คลังเก็บป้ายกำกับ: CPU

รอดีไหมไม่รู้ Intel Gen 12 Alder Lake ชัวร์แล้วมาพร้อม DDR5, PCIe Gen.5 และคอร์มากขึ้น 16core/32thread

ชักจะมันขึ้นทุกขณะสำหรับสงคราม CPU หลังจากตกเป็นผู้ตามได้ไม่นานสำหรับยักษ์ฟ้าที่ชื่อว่า Intel กับข้อมูลที่หลุด(แบบมีหลักญาน)ออกมาล่าสุด สำหรับข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับ CPU ในเจเนเรชัน 12 (12th Gen) ที่ใช้รหัสว่า Alder Lake ซึ่งทาง Intel ก็ออกมาเปรย ๆ เมื่อช่วง CES 2021 ที่ผ่านมาว่าจะได้เจอกับ Alder Lake ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากนัก

สำหรับข้อมูลที่หลุดออกมาให้เห็นตรงนี้ เป็นการไปพบเจอข้อมูลของ CPU ในฐานข้อมูลของ Software ที่ชื่อว่า Sisoft Sandra ซึ่งเป็นหนึ่งใน software Benchmark ยอดนิยม โดยในรายละเอียดแม้ว่าจะยังไม่ได้ระบุตายตัวอบบชัดเจนโจ่งแจ้ง แต่ก็บอกให้ทราบได้ว่ามันคือ Alder Lake หรือ Gen 12 อย่างแน่นอน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข้อมูลลักษณะนี้หลุดออกมา

สิ่งที่เรารู้ในเวลานี้คือ Intel Gen 12 หรือ Alder Lake จะเป็นซีพียูที่มีจำนวนคอร์เธรดมากถึง 16 Core 32 Thread ส่วน L-Cache ยังคงมี 3 ระดับเหมือนเดิมแต่จะใหญ่ขึ้น โดย L3 Cache จะใหญ่โดตถึง 30MB นอกจากนี้เรื่องของ RAM ก็ชัดเจนแล้วเช่นกันจากที่ Sisoft Sandra แสดงให้เห็นว่ามันคือ DDR5 จากรายละเอียดที่ปรากฏเป็น PC5-38400 หรือถ้าแปลงเป็น DDR Speed จะเท่ากับ DDR5-4800MHz ด้าน iGPU นั้นจากข้อมูลที่เห็นว่ามาพร้อมกับชุด Execution จำนวน 32 unit หรือ 256 Shading Unit ซึ่งคาดการณ์ได้ว่ามันจะเป็นใช้ iGPU ตัวเดียวกันกับตลาดโมบายของตนเอง เพียงแต่มีจำนวน EUs น้อยกว่า

ตัว CPU จากที่มีภาพหลุดออกมาจะยืนยันแล้วเช่นกันว่า Intel Gen 12 Alder Lake จะใช้งานร่วมกับซ็อคเก็ต LGA1700 และใช้แรม DDR5, PCI Express 5.0 (Gen.5) ด้วยกระบวนการผลิต 10nm SuperFin

ZoLKoRn Says: ระอุขึ้นทุกขณะสำหรับสงคราม CPU ซึ่งแม้นว่าในเวลานี้หรืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในช่วงปลายเดือนมีนาคม Intel ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะปล่อย Gen 11 ลงสู่ตลาด แต่ทว่ากับข้อมูลที่หลุดออกมาเรื่อย ๆ โผล่ให้เห็นมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับ Gen 12 หรือ Alder Lake ที่แม้แต่ Intel เองยังมาแง้ม ๆ ให้เห็นในงาน CES ตรงนี้ดูแล้วคงจะมีเหตุผลบางอย่างแน่นอน เพราะหากอยากจะขาย Gen 11 แบบเป็นเรื่องเป็นราวจริง ๆ คงจะไม่มีแง้มบอกว่า Gen 12 ก็เสร็จแล้วนะ

ส่วนเรื่องของความพร้อมนั้น ณ ตรงนี้คงบอกอะไรไม่ได้ ไม่ว่าจะเรื่องของ CPU, Mainboard เพราะหากทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลดังกล่าวนี้ มันคือยุคของ All new Technology ใหม่แบบยกยวงทั้ง DDR5 ทั้ง PCIe 5.0 ซึ่งหากให้เดากว่าจะพร้อมขายจริง ๆ คงจะเป็นต้นปีหน้า ส่วนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อาจจะแค่มีการให้ข้อมูล หรือเอาออกมาโชว์ตัวก่อน แต่หากว่ามาแบบเซอร์ไพรซ์ พร้อมขายได้ในปีนี้จริง ๆ เราคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง แต่จะเปลี่ยนไปในรูปไหนไม่สามารถตอบได้

