คลังเก็บป้ายกำกับ: CRYPTOCURRENCY

Libra เสียสมาชิกเพิ่มอีก 2 ราย, Booking Holdings บริษัทแม่ Agoda ถอนตัวด้วย

เราเห็นโครงการ Libra ของ Facebook สูญเสียพันธมิตรหลายรายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มจาก PayPal ตามด้วย Visa, Mastercard, eBay, Stripe ล่าสุดมีสมาชิกถอนตัวอีก 2 ราย คือ Booking Holdings เว็บไซต์จองโรงแรมรายใหญ่ของโลก (บริษัทแม่ของ Booking.com และ Agoda) และบริษัทด้านการจ่ายเงินในแถบละตินอเมริกา Mercado Pago

การถอนตัวของ Booking Holdings และ Mercado Pago ทำให้สมาชิกของ Libra Association หายไปแล้ว 7 ราย จากทั้งหมดที่เปิดตัวมา 28 ราย โดยบริษัทใหญ่ๆ ที่ยังคงเป็นสมาชิกอยู่คือ Uber, Lyft, Spotify, Vodafone ส่วนรายอื่นๆ เป็นบริษัทด้านบล็อคเชนและบริษัทลงทุน venture capital (VC)

อย่างไรก็ตาม Facebook ยังเดินหน้าโครงการ Libra ต่อไป โดยจัดประชุมในหมู่สมาชิกที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และแต่งตั้งบอร์ดของ Libra จำนวน 5 คน ประกอบด้วยตัวแทนจาก Facebook, PayU, Andreessen Horowitz, Xapo Holdings และ Kiva Microfunds

No Description

ที่มา – Reuters

from:https://www.blognone.com/node/112524

โฆษณา

Libra เสียพันธมิตรรวดเดียว 4 ราย Visa, Mastercard, eBay, Stripe ถอนตัวแล้ว

ตามความคาดหมายหลัง PayPal ถอนตัวจากโครงการ Libra ก็มีพาร์ทเนอร์รายอื่นประกาศถอนตัวตามมา โดยรอบนี้มาพร้อมกันชุดใหญ่ 4 รายคือ eBay, Stripe, Visa, Mastercard

บริษัททั้ง 4 รายออกแถลงการณ์คล้ายๆ กันว่า ยังสนใจโครงการ Libra อยู่ แต่เลือกจะไปโฟกัสธุรกิจในด้านอื่นแทน

การถอนตัวของ PayPal, Stripe, Visa, Mastercard ทำให้สมาคม Libra Association สูญเสียพาร์ทเนอร์ด้านบริษัทจ่ายเงินไปเกือบทั้งหมด ตอนนี้เหลือเพียงบริษัทรายเล็กที่โฟกัสเฉพาะในบางประเทศอย่าง Mercadopago กับ PayU เท่านั้น

No Description

David Marcus หัวหน้าโครงการ Libra ของ Facebook ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ แสดงความขอบคุณ Visa และ Mastercard ที่อยู่ร่วมกับโครงการจนวินาทีสุดท้าย และระบุว่ามีความพยายามกดดันบริษัทเหล่านี้ให้ถอนตัว เขาบอกว่า Libra ยังไม่ล่มเพราะการถอนตัวของพาร์ทเนอร์ในรอบนี้ และขอให้รอติดตามการอัพเดตจากฝั่ง Libra อีกทีหนึ่ง

ที่มา – CNBC

from:https://www.blognone.com/node/112497

Facebook กำลังจะทำ Libra ล้มไม่เป็นท่า…? หลัง PayPal – Visa – Mastercard พากันถอนตัว

Libra กับ เป้าหมายพลิกโฉมโลกการเงินของ Facebook นั้นดูท่าจะไม่ราบรื่นเอาเสียเลย เพราะนับตั้งแต่ประกาศเปิดตัวสกุลเงินพร้อมจัดหาแนวร่วมก่อตั้งองค์กร Libra Association ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กลับถูกตั้งคำถามมากมายจากทั่วทุกมุมโลกถึงผลกระทบต่อระบบการเงินโลก ความมั่นคงทางไซเบอร์และรวมไปถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ Facebook นั้นเก่งซะเหลือเกิน 🙄 จนล่าสุดสมาชิกร่วมก่อตั้งรายใหญ่ส่อแววขอถอนตัวกันอย่างต่อเนื่อง

