติ, ตรวจสอบและควบคุม, และปิดโปรเจ็กต์

4. AWS Certified Developer – Associate (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 114,473ดอลลาร์ฯ ต่อปี)ใบเซอร์จากแอมะซอนสำหรับวัดความสามารถการพัฒนา, ติดตั้ง, และดีบั๊กแอพบนคลาวด์ของ AWS ที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งด้านเทคโนโลยีบนคลาวด์, IoT, และแมชชีนเลิร์นนิ่งได้เป็นอย่างดี

5. Certified Information Systems Security Professional (CISSP)(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 111,475ดอลลาร์ฯ ต่อปี)เป็นหลักสูตรมาตรฐานของหน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ทำงานด้านไอทีมีความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยล่าสุด

6. Certified in Risk and Information Systems Control (CRISC) (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 111,049ดอลลาร์ฯ ต่อปี)ถือเป็นใบเซอร์หนึ่งเดียวสำหรับผู้ที่คร่ำหวอดกับปัญหาและความท้าทาย รวมทั้งการจัดการความเสี่ยงขององค์กร ส่งเสริมความสามารถในการวางยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง

7. Certified Information Security Manager (CISM) (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 108,043ดอลลาร์ฯ ต่อปี)โฟกัสด้านความปลอดภัยไอทีในระดับผู้บริหาร วัดความสามารถในการสร้าง, ออกแบบ,และจัดการการริเริ่มโครงการด้านความปลอดภัยในองค์กร

8. Certified ScrumMaster(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 106,938ดอลลาร์ฯ ต่อปี)วัดความสามารถในการใช้เฟรมเวิร์ก Scrum และการนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการโครงการ หัวหน้าทีมงาน ไปจนถึงผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ

9. Certified Ethical Hacker (CEH)(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 106,375ดอลลาร์ฯ ต่อปี)วัดทักษะในการค้นหาช่องโหว่บนระบบคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันการโดนแฮ็กเป็นหลัก

10. Six Sigma Green Belt(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 104,099ดอลลาร์ฯ ต่อปี)วัดระเบียบวิธีการบริหารจัดการที่เรียกว่า Six Sigma ที่ใช้สร้างความต่อเนื่องในการบริหารคุณภาพ ซึ่งระดับสายเขียวนี้ถือเป็นระดับเริ่มต้นที่ทุกคนต้องสอบผ่านให้ได้ก่อนที่จะไประดับสูงกว่าอย่างเช่นระดับสายดำ

11. Citrix Certified Professional – Virtualization (CCP-V)(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 103,424ดอลลาร์ฯ ต่อปี)ทดสอบความสามารถที่เกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นในเวอร์ช่วลเดสก์ท็อปที่ใช้เทคโนโลยีของ Citrix ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนการติดตั้ง, การตั้งค่า, และการทดสอบ

12. Microsoft Certified Solutions Expert (MCSE) – Server Infrastructure (ได้รายรับเฉลี่ยที่ 100,656ดอลลาร์ฯ ต่อปี)ปัจจุบันไม่ได้จัดขึ้นโดยไมโครซอฟท์แล้ว โดยถูกเปลี่ยนเป็นMCSE: Cloud Platform and Infrastructureแต่ก็ยังเป็นตัวอัพเงินเดือนที่ดีที่สุดรายการหนึ่งเนื่องจากใบประกาศที่สอบได้จะยังมีผลอยู่ถ้าเคยสอบไว้ก่อนมีนาคมปีที่แล้ว

13. Certified Information Systems Auditor (CISA)(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 99,648ดอลลาร์ฯ ต่อปี)วัดความสามารถในทุกขั้นตอนของการตรวจออดิตระบบทางไอที

14. Cisco Certified Networking Professional (CCNP) Routing and Switching(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 99,402ดอลลาร์ฯ ต่อปี) ใบเซอร์ระดับกลางของซิสโก้เจ้าเดิมที่ทุกคนรู้จัก ซึ่งตอนนี้มีหลากหลายสาขาให้เลือกทั้งคลาวด์, ระบบคอลลาบอเรต, ดาต้าเซ็นเตอร์, เราท์ติ้งสวิตชิ่ง, ด้านความปลอดภัย, ผู้ให้บริการเครือข่าย, และเครือข่ายไร้สาย