หันมามองฝั่ง AMD ที่พูดกันว่าเป็นผู้นำตลาดในเวลานี้ หากมองจากข้อมูลของ Gen 12 และหาก AMD หลังบ้านยังไม่พร้อมกับเรื่องของ DDR5, PCIe 5.0 ทาง AMD เองบัลลังก์ก็อาจจะสั่นคลอนได้ ซึ่งเราต้องรอดูกันยาว ๆ ว่า AMD จะมีอะไรเก็บซ่อนเอาไว้พร้อมรอปล่อยออกมาชนหรือเปล่า หากมีพร้อมรออยู่แล้ว ปีหน้ารับรองว่าเดือดแน่นอนสำหรับสงคราม CPU

Comment | แสดงความคิดเห็น


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/TrxXL5QTSco/

ตลาดโน้ตบุ๊กปี 2020 โต 22.5% สูงสุดที่เคยมีมา, Intel ถูกกดดันจาก AMD / Apple

TrendForce เผยรายงานการส่งมอบโน้ตบุ๊กปี 2020 ที่ผ่านมาว่าส่งมอบไปทั้งหมด 200 ล้านยูนิต เติบโต 22.5% แบบปีต่อปีสูงที่สุดที่เคยมีมา ขณะที่ปี 2021 จะอยู่ที่ราว 217 ล้านยูนิต เติบโตอีก 8.6%

หากแบ่งเป็นระบบปฏิบัติการ ที่เติบโตมากสุดคือ Chromebook เติบโตถึง 74% แบบปีต่อปีในปีที่ผ่านมา ส่งมอบไป 29.6 ล้านยูนิต ส่วนปีนี้ก็ถูกคาดว่าจะเติบโตอีก 37% ส่งมอบที่ราว 40 ล้านยูนิต ส่วนแบ่งตลาด ChromeOS ปีที่แล้วอยู่ที่ราว 15-20% ขณะที่เบอร์ 1 ยังคงเป็น Windows แต่ส่วนแบ่งลดลงต่ำกว่า 80% เป็นครั้งแรกอยู่ที่ราว 70-75% ท้ายสุดคือ MacOS ที่ต่ำ 10%

ในแง่ซีพียูในโน้ตบุ๊ก ส่วนแบ่งตลาด AMD เติบโตจาก 11.4% ในปี 2019 มาเป็น 20.1% ในปีที่ผ่านมาจาก Ryzen 3000 Mobile ที่เสียงตอบรับดี และในปีหน้า Apple ที่น่าจะออก MacBook Pro 14 นิ้วและ 16 นิ้วที่ใช้ Apple Silicon ตัวใหม่ออกมาอีก ก็น่าจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดโน้ตบุ๊กไปจาก Intel อีก โดย TrendForce คาดว่าส่วนแบ่งตลาด (ซีพียู) ของ Apple จะอยู่ที่ 7% ซึ่งส่วนแบ่งตลาด AMD 20% และ Apple ที่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 7% นี้เองที่น่าจะทำให้ Intel หนาว ๆ ร้อน ๆ หากยังไมสามารถออกสินค้าที่แข่งขันได้ออกมา

ที่มา – TrendForce

from:https://www.blognone.com/node/120682

ราคา Intel Gen 11 โผล่ในร้านค้าออนไลน์ในยุโรป 11900K ประมาณ 600EUR (21,xxxบ.)

คงจะเป็นที่ทราบกันว่าในช่วงเดือนมีนาคมนี้ทาง Intel กำลังจะปล่อย CPU ตระกูลล่าสุดของตนเองลงสู่ตลาดสำหรับ CPU ภายใต้รหัวพัฒนาที่ใช้ชื่อว่า Rocket Lake ซึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านจากงานแถลงข่าวออนไลน์ตามที่ Intel ได้ออกมาให้ข้อมูลคร่าว ๆ และมีการเผยความแรงออกมาเล้กน้อย กับการทดสอบเกมเปรียบเทียบกับ AMD 12 Core แต่ไม่ได้ระบุรุ่น ซึ่งผลที่ออกมานั้น Rocket Lake ที่มี 8 คอร์ 16 เธรดสามารถทำเฟรมเรตได้เหนือกว่า โดยเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมใหม่ที่ชื่อว่า Cypress Cove จึงทำให้มีพลังของ IPC เพิ่มขึ้นและ Intel เคลมว่าเพิ่มขึ้นในระดับสองหลักเลยทีเดียว

