คลังเก็บป้ายกำกับ: CS_LOXINFO

ก้าวสู่ Hybrid Cloud อย่างมั่นใจ ด้วยบริการ VMware Cloud on AWS จาก CSL

CSL ผู้ให้บริการ Data Center, ระบบ Cloud และ ICT Services แบบครบวงจร เปิดให้บริการ VMware Cloud on AWS สร้างทางเลือกใหม่ให้แก่องค์กรที่ต้องการปรับไปใช้ Hybrid Cloud พร้อมขยาย Data Center และโยกย้าย Workload ขึ้น Cloud ได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของระบบ IT ในยุคดิจิทัลที่ต้องการความยืดหยุ่นและความคล่องตัวสูง

ก้าวเข้าสู่ Hybrid Cloud ด้วย VMware Cloud on AWS

กล่าวได้ว่าในยุคดิจิทัลนี้ เทคโนโลยี Virtualization และ Cloud Computing กลายเป็นพื้นฐานของระบบ IT Infrastructure โดยเฉพาะอย่างยิ่ง VMware และ AWS ต่างได้รับความนิยมสูงสุด หลายองค์กรมีการใช้งานและคุ้นเคยเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การก้าวออกจากการใช้งานแบบ On-premises และ Cloud ไปสู่ Hybrid Cloud ให้ได้อย่างเต็มตัวนั้นยังถือเป็นเรื่องยาก เนื่องจากเทคโนโลยีหลักที่หลายองค์กรเลือกใช้งานภายใน On-premises Data Center นั้นยังไม่พร้อมที่จะทำงานร่วมกับ Public Cloud ของค่ายต่างๆ ได้อย่างดีนัก

ด้วยเหตุนี้ CSL จึงได้นำเสนอโซลูชันที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างระบบ On-premises และระบบ Cloud เข้าด้วยกัน คือ VMware Cloud on AWS ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีของ VMware ที่ทุกองค์กรคุ้นเคยไปให้บริการบน AWS Cloud พร้อมเสริมด้วยบริการอันหลากหลายของ AWS เพื่อให้องค์กรต่างๆ ที่ใช้ระบบ VMware อยู่แล้วสามารถเชื่อมต่อ ใช้งาน และโยกย้าย Workload ภายใน On-premises Data Center ขึ้นไปบน VMware Cloud on AWS ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย สร้างทางเลือกในการก้าวไปสู่การพัฒนาระบบ Hybrid Cloud ที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อนขึ้น

Hybrid Cloud ที่ไม่ซับซ้อน ขับเคลื่อนด้วย AWS Cloud

VMware Cloud on AWS เป็นการนำเทคโนโลยี Software-defined Data Center (SDDC) ของ VMware ไปใช้บน AWS Cloud ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถใช้เครื่องมือพื้นฐานของ VMware ได้แก่ vSphere, vSAN, NSX และ vCenter Server บน AWS Cloud ได้แบบเดียวกับที่ใช้ VMware อยู่ในปัจจุบัน โดยไม่จำเป็นต้อซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่ เขียนแอปพลิเคชันอีกครั้ง หรือปรับเปลี่ยนการดำเนินการใดๆ ซึ่งบริการดังกล่าวจะจัดเตรียม Infrastructure ทั้งหมดให้โดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งปรับสภาพแวดล้อมของระบบ VMware บน AWS Cloud และ On-premises Data Center ให้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ ลดอุปสรรคในการโยกย้ายหรือขยาย Workload ไปยังระบบ Cloud เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ IT Infrastrucure และเปิดโอกาสใหม่ๆ แก่ธุรกิจจากการใช้ประโยชน์จากการใช้งานแบบ Hybrid Cloud อีกด้วย

นอกจาก VMware Cloud on AWS จะให้บริการบน AWS Cloud ที่มีความเสถียรและความมั่นคงปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากลอย่าง PCI DSS, CSA STAR และ ISO/IEC 27001:2013 แล้ว การดำเนินงานหลังบ้านต่างๆ เช่น การอัปเดตแพตช์และซอฟต์แวร์จะรับผิดชอบโดย VMware อีกด้วย ที่สำคัญคือ สามารถผสานการทำงานของบริการต่างๆ บน AWS เข้าด้วยกัน VMware Cloud ได้ในราคาที่ถูกกว่าและมี Latency ต่ำกว่า เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อภายในระบบ Cloud โดยตรง

ขยาย Data Center/ย้าย Workload/เชื่อมต่อกับ AWS ได้เพียงปลายนิ้ว

VMware Cloud on AWS เหมาะสำหรับองค์กรธุรกิจที่กำลังต้องการย้าย Workload ของระบบ VMware จาก On-premises ขึ้นสู่ Public Cloud หรือต้องการขยายฐาน Data Center ออกไป รวมไปถึงเพิ่มความทันสมัยให้แก่โซลูชัน Disaster Recovery โดยมี Use Cases ที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ย้าย Workload ขึ้น Cloud

การใช้พื้นฐานเทคโนโลยีของ VMware เหมือนกันช่วยให้การย้าย Workload จาก On-premises ขึ้นสู่ระบบ Cloud ทำได้ง่ายและรวดเร็ว โดยไม่ต้องแก้ไขหรือปรับโครงสร้างของ Workload ใหม่ รวมไปถึงการย้าย Workload กลับลงมาก็ทำได้โดยทันทีเช่นกัน ช่วยให้องค์กรมี IT Infrastructure ที่พร้อมปรับขนาดของระบบได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการระยะสั้นหรือที่เกิดขึ้นชั่วคราวได้

2. เชื่อมต่อกับ AWS ได้โดยตรง ต่อยอดบริการใหม่ๆ

การมี Workload บน Cloud ช่วยให้เชื่อมต่อกับบริการต่างๆ ของ AWS เช่น AWS Lambda, Amazon SQS, Amazon S3, Elastic Load Balancing, Amazon RDS, Amazon DynamoDB, Amazon Kinesis, Amazon Redshift ได้แบบ Native เพื่อต่อยอดนวัตกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การจัดเก็บข้อมูล, การวิเคราะห์และประมวลผล, Internet of Things และอื่นๆ ได้อีกด้วย

3. ขยาย Data Center

องค์กรสามารถขยาย Data Center ขึ้นสู่ AWS Cloud และกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ขจัดปัญหาเรื่องการสั่งซื้อและบำรุงรักษาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ด้วยตนเอง ลดภาระของฝ่าย IT ทั้งยังช่วยเพิ่มความเร็วในการส่งมอบบริการออกสู่ตลาด และช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว ยกระดับประสบการณ์ใช้งานให้ลูกค้าพึงพอใจมากยิ่งขึ้น

4. Disaster Recovery as a Service

เมื่อการย้าย Workload ไปมาระหว่าง On-premises และระบบ Cloud ทำได้ง่าย ย่อมทำให้องค์กรสามารถสำรองข้อมูลขึ้นสู่ Cloud หรือสร้างระบบ Disaster Recovery as a Service ได้ง่ายเช่นกัน ซึ่งอาจใช้เครื่องมือของ VMware เองหรือ 3rd Parties อื่นๆ เช่น Veeam ก็ได้ ทำให้มั่นใจว่าข้อมูลสำคัญขององค์กรจะไม่สูญหาย และบริการต่างๆ จะยังคงพร้อมให้บริการลูกค้าแม้จะมีเหตุภัยพิบัติเกิดขึ้น

CSL เปิดให้บริการ VMware Cloud on AWS สร้างความเป็นไปได้อย่างไร้ขอบเขต

CSL เป็นผู้ให้บริการ Data Center, ระบบ Cloud และ ICT Services แบบ One-stop Shop ทั้งยังเป็น Authorized Channel Reseller หรือผู้จัดจำหน่ายบริการของ AWS อย่างเป็นทางการในประเทศไทย รวมไปถึงได้รับการคัดเลือกให้เป็น Partner ทางด้านโซลูชัน VMware Cloud on AWS จาก VMware จึงพร้อมช่วยเหลือองค์กรให้พร้อมใช้งาน Hybrid Cloud ผ่าน VMware Cloud on AWS อย่างครบวงจร ตั้งแต่การประเมิน TCO (Total Cost of Ownership), การแปลงระบบ IT Infrastructure ไปใช้ระบบ Virtualization ของ VMware, การโยกระบบ VMware ขึ้นสู่ Cloud ของ AWS ไปจนถึงการเชื่อมต่อระบบ VMware กับบริการต่างๆ ของทั้ง AWS และ 3rd Parties ชั้นนำอย่าง Veeam, Palo Alto Networks และ Fortinet เพื่อต่อยอดหรือสร้างบริการใหม่ๆ อย่างไร้ขอบเขต