ความไม่แน่นอนของ Project Libra นี้เริ่มส่อแววให้เห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ จากคำถามมากมายที่ยังรอคำตอบที่ชัดเจนจาก Facebook โดยล่าสุด Mark Zuckerberg พร้อม COO คู่ใจอย่าง Sheryl Sandberg ถูกเรียกเข้าให้การต่อสภาสหรัฐ ฯ อีกครั้ง เพื่อตอบคำถามเรื่องนี้ โดยมีข่าวลือว่า จุดประสงค์ของรัฐบาลสหรัฐ ฯ ในตอนนี้ไม่ใช่เพื่อสร้างความชัดเจน แต่เพื่อทำทุกวิธีทางที่จะ หยุด Libra ไว้ก่อนที่จะเริ่มใช้จริง เพราะหวั่นส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบการเงินโลกซึ่งสกุลเงินของสหรัฐ ฯ เองเป็นสกุลเงินหลักมาโดยตลอดนั่นเอง

สภาคองเกรซต้องทำให้ทุกคนแน่ใจได้ว่า เราจะเข้าใจว่าพวกเขา (Facebook) กำลังทำอะไร เพื่ออะไร และจะปกป้องดูแลข้อมูลส่วนบุคคลและเศรษฐกิจเสรีของพวกเราได้อย่างไร และถ้าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจดูแลเรื่องนี้ล่ะก็ แน่นอนว่าเราจะหยุดมัน (Libra) – Sylvia Garcia | สมาชิกสภาผู้แทนจากมลรัฐเท็กซัส

ณ จุดนี้ ปัญหาหลัก ๆ ของ Libra เลยก็คือการที่มีผู้บุกเบิกอย่าง Facebook นั้นอาจจะดูทรงอิทธิพลจนเกินไป ถึงขนาดที่แม้กระทั่งรัฐบาลกลางของสหรัฐ ฯ ด้วยกันเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนับสนุนให้สกุลเงินนี้เกิดขึ้นจริง เพราะว่านอกจากจะเป็นการเข้าแทรกแซงระบบการเงินโลกที่มีสกุลเงินดอลลาร์เป็นแกนหลักมาโดยตลอดแล้วนั้น Libra อาจทำให้ Facebook และกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งกลายเป็นองค์กรที่ทรงอำนาจยิ่งกว่ารัฐบาลสหรัฐ ฯ ไปเลยก็ได้ นี่ยังไม่นับหน่วยงานของชาติมหาอำนาจอีกหลายที่ไม่ว่าจะเป็น เยอรมันนี ทั้งยุโรปเอง หรือแม้แต่ญี่ปุ่นกับจีนก็ตามที

อย่าว่าแต่รัฐบาลเลย… ผู้ร่วมก่อตั้ง Libra Association ด้วยกันเอง อย่าง PayPal | Visa | Mastercard ยังเริ่มไม่ชัวร์

นอกจากรัฐบาลทั่วโลกแล้ว หนึ่งในผู้แสดงเจตจำนงค์ร่วมก่อตั้ง Libra Association รายสำคัญอย่าง PayPal ได้ประกาศถอนตัวออกจากโครงการเสียแล้ว โดยให้เหตุผลว่า ต้องการโฟกัสกับธุรกิจหลักอย่างกระเป๋าเงินออนไลน์ที่รองรับสกุลเงินอันหลากหลาย ภายใต้หลักการเสรีประชาธิปไตยให้ดีที่สุด แต่ก็ยังไม่ได้เป็นการปฏิเสธสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Libra หรือการกลับมาร่วมงานกันในอนาคต งานนี้หลายฝ่ายมองว่า PayPal เกิดความไม่มั่นใจใน Libra ทั้งในแง่ชื่อเสียง ความปลอดภัย และรวมถึงการแข่งขันจาก Facebook โดยตรงอย่างแอปพลิเคชั่นกระเป๋าเงิน “Calibra” อีกด้วย