จากความแรงเบื้องต้นตามที่มีสไลด์ออกมา กับการเปรียบเทียบกับ AMD Ryzen 5900X ซึ่งเป็น CPU 12core 24thread โดยผลของ Intel Core i9-11900K ให้ผลการเล่นเกมที่ดีกว่าแม้จำนวนคอร์และเธรดจะน้อยกว่า และจากข้อมูลดังกล่าวก็เป็นการบ่งบอกว่า 11900K จะออกมาเป็นตัวชนกับ R9 5900X นั่นเอง

ล่าสุดก็เริ่มพบเห็นราคาที่โผล่ออกมาให้เห็นบ้างแล้วจากร้านค้าออนไลน์ในยุโรป สำหรับราคา CPU ในเจนเนเรชัน 11 ซึ่งมีปรากฏออกมาหลายร้านด้วยกัน และในภาพรวมสำหรับโมเดลเรือธงอย่าง 11900K จะมีราคาประมาณ 600EUR(รวมVat) หรือราว 21,xxx บาทไทย และหากเป็นรหัส F ที่ไม่มี GPU จะถูกกว่าเล็กน้อย ส่วนในโมเดลอื่น ๆ ก็ลดหลั่นลงไปตามตารางที่ปรากฏ

ZoLKoRn Says: สำหรับเรื่องของราคาที่โผล่ออกมาตรงนี้ ยังคงไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิงราคาในบ้านเราได้โดยตรง และแม้แต่ในยุโรปเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคาแต่ละร้านมีความแตกต่างกันออกไปค่อนข้างมาก รวมทั้งเรื่องของ Vat ในยุโรปที่มันแตกต่างออกไปแล้วแต่ประเทศ และหากว่าเราอิงจากราคาประมาณการณ์สำหรับ 11900K ที่มีราคากว่า 21,000 บาทนั้น มองได้เลยว่าค่อนข้างสูงเลยละหากเปรียบเทียบกับจำนวนคอร์และเธรดเมื่อเทียบกับ AMD เพราะราคาตรงนี้สูงกว่า 5900X ด้วยซ้ำ

แม้ว่าเรื่องของความแรงหรือ IPC จะสูงกว่า หรือแม้แต่หากเปิดตัวออกมาจริง ความแรงในภาพรวมจะสามารถสู้ได้หรือเหนือกว่าในบางอย่าง จะอย่างไรแล้วสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปก็จะมองว่าแพงอยู่ดี เพราะจ่ายสูงกว่าได้คอร์น้อยกว่า เว้นแต่ว่ามันจะแรงกว่าแบบเวอร์ ๆ ในทุกด้านจะทั้งงาน Single Thread หรือ Multi-Thread เท่านั้น จึงจะสามารถเรียกความสนใจหรือกลับมาแย่งตลาดได้อีกครั้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป เพราะราคาที่โผล่มาตอนนี้ยังเป็นราคาก่อนการเปิดตัว ยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด

Comment | แสดงความคิดเห็น


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/B79PJ1vjORA/

ราคาชิบพุ่งสูงขึ้น กำลังการผลิตไม่พอ จ่อราคาขึ้นทุกอย่าง

ช่วงเวลานี้ถ้าพูดถึงกลุ่มคอเกม หันไปทางไหนก็ได้ยินเสียงบ่นกันว่า หาของไม่ได้ ไม่มีของให้ซื้อ ไม่ว่าจะ CPU จากทาง AMD ในตระกูล 5000 Series ที่ขาดตลาดอย่างหนัก และด้านการ์ดจอที่ขาดตลาดทั้งสองค่ายจะ AMD หรือ NVIDIA ซึ่งในส่วนของการ์ดจอต่างก็มองกันว่า ขาดตลาดหนักด้วยที่กระแสของการขุดเหมืองหรือ Digital Crypto เนื่องจากราคาของ bitcoin กลับมาพุ่งทะยานอีกครั้ง