15. Citrix Certified Associate – Networking (CCA-N)(ได้รายรับเฉลี่ยที่ 99,217ดอลลาร์ฯ ต่อปี) วัดการใช้ NetScaler Gateway ในองค์กรเพื่อรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงเดสก์ท็อป, แอพพลิเคชั่น, และข้อมูลจากระยะไกล

ที่มา : CIO.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/careers-staffing-15-it-certifications-that-deliver-career-advancement/

ไมโครซอฟท์ ชี้! ดาต้าเซ็นเตอร์ใต้น้ำ จะกลายเป็นอนาคตใหม่ของระบบไอที

ซีอีโอของไมโครซอฟท์ Satya Nedella กล่าวในงานประชุม Future Decoded ของตัวเองครั้งล่าสุดในกรุงลอนดอนว่า แผนการติดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ใต้น้ำจะมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อยุทธศาสตร์การขยายแพลตฟอร์มคลาวด์คอมพิวติงไปทั่วโลก

ซึ่งเป็นการอ้างถึงโครงการที่ชื่อว่า Project Natick ที่ไมโครซอฟท์สร้างแคปซูลขนาด 40 ฟุตที่บรรจุดาต้าเซ็นเตอร์ แล้วเอาไปจมลงอยู่ที่พื้นทะเลตรงชายฝั่งของสก็อตแลนด์ ซึ่งบริษัทมีแผนจะทำเช่นนี้กับพื้นที่อื่นๆ อีกทั่วโลก

เขาอธิบายว่า เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลกอาศัยอยู่ใกล้กับชายฝั่ง จึงถือเป็นแนวทางสำหรับการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคตที่มีประสิทธิภาพและทั่วถึง ซึ่งการที่ติดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์เล็กๆ เพื่อซัพพอร์ตใกล้กับชุมชนจะทำให้สามารถบริการด้วยดีเลย์ที่ต่ำ ตอบสนองความต้องการที่สูงมากอย่างบริการคลาวด์แบบเรียลไทม์หรือการเล่นเกมส์ออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้เวลาหน่วงนี้แล้ว โครงการ Natick ยังอำนวยความสะดวกในการติดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ให้ทั้งง่ายและรวดเร็วขึ้นด้วยตลอดกระบวนการโดยลดเวลาในการเปิดใช้งานจากเดิมสองปีเหลือเพียงแค่ 90 วันเท่านั้น สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ Natick ต้นแบบนี้มี 12 Rack จุเซิร์ฟเวอร์รวมกว่า 864 เครื่อง พร้อมระบบทำความเย็นแบบใช้ของเหลวที่แลกเปลี่ยนความร้อนกับน้ำทะเลรอบข้างโดยตรง

ที่มา : Zdnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-ceo-project-natick-nadella-underwater-data-centers/

Supermicro ประนาม Bloomberg เล่นข่าวเรื่องชิปลับฝังในบอร์ดทำหุ้นร่วง 55%

บริษัท Super Micro Computer ได้ออกจดหมายไปถึงลูกค้าเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยอธิบายว่าบทความของสำนักข่าว Bloomberg ที่อ้างว่าเมนบอร์ดที่ผลิตจากตัวเองนั้นมีการใส่ชิปลับๆ ของรัฐบาลจีนเพื่อแอบสืบข้อมูลทางไซเบอร์ ว่าไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง

เนื้อความในจดหมายเปิดหัวข้อว่า ทาง Super Micro มั่นใจว่าบทความดังกล่าวที่ว่ามีการฝังชิปพิเศษโดยไม่ได้รับอนุญาตลงในเมนบอร์ดระหว่างผลิตนั้นเป็นข้อมูลเท็จ พร้อมย้ำว่าตอนนี้ทางบริษัทกำลังตรวจสอบเนื้อหาในข่าวดังกล่าวอย่างละเอียด

ทาง Super Micro ที่มีสำนักงานอยู่ที่ San Diego นี้กำลังพยายามต่อสู้กับข่าวฉาวนี้อย่างสุดชีวิต หลังจากข่าวของบลูมเบิร์กทำให้ราคาหุ้นของ Super Micro ร่วงลงมากถึง 55 เปอร์เซ็นต์ทันที และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถกู้คืนราคากลับขึ้นมาใหม่ได้

