คลังเก็บป้ายกำกับ: CRYPTOCURRENCY

John McAfee และพวก โดนตั้งข้อหาฉ้อโกง หลอกให้คนลงทุนเงินคริปโต

ความคืบหน้าต่อจากข่าวเมื่อปลายปีที่แล้ว John McAfee ถูกจับในข้อหาเลี่ยงภาษี ใช้นอมินีรับเงินจากการโปรโมทคริปโต โดยเขาถูกจับในสเปนตามคำขอของรัฐบาลสหรัฐ

วันนี้ อัยการสหรัฐและ FBI ตั้งข้อหาเพิ่มเติม John McAfee และพวกคือ Jimmy Watson Jr. ที่เพิ่งถูกจับกุมเมื่อวาน ทั้งสองคนถือเป็นผู้บริหารของ “McAfee Team” ที่ทำธุรกิจเงินคริปโต ความผิดที่โดนเป็นความผิดอาญา มีทั้งหมด 7 ข้อหา ตั้งแต่การฉ้อโกง ฟอกเงิน ฯลฯ จากการหลอกให้คนมาร่วมลงทุนในเงินคริปโต มีความเสียหาย 13 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) ยังจะยื่นฟ้องศาลในคดีแพ่งด้วย ปัจจุบัน McAfee ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศสเปน

ที่มา – Department of Justice

No Description

ภาพจาก @officialmcafee

from:https://www.blognone.com/node/121555

Coinbase ยื่นเอกสารเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์แบบ Direct Listing ในปีนี้

Coinbase แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโตชื่อดังของสหรัฐฯ ยื่นเอกสาร S-1 ต่อกลต. สหรัฐฯ แล้ว เพื่อเตรียมเข้าสู่ตลาดหุ้นเร็ว ๆ นี้

Coinbase เป็นสตาร์ทอัพทำแพลตฟอร์มสำหรับแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโต รายได้หลักจะมาจากการทำธุรกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโต ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่เติบโตเร็วมากในช่วงปีที่ผ่านมาเนื่องจากสกุลเงินคริปโตมียอดซื้อขายแลกเปลี่ยนและทำธุรกรรมสูงขึ้นมาก

สำหรับงบการเงินของ Coinbase บริษัทเติบโตไวมากในช่วงปีที่ผ่านมา โดยในปี 2019 ทางบริษัทมีรายได้ 533.7 ล้านดอลลาร์ มีผลประกอบการขาดทุน 30.4 ล้านดอลลาร์ แต่ในปี 2020 มีรายได้ 1.28 พันล้านดอลลาร์ และมีผลประกอบการกำไรถึง 127.5 ล้านดอลลาร์ เท่ากับว่าบริษัทเติบโตถึง 139% ในปีที่แล้ว แต่ผลประกอบการของบริษัทก็ค่อนข้างแกว่งมาก โดยในปีที่ผ่านมา Coinbase มีผลประกอบแต่ละไตรมาสอยู่ที่ 190.6, 186.4, 315.4 และ 585.1 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในปี 2019 ที่เป็นลบก็สามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้ในปีที่แล้ว

การเข้าตลาดหุ้นของ Coinbase จะเป็นการเข้าตลาดแบบ Direct Listing คือไม่มีการออกหุ้นเพิ่มทุนหรือไอพีโอเพื่อเสนอขายต่อสาธารณะ วิธีเข้าตลาดหุ้นลักษณะนี้คือเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ถือหุ้นเดิมสามารถขายหุ้นออกมาได้ง่ายขึ้น โดยบริษัทที่เคยเพิ่มทุนลักษณะนี้มี Slack และ Spotify ซึ่งหุ้นสามัญของ Coinbase จะใช้สัญลักษณ์การซื้อขายว่า COIN ลิสต์ในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq โดยทางบริษัทคาดว่าจะเริ่มนำหุ้นเข้าตลาดได้ในปีนี้

ที่มา – TechCrunch, SEC

No Description
ภาพจากเอกสาร S-1 จากเว็บไซต์ SEC

from:https://www.blognone.com/node/121415

ก.ล.ต. เสนอเงื่อนไขการลงทุนเงินคริปโตต้องมีรายสูงและมีเงื่อนไขความรู้ในการลงทุน ไม่เช่นนั้นต้องลงทุนผ่านกองทุนเท่านั้น

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเรื่องการกำหนดคุณสมบัติผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยข้อเสนอระบุให้ผู้ลงทุนต้องมีคุณสมบัติทั้งด้านฐานะและความรู้