สำหรับประเด็นของการจอนั้น การหันมาขุด Crypto เป็นเพียวส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ทำให้การ์ดจอขาดตลาด แต่สำหรับเหตุผลที่แท้จริง เกิดจากเรื่องของกำลังการผลิตของผู้ผลิตไมโครชิบหรือผู้ผลิตชิบ มีกำลังการผลิตไม่พอชนิดที่เรียกได้ว่าล้นมือ เพราะในเวลานี้ผู้รับผลิตชิบมีเพียงไม่กี่รายเท่านั้นในตลาดโลก ที่เราคุ้นเคยกันก็จะมี TSMC, Global Foundary, Samsung และยังมีอีกหนึ่งเจ้าใหญ่ใน US(จำชื่อไม่ได้) โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้กำลังการผลิตไม่พอ เนื่องจากความต้องการของอุปกรณ์โมบายมีสูงมากในตลาดโลก จึงทำใหผู้รับผลิตงานล้นมือ และกับการจะเพิ่มไลน์ผลิตในอุตสาหกรรม Semiconductor นั้นมันไม่ง่าย และยิ่งในระยะเวลาอันสั้น จึงให้เกิดเหตุการณ์ที่พบเจอกันในเวลานี้

อีกเหตุผลหนึ่งก็มาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid 19 ที่ทำให้เกิดความต้องการอุปกรณ์ด้านอิเลกทรอนิกส์ อุปกรณ์ด้าน it ด้านการสื่อสารมากยิ่งขึ้น เพราะมีจำนวนมากที่ต้องทำงานกับบ้าน หรือต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากขึ้น หรือแม้แต่การจำกัดจำนวนคนงาน หรือช่วงเวลาการทำงานในสายการผลิต จนทำให้ชิ้นส่วนด้านอิเลกทรอนิกส์ทั้งหมดที่ต้องการไมโครชิบขาดตลาดอย่างหนัก

ไม่เพียงแค่อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์หรือโลก it เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบตรงนี้ ตลาดยานยนต์เองก็ออกมาบ่นแล้วเช่นกัน ว่าได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ สำหรับผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Toyota และ VW ซึ่งอย่าลืมว่าปัจจุบันนี้รถยนต์มีชิ้นส่วนประกอบด้านอิเลกทรอนิกส์มากขึ้น มีระบบอำนวยความสะดวก มีระบบนำทาง มีเรื่องของความบันเทิง การเชื่อมต่อสื่อสาร โดยทาง Toyota ออกมาระบุว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ราคาของรถยนต์เองก็อาจจะต้องมีการขยับสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนของส่วนประกอบเพิ่มขึ้น

สำหรับตลาดเกมทาง NVIDIA ก็มีการออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่งได้บอกว่าส่วนหนึ่งที่การ์ดจอขาดตลาดก็เป็นจากความต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะจากชาวเหมือง Crypto แต่หลักจริง ๆ จะเป็นจากผู้ผลิตชิบผลิตไม่ทันงานล้นมือ และกว่สทุกอย่างจะเข้าที่ก็น่าจะช่วงไตรมาสสองของปีนี้เป็นอย่างน้อย ซึ่งก็สอดคล้องกับตลาดยานยนต์ที่พูดเช่นเดียวกัน

ดังนั้นในช่วงนี้สำหรับใครที่กำลังสนใจหรือมองหาอุปกรณ์ด้าน it อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่ส่วนประกอบของ microchip ก็เตรียมรับมือกับราคาที่จะยังคงพุ่งทะยานต่อไป โดยเฉพาะกับคอเกมซึ่งที่เห็นได้ชัดราคาของการ์ดจอในเวลานี้ พุ่งทะยานจนโอเวอร์ไปแล้ว หรือหากว่ายังไม่ได้จำเป็นจะต้องใช้งานมากมายในช่วงเวลานี้ ก็รอดูสถานการณ์ไปอีกสักระยะสองถึงสามเดือนก็คงไม่นานเกินรอ


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/ujkp-RAeFqE/

[ไม่ยืนยัน] ซีอีโอใหม่อินเทลบอกพนักงาน เราต้องทำชิปให้เหนือกว่าบริษัทไลฟ์สไตล์แถว Cupertino

อินเทลเพิ่งประกาศข่าวซีอีโอคนใหม่ Pat Gelsinger อดีตลูกหม้อของบริษัท ที่ปัจจุบันเป็นซีอีโอ VMware โดยจะเข้ารับตำแหน่งวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2021

Pat Gelsinger ยังไม่ทันรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีโอกาสพูดคุยกับพนักงานอินเทลก่อนแล้ว โดย The Oregonian สื่อท้องถิ่นของรัฐออริกอนซึ่งมีสำนักงานที่พนักงานอินเทลเป็นจำนวนมาก รายงานข่าวจากสายภายใน ว่า Gelsinger ประกาศชัดเจนว่าอินเทลในยุคของเขาจะต้องสร้างผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่า “บริษัทไลฟ์สไตล์แถว Cupertino” ให้จงได้