นอกจากนี้ CSL ยังมีบริการ Express Connect สำหรับเชื่อมต่อ Data Center ของลูกค้าไปยัง AWS และ Cloud Providers ชื่อดังอื่นๆ โดยตรง เพื่อลด Latency และค่าใช้จ่ายในการใช้บริการระบบ Cloud ลง ที่สำคัญคือ CSL สามารถช่วยวางแผนการชำระเงินและค้นหาแพ็กเกจการใช้งาน VMware Cloud และ AWS ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมไปถึงสามารถออกใบกำกับภาษีในประเทศไทยซึ่งช่วยขจัดปัญหาด้านการชำระภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายในอนาคตอีกด้วย

ผู้ที่สนใจใช้บริการ VMware Cloud on AWS สามารถติดต่อทีมงาน CSL ได้ที่อีเมล presales@csl.co.th หรือโทร 02-263-8185 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://dccloud.csloxinfo.com/th/services/vmware-on-aws/

from:https://www.techtalkthai.com/build-hybrid-cloud-using-vmware-cloud-on-aws-by-csl/

CSL วางเป้า 4,000 ล้าน ขอ 5 ปีพร้อมขึ้นแท่นผู้นำ ตลาดไอซีที โซลูชั่น

ครั้งที่้แล้วจำได้ว่ามีโอกาสไปร่วมงานรีแบรนด์ดิ้งของ CS Loxinfo มาเป็น CSL ซึ่งจากข่าว Press ที่ได้รับกันมาพบว่าทาง CSL จะขอปักหมุดขึ้นเบอร์หนึ่งในตลาดผู้ให้บริการด้านไอซีที โซลูชั่น แต่ต้องบอกว่า “ยังไม่เคลียร์” โดยก่อนหน้านั้นทางเรายังมีข้อสงสัยอยู่มากในการที่ CSL จะก้าวมาเป็นเบอร์หนึ่งนั้น มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน จนทำให้เกิดบทวิเคราะห์ในครั้งก่อนขึ้น

หลังจากได้รับการทาบทามจากตัวแทนของทาง CSL เข้ามา นั่นจึงเป็นอีกครั้งที่ทาง Enterprise ITPro ได้รับเชิญให้เข้าสัมภาษณ์พิเศษกับผู้บริหารระดับสูงของทาง CSL และ AIS ประกอบด้วย ดร.สมชาย กิตติชัยกุลกิจ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ ซีเอส ล็อกซอินโฟ (ปัจจุบันเป็น CSL) และคุณนวชัย เกียรติก่อเกื้อ หัวหน้าแผนกงานการตลาด กลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส แบบ Exclusive โดยบริบทในการพูดคุย เป็นการชี้ให้เห็นถึง “ความตั้งใจและความแข็งแกร่ง” ที่ CSL กำลังจะก้าวเดินไปในอนาคต และแน่นอนว่า คงจะต้องมี “ไม้เด็ด” ที่จะทำให้ CSL เป็นที่หนึ่งในใจผู้บริหารไอทีองค์กร เหมือนที่ AIS เป็นที่หนึ่งในใจของผู้ใช้งานมือถือ

ปัจจุบันทาง CSL มีลูกค้าที่ดูแลประมาณกว่า 5,000 ราย

CSL พื้นฐานมาจาก CS Loxinfo ที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดีกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และยังเป็นผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์รายแรกๆ ในประเทศด้วย ซึ่งมีลูกค้าเป็นจำนวนมากที่ใช้บริการ อีกทั้งระยะหลัง CSL ได้ทราบถึงความต้องการของลูกค้า ที่ต้องการมองหาโซลูชั่นไอทีมาใช้งาน พวกเขาจึงได้เริ่มดำเนินธุรกิจเป็น System Integrator หรือ SI โดยป็นผู้จัดหาฮาร์ดแวร์และบริการด้านไอทีแบบครบวงจร ขายผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นด้านไอทีชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Cisco, Fortinet, Palo Alto, Ruckus, Axis, Huawei, SAP เป็นต้น ซึ่งแต่ละราย CSL ก็มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการแก่ลูกค้า โดยปัจจุบันดำเนินงานในส่วนนี้มามากกว่า 5 ปีแล้ว ทำให้พวกเขามีบริการด้านไอทีแบบครบวงจรจริงๆ

ดร.สมชายเริ่มต้นด้วยการพูดถึงเม็ดเงินที่มีการใช้จ่ายเกี่ยวกับ ไอซีที โซลูชั่น ขององค์กรในประเทศไทยเป็นหลักแสนล้านบาท และก็คาดการณ์ด้วยว่ามันยังคงมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกมาก ทำให้ CSL มองว่าตลาดดังกล่าวนี้น่าสนใจและเข้ามาถูกจังหวะพอดี โดยปัจจุบันทาง CSL มีลูกค้าที่ดูแลประมาณกว่า 5,000 ราย ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจด้านสายการบิน, กลุ่ม Oil & Gas, สายการเงินและการธนาคาร เป็นต้น

ดร.สมชาย กิตติชัยกุลกิจ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ CSL

ในช่วงที่ยังเป็น CS Loxinfo อยู่นั้น การให้บริการด้าน ไอซีที โซลูชั่น มีอัตราการเติบโตในระดับ 2-3% ก็เรียกได้ว่าให้บริการลูกค้าทั่วไป แต่หลังจากการเข้ามาซินเนอยี่กับทาง AIS ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือ เป็นการ Cross Sale ลูกค้าของกันและกัน ตัวอย่างเช่น ลูกค้าโครงข่ายเดิมของ AIS ก็เริ่มหันไปใช้บริการด้านไอซีที โซลูชั่น และดาต้าเซ็นเตอร์ ของ CS Loxinfo ด้วยนั่นเอง และในขณะเดียวกันลูกค้า CS Loxinfo เดิมก็โยกไปใช้บริการเครือข่ายของ AIS สลับกันเช่นนี้ ส่งผลให้ตัวเลขยอดรายรับโดดขึ้นเป็นหลายเท่าตัวกว่า 30% (รวมบริการด้านคลาวด์, ไอซีที โซลูชั่น และดาต้าเซ็นเตอร์) ในการบริหารงานภายใต้ชื่อบริษัท CSL

ขอขึ้นเบอร์ 1 ใน ห้าปี
หลังจากที่ผนึกเข้ากับ AIS อย่างเต็มตัวและรีแบรนด์เป็น CSL แล้ว ความฝันอันเป็นเบอร์หนึ่งในแวดวงของไอซีที โซลูชั่น ก็ไม่ได้ใกลเกินเอื้อม! แต่อย่างไรก็ตามการที่จะมาเป็นเบอร์หนึ่งได้นั้น เราต้องรู้ก่อนว่าเบอร์หนึ่งในวงการนี้ต้องมียอดขายประมาณเท่าไหร่ ซึ่งเท่าที่ทราบข้อมูลนั้นพบว่า ยอดขายของผู้ให้บริการด้านไอซีที โซลูชั่นที่เป็นผู้นำนั้น (โฟกัสในส่วนของไอซีทีล้วนๆ) จะมีรายรับอยู่ที่ประมาณราวๆ 2-3,000 ล้านบาท ซึ่ง CSL ในวันนี้ รายรับเฉพาะในส่วนที่ตรงกันนั้นมีราวๆ 1,000 ล้านบาท (ไม่นับรวมเรื่องของบริการด้านการเชื่อมต่อ) และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี CSL จะก้าวเป็นผู้นำในตลาดผู้ให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นได้ในที่สุด

คุณนวชัย เกียรติก่อเกื้อ หัวหน้าแผนกงานการตลาด กลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส

หากเราวิเคราะห์โครงสร้างของ CSL ออกมาเป็นส่วนๆ เราจะพบความแข็งแกร่งที่พวกเขามีอยู่ เป็นอย่างมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ที่สุดสตรองของ CS Loxinfo เดิม, การที่ยูสเซอร์เริ่มเปลี่ยนมาใช้เซอร์วิสในด้านคลาวด์มากยิ่งขึ้น, ความแข็งแกร่งของระบบคอนเน็กชั่นของ AIS อีกทั้งลูกค้า AIS ในระดับเอ็นเทอร์ไพรส์และรายย่อม ที่พร้อมจะเปลี่ยนมาใช้บริการด้านไอซีทีของ CSL กันแล้วด้วย ทั้งหมดทั้งมวลนี้เรียกได้ว่าน่าจะเคลียร์คัทกับความพร้อมที่จะขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งตามที่พวกเขาวางเอาไว้ได้ ในไม่ช้า และที่สำคัญเมื่อวันนั้นมาถึง CSL จะเป็น SI ที่ใครหลายคนจะประมาทไม่ได้โดยแท้!

from:https://www.enterpriseitpro.net/csl-ict-solution/

บทวิเคราะห์! เมื่อ CS Loxinfo มาอยู่ภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์ AIS