อ่านข่าว : ตรวจพบชิปจากจีน แอบดูดข้อมูลเซิร์ฟเวอร์บริษัทอเมริกัน

อย่างไรก็ดี ทางฝั่งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ตกอยู่ในร่างแหของข่าวฉาวว่าเป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการเมนบอร์ดผีสิงนี้ต่างก็ออกมาปฏิเสธข่าวกันใหญ่โต ทั้งทางกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิเอง ไปจนถึงหน่วยข่าวกรองแห่งชาติที่ยืนยันว่าไม่พบหลักฐานที่ทางการจีนเข้ามายุ่งกับเมนบอร์ดของ Super Micro แม้ทาง bloomberg จะยังยืนยันเสียงแข็งถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าวตนเองก็ตาม

ที่มา : Zdnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/supermicro-trashes-bloomberg-chip-hack-story-in-recent-customer-letter/

Alibaba Cloud เปิด 2 Data Center ใหม่ใน London ขยายฐานตลาดยุโรปและอังกฤษ

Alibaba Cloud ได้ออกมาประกาศเปิดให้บริการ Data Center 2 แห่งใหม่เพื่อให้บริการ 2 Availability Zone เพิ่มเติมใน London ทำให้ฐานการให้บริการของ Alibaba Cloud ในยุโรปและอังกฤษนั้นเข้มแข็งขึ้นเป็นอย่างมาก

 

Credit: Alibaba Cloud

 

ก่อนหน้านี้ Alibaba Cloud ได้เปิด Data Center ที่ Frankfurt และ Dubai เพื่อให้บริการลูกค้าในภูมิภาคยุโรปโดยเฉพาะ ตอนนี้การเปิด Data Center ใหม่พร้อมกันถึง 2 แห่งภายใน London เพิ่มเติมนี้ก็ถือเป็นก้าวที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะสหราชอาณาจักรอังกฤษเองก็ถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่ดี เพราะมีธุรกิจชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกอยู่มากมาย

Alibaba Cloud ใน London จะมีทีม Security และ Engineering คอยดูแลและสนับสนุนการใช้งานตลอด 24/7 โดยจะรองรับบริการที่หลากหลายทั้ง Elastic Computing, Storage, Database, Network, Application Services และ Big Data Analytics

การเปิด Data Center เพิ่มในครั้งนี้จะทำให้ Alibaba Cloud มี 52 Availability Zone กระจายอยู่ใน 19 Region ทั่วโลก

 

ที่มา: https://www.alibabagroup.com/en/news/article?news=p181022

from:https://www.techtalkthai.com/alibaba-cloud-opens-2-new-data-centers-in-london/

Cisco เชิญร่วมงานสัมมนา Cisco Data Center Innovation Day ประจำปี 2018

Cisco ผู้ให้บริการโซลูชันด้านเครือข่ายและ Data Center ชั้นนำของโลก เตรียมจัดงานสัมมนาประจำปี Cisco Data Center Innovation Day 2018 พร้อมอัปเดตแนวโน้มทางด้าน Data Center ในยุค Multicloud ครอบคลุมทั้งทางด้านการเชื่อมต่อ ความมั่นคงปลอดภัย การวิเคราะห์ข้อมูล และการบริหารจัดการ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

หัวข้อ: Cisco Data Center Innovation Day
ธีมงาน: Journey to the Multicloud
วัน: วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2018
เวลา: 08:30 – 17:00 น.
สถานที่: Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel, Royal Maneeya Ballroom, M Floor (BTS ชิดลม, แผนที่)
ลิงค์ลงทะเบียน: http://www.ciscothailand.com/edm/2018/201810_dcinnovation/index.html

Cisco Data Center Innovation Day ประจำปี 2018 นี้จัดขึ้นภายใต้ธีม Journey to the Multicloud ซึ่งเป็นยุคที่องค์กรเริ่มหันมาใช้บริการบนระบบ Cloud จาก Cloud Service Providers หลากหลายเจ้า ส่งผลให้การกลยุทธ์การจัดการระบบ Cloud รวมไปถึงระบบ Network, Security, Analytics และ Infrastructure มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น Cisco จึงจัดการสัมมนานี้ขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอวิธีการจัดการระบบต่างๆ ของ Multicloud ให้ง่ายและมีประสิทธิภาพ

ภายในงานสัมมนาท่านจะได้พบกับ

  • ประโยชน์จากการใช้ Multicloud
  • แพลตฟอร์มด้าน Multicloud ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
  • การเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ Multicloud

กำหนดการ

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.ciscothailand.com/edm/2018/201810_dcinnovation/index.html

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-data-center-innovation-day-2018-2/