ถึงแม้ Gelsinger ไม่ได้ระบุชื่อตรงๆ แต่ทุกคนคงรู้ว่าหมายถึงชิป Apple M1 ที่กำลังเข้ามากินตลาดคอมพิวเตอร์นั่นเอง

นอกจากประเด็นเรื่อง M1 แล้ว Gelsinger ยังพูดถึงประเด็นอินเทลสนใจเอาท์ซอร์สการผลิตชิปไปยังโรงงาน TSMC และซัมซุง ว่าให้เลื่อนการตัดสินใจนี้ออกไปก่อน จนกว่าเขาจะเข้ามาเป็นซีอีโออย่างเป็นทางการ

ปัญหาเรื่องโรงงานผลิตของอินเทลยังก้าวข้ามไม่พ้น 10 นาโนเมตร (และติดอยู่ที่ 14 นาโนเมตรมานานหลายปี) ถือเป็นปัญหาสำคัญของอินเทล การแต่งตั้ง Gelsinger ซึ่งมีพื้นเพเป็นวิศวกร และเคยทำงานกับอินเทลมานาน 30 ปี อาจเป็นสัญญาณว่าอินเทลจะกลับมาสนใจเรื่องวิศวกรรมอย่างจริงจัง (Bob Swan ซีอีโอคนปัจจุบันที่รับตำแหน่งในปี 2018 ทำงานสายการเงินและเป็น CFO มาโดยตลอด รวมถึงเป็น CFO ของอินเทลก่อนได้เป็นซีอีโอ)

No Description

ที่มา – The Oregonian, The Verge, ExtremeTech

from:https://www.blognone.com/node/120643

TSMC เผยเทคโนโลยีผลิตชิประดับ 3nm จะพร้อมเปิดตัวใน 2021 และวางจำหน่ายใน 2022

TSMC บริษัทผู้ผลิตชิปชื่อดังสัญชาติไต้หวันได้ออกมาเผยว่าทางบริษัทมีแผนจะเริ่มผลิตชิปด้วยเทคโนโลยี 3 นาโนเมตรแล้วภายในปี 2021 และจะเริ่มผลิตเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์เป็นวงกว้างช่วงครึ่งหลังของปี 2022

Credit: ShutterStock.com

TSMC เผยว่าชิปที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 3nm นี้จะมีความหนาแน่นมากกว่าชิปแบบ 5nm ถึง 70% โดยมีประสิทธิภาพสูงขึ้น 15% และใช้พลังงานน้อยลง 30%

นอกจากนี้ TSMC ยังเผยถึงแผนในอนาคตว่าธุรกิจของ TSMC เองน่าจะยังเติบโตต่อไปได้อีก ทั้งด้วยแผนการขยายโรงงานในสหรัฐอเมริกา, ความต้องการของการผลิตชิปในจีนที่จะสูงขึ้นจากนโยบายการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกาทำให้ต้องมีการขยายกำลังการผลิตที่จีน และการมาของ 5G ที่ทำให้ในอุปกรณ์ต่างๆ ต้องมีชิปประมวลผลภายในมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการพลังประมวลผลบน Data Center สูงขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้การมาของ COVID-19 เองก็ส่งผลให้พฤติกรรมของลูกค้า TSMC เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน กล่าวคือลูกค้าของ TSMC นั้นมีการกักตุนชิปเอาไว้ในคลังของตนเองสำหรับเตรียมผลิตเพิ่มเติมมากกขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันอันอาจกระทบต่อ Supply Chain ทั่วโลกได้เหมือนที่ผ่านมา ซึ่ง TSMC ก็เชื่อว่าพฤติกรรมนี้จะยังคงอยู่กับอุตสาหกรรมนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่งจนว่าวิกฤตจะคลี่คลาย ซึ่งที่ผ่านมา TSMC เองก็เคยได้มีโอกาสทำงานให้กับลูกค้ารายใหม่ๆ ที่เข้ามาเนื่องจาก Supply Chain เดิมไม่สามารถผลิตชิปหรือส่งชิปให้ได้ทันเช่นกัน