แบรนด์ CS Loxinfo ที่เราคุ้นชื่อและคุ้นกับโลโก้น้ำเงินส้มในกรอบสี่เหลี่ยมมาอย่างยาวนาน บัดนี้ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในภายใต้อัมเบลล่าของ AIS และดำเนินการเปลี่ยนตัวเองใหม่หมดจดกันเลย เริ่มตั้งแต่โลโก้ยันนามบัตรพนักงาน! กันแบบเต็มตัว (ก่อนหน้านั้น AIS เข้ามาถึงครองหุ้นบางส่วน – อ่านบทความที่นี่)

Enterprise ITPro ได้มีโอกาสไปร่วมการรีแบรนด์แบบเมเจอร์เชนจ์ของ CS Loxinfo ไม่นานมานี้ โดยสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือการเปลี่ยนโลโก้และเฉดสีของโลโก้ที่เกิดขึ้นไปเป็นชื่อใหม่ว่า “CSL” โดยมีธีมออกเป็นเขียวๆ ตามธีมของเอไอเอส ดูลุคแบบสบายๆ ไม่แข็งกระด้าง (เอาจริงๆ น่ะ ตัว S เหมือน โลโก้ซุปเปอร์ริชสีเขียวเลย 555)

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนโลโก้ แต่พวกเขาวางคอนเซปต์ตัวเองใหม่กลายเป็น One Stop ICT Service เปิดหน้าวางหมากกินตลาดเอ็นเทอร์ไพรส์และเทเลคอมมากขึ้น โดยตั้งใจว่าจะเป็นเบอร์ 1 ในประเทศด้านการให้บริการไอซีที โดยพวกเขาเข้าใจว่าการที่มี AIS เป็นแบ็กโบนในโครงสร้างของเครือข่ายเป็นแกนจะเป็นตัวช่วยให้ทำได้

แต่ต้องบอกว่า “ไม่ง่ายเลย” การที่จะยกตนแล้วก็ประกาศก้าวว่าจะเป็นเบอร์หนึ่งนั้น ลำพังเพียงแค่การมี AIS เป็นแบ็กไม่ใช่คำตอบ

ในตลาดวันนี้ผู้ให้บริการ ICT มีหลายระดับตั้งแต่รายใหญ่และมีพาวเวอร์ (ไม่ใช่เรื่องทุนรอน) แต่เป็นใจที่ได้รับจากลูกค้าที่ไว้วางใจให้อิมพลีเมนท์ระบบต่างๆ มากมาย – เท่าที่ผู้เขียนได้สัมผัสมา องค์กรใหญ่ๆ หลายแห่งเวลาอิมพลีเมนท์ระบบไอทีในองค์กรไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi ขนาดแคมปัส 2-3 พันตัว, เซิร์ฟเวอร์และสตอรเรจระดับหลายพันเทอราไบต์ “กลับไม่เคยได้ยินชื่อ CS Loxinfo เป็นคนทำให้” เรื่อยไปจนถึง SI รายเล็กที่คอยตอดเล็กตอดน้อยได้งานองค์กรและหน่วยงานระดับท้องถิ่นต่างๆ เป็นต้น – และจากการที่ผู้เขียนได้ลองสอบซักกับคนในวงการไอทีมา โดยถามว่า ถ้าคุณจะเลือกผู้ให้บริการไอซีทีดูและระบบไอทีในองค์กรคุณ คุณนึกถึง SI รายใด ปรากฎว่า “ไม่มีชื่อ CS Loxinfo แห่ะ??”

นอกจากนั้นเหตุผลที่เรามองว่าทำไม CSL ในคราบ CS Loxinfo เดิมไม่สามารถเป็นที่ 1 ได้ ก็เพราะพวกเขายังไม่ได้ไปนั่งในใจลูกค้าโดยแท้จริง อย่าว่าแต่จะเป็นที่หนึ่งเลย ให้ติด 1 ใน 10 SI ที่คนนึกถึงก็โอเคล่ะ

จึงไม่แปลกที่จะใช้พลังของ AIS ที่เป็นแบรนด์หนึ่งในใจใครหลายคนมาช่วยพยุงพวกเขาให้มุ่งมั่นเดินไปได้ การใช้แบรนด์ใหม่สีใหม่ โลโก้ใหม่มันทำให้พวกเขาล้างคราบความเป็นคอนเซอร์เวทีฟออกไปได้บ้าง เพราะแบรนด์ของ AIS มันช่วยทำให้รู้สึกเฟรนด์ลี่กว่าและลูกค้าเชื่อมั่นกว่านั้นเอง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ CS Loxinfo จะรีบคว้าโอกาสนี้ยอมพลีกายให้ AIS เข้ามาควบกิจการทั้งหมด จากที่เคยตัดสินใจอะไรเองได้ งานนี้ต้องผ่านผู้บริหารจากฝั่งพหลโยธินเป็นคนชี้ก่อนถึงจะเดินหมากต่อไปได้ – เอาใจช่วยจร้า!

เอาละมาถึงตรงนี้ก็วิเคราะห์แค่นี้ เรื่องบริการและเซอร์วิสทั้งหลายแหล่ไม่อยากเขียนมาก หาอ่านในเว็บพวกเขาเองได้ ก็หวังให้ CSL สามารถก้าวเป็นหนึ่งในใจลูกค้าได้อย่างที่ใจหวังก็แล้วกัน ปู๊น ปู๊น….

เรียบเรียง : ทีมงาน Enterprise ITPro

from:https://www.enterpriseitpro.net/ais-acquire-cs-loxinfo-rebranding/

CS LOXINFO ประกาศรีโพสิชันครั้งใหญ่ ปรับลุคสู่แบรนด์ CSL พร้อมจัดทัพธุรกิจรุกตลาดลูกค้าองค์กร ปักหมุดขึ้นเบอร์ 1 ของประเทศ

ซีเอส ล็อกซอินโฟ ประกาศรีโพสิชันครั้งใหญ่ ปรับลุคสู่แบรนด์ ซีเอสแอล (CSL) พร้อมจัดทัพธุรกิจรุกตลาดลูกค้าองค์กร ปักหมุดขึ้นเบอร์ 1 ของประเทศ ในฐานะผู้ให้บริการ One Stop ICT Service แบบครบวงจร

·       ชูยุทธศาสตร์ดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ 3Ss เสริมแกร่งทั้ง Data Center และ Cloud Solutions, Managed Services, System Integration ให้แก่ธุรกิจองค์กรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เตรียมพร้อมแข่งขันในยุค Digital Transformation

·       เปิดตัวครั้งแรก! กับ 2 Data Center แห่งใหม่ ด้วยจุดแข็ง “Carrier Neutral” ที่พร้อมเชื่อมต่อกับทุกโครงข่าย ออกแบบตามมาตรฐานสากล มั่นใจได้ถึงระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล ได้แก่

1.      TELLUS 2 ออกแบบตามมาตรฐานสากล TIA- 942A กับดีไซน์แบบ Modular สามารถขยายพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความจุสูงสุด 1,000 racks พร้อมรองรับการขยายตัวของงานด้าน IT ตามความต้องการขององค์กรทุกขนาด มาพร้อมระบบ Facilities ต่าง ๆ ที่ออกแบบมาให้รองรับ Fully Fault-Tolerant จึงการันตีเสถียรภาพของการให้บริการ และ Service Availability ที่สูงสุด พร้อมให้บริการด้วยมาตรฐาน ISO 20000, ISO 22301 และ ISO 27001

2.      The Cloud B ต่อยอดความสำเร็จจาก The Cloud A สู่อาคาร The Cloud B ที่มีความจุมากกว่า 350 racksรองรับการขยายตัวของธุรกิจลูกค้าองค์กรและการเติบโตของเทคโนโลยี Cloud, AI, และ IoT การันตีด้วยมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล ISO 27001 ตัวอาคารยังผ่านมาตรฐานการบริหารจัดการด้านพลังงาน ISO 50001 อีกด้วย

·       ยืนยันแข็งแกร่งยิ่งกว่ารายอื่นในตลาดจากศักยภาพของ Digital Infrastructures ในกลุ่ม  เอไอเอส ตั้งแต่โครงข่ายหลักและบุคลากรมืออาชีพที่พร้อมดูแลธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการต่อยอดธุรกิจ รับ Digital Disruption

ดร.สมชาย กิตติชัยกุลกิจ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ ซีเอส ล็อกซอินโฟ เปิดเผยว่า “ซีเอสแอล ในฐานะผู้ให้บริการ ICT แก่ตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์ กว่า 5,000 รายในทุกอุตสาหกรรม อาทิ สายการบิน การเงิน กลุ่มธนาคาร เราให้ความสำคัญกับการมอบบริการที่เหนือกว่าในทุกมิติให้แก่ลูกค้าองค์กร ด้วยความพร้อมด้านประสบการณ์การทำงานกว่า 25 ปี จึงเข้าใจความต้องการของแต่ละธุรกิจเป็นอย่างดี รวมถึงการมี Peopleware ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยดูแลลูกค้าตลอด 24ชั่วโมง จึงสามารถเห็นปัญหาได้ไว แก้ไขได้รวดเร็ว และตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด วันนี้ เรามีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำบริการ One Stop ICT Service แบบครบวงจร เป็นผู้ช่วยนำพาองค์กรและภาคธุรกิจไทยก้าวผ่านปัญหาไอทีในยุค Digital Disruption ภายใต้กลยุทธ์ 3Ss อันประกอบด้วย