แต่ช้าก่อน ดราม่ายังไม่หมดเพียงเท่านั้น! เพราะในสัปดาห์นี้มีข่าวลือล่าสุดออกมาเพิ่มอีกแล้วว่า 2 แม่เหล็กแห่งวงการการเงินของโลกอย่าง Visa และ Mastercard ที่อยู่ในรายชื่อองค์กรร่วมก่อตั้ง Libra Association เช่นกัน ต่างก็กำลังตัดสินใจกันใหม่ว่าจะเข้าร่วมจริง ๆ หรือขอถอนตัวออกไปก่อนดี เพราะความกังวลเรื่องภาพลักษณ์ของ Facebook และ Libra ในตอนนี้ ที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อแบรนด์ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงมาก ๆ งานนี้ต้องติดตามกันต่อไปว่า จะปังหรือแป๊กกันแน่สำหรับสกุลเงินใหม่ของคนทั้งโลกอย่าง “Libra”

อ้างอิง: CNN Business | The Wall Street Journal (Subscription)

from:https://droidsans.com/facebooks-libra-is-uncertain-paypal-visa-mastercard-is-leaving/

รายแรกมาแล้ว PayPal ประกาศถอนตัวจาก Libra Association

ก่อนหน้านี้เพิ่งมีข่าวลือว่า Visa และ Mastercard จะถอนตัวออกจากโครงการ Libra ของ Facebook แต่กลับกลายเป็น PayPal เป็นรายแรกที่ประกาศข่าวนี้อย่างเป็นทางการ

แถลงการณ์ของ PayPal ระบุว่าตัดสินใจหยุดเข้าร่วม Libra Association เพื่อหันไปโฟกัสกับธุรกิจหลักของตน แต่ก็ยังสนับสนุนความตั้งใจของ Libra และยินดีเป็นพาร์ทเนอร์กับ Facebook อีกในอนาคต

Libra Association ตั้งใจมีพาร์ทเนอร์ร่วมก่อตั้งทั้งหมด 100 ราย โดยที่ประกาศรายชื่อมารอบแรกมีทั้งหมด 28 ราย ต้องรอดูกันว่าหลัง PayPal ประเดิมถอนตัวเป็นรายแรกแล้ว จะมีรายต่อไปตามมาหรือไม่

ที่มา – CNBC

No Description

from:https://www.blognone.com/node/112371

ไร้เงินหยวน…? | Facebook ประกาศสัดส่วนตะกร้าเงิน Libra ใช้ดอลลาร์สูงถึง 50%

Facebook ได้ประกาศตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มสกุลเงินผ่านระบบ Block-chain เป็นของตัวเองอย่าง Libra ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะดูเป็นแพลตฟอร์มสกุลเงินที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักลงทุนรายน้อยใหญ่ทั่วโลก แต่ก็ถูกถาโถมไปด้วยข้อครหาจากแทบจะทุก ๆ รัฐบาลโดยเฉพาะชาติมหาอำนาจทั้งหลายที่ล้วนแต่แสดงความกังวลว่า นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งการเข้าแทรกแซงระบบการเงินโลกของ Facebook ที่อันตรายมาก

ถึงแม้จะกำลังถูกตั้งคำถามจากรัฐบาลทั่วโลกมากมาย แต่ Facebook ดูจะมุ่งมั่นมากที่จะจัดตั้งและจะพร้อมเปิดให้ Libra กลายเป็นสกุลเงินที่ใช้ได้จริงตั้งแต่ปี 2020 นี้เลย โดยประกาศล่าสุดเป็นการออกมาแจงรายละเอียดในด้านสเถียรภาพทางมูลค่าของสกุลเงิน Libra ที่ถูกตั้งคำถามโดยตรงจากรัฐบาลเยอรมันนี ซึ่ง Facebook ได้แถลงเป็นจดหมายเปิดผนึกออกมาแล้วว่า Libra จะมีสัดส่วนตะกร้าเงิน เป็นการเบื้องต้นดังนี้