ที่มา: https://www.theregister.com/2021/01/15/tsmc_q4_2020/

from:https://www.techtalkthai.com/tsmc-3nm-chip-will-come-by-2021-and-2022/

ทีมวิจัยทดลองผลิตหน่วยประมวลผลด้วย Superconductor พบประหยัดพลังงานกว่า Semiconductor ถึง 80 เท่า

ทีมนักวิจัยจากญี่ปุ่นได้ทดลองทำการพัฒนาหน่วยประมวลผลในแบบ Superconducting Microprocessor ขึ้นมาใช้งานแทนหน่วยประมวลผลในปัจจุบันที่มักใช้ Semiconductor และพบว่าที่ประสิทธิภาพการประมวลผลในระดับที่เท่ากันนี้ Superconducting Microprocessor ใช้พลังงานน้อยกว่าถึง 80 เท่าเลยทีเดียว

Photo: Christopher Ayala

ถึงแม้หน่วยประมวลผลแบบ Superconducting Microprocessor นี้จะต้องทำงานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิเย็นจัดต่ำกว่า -263 องศาเซลเซียส แต่ตัวเลขของการใช้พลังงานที่น้อยกว่า Semiconductor 80 เท่านี้ ก็ได้รวมถึงพลังงานที่ต้องใช้ในการรักษาความเย็นเอาไว้ด้วยแล้วเช่นกัน

เบื้องหลังงานวิจัยนี้คือการวิจัยสร้าง Superconducting Microprocessor ที่มีคุณสมบัติ Adiabatic คือในระหว่างที่มีการประมวลผลนั้นจะไม่เกิดการสรา้งหรือสูญเสียพลังงานแต่อย่างใด และนำแนวคิดนี้มาพัฒนาเป็น Prototype ที่มีชื่อว่า Monolithic Adiabatic iNtegration Architecture หรือ MANA ด้วยการผสานระหว่าง Superconducting Niobium เข้ากับฮาร์ดแวร์ที่มีชื่อว่า Adiabatic Quantum-Flux-Parametron (AQFP) ซึ่งใช้พลังงานน้อยมากในการประมวลผล

อย่างไรก็ดี เทคโนโลยีการประมวลผลด้วยการใช้ Superconductor นี้ในทางทฤษฎีแล้วจะมีความเร็วได้ถึงหลายร้อย GHz แต่ในงานวิจัยนี้เมื่อนำมาผสานเข้าเป็นระบบประมวลผลด้วยแนวคิดดังกล่าวแล้ว ทีมวิจัยเชื่อว่าจะสามารถมีความเร็วได้สูงสุดราวๆ 10GHz เท่านั้น ซึ่งการวิจัยในครั้งนี้ทีมวิจัยได้ประสบความสำเร็จในการทำความเร็วอยู่ที่ 2.5GHz ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับเทคโนโลยีประมวลผลที่เราใช้ในยุคปัจจุบัน และยังมีช่องว่างให้พัฒนาได้อีกมากสำหรับงานวิจัยนี้

การนำ MANA Superconducting Microprocessor นี้ไปใช้งานจริงอาจมีข้อจำกัดในแง่ของการรักษาอุณหภูมิให้ต่ำมากๆ เอาไว้ ทำให้การประยุกต์ใช้งานนั้นยังเหมาะกับการนำไปใช้งานภายใน Data Center หรือระบบ Supercomputer เท่านั้น แต่ด้วยคุณสมบัติของการประหยัดพลังงานได้มากถึง 80 เท่านี้ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยทีเดียวสำหรับโลกในยุคปัจจุบันที่ใช้พลังงานมหาศาลไปกับการประมวลผลทั่วโลกเพื่อตอบรับต่อการมาของเทคโนโลยีและงานวิจัยใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

งานวิจัยฉบับนี้ถูกตีพิมพ์อยู่ที่ https://ieeexplore.ieee.org/document/9295318

ที่มา: https://spectrum.ieee.org/tech-talk/computing/hardware/new-superconductor-microprocessor-yields-a-substantial-boost-in-efficiency

from:https://www.techtalkthai.com/superconducting-microprocessor-consumes-80-times-less-power-than-semiconductor/