1.      S-Data Center & Cloud Solutions บริการ Data Center และ Cloud Solutions ที่สามารถ customized ให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่มธุรกิจ พร้อมให้คำปรึกษาได้อย่างครบวงจร ด้วยจุดแข็งของการบริการที่ไม่เหมือนใครได้แก่

เป็นผู้ให้บริการที่มี Data Center ในไทยจำนวนมากที่สุด (The Most Multi-Locations Data Centers across Thailand) รวม 9 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล  พร้อมขยายบริการออกไปสู่ภูมิภาค ได้รับการการันตีมาตรฐานการบริการระดับสากล ISO 9001, ISO/IEC 20000-1, ISO/IEC 27001, ISO 22301, ISO 50001, ISO 14001 และ CSA Star

เปิดกว้างให้เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการโครงข่ายได้ทุกราย (Carrier Neutral Provider) ลูกค้าองค์กรจึงสามารถเลือกใช้บริการโครงข่ายจากผู้ให้บริการที่ต้องการได้อย่างไร้ข้อจำกัด ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ให้บริการที่มีการเชื่อมต่อระบบแล้วจำนวนมาก เช่น TOT, CAT, True, UIH, Jastel, Interlink, Symphony, ALT Telecom และ AWN

พร้อมเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างสมาชิกและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งในและต่างประเทศผ่านบริการ CSL Thai-IX ติดสปีดการเชื่อมต่อในต้นทุนที่ต่ำกว่า แต่ได้ประสิทธิภาพเหนือกว่า พร้อมคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง หมดกังวลเรื่องต้นทุนส่วนเกิน ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ

บริการ Hybrid Cloud Solutions รวมความสามารถของ Private Cloud, Cloud On-premise และ Public Cloud เข้าด้วยกัน จึงตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและสามารถยืดหยุ่นได้ตามการใช้งาน ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการ Cloud ชั้นนำระดับโลก ทั้ง Microsoft Azure, VMware, AWSทำให้ต้นทุนต่ำลง และยังสามารถขยาย Capacity ได้ตามต้องการ เพื่อรองรับโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ในอนาคต

2.      S-Managed Service บริการทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลอย่างครบวงจร ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยประสบการณ์การให้บริการกับองค์กรชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญ จึงสามารถให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง หรือย้ายระบบตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมดูแลระบบให้หลังการขาย ครอบคลุมการบริหารจัดการทั้งระบบ LAN/WAN, SD-WAN, Firewall, Data Center, Cloud On-Premise และ Cloud Services

3.      S-System Integration บริการผสานนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจรโดยร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการด้าน IT Solutions ที่มีชื่อเสียงระดับโลก นำเสนอโซลูชั่นครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Turnkey ทั้ง Computer Hardware, Software, Cloud Solutions, Security Solutions, อุปกรณ์สื่อสารNetwork และ Cabling ให้ลูกค้าเลือกได้ตามตามความต้องการในราคาที่เข้าถึงได้

พร้อมกันนี้ เราได้รีโพสิชันผ่านโลโก้และแบรนด์ใหม่ จาก CS LOXINFO สู่ CSL โดยเลือกใช้สีส้มและสีเขียวมาประกอบเป็นโลโก้ ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงและทันสมัยยิ่งกว่าเดิม เพื่อสร้างการจดจำให้กับลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย”

“จากความแข็งแกร่งที่เรามี เมื่อรวมกับการที่ CSL ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในกลุ่มเอไอเอสซึ่งมีความแข็งแกร่งด้าน Digital Infrastructures ที่ทรงประสิทธิภาพเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ได้แก่ เครือข่าย Mobile ในฐานะผู้ให้บริการที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดในประเทศ, อีกทั้งยังเป็นเจ้าของโครงข่าย Fiber Optic ความยาวมากกว่า 160,000 ก.ม.ทั่วประเทศ  พร้อมให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติกแท้รายแรกของไทย จึงพร้อมตอบสนองการใช้งานของธุรกิจทุกภูมิภาคทั่วไทย ทั้งการรับส่งข้อมูลระหว่างสาขาภายในประเทศและการส่งข้อมูลระหว่างประเทศ ด้วยแบนด์วิธในประเทศ (NIX) ที่ใหญ่ที่สุดในไทย รองรับการใช้งานในประเทศถึง 2.9 Tbps และแบนด์วิธระหว่างประเทศ (IIG) ขนาด 1.2 Tbps รวมถึงการที่เอไอเอสมีเครือข่าย IoT ทั้งโครงข่าย eMTC และ NB-IoT ที่ทรงประสิทธิภาพ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นรายแรกและรายเดียวในไทย

            ทั้งหมดนี้ เรามั่นใจว่า CSL จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตในกลุ่มการให้บริการลูกค้าองค์กรของเอไอเอสได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในด้านบริการ Data Center ซึ่งเปรียบเสมือน Backbone ของการให้บริการ Cloud, บริการหลังการขาย หรือ Managed Services และบริการ System Integration ซึ่งจะช่วยเติมเต็มให้ลูกค้าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในยุค Digital Transformation ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมก้าวสู่การเป็นเบอร์ 1 ในตลาดลูกค้าองค์กรอย่างแน่นอน” ดร.สมชายกล่าวปิดท้าย

            ลูกค้าองค์กรที่สนใจใช้บริการ CSL สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2263-8185, presales@csl.co.th หรือที่เว็บไซต์ www.csl.co.th

from:https://www.flashfly.net/wp/260743

CS LOXINFO ปรับโฉมแบรนด์สู่ CSL เดินหน้าเปิดเกมรุกครั้งใหญ่ ชูกลยุทธ์ 3Ss ปักหมุดเบอร์ 1 ผู้ให้บริการ One Stop ICT Service แบบครบวงจร

 

ซีเอส ล็อกซอินโฟ ประกาศรีโพสิชันครั้งใหญ่ ปรับลุคสู่แบรนด์ ซีเอสแอล (CSL) พร้อมจัดทัพธุรกิจรุกตลาดลูกค้าองค์กร ปักหมุดขึ้นเบอร์ 1 ของประเทศ ในฐานะผู้ให้บริการ One Stop ICT Service แบบครบวงจร

 

  • ชูยุทธศาสตร์ดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ 3Ss เสริมแกร่งทั้ง Data Center และ Cloud Solutions, Managed Services, System Integration ให้แก่ธุรกิจองค์กรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เตรียมพร้อมแข่งขันในยุค Digital Transformation
  • เปิดตัวครั้งแรก! กับ 2 Data Center แห่งใหม่ ด้วยจุดแข็ง “Carrier Neutral” ที่พร้อมเชื่อมต่อกับทุกโครงข่าย ออกแบบตามมาตรฐานสากล มั่นใจได้ถึงระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล ได้แก่
    1. TELLUS 2 ออกแบบตามมาตรฐานสากล TIA- 942A กับดีไซน์แบบ Modular สามารถขยายพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความจุสูงสุด 1,000 racks พร้อมรองรับการขยายตัวของงานด้าน IT ตามความต้องการขององค์กรทุกขนาด มาพร้อมระบบ Facilities ต่าง ๆ ที่ออกแบบมาให้รองรับ Fully Fault-Tolerant จึงการันตีเสถียรภาพของการให้บริการ และ Service Availability ที่สูงสุด พร้อมให้บริการด้วยมาตรฐาน ISO 20000, ISO 22301 และ ISO 27001
    2. The Cloud B ต่อยอดความสำเร็จจาก The Cloud A สู่อาคาร The Cloud B ที่มีความจุมากกว่า 350 racks รองรับการขยายตัวของธุรกิจลูกค้าองค์กรและการเติบโตของเทคโนโลยี Cloud, AI, และ IoT การันตีด้วยมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล ISO 27001 ตัวอาคารยังผ่านมาตรฐานการบริหารจัดการด้านพลังงาน ISO 50001 อีกด้วย
  • ยืนยันแข็งแกร่งยิ่งกว่ารายอื่นในตลาดจากศักยภาพของ Digital Infrastructures ในกลุ่ม เอไอเอส ตั้งแต่โครงข่ายหลักและบุคลากรมืออาชีพที่พร้อมดูแลธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการต่อยอดธุรกิจ รับ Digital Disruption

CS Loxinfo

ดร.สมชาย กิตติชัยกุลกิจ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ ซีเอส ล็อกซอินโฟ เปิดเผยว่าซีเอสแอล ในฐานะผู้ให้บริการ ICT แก่ตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์ กว่า 5,000 รายในทุกอุตสาหกรรม อาทิ สายการบิน การเงิน กลุ่มธนาคาร เราให้ความสำคัญกับการมอบบริการที่เหนือกว่าในทุกมิติให้แก่ลูกค้าองค์กร ด้วยความพร้อมด้านประสบการณ์การทำงานกว่า 25 ปี จึงเข้าใจความต้องการของแต่ละธุรกิจเป็นอย่างดี