  • ด้านฐานะ ผู้ลงทุนต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้: รายได้ปีละเกิน 1 ล้าน, สินทรัพย์รวมเกิน 10 ล้านบาท, มูลค่าหลักทรัพย์/สัญญาซื้อขายล่วงหน้า/สินทรัพย์ดิจิทัล รวมเกิน 5 ล้านบาท
  • ด้านความรู้ ผู้ลงทุนต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้: มีประสบการณ์ลงทุนเงินคริปโต, มีประสบการณ์ลงทุนหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 ปี, เป็นบุคคลากรในธุรกิจตลาดทุน, หรือผ่านการทดสอบด้านการเงิน เช่น CFA, CISA, CAIA, CFP

แม้จะผ่านเงื่อนไขทั้งสองข้อแล้ว ข้อเสนอของ ก.ล.ต. ยังกำหนดให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต้องทดสอบผู้ลงทุนอีกชั้น แบบทดสอบแบ่งเป็นสามด้าน คือ ลักษณะ, ความเสี่ยง, และผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยผู้ลงทุนต้องมีคะแนนเกิน 80% ทุกด้าน

สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเงื่อนไขหรือการทดสอบ จะสามารถลงทุนได้ผ่านทางผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น

การรับฟังความเห็นนี้จะเปิดรับฟังจนถึงวันที่ 27 มีนาคมนี้

ที่มา – sec.or.th

No Description

ภาพโดย MichaelWuensch

from:https://www.blognone.com/node/121398

NVIDIA ประเมินยอดขายราว 2-6% ของรายได้รวม มาจากลูกค้าเหมืองคริปโต

ในรายงานผลประกอบการของ NVIDIA ไตรมาสล่าสุด ที่รายได้รวมทำสถิติใหม่ บริษัทบอกว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากสองกลุ่มธุรกิจคือเกม และศูนย์ข้อมูล แบ่งตามประเภทสินค้าและช่องทางจัดจำหน่าย แต่หลายคนก็เชื่อว่าลูกค้าที่ซื้อการ์ดจอไปใช้ในงานเหมืองคริปโต น่าจะมีอัตราส่วนที่สูงเช่นกัน

Colette Kress ซีเอฟโอของ NVIDIA ได้ตอบคำถามเรื่องนี้บอกว่าบริษัทประเมินว่าลูกค้ากลุ่มที่ซื้อการ์ดจอนำไปใช้งานเหมืองคริปโต Ethereum ทำรายได้ให้บริษัทราว 100-300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่สูงถ้าเทียบกับรายได้รวมบริษัทราว 5,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม NVIDIA ยอมรับว่าการตรวจสอบว่าลูกค้าซื้อเพื่อนำไปใช้งานใดจริง ๆ ทำได้ยาก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว NVIDIA ได้ประกาศออกชิปสำหรับงานขุดเงินคริปโตโดยเฉพาะ และประกาศจะอัพเดตไดร์เวอร์ของ RTX 3060 เพื่อลดพลังการขุดของการ์ดลงครึ่งหนึ่ง

ที่มา: CoinDesk

NVIDIA

from:https://www.blognone.com/node/121394

ก.ล.ต. เตรียมกำกับผู้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล รายได้เกินหนึ่งล้านต่อปี-ประสบการณ์มากกว่าสองปี

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เตรียมกำหนดคุณสมบัติของผู้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) และหลักเกณฑ์ทดสอบความรู้ เพื่อเป็นกลไกคุ้มครองผู้ลงทุน

เนื่องจากคริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency) เป็นนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ที่มีความผันผวนสูง การลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีจึงต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจและความสามารถรับความเสี่ยงจากการได้รับผลขาดทุนจากการลงทุนได้  ก.ล.ต. จึงมีแนวคิดที่จะกำหนดคุณสมบัติของผู้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีเพื่อให้มีกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์

เบื้องต้นได้กำหนดหลักเกณฑ์ของผู้ลงทุนออกมา 2 เป็นด้านคือ

ฐานะการเงิน

  • ต้องมีรายได้ต่อปี ไม่รวมคู่สมรส 1 ล้านบาท ต่อปี หรือเกินกว่า 8.3 หมื่นบาท ต่อเดือน หรือ
  • มีสินทรัพย์สุทธิ ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ไม่รวมมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นที่พักอาศัยประจำ หรือ
  • มีมูลค่าการลงทุนในหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป

ด้านความรู้ความเข้าใจ

  • ต้องเป็นผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี หรือ มีประสบการณ์ลงทุนในหลักทรัพย์ หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 2 ปีหรือ เป็น professional ตามที่สำนักงานกำหนด

ในกรณีผู้ลงทุนที่ไม่เข้าข่ายข้อกำหนดข้างต้น จะไม่สามารถลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลโดยตรงได้ จะต้องผ่านผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Fund manager) เท่านั้น

ทั้งนี้ ในการเปิดบัญชีใช้บริการใหม่ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องกำหนดจำนวนเงิน ขั้นต่ำในการเปิดบัญชีไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทอีกด้วย 

อย่างไรก็ตามข้อกำหนดคุณสมบัติทั้งหมดยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิด โดยจะเปิดให้ผู้สนใจแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ https://bit.ly/3knvOOk หรือทาง e-mail: ekarit@sec.or.th และ chawin@sec.or.th จนถึงวันที่ 27 มีนาคม 2564 ครับ

from:https://www.thumbsup.in.th/sec-crypto-criteria?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sec-crypto-criteria

บิตคอยน์กลับมาราคาพุ่งอีกครั้งจนแตะเหนือระดับ 50,000 ดอลลาร์ฯ

ราคาบิตคอยน์กลับมาพุ่งทะยานเมื่อวันพุธที่ผ่านมาหลังจากการเทขายรุนแรงก่อนหน้านี้ โดยล่าสุดไต่ขึ้นไปเหนือราคา 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยเหตุที่ทาง Square ออกมาประกาศว่าได้ซื้อเงินคริปโตนี้เป็นเงินรวมกว่า 170 ล้านดอลลาร์ฯ

โดยเมื่อเวลา 11.00 a.m. ET เงินสกุลดิจิตอลที่มีมูลค่ามากที่สุดของโลกก็กลับราคาพุ่งขึ้นมาถึง 6% มาอยู่ที่ราคา 50,061 ดอลลาร์ฯ อ้างอิงจากข้อมูลของทาง Coin Metrics ก่อนหน้านี้ก็เคยไต่สูงมากไปถึง 51,369 ดอลลาร์ฯ แต่โดนตัดขายทำกำไรไปก่อน

เหรียญคริปโตสกุลอื่นก็ได้รับอานิสงค์ราคาขึ้นด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น Ether หรือ XRP ที่ราคาขึ้นมาประมาณ 11% และ 4% ตามลำดับ พวกเงินดิจิตอลทางเลือกอื่นเหล่านี้ที่มักถูกเรียกรวมๆ ว่า Altcoin ก็มักจะขึ้นตามกระแสของบิตคอยน์อยู่บ่อยๆ

ทั้งนี้ เมื่อวันอังคาร ทาง Square ประกาศว่าตัวเองได้ซื้อบิตคอยน์จำนวน 3,318 เหรียญ ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 51,235 ดอลลาร์ฯ ต่อเหรียญ ซึ่งบริษัทด้านการเงินดังกล่าวดำเนินการโดยซีอีโอทวิตเตอร์อย่าง Jack Dorsey ที่ออกมากล่าวว่าได้ถือครองบิตคอยน์คิดเป็นประมาณ 5% ของทรัพย์สินรวมทั้งหมดแล้ว

ที่มา : CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/bitcoin-bounces-back-surging-above-50000/

Elon Musk อธิบายถึงกรณี Tesla ซื้อ Bitcoin 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐนั้นดีกว่าถือเงินสดอยู่นิดหน่อย

Elon Musk ได้ทวีตถึงเรื่องกรณีที่บริษัทได้เข้าซื้อ Bitcoin มูลค่าถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีมุมมองว่าดีกว่าการถือเงินสด ขณะเดียวกันก็ชี้แจงว่าการเข้าลงทุน Bitcoin นั้นก็ไม่ได้ดำเนินการต่อเนื่องจากสิ่งที่เขาคิดทั้งหมด

Elon Musk
Elon Musk, founder and chief engineer of SpaceX speaks at the 2020 Satellite Conference and Exhibition March 9, 2020 in Washington, DC. (Photo by Win McNamee/Getty Images)

Elon Musk ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Tesla ได้ทวีตถึงกรณีที่บริษัทได้เข้าลงทุนใน Bitcoin มากถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมองว่าการถือเงินสดในปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องที่แย่ จากนโยบายธนาคารกลางหลายๆ ประเทศใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายติดลบ และมองว่าตัวสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin นั้นแทบเหมือนกับสกุลเงินจริงๆ แม้ว่าจะมีความแตกบ้างต่างก็ตาม