ลือ…TSMC ได้ดีลผลิต CPU จาก intel เตรียมเดินหน้าผลิตเต็มอัตราในครึ่งหลังของปี 2021

intel มีแผนจะจ้างการผลิตจากภายนอก โดยคิดเป็น 15-20% จากจำนวนโปรดักส์ทั้งหมด ซึ่งรวมไปถึงชิปซิลิกอนที่ไม่ใช่ CPU อีกด้วย โดยเวเฟอร์ส่วนใหญ่มีแผนที่จะให้โรงงาน TSMC และ UMC  ในขณะที่ทางบริษัทก็กำลังวางแผนจ้างผลิตไลน์ CPU ระดับล่างอย่าง Core i3 ให้กับ TSMC ผลิตด้วยเทคโนโลยีกระบวนการผลิต 5nm ในช่วงครึ่งหลังของปี 2021 โดยมีการคาดการณ์ว่า CPU ระดับกลางและระดับสูง (ซึ่งน่าจะเป็น Core i5 และ Core i7 ) จะใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิต 3 nm ของ TSMC และจะถูกเดินหน้าผลิตอย่างเต็มที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2022

ลือ…Intel Core i3 รุ่นถัดไปจะถูกผลิตโดย TSMC ในกระบวนผลิต 5nm ส่วน CPU ระดับกลางและสูงจะถูกผลิตด้วยกระบวนการผลิต 3nm ในครึ่งหลังปี 2022

โดยในช่วงปีที่ผ่านมา Intel ได้ประสบกับปัญหาหลายอย่างในการพัฒนา โรงงานให้มีความสามารถผลิตชิปในกระบวนการผลิต 10nm และ 7nm ซึ่งนี่เป็นอุปสรรคอย่างมากในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด
ซึ่งถ้าเรามองดูในตลาดในตอนนี้ intel เองก็พึ่งศูนย์เสียตลาดในส่วนของ MacBook และ Mac Mini ไปจากการที่ทาง Apple ได้ทำการพัฒนา หน่วยประมวลผล Apple Silicon M1 ใช้เองซึ่งโรงงานที่จ้างผลิตนั้นก็เป็น TSMC เช่นเดียวกัน
และถ้าเรามามองคู่แข่งในตลาด X86 อย่าง AMD ที่สามารถทำส่วนแบ่งการตลาดแซงหน้า intel ได้ในรอบ15 ปีในส่วนของตลาด Desktop PC ถึงแม้ในตลาดโมบายและเซิร์ฟเวอร์ของทาง Intel จะยังกินส่วนแบ่งถึง 83.8% ก็ตาม ซึ่งก็ตอกย้ำถึงความศักยภาพที่นับวันยิ่งด้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับคู่แข่ง และถ้า intel ไม่ทำอะไรที่ใหญ่พอจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ เราอาจจะได้เห็น intel จะเสียส่วนแบ่งการตลาดไปมากกว่านี้แน่นอน

Desktop PC

Moblie and Server 

AoTKnighT Says : ถ้าข่าวลือนี้เป็นจริงเราอาจจะได้เห็น Core i3 Gen11 หรือ 12 จะถูกจผลิตโดยโรงงานที่ไม่ใช่ของ Intel เองเลยเป็นครั้งแรก และส่วนครึ่งปีหลังของ 2022 ก็น่าจะเป็นคิวของ Meteor Lake ที่จะถูกผลิตโดยกระบวนการผลิต 3 นาโนเมตรของ TSMC


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/7cX8GYMGq7s/

Qualcomm เข้าซื้อกิจการ Nuvia ผู้ผลิตชิป Arm สำหรับ Server มูลค่า 42,000 ล้านบาท

Qualcomm ได้ออกมาประกาศถึงการเข้าซื้อกิจการของ Nuvia ธุรกิจ Startup ผู้ผลิตชิป Arm สำหรับ Server ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2019 ที่มูลค่าสูงถึง 1,400 ล้านเหรียญหรือราวๆ 42,000 ล้านบาท

Credit: Nuvia

Qualcomm นั้นมีแผนที่จะนำเทคโนโลยี CPU ของ Nuvia มาใช้ในผลิตภัณฑ์จำนวนมากของตนเอง ตั้งแต่ Smartphone, Notebook, ระบบต่างๆ บนรถยนต์, อุปกรณ์ Extended Reality และผลิตภัณฑ์กลุ่มระบบเครือข่าย ซึ่งถือว่ากว้างกว่าขอบเขตเดิมของ Nuvia ที่พัฒนาชิปเพื่อ Server เท่านั้นเป็นอย่างมาก

การประกาศการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะลูกค้าของ Qualcomm เองก็มีหลากหลายและมีบริษัทชื่อดังอย่าง Microsoft, Google, Samsung และผู้ผลิตอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย การนำเทคโนโลยีของ Nuvia มาผสานในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผลให้กับชิปของ Qualcomm ได้เป็นอย่างมาก และถึงขั้นสามารถแข่งขันในตลาด High Performance Computing ได้ด้วย