รวมถึงการมี Peopleware ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง จึงสามารถเห็นปัญหาได้ไว แก้ไขได้รวดเร็ว และตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด

วันนี้ เรามีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำบริการ One Stop ICT Service แบบครบวงจร เป็นผู้ช่วยนำพาองค์กรและภาคธุรกิจไทยก้าวผ่านปัญหาไอทีในยุค Digital Disruption ภายใต้กลยุทธ์ 3Ss อันประกอบด้วย

1.S-Data Center & Cloud Solutions

 

บริการ Data Center และ Cloud Solutions ที่สามารถ customized ให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่มธุรกิจ พร้อมให้คำปรึกษาได้อย่างครบวงจร ด้วยจุดแข็งของการบริการที่ไม่เหมือนใคร ได้แก่

  • เป็นผู้ให้บริการที่มี Data Center ในไทยจำนวนมากที่สุด (The Most Multi-Locations Data Centers across Thailand) รวม 9 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมขยายบริการออกไปสู่ภูมิภาค ได้รับการการันตีมาตรฐานการบริการระดับสากล ISO 9001, ISO/IEC 20000-1, ISO/IEC 27001, ISO 22301, ISO 50001, ISO 14001 และ CSA Star
  • เปิดกว้างให้เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการโครงข่ายได้ทุกราย (Carrier Neutral Provider) ลูกค้าองค์กรจึงสามารถเลือกใช้บริการโครงข่ายจากผู้ให้บริการที่ต้องการได้อย่างไร้ข้อจำกัด ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ให้บริการที่มีการเชื่อมต่อระบบแล้วจำนวนมาก เช่น TOT, CAT, True, UIH, Jastel, Interlink, Symphony, ALT Telecom และ AWN
  • พร้อมเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างสมาชิกและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งในและต่างประเทศผ่านบริการ CSL Thai-IX ติดสปีดการเชื่อมต่อในต้นทุนที่ต่ำกว่า แต่ได้ประสิทธิภาพเหนือกว่า พร้อมคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง หมดกังวลเรื่องต้นทุนส่วนเกิน ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ
  • บริการ Hybrid Cloud Solutions รวมความสามารถของ Private Cloud, Cloud On-premise และ Public Cloud เข้าด้วยกัน จึงตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและสามารถยืดหยุ่นได้ตามการใช้งาน ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการ Cloud ชั้นนำระดับโลก ทั้ง Microsoft Azure, VMware, AWS ทำให้ต้นทุนต่ำลง และยังสามารถขยาย Capacity ได้ตามต้องการ เพื่อรองรับโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ในอนาคต

2.S-Managed Service

 

บริการทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลอย่างครบวงจร ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยประสบการณ์การให้บริการกับองค์กรชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญ จึงสามารถให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง หรือย้ายระบบตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมดูแลระบบให้หลังการขาย ครอบคลุมการบริหารจัดการทั้งระบบ LAN/WAN, SD-WAN, Firewall, Data Center, Cloud On-Premise และ Cloud Services

3.S-System Integration

 

บริการผสานนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร โดยร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการด้าน IT Solutions ที่มีชื่อเสียงระดับโลก นำเสนอโซลูชั่นครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Turnkey ทั้ง Computer Hardware, Software, Cloud Solutions, Security Solutions, อุปกรณ์สื่อสาร Network และ Cabling ให้ลูกค้าเลือกได้ตามตามความต้องการในราคาที่เข้าถึงได้

พร้อมกันนี้ เราได้รีโพสิชันผ่านโลโก้และแบรนด์ใหม่ จาก CS LOXINFO สู่ CSL โดยเลือกใช้สีส้มและสีเขียวมาประกอบเป็นโลโก้ ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงและทันสมัยยิ่งกว่าเดิม เพื่อสร้างการจดจำให้กับลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย”

“จากความแข็งแกร่งที่เรามี เมื่อรวมกับการที่ CSL ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในกลุ่มเอไอเอสซึ่งมีความแข็งแกร่งด้าน Digital Infrastructures ที่ทรงประสิทธิภาพเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ได้แก่ เครือข่าย Mobile ในฐานะผู้ให้บริการที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดในประเทศ

อีกทั้งยังเป็นเจ้าของโครงข่าย Fiber Optic ความยาวมากกว่า 160,000 ก.ม.ทั่วประเทศ  พร้อมให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติกแท้รายแรกของไทย จึงพร้อมตอบสนองการใช้งานของธุรกิจทุกภูมิภาคทั่วไทย

ทั้งการรับส่งข้อมูลระหว่างสาขาภายในประเทศและการส่งข้อมูลระหว่างประเทศ ด้วยแบนด์วิธในประเทศ (NIX) ที่ใหญ่ที่สุดในไทย รองรับการใช้งานในประเทศถึง 2.9 Tbps และแบนด์วิธระหว่างประเทศ (IIG) ขนาด 1.2 Tbps

รวมถึงการที่เอไอเอสมีเครือข่าย IoT ทั้งโครงข่าย eMTC และ NB-IoT ที่ทรงประสิทธิภาพ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นรายแรกและรายเดียวในไทย

ทั้งหมดนี้ เรามั่นใจว่า CSL จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตในกลุ่มการให้บริการลูกค้าองค์กรของเอไอเอสได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในด้านบริการ Data Center ซึ่งเปรียบเสมือน Backbone ของการให้บริการ Cloud, บริการหลังการขาย หรือ Managed Services และบริการ System Integration

ซึ่งจะช่วยเติมเต็มให้ลูกค้าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในยุค Digital Transformation ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมก้าวสู่การเป็นเบอร์ 1 ในตลาดลูกค้าองค์กรอย่างแน่นอน” ดร.สมชายกล่าวปิดท้าย

ลูกค้าองค์กรที่สนใจใช้บริการ CSL สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2263-8185, presales@csl.co.th หรือที่เว็บไซต์ www.csl.co.th

 

from:http://mobileocta.com/cs-loxinfo-has-changed-the-brand-to-csl/

CS LOXINFO ประกาศรีแบรนด์เป็น CSL

หลังจากที่ AIS ซื้อหุ้นและควบรวมกิจการของ CS LOXINFO มาอยู่ในเครือไปราว 1 ปี ล่าสุด CS LOXINFO ประกาศรีแบรนด์ตัวเองเป็น CSL พร้อมเผยโฉมโลโก้ใหม่ใช้สีส้มและสีเขียว

บริการของ CSL ยังคงเหมือนเดิมคือ Data Center & Cloud Solutions, Managed Services และ System Integration ขณะที่ยุทธศาสตร์ของ CSL หลังจากนี้จะมีความ synergy กับ AIS มากขึ้นด้วย

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/110988

CS LOXINFO ปรับแบรนด์ครั้งใหญ่สู่ CSL มุ่งตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรมากขึ้นด้วย Data Center และบริการต่างๆ พร้อมผสานโซลูชันใหม่ๆ จาก AIS Business

วันนี้ทาง CS LOXINFO ได้จัดงานแถลงข่าวเรื่องการทำ Brand Repositioning ครั้งใหญ่ ปรับแบรนด์ของตนเองไปสู่ CSL พร้อมโลโก้ใหม่ที่สวยงามทันสมัยและจดจำง่าย โดยมีเป้าหมายเพื่อการเป็นผู้ให้บริการด้าน One Stop ICT Service แบบครบวงจรอันดับหนึ่งในไทยให้ได้ พร้อมทั้งประกาศเปิดตัว Data Center ใหม่อีกถึง 2 แห่งเลยทีเดียว

Credit: TechTalkThai

ควบรวมกิจการกับ AIS แล้ว CSL เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ AIS ได้เข้าซื้อกิจการของ CS LOXINFO และได้ปรับแบรนด์จนกลายเป็น CSL ในวันนี้ ธุรกิจของ CSL ที่ผ่านมาเองก็เติบโตอย่างรวดเร็วจากการผสานบริการและนำทรัพยากรต่างๆ ของ AIS มานำเสนอแก่ลูกค้าธุรกิจองค์กร ไม่ว่าจะเป็นโซลูชันด้าน Mobile 4G/5G, ระบบโครงข่ายของ AIS มีมีขนาดใหญ่และครอบคลุมทั่วประเทศไทย, นวัตกรรมใหม่ๆ ด้าน Internet of Things (IoT) ที่ช่วยให้สามารถนำเสนอเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจองค์กรได้ดีขึ้น ไปจนถึงปริมาณ Bandwidth ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่สูงขึ้น ทำให้การให้บริการระบบเครือข่ายเพื่อเชื่อมต่อไปยังบริการ Cloud ชั้นนำนั้นสามารถทำได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