เขาได้กล่าวเสริมว่า เงินสดในปัจจุบันมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายติดลบ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะไม่มองไปที่สินทรัพย์อื่นๆ นอกจากนี้เขายังกล่าวปกป้องว่าการถือ Bitcoin จำนวน 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐด้วยจำนวนเท่านี้ถือว่าเป็นจำนวนที่มากพอในการผจญภัยสำหรับบริษัทในดัชนี S&P 500 อย่าง Tesla ที่จะถือสกุลเงินดิจิทัล

การเข้าซื้อ Bitcoin ของ Tesla ส่งผลทำให้ราคาของ Bitcoin เพิ่มสูงขึ้นหลังจากการประกาศเข้าลงทุนของบริษัท ทำให้ราคาของสกุลเงินดิจิทัลให้พุ่งสูงเกิน 50,000 เหรียญสหรัฐต่อ 1 BTC นอกจากนี้ยังมีความสนใจจากภาคเอกชนรวมถึง Morgan Stanley ประกาศว่าอาจนำเงินในธุรกิจบริหารกองทุนป้องกันความเสี่ยงมาลงทุนถ้าหากหน่วยงานกำกับดูแลอนุมัติให้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลได้

ที่ผ่านมา Elon Musk ได้กล่าวถึงสกุลเงินดิจิทัลหลายครั้งใน Twitter ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Dogecoin ที่กล่าวถึงบ่อยๆ แม้ว่าบริษัทไม่ได้ลงทุนก็ตาม ขณะเดียวกันเขาก็ย้ำว่าการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลของ Tesla นั้นบริษัทไม่ได้ทำตามที่เขาพูดทุกเรื่องแต่อย่างใด

ราคาของ Bitcoin ล่าสุดอยู่ที่ 52,741 เหรียญสหรัฐต่อ 1 BTC บวกเพิ่มขึ้น 2.68%

ที่มา – Economic Times, Yahoo Finance

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Elon Musk อธิบายถึงกรณี Tesla ซื้อ Bitcoin 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐนั้นดีกว่าถือเงินสดอยู่นิดหน่อย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/elon-musk-explains-why-tesla-invested-bitcoin-1-5-billion-19-feb-2021/

NVIDIA CMP ชิปใหม่สายขุดเหมือง ค่า Hash Rate สูงสุด 86 MH/s

ถึง NVIDIA จะอัพเดท BIOS ให้ NVIDIA GeForce RTX 3060 ลดประสิทธิภาพตัวเองลง 50% เมื่อขุดเหมืองแล้ว แต่ NVIDIA ก็เปิดตัว NVIDIA CMP (Crypto Mining Processor) ชิปสำหรับใช้ขุดเหมือง Cryptocurrency โดยเฉพาะ ซึ่งซีรี่ส์นี้ของ NVIDIA ใช้ชื่อตระกูลว่า HX Series มีทั้งหมด 4 รุ่น มีกำหนดวางขางในไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปีนี้

สำหรับชิป HX Series นั้นออกแบบมาใช้ขุดเหมืองโดยเฉพาะโดยดีไซน์ตัวการ์ดที่รองรับชิป HX Series จะไม่มีพอร์ตเชื่อมต่อหน้าจอเหมือนกับการ์ดจอสาย GeForce, ไม่มีไดรเวอร์จาก NVIDIA เพื่อการ์ดรุ่นนี้และมีราคาขายต่อไม่แพงมาก และจะวางขายผ่านทางพาร์ทเนอร์ผู้ผลิตการ์ดจอแบรนด์ NVIDIA เท่านั้น

nvidia cmp

สเปคของ NVIDIA CMP ทั้ง 4 รุ่น

สำหรับ NVIDIA CMP ตระกูล HX Series จะมีให้เลือกซื้อทั้งหมด 4 รุ่น จะวางขายผ่านทางพาร์ทเนอร์ของ NVIDIA ได้แก่ ASUS, Colorful, EVGA, Gigabyte, MSI, Palit เป็นต้น ไล่จากรุ่นเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นสูงสุด ได้แก่ 30HX, 40HX, 50HX และ 90HX มีสเปคและกำหนดวางจำหน่ายดังนี้