อย่างไรก็ดี ดีลนี้มีความซับซ้อนอยู่หลายประกาศ ประการแรกคือ Nuvia นั้นมีอดีตผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมให้กับชิปของ Apple เป็นผู้ก่อตั้งจึงอาจเกิดข้อขัดแย้งกับ Apple ได้ ในขณะที่การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ก็อาจทำให้เกิดประเด็นปัญหาการผูกขาดขึ้นมาได้เช่นกัน จึงต้องจับตามองต่อไปว่าในแง่ของกฎหมาย ดีลนี้จะสามารถเกิดขึ้นและปิดลงได้สำเร็จหรือไม่

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาข้อมูลของ Nuvia ได้ที่ https://nuviainc.com/

ที่มา: https://venturebeat.com/2021/01/13/qualcomm-will-acquire-nuvia-server-cpu-maker-led-by-ex-apple-chip-architect/

from:https://www.techtalkthai.com/qualcomm-to-acquire-nuvia-arm-server-cpu-designer/

ซัมซุงยืนยันเอง ! GPU AMD RDNA จะอยู่ในชิป Exynos รุ่นถัดไป

จากงานเปิดตัวชิปเซตเรือธงรุ่นปัจจุบันอย่าง Exynos 2100 ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้กับสมาร์ทโฟน Galaxy S21 Series ทางซัมซุงก็ได้ประกาศว่าตนได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทาง AMD ในการแก้ไขปรับปรุงและออกแบบ GPU ที่จะใช้กับชิป SoC Exynos รุ่นถัดไปโดยใช้พื้นฐานจากสถาปัตยกรรม RDNA ของ AMD

ซึ่งก่อนหน้านี้ย้อนไปในช่วงเดือน มิถุนายนปี 2019 ทางซัมซุงได้เคยประกาศว่าตนอยากสนใจ GPU ในสถาปัตยกรรม RDNA ของ AMD อยู่ ซึ่งมาถึงในวันนี้ทางซัมซุงก็ได้ยืนยันแล้วว่าชิป GPU ที่เคบประกาศร่วมมือกับทาง AMD ดังกล่าวได้รับการออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมสำหรับชิป SoC เรือธงที่จะออกตาม Exynos 2100 มา โดยมีความเป็นไปได้อย่างสูงว่ามันพร้อมจะเปิดตัวสู่สายตาสาธรณชนในปลายปีนี้ และพร้อมสำหรับสมาร์ทโฟน Galaxy S22 Series ที่น่าจะออกมาในปี 2022

AoTKnighT Says : จากการเปิดตัวชิป SoC เรือธงอย่าง Exynos 2100 ถูกผลิตขึ้นบนสถาปัตยกรรมขนาด 5 นาโนเมตร EUV โดยใจความสำคัญคือทางซัมซุงเลือกใช้โครงสร้าง Cortex-X1(ซึ่งเป็นโครงสร้างเดียวกับที่ใช้ในชิป Snapdragon 888 แต่วิ่งด้วยความเร็ว 2.84GHz) ที่ปรับความเร็วความเร็วเป็น 2.9 GHz สูงกว่าคู่แข่งเป็นจุดที่เราสังเกตุได้ว่าทางซัมซุงเองต้องการดันชิปลูกรักของตนอย่าง Exynos มาเขย่าบัลลังค์ชิป Snapdragon จากทาง Qualcomm ในตลาดมือถือเกมมิ่งและมือถือระดับ Hi-end โดยสิ่งที่ Exynos นั้นพ่ายแพ้ให้กับ Snapdragon มาตลอดนั้นก็คือ GPU โดยที่ผ่านมาซัมซุงเองจำเป็นต้องเลือกใช้ Mali series ในการขับเคลื่อนประมวลผลกราฟฟิคใช้กับชิป Exynos ของตนมาตลอด แต่นับจากนี้ต่อไป จะเกิดอย่างไรขึ้นเมื่อมี GPU ที่ใช้พื้นฐานจากสถาปัตยกรรม RDNA ของ AMD มันจะแรงพอฟัดพอเหวี่ยงกับ Adreno ของ Snapdragon ได้ไหม? จะสูบแบตเตอรี่เหมือนรุ่นพี่ Mali หรือป่าว? อันนี้เราทุกคนต้องติดตามกันต่อไปครับ


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/hwy-eUXKb6Y/