ในงานแถลงข่าวครั้งนี้ ได้เล่าถึงภาพของธุรกิจ Cloud ของ CSL ที่เติบโตขึ้นถึง 250% ในขณะที่โซลูชันทางด้าน Microsoft Office 365 นั้นก็เติบโตขึ้นถึง 450% เลยทีเดียว

แน่นอนว่าหลังจากนี้ CSL ก็จะยังคงมุ่งหน้าพัฒนาโซลูชันและบริการต่างๆ ขึ้นมาตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรเป็นหลักต่อไป โดยทรัพยากรที่ได้มาเพิ่มจาก AIS ไม่ว่าจะเป็น Bandwidth ภายในประเทศขนาด 2.9Tbps, Bandwidth ระหว่างประเทศขนาด 1.2Tbps และระบบโครงข่ายสำหรับรองรับ IoT โดยเฉพาะทั้ง NB-IoT และ eMTC นั้น ก็จะทำให้ CSL สามารถตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

3 กลยุทธ์หลักของ CSL: Hybrid Cloud, Managed Services และ Professional Services

CSL นั้นยังคงพัฒนาจุดแข็งของตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งความเป็น Carrier Neutral Data Center ที่ทำให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ มีทางเลือกในการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของผู้ให้บริการได้ทุกรายตามความต้องการ และความสามารถในการให้บริการทางด้านเทคโนโลยีที่ครอบคลุม อีกทั้งยังนำจุดแข็งทั้งสองนี้มาสร้างเป็น 3 กลยุทธ์หลักของ CSL ที่มีชื่อเรียกว่า 3S ได้แก่

1. S-Data Center & Cloud Solutions

บริการ Data Center และ Cloud ที่สามารถปรับแต่งเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของธุรกิจได้ โดยปัจจุบันนี้ CSL มี Data Center มากถึง 9 แห่งทั่วประเทศไทย ถือเป็นผู้ให้บริการที่มี Data Center มากที่สุดในปัจจุบัน ครอบคลุมการให้บริการได้ในทุกภูมิภาค อีกทั้งด้วยความที่เป็น Carrier Neutral Data Center นั้น ก็ทำให้ CSL สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายจากผู้ให้บริการได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น TOT, CAT, True, UIH, Jastel, Interlink, Symphony, ALT Telecom และ AWN ของ AIS เองก็ตาม

สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่ายไปยังต่างประเทศนั้น ทาง CSL เองก็มีบริการ CSL Thai-X ที่มีต้นทุนต่ำกว่าบริการอื่นๆ แต่มีความเร็วที่เหนือกว่า และยังมีจุดเด่นด้านการคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง

หลังจากนี้ CSL จะมุ่งเน้นการนำเสนอบริการในส่วนนี้เพื่อเร่งผลักดันให้ธุรกิจองค์กรไทยก้าวสู่การนำ Cloud ไปใช้งานในธุรกิจได้อย่างเหมาะสม และพร้อมต่อยอดไปสู่ภาพของ Hybrid Cloud ได้ทันทีด้วย Data Center และระบบโครงข่ายความเร็วสูงที่พร้อมให้บริการในประเทศไทย

2. S-Managed Service

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของ CSL หลังจากนี้ก็คือการให้บริการในรูปแบบ Managed Services สำหรับธุรกิจองค์กรที่ต้องการนำเทคโนโลยีต่างๆ อย่างเช่น LAN, WAN, SD-WAN, Firewall, Data Center, Cloud On-Premises และ Cloud Service ไปใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพและต้องการทีมงานให้บริการระดับมืออาชีพมาคอยช่วยดูแลแทนการจัดจ้างพนักงานเป็นการภายในเพิ่มเติม CSL ก็พร้อมจะนำทีมวิศวกรเข้าไปให้บริการ Managed Services แก่ลูกค้าธุรกิจองค์กรอย่างเต็มตัว

แนวโน้มของ Managed Services นี้ถือว่ากำลังมาแรงและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะภาคธุรกิจนั้นสามารถเลือกใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างคล่องตัวโดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่แต่แรกและไม่ต้องกังวลต่อประเด็นปัญหาด้านการขาดแคลนทรัพยากรบุคคล ในขณะที่เหล่าผู้ให้บริการ Managed Services เองนั้นก็สามารถสร้างทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

3. S-System Integration

CSL เองนั้นก็เป็นพันธมิตรกับผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์อย่าง Cisco, Microsoft, HPE, IBM, Dell EMC, Lenovo, Fortinet, Nutanix, Palo Alto Networks, VMware, Veeam, AWS และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงยังมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเหล่านี้อยู่แล้ว ดังนั้นธุรกิจในส่วนของ System Integration หรือ SI นั้นก็จะยังคงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ CSL จะยังคงให้ความสำคัญต่อไปในอนาคต

สิ่งที่ CSL จะต่อยอดเพิ่มเติมในส่วนนี้ ก็คือการเพิ่มบริการหลังการขายให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้น และสร้างทางเลือกในการลงทุนใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้เพิ่มเติมให้กับเหล่าธุรกิจองค์กร ให้สามารถซื้อไปใช้งานก็ได้ หรือจะเลือกใช้งานแบบ Managed Services ก็ได้เช่นกัน

เปิด Data Center ใหม่ 2 แห่ง: The Cloud B และ TELLUS 2

ด้วยความนิยมในการเช่าใช้งาน Data Center มาตรฐานสูงของ CSL ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ทาง CSL ต้องประกาศเปิด Data Center ใหม่ถึง 2 แห่งพร้อมกันในปีนี้ โดย Data Center เหล่านี้เป็นส่วนต่อยอดเฟส 2 ของโครงการ Data Center ที่มีอยู่เดิมซึ่งมีลูกค้าธุรกิจและองค์กรต่างๆ เข้ามาเช่าใช้จนเต็มแล้วนั่นเอง

The Cloud B เป็นอาคารแห่งที่ 2 ที่ต่อยอดจาก The Cloud A ในบริเวณถนนเกษตรนวมินทร์ โดย The Cloud B นี้รองรับได้มากถึง 350 Rack และยังเชื่อมต่อระหว่าง Data Center ได้ด้วยความเร็วระดับ 100Gbps พร้อมทั้งยังได้รับการรองรับตามมาตรฐาน ISO 27001 และ ISO 50001

TELLUS 2 เป็น Data Center ขนาดใหญ่ที่รองรับถึง 1,000 Rack โดยออกแบบตามมาตรฐาน TIA-942A ให้เป็นแบบ Modular เน้นรองรับธุรกิจองค์กรต่างชาติที่ต้องการระบบ Data Center ขนาดใหญ่เป็นหลัก มีความทนทานสูงนุดด้วยการรองรับการทำ Fault Tolerant ในทุกส่วนและสามารถทำการบำรุงรักษาได้โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของระบบ ผ่านการรองรับตามมาตรฐาน ISO 20000, ISO 22301, ISO 27001

ธุรกิจใดที่สนใจเช่าใช้พื้นที่ภายใน Data Center เหล่านี้ ก็สามารถติดต่อทีมงาน CSL ได้โดยตรงทันที

CSL ได้ให้บริการเป็นเบื้องหลังให้กับธุรกิจชั้นนำมากมาย

เนื้อหาในวันนี้จบลงด้วยการที่ CSL ได้ออกมาเล่าถึงความสำเร็จที่ผ่านมาในการให้บริการเทคโนโลยีต่างๆ แบบครบวงจรให้กับธุรกิจชื่อดังนั้นนำทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ดังเช่น

  • ธุรกิจสายการบินระดับภูมิภาค ใช้บริการของ CSL ตั้งแต่ระบบ Internet, เช่าใช้ Colocation, การทำ Disaster Recovery-as-a-Service ไปจนถึงการทำ IT Outsourcing
  • ธุรกิจพลังงานที่มีการเริ่มทดลองใช้ Digital Signage เพื่อให้การปรับราคาน้ำมันในปั๊มน้ำมันกว่า 50 แห่งทั่วไทยสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายได้ โดยมีแผนที่จะขยายโครงการไปให้ครอบคลุมปั๊มน้ำมันถึง 1,000 แห่งให้ได้หลังจากนี้
  • ธุรกิจการเงินและธนาคารจากต่างประเทศ ก็มีการเช่าใช้ Colocation , การทำ Disaster Recovery-as-a-Service ไปจนถึงการให้ทีมงาน CSL เข้าไปช่วยดูแลด้าน Network และ Security ตามสาขาต่างๆ ในประเทศไทยกว่า 20 แห่งด้วย

ความสำเร็จของ CSL นี้ยังมีมากกว่านี้และครอบคลุมในธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าทีมงาน CSL นั้นจะมีทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์มาคอยให้บริการอย่างแน่นอน