Screenshot 2021 02 19 112002

  1. NVIDIA 30HX มีแรมการ์ดจอ 6GB ค่า Hash Rate 26 MH/s ใช้พลังงาน 125W ใช้สาย Connector 8 pin x 1 หัว จะวางขายในไตรมาสที่ 1 ปีนี้
  2. NVIDIA 40HX มีแรมการ์ดจอ 8GB ค่า Hash Rate 36 MH/s ใช้พลังงาน 185W ใช้สาย Connector 8 pin x 1 หัว เหมือนกันและจะวางขายในไตรมาสที่ 1 ปีนี้
  3. NVIDIA 50HX มีแรมการ์ดจอ 10GB ค่า Hash Rate 45 MH/s ใช้พลังงาน 250W ใช้สาย Connector 8 pin x 2 หัว จะวางขายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้
  4. NVIDIA 90HX มีแรมการ์ดจอ 10GB ค่า Hash Rate 86 MH/s ใช้พลังงาน 320W ใช้สาย Connector 8 pin x 2 หัว จะวางขายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้เช่นกัน

nvidia cmp

ด้านดีไซน์ตัวการ์ดถูกออกแบบให้ระบายอากาศได้ดีที่สุดเพื่อดึงประสิทธิภาพการขุดเหมืองออกมาได้อย่างเต็มที่ เหมาะกับเคสเปลือยที่ชาวเหมืองนิยมใช้กัน ถึง RTX 3060 จะถูกลดประสิทธิภาพการขุดเหมืองลงไป แต่ก็มีชิปเฉพาะเพื่อใช้ขุดเหมืองออกมาแบบนี้ก็พอทำเนาได้เช่นกัน ไม่อย่างนั้นปัญหาการ์ดจอไม่พอขายจนราคาแพงขึ้นก็จะไม่จบสิ้นเสียที

ที่มา : NVIDIA, TweakTown, VideoCardz

from:https://notebookspec.com/web/577827-nvidia-cmp-processor-for-crypto-mining

GEFORCE RTX 3060 โดนอัลกอริธึ่มลดประสิทธิภาพขุดเหมืองลง 50%

กระแสการขุดเหมือง Bitcoin นั้นทำเอาการ์ดจอสาย GEFORCE ถึงกับขาดตลาดไปพักใหญ่ โดยเฉพาะ GEFORCE RTX 3060 จน NVIDIA ต้องออกอัลกอริธึ่มมาจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่ง YouTuber ชาวรัสเซียช่อง CryptoLeo ที่ได้การ์ดจอรุ่นดังกล่าวจาก ZOTAC มาก่อนเริ่มวางขายสัปดาห์หน้าเป็นคนเจอปัญหานี้จึงอัดคลิปเป็นภาษารัสเซียมาชี้แจ้งในช่องของตัวเอง

GEFORCE RTX 3060

อัลกอริธึ่มใหม่ลดประสิทธิภาพการขุดเหมืองของ GEFORCE RTX 3060 ลง 50%

zt a30610e 10m image02
ช่วงนี้ ZOTAC ก็มีประเด็นโพสท์ภาพเอาการ์ดจอตัวเองขุดเหมืองเองในบริษัทตัวเองจนทัวร์ลง

RTX 3060 Mining Test
ประสิทธิภาพของ RTX 3060 ตอนขุดเหมือง

RTX 3060 Mining Test2
ประสิทธิภาพของ RTX 3060 แบบ Optimized แล้ว

CryptoLeo ได้ทดสอบแล้วพบว่าการ์ดจอ RTX 3060 ถูกตอนประสิทธิภาพการขุดเหมืองลงอย่างมาก เมื่อเราเริ่มเปิดระบบเพื่อขุดเหมืองแล้ว ระบบของการ์ดจอจะสั่งลดประสิทธิภาพของการขุดเหมืองลงไป 50% ภายในเวลาไม่ถึงนาที ทำให้ค่า Hashrate ลดจาก 41.5 MH/s เหลือแค่ 24-26 MH/s ซึ่งลดไปกว่า 50% และเอามาขุดไม่คุ้มทุนอย่างแน่นอน

หลายคนอาจจะคิดว่าถ้าไม่อัพเดทไดรเวอร์แล้วใช้เวอร์ชั่นเก่าก็น่าจะแก้ปัญหานี้ได้ต้องบอกว่าหมดสิทธิ์ เพราะ NVIDIA จัดการฝังระบบนี้เอาไว้ใน BIOS ของการ์ดจอเลย ดังนั้นถ้าเราแฟลชไบออสก็มีปัญหาเรื่องประกันของการ์ดจออย่างแน่นอน 