  • ดอลลาร์สหรัฐ | 50%
  • ยูโร | 18%
  • เยนญี่ปุ่น | 14%
  • ปอนด์สหราชอาณาจักร | 11%
  • ดอลลาร์สิงคโปร์ | 7%

ซึ่งสกุลเงินทั้ง 5 นั้นต่างเป็นสกุลเงินหลักของโลกใน 10 อันดับแรกมาเป็นเวลานานอยู่แล้วจึงไม่น่าแปลกใจมากนัก แต่ที่นักลงทุนต่างสงสัยกันไม่น้อยก็คือว่า ไม่มีเงินหยวนของจีนอยู่ในสัดส่วนนี้และมีดอลลาร์สหรัฐเป็นสัดส่วนที่มากถึง 50% ซึ่งในทางหนึ่งก็เข้าใจได้เพราะเงินหยวนนั้นยังถูกตั้งคำถามมาอย่างต่อเนื่องว่ารัฐบาลจีนพยายามบริหารจัดการค่าเงินให้อ่อนกว่าที่ควรจะเป็นเพื่อผลประโยชน์ในเม็ดเงินจากการส่งออก จึงอาจเป็นเหตุที่ Facebook Libra จะยังไม่เลือกนำเอาหยวนมารวมด้วย ณ ตอนนี้นั่นเอง

สำหรับตะกร้าเงินนั้นเป็นวิธีการเพื่อรักษาสเถียรภาพของสกุลเงินที่ชาติมหาอำนาจมักใช้เป็นเครื่องมือ ส่วนประเทศไทยเรานั้นก็เคยใช้กับเขาเหมือนกันตั้งแต่ช่วงก่อนวิกฤติทางการเงิน “ต้มยำกุ้ง” เมื่อปี 40 นั่นเองเพียงแต่เป็นการรักษาค่าเงินให้แข็งแกร่งและแช่เอาไว้นานเกินความเป็นจริงไปมากจนเกิดปัญหาฟองสบู่ขึ้นมาในที่สุด

ส่วน Libra ที่นักลงทุนและสถาบันการเงินสายเทค ฯ ทั่วโลกต่างรอคอยนั้น ดูเหมือนจะไม่ไกลเกินความเป็นจริงนัก หลังจาก Facebook ถือว่าแน่วแน่พอสมควรที่จะทำให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ ถึงแม้เบื้องต้นจะเปลี่ยนเจตนารมณ์ของการสร้างสกุลเงินกลางของโลกขึ้นมาไปบ้างก็ตาม เพราะเคยถูกคาดไว้ว่าจะมีสกุลเงินจำนวนมากกว่านี้อยู่ในตะกร้าเงินที่ใช้อ้างอิงมูลค่า แต่การใช้เฉพาะค่าเงินหลักเช่นนี้ก่อน ก็เป็นการพยายามลบจุดบอดของสกุลเงินที่ผันผวนสูงอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับ Bitcoin ไปก่อนหน้านี้นั่นเอง

ส่วนหลังจากนี้ตามรายงานมีการคาดการณ์กันว่า ในช่วงปลายปีนี้ Facebook จะออกมาแถลงรายชื่อนักลงทุนหลักกลุ่มแรกร่วม 100 รายทั่วโลกที่เข้ารายชื่อร่วมลงทุนจัดตั้ง Libra ขึ้นในสวิซเซอร์แลนด์โดยมีชื่อที่คุ้นหูนำมาก่อนแล้วอย่าง Visa | Mastercard | PayPal | Spotify | Uber ร่วมอยู่ด้วยต่อไป

ข้อสังเกตุ: ดอลลาร์สิงค์โปร์มีสัดส่วนอ้างอิงสูงมากถึง 7% หากเทียบกับมูลค่าการใช้งานจริงทั่วโลกที่มีสัดส่วนพอ ๆ กับเงินบาทของไทยที่ประมาณ 1% (ดอลลาร์สิงคโปร์คิดเป็นสัดส่วนค่าเงินอันดับที่ 10 ส่วนไทยนั้นอยู่อันดับที่ 11 ของโลก)