สนใจติดต่อ CSL ได้ทันที

ผู้ที่สนใจบริการต่างๆ ทั้งทางด้าน Data Center, Managed Services และ Systems Integration สามารถติดต่อทีมงาน CSL ได้โดยตรงทันทีที่ presales@csl.co.th หรือโทร 02-263-8185 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ CSL ได้ที่ https://www.csl.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/cs-loxinfo-is-repositioned-to-csl/

CS LOXINFO ปรับโฉมแบรนด์สู่ CSL เดินหน้าเปิดเกมรุกครั้งใหญ่ ชูกลยุทธ์ 3Ss

ซีเอส ล็อกซอินโฟ ประกาศรีโพสิชันครั้งใหญ่ ปรับลุคสู่แบรนด์ ซีเอสแอล (CSL) พร้อมจัดทัพธุรกิจรุกตลาดลูกค้าองค์กร ปักหมุดขึ้นเบอร์ 1 ของประเทศ ในฐานะผู้ให้บริการ One Stop ICT Service แบบครบวงจร
· ชูยุทธศาสตร์ดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ 3Ss เสริมแกร่งทั้ง Data Center และ Cloud Solutions, Managed Services, System Integration ให้แก่ธุรกิจองค์กรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เตรียมพร้อมแข่งขันในยุค Digital Transformation
· เปิดตัวครั้งแรก! กับ 2 Data Centerแห่งใหม่ ด้วยจุดแข็ง “Carrier Neutral” ที่พร้อมเชื่อมต่อกับทุกโครงข่าย ออกแบบตามมาตรฐานสากล มั่นใจได้ถึงระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล ได้แก่
1. TELLUS 2 ออกแบบตามมาตรฐานสากล TIA- 942A กับดีไซน์แบบ Modular สามารถขยายพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความจุสูงสุด 1,000 racks พร้อมรองรับการขยายตัวของงานด้าน IT ตามความต้องการขององค์กรทุกขนาด มาพร้อมระบบ Facilities ต่าง ๆ ที่ออกแบบมาให้รองรับ Fully Fault-Tolerant จึงการันตีเสถียรภาพของการให้บริการ และ Service Availability ที่สูงสุด พร้อมให้บริการด้วยมาตรฐาน ISO 20000, ISO 22301 และ ISO 27001
2. The Cloud B ต่อยอดความสำเร็จจาก The Cloud A สู่อาคาร The Cloud B ที่มีความจุมากกว่า 350 racks รองรับการขยายตัวของธุรกิจลูกค้าองค์กรและการเติบโตของเทคโนโลยี Cloud, AI, และ IoTการันตีด้วยมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล ISO 27001 ตัวอาคารยังผ่านมาตรฐานการบริหารจัดการด้านพลังงาน ISO 50001 อีกด้วย
· ยืนยันแข็งแกร่งยิ่งกว่ารายอื่นในตลาดจากศักยภาพของ Digital Infrastructures ในกลุ่ม เอไอเอส ตั้งแต่โครงข่ายหลักและบุคลากรมืออาชีพที่พร้อมดูแลธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการต่อยอดธุรกิจ รับ Digital Disruption
ดร.สมชาย กิตติชัยกุลกิจ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ ซีเอส ล็อกซอินโฟ เปิดเผยว่า “ซีเอสแอล ในฐานะผู้ให้บริการ ICT แก่ตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์ กว่า 5,000 รายในทุกอุตสาหกรรม อาทิ สายการบิน การเงิน กลุ่มธนาคาร เราให้ความสำคัญกับการมอบบริการที่เหนือกว่าในทุกมิติให้แก่ลูกค้าองค์กร ด้วยความพร้อมด้านประสบการณ์การทำงานกว่า 25 ปี จึงเข้าใจความต้องการของแต่ละธุรกิจเป็นอย่างดี รวมถึงการมี Peoplewareซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง จึงสามารถเห็นปัญหาได้ไว แก้ไขได้รวดเร็ว และตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด วันนี้ เรามีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำบริการ One Stop ICT Service แบบครบวงจร เป็นผู้ช่วยนำพาองค์กรและภาคธุรกิจไทยก้าวผ่านปัญหาไอทีในยุค Digital Disruption ภายใต้กลยุทธ์ 3Ss อันประกอบด้วย
1. S-Data Center & Cloud Solutions บริการ Data Center และ Cloud Solutions ที่สามารถ customized ให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่มธุรกิจ พร้อมให้คำปรึกษาได้อย่างครบวงจร ด้วยจุดแข็งของการบริการที่ไม่เหมือนใคร ได้แก่
  • เป็นผู้ให้บริการที่มี Data Center ในไทยจำนวนมากที่สุด (The Most Multi-Locations Data Centers across Thailand) รวม 9 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมขยายบริการออกไปสู่ภูมิภาค ได้รับการการันตีมาตรฐานการบริการระดับสากล ISO 9001, ISO/IEC 20000-1, ISO/IEC 27001, ISO 22301, ISO 50001, ISO 14001 และ CSA Star
  • เปิดกว้างให้เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการโครงข่ายได้ทุกราย (Carrier Neutral Provider)ลูกค้าองค์กรจึงสามารถเลือกใช้บริการโครงข่ายจากผู้ให้บริการที่ต้องการได้อย่างไร้ข้อจำกัด ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ให้บริการที่มีการเชื่อมต่อระบบแล้วจำนวนมาก เช่น TOT, CAT, True, UIH, Jastel, Interlink, Symphony, ALT Telecom และ AWN
  • พร้อมเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างสมาชิกและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งในและต่างประเทศผ่านบริการ CSL Thai-IX ติดสปีดการเชื่อมต่อในต้นทุนที่ต่ำกว่า แต่ได้ประสิทธิภาพเหนือกว่า พร้อมคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง หมดกังวลเรื่องต้นทุนส่วนเกิน ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ
  • บริการ Hybrid Cloud Solutions รวมความสามารถของ Private Cloud, Cloud On-premise และ Public Cloudเข้าด้วยกัน จึงตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและสามารถยืดหยุ่นได้ตามการใช้งาน ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการ Cloud ชั้นนำระดับโลก ทั้ง Microsoft Azure, VMware, AWS ทำให้ต้นทุนต่ำลง และยังสามารถขยาย Capacity ได้ตามต้องการ เพื่อรองรับโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ในอนาคต
2. S-Managed Serviceบริการทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลอย่างครบวงจร ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยประสบการณ์การให้บริการกับองค์กรชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญ จึงสามารถให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง หรือย้ายระบบตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมดูแลระบบให้หลังการขาย ครอบคลุมการบริหารจัดการทั้งระบบ LAN/WAN, SD-WAN, Firewall, Data Center, Cloud On-Premise และ Cloud Services
3. S-System Integrationบริการผสานนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร โดยร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการด้าน IT Solutionsที่มีชื่อเสียงระดับโลก นำเสนอโซลูชั่นครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Turnkey ทั้ง Computer Hardware, Software, Cloud Solutions, Security Solutions, อุปกรณ์สื่อสาร Network และ Cabling ให้ลูกค้าเลือกได้ตามตามความต้องการในราคาที่เข้าถึงได้
พร้อมกันนี้ เราได้รีโพสิชันผ่านโลโก้และแบรนด์ใหม่ จาก CS LOXINFO สู่ CSL โดยเลือกใช้สีส้มและสีเขียวมาประกอบเป็นโลโก้ ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงและทันสมัยยิ่งกว่าเดิม เพื่อสร้างการจดจำให้กับลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย”
“จากความแข็งแกร่งที่เรามี เมื่อรวมกับการที่ CSL ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในกลุ่มเอไอเอสซึ่งมีความแข็งแกร่งด้าน Digital Infrastructures ที่ทรงประสิทธิภาพเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ได้แก่ เครือข่าย Mobile ในฐานะผู้ให้บริการที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดในประเทศ, อีกทั้งยังเป็นเจ้าของโครงข่าย Fiber Optic ความยาวมากกว่า 160,000 ก.ม.ทั่วประเทศ พร้อมให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติกแท้รายแรกของไทย จึงพร้อมตอบสนองการใช้งานของธุรกิจทุกภูมิภาคทั่วไทย ทั้งการรับส่งข้อมูลระหว่างสาขาภายในประเทศและการส่งข้อมูลระหว่างประเทศ ด้วยแบนด์วิธในประเทศ (NIX) ที่ใหญ่ที่สุดในไทย รองรับการใช้งานในประเทศถึง 2.9 Tbps และแบนด์วิธระหว่างประเทศ (IIG) ขนาด 1.2 Tbps รวมถึงการที่เอไอเอสมีเครือข่าย IoT ทั้งโครงข่าย eMTC และ NB-IoT ที่ทรงประสิทธิภาพ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นรายแรกและรายเดียวในไทย
ทั้งหมดนี้ เรามั่นใจว่า CSL จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตในกลุ่มการให้บริการลูกค้าองค์กรของเอไอเอสได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในด้านบริการ Data Center ซึ่งเปรียบเสมือน Backbone ของการให้บริการ Cloud, บริการหลังการขาย หรือ Managed Services และบริการ System Integration ซึ่งจะช่วยเติมเต็มให้ลูกค้าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในยุค Digital Transformation ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมก้าวสู่การเป็นเบอร์ 1 ในตลาดลูกค้าองค์กรอย่างแน่นอน” ดร.สมชายกล่าวปิดท้าย
ลูกค้าองค์กรที่สนใจใช้บริการ CSL สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2263-8185, presales@csl.co.th หรือที่เว็บไซต์ www.csl.co.th