คลิปที่เจ้าตัวชี้แจ้งเรื่อง RTX 3060 โดนลดประสิทธิภาพ (ภาษารัสเซีย)

อาจจะนับเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดส่วนหนึ่ง ในเมื่อถูกกว้านซื้อเอาไปทำเหมืองเยอะ ๆ แล้วเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้การ์ดจอสำหรับเล่นเกมมีมากพอจำหน่ายและทำให้ราคาการ์ดจอลดลงไม่ได้ ก็จัดการปรับไบออสไปเสีย ก็จะทำให้เหมืองรุ่นใหม่ ๆ เกิดขึ้นน้อยลง และการ์ดจอรุ่นที่ยังใช้ขุดได้ก็จะมีจำกัดรุ่นและจำนวนอีกด้วย 

อย่างไรก็ตาม ทาง NVIDIA ก็ประกาศเปิดตัวชิปสำหรับขุด Bitcoin ออกมาโดยเฉพาะเพื่อลดปัญหาชาวเหมืองเข้ามาแย่งการ์ดจอสาย GeForce แล้ว ซึ่งคาดว่ากว่าราคาการ์ดจอจะกลับมาอยู่ในระดับที่สมเหตุผลเท่าเดิมและหาซื้อได้ง่ายไม่ต้องประกอบเป็นเซ็ต ก็น่าจะกินเวลาร่วมครึ่งปีเป็นอย่างน้อย

ที่มา : VideoCardz

 

from:https://notebookspec.com/web/577803-geforce-rtx-3060-reduce-crypto-mining

NVIDIA ออกชิป CMP สำหรับขุดเงินคริปโตโดยเฉพาะ พร้อมลดพลังแฮช GeForce RTX 3060 แก้ขาดตลาด

NVIDIA ประกาศออกชิปตระกูล CMP (Cryptocurrency Mining Processor) สำหรับขุดเงินคริปโต วัดพลังประมวลผลด้วยอัตราการแฮชโดยตรง ตัวชิปไม่สามารถประมวลผลกราฟิกเต็มรูปแบบได้ แต่ออกแบบให้ระบายความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ และใส่การ์ด CMP ได้จำนวนมากในแต่ละเครื่อง

ชิปชุดแรกที่ในตระกูล CMP ที่ประกาศออกมามี 4 รุ่น ได้แก่ 30HX พลัง 26MH/s, 40HX พลัง 36MH/s, 50HX พลัง 45MH/s, และ 90HX พลัง 86MH/s โดยวัดพลังประมวลผลด้วยการแฮช Ethereum ชิปขายผ่านผู้ผลิตการ์ด ได้แก่ ASUS, Colorful, EVGA, Gigabyte, MSI, Palit, และ PC Partner

เริ่มวางจำหน่ายภายในเดือนมีนาคมนี้ ยังไม่ระบุราคา แต่ทุกวันนี้การ์ด NVIDIA GeForce RTX 3060 Ti สามารถโอเวอร์คล็อกกันขึ้นไปถึงระดับ 60MH/s ได้ทำให้น่าสงสัยว่ากลุ่มทำธุรกิจเหมืองเงินคริปโตจะหันไปใช้การ์ด CMP จริงหรือไม่

อีกทางหนึ่งทาง NVIDIA ประกาศจะอัพเดตไดร์เวอร์ของ RTX 3060 ให้ตรวจจับว่ามีการขุดเงินคริปโตอยู่หรือไม่ และหากพบว่ากำลังขุดอยู่ ไดร์เวอร์จะลดพลังการขุดลงครึ่งหนึ่ง

แนวทางนี้ทั้งสองทางทำให้เข้าใจได้ว่า NVIDIA กำลังพยายามลดความไม่พอใจของเหล่าเกมเมอร์ที่หาซื้อการ์ด RTX 3000 ไม่ได้ โดยบริษัทย้ำว่าชิป CMP จะไม่ไปเบียดเบียนกำลังผลิตของชิป RTX อย่างไรก็ดีการ์ด RTX 3060 ก็ดูคุ้มราคาอยู่ และการลดพลังแฮชด้วยไดร์เวอร์ก็ไม่น่าช่วยอะไรนัก นอกจาก NVIDIA จะปิดกั้นไม่ให้การ์ดรุ่นต่อไปทำงานกับไดร์เวอร์เก่าอีกต่อไป

ที่มา – NVIDIA

No Description

ภาพชิป CMP จาก NVIDIA รูปร่างคล้าย NVIDIA A100 สำหรับเซิร์ฟเวอร์

from:https://www.blognone.com/node/121269