ที่มา: Engadget | Reuters

from:https://droidsans.com/facebook-announces-basket-of-currencies-for-libra-without-chinese-yuan/

Kik Messenger ประกาศเตรียมปิดให้บริการ ซีอีโอเผยสู้คดี และโฟกัสที่เงินคริปโต Kin อย่างเดียว

Ted Livingston ซีอีโอ Kik Interactive เจ้าของแอปแชท Kik Messenger ซึ่งเปิดตัวเงินคริปโต Kin เมื่อสองปีที่แล้ว ประกาศเตรียมปิดตัวแอปแชท Kik Messenger ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์แรกของบริษัท เพื่อไปโฟกัสที่เงินคริปโต Kin เพียงอย่างเดียว

Livingston อธิบายใน Medium ของเขาถึงที่มาของการตัดสินใจนี้ เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแล SEC หรือกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ ได้ฟ้องร้อง Kik Interactive ว่าเงินคริปโต Kin ที่ออกมานั้น ถือเป็นการขายหุ้นบริษัท ต้องเข้ากระบวนการกำกับดูแลแบบหลักทรัพย์ประเภทหนึ่ง ไม่ใช่เงินคริปโต ซึ่ง Kik Interactive มีทางเลือกสองทางคือ ยอมรับว่า Kin เป็นหุ้นบริษัท แล้วเข้าขั้นตอนกำกับดูแล หรือปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้วสู่คดีในศาล ซึ่ง Kik Interactive เลือกวิธีการหลัง

ผลกระทบของการตัดสินใจดังกล่าว นอกจากต้องปิดตัวแอป Kik Messenger แล้ว บริษัทยังปลดพนักงานออกกว่าร้อยคน ให้เลือกเพียง 19 คน เพื่อโฟกัสที่การพัฒนาเงินคริปโต Kin เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยมีเป้าหมายขยายฐานผู้ใช้งานได้มากที่สุดจากการขายเหรียญ Kin ให้มากขึ้น

Kin ขายไอซีโอเมื่อสองปีที่แล้ว ได้เงินไปราว 100 ล้านดอลลาร์ แต่ถูก SEC ฟ้องร้องเมื่อเดือนมิถุนายน โดยกล่าวว่า Kik Interactive หลีกเลี่ยงด้วยการขายหุ้นบริษัทผ่านเหรียญ Kin

ที่มา: TechCrunch

alt="Kin"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/112119

รมว.คลังฝรั่งเศส ประกาศชัด “เราจะไม่ยอมให้เกิด Libra ขึ้นบนแผ่นดินยุโรป”

ท่าทีของประเทศฝั่งยุโรปไม่เป็นมิตรกับ Libra ของ Facebook มาตั้งแต่แรก

ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส Bruno Le Maire กล่าวในงานประชุมด้านเงินคริปโตของกลุ่มประเทศ OECD แสดงท่าทีอย่างชัดเจน โดยเขาบอกว่า “ขอประกาศให้รู้กันชัดๆ ว่า เราไม่สามารถอนุญาตให้เกิด Libra บนแผ่นดินยุโรปได้” ภายใต้แนวทางของ Libra ในปัจจุบัน

Le Maire ยังบอกว่า เอกราชทางนโยบายการเงินของประเทศต่างๆ กำลังถูกคุกคามจากภาคเอกชน โดยองค์กรเพียงแห่งเดียวที่มีอำนาจเหนือผู้ใช้ 2 พันล้านคน

ด้าน Damian Collins ประธานคณะกรรมาธิการด้านดิจิทัลของสภาผู้แทนราษฏรอังกฤษ ก็ให้สัมภาษณ์ว่า Libra เป็นความพยายามของ Facebook ในการตั้งตัวเป็นประเทศ

ที่มา – Independent, Guardian

No Description

from:https://www.blognone.com/node/111888