ข่าว: CS LOXINFO ปรับโฉมแบรนด์สู่ CSL เดินหน้าเปิดเกมรุกครั้งใหญ่ ชูกลยุทธ์ 3Ss มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/07/23/cs-loxinfo-csl-ais.html

เชิญร่วมงานสัมมนา Secure Your Business with Cloud Firewall โดย CS LOXINFO

CS LOXINFO ผู้ให้บริการ Data Center และระบบ Cloud ชั้นนำของไทย ร่วมกับ Palo Alto Networks จัดงานสัมมนา Secure Your Business with Cloud Firewall พร้อมสาธิตการทำงานของ Cloud Firewall เพื่อปกป้องระบบเครือข่ายขององค์กรจากภัยคุกคามไซเบอร์ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

หัวข้อ: Secure Your Business with Cloud Firewall
วัน: วันพุธที่ 24 เมษายน 2019
เวลา: 8:30 – 12:00 น.
สถานที่: Asoke ll Room, Sheraton Grande Sukhumvit Bangkok (BTS อโศก)
ลิงค์ลงทะเบียน: https://seminar.csloxinfo.com/event/48/1/secure-your-business-with-cloud-firewall-by-cs-loxinfo

** ขอสงวนสิทธิ์ในการลงทะเบียนไม่เกินบริษัทละ 2 ท่าน

from:https://www.techtalkthai.com/secure-your-business-with-cloud-firewall-by-cs-loxinfo/

5 เหตุผลทำไม Disaster Recovery as a Service ของ CS LOXINFO ถึงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง

ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคธุรกิจดิจิทัล หลายองค์กรทั้งเล็กและใหญ่ต่างเริ่มนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาพลิกโฉมธุรกิจมากยิ่งขึ้น ระบบ IT ถูกนำเข้ามาใช้งานอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงธุรกิจ การนำเสนอบริการรูปแบบใหม่ หรือการเพิ่มประสบการณ์ในการให้บริการอันแสนยอดเยี่ยมแก่ลูกค้า

เมื่อระบบ IT เข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น การทำให้ระบบ IT สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจดิจิทัล ถ้าระบบ IT เกิดหยุดชะงัก ไม่ว่าจะเกิดจากเหตุสุดวิสัยอย่างอุปกรณ์มีปัญหาหรือระบบไฟฟ้าขัดข้อง, เหตุภัยพิบัติ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม เหตุจลาจล หรือภัยคุกคามไซเบอร์ อาจก่อให้เกิดการสูญเสียรายได้ ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ขององค์กรได้

ด้วยเหตุนี้ CS LOXINFO ผู้ให้บริการ ICT Solutions และระบบ Cloud ชั้นนำของไทย จึงให้บริการ Disaster Recovery as a Service (DRaaS) ซึ่งเป็นศูนย์สำรองระบบ IT บน Cloud แบบครบวงจร ช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้แม้ระบบ IT จะมีปัญหา ซึ่งบริการ DRaaS ของ CS LOXINFO มีจุดเด่นดังนี้

1. ปรับแต่งระบบ Disaster Recovery ตามความต้องการของลูกค้า

CS LOXINFO มีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านการสร้างระบบ Disaster Recovery (DR) แบบครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า การคัดเลือกระบบ IT หลักที่สำคัญที่ควรทำ DR และระบบ IT รองที่ไม่ค่อยสำคัญเพื่อทำ Backup การออกแบบ ติดตั้ง และปรับแต่งระบบ DR ให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อส่งมอบระบบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าและประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีการเฝ้าระวังและดูแลระบบ DR ของลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงแจ้งเตือนลูกค้าเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบ DR

2. ทดสอบระบบ Disaster Recovery ประจำปีฟรี

เพื่อให้มั่นใจว่าระบบ DR จะพร้อมใช้งานเมื่อมีเหตุภัยพิบัติหรือสถานการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น รวมไปถึงเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดของมาตรฐานต่างๆ เช่น ISO/IEC 27001:2013 และ ISO 22301:2012 CS LOXINFO ว่าด้วยการทดสอบระบบสำรองอย่างสม่ำเสมอ CS LOXINFO จึงเปิดให้ลูกค้าสามารถทดสอบระบบ DR ประจำปีได้ฟรี โดยไม่คิดค่าบริการใดๆ เพิ่มเติม

3. ระบบ Cloud แบบครบวงจร 2 แห่งให้เลือกใช้บริการ DRaaS

CS LOXINFO มี Cloud 2 แห่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ได้แก่ CW Tower (รัชดาภิเษก) และ The Cloud (เกษตรนวมินทร์) ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการ DRaaS บน Cloud แห่งก็ได้ หรือในกรณีที่ระบบ IT หลักตั้งอยู่ใน Data Center หรือ Cloud ของ CS LOXINFO อยู่แล้ว ก็สามารถใช้ Cloud อีกแห่งหนึ่งเป็นศูนย์สำรองได้ทันที โดย Cloud ทั้ง 2 แห่งนี้จะเชื่อมต่อกันผ่านโครงข่าย Fiber Optics ของ CS LOXINFO ที่มีความรวดเร็วและความมั่นคงปลอดภัยสูง

การสร้างระบบ DR ด้วยตนเองทำให้องค์กรต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของการลงทุนและการดูแลรักษาระบบในราคาที่สูง ทั้งยังขยายระบบในอนาคตได้ยาก DRaaS เป็นบริการบนระบบ Cloud ซึ่งช่วยขจัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนและลดภาระในการดูแลระบบ DR ของฝ่าย IT ให้เหลือน้อยที่สุด โดยคิดค่าบริการเป็นแบบรายเดือนตามปริมาณ CPU, Memory และ Storage ที่ใช้งาน ที่สำคัญคือ ด้วยคุณสมบัติของระบบ Cloud ทำให้รองรับการขยายระบบ IT ได้ง่ายในอนาคต

4. สนับสนุนด้วยเทคโนโลยี Disaster Recovery คุณภาพสูงจาก VEEAM

CS LOXINFO เลือกใช้เทคโนโลยีารสำรองระบบ IT จาก VEEAM ซึ่งเป็นหนึ่งในโซลูชัน Disaster Recovery ที่องค์กรทั่วโลกต่างให้การยอมรับ ช่วยให้ลูกค้าสามารถสำรองระบบ IT ระหว่าง Data Center และ DR Site ได้สะดวกรวดเร็ว รวมไปถึงเมื่อมีเหตุผิดปกติเกิดขึ้น ลูกค้าสามารถย้ายไปใช้ระบบ DR ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ** นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถติดตามผลการสำรองระบบ IT ในแต่ละวันและสถานะของระบบ DR ได้ด้วยตนเองอีกด้วย

** ขึ้นอยู่กับการออกแบบและตั้งค่าระบบ DR โดยกรณีที่ดีที่สุดสามารถย้ายไปใช้งานระบบ DR ได้ภายในเวลา 15 นาที

5. การันตีคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยด้วยมาตรฐานสากลระดับโลก

ในฐานะผู้นำทางด้านการให้บริการ Data Center และระบบ Cloud บริษัท CS LOXINFO พร้อมรับประกันความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยในการให้บริการ โดยยึดมาตรฐาน IT สำคัญระดับสากลถึง 4 รายการ ได้แก่

  • ISO/IEC 20000-1:2011: มาตรฐานการบริหารจัดการการให้บริการทางด้าน IT
  • ISO/IEC 27001:2013: มาตรฐานการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
  • ISO 22301:2012: มาตรฐานการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ
  • CSA-STAR: มาตรฐานการรับประกันด้านความมั่นคงปลอดภัยของผู้ให้บริการระบบ Cloud

นอกจากทั้ง 4 มาตรฐานทางด้าน IT แล้ว CS LOXINFO ยังได้รับมาตรฐาน ISO 9001 ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบบริหารจัดการคุณภาพ ทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจได้ว่า บริการทั้งหมดของ CS LOXINFO มีคุณภาพ มั่นคงปลอดภัย โปร่งใส และพร้อมให้บริการอย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก

ผู้ที่สนใจใช้บริการ Disaster Recovery as a Service โดย CS LOXINFO สามารถติดต่อทีมงานเพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อีเมล presales@csloxinfo.net หรือโทร 02-263-8185

from:https://www.techtalkthai.com/5-reasons-why-cs-loxinfo-draas-is-the-first